รายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา
ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันพุธที่ ๑๖ และวันพฤหัสบดีที่ ๑๗ เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๒
ณ ตึกรัฐสภา
ถ้าอย่างนั้นกระผมขออนุญาตก่อนได้ไหมครับ ในฐานะที่ท่านประธานเปึนคนตั้งผม ให้เปึนนายพลนะครับ ดังนั้นขออนุญาตใช้สิทธิครับ
ถ้าขออนุญาตเอาก่อน ๒ นาที ให้ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภา สรรหาจากภาคเอกชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากกระผม ได้ขออนุมัติคณะกรรมาธิการการทหาร วุฒิสภา พาคณะอนุกรรมาธิการงานมวลชน ชุมชนสัมพันธ์เชิงรุกเพื่อความมั่นคง ไปดูงานที่จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด ระหว่างวันที่ ๑๔-๑๕ จากการฟังบรรยายสรุปของ ผบ. จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด ทางแนวชายแดน จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด ท่านประธานครับ เปึนไปด้วยความเรียบร้อย แต่ที่เกาะกูด หลักที่ ๗๓ ทางประเทศเพื่อนบ้านยังไม่ได้ให้ความเห็นชอบที่เกาะกูดครับ กระผมจะได้ ตรวจสอบเพื่อนําเสนอรัฐบาลเพื่อกรุณาทราบต่อไปครับ
ท่านประธานเรื่องที่ ๒ ครับ สืบเนื่องจากเมื่อคราวที่ประชุมวุฒิสภา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาครับ กระผมกราบเรียนยืนยันต่อวุฒิสภาว่า กระผมเปึนผู้หนึ่งที่ได้ ร่วมลงชื่อเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ได้ร่วมลงชื่อด้วยความสมัครใจครับ ท่านประธานครับ กอปรกับในวันนี้ทางรัฐบาลได้ชิงให้เป่ดอภิปรายแสดงความเห็นตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน ตามมาตรา ๑๗๙ ดังนั้นกระผมพิจารณาแล้วเห็นว่า หลายฝ์ายก็เห็นพ้องต้องกัน เพื่อจะนําไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญครับท่านประธาน ดังนั้นด้วยหลักการและเหตุผล ดังที่กระผมได้กราบเรียนมาในเบื้องต้นนั้น กระผมก็ขอหารือท่านประธานว่ากระผมจะขอ อนุญาตถอนชื่อครับท่านประธาน ส่วนทางด้านเอกสารนั้นกระผมก็จะได้เสนอตามมาครับ จึงกราบเรียนท่านประธานกรุณาได้บันทึกไว้และถ้อยคําของกระผมนี้อาจจะใช้เปึน พยานหลักฐาน ใช้ยันในชั้นพิจารณาของศาลได้ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ทราบว่าเจ้าของญัตติได้ถอนเรื่องไปแล้ว ทราบทางสื่อนะครับ ไม่ถอนก็ไม่เปึนอะไรครับ ต่อไปขอเชิญคุณไพจิตอยู่ไหมครับ คุณชมภู จันทาทอง ไม่อยู่นะครับ คุณอํานวย คลังผา เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอหารือ ๓ ประเด็นด้วยกันครับ
เรื่องแรกก็คงจะเกี่ยวกับสภาพปัญหาพื้นที่ในจังหวัดลพบุรี ซึ่งจังหวัด ลพบุรีนั้นมีถนนจํานวนมาก แต่พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน อยากจะฝาก ท่านประธานนะครับ เรื่องแรกก็คือถนนสายพหลโยธินช่วงบ้านหลุมข้าวถึงวังขอนขว้าง โคกสําโรง ในปัจจุบันเปึนถนน ๒ เลนเท่านั้น พี่น้องประชาชนมีความประสงค์ที่จะขอ ขยายเปึน ๔ ช่องทางจราจรเพื่อลดปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเรื่อง อุบัติเหตุ
เรื่องที่สองครับ ถนนสายสุรนารายณ์ ช่วงตอนโคกสําโรง-เพนียด ซึ่งเปึนระยะทางยาวประมาณ ๘ กิโลเมตร ซึ่งเปึนถนน ๒ เลน บางช่วงเปึน ๔ เลน เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนเรียกร้องที่จะให้ทางประธานผ่านถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ได้เร่งปรับปรุงเปึน ๔ ช่องจราจร ในช่วงถนนสายสุรนารายณ์-บ้านเพนียด ตอนโคกสําโรง
เรื่องที่สาม ท่านประธานครับ คือ บ้านหนองรี อําเภอชัยบาดาล เปึนถนน ช่วงอยู่ในกลางตลาด เปึนถนนคับแคบ มีฝุ์นละอองเปึนจํานวนมาก ทําให้พี่น้อง ชาวตลาดนั้นเดือดร้อน ก็อยากจะฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่ง ดําเนินการปรับปรุงเปึนถนนลาดยาง ๔ ช่องจราจรให้กับหมู่บ้านหนองรี อําเภอลําสนธิ ด้วยครับ และสุดท้ายสายวังเพลิง-ดีลัง มีช่วงสะพานคับแคบก็อยากจะฝากท่านประธาน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งปรับปรุงขยายสะพาน ซึ่งเปึนถนนคับแคบทําให้เกิด อุบัติเหตุบ่อยครั้ง ก็อยากจะให้ท่านประธานได้ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่ง ดําเนินการให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ
คุณพจนารถ แก้วผลึก เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พจนารถ แก้วผลึก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันจะขอปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะคะ
เรื่องแรก ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชุมชนบ้านชากแง้ว ตําบลห้วยใหญ่ อําเภอบางละมุง เปึนจํานวนมาก เกี่ยวกับโครงการทางหลวงพิเศษที่จะ ตัดผ่านระหว่างช่วงเมืองพัทยาถึงมาบตาพุด โครงการนี้ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่ พี่น้องประชาชนชาวบ้านพื้นที่เปึนอย่างมาก ดิฉันมีเอกสารที่ว่าเดือดร้อนมีที่ไหนบ้างนะคะ แล้วดิฉันก็ได้เข้าร่วมประชุมกับชาวบ้านก็เห็นว่าจริงอย่างที่ชาวบ้านร้องเรียนมา วันนั้น มีชาวบ้านหลายร้อยคน และดิฉันก็ได้ดูข้อมูลและแผนที่จากที่ชาวบ้านได้นํามาให้ ที่เดือดร้อนก็มี ๑๐ กว่าโรงเรียนนะคะ ก็คงจะไม่อ่านเพราะว่าจะเสียเวลา ก็จะมีสถานี อนามัยบ้านชากแง้ว สถานีอนามัยบ้านห้วยใหญ่ เทศบาลห้วยใหญ่ วัดตะเคียนทอง วัดเทพบุตร วัดห้วยใหญ่ วัดเขาบุญมี วัดทุ่งละหาร วัดญาณสังวราราม วัดนาจอมเทียน ท่านประธานคะ จริงๆ แล้วถนนสายนี้เปึนถนนที่ได้ผ่านการสํารวจมาหลายครั้งแล้ว แต่การตัดถนนก็สามารถที่จะตัดผ่านที่ไม่ทําความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนได้ แต่ทําไมกรมทางหลวงถึงไม่เลี่ยงไปหรือว่ามีนัยอะไรหรือไม่ ดิฉันมีเอกสารที่จะมอบให้กับ ท่านประธานเปึนแผนที่ของโครงการหลวงนี้ แล้วก็มีคําร้องเรียนของชาวบ้าน จึงฝาก ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล กระทรวงคมนาคมให้ช่วยพิจารณาด้วย เพราะว่าชาวบ้าน ก็เริ่มวิตกกังวลเปึนอันมากนะคะ
เรื่องที่สอง ดิฉันได้เคยนําเรื่องนโยบายของพรรคมาปรึกษาในสภาแห่งนี้ ครั้งหนึ่งแล้วนะคะ แต่วันนี้ก็ยังได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนเปึนระยะ ๆ ไม่ว่า จะเปึนเรื่อง อสม. เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือเรียนฟรี ๑๕ ป้ บอกว่าจะจ่ายครบหรือไม่ หรือว่าเรียนฟรีหรือไม่ ตลอดชีพหรือไม่ แต่ว่าบางหน่วยงานราชการก็จ่ายครบ ตามขั้นตอน ดิฉันจึงขอเสนอแนะว่ารัฐบาลควรใช้สื่อของรัฐออกอากาศและชี้แจง เปึนระยะ ๆ การจ่ายเงินนะคะ ขอบคุณค่ะ
หมดเวลา คุณสถาพร มณีรัตน์ คุณประสิทธิ์ วุฒินันชัย คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ คุณนิยม วรปัญญา ไม่มีนะครับ คุณบุญรื่น ศรีธเรศ คุณนฤมล ธารดํารงค์ คุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ คนที่มาหลัง ก็รอตามหลังครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานที่ให้ โอกาสดิฉันได้หารือในวันนี้ค่ะ เรื่องที่อยากจะหารือกับท่านประธานก็คือ ดิฉันได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากประชาชนในเขตจังหวัดชัยภูมิค่ะ ไม่ใช่เฉพาะที่เขตเลือกตั้งที่ ๓ ซึ่งเปึน เขตเลือกตั้งของดิฉัน บอกมาว่าโทรศัพท์สาธารณะประจําหมู่บ้านเกิดการเสียหาย ใช้การไม่ได้ ผ่านมาเปึนเวลาหลายเดือนก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ได้มีการแจ้งไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ก็ยังไม่ได้รับการเข้ามาดูแลแก้ไขในปัญหาเรื่องของการใช้ไม่ได้ ของโทรศัพท์สาธารณะประจําหมู่บ้าน ก็ต้องเรียนค่ะท่านประธานดิฉันก็ลงไปพิสูจน์ดูว่า มันเปึนจริงอย่างที่ชาวบ้านว่าหรือเปล่า ก็ได้มีโอกาสออกไปที่บ้านโนนโก ตําบลบ้านเขว้า อําเภอบ้านเขว้า แล้วก็ไปดูที่บ้านชาด บ้านกุดตูม แล้วก็บ้านโนนเชือก ตําบลส้มป์อย อําเภอจัตุรัส ปรากฏว่าโทรศัพท์สาธารณะประจําหมู่บ้านทั้ง ๔ หมู่บ้านนี้ ใช้การไม่ได้สักแห่งเลยค่ะท่านประธาน เมื่อดูไปรอบ ๆ ก็ไปพบว่าได้มีของการไฟฟัา ส่วนภูมิภาคเขาได้ไปทําการย้ายเสาไฟฟัา ทําให้สายโทรศัพท์ต้องเอาไปพาดไว้กับรั้ววัดบ้าง รั้วบ้านชาวบ้านบ้างหรือว่าต้นไม้บ้าง ดิฉันสันนิษฐานว่าตรงนี้อาจจะเปึนสาเหตุหนึ่ง ที่ทําให้โทรศัพท์ไม่สามารถใช้การได้ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยออกไปดูแลแก้ไขปัญหาให้ด้วย เนื่องจากประชาชนในเขตยังมี ความยากจนอยู่มากไม่สามารถจะไปซื้อโทรศัพท์มือถือมาใช้ได้ ก็เลยอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวง ไอซีที (ICT) ให้ช่วยออกไปแก้ไข ปัญหาในเรื่องการติดต่อสื่อสารให้กับพี่น้องในเขตจังหวัดชัยภูมิด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
คุณอรรถพร พลบุตร ไม่อยู่นะครับ
ท่านประธานครับ
เชิญครับ
ผม นิยม วรปัญญา ครับ
หยุดก่อน เพราะเรียกชื่อท่านแล้ว ท่านไม่อยู่ในที่ประชุม ต้องไปตามคิวก่อนครับ
ผมอยู่ครับ กําลังเสียบบัตรยังไม่ทันเสร็จครับ
นั่งลงก่อนครับ
ให้ท่าน ผู้อาวุโสก่อนก็ได้ครับ ไม่เปึนอะไรครับ
ส่งเปึนหนังสือ แล้วกันนะครับ ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้น
นั่งลงก่อน คุณนิยมนั่งลงก่อน เชิญ คุณอรรถพร ไม่พูดใช่ไหมครับ
พูดครับ
จะได้ให้คนอื่น เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ได้กล่าวขอบคุณ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ฯพณฯ อิสสระ สมชัย สําหรับความกรุณาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่ได้เป่ดโอกาสให้พี่น้อง ประชาชนชาวตําบลโพธิ์ไร่หวาน อําเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ได้มีโอกาสเข้าพบ เพื่อร้องเรียนถึงสภาพปัญหาเรื่องของการเคหะแห่งชาติ พี่น้องประชาชนที่นั่นมากกว่า ๓๔๑ คน ได้ลงชื่อจองบ้านเอื้ออาทรเอาไว้ตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๘ ครับ แล้วก็ได้ผ่อนเงินดาวน์ ได้ผ่อนเงินจองไว้จนหมดสิ้น ๔ ป้มาแล้ว วันนี้หลังคายังไม่เห็นเลยครับ และในที่สุดก็ได้ พบว่าโครงการบ้านเอื้ออาทรที่จังหวัดเพชรบุรีก็เปึนหนึ่งในขบวนการโกงกิน ขบวนการ ที่ปล้นความฝัน ปล้นความหวังของพี่ น้อง ประชาชนที่ต้องการจะมีบ้านหลังเล็ก ๆ ได้ซุกตัวนอนอาศัยก็ปล้นออกไป นักการเมือง ๑๐,๐๐๐ บาท การเคหะแห่งชาติ ๕,๐๐๐ บาทครับ ทําให้การเคหะแห่งชาติวันนี้เปึนหนี้อยู่เกือบแสนล้านบาท ฯพณฯ อิสสระ สมชัย ก็ได้รับทราบข้อมูลแล้วก็ให้พี่น้องประชาชนได้รวบรวมรายชื่อ ๓๐๐ กว่าราย เพื่อที่จะดําเนินโครงการนี้ต่อไปที่จังหวัดเพชรบุรี ขณะเดียวกันก็ได้รับปากว่าจะพิจารณา สร้างบ้านเอื้ออาทรขึ้นมาอีกโครงการหนึ่งที่อําเภอชะอํา จังหวัดเพชรบุรี เพื่อให้รองรับ กับการขยายตัวทางเศรษฐกิจนั้นต่อไป กระผมในนามของ ส.ส. เพชรบุรีทั้ง ๔ คน และพี่น้องชาวเพชรบุรีขอขอบพระคุณ ฯพณฯ อิสสระ สมชัย และขอให้กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ดําเนินโครงการบ้านการเคหะแห่งชาติ ต่อไป โดยปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) และล่มสลายเหมือนที่ผ่านมานะครับ ผมฝากประเด็นนี้เอาไว้ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ คุณชมภู จันทาทอง
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันเองมีเรื่องหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ
เรื่องแรกนั้น เปึนสะพานข้ามบ้านบอน หมู่ ๔ ตําบลหาดคํา ยาวประมาณ ๒๕-๓๐ เมตรนะคะ สะพานตรงนี้จะเปึนสะพานที่ประชาชน แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็กนักเรียนนั้นเปึนทางลัดที่จะเดินทางไปเรียนหนังสือ แล้วก็เปึนสะพานที่ให้ ความปลอดภัยแก่นักเรียนของเราในการที่จะเดินไปเรียนหนังสือนะคะ ถ้าจะไปทางถนนใหญ่นั้น ก็ประมาณ ๒ กิโลเมตรกว่า ถ้าไปทางลัดนี้ประมาณกิโลเมตรเศษ ๆ แล้วก็ปลอดภัย สําหรับเด็กนักเรียนในหมู่บ้านด้วย พี่น้องประชาชนก็กราบวิงวอนทาง ท่านประธานสภาผ่านไปทางกรมทางหลวง ซึ่งสะพานตรงนี้ได้มีการประมาณการ แล้วก็ ของบประมาณไปหลายครั้งจาก ส.ส. เก่านะคะ แล้วตัวดิฉันเองอยากฝากว่าให้แก้ปัญหา เรื่องความเดือดร้อนของเด็กนักเรียนของเราและความปลอดภัย เพราะว่าสะพานตรงนี้ เก่ามากและเปึนสะพานไม้ด้วยค่ะท่านประธาน
ประเด็นที่สอง ตัวดิฉันเองได้รับคําร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน เดี๋ยวนี้ ก็เข้ากับนโยบายของทางรัฐบาล แล้วก็โฆษณากันนักหนานะคะว่าถนนไร้ฝุ์น ถนนเส้นนี้ จากบ้านสาวแล ตําบลโพธิ์ตาก ผ่านไปทางหน้าที่ว่าการอําเภอโพธิ์ตาก แล้วผ่านไปถึง บ้านศูนย์กลาง ตําบลด่านศรีสุข อําเภอศรีเชียงใหม่ ยาวประมาณ ๕ กิโลเมตรค่ะ แล้วก็ เปึนทางลัดที่จะเดินทางผ่านเข้าออกไปประสานทางที่ว่าการอําเภอโพธิ์ตากด้วยนะคะ ตรงนี้ก็เข้ากับนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงด้วยนะคะ เพราะว่ายุคนี้ทางราษฎรนั้นประหยัดค่ะ ก็ฝากทางท่านประธานผ่านไปหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางรัฐบาล ที่โฆษณาเรื่องถนนไร้ฝุ์น ๕ กิโลเมตรค่ะ ขอบคุณค่ะ
เชิญท่าน ส.ว. อนันต์ วรธิติพงศ์
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม อนันต์ วรธิติพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ ขอหารือท่านประธาน ๑ เรื่อง ก็คือทางคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภา ได้รับข้อร้องเรียนจากมูลนิธิเสียงธรรม เพื่อประชาชนในพระอุปถัมภ์ เรื่องเกี่ยวกับการให้ใบอนุญาตวิทยุชุมชน ท่านประธานครับ หลังจากที่มี พ.ร.บ. ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาก็ทําให้กิจการวิทยุชุมชนทั้งหลายต้องมาขึ้นทะเบียน ตามบทเฉพาะกาลของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ให้มีคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาให้ ใบอนุญาตกับวิทยุชุมชน แล้วก็เคเบิลทีวี (Cable TV) แต่ว่าวิทยุชุมชนและเคเบิลทีวี เหล่านั้นจะต้องเข้าเกณฑ์ที่คณะอนุกรรมการกําหนด แต่มูลนิธิเสียงธรรมเพื่อประชาชน มาร้องเรียนเปึนเพราะว่ามูลนิธินี้ปัจจุบันดําเนินการมีอยู่ ๑๑๗ สถานีเชื่อมโยงกัน ซึ่งไม่ใช่ มีมูลนิธินี้เพียงมูลนิธิเดียว ยังมีที่อื่นทําลักษณะคล้ายคลึงกัน ก็อยากจะเรียนหารือ ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า เมื่อเราจะแก้ปัญหาวิทยุชุมชน โดยการให้ใบอนุญาต กับวิทยุชุมชนโดยทั่วไปแล้ว แต่ในกรณีที่วิทยุชุมชนมีการรวมกันเปึนเครือข่ายขึ้นมา รัฐบาลจะมีแนวทางวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไร จะทําให้เขาสามารถดําเนินการได้ ถ้าไม่เช่นนั้นก็จะเข้าเกณฑ์ว่าผู้ที่มีเครือข่าย อย่างเช่น มูลนิธิเสียงธรรมนี้ก็จะต้องเข้าข่าย ผิดกฎหมาย ถ้าเช่นนั้นรัฐบาลจะหาทางออกอย่างไร ก็จึงเรียนหารือท่านประธานครับว่า ควรจะต้องให้มีคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาให้ครอบคลุมไปถึงวิทยุชุมชนที่มีเครือข่าย ด้วย นอกเหนือจากวิทยุชุมชนที่ไม่มีเครือข่ายเท่านั้น ไม่เช่นนั้นก็จะเปึนปัญหาต่อไปได้ ในอนาคตครับ กราบเรียนท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรี ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณรัชดา ธนาดิเรก
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือท่านประธานในเรื่องความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนในโครงการบ้านมั่นคง โครงการนี้เปึนโครงการที่ได้เริ่มต้นมา ๔-๕ ป้แล้ว โดยที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนเปึนผู้รับผิดชอบโครงการ ด้วยเจตนารมณ์ของโครงการ ก็คือต้องการให้ผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัย ไม่ต้องไปบุกรุกพื้นที่ที่เจ้าของเขาไม่ยินยอม นะคะ แต่ ๔-๕ ป้ที่ผ่านมาโครงการนี้ก็ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้ ด้วยส่วนหนึ่งก็คือติดขัดด้วย พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร เนื่องจากโครงการบ้านมั่นคงนี้ เปึนโครงการจัดสรรให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเนื้อที่ในการสร้างบ้านโดยเฉพาะผู้เข้าร่วม โครงการในกรุงเทพมหานครมีพื้นที่อย่างจํากัด ไม่สามารถสร้างบ้านที่ถูกต้องตาม กฎกระทรวงโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ จึงทําให้ไม่สามารถไปขอเลขทะเบียนบ้าน จากสํานักงานเขตต่าง ๆ ได้นะคะ ที่ผ่านมาดิฉันได้ทําเรื่องไปยังกระทรวงมหาดไทย ก็ได้รับการดูแลเปึนอย่างดีจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านถาวร เสนเนียม ที่ช่วยติดต่อประสานงานกับกรมโยธาธิการและผังเมือง แม้ว่ากรมโยธาธิการ และผังเมืองจะไม่ได้เปึนส่วนที่อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของท่านถาวรโดยตรง ณ บัดนี้ ดิฉันก็ได้รับแจ้งมาว่าเรื่องการผ่อนผันแก้กฎกระทรวงได้ยกร่างเรียบร้อยแล้ว ติดอยู่ที่ การนําเสนอสู่สํานักกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย เพื่อนําเสนอต่อไปยังคณะรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ ๓๑ กรกฎาคมแล้วค่ะ ก็ร่วม ๒ เดือนแล้วดิฉันก็ต้องขอกราบเรียนท่านประธาน เพื่อผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าให้ช่วยผลักดันการแก้ กฎกระทรวง การผ่อนผันการสร้างอาคารให้ถูกต้องตามกฎหมายเสียทีเพื่อชาวบ้าน ที่ยากจนใน กทม. จะได้สร้างบ้านให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขอบคุณค่ะ
ยินดีต้อนรับนักเรียนโรงเรียนตะกั่วป์า เสนานุกูล จังหวัดพังงา ด้วยความยินดีครับ
ต่อไปก็มีท่านสถาพร ท่านประสิทธิ์ ท่านวิชาญ ไม่อยู่นะครับ ท่านบุญรื่น ท่านนฤมล ไม่อยู่นะครับ คุณบุญรื่น เชิญ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธาน ๒ ประเด็น
ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับทราบจากผู้สูงอายุที่ตกหล่นในการลงทะเบียน ก็เลยอยากจะฝากถึงกระทรวงมหาดไทยกรุณาแจ้งไปอีกครั้งหนึ่งว่าให้ผู้สูงอายุที่ตกหล่น ไปลงทะเบียนเพิ่ม คงจะเปึนการเข้าใจผิดอะไรสักอย่างหนึ่งนะคะ แต่ก็ได้ทําความเข้าใจ กับผู้สูงอายุแล้วก็คงจะไม่มีปัญหา เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ามีการเป่ดลงทะเบียนก็ขอความกรุณา จากกระทรวงมหาดไทยด้วยนะคะ โปรดแจ้งไปยังหมู่บ้าน หรือ อบต. ที่เขา มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยค่ะ
ประเด็นที่ ๒ อบต. ที่จะได้เลื่อนขึ้นเปึนเทศบาล ซึ่งดิฉันได้รับทราบ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ส.ส. หลายท่านที่ได้ทวงเรื่องนี้ ก็อยากจะซ้ําอีกทีหนึ่งฝากถึง กระทรวงมหาดไทย เพราะว่าเขารอการที่จะได้ลงเลือกตั้งเพราะว่าเปึนเวลานานเหลือเกิน อยากจะให้กระทรวงมหาดไทยกําหนดว่าเวลาที่แน่นอนคือเดือนไหน เพราะว่าเขารอ โครงสร้างอยู่ อยากจะให้เร่งรัดทางกระทรวงมหาดไทย เพราะว่าการว่างผู้บริหาร ในท้องถิ่นก็จะไม่เปึนประโยชน์ที่ดีสักเท่าไรในการบริหารท้องถิ่น ก็อยากจะให้ กระทรวงมหาดไทยเร่งรัดในการที่จะประกาศให้เขาได้รับเลือกตั้งโดยเร็วด้วยค่ะ ท่านประธาน ขอฝากด้วยนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ
เชิญท่าน ส.ว. นฤมล ศิริวัฒน์
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดอุตรดิตถ์นะคะ ก็ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสดิฉันได้ทําหน้าที่สมาชิกวุฒิสภาเชื่อมโยงความเดือดร้อน ของประชาชนในจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง เช่น จังหวัดน่าน จังหวัดอุตรดิตถ์ มาถึง สภาของเรา ก็คงจะมีเรื่องอยู่ ๒-๓ ประเด็น เนื่องมาจากเมื่อวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ที่ผ่านมานะคะ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้มีโอกาสลงไปทําการสัมมนาผู้ใหญ่บ้าน กํานัน ใน ๒ จังหวัด คือจังหวัดน่าน และจังหวัดอุตรดิตถ์ ท่านประธานคะ จํานวนของกํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่มานั้นนับแล้วก็ เกือบๆ จะร้อยเปอร์เซ็นต์ เกือบจะ ๒,๐๐๐ คน ถือว่าเปึนจํานวนที่ยิ่งใหญ่ที่ผู้นํา ในท้องถิ่นได้พยายามที่จะมาให้ความร่วมมือกับรัฐสภาของเรา กับสมาชิกวุฒิสภาในการ ออกไปสัมมนา เราได้รับทราบความเดือดร้อน เราได้รับรู้เรื่องต่าง ๆ มากมายเลยค่ะ อาทิเช่น ตั้งแต่เรื่องของปากท้อง การทํามาหากิน ราคาพืชผล ความกังวลของพี่น้อง ในเรื่องของการที่รัฐบาลจะเปลี่ยนแปลง การแทรกแซงราคาพืชผลเกษตร อาทิเช่น ข้าว ข้าวโพด มันสําปะหลัง ท่านประธานคะ เรื่องของกรรมสิทธิ์ในที่ดินต่าง ๆ เอกสารสิทธิ เปึนปัญหาใหญ่ ภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้ ภาคเหนือตอนล่าง เช่น น่าน อุตรดิตถ์ ฝนทิ้งช่วงมานานแล้ว ก็คงจะต้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้เตรียมตัวกัน แต่เนิ่น ๆ เพราะว่ามันจะส่งผลถึงน้ําที่จะลงมาสู่แม่น้ําเจ้าพระยาของเราด้วย เพราะว่า ๔๕ เปอร์เซ็นต์ของน้ําจากทางภาคเหนือของเรานั้นจะลงมาสู่พี่น้องทางภาคข้างล่าง ของเรานะคะ
และอีกเรื่องหนึ่งที่สําคัญ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับการจราจรของพี่น้องในจังหวัด ของเรานะคะ อุตรดิตถ์เปึนจังหวัดซึ่งเปึนที่ตั้งของเขื่อนสิริกิติ์ กําลังของกระแสไฟฟัาที่ใช้ กันอยู่ในบ้านของเรา ในภาคกลางของเรา และรวมถึงกรุงเทพมหานครมาจากอุตรดิตถ์ และเขื่อนภูมิพล พี่น้องของเราตรงนั้นยังขาดเอกสารสิทธิ อําเภอท่าปลา เปึนอําเภอ ซึ่งได้รับความเดือดร้อนมากค่ะ ท่านประธานคะ ขณะนี้เรื่องของเส้นถนนหนทางหลักเลย ที่เข้าไปสู่อําเภอท่าปลานี่ก็เดือดร้อน ทางหลวงหมายเลข ๑๓๔๑ ขึ้นไปตําบลท่าปลา ต้องได้รับการดูแล ฝากท่านถึงกรมทางหลวงด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปคุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดสกลนคร ท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียนหารือท่านประธานสัก ๒-๓ ประเด็น เท่าที่มีเวลา
ประเด็นแรก ชาวจังหวัดสกลนคร โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองสกลนคร และอําเภอเมือง -------------------------------------------------------------------------------- ต้องขอขอบพระคุณกระทรวงมหาดไทยที่อนุมัติงบประมาณปรับปรุงระบบประปาจังหวัด สกลนครให้ดียิ่งขึ้น มีการรื้อถอนท่อประปาที่จะทอดยาวลงมาสู่หนองหาน กีดขวาง ทางเดินเรือและการแข่งเรือ ก็มาสร้างระบบประปาใหม่ข้างริมสระภูเขาทองที่สวยงาม ของจังหวัดสกลนคร ท่านประธานครับ ป้นี้จังหวัดสกลนครจะมีแข่งขันเรือยาวนานาชาติ นะครับ ก็ขอเชิญชวนพี่น้องชาวเรือไปร่วมแข่งขันในวันออกพรรษาป้นี้นะครับ ที่หนองหาน จังหวัดสกลนคร ท่านประธานครับ
เรื่องที่สอง ปัญหาการกู้เงินนอกระบบนั้น ยังมีอยู่มากมายในภาคอีสาน และในจังหวัดสกลนคร โดยเฉพาะจังหวัดสกลนครนั้น เมื่อไปจ่ายเงินนอกระบบ ร้อยละ ๒๐ ต่อวัน ดอกคงต้นครับ ราษฎรที่เดือดร้อนก็ไปขอเงิน ส.ส. นะครับ ส.ส. ก็ไม่รู้ จะเอาเงินที่ไหนให้นะครับ เพราะฉะนั้นขอฝากเจ้าหน้าที่ตํารวจดูแลเรื่องนี้ด้วย แล้วก็ ขอฝากเตือนพี่น้องประชาชนว่าเงินนอกระบบดอกเบี้ยสูง ดอกเบี้ยแพงนั้นไม่ต้องไปกู้ นะครับ
เรื่องที่สาม ปัญหาสํานักงานการศึกษาอําเภอ เมื่อก่อนเคยมีหมวดการศึกษา อําเภอ เมื่อก่อนเคยมีแผนกศึกษาธิการอําเภอ ตอนนี้หน่วยงานระดับอําเภอไม่มี ในขณะที่ราชการบริหารส่วนภูมิภาคนั้น มีผู้ว่าราชการจังหวัด มีอําเภอ มีตําบล มีหมู่บ้าน แต่หน่วยงานระดับอําเภอของหน่วยงานการศึกษาทั้งประถมศึกษาและมัธยมศึกษาไม่มี ขอฝากด้วยครับ
หมดเวลา ต่อไปคุณป่ยะรัช หมื่นแสน เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายป่ยะรัช หมื่นแสน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๒ พรรคเพื่อไทย มีเรื่องที่จะปรึกษาหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง
๑. มีนายบวร มานะดี และคณะ บ้านหนองแคน ตําบลโพธิ์ใหญ่ อําเภอ พนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด ตั้งบ้านเรือนอยู่ในหมู่บ้านมาแล้วหลายป้ แต่ไฟฟัายังไม่มีใช้ ชาวบ้านมีความเดือดร้อนมาก จึงขอกราบเรียนท่านประธานได้แจ้งให้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบ คือกระทรวงมหาดไทย ได้ดําเนินการขยายเขตไฟฟัาให้กับชาวบ้านดังกล่าว ด้วยครับ
๒. ในวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๒ กระผมได้ไปร่วมพิธีมอบวุฒิบัตร ธรรมะศึกษา ผู้จบการศึกษา ป้ ๒๕๕๑ ที่โรงเรียนสายปัญญา ในพระบรมราชูปถัมภ์ เขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร วันนั้นมีฝนตกห่าใหญ่พอดีได้เห็นอาคารรั่ว เปึนอย่างมาก ท่านผู้อํานวยการอัสนี ณ ระนอง ได้เรียนกับผมว่าได้ของบประมาณไปแล้ว แต่ยังไม่อนุมัติ จึงขอกราบเรียนท่านประธานได้แจ้งให้กระทรวงศึกษาธิการและการศึกษา ขั้นพื้นฐานได้ดําเนินการซ่อมแซมอาคารดังกล่าวด้วยครับ
๓. โรงเรียนบ้านสร้างช้าง ไผ่หนองไร่ มิตรภาพที่ ๑๔๓ ตําบลไผ่ อําเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร มีสภาพอาคารเรียนชํารุดทรุดโทรม จึงขอกราบเรียนท่านประธานได้แจ้งให้ กระทรวงศึกษาธิการและสํานักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้สร้างอาคารให้กับโรงเรียน ดังกล่าวนี้ด้วยครับ ขอขอบคุณครับ
คุณประสงค์ นุรักษ์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประสงค์ นุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่ผู้แทน ปวงชนชาวไทยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ออกเดินทางไปลงพื้นที่เพื่อจะ เยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยตลอดเวลา ซึ่งโดยมากผมได้เดินทาง พร้อมไปกับท่าน ส.ว. สนธยา แสงเภา ด้วย แล้วก็สิ่งหนึ่งครับที่ผมมีความประทับใจ เปึนอย่างยิ่ง แต่เปึนการประทับใจในทางลบครับ ไม่ใช่ในทางบวก คือผมได้แวะไปเยี่ยม โรงเรียนต่าง ๆ และในการเยี่ยมเยียนนั้นผมมักจะไปเวลาประมาณ ๑๑ โมง เพื่อจะร่วม ทานอาหารกลางวันกับเด็กนักเรียนด้วย ผมได้มีประสบการณ์ตรงแล้วก็เปึนของจริงครับ เพราะผมไม่เคยแจ้งล่วงหน้าว่าผมจะแวะไปที่โรงเรียนไหนก็ตามแต่ ในหลายพื้นที่ครับ นโยบายของรัฐบาลที่เขียนไว้ในข้อ ๔.๒.๑.๖ นั้น ในการที่จะส่งเสริมสนับสนุนโครงการ อาหารกลางวันนั้น รู้สึกว่าขณะนี้จําเปึนที่จะต้องปฏิบัติให้เคร่งครัดยิ่งกว่านี้ เพราะว่าคุณภาพของอาหารที่ให้บริการแก่เด็กนักเรียนนั้น ถ้าผมมีลูกผมไม่ให้ทานครับ และผมคิดว่าถ้าท่านสมาชิกหรือท่านประธานเองมีลูกก็คงจะไม่ให้ทานเช่นกัน คุณภาพ แย่มาก เด็กในวันนี้โตเปึนผู้ใหญ่ในวันหน้า ถ้าหากว่าเด็กโตขึ้นมาด้วยคุณภาพอาหาร ที่เสื่อมเช่นนี้แล้ว ผมคิดว่าประเทศไทยในอนาคตน่าเปึนห่วงยิ่งกว่านี้ท่านประธาน ที่เคารพ และผมคิดว่าท่านประธานน่าจะได้มีโอกาสได้เน้นถึงผู้รับผิดชอบทางรัฐบาล นะครับว่า ให้ปรับโครงการอาหารกลางวันให้ชัดเจน และปรับให้มีคุณภาพครับ แล้วก็ ควรจะมีคุณภาพที่ใกล้เคียงกัน นักเรียนที่อยู่ในโครงการรับผิดชอบของพื้นที่ ในต่างจังหวัดนั้นบางแห่งแย่มาก ๆ ถึงขนาดถาดเดียวทานกัน ๓ คน ผมไปนั่งทานด้วยนะครับ ผมถึงรู้ว่านี่หรือลูกหลานผมในอนาคต ซึ่งผมทําหน้าที่เปึนผู้แทนเขาจะต้องทานอาหาร อย่างนี้หรือครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นเปึนส่วนหนึ่งซึ่งผมมีความเปึนห่วงกังวล ต่อพี่น้องประชาชนคนไทยในอนาคต ซึ่งรัฐบาลนี้จะต้องรับผิดชอบครับ
อีกประการหนึ่งท่านประธานครับ ที่บ้านท่านประธานเองครับ ที่จังหวัด บุรีรัมย์ เมื่อวันเสาร์ที่แล้วผมไปจังหวัดบุรีรัมย์ หวังจะไปเยี่ยมท่านแต่ท่านไม่ได้อยู่กระมัง ถนนทางหลวงสาย ๒๒๖ แย่มากครับ ช่วยให้กระทรวงคมนาคมปรับปรุงหน่อยครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย ไม่อยู่นะครับ คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. จังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตใช้เวลาของรัฐสภาหารือเรื่องราว ความเดือดร้อนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พี่น้องชาวอําเภอจุฬาภรณ์ อําเภอ ร่อนพิบูลย์ และอําเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ประสบกับปัญหาความเดือดร้อน เกี่ยวกับเรื่องไฟฟัาตก ไฟฟัาดับอยู่ตลอดเวลา สาเหตุสําคัญมาจากปัญหาไฟฟัาลัดวงจร ที่เกิดจากเมื่อกระแสลมแรงกิ่งไม้ก็ไปพาดสายไฟแรงสูง ทําให้สายไฟฟัาแรงสูงแบบ สายเปลือยซึ่งลากผ่านแนวต้นไม้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเปึนสวนยางพาราแล้วก็เกิดไฟฟัา ลัดวงจรทําให้ทรัพย์สินของการไฟฟัาเสียหาย แล้วก็ต้องเสียเวลาในการไปแก้ไข ส่งผลกระทบต่อการใช้ไฟฟัาของชาวบ้าน ไม่ว่าจะเปึนบ้านเรือน ร้านค้า สถานประกอบการ โรงงาน ก็อยากจะให้ท่านประธานสภาประสานไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยที่กํากับดูแลการไฟฟัาส่วนภูมิภาค ให้พิจารณาปรับปรุงแก้ไข ด้วยการเปลี่ยนสายไฟฟัาแรงสูงจากสายเปลือยเปึนสายที่หุ้มฉนวนก็จะแก้ปัญหานี้ไปได้ ซึ่งในหลายพื้นที่ก็ได้ทําประสบความสําเร็จมาแล้วนะครับ
เรื่องที่ ๒ ศูนย์การเรียนรู้พลังงานทดแทน ที่ตําบลนาหมอบุญ อําเภอ จุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เปึนศูนย์การเรียนรู้ด้านพลังงานทดแทนของชาวบ้าน ที่จัดตั้งขึ้นมาด้วยความร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้าน แล้วก็ส่งเสริมปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง เปึนแบบอย่างที่สําคัญนะครับ ก็ได้ก่อตั้งมาแล้วเปึนเวลา ๔-๕ ป้ ในเบื้องต้น ได้รับการสนับสนุนเงินทุนงบประมาณเทคโนโลยีจากสํานักงานพลังงานที่ ๒๑ แล้วก็ สํานักงานพลังงานจังหวัดนครศรีธรรมราช และองค์การบริหารส่วนตําบลนาหมอบุญ แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีกําลังพอที่จะเปึนศูนย์เรียนรู้ที่สมบูรณ์แบบ ต้องของบประมาณเพิ่มเติม นะครับ ก็ขอให้ท่านประสานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในการสนับสนุน กิจกรรมของศูนย์นี้ ตั้งแต่การสนับสนุนองค์ความรู้เรื่องงบประมาณและการจัดสร้าง อาคาร รวมทั้งอุปกรณ์ที่จําเปึนครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณนิยม ช่างพินิจ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมมีเรื่องที่อยากจะหารืออยู่ ๓ เรื่อง ด้วยกันนะครับ
เรื่องแรก คือเรื่องของโครงการประกันราคาข้าว ตอนนี้พี่น้องเกษตรกร ในเขตพื้นที่ของจังหวัดพิษณุโลกได้ไปขึ้นทะเบียน จะมีส่วนของราชการ ข้าวที่พี่น้อง เกษตรกรทํามีอายุแค่ประมาณ ๓ เดือนเศษ ๆ เพราะว่าเพื่อต้องการที่จะประหยัดน้ํา แล้วประหยัดต้นทุน แต่ทั้งนี้ทางกระทรวงที่เกี่ยวข้องหรือทางส่วนราชการก็บอกว่าจะ ไม่รับขึ้นทะเบียน ตรงนี้ก็ฝากกระทรวงพาณิชย์ด้วย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ทาง ธ.ก.ส. ก็ดีถือว่าเปึนเรื่องสําคัญ แล้วพี่น้องก็ได้ทําไปแล้ว สิ่งที่ว่าในอนาคตจะทํา อย่างไรค่อยว่ากันอีกทีนะครับ
เรื่องที่สอง ปัญหาในนาข้าว ก็คือปัญหาข้าวดีด ข้าวเด้ง ในกรณีที่ข้าวออกรวงก่อน แล้วก็เก็บเกี่ยวไม่ได้ เพราะว่าจะมีอายุก่อน ถ้าข้าว ๔ เดือน ข้าวนี้ก็จะออกรวงประมาณเดือนสองเดือน ที่แถวบ้านเขาเรียกข้าวดีด ข้าวเด้งนะครับ แล้วก็พอไปถูกปุ็บเมล็ดก็จะร่วง นี่คือเรื่องที่สองนะครับ
แล้วเรื่องที่สามก็ฝาก ถือว่าเปึนเรื่องสําคัญมากในเขตพื้นที่ของจังหวัด พิษณุโลกเช่นกันนะครับ คือเรื่องของภัยแล้ง ตรงนี้ถือว่าเปึนสิ่งที่สําคัญโดยเฉพาะในเขต พื้นที่ของอําเภอพรหมพิราม ตําบลทับยายเชียง แล้วก็ตําบลดงประคํา เพราะว่าตอนนี้ ข้าวเองก็ถือว่าใกล้จะเก็บเกี่ยวแต่ก็ถือว่าไปเจออุปสรรคภัยแล้ง แล้วสิ่งสําคัญไม่ใช่เฉพาะ ในเขตของอําเภอพรหมพิราม อําเภอเนินมะปราง อําเภอวังทอง และสิ่งที่ผมอยากจะฝาก ท่านประธานนะครับ ข้อ ๑ อยากจะให้แก้ปัญหา โดยเฉพาะปัญหาภัยแล้ง ทําฝนเทียม หรือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ปัญหาเร่งด่วน และสิ่งที่สําคัญสิ่งที่ เสียไปแล้วก็ฝากท่านประธานเลยครับว่า ทําอย่างไรถึงจะพักหนี้ให้กับเกษตรกรได้ สิ่งที่ เขาเจอภัยแล้งแล้วข้าวเขาก็ได้เสียหายไปแล้ว ตรงนี้ก็ฝากเปึน ๒ เรื่องด้วยกัน ต้องขอขอบคุณท่านประธานมาก ขอบพระคุณมากครับ
คุณมณเฑียร บุญตัน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหา ภาคอื่น ในฐานะสมาชิก รัฐสภา กระผมใคร่ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า ระบบข้อมูลข่าวสาร ของทางรัฐบาลนั้นแม้ว่าจะได้รับการปรับปรุงโดยอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น เว็บไซต์ (Web site) ก็ตาม ก็ยังเปึนอุปสรรคต่อการเข้าถึงของคนพิการและผู้ด้อยโอกาส กลุ่มต่าง ๆ จึงทําให้ประชาชนนั้นเสียเปรียบและไม่สามารถที่จะเข้าถึงข่าวสารที่รัฐบาล ต้องการเผยแพร่ไปยังพี่น้องประชาชน แม้ว่ากระทรวง ไอซีที จะเคยมีดําริที่จะปรับปรุง เว็บไซต์ของรัฐให้เปึนไปตามมาตรฐานสากล ไม่เลือกปฏิบัติก็ตาม แต่ปรากฏว่า กระบวนการในการที่จะส่งเสริมให้เว็บไซต์ต่าง ๆ ของรัฐได้รับการปรับปรุงนั้นยังล่าช้าอยู่ เปึนเหตุให้เกิดอุปสรรคต่าง ๆ ตลอดมา ก็จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวง ไอซีที ได้โปรดเร่งดําเนินการในเรื่องนี้ด้วย
อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องสลากกินแบ่งรัฐบาลมีราคาแพงผิดปกติ อันเนื่องมาจากการกักตุนสลากของผู้ค้ารายใหญ่ไว้ที่บริเวณหน้าสํานักงาน สลากกินแบ่งรัฐบาล ใกล้ ๆ นี่ละครับทําให้เกิดการเก็งกําไร เกิดการจัดชุด แล้วก็เกิดการ จัดสรรที่ไม่เปึนธรรม เมื่อเกิดการจัดสรรไม่เปึนธรรม เกิดการกระจุกตัวของสลากกินแบ่งรัฐบาล ก็จึงทําให้สลากมีราคาแพงมาก ในขณะที่พี่น้องผู้ค้าสลากรายย่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนพิการและผู้ด้อยโอกาสนั้นไม่ได้รับประโยชน์จากการที่สลากมีราคาแพงเลย รัฐบาล จึงควรจะมีมาตรการในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างเปึนระบบ มีการจัดสรร อย่างเปึนธรรม ปัองกันการผูกขาด ปัองกันการกักตุนสลาก ซึ่งเปึนสาเหตุสําคัญ ของการที่สลากเกินราคา แทนที่จะไปมุ่งเน้นในการออกสลากออนไลน์ (Online) ซึ่งจะเปึนการเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนใหญ่เท่านั้นเอง ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณนริศ ขํานุรักษ์
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน
เรื่องแรก เรื่องติวเตอร์ แชนแนล (Tutor Channel) เปึนเรื่องที่ผมคิดว่า เปึนการปฏิรูปการเมืองครั้งสําคัญที่รัฐบาลชุดนี้จัดให้ แต่ผมคิดว่าความต้องการ ของนักเรียนยังมากกว่านี้มากนะครับ ไม่ว่าจะเปึนวิชาก็ต้องเพิ่มมากยิ่งขึ้น เวลาต้องเพิ่ม มากยิ่งขึ้น เพราะขณะนี้จัดให้เพียงอาทิตย์ละ ๑ ครั้ง แล้วครั้งละเพียง ๒ ชั่วโมง ผมคิดว่า มีความต้องการเรื่องนี้อย่างมากมาย แล้วก็ผู้ได้รับผลประโยชน์จากเรื่องดังกล่าว โครงการ ดังกล่าวของรัฐบาลไม่เพียงแต่เด็กที่ได้รับการศึกษา ผู้ปกครองก็ลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ในเรื่องการศึกษาลงได้มากนะครับ ผมคิดว่าอยากให้เพิ่มเวลาสําหรับโครงการดังกล่าว แล้วก็ถึงเวลาที่ทางรัฐบาลจะได้ให้มีทีวีเพื่อการศึกษาเฉพาะขึ้นมาสัก ๑ ช่อง แล้วนะครับ
เรื่องที่สอง ในจังหวัดพัทลุงยังมีที่ว่าการอําเภออยู่ ๒ อําเภอ เปึนที่ว่าการ อําเภอเก่านะครับ ผมคิดว่าทางกระทรวงมหาดไทยควรจะได้จัดงบประมาณให้กับ ๒ ที่ว่าการอําเภอให้เปึนที่ว่าการอําเภอใหม่ ให้กว้างขวาง เพื่อบริการพี่น้องประชาชน คือ อําเภอกงหรากับอําเภอป์าพะยอม ทั้งนี้สําหรับอําเภอตะโหมดนั้นยังขาดบ้านพัก ของนายอําเภอกับบ้านพักเจ้าหน้าที่นะครับ
เรื่องสุดท้าย เรื่องโรงเรียนที่ป่ดกิจการ เหตุเพราะว่าเด็กจํานวนไม่พอ ตามเกณฑ์นะครับ หลายโรงเรียนมากมีครุภัณฑ์ มีอาคารเหลืออยู่มากมาย ผมอยากให้ ทางท้องถิ่นหรือจากส่วนราชการใดก็ตามได้เข้าไปขอใช้ประโยชน์จากอาคารต่าง ๆ เหล่านั้น เพราะว่าบางที่ได้ปล่อยปละละเลยไว้ทรุดโทรมอย่างน่าเสียดาย บางอาคาร ยังแข็งแรงยังมั่นคง ยังกว้างขวางพอที่จะให้ท้องถิ่นให้ส่วนราชการทั้งเกษตรหรือ ส่วนราชการใด ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ไม่ต้องก่อสร้างใหม่ให้ใช้อาคารเรียนเหล่านั้นแทนได้ ขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปคุณเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๒ ใคร่ขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ดีใจครับที่เห็น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีมานั่งฟัง ผมได้รับ หนังสือร้องเรียนแล้วก็จะขออนุญาตอ่านแล้วจะนําส่งท่านประธานไปถึงท่าน นายกรัฐมนตรี เรื่องถนนไร้ฝุ์นครับท่านประธาน ขออนุญาตอ่านนะครับ
อ่านแล้วพูดความจําเปึน
ครับ ขออนุญาตว่าชาวบ้านได้ทําหนังสือร้องเรียน เรียน นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๒ ท่านได้ทําแผนผังแล้วก็ลายเซ็นบอกว่าถนนตรงนี้ ได้รับความเดือดร้อนมาก เขาได้ถ่ายภาพออกมานะครับ บอกว่าถนนไร้ฝุ์นอะไรมีแต่ฝุ์น เขาว่าอย่างนี้นะครับ จากบ้านโพธิ์สง่าไปยังบ้านท่าเป๋อย ผ่านหน้าโรงงานน้ําตาลชิบาโต แล้วก็ถนนตรงนี้จากตําบลตูมใต้ อําเภอกุมภวาป้จะผ่านออกไปทางตําบลเวียงคํา ผ่านไปยังตําบลตาดทอง แล้วก็อําเภอศรีธาตุผ่านทะลุไปยังจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ถนนตรงนี้ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลว่า ของบประมาณไปทําถนนลาดยาง ให้หน่อยนะครับ คงจะใช้งบประมาณไม่มาก อันนี้เปึนเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ เรื่องน้ําบาดาลบ้านโคกหนองแวง ตําบลนายูง อําเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี ชาวบ้านบอกเดือดร้อนมากนะครับ เพราะว่าน้ําไม่ไหลมาเปึน ๑ เดือนแล้ว นะครับท่านประธานก็ฝากท่านด้วยนะครับ อยากฝากท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรี อีกครั้งหนึ่งนะครับ ของบประมาณหน่อยนะครับ ดีกว่าไปสร้างบ้านให้หมีแพนด้า
ต่อไปคนสุดท้ายครับ ท่าน ส.ว. เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ แล้วก็เข้ารายการประชุมต่อไป เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ศาสตราจารย์เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันมีข้อหารือประเด็นเดียวนะคะ จะขอกราบ ฝากท่านประธานไปยังรัฐบาล เรื่องระบบทางเดินเลื่อนและบันไดเลื่อนที่ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ และสถานีรถไฟฟัาใต้ดินของ กทม.
ประเด็นคือในระบบสากลผู้ยืนหรือเดินบนทางเลื่อนหรือบนบันไดเลื่อน จะแอบชิดขวา เพื่อให้ผู้ที่รีบร้อน สามารถผ่านไปได้ทางด้านซ้าย ระบบดังกล่าวนี้ เปึนระบบสากล ดังเช่น ที่ท่าอากาศยานฮีทโธรว์ (Heathrow) ที่ประเทศอังกฤษ และรถไฟฟัาใต้ดินที่ลอนดอน เปึนต้น รถไฟฟัา บีทีเอส (BTS) ซึ่งสามารถชักชวน ให้ผู้โดยสารยืนเข้าแถวคอยขึ้นรถอย่างเปึนระเบียบได้ยึดระบบสากล โดยรณรงค์ ให้ผู้โดยสารยืนชิดขวาทางที่บนบันไดเลื่อนกับให้เดินด้านขวาของบันไดทั่วไป ประเด็นมีอยู่ว่าบนบันไดเลื่อนของสถานีรถไฟฟัาแอร์พอต ลิงค์ (Airport Link) ที่สนามบิน สุวรรณภูมิจะให้ผู้โดยสารยึดระบบสากลหรือไม่ ถ้าไม่ยึดในระบบสากลแล้ว เมื่อแอร์พอต ลิงค์เข้ามาถึงในเมืองแล้วเชื่อมกับระบบ บีทีเอส ก็จะเกิดปัญหาขึ้นได้ มีข้อเสนอแนะคือ
๑. สนามบินสุวรรณภูมิน่าจะยึดระบบสากลและติดสติ๊กเกอร์ (Sticker) พร้อมทั้งประกาศให้ผู้โดยสารยืนชิดขวาตามทางเดินเลื่อนและบนบันไดเลื่อน
๒. รถไฟฟัา บีทีเอส ควรใช้จอโทรทัศน์ในขบวนรถโดยให้ผู้โดยสารได้เห็น การใช้บันไดเลื่อนอย่างเปึนระบบ โดยถ่ายวีดิทัศน์จากตัวอย่างของฮีทโธรว์และลอนดอน มาให้ชม ในประเด็นนี้อาจใช้วีดิทัศน์ได้ ดิฉันขอรณรงค์ ขอบพระคุณค่ะ
หมดเวลาพอดีเลยครับอาจารย์ ขณะนี้มีท่านสมาชิกรัฐสภาได้เซ็นชื่อประชุม ๓๒๗ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว กระผม ขอเลื่อนรายชื่อประมาณ ๔๗ ชื่อ ที่ขอปรึกษาไปวันพรุ่งนี้ กระผมขอดําเนินการประชุม ตามระเบียบวาระ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมนะครับ
ด้วยในการประชุมเพื่อเป่ดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญในวันนี้ นอกจากมีการถ่ายทอดทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาตามปกติแล้ว ผมได้อนุญาตให้มี การถ่ายทอดการประชุมทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑ วรรคสอง จนเสร็จสิ้นการประชุมด้วย
เนื่องจากว่ามีการงดการถ่ายทอดบางช่วง ดูเหมือนจะเปึน ๒ ช่วงนะครับ ช่วงเวลา ๑๕.๐๐-๑๗.๐๐ นาฬิกา มีการแข่งขันกีฬา งดถ่ายทอดนะครับ แล้วก็เวลา ๒๐.๐๐-๒๐.๓๐ นาฬิกา ข่าวในพระราชสํานักก็งดการถ่ายทอด ๒ ช่วง จึงแจ้ง ให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มีนะครับ
ต่อไปขอเรียนที่ประชุม เนื่องจากว่ามาตรา ๑๓๖ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (๑๓) ได้บัญญัติไว้ในการที่ทางรัฐบาลได้เสนอให้มีการอภิปราย ตามมาตรา ๑๗๙ นั้น ก็ไม่จําเปึนที่จะต้องขออนุญาตเรื่องอื่นก็ดําเนินการต่อไป ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ดังนั้นกระผมขอดําเนินการต่อไปเลยนะครับ
ต่อไปเปึนการพิจารณาเรื่องด่วน ขอเป่ดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกัน ของรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
ด้วยนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือขอให้รัฐสภาเป่ดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุม ร่วมกันของรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๗ วรรคสี่ กําหนดว่าในสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติให้รัฐสภาดําเนินการประชุมได้เฉพาะ กรณี แล้วผมก็ได้ปรึกษาไปแล้ว ก็ถือว่าที่ประชุมคงไม่ขัดข้องนะครับ
ขอเชิญท่านนายกรัฐมนตรีแถลงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รัฐบาลได้มีนโยบายและได้แสดงจุดยืนตั้งแต่ต้นว่า การแก้ปัญหาความขัดแย้งในทางการเมืองจําเปึนที่จะต้องมีการพิจารณามาตรการ หลายๆ ด้าน ควบคู่กันไป ซึ่งหัวใจของการแก้ไขปัญหาก็คือเรื่องของความเปึนธรรม ในแง่ของการดําเนินนโยบาย ของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมนั้น ก็ได้ยึดแนวทางนี้ มาโดยตลอด ขณะเดียวกันแม้ว่าจะมีข้อโต้แย้งเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย อยู่หลายคดี กระผมและรัฐบาลก็ได้ถือเปึนนโยบายและได้กําชับผู้ที่เกี่ยวข้อง อยู่ตลอดเวลาว่าการดําเนินการในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายนั้นจําเปึนอย่างยิ่ง ที่จะต้องให้ความเปึนธรรมกับทุกฝ์าย และปฏิบัติกับทุกฝ์ายโดยเสมอภาคกัน
อย่างไรก็ตามในส่วนที่ ๓ ที่กระผมได้เรียนตั้งแต่วันแรกก็คือ ความจําเปึน ที่จะต้องหาทางออกในเรื่องของการเมือง โดยเฉพาะกติกาทางการเมืองซึ่งเปึนที่ยอมรับ ของทุกฝ์ายด้วย ดังนั้นประเด็นในเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้นจึงถูกหยิบยก ขึ้นมา แล้วก็เปึนที่วิพากษ์วิจารณ์ หรือมีการอภิปรายโต้แย้งกันมาเกือบจะตลอด หลังจาก เกิดเหตุการณ์ในช่วงเดือนเมษายนแล้ว ท่านประธานรัฐสภาก็ได้กรุณาแต่งตั้ง คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้น ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าวก็ได้นําเสนอรายงานนั้นต่อท่านประธาน แล้วก็ต่อรัฐบาลในช่วง ป่ดสมัยประชุม เมื่อเป่ดสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติขึ้นมา กระผมก็ได้มีโอกาสหารือ กับท่านประธาน ซึ่งท่านประธานและรัฐบาลก็เห็นพ้องต้องกันว่าการเดินหน้าเกี่ยวกับ รายงานฉบับนี้เปึนเรื่องที่เหมาะสมที่จะฟังเพื่อนสมาชิกรัฐสภา โดยผ่านการประชุม ร่วมกันของทั้ง ๒ สภา ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นว่าแนวทางหรือวิธีการที่เหมาะสมที่สุดก็คือ การอาศัยช่องทางของมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงเปึนที่มา ของการขอท่านประธานได้กรุณาเรียกประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาในเรื่องนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าอยากจะให้ท่านสมาชิกรัฐสภาได้ใช้โอกาสนี้ในการรับฟัง และสอบถามคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและการศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญและแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง เพื่อที่จะเปึนประโยชน์สําหรับ ทั้งฝ์ายนิติบัญญัติ และฝ์ายบริหารในการที่จะดําเนินการต่อไป ขอขอบคุณครับ
ต่อไปซึ่งมีทางฝ์ายค้าน ทั้ง ส.ว. ทั้งฝ์ายรัฐบาล ได้เสนอรายชื่อมาหมดแล้ว ผมจะดําเนินการต่อไปเลยนะครับ เริ่มแรกจาก พรรคเพื่อไทย คุณไชยา พรหมา ๒๐ นาที เชิญคุณไชยา
ท่านประธานครับ ผม ประสงค์ นุรักษ์ ขอหารือท่านประธานนิดหนึ่งครับว่าเรื่องการที่จะให้มีการอภิปราย ถ้าท่านประธานได้กรุณาได้อ่านชื่อล่วงหน้าสัก ๑๐ ชื่อได้ จะเปึนการดีมากเพื่อการเตรียมตัวครับ
ผมก็จะอ่านรายชื่อ กําลังอ่านอยู่ ท่านเสนอก็ดีแล้วครับ เสริมผมพอดี
ขอประทานโทษครับ
ขอบคุณครับ เนื่องจากประธาน คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องการ ที่จะแถลงบางอย่าง บางประการ เพื่อให้ที่ประชุมรับทราบ เชิญครับท่านประธาน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายดิเรก ถึงฝัืง สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดนนทบุรี และสมาชิกรัฐสภา ในฐานะประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ผมจะขออนุญาตสรุปแนวทางของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เราได้ทํางานกันเสร็จสิ้นหลังจาก ที่ท่านประธานรัฐสภาได้ออกคําสั่งมอบภารกิจให้แล้ว เพื่อให้ท่านสมาชิกทุกท่าน ได้กรุณาทราบถึงรายละเอียดที่ไปที่มาในหนังสือรายงานของคณะกรรมการที่อยู่ในมือ ของทุกท่านแล้ว
คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ชุดนี้ได้รับแต่งตั้งโดยความเห็นชอบของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านประธาน รัฐสภา และประธานวุฒิสภา เพื่อที่จะแก้ปัญหาทางด้านการเมือง ซึ่งในช่วงนั้นพี่น้อง ทั้งหลาย ท่านทั้งหลายคงจะเห็นนะครับว่ามันเปึนวิกฤตการณ์ทางการเมือง ซึ่งไม่เคย เกิดขึ้นก่อนในประเทศไทยขนาดนั้น ที่ว่าไม่เคยเกิดขึ้นก่อนในประเทศไทยขนาดนั้น ก็เพราะว่ามันเกิดความแตกแยกกันไปเปึนภาค และไปถึงครัวเรือน สามี ภรรยา ใส่เสื้อ คนละสีทะเลาะกัน
-๑๓/๑ ลูกเต้าวุ่นวายกันไปหมดในครอบครัว ภาวะนั้นมันเปึนภาวะที่เปึนที่วิตกทุกข์ร้อน ของคนไทยทั้งประเทศ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านประธานรัฐสภาและท่านประธาน วุฒิสภา มีความเห็นพ้องต้องกันว่าถ้าเราไม่รีบแก้ไขวิกฤตินี้ ปัญหาอย่างอื่นก็จะติดตามมา ประเทศไทยเราก็จะประสบปัญหาหลายประการที่พี่น้องคนไทยไม่อยากเห็น ฉะนั้นเมื่อ คณะกรรมการชุดนี้แต่งตั้งขึ้นมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้เลือกให้ผมเปึนประธาน คณะกรรมการ เราประชุมวันแรกได้แบ่งคณะอนุกรรมการออกเปึน ๓ คณะอนุกรรมการ ของคณะกรรมการชุดนี้ คณะอนุกรรมการที่ ๑ ก็คือ คณะอนุกรรมการหาแนวทาง สร้างความสมานฉันท์ คณะอนุกรรมการที่ ๒ ก็คือ แนวทางการปฏิรูปการเมือง คณะอนุกรรมการที่ ๓ ก็คือแนวทางการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๓ คณะอนุกรรมการนั้น ก่อนที่จะทํางานผมได้ทําความเข้าใจกับคณะกรรมการ ทุกท่านว่า ในการทํางานที่จะนําไปสู่ความสําเร็จแห่งการสมานฉันท์นั้น ทุกคน ต้องเลิกความคิดเก่า ๆ เสีย ความคิดเก่าคืออะไร ความคิดเก่าที่ว่าอ้ายนี่ก็ของเรา อ้ายนี่ ก็ของเรา พรรคพวกเรา พรรคเรา รัฐธรรมนูญของเราใครจะมาแตะต้องไม่ได้ ความคิดต่าง ๆ เหล่านี้ ต้องเลิก ถ้าเราจะต้องการสมานฉันท์สร้างบ้านเมืองให้สงบสุข เปลี่ยนความคิดใหม่เสีย ความคิดใหม่ก็คือประเทศไทยเปึนของเรา เราจะต้องช่วยกันแก้ปัญหาให้ได้ ผมได้ให้ แนวคิดนี้กับคณะกรรมการทุกคน ถ้าเราคิดว่าประเทศเปึนของเรา เราจะต้องช่วยกัน แก้ปัญหาให้ได้ ทุกคนต้องถอยหลังกันคนละก้าวสองก้าว ตั้งสติให้ดี เอาประเทศ เปึนตัวตั้งช่วยกันคิด ช่วยกันพิจารณา เราก็จะสามารถแก้ปัญหาให้ประเทศชาติลุล่วง ไปได้ หลังจากนั้นเราได้มีแนวปฏิบัติร่วมกันว่า ทุกคณะอนุกรรมการจะต้องทํางานด้วย ความเปึนธรรม เปึนกลาง และโปร่งใส ภายใต้ปรัชญาเดียวกันว่า ถ้าความเปึนธรรมไม่มี ความสามัคคีจะเกิดขึ้นในชาติไม่ได้ ผมได้มอบภารกิจให้กับประธานคณะอนุกรรมการทั้ง ๓ ท่านว่า คุณคิดอะไรก็ได้ คุณคิดอะไรออกมา แต่ขอให้คุณยึดหลักแห่งความเปึนธรรม เปึนกลาง แล้วก็โปร่งใส เปึนหลักในการนํามาสู่การพิจารณา ทั้ง ๓ คณะอนุกรรมการ ก็นําไปสู่การพิจารณาตามแนวทางที่เราได้กําหนดให้ ก็คือเรื่องของความเปึนธรรม และคณะกรรมการทั้ง ๓๙ คนนั้น ไม่ได้คิด ไม่ได้ทําเฉพาะ ๓๙ คน หลังจากประชุมวันแรก ผมได้เป่ดเว็บไซต์ให้พี่น้องประชาชนได้แสดงความคิดเห็นเข้ามา นอกจากเป่ดเว็บไซต์แล้ว ผมกลัวว่าคนจะใช้เว็บไซต์ที่ยังคุ้นเคยกับการใช้เว็บไซต์ จะไม่เข้าใจ จะไม่สามารถจะเป่ด ให้คําแนะนํามาสู่เราได้ ผมก็เป่ดตู้ ปณ. ๗๘๙ ของรัฐสภาให้อีก นอกจากนั้นยังทําหนังสือ ไปถึงพรรคการเมืองทุกพรรค ขอให้แสดงความเห็นว่าเราจะสร้างความสมานฉันท์กัน อย่างไร ทําหนังสือไปถึงมหาวิทยาลัย ๑๐๐ กว่าแห่งที่มีอยู่ในประเทศไทย ให้ช่วยเสนอ แนวทางปฏิบัติว่าเราจะทํากันอย่างไร เราไม่ได้ทําตรงนี้เฉพาะพวกเราคณะกรรมการ ทั้ง ๓๙ คน นอกจากนั้นยังประชุมนักวิชาการอิสระไปสัมมนาเปึนระยะ ๆ และเป่ดสมัชชา ทางอากาศแสดงความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศให้แสดงความ คิดเห็นเข้ามาว่าเราจะมีทางในการแก้ปัญหาประเทศชาติของเราอย่างไร ใน ๓ แนวทางก็ คือการสร้างความสมานฉันท์ การปฏิรูปการเมืองและการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังจากที่เราเป่ดเว็บไซต์มาแล้ว ทุกอย่างก็เข้ามา ตู้ ปณ. เข้ามา การแสดงความคิดเห็น เข้ามา เข้ามากันเปึนระยะ ๆ มากมายเหลือเกิน คณะกรรมการทั้ง ๓ คณะอนุกรรมการก็ เอาตรงนี้เข้าไปพิจารณาตามข้อเสนอต่าง ๆ ที่ได้รับคําแนะนํามาจากพี่น้องประชาชน ผลแห่งการสรุปหลังจากที่เราได้ทํางานกันไปแล้วออกมาทั้ง ๓ อนุกรรมการ ดังนี้
อนุกรรมการที่ ๑ แนวทางการสร้างความสมานฉันท์ เราได้แนวทาง
ข้อที่ ๑ ว่าต้องลดวิวาทะ อคติ และการตอบโต้ใส่ร้ายทางการเมือง ซึ่งกันและกัน
ข้อ ๒ ฝ์ายรัฐบาลและฝ์ายค้านควรลดเงื่อนไขความขัดแย้งเดิม และไม่สร้างความขัดแย้งใหม่ขึ้นมา
ข้อที่ ๓ เราอาศัยสื่อสารมวลชนกับการสร้างสังคมสมานฉันท์ หมายความว่าเราต้องการให้พี่น้องประชาชนที่เปึนสื่อมวลชนทั้งหลายได้ช่วยกัน ขอความกรุณาสื่อเหล่านี้ช่วยกันสร้างกระแสแห่งความสมานฉันท์ขยายไปถึงพี่น้อง ประชาชนของคนไทยทั้งประเทศ และขอร้องให้ลดพื้นที่ในการใช้สื่อที่เสนอเรื่อง ความขัดแย้งให้น้อยลง เพราะเรามุ่งเรื่องความสมานฉันท์
ข้อที่ ๔ จัดให้มีกระบวนการเจรจาเพื่อสันติ
ข้อที่ ๕ จัดสมัชชาสมานฉันท์ส่วนภูมิภาค จัดสมัชชาสมานฉันท์ ส่วนภูมิภาคหมายถึงว่า เราต้องส่งทีมงานไปสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ ให้เข้าใจว่าเวลานี้รัฐบาล ประเทศไทยของเรากําลังจะนําสู่การสมานฉันท์แล้ว ความขัดแย้งต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวงที่เคยมีอยู่นั้น พี่น้องประชาชนต้องช่วยกันแก้ปัญหา
ข้อที่ ๖ หลังจากที่เราได้ทํากระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้เสร็จสิ้นไปแล้ว เราก็ ควรที่จะมีการสร้างรัฐธรรมนูญฉบับสมานฉันท์ขึ้นมา
นี่เปึนอนุกรรมการที่ ๑ ที่ได้เสนอแนวทางสรุปนะครับ ส่วนรายละเอียด ต่าง ๆ ทั้ง ๓ อนุกรรมการนั้น อีกสักครู่หนึ่งผมจะให้ประธานอนุกรรมการได้นําเรียนชี้แจง ต่อไป
สําหรับอนุกรรมการที่ ๒ แนวทางการปฏิรูปการเมืองมีบทสรุปอยู่ ๔ หัวข้อ
ข้อที่ ๑ ก็คือปรับปรุงโครงสร้างทางอํานาจการบริหารทางการเมือง เศรษฐกิจใหม่
ข้อที่ ๒ วัฒนธรรมทางการเมืองที่สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิตประชาธิปไตยของคนไทย ทั้งที่เปึนสากล ในระดับประชาชน ชุมชน โดยผ่าน ระบบการศึกษา และระบบอื่น ๆ ของสังคม
ข้อที่ ๓ บทบาททางการเมืองของภาคส่วนต่าง ๆ ที่สอดคล้องและส่งเสริม การพัฒนาประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม เช่น ภาคพลเมือง ภาคการเมือง ภาครัฐ และภาควิชาการ
ข้อที่ ๔ หลักนิติธรรม หลักนิติธรรมและระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ส่งเสริม ต่อการพัฒนาประชาธิปไตยตามหลักแห่งการเปึนสังคมนิติรัฐ
คณะอนุกรรมการปฏิรูปการเมืองนั้น แม้ว่าจะเสนอหัวข้อเพียง ๔ หัวข้อก็ ตาม แต่รายละเอียดใน ๔ หัวข้อนั้น เราได้จัดกรุ๊ป (Group) แบ่งหมวดเอาไว้มากมาย และสามารถที่จะขยายผลใน ๔ ข้อนี้ได้อย่างชัดเจน
พอมาถึงอนุกรรมการที่ ๓ อนุกรรมการเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งผม ได้กราบเรียนตั้งแต่เบื้องต้นแล้วว่า เรายึดหลักของความเปึนธรรม ความเปึนกลาง และโปร่งใส พอมาเอาหลักของความเปึนธรรมเข้าไปจับในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เราจะเห็นว่ามันมีหลายมาตราที่ไม่เปึนธรรมต่อสังคม ยกตัวอย่างเช่น มาตรา ๒๓๗ ซึ่งเรายกอยู่ประเด็นข้อที่ ๑ เรื่องของการยุบพรรค เรื่องของการตัดสิทธิทางการเมือง ของคณะกรรมการพรรค เราวิพากษ์วิจารณ์กันมากว่าทําไมคนที่ไม่ทําความผิดจึงต้อง ไปถูกลงโทษด้วย พอเอาความเปึนธรรมเข้าจับ เราจะเห็นชัดเจนเลยว่าคณะกรรมการพรรคบางคน นั่งทํางานอยู่ตามปกติ ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวเรื่องความเสียหายทั้งหลายทั้งปวงเลย วันดีคืนดี ถูกตัดสิทธิ ถูกลงโทษไปแล้ว ตรงนี้เองที่ความเปึนธรรมไม่เกิดขึ้นในมาตรา ๒๓๗ ประกอบกับการยุบพรรคนั้นโดยหลักของการเมืองในระบอบประชาธิปไตย สถาบัน ทางการเมืองซึ่งมีอยู่ ๙ สถาบันนั้น พรรคการเมืองเปึนสถาบันทางการเมืองที่สําคัญที่สุด ในจํานวน ๙ สถาบันทางการเมืองโดยหลักของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เขาจะต้องสร้างพรรคการเมืองให้เข้มแข็งเพื่อให้ดํารงไว้ซึ่งแนวทางในการสร้างอุดมการณ์ ของคนทั้งประเทศที่มีอุดมการณ์เดียวกัน แล้วก็เข้ามารวมกลุ่มเพื่อดําเนินการทาง การเมืองให้ได้มาซึ่งอํานาจรัฐในการบริหารประเทศ เพราะฉะนั้นหัวใจของการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยก็คือพรรคการเมือง พรรคการเมืองนั้นจะต้องถูกสร้างให้เข้มแข็ง ไม่ใช่สลายง่ายและยุบแล้วยุบอีก นั่นหมายถึงว่าเปึนการสลายขั้วของความเปึน ประชาธิปไตยในการปกครองระบอบประชาธิปไตย จึงเกิดประเด็นที่เราเสนอให้แก้ มาตรา ๒๓๗ หลักของการออกกฎหมายทุกประเภทนั้น ออกกฎหมายมาเพื่อปัองกัน ไม่ให้คนกระทําความผิด เปึนการปัองกัน และเมื่อคนกระทําความผิดแล้วก็จะต้อง ถูกลงโทษตามตัวบทกฎหมายที่กําหนดไว้ นี่คือหลักหนึ่งของการออกกฎหมาย แต่ทําไม ในมาตรา ๒๓๗ คนที่เขาไม่ได้ทําความผิดมันจึงถูกลงโทษด้วย ตรงนี้เองที่คณะกรรมการ ได้พิจารณากันอย่างถ่องแท้แล้ว จึงได้เสนอในมาตรา ๒๓๗ และมันก็สอดคล้องกับที่เรา ได้จากเว็บไซต์ เราได้จากตู้ ปณ. เราได้จากการไปสัมมนา แล้วเราได้จากสมัชชา ทางอากาศ ซึ่งเราปล่อยให้คนได้เสนอแนวทางมาแล้วเราก็จดประเด็น จับประเด็นเหล่านี้ เอาไว้
เพราะฉะนั้นทั้ง ๓ แนวทางของ ๓ คณะอนุกรรมการนั้น เมื่อเราได้กระทํา เสร็จเรียบร้อยแล้ว ด้วยความเหนื่อยยาก ด้วยความตั้งใจท่ามกลางกระแสความคิดที่ แตกแยก ความคิดที่ไปคนละทิศคนละทาง แต่ทุกคนมีความคิดเดียวกันว่าแม้ว่าจะ แตกแยกทางความคิดเรื่องแนวทาง แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคน คณะกรรมการทุกคนมีความเห็น พ้องต้องกันก็คือว่าอยากเห็นบ้านเมืองสมานฉันท์ เพราะฉะนั้นความคิดที่แตกแยกเราจึง เอาความเปึนธรรมเข้าจับ เราสามารถเอาความคิดที่แตกแยกนั้น ค่อย ๆ สรุปประเด็นมา เปึนกลาง ๆ แล้วสรุปมาเปึนเอกสารฉบับนี้ได้อย่างครบถ้วนในแนวทางที่เราจะช่วยกัน สร้างความสมานฉันท์ให้กับบ้านเมืองนี้ ผมได้นําเสนอรายงานฉบับนี้เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคมที่ผ่านมา ถึงวันนี้วันที่ ๑๖ ครบพอดี ๒ เดือน ในขณะเดียวกัน ๒ เดือนที่ผ่านมานี้ ได้มีกระแสพุ่งไปที่รัฐบาล ได้มีกระแสพุ่งมาที่ตัวผมเองว่าเราจะเริ่มสมานฉันท์ เราจะเริ่ม ทํางานกันเมื่อไร ผมเองก็ได้แต่ตอบแทนรัฐบาลไปบ้าง ตอบแทนตัวเองที่ถูกกระแส พุ่งเข้ามาบ้างว่าขอให้ใจเย็นไว้ เพราะเจตนาเดิมเราต้องการที่จะสร้างความสมานฉันท์ ช้าหรือเร็วนั้นเปึนส่วนหนึ่งที่รัฐบาลกับท่านประธานรัฐสภาจะต้องช่วยกันพิจารณาว่า จะดําเนินการแค่ไหนอย่างไร วันนี้เราได้เป่ดอภิปรายร่วม ได้นําเรื่องนี้เข้าสู่การประชุม ในรัฐสภาแล้ว ถือว่าเปึนการเริ่มต้นที่ดี ผมได้ให้คําแนะนํากับวิป (Whip) ทั้ง ๓ ฝ์าย ให้คําแนะนํากับรัฐบาลผ่านทางสื่อว่าผมอยากให้รัฐบาลได้ทําพร้อมกันไป ทั้ง ๓ คณะอนุกรรมการ โดยเฉพาะคณะอนุกรรมการที่ ๑ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีท่านเริ่ม แสดงออกซึ่งต้องการให้เกิดความสมานฉันท์ตามแนวทางคณะอนุกรรมการที่ ๑ แล้ว ผมเชื่อว่ามันจะลดกระแสกดดันต่าง ๆ ลงไปได้ เป่ดการคุยกัน เจรจากัน เอาคณะอนุกรรมการชุดที่ ๑ ขึ้นมา คณะอนุกรรมการชุดที่ ๒ ขึ้นมา และในที่สุดมาถึงคณะอนุกรรมการชุดที่ ๓ มันก็ช่วยกันคิดช่วยกันแก้ ทําให้เรา จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ในบทสรุปเราได้เสนอไว้ชัดเจนว่าในเบื้องต้นเราแก้เพียง ๖ ประเด็น แต่ในระยะยาวเราเสนอให้ตั้ง สสร. ๓ เพื่อศึกษารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ใหม่ ทั้งฉบับ ซึ่งผมคงไม่ต้องพูดที่ไปที่มาและความรู้สึกทั้งหลายทั้งปวงที่มีต่อพี่น้องคนไทย และนักการเมืองในสภาแห่งนี้ว่ามีความรู้สึกอย่างไร แต่ขอยืนยันว่า ถ้าประเทศเรา ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญจะต้องมาในระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ มาด้วยคนหนึ่งคนใด กลุ่มหนึ่งกลุ่มใดเปึนคนสร้างเปึนคนทํา แล้วนั่นละเราจะจรรโลง ระบอบประชาธิปไตยของเราได้ บทสรุปเราได้เสนอเอาไว้ชัดเจน แม้ว่าจะไม่ใช่เขียนแบบ เชิงวิชาการที่สวยงาม แต่เราก็เขียนขึ้นจากทุกคนที่ยอมรับในบทสรุปแห่งนี้แล้ว จึงขอฝาก ท่านประธานไปถึงรัฐบาลว่า วันนี้เราต้องเริ่มต้นสมานฉันท์กันแล้ว ถ้าเราไม่เริ่มต้น สมานฉันท์ ผมทายไว้ได้เลยว่าประเทศชาติเราจะประสบปัญหาอย่างรุนแรง อย่างที่ ไม่เคยมีมาก่อนในสังคมไทย ฝากถึงท่านประธาน ฝากถึงรัฐบาลผ่านท่านประธานรัฐสภา ด้วย
ผมจะขออนุญาตสรุปสั้น ๆ เพียงแค่นี้ และขออนุญาตให้ประธาน อนุกรรมการทั้ง ๓ อนุกรรมการ เริ่มตั้งแต่อนุกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางสร้าง ความสมานฉันท์ทางการเมืองของสังคมไทย ท่านตวง ได้นําเสนอรายละเอียดต่อ ตามด้วย อนุกรรมการที่ ๒ ท่านรองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ และอนุกรรมการที่ ๓ ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช กราบขอบพระคุณครับ
ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ได้ไหมครับ อนุกรรมการทั้ง ๓ ท่านนี้ ท่านคอยตอบเขาดีกว่านะครับ เพราะว่าแต่ละท่านจะอภิปราย ประเด็นคณะอนุกรรมการ ๑ เปึนอะไร ประเด็นคณะอนุกรรมการ ๒ เปึนอย่างไร ประเด็น คณะอนุกรรมการ ๓ เปึนอย่างไร เพื่อท่านจะได้จดรายละเอียด เอาอย่างนั้นดีกว่า แล้วท่านนั่งอยู่ตรงนี้ทั้ง ๓ อนุกรรมการนะครับ และทั้งท่านประธานด้วยเพื่อจะได้ช่วย ชี้แจงต่อที่ประชุมนะครับ มันจะได้เนื้อหาสาระว่าเพราะเขาอ่านในเอกสารอยู่แล้วนะครับ ผมขอดําเนินการนะครับ เรียนว่าผู้ที่จะอภิปรายในช่วงแรกนั้นมีท่านไชยา พรหมา ท่านสุรจิต ชิรเวทย์ ท่านวันชัย แสงสุขเอี่ยม ท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ท่านสมเกียรติ ศรลัมพ์ ท่านพีระ มานะทัศน์ ๖ ท่านแรกก่อน เชิญท่านไชยา พรหมา ๒๐ นาทีครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นนั้นก็ต้องขอชื่นชมคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ท่านได้ใช้เวลาในการที่จะหาแนวทาง ของการแก้ไขปัญหาของชาติร่วมกัน ตามที่ท่านประธานได้ชี้แจงต่อที่ประชุมนี้ถึงเหตุผล แล้วก็ความตั้งใจในการที่จะทําให้เกิดความสมานฉันท์ของคนในชาตินั้น ต้องยอมรับว่า ไม่เฉพาะสมาชิกรัฐสภาเท่านั้น แม้กระทั่งประชาชนทั่วไปที่ติดตามการทํางาน ของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญชุดนี้ ด้วยการติดตามที่คอยความหวังว่าอยากจะเห็นบ้านเมืองนั้นกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าการทํางานของท่านตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นคงไม่สูญเปล่า แต่ถึงอย่างไรก็ตามนั้นท่านประธานที่เคารพครับ การแก้ไขปัญหานั้นจะบรรลุ วัตถุประสงค์เปัาหมายอย่างที่พวกเราตั้งใจ สมอย่างที่รัฐบาลนั้นได้เป่ด ได้ขออนุญาต สภาแห่งนี้เพื่อขอรับฟังความคิดเห็นสมาชิกรัฐสภา เพื่อหาแนวทางร่วมกันว่าสิ่งที่ เกิดขึ้นกับชาติบ้านเมืองในปัญหาวิกฤติทางการเมืองนั้นเราจะร่วมกันแก้ไขอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่จะลงไปสู่รายละเอียดว่าเราจะร่วมกันช่วยคิดที่จะนําไปสู่ การแก้ไขปัญหาแล้วก็การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น สิ่งที่เราละเลยไม่ได้นั้นก็คือเราต้องรู้ว่า สภาพปัญหาที่ผ่านมานั้นเปึนอย่างไร กระบวนการต่อสู้ กระบวนการประชาธิปไตยที่ได้ เกิดขึ้นตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองป้ ๒๔๗๕ เปึนต้นมาจนถึงทุกวันนี้ จะเห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญนั้นกว่าที่จะได้มาแต่ละฉบับต้องผ่านการต่อสู้ของกระบวนการประชาธิปไตย ต้องสูญเสียชีวิต สูญเสียเลือดเนื้อ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ให้เราศึกษาครับ ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยต้องยอมรับว่ารัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ได้ครองอํานาจ ได้บริหารประเทศมาเปึนเวลานาน โดยเฉพาะรัฐบาลทหาร ในช่วงของ การบริหารของรัฐบาลทหารนั้นสิทธิและเสรีภาพของประชาชนไม่เกิด ประชาชน ไม่มีโอกาสที่จะรับรู้ถึงสิทธิและเสรีภาพไม่ว่าจะด้านใดก็ตาม กระบวนการตรงนี้ได้เริ่มต้น การเปลี่ยนแปลงและจุดประกายเมื่อ ๑๔ ตุลาคม ป้ ๒๕๑๖ ครับ ตอนนั้นขบวนการ นักศึกษาประชาชนหลายแสนคนได้เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในยุคนั้นต้องต่อสู้ กับเผด็จการทหาร นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเสียเลือด เสียเนื้อ จะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญ และกระบวนการประชาธิปไตยนั้นได้สืบทอดกันมาเปึนระยะจากเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ป้ ๒๕๑๖ มาถึงเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ป้ ๒๕๑๙ มาถึงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ป้ ๒๕๓๕ ซึ่งผมมีโอกาสอยู่ในสภาแห่งนี้เปึนครั้งแรก จะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญแต่ละฉบับกว่าจะ ได้มาจากการเรียกร้องของประชาชนนั้น ต้องสูญเสียชีวิต เลือดเนื้อ ร่างกายของผู้บริสุทธิ์ จํานวนมากมายครับ ท่านประธานที่เคารพความสูญเสียนั้นเปึนความสูญเสียที่เปึน การต่อสู้ในเรื่องของความคิด ความคิดกระบวนการที่จะไม่ให้ประชาธิปไตยเกิดขึ้น ในบ้านเมืองนี้ ก็มีความคิดและมีความเชื่อว่าประชาชนนั้นไม่ต้องรู้อะไรมากหรอก คอยเปึนผู้ถูกปกครอง รัฐบาลมาจากการปฏิวัติรัฐประหาร ก็พยายามที่จะกดขี่ข่มเหงประชาชน ป่ดหูป่ดตา ในขณะเดียวกันกระบวนการประชาธิปไตยเองก็พยายามที่จะต่อสู้ดิ้นรน กับสิ่งเหล่านี้ เพื่อให้เกิดบรรยากาศว่าวันนี้นานาอารยประเทศทั่วโลกเขามีการ เปลี่ยนแปลง นําไปสู่การแก้ไขปัญหาการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมากขึ้น ถึงเปึน ที่มาของการต่อสู้ของขบวนการประชาชนที่ให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ แต่บทสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพจะเห็นว่ากระบวนการการต่อสู้ของประชาชนก็สิ้นสุดอยู่ที่การยึด อํานาจของบรรดาผู้ที่ต้องการไม่อยากจะเห็นประชาธิปไตยเกิดขึ้นในบ้านในเมืองนี้ แล้วก็ มักจะยกเหตุผลเปึนองค์ประกอบให้กับการกระทําการยึดอํานาจ ทําลายล้างรัฐบาลที่มา จากการเลือกตั้ง ด้วยมูลเหตุและเหตุผลที่คล้ายคลึงกันครับ
ข้อที่ ๑ ก็มักจะบอกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหรือรัฐบาลพลเรือนนั้น ทุจริตคอร์รัปชัน
ข้อที่ ๒ ก็คือในเรื่องของการไม่จงรักภักดี
ข้อที่ ๓ ก็คือรังแกข้าราชการ
ใน ๓ เรื่องนี้จะเปึนเหมือนกับสูตรสําเร็จของการยึดอํานาจ เฉกเช่นเดียวกันครับท่านประธานครับ สภาพปัญหาดังกล่าวนี้ได้ทําลายขบวนการรัฐบาล ที่มาจากพลเรือนมาทุกยุค ทุกสมัย ปัญหาเหล่านี้ได้รับการแก้ไขเมื่อมีการทํารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ในสภาพก่อนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นจะเห็นว่าพรรคการเมืองต่าง ๆ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็มาจาก หลากหลายพรรคการเมือง มาจากรัฐบาลผสม สร้างอํานาจต่อรองอะไรต่าง ๆ เพื่อผลประโยชน์มากมาย รัฐบาลไม่มีความเข้มแข็ง รัฐบาลอยู่ป้หนึ่งยุบสภา ป้หนึ่งเลือกตั้ง ๒ ป้เลือกตั้ง หรือแม้กระทั่งการยึดอํานาจ เปึนอย่างนี้อยู่ตลอดเวลาครับ ก่อนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็มีกระบวนการในการที่จะทํารัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิด ประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบ เปึนจุดเริ่มต้นในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่ระดมความคิดเห็น หลากหลายจากนักวิชาการ จากผู้รู้ทั้งหลายมาเขียนรัฐธรรมนูญ มีการตั้ง สสร. ขึ้นมา ผล ของการทํารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่เอาข้อด้อยของรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ นี้เพื่อที่จะ สร้างความเข้มแข็งทางการเมืองให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ ให้มีการยอมรับในสิทธิเสรีภาพ ของประชาชนมากขึ้น ให้มีองค์กรอิสระในการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐซึ่งถือว่าเปึน รัฐธรรมนูญที่ดีฉบับหนึ่ง ที่ยอมรับได้ในประเทศนี้ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ถึงจะมี ความเข้มแข็งของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่สร้างเสถียรภาพให้กับรัฐบาลที่มีความเข้มแข็ง ก็ตาม ก็ไม่เปึนที่พอใจของผู้ที่ไม่ต้องการประชาธิปไตย พยายามที่จะกล่าวหารัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้งหลังรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ว่ารัฐบาลนั้นมีความเข้มแข็งเกินไป ยากต่อการตรวจสอบ จนนําไปสู่การกล่าวหาว่าเปึนเผด็จการรัฐสภา ผมจําได้ว่าผมได้ฟัง นักวิชาการที่เปึนหนึ่งในคณะ สสร. ในยุคนั้นได้อธิบายถึงเหตุผลความเหมาะสม ของรัฐธรรมนูญ จุดแข็งของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ในการที่จะสร้างเสถียรภาพของรัฐบาล ให้มีศักยภาพในการบริหารประเทศ เพื่อสามารถที่จะเปึนรัฐบาลต่อสู้กับปัญหาเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองเหมือนกับนานาอารยประเทศ ให้มีความเข้มแข็ง ไม่ต้องเปลี่ยนแปลง ทางการเมืองบ่อยครั้ง ตอนนั้นก็ถูกกล่าวหาว่ารัฐบาลที่มีความเข้มแข็งแบบนี้ เปึนเผด็จการรัฐสภา ยากต่อการตรวจสอบ และนําไปสู่การกล่าวหารัฐบาลที่ผ่านมา อย่างเสีย ๆ หาย ๆ ครับ จนนําไปสู่การยึดอํานาจเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ ท่านประธานที่เคารพครับ จุดตรงนี้ละครับ ท่านประธานครับ เปึนจุดเริ่มต้นของปัญหา ที่เรามานั่งพูดกันวันนี้ ความเข้มแข็งของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมยอมรับครับ ท่านประธานว่าอาจจะไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญว่าเมื่อใช้รัฐธรรมนูญไปสักระยะหนึ่ง เห็นความบกพร่อง ที่จะต้องแก้ไขก็สามารถที่จะดําเนินการแก้ไขได้ และไม่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ในประเทศเรานี่ครับ ท่านประธานครับ ไม่มีครับ ที่มีบทบัญญัติว่าการเปลี่ยนแปลง ทางการเมืองใด ๆ ให้มีการเปลี่ยนแปลงโดยคณะทหาร โดยการยึดอํานาจ โดยการ เอารถถัง โดยการเอากองกําลังทหารออกมาในการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ไม่มีครับ บทบัญญัตินี้ไม่เคยมี นี่คือเปึนมูลเหตุว่าทุกครั้งที่มีการยึดอํานาจต้องฉีกรัฐธรรมนูญครับ ถามว่าวันนี้ความคิดอย่างนี้ยังมีอยู่ไหม ผมตอบท่านประธานเลยว่ายังมีอยู่ แต่ที่ไม่ทํา ไม่คิด ไม่ดําเนินการก็เพราะว่ากระแสสังคมโลกเขาไม่รับครับ เพราะฉะนั้นแนวทาง การแก้ไขปัญหาของประเทศ ปัญหาวิกฤติทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เขาแก้กันที่นี่ครับ แก้ในรัฐสภาที่นี่ละ จริงอยู่ว่าการแก้ไขปัญหาทางการเมืองในวิถีทางประชาธิปไตยมัน อาจจะไม่ทันอกทันใจ มันอาจจะแก้ไขปัญหาไม่ทันท่วงที แต่ว่านานาอารยประเทศเขาก็ ทํากันแบบนี้ละครับ คือการเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสามารถตรวจสอบ การใช้อํานาจรัฐได้ เปึนการถ่วงดุลอํานาจอธิปไตยที่ชัดเจน การปฏิวัติเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ ที่ผมบอกว่าเปึนมูลเหตุของความขัดแย้งทางสังคมนั้น ท่านประธานครับ ฝ์ายที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญเมื่อมีการยึดอํานาจแล้วก็มีการเขียน รัฐธรรมนูญที่เรียกว่า ธรรมนูญชั่วคราว แล้วหลังจากนั้นมาก็มีการทํารัฐธรรมนูญ ฉบับถาวร คือรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมเปึนหนึ่งในสมาชิกสภาแห่งนี้ ในฐานะที่เปึน คนไทยคนหนึ่งที่ไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ เรียนท่านตรง ๆ ว่าไม่ได้รับมาตั้งแต่ต้น ผมมีเหตุผล เพราะผมดูว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น ถึงแม้ว่าจะมีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ บางมาตราที่ทําให้การตรวจสอบมีความคล่องตัวมีโอกาสเข้าถึงการตรวจสอบ การใช้อํานาจรัฐมากขึ้นก็ตาม การให้สิทธิชุมชน การให้สิทธิเสรีภาพประชาชนอาจจะ ดีกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็ตาม แต่ว่าหัวใจสําคัญที่เปึนปัญหาทางการเมืองนั้น ยังไม่ได้รับการแก้ไขและเปึนรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการอยู่ จึงเกิดมีการต่อต้านไม่รับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ ตั้งแต่เริ่มต้นในชีวิตทางการเมืองของผมที่อยู่ในสภาแห่งนี้ มาเกือบ ๒๐ ป้ เพิ่งมีครั้งแรกครับ ที่พวกผมถูกเชิญตัวไปรายงานตัวที่กองบัญชาการ ทหารที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อไม่ให้มีการขัดขวางการยึดอํานาจและให้การยอมรับและให้ การสนับสนุนรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ มีกระบวนการในการโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อที่จะให้มีการรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่าเปึนรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดและแก้ไขปัญหาของ ประเทศชาตินี้มากกว่ารัฐธรรมนูญฉบับอื่น ๆ แต่พวกผมเห็นว่าในเนื้อหาสาระ ของรัฐธรรมนูญนี้มีบทบัญญัติที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ มีการเขียนรัฐธรรมนูญ โดยมีเจตนา ที่ไม่เชื่อใจนักการเมือง ไม่ไว้ใจนักการเมือง ต้องการทําให้การเมืองอ่อนแอ เหมือนกับ สภาพปัจจุบันนี้ละครับ ท่านประธานที่เคารพการต่อต้านของประชาชนที่ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ จึงเกิดปรากฏการณ์แดงทั้งแผ่นดิน นั่นก็คือพี่น้อง ทางภาคอีสาน พี่น้องทางภาคเหนือหลายจังหวัดในประเทศนี้ไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ด้วยการโนโหวต (No vote) ครับ และสิ่งที่ผมรับไม่ได้นั้นก็คือท่านประธานครับ ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๙ เปึนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ลิดรอนสิทธิ แม้กระทั่งอํานาจศาลที่ไม่ให้มีการตรวจสอบการใช้อํานาจของผู้ก่อการในบทบัญญัติ มาตรา ๓๐๙ ครับ ทําไมคนยึดอํานาจคนที่เอารถถัง คนที่เอากองกําลังอาวุธ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ มันมาจากเงินภาษีอากรของประชาชนทั้งนั้น และการยึดอํานาจครั้งที่ผ่านมาก็เอาเงิน ภาษีอากรของประชาชนนี่ละครับมาจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้กับกองกําลังทหารที่มา ทําการยึดอํานาจ ขาดการตรวจสอบ ขาดการดูแล ขาดการถ่วงดุลอํานาจ และบทบัญญัติ มาตรา ๓๐๙ บทบัญญัติบทนี้บอกว่าการกระทําใด ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหรือหลัง การประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ว่าผู้ก่อการ ผู้สั่งการ ผู้ปฏิบัติงานให้ถือว่า เปึนการกระทําที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ นั่นหมายความว่าองค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นมาตาม บทบัญญัติ ตามประกาศของ คปค. ตามประกาศของคณะยึดอํานาจ คณะปฏิวัติ ถือว่า เปึนการกระทําที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ถามว่าองค์กรเหล่านี้ ณ วันนี้สามารถที่จะ ตรวจสอบ สามารถที่จะถ่วงดุลการใช้อํานาจได้หรือไม่ เจตนาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ต้องการที่จะทําให้การเมืองอ่อนแอ ต้องการที่จะทําให้พรรคการเมืองนั้น โดยเฉพาะ การทําลายล้างทางการเมืองที่ไม่สิ้นสุดมันไม่สามารถที่จะนําไปสู่การสมานฉันท์ได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่จะนําไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องเข้าใจ ที่มาที่ไปและบทบัญญัติที่มันไม่เปึนประชาธิปไตยเสียก่อน มันถึงจะนําไปสู่การแก้ไข ปัญหาได้ ถ้าหากว่าเราปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ การทํางานของคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ท่านประธานดิเรก ขอประทานโทษ ที่จะต้องเอ่ยนาม ที่ท่านเปึนประธานนั่งทํางานมีคณะอนุกรรมการ ๓-๔ คณะนั้น จะสูญเปล่าครับ โดยเฉพาะความจริงใจของรัฐบาลที่ต้องการอยากจะแก้รัฐธรรมนูญ และเข้าใจว่านี่คือมูลเหตุของการที่ทําให้คนในชาติมีการแบ่งแยกทางความคิดที่รุนแรง ที่สุด ปรากฏการณ์ของคนเสื้อสีเหลือง คนเสื้อสีแดง คนเสื้อสีน้ําเงิน วันนี้กําลังจะมีมวลชนของ กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายเพื่อเปึนการสร้างสงคราม ประชาชน เพื่อการทําลายล้างฝ์ายตรงกันข้ามที่ไม่เห็นด้วยกับตนเอง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มันจะนํามาสู่การสมานฉันท์ได้อย่างครับ เปึนไปไม่ได้ครับ ท่านประธานที่เคารพ ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ มีบทบัญญัติหลายเรื่องที่เปึนอุปสรรค ต่อการบริหารชาติบ้านเมือง ผมยกตัวอย่างเช่น มาตรา ๑๙๐ หลายคนอาจจะมองเห็น ตรงกันข้ามกับผม แต่บทบัญญัติมาตรา ๑๙๐ วันนี้พอพูดถึงมาตรานี้ให้นึกถึง เขาพระวิหารครับ ให้นึกถึงว่าวันนี้ประเทศของเราได้สูญเสียดินแดนส่วนนี้ไปหรือยัง มีการถกเถียงการจะแก้ไขปัญหาเขาพระวิหาร วันนี้กว่าจะมาขอมติในที่ประชุมแห่งนี้ มันช้าเกินกว่าที่จะแก้ไขปัญหาแล้ว หรือแม้กระทั่งการทํา เอฟทีเอ (FTA) ในอนาคตนี้ ที่มีผลกระทบต่อปัญหาเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต ความล่าช้าของการแก้ไขปัญหา นี้มันไม่ทันท่วงทีกับการเปลี่ยนแปลงในสังคมโลกครับ ถ้ารัฐบาลไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้แล้ว ผมคิดว่าวันนี้การทํางานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็สูญเปล่า ผมถึงอยากจะเรียนท่านประธานว่ามูลเหตุของปัญหา และจะแก้ไขให้ได้ไม่ได้อยู่ที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ อยู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้ อย่าให้เขากล่าวหาว่า รัฐบาลซื้อเวลาที่จะนําไปสู่การแก้ไขปัญหา แก้รัฐธรรมนูญโดยการตั้ง สสร. เลย วันนี้ เราไม่ได้ทําเพื่อตัวเองครับ ใครจะบอกว่าวันนี้เราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อ ส.ส. เพื่อ ส.ว. เพื่อตัวเราเองนี่ ผมไม่เชื่อ เพราะผมคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติของการแก้ไข รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ที่ให้อํานาจของสมาชิกของรัฐสภาแห่งนี้สามารถกระทําได้ เพราะเราเห็นว่ามันไม่เปึนประชาธิปไตย มันทําให้การเมืองอ่อนแอ มันทําลาย สิทธิเสรีภาพของประชาชนและมันไม่มีการถ่วงดุลการใช้อํานาจอธิปไตย เราถึงเห็นว่า มันถึงเวลาแล้วที่จะต้องดําเนินการแก้ไข รัฐบาลจะต้องมีความจริงใจว่าวันนี้ถึงเวลาแล้ว ที่รัฐบาลจะรับเรื่องนี้ไป หลังจากรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภาแล้ว พวกผมเอง ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือครับ ถ้าการทํางานนั้นยืนอยู่บนพื้นฐานที่ไม่มีอคติ การแก้ไข รัฐธรรมนูญจะต้องมีหลัก ๑. ไม่ได้ทําเพื่อตัวเองแน่นอนครับ ๒. ไม่ได้ทําเพื่อผลประโยชน์ พรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใด ๓. จะต้องทํารัฐธรรมนูญที่ให้เกิดผลประโยชน์ ของประชาชนผู้เสียภาษีอากรของประเทศนี้ให้ได้รับประโยชน์มากที่สุด ถ้าท่านทํา ๓ เรื่องนี้เปึนหัวใจและเปึนสาระได้ สังคมยอมรับครับ แต่อย่าใช้เวลา แล้วก็อย่าใช้โอกาสนี้ในการ ซื้อเวลา ในการที่จะทําให้การแก้ไขปัญหาของประเทศนี้ต้องเปึนปัญหาอุปสรรคต่อไปเลย ท่านประธานครับ ผมสรุปตรงนี้ครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ
ผมพร้อม ที่จะให้ความร่วมมือในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะต้องแก้ไข บนพื้นฐานของความชอบธรรมและการเคารพสิทธิเสรีภาพ และทํารัฐธรรมนูญให้เปึน ประชาธิปไตยปราศจากการมีอคติกับฝ์ายหนึ่งฝ์ายใดครับ ขอบคุณครับ
สภายินดีต้อนรับเจ้าหน้าที่ ฝ์ายบริหารของสภาที่ปรึกษาแห่งราชอาณาจักรภูฏาน ด้วยความยินดียิ่งครับ พร้อมกันนี้ ทางรัฐสภายินดีต้อนรับนักเรียนโรงเรียนประชานิเวศน์ กรุงเทพมหานคร ทุกท่าน ด้วยความยินดี ต่อไปเชิญท่านสุรจิต ชิรเวทย์ ๘ นาที ครับ
ขอบคุณ ท่านประธาน กระผม นายสุรจิต ชิรเวทย์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสมุทรสงคราม แม่กลอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา จากรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญของรัฐสภา แบ่งเปึน ๕ บท ๓ ประเด็นก็คือ การสร้างความสมานฉันท์ การ ปฏิรูปการเมืองและการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ในประเด็นการสร้าง ความสมานฉันท์มีข้อเสนอดี ๆ หลายประการในเรื่องแนวคิดและแนวทางการดําเนินการ เช่น ลดอคติ วิวาทะและการตอบโต้ใส่ร้ายทางการเมือง อันนี้ไม่ใช่ข้อเสนอสําหรับลําตัด คณะแม่ประยูรนะครับ เพราะกลุ่มเปัาหมายคือนักการเมือง พรรคการเมือง องค์กร แกนนําทางความคิด สื่อมวลชน นักวิชาการ พร้อมข้อเสนอแนะอีกหลายประการ เช่น ไม่สร้างเงื่อนไขใหม่ที่จะนําไปสู่ความขัดแย้งเพิ่มขึ้น ฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายค้านควรใช้เวทีสภา เปึนเวทีในการแก้ไขปัญหา แล้วผมจะแสดงความคิดเห็นอย่างไรต่อรายงานในประเด็น ขั้นต้นนี้ ผมก็สาธุนะครับต่อข้อเสนอของรายงานนี้ แต่ในใจก็ไม่ได้คิดว่าจะได้เห็นสิ่งนี้ ในชีวิตนี้นะครับ คือเราพูดกันมากแต่ปฏิบัติน้อย ผลมันก็ไม่เกิด ข้อเสนอถัดไปในประเด็น การสร้างความสมานฉันท์ คือ ให้สื่อมวลชนลดพื้นที่การนําเสนอข่าวหรือวิธีนําเสนอข่าว ที่จะทําให้เกิดการแตกแยกขัดแย้งจากสมัชชาสมานฉันท์ทางอากาศ อันนี้ก็ไม่ต้องอื่นไกล นะครับท่านประธาน ผู้สื่อข่าววิทยุรัฐสภาของเรานี่เองมาสัมภาษณ์กับผมนะครับ เขาถาม ว่าท่านมีความเห็นอย่างไรกรณีนายกรัฐมนตรีจะไปลงพื้นที่แล้วมีฝ์ายต่อต้านมา ผมก็ บอกว่าผมอยู่กรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับคณะตรวจสอบ ทุจริตส่งเสริมธรรมาภิบาล ถามผมเรื่องผลกระทบกรณีจีนสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ําโขง กรณี โรงไฟฟัาหนองแซง กรณีทะเลสาบสงขลาป์วยไม่ได้หรือ เอาเรื่องนี้ก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยว่า เรื่องอื่น เขาตอบอย่างนี้นะครับ แล้วจะไปโทษใครท่านประธาน เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เรื่องการทํากินมันไม่สนุก เข้าใจยากนะครับ แต่ว่ากระทบคนทั้งประเทศ แต่ว่าคนเขาชอบดูละคร ชอบดูคนทะเลาะกัน มองการเมืองเปึนเรื่องสามก๊กไปหมด ต้องใช้เล่ห์เพทุบายกัน ส่วนดีของสามก๊กเขาไม่ได้มอง แล้วข้อเสนอประเด็นสมานฉันท์ ก็ไปจบลงที่ข้อ ๑.๖ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมานฉันท์และแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่บทเรียนในประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยของเราก็เห็นชัดเจนว่า รัฐธรรมนูญ ของไทยเรานี่มันฉีกง่ายกว่าแก้นะครับ การ์ตูนโพสต์ ทูเดย์ เขาเขียนเอาไว้ฉบับวานนี้ คือนิสัยเราเปึนอย่างนั้นมาเกือบ ๘๐ ป้แล้ว ใช้รัฐธรรมนูญ ๑๘ ฉบับแล้วนะครับ ลงกินเนสบุ๊ค (Guinness Book) ได้แล้วนะครับ เราไม่เคยอดทนให้เวลากับวิวัฒนาการ เลย รัฐธรรมนูญทุกฉบับก็จะมีที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร มาจากวิกฤตการณ์การเมือง ทั้งนั้น ไม่ใช่เฉพาะฉบับป้ ๒๕๕๐ อย่างที่อ้างนะครับ มันมี ๑๘ ฉบับ ก็เพราะมีการปฏิวัติ รัฐประหารมีวิกฤตการณ์ ๑๘ ครั้งนะครับ เขาทํารัฐประหารได้ก็เพราะสภาของเรา การเมืองของเรามันไม่เปึนที่เชื่อถือ ไม่เปึนที่หวังได้ ในรายงานนี้พอถึงบทที่ ๕ บทสรุป ข้อเสนอแนะ ท่านก็ไปเน้นที่การแก้รัฐธรรมนูญ ๖ ประเด็น คือ เรื่องการยุบพรรค เรื่อง ที่มาของ ส.ส. ที่มาของ ส.ว. เรื่องมาตรา ๑๙๐ การทําหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ เรื่องการให้ ส.ส. เปึนเลขานุการ เปึนที่ปรึกษารัฐมนตรีได้ และเรื่องว่าแค่ไหนจะเปึนการ แทรกแซงข้าราชการประจําในมาตรา ๒๖๖ นะครับ ซึ่งผมมีความเห็นว่ายังไม่สมควรจะ แก้ทั้งนั้น อะไรที่มันฝ๋นใจเรามันถูกกิเลสแล้วนะครับ ในฐานะกรรมาธิการศึกษาบังคับใช้ รัฐธรรมนูญของวุฒิสภาที่ศึกษามาป้กว่าแล้ว ก็ยังเห็นต่างกันอยู่ แต่ไม่ทะเลาะกัน เท่าที่ สังเกตดูคงจะอยากแก้มาตราเดียว คือ มาตรา ๑๙๐ ที่ทางท่านนายกรัฐมนตรีคงอยากจะ แก้นะครับ เรื่องการทําหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ เพราะมันทําให้ฝ์ายบริหาร และข้าราชการทํางานยากขึ้น ผมไม่มีเวลาพูดทั้ง ๖ ประเด็น ผมก็ขอแสดงความเห็นว่า แม้มาตรา ๑๙๐ ก็ไม่ใช่ปัญหาที่ตัวรัฐธรรมนูญ มันอยู่ที่มันขาดเครื่องมือประกอบ คือ มันจะไม่เปึนเรื่องด่วนฉุกเฉินแบบที่เปึนมา หากทั้งสองสภามีเครื่องมือเพิ่ม คือคณะกรรมาธิการถาวรประกบติด เพราะว่ากรอบการเจรจาหรือรายละเอียดก่อน การให้สัตยาบันหรือกระบวนการเยียวยาผลกระทบมันมีมากและประณีตละเอียดอ่อน นะครับ ถ้าทั้งสองสภามีคณะกรรมาธิการถาวรทํางานคู่ขนานกันไปก็จะสามารถรักษา ประโยชน์ประเทศชาติได้และไม่ต้องไปแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ รวมทั้งการยกร่างกฎหมายกําหนดขั้นตอนวิธีการที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ กําหนดไว้ แต่รัฐบาลไม่ได้ทํานะครับ ท่านประธานที่เคารพ มีเรื่องเล่าว่าประเทศเพื่อนบ้านเขาฟัอง ว่าทําไมจึงให้แผ่นดินขวานทองที่อุดมสมบูรณ์นี้แก่คนอื่น ทําไมให้เขาน้อยกว่า เทวดา บอกว่าไม่เปึนอะไรหรอก เราจะส่งคนไทยไปอยู่ที่นั่นเอง แล้วพวกเขาจะทะเลาะกัน ล้างผลาญกันจนสิ้นชาติไปเอง อันนี้มันก็เปึนเวรกรรมของประเทศเรา ท่านประธาน ที่เคารพ กระผมขออนุญาตฝากบอกครู อาจารย์ทั้งหลายที่ได้มานั่งฟังอยู่ในที่นี้ด้วย นะครับว่า หากท่านจะสอนต้องสอนนักเรียนเรื่องความสมานฉันท์สามัคคี ท่านก็อย่าไปดู ตัวอย่างจากคณะรัฐมนตรีนะ แต่ให้ดูตัวอย่างจากวงอังกะลุงที่เด็กนักเรียนเขาเล่นนะครับ ว่าเขาใช้เครื่องมือต่างชนิดกัน เสียงใหญ่ เล็ก ต่างกัน แต่ก็สามารถประสานกัน เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของวงทั้งหมดได้อย่างไร ไม่ต้องไปแก้หรอกครับรัฐธรรมนูญ แก้กันจนประกอบไม่ถูก กลายเปึนฝรั่งทํามาเกิน ก็ขอขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวันชัย แสงสุขเอี่ยม ๘ นาทีครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายวันชัย แสงสุขเอี่ยม สมาชิกวุฒิสภาสรรหาภาคเอกชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ประเทศไทยมีสถาบันสูงสุด ๓ สถาบัน ได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งทรงเปึนที่เคารพสูงสุดของปวงชนชาวไทย ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ ปัจจุบันก็คือรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ประเทศไทยและประชาชนจะมีความสุข รัก สามัคคี อุดมสมบูรณ์ ก้าวหน้า และมั่นคงได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม แต่ใน ๓-๔ ป้ที่ผ่านมานี้ ภาคการเมืองค่อนข้างมีปัญหาครับ ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง หลายครั้งหลายคราว ซ้ําแล้วซ้ําอีก และส่งผลกระทบต่อสังคมไทยอย่างมาก สังคมที่เคยมีความสุข รักใคร่ สามัคคี กลายเปึน สังคมที่เกิดความแตกแยกทางความคิดเห็นอย่างมากในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับประเทศ ระดับภาค ชุมชน แม้กระทั่งในครอบครัวเดียวกัน ท่านประธานครับ คณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภา ได้เสนอ รายงานต่อรัฐสภาแห่งนี้ในวันนี้ ซึ่งเล่มของรายงานคือเล่มนี้ มีรูปร่างหน้าตาอย่างนี้ ประชาชนจะได้ทราบนะครับ โดยพิจารณาวิเคราะห์ว่าปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญ และการนํารัฐธรรมนูญไปใช้ปฏิบัติ สมควรที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในบางประเด็น บางมาตราเปึนการเร่งด่วนเฉพาะหน้า เพื่อลดเงื่อนไข ความขัดแย้ง และนําไปสู่การสร้างความสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การไขรัฐธรรมนูญ เสนอทั้งหมด ๖ ประเด็นครับ ได้แก่
ประเด็นแรก การยุบพรรคการเมือง และการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ของหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรค มาตรา ๒๓๗
ประเด็นที่สอง ที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาตรา ๙๓ มาตรา ๙๘
ประเด็นที่สาม คือที่มาของสมาชิกวุฒิสภา มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒๑
ประเด็นที่สี่ การทําหนังสือสัญญากับต่างประเทศที่จะต้องได้รับ ความเห็นชอบจากรัฐสภา มาตรา ๑๙๐
ประเด็นที่ห้า การดํารงตําแหน่งทางการเมืองของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาตรา ๒๖๕
ประเด็นที่หก การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา มาตรา ๒๖๖
ท่านประธานครับ ข้อสังเกตของผมก็คือว่า จะแน่ใจได้อย่างไรว่าแก้ไข รัฐธรรมนูญ ๖ ประเด็นนี้แล้ว จะเกิดความสมานฉันท์ และจะเกิดการปฏิรูปการเมือง ให้ดีขึ้นได้ในประเทศนี้ แต่อย่างไรก็ตามผมขอเอาใจช่วยครับ แต่ผมให้ความสําคัญ และเห็นด้วยอย่างมากกับข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิรูปการเมืองอย่างมาก ซึ่งมีข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า การปฏิรูปการเมืองจะมุ่งเน้นการแก้ไขเฉพาะตัวกฎหมายต่าง ๆ แต่ไม่มีการปฏิรูปตัวบุคคล ซึ่งถือว่าเปึนสิ่งสําคัญไม่ได้ เพราะปัญหาข้อขัดแย้งต่าง ๆ ล้วนเกิดจากตัวบุคคลทั้งสิ้น โดยเฉพาะบุคคลที่อยู่ในแวดวงการเมืองและเจ้าหน้าที่ ที่ใช้อํานาจทางการเมืองหากได้บุคคลที่ไม่มีคุณธรรม เล่นพรรค เล่นพวก การแก้ไขปัญหา ก็เปึนไปได้ยากครับ เห็นด้วยกับคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญมากเลยครับ การปฏิรูปการเมืองนอกจากจะพิจารณา ถึงสถาบันตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่าง ๆ แล้ว ต้องพิจารณาถึงเศรษฐกิจ สังคม และที่สําคัญจริยธรรมของนักการเมืองประกอบด้วยนะครับ โดยเฉพาะต้องแก้ปัญหา ระบบอุปถัมภ์ ระบบพรรคพวกและการผูกขาดระบบเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าการจะสามารถแก้ไขปัญหาทั้งหลายทั้งปวงนี้ได้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะต้องมี จิตคิดที่จะสมานฉันท์ จะต้องมีใจที่จะร่วมกันปฏิรูปการเมืองให้ดีขึ้นกว่าเดิมและใจเย็น ๆ ครับ ในการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตราที่เปึนอุปสรรคของส่วนรวมจริง ๆ ไม่ใช่ เปึนอุปสรรคของใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น โดยควรที่จะมีการให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ สสร. ๓ ของประชาชนอย่างแท้จริงที่เปึนอิสระ ไม่ถูกครอบงําเพื่อดําเนินการปรับปรุงแก้ไข รัฐธรรมนูญเท่าที่จําเปึนเท่านั้น โดยประชาชนเจ้าของประเทศมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอัญเชิญพระบรมราโชวาทของในหลวง ที่ทรงตรัสในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ ณ ลานพระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ป้ ๒๕๓๔ ดังนี้ครับ ประเทศของเรารักษา เอกราช อธิปไตย และอิสรภาพให้สมบูรณ์มั่นคงมาได้จนถึงทุกวันนี้เพราะคนไทย ทุกหมู่เหล่ารู้รักความสามัคคี และรู้จักทําหน้าที่ของแต่ละฝ์ายให้ประสานส่งเสริมกัน เมื่อทุกคนมุ่งใจปฏิบัติดังนี้ ความถูกต้อง ความเรียบร้อย ความพัฒนาก้าวหน้า และความมั่นคงเปึนป๊กแผ่นจึงบังเกิดขึ้น ท่านประธานครับ ผมเปึนกรรมาธิการ ของคณะกรรมาธิการสามัญศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ของวุฒิสภาด้วย ซึ่งคณะกรรมาธิการคณะนี้ได้ศึกษารัฐธรรมนูญ อย่างละเอียดนะครับ ในท้ายนี้ผมมีเวลาแค่ ๘ นาที ผมขอขอบคุณท่านคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้ทุ่มเทเสียสละ ทุกอย่างเพื่อส่วนรวม และผมขอขอบคุณท่านประธานรัฐสภาเปึนอย่างยิ่งครับ และหวังว่า ประเทศไทยจะมีความสมานฉันท์ตามสโลแกนของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการ ปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ปกหน้าบอกว่า สมานฉันท์สร้างสันติสุข ขอให้สันติสุขเกิดแก่ประเทศไทยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ๒๐ นาที เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน กลุ่มที่ ๗ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ถือว่าเปึนวันที่มี ความสําคัญยิ่งวันหนึ่งที่สมาชิกรัฐสภาจะได้มาอภิปรายแสดงความเห็นในเรื่องที่มี ความสําคัญสําหรับประเทศชาติอย่างยิ่ง โดยเฉพาะขณะที่ประเทศมีปัญหา ความแตกแยก ความขัดแย้งอย่างรุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งต้องการความสมานฉันท์อย่างเร่งด่วน และเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปทางการเมือง และบทบาทในการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย ประเด็นที่ทางรัฐสภาได้มีการอภิปราย กันในวันนี้นั้น ผมบังเอิญเปึนหนึ่งในคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ และมีตําแหน่งเปึนรองประธานกรรมการ คนที่สอง ผมต้อง เรียนว่าบรรยากาศในการทํางานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๓๙ ท่านนั้น เราทํางานด้วยความสมานฉันท์จริง ๆ เพราะถ้าคนในคณะกรรมการ ๓๙ ท่าน ยังไม่สามารถสมานฉันท์ได้ผมคิดว่าเจตนารมณ์ ในการทํางานครั้งนี้คงสูญเปล่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนะครับ การทํางานนั้นเราก็มีข้อคิดเห็น ที่แตกต่างกันออกไป แต่เราไม่มีข้อสรุปเปึนมติ แต่เราใช้เสียงส่วนมากหรือเสียงส่วนใหญ่ ของการแสดงความเห็นไปเปึนข้อสรุปในการทํางานของคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนการทํางาน ของคณะอนุกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ผมคิดว่ามีความสมบูรณ์ในระดับหนึ่ง เพราะมีการทํางานในระยะเวลาเร่งด่วนที่จะแก้ไข ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเลย การเมือง ในบ้านเมืองของเรานั้นไม่เคยเกิดความรุนแรงถึงขนาดการเรียกร้องประชาธิปไตยที่ไม่ใช่ มาจากเผด็จการรัฐประหารแล้วรุนแรงถึงการเสียชีวิต มีการใช้อาวุธทําร้ายกัน มีการทําลายทรัพย์สินกันให้บ้านเมืองเกิดความเสียหาย ผมคิดว่าปัญหาเหล่านี้นั้น โดยวัฒนธรรมของความเปึนคนไทย ถ้ามีจิตสํานึกที่รักชาติ รักประชาชน รักแผ่นดินแล้ว ผมคิดว่าแนวทางสมานฉันท์ที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้กําหนดแนวทางไว้นั้นน่าจะเปึนแนวทางที่จะนําไปสู่การแก้ไข ความขัดแย้งได้ระดับหนึ่ง แต่ส่วนการทํางานที่ผมเห็นว่ามีความสําคัญอย่างยิ่งก็คือ การปฏิรูปทางการเมือง ท่านประธานคงจะทราบว่าการเมืองของเรานั้นเปึนประชาธิปไตย เปลี่ยนแปลงการปกครองมาเปึนเวลายาวนาน ๗๐ กว่าป้ แต่ยังไม่ได้พัฒนาไปถึงไหน ปัญหาที่เกิดการที่จําเปึนจะต้องปฏิรูปทางการเมือง ซึ่งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อ การปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ทําไปนั้นผมคิดว่ารูปแบบในการ ทํางานที่จะปรับปรุงการปฏิรูปการเมืองนั้นสมบูรณ์พอสมควร แต่ส่วนหนึ่งที่น่าจะเปึน หัวใจสําคัญในการปฏิรูปการเมืองก็คือคน คนที่จะมาเล่นการเมือง ผมคิดว่าปัญหา คนที่จะมาเล่นการเมืองนั้น ไม่ว่าจะระดับชาติ ระดับท้องถิ่นนั้น พื้นฐานต้องมีจิตสํานึก ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความจริงใจต่อประชาชนและประเทศชาติ และเห็นแก่ประโยชน์ ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัวตรงนี้เปึนเรื่องสําคัญ เพราะฉะนั้นในทางการเมืองเรานั้น จะเห็นว่าปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นที่ไม่พัฒนาไป เพราะการเมืองของเรายังมีการทุจริต ในการเลือกตั้งเพื่อให้ได้มาซึ่งการเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน มีการทุจริตคอร์รัปชัน ในบ้านเมืองอย่างมโหฬาร ซึ่งมีมาเปึนระยะเวลายาวนาน นี่ละครับเปึนจุดอันหนึ่ง ที่บั่นทอนการพัฒนาและการปฏิรูปทางการเมือง ผมคิดว่าถ้าเราจะปฏิรูปการเมืองกัน อย่างจริงจังนั้น นอกจากแนวทางที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้กําหนดไว้แล้ว ผมคิดว่านักการเมืองทั้งระดับชาติ และระดับท้องถิ่นควรจะต้องปฏิรูปตัวเองเปึนเบื้องต้น ให้มีจิตสํานึกที่ดี จิตสํานึกที่จะ ทํางานเพื่อประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ไม่หาประโยชน์ที่มิควรได้จากการเปึนนักการเมืองทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศชาติ ผมคิดว่านี่น่าจะเปึนหัวใจสําคัญหนึ่งที่จะปฏิรูปทางการเมือง และนักการเมืองนั้นจําเปึน จะต้องซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ต้องมาทําหน้าที่ในสภามาประชุมสภา ต้องไม่ให้สภาล่ม แล้วก็ แสดงความคิดเห็นด้วยความสุจริต เคารพต่อกฎหมาย เคารพต่อกติกา ไม่ทําอะไรที่จะทํา ให้สถาบันทางการเมืองเสื่อมเสีย เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการปฏิรูปการเมืองนั้นเปึนหัวใจ สําหรับนักการเมืองและประเทศชาติและประชาชนเปึนอย่างยิ่ง มีความสําคัญต่อ การพัฒนาประเทศ ถ้าเราได้นักการเมืองที่ดี มีความซื่อสัตย์สุจริต ปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญ ซึ่งทางคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้มีการศึกษาและกําหนดเปึนหัวข้อที่จะมีการแก้ไข ๖ ประเด็น
ผมต้องเรียนว่าผมเปึนคนหนึ่งในคณะอนุกรรมการส่วนนี้ที่มีความเห็นเปึน เสียงข้างน้อยในที่ประชุมที่ไม่เห็นด้วย ผมอยากจะเรียนว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้น ถูกตั้งข้อรังเกียจว่าเปึนรัฐธรรมนูญที่มาจากการปฏิรูป การปฏิวัติรัฐประหาร ไม่ใช่มาจาก ประชาชน แต่ถ้าเรามองถึงรัฐธรรมนูญของประเทศไทยเรา ๑๘ ฉบับที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ มาจากการรัฐประหาร การปฏิวัติแทบทั้งสิ้น ถ้าจําได้ไม่ผิด ในป้ ๒๕๐๒ มีการปฏิวัติ รัฐประหาร มีธรรมนูญการปกครองประเทศใช้ยาวนานถึง ๙ ป้ มีการร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่ ป้ ๒๕๐๒ ไปสําเร็จในป้ ๒๕๑๑ เปึนรัฐธรรมนูญที่ใช้เวลายาวนานที่สุดในการร่างที่มีอยู่ ในประเทศไทยทั้งหมด ๑๘ ฉบับ แต่เหตุผลในการปฏิวัติรัฐประหารล้มล้างรัฐธรรมนูญนั้น ข้ออ้างที่สําคัญที่สุด ก็คือ รัฐบาลทุจริตคอร์รัปชัน ไม่บริหารประเทศเพื่อประชาชนอย่าง แท้จริง ใช้อํานาจเกินขอบเขตในลักษณะเผด็จการ แต่ประเด็นสําคัญทั้งหมดที่มีการกล่าว อ้างในการปฏิวัติรัฐประหารก็คือ การทุจริตคอร์รัปชัน เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันนั้นมีมา เปึนเวลายาวนาน ไม่สามารถแก้ไขได้เลย ผมต้องเรียนว่า ในป้ ๒๕๓๖ ผมเคยอภิปราย ในสภาแห่งนี้ คือสภาผู้แทนราษฎรถึงเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันที่นับวันจะรุนแรงขึ้น และมากขึ้น ผมเคยสาปแช่งผู้ที่ทําการทุจริตให้มีอันเปึนไปให้เห็นในชาตินี้ แต่ผมไม่แน่ใจ ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นจะศักดิ์สิทธิ์จริงหรือไม่ เพราะปรากฏว่าคนที่ทุจริตคอร์รัปชันก็ยังอยู่ดี กินดีแล้วก็เจริญรุ่งเรืองอยู่ แต่พอมารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็มีองค์กรอิสระที่มาดูแล เรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน แล้วก็เชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์น่าจะมีจริงขึ้นมา เพราะว่ามีการลงโทษ ผู้กระทําผิดในการทุจริตคอร์รัปชัน แต่ทีนี้ผมอยากให้ความเปึนธรรมกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ถึงแม้จะมาจากการปฏิวัติรัฐประหารก็ตาม ไม่เหมือนกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง ผมต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น เปึนรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดฉบับหนึ่ง แต่ก็ยังมีข้อบกพร่อง มีปัญหาที่ทําให้นักการเมือง สามารถแทรกแซงและเอาประโยชน์จากช่องว่างของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไปใช้ได้ ในกรณีการเลือกตั้งผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ มีการแทรกแซงตั้งแต่ชั้นสรรหา มีการบล็อก (Block) ในการที่จะนําเสนอผู้ที่มาดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระทั้งหลาย ซึ่งเปึนที่ทราบกันดีว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นก็มีปัญหา สําหรับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น แทบทั้งฉบับก็เลียนแบบ ลอกแบบมาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็มีหลายมาตราที่มี การแก้ไขเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เปึนปัญหา ที่ศึกษาจะต้องมีการแก้ไข ผมอยากจะ เรียนประธานว่ารัฐธรรมนูญทุกฉบับมีข้อดี ข้อเสีย แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะพูด ในที่ประชุมแห่งนี้ก็คือว่ามีใช้มาตั้งแต่ ๖๐ ป้ที่แล้ว คือเรื่องที่ห้ามนักการเมือง ส.ส. รัฐมนตรี หรือสมาชิกวุฒิสภาไปถือหุ้นในสัมปทาน มีมาตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๔๙๒ ๖๐ ป้ ในป้ ๒๕๑๗ รัฐธรรมนูญก็บัญญัติไว้เช่นเดียวกัน แล้วทุกฉบับก็มีบัญญัติ ในป้ ๒๕๔๐ ก็มีบัญญัติ แต่ทําไมไม่มีการบังคับใช้ หรือไม่บังเกิดผลในการที่บังคับใช้เกี่ยวกับ รัฐธรรมนูญมาตราส่วนนี้ เกี่ยวกับการถือหุ้น หรือถือครองหุ้นของสมาชิกรัฐสภา หรือนักการเมือง ก็เนื่องจากว่าก่อนนั้นเราไม่มีองค์กรตรวจสอบ แต่รัฐธรรมนูญ ในป้ ๒๕๔๐ มีองค์กรตรวจสอบ แต่ก็ไม่มีใครหยิบยกขึ้นมา จึงไม่มีปัญหาเกิดขึ้นในเรื่อง นักการเมือง หรือสมาชิกรัฐสภา หรือรัฐมนตรีถือหุ้น พอมาถึงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็บัญญัติไว้เช่นเดียวกัน ซึ่งเคยบัญญัติมา ๖๐ ป้แล้ว แต่มีการยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมา ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าขาดคุณสมบัติหรือไม่ในกรณีที่มีการถือหุ้น สัมปทาน แต่รัฐธรรมนูญในป้ ๒๕๕๐ นั้นเพิ่มขึ้นไปอีกที่มีบทบัญญัติเพิ่มขึ้น ก็คือเกี่ยวกับ การถือหุ้นในสื่อ เนื่องจากว่าในทางการเมืองเราที่ผ่านมานั้นมีการกล่าวหาว่ารัฐบาล หรือทางนักการเมืองแทรกแซงสื่อ เพราะฉะนั้นในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็บัญญัติ เพิ่มเติมขึ้นมา ถ้าเราดูเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้วส่วนใหญ่จะลอกมา จากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แต่ถูกรังเกียจเนื่องจากว่าที่มามาจากการปฏิรูป การปฏิวัติ ซึ่งไม่ใช่เปึนประชาธิปไตย แต่อย่างน้อยที่สุดก็มี สสร. บัญญัติรัฐธรรมนูญ ขึ้นมาเหมือนกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วก็มีการผ่านการทําประชามติ ซึ่งมีเสียง ๑๐ กว่าล้านเสียงที่เห็นชอบ ขณะเดียวกันที่ไม่เห็นชอบหรือโนโหวตก็ ๑๐ กว่าล้านเสียง เหมือนกัน เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ โดยเนื้อหาสาระแล้ว ผมเห็นว่าก็มีการ พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นในเรื่องสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ให้สิทธิเสรีภาพของพี่น้อง ประชาชนมากขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ส่วนองค์กรอิสระทั้งหลายนั้นก็เลียนแบบ มาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทั้งสิ้น แต่ที่มาเท่านั้น การสรรหาเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลงไป
ทีนี้ประเด็น ๖ ประเด็นที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เสนอให้มีการแก้ไข ผมเปึนเสียงส่วนน้อยในที่ประชุม ผมต้องเรียนว่า ๖ ประเด็นนั้น ไม่ว่าจะเปึนการเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียว ซึ่งรัฐธรรมนูญ ก่อน ๆ นั้น ไม่เคยบัญญัติการเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียวเลย นอกจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เพิ่งใช้ครั้งแรกเท่านั้นเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทั้งหมดที่คณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เสนอแก้ไขมานั้น มันยังไม่มี ข้อยุติที่ชัดเจน เพราะก็ยังมีเสียงที่ไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียว หรือในกรณี แบบสัดส่วนซึ่งจะให้มากองกันที่ ๑๐๐ คน ตรงส่วนกลางนะครับ ไม่แบ่งเปึนโซน (Zone) หรือเขตจังหวัด ก็ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่ ส่วนมาตรา ๑๙๐ ซึ่งก็มีความเห็น แตกต่างอยู่เหมือนกันว่า จะแก้ก็ได้ ไม่แก้ก็ได้ ถ้าไม่แก้นั้น สามารถแก้ปัญหาได้โดย การออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายลูกที่กําหนดนิยามประเภทของ สัญญาอะไรต่าง ๆ ให้ชัดเจน ก็ไม่จําเปึนต้องแก้ในมาตรา ๑๙๐ ก็ได้ อันนี้ก็เปึนประเด็นหนึ่ง ที่ได้มีการพิจารณากันในชั้นกรรมการสมานฉันท์ ส่วนในเรื่องการตัดสิทธิกรรมการ บริหารพรรคและยุบพรรคนั้น ผมคิดว่าประเด็นตรงนี้มันก็มีทั้งข้อดี ข้อเสีย ที่ยังเปึน ข้อถกเถียงกันอยู่ แต่ข้อดีก็คือว่าต้องการขจัดการซื้อเสียง ซึ่งมีแต่นับวันจะรุนแรงยิ่งขึ้น จะสังเกตได้ว่าการเลือกตั้ง อบต. เพิ่งผ่านไปสัปดาห์ ๒ สัปดาห์นี้เอง มีการซื้อเสียงรุนแรง มาก หัวหนึ่งถึง ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท เพราะเปึนเขตเล็ก เพราะฉะนั้นการ เลือกเขตเดียวเบอร์เดียวก็เปึนปัญหาในเรื่องของการซื้อเสียง ถ้าท่านประธานจําได้ว่าการ ซื้อเสียงนี้ นเคยมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อป้ ๒๕๓๐ ว่าการซื้อเสียงนั้นเปึนการทําลายระบอบประชาธิปไตย ไม่เปึนการพัฒนาระบอบ ประชาธิปไตย เราไม่สามารถที่จะได้คนดีเข้ามาสู่การเมืองได้ ถ้ายังมีการทุจริตและมีการ ซื้อสิทธิขายเสียง เพราะฉะนั้นมาตรา ๒๓๗ ตรงนี้ก็ยังเปึนปัญหา ผมคิดว่าก็คงจะ ให้โอกาสท่านสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้ช่วยกันอภิปรายถึงประเด็นเหล่านี้ทั้งหมด แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากเรียนประธานก็คือว่า ในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๑๘-๑๙ มิถุนายน ป้ ๒๕๕๑ ได้มีการพิจารณาญัตติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรค การเมืองถึง ๗ ญัตติด้วยกัน ที่ได้มีการศึกษาการบังคับใช้เพื่อนําไปสู่การแก้ไข รัฐธรรมนูญ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา ๔๔ ท่าน ประกอบด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคและผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคลภายนอก และใช้เวลาในการศึกษายาวนานมากถึง ๙๐ วัน ศึกษาทุกแง่มุม ศึกษาทุกมาตรา แล้วก็ มีประเด็นที่ยังไม่มีข้อยุติว่าส่วนที่กรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เสนอแก้นั้น มันดีหรือไม่ดีอย่างไร ใครดีกว่ากัน แต่อยากจะ เรียนว่าในการศึกษาการบังคับใช้นั้นประเด็นส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาในการบังคับใช้ รัฐธรรมนูญเลย แต่ถ้าถามว่ารัฐธรรมนูญนี้จะมีการแก้ไขได้หรือไม่ ผมคิดว่ามีการแก้ไขได้ เพราะว่าสถานการณ์ของบ้านเมือง เหตุการณ์ของบ้านเมือง ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหา สังคมเปลี่ยนแปลงไป เมื่อถึงวันหนึ่งจะต้องแก้ไขก็แก้ไขนะครับ และต้องเรียนว่าการแก้ไข รัฐธรรมนูญนั้น ท่านประธานครับ เปึนเรื่องใหญ่มาก ผมก็เปึนคนหนึ่งในพรรครัฐบาล ผมยืนยันว่ารัฐบาลนั้นไม่มีเจตนาที่จะถ่วงหรือซื้อเวลาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ว่า เราต้องทําด้วยความรอบคอบ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นผ่านการเห็นชอบของพี่น้อง ประชาชนมา เพราะฉะนั้นอย่างน้อยที่สุดควรจะรับฟังความเห็นของพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปคุณสมเกียรติ ศรลัมพ์ ๒๐ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน ในนามสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่น ผมขอขอบคุณท่านประธานที่ได้จัดให้มีการประชุมวันนี้ตามการร้องขอของคณะรัฐมนตรี ขึ้นมา ถึงแม้จะช้าแต่ถ้าไม่ทําเสียเลยมันก็จะทําให้เกิดปัญหาได้ แต่ขอบคุณที่ท่าน ได้กระทําในวันนี้นะครับ ผมขอเรียนถามท่านประธานว่าความขัดแย้งของสังคมเรานี่ พัฒนาจากความขัดแย้งของบุคคลเปึนความขัดแย้งกลุ่มบุคคล เขตจังหวัด แล้วสถาบัน ต่าง ๆ ในสังคม มีการดึงเอากระทรวงมหาดไทยเข้ามาอยู่ในความขัดแย้งด้วย ผมคิดว่า ความขัดแย้งที่ร้าวลึกปัจจุบันนี้ท่านเบื่อหรือยังครับ ผมว่าท่านน่าจะเบื่อ ถ้าท่านทั้งหลาย ที่ยังมีความมันในความขัดแย้งต่อสู้กันอยู่นี่ ผมขอประกาศให้ท่านว่าประชาชนเบื่อเต็มที่ จึงก่อให้เกิดคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญขึ้นมา คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญที่ท่านได้รายงานนั้น ผมคิดว่าสาระและเนื้อหาที่ท่านได้รายงานนี้ ครบถ้วน บริบูรณ์ แล้วสามารถนําไปปฏิบัติได้ มีระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว มีมิติ วันนี้ผมเลย จะไม่ขอลงรายละเอียดถึงเรื่องประเด็นต่าง ๆ แต่ผมจะเข้าถึงแก่นเลยว่าการแก้ไขปัญหา เรื่องความสมานฉันท์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับสาระของรัฐธรรมนูญ ไม่เกิดขึ้นกับสาระของ การดํารงอยู่ร่วมกัน แต่เกิดขึ้นจากที่เราทั้งหลายนี้มีทิฐิต่อกันและกัน ท่านประธานครับ เราก็ได้ฟังว่าปัจจุบันนี้โลกมีวิกฤติ ทุกประเทศทั่วโลกนี้ต่างกําลังแก้ไขปัญหาวิกฤติของ ประเทศของตนเอง ของในอนุภูมิภาคของตนเอง แล้วก็โดยเฉพาะในประเทศอาเซียน (ASEAN) ต่าง ๆ ก็กําลังแก้ไขปัญหา ขณะที่เรากําลังทะเลาะกันนี้นะครับ ประเทศเกาหลี กําลังสร้างเมืองหลวงใหม่ที่นําสิ่งดีต่าง ๆ ทั่วโลกมาปรากฏที่ในประเทศเกาหลี ประเทศ มาเลเซียกําลังประกาศที่จะหลุดพ้นจากประเทศกําลังพัฒนา ประเทศสิงคโปร์กําลัง ปรับตัวของสังคมจากเปึนสังคมองค์ความรู้ สังคมสารนิเทศ เพื่อเปึนศูนย์กลางสติปัญญา ของคนในทั่วเอเชียและทั่วโลก นี่ประเทศสิงคโปร์แม้เปึนประเทศเล็ก ๆ แต่เขากล้าที่จะคิด ที่จะทํางานระดับประเทศ ระดับโลก ประเทศเวียดนามมีรถไฟความเร็วสูงจากเหนือจรดใต้ กัมพูชามีการลงทุนกับต่างชาติเปึนจํานวนมากในการพัฒนาแหล่งชุมชน แหล่งทุน ขณะที่เรากําลังทะเลาะด้วยเขตแดน กัมพูชานําเขตทับซ้อนไปให้ฝรั่งเศสมาสัมปทาน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องผิด ถ้าผมอยู่ประเทศเขาผมก็ทําอย่างนี้ การกระทําอะไรเพื่อปกปัอง ผลประโยชน์ของประเทศนี่แต่ละประเทศเขาพึงกระทํากัน แต่ประเทศเรานี่ปัจจุบัน ยังไม่มีการแก้ไขหรือรวมหัวกันเพื่อจะแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้น ระยะยาว ระยะกลาง ทีนี้ เรามาดูประเทศลาวก็กําลังเป่ดประเทศแก้กฎเกณฑ์ในการพัฒนาหลังจากที่จะประกาศ ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ (Asian Games) แล้วนะครับ ประเทศพม่าก็สร้างเมืองหลวงใหม่ ท่านดูสิครับว่าประเทศต่าง ๆ ที่รอบเมืองไทยของเรานี่เขาหยุดทะเลาะกันไปแล้ว เขาหยุดฆ่าฟันกันไปแล้ว ประสบการณ์ของเขมร ๓ ฝ์ายที่ไม่มีแผ่นดินจะอยู่ แล้วก็ต่างคน ต่างคิดว่าตัวเองถูก ตัวเองดีนี่ แล้วอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งเรานี่เลยเข้าไปเปึน ผมว่า ๕๐ ป้ ๑๐๐ ป้เลยนะครับ หลังจากนี้เวลาเราไปต่างประเทศนี่ ผมเพิ่งไปต่างประเทศ กับท่านรองประธาน เพื่อไปเชิญเขามาประชุมรัฐสภาโลกที่ประเทศไทย พอไปถึงมานี่ ประเทศฝรั่งเศสนี่เขาเศร้าสลดใจมากที่เขาเห็นภาพประเทศไทยเปึนประเทศที่ศิวิไลซ์ (Civilize) เปึนประเทศที่พัฒนา ในช่วง ๓ ป้ที่ผ่านมา เราเห็นการยิงกันข้างถนน เห็นการต่อสู้กันเหมือนกับเอธิโอเป้ย เหมือนกับประเทศต่าง ๆ ในประเทศแอฟริกา เขาตกใจมากว่าไม่น่าเชื่อว่าประเทศไทยซึ่งเปึนเมืองศิวิไลซ์ เมืองสยามเมืองยิ้ม เมืองที่ทุกคนนี่อยากแสวงหาเข้ามาหาความสุข ความอบอุ่นในประเทศไทย สมัยก่อน เวลาเขมรมีความขัดแย้งก็ใช้ประเทศไทยนี้เปึนเวทีในการประชุมเขมร ๓ ฝ์าย จนก่อให้เกิดความสามัคคีได้ แต่อะไรล่ะครับ ที่ทําให้คนไทยเรานี้แตกสมานสามัคคี ขนาดนั้น แล้วไม่มีทางที่จะหยุดด้วย ผมจะขอเข้าประเด็นพวกนี้เลยจะเห็นได้ว่า ในโอกาสที่สําคัญนี้ในวันนี้ ผมถามว่าทําไมจึงต้องนําเรื่องเข้าที่ประชุมรัฐสภา ในประเทศรัฐสภาการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยทั่วโลกนี้ รัฐสภาถือเปึนตัวแทนปวงชนชาวไทย เปึนจุดสุดท้ายในการตัดสิน ปัญหา ประเทศญี่ปุ์นพรรค แอลดีพี (LDP) ครองอํานาจมา ๕๐ กว่าป้ เมื่อประชาชน เลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ์ายค้านขึ้นมาเขาก็ยอม ประเทศสหรัฐอเมริกา ใครจะไปเชื่อว่า คนผิวดําจะได้เปึนประธานาธิบดี เขาก็ยอม เพราะเขาเชื่อมั่นในระบบ รัฐสภา รัฐสภาเปึนเจตจํานงร่วมของประชาชน แต่ประเทศเรา เรากลับเกรงกลัว การทํางานของนักการเมืองของรัฐสภา มีอคติว่านักการเมืองเปึนผู้ที่ไม่ประสงค์ดี ต่อการปกครอง ก็เลยสร้างภาวะจํากัดของรัฐธรรมนูญในช่วงที่ผ่านมา เดี๋ยวผมจะชี้แจง ให้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น
ทีนี้เรามาดูว่าพลังสมัยก่อนนี้ ผมเชื่อมั่นว่าจริง ๆ แล้ว ด้วยสติปัญญาของสมาชิกที่อยู่ในที่นี้สามารถแก้ไขปัญหาได้ ไม่มีอะไรหรอกครับ ในอดีตเรามีความขัดแย้งกันในประเทศไทยตั้งแต่สมัยขัดแย้งด้านอุดมการณ์ พรรค คอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ท่านทุกคนก็คงคิดว่าต่อสู้กันจนสร้างกองกําลังจะต่อสู้กัน ประหัตประหารกัน คนตายกันเปึนพันเปึนหมื่นคน ผลที่สุด สังคมมันก็เบื่อ มันก็เห็นความ หายนะ จึงต้องมาจับมือกันใช้การเมืองนําการทหาร ๖๖/๒๓ ในตอนนั้นมีการวิเคราะห์ อย่างไร ก็คือว่ารัฐบาลท่าน หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ก็มองเห็นแล้วว่าถ้าตราบใด ที่ยังคุยกับประเทศจีนไม่รู้เรื่อง ประเทศจีนเปึนต้นร่างในการสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์ แห่งประเทศไทย ท่านก็เลยไปคุยกับประเทศจีน พอประเทศจีนยอมที่จะไม่สนับสนุน เขาก็ถามมาว่า แล้วคนในพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยที่ดําเนินการเรื่องการฆ่าฟัน เรื่องอะไรต่าง ๆ นี้จะทําอย่างไร รัฐบาลก็บอกว่าออกกฎหมายนิรโทษกรรม เมื่อออกกฎหมายนิรโทษกรรมก็ออกจริง ๆ แล้วนิสิตนักศึกษาที่ออกไปเข้าป์าก็สามารถมา เรียนต่อมหาวิทยาลัย มาจบแพทย์ จบอะไร เราจึงได้คนอย่างท่านประสาร ท่านชํานิ ท่านจาตุรนต์ หรือใครที่มานั่งอยู่ที่นี่เปึนใหญ่อยู่ทุกวัน ถ้าท่านทั้งหลายไม่ได้รับ ความอนุเคราะห์จากคนสมัย พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ในการผ่อนปรน ท่านจะได้นั่ง อยู่อย่างนี้หรือ ท่านอาจจะอยู่ในป์ากันก็ได้ แต่เมื่อท่านนั่งอยู่ที่นี่แล้ว ณ วันนี้ แม้ท่าน อยู่คนละป้ก ผมอยากให้ท่านได้มองเห็นนะครับว่าสังคมเราอ่อนล้ามากเกินไปแล้ว ที่จะต้องต่อสู้กัน ที่จะต้องทําร้ายซึ่งกันและกัน ทีนี้เรามาดูนะครับว่านอกจากที่จะ แก้กฎหมาย แล้วลงถึงรากฐานคนที่เกิดปัญหาแล้ว พอผ่อนคลายแล้ว ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ก็มีบุคลิกภาพที่ผ่อนปรน นะครับ ท่านคงจะจําได้ แกงเขียวหวานบรั่นดี ที่ท่านออกมาแสดงให้เห็นว่าท่านไม่ใช่ นายทหารเหมือนสมัยก่อนทั่วไป ทําให้คนนี้เริ่มมั่นใจ ค่อย ๆ ออกจากป์า ใช้เวลาตั้ง ๔-๕ ป้นะครับ ขณะนั้นกว่าจะสําเร็จลุล่วงไปได้ว่าออกมาแล้วจะโดนฆ่าหรือเปล่า ออกมาแล้วมีให้ที่ทํากินเปึนกลุ่มพัฒนาชาติไทย เห็นไหมครับว่าความหวาดระแวง ของคนในสังคมไทยที่มันร้าวลึกนี้เวลาแก้ไขแล้วมันยาก ผมเชื่อว่าความขัดแย้ง ของบ้านเราปัจจุบันนี้เปึนความขัดแย้งด้านบุคคล ไม่ใช่ด้านอุดมการณ์ ความขัดแย้ง ที่แก้ไขยากที่สุดคือความขัดแย้งด้านอุดมการณ์ทางการเมือง เรายังแก้ไขได้ แล้วความขัดแย้ง ด้านศาสนาที่เกิดขึ้นจากภาคใต้ ยากที่สุด แต่ปัจจุบันเรามีความขัดแย้งด้านบุคคล คือ ทัศนคติต่อบุคคล ต่อความอยุติธรรม เรื่องนี้แก้ไขไม่ยากหรอกครับ ขอให้ท่าน มีความจริงใจและจริงจังที่จะแก้ไข ทีนี้เรามาดูว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดอะไรขึ้น แล้วทําไม จึงแก้ไขไม่ได้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมคิดว่าเวลาร่างผมก็จําได้ ผมก็ได้ร่วมอยู่ด้วย ในฐานะที่ได้เปึนที่ปรึกษาของท่านเสรี สุวรรณภานนท์ เพื่อนรักผมนี้ แล้วท่านก็บอกว่า ไม่ให้แก้นะครับ ผมได้เข้าประชุมของคณะกรรมการ แล้วถ้าท่านสังเกตดูนี้ หลังจากที่มี การตั้งคณะ สสร. ขึ้นมา มีคนแซ่ซ้องทั้งหนังสือพิมพ์บอกว่าไม่ต้องไปแก้ทั้งฉบับหรอก นํา สาระข้อบกพร่องของป้ ๒๕๔๐ มาปรับแก้ก็พอ เช่น การได้มาซึ่งองค์กรอิสระ เช่น เรื่องต่าง ๆ ไม่กี่กรณีก็จบสิ้นแล้ว เพื่อแก้ไข เพราะเราพัฒนาป้ ๒๕๔๐ มา ๑๐ ป้แล้ว แต่ว่าคณะกรรมการก็ไม่ทําเช่นนั้น กลับมาร่างทั้งฉบับ พอร่างทั้งฉบับผมได้ไป สังเกตการณ์การร่างที่บางแสนที่ท่านประสงค์เปึนประธาน ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ไม่ได้ เสียหายอะไร ผมก็ไปนั่งสังเกตการณ์แล้วเห็นท่านคุยแต่ละมาตรา ความจริงความจริงใจ ของท่านก็มีนะครับว่าจะแก้ไขเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่ว่าผมมองเห็นว่าคนที่ไม่ได้อยู่ในระบบ การเมืองไม่รู้ลึกถึงสถานการณ์การเมืองเปึนอย่างไร เหมือนกับแล้วมาตัดเสื้อผ้าให้เราใช้ มันไม่ใช่ การแก้ไขปัญหาบ้านเมือง รัฐธรรมนูญต้องเปึนของประชาชน ๖๔ ล้านคน ต้องมี การบูรณาการทุกจุดทุกประเด็น แต่ว่าถูกตัดเสื้อผ้าโดยคนไม่กี่คนแล้วมาแก้ เสร็จแล้ว การแก้นั้นเวลาผมมองดู เมื่อท่านเอ่ยถึงประเด็นของนักการเมืองที่ประชุมจะหัวเราะ เหมือนกับว่านักการเมืองเปึนผู้ที่ไม่น่าไว้วางใจ เพราะฉะนั้นผมก็เลยสรุปว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้มีอคติ เราเกิดมาในสังคมพุทธ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้กล่าวว่า อคติ ๔ เปึนเหตุ ทําให้เกิดความวุ่นวาย ไม่ว่าอคติเพราะรัก เพราะชัง เพราะโกรธ หรือเพราะโง่ เรามาดูว่า รัฐธรรมนูญปัจจุบันผมว่าเกิดจากความรักในพวกพ้องและกลุ่มผลประโยชน์ของตนเอง บางส่วนนะครับ รัฐธรรมนูญในปัจจุบันเกิดจากความชังไม่ไว้วางใจนักการเมืองที่ดูแล ประเทศนี้อยู่ว่าจะนําพาประเทศไปด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตและเที่ยงธรรม จึงสร้างองค์กร กลไกต่าง ๆ มารัดรึงจนพันธนาการไม่สามารถทํางานได้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ กลัวนายกรัฐมนตรีทักษิณจะกลับมา ก็เลยสร้างประเด็นต่าง ๆ ขึ้นมา ผมคิดว่าปัญหา ของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีทักษิณ เปึนปัญหาปัจเจกของบุคคล การที่คนมีความศรัทธา กับปัจเจกบุคคลนี่ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว เพราะปัจเจกบุคคลมีเกิดขึ้น ทรงอยู่และดับไป ไม่ใช่อุดมการณ์ ทางการเมือง ไม่ใช่อุดมการณ์ทางศาสนา เพราะฉะนั้นแล้วถ้า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี คนปัจจุบันหรือต่อ ๆ ไป สามารถบริหารกิจการบ้านเมือง สามารถทํางานให้ลุล่วง ไม่ต้องไปสนใจเรื่องอดีตเลยว่าใครมีปัญหาอย่างไร ท่านนําพาประเทศนี้ด้วยความมุ่งมั่น ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ประกาศเจตนารมณ์ให้สังคมได้เห็นในแต่ละกระทรวง ทบวง กรมทํางานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีการต่อรอง ไม่มีการบีบคั้นกัน ผมเชื่อครับ ปัญหาบุคคลไม่ใช่ปัญหา แต่ท่านกลับไม่ทําอย่างนั้น ท่านมาติดตาม เรื่องเก่า ๆ ความขัดแย้งมันก็เกิดขึ้น ผมเลยขอกราบเรียนท่านว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี อุตส่าห์ที่จะเรียกประชุมรัฐสภาครั้งนี้ แสดงว่าท่านมีเจตนารมณ์แล้ว ไม่ได้เล่นเกม มีเจตนารมณ์ที่อยากจะได้ฟังความคิดเห็นจริง ๆ ผมเลยขอเรียนว่า การแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้น ๑. จะต้องแก้ไขปัญหาความที่ประชาชนเขาไม่สามารถที่จะดําเนินการ สิ่งที่ต้องการได้ นักการเมืองก็ไม่สามารถจะทํางานที่สนองตอบปัญหาของประชาชนได้ เพราะฉะนั้นแล้วเราจะเห็นได้ว่าถ้าประชาชนเราดําเนินการให้ถูกต้องให้ที่ควรแล้วเรื่องนี้ จะสามารถดําเนินการได้ ผมจะขอกราบเรียนท่านนะครับว่า ความขัดแย้งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ของรัฐธรรมนูญ ผมก็ได้เสนอ ผมเห็นรัฐบาลเมื่อการประชุมครั้งที่แล้วไม่สนใจที่จะนําพา ข้อสรุปของคณะกรรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญเข้ามาในการที่จะพูดคุยกันให้คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รอการสรุปของคณะกรรมการสรุปเหตุการณ์ วันที่ ๗ ก่อน ผมคิดว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่สาระ ก็เลยนําเสนอญัตติขึ้นมา พอผมเสนอญัตติ ขึ้นมาและด้วยความบริสุทธิ์ใจ ด้วยความปรารถนาดี ผมเชื่อว่าผมศรัทธาท่านทั้งหลาย ที่เซ็นชื่อให้ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. เราต้องอธิบายให้ท่านเข้าใจว่าบ้านเมืองจะต้องมีการเจาะรู ให้ระบายบ้าง ไม่ใช่ถือว่าใครอยู่ในอํานาจแล้วจะกระทําสิ่งใด ท่านไม่ว่าประกาศสภาวะ ความมั่นคงอะไรไม่มีประโยชน์ละครับ สมัยรัฐบาลอดีต ก่อนวันที่ ๑๔ ตุลาคม เคยทําหนักกว่าท่านอีก มันก็ไปไม่รอด อย่าใช้อํานาจกับประชาชน ต้องใช้ความรัก ความศรัทธาและความเข้าใจ ถ้าท่านมีอํานาจและระหวาดระแวงประชาชน แล้วแบ่งแยก ประชาชนออกเปึนสีต่าง ๆ แล้วมันน่าเศร้าใจ ที่ความเปึนผู้นําแล้วไม่สามารถทําให้ ประชาชนสามัคคีกันได้
ทีนี้เรามาดูว่าทําไม ส.ส. ส.ว. จึงต้องเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะใน ระบอบประชาธิปไตยของทุกประเทศ ที่นี้เปึนแหล่งที่จะต้องแก้ไขปัญหา ที่บ้านเมือง วุ่นวายมีคนเดินข้างถนนมากมาย เพราะว่าสถาบันอธิปไตยของชาติ บริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการไม่ปฏิบัติหน้าที่ได้สมศักดิ์ศรีและประสพความสมบูรณ์ในเจตนารมณ์ ของตนเอง พอเขาไม่สามารถพึ่งพิงฝ์ายบริหาร ฝ์ายนิติบัญญัติ ตุลาการได้อย่างถึง ความรู้สึกของเขาแล้ว เขาก็ต้องไปใช้พลัง เขาเรียกว่า กลุ่มผลประโยชน์และกลุ่มผลักดัน เข้ามาผลักดัน นี่เปึนมิติทางการเมืองอย่างหนึ่ง สิ่งเหล่านี้ถ้าวันนี้การประชุมเรา ไม่มีข้อสรุป การประชุมเราเหมือนกับว่าประชุม ๒ วัน แล้วก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ผมก็จะเสนอ กันมาอีกถึงแม้ว่าถอนกันไปแล้ว การถอน อันนั้นเกิดจากที่ว่า ผมเสนอตั้งแต่วันที่ ๗ จนวันที่ ๑๔ เรื่องยังไม่บรรจุระเบียบวาระเลย ผมก็ไม่ทราบว่าเพราะอะไรทําไมนานขนาด นั้น กรณีเรื่องอื่นเสนอมาวันหนึ่ง วันรุ่งขึ้นก็บรรจุ แต่ไม่เปึนไรผมไม่ว่ากันนะท่านประธาน ผมเปึนคนที่ง่าย ๆ แต่อยากจะเรียนว่าไม่เปึนไรหรอกครับ ขอให้ท่านมุ่งมั่นแล้วเกิดวันนี้ ขึ้นมาแล้วแก้ไขปัญหากันให้ได้ และถ้าประเทศชาติยังทะเลาะกันอย่างนี้นะครับ จะมีคน จารึกว่าสมัยรัฐสภาที่ท่านทั้งหลายดํารงอยู่เมื่อมีมิติปัญหาความขัดแย้งสังคม ท่าน มีอํานาจจะแก้ไขแล้วท่านไม่แก้ แล้วปล่อยให้ประชาชนลุกลามจนร้าวลึก แล้วก็เกิด สงครามประชาชนในอนาคต ท่านอย่าดูถูกนะว่าสงครามนี้จะไม่เกิดขึ้น แล้วบ้านเมืองเรา จะหายนะ ท่านมีหน้าที่ที่จะรับผิดชอบ ท่านมีหน้าที่ที่จะอาสาประชาชนเข้ามาทํางาน ไม่ว่าจะวุฒิสภาหรือสภาผู้แทนราษฎร ผมจะไม่ลงลึกถึงรายละเอียด แล้วจะเห็นว่า ปัญหาต่าง ๆ อยู่ที่ความจริงใจ แล้วถามว่าการแก้ไขนี้เพื่อประโยชน์ของนักการเมืองเอง หรือไม่ ผมเชื่อว่าไม่ใช่ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญจากที่มองเห็นแล้วว่ารัฐธรรมนูญ ปัจจุบันมีอคติ จะต้องมีการแก้ไข ถ้าคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เสนอ ๖ ประเด็น ผมก็คิดว่า ๖ ประเด็นนี้ เปึน ๖ ประเด็นที่ท่านได้กลั่นกรองมาดีแล้วเราก็เสนอไป ท่านครับถ้าผมเสนออีกครั้งหน้า ถ้ารัฐบาลยังขาดความกระตือรือร้นยังไม่ชัดเจน เราก็จะเสนอเข้าไปอีก ฝากท่านประธาน รีบบรรจุให้เร็ว ๆ แล้วเราจะใช้เวทีนี้ ใช้สติปัญญาขบคิดปัญหาของบ้านเมือง ไม่ได้ แช่ปัญหากันถึงขนาดนี้ ผมขอเรียนท่านว่าแล้วประชาชนจะได้อะไร เราจะเห็นได้ว่า ปัจจุบันประชาชนสามารถที่จะดําเนินการต่าง ๆ ได้มากมาย แต่ประชาชนไม่สามารถที่จะ มีนักการเมืองที่จะทํางานให้ประชาชนได้อย่างสมภาคภูมิ เพราะความรึงรัด ของรัฐธรรมนูญ ปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเราก็คือว่า เศรษฐกิจที่ต่ําทรามลงไป สังคม ที่มีความหายนะ แล้วก็มีสารเสพติดจํานวนมาก แล้วก็สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งภายใน ภายนอกเราเสียเปรียบเขาทั้งนั้น เราทําไมไม่มีการแก้ไข เพราะว่ามีการวิเคราะห์แล้ว ปัญหาประเทศชาติเราอยู่ที่ปัญหาของนักการเมือง โพล (Poll) ทุกโพลออกมาแล้วว่าถ้า การเมืองนิ่ง ทุกอย่างเศรษฐกิจ สังคมจะเคลื่อนไหวทํางานได้ เพราะฉะนั้นแล้วผมจะไม่ ลงรายละเอียดปัญหาหาต่าง ๆ เลย ขอให้นักการเมืองทั้งหลาย คณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญบอกว่าต้องทําการประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชน เยาวชนมีจิตสํานึก ไม่ต้องแล้วครับ ท่านเอาคนที่นั่งอยู่ที่นี่มีจิตสํานึก อย่างเดียว บ้านเมืองนี้ไปรอด ถ้าท่านทําอย่างนี้ได้วันนี้เชื่อเถอะครับ ๑. รัฐบาลอย่าเล่นเกม วันนี้ไม่มีฝ์ายค้าน ไม่มีฝ์ายรัฐบาล ไม่มีวุฒิสภา การที่ท่านทั้งหลายถอนก็แสดง ความบริสุทธิ์ใจของผู้ที่เซ็นว่าไม่ได้มีอามิสสินจ้าง การที่ผมไม่ได้กระตือรือร้นที่จะ ดําเนินการเครียดว่ามีการถอนญัตติก็แสดงว่าผมไม่ได้รับโจทย์ใครมา นั่นคือการทํา ด้วยความบริสุทธิ์ใจของแต่ละบุคคล เพราะฉะนั้นผมขอให้ท่านทั้งหลายได้เห็นว่า ถ้าเราตั้งใจทําให้บ้านเมืองนั้นปกติสุขและมีความบริสุทธิ์ใจแล้วจะสามารถแก้ไขปัญหา ประเทศนี้ได้
ผมขอสรุปนะครับท่านประธาน กติกาใด ๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นจะมี ประสิทธิภาพได้จะต้องมีองค์ประกอบสําคัญคือ มีนักการเมืองที่มีจริยธรรมและคุณธรรม ถ้ารัฐบาลไม่ซื้อเสียง ซื่อสัตย์ สุจริต มีประสิทธิภาพในการบริหารแผ่นดิน ทําเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ไม่มีฝ์ายค้านใด ๆ ในโลกเลยที่สามารถล้มรัฐบาลได้ เพราะฉะนั้นผมขอบอกท่านว่าสาระของรัฐธรรมนูญ ที่กําลังถกเถียงกันอีก ๒ วันนั้นไม่สําคัญเท่ากับความจริงใจที่ว่าท่านมีจิตสํานึกร่วม ของประชาชนที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศหรือไม่ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบพระคุณครับ ต่อไปท่านพีระ มานะทัศน์ ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายพีระ มานะทัศน์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดลําปาง ในฐานะสมาชิก รัฐสภา วันนี้นับว่าเปึนวันสําคัญของชาติ เมื่อเช้านี้ผมได้ฟังท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงถึง เรื่องความเปึนธรรม ได้ฟังบรรดาเพื่อน ส.ส. ส.ว. หลายท่านได้แสดงความคิดเห็น ในแง่มุมที่หลากหลาย ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เปึนเรื่องสําคัญกับประเทศชาติ ต้องยอมรับ ความจริงว่าประเทศชาติขณะนี้ประสบวิกฤติ ๓ ด้านคือ ๑. วิกฤติทางด้านการเมือง ที่กําลังถกเถียงกันในวันนี้ คนไทยมีความคิดเห็นขัดแย้งกันและมีความแตกแยก แบ่งเปึนสี เปึนกลุ่มมากมาย วิกฤติที่ ๒ คือวิกฤติทางเศรษฐกิจ ต้องยอมรับว่าขณะนี้ ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ ไม่ว่าจะเปึนคนที่อยู่ในเขตเมืองหรือคนที่อยู่ในชนบทห่างไกล เปึนชาวนา ชาวไร่ก็ตาม ต่างก็ประสบปัญหาเศรษฐกิจซึ่งเปึนปัญหาใหญ่ ไม่ทราบว่า เมื่อไรจะหลุดพ้นวิกฤติอันนี้ไปได้ วิกฤติที่ ๓ ก็คือวิกฤติที่เกิดกับสังคมไทยทั่ว ๆ ไป ขณะนี้ ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดก็ดี ปัญหาโจรผู้ร้ายก็ดี ปัญหาอบายมุขต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ล้วนแต่เปึนวิกฤติที่ประเทศชาติกําลังประสบอยู่
สําหรับในภาพที่ผมจะฉายให้ท่านได้มองเห็นภาพในขณะนี้มี ๔ ภาพ ด้วยกัน ในภาพแรกกระผมอยากสะท้อนให้เห็นถึงสภาพของคนไทยในขณะนี้นะครับ คนไทยอยู่ในภาวะที่เครียดครับ เครียดจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ของบ้านเมือง รวมทั้งปัญหา เรื่องปากท้องของตัวเองที่จะต้องดูแล ไหนจะเรื่องปัญหาของลูกที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ ยาเสพติด สําหรับในเรื่องของการเมืองนั้นผมคิดว่าขณะนี้สื่อต่าง ๆ ได้มีบทบาทสําคัญ ในการแพร่ข่าวต่าง ๆ โดยเฉพาะทางโทรทัศน์ ท่านเชื่อหรือไม่ว่าบางคนเสนอหน้าออกมา แล้วชาวบ้านป่ดทีวีทันทีเพราะรู้สึกไม่ชอบ อันนี้ก็เปึนภาพสะท้อนให้เห็นว่าคนไทย มีความรู้สึกทั้งทางบวกและทางลบ เพราะฉะนั้นสื่อมีบทบาทสําคัญที่จะช่วยกันทําให้ คนไทยหายเครียด จะเห็นได้ว่ารายการโทรทัศน์ขณะนี้ส่วนใหญ่ก็จะมุ่งไปรายการตลก หรือละครที่เราเรียกว่า ละครน้ําเน่า ที่มีภาพตบตีกันต่าง ๆ นะครับ อันนั้นก็เปึน การสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยอยู่ในภาวะเคร่งเครียด ไม่มีทางออก ในภาพที่ ๒ นะครับ ในเรื่องของระบอบประชาธิปไตย ถ้ามองภาพย้อนหลังตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ จนถึงปัจจุบัน ก็ประมาณ ๗๗-๗๘ ป้ด้วยกัน หลายท่านก็ได้พูดไว้แล้วว่าเราได้ใช้รัฐธรรมนูญจนถึง ปัจจุบันเปึนฉบับที่ ๑๘ ก็เรียกว่าประเทศไทยใช้รัฐธรรมนูญค่อนข้างเปลือง วนเวียน อยู่ในวัฏจักร ร่างขึ้นใหม่ใช้ไปสักระยะหนึ่งก็ฉีก แล้วก็กลับมาร่างใหม่อีก วันนี้ที่เรากําลัง พูดถึงกันเรื่องของรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องขอขอบคุณทางคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีท่านดิเรก ถึงฝัืง เปึนประธาน ท่านตั้งใจทําจนกระทั่งได้ข้อสรุป ข้อยุติ ผมคิดว่านั่นเปึนประโยชน์นะครับ ส่วนจะทําหรือแก้ไขด้วยมาตราใดนั้นก็คงต้อง ว่ากันอีกทีหนึ่ง แต่มาตราหลัก ๆ ท่านทั้งหลายก็คงจะเห็นแล้วว่ามันเปึนปัญหา อย่างเช่น มาตรา ๒๓๗ การยุบพรรคเหมือนกับการที่เราไปเผาบ้านของคนที่เปึนสมาชิกอยู่ มันก็เดือดร้อน เพราะว่าสมาชิกของพรรคก็ไม่ใช่มีเฉพาะนักการเมือง มีชาวบ้านอยู่ด้วย บางพรรคมีถึง ๑๐ ล้านคนขึ้นไป อย่างนี้เปึนต้น ทีนี้ผมเห็นว่าข้อเสนอที่ทาง คณะกรรมการสมานฉันท์ในเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๖ มาตรา ค่อนข้างจะเห็นด้วย เกือบทุกมาตรา ผมเองก็เปึนผู้หนึ่งที่ได้ยื่นญัตติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปด้วยเหตุผลที่ว่า อยากเห็นความสงบของบ้านเมืองนะครับ
สําหรับในภาพที่ ๓ รัฐธรรมนูญที่เรามักจะพูดกันมากก็คือการเปรียบเทียบ รัฐธรรมนูญที่ใช้ในป้ ๒๕๔๐ คือฉบับที่ ๑๗ กับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ป้ ๒๕๕๐ ทั้ง ๒ ฉบับนี้ก็มีทั้งข้อดี ข้อเสีย หลายท่านก็พูดมาแล้วว่า ป้ ๒๕๔๐ ทําให้รัฐบาลเข้มแข็ง มีเสถียรภาพที่ดี แต่จุดอ่อนก็คือการเข้าไปแทรกแซงองค์กรอิสระ การทุจริตคอร์รัปชันต่าง ๆ ก็คือจุดอ่อน ซึ่งเราคิดว่าใช้มาช่วงหนึ่งแล้วน่าจะได้มีการแก้ไข แต่พอดีเกิดเหตุการณ์ ปฏิวัติรัฐประหาร ป้ ๒๕๔๙ ก็ทําให้เปึนที่น่าเสียดายนะครับว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกฉีก ไปก็ได้ร่างฉบับป้ ๒๕๕๐ ขึ้น ก็มีทั้งจุดอ่อน จุดแข็งเลยครับ ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือว่า การทะเลาะเบาะแว้ง การแตกแยกกันเหล่านี้ก็เกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าทั้ง ๒ ฉบับที่มีการเปรียบเทียบกันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดี อย่างเช่น การแก้ปัญหาเศรษฐกิจถ้ารัฐบาลเข้มแข็งก็แก้ได้ง่าย จะเห็นได้ว่าเราสามารถ ที่จะใช้หนี้ ไอเอ็มเอฟ (IMF) ได้ก่อนเวลา อย่างนี้เปึนต้น นี่ผมยกตัวอย่างให้เห็นว่ามันมี ข้อดีอยู่ แต่ข้อเสียก็มีได้เรียนให้ทราบแล้ว
แต่ว่าอย่างไรก็ตามในภาพสุดท้าย ผมอยากจะชี้ให้เห็นว่านอกจากแก้ไข รัฐธรรมนูญแล้ว คงไม่สําเร็จหรอกครับที่จะแก้ไขปัญหาของชาติ คงจะต้องมองไปถึง ในเรื่องของการปฏิรูปการเมือง การสร้างความสมานฉันท์ อีก ๒ เรื่องที่รัฐบาลจะต้องให้ ความสนใจ การเจรจากันเปึนเรื่องที่ดีที่สุดที่จะลดปัญหาความขัดแย้ง เอาคู่กรณี มาเจรจากันให้ได้ แล้วก็มาคุยหารือกัน รัฐสภาหรือรัฐบาลจะเปึนเจ้าภาพ ผมไม่เกี่ยงนะครับ ขอให้งานนี้สําเร็จ แต่ว่าในเรื่องของการเจรจานั้นก็คงจะต้องมีหลักเกณฑ์ กฎ กติกา อะไร ที่ทําเพื่อชาติบ้านเมือง การปฏิรูปการเมืองก็เช่นเดียวกันนะครับ ผมคิดว่าเปึนเรื่องสําคัญ ที่จะนําให้ประเทศชาติไปสู่ความสงบเรียบร้อย ดังนั้นทั้งหมดนี้ก็เปึนการฉายภาพ เรื่องของการที่จะนําไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของสังคม ขอบคุณมากครับ
ต่อไปอีก ๖ ท่านตามลําดับดังนี้นะครับ คุณมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ คุณฐิติมา ฉายแสง คุณรสนา โตสิตระกูล พลอากาศเอก ณพฤษภ์ มัณฑะจิตร คุณไชยยศ จิรเมธากร คุณนพคุณ รัฐผไท เชิญ คุณมานะศักดิ์ ๑๐ นาที
ขอบคุณครับท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม มานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมได้ฟังมาหลายท่านเกี่ยวกับข้องห่วงใยในประเด็นของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อที่ จะสร้างความสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปและการแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางมาตรา ตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านได้มีข้อตกลงกับพวกเราในช่วงเวลาหนึ่งว่าจะมีการคิด พิจารณา แล้วก็ศึกษา วิเคราะห์อย่างแท้จริง แล้วก็สรุปออกมาให้ได้ ๖ ข้อ โดยเริ่มแรกทีเดียวตั้งแต่ เดือนเมษายนหลังจากสงกรานต์เลือดเท่าที่พวกเราได้เห็น แล้วก็ได้มีการเป่ดประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งแรกเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา ของรัฐธรรมนูญตรงนี้ ตามมาตรา ๑๗๙ แล้วก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อ การปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีท่าน ส.ว. ดิเรก ถึงฝัืง สมาชิก วุฒิสภา จังหวัดนนทบุรี เปึนประธาน แล้วก็ ๖ แนวทาง ถ้าผมจะอ่านไปก็คงจะคล้าย ๆ กับหลาย ๆ ท่าน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการยุบพรรค ตามมาตรา ๒๓๗ ไม่ว่าจะเปึนที่มา ของ ส.ส. ตามมาตรา ๙๓ ถึง มาตรา ๙๘ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของที่มาของ ส.ว. ไม่ว่าจะเปึน เรื่องของการทําสัญญาที่จะต้องได้รับความเห็นชอบผ่านสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเปึน เรื่องของการดํารงตําแหน่งทางการเมืองของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือกระทั่ง การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนของ ส.ว. แล้วก็ ส.ส. เองก็ดี ตาม มาตรา ๒๖๖ ตรงนี้ผมถือว่าเปึนข้อสรุปที่พวกเราทุกคนยอมรับได้ แต่ปัญหามันก็ เกิดขึ้นมาอีก เพราะว่าวันนี้ก็ได้มีการเป่ดประชุมร่วมกันของรัฐสภานะครับ แต่ปัญหา ผมบอกได้เลยว่าวันนี้กับวันพรุ่งนี้ก็ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเปึนจริงเปึนจังนะครับ เพราะว่า ตรงนี้เปึนการขอแค่เป่ดการหารือทั่วไปเท่านั้นเอง ไม่ได้มีการลงมติในบางมาตรานะครับ วันนี้แค่เป่ดขอ เพราะฉะนั้นผมถึงบอกได้ว่าวันนี้เป่ดแค่ขอความคิดเห็น ซึ่งพวกเรา ไม่ว่าจะเปึนทาง ส.ส. เองก็ดี ทาง ส.ว. เองก็ดีเคยเป่ดมาแล้ว เคยให้ข้อคิด แง่คิด แนวทางกับคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญไปแล้ว แต่วันนี้มันเหมือนจะกลับเข้ามาสู่จุดเดิมอีกนะครับ ผมพูดจริง ๆ เลย ว่าครั้งนี้ต้องขอเรียนไปยังทางนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยทํา หน้าที่เปึนประธานรัฐสภาว่ารัฐบาลจริง ๆ ต้องควรที่จะใจกว้าง เปึนธรรม แล้วก็ควรที่จะ แก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้ไขปัญหาตามแนวทางข้อสรุปของคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะว่าวันนี้ถ้าเป่ดเพื่อขอแค่ หารือ ผมว่าโนพอยนท์ (No point) ผมว่ามันไม่มีข้อสรุป แล้วก็ไม่มีค่าอะไรเลยจริง ๆ ครับ ท่านประธาน สุดท้ายปัญหาก็ไม่ได้รับการแก้ไข ก็กลับไปสู่จุดเดิม วันนี้หารือเสร็จ พรุ่งนี้ ต่อไปจะทําอย่างไรต่อ จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาซ้อนกันอีกหรือครับ หรือว่ามันจะแบบไหน อย่างไร ท่านประธานครับ สมาชิกรัฐสภาครับ วันนี้พวกเราพร้อมที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมที่จะสร้างความสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปทางการเมือง พรรคภูมิใจไทยก็พร้อมครับ พร้อมที่จะแก้ไขเหมือนกัน ตรงนี้ถ้าเกิดประสิทธิภาพในการทํางาน ผมว่ามันจะเกิด ความร่วมไม้ร่วมมือกันของทางรัฐสภา ประเด็นทั้ง ๖ ประเด็นของคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีความจําเปึนอย่างยิ่ง ที่จะต้องได้รับการแก้ไข ถ้าทางรัฐบาลหรือกระทั่งนายกรัฐมนตรีและคณะเองก็ดี ถ้าวันนี้ ท่านคิดว่ามันอาจจะไม่รอบคอบที่ดี เราต้องมาดูว่ากี่ประเด็น ใน ๖ ประเด็นนี้มีกี่ประเด็น ที่ควรที่จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน อีกกี่ประเด็นที่ควรที่จะชะลอ หรือกระทั่งว่า จะไปทําประชาพิจารณ์ขอประชามติก่อนก็ได้ไม่มีปัญหา ผมพูดจริง ๆ เลยว่าไม่มีปัญหา ครับท่านประธาน แต่ว่ามาตราหลาย ๆ มาตรานี้ ผมเชื่อเลยว่าควรที่จะได้รับการแก้ไข มาก่อน ๑ เรื่องเลยครับท่านประธาน มาตรา ๑๙๐ ว่าด้วยการทําสัญญาที่จะต้องได้รับ ความเห็นชอบของทางรัฐสภาดังที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้มีแนวทางเอาไว้ ขออนุญาตขออ่านรายงาน ของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ทางที่ประชุมของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นที่ประชุมส่วนใหญ่มีความเห็นร่วมกันก็คือยังให้คง หลักการ แต่ว่าให้มีประชาชนมามีส่วนร่วมและแก้ไขเพิ่มเติมในวรรคห้า ให้มีอํานาจ กําหนดประเภทของหนังสือสัญญาที่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา กับการให้ อํานาจทบทวนประเภทหนังสือสัญญาตามระยะเวลาอันเหมาะสมและให้เร่งรัด การออกกฎหมายว่าด้วยการกําหนดประเภท ขั้นตอน และวิธีการจัดการทําหนังสือ สัญญาตามความวรรคห้า อีกทั้งยังเห็นให้มีการศึกษา การปฏิบัติตามบทบัญญัติ ในมาตรา ๑๙๐ ทั้งนี้ในอนาคตเพื่อพิจารณาปรับปรุงให้สามารถนําไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อประเทศชาติ นี่คือสาระสําคัญของมาตรา ๑๙๐ ถ้าวันนี้ เราไม่ได้รับการแก้ไข ผมเชื่อว่าอีกนานเหมือนกัน เพราะเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าช่วงเวลาใด ถึงจะได้มีการเป่ดแล้วก็ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญกันอีกรอบหนึ่งนะครับ
ประเด็นที่สําคัญที่สุด ที่มาของ ส.ส. แน่นอนครับตัวผมมาจากผู้แทน ประชาชนเลือกตั้งขึ้นมา ตรงนี้ที่มาของ ส.ส. ผมถือว่าเปึนเรื่องที่สําคัญเร่งด่วนที่ทาง คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น มีข้อสรุปมาเหมือนกัน ไม่ว่าจะเปึนแบบเลือกตั้งระบบเขต แบบเขตหรือแบบปาร์ตี้ลิสท์ (Party List) หรือที่เราเรียกกันว่า ระบบบัญชีรายชื่อ นะครับ ตามคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นได้มีข้อสรุป ออกมาแล้วว่าที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ นั้น ที่ประชุม ส่วนใหญ่มีความคิดเห็นสอดคล้องกัน เห็นชอบว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาจาก การเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียวครับท่านประธาน จํานวน ๔๐๐ คน และให้มาจาก การเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่ออีก ๑๐๐ คน ไม่ใช่แบบปัจจุบันที่เหลืออยู่แค่ ๘๐ คนเท่านั้น รวมทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดให้มีประมาณ ๕๐๐ คน ตามบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานาประการ หนึ่งเลยเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียวเปึนความเสมอภาคและเปึนหลัก สากลทั่ว ๆ ไป ที่ทั่วประเทศและต่างประเทศนั้นยอมรับ เขตเดียวเบอร์เดียวคือให้อภิสิทธิ์ แก่ประชาชน วันนี้เขตหนึ่งเลือกตั้งที ๓ คน อีกจังหวัดเขตหนึ่งเลือกตั้ง ๒ คน อีก ๑ จังหวัดทั้งจังหวัดเลยเลือกตั้งคนเดียว ผมคิดว่ามันไม่น่าจะเปึนธรรมต่อที่มา ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสรรหา การอะไรเองก็แล้วแต่ การเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่ข้อสรุปของคณะกรรมการสมานฉันท์นั้น มีบทสรุปมาว่า หนึ่งเลยเพื่อให้พรรคการเมืองขนาดเล็กและพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเลือกตั้ง จํานวนน้อยจากประชาชน มีโอกาสได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาทําหน้าที่อยู่ใน รัฐสภาแห่งนี้ ไม่ใช่พรรคการเมืองใหญ่ ๆ อย่างเดียว อันนี้คือประเด็นที่สําคัญครับ ท่านประธานครับ การให้คะแนนความสําคัญกับคะแนนเสียงของประชาชนหรือกล่าวอีกว่า คะแนนเสียงทุกคะแนนเสียงของประชาชนนั้นมีความหมาย ตรงนี้มันมีความหมายจริง ๆ ครับท่านประธาน ถ้าทําได้ตามนี้ผมเชื่อเลยว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็คงจะมีความหมายขึ้น ในสายตาของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ท่านประธานครับ ในส่วนประเด็นอื่น ๆ ถ้าบอกว่ายังไม่รอบคอบก็ควรที่จะต้องเสนอแนวทางมา จะต้องทํา อย่างไร ประชาพิจารณ์หรือประชามติขอจากประชาชน ไม่ว่าจะเปึนที่มาของ ส.ว. เองก็ดี หรือเรื่องอื่นเองก็ดีนะครับ ท่านคิดท่านทําเลย ท่านขอรัฐสภาเห็นชอบมาเลย แต่ว่า ถ้าประชุมกันอย่างนี้แค่ขอหารือ ผมคิดว่ามันไม่มีประโยชน์ครับท่านประธาน ไม่มีคุณค่า อะไรเลยจริง ๆ มันเหมือนอะไรกันนี่ เล่นปาหี่กันหรือครับ ดึงเวลาหรือครับ มันไม่ใช่ครับ ท่านประธาน ตรงนี้สุดท้ายเลยเพราะผมเหลือเวลาแค่ครึ่งนาที ในการแก้ไขปัญหา ในเรื่องของความสมานฉันท์นั้นมีอยู่หลายประเด็นมากเลยท่านประธาน มันขึ้นอยู่กับ การบริหารการจัดการของผู้ที่มีอํานาจอยู่ในฝ์ายบริหาร ถ้าบริหารการจัดการในการแก้ไข อย่างเปึนธรรม ไม่ให้สังคมมองแล้วเกิดความรู้สึกว่ามีอยู่หลายมาตรฐานนั้น ตรงนี้ก็จะ ไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชน ส่วนเรื่องของการปฏิรูปทางการเมืองก็เพื่อที่จะให้เกิด การเข้ารูปเข้ารอย ลดความขัดแย้งทางการเมือง ลดความรุนแรงทางการเมือง เพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพในการทํางานในแต่ละฝ์าย ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายบริหารหรือฝ์ายนิติบัญญัติ ฝ์ายตุลาการเองก็ดี ตรงนี้ก็หวังว่าอยากจะให้มันเกิดอย่างเปึนรูปธรรมครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ มีคณะผู้สูงอายุตลาดโชคชัย ๔ กับคณะนักศึกษาสาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัย ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เข้ามาเยี่ยมชมการประชุมของเรา ก็ขอต้อนรับด้วย ต่อไป เชิญท่านฐิติมา ฉายแสง ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ท่านประธานคะ ก่อนอื่นดิฉัน ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภาที่ได้บรรจุเรื่องนี้เข้าสู่สภาร่วมกันของ ทั้ง ๒ สภา ทั้ง ส.ว. และ ส.ส. จริง ๆ แล้วเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ถ้าจะให้ดี และดูดีกว่านี้ควรจะเปึนญัตติของประชาชนที่ยื่นมาแล้ว ๗๐,๐๐๐ กว่าชื่อ จ่อในสภา แห่งนี้มานาน แต่ยังไม่ได้รับการบรรจุเสียที จริง ๆ ต้องเปึนญัตตินั้นถึงจะดีกว่า เพราะเปึน ของประชาชน นี่ในความคิดของดิฉัน แต่อย่างไรก็ตามวันนี้เรามาพูดจากันเรื่องการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ดิฉันก็มีแนวคิดอยู่ซึ่งอยากจะมาร่วมในการที่จะอภิปราย ท่านประธานคะ รัฐธรรมนูญนั้นเปึนกฎหมายสูงสุดที่ใช้ในการปกครองประเทศ เปึนกฎหมายที่สําคัญที่สุด กฎหมายอื่นจะมาใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้ เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญจึงต้องมีศักดิ์ศรี ให้สมกับความเปึนกฎหมายสูงสุด นั่นหมายความว่ารัฐธรรมนูญจะต้องเปึนกฎหมายที่ดี มีประโยชน์ต่อสาธารณะ มีประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนให้สูงที่สุดและมาก ที่สุด แต่ท่านประธานคะ ในวันนี้ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. มาประชุมร่วมกันของรัฐสภาก็เพื่อ เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แต่มันแสดงให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ คงยังไม่ดี คงยังมีปัญหา คงยังไม่สามารถที่จะให้ประโยชน์ต่อสาธารณะ หรือประโยชน์ ต่อประเทศชาติและประชาชนได้สูงที่สุด จึงต้องมาอภิปรายกันในวันนี้ บางคนบอกว่า แน่นอนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นคือตัวปัญหาเลยละ ที่บ้านเมืองยุ่งเหยิงสับสนวุ่นวาย และแก้ไม่ตกก็เพราะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี่ละ แต่พี่น้องประชาชนบางคนก็บอกว่า เขาไม่เห็นจะเข้าใจเลยว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นเปึนตัวปัญหาอย่างไร เขาก็อาจจะ บอกว่าฉันก็เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา ปลูกพืชผัก ผลไม้ของฉันไป ฉันก็ทํามาหากินของฉันไป ฉันไม่เห็นจะเข้าใจเลย ฉันไม่สามารถที่จะโยงใยได้หรอกว่ามาตรานี้ของรัฐธรรมนูญ มันทําให้เกิดเรื่องแบบนั้น หรือว่ามาตรานี้ไปโยงกับมาตรานั้นแล้วจะเกิดปัญหาอะไร เขาบอกเขาไม่รู้เรื่อง เขาไม่เข้าใจ แต่เขาอยากให้บ้านเมืองสงบ เขาอยากขายของ ขายสินค้าเขาได้ เขาอยากจะมีเงินทองใช้เหมือนเมื่อก่อน บางคนบอกว่าฉันอยากจะมี งานทํา บ้านเมืองแย่แล้ว ฉันไม่มีจะกินอยู่แล้ว ทําอย่างไรดี ท่านประธานคะ ปัญหา ที่ดิฉันหยิบยกขึ้นมาเปึนปัญหาของพี่น้องประชาชนนั้น มันล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ทั้งสิ้น วันที่ ๑๖ วันที่ ๑๗ กันยายน ป้ ๒๕๕๒ ๒ วันนี้เปึนวันที่ ที่ประชุมแห่งนี้จะต้องมาพูดกันถึงเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ก่อนหน้านี้ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา อย่างเช่นคราวที่แล้วเราก็ใช้มาตรา ๑๗๙ ในการพูดคุยถึงปัญหาบ้านเมืองเรื่องการสลายการชุมนุม ดิฉันเองเปึนผู้หนึ่งซึ่งเสนอ แนวคิดไป ๓ ข้อด้วยกัน
ข้อที่ ๑ ที่เสนอกับรัฐบาลคราวที่แล้ว คือการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาที่เปึน กลางในการสอบสวนหาข้อเท็จจริง ในการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงในช่วง สงกรานต์เลือด ดิฉันเสนอไว้ข้อที่ ๑
ข้อที่ ๒ ดิฉันเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อได้ข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ ดิฉันก็เสนอ ข้อที่ ๓ ว่า เมื่อผ่านตรงนั้นแล้วก็ขอให้ยุบสภาให้การเลือกตั้งมีขึ้นมาใหม่ มอบอํานาจ ให้กับประชาชนอีกครั้งหนึ่ง ดิฉันก็ดีใจและขอขอบคุณรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่ทํา ไปแล้วตามที่ดิฉันเสนอ ๒ ข้อ ถึงแม้ข้อที่ ๑ คณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริงในการ สลายการชุมนุมยังไม่บรรลุผล ยังดําเนินการอยู่ แต่ข้อที่ ๒ สิคะเปึนข้อที่พวกเราได้เห็นแล้วว่ามีคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านก็นั่งอยู่บนบัลลังก์กันอยู่ อันนี้เปึน ๒ ข้อ ที่เกิดขึ้นแล้ว ถึงแม้ข้อที่ ๓ ยังไม่เกิด ซึ่งก็ยังไม่ควรจะเกิดควรจะแก้ไขก่อน ท่านประธานคะ อันนี้ละค่ะมันเปึนสิ่งที่เราคาดหวังจากคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ดี และจากสภาแห่งนี้ว่าจะทําให้การเมืองนั้นดีขึ้น มันเปึนอีกขั้นหนึ่งอย่างไรละคะ เปึนอีกขั้นหนึ่งที่เราจะทําให้มันเกิดขึ้น แต่เมื่อวานนี้ดิฉัน ได้ยินท่านประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ท่านได้ให้สัมภาษณ์ ท่านบอกว่าทําอะไรได้บ้างดีกว่าไม่ได้ทําอะไรเลย แต่จริง ๆ วันนี้ดิฉันอยากจะฟังท่าน ส.ว. ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ประธาน คณะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับท่าน ส.ว. ตวง อันทะไชย ประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางสร้าง ความสมานฉันท์ทางการเมืองของสังคมไทย ดิฉันอยากฟังท่านพูด ก็หวังว่าท่านคงจะ ได้พูด ดิฉันคิดอย่างนี้ค่ะว่ารัฐบาลชุดนี้คงจะไม่จัดการประชุมแห่งนี้จนกระทั่งถูกต่อว่า ว่าเปึนการซื้อเวลา ไม่ได้มีความจริงใจในการที่จะแก้ปัญหาบ้านเมือง ดิฉันหวังว่า คงไม่เปึนอย่างนั้น แล้วก็คงไม่ทําให้คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นทําเสียเวลาฟรี ๆ ไปเปล่า ๆ คงไม่เปึนอย่างนั้น เอาละค่ะ ถามว่าทําไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ตัวรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นมีปัญหาอย่างไร คําตอบก็คือว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น ไม่เปึนประชาธิปไตยที่แท้จริง ทีนี้ถามว่า ทําไมต้องไปเกี่ยวข้องกับประชาธิปไตยที่แท้จริง ท่านประธานคะ มันเกี่ยวข้องอะไร กับการทํามาหากินของพี่น้องประชาชน มันเกี่ยวข้องอะไรกับเศรษฐกิจของชาติอยากจะรู้นัก ประชาชนเขาเลือกตั้งคราวที่แล้ว วันที่ ๒๓ ธันวาคม เขาเลือกเพื่อที่จะให้ พรรคพลังประชาชนเปึนรัฐบาล เพราะเขาเลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ เพราะเขาคิดว่า นโยบายของพรรคพลังประชาชนนั้นเปึนนโยบายที่ดีมีประโยชน์ทําให้เศรษฐกิจ ของชาตินั้นดีขึ้น ทําให้ราคาพืชผลทางการเกษตรนั้นดีขึ้น ได้ราคา ทําให้คนยากคนจน คนรากหญ้าได้ลืมตาอ้าปากได้ แต่คนที่มาทําเผด็จการรัฐประหาร คนที่มีอํานาจ คนที่คลอดรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น เปึนคนที่เขาไม่ชอบ ไม่พอใจ เขาแพ้ เขากลัวถูกเช็กบิล (Check bill) เพราะฉะนั้นเขาจึงต้องหาวิธีการต่าง ๆ นานาทําให้ พรรคการเมืองคือพรรคพลังประชาชนที่ถึงแม้จะชนะการเลือกตั้งได้เปึนที่ ๑ อยู่ในสภาแห่งนี้ ก็ต้องแพ้ไปในที่สุด ไม่ได้เปึนรัฐบาลไปในที่สุด แล้วก็พยายามทําทุกวิถีทางให้พรรคที่แพ้ การเลือกตั้ง แพ้พรรคพลังประชาชนกลับมาเปึนรัฐบาล เพราะฉะนั้นเขาจึงใช้กลไก ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี่ละค่ะ มาตรา ๒๓๗ มาทําการยุบพรรคไปง่าย ๆ ท่านประธานคะ รัฐบาลชุดนี้ที่กําลังถึงแม้ว่าไม่มีนโยบายที่ถือว่าเปึนเด่นชัดของตัวเองเลย ได้บริหาร ราชการแผ่นดินก็ดีนะคะ โชคดีไป เพราะฉะนั้นการยุบพรรคมันง่ายเกินไปค่ะท่านประธาน การกระทําการที่ขัดแย้งต่อหลักประชาธิปไตย ขัดแย้งต่อความรู้สึกของประชาชน ขัดแย้ง ต่อความที่ประชาชนรู้สึกว่าเขานั้นได้เลือกพรรคพลังประชาชน แต่พรรคพลังประชาชน ไม่ได้บริหารต่อไป ยุบพรรคไปเสียง่าย ๆ นี่ละคะคือสิ่งที่มันขัดต่อความรู้สึก เขาจึง รู้สึกออกมา เขาจึงแสดงออกถึงความที่ว่าเขาไม่ชอบความไม่ยุติธรรม ไม่ยุติธรรม ต่อความคิดเห็นของเขา มาตรา ๒๓๗ จึงกําหนดการยุบพรรคไว้ง่ายจนเกินไป ถามว่า ง่ายอย่างไร ท่านประธานคะ มาตรา ๒๓๗ บอกไว้ว่า หากปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อ ได้ว่าหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคผู้ใดมีส่วนรู้เห็นหรือปล่อยปละละเลย หรือทราบถึงการกระทําที่ฝ์าฝ๋นต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. หรือระเบียบ หรือประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งก็ให้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งยุบพรรค เพิกถอนสิทธิของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ทุกคน ๕ ป้ ท่านประธานคะ มาตรานี้ต้องแก้ไข แล้วแก้ไขอย่างไร ก็แก้ไขให้เปึนความผิด เฉพาะตัว นั่นหมายความว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งท่านใดทําการฝ์าฝ๋นคนนั้นละคือคนที่ถูก เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเปึนเวลา ๕ ป้ก็ว่ากันไป เพราะฉะนั้นความยุติธรรมจะกลับคืน มาสู่สังคม เมื่อความยุติธรรมกลับคืนมาความสงบสุขก็กลับคืนมาสู่สังคมด้วย เช่นเดียวกัน แต่ถามว่าได้คนผิดไหมคะ ได้ไหม ได้ ได้คนผิดก็คือคนที่มีพฤติการณ์แบบนั้น หรือคนที่ทํา ให้เหตุการณ์ในการฝ์าฝ๋นนั้นเกิดขึ้น นั่นล่ะค่ะคือคนผิด สังคมก็ได้คนผิด แต่ระบบพรรค ยังเกิดขึ้นอยู่ ทีนี้ถ้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๗ เช่นเดียวกันนะคะท่านประธาน เช่นเดียวกันว่าหากในอนาคตเกิดเหตุแบบนี้กับพรรคประชาธิปัตย์บ้าง หรือเกิดเหตุแบบนี้ กับพรรคการเมืองใหม่ของกลุ่มพันธมิตรบ้าง รัฐธรรมนูญจะมาเหมารวมเข่งแบบที่ พรรคไทยรักไทย หรือพรรคพลังประชาชนโดนไม่ได้แล้ว เพราะแก้รัฐธรรมนูญแล้ว ถ้าเกิดเหตุการณ์กับ ๒ พรรคนี้ คนเสื้อเหลืองหรือคนที่ไม่พอใจของพรรคประชาธิปัตย์ก็ดี จากตัวอย่างที่ดิฉันหยิบยกก็จะไม่ต้องออกมาชุมนุมประท้วง คนเสื้อเหลืองกลุ่มพันธมิตร ก็ไม่ต้องออกมายึดสนามบินให้มันเกิดปัญหากับบ้านเมืองอีก ไม่ต้องมี เมื่อบ้านเมือง ไม่สงบ ท่านประธาน บรรยากาศการลงทุนค้าขายต่าง ๆ มันก็หยุดชะงักไม่เกิดขึ้น คนไทย เปึนนักลงทุนก็ดี หรือคนต่างชาติที่เปึนนักลงทุนก็ดี เขาจะไม่มาลงทุนถ้าบ้านเมืองไม่สงบ เศรษฐกิจของชาติโดยรวมก็จะไม่ดี ผู้คนก็ยังต้องตกงานอยู่ ขายสินค้าก็ไม่ได้ราคา ภาพพจน์ประเทศก็ด้อยลง ขายสินค้าไม่ได้ราคา คู่แข่งขันเขาก็เลยไปลงทุน ต่างชาติ ไปลงทุนประเทศอื่นเสียดีกว่า เพราะฉะนั้นแก้ปัญหาโดยการแก้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๒๓๗ นี้เสีย เพื่อนําความสงบสุขกลับเข้ามา เพราะฉะนั้นมาตรานี้จึงเปึนมาตราที่ ตรงกับคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ เสนอไว้ค่ะท่านประธาน นําความสงบสุขกลับมาสู่ประเทศชาติ
ทีนี้ถามว่าถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญท่านประธาน มันจะเกิดอะไรขึ้น มันจะเกิด ความยุ่งเหยิง สับสน วุ่นวายอยู่ในสังคมเหมือนเดิม เพราะอะไร เพราะว่านายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้รับการยอมรับจากหลาย ๆ คน เวลาไปไหนมาไหนก็ไม่สบายใจ อาจจะโดน เหมือนคราวที่แล้วก็ได้ ไปที่พัทยาก็โดนทุบรถ หรือไปลพบุรีล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็โดน ปลาร้าขว้างเอา ต้องมานั่งหาตํารวจเปึนหลายพันนายเพื่อคุ้มครอง และลองดูสิคะลองไป จังหวัดอุดรธานีสิคะจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ดิฉันคิดว่าคงยุ่งเหยิง แล้วตํารวจเขาก็บอก มาแล้วนะคะว่า เขาก็คงไม่อยากที่จะคุ้มครองอะไรเท่าไรแล้ว เพราะเขากลัวว่าถ้าเขาไป ทํามาก หรือว่าเกินไปกับผู้ชุมนุมเขาอาจจะถูกร้องต่อข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จาก ป.ป.ช. ถูกปลดออก ไล่ออกก็ได้ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวนี้ชาวบ้านเขาก็เลยบอกว่า เห็นท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในทีวีทีไรเขาเอารองเท้าขว้าง หรือไม่เขาก็ เปลี่ยนช่องทุกทีเลย ดิฉันไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ท่านประธาน เพราะฉะนั้น การบริหารราชการมันก็จึงยากลําบากอยู่ ท่านประธานคะ การเสนอขอแก้ไข มาตรา ๒๓๗ นั้น ดิฉันเองถือว่าเปึนเรื่องที่เปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนด้วยซ้ํา ไม่ได้ทําเพื่อประโยชน์ส่วนตัวแต่อย่างใดเลย แม้จะมีกลุ่มคนบางคนออกมาคัดค้านที่ ส.ส. และ ส.ว. รวมตัวกัน ๑๕๒ คน ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ออกมาคัดค้านจะถอดถอน ส.ส. กับ ส.ว. ด้วยซ้ํา อันนี้เปึนตัวอย่างท่านประธาน เปึนตัวอย่างที่คณะรัฐประหาร วางกับดักทิ้งเอาไว้ เพื่อทําลายฝัืงตรงข้าม เพราะกรณีนี้ ส.ส. ส.ว. ทําตามหน้าที่ ที่รัฐธรรมนูญให้ไว้ด้วยซ้ํา นั่นคืออะไร คือการยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญตามหมวด ๑๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ซึ่งเปึนไปตามกฎหมาย แต่มันไม่ถูกใจ คนบางคน ไม่ถูกใจคณะบางคณะที่มีอํานาจแฝงอยู่นั่นเอง เพราะฉะนั้นจึงพยายามหา ช่องทางกันเปึนทอด ๆ ท่านประธานลองคิดดูว่าถ้าหากเรื่องนี้คดีไปถึงการไต่สวนและถูก ส่งไปยัง ส.ว. ดิฉันว่ามันบรรลุผล ร้อยเปอร์เซ็นต์เลย อย่าให้เกิดขึ้นอย่างนั้นเลย มันเปึน การทําลายล้างฝ์ายตรงข้ามด้วยองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งองค์กรอิสระนี้ ก็ถูกแต่งตั้งไว้โดยคณะรัฐประหาร และยังคงทําหน้าที่นี้สนองตอบต่อความต้องการของผู้ ที่มีอํานาจที่มองไม่เห็นนั้นเอง ท่านประธานคะ กลุ่มคนที่มาคัดค้านการแก้ไข รวมทั้ง คณะกรรมการบางท่านในองค์กรอิสระ หรืออดีต สสร. ที่ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้ ออกมาคัดค้านนั้นอาจจะเปึนแนวคิดที่ไม่เข้าใจถึงประชาธิปไตยแบบตัวแทนอย่างแท้จริง เพราะเมื่อประชาชนส่วนหนึ่งเขาเห็นว่ามันมีปัญหาในสังคม มันมีความขัดแย้ง และอุปสรรคในการที่จะให้มันแก้ไขกันได้ มันคือตัวกฎหมายนั่นเอง มันคือตัวรัฐธรรมนูญ เอง มันก็สมควรที่จะแก้ไข ดังนั้นการแก้ไขมันจึงไม่น่าจะเปึนเรื่องต้องห้ามแต่อย่างใด แต่การแก้ไขนั้นมันต้องทําตามรัฐธรรมนูญ เราเคารพรัฐธรรมนูญ มันกําหนดไว้ ในมาตรา ๒๙๑ ที่ให้หลักเกณฑ์ วิธีการแก้โดย ๔ กลุ่มประเภทด้วยกัน ครม. ส.ส. หรือ ส.ส. บวก ส.ว. หรือประชาชน เขาก็มีสิทธิยื่นเข้ามา ชื่อเกิน ๕๐,๐๐๐ ชื่อ เขาก็ยื่นเข้ามาได้ เพราะฉะนั้นการกระทําที่คัดค้านนี้จึงไม่น่าจะเปึนแนวคิดแบบประชาธิปไตย แต่เปึน แนวคิดแบบอํานาจนิยมหรือข่มขู่กันเสียมากกว่า เพราะว่าในระบบรัฐสภาเมื่อท่านเห็นว่า ญัตติใดไม่เหมาะสม ท่านก็ลงมติให้ญัตตินั้นตกไป มันเปึนวิถีทางประชาธิปไตย เปึนการปฏิบัติหน้าที่ที่มีเหตุมีผล ท่านประธานคะ ไม่ใช่ว่า ส.ส. ส.ว. มีอํานาจหน้าที่ ในการจะแก้ไขพิจารณาการแก้กฎหมายโดยตรง แต่กลับกลายเปึนถูกกล่าวหาว่า ทําเพื่อตัวเอง ทําผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๒ ท่านประธานคะจะมาถอดถอนกันเรื่องนี้ ดิฉันว่ามันเลอะเทอะสิ้นดี เลอะเทอะจริง ๆ แต่อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ปัจจุบันอะไร มันก็เกิดขึ้นได้ บ้านเมืองมันไม่ได้อยู่เปึนปกติสุขนักหรอกนะคะ มีอํานาจแฝงอยู่ เพราะฉะนั้นอะไรมันก็เกิดขึ้นได้ นักการเมืองฝ์ายตรงข้ามถ้าหลุดเข้าไปในกับดักนี้ เสร็จแน่ ผู้มีอํานาจที่มองไม่เห็นแค่ส่งสัญญาณให้ลูกสมุนบางคนดําเนินการ ดําเนินการ ให้เปึนไปตามเปัาหมายของเขา ต้องการให้กลุ่มอํานาจยังคงครองอํานาจต่อไป นี่ละค่ะ ดิฉันถึงขอสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอเข้ามาด้วย ๖ ประเด็น ดิฉันขอสนับสนุน แต่จริง ๆ แล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จะง่ายกว่า ดีกว่า เร็วกว่า แต่เอาละ เรามาพิจารณากันถึงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้ว มีคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งทํางานอย่างหนัก หลังขดหลังแข็ง เที่ยวถามประชาชนไปทั่ว เป่ดเว็บไซต์ มีตู้ ปณ. ให้ประชาชนได้มาแสดงความคิดเห็น เขาก็ทํางานกันอย่างหนัก ก็ต้องให้กําลังใจ เพราะฉะนั้นใน ๖ ประเด็นของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่คณะกรรมการสมานฉันท์ได้หยิบยกขึ้นมานั้นก็ถือว่าเปึนการเริ่มต้นที่ดี แต่จริง ๆ แล้วมันต้องแก้กันทั้งฉบับเต็มไปหมดเลย ท่านประธานคะ รายงาน ของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงถือว่าเปึนการดําเนินงานมาอย่างถูกต้อง ถูกเวลา ดิฉันจึงขอให้กําลังที่ดีอันนี้ แล้วก็ หวังว่าการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในครั้งนี้จะนําพามาซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ให้ได้จริง ๆ มีความจริงใจ จริงจังในการทํางานซึ่งกันและกัน แล้วก็หวังว่า ความสงบสุข ความเจริญก้าวหน้าของประเทศจะกลับมาอย่างโดยเร็ว แต่จริง ๆ แล้ว ดิฉันมีอีกหลายมาตราเหลือเกินที่อยากจะพูด เวลามันก็เหลือนิดเดียว คงจะต้อง ให้ท่านอื่นได้พูดบ้าง
มาตรา ๒๖๖ ก็เช่นเดียวกัน เปึนมาตราที่ดิฉันเองนั้นหยิบยกในช่วงที่มี ประชามติของรัฐธรรมนูญด้วยซ้ํา เพราะเปึนมาตราที่ ส.ส.นั้นไม่สามารถจะทํางานได้เลย ท่านประธานคะ การทํางานแก้ไขปัญหาให้ประชาชนนั้นจะมาหวังให้ ส.ส. พูดอยู่ในสภา เพื่อแก้ปัญหาให้พวกเขานั้นยากมาก กว่าเราจะมานั่งรอคิวทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี วันละ ๑๐ คน ได้ ๒๐ คน มี ส.ส. ตั้ง ๔๐๐ กว่าคน คนละ ๓ นาที เมื่อไรปัญหา ของประชาชนจะจบ แต่การที่ดิฉันเองเปึน ส.ส. จะไปติดต่อราชการแก้ไขปัญหา แม้กระทั่งผักตบชวาเต็มคลอง จะติดต่อกรมชลประทาน กรมชลประทานก็อาจจะบอกมา ได้ว่าท่านก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ราชการของผม ผิดมาตรา ๒๖๖ แล้วทําไม ท่านไม่ทํา แก้ปัญหาให้ประชาชนล่ะ ก็ท่านไม่ทํา ส.ส. จึงอยากจะทํา ตอนนี้ ส.ส. ทําแบบนั้นไม่ได้ ต้องมาพูดในสภา เพราะฉะนั้นมาตรา ๒๖๖ จึงต้องแก้ไขด้วยเช่นกัน ดิฉันจึงหยิบยกแค่เพียงมาตรา ๒๓๗ กับมาตรา ๒๖๖ เพื่อทําหน้าที่ตามมาตรา ๒๙๑ ค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านรสนานะครับ ท่านมีเวลา ๘ นาทีครับ
ในฐานะสมาชิก: เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา รัฐสภาค่ะ มีนักปรัชญาการเมืองท่านหนึ่งกล่าวว่า การเมืองคือการต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ ของตัวเอง โดยอ้างหลักการและอุดมการณ์เพื่อประชาชนมาบังหน้า หรือการเมือง คือการดําเนินกิจการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ดิฉันว่าสิ่งนี้ เปึนสิ่งที่เปึนจริง เพราะว่าเราเองมักจะพูดคําโต ๆ เยอะมาก กิจการสาธารณะนั้นตั้งแต่ การจัดสรรงบประมาณ การกู้เงิน การดําเนินนโยบายทางสังคม เศรษฐกิจ เพื่อประชาชนนั้น เปึนเพียงสิ่งที่เราเรียกว่า ฉากหน้า แต่ฉากหลังนั้นก็คือการจัดสรรแบ่งปันผลประโยชน์ ในระหว่างนักการเมือง ถ้าหากว่าการจัดสรรแบ่งปันผลประโยชน์ในระหว่างนักการเมือง จัดได้ลงตัว รัฐบาลก็จะมีเสถียรภาพ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าเสถียรภาพทางการเมือง ก็เปึนเพียงเสถียรภาพที่เกิดจากการจัดสรรผลประโยชน์ที่ลงตัว เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่า ความต้องการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นก็เปึนส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า นักการเมืองนั้น ต้องการที่จะต่อรองการแก้ไขกติกา เพื่อให้ตัวเองสามารถเข้าถึงผลประโยชน์ของตัวเอง ได้อย่างเต็มที่ เวลาที่นักการเมืองได้ผลประโยชน์ไม่เต็มที่ก็จะก่อความวุ่นวาย สมาชิก หลาย ๆ ท่านก็พูดทําให้ดิฉันเห็นชัดเจนขึ้นนะคะว่าคําพูดอันนั้นมีความเปึนจริงมาก เรามักจะอ้างคําโต ๆ อย่างคําว่า สมานฉันท์ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อสมานฉันท์ อันที่จริงถ้าเราพูดให้ตรงกว่านั้น ก็คือว่าถ้าไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญนักการเมืองก็จะป์วน ไปเรื่อย ทั้งในสภาและนอกสภา ถ้าหากว่าแก้ไขแล้วก็นักการเมืองได้รับผลประโยชน์เต็มที่ แล้วก็จะยุติการก่อความปัืนป์วน ประชาชนก็จะมีโอกาสทํามาหากินอยู่อย่างปกติสุขได้ นะคะ หลาย ๆ คนอ้างว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นมาจากรัฐธรรมนูญของคณะ รัฐประหาร ดิฉันคิดว่าจริง ๆ แล้วมีหลายท่านก็อยู่ในสภามาหลายสมัยท่านทราบไหมคะ ว่ามีกฎหมายที่เขียนว่า ขึ้นด้วยว่า ปว. คือประกาศของคณะปฏิวัติ อยู่ในสภาที่เราใช้อยู่ ในเวลานี้ในสังคมเราใช้อยู่ประมาณเกือบ ๕๐๐ ฉบับ ดิฉันไม่เห็นมีนักการเมืองคนไหนเลย เมื่อเวลาเปึนรัฐบาลได้มีการพยายามที่จะเอามารื้อฟุ๋น แล้วก็ดูว่ากฎหมายเหล่านั้นยังเปึน ประโยชน์อยู่หรือไม่ ถ้าไม่เปึนประโยชน์ก็ยกเลิกไป ถ้าเปึนประโยชน์ก็ยกอันดับขึ้นมาเปึน พระราชบัญญัติ แต่เวลาที่อ้างว่ารัฐธรรมนูญนั้นเปึนรัฐธรรมนูญของคณะรัฐประหาร คือเราก็เอาเปึนเอาตาย แต่กฎหมายอื่น ๆ ที่สําคัญที่เปึน ปว. คณะปฏิวัติทั้งหลาย ไม่เห็น มีการที่จะพยายามแก้ไขปัญหา เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้เปึนเรื่องที่ทําให้เรา ตั้งคําถามว่า คําว่า สมานฉันท์ ก็ตาม คําว่า ความปรองดอง ก็ตาม คําว่า ความเปึนธรรม ก็ตามนั้น เปึนไปเพื่อประโยชน์ของนักการเมืองใช่หรือไม่เราพูดคําโต ๆ นั้นแล้ว ในที่สุด ก็เพื่อประโยชน์ของตัวเองนะคะ ดิฉันเห็นว่าอย่างการแก้รัฐธรรมนูญทั้ง ๖ ประเด็นนั้น ที่ทําให้บ้านเมืองร้าวลึกมาป้สองป้ที่ผ่านมานั้น ก็เกิดขึ้นจากการที่นักการเมือง เสียประโยชน์แล้วก็ต้องการที่จะแก้ปัญหาให้กับตัวเองนะคะ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ดิฉัน คิดว่าในหมวดสิทธิเสรีภาพ ในหมวด ๓ และหมวด ๕ เปึนสิ่งที่ประชาชนได้ประโยชน์ แต่ปรากฏว่าการบังคับใช้ยังมีปัญหาอยู่มาก ดิฉันไม่เห็นนักการเมืองทั้งที่เปึน ส.ส. แล้วก็ รัฐบาล พยายามที่จะแก้ไขปัญหาในทางปฏิบัติที่จะให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิ ของเขาที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญ ดิฉันเองก็เชื่อว่าจิตสํานึกและจริยธรรม นักการเมืองไม่ได้เกิดจากรัฐธรรมนูญนะคะ แก้ไขรัฐธรรมนูญไปมันก็ไม่ได้แก้ปัญหา นักการเมืองให้มีจริยธรรมมากขึ้น ดิฉันคิดว่าลองตั้งคําถามดูปัญหาที่ประชาชนประสบอยู่ ในเวลานี้ คือปัญหาปากท้องของเขา ดิฉันพบแม่ค้าที่จะต้องจ่ายเงินกู้ร้อยละ ๒๐ ต่อวัน รัฐบาลเข้าไปแก้ไขปัญหาหรือไม่ ส.ส. เข้าไปช่วยกันหรือไม่ ตลาดคลองเตย แม่ค้าต่อสู้เพื่อให้มีที่ทํากิน รัฐบาลไม่กล้าแตะอะไรเลย มีการกระทําความรุนแรงโดยคนในเครื่องแบบ รัฐบาลเฉยไม่ทําอะไร เพราะไม่ต้องการ แตะผลประโยชน์ของพรรคร่วมรัฐบาลที่ดูแลอันนั้นอยู่ใช่หรือไม่ กรณีมาบตาพุด ศาล ให้การคุ้มครอง ก็ปรากฏว่ามีปัญหา รัฐบาลจะไปใช้มาตรา ๖๗ ว่า มาตรา ๖๗ นั้น เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายลูก เพราะฉะนั้นบังคับไม่ได้ กรณีอําเภอบางสะพานที่ชาวบ้าน เขาต่อสู้เพื่อที่จะให้มีฐานทรัพยากรที่เขาจะมีชีวิตอยู่ได้ก็ต้องต่อสู้กันอีกยาวนะคะ แม้แต่ กองทุนน้ํามัน รัฐบาลประกาศว่าทําได้ภายใน ๙๙ วัน ถ้าตัวเองได้เปึนรัฐบาล เวลานี้ ไม่ทําอะไรเลย เพราะว่าไม่ต้องการแตะผลประโยชน์ของพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ ดิฉัน คิดว่าสิ่งเหล่านี้ปัญหาบ้านเมืองเราที่มันยังเปึนปัญหาอยู่ตลอดเวลาก็เพราะว่า นักการเมืองดําเนินกิจการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง นักการเมือง คิดว่าเมื่อจัดสรรผลประโยชน์ที่เปึนเงินงบประมาณได้ลงตัวแล้ว ทุกอย่างก็จะเจรจากันได้ เสถียรภาพก็จะเกิดขึ้น นักการเมืองไม่เคยคิดว่าจะสร้างเสถียรภาพร่วมกับประชาชน ได้อย่างไร ในการที่จะทํากิจการสาธารณะเพื่อประโยชน์สาธารณะ รองนายกรัฐมนตรี ท่านหนึ่งเตือนรัฐบาลนะคะว่าอย่าลืมตัวว่านึกว่าตัวเองยังเปึนฝ์ายค้านอยู่ตอนกรณี เรื่องสนามกอล์ฟอัลไพน์ อันนี้แปลว่าอะไรคะ แปลว่าเมื่อเปึนฝ์ายค้านต้องต่อสู้เต็มที่ แต่เมื่อเปึนรัฐบาลแล้วต้องเกี้ยเซียะกัน อย่าไปทําอะไรในการตรวจสอบ อย่าไปสนใจเรื่อง ธรรมาภิบาลอย่างนั้นหรือเปล่า ดิฉันว่าถ้าหากว่านักการเมืองเราไม่ว่าเปึนรัฐบาล หรือ ส.ส. ในรัฐสภานี้ เรามองประเด็นทางการเมืองเพียงเพื่อว่าเปึนการต่อสู้เพื่อให้ตัวเอง ได้ผลประโยชน์มากที่สุด ส่วนประชาชนก็เรื่องของประชาชนไป เราอ้างคําใหญ่ ๆ โต ๆ นะคะ คืนอํานาจให้ประชาชนเพื่อเลือกตั้งใหม่ เราไม่เคยตั้งคําถามเลยว่านั่นคือ การคืนอํานาจเพื่อให้เราสามารถจัดสรรอํานาจใหม่ แต่ดิฉันคิดว่ารัฐบาลไม่ว่าพรรคไหนก็ตาม ที่ขึ้นมาในเวลานี้ ไม่เคยมีใครคิดแก้ปัญหาให้กับประชาชนอย่างแท้จริงนะคะ ทุกคนรักษา ตัวเองในการที่จะสร้างเสถียรภาพให้กับตัวเอง คิดว่าเมื่อเจรจาแบ่งสรรผลประโยชน์กัน ลงตัวแล้ว ทุกอย่างก็จะเรียบร้อย นักการเมืองก็จะอยู่ในแถวในแนว ไม่ลุกขึ้นมาโวยวาย ก่อความวุ่นวายทั้งในสภาและนอกสภาให้เกิดปัญหา เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่ารัฐบาล ควรจะพิจารณาใหม่นะคะว่า ท่านจะเปึนความหวังให้กับประชาชนได้ เมื่อท่านพยายาม ที่จะสร้างเสถียรภาพทางการเมืองอย่างแท้จริง คือเสถียรภาพของการที่ดําเนินงาน ทางการเมืองเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ ของตัวเองและพวกพ้อง แล้วเมื่อนั้นละการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจึงจะเปึนไป เพื่อความสมานฉันท์อย่างแท้จริง แต่ในเวลานี้ดิฉันเห็นว่าทั้ง ๖ ประเด็นนั้น เปึน ๖ ประเด็นที่แก้เพื่อนักการเมืองทั้งสิ้น ยังไม่มีประเด็นไหนเลยที่ดิฉันคิดว่าประชาชน จะได้ประโยชน์ แต่ถ้าหากว่านักการเมืองให้ความสนใจอย่างแท้จริงนะคะ ในการลงไปดู ว่าปัญหาที่ชาวบ้านเกิดขึ้นโดยการละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญต่าง ๆ เราจะช่วยกันแก้ไข ได้อย่างไร เมื่อนั้นละรัฐสภาและรัฐบาลจึงจะเปึนคําตอบให้กับประชาชนได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านผ่องศรีนะครับ ท่านมีอะไรครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงนิดเดียว ในกรณีที่ท่านผู้อภิปรายขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ท่านฐิติมา ฉายแสง ได้พูดถึงกรณีที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปที่จังหวัดลพบุรีนะคะ จริง ๆ ดิฉันก็เปึนคนไม่ค่อย ติดใจฟุ๋นฝอยหาตะเข็บแล้วก็มองโลกในแง่ดี แล้วก็เคารพผู้อภิปรายนะคะ แต่ว่าพี่น้อง ประชาชนที่ฟังอยู่ก็บอกว่าถ้า ส.ส. ไม่ลุกขึ้นมาชี้แจง คนที่ไม่รับรู้ข้อเท็จจริงก็จะเข้าใจผิด คนจังหวัดลพบุรีได้นะคะ ขอชี้แจงสั้น ๆ ค่ะว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเปึนสิ่งที่ปรากฏ ทางสื่อนั้นไม่ใช่ข้อเท็จจริงนะคะ ดิฉันเองก็อยู่ในพื้นที่ แล้วคนที่มากระทําการ ที่ไม่น่าชื่นชมนั้นก็ไม่ใช่คนจังหวัดลพบุรีนะคะ ส่วนใหญ่แล้วคนจังหวัดลพบุรีก็มีความรัก ความศรัทธา แล้วก็มาให้กําลังใจท่านนายกรัฐมนตรี วันนั้นมีเรื่องราวดี ๆ มากมาย แต่ไม่ถูกนําเสนอ ท่านที่ดูข่าวก็อาจจะตกใจ ดิฉันขอกราบเรียนยืนยันนะคะว่า คนจังหวัดลพบุรีนั้นเปึนคนที่รักสันตินะคะ แล้วก็เปึนเมืองประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมนะคะ เพราะฉะนั้นก็ขอร้องไปยังทุกท่านด้วยที่มาใช้แผ่นดินจังหวัดลพบุรีกระทําการใด ๆ นะคะ ก็จะทําให้เสื่อมเสียแก่จังหวัดนะคะ ขอชี้แจงด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป เชิญท่านณพฤษภ์นะครับ ๘ นาทีนะครับ
เรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม พลอากาศเอก ณพฤษภ์ มัณฑะจิตร สมาชิกวุฒิสภา จากการสรรหาภาคอื่น ตัวแทนพี่น้องลูกเสือไทยในฐานะสมาชิกรัฐสภา ด้วยจิตคารวะ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติและคณะรัฐมนตรีที่เคารพรักทุกท่าน ความเปึนมิตร ที่กระผมปรารถนาจากท่านอาจจะถูกกระทบกระเทือนจากความเห็นของกระผม หวังว่า คงจะได้รับการอภัย กระผมขอเริ่มต้นที่รัฐบาลโดยเฉพาะ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่สงสัย ในตรรกแนวความคิดของท่านที่กล่าวว่าแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ๖ ประเด็นจะนําไปสู่ความสมานฉันท์ของบ้านเมือง ความนี้ปรากฏในหนังสือถึงประธาน รัฐสภาเพื่อขอให้รัฐสภาดําเนินการตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญ ตามความเห็น และข้อสงสัยของกระผม รัฐบาลต้องการความสมานฉันท์แต่ทําไมจึงวางกลไกไว้ ไม่ค่อยสอดคล้อง หากจะระเบิดกันในสภาแล้ว คนข้างนอกเขาจะจบกันเช่นนั้นหรือ แน่ใจหรือว่าจะรับ จะรักกติกากันทุกฝ์ายอย่างที่ต้องการ
ประการต่อมา เจตนารมณ์ในการแต่งตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยอ้างถึงวิกฤติความขัดแย้ง ต้องสมานฉันท์ปรองดองและให้อภัย แต่คิดจนเวียนหัวแล้วก็ได้คําตอบว่าไม่ค่อยจะ เกี่ยวกันเลย เปึนการคิดอย่างการเมืองชัด ๆ การเมืองแบบที่คุ้นเคยเก่า ๆ ทั้งสิ้น เปึนอย่างไรหรือครับ สมัยตอนเด็ก ๆ ไม่อยากไปโรงเรียนก็บอกคุณพ่อว่าปวดหัว ช่วยไปลาครูให้หน่อยแล้วก็ไปวิ่งเล่น แม่ก็บอกว่าอ้ายนี่ป์วยการเมือง ก็แปลว่าการเมือง แบบเก่า ๆ คือทําการสิ่งใดที่ต้องการให้เปึนผลอย่างอื่นมากกว่าการที่จะได้รับผล จากสิ่งนั้นโดยตรง ตกลงว่าแนวทางสมานฉันท์และแนวทางปฏิรูปการเมืองเรื่องตรง เรื่องจริงที่หวังให้เห็นกลับเอาไว้พิจารณากันทีหลัง แค่ได้รับหนังสือ อ่าน แล้วก็ฟัง ท่านประธานสมานฉันท์สรุปก็ยังวนเวียนอยู่ในการเมืองเก่าตามที่ว่าอยู่คือไปคนละทาง หันมาดูความจริงเรื่องสมานฉันท์กันบ้างนะครับมีวิกฤติชัด ๆ อยู่ ๒ เรื่อง ก็คือชายแดนใต้ และสถานการณ์ความเห็นต่างกรณีนิยมอดีตนายกรัฐมนตรี แว่ว ๆ ว่าจะตามมาอีกเรื่อง ก็คือกรณีเขาพระวิหาร เอาเฉพาะในกรณีความเห็นต่าง คนที่นิยมก็ไม่ชอบให้ใคร ไปย่ํายีบีฑาคนที่เขานิยม คนที่นิยมก็เฝัาแต่เห็นใจคนที่เขานิยม นี่เฉพาะที่เขานิยมกันจริง ๆ นะครับ ไม่ใช่นิยมทรัพย์ ส่วนคนไม่นิยมก็ชอบให้คนที่เขาไม่นิยมต้องโทษทัณฑ์ ตามความผิดที่เกิดขึ้นและสูญสลายไปไม่เกี่ยวข้องกับงานบ้านงานเมืองอีกต่อไป ถึงตรงนี้ อยากจะให้ทุกฝ์ายลองพิจารณาเรื่องความยุติธรรม ยุติธรรมที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึง ความเท่าเทียมกันแต่อย่างเดียว แต่ยังหมายถึงการหยุดหรือยุติตามความเห็นหรือธรรมะ ของแต่ละฝ์ายที่ยังขัดกัน รัฐบาลและสภาจะต้องเปึนผู้นํา สรุปว่าต้องให้ยุติไม่ใช่ยุให้แตก และคนโกงก็ต้องถูกลงโทษ สําหรับเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญยังมีตรรกอีกหลายข้อที่ต้อง ให้เวลาแก่ประชาชนร่วมตัดสินหาข้อยุติธรรมจากบทเรียนต่าง ๆ เหล่านั้น ดีกว่า จะถือโอกาสได้รับสิทธิเปึนผู้แทนปวงชนคิดอ่านทําเรื่องสําคัญของประชาชนเสียเอง ประชาชนไม่ช้ําใจหรือครับ ยิ่งกว่านั้นความรุนแรงอาจจะกลับมาโดยไม่ควร งานดี ๆ กําลังมีเข้าก็อาจจะต้องสะดุดลงไม่ว่าจะเปึนงานกฎหมายเพื่อพัฒนาสังคม งานเศรษฐกิจ ที่กําลังจะดีขึ้น งานปฏิรูปการศึกษาเอย วิทยาศาสตร์เอย ตลอดจนเทคโนโลยีพลังงาน และสิ่งแวดล้อมกําลังร่วมกันทําให้ดีขึ้น และที่สําคัญงานจากคนโกงกําลังเดินหน้า ฝ์ายค้านที่ดีก็กําลังจะทุ่มสุดตัวในเรื่องนี้ ทหารมาตั้งหลักกันใหม่ก็จบเห่ ชาตินี้เหลือชีวิต ไว้เถียงกันเรื่องการเมืองกับเรื่องคนคนเดียวเพียงแค่ ๒ อย่าง ไม่ต้องทําอะไร อะไรผิด ก็ว่าไปตามผิดเถอะครับ เหลือเวลาไว้สร้างสรรค์สาระอย่างอื่นบ้างเถอะครับ ความจริงแล้ว คนที่ตั้งหน้าตั้งตาจะแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะโดยปฏิวัติหรือวิธีอื่นใด ๆ ก็ตาม เปึนเรื่องที่ น่าชิงชัง พองานเสร็จคนเดินหน้าเดินนําเห็นร่ํารวยกันระเบิดทุกคน พวกนี้น่าจะสาป ให้สูญพันธุ์เสียให้หมดนะครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถกระทําได้ในเวลาที่เหมาะสม มิใช่พอเริ่มไม่ทันไรก็แก้ไขกันเลย บทเรียนที่ได้รับมาเพียง ๒-๓ ป้ ยังไม่พอตกผลึก เปึนทฤษฎี กระผมเองยังไม่ยอมรับเลยว่า ๖ ประเด็นที่แก้นั้นมีความเหมาะสมนะครับ และกลับเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนรัฐธรรมนูญฉบับกันไว้ดีกว่าแก้เสียด้วยซ้ํา มาตรา ๒๓๗ เปึนที่มาของเจตนารมณ์ ชาตินักเลง ไม่คิดเอาเปรียบใคร ไม่จําเปึนต้องแก้ มาตรา ๙๓ ถึง มาตรา ๙๘ มุ่งประสงค์จะหาคนดีมากกว่าคนดังมาประดับสภา ลองก่อน ดีไหม จะรีบรื้อไปทําไม พ่อคนดีทั้งหลาย มาตรา ๑๑๑ ถึงมาตรา ๑๒๑ มุ่งให้มี คนหลากหลายมาช่วยงานไตร่ตรองเปึนพิเศษ ถ้าให้เหมือน ส.ส. หมดจะได้อะไร ยิ่งเปึน โรคเบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ํา ทั้งรัฐ ทั้งราษฎร์ช่วยกันเจาะแผล ประเดี๋ยวเดียวก็ตายกัน หมดแล้วนะครับ ใคร ๆ เขาก็รู้ทันมาตรา ๑๙๐ ควร ไม่ควร อย่างไรก็พอออกข้อบังคับกันได้ กันความพลาดพลั้งไม่ดีกว่าหรือ เชื่อว่ามีดีมากกว่าเสีย หลายหัวดีกว่าหัวเดียวครับ มาตรา ๒๖๕ แก้กิเลสในตน ไม่ชอบกลเอาผลประโยชน์มาทับซ้อน อย่างนี้ไม่ดีกว่าหรือครับ มาตรา ๒๖๖ ไม่ต้องไปช่วยเขาสั่งงาน แต่สามารถดูแลประชาชนได้ด้วยงานนิติบัญญัติ กํากับนโยบาย ควบคุมคนทํางานได้ ไม่พอเพียงหรือพ่อคนขยัน ก็ขอฝากไว้เท่านี้ละครับ ค่อย ๆ ทํา ค่อย ๆ ไป ไม่ต้องรีบแก้ให้บรรลัยไปกว่านี้ ประชาธิปไตยอย่าจ๋ากันมากนัก ประชาชนจะเดือดร้อน บ้านเมืองจะยุ่งเหยิง ธรรมชาติจะลงโทษครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านชัยยศครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ไชยยศ จิรเมธากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อแผ่นดิน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้อ่านรายงานคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่มาที่ไปท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้ชี้แจงต่อสภาไปเมื่อเช้านี้แล้ว ต้องกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีที่ขอให้มีการเป่ดอภิปรายในวันนี้ขึ้นมาเพื่อรับฟังความคิดเห็น ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของวุฒิสมาชิกในการที่จะดําเนินการตามแนวทาง ของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ผมอ่านดูแล้ว ทางคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นได้กําหนดแนวทางไว้เปึน ๓ แนวทาง ก็คือ การสร้าง ความสมานฉันท์ในบ้านเมือง การปฏิรูปการเมือง แล้วก็การให้เสนอแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญ สําหรับ ๒ ประเด็นแรกนั้น จริง ๆ ที่ผมเตรียมมาจะพูดนั้น ได้ซ้ําประเด็น กับเพื่อนสมาชิกไปหลายท่านแล้ว จึงขออนุญาตพูดในส่วนของการแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญ
ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิกหลายท่านขึ้นมาพูดถึงการแก้ไข ปัญหารัฐธรรมนูญว่าเปึนสิ่งที่ควรทําหรือไม่ควรทํา ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าในฐานะ ที่ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพูดในนามของพรรค พรรคของผมได้มีการแถลงข่าว ออกไปเหมือนพรรคการเมืองหลาย ๆ พรรคว่าเราสนับสนุนแนวทางการแก้ไขปัญหา กฎหมายรัฐธรรมนูญที่เปึนปัญหาอยู่ ๖ ประเด็น ตามแนวทางของคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมต้องกราบเรียน อย่างนี้ครับว่า เรามิได้คิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีแต่ข้อบกพร่อง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ป้ ๒๕๕๐ มีข้อดีอยู่หลายประเด็นครับ ขออนุญาตสรุปคร่าว ๆ ตามระยะเวลาสั้น ๆ นะครับ ยกตัวอย่างเช่น การกําหนดให้มี ส่วนร่วมของประชาชนในการลงมติรับหรือไม่รับร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญเปึนครั้งแรกนะครับ กําหนดให้ชุมชนสามารถฟัองร้องต่อหน่วยงานของรัฐ กําหนดให้ประชาชนสามารถ ร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐได้โดยตรงในกรณีที่มีการละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพ มีข้อกําหนดให้มีการคุ้มครองสิทธิเด็ก สตรี คนชรา มีการกําหนดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ไว้อย่างชัดเจนมากมาย ทําให้คณะรัฐมนตรี คณะรัฐบาลต้องกําหนดแนวนโยบายแห่งรัฐ ในแนวนโยบายการบริหารประเทศชาติบ้านเมืองที่แถลงต่อรัฐสภาอย่างชัดเจน รวมทั้ง เมื่อได้บริหารไปในระยะเวลาหนึ่งแล้วรัฐธรรมนูญก็ยังกําหนดให้รัฐบาลต้องมานําเสนอ ปัญหาอุปสรรคและวิธีการดําเนินการให้รัฐสภาทราบความคืบหน้า กําหนดให้ประชาชน มีส่วนร่วมต่อการเสนอปัญหาต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น ลดจํานวนประชาชนที่จะเข้าชื่อเสนอ กฎหมายเหลือเพียงแค่ ๑๐,๐๐๐ รายชื่อ ๒๐,๐๐๐ รายชื่อสําหรับการเข้าชื่อถอดถอน ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ๕๐,๐๐๐ รายชื่อสําหรับการเสนอแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญ กําหนดให้มีการลงประชามติในกรณีที่นโยบายของรัฐบาลมีผลกระทบ ต่อชุมชน ต่อท้องถิ่น และยังกําหนดไว้ว่าประชามตินั้น ๆ จะต้องผูกพันต่อนโยบาย ของรัฐบาล กําหนดให้ในการเสนอพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ จะต้อง ชี้แจงที่มา ที่ไปของงบประมาณ รวมถึงข้อภาระผูกพันที่รัฐบาลในอนาคตจะต้อง รับผิดชอบต่องบประมาณที่รัฐบาลปัจจุบันเสนอ มีข้อกําหนดห้ามมิให้การนําเงิน นอกระบบมาใช้โดยใช้มติคณะรัฐมนตรี หรืออํานาจของคณะรัฐมนตรีซึ่งเคยมีอยู่เดิม ต้องกลับมาขอความเห็นชอบต่อรัฐสภา กําหนดให้มีการประมวลจริยธรรม ของนักการเมืองภายใน ๑ ป้ ซึ่งได้พ้นไปแล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคมป้ที่แล้วนะครับ ซึ่งกําหนดไว้ในมาตรา ๑๗๙ มาตรา ๒๘๐ ประกอบกับมาตรา ๓๐๔ มีการเพิ่มอํานาจ ให้คณะกรรมาธิการสามารถมีอํานาจในการเรียกบุคคลเข้ามาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ ของรัฐสภา กําหนดให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีจะต้องมาตอบกระทู้ มาตอบข้อซักถาม ของสภาด้วยตนเอง แต่อย่างไรก็ตามครับ เมื่อมีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย ในข้อเสียที่ผม อยากจะยกตัวอย่างให้เห็นก็คือว่า ยกตัวอย่างเช่น ในมาตรา ๓๑ กําหนดให้ข้าราชการ มีสิทธิเท่าเทียมกันกับประชาชนในการเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ ผมกราบเรียนถาม ท่านประธานครับว่า วันนี้ถ้าหน่วยงานรัฐบาล ข้าราชการหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ไม่พอใจต่อแนวทางการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล แล้วอ้างมาตรา ๓๑ ออกมา เดินขบวนก่อม็อบ (Mob) ผมถามว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะเปึนม็อบที่น่ากลัวที่สุดในประเทศ หรือเปล่า มีการกําหนดนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐไว้มากมาย ซึ่งผมอ้างไปในข้อดีแล้ว แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อเสีย เพราะว่าแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐนั้นเมื่อกําหนด ไว้มากมายก็ทําให้พรรคการเมืองต่างๆ ไม่สามารถที่จะเสนอแนวนโยบายใหม่ ๆ ขึ้นมาได้ เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ มีข้อกําหนดไว้ที่ผมบอกว่าเปึนข้อดีว่า นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีต้องมาตอบชี้แจงต่อสภานั้น แต่ไม่ได้มีบทลงโทษเลยว่า ถ้ากําหนดไว้ว่าต้องมา แล้วถ้าเกิดไม่มาสภาแห่งนี้ รัฐสภาจะทําอย่างไร ท่านประธาน คงจะจําได้นะครับ ยกตัวอย่างข้อเสียอีกสักข้อหนึ่ง ท่านคงจะจําได้ในขณะที่รัฐบาล ๒ รัฐบาลที่แล้วจะจัดตั้งรัฐบาล มีการเสนอชื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปึนจํานวนมาก มีบุคคลหลายคนที่ถูกเสนอชื่อออกมาปฏิเสธ เพราะอะไรครับ เหตุผล ที่ให้ก็คือว่า เพราะข้อหยุมหยิมมากเกินไปของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทําให้บุคคลเหล่านั้น ไม่สามารถเข้ามาตอบรับที่จะดํารงตําแหน่งทางการเมืองได้ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญหลายท่านขึ้นมาพูดก็บอกว่าเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ แต่ไม่ได้แปลว่า กฎหมายสูงสุดของประเทศแล้วจะแก้ไขไม่ได้ หลายคนกล่าวอ้างกฎหมายต่างประเทศว่า เขาไม่ค่อยแก้ไขกัน จริงครับ หลายประเทศกําหนดไว้ไม่ได้เปึนลายลักษณ์อักษรด้วยซ้ํา เปึนเพียงจารีตประเพณี แต่ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้พอพวกผมขึ้นมาบอกว่าสนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญ หลายท่านก็ออกมาบอก มาตําหนิติติงต่าง ๆ นานา ว่าไม่ควรอย่างนั้น ด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าตลอดระยะเวลาตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ มาถึงจนวันนี้เราผ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญมาแล้ว ๑๘ ฉบับ ท่านประธานครับ ๑๘ ฉบับ ท่านประธานลองไปมองย้อนหลังสิครับว่า ๑๘ ฉบับนั้นมีกี่ครั้งใน ๑๘ ฉบับ ที่สามารถ แก้ไขได้โดยคนที่เปึนนักการเมือง โดยคนที่ได้ชื่อว่าเปึนตัวแทนของภาคประชาชน ครั้งเดียวหรือ ๒ ครั้งเท่านั้น ที่เหลืออีก ๑๘ ครั้ง มาจากการฉีกโดยปฏิวัติรัฐประหารทุกครั้ง ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้พอกล่าวอ้างว่าจะมีการเสนอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ มีหลายท่านออกมาบอกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ มาจากการลงประชามติ ของประชาชน ซึ่งผมบอกแล้วว่าเปึนข้อดี แต่ในขณะเดียวกันผมกราบเรียน กับท่านประธานว่า ข้อดีนั้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงหรือเปล่า ประชาชนส่วนหนึ่ง ได้ลงประชามติไปโดยวันนั้นกําหนดไว้เพียงว่าให้รับหรือไม่รับร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีการพูดถึงรายละเอียด ผมยกตัวอย่างว่าการลงประชามติที่เกิดขึ้นในวันที่ ๑๙ สิงหาคม ป้ ๒๕๕๐ ก่อนหน้านั้นในการร่างท่านประธานจําได้ไหมครับว่ามีการไปรับฟัง ความคิดเห็นหรือที่ภาษาอังกฤษเรียกกันว่าเฮียริ่ง (Hearing) ในหลายจังหวัด หลายพื้นที่ ผมเห็นเฮียริ่งของคณะสภาบ้างที่ไปลงในพื้นที่ต่าง ๆ พูดถึงเรื่องเขตเลือกตั้งออกมา เหมือนกันหมดครับ ก็คือให้เปึนเขตเล็กเบอร์เดียว เดี๋ยวผมจะพูดถึงเรื่องเขตเล็กเบอร์เดียว อีกทีหนึ่ง วันนี้เวลาที่ประชาชนเขาจะลงประชามติเขาไม่มีโอกาสได้ตอบหรอกครับ ว่าเขาอยากได้เขตเล็กเบอร์เดียว หรืออยากให้ ส.ส. มีโอกาส มีตําแหน่งต่าง ๆ อะไร หรือไม่ แต่เขาได้ทําอย่างเดียวคือว่ารับหรือไม่รับ ส่วนที่มีการรับเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ป้ ๒๕๕๐ มีคนลงคะแนนทั้งหมดประมาณ ๒๔-๒๕ ล้านคน ตัวเลขโดยประมาณก็คือ ๑๔ ล้านคนรับ ๑๐ ล้านคนไม่รับ ท่านประธานที่เคารพครับผมถามว่าตัวเลข ๑๐ ล้านคนนั้นเขาไม่รับแล้ววันนี้เปึนเหตุเปึนผลพอที่เราจะนําปัญหาความคิดของเขา ใน ๑๐ ล้านคนมาแก้ไขกฎหมายได้หรือไม่ ท่านประธานครับ ใน ๑๔ ล้านคนที่รับที่มี การกล่าวอ้างกันว่ารับร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้มา ๑๔ ล้านคน ก็ไม่ได้มีใครพิสูจน์ ได้ว่าใน ๑๔ ล้านคนนั้นเขารับทุกเรื่องหรือเปล่า ถ้าท่านประธานยังจําได้วันนั้น มีข้อออกมาเรียกร้องกันว่ารับไปก่อนแล้วค่อยมาแก้ทีหลัง ผมเชื่อว่าใน ๑๔ ล้านคนที่รับ ในวันนั้นรับเพราะต้องการให้มีการเลือกตั้ง ต้องการให้ระบอบประชาธิปไตยกลับคืนมา แล้วมอบหมายให้ ส.ส. ส.ว. ที่ตัวเองเลือกกลับเข้ามาทําหน้าที่ในการแก้ไขปัญหา แก้ไข กฎหมายทั้งหลาย ท่านประธานที่เคารพครับ หนึ่งในเรื่องที่คณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสนอขึ้นมา ก็คือเรื่องเขตเล็ก เบอร์เดียว เขตเล็กเบอร์เดียวถ้าท่านประธานย้อนหลังกลับไปดู ศึกษาดูว่าวันนั้นสภามี ๒ สภา มีสภาร่างแล้วก็มีสภานิติบัญญัติ สภาร่างเสนอขึ้นมาว่าให้เปึนเขตเล็กเบอร์เดียว ต่อมาสภานิติบัญญัติถึงมาแก้ไขในชั้นการพิจารณาในสภา แล้วแก้ไขด้วยคะแนนเสียง เท่าไรครับ ๕๐ ต่อ ๓๐ ซึ่งถ้าถามว่าอันนั้นกฎหมายฉบับนี้ผ่านโดยถูกต้องตามกฎหมาย หรือไม่ ไม่ถูกต้องครับเพียงแต่ไม่มีใครออกไปฟัองร้องภายในระยะเวลาที่กําหนด เพราะทุกคนก็คิดว่าขอให้มันผ่าน ๆ ไป เลือกไปเสียก่อนแล้วค่อยมาแก้ไขกันข้างใน ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อเรามาพิจารณาถึง ๑๔ ล้านคนต่อ ๑๐ ล้านคน โดยกฎ ของการเคารพเสียงข้างน้อย เราก็ต้องมานั่งพิจารณากันในวันนี้ว่า ๖ มาตราที่พวกเรา เห็นด้วยบอกไปแล้วว่าเห็นด้วยกับคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นมีเหตุผลอย่างไรบ้าง ท่านประธานที่เคารพครับ มีข้อขัดแย้งกันหลายต่อหลายท่าน หลายต่อหลายฝ์ายบอกว่าเขตเล็กเบอร์เดียว เขตเล็กลงมีการซื้อเสียงได้ ผมกราบเรียนถามท่านประธานครับว่า วันนี้มีป๋นก็ปล้นเขาได้ ป๋นก็ต้องเปึนอาวุธควบคุม แล้วถ้าใช้รถยนต์เข้าไปในการปล้นล่ะครับ รถยนต์เปึนอาวุธด้วยหรือเปล่า ต้องถูกควบคุม ด้วยไหม ท่านประธานครับ การซื้อเสียงนั้นผิดกฎหมายครับ เปึนสิ่งที่น่ารังเกียจ เปึนสิ่งที่ ต้องต่อต้าน แต่ถามว่ามีใครตอบได้ว่าเขตใหญ่แล้วไม่มีการซื้อเสียง เมื่อสักครู่นี้ก่อนที่ผม จะเข้ามา ผมก็ได้พูดคุยกับเพื่อนสมาชิกหลายคน ก็มีการถกปัญหากัน แต่สิ่งหนึ่งครับ ที่ทุกคนยอมรับตรงกันก็คือว่าในระบอบประชาธิปไตย เสียงของประชาชนทุกเสียงต้องมี ๑ เสียงเท่าเทียมกัน วันนี้ตอบได้ไหมครับว่าทําไมพี่น้องประชาชนที่มาจากจังหวัดระนอง ถึงเลือก ส.ส. ได้เพียงหนึ่งเดียว ทําไมคนที่มาจากเขตเลือกตั้งของผมถึงเลือก ส.ส. ได้ ๒ คน ในขณะที่เขตอื่น ๆในจังหวัดอุดรธานีเลือกตั้งได้ ๓ คน ท่านประธานที่เคารพครับ หลักสากลในโลกนี้ล้วนแล้วแต่แก้ไขมาเปึนเขตเล็กเบอร์เดียว เพราะมันตอบโจทย์ได้ว่า ประชาชนทุกคนต้องมีสิทธิเท่าเทียมกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะยกตัวอย่าง ประเทศญี่ปุ์น ประเทศญี่ปุ์นก็เคยมีทฤษฎีนี้ว่าเขตยิ่งใหญ่เท่าไรยิ่งซื้อเสียงได้ยาก พวกเรา เปึน ส.ส. ไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ์น เมื่อก่อนประเทศญี่ปุ์นกําหนด ๒-๓ จังหวัด เปึน ๑ เขตเลือกตั้ง ผลที่เกิดขึ้นคืออะไรครับท่านประธาน ผลที่เกิดขึ้นก็คือว่านักการเมือง ทั้งหมดต้องไปแอบอิงกับบริษัทใหญ่ ๆ ไปแอบอิงกับมาเฟ้ยท้องถิ่น ในที่สุดประเทศญี่ปุ์น ก็ต้องมาเปึนเขตเล็กเบอร์เดียว ท่านประธานครับเรื่องของการซื้อสิทธิซื้อเสียงนั้นเราก็มี หน่วยงานที่เปึน กกต. อยู่แล้วนะครับ ส่วนว่าเมื่อ กกต. แล้วจะต้องมีข้อเสนออีกข้อหนึ่ง ที่พ่วงท้ายมาของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญก็คือการกําหนดให้มีศาลเลือกตั้งนั้น ผมก็เปึนหนึ่งในคนที่ได้นําเสนอปัญหานี้ ขึ้นมาตั้งแต่ต้น และผมก็ได้กราบเรียนกับท่านคณะกรรมการการเลือกตั้งหลายท่าน ท่านก็เห็นด้วยครับ แต่ว่าวันนี้คงจะไม่หยิบยกขึ้นมาพูดเพราะมันนอกเหนือจากตรงนี้ไป
ท่านประธานที่เคารพครับ ภายใต้เวลาที่จํากัด ผมอยากจะกราบเรียน ในเรื่องของมาตรา ๒๓๗ ซึ่งบังเอิญเมื่อสักครู่ขออนุญาตเอ่ยนามเพื่อนสมาชิกก็คือ คุณฐิติมา ฉายแสง ได้พูดไปก่อนแล้ว ซึ่งจะซ้ําประเด็น ผมก็ไม่อยากจะพูดมาก แต่ผม อยากกราบเรียนครับว่า ท่านประธานครับในระบอบประชาธิปไตยเราต้องการให้ พรรคการเมืองเปึนสถาบันทางการเมือง ผมและสมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดินไม่ได้บอกว่า การทําผิดจะไม่ต้องมีบทลงโทษ แต่การกระทําผิดนั้นต้องกําหนดบทลงโทษให้ชัดเจนว่า ถ้ากรรมการบริหารพรรคทําผิดเพื่อตัวเอง ผมขออนุญาตเอ่ยนาม ไม่ได้เปึนการเสียหาย พรรคชาติไทยถูกยุบไปเพราะกรรมการบริหารพรรคใหม่ท่านหนึ่งซื้อเสียง ข้อกล่าวหานะครับ ถูกศาลตัดสินไปอย่างนั้น ผมไม่ได้ปรักปรําว่าท่านทําผิดหรือไม่ ถูกกล่าวหาว่าท่าน ซื้อเสียงในเขตเลือกตั้งของตัวเอง พรรคชาติไทยต่อสู้ว่ากรรมการบริหารท่านนั้นยังไม่เคย เข้าประชุมพรรคแม้แต่ครั้งเดียว ผมไม่ได้โทษ กกต. ผมรู้ว่าข้อกฎหมายเขียนไว้อย่างนั้น แต่ผมถามว่าวันนี้เปึนธรรมกับสมาชิกพรรคทุกคนหรือเปล่า พี่น้องประชาชนที่เปึนสมาชิก พรรคชาติไทยมานับสิบ ๆ ป้ รุ่นน้องของผม ท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา เด็ก เปึนรัฐมนตรีอายุ ๓๐ กว่าป้ จบต่างประเทศมา วันนี้ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ๕ ป้ เพียงเพราะความผิดที่ตัวเองไม่ได้ทําหรือครับท่านประธาน มันยุติธรรมหรือเปล่า ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๒๖๖ เมื่อสักครู่นี้มีเพื่อนสมาชิกบอกว่าอย่าไปขยันกัน มากนัก ผมต้องกราบเรียนท่านครับว่าพวกเราเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราหาเสียงมา เราต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่นโยบายพรรค ต่อสิ่งที่เราพูดจากับพี่น้องประชาชน แล้ว หนึ่งในตําแหน่งหน้าที่ของความเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พี่น้องประชาชน มอบหมายมานั้น เราต้องนําปัญหากลับเข้ามาดําเนินการได้ ท่านได้บอกว่าขอให้ ทําหน้าที่เปึนฝ์ายนิติบัญญัติ ผมกราบเรียนถามท่านประธานครับว่าวันนี้ถ้าผมเปึนแต่ ฝ์ายนิติบัญญัติ เมื่อไม่นานมานี้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องปัญหาภัยแล้ง หรือที่ เรียกกันว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาน้ํา ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาน้ําตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาอีก แล้วก็เชิญผมไปเปึนอนุกรรมาธิการ ผมถามท่านประธานครับว่า วันนี้ยังไม่มีใครฟัองร้อง หรอกครับ แต่ถ้ามีคนหยิบยกมาตรา ๒๖๖ ขึ้นมาฟัอง ส.ส. ที่ไปเปึนอนุกรรมาธิการ วิสามัญของคณะกรรมาธิการ กรรมาธิการได้รับความคุ้มครองครับ เพราะว่าตั้งโดยสภา แต่ว่าเพื่อนสมาชิกที่ไปเปึนอนุกรรมาธิการซึ่งตั้งโดยคณะกรรมาธิการนั้น ผมถามว่า ขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ หรือเปล่า ไม่มีใครตอบได้ครับ เพราะว่าคดี ยังไม่ถึงศาลรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ครับท่านประธาน เปึนที่มาที่ผมเชื่อว่า พวกเราทุกคนควรจะต้องร่วมกันสนับสนุนแนวทางของคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนสั้น ๆ ก่อนที่จะหมดเวลานิดเดียว ว่าพวกผมในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในฐานะเปึนตัวแทนของพรรคเพื่อแผ่นดิน ซึ่งเปึน พรรคการเมืองหนึ่งที่อยู่ในสภา ผมกราบเรียนว่าพวกเราสนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่ ๖ ประเด็นนี้ ยังมีอีกมากมายหลายประเด็นที่เรา ต้องมาพิจารณา แต่อยากเสนอแนวทางครับว่า มาตราหลายมาตรา เช่น เขตเลือกตั้ง มาตรา ๑๙๐ ไม่ได้เปึนมาตราที่มีความขัดแย้งเลย ทุกฝ์ายเห็นตรงกันก็สามารถ ดําเนินการได้ ส่วนมาตราไหนที่จะมีข้อขัดแย้งหรือว่าในประเด็นอื่น ๆ ที่จะมีก็ค่อยคิดมาตั้ง สสร. เฉพาะมาตราไป เพราะถ้าเราไม่เริ่มต้นนี่ครับ สุภาษิตจีนเขาบอกว่า เดินทางหมื่นลี้ ต้องมีก้าวแรก ทําไมเราไม่เริ่มต้นก้าวแรก ก็ไม่ได้เริ่มต้นกันสักที เพราะว่าโยนกันไป โยนกันมาแล้วก็บอกว่าเราไม่ควรจะแก้ บางคนบอกว่าการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ส.ส. ทําเพราะเปึนผลประโยชน์ทับซ้อน ผมกราบเรียนต่อท่านประธานครับว่า การแก้ ยกตัวอย่าง เช่น เขตเล็กเบอร์เดียว ไม่ได้แปลว่า ส.ส. คนไหนที่ยกมือสนับสนุน หรือร่วมลงชื่อสนับสนุนการแก้ไขนั้นจะได้รับเลือกตั้งกลับมา ไม่มีอะไรประกันได้ครับ ไม่มีอะไรการันตีเรื่องนี้ได้ ท่านประธานครับ นี่คือความเรียกร้องของพี่น้องประชาชน เราทําในฐานะที่ประชาชนเรียกร้องว่า ประชาชนนั้นพอเปึนเขตใหญ่แล้วมีความห่างเหิน ไม่สามารถที่จะติดต่อ มีความยากลําบากในการเดินทางพบปะกับ ส.ส. เพื่อนําปัญหาต่าง ๆ เข้ามาพูดคุยกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหลาย ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วผมยังเหลืออีกหลายประเด็น แต่เนื่องจากว่าเวลาเหลือแค่ ๑๗ วินาที ท่านประธานครับ ก็ขอใช้เวลาตรงนี้ยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า พวกผมขอสนับสนุนการแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อเปึนแนวทางในการสมานฉันท์ต่อความขัดแย้งของประเทศ ในปัจจุบันนี้ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมจัดลําดับอภิปรายไว้อย่างนี้นะครับ หลังจากท่านนพคุณแล้ว ก็คือท่านพงศ์เอก ท่านพีระเดช ท่านวิชาญ ท่านมณเฑียร แล้วก็ท่านสมชัย เชิญท่านนพคุณครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นพคุณ รัฐผไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในนามของสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณรัฐบาล แล้วก็ ท่านประธานที่ได้กรุณาให้มีการเป่ดประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องขอขอบคุณท่านดิเรก ถึงฝัืง ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ในนามของประธาน คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ได้ทุ่มเทกําลังกาย กําลังใจ แล้วก็ได้นําเสนอมาตรการการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๖ ประเด็น ซึ่งวันนี้ผมขออภิปรายสนับสนุนแนวความคิดของคณะกรรมการทุกประเด็น ก็มี ไม่สบายใจอยู่บางเรื่อง บางประเด็นที่ท่าน ส.ว. บางท่านแสดงความคิดเห็นคัดค้าน ซึ่งก็เปึนเรื่องธรรมดาครับ ในที่ประชุมแห่งนี้ก็มีทั้งสนับสนุนแล้วก็ไม่เห็นด้วย แต่ผม จะขอพูดถึงว่าเหตุใดผมจึงเห็นด้วยกับข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เหตุใดถึงได้มีเหตุผล แบบนั้น แต่ก่อนที่จะพูดถึงเหตุผลในการสนับสนุนรัฐธรรมนูญ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๖ ประเด็นว่า ไม่ได้เปึนประโยชน์ของส่วน ส.ว. หรือ ส.ส. แต่อย่างใด แต่กลับตรงกันข้าม การแก้ไข รัฐธรรมนูญ ๖ ประเด็นที่ท่านเสนอมานั้นเปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อการบริหารราชการ แผ่นดินและเปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อประชาชนในพื้นที่
ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอพูดถึงที่มาที่ไปของปัญหาทั้งมวล ที่เกิดขึ้นจนกระทั่งพวกเราต้องมาประชุมกันวันนี้นะครับ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ซึ่งเปึนวันที่คณะรัฐประหารได้ก่อการทําให้บ้านเมืองนั้นมีการเปลี่ยนแปลงจากขาวเปึนดํา เราก็จะเห็นได้ว่าก่อนการปฏิวัติรัฐประหารนั้นบ้านเมืองนั้นมีแต่ความสงบสุข ประชาชน อยู่ดีกินดี ประเทศชาติได้รับความไว้วางใจจากต่างชาติ นักท่องเที่ยวมาเที่ยวในประเทศไทย ป้หนึ่ง ๑๒-๑๓ ล้านคน โดยในภาพรวมแล้วนั้นก่อนการปฏิวัติทุกอย่างเปึนไปด้วยดี โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในเรื่องของความเปึนธรรมในสังคม แต่หลังจากนั้นก็เกิดความแตกแยกในด้าน การเมือง ในด้านสังคม โดยเฉพาะในด้านสังคมนั้นประชาชนได้แบ่งแยกเปึนสีเหลือง สีแดง สีน้ําเงิน แล้วก็ไม่มีแนวโน้มว่าทุกอย่างมันจะไปด้วยดี หรือว่าไม่มีเหตุปัจจัยอื่นที่จะ มาแก้ไขให้ดีได้ ในด้านเศรษฐกิจนั้นไม่ต้องพูดถึง ในด้านการเมืองแค่ ๒-๓ ป้ที่ผ่านมา มีรัฐบาลผลัดเปลี่ยนกันถึง ๔ ชุด และชุดสุดท้ายโดยรัฐบาลชุดสุดท้ายนั้นถึงกับต้อง กู้เงินมาถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าหากว่าไม่มีวันที่ ๑๙ กันยายน การกู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นคงไม่เกิดขึ้น โดยภาวะที่รัฐบาล มีความจําเปึนในการที่จะฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพราะว่าเศรษฐกิจทั่วโลกทําให้ ประเทศไทยเปึนอย่างนี้ แต่เปึนเพราะว่าวิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติการเมืองของไทยเราเอง ซึ่งมาจากเหตุผลเดียวคือการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ท่านประธานครับ ผลพวงของการรัฐประหารนั้นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดก็คือรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ รัฐบาลขณะนั้นหรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าผู้มีอํานาจโดย คมช. ได้ตั้ง กลุ่มคนขึ้นมากลุ่มหนึ่งในการร่างรัฐธรรมนูญซึ่งทุกฝ์ายทั้งประเทศนั้นไม่ค่อยยอมรับ แล้วก็ยังวิพากษ์วิจารณ์มาจนกระทั่งทุกวันนี้ว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นมีดีหรือไม่ดี อย่างไร ก็เปึนที่ประจักษ์ของคนทั่ว ๆ ไป แต่สิ่งที่รัฐธรรมนูญได้บังเกิดขึ้น ได้ประกาศใช้ก็เปึนที่มาของความขัดแย้งอย่างรุนแรงในหมู่ประชาชน เพราะว่าก่อนที่ รัฐบาลจะใช้ประชาชนเปึนตรายางรับรองนั้น ผมอยู่ในหมู่บ้าน ตําบลมาตลอดชีวิต ของการรับราชการ แล้วก็การเปึนผู้แทนปวงชนนั้นก็รับทราบมาตลอดว่า ทุกหมู่บ้านจะมี เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปชี้นําราษฎรในเรื่องของการให้ความเห็นว่าให้เห็นชอบรัฐธรรมนูญ ประชาชนส่วนใหญ่ก็ได้เชื่อตามนั้นว่าถ้าหากว่าเห็นชอบแล้วบ้านเมืองจะสงบ จะมี การเลือกตั้งในเร็ววัน แล้วก็ที่สําคัญอย่างยิ่งก็คือว่าถ้าหากว่ารัฐธรรมนูญมาตราใดไม่ดี ก็ให้มาแก้ไขในภายหลังก็เปึนการหลอกลวงประชาชนในเบื้องต้นก็ทําให้เสียงเห็นชอบนั้น มีถึง ๑๔ ล้านเสียง แต่ขณะเดียวกันฝ์ายที่ไม่เห็นชอบก็มีมากนะครับท่านประธาน มี ๑๐-๑๑ ล้านคน ก็เกิดเหตุการณ์ที่บานปลายตามมาก็คือมีประชาชนร่วมกัน ๗๐,๐๐๐ ชื่อ ได้เสนอชื่อเพื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ แต่จนบัดนี้ ๒ ป้แล้วนะครับ ท่านประธาน หรือว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ให้ความสําคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ความแตกแยกของประชาชนในประเทศก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น ๆ เราจะสังเกตเห็นได้ว่ากลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งมีเจตนารมณ์ที่จะธํารงไว้ซึ่งระบอบ ประชาธิปไตยโดยแท้จริง แต่มีความประสงค์ที่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ได้รับการขัดขวาง จากคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งก็ทําให้ ๒ กลุ่มนั้น เปึนที่ไม่สบายใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ผู้ที่มีส่วนหน้าที่รับผิดชอบบ้านเมือง อันนี้ก็เปึนเหตุหนึ่งของความเสียหายจากการปฏิวัติ รัฐประหาร เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ผลเสียหายนั้นนับประมวลไม่ได้ ไม่สามารถ ประเมินค่าความเสียหายได้ ท่านประธานครับประเด็นที่สําคัญที่สุดที่คณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เสนอมาขอแก้ไข ๖ ประเด็น มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากในหมู่กลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วย เมื่อสักครู่ ท่าน ส.ว. บางท่านก็ได้แสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยนะครับ บอกว่าเปึนการแก้ไข รัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง
ประการที่ ๑ เปึนการแก้ไขเพื่อช่วยเหลือคนคนหนึ่งซึ่งเปึนอดีต นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ผมขอเรียนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๖ ประเด็นนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมนตรีแม้แต่มาตราเดียว เพราะว่า ส.ส. ส.ว. ทุกท่าน ที่อยู่ในนี้สามารถใช้ดุลยพินิจวินิจฉัยได้ว่าเกี่ยวข้องหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมอยากจะเรียนกับประชาชนที่อยู่ทางบ้านให้ทราบว่าการแก้ไข ๖ ประเด็น ที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้เสนอมาให้พวกเราได้พิจารณาในวันนี้เปึนประโยชน์แก่บ้านเมืองโดยแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่างเช่นที่มาของ ส.ส. มีการแก้ให้เปึนเขตเล็กเบอร์เดียวนะครับ การที่มีเขตเลือกตั้งแคบจากเฉลี่ยโดยประมาณ ๘-๙ อําเภอ เหลือแค่ประมาณ ๒-๓ อําเภอนั้น ทําให้ผู้แทนราษฎร ส.ส. สามารถดูแลทุกข์สุขของประชาชน รับทราบ ปัญหาของประชาชนได้อย่างทั่วถึง ถึงแม้จะมีมาตรา ๒๖๖ เปึนอุปสรรคในการ ประสานงาน ในการแก้ไขปัญหา แต่โดยภาระหน้าที่ที่เปึนหน้าที่ของ ส.ส. ที่ตระหนัก อยู่ตลอดเวลาว่ามีหน้าที่ในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาของประชาชนนั้น ก็คงไม่สามารถ ที่จะทอดทิ้งปัญหาของประชาชนได้ การแก้ไขเปึนเขตเล็กนั้น มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะมี การซื้อเสียงได้ง่าย ไม่จริงหรอกครับท่านประธาน ส.ส. หรือผู้สมัครหลายท่านสอบตก มาแล้ว ใช้เงิน ๔๐-๕๐ ล้านบาท ก็สอบตกมาแล้วเพราะฉะนั้นการที่บอกว่ามีการซื้อเสียง ง่ายนั้นเปึนการดูถูกประชาชนมากเกินไป ผมก็ไม่อยากให้คนระดับ ส.ว. ส.ส. ดูถูกประชาชนมากถึงขนาดนั้น เพราะว่าพวกเราที่อยู่ ณ ที่นี้ก็เปึนผู้แทนปวงชนเหมือนกัน นะครับ
ประการที่ ๒ ที่มาของ ส.ว. ส.ว. นั้นถือว่าเปึนผู้แทนปวงชนครับท่าน กฎหมายรัฐธรรมนูญก็ให้มีสภาพเปึนผู้แทนปวงชน เพราะฉะนั้นตามหลักประชาธิปไตยนั้น ผู้แทนปวงชนนั้นจะต้องมาจากการเลือกตั้งจากประชาชน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ส.ว. ได้มา จากการสรรหาจากคนเพียง ๖-๗ คนนั้น ถือว่าไม่เปึนธรรมต่อประชาชนนะครับ ก็อยากจะให้มีการเลือกตั้ง ส.ว. ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ จากประชาชน คืนอํานาจให้กับ ประชาชนเถอะครับ ส่วนจะมีบทเฉพาะกาลอย่างไรนั้นพวกผมไม่ขัดข้อง อันนี้ก็คือ ๒ ประเด็นที่ผมพูดมานี้ก็คือประโยชน์ของประชาชนล้วน ๆ
ในประเด็นที่ ๓ มาตรา ๑๙๐ เปึนการกําหนดแก้ไขประเภท ของสนธิสัญญาเพื่อให้รัฐบาลนั้นมีความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน สามารถวินิจฉัย สามารถที่จะติดต่อทําสนธิสัญญากับต่างชาติได้ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ และบ้านเมือง ถ้าหากเราไม่แก้ไขเราก็จะเห็นผลร้ายของมาตรา ๑๙๐ ซึ่งผมจะสรุปว่า ถ้าเราไม่แก้ไข มาตรา ๑๙๐ มันจะมีผลเสียอย่างไร ในประเด็นของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปึนประเด็นของ มาตรา ๒๖๖ ในเรื่องของการแทรกแซงหน่วยราชการ ผมเห็นว่า ในเมื่อเปึนผู้แทนปวงชนนั้นไม่ใช่มีหน้าที่ในการออกกฎหมายหรือด้านนิติบัญญัติ อย่างเดียว ผู้แทนปวงชนนั้นควรจะมีบทบาท มีหน้าที่ในการรับปัญหาทุกข์สุข สามารถแก้ปัญหา ทุกข์สุขของประชาชนได้บ้าง เพราะฉะนั้นประชาชนเขาจะบอกว่าเลือกมาแล้ว ไปช่วยเหลืออะไรไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นมาตรานี้ก็เหมือนกันที่คณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสนอมานั้นก็เปึนประโยชน์ ของประชาชน ส.ส. ส.ว. นั้นไม่ได้ประโยชน์เลยครับ ทั้งหมด ๔-๕ มาตราที่พูดมานี้ เพราะว่างวดหน้านี้จะได้รับการเลือกตั้งเข้ามาหรือไม่ก็ยังไม่ทราบ เพราะฉะนั้นจะเปึน การแก้เพื่อประโยชน์ของตัวเองนั้น พูดได้อย่างไร เปึนไปไม่ได้ ในมาตรา ๒๖๖ ผมก็อยากจะให้แก้ ผมสนับสนุนให้ ส.ส. ส.ว. สามารถที่จะประสานงานช่วยเหลือ ความทุกข์ยาก ความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างสะดวก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ต้องไปเกรงกลัวครับว่า ส.ส. ส.ว. หรือนักการเมืองนั้นจะเข้าไปก้าวก่ายการทํางาน ของข้าราชการ ผมเห็นท่านนายกรัฐมนตรีจะตั้งอธิบดีตํารวจสักคนหนึ่งยังยากเย็นเลย ครับ ไม่สามารถจะไปแทรกแซงได้ แล้วจะไปแทรกแซงอะไรได้ครับ ขนาดระดับ นายกรัฐมนตรีก็ยังไม่สามารถที่จะใช้อํานาจของตัวเองในการที่จะดลบันดาลตําแหน่งใด ตําแหน่งหนึ่งให้กับบุคคลที่ตัวเองเห็นชอบ อันนี้ละครับ พรรคข้าราชการนั้นเปึนพรรคที่ เข้มแข็งที่สุดในประเทศไทยแล้ว ประการสําคัญที่สุดก็คือการช่วยเหลือราษฎรในหมู่บ้าน ตําบล ยกตัวอย่างพื้นที่ของผมที่อําเภอสันป์าตอง จังหวัดเชียงใหม่ อ่างเก็บน้ําแม่ขาน อําเภอสันป์าตอง จะสร้างมาก็สร้างไม่ได้ ออกแบบสํารวจมาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๗ ค่าออกแบบ สํารวจหมดไปแล้ว ๒๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๓๗ ป์านนี้ยังสร้างไม่ได้เลยครับ การจะไปติดตาม การอะไร โดยเฉพาะตอนนี้เปึนฝ์ายค้านก็ทําได้ลําบาก เพราะกลัวการตรวจสอบ ยอมรับ ว่ากลัวการตรวจสอบ แต่ถ้าหากว่าเปึนฝ์ายรัฐบาลก็คงไม่รู้สึกว่าจะมีปัญหาอะไร ผมก็คิดว่าความรู้สึกมันต่างกัน ผมก็อยากจะให้แก้มาตรา ๒๖๖ เพื่อเปึนประโยชน์ กับประชาชน อันนี้ก็เปึนมาตราที่เปึนประโยชน์อย่างยิ่ง
ในประเด็นสุดท้ายที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เสนอมา ก็คือการยุบพรรคการเมืองตามมาตรา ๒๓๗ การเพิกถอนสิทธิอย่างที่ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้กล่าวไว้เมื่อตอนต้น ว่าอันนี้ก็เปึนความไม่เปึนธรรม ของกฎหมายที่ไม่ได้ทําผิดแต่ต้องถูกยุบพรรค อย่าลืมนะครับท่านประธาน พรรคการเมือง นั้นจะเปึนพรรคการเมืองได้นั้นต้องมีสมาชิกพรรค สมาชิกพรรคนั้นก็คือประชาชน ในประเทศ อย่างพรรคบางพรรคมีสมาชิกถึง ๑๔ ล้านคน ประชาชนไม่รู้เรื่องเลย แต่ว่า พรรคของตัวเองถูกยุบ เพราะใครคนใดคนหนึ่งไปทําผิด ในทางความเปึนธรรมนั้น ใครทําผิดก็ลงโทษ ลงโทษถึงขั้นประหารชีวิตผมก็ไม่ว่า เปึนสิ่งที่ชอบด้วยซ้ําไปว่าทําให้ บ้านเมืองเสียหาย ให้ลงโทษให้หนักคนจะได้กลัว ไม่ใช่แค่เว้นวรรคการเมือง ๕ ป้เท่านั้น ขอให้ลงโทษให้หนัก อันนี้ก็อยากจะให้คืนความเปึนธรรมให้กับพรรคการเมือง เพราะว่า ระบอบประชาธิปไตยนั้นพรรคการเมืองนั้นเปึนองค์ประกอบที่สําคัญ
ประเด็นสุดท้ายท่านประธาน ผมขอสรุปว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ก็สมควรที่จะต้องทํา แล้วก็ ๖ ประเด็นนั้นรัฐบาลได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ และประชาชน ก็ได้ประโยชน์ ไม่ได้ประโยชน์กับ ส.ส. ส.ว. แต่อย่างใดนะครับ นอกจากถ้าหากไม่แก้แล้ว ผลเสียหายของรัฐธรรมนูญนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว คือ
๑. ประชาชนเกิดความแตกแยก
๒. นักท่องเที่ยวต่างชาติ นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น ทําให้บ้านเมืองเรา ขาดโอกาส
๓. องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญได้ตัดสินคดีความต่าง ๆ นั้นเปึนที่ วิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนคนไทยทั้งประเทศมาหลายประเด็น หลายคดี อันนี้เปึนสิ่งที่ เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี่ละครับ
สุดท้ายก็คือ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทําให้ประเทศไทยเสียดินแดน ทําให้ ประเทศไทยเสียอธิปไตย ณ เขาพระวิหาร อันนี้ก็เปึนตัวอย่างความสูญเสียของ รัฐธรรมนูญครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป เชิญ ท่านพงศ์เอก ท่านมีเวลา ๘ นาทีนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม พลโท พงศ์เอก อภิรักษ์โยธิน สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดพะเยา ก่อนอื่นผมขออนุญาตเรียนให้ในที่ประชุมของรัฐสภาได้ทราบว่า ผมอยู่ใน คณะกรรมาธิการสามัญศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ของวุฒิสภานะครับ ในโอกาสแรกผมก็ขออนุญาตเรียนในขั้นต้นดังนี้ว่า ก่อนอื่นผมขอชื่นชม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่ได้ทํางานด้วยความตั้งใจ แล้วก็สิ่งที่ ประทับใจผมมากที่สุดในฐานะที่เปึนทหารก็คือว่า ท่านได้ไปเหยียบในแผ่นดิน ของต่างชาติด้วยความสง่างาม มีกองเกียรติยศ มีทหารตั้งแถวรับอย่างสมเกียรติ มันเปึน ความภาคภูมิใจของทหารเช่นเดียวกับผมซึ่งเคยเปึนทหารกองเกียรติยศซึ่งรับ ผู้นําประเทศในแผ่นดินไทยแห่งนี้เช่นเดียวกัน แต่ผมก็อเนจอนาถใจในเมื่อที่ท่าน ได้ย่างก้าวไปในที่แห่งใดก็ตามในแผ่นดินนี้ต้องคอยหลบถุงพลาสติก แล้วก็ขวดพลาสติก ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เหตุแบบนี้ตามที่ ฯพณฯ ได้ประสบมา ไม่ว่าจะเปึน นายกรัฐมนตรีไทยคนใดก็ตาม ผมไม่ได้กล่าวโทษถึงประชาชนว่าไม่ควรทําเช่นนั้น หรือทําเช่นนั้นแล้วไม่ถูก แต่ผมคิดว่าเปึนสิทธิของประชาชนเหล่านั้นที่จะทํา สิ่งที่ มันเกิดขึ้นแล้วก็ฟัองให้เห็นได้ว่าในประเทศไทยแห่งนี้ ณ เวลานี้ทุกหย่อมหญ้า ทุกย่างก้าวมีปัญหาความขัดแย้ง ข้างนอกรั้วรัฐสภาจะเปึนอย่างไรก็ตามเปึนสิทธิ ของประชาชนที่พึงกระทําในส่วนนั้นก็แล้วแต่ว่าผู้ใดทําผิดกฎหมายหรือว่าไม่ถูกต้อง ก็รับโทษไปตามนั้น แต่ผมว่าในรั้วรัฐสภาแห่งนี้มันเปึนสิ่งที่พวกเราหลาย ๆ คน ได้มารวมกันแล้วก็มีวุฒิภาวะที่สูง ที่พอที่จะแก้ไขปัญหาในระดับชาติที่มันเกิดขึ้นได้ ก่อนอื่นผมก็ขออนุญาตเรียนว่าในเมื่อเราได้เห็นว่าประเทศมันอยู่ในสภาวะวิกฤติ แล้วก็มีบุคคลคณะหนึ่งซึ่งเราได้ร่วมใจกันทําหน้าที่นี้ในการแก้ไขปัญหาวิกฤติอันนี้ ผมก็ คิดว่าเปึนสิ่งที่เปึนทางออกที่ดีที่สุด ณ เวลานี้ ถึงแม้ว่าความเห็นของหลาย ๆ ท่าน ที่ได้อภิปรายไปก่อนแล้วก็ตาม ผมก็ไม่ได้มีความขัดข้องว่าท่านจะได้พูดถึงเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ วันนี้ผมก็คิดว่าผลของการสรุป ของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ได้ออกมาในครั้งนี้ ผมก็คิดว่าเปึนหนทางที่ดีที่สุดแล้ว
ประการที่ ๑ ก็คือว่าเราได้รวบรวมคณะกรรมการซึ่งมาจากทุกส่วนที่เปึน ต้นปัญหาของเหตุการณ์วิกฤติต่าง ๆ เหล่านี้ไว้ด้วยกัน มารวมกัน
ประการที่ ๒ ต้องมีคนกลางอยู่ด้วย
ประการที่ ๓ ก็คือได้เลือกบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมาชี้แจง แล้วก็มาให้ความ กระจ่างแก่คณะกรรมการ ในวันนี้ผมคิดว่าเปึนหนทางเดียวที่จะสนับสนุนผลการศึกษา ของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ประการที่ ๔ ประชาชนกําลังรับฟังอยู่ แล้วก็กําลังดูอยู่ว่าในรัฐสภาแห่งนี้ เรากําลังทําอะไรกันอยู่ ถ้าหากว่าเรายังมีความคิดว่าการประชุมในคราวนี้ หรือการแสดง ความคิดเห็นในคราวนี้ไม่เกิดประโยชน์ในอนาคต ผมก็คิดว่ามันคงเปึนการป่ดประตูตาย สําหรับการแก้ไขทางออกในวิกฤติในครั้งนี้ อย่างน้อย ๆ ที่สุดประชาชนก็ยังได้รับฟัง ความคิดเห็นของท่านทุก ๆ คนที่เปึนสมาชิก ที่ได้ให้คําอภิปรายมาว่าจะใช้ดุลยพินิจ ในการตัดสินใจอย่างไรในอนาคต เรื่องของการสมานฉันท์ของประเทศ กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นยังมีขั้นตอนอีกมากมาย ซึ่งผมคิดว่าคงจะต้องผ่าน กระบวนการต่าง ๆ ซึ่งจะต้องเปึนไปด้วยความโปร่งใส ความตั้งใจจริงของคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมทั้ง ณ เวลานี้ หัวข้อต่าง ๆ ทั้ง ๖ ประเด็นที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้สรุปออกมาแล้วตกผลึกแล้วนั้น ผมก็คิดว่าอย่างน้อย ๆ ที่สุดก็เปึน แนวทางที่เราควรจะนํามาพิจารณา แล้วก็มาช่วยกันดู ถ้าหากเราไม่ยอมรับในบทสรุป อันนี้เราก็จะเหมือนกับว่าทุก ๆ คนต่างก็จะมีทางออก ซึ่งคิดด้วยตนเอง แล้วก็ไม่รู้ว่า จะไปยื่นให้ใคร วันนี้ถึงแม้ว่าคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญบางท่านได้แสดงความคิดเห็นซึ่งแตกต่างกัน แม้ว่าจะอยู่ใน คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ตาม ผมก็เห็นว่ายังเปึนประโยชน์ต่อการพิจารณา เพราะว่าไม่ใช่หน้าที่ของรัฐสภาแห่งนี้ ที่จะมาวินิจฉัยว่ามันถูกหรือผิดหรือต้องทําอย่างนั้น อย่างนี้ แต่เปึนหน้าที่ของรัฐบาล ที่จะต้องนําไปพิจารณาเพื่อใช้ประโยชน์ในโอกาสต่อไป ผมก็ขอให้สมาชิกรัฐสภาทุกท่าน ที่ได้ขึ้นอภิปรายมาแล้ว หรือว่าจะอภิปรายในโอกาสต่อ ๆ ไป ได้แสดงความคิดเห็น ของท่านให้เต็มที่ แล้วผมก็คิดว่าเรายอมรับในความคิดเห็นของท่าน ไม่ว่าท่านจะเห็นด้วย กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม ผมจะไม่พูดว่าควรจะแก้ไขหรือไม่แก้ไข แต่ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่ารัฐธรรมนูญบางมาตราก็เข้มเกินไป คม แล้วก็ชัด แล้วก็ เดินตรงเกินไป เราอาจจะต้องมีการแก้ไข หรือบางมาตราก็อาจจะหลวมเกินไป ซึ่งทําให้ เราต้องตีความได้แตกต่างออกไปหลาย ๆ ประเด็นด้วยกัน เพราะฉะนั้นมันถึงได้ ขึ้นโรงขึ้นศาลกันอยู่ทุกวัน เพราะว่าทุกคนก็คิดว่าทําอย่างนี้ถูกแล้ว แต่ที่จริงมันผิด แต่รัฐธรรมนูญนั้นอาจจะมีการแก้ไขโดยกฎหมายลูก ซึ่งเรายังไม่ได้ออกอีกเกือบ ๓๐ ฉบับ ซึ่งถ้าหากว่าเราได้ดําเนินการในเรื่องนี้ตั้งแต่แรกภายใน ๒ ป้ที่ผ่านมาแล้ว ความชัดเจนของผู้ปฏิบัติในฐานะรัฐบาลผู้บริหารประเทศก็อาจจะต้องกระทําได้ถูกต้อง อย่างเช่น มาตรา ๑๙๐ เปึนต้น สําหรับการแก้ไขนี้ถ้าหากว่าเปึนเจตนารมณ์ที่ดี ของรัฐบาล ผมคิดว่าการตั้ง สสร. ๓ นั้นไม่ถือว่าเปึนเจตนาที่จะยืดเยื้อ หรือว่าซื้อเวลา แต่ ผมถือว่าเปึนเจตนาที่รัฐบาลต้องการจะทํา แต่ว่าขอให้ทําด้วยความรวดเร็ว การถอน รายชื่อของสมาชิกเพื่อนที่แก้ไขรัฐธรรมนูญไปแล้วนั้น ผมคิดว่ามันไม่มีความสําคัญอะไร ในเมื่อท่านได้เข้ามาอยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ แล้วก็ได้พูดถึงเรื่องที่คณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ตั้งหัวข้อไว้ให้ ก็คิดว่าคงจะ เปึนประโยชน์ในโอกาสต่อไป ผมเตรียมเรื่องไว้พูด ๕ นาที แต่ว่า ๑๐ นาทีไม่พอ ก็คิดว่า คงใช้โอกาสต่อไป ถ้าใช้ความรวดเร็วกว่านี้ ขอบคุณครับ
เชิญท่านพีระเดชครับ
จังหวัด: ท่านประธานสภาที่เคารพ พีระเดช ศิริวันสาณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครสวรรค์ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องขออนุญาต ทําความเข้าใจกับท่านประธานสักนิดหนึ่งครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ได้เวลาทั้งหมด ๔๔ นาที ผมขอเวลาที่จะอภิปรายไว้ทั้งหมดประมาณ ๑๐ นาที ก็ต้องขอความกรุณา ท่านประธานว่าถ้าเวลามันอาจจะเกินไปบ้าง รับปากท่านประธานนะครับว่าพรรคชาติไทยพัฒนา จะจัดสรรเวลาส่วนที่เหลือตามที่ได้รับกําหนดไว้ ต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ที่ขอให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามมาตรา ๑๗๙ จากที่ผมได้มีโอกาส อ่านรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ก็ได้มีการสรุปออกมาทั้งหมด ๖ ประเด็น จริง ๆ แล้วผมเชื่อว่า หลาย ๆ ประเด็นที่ท่านกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญได้สรุปออกมานั้น เชื่อว่าวันนี้ในรัฐสภายังมีความเห็นที่แตกต่างอยู่ ยังไม่ได้ ตกผลึก เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะพูดออกไปในวันนี้ก็ขออนุญาตออกตัวว่าเปึนความคิดเห็น ในฐานะผู้แทนราษฎร ความคิดเห็นในฐานะผู้แทนของปวงชนชาวไทย ไม่ใช่ความคิดเห็น ในส่วนของพรรคการเมืองแต่อย่างใด มาตราแรกที่ผมคงต้องขออนุญาตเห็นด้วยกับการแก้ไข คือมาตรา ๒๓๗ ครับ เรื่องการ ยุบพรรคการเมือง ซึ่งมีการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรค ของกรรมการบริหารพรรค ผมเปึนผู้แทนราษฎรสมัยแรกก่อนที่จะมาอยู่พรรคชาติไทยพัฒนา ผมสังกัดพรรคชาติไทย ผลของมาตรานี้ส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคทั้งหมดถูกเว้นวรรค มันขยายผล ความขัดแย้งไปยังพี่น้องประชาชนหลาย ๆ ที่ หลาย ๆ จังหวัด ซึ่งกรรมการบริหารพรรค ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในเรื่องของการทําผิดกฎหมายเลือกตั้งเลย พรรคชาติไทยถูกกล่าวหาว่า มีกรรมการบริหารพรรคทําผิดกฎหมายเลือกตั้ง จึงถูกตัดสิทธิให้มีการยุบพรรคการเมือง สิ่งที่สําคัญผมเสียดายบุคลากร บุคลากรที่สําคัญ ผมกล้าพูดได้ว่าเปึนบุคลากรที่สําคัญ ของประเทศชาติก็ว่าได้ ท่านอดีตหัวหน้าพรรคเก่าผม ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา จริง ๆ แล้วผมว่าท่านหัวหน้าพรรคท่านบรรหาร ศิลปอาชา ท่านเปึนผู้หลักผู้ใหญ่ ในบ้านในเมือง ซึ่งน่าจะให้คําปรึกษาในหลาย ๆ สิ่ง ในหลาย ๆ เรื่องให้ประเทศชาติ พ้นวิกฤติไปได้ ข้อนี้ผมเห็นด้วยที่จะต้องมีการแก้ไข ไม่ได้เปึนการแก้ไขเพียงเพื่อ พรรคการเมืองเท่านั้นมันก็ส่งผลระยะยาวไปถึงประเทศชาติ แต่อย่างไรก็ดีพรรคชาติไทย ก็ยอมรับกติกาแต่โดยดี หลังจากมีการยุบพรรคชาติไทย ท่านหัวหน้าพรรคของผม ท่านกรรมการบริหารพรรคทุกท่าน ไม่ว่าจะเปึนเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ ๆ ก็ดี ก็ได้ยุติบทบาททางการเมือง ก็แปลว่าเราอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เราก็ยอมรับกติกา สิ่งที่สําคัญที่สุด วันนี้ผมไม่มั่นใจว่าปัญหาของเราอยู่ที่รัฐธรรมนูญ หรืออยู่ที่คนใช้รัฐธรรมนูญกันแน่ วันนี้ผมว่ารัฐธรรมนูญจะให้ดีขนาดไหนถ้าคนใช้ ไม่ยอมรับกติกา ต่างหาวิถีทางที่จะมากล่าวหากัน ที่จะมาโค่นล้มกัน ผมว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ประเทศชาติคงหาเรื่องสงบได้ยาก ผมเปึนผู้แทนราษฎรสมัยแรก วันนี้รู้สึกท้อแท้กับสิ่งที่ เกิดขึ้นในบ้านในเมือง มาตราต่อไปที่ผมคงต้องขออนุญาตพูดถึง คือที่มาของ ส.ส. ส.ว. ก็อยากจะฝากท่านประธานไปยังท่านกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ท่านระบุว่าที่มาของ ส.ส. และ ส.ว. ถ้าเปลี่ยนแปลงแล้ว ผมอยากจะถามท่านว่าเปลี่ยนแปลงแล้วมันจะทําให้เกิดความสมานฉันท์ขึ้นได้อย่างไร วันนี้ผมยอมรับว่าผมเปึนผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งที่ค่อนข้างใหญ่ ค่อนข้างกว้าง หลาย ๆ ท่านก็บอกว่าพี่น้องประชาชนเข้าหายาก ผู้แทนราษฎรอาจจะเหนื่อยหน่อย ผมยอมรับครับ แต่ผมเชื่อว่าศักยภาพของทุกท่านในที่นี้สามารถบริหารพื้นที่ ในเขตเลือกตั้งนี้ได้ ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ผมเข้าใจว่าจุดเริ่มต้น ของความขัดแย้งมันน่าจะก่อตัวมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ เท่าที่ผมดูประวัติ ของรัฐธรรมนูญไทยมามีรัฐธรรมนูญฉบับเดียวที่มีการเลือกตั้งผู้แทนราษฎร แบบเขตเดียวเบอร์เดียว นั่นคือฉบับป้ ๒๕๔๐ ผมเปึนผู้แทนราษฎรสมัยแรก ป้ ๒๕๕๐ ก็จริง แต่ถามว่าผมเคยลงสมัครรับเลือกตั้งตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ บังคับใช้แรก ๆ ตอนนั้นตอนที่ผมไม่ได้เปึนผู้แทนราษฎรผมจําได้ว่าในเขตพื้นที่ของผมมีการแบ่งแยกกัน เขาทําอย่างนี้ครับ ผมไม่แน่ใจว่าเปึนเพราะผู้แทนราษฎรที่เปึนอยู่ขณะนั้นในเขตผม หรือเปึนเพราะพรรคการเมืองเขามีนโยบายอย่างนั้น เขาพยายามที่จะสมัครสมาชิกพรรค คัดคนเข้าเปึนสมาชิกพรรค แล้วเวลาที่จะทําอะไรให้เขาก็จะบอกว่าเปึนสมาชิกพรรคเขา หรือเปล่า ถ้าไม่เปึนสมาชิกพรรคเขาดูราวกับว่าเขาก็จะไม่ดูแล ผมคิดว่าสิ่งนี้ละครับ ที่เปึนจุดเริ่มต้นทําให้เกิดความขัดแย้งของคนในชาติ แต่ความขัดแย้งมันมาสุกงอม เมื่อช่วงป้ ๒ ป้ที่ผ่านมานี้ แต่เท่าที่ผมได้ไปลงพื้นที่รับรู้ รับทราบปัญหา สัมผัสกับผู้นํา ในส่วนท้องถิ่น วันนี้ในเขตผมเปึนเขตเลือกตั้ง ๒ คน ผู้นําในท้องถิ่นค่อนข้างสบายใจ สบายใจที่เลือกผู้แทนราษฎรได้ ๒ คน ผมว่าการที่มีผู้แทนราษฎร ๒ คน มันไม่ได้มีผลเสีย กับพี่น้องประชาชนอะไรเลย แล้วการที่มีผู้แทนราษฎรคนเดียวมันก็ไม่ได้ทําให้ ประเทศชาติสมานฉันท์ขึ้น ตรงกันข้ามครับการที่มีผู้แทนราษฎร ๒ คน หรือ ๓ คน ผู้แทนราษฎรอาจจะเหนื่อยหน่อย แต่พี่น้องประชาชนมีทางเลือกครับ เลือกผู้แทนราษฎร คนหนึ่งเข้าไป ปรากฏว่าทํางานไม่ดี ใช้ไม่ได้ ก็ยังมีสิทธิที่จะไปหาผู้แทนราษฎรคนอื่น ให้ช่วยเหลือได้ เพราะฉะนั้นโดยความเห็นส่วนตัวผมเอง ผมอยากจะให้ท่านลองกลับไป ทบทวนดูว่าการที่จะกําหนดให้เขตเลือกตั้งเปึนเขตเล็ก มันตอบโจทย์ที่จะแก้ปัญหา ความขัดแย้งของคนในชาติได้แล้วหรือครับ เมื่อก่อนที่ผ่านมามีผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง มันจะแบ่งพวกกันอย่างนี้เลยนะครับ จะแบ่งเปึนอันนี้คือลูกน้อง ส.ส. อีกฝัืงหนึ่งคือไม่ใช่ ลูกน้อง ส.ส. ฝัืงที่แย่คือฝัืงที่ไม่ได้เปึนลูกน้อง ส.ส. นี่ล่ะ เพราะว่าเขาจะเข้าไปหาท่าน เข้าลําบากมาก ส.ส. ก็จะไม่มีการดูแล วันนี้ปัญหาใหญ่ครับ ไม่ใช่เรื่องเขตเลือกตั้ง ปัญหาใหญ่คือทําอย่างไรก็ได้ให้ทุกภาคส่วนที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนประเทศไทย เข้ามามีความจริงใจ มีส่วนร่วมในการตั้งใจทํางานอย่างจริงจัง
อีกมาตราหนึ่งครับ มาตรา ๒๖๖ ที่บอกว่า ส.ส. ส.ว. ต้องไม่ใช้สถานะ หรือตําแหน่งเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ผู้อื่น หรือพรรคการเมืองไม่ว่าทางตรง ทางอ้อม อันนี้เปึนปัญหาใหญ่สําหรับผมมาก ผมเปึน ผู้แทนราษฎรสมัยแรกครับ แต่ผมทําหน้าที่อะไรไม่ได้เลย ผมจะทําหนังสือถึงหน่วยงาน ราชการสักฉบับไม่กล้าทําครับ กลัวขัดรัฐธรรมนูญ มันเปึนปัญหาในการทํางานของผม เปึนปัญหาในการทํางาน ผมเชื่อว่ากับผู้แทนราษฎรทุกคน ทุกท่าน มันมีข้อเสียตรงที่ว่า รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ร่างออกมาโดยที่มีเจตนารมณ์ โดยที่มีแนวคิดว่านักการเมือง เปึนคนเลว เพราะฉะนั้นจะต้องทําอย่างไรก็ได้ให้นักการเมืองถูกจํากัด ถูกล็อก แต่จริง ๆ มันไม่ใช่อย่างนั้นครับ วันนี้ในเมื่อเราอยู่ใต้กติกาของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมก็ยอมรับกติกาของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แต่หลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างที่มันเปึน ปัญหา ผมก็สนับสนุนให้ท่านแก้ไข เพียงแต่ว่าทําอย่างไรครับถึงจะแก้ไขแล้วให้มันได้ ประสิทธิภาพ แก้ไขแล้วให้มันได้ประสิทธิผล จําได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีเคยได้เป่ดสภา ครั้งหนึ่งแล้วเพื่อขอความคิดเห็นอย่างนี้นี่ละครับ วันนั้นผมก็เคยได้มีโอกาสลุกขึ้น อภิปรายในสภา แต่จากวันนั้นถึงวันนี้ผมรู้สึกว่ายังไม่มีอะไรที่มันแตกต่างจากเดิม คนก็ยัง แบ่งกันออกเปึนหลายสี หลายฝักหลายฝ์าย ไม่ว่าจะเหลือง ไม่ว่าจะแดง วันนี้อยากจะขอครับ อยากจะขอท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน ผมว่าวันนี้ปัญหาใหญ่หน้าที่หลักของเราก็คือ ทําอย่างไรก็ได้ให้คนในชาติกลับเข้ามารักกัน เข้ามาสามัคคีกันให้ได้เหมือนเดิม ผมเปึน ผู้แทนราษฎรสมัยแรก แต่ทุกเวทีนะครับไม่ว่าจะเปึนงานบวช งานแต่ง หรืองานอะไร ก็แล้วแต่ที่มีโอกาสได้พูด ผมจะพูดเหมือนกันหมด ผมไม่อยากให้ทุกคนแบ่งฝักแบ่งฝ์าย ผมไม่อยากให้ทุกคนแบ่งเปึนสีต่าง ๆ ด้วยเวลาที่จํากัดนะครับ มีอีกหลายประเด็นที่ผม ต้องการจะพูด แต่เวลาไม่เอื้ออํานวย ก็อยากจะฝากทุก ๆ ฝ์ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หันกลับมาคิด หันกลับมาดูว่าสิ่งที่เรากําลังทํา สิ่งที่เรากําลังดูกันอยู่วันนี้มันแก้ปัญหา ให้ประเทศชาติเราได้จริงหรือยัง ถ้ายังไม่ได้กลับไปมองตัวเองว่าแล้วเราจะทําอย่างไรกัน ให้มันแก้ปัญหาให้ได้อย่างจริงจัง ขอบพระคุณมากครับ
เชิญท่านวิชาญนะครับ ท่านมีเวลา ๑๕ นาทีนะครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณนะครับที่ทางรัฐบาลเอง ได้เป่ดอภิปรายในส่วนตามมาตรา ๑๗๙ โดยอภิปรายทั่วไปไม่มีการลงมติ ส่วนหนึ่งนั้น ก็ต้องขอขอบคุณนะครับทางคณะกรรมการที่ท่านประธานรัฐสภาได้ตั้งขึ้นมา แล้วก็ สามารถที่จะไปรวบรวมรายละเอียดในเรื่องของประเด็นต่าง ๆ ถึงแม้ว่าวันนี้ในส่วนของ รัฐสภาแห่งนี้ โดยสมาชิกรัฐสภานั้นจะมีความเห็นหลายมุม หลายด้านที่จะต้องได้รับ อานิสงส์จากการที่ท่านรวบรวมประเด็นต่าง ๆ เข้ามา เพื่อที่จะเปึนการศึกษา แล้วก็นําข้อเสนอต่าง ๆ ในการที่จะทําให้ประเทศชาติของเรานั้นได้อยู่อย่างสงบสุข โดยมีการบริหารจัดการประเทศในระบอบประชาธิปไตยต่อไป ขออนุญาตท่านประธาน ครับ ในอดีตประเทศของเราถือว่าปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญมาแล้ว ฉบับนี้เปึนฉบับที่ ๑๘ ใน ๑๘ ฉบับตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ ที่มีการพระราชทานรัฐธรรมนูญ ในสมัยรัชกาลที่ ๗ เปึนต้นมา มีการทํารัฐประหารคือการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ทั้งหมด เรียกว่า มีการก่อการก็แล้วกัน ๒๓ ครั้ง ในจํานวน ๒๓ ครั้งนี้นะครับที่สําเร็จ มี ๑๑ ครั้ง พวกที่ก่อการสําเร็จนี้ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมีการขึ้นสู่อํานาจ เรียกง่าย ๆ ว่า กลุ่มคนเหล่านี้เปึนกลุ่มที่หวังผลประโยชน์ในการที่จะนําพรรคพวก ในการ ที่จะอ้างเสมอครับว่า เปึนการสร้างบ้าน สร้างเมือง เปึนการปัองกันคอร์รัปชัน แล้วก็ ยัดเยียดปัญหาต่าง ๆ ของสังคมให้กับอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งบอกว่ากลุ่มแต่ละกลุ่มนั้นก็คงมี ความแตกต่างกันในความคิดอยู่แล้ว จึงเกิดการทําการเปลี่ยนแปลง ส่วนกลุ่ม ที่ไม่สามารถดําเนินการในเรื่องของการปฏิวัติหรือปฏิรูปหรือจะใช้คําว่าอะไรก็แล้วแต่นะครับ แล้วแต่ความสละสลวยในขณะนั้น ก็มีด้วยกันที่ทําไม่สําเร็จนะครับ ๑๒ ครั้ง ถามว่า ใน ๑๒ ครั้งนี้กลุ่มเหล่านี้นะครับท่านประธานครับเมื่อไม่สําเร็จก็ติดคุกติดตะราง บางคน ก็ต้องหนี เพราะตัวเองต้องการขึ้นสู่อํานาจ อํานาจก็ดีครับเปึนสิ่งที่ทุกคนต้องการ แต่ถ้า บอกว่ามาตามระบอบประชาธิปไตยนี้ พี่น้องประชาชนเองเปึนคนให้มานี้ มันอยู่ยั้งยืนยงครับ ท่านประธานครับ สาเหตุอันหนึ่งซึ่งผมบอกได้เลยครับว่าการที่เหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ มันเกิดขึ้นมาเพราะว่าการทํารัฐประหารก็ดีหรือการเปลี่ยนแปลงโค่นล้มอํานาจก็ตามนี้ เปึนเพราะว่าความต้องการอย่างเดียวหรือความเชื่อว่าตัวเองนั้นมีสิทธิหรือฉลาด กว่าคนอื่น ดูถูกดูแคลนเขาละครับ สิ่งนี้จึงทําให้เกิดการรวมกลุ่มกัน กลุ่มที่ฉลาดกว่า ก็มักจะเรียกตัวเองว่าเปึนเทพ กลุ่มที่จะโดนต่อว่าก็บอกว่ากลุ่มนี้เปึนกลุ่มมาร เหมือนในหนังจีนครับท่านประธาน ถ้าท่านประธานไปดูหนังจีนเรื่องมังกรหยกคล้ายกันเลย สิ่งที่ผมกําลังจะกล่าวต่อไปนะครับ พวกเราเองในฐานะที่เปึนตัวแทนประชาชนเอง มองความรู้สึกของพี่น้องประชาชนเปึนหลัก แต่การเปึนหลักในเรื่องของการพิจารณานั้น ต้องยึดโยงกับความเดือดร้อนของประชาชนเปึนตัวตั้ง การร่างรัฐธรรมนูญก็เหมือนกันครับ แต่ละฉบับมีข้อดี ข้อเสียเหมือนกัน ไม่มีใครบอกหรอกครับว่ารัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับ ไปแล้วนี้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามยุคตามสมัย แต่ต้องมีเหตุและผลและไม่ใช่บอกว่า จะเปลี่ยนแปลงทุกมาตราก็ไม่ใช่ เพราะบางมาตรานั้นถูกต้องแล้วก็ดีนะครับ อย่างเช่นว่า ในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ ได้ยกทั้งกระบิของรัฐธรรมนูญในป้ ๒๕๔๐ ขึ้นมา แตกต่าง กันแค่ ๔ หมวดเองครับ ๔ หมวดนี้ในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ส่วนใหญ่แล้ว ๔ หมวดนั้น ว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องการเงิน งบประมาณ การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและองค์กร อิสระตามรัฐธรรมนูญ แล้วก็รวมถึงในเรื่องของหมวดจริยธรรม การดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองและหน้าที่ เห็นไหมครับมีอยู่ ๔ อย่างที่ใน ๔ หมวดที่แตกต่างกันออกไป แต่ใน ๔ หมวดนี้ แต่ละส่วนที่ซับซ้อนแตกแขนงออกไปเปึนส่วน ๆ ซึ่งบอกได้เลยครับว่า เปึนเรื่องที่จะต้องมาดูกัน ถ้าจะบอกว่าในช่วงระยะเวลา ๑๕ นาที ผมคงดูไม่หมดหรอกครับ แต่ผมขออนุญาตนะครับว่าในขณะนี้นั้น คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเองได้ดําเนินการในเรื่องดังกล่าว ผมจะเท้าความกลับไปนิดหนึ่งครับว่าที่มาที่ไป ถึงแม้วันนี้พูดให้ตายนี้ ความสมานฉันท์ ผมก็ยังเชื่อว่าในประเทศนี้คงจะมีความปรองดองกันอย่างไม่แนบสนิทหรืออาจจะเกิดเหตุ ขึ้นมาในเร็ว ๆ วันนี้ก็ได้ครับ ท่านประธานครับที่ผมกําลังนําเรียนก็คือว่าทําไมล่ะครับ เมื่อป้ ๒๕๔๐ นี้ มีรัฐธรรมนูญที่เกิดจากพี่น้องประชาชนนะครับ โดยมีกลุ่มที่ร่างนี้ เปึน สสร. นี้ ประกอบไปด้วยท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน ท่านอุทัย พิมพ์ใจชน ท่านบวรศักดิ์ ในกลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ที่เอ่ยนามอีกมากมาย ซึ่งเปึน นักวิชาการมีความรู้ แล้วก็ไปเลือกกลุ่มคนต่าง ๆ ตามรายจังหวัดออกมาเปึน สสร. มาเลือกที่จะทํารัฐธรรมนูญให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ กว่าจะใช้ได้นี่ใช้เวลาแรมป้ ป้เศษ ๆ สุดท้ายรัฐธรรมนูญฉบับนี้เอามาใช้ครับเมื่อป้ ๒๕๔๐ แล้วก็มีการเลือกตั้ง เกิดขึ้นมา ถามว่าพี่น้องประชาชนเปึนอย่างไรครับ คนที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาในขณะนั้น ก็คือรัฐบาลชุดพรรคไทยรักไทย เปึนคนร่างรัฐธรรมนูญไหม ไม่ใช่ ตัวท่าน พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ นะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านลง สสร. ในเขตจังหวัด ทางเชียงใหม่ก็ไม่ได้รับเลือกเข้ามาเปึนผู้ร่าง แต่เมื่อทําการเมืองแล้ว พรรคการเมือง เสนอตัวเข้ามารับใช้พี่น้องประชาชน ประชาชนเปึนคนเลือกครับ เมื่อเลือกแล้วบังเอิญนะครับ เลือกเข้ามาเมื่อป้ ๒๕๔๔ ก็ได้เสียงสนับสนุนเปึนจํานวนเพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาล ถามว่าในรัฐบาลขณะนั้นเปึนรัฐบาลผสม เขาก็เอานโยบายต่าง ๆ มาขายให้ประชาชน เปึนเรื่องปกติครับ วันนี้ก็มีการขายนโยบายถึงแม้ว่ารัฐบาลชุดนี้เปึนรัฐบาล ของพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีการทํานโยบายอย่างต่อเนื่องออกมา ไม่แปลกหรอครับ ในขณะนั้นสิ่งต่าง ๆ ก็เกิดขึ้นดีมาโดยตลอด แต่อาจจะมีคน กลุ่มคนที่ไม่ชอบเพราะอยู่ครบ ๔ ป้ เปึนประการแรก
ประการต่อมา บริหารประเทศชาติ คน ประชาชนชอบ ก็เลยเกิด ความถูกใจ เปึนเรื่องปกติครับ เมื่อถูกใจแล้วนี้พอมาลงสมัครเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง เมื่อป้ ๒๕๔๘ ถามว่าป้ ๒๕๔๘ นี่กลับเข้ามายิ่งมากครับ แล้วก็จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวนี่ เมื่อวันที่ ๖ มกราคม เลือกตั้งป้ ๒๕๔๘ ได้ ๓๗๗ คน ตอนแรกเมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔ ได้ ๒๔๖ คน พอเลือกครั้งที่ ๒ นี้ เขาบอกว่าดีมาก ทํางานได้ดี ทุกอย่าง เข้าตาประชาชนก็ให้เข้ามาครับ นโยบายที่ชัดเจนต่าง ๆ ขออนุญาตครับ แต่มันอุตริครับ มีความคิดที่ผิดแผกแตกต่าง มันเลยเกิดที่มาที่ไปของการที่จะทํารัฐประหาร ถามว่า ยังเกิดไหมครับตอนช่วงนั้น ยังหรอกครับ มันเกิดมีการเปลี่ยนแปลงเพราะว่ารัฐบาลเอง เมื่อรัฐบาลที่มีประชาธิปไตยนี่เขาบอกว่ามันถึงทางตันก็ต้องยุบสภาครับ ปล่อยให้ ประชาชนไปเลือก แต่อุตริในขณะนั้นเมื่อมีการยุบสภาเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ ท่านประธานทราบไหมครับว่า เขาก็ต้องจัดให้มีการเลือกตั้ง นั่นละครับ เลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๔๙ กําหนดมา ๓๗ วัน ก็ต้องลงสมัครเลือกตั้ง สุดท้ายพรรคการเมือง ผมคง เอ่ยได้ครับ พรรคประชาธิปัตย์เองบอกว่าไม่ลงสนามเลือกตั้ง แล้วพาพลอยฟัาพลอยฝน ทําให้การเลือกตั้งมันเปึนหมัน แต่เขาก็จัดให้มีการเลือกตั้ง เพราะเมื่อประกาศไปแล้ว กกต. เขาประกาศ แต่ไปใช้บอกว่า ๓๗ วันมันไม่พอ ก็ไปพูดครับบอกว่า มันไม่พอที่จะ ใช้เสียงในการหาเสียงเลือกตั้งจึงเปึนเหตุให้เกิดวิวาทะกันเกิดขึ้น นี่ละครับ พอหลังจาก ตรงนั้นมาไม่นานก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ๑๙ ตุลาคม ๒๕๔๙ มีการทํารัฐประหาร สนธิเขาก็เข้ามายึดอํานาจครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม พอยึดอํานาจเสร็จปุ็บนี่ ก็เปลี่ยนแปลง เอารัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวขึ้นมา ๒๕๔๙ โดยอ้างเหตุ ๓ ประการ ที่เพื่อนสมาชิกบอกละครับ โกงกิน เอื้อประโยชน์อะไรนะครับ สารพัดสาระเพ ท้ายที่สุดนี่ ผมถามว่าอ้าย ๓๗ วัน สมัยนายกรัฐมนตรีเปรมนี่ อดีตนะครับ เลือก ๓๓ วัน ไม่มีการ ค้านนะครับ ท่านโกหกหมดละครับ อํานาจ ผลประโยชน์ เพียงแต่โกหกบิดเบือนใน ขณะนั้นเพื่อต้องการให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจไขว้เขวแล้วเกิดเหตุการณ์ เพราะผมบอกได้เลยครับ ว่าทุกพรรคการเมืองมีการสมัครของสมาชิกก็มีกองเชียร์ละครับ เราไปปลุกไปปัืนเขา เขาก็เดินได้ครับ เราไปให้เขานอนนั่งอยู่เฉย ๆ เขาก็จะอยู่นิ่ง ๆ แต่ขณะนั้นปลุกปัืน จนเกิดไป ประกอบกับอํานาจอีกส่วนหนึ่งคือพันธมิตร เราต้องยอมรับครับว่าสาเหตุ อันหนึ่งคือความแตกต่างกันในเรื่องของความคิดไปก่อให้เกิดกลุ่มพันธมิตรขึ้นมา กลุ่มนี่ล่ะครับ ที่ทําให้รัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศไทยได้ แม้กระทั่งการเลือกตั้ง ที่ผ่านมา หลังจากนั้น กกต. เองก็จัดให้มีการเลือกตั้ง พอจัดให้มีการเลือกตั้งไปนี่ ท้ายที่สุดก็บอกว่าการเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม ไปตั้งปะรําหันหันหน้าผิดทาง ก็ถูกกล่าวหา พอถูกกล่าวหาเสร็จปุ็บนี่นะครับ พอลงสมัครเลือกตั้งไปในครั้งนั้นก็บอกว่าถูกจ้างวาน ไปจ้างวานคนมาลงสมัคร ก็เปึนเหตุให้ยุบพรรคครั้งที่ ๑ พรรคไทยรักไทยโดน ผมนั่งอยู่ใน เหตุการณ์ ครั้งที่ ๒ ไปยุบพรรคอีกครับพรรคพลังประชาชน บอกว่าในส่วนนี้ไปซื้อเสียง ไป จ้างวาน ไปอะไรนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วในมาตรา ๒๓๗ ที่ท่านคณะกรรมการได้มีความเห็น ว่าควรจะมีการเปลี่ยนแปลง ผมเห็นด้วยครับ เพราะการที่บุคคลหรือคนใดคนหนึ่ง ที่ไปกระทําในเรื่องของฐานความผิดนี้ ตามหลักการแล้วผู้กระทําความผิดย่อมได้รับโทษ แต่เราไปเขียนไว้ในมาตรา ๒๓๗ ว่า ให้คลุมไปถึงคณะกรรมการ ถ้าไม่มีการตักเตือน หรือพูดกล่าวต่าง ๆ การนําพิสูจน์นั้นก็ดูเสมือนว่าการเปรียบเทียบของศาลรัฐธรรมนูญ ในขณะนั้น ผมคงไม่บอกกล่าวว่าถูกหรือผิด แต่ตัดสินใจไปแล้วมันก็ยุบไป ๒ พรรค ก็เลยเกิดความเคียดแค้นว่าพรรคที่ขึ้นทั้งหมดนี้ชี้นํา ชี้ไป ชี้มา แต่ยุบพรรคเดียวถึง ๒ ครั้ง ความอยุติธรรม ความไม่ชอบธรรมมันเกิดขึ้น ท่านประธานครับ นี่เปึนที่มาที่ไป แต่ท่าน บอกว่าวันนี้จะแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วจะยุติหรือเปล่าใน ๖ ประเด็น รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นี่นะครับ พรรคพลังประชาชนถูกยุบไป วันนี้ย้ายมาเปึนพรรคเพื่อไทย พวกเราเอง มีนโยบายชัดเจนครับว่าเราไม่เอาหรอกครับ ป้ ๒๕๕๐ แต่ที่เราต้องเลือกเข้ามา เพราะมันเปึนกติกา ถ้าบอกว่าความชอบธรรมที่ไปตั้งองค์กรอิสระหรือกลุ่มต่าง ๆ ได้รับ พระราชทานโปรดเกล้าฯ หรือเปล่า ผมขออนุญาตนะครับ แม้กระทั่งการเลือกเฟัน ส.ว. ที่มาจากการสรรหานี้นะครับ ก็มีการเปรียบเทียบกันว่า กลุ่มหนึ่งมาจากการเลือกตั้ง อีกกลุ่มหนึ่งอีก ๗๔ คนมาจากการคัดเลือก ก็เลยนําไปสู่การแก้ไขว่าน่าจะมีการเลือกตั้ง เหมือนกัน แต่จะไปเติมบทเฉพาะกาลนั้นนะ ก็เห็นด้วย ท่านประธานครับ สิ่งต่าง ๆ แม้แต่มาตรา ๑๙๐ ขณะที่พรรคพลังประชาชนเปึนรัฐบาล มาตรา ๑๙๐ ทําปัญหา แต่เอาปัญหามาพูด อดีตรัฐบาลชุดนี้ พรรคประชาธิปัตย์ เอ่ยนามครับ พูดเสมอว่า ไม่ควรจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข เพราะเปึนผลประโยชน์ของประชาชน ช้านิดช้าหน่อย เอามาพูดกันในสภา แต่วันนี้รู้นะครับ เห็นไหมครับว่ามันมีปัญหาจริง ๆ การไปทําเงื่อนไข การไปตกลงนั้น ลําบาก แม้กระทั่งการประชุมอาเซียนแต่ละครั้ง ไปตกลงพิธีการต่าง ๆ มันเข้าเงื่อนไข ๔ ประการ ไม่มีใครกล้าหรอกครับ วันนี้จึงอาศัยสภา อาศัยคณะกรรมการ เอามาหยิบยกประเด็นดังกล่าว ผมไม่ว่าหรอกครับ เพราะประเทศชาติแห่งนี้ มันอย่างไรก็ต้องเดินได้ ไปถึงทางตันก็ต้องแก้ไข แต่ขอนิดหนึ่งครับว่า ถึงแม้ว่า คณะกรรมการจะมีความเห็นที่หลากหลายใน ๖ ส่วนนั้น ผมยังเห็นว่าหลายส่วน ในรัฐธรรมนูญตรงนี้ต้องแก้ไขและแก้ไขได้ไหม ได้ครับ สภามีอํานาจครับ รัฐสภามีอํานาจ มาตรา ๒๙๑ เราสามารถที่จะลงชื่อหนึ่งในห้าเสนอ และการประชุมไม่ต้องตั้ง สสร. หรอก ครับ ประเด็นมันมีอยู่ในนี้ไม่มากถ้าเป่ดใจกว้างหน่อย คนที่ได้ประโยชน์นี้ ผมไม่ได้บอกว่า พวกเราจะได้ประโยชน์หรอกครับ แต่ถ้ามาสู่การเลือกตั้งนี้ ประชาชนเปึนคนเลือก วันนี้ ต้องยอมรับว่าประชาชนเองถ้าบอกว่าแก้แล้วปัญหาทางใต้สงบ หรือถ้ารัฐบาลแน่ใจว่า แก้แล้วเศรษฐกิจดีขึ้น ท่านประธานก็ต้องให้มีการแก้ไข ผมเชื่อว่าสมาชิกต้องให้แก้ไข แต่วันนี้ถ้าแก้ไปแล้วเหตุการณ์ยังไม่เปึนปกติ วันที่ ๑๙ วันมะรืนนี้จะมีการชุมนุม ยังไม่ทันอะไร ประกาศ พ.ร.บ. ความมั่นคงในราชอาณาจักร แล้วถามว่าประกาศแล้ว มันได้อะไรครับ ได้ความขัดแย้งสูงขึ้นมา คนกลุ่มที่ชุมนุมนี้เขาชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ ตามมาตรา ๖๓ ท่านประธานครับ ผมใช้เวลาอีกสักนิดหนึ่งครับ ขออนุญาตท่านประธาน ว่า ให้วันนี้พวกเราอภิปราย ๒ วัน ๒ คืน หรืออภิปรายไป ๕ วัน ๗ วัน มันไม่มีประโยชน์ หรอกครับ ถ้ารัฐบาลไม่ออกมาแสดงความจริงใจ ผมถามท่านประธาน ท่านประธานครับ ท่านประธานเคยถามรัฐบาลไหมว่าสิ่งที่ท่านนําเสนอวันนี้ต่อรัฐสภา ท่านนายกรัฐมนตรี เห็นด้วยหรือเปล่า หรือจะดึงเวลา จะยื้อเวลา เพื่อที่ต้องการให้มีการใช้จ่ายงบประมาณ มีการแลกเปลี่ยน มีการเตรียมการสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการสับเปลี่ยนขั้วอํานาจต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ การแทรกแซงของรัฐบาลชุดนี้มีอยู่ทั่ว ตามหน้าหนังสือพิมพ์ ตามส่วน การตั้งสิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับองค์กรต่าง ๆ ที่เปึนองค์กรที่จะมีอํานาจเปึนเรื่องที่น่ากลัว ผมคง ขออนุญาตครับท่านประธาน สิ่งที่ท่านคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้นําเสนอรายงานต่าง ๆ ผมดูแล้วเนื้อหาสาระดีครับ ผมเห็นด้วยกับวิธีการการแก้ไข เพราะต้องนําสู่รัฐสภา แต่ถ้าจะให้ดี ๖ ประเด็นนี้ ไม่พอหรอกครับ มีอีกหลากหลายประเด็นที่พวกเราเองคิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์ ต่อประเทศชาติและอาจจะเปึนทางที่จะทําให้ความสงบสุขกลับขึ้นมา แต่อย่างหนึ่งอย่างใด อยากจะฟังท่านประธานครับว่าท่านได้สอบถามหรือเปล่าว่ารัฐบาลมีความจริงใจ อยากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ และจะต้องแก้ไขโดยรัฐสภานะครับ ไม่ใช่ตั้ง สสร. เพื่อซื้อเวลาไปอีกป้หนึ่ง ผมเห็นด้วยกับรายงานฉบันนี้ครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกรัฐสภาครับ ขณะนี้มีคณะผู้บริหารท้องถิ่น อบต. นิคมพัฒนาจากจังหวัดหนองบัวลําภู เข้ามารับฟัง การพิจารณา ทางรัฐสภาขอต้อนรับนะครับ ต่อไปเชิญท่านมณเฑียร ท่านมีเวลา ๘ นาที ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหาภาคอื่น ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่ได้เสนอให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้วก็ต้องขอแสดงความชื่นชม ต่อการทํางานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านประธานได้แต่งตั้งให้ทําหน้าที่ศึกษาหาลู่ทางที่จะทําให้สังคมนั้น เกิดการปฏิรูปทางการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมไม่ได้ติดใจเรื่องที่ว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้นมีข้อดี ข้อเสีย แก้ไขได้หรือไม่ อย่างไร ผมคิดว่าเท่าที่ฟัง จากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมก็คิดว่าหลายท่านได้แสดงเหตุผลในเชิงเนื้อหา แต่ก็ต้อง ยอมรับความจริงนะครับว่าจะใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ต้องมีผู้ที่ได้ประโยชน์และมีผู้ที่ เสียประโยชน์ การเสนอให้มีการแก้ไขนั้นก็จะต้องถูกเข้าใจว่าเปึนการแก้ไขเพื่ออํานวย ประโยชน์ให้ใครหรือผู้ใด อันนี้คงไปแก้ความรู้สึกของผู้ที่รับฟังยากนะครับ สําหรับ ตัวผมเองเห็นว่ารัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายสูงสุด เปึนกติกาในการบริหารแผ่นดิน แต่ก็เปึน เพียงกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคม ผมคิดว่าวาทกรรมทางการเมืองในวันนี้อาจจะ ดูเหมือนว่ารัฐธรรมนูญนั้น เปึนเพียงกุญแจดอกเดียวเท่านั้นที่จะนําสังคมไปสู่ ความสมานฉันท์ แต่จริง ๆ แล้วมันมีองค์ประกอบอีกมากมายนะครับ เพราะฉะนั้น ข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญนั้นได้พูดไว้มากมายถึงสิ่งที่รัฐบาลควรจะต้องทําเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ ก็ไม่นึกว่าท่านจะหยิบเฉพาะประเด็นที่มักเปึนเหตุแห่งความขัดแย้งอยู่เสมอขึ้นมาปฏิบัติก่อน เพราะว่าจริง ๆ แล้วข้อเรียกร้องให้หยุดสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งก็ดี การจัดให้มีสมัชชา สมานฉันท์ทางอากาศก็ดี หรือข้อเสนออื่น ๆ ในการที่จะให้มีการปฏิรูปทางการเมือง อย่างยั่งยืนและถาวรก็ดีนั้น กลับยังไม่ได้รับการปฏิบัติ ผมคิดว่าเปัาหมายสําคัญ ของสังคมในขณะนี้ก็คือเรื่องของการที่จะทําให้สังคมเรานั้นมีความสงบสุข สามารถที่จะ ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางความคิดได้ ลดความรุนแรง ลดความก้าวร้าว ใส่ร้ายปัายสีซึ่งกันและกัน การปฏิรูปทางการเมืองที่ดีนั้นเราก็เห็นตัวอย่างนะครับ ถึงแม้ว่าเรายังไม่ประสบความสําเร็จเต็มร้อยก็ตามนี่ ผมจําได้ว่าเงื่อนไขการปฏิรูปทางการเมืองเพื่อนําไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ นั้นเปึนการทําบนเงื่อนไขที่เกิดความสงบแล้วประชาชนอยู่ในสติที่จะ พูดคุยกันก่อให้เกิดการตกผลึกทางความคิด แม้ว่าจะยังมีจุดอ่อนหรือมีความบกพร่อง อยู่บ้างจนนําไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ซึ่งผมคิดว่าพวกเราทุกคนก็คง ไม่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองโดยใช้กําลัง แต่เมื่อมันได้เกิดขึ้นแล้วก็แสดงว่า มันมีปัญหาที่ภาคการเมืองเรายังแก้ไม่ตก มันก็เลยเป่ดช่องให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในทางที่ไม่พึงประสงค์ขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเงื่อนไขในการที่จะสร้างกติกาใหม่ของสังคมนั้น ในทางที่ดีควรจะเปึนเงื่อนไขที่มีพื้นฐานมาจากการปฏิรูปสังคมทั้งระบบ เปึนเงื่อนไขที่เกิด การสร้างสังคมที่มีสติ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อุดมไปด้วยการฟังเหตุและผล และการ ยอมรับความแตกต่าง ผมคิดว่าเมื่อใดที่สังคมได้ตั้งสติแล้วและหันมาพูดคุยกัน ด้วยเหตุผลแล้ว กระบวนการในการที่จะเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงกติกาใหม่ในสังคม ก็จะเกิดขึ้น แต่ผมสังเกตว่าขณะนี้ความแตกต่างจนนําไปสู่ความแตกแยกนั้น มีความรุนแรงสูง ไม่ว่าที่ประชุมแห่งนี้จะมีความเห็นไปในทางใดก็ตามก็จะมีผู้ที่ออกมา คัดค้านอย่างรุนแรงและไม่เห็นด้วย และไม่ได้แสดงความไม่เห็นด้วยเท่านั้นนะครับ แต่ก็ อาจจะยังมีการขับเคลื่อนและนําไปสู่การใช้ความรุนแรง การแก้ไขรัฐธรรมนูญเปึนสิ่งที่ ทําได้ครับ และจะต้องใช้กระบวนการที่รอบคอบ จะต้องมีการศึกษาจนประเด็นนั้น เกิดการตกผลึก กระผมเองอยู่ในคณะกรรมาธิการศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นะครับ มีประเด็นที่เราได้ถกเถียงกันหลายประเด็น บางประเด็นก็ซ้ํากับ ๖ ประการที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญเสนอเข้ามา ยกตัวอย่างเช่น ประเด็นมาตรา ๑๙๐ ขนาดว่าเรามี ความสมานฉันท์ ไม่ได้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันก็ยังมีความเห็นที่ไม่ตรงกัน หลากหลาย บ้างก็เชื่อว่าการออกกฎหมายลูกสามารถที่จะจัดการปัญหาตามวรรคห้า ของมาตรา ๑๙๐ ที่ไม่ได้กําหนดถึงเรื่องประเภทหนังสือสัญญาที่ต้องนําเข้าสู่ การพิจารณาของรัฐสภา บ้างก็บอกว่าต้องแก้ ความเห็นเหล่านี้ละครับจําเปึนต้องมี การศึกษาและถกเถียงกันอย่างมีเหตุมีผลพอสมควร อันนี้ขนาดเปึนมาตราที่มี ความขัดแย้งน้อยที่สุดในเรื่องของความเดือดร้อนและอุปสรรคในการบริหารราชการ แผ่นดิน เรายังเห็นว่ามีปัญหาที่จะต้องถกเถียง เพราะฉะนั้นในมาตราอื่นซึ่งกระผม จะไม่ขอพูดถึง ผมคิดว่ามีความจําเปึนที่สังคมจะต้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้จนกระทั่ง มีประเด็นที่แหลมคมเพียงพอเกิดการตกผลึกและลดเงื่อนไขแห่งความขัดแย้งรุนแรง แล้วก็จะนําไปสู่การแก้ไขโดยสงบได้ แน่นอนครับรัฐธรรมนูญทุกฉบับมีข้อดีและข้อเสียครับ แต่ผมอยากจะชี้ว่าอย่างน้อยที่สุดรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ มีหมวดที่ทุกฝ์ายก็คงจะ ไม่ค้านนะครับว่า หมวดสิทธิเสรีภาพของประชาชนนั้นนับได้ว่ามีวิวัฒนาการก้าวไกล ไปกว่าทุกฉบับที่ผ่านมา อย่างน้อยที่สุดก็เป่ดโอกาสให้ประชาชนตัวเล็กตัวน้อย ได้มีโอกาสเข้ามาสู่กระบวนการการใช้อํานาจทางการเมือง ไม่ได้พูดเฉพาะตัวผมเองนะครับ แต่ผมคิดว่าภายใต้กติกาที่มาของผู้ที่ดํารงตําแหน่งทางการเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่ง วุฒิสภานั้น ถ้ามีที่มาในลักษณะที่เปึนฐานเดียวกันกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมไม่ได้ ปฏิเสธเรื่องการเลือกตั้งหรือสรรหานะครับ แต่ถ้ามันมีที่มาจากฐานคะแนนเดียวกัน ผมคิดว่าโอกาสที่จะเป่ดกว้างให้มีความแตกต่างหลากหลายเข้าสู่กระบวนการ ทางการเมืองนั้นจะเปึนได้ยาก เพราะฉะนั้นผมคิดว่าควรจะต้องพิจารณาเรื่องเหล่านี้ อย่างรอบคอบและขอให้พิจารณาที่สาระเปึนสําคัญนะครับ แล้วก็รอให้เกิดการตกผลึก เกิดการถกเถียงอย่างมีเหตุมีผล แล้วการแก้ไขเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน ขอบพระคุณมากครับ
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ มีคณะครูและนักเรียนโรงเรียนวัดพรหมสาคร จังหวัดสิงห์บุรี เข้าเยี่ยมชมการประชุม รัฐสภาขอต้อนรับนะครับ
ผมจัดลําดับการอภิปรายนะครับ ต่อจากท่านสมชัยแล้วก็คือท่านรังสรรค์ ท่านประวัติ ท่านมนต์ชัย ท่านสมชายและท่านอภิชาตนะครับ เชิญท่านสมชัยครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา แปลว่าถ้ารวมใจคนไทยได้ ชาติจึงจะพัฒนาได้ครับ ท่านประธานครับ ผมดีใจมากที่ได้มีโอกาสพูดในวันนี้ โดยเฉพาะ พูดหลังท่านสุภาพบุรุษ มณเฑียร บุญตัน ท่านเปึนสมาชิกรัฐสภาที่แม้สายตาท่านพิการ แต่จิตใจ หัวใจ ความคิดของท่านนั้นยิ่งใหญ่แล้วก็มีเนื้อหาสาระของการพูดที่น่าจดจํา ผมจะนําเทปของท่านไปฟังอีกครั้งหนึ่ง ในอดีตเรามีการแตกแยกกันมาหลายครั้ง หลายหน นะครับ โดยเฉพาะครั้งใหญ่ที่มีการรบราฆ่าฟันกัน ตอนนั้นรบกันอยู่ในป์า แล้วก็ มีลูกหลานของพี่น้องประชาชนล้มตาย แต่โชคดีของประเทศไทยที่มีการตกลงกันได้ แล้วเราก็อยู่ร่วมกันในระบอบประชาธิปไตย มีหลายประเทศฝ์ายที่อยู่ในป์าชนะ แล้วก็ปกครองประเทศในระบอบอีกระบอบหนึ่งซึ่งท่านทั้งหลายก็คงทราบกัน แต่ว่า ปัจจุบันนี้ความคิดต่าง ๆ ที่แตกแยกกันนั้นมันซับซ้อนกว่าเดิมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ถ้าเราดูปักษ์ใต้ เราจะเห็นว่าปัญหาปักษ์ใต้มันเปึนปัญหาหมักหมมทับถม แล้วก็ ไม่มีใครที่สามารถที่จะคุยได้อย่างเต็มปากว่าถ้าเปึนรัฐบาลแล้วจะแก้ปัญหาได้ เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนว่าวันนี้เราได้ระดมทรัพยากรที่มีอยู่ของประเทศชาติ ทั้งสมาชิกวุฒิสภา ทั้ง ส.ส. หลายคนอยากจะเข้าไปเปึนคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ว่าก็ไม่มีโอกาสเพราะว่าเรามี ที่นั่งจํากัด แล้วเราก็ฝากความคิดกันไปนะครับ ในขณะนี้ท่านคงทราบว่ามีผู้หลักผู้ใหญ่ ของประเทศชาติ โดยเฉพาะราษฎรอาวุโส ท่านประเวศ วะสี ขออนุญาตต้องเอ่ยนาม ท่านเปึนห่วงว่าจะเกิดวิกฤติ มีการสูญเสียสูงสุด มีการสูญเสียเลือดเนื้อ เสียชีวิต เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านว่าสภาพบรรยากาศของวันนี้จึงเปึนบรรยากาศที่จะเริ่มต้น แก้ไข ถ้าพี่น้องประชาชนขัดแย้งกัน เราก็ไปตกลงกันในหมู่บ้าน ให้ผู้ใหญ่บ้านตัดสิน แต่ถ้าพี่น้องประชาชนนั้นมีปัญหาที่ใหญ่โตไปกว่านั้นเราก็ใช้มาตรา ๕๕ ของกฎหมายแพ่ง ไปฟัองร้องกันที่ศาล แต่วันนี้พี่น้องประชาชน รวมทั้งนักการเมืองนั้นมีความขัดแย้งกันนะครับ ถ้าดูจากสวนดุสิตโพลที่มีการสํารวจไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้เองนะครับ เขาบอกว่า ปัญหาของเมืองไทยมันเปึนปัญหาที่อยู่ที่ตัวนักการเมือง ๔๑.๒๖ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านประธานครับ ส่วนเศรษฐกิจนั้นก็เพียง ๑๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง แต่เปึนสิ่งที่ น่ายินดีว่าประชาชนเขาคิดว่าถ้ามีการแก้รัฐธรรมนูญนั้นเขาเห็นด้วยว่าจะมีการแก้ถึง ๓๙.๙๑ เปอร์เซ็นต์ แต่มีอีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์บอกไม่แน่ใจ แต่ที่คัดค้านมีเพียง ๑๙ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่คณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนําเสนอนั้น ผมจึง เห็นว่าเปึนไปตามการเรียกร้องของพี่น้องประชาชนจากการสํารวจ ถ้าแก้แล้วเขาก็มี การถามต่อไปนะครับ แก้แล้วพี่น้องประชาชนคิดว่าจะดีขึ้นหรือไม่ มี ๒๔ เปอร์เซ็นต์ บอกว่าดีขึ้นครับ แล้วก็บอกว่าเหมือนเดิมประมาณ ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ส่วนคนที่บอกว่า ถึงจะแก้อย่างไรก็แล้วแต่ไม่มีวันจะดีขึ้นมีเพียง ๕ เปอร์เซ็นต์ครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน ท่านประธานว่าวันนี้เราเดินมาถูกทางแล้วครับ เรามาพูดคุยกัน เราเอามติ ของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาพิจารณา ท่านลองคิดดูสิครับว่าสวนดุสิตโพลหรือโพลต่าง ๆ นั้นแม่นยําขนาดไหน เวลาที่มีการเลือกตั้งแต่ละครั้ง ๆ เขาคํานวณมาแล้วก็จะใกล้เคียงนะครับ เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนว่าข้อสรุปของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเราจะต้องให้รัฐบาลหรือรัฐสภาปฏิบัติให้จงได้นะครับ เพราะว่า ถ้าเริ่มปฏิบัติเลย โดยข้อเสนอระยะเร่งด่วน แก้ปัญหาประเทศไทยได้ทันทีครับ เขาบอกว่า ข้อที่ ๑ ให้ลดทิฐิ อคติ วิวาทะ การตอบโต้ การใส่ร้ายทางการเมือง อันนี้ ผมอยากจุ๊ปากเลยนะครับว่า จุ๊ จุ๊ จุ๊ สุดยอดจริง ๆ นะครับ เพราะว่ามันทําให้ปัญหาลดลงครับ ผมนั่งอยู่ในสภาเห็นเวลาตอบโต้ทางการเมือง ผมเห็นใจนะครับ มันเปึนความอึดอัด ความอึดอัดมันก็เหมือนร่างกายเราครับ เวลาอึดอัดเราก็ผายลมครับ แต่ว่าทุกคน ถ้าผายลมพร้อมกันหมดทั้งสภามันก็กลายเปึนเหม็นทั้งสภาแล้วก็เหม็นไปสู่ข้างนอก ฉะนั้นผมถึงกราบเรียนท่านว่า โอ้โฮ ถ้าหากลดทิฐิ อคติ วิวาทะ แล้วก็ลดการตอบโต้ การที่เสนอได้จะเปึนสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดเพราะฉะนั้นผู้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะนายรัฐมนตรี หรือท่านประธานรัฐสภาต้องนําไปดําเนินการ
ส่วนข้อ ๒ ฝ์ายรัฐบาลและฝ์ายค้านควรลดเงื่อนไขความขัดแย้งที่มีอยู่ โอ้โฮ อันนี้ยิ่งแน่นอนที่สุดครับ เพราะว่าบางเรื่องไม่เปึนเรื่อง บางเรื่องรู้ว่าไม่จริง แต่ก็อยากพูด บางเรื่องถ้ามีโอกาสพูดได้เหน็บแนมได้ประชดประชันคนอื่นถือว่า โอ้โฮ สะใจครับ แล้วก็พรรคพวกบางคนก็ตรงเข้าไปยกย่อง สิ่งเหล่านี้ทําลายครับ ทําลาย ภาพพจน์ของรัฐสภา แต่ว่าไม่มีใครพูด กลับไปแสดงความยินดี แต่บางครั้งผมเห็น ๒ คน เวลาคุยกันคนที่เคยขัดแย้งกันเวลาไปคุยกันก็คุยกันเหมือนกับเล่นละคร ขอให้เลิกนะครับ อย่างที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เสนอนะครับ
ส่วนข้อ ๓ ผมจะไม่พูดไปกระทบถึงสื่อสารมวลชน เพราะเปึนคนข้างนอก แต่ก็อยากกราบเรียนว่าท่านคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มองเห็นสื่อสารมวลชนเปึนระบบหนึ่งที่จะต้องแก้ไข ที่จะต้องมี ส่วนร่วมกับรัฐสภา หรือมีส่วนร่วมกับทางรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ แต่สําคัญที่สุด ผมอยากเรียนท่านว่าสิ่งเหล่านี้ ผมก็อาจจะไม่เคยได้ยินใครเสนอในสภามาก่อนก็คือ การจัดให้มีกระบวนการเจรจาเพื่อสันติ ผมนี่เปึนคนโชคดีมากวันนั้นผมได้นั่งใกล้ กับท่านไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ท่านสมาชิกรัฐสภาแบบสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ท่านเล่าให้ที่ประชุมฟังว่าที่ประเทศสเปนมีการรบราฆ่าฟันกัน มีการแตกต่างทางความคิด ระหว่างภาคเหนือและภาคใต้ ปรากฏว่ามีองค์กรหนึ่งเข้าไปเจรจาแล้วในที่สุด ประเทศสเปนก็สงบ ตั้งแต่วันนั้นมาจนถึงวันนี้ ผมก็ โอ้โฮ พอได้ยินก็ถือว่าเปึนบุญหู แล้วก็ มาเห็นคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เสนอก็ดีใจว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านประธานชัย ชิดชอบ ท่านผู้เกี่ยวข้องท่านน่าจะทําได้แล้วนะครับ หาทางให้รัฐสภาก็ดี หรือให้สถาบันต่าง ๆ ที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสนอ เจรจากับเสื้อแดงที เจรจากับเสื้อเหลืองที ความจริงถ้าใช้ระบบเจรจาผมว่าช่วยได้นะครับ
ส่วนข้ออื่น ๆ นั้นรวมไปถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญผมได้กราบเรียน ท่านประธานแล้ว พี่น้องประชาชนนั้นอยากเห็นการเมืองเปลี่ยนแปลง อยากเห็นสิ่งที่ นักการเมืองที่เปึนต้นแบบ เปึนตัวอย่าง ทุกวันนี้เราเล่นการเมืองระดับชาติ ไประดับ จังหวัด ไประดับตําบล ถ้าหากว่าระดับชาติเปึนอย่างนี้ก็จะถูกลอกเลียนแบบไปถึงระดับ ตําบล แล้วประเทศชาติเราก็จะยิ่งเสียหายอย่างย่อยยับ ผมก็ขอกราบเรียนท่านประธาน รัฐสภานะครับว่าเราจะต้องใช้มติหรือว่าข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการ ปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปดําเนินการอย่างจริงจังนะครับ ไม่ใช่พูดกันวันนี้แล้วเราก็เลิก หรือว่าพูดกันวันนี้แล้วก็ถ่วงเวลา หรือว่าพูดกันวันนี้แล้วเรา ก็ไม่ทําอะไร สิ่งเหล่านี้ก็จะทําให้เกิดความเสียหายในระยะยาวต่อประเทศชาติ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านรังสรรค์ครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้ในสภาของเราก็ได้มีโอกาสที่จะมาพูดคุยในเรื่องของรัฐธรรมนูญ มีผู้คนหลายคน ได้พูดได้กล่าวบอกว่ารัฐธรรมนูญไม่ใช่ปัญหาที่ทําให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในปัจจุบัน แต่มันเปึนการเกิดจากบุคคลที่ใช้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีการกล่าวกันว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน ถือว่าเปึนรัฐธรรมนูญที่มีความชอบธรรม มากที่สุด แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ถูกฉีกลงในวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ แล้วก็ได้มี การร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวขึ้นมาเพื่อเปึนแนวทางในการที่จะร่างออกมาเปึนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งเราได้ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีการกล่าวกันมากว่า ฝ์ายบริหารได้ใช้อํานาจหน้าที่ไปแทรกแซงก้าวก่ายฝ์ายนิติบัญญัติ ฝ์ายตุลาการ แล้วก็ องค์กรอิสระที่เกิดขึ้นมาได้ก่อสร้างปัญหาขึ้นมาทําให้ประเทศชาติเกิดความขัดแย้ง อันนี้ ก็เปึนมุมมองหนึ่งที่เกิดขึ้น แต่ว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็ได้สร้างเสถียรภาพให้กับ ฝ์ายบริหาร เสถียรภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน พอเรามามองย้อนถึงรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ สิ่งที่ปรากฏขึ้นนั่นก็คือเสถียรภาพของรัฐบาลค่อนข้างที่จะไม่มีเสถียรภาพ และปัญหาใหญ่ที่ทุกคนก็มองกันมากขึ้นก็คือองค์กรอิสระที่มีอํานาจหน้าที่ในการ ตรวจสอบมีอํานาจมากเกินไป หลายท่านหลายคนอาจจะไม่ได้พูดถึงในประเด็นของ องค์กรอิสระมากนัก แต่ผมอยากจะมีความคิดเห็นทางด้านนี้อยู่ส่วนหนึ่ง วันนี้ไม่ว่า รัฐบาล ฝ์ายบริหารที่จะมาจากชุดใดหรือว่าพรรคใดเปึนรัฐบาล แต่สิ่งหนึ่งที่โดนย้ําเตือน แล้วก็มองอยู่ทุกประเด็นปัญหาก็คือว่า องค์กรอิสระไม่ว่าจะเปึน กกต. ป.ป.ช. หรือแม้กระทั่งศาลรัฐธรรมนูญได้มีบทบาทเปึนอย่างมากในการที่จะปรับเปลี่ยน ฝ์ายบริหารได้ง่ายจนเกินไปนะครับ ผมเองก็ได้มองประเด็นปัญหานี้ว่าการที่องค์กรอิสระ มีอํานาจมากเกินไปมันก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งหรือไม่ อันนี้เปึนมุมมองอีกมุมมองหนึ่ง เท่าที่สังเกตวันนี้แต่ละคนที่อยู่ในแต่ละส่วนก็จะได้พบปัญหากับการใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่แตกต่างกัน อย่างเช่นว่าฝ์ายบริหารก็มองว่ามาตรา ๑๙๐ เปึนมาตราที่ทําให้ รัฐบาลขาดอํานาจในการที่จะไปเจรจาต่อรองหรือไปกําหนดกรอบในการที่จะเจรจา กับต่างประเทศ นักการเมืองเอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาก็มอง ปัญหาของรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่องของอํานาจหน้าที่ ไม่ว่าจะเปึนที่มาหรืออํานาจ ก็มองว่ามันเปึนปัญหา พ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทยส่วนหนึ่งก็มองปัญหา ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ว่าการตัดสินคดีความใดต่าง ๆ ไม่ยุติธรรม มี ๒ มาตรฐาน อันนี้ก็ไปเกิดความขัดแย้งขึ้นมา เพราะฉะนั้นผมก็เลยมามองว่าถ้าทุกฝ์ายทุกคน ที่อยู่ร่วมกัน เราต่างคนต่างถอยกันคนละก้าว รวมไปถึงแม้กระทั่งองค์กรอิสระ ซึ่งผม มองว่าองค์กรอิสระถูกแต่งตั้งขึ้นมาโดยรัฐธรรมนูญชั่วคราวป้ ๒๕๔๙ แล้วก็ให้สามารถ ดํารงตําแหน่งวาระไปถึง ๙ ป้ พร้อมกับมีบทเฉพาะกาลที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ให้ดํารงตําแหน่งได้ ผมเชื่อว่าองค์กรอิสระทุกองค์กรทุกท่านที่เข้ามาทําหน้าที่เปึนบุคคล ที่มีความรู้ความสามารถเปึนคนดี แต่บางครั้งในสถานการณ์ของการเมืองที่มี ความขัดแย้งเช่นนี้เราอาจจะต้องมีมากกว่าสิ่งที่กล่าวถึงก็ได้ เพราะฉะนั้นบุคคลที่จะมา ทําหน้าที่ในการตรวจสอบปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาในอดีตย่อมที่จะต้องได้รับการยอมรับ ไม่ว่าจากฝ์ายที่เห็นด้วยกับฝ์ายที่ไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นต้องมีความเปึนกลาง แต่ว่า สิ่งหนึ่งที่ประชาชนส่วนหนึ่งเขามอง เขามองว่าเปึนการสืบทอดอํานาจต่อ อันนี้เปึนเรื่อง ของความน่ากลัว วันหนึ่งวันใดที่เรามองว่าองค์กรที่จะมาตัดสินให้เกิดความยุติธรรม เกิดนิติรัฐ นิติธรรมขึ้นในบ้านเมืองจะต้องได้รับการยอมรับจากทุกฝ์าย ไม่ใช่ได้รับ การยอมรับฝ์ายหนึ่งฝ์ายใด แล้วผมเองมองว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เขียนขึ้นมา โดยมีอคติกับนักการเมืองมากเกินไป มองว่านักการเมืองเปึนบุคคลที่เข้ามาหาประโยชน์ ให้กับตัวเอง ผมเรียนว่านักการเมืองทุกคนที่เข้ามาทํางานเราก็พร้อมที่จะทํางานเสียสละเพื่อให้กับ พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์เช่นเดียวกัน
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมมองว่าหลายคนอาจจะมองปัญหาที่แตกต่างกัน อย่างเช่นเรื่องว่าการมีอํานาจมากไปขององค์กรอิสระ ผมยกตัวอย่างอย่างเช่นคร่าว ๆ นะ ครับ ที่เกิดขึ้นมาในเร็ว ๆ นี้ ผมก็เลยไม่แน่ใจว่าจะเปึนการมองถึงการใช้อํานาจของตัวเอง เข้าไปแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส. หรือ ส.ว. หรือไม่ เช่น เรื่องของการแก้ไข รัฐธรรมนูญ การที่เรามี ส.ส. และ ส.ว. นี่ครับ ได้ร่วมลงชื่อกันเพื่อยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นก็มีกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยก็ได้บอกว่าเปึนการหาผลประโยชน์ให้กับตัวเอง ก็จะยื่นถอดถอนว่า ส.ส. ส.ว. ไปใช้อํานาจหน้าที่สร้างผลประโยชน์ให้ตัวเอง ผิดรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ พอพูดไปแล้วก็มีการออกสื่อไป แล้วก็มีสื่อไปสัมภาษณ์ คณะกรรมการการเลือกตั้งท่านหนึ่ง ท่านเองก็ให้ความคิดเห็น ซึ่งผมคิดว่าท่านก็คงจะให้ ความคิดเห็นในทางที่เปึนแนวคิดที่จะให้ไปคิดกัน แต่ผมว่ามันสะท้อนไปอย่างหนึ่งว่า ท่านบอกว่าการที่ไปเข้าชื่อ อาจจะเปึนการสร้างผลประโยชน์ให้ตัวเอง อาจจะผิดหลัก รัฐธรรมนูญได้ กกต. ท่านนี้ ท่านให้ความคิดเห็นได้ แต่ท่านเปึนผู้ที่มีส่วนในการตัดสิน ในเรื่องต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผมก็เลยกลับมามองว่าการให้ความคิดเห็นอย่างนี้มันเปึน การข่มขู่หรือบังคับให้ ส.ส. หรือ ส.ว. ได้กลัวในการปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองหรือเปล่า เพราะว่ามาตรา ๒๙๑ ก็เป่ดโอกาสให้สมาชิกได้มีโอกาสลงชื่อในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ แล้ว อย่างนี้ถือว่าเข้าข่ายแทรกแซงเช่นเดียวกันหรือเปล่า ผมบอกมุมมองทางกฎหมาย มุมมองของอะไรมันเปึนทั้งดาบสองคม เพราะฉะนั้นการที่จะให้สัมภาษณ์หรือให้การ ทําอะไร มันจะต้องดูว่าเราเข้าไปข่มขู่การปฏิบัติหน้าที่ด้วยหรือไม่ ผมบอกว่าถ้าพวกเรา เองไม่ยึดติดกับตําแหน่ง แล้วองค์กรอิสระที่ได้รับการแต่งตั้งมาจากรัฐธรรมนูญชั่วคราว ป้ ๒๕๔๙ ถ้าท่านคิดว่าท่านจะเปึนส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคม บ้านเมืองได้ เพราะตอนนี้มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเขาไม่มั่นใจในสิ่งที่ท่านตัดสิน ไม่มั่นใจว่า สิ่งที่ท่านตัดสินลงมามันมีความยุติธรรมหรือไม่ ท่านเสียสละดูบ้างสิครับ ถอยกัน คนละก้าว ท่านก็ถอยออกจากตําแหน่งหน้าที่ ในเมื่อคิดว่าตําแหน่งหน้าที่ตรงนี้มันอาจจะ สร้างความขัดแย้งให้ได้ ไม่ใช่ว่าท่านเปึนคนไม่ดี ไม่ใช่ว่าท่านไม่มีความรู้ ความสามารถ แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราต้องถอยกันทุก ๆ คนเพื่อประเทศชาติของเรา ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านประวัติครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประวัติ ทองสมบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดมหาสารคาม ในนามสมาชิกรัฐสภา กระผมดีใจครับที่เห็น ทางรัฐบาลโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้เสนอผลรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามาสู่การพิจารณาของรัฐสภา ซึ่งเมื่อฟังความคิดเห็นอย่างหลากหลายของสมาชิก ผมคิดว่าก็คงเปึนนิมิตหมายที่ดี ถ้าหากว่าเรารับฟังแล้วก็พูดคุยกันด้วยหลักการเหตุผล ซึ่งจากที่ทางคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านได้ไปประชุมพิจารณา ศึกษาจนถี่ถ้วนรอบคอบ แล้วก็ส่งเข้ามาในที่ประชุมแห่งนี้คงไม่มีใครปฏิเสธครับ จากที่ทางท่านได้ไปศึกษาพิจารณากันใน ๖ ประเด็น ทุกคนเห็นด้วย ซึ่งจริง ๆ แล้ว มันก็คงมีมากมายกว่านั้น จากที่ผมได้ติดตามที่ท่านได้ประชุม ได้สัมมนา ได้เป่ดรับฟัง ความคิดเห็นจากสื่อต่าง ๆ จากพี่น้องประชาชน ซึ่งก็เปึนความคิดเห็นที่หลากหลาย แต่ผมเข้าใจดีในข้อจํากัดในสิ่งที่ท่านได้พิจารณาอย่างรอบคอบใน ๖ ประเด็น ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เปึนที่น่าเสียดายครับจากที่สภาแห่งนี้ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๒ คณะ คือคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองในช่วง สงกรานต์ ซึ่งก็พิจารณาเสร็จแล้วครับแต่ไม่ทันของคณะท่าน เสร็จเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ขณะนี้กําลังรวบรวมเล่ม เย็บเล่มก็คงจะส่งท่านประธานรัฐสภาได้ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งก็คง เปึนเหตุการณ์ต่อเนื่องอันเดียวกัน เพราะตรงนั้นจากเหตุการณ์ในช่วงสงกรานต์ ทุกท่านก็คงจะทราบแล้วมันเปึนจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง แตกแยกกันอย่างรุนแรง ในเหตุการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าเมืองพัทยาหรือในกรุงเทพมหานคร ในสิ่งต่าง ๆ ที่พวกเรา ในคณะกรรมการได้มีการประชุมกันหลายครั้งหลายคราวจนเปึนข้อสรุป ก็คิดว่า เปึนแนวทางหนึ่งที่จะเสนอทางออกให้กับประเทศชาติบ้านเมือง ผมคิดว่าก็คงไม่แตกต่างกันครับ จากแนวความคิดต่าง ๆ สิ่งที่ผมอยากจะแสดงความคิดเห็นจากที่ทางคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านได้หยิบยก การแก้ไขใน ๖ ประเด็น เรื่องการยุบพรรคการเมือง ทุกท่านก็คงพูดกันมาแล้วว่า ในการยุบพรรคมันค่อนข้างจะเซนซิทีฟ (Sensitive) นะครับว่า การยุบโดยที่ประชาชน มีฐานทางการเมืองเปึนสมาชิก แต่ขณะเดียวกันในการกระทําความผิดเพียง คณะกรรมการบริหารพรรคก็สามารถยุบพรรคได้แล้ว ผมไม่ปฏิเสธครับหากว่า กรรมการบริหารพรรคหรือนักการเมืองคนใดไปทําผิดกฎหมายการเลือกตั้ง บทลงโทษ ต้องรุนแรงแน่นอน เพราะว่ามันเปึนมะเร็งร้ายอย่างที่ทุกคนได้ทราบแล้วครับว่า การซื้อสิทธิขายเสียง การทําทุจริตในการเลือกตั้งต่าง ๆ มันเปึนผลร้ายต่อประเทศชาติ บ้านเมืองมายาวนาน เพราะฉะนั้นทุกคนอยากเห็นการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ณ วันนี้ ผมก็เชื่อมั่นครับว่าทุกคนต้องการเปลี่ยนแปลงแก้ไข แล้วก็เชื่อมั่นรัฐบาลชุดนี้ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านก็อยากจะเปลี่ยนแปลง อยากจะแก้ไขบ้านเมืองให้มันดีขึ้น ไม่ได้เข้ามาสู่วงจรอุบาทว์แบบเดิม ๆ เพราะฉะนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญผมคิดว่ามันก็มี ความจําเปึน เพราะว่ามีความคิดเห็นอย่างหลากหลาย และที่ผ่านมารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็ดีถึงแม้ว่าจะมาจากประชาชน มันก็มีข้อบกพร่องที่จะต้องแก้ไข และในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่เราพูดกันอยู่ ณ วันนี้ ก็คงจะมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่การแก้ไขอย่าไปมองว่า ถ้านักการเมืองแก้แล้วจะต้องมาแก้เพื่อผลประโยชน์ ของนักการเมืองเอง ถ้าตรงนี้เราเริ่มต้นโดยความคิดอย่างนี้มันเดินหน้าไปไม่ได้ ทุกคน ต้องการอยากเห็นความสมานฉันท์ของบ้านเมืองวันนี้ ผมก็เชื่อมั่น ถ้าหากว่าเราทุกฝ์าย หันหน้าแล้วเริ่มต้นในสภาวันนี้ แล้วบ้านเมืองจะเดินไปได้
ในอีกประเด็นหนึ่งเกี่ยวกับที่มาของ ส.ส. ก็พูดกันอย่างหลากหลาย ทั้งเห็นด้วยในเขตเล็กหรือในเขตใหญ่ก็ดี ผมมีประสบการณ์ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา เคยเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เคยเลือกตั้งในเขตใหญ่ ๓ คน ซึ่งในเขตใหญ่ของ การเลือกตั้งประชาชนเลือก ส.ส. คือดูคะแนนได้เลย มันจะมีฐานของแต่ละคนที่เขาเลือก ว่าอยู่อําเภอไหน เมื่อได้รับการเลือกตั้งการดูแลในพื้นที่ก็จะดูแลเฉพาะในพื้นที่ที่ตัวเอง ได้คะแนนเสียงข้างมาก เพราะฉะนั้นในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่มาให้มีการแก้ไข ให้มา เปึนเขตเล็กคนเดียวเบอร์เดียว หรือ วันแมน วันโหวต (One man one vote) ๔๐๐ คน ๔๐๐ เขต แล้วก็มีการเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่ออีก ๑๐๐ คน เข้ามาเปึน ๕๐๐ คน ขณะเดียวกันในป้ ๒๕๕๐ ก็ได้แก้ไขกลับไปอีกเปึนเขตใหญ่ คือตรงนี้ผมอยากจะ เปรียบเทียบให้เห็นครับว่า การเลือกตั้งในเขตเล็กมันก็มีผลดีที่ประชาชนจะได้เลือก ตัวแทนของเขา การดูแลในพื้นที่ การดูแลปัญหาต่าง ๆ ของประชาชนมันดูแลได้ง่าย และอย่าคิดว่าเขตเล็กจะเปึนการใช้เงินใช้ทอง แล้วก็ทําให้ประชาชนจะต้องเลือกเขา อย่างเดียวตลอดไป มันไม่ใช่ การเลือกตั้งท้องถิ่นก็เห็นแล้วครับ อบต. เมื่อวันที่ ๖ กันยายนที่ผ่านมา นายก อบต. ได้รับการเลือกตั้ง ที่ดู ๆ หลายคนที่สอบตกไป คือตรงนี้ ประชาชนเขาตัดสินเองได้ ถ้าหากว่าทํางานไม่ดี ตรงนี้เหมือนกันถ้าว่าหาก ส.ส. ในเขตเล็ก ถ้าหากว่าทํางานไม่ดีเขาก็เปลี่ยนได้ แต่อย่าไปคิดว่าเขตใหญ่ดีกว่า ถ้าหาคนนี้ไม่ได้ ก็ไปหาอีกคนหนึ่ง มันไม่ใช่หรอกครับ ถ้าหากคนคิดว่าตั้งใจที่จะมาทํางานการเมือง มาเปึนสมาชิกผู้แทนราษฎร มาทํางาน เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนและประเทศชาติเขาต้องมีความมุ่งมั่น ผมคิดว่า ในเขตเล็กที่ทางคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญได้เสนอมา ผมเห็นด้วย และระบบบัญชีรายชื่อกลับมาเปึน ๑๐๐ คน เหมือนเดิม เพราะว่าเขตเลือกตั้งจะไปแบ่งสัดส่วนแต่ละภาค คือดูแล้วมันเหมือนเปึน การแบ่งแยกประเทศไทย ผมก็เชื่อมั่นว่าส่วนหนึ่งอาจจะเปึนการแบ่งแยก ตรงนี้ละ คือมันนําไปสู่ความแตกแยกของประชาชน แบ่งเปึนสัดส่วน แบ่งเปึนเขตจังหวัด เปึนภาคอย่างนี้ ผมมาดูแล้วถ้าเทียบกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่ระบบบัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คน ซึ่งพี่น้องประชาชนทั้งประเทศสามารถที่จะเลือกได้ทั้งหมดมันก็เปึนผลดี กับพี่น้องประชาชนนะครับ เลือกคน ๑๐๐ คนที่จะไปทําหน้าที่ในฝ์ายบริหาร ตรงนี้ ผมคิดว่ามีความเหมาะสมนะครับ เห็นด้วยกับท่านคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
และอีกเรื่องหนึ่งครับคือที่มาของ ส.ว. จากที่ผมได้มาสัมผัส มาเปึนสมาชิก วุฒิสภาป้เศษ ๆ ร่วม ๒ ป้ซึ่งก้าวย่างเข้ามา ผมก็ได้มองเห็นถึงการทํางาน ผมไม่ได้ไปมอง ทาง ส.ว. สรรหาที่ว่าไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ผมมองถึงความรู้ความสามารถที่เขามา ทํางานในสภามากกว่า ซึ่งก็เห็นเปึนที่ประจักษ์แล้วว่า ส.ว. หลายท่านมีคุณภาพ มีความรู้ ความสามารถเข้ามา แต่ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ๒๐๐ คนทั่วประเทศ แต่ในครั้งนี้ที่ว่า มี ๗๖ คน ๗๔ คนสรรหา ผมก็มองแล้วว่าในอนาคตถ้าเปึนไปได้ผมเห็นด้วยที่ในส่วน การสรรหาไม่ใช่ว่ามาเพียงแค่กระบวนการ ๗ คน อาจจะมาโดยสาขาอาชีพต่าง ๆ ให้มี การเลือกตั้งอย่างหลากหลาย มาเปึนตัวแทนแล้วจะเข้ามาทํางานเราจะได้คนหลากหลาย ในกลุ่มอาชีพมาช่วยกันกลั่นกรองกฎหมายและติดตามการทํางานของรัฐบาล ด้วยเวลา ที่จํากัดผมก็คงไม่สามารถที่จะพูดอะไรได้มากกว่านี้ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป เชิญท่านมนต์ชัยครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคกิจสังคม ในนามสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตท่านประธานได้พูดอภิปรายเกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นของรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ ซึ่งเปึนที่ทราบกันดีว่า รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้นเปึนการถูกบัญญัติ ด้วยคณะบุคคลซึ่งได้เขียนขึ้นเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ แต่เมื่อใช้มาแล้ว ปรากฏว่าได้เกิดปัญหาในการปฏิบัติอย่างมากมายอย่างที่หลายท่านได้อภิปรายกันไป ดังนั้นผมเองก็คิดเห็นว่าบางประเด็นที่ควรจะมีการแก้ไขในหลาย ๆ เรื่อง และสิ่งที่ หลายท่านได้พูดกันไปแล้วไม่ว่าจะเปึนเรื่องของมาตรา ๑๙๐ ที่เกี่ยวกับการทําหน้าที่ ของรัฐบาลในการบริหารประเทศซึ่งมีปัญหา ดังนั้นถ้ามีการเปลี่ยนแปลงผมเองก็คิดเห็น ที่จะร่วมกันแก้ไขตรงนี้เพื่อที่จะทําให้การทํางานของประเทศชาติของเรานั้นได้มี ความราบรื่น มีความทันต่อเหตุการณ์
อีกประเด็นหนึ่งในเรื่องของเขตเลือกตั้ง ซึ่งผมเองได้มีโอกาสลงสมัคร รับเลือกตั้งเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งเขตเล็กและเขตใหญ่มาแล้ว ตอนนี้ผมเอง อยากจะให้ทุก ๆ ท่านได้ทราบว่า ถ้าเรามองในแง่ของพี่น้องประชาชน ถ้าผมเอง เปึนพี่น้องประชาชนในสมัยก่อนที่ผมเองนั้นเคยใฝ์ฝันหรือเคยคิดว่ามีผู้แทนราษฎร มาลงพื้นที่ มาพบปะ มาเยี่ยมเยียน มารับทราบสารทุกข์สุขดิบจะทําให้เขามีความรู้สึก อบอุ่น จะทําให้พี่น้องประชาชนไม่ว้าเหว่ ซึ่งทุกวันนี้เปึนที่ยอมรับว่าเขตการเลือกตั้ง ที่ ส.ส. แต่ละท่านเปึนผู้แทนราษฎรอยู่ บางท่านเปึนทั้งจังหวัด บางท่านเปึน ๔ อําเภอ ๕ อําเภอ ๖ อําเภอ การที่จะไปดูแลแก้ไขปัญหาต่าง ๆ นั้นมันก็ไม่ทั่วถึง แต่ถามว่ามันสามารถที่จะดูแล โดยระบบตัวแทนของ ส.ส. ได้ไหม ได้ แต่ความผูกพัน ความที่พี่น้องประชาชนอยากจะได้นั้น อยากจะพบเจอ ส.ส. นั้นน้อยมาก ตรงนี้ก็เปึนปัญหา ดังนั้นถ้าเสียงส่วนใหญ่เห็นว่า เขตการเลือกตั้งจะเปึนอย่างไรผมก็ยอมรับครับ เพราะว่าเราอยู่ในกฎกติกาเดียวกัน
อีกประเด็นหนึ่งในเรื่องของศาสนาประจําชาติไทยเรียนมาแต่โบร่ําโบราณ ศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจําชาติ ซึ่งคนส่วนใหญ่ของประเทศไทยนับถือศาสนาพุทธ ถามว่าศาสนาอื่นนั้นก็มีอยู่ไม่ว่าจะเปึนศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ศาสนาอื่น ๆ ที่อยู่ในประเทศไทยมีหลายศาสนา และเปึนประเพณีหรือเปึนวัฒนธรรมของสังคมไทย ที่ทุกศาสนานั้นสามารถอยู่ร่วมกันได้ แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่าทําไมถึงไม่บัญญัติไว้ว่า เอาศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจําชาติไทยเรา อันนี้ผมเห็นด้วยในการที่จะบัญญัติ พุทธศาสนาเปึนศาสนาประจําชาติไทยครับ
ประเด็นต่อมาในเรื่องของรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมาตั้งแต่ฉบับแรก ๆ มาตราต่าง ๆ ก็มีไม่เยอะ มาหลัง ๆ เริ่มเยอะขึ้นเรื่อย เยอะขึ้นเรื่อย จนปัจจุบันนี้ มีมากมายจนจําไม่ค่อยได้ ดังนั้นในความคิดเห็นของผมนั้นรัฐธรรมนูญของประเทศไทย ไม่ควรจะมีมาตราเยอะ ให้ไปใช้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเสียดีกว่า เมื่อละเอียดมาก ๆ มันทําให้เกิดการปฏิบัติได้ยากขึ้นมาก ถ้าจะเอาให้ละเอียดมาก ๆ ผมเองอยากจะเสนอท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการหรือหน่วยงานที่จะเกี่ยวข้อง ในการที่แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าเปึนไปได้ให้มีประปาทุกหมู่บ้าน ให้มีชลประทาน ระบบท่อนะครับ ประกันราคาพืชผลใส่มาเลยในรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะเปึนข้อบัญญัติ ให้รัฐบาลทุกรัฐบาลต้องทํา มิเช่นนั้นแล้วการที่มีรายละเอียดมาก ๆ เปึนข้อจํากัด เหมือนกัน ก็ขอฝากไว้ในประเด็นนี้ และสิ่งที่สําคัญอย่างยิ่งระบบถ่วงดุลการคานอํานาจ ในสังคมปัจจุบัน ในระบบการเมืองก็ดี นอกระบบการเมืองก็ดี การคานอํานาจนั้น เปึนสิ่งสําคัญในระบอบประชาธิปไตย เราต้องช่วยกันหาแนวทางที่จะทําให้อํานาจ แต่ละอํานาจ ตุลาการ นิติบัญญัติ บริหาร ๓ อํานาจนี้มีความเสมอภาคในการที่จะใช้ อํานาจ ไม่เช่นนั้นแล้วสังคมไทยเรามักจะเจอระบบ ๒ มาตรฐานก็ดี พวกใครพวกมันก็ดี ทําให้ไม่เกิดความเปึนธรรมเกิดขึ้นในสังคม อีกทั้งองค์กรอิสระต่าง ๆ พยายามที่จะจัดตั้ง ขึ้นมา ผมเองคิดเห็นว่าพยายามที่จะหลุดไปจากอํานาจหรือว่า ๓ อํานาจนี้เพื่อที่จะไม่ขึ้น ในการควบคุมการกํากับดูแล บางสิ่งบางอย่างไม่จําเปึนที่จะต้องเปึนองค์กรอิสระ ดังนั้น ผมเองจึงขอแสดงความคิดเห็น และขอสรุปให้กับทางสภาแห่งนี้ได้รับทราบว่า การที่เราจะ อยู่ร่วมกันได้ในสังคมนี้ ในสภาแห่งนี้ ในประเทศไทยนี้ ถ้าเรามีความคิดอยู่อย่างหนึ่งว่า ประชาชนจะได้รับประโยชน์อะไรจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ผมได้กราบเรียน ก็เปึนเหตุผลหนึ่งที่จะเปึนเหตุผลที่ทําให้ประชาชนได้รับการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพราะว่าการที่มี ส.ส. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสมาชิกไปรับทราบปัญหา อย่างทันท่วงที ทันต่อเหตุการณ์ เขตไม่ใหญ่เกินไป การดูแลทั่วถึงมันก็จะทําให้ ผู้แทนเหล่านั้นได้ทํางานอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ท้ายสุดนี้การแก้ไขปัญหาทุกเรื่อง การที่เราอยู่ในสังคมระบอบประชาธิปไตยนั้น เราต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของพี่น้อง ประชาชน การที่เรามาพูด ณ ตรงนี้พี่น้องบางท่านอาจจะไม่เข้าใจว่า ส.ส. ทําเพื่อตัวเอง บางท่านอาจจะเข้าใจว่า ส.ส. ทําเพื่อพี่น้องประชาชน ดังนั้นแนวทางที่เปึนไปได้ หรือแนวทางที่จะทําให้ข้อกังขาหรือสังคมได้รับการยอมรับเพิ่มมากขึ้น โดยการ นําประเด็นต่าง ๆ หาข้อสรุปไปทําการประชาพิจารณ์ให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ และแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ดังรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่เราได้เคยทํามา อาจจะเปึนการตั้ง สสร. หรืออะไรก็ตาม เพื่อที่เราจะได้หาแนวทางร่วมกันต่อไป ขอบคุณครับ
เชิญท่านสมชายครับ
ท่านประธานครับ ผม พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ สมาชิกรัฐสภา พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครราชสีมา ท่านประธานครับคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็พยายามอย่างยิ่งในการที่จะหาข้อยุติในการ ที่จะสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นกับบ้านเมืองในหลายรูปแบบ รวมทั้งระดมความคิด บรรดามวลสมาชิกทั้งหลายและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในการที่จะเดินหน้าตามความตั้งใจ ที่จะทําให้บ้านเมืองนั้นไปสู่ความสงบเรียบร้อย แต่ ณ วันนี้ต้องเรียนท่านประธานครับ ผมเห็นใจและผมเข้าใจครับว่าท่านประธานและคณะท่านมีความพยายามอย่างยิ่ง แต่ในเวลาเดียวกันในแนวทางปฏิบัติผมยังเปึนกังวลอยู่ว่าวันนี้รัฐบาลนี้มีความตั้งใจมากน้อย แค่ไหน ในการที่จะนําพาบ้านเมืองไปสู่ความสงบเรียบร้อย เพื่อนสมาชิกหลายคน ได้พูดไว้ชัดเจนครับว่าวันนี้สิ่งที่เรากําลังถกและพูดกันในรัฐสภาแห่งนี้ มันจะเปึนแนวทาง ที่จะให้รัฐบาลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย ผู้ที่มีอํานาจทั้งหลายจะเดินหน้าไปสู่การแก้ไข ตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้พิจารณาร่วมกันหรือไม่ นี่เปึนเรื่องที่มีความสําคัญมาก และหลาย ๆ กรณีมองดูแล้ว มันจะยิ่งทําความสับสน ความไม่สามัคคีเกิดขึ้นในชาติบ้านเมืองอีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวิธีปฏิบัติทั้งหลายภายใต้รัฐบาลนี้ ผมยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนเลย ท่านประธานครับ ในการกระจายเม็ดเงินลงไปสู่ภูมิภาคในส่วนท้องถิ่นทั้งหลาย ซึ่งมัน เกี่ยวข้องกับเรื่องของการสมานฉันท์ด้วย ในเรื่องการกระจายอํานาจไปสู่ชนบทด้วย กระจายอํานาจไปสู่ท้องถิ่นด้วย ท่านประธานจะเห็นได้เลยว่าวันนี้รัฐบาลต้องยอมรับ ความจริงว่าวันนี้มานั่งกันอยู่ได้ตรงนี้ด้วยแรงผลักดันของทหาร เพราะฉะนั้นการกําหนด ชี้แนวทางอะไรทั้งหลายทั้งปวง แน่นอนที่สุดมันหนีไม่พ้นหรอกครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ จะเห็นได้ชัดเจน ภาพอย่างนี้มันออกไปตลอดเวลา การกําหนดทิศทางอะไรทั้งหลายทั้งปวง ผู้นํารัฐบาลไม่มีความเปึนตัวของตัวเองเลย นั่นคือสิ่งที่สะท้อนให้สังคมมองเห็นว่า วันนี้การเมืองถูกกดดัน แล้วก็ถูกตีกรอบด้วยอํานาจของกองทัพ ท่านประธานจะเห็น ได้เลยครับวันนี้มีพรรคร่วมรัฐบาลที่พยายามเข้าไปใกล้ชิดกับผู้ที่มีอํานาจในกองทัพ เพราะฉะนั้นวันนี้พยายามที่จะจัดสรรงบประมาณไปเพื่อพวกพ้องของตนเอง ต้องเรียนกับ ท่านประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญครับ ผมอาจจะพูดได้ว่าวันนี้ท่านอาจจะไม่ได้ลงดูลึกไปทุกเรื่อง วันนี้ งบประมาณของแผ่นดินถูกจัดสรรลงไปให้กับพวกพ้องของตนเอง วันนี้ต้องการที่จะตั้ง พรรคการเมือง ต้องการที่จะขยายผลเพื่อให้ชนะเลือกตั้งครั้งหน้าที่จะเลือกตั้งขึ้น แล้วจัดสรรเม็ดเงินของแผ่นดินที่เปึนภาษีอากรของพี่น้องประชาชนไปให้กับพวกพ้อง และสมาชิกทั้งหลาย จะเห็นได้เลยครับในหลาย ๆ จังหวัด ในหลาย ๆ อําเภอ มีการฉ้อฉล มีการเอาเม็ดเงินไปแล้วไม่ทําไปตามสัญญาที่เปึนข้อตกลงเอาไว้แม้แต่นิดเดียว ท่านประธานครับ วันนี้ในฐานะหัวหน้าพรรค ถ้าตัวเองต้องการที่จะสร้างความสําเร็จในการเลือกตั้ง กับหมู่มวลสมาชิกทั้งหลาย กระเปิาตัวเอง เงินตัวเองสิครับ ควักลงไปให้ ให้เขาไปทํางาน กับทางการเมือง แต่วันนี้รัฐบาลนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นําไม่กล้าที่จะไประงับยับยั้ง กับสิ่งที่มันเกิดขึ้น ซึ่งไม่ชอบธรรม มีการเอางบประมาณไปให้กลุ่มของพวกตัวเอง แล้วก็ ไปทุจริต งบประมาณวันนี้ถนนเส้นหนึ่ง ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท เปึนถนนหินคลุก บดหินคลุก ทํา ๔๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ แล้วก็เอาเงินส่วนเกิน รู้เห็นกันหมดเลย เอาไปใช้ ในการเลือกตั้ง แล้วอย่างนี้บ้านเมืองจะไปอย่างไร แล้วมันเกิดขึ้นหลาย ๆ แห่ง หลาย ๆ เขตพื้นที่ทั้งหมดในหลาย ๆ จังหวัด นี่คือสิ่งที่ผมสะท้อนให้เห็นสั้น ๆ เลย วันนี้ พรรคการเมืองบางพรรคที่อยู่ในพรรคร่วมรัฐบาลดําเนินการอย่างนี้อยู่ในทุกเขตเลือกตั้งเลย ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปท่านประธานดิเรกที่เคารพว่า ผมได้ร้อง ป.ป.ช. ของสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. โดยท่านวิลาศ จันทร์พิทักษ์ และคณะ ท่านก็ทํางานหน้าที่ของท่านเข้มแข็ง ลงไปตรวจสอบให้ชัดเจนครับ มีการดําเนินการ ในลักษณะอย่างนี้ซึ่งเสียหายต่อบ้านเมืองมาก จะเห็นได้เลยว่านี่คือการเอื้อเพื่อที่จะ ฉ้อฉลในการเอาเม็ดเงินของแผ่นดินลงไปดําเนินการอย่างนี้ แล้วผมถามว่าวันนี้ สมานฉันท์มันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร นี่คือการฉ้อฉลชัดเจนเลย โดยใช้อํานาจที่ตัวเอง ได้ดูแลกํากับกระทรวง ทบวง กรม แล้วพรรคใหญ่ ๆ ที่เปึนพรรคแกนนําของรัฐบาล ก็ไม่กล้าพูดจาอะไรแม้แต่นิดเดียว ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันผิดทั้งหมด ผมยกตัวอย่างว่าวันนี้สิ่งที่ประชาชนเขาอยากได้คุณไม่ให้เขาหรอก เมื่อ ๒ วันที่ผ่านมา ผมอภิปรายในสภาเมื่อคราวที่แล้วนะครับ พูดชัดเจนว่าถนนบ้านบ่อทอง หนองสาหร่าย วังไทร รถชนกันบ่อยมาก เด็กตายไม่รู้กี่ครั้งกี่หน เด็กนักเรียนก็ตาย ผมพูดเสร็จไม่ถึง ๒ วัน ชนตายอีก ๒ ศพ ครับ แต่เม็ดเงินไม่เอาไปให้ครับ ความต้องการของพี่น้อง ประชาชนในการที่จะแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของเขาไม่ได้รับการตอบสนองเลย แล้วเม็ดเงิน มันกระจุกตัวลงไปอย่างนี้ เพื่อทําไม เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของพวกพ้องตัวเอง เท่านั้นเอง ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เปึนความประสงค์ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตรงนั้นแม้แต่นิดเดียว แต่มันเปึนความประสงค์ของหัวหน้าพรรคการเมืองที่อยากจะให้ลูกทีมตัวเองชนะเลือกตั้ง แล้วจัดสรรเม็ดเงินลงไปตรงนั้นให้ไปทําอย่างอื่นหมด ซึ่งไม่เปึนความต้องการเลย มีหลายเส้น หลายสายครับเปึนอย่างนี้ ฉะนั้นจะเห็นได้เลยว่าวันนี้งบประมาณใช้ไป ผิดประเภทหมดเลย แล้วกระจุกตัว ยิ่งในจังหวัดนครราชสีมา วันนี้เด็กนักเรียนบ้านผม ตายอีก ๒ ศพ น่าเสียดายมาก ทั้ง ๆ ที่อภิปรายไปไม่ถึง ๒-๓ วัน แต่ตัวเองก็ไปจัด งบประมาณเพื่อเอื้ออํานวยให้กับพวกพ้องตัวเองเท่านั้นเอง แล้ววันนี้ผมถามว่า มันจะเดินไปอย่างไรกัน ในเมื่อวันนี้คุณยังทําอย่างนี้เลย จัดสรรงบประมาณเพื่อพวกพ้อง เท่านั้นเอง ไม่เปึนไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชน เปึนสิ่งที่สําคัญที่สุด ท่านประธานครับ วันนี้ผมเห็นด้วยกับท่านประธานและคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในเรื่องของมาตรา ๑๙๐ แต่สิ่งที่ ผมอยากจะฝากท่านไว้ว่าวันนี้ท่านจะแยกแยะออกมาได้อย่างไรว่าตรงไหนต้องเข้าสภา ไม่เข้าสภา ผมยกตัวอย่างวันนี้หลาย ๆ อย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องงบประมาณ การทําสัญญากับต่างประเทศในเรื่องของงบประมาณของกองทัพที่จัดซื้ออาวุธ ยุทโธปกรณ์ทั้งหลาย วันนี้สภาเราจะเปึนตรายางแค่นั้นหรือเปล่า วันนี้เขาซื้อเครื่องบิน กริพเพน (Gripen) กันประมาณ ๓๙,๐๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่พวกเราก็ได้มีโอกาส ได้ตรวจสอบกันพอสมควรว่าเครื่องบินนี้ไม่เหมาะสมที่จะใช้ในกองทัพอากาศไทย เนื่องจากว่ามันไม่คล่องตัวแล้วมีปัญหาค่อนข้างมาก และแน่นอนที่สุดราคาค่อนข้างสูง แต่ในเวลาเดียวกันที่ผ่านมาไม่เข้าสู่สภาเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะฉะนั้นเครื่องบินรบมัน จําเปึนแค่ไหน แล้วมันมีประโยชน์แค่ไหน มีประสิทธิภาพแค่ไหน ถ้าหากว่าเปรียบเทียบ กับเครื่องบินรบประเภทอื่น วันนี้ถ้าหากว่าสภาเราไม่ได้พิจารณาในส่วนนี้ผมเชื่อได้ว่า กองทัพเองจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ตามที่ตัวเองต้องการทั้งหมดเลย โดยสมาชิกรัฐสภา ไม่ได้รับรู้เลยแม้แต่นิดเดียว ท่านประธานทราบไหมครับวันนี้กองทัพอากาศ ประเทศสิงคโปร์มาฝ๊กอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี บินว่อนกันอยู่กลางอากาศในประเทศไทย สภารู้ไหม สภาทราบหรือเปล่า เข้ามาฝ๊กที่จังหวัดกาญจนบุรี แล้วทําสัญญากันเองระหว่างกองทัพต่อกองทัพ โดยไม่ได้ผ่านสภาเลยแม้แต่นิดเดียว สภาจะเปึนตรายางอย่างนั้นหรือเปล่า แล้วผูกพันทํากันมายาวนานหลายสิบป้อย่างนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ มาตรา ๑๙๐ มีความสําคัญในส่วนนี้ค่อนข้างมาก หลายท่านออกมา พูดว่ามาตรา ๑๙๐ นี้ทําให้การบริหารราชการแผ่นดินนี้มีอุปสรรค แน่นอนครับ ผมไม่ปฏิเสธตรงนี้ว่าส่วนหนึ่งมีแน่ แต่ประโยชน์มันมหาศาลในการที่จะให้สมาชิกรัฐสภา ได้ตรวจสอบ เพราะแต่ละท่าน แต่ละคนที่นั่งอยู่ที่นี่ก็มีความรู้มากมายหลายสาขาด้วยกัน เขาจะได้ตรวจสอบ สภาจะได้ตรวจสอบ อย่างน้อยที่สุดสภาจะได้เข้าไปใกล้ชิดเพื่อที่จะ ทําให้เขาเองนั้นไม่เดินหน้าไปสู่การทุจริต ผมยกตัวอย่างอาทิเช่น รถเกราะยูเครน ซึ่งพูดกันอยู่บ่อยเหลือเกิน ไปซื้อมาได้อย่างไรทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันย้อมแมว ๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ รัฐสภาเราเองวันนี้ถ้าเกิดว่าเราปล่อย แล้วตกลงกันว่าวันนี้เรื่องอย่างนี้ ไม่ต้องเข้าไปสู่สภาหรอก ผมถึงถามว่าวันนี้ที่ท่านพิจารณากันอยู่นี้ ขอบเขต มันอยู่ตรงไหน อะไรควรพิจารณาหรือไม่พิจารณา วันนี้จรวดหลายลํากล้องท่านประธาน ครับ ดับเบิ้ลยูเอสวันบี (WS1B) นี้นะครับ จากประเทศจีนนี้ทําสัญญากับกองทัพไทย มาผลิตร่วมกัน สภารู้ไหมครับวันนี้ซื้อมาแล้ว ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วยังต้องทํากันต่อนี้ เงินมหาศาลขนาดนี้สภายังไม่รู้เรื่องเลย บรรดาสมาชิกพวกเราทั้งหลายที่นั่งอยู่ที่นี่ มีใครรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้ ทั้ง ๆ ที่เปึนเงินของแผ่นดินที่เราต้องตรวจสอบ นี่คือสิ่งที่ต้องนําเรียนว่า นี่คือสิ่งที่ฝากเอาไว้ว่า มันมีความสําคัญอย่างมาก ในมาตรา ๑๙๐ แต่ว่าท่านเอง ต้องแยกแยะให้ชัดเจนว่า อะไรที่ควรจะให้สภาได้รับรู้ ซึ่งมันมีความสําคัญมาก ต้องฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยความเคารพ ขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ มีคณะองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาเข้าเยี่ยมชมการประชุมนะครับ รัฐสภา ขอต้อนรับนะครับ
ต่อไปผมจัดลําดับอย่างนี้นะครับ ต่อไปก็คือ ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นะครับ หลังจากนั้นก็คือ ท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน ท่านอนุศักดิ์ คงมาลัย ท่านรณฤทธิชัย คานเขต ท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ท่านสิงห์ชัย ทุ่งทอง แล้วก็ท่านอลงกต มณีกาศ นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตนิดเดียวครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกรัฐสภา ผมได้มีคิวอภิปรายร่วมกับท่าน พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ โดยแบ่งเวลากันคนละ ๑๐ นาที ไม่ทราบว่าทางวิปได้ส่งรายชื่อของกระผมนั้น ให้ท่านประธานทราบหรือยังครับ ผมเห็นว่าท่านสมชายอภิปรายไปแล้ว น่าจะเปึนการ อภิปรายที่ต่อเนื่องกัน จะได้ประโยชน์สูงสุดครับ จึงเรียนท่านประธานมาด้วยเคารพครับ
เดี๋ยวจะจัดการให้นะครับ เอาตามนี้ไปก่อนแล้วกันนะครับ เชิญท่านอภิชาตครับ
มันต่อเนื่องกันครับท่านประธานครับ
ถ้าอย่างไรเดี๋ยวจะแทรกกัน ในนี้นะครับ เดี๋ยวเชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิก รัฐสภา วันนี้รายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภา ก็ได้นําเข้าสู่เวทีของการถกเถียงในรัฐสภา แล้วก็มี บทสรุปรวบยอดที่สําคัญก็คือข้อเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใน ๖ ประเด็นสําคัญ ซึ่งก็ มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง แล้วผมก็เชื่อว่าจะนําไปสู่ข้อสรุปที่มีผลในทางปฏิบัติ ในที่สุด แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมในวันนี้ สังคมไทยกําลังรอคอยความปกติ ของการเมือง การปกครอง ให้กลับสู่ประเทศอีกครั้งหนึ่ง มีข้อสังเกตว่า เมื่อคณะกรรมการ สมานฉันท์หยิบยื่นแนวทางที่จะไปสู่ความปกตินั้นด้วยข้อเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๖ ประเด็น คําถามก็คือว่า สิ่งนี้เปึนคําตอบสําหรับประเทศไทยใช่หรือไม่ ดังเมื่อแก้ไข รัฐธรรมนูญใน ๖ ประเด็นนี้แล้ว จะมีหลักประกันอะไรว่าประเทศจะกลับไปสู่ความปกติ อย่างที่ทุกคนมุ่งหวัง แก้รัฐธรรมนูญใน ๖ ประเด็นนั้นแล้วจะมีหลักประกันอะไรว่า สังคมไทยจะหลุดพ้นจากวังวนของความขัดแย้งเดิม ๆ จากความไร้สมานฉันท์ ที่เราเผชิญกัน แก้รัฐธรรมนูญใน ๖ ประเด็นแล้วมีการเลือกตั้งใหม่ กลับไปสู่วังวนของการซื้อเสียง แบบใหม่ มีนักการเมืองหน้าเก่า ๆ อยู่ภายใต้กรอบวิธีคิด วิธีการทํางานทางการเมือง แบบเก่า ๆ แบบนั้นจะทําให้เราหลุดพ้นจากภาวะที่เราหวาดวิตก แล้วก็วิกฤติอย่างที่เรา เผชิญกันอยู่หรือไม่ แท้จริงแล้วการที่จะนําความปกติกลับสู่สังคมของเราได้น่าที่จะมี ทางออกที่ดีกว่านั้น นั่นก็คือการปฏิรูปทางการเมือง ในรายงานของคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้เสนอกรอบความคิด เกี่ยวกับการปฏิรูปการเมืองไว้หลายมิตินะครับ ทั้งเรื่องของโครงสร้างอํานาจทางการเมือง การบริหารและเศรษฐกิจ เรื่องของวัฒนธรรมทางการเมือง เรื่องของบทบาทการเมือง ของภาคส่วนต่าง ๆ และเรื่องของหลักนิติธรรมที่ส่งเสริมต่อการพัฒนาประชาธิปไตย ซึ่งต้องขอชื่นชมในที่นี้ไว้ด้วยว่าคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้แตกประเด็นเหล่านี้และนําเสนอไว้อย่างเปึนระบบ แม้ว่าประเด็นเหล่านั้นจะดูเปึนนามธรรมก็ตาม แต่ว่าตรงนี้ละคือหัวใจสําคัญของการนํา ความปกติกลับสู่การเมืองไทยมากกว่าข้อเสนอว่าให้แก้ไขรัฐธรรมนูญใน ๖ ประเด็น ในรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญได้พูดถึงและให้ความสําคัญเรื่องของการสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ที่สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจ สังคมและวิถีประชาธิปไตยของไทยและที่เปึนสากล ทั้งในระดับปัจเจกชนและชุมชน พร้อมเสนอปัญหาและแนวทางเปึนสังเขปไว้ ผมให้ความ สนใจกับเรื่องบทบาทการทําหน้าที่ของสื่อสารมวลชนกับการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย ซึ่งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ บอกว่าแนวทางที่ถูกต้องก็คือต้องมีการปฏิรูปสื่อ แต่ในรายงานของคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญบอกว่าการปฏิรูปสื่อ เขียนไว้บอกว่า ให้เปึนช่องทางสะท้อนปัญหาและเสนอทางออกในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ทางสังคมและการเมืองอย่างแท้จริงนะครับ โดยให้รัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดตั้ง หรือดําเนินงานของสถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ โดยให้จัดสรรงบประมาณประชาสัมพันธ์ กิจกรรมของรัฐผ่านสื่อต่าง ๆ และต้องเปึนไปอย่างเปึนธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ รัฐต้องให้ การคุ้มครองสวัสดิภาพของการประกอบวิชาชีพ ซึ่งอ่านแล้วก็มีส่วนที่เห็นด้วยและมีส่วนที่ ขัดใจอยู่มากพอสมควร เพราะนั่นมันไม่ใช่แนวทางของการปฏิรูปสื่อที่แท้จริง การปฏิรูปสื่อ เพื่อให้ทําหน้าที่เพียงแค่นั้นมันไม่เพียงพอครับ มันเปึนเพียงแค่การไปแตะ ๆ แล้วก็เห็นว่า นี่คือสภาพที่เราจะใช้สื่ออย่างไรในการที่จะใช้ในการพัฒนาประชาธิปไตย แท้จริงแล้ว การปฏิรูปสื่อนั้นก็คือการที่ทําให้สื่อมีสํานึกในการพัฒนาประชาธิปไตยด้วยตัวเอง ไม่ใช่การไปซื้อเครื่องมือมาใช้ในการไปพัฒนาประชาธิปไตยอย่างที่คณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้นําเสนอมา ความจริงแล้วการปฏิรูปทางการเมืองไม่อาจที่จะสําเร็จได้ถ้าเกิดว่าเราไม่ได้มีการปฏิรูป สื่อสารมวลชน เราละเลยบทบาทของสื่อสารมวลชนไปไม่ได้ เพราะนี่เปึนโรงเรียน ที่ใหญ่ที่สุด เปึนครูที่สอนประชาธิปไตยกับคนทั้งประเทศ ถ้าบทบาทของสื่อมวลชน ถูกละเลยและบทบาทของสื่อมวลชนอยู่ในสภาพที่อ่อนแอ ไม่สามารถเปึนครูในการ พัฒนาประชาธิปไตยได้ การปฏิรูปการเมืองก็ไม่มีความหมาย วันนี้ต้องยอมรับว่าบทบาท ของสื่ออยู่ในสถานการณ์วิกฤติและก่อให้เกิดสภาพที่เรียกว่ามีความอ่อนแอ ในระบบ ของสื่อสารมวลชนของเราทั้งระบบ ผมยืนยันและอยากจะย้ําว่าสภาพของสื่อสารมวลชน ในประเทศไทยอยู่ในภาวะที่อ่อนแอและน่าเปึนห่วงอย่างยิ่ง และเปึนอุปสรรคสําคัญ ที่จะนําไปสู่การปฏิรูปการเมืองในอนาคต นับตั้งแต่วงการสื่อเราต้องเผชิญกับปัญหา วิกฤติทางเศรษฐกิจ ต้องเผชิญกับปัญหาอํานาจทุนทางธุรกิจ ทางการเมืองที่จ้องที่จะใช้ สื่อเปึนเครื่องมือในการไปบรรลุเปัาหมายทางการเมือง รวมทั้งสภาพปัญหาที่สลับซับซ้อน ของสังคม ไม่ว่าจะเปึนเรื่องเศรษฐกิจหรือเรื่องการเมืองต่าง ๆ ทําให้สื่อพัฒนาไป อย่างเชื่องช้าและถูกทําให้อ่อนแอ ง่อยเปลี้ยเสียขาและมีสภาพที่ตกต่ําในเรื่องของ มาตรฐานทางวิชาชีพอย่างมาก สังคมวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องปัญหาจริยธรรม คุณธรรม ของสื่อสารมวลชนในสถานการณ์วิกฤติหลายสถานการณ์ ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการศึกษาและเฝัาระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม หรือว่ามีเดีย มอนิเตอร์ (Media Monitor) ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก สสส. ได้ทํางานวิจัยอย่างละเอียดเกี่ยวกับการทํา หน้าที่ของสื่อประเภทโทรทัศน์หรือฟรีทีวี (Free TV) ในช่วงสถานการณ์ที่มีการชุมนุมทางการเมืองหลายเหตุการณ์ แล้วก็นําเสนอเปึนบทสรุปมา ที่น่าสนใจก็คือ คือเขาทําบทสรุปนี่มาหลายครั้งประมาณ ๔๐-๕๐ ครั้ง ที่เกี่ยวกับ การทําหน้าที่ของสื่อ มีบทสรุปที่น่าสนใจ ซึ่งเขายกมา ๓ เหตุการณ์ก็คือระหว่างวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ถึง ๑ มิถุนายน ระหว่างวันที่ ๒๖-๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๑ แล้วก็วันที่ ๘-๑๔ เมษายน ๒๕๕๒ มีบทสรุปและข้อเรียกร้องที่ตรงกัน น่าสนใจก็คือว่ามีข้อเสนอแนะ ต่อการรายงานของสื่อมวลชน บอกว่าสื่อมวลชนฟรีทีวีควรลดการนําเสนอข่าวที่เน้น ประเด็นความรุนแรงของเหตุการณ์ ซึ่งอาจนําเสนอผ่านภาพข่าวภาษาพูดที่ส่งสัญญาณ ความรุนแรงในลักษณะซ้ําไปซ้ํามา หรือเน้นให้เห็นภาพความรุนแรงของเหตุการณ์ นี่ก็คือการชี้ให้เห็นว่ามีความบกพร่องในเรื่องมาตรฐานวิชาชีพในการเลือกการนําเสนอ สื่อควรนําเสนอข้อมูลอย่างรัดกุม ไม่ควรนําเสนอข้อมูลที่สร้างความตระหนก แก่สาธารณชน การตั้งคําถามของสื่อมวลชนควรเปึนไปในลักษณะที่ไม่สร้างแตกแยก เน้นคําถามที่หาทางออกของสถานการณ์ ถามเพื่อหาคําตอบ เพื่อลดความรุนแรง ของเหตุการณ์ สื่อควรจะเน้นการรายงานข่าวเชิงตีความวิเคราะห์ที่จะให้ข้อมูลอธิบาย สาระสําคัญของเหตุการณ์ที่เน้นการตอบคําถามว่า ทําไมมากกว่าที่จะอธิบายว่า ใครทําอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร นี่คือบทบาทของสื่อที่คิดว่ามีปัญหาในสถานการณ์ ที่เกิดวิกฤติทางการเมือง ท่านประธานครับวันนี้น่าสนใจก็คือเรื่องของการเลือกใช้ แหล่งข่าวที่นํามาประกอบในการรายงานข่าว เราพบว่ามีการพูดกันบอกว่า ในประเทศนี้ ใครก็มีโอกาสเปึนข่าวได้ถ้ารู้จักสร้างข่าว นี่ถือว่าเปึนการตบหน้าคนในวงการ สื่อสารมวลชนอย่างรุนแรงที่สุด เพราะอะไรครับ เพราะว่าพูดกันได้อย่างเสรี แล้วก็ ถูกนําเสนอกันในสื่ออย่างที่ไม่มีการกลั่นกรอง ในทางวารสารศาสตร์ สื่อสารมวลชน บทบาทของสื่อสารมวลชน การกลั่นกรองข้อมูลข่าวสารก่อนออกไปสู่สาธารณะ เปึนบทบาทที่มีความสําคัญมาก เรียกว่าเปึนบทบาทของนายทวารข่าวสาร แต่ปัจจุบันนี้ บทบาทนี้หายไป ใครที่คิดจะมีชื่อ มีเสียงอยู่ในสื่อก็สามารถที่จะสร้างเหตุการณ์ แล้วสามารถที่จะเปึนข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ บนจอโทรทัศน์หรือบนคลื่นวิทยุได้ นี่เปึนเรื่องที่อันตรายมาก ท่านประธานครับ การอ้างเพียงว่าเสรีภาพ โดยปฏิเสธ ความรับผิดชอบต่อสังคมก็เปึนประเด็นที่เปึนปัญหาสําหรับสื่อมวลชน ในวันนี้เราเห็น นักจัดรายการวิทยุอิสระบางรายที่ต่อสายที่จะโทรศัพท์คุยกับใคร มาออกรายการสด เมื่อไรก็ได้ พูดในประเด็นอะไรก็ได้ สร้างความเสียหายอย่างไรก็ได้ อ้างเพียงว่า นี่คือเสรีภาพ ความเปึนนักสื่อสารมวลชน แต่ไม่ตระหนักว่าสิ่งที่ได้นําเสนอออกไปสู่ สาธารณชนนั้นมันได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคมมากแค่ไหน ท่านประธานครับ สถานการณ์แบบนี้ ผมคิดว่าปัจจุบันนี้ในองค์กรสื่อเองก็ถูกความคิด ๒ ฝ์ายเข้าไป ครอบงํา เกิดปรากฎการณ์ที่มีนักข่าวเสื้อแดงอยู่ในองค์กรสื่อโทรทัศน์บางแห่ง และออกมาไชโยโห่ร้องเมื่อมีการล้มการประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียนที่พัทยา มีปรากฏการณ์นักข่าวเสื้อเหลือง เสื้อแดงประจันหน้ากันในกองบรรณาธิการหรือในกองข่าว ซึ่งเปึนเรื่องที่เสียหายมาก เพราะฉะนั้นแนวทางที่จะก่อให้เกิดการปฏิรูปสื่อสารมวลชน ทั้งระบบได้ ผมคิดว่ามีข้อเสนอสั้น ๆ นิดเดียวสมาคมวิชาชีพสื่อเองจะต้องกลับไปทบทวน ผู้คนในแวดวงนี้เพื่อที่จะฟุ๋นหลักจรรยาบรรณ จรรยาวิชาชีพขึ้นมา องค์กรสื่อแต่ละองค์กร ต้องย้อนถามตัวเอง ต้องเข้มข้นในมาตรฐานทางวิชาชีพของตัวเองในเรื่องความถูกต้อง ความเที่ยงธรรม ความรับผิดชอบต่อสังคม โดยไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติของฝ์ายการเมือง หรือนักการเมืองที่จะมุ่งหาผลประโยชน์จากการใช้สื่อ ผู้ปฏิบัติงานสื่อเองต้องเข้มแข็ง ต้องยืนหยัดความเปึนอิสระในจิตวิญญาณของความเปึนนักวิชาชีพสื่อสารมวลชน สิ่งนี้จะต้องตระหนักอยู่ในใจตลอดเวลา สําคัญที่สุดก็คือ พี่น้องประชาชนผู้บริโภค สื่อจะต้องก้าวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง และต้องก้าวให้ทันกับความรู้ทัน สื่อสารมวลชนที่จะนําเสนอข้อมูลข่าวสารเพื่อไม่ให้ข้อมูลข่าวสารนั้นถูกชักจูง ถูกบิดเบือน ไปในทิศทางที่ไม่พึงประสงค์ ผมก็ขอนําเสนอประเด็นไว้สําหรับคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้โปรดนําเรื่องนี้ไปพิจารณา ทบทวนเพื่อให้การปฏิรูปการเมืองเปึนไปอย่างสมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่จะเปึนไปได้ครับ กราบขอบพระคุณครับ
ลําดับของท่านเดี๋ยวกําลัง จัดอยู่นะครับ เชิญ ท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ นิดเดียวผมหารือครับ ท่านประธานเลื่อนคิวของผมได้ผมไม่ว่าอะไร ก็เอาตามที่ท่านประธานได้จัดไว้ก่อน แต่สิ่งที่อยากแสดงความคิดเห็นนะครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเองได้ทราบว่าขณะนี้นั้น การถ่ายทอดการประชุมรัฐสภาโดยสถานีวิทยุ เอ็นบีที (NBT) นั้นได้ตัดสัญญาณออก ท่านประธานครับ เขาเอาไปถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอล ผมเห็นว่าเรื่องการประชุม รัฐสภานั้นมีความสําคัญต่อพี่น้องประชาชนชาวไทยมากกว่า ถ้าท่านประธานได้มีดําริ สั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการถ่ายทอดอย่างต่อเนื่อง ผมคิดว่าเรื่องนี้ จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อการประชุมรัฐสภาและต่อพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ
ผมเรียนให้ที่ประชุมทราบ นะครับว่าเขาแจ้งมาก่อนแล้วว่าเขาจะไปถ่ายทอดฟุตบอลนะครับ เชิญท่านสุชาติครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนที่จะพูด ท่านประธานครับ พอดีไม่ได้ถ่ายทอดแล้วก็คงจะกลับไปดูฟุตบอลดีกว่าดูผู้แทนราษฎร พูดกันในสภา คือเรื่องของเรื่องวันนี้มันเปึนเรื่องใหญ่ท่านประธานครับ อย่างน้อยก็ต้อง พูดกันตรงนี้ท่านประธานครับว่า มันต้องมีการถ่ายทอดไปให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ได้เห็นว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก่อนที่ผู้แทนราษฎรจะมานั่งนี้มันมาจากไหนนะครับ แล้วคณะกรรมการสมานฉันท์ก็พูดชัดเจนว่าจะต้องมีคณะกรรมการไปดู พอกรรมการ ไปแต่งตั้งมาใหม่มาให้ดูใหม่ แต่วันนี้ไม่ได้ถ่ายทอดตอนนี้แล้วผมจะพูดให้ใครฟัง ท่านประธานครับ ผมหารือตรงนี้ก่อนนะครับ ลองทดลองถามทางทีวีดูนะครับ ทางสื่อสารมวลชน พี่น้องประชาชนทั่วประเทศจะได้เห็นนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ถ้ายังไม่ได้ถ่ายทอดผมว่าหยุดตรงนี้ก่อนแล้วรอถ่ายทอดแล้วค่อยพูดกันได้ไหมครับ ท่านประธาน หารือก่อนครับ
ใครอยากพูดก็พูดไป ใครยังไม่อยากพูด ก็เลื่อนไป คอยไปถึงเวลาที่เขาถ่ายทอดก็ได้
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน ถ้าอย่างนั้นรอถ่ายทอดตอนกี่ทุ่มครับ ท่านประธาน
คือตอนนี้ยังถ่ายทอดอยู่ครับ เวลา ๑๕.๓๐ นาฬิกา จึงหยุดนะครับ
ตอนนี้ เขาถ่ายทอดฟุตบอลอยู่ครับท่านประธาน ท่านประธานลองดูทีวี
ไปดูช่องอื่นกระมังครับ
ช่อง ๑๑ เลยครับ ท่านประธาน
อันนี้ไม่ใช่หรอก ผมว่าเพื่อไม่ให้ เสียเวลานะครับ ดําเนินการไปเรื่อย ๆ เพราะว่าเสียงมันออกไปเองนะครับ อย่างคุณสุชาติ ใคร ๆ เขาก็รู้จักทั้งประเทศอยู่แล้ว
ขอบคุณ ท่านประธานครับ เสียงดีแต่ภาพไม่สวยก็ไม่ดี ท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เพื่อไม่ให้กลายเปึนทะเลาะกับท่านประธานเพราะเหตุผล ที่ทีวีไม่ยอมถ่ายทอดแค่นั้นนะครับ เหตุผลที่ผมจะต้องเรียนท่านประธานวันนี้นะครับ ก็เริ่มต้นใหม่ ตั้งเวลาใหม่ครับท่านประธาน เดี๋ยวเดินก่อน
๒๐ นาที
ผมเห็นด้วย กับคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่นํากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้เอามาแก้เพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้รับรู้ว่า การมาของกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ฐานรากมาจากไหน ท่านประธานก็คงเห็นนะครับว่า วันหนึ่งท่านประธานก็นั่งอยู่กับผมเหมือนกัน อยู่ฝัืงรัฐบาล อยู่ฝัืงที่ใช้กฎหมาย ของแผ่นดินที่มาจากประชาชนเปึนคนร่าง คือป้ ๒๕๔๐ วันหนึ่งทหารบอกปฏิวัติ ก่อนจะ ปฏิวัตินี่ไม่รู้อะไรต่ออะไรไปยัดเยียดให้เขาปฏิวัติ เขาก็บอกเขาตั้งใจทําตามที่คนอื่นไปบอก สุดท้ายเขาไปบอกให้ปฏิวัติเขาก็ต้องทํา พอทําเสร็จก็หาคนมาเขียนกฎหมายให้คนอื่นใช้ ก็อย่างที่ท่านประธานเห็นที่มันขัดแย้งกันอยู่ทุกวันนี้ละครับพอเขียนมาขัดแย้งเสร็จฟังปุ็บ ก็มาให้พวกผมเปึนคนเลือกแล้วกลับมาใช้ในสภา ผมต้องบอกท่านประธานครับก่อนที่ผมมานี่ ผมมาในนามพรรคพลังประชาชน ก่อนหาเสียงอยู่ที่พื้นที่จังหวัดลพบุรีหรือพื้นที่ทั่วไป ในประเทศ บอกพี่น้องประชาชนเลยครับว่าในเมื่อเขาปฏิวัติฉีกกฎหมายรัฐธรรมนูญได้ เดี๋ยวไปเลือกตั้งกลับมาใหม่ถ้าเข้ามาเปึนผู้แทนราษฎรเมื่อไรจะต้องแก้กฎหมายให้มัน เปึนระบอบประชาธิปไตย เพราะวันนั้นคุณมาจากเผด็จการ รากฐานผมมาจาก ผู้นําแรงงาน ท่านประธานครับ มาจากผู้ที่เดินขบวน มาจากผู้ที่อยากจะเห็นประชาธิปไตย เต็มใบ แต่ครั้งที่แล้วต้องหวานอมขมกลืนที่เข้ามาสู่สภานี้ในนามพรรคพลังประชาชน ที่โดนทหารฉีกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไป วันนี้ต้องขอบคุณทางคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ต้องขอบคุณ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์หรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ทําตามคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะแก้ ๖ ข้อนี้ผมเห็นด้วย เห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะอะไร ครับท่านประธานครับ เพราะวันนี้บ้านเมืองกําลังวุ่นวาย อย่าบอกนะครับว่ากําลังสงบสุข ผมบอกว่าบ้านเมืองกําลังวุ่นวาย ไม่รู้กี่เสื้อสีออกมาหมด มีทั้งสีแดง มีทั้งสีเหลือง ล่าสุด สีเขียวกับสีกากีเกือบอยู่ไม่ได้แล้วครับ เพราะโดน ป.ป.ช. เชือดเฉือนไป ต่อไปไม่รู้ตํารวจ จะกล้ามาห้ามมวยหรือเปล่า ถ้าห้ามมวยเมื่อไรติดคุกเมื่อนั้น นี่คือเหตุผลท่านประธานครับ นี่คือเหตุผลที่จะต้องแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วก็ในรัฐธรรมนูญป้ที่เขาให้มาใช้อยู่ ป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๒๙๑ เขียนไว้เบ็ดเสร็จเลยครับว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีอํานาจ จากประชาชนชาวไทยมีสิทธิแก้ไขได้ พอเราจะแก้หลายคนออกมากระหน่ําซ้ําเติมว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีอยู่แล้ว อย่าเพิ่งไปแก้ไขเลย ใครที่แก้ไขก็เปึนนักการเมืองชั่ว นักการเมืองเลวที่จะแก้เพื่อตัวเอง ผมถามท่านประธานว่าวันนี้ถ้าผมแก้แล้วไปเลือกกันใหม่ ถ้าผมไม่ได้กลับเข้ามาผมคงไม่ใช่นักการเมืองชั่ว นักการเมืองเลวนะ แก้เพื่อให้คนอื่น เข้ามาใช้ต่อไปท่านประธานครับ เหตุผลที่แก้ก็คือท่านประธานก็คงเห็นอยู่ว่า วันนี้ บ้านเมืองแบ่งแยก แตกแยกเปึนหลายฝักหลายฝ์าย ท่านประธานก็คงเห็นว่า ยกตัวอย่างใกล้ ๆ เมื่อเร็ว ๆ นี้อย่างนายกรัฐมนตรีที่พี่น้องประชาชนเห็นอยู่ไปจังหวัดลพบุรีครั้งที่แล้ว เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทั้ง ๆ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีแอบไปด้วยซ้ําไป ผมบอกว่าตั้งแต่ เกิดจากท้องพ่อท้องแม่มาเพิ่งเจอนี่ละครับ ทําไมผมพูดอย่างนี้ ท่านประธานรู้ไหมครับว่า นายกรัฐมนตรีไปจังหวัดลพบุรีครั้งก่อนก็มีข่าวอยู่ท่านประธานคงเห็น ไปจังหวัดลพบุรี รอบแรกเจอรองเท้ากับขวด รองเท้าของเมียตํารวจ ขวดของเมียทหาร รอบแรกครับ ท่านประธาน แล้วนายกรัฐมนตรีก็ยังมาบอก คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ออกมาพูดเฉย เดี๋ยวจะไปอีกจังหวัดลพบุรีจะต้องทําให้เปึนพื้นที่ที่สงบให้ได้ ผมบอกท่านประธาน มันไปเพื่อเกิดความแตกแยกจะไปทําไมครับ ล่าสุดวันเสาร์ท่านประธานรู้ไหมครับ ไปตาม กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้อีก ที่ผมบอกว่าจากท้องพ่อ ท้องแม่เพิ่งเจอ มีตัวอย่างที่ไหนครับ นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่เขาจะต้องเอาผ้าขาวม้าไปผูกหรือเอาของไปต้อนรับนายกรัฐมนตรี แต่จังหวัดลพบุรีครั้งที่ผ่านมา ตั้งแต่ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่นี้อยู่ ๒ สมัย เพิ่งเจอครับ ชาวบ้านที่อยู่ที่อําเภอใกล้เคียงที่อยู่ตามท้องไร่ ท้องนา ไม่รู้ว่านายกรัฐมนตรี จะไปครับ พอเห็นทีวีบอกว่านายกรัฐมนตรีโดนปลาร้าขว้าง โดนรองเท้าขว้าง เขาทําอย่างไรรู้ไหมท่านประธานครับ คนที่อยู่ที่บ้าน เช่น อําเภอบ้านหมี่ อําเภอท่าวุ้ง พัฒนานิคม ที่เปึนเขตพื้นที่ผมอยู่ พอเห็นทีวีนายกรัฐมนตรีโดนเขวี้ยงครับ ทุกคนวิ่งกลับมาบ้านท่านประธาน มาทําไมท่านรู้ไหมครับมาเปลี่ยนเปึนเสื้อแดง พอเปลี่ยนเสื้อแดงแล้วรีบวิ่งเข้าจะไปที่อําเภอท่าวุ้ง ฝ์ายตํารวจที่กักด่านอยู่บอกรีบไปเส้นนี้ ไปให้เร็ว ๆ เดี๋ยวจะถึง เดี๋ยวนายกรัฐมนตรีกลับบ้านก่อน สุดท้ายนี่คือความเปึนจริงครับ ท่านประธาน นี่คือความจริง ผมบอกวันนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันบริหารให้คน แตกแยกอย่างไรครับ ที่แตกแยกเพราะคนที่ไปเขียน พอปฏิวัติมาแล้วไปเขียน ไปเขียน มาตราโน้นก็ไม่ให้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผมยังชื่นชมคณะกรรมการชุดนี้ที่กล้าที่จะแก้ไข ที่นายกรัฐมนตรีตั้งไป ที่ท่านจะแก้ ๖ มาตรา ๑. ให้มีความสมานฉันท์เกิดขึ้น ๒. มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ประชาชนเลือกมาแล้ว ไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับราชการ แล้วมันจะไปทํางานกับผีที่ไหนครับท่านประธาน นี่คือ ความเปึนจริง ผมเคยพูดไว้ในสภาตรงนี้ ท่านประธานเคยได้ฟังว่า ผมเปรียบเปรยกฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับนี้เหมือนกับเอาไข่จิ้งจกดีกว่าครับท่านประธานอย่าไปเอาไข่อื่นเลย เหมือนเอาไข่จิ้งจกไปให้นกหงส์หยกฟักนะครับ วันหนึ่งถ้านกหงส์หยกมันฟักไข่จิ้งจกได้ มันก็ต้องออกมาเปึนจิ้งจกวันยันค่ําครับ มันเปึนนกหงส์หยกไม่ได้ แต่ถ้าจิ้งจกมันตัวใหญ่ ขึ้นเรื่อย ๆ ท่านประธานดูว่ามันจะเปึนอะไร มันก็เช่นกันครับก็คือกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ก็รากฐานมันมาจากปฏิวัติ พอปฏิวัติก็เอาคนหน้าไม่ค่อยดี หน้าแหลมฟันดํา ที่เขาว่ามาเขียนพอเขียนมาให้คนอื่นเขามาใช้ วันนี้เขาไม่อยู่แล้วเราจะไปใช้ของเขาทําไม นี่คือเหตุผลท่านประธานครับ ผมยังคิดว่าเหตุผลที่ผมพูดอยู่วันนี้ผมชื่นชม แล้วต้องถาม ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ว่าท่านกล้าไหม กล้าที่จะให้พี่น้องประชาชนคนไทยสมานฉันท์ อย่างที่ท่านพูดหรือไม่ ไม่ใช่เอามาเข้าสภาวันนี้ก็จะปล่อยให้พูดกันเปึนลม ๆ แล้ง ๆ ไป แล้วก็ไม่เชื่อคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ เหมือนกับท่านตั้งกรรมาธิการไปทํากฎหมาย วันหนึ่งคณะกรรมาธิการบอก อย่างนี้ดีแล้ว ถูกต้องแล้ว ผมอ่านรายชื่อคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกคน มีแต่คนมีความรู้ ความสามารถ ท่านไม่ต้อง ไปถ่วงเวลาที่จะมาตั้ง สสร. ๓ ขึ้นหรอกครับ เอาที่ท่านดูมาแล้วว่าท่านบอกว่า ๖ ข้อนี้ดี บ้านเมืองจะได้เดินได้ นี่คือเหตุผล ท่านประธานครับ
แล้วอีกอย่างหนึ่งท่านก็ยังจะเห็นนะครับว่าภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน นี่คือส่วนประกอบของประเทศไทย กฎหมายออกมาให้คนใช้ครับ ไม่ได้ออกมา ให้โจรใช้ อาจารย์มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ผมเห็นแกลุกทีไร แกบอกว่าไม่เคารพกฎหมาย ฉบับนี้ มันเปึนกฎหมายโจร เหมือนโจรปล้นบ้านแล้วให้โจรมาอยู่ สุดท้ายพอเรามาแล้ว จะไปอยู่บ้านโจร ไม่เอา ไปสร้างบ้านใหม่ดีกว่า มันก็เช่นกัน อย่างที่ผมยกตัวอย่าง ให้ท่านประธานฟัง ก็ยังชื่นชมอีกรอบนะครับ ก็ยังชื่นชมคณะกรรมการชุดนี้ว่า ท่านทําทุกอย่าง แล้วผมดูประวัติแต่ละคน แต่ละท่าน อย่างท่านดิเรก ถึงฝัืง มีกระทั่ง คุณเจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ด้วยซ้ําไป ที่บอกไม่ค่อยชอบ แต่ต้องมาเปึนคณะกรรมการคณะนี้ สุดท้ายนะครับทุกคนก็เห็นลงเอยกันแล้วว่าจุดด่างพร้อยของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มันเกิดการแตกแยก มันเกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ์ายอย่างชัดเจน ถ้าไม่ชัด ท่านประธาน คงจะเห็นว่ามีหลายสีที่ท่านบอกนะครับ ล่าสุดเขาจะเอาสีอะไรมารวมกับสีอะไรยังไม่รู้ นี่คือเหตุผลท่านประธาน วันนี้ท่านยังกล้าตัดสินใจว่าเอาละแก้เสียเถอะ เอามาสู่ สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ที่พี่น้องประชาชนมีความหวังอยู่ พี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ ไม่ต้องว่ายกตัวอย่างจังหวัดลพบุรีจังหวัดเดียวหรอกครับ หลายจังหวัด ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ประกอบกับพี่น้องภาคใต้ วันนี้บ้านเมืองเกิดวิกฤติ ต้องบอกกันเลยว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อย่าง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มันก็จะมีส่วนในกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะ ๑. ตํารวจก็จะไม่กล้า ทหาร ก็จะไม่กล้า ถ้าเกิดไปสลายใครเข้า ป.ป.ช. ไม่พอใจ ผมพูดตรงนี้นะครับว่าจริงอย่างที่ ผมพูดหรือเปล่าไม่รู้ ก็ในเมื่อไม่ให้เขาทํา เขาเปึนข้าราชการอยู่ มีความผิด ใครบ้าง มันจะไปทํางาน ท่านประธานครับ มันก็อยู่เฉย ๆ ดีกว่า สู้ใส่เกียร์ว่าง ก็เหมือน ผู้แทนราษฎรนี่ละครับที่เขาเลือกผู้แทนราษฎรมาก็คือ ๑. พี่น้องประชาชน หวังเหลือเกินว่าถ้ามาอยู่ในสภาแล้วจะแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้ ก็คือครั้งหนึ่ง บางคนก็เอาสิ่งเบื้องสูงไปอ้างว่าประเทศกําลังวิกฤติ ปกปัองสถาบัน ผมบอกวันนี้สถาบันเรา ทุกคนเขารักและหวงในจิตใจในฐานะที่เปึนคนไทยอยู่แล้ว ท่านประธานครับ การแสดงออกไม่ใช่ไปขึ้นปัายโฆษณา ท่านประธานครับ แต่คนที่ขึ้นปัายโฆษณานั้นจิตใจ เปึนอย่างไรท่านรู้หรือเปล่า ต้องเชือดเฉือนเรื่องตรงนี้ ความจริงพี่น้องประชาชน พระองค์ ท่านเสด็จที่ไหนคนแทบเอาผ้าไปกราบไปไหว้ อยากจะเห็นพระองค์ท่านพาประเทศนี้ เปึนที่รักยิ่งของพี่น้องชาวไทยคนไทยทั้งประเทศเหมือนกันหมดทุกคน ในเมื่อกฎหมาย รัฐธรรมนูญมันก็บอกแล้วอย่างไร ชัดเจนครับว่า มันเปึนการสู้กันระหว่างพรรคการเมือง เปึนการสู้กันระหว่างพรรคการเมืองฝ์ายค้านกับฝ์ายรัฐบาลครั้งที่ผ่านมา เพียงแค่ คุณต้องการทําลายคนคนเดียว ผมขอยกชื่ออาจจะเปึน พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ความเก่งของ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณวันหนึ่งคุณยัดเยียดเขาบอกว่าระบอบ ทักษิณ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศยังไม่รู้เลยว่าระบอบทักษิณเปึนอย่างไร คุณก็ออกข่าวไปทุกวัน ๆ จนทักษิณอยู่ไม่ได้ ก็เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ให้เขาอยู่ได้ ในเมื่อป้ ๒๕๔๐ ใช้ ทักษิณใช้แล้วบ้านเมืองอาจจะดีขึ้นอย่างที่ท่านเห็น มีเงินไปใช้หนี้ ไอเอ็มเอฟ สนามบินไม่มีทักษิณก็ไม่เสร็จท่านก็คงเห็น กองทุนหมู่บ้าน ท่านประธานก็คงเห็นครับว่าพี่น้องชื่นชมยินดี สุดท้ายอยู่ไม่ได้ อยู่ไม่ได้ก็คือมันฉีก รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วเอาป้ ๒๕๕๐ มาใช้ การฉีกท่านประธานรู้ไหมครับ ท่านคงเห็น ไม่ต้องให้ผมอธิบาย พี่น้องประชาชนเห็นอยู่ ฉีกก็คือการปฏิวัติ พอปฏิวัติ คนปฏิวัติ เขาเขียนให้คนมาจากระบอบประชาธิปไตยใช้ คนมาจากระบอบประชาธิปไตยใช้ก็จะไป ใช้ของเขาอยู่เหมือนเดิมอย่างนี้หรือครับท่านประธาน วันนี้พี่น้องทหาร พี่น้องตํารวจ ข้าราชการที่เขามาตามระบอบเขาบอกนักการเมืองอย่าไปรังแกเขาเลย วันหนึ่งคนที่เปึน นายกรัฐมนตรีบอกว่าจะไม่รังแกข้าราชการ ไม่รังแกตํารวจ ไม่รังแกทหาร แต่กฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ละครับที่ไม่ให้นักการเมืองเข้าไปยุ่ง แต่ท่านประธานคงจะเห็นนะครับ เอาแค่แต่งตั้ง ผบ.ตร. ตั้งไม่ได้กี่รอบแล้วครับ ถามว่านักการเมืองเข้าไปยุ่งไหม นายกรัฐมนตรีเปึนนักการเมืองหรือไม่ นายกรัฐมนตรีเปึนนักการเมืองนะครับ คนไหนที่อยู่ ฝัืงตัวเองก็ประสบความสําเร็จ คนไหนไม่อยู่ฝัืงก็เปึนศัตรูไป นี่คือรากฐานมันมาจาก กฎหมายรัฐธรรมนูญที่คนปฏิวัติแล้วก็แก้ เขียนให้ว่าจะสู้กันอย่างไร พอสู้กันไม่ไหว ก็เอาองค์กรอิสระมากระหน่ํา ท่านประธานก็คงเห็นแต่ละครั้งแต่ละคราวมีธงหรือเปล่า ไม่รู้ ผมบอกวันนี้เมื่อท่านประธานกล้าทําทุกอย่าง และประธานรัฐสภา ประธานผู้ทรงเกียรติ แห่งนี้ ผมอ่านในหนังสืออ่านประวัติท่านน่าชื่นชมยินดี ท่านบอกว่าอยากจะให้ ประชาธิปไตยเบ่งบานอะไรท่านให้คําพูดไว้ผมก็อ่านก็ยังชื่นชมต่อในฐานะที่ ๑. เปึนลูก เปึนหลาน เปึนคนไทยคนหนึ่งที่อยากจะเห็นความสามัคคีในชาติ อยากจะเห็น ความสามัคคี ในเมื่อแก้แล้วเหมือนการแก้กติกาฟุตบอลท่านประธานครับ ถ้ากล้าแก้ มันก็มีคนมาลงแข่ง ผมยกตัวอย่างกติการัฐธรรมนูญฉบับนี้เหมือนกติกาฟุตบอล วันหนึ่ง เขาเขียนในกฎหมายรัฐธรรมนูญเปรียบเสมือนนักฟุตบอล ๑๑ คน กรรมการ ๓ คน กรรมการต้องเปึนกลาง สุดท้ายวันนี้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มันเปรียบเหมือนว่า นักฟุตบอล ๑๑ คน บวกกรรมการอีก ๓ คน มีคนแอบเชียร์อยู่ข้างนอกอีก ๔ คน มันรวมกันทั้งหมด ๑๗ คน ท่านประธานครับ แล้วก็ตั้งธงไว้ว่าถ้าทีมฝัืงตรงข้ามมาแข่ง ถ้าทีมฝัืงตรงข้ามมาแข่งกองหลังแข็ง ๆ อย่าให้มันยิงประตูเดี๋ยวมีกองเชียร์อยู่ข้างนอกช่วย นี่คือความจริงครับ แล้วใครล่ะที่จะไปแข่งขัน บางทีแอบไปกระซิบฝัืงตรงข้ามบอก มึงเอามือจับเลยวิ่งเข้าประตูฝัืงโน้น กูเปึนกรรมการกูช่วยมึงแน่นอน นี่คือความเปึนจริง ท่านประธานก็คงจะเห็นนะครับ แต่ละเรื่อง ๆ ผมไม่ต้องให้บอกว่า ๒ มาตรฐาน เปึนอย่างไร มีเพื่อนผู้แทนราษฎรหลายคนได้พูดไว้ตรงนี้ แล้วก็ได้ให้เห็นแล้วว่ากฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างไรเสียต้องแก้ตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ศึกษา ได้ใช้เวลา ได้ใช้ความรู้ความสามารถ ที่จะให้ประเทศเดินทางไปสู่ความผาสุก ที่จะให้ประเทศเดินทางไปให้พี่น้องประชาชน คนไทยทั้งประเทศมีความสามัคคีในชาติ อย่าไปบอกเลยว่าคนข้างในนี้หลายคนออกมาพูด หลายคนออกมาตําหนิว่านักการเมืองมันชั่ว นักการเมืองมันเลว อย่าลืมว่านักการเมือง ก็มาจากผู้แทนราษฎรท่านประธานครับ มาจากคุณเลือก ไม่มีผู้แทนราษฎรคนไหน เอาผีเลือกมา ท่านประธานครับ มีคนที่มีความรู้ ความสามารถแล้วเลือกตัวแทนเขาเข้ามา อยู่ในสภาแห่งนี้ ฝากครับ ก่อนจากฝากท่านประธานว่าผมเห็นด้วยและผมชื่นชม กับคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่กล้าตัดสินใจที่จะแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ภายใน ๖ ข้อ แล้วอยากจะเห็น ประเทศไทยเดินไปในความผาสุก แล้วอยากจะเห็นนายกรัฐมนตรีที่บอกนักบอกหนาว่า เปึนนักวิชาการ เปึนคนที่เคารพกฎหมาย ให้เคารพจริงอย่างที่บอกครับ ท่านประธานครับ เพราะวันหนึ่งคุณบอกว่าให้มีคณะกรรมการขึ้นมาแก้ พอแก้แล้วให้พี่น้องประชาชน สมานสามัคคีกันแล้วก็ให้ประเทศเดินหน้าได้ แต่ถ้าไม่แก้โพล ทุกสํานักออกมาเห็นด้วย กับการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็ต้องฝากท่าน ก็คงไม่มีอะไรมาก ก็ต้องขอบคุณ ท่านประธานและจะรักษาเวลาตรงนี้ไว้ตลอด ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ รักษาเวลาได้ดีมาก ท่านอลงกรณ์จะพูดต้องหักจากพรรคประชาธิปัตย์ จากรัฐบาล เวลาเขาวางไว้นะครับ พูดในนามผู้แทนราษฎร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกรัฐสภา กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาและ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีประเด็นสั้น ๆ เท่านั้นนะครับ เผอิญท่านสมาชิก ที่เพิ่งอภิปรายได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งผมได้ร่วมในการปฏิบัติราชการของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ก็เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายในความเข้าใจผิดนะครับ ความจริง ที่ได้เข้าไปร่วมในงานดังกล่าวนั้นเปึนภารกิจของการที่ต้องการไปทําความเข้าใจใน นโยบายเรื่องการประกันรายได้ ประกันกําไรให้กับชาวนา และส่วนใหญ่ที่มาต้อนรับ โดยเฉพาะเกษตรกรนั้นก็ให้การต้อนรับด้วยความอบอุ่นครับ คนจังหวัดลพบุรีเปึนคนที่มี มารยาทมีน้ําใจที่ดี แต่ว่าเหตุการณ์ในเรื่องของการชุมชนโดยกลุ่มคนเสื้อแดง ก็อย่างที่เปึนข่าว แต่ไม่ได้มากมายอย่างที่คิดนะครับ ส่วนข้าราชการทั้งตํารวจ เจ้าหน้าที่ เพื่อนข้าราชการในจังหวัดก็ให้การดูแลอย่างดีครับ ส่วนที่ท่านสมาชิกจะได้ยินได้ฟังมา อย่างไรก็คงเปึนเรื่องที่ผมไม่อาจทราบได้ แต่ผมคิดว่าเราคงไม่สนับสนุนส่งเสริมให้มี พฤติกรรมในลักษณะอย่างนั้น เช่น การขว้างปารองเท้า การขว้างปาปลาร้าหรืออะไร ก็ตาม การชุมนุมโดยสงบเปึนเรื่องที่เราต้องถือปฏิบัติภายใต้รัฐธรรมนูญทุกฉบับ เราก็ถือปฏิบัติและกฎหมายที่เราต้องเคารพ ดังนั้นผมคิดว่าสถานการณ์เหตุการณ์ที่ลพบุรีนั้นหลังจากที่ ฯพณฯ ได้เดินทางกลับไปแล้ว ผมยังอยู่บรรยายต่อ โดยท่าน ส.ส. ผ่องศรี ธาราภูมิ นะครับ ก็มีบรรดาเกษตรกรที่อยู่ครับ มาแสดงความเสียใจว่าคนลพบุรีส่วนใหญ่ไม่ใช่อย่างนั้น แล้วก็ไม่ต้องการให้เห็น ภาพลักษณ์อย่างนั้นซึ่งทําให้เสียชื่อคนลพบุรีทั้งหมด ผมก็บอกว่าผมเข้าใจได้เพราะว่า ตราบใดที่มีความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกัน มีคนชอบ ไม่ชอบรัฐบาลก็เปึนเรื่องธรรมดา แต่ว่ารัฐบาลก็พยายามทําความเข้าใจแล้วก็ไม่ประสงค์ที่จะให้มีลักษณะของการกระทําใด ๆ ที่ละเมิดสิทธิผู้อื่น ผมก็เชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาทุกท่านนะครับ ก็คงจะช่วยกันทําความเข้าใจ และไม่ขยายให้บานปลาย เพราะว่าทุกวันนี้เรามุ่งหวังสิ่งเดียวก็คือให้คนไทยรู้รักสามัคคี กลับมาโดยไม่แบ่งสีแบ่งฝ์ายนั่นคือเปัาหมายที่เราต้องการ วันนี้รัฐสภาจึงได้มีการ พิจารณารายงานของกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญนะครับ ผมคิดว่าเรากําลังทําหน้าที่นั้นอยู่ รัฐบาลก็รับฟังในสิ่งเหล่านี้ เพราะว่าเรื่องของการแก้ไข ไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเปึนภารกิจหน้าที่ของรัฐสภา ซึ่งรัฐบาลเองก็มีสมาชิกเปึนส่วนหนึ่งของรัฐสภาอยู่ด้วยครับ
ต่อไปนะครับ ท่านอนุศักดิ์ คงมาลัย เชิญครับ ๘ นาที
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุศักดิ์ คงมาลัย สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหาภาคอื่น ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขอขอบพระคุณนะครับท่านคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้ศึกษาบทบัญญัติเล่มเล็ก ๆ เพียงเล่มเล็ก ๆ แค่นี้มีอยู่ ๓๐๙ มาตรา แต่สามารถทําให้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต และเลือดเนื้อลมหายใจของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ และก่อให้เกิดกระแสคลื่น ของความคิด กระแสคลื่นของความเปึนปฏิปักษ์ขัดแย้งซึ่งกันและกัน ถามว่าบทบัญญัติ ในนี้ได้ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อวางแนวทางที่จะให้วิถีชีวิตของคนในประเทศนี้มีความเปึน ปฏิปักษ์ มีความเปึนศัตรู มีความเปึนคู่อาฆาตต่อกันหรือเปล่า คงมิได้เปึนเช่นนั้น รัฐธรรมนูญแต่ละฉบับที่ผ่านมาล้วนแล้วแต่มีสาเหตุ มีที่มา มีที่ไป มีการสรุปบทเรียน มีการอาศัยบทเรียนในอดีต พยายามที่จะนําทางออกที่ดีที่สุดเพื่อมาใช้ในการบัญญัติ สิ่งใหม่ ๆ และสิ่งที่เปึนบทบัญญัติเหล่านั้นจะเปึนกติกา เปึนข้อบังคับ เปึนสิ่งที่ระบุ แนวทางและมารยาทหรือเกี่ยวข้องกับเรื่องต่าง ๆ ที่จะทําให้ผู้คนในประเทศนี้สามารถ ดํารงชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข สามารถเจริญก้าวหน้า สร้างสังคม ของประเทศชาติ ดังนั้นคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าหากเปึนไปได้ย้อนกลับไปกระผมจะขอเสนอให้ได้มีการเพิ่มเติม ชื่อขึ้นมาอีกสักนิดหนึ่งว่าเปึนคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประเทศชาติและประชาชน จะได้เปึนตัวที่จะตอกย้ํา เพื่อที่จะได้เปึนตัวกระตุ้นเตือน เพื่อที่จะได้เปึนส่วนที่จะบอกว่าการใช้คําหรู ๆ สวย ๆ นุ่มนวลที่บอกว่าสมานฉันท์นั้นไม่ใช่เปึนเพียงการเพื่อพวกของฉันเอง เพื่อสมานฉันท์ ของฉันกันเอง หรือเพื่อนําไปใช้กิริยาในการฉันกันเอง คณะกรรมการนี่นะครับ คงเปึน คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาเปึนกรณีพิเศษ ถ้าหากว่าเปึนคณะกรรมาธิการ ของรัฐสภาแต่งตั้งขึ้นมาแล้ว เราก็คงจะได้เห็นบทบาทของผู้ที่สงวนความคิดเห็น และไม่เห็นด้วยในบางกรณี ในบางประเด็น ซึ่งความคิดที่ไม่เห็นด้วยในบางกรณี ในบางประเด็นเหล่านั้นก็น่าที่จะได้มีการบันทึกนํามาเผยแพร่ให้กับพี่น้องประชาชน ได้รับทราบ เพราะว่าเปึนเหตุผลอีกด้านหนึ่งที่จะบอกว่าข้อสรุปทั้งหมดในประมาณ ๖-๗ มาตราที่ได้นํามาพูดคุยกันอยู่ ณ เวลานี้นั้นเปึนข้อสรุปที่ไม่ใช่นําไปสู่การแก้ปัญหา ที่ตายตัว อย่างเช่นที่ผมเพิ่งกลับมาจากจังหวัดสุพรรณบุรีบ้านของผมเอง ถึงแม้ว่าผม จะไม่ใช่ ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ผมก็มีพื้นที่และก็ได้พี่น้องประชาชนฝากถามมาว่า แก้รัฐธรรมนูญแล้วจะแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง ถ้าแก้รัฐธรรมนูญแล้วแก้ปัญหาได้ ก็แก้ไปเถอะ อย่ารีรอ แต่ถ้าแก้แล้วไม่สามารถนําไปสู่ การแก้ปัญหาได้ ก็จะรีบร้อนไปทําไม ดังนั้นการที่เราจะพูดถึงรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ก็ดี ฉบับป้ ๒๕๕๐ ก็ดี ล้วนแล้วแต่กําลังตกอยู่ในประเด็นปัญหาที่ถูกระบุเอาไว้ว่า ในรัฐธรรมนูญจะต้องมีการกําหนดบทบัญญัติแห่งกฎหมายออกมาเปึนกฎหมายลูก เพิ่มเติม แต่จนถึงวันนี้วันเวลาผ่านมาแล้วป้ครึ่ง เกือบ ๒ ป้ ต่างก็ยังไม่สามารถที่จะทําให้ มีกฎหมายออกมา รู้สึกจะมีเพียงแค่ประมาณ ๑ ใน ๓ ของกฎหมายที่รัฐธรรมนูญ กําหนดเอาไว้ ในขณะเดียวกันความคิดเห็นของแต่ละฝ์าย แต่ละกลุ่มที่มีอยู่ ณ ขณะนี้ เท่าที่ผมสังเกต พี่น้องประชาชนสังเกต เราก็จะสังเกตเห็นเปึนฝ์ายคี่ เปึนฝ์ายคู่ ฝ์ายคี่ ก็จะพูดถึง ๑ ๓ ๕ ๗ ๙ ๑๑ ๑๓ ๑๕ ๑๗ ๑๙ ฝ์ายคู่ก็จะพูด ๒ ๔ ๖ ๘ ๑๐ ๑๒ ๑๔ ๑๖ ๑๘ ๒๐ พูดกันอย่างนี้ เวทีนี้ได้พูดเรื่องเหล่านี้มา แม้กระทั่งเมื่อ ๑๒ เดือน ๑๔ เดือนที่แล้วก็พูดอย่างนี้มาตลอด หลายท่านก็จะพูดอยู่แต่ ๒ ๔ ๖ ๘ หลายท่าน ก็จะพูดแต่เรื่องของ ๑ ๓ ๕ ๗ ๙ เปึนเรื่องที่คู่ขนานกันไป การพูดแบบนี้คงไม่นําไปสู่ การสมานฉันท์ การสมานฉันท์จะต้องตั้งใจก่อนว่า ถ้าคิดจะสมานฉันท์จริง ๆ จะต้อง เชื่อมั่นในความสมานฉันท์ เชื่อมั่นในหลักการและเหตุผลของหลักการต่าง ๆ ที่ถูกกําหนด เอาไว้ ดังนั้นกระผมได้รับฟังข้อคิดเห็นจากเพื่อนและพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่และนํามาพูดคุย สั้น ๆ กับท่านประธานในวันนี้ว่า การยุบพรรคการเมืองในมาตรา ๒๓๗ นั้น พี่น้อง ประชาชนจํานวนไม่น้อยที่ยอมรับและเข้าใจว่าพรรคการเมืองเปึนกลุ่มบุคคลที่กฎหมาย จะตั้งขึ้นมา เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง และนําไปสู่เปึนสถาบันของการพัฒนาการเมือง ของประเทศอย่างแท้จริง ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไรที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะกําหนดให้พรรค การเมืองมีความเข้มแข็ง การที่จะให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง ก็จะต้องมีการกําหนด บทบัญญัติที่ค่อนข้างรุนแรงเหมือนกับการที่จะให้ลูกเติบโตและมีภูมิต้านทานที่แข็งแรง เวลาเจอโรคก็ต้องใช้ยาแรง อันนี้ต้องเปึนเรื่องธรรมดา ดังนั้นการที่เราจะระบุว่า ถ้าจะให้มี การพัฒนาพรรคการเมืองต่อไป แล้วใช้ยาเบา ๆ ก็จะไม่นําไปสู่การพัฒนาพรรคการเมือง พรรคการเมืองก็จะยังคงไม่เปึนพรรคการเมืองที่ดีอย่างเช่นที่เปึนมาในอดีต กระผม มีความเห็นใจต่อผู้บริหารพรรคการเมือง ต่อสมาชิกพรรคการเมือง คณะกรรมการที่ได้รับ ผลกระทบจากการยุบพรรคการเมืองไป แต่ละท่านล้วนแล้วแต่ส่วนหนึ่งมีความตั้งใจ ในการที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองอย่างน้อยส่วนหนึ่ง ก็เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ แม้ว่าจะมีสื่อมวลชนหรือกลุ่มบุคคลอื่น ๆ จะโจมตีว่า แม้กระทั่งบางท่านก็จะมี ผลประโยชน์ส่วนตัวอยู่ก็ตาม ดังนั้นในมาตรา ๒๓๗ จึงมีเหตุผลที่สนับสนุนอยู่อย่างหนึ่ง ว่า นั่นก็คือเพื่อสร้างพรรคการเมืองในอุดมคติ แล้วนําไปสู่การพัฒนาพรรคการเมืองนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติอย่างแท้จริง
สําหรับในเรื่องของการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนนั้น แท้ที่จริงแล้วไม่ใช่ว่าปัจจุบันพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา จะทําอะไรมิได้เลย แต่การที่บทบัญญัติได้ออกมาในลักษณะนี้ ประชาชนก็เข้าใจว่า ที่ผ่านมาแล้วจะมีนักการเมืองจํานวนหนึ่งซึ่งเปึนส่วนน้อย พยายามที่เข้าไป แสดงบทบาท แสดงอํานาจบาตรใหญ่กับข้าราชการ แล้วก็อาศัยอํานาจของตัวเอง ในการที่จะไปมีอิทธิพลที่จะทําให้เขาปฏิบัติหน้าที่ตามที่ตัวเองต้องการ นี่เปึนเพียง เหตุผลบางส่วนเท่านั้นที่กระผมขออนุญาตนํามากราบเรียนประกอบกับความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชนที่ฝากมา เพื่อบอกให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ถ้าจําเปึนต้องแก้ ก็แก้ แต่ถ้ายังไม่จําเปึน อย่าเพิ่งรีบแก้ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณรณฤทธิชัย คานเขต ๑๐ นาที
ขอกราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม รณฤทธิชัย คานเขต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร ในฐานะที่เปึนสมาชิกของรัฐสภา ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนผลพวงมาจากอุบัติเหตุทางการเมือง การร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีการ ลงประชามติ ซึ่งในขณะที่มีการลงประชามติก็ต้องยอมรับกันทั้งประเทศว่า มีพี่น้อง ที่เปึนประชาชน แม้กระทั่งคนที่เปึนผู้แทนราษฎรเองมีความเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ บางมาตราเขียนขึ้นมาเพื่อต้องการที่จะลดอํานาจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสมาชิก แล้วก็บังคับให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยได้รับร่างเพื่อสําหรับที่จะได้ นําเอามาใช้ เรามีข้อถกเถียงกันในช่วงการลงประชามติกันว่า เราเห็นความบกพร่อง ในหลายมาตรา ก็ได้รับการร้องขอจากในส่วนของทางภาคราชการขอให้รับไปก่อน ถ้าตรงไหนไม่ดีแล้วค่อยกลับมาแก้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เราใช้กันมาป้กว่าแล้ว แล้วผมก็เชื่อว่าพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ตลอดจนผู้ที่จําเปึนต้องเอารัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาบังคับใช้นะครับ เราเห็นข้อบกพร่องกันชัดเจน เพราะฉะนั้นสภาแห่งนี้เปึนสถานที่ ในการที่เราจะต้องมาถกเถียง มาพูดคุยกันว่ารัฐธรรมนูญที่มันมีข้อบกพร่องเราจะแก้ไข กันไหม ถ้าแก้ไขจะแก้ไขมาตราอะไร เพราะฉะนั้นทางรัฐบาลถึงได้เป่ดโอกาสให้ ทั้ง ๒ สภาเรามีโอกาสได้พูดคุยกันเรื่องนี้ ผมเองผมเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ เวลา ๑๐ นาทีคงไม่สามารถที่จะพูดได้หลายมาตรา ผมขอยกประเด็น ที่มันเกี่ยวข้องชัดเจนเกิดความเสียหายให้กับชาติบ้านเมืองและเกิดความเสียหาย กับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้แทนราษฎร ผมขอยกตัวอย่าง มาตรา ๑๙๐ เรื่องการลงนาม ในหนังสือสัญญากับต่างประเทศ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุนของประเทศ ในอดีตเราไม่เคยมีครับ เวลาเราจะมี เจ้าหน้าที่เราไปทําสัญญาผูกพันด้านการค้า ด้านการลงทุนกับต่างประเทศเราไปทําเสร็จ เราก็มาแจ้งเพื่อทราบให้สภาได้รับรู้กัน แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้บอกไม่ได้ คุณจะไปทําอะไรก็ตาม แต่ต้องเอามาขอมติทางสภาก่อน จะเห็นว่าเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในเรื่องการที่จะ ไปดําเนินการเขาอึดอัดใจเรื่องนี้ เวลาเขามีประชุม เขามีการลงนามกันของเราต้อง เอากลับมาขอมติก่อน ไม่ใช่เอากลับมาปุ็บจะเข้าสภาได้เลยต้องมีระยะเวลา ต้องบรรจุ วาระเข้า ปรากฏว่าคนอื่นเขาค้าขายกันไปหมดแล้ว ของเราเดินตามตูดเขาตลอดเวลาเลย ผมเชื่อว่า มาตรา ๑๙๐ พี่น้องคนไทยที่ฟังอยู่แม้กระทั่งในรัฐสภาของเรา ณ วันนี้คงเห็น สอดคล้องต้องกัน เพราะหนังสือพิมพ์เองผมว่าเกือบทุกฉบับ เกือบทุกคอลัมน์ (Column) ที่เกี่ยวกับเรื่องของการเมือง ที่วิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ว่ามันสมควรที่จะต้องแก้ไข ในมาตรานี้ แล้วผมเชื่อว่าการที่เราแก้ไข มาตรา ๑๙๐ นี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง สามารถไปดําเนินการได้ทัดเทียมกับต่างประเทศเขาเวลาไปประชุม ไม่ใช่ว่าของเรา เจ้าหน้าที่เวลาไปประชุมก็เหมือนกับเปึนผู้สังเกตการณ์เท่านั้น แต่ถ้าแก้ตัวนี้การที่จะ ไปลงนามในข้อตกลงไม่ว่าจะเปึนเรื่องของเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการค้า หรือการลงทุนมันจะสามารถทัดเทียมกับต่างชาติเขาได้ เพราะฉะนั้นผมเห็นสมควรว่า มาตรานี้อย่างไรก็ต้องแก้ ขออีกมาตราครับ มาตรา ๙๔ เรื่องการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เลือกตั้ง ซึ่งจริง ๆ แล้วมันเปึนสิทธิในการเลือก ส.ส. ของพี่น้องประชาชนนะครับ สิทธิของพี่น้องประชาชนที่จะเลือกตัวแทนของเขา ๑ สิทธิ เขาสามารถเลือกได้ ๑ เสียง นี่คือสิทธิตามระบอบประชาธิปไตย แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เขียนไว้ว่า ให้เอาเขต ของจังหวัด แล้วเอาจํานวนประชากรเปึนตัวตั้ง เขตหนึ่งถ้าสมมุติว่าถ้าเกิน ๓ คน ก็ให้มี การแบ่งเขตอย่างน้อย ๆ เขตหนึ่งไม่ต่ํากว่า ๒ คน ผมผ่านการเลือกตั้งทั้งระบบเขต ทั้งจังหวัดเปึนเขตเดียวผมก็เคยมาแล้ว เขต ๓ คนก็เคยมาแล้ว เขต ๑ คนก็เคยมาแล้ว เมื่อสมัยเขตทั้งจังหวัดก็บอกว่าคนที่เปึนผู้แทนราษฎรเห็นหน้าเฉพาะแต่ในช่วงที่มี การเลือกตั้ง พอเลือกตั้งเสร็จก็หายหัวกันไปเลยเพราะเขตมันกว้างก็ปรับใหม่ เขตมันกว้างมากเกินไปผู้แทนราษฎรไม่สามารถไปรับรู้เรื่องปัญหาของพี่น้องประชาชน ไม่สามารถนําเอาปัญหาพี่น้องประชาชนมาแก้ไขได้ สมัยก่อนนี้ผู้แทนราษฎรได้รับเรื่อง ร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนทําใบปะหน้า ทําเสนอหน่วยงานได้ ทุกวันนี้ก็ทําไม่ได้แล้ว มาตรา ๒๖๖ ก็เหยียบคออยู่ ห้ามไปแทรกแซงก้าวก่าย เขตใหญ่ปรับมาเปึนเขตเล็ก เปึนเขตละ ๓ คน เขตละ ๓ คนก็กว้าง ป้ ๒๕๕๐ บอกว่า เขตเล็กเขตละเบอร์เดียว มันซื้อเสียงกัน คนที่มันมีเงินซื้อเสียงได้ง่าย เลือกตั้ง อบต. ที่ผ่านมาเมื่อวันอาทิตย์ก่อน ทั้งประเทศ ผมถามว่ามีการซื้อเสียงไหม อย่าโกหกกันครับ มันซื้อกันทั้งนั้นละ เพราะฉะนั้นตัดประเด็นเรื่องการซื้อเสียงออกเถอะ จากเขตเล็กเขตใหญ่มันซื้อทั้งนั้น เพราะมันไม่สามารถควบคุมได้ แต่เอาเปึนว่าเขตใหญ่คนที่เปึนผู้แทนราษฎร เวลาหลังจากที่ได้เปึนผู้แทนราษฎรแล้วเขาเรียกบริการหลังการขาย มันไม่สามารถที่จะ เข้าไปรับรู้ปัญหาของพี่น้องประชาชนได้ทั่วถึง ผมอยู่อําเภอมหาชนะชัย สมัยก่อน เขตละคน ผมดูแลรับผิดชอบอยู่ ๓ อําเภอ จังหวัดยโสธรแบ่งเปึน ๒ เขต เขตละ ๒ คน นี่ยังเล็กนะ บางจังหวัดเขตละ ๓ คน หัวท้าย ๒๐๐ กิโลเมตร ผมถามว่าพี่น้องประชาชน ได้รับประโยชน์จากการเลือกตัวแทนของตัวเองเข้าไปมากน้อยแค่ไหน อย่างไร เพราะอย่าลืมว่าหน้าที่ของผู้แทนราษฎรมีหน้าที่ไปรับรู้ปัญหาของพี่น้องประชาชน แล้วเอามาพูดในสภา สภาของเราสามารถยื่นญัตติได้ ยื่นกระทู้ได้ แต่ถามว่า มีผู้แทนราษฎรสักกี่คนที่สามารถนําเอาปัญหาของพี่น้องประชาชนมายื่นเปึนญัตติ และกระทู้ สามารถที่จะเอามาพูดในสภาผู้แทนราษฎรได้ตลอดทั้งป้หรือเปล่า เพราะฉะนั้นวัฒนธรรมของไทยเรามันเปึนวัฒนธรรมความผูกพันระหว่างคนที่เปึนตัวแทน ของพี่น้องประชาชนกับตัวผู้แทนราษฎร มีการ มีงาน มีบุญ มีกุศล มีโอกาสได้ไป ไปแล้ว ไปรับรู้ปัญหาของพี่น้องประชาชน ถ้าเขตใหญ่มันไปไม่ทั่ว เขตเล็กเมื่อคราวที่แล้ว ตอนป้ ๒๕๔๐ ดีแล้ว เพราะอะไรผู้แทนราษฎรคนเดียวถ้าไม่สามารถเอาปัญหาพี่น้อง ประชาชนมาแก้ไขได้ พี่น้องประชาชนก็ตัดสินใจด้วยตัวเขาเองได้ว่า ผู้แทนคนนั้น มีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน อย่างไร อย่าเอาเรื่องเงินมาพูดกัน เพราะมันพูดแล้ว มันทําไม่ได้ ผมถามว่าเลือกตั้ง ไม่ต้อง ส.ส. เอาแค่ อบต. อบจ. จับได้สักกี่รายในการ ทุจริตในการซื้อเสียงเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นตัดตัวนี้ออกไป มันจะเขตเล็กเขตใหญ่ มันแก้ไม่ได้หรอกถ้าเศรษฐกิจมันยังไม่ดี พี่น้องประชาชนยังไม่รู้ว่าจะเลือกคนดี ที่ไม่จําเปึนต้องใช้เงินจะเลือกอย่างไร ร ๓/๒๕๕๒ (ส. นิติบัญญัติ) สิริพร ๘๑/๑. เอาเปึนว่าวันนี้เขตเล็กสามารถที่จะเข้าไปหาพี่น้องประชาชนได้ทั่วถึง ผู้แทนราษฎร สามารถออกไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนได้ทุกหมู่บ้าน เลือกตั้งคนที่มันไม่มีเงิน มีอุดมการณ์ มันก็จะได้เอาความตั้งใจของตัวเองไปพูดให้กับพี่น้องประชาชนให้เขาศรัทธาและเลือกได้ มาตรา ๙๔ อย่างไรก็ต้องแก้ ขอเปึนเขตเดียวเบอร์เดียวเหมือนเดิม ขอติงอีกนิดเดียวครับ ขอสัก ๑ นาที มาตรา ๒๖๖
เกินเขาไม่ได้หรอก เกินเขาเขาว่าได้ เดี๋ยวหาว่าผมลําเอียง เวลาหมดครับ ต่อไปท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ๒๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมต้อง ขอขอบคุณท่านคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ที่มีท่านดิเรก ถึงฝัืง เปึนประธาน รวมทั้งคณะอนุกรรมการอีก ๓ คณะ คือคณะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางสร้างความสมานฉันท์ทางการเมือง ของสังคมไทย ซึ่งมีท่านตวง อันทะไชย เปึนประธานคณะอนุกรรมการ คณะอนุกรรมการ พิจารณาศึกษาแนวทางการปฏิรูปการเมือง ซึ่งมีท่านประเสริฐ ชิตพงศ์ เปึนประธาน คณะอนุกรรมการ และคณะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีท่าน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช เปึนประธาน คณะอนุกรรมการ ทั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และคณะอนุกรรมการอีก ๓ คณะดังกล่าวได้รับมอบหมายภารกิจ จากรัฐสภาไปทํางานแทนพวกเราและได้เสนอทางออกในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ที่ขณะนี้เกิดความแตกแยกอย่างรุนแรง โดยได้เสนอทางออกที่ค่อนข้างจะเปึนรูปธรรม ในการแก้ไขปัญหา ทั้งระยะสั้น ระยะปานกลางและระยะยาว มาให้ที่ประชุมรัฐสภา พิจารณา ซึ่งกระผมต้องขอขอบคุณเปึนอย่างสูงจริง ๆ ถ้าจะเท้าความกัน ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลได้ขอให้มีการเป่ดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุม ร่วมกันของรัฐสภา โดยไม่มีการลงมติเพื่อรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภา ภายหลัง จากการสลายการชุมนุมทางการเมืองเมื่อช่วงเดือนเมษายนช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา หลังจากนั้นวิปทั้ง ๓ ฝ์าย อันประกอบไปด้วยวิปวุฒิสภา วิปฝ์ายรัฐบาลและวิปฝ์ายค้าน ต่างก็ปรึกษาหารือกันเพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหา รวมทั้งท่านประธานรัฐสภาเอง ท่านรองประธานรัฐสภา และท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้ให้ความเห็นชอบกับแนวทางนี้ ให้นําปัญหาเข้าสู่เวทีของรัฐสภา ให้รัฐสภาเปึนผู้แก้ไขและคลี่คลายปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีมารับปากกับสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้เองว่าคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีตัวแทน จากทุกฝ์ายไปดําเนินการมีข้อสรุปอย่างไร รัฐบาลก็จะดําเนินการเพื่อนําความปรองดอง สมานฉันท์เกิดขึ้นให้ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะนี้โอกาสมาถึงพวกเราแล้ว ถ้ามีโอกาสแล้วเราไม่ร่วมกันแก้ไขปัญหาของชาติ มัวแต่ทะเลาะกัน ปัญหาก็ยิ่งจมลึก ไปเรื่อย ๆ หากมีการเอารัดเอาเปรียบกัน คนอื่นที่อยู่นอกระบบเขาเข้ามาแก้แน่ และปัญหาก็จะยิ่งจมลึกไปยิ่งขึ้นเปึนวงจรอุบาทว์ที่เกิดขึ้นมิรู้จบ ท่านประธานก็คง จะเห็นชัดเจนเหมือนกับผมว่าอํานาจนอกระบบที่เข้ามาแก้ไขปัญหาของชาติ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายนที่ผ่านมา ปัญหามันจมลึกไปเรื่อย ๆ แน่นอนครับ ท่านประธานครับ คนคิดแก้ไขปัญหาของชาตินั้นล้วนหวังดีต่อบ้านเมือง แต่การแก้ไขปัญหาบ้านเมืองไม่ใช่แนวทางที่เขาถนัด เขาเหมาะที่จะไปรบกับอริราชศัตรู ก็ไม่โทษกันหรอกครับท่านประธานเพราะเขาหวังดี แต่ในขณะเดียวกันเมื่อปัญหา มาสู่พวกเราแล้วเราควรจะแก้ไขปัญหาของเรากันเอง
ท่านประธานที่เคารพครับ คณะปฏิวัติทุกคณะเมื่อดําเนินการปฏิวัติเสร็จ ล้วนสร้างเกราะกําบังตัวเอง เช่น ออกกฎหมายนิรโทษกรรมตัวเองในภายหลัง จะเปึน อย่างนี้ทุกคณะ แต่คณะนี้พิสดารพันลึก ออกกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๙ บทเฉพาะกาล คุ้มครองตนเองและพวกพ้องที่ดําเนินการใด ๆ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ว่าเปึนการดําเนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย ทั้งอดีต ปัจจุบันและอนาคต คงมี ประเทศเดียวในโลกที่ตรากฎหมายอย่างนี้ได้ ดังนั้นองค์กรอิสระซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ว่าจะทําการใด ๆ อย่างไร ล้วนมีมาตรา ๓๐๙ คุ้มครอง เปึนอย่างนั้น หรือเปล่าครับท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น (UN) อีก ๒ วันข้างหน้านี้ ประเทศไทยเปึนหนึ่งในภาคีของ ยูเอ็น เปึนหนึ่งในภาคี ของกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งขึ้นอยู่กับ ยูเอ็น หากมีคนถามว่าประเทศของท่าน ใช้กฎหมายนี้เปึนหลักในการปกครองประเทศอย่างนั้นหรือ ท่านนายกรัฐมนตรีจะตอบเขา เหล่านั้นอย่างไร หรืออีกมาตราหนึ่ง มาตรา ๒๗๘ ซึ่งคนทั่วไปอาจจะมองข้าม แต่ผม เห็นว่าสําคัญ นั่นก็คือประเทศไทยเราใช้ศาลเดียว ในการพิจารณาพิพากษาดําเนิน คดีอาญาผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง แต่ในขณะเดียวกันประเทศไทยเราเปึนภาคี ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิพลเมืองของ ยูเอ็น เขากําหนดเลยครับท่านประธาน เขากําหนดว่าภาคีสมาชิกจะใช้ศาลเดียวไม่ได้ ต้องให้ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิอุทธรณ์ได้ เช่น อย่างกรณีนี้ควรมีสิทธิอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาได้ หากท่านนายกรัฐมนตรี ไป ยูเอ็น อีก ๒ วันข้างหน้าตามที่ผมได้กล่าวแล้ว แล้วมีคนเขาถามว่าประเทศของท่าน ซึ่งเปึนภาคีสมาชิกของกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งขึ้นอยู่กับ ยูเอ็น ยังใช้ศาลเดียวในการ พิจารณาพิพากษาคดีอยู่หรือไม่ ท่านจะตอบเขาว่าอย่างไร ดังนั้นถ้ามีการพิพากษา คดีอาญาผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง แล้วให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ถ้าประเทศนั้น เปึนภาคีสมาชิกของ ยูเอ็น เขาอาจจะตั้งข้อรังเกียจ ไม่ส่ง ถ้าประเทศไทยไม่ทําตาม กฎข้อบังคับของ ยูเอ็น ที่ไม่ยอมรับฟังศาลเดียว ท่านประธานครับนี่ผมแค่ยกตัวอย่างเพิ่มเติม ๒ ประเด็น จากเพื่อน ๆ สมาชิกที่มีความเห็นว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญควรจะมีการแก้ไข ได้แล้ว ความจริงแล้วพรรคเพื่อไทยได้เตรียมร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญไว้พร้อมที่จะเสนอ ต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณา แต่เราเจียมตัวครับท่านประธาน เพราะเราเสียงข้างน้อยคงต้อง ฟังเสียงส่วนใหญ่ โดยเฉพาะรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีจะมีความจริงใจและมีภาวะผู้นําในการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์มากน้อยแค่ไหน อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยังมองโลกในแง่ดี แม้จะมีสัญญาณออกมาเปึนระยะ ๆ ว่าจะมีการยื้อเวลาออกไป ทําไมมองอย่างนั้น จากการแสดงท่าทีของแกนนํารัฐบาล เช่น ไม่ว่าจะประวิงเวลาที่คณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่งรายงานมาถึง ๒ เดือน ถ้าไม่ทวงก็ยังถูกดองเค็มอยู่ ไม่ว่าจะเปึนการส่งสัญญาณจากแกนนํารัฐบาลว่า จะแก้รัฐธรรมนูญเพียง ๒ ประเด็น คือ มาตรา ๑๙๐ และเขตเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเปึนมติของวิปที่จะให้มี สสร. ๓ เพื่อแก้รัฐธรรมนูญอันเปึนการยื้อเวลา อย่างชัดเจน ท่านประธานครับ สื่อมวลชนเขาติดตามความจริงใจของรัฐบาลในการสร้าง ความปรองดองสมานฉันท์ เช่น หนังสือพิมพ์มติชน เขาเขียนบทนําถึง ๓ ครั้งในระยะเวลา ไล่เลี่ยกัน สุดท้ายเขาก็หมดหวังกับท่าทีของรัฐบาล ไม่ว่าที่ว่าจะเปึนผู้นําในการสร้าง ความปรองดอง ความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้น แต่ท่านประธานครับ ผมยังไม่หมดหวัง ผมยังมีฟางเส้นสุดท้ายให้เกาะอยู่ นั่นก็คือนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ที่พูดไว้ ตอนหาเสียง ผมได้ไปค้นนโยบายหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ นโยบาย ๙๙ วัน เราทําได้ เขียนไว้ข้อแรกเลยครับท่านประธาน ให้ความสําคัญกับการสร้างความปรองดอง ความสมานฉันท์ ผมมั่นใจว่านี่เปึนจิตสํานึกที่ตั้งใจจะทํา ไม่อย่างนั้นคงไม่เขียนไว้ เมื่อมาเปึนรัฐบาล แม้เปึนรัฐบาลผสมก็ยังเขียนไว้เปึนข้อแรกอีก และเน้นเปึนนโยบาย เร่งด่วนด้วย การที่ท่านได้รับเลือกมา ๑๐๐ กว่าเสียง ผมก็มั่นใจว่าประชาชน เขาอยากเห็นท่านทําตามนโยบายที่หาเสียงไว้ ดังนั้นฟางเส้นนี้ ผมยังฝากความหวังไว้ เพราะท่านเปึนรัฐบาล ท่านเปึนเสียงข้างมาก ท่านนายกรัฐมนตรีและสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ อาจจะเห็นว่าการสร้างความปรองดอง ความสมานฉันท์ สร้างฝ์ายเดียวไม่ได้ ตบมือข้างเดียวไม่ดัง เปึนเรื่องถูกต้องครับท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะเจ็บปวดกับการที่ไปไหนมาไหนแล้วมีตีนตบ มีมือตบ มาต้อนรับ ถ้าเปึนผม ผมก็เจ็บปวด ในขณะเดียวกันพรรคของกระผมถูกกระทําย่ํายี ยุบแล้วยุบอีก คนไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ประชาชนไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย เขาก็เจ็บปวดที่ต้องมา รับเคราะห์โดยที่ตนเองไม่ได้สร้าง พรรคของผมเจ็บปวดกับ ๒ มาตรฐานที่เกิดขึ้น ซึ่งผม ไม่อยากยกตัวอย่าง เพราะผมอยากสร้างความปรองดอง ความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้น แต่สังคมทราบดีครับว่า ๒ มาตรฐานนั้นมีอะไรบ้าง ผมมีโอกาสพบกับ ท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี อดีต ผบ.ทบ. และอดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งทํางาน ด้านความมั่นคง ทํางานเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทํางานในแนวทางสันติ ทํางาน ในแนวทางสร้างความปรองดอง ความสมานฉันท์มาตลอดชั่วชีวิตของท่าน ท่านให้ข้อคิด กับผมว่า คนที่ทํางานด้านความมั่นคง คนที่ทํางานเพื่อสร้างความสันติสุข คนที่ทํางาน เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ท่ามกลางความขัดแย้ง ต้องมีคุณสมบัติพิเศษ ประการหนึ่งที่สําคัญคือ ต้องมีความอดทน อดกลั้นสูง มีสป่ริท (Spirit) ที่จะทํางาน เพื่อส่วนรวมคือประเทศชาติ การที่จะต้องมีความอดทนสูง ยอมรับความเจ็บปวดที่ได้รับ แม้จะตั้งใจทําดี แม้จะถูกกล่าวหาเสียเอง ยกตัวอย่างครับท่านประธาน การต่อสู้ เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ ท่านก็ต้องไปใกล้ชิดสนิทสนามกับปรมาจารย์ทางด้านทฤษฎี คอมมิวนิสต์ นั่นก็คือ อาจารย์ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร เพื่อทราบความคิดของเขาในการ ต่อสู้ทางการเมือง แล้วก็นํามาวิเคราะห์ วิจัย เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ นโยบาย ๖๖/๒๓ จึงเกิดขึ้น แล้วเราก็เอาสถาบันหลักของชาติไว้ได้ตราบเท่าทุกวันนี้ ท่านประธานครับ แต่ท่ามกลางความสําเร็จที่ยุติความรุนแรงได้ที่ไม่ให้คนไทยฆ่ากันเอง ท่านก็ถูกกล่าวหาเสียเองว่าเปึนคอมมิวนิสต์ นั่นคือเปึนความเจ็บปวดในอดีตที่ท่านได้รับ หรือยกตัวอย่างใกล้ตัวอีกนิดหนึ่ง ว่าคนทํางานเพื่อชาติบ้านเมืองต้องยอมรับ ความเจ็บปวด ประชาชนจะเข้าใจภายหลังเอง เมื่อเวลาผ่านไปกรณีการสลายการชุมนุม ที่หน้ารัฐสภา เมื่อ ๗ ตุลาคมที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ผมมีโอกาสเข้าไปฟังและสังเกต การประชุม ครม. นัดพิเศษ เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ก่อนเกิดเหตุการณ์ ๑ วัน ในฐานะที่ผม เปึนคณะทํางานของรองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เผื่อท่านจะเรียกใช้ หรือเรียกหาข้อมูล ผมกล้ายืนยันได้เลยครับท่านประธาน และคิดว่าผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านก็มีข้อมูลตรงกัน นั่นก็คือในวันนั้นมีการพิจารณากันเพียง ๒ ประเด็นหลัก ๆ เท่านั้น ก็คือเมื่อมีการป่ดล้อมสภา โดยกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง ผมไม่ขอบอกหรอกครับว่าเปึนสีอะไร ท่านคงทราบดี ที่ประชุมเปึนห่วงเรื่องความปลอดภัยของประชาชน เปึนห่วงมาก ห่วงจริง ๆ ท่านประธาน ก็เสนอความเห็นกัน ๒ ประเด็นเท่านั้น คือ ๑. ย้ายสถานที่ประชุมไปหอประชุมแห่งชาติ สิริกิติ์บ้าง ไปหอประชุมกานตรัตน์บ้าง ไปหอประชุมกองทัพเรือบ้าง หอประชุมกองทัพบกบ้าง เปึนต้น หรืออีกประเด็นหนึ่งก็คือเลื่อนการประชุม เมื่อได้ข้อสรุปที่ประชุมก็มอบหมายให้ อาจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีสุขุมพงศ์ โง่นคํา รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ประสานกับท่านประธานรัฐสภา คือท่านประธาน ก็ได้รับคําตอบว่าสภามีไว้ให้ประชุม สภาเปึนสถานที่ประชุม ไม่ใช่เร่ร่อนไปประชุมที่โน่นที่นี่ เปึนสัมภเวสี ถ้าท่านประธานรัฐสภาจะตอบว่าให้คณะรัฐมนตรีไปแถลงนโยบาย ที่กระทรวงการต่างประเทศได้เหมือนเช่นที่รัฐบาลนี้ได้รับสิทธิพิเศษ ปัญหาก็คงไม่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ นั่นมันผ่านไปแล้ว เมื่อไม่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนสถานที่ประชุมจึงต้อง ดําเนินการประชุมตามกําหนด และเกิดเหตุการณ์ดังที่ทราบกันดี
ท่านประธานครับ ทุกคนทําตามหน้าที่ นักการเมืองทําตามหน้าที่ นักการเมือง ตํารวจทําตามหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ ทํางานด้านความมั่นคงเพื่อชาติบ้านเมืองและอยู่ในแนวทางสันติ แนวทางปรองดอง สมานฉันท์มาตลอดชีวิตจะโดนข้อหาสั่งให้เจ้าหน้าที่ตํารวจทําร้ายประชาชน ปราบปราม ประชาชน ยังดีที่มีกรรมการ ป.ป.ช. บางท่านซึ่งเปึนเสียงส่วนน้อยมีความเห็นว่าผู้ที่จะมี ความผิดอาญาดังกล่าวจะต้องมีเจตนาพิเศษ ซึ่งเปึนเหตุผลสําคัญในการต่อสู้คดีในโอกาสต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ทําไมผมยกตัวอย่างว่าผู้ที่จะต้องทํางานเพื่อสร้างความปรองดอง ความสมานฉันท์ ต้องมีความอดทนสูง ยอมรับความเจ็บปวด ยอมรับเสียงคัดค้าน มีภาวะผู้นําที่จะต้องทําเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ผมยกตัวอย่างก็เพื่อที่จะให้กําลังใจ ท่านนายกรัฐมนตรีให้ท่านสามารถทําตามนโยบายของท่านที่ได้แถลงต่อรัฐสภาไว้ การมีเสียงคัดค้านบ้างเปึนเรื่องธรรมดาของระบอบประชาธิปไตย คนไทยทั้งประเทศ กําลังมองดูพวกเราอยู่ครับท่านประธาน ว่าขณะนี้นี่เราทะเลาะกันอยู่ไม่กี่คนแต่ผล ของการทะเลาะกันของคนไม่กี่คนถึง ๑๐ คนหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจ แต่ทําให้คนไทย ทั้งประเทศ ๖๓ ล้านคนนี่เดือดร้อน มันเปึนไปได้อย่างไรท่านประธาน เราต้องมีหน้าที่ทําให้คนไทยทั้งประเทศสงบสุขถึงจะถูก เมื่อเราได้รับเลือกเข้ามาเปึน ตัวแทนของพี่น้องประชาชน ถ้าเราไม่ปรองดอง ไม่สมานฉันท์ อะไรจะเกิดขึ้นครับ ท่านประธาน นับจากนี้ไปเราจะดูถูกพี่น้องประชาชน ดูถูกความคิดของพี่น้องประชาชน ไม่ได้ ผมขอยกตัวอย่างครับท่านประธานให้เห็นชัด ๆ เลย พรรคไทยรักไทยถูกยุบ ก็เกิดพรรคพลังประชาชนขึ้นมา ถูกยุบอีกก็เกิดพรรคเพื่อไทย แต่ทําไมชาวบ้านยังเลือก เลือกแล้วเลือกอีกเหมือนกันแม้จะถูกยุบ เลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดสกลนคร ที่จังหวัด ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทยเปึนฝ์ายค้าน ถูกเอารัดเอาเปรียบทุกอย่าง ประชาชนก็เลือก ต้องขอประทานโทษท่านนายกรัฐมนตรีที่จะต้องยกตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งก็คือ ซึ่งมันเปึนข้อเท็จจริง เปึนผลการสํารวจครับท่านประธาน ของสถาบันแห่งหนึ่งที่สํารวจ ความนิยมของประชาชนระหว่าง พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตกเปึนผู้ต้องหา เปึนนักโทษ ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนไปอยู่ต่างประเทศ ท่านประธาน ผมขออนุญาตวิปฝ์ายค้านที่จะต่ออีกเล็กน้อยเพื่อที่จะให้จบ
ไม่ใช่
ไม่อย่างนั้น ไม่จบประเด็นครับ
ท่านจะเอานี้ ก็ต้องตัดยอมหรือยัง ประธานวิปฝ์ายค้าน เวลาก็ต้องเปึนเวลาครับ
ท่านไพจิต ขอให้ตัดเวลาของท่านไปส่วนหนึ่ง ถ้านับเวลาจากนี้ไปในส่วนที่เกินครับ
โอเค ครับ
ท่านประธานครับ ผมขอยกตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งซึ่งต้องขอประทานโทษ ท่านนายกรัฐมนตรีจริง ๆ ที่ต้องยกตัวอย่างนี้ คือผลสํารวจความนิยมของประชาชน ระหว่าง พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตกเปึนผู้ต้องหา เปึนนักโทษ ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนไปอยู่ต่างประเทศ เปรียบเทียบกับท่านนายกรัฐมนตรี คนปัจจุบัน ซึ่งอยู่ในอํานาจอยู่ในตําแหน่ง แต่ผลการสํารวจกลับปรากฏว่าคนนิยมในตัว พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีมากกว่า ทั้ง ๆ ที่ต้องหลบภัยไปอยู่ ต่างประเทศ ผมไม่ได้ต่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคนไม่ดี ท่านเปึนคนดี แต่ท่านขึ้นมา ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ไม่เปึนประชาธิปไตย ท่ามกลางตัวช่วยที่เปึนเผด็จการ ซึ่งสังคม ทราบดี ดังนั้นต่อกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ ท่านจะผลักดันคน ๑๐ กว่าล้านคน ไปอยู่อีกฝัืงหนึ่งหรือ ถ้าเปึนอย่างนั้นบ้านเมืองลุกเปึนไฟแน่ และผมก็มั่นใจว่าท่านคง ไม่ทําอย่างนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อมาดูรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางสร้างความสมานฉันท์ทางการเมืองของสังคมไทย ซึ่งมี ท่านตวง อันทะไชย เปึนประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางสร้างความ สมานฉันท์ทางการเมืองของสังคมไทย ได้เสนอให้จัดให้มีกระบวนการเจรจาเพื่อสันติ กลุ่มเปัาหมายก็เปึนกลุ่มบุคคล กลุ่มการเมือง กลุ่มที่มีความขัดแย้ง ข้อเสนอดังกล่าว สอดคล้องกับความเห็นของผู้อาวุโสทางการเมืองท่านหนึ่ง คือ ท่านบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ซึ่งเราคนไทยทั้งหลายก็เห็นใจท่านเช่นกันที่พรรคชาติไทย ของท่านก็ถูกยุบ ข้อเสนอของท่านผู้อาวุโสทางการเมืองซึ่งผ่านร้อน ผ่านหนาวมายาวนาน สมควรที่รัฐบาลจะรับไว้พิจารณา ผมเองก็เห็นด้วยกับแนวทางนี้นอกเหนือจากการแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญที่เราส่วนใหญ่พูดกันในวันนี้
ท่านประธานที่เคารพครับ ประการต่อมาที่ผมขอฝากท่านนายกรัฐมนตรี ก็คือการดูตัวอย่างการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนไทยด้วยกันเองในอดีต ที่ประสบความสําเร็จเปึนอย่างดี ดังที่ผมได้กราบเรียนในเบื้องต้นในอดีตคนไทยฆ่ากันเอง ด้วยการแตกต่างทางด้านความคิดถึงกับหลบหนีเข้าป์า เอาอาวุธต่อสู้กับรัฐบาล ในป้หนึ่ง ๆ ในหลวงกับพระราชินีของเราทรงทุกข์โทมนัส ต้องไปพระราชทานเพลิงศพ ทหาร ตํารวจ ฝ์ายปกครอง อส. ที่ตายในหน้าที่ป้ละนับพันคน สุดท้ายผู้ที่เสนอยุทธศาสตร์การเมืองนําการทหาร คือ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ และคณะอีกหลายท่านได้เสนอนโยบายดังกล่าวต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น คือ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ จึงเกิดผู้ร่วม พัฒนาชาติไทยขึ้น ท่านประธานครับ ออกจากป์ามาพัฒนาบ้านเมือง บ้านเมืองจึงสงบสุข ผมอยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีดูตัวอย่างที่ท่าน พลเอก เปรม ท่านมีเมตตา มีอภัย สันติสุขจึงเกิดขึ้น ท่านเปึนผู้ลงนามในคําสั่ง ๖๖/๒๓ ซึ่งยังกล่าวขวัญกันมาจนทุกวันนี้ ถามว่าข้าราชการทําถูกทั้งหมดไหม คงไม่ทําถูกทั้งหมด เพราะไม่อย่างนั้นประชาชน คงไม่เข้าป์า ในขณะเดียวกันถามว่าประชาชนต่อสู้ด้วยกําลัง ฆ่าคนบริสุทธิ์ตายจํานวน มากทําถูกไหม คงทําไม่ถูกทั้งหมด หรือผิดทั้งหมด สุดท้ายผู้บริหารในขณะนั้นคือ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ มีเมตตา และอภัย ซึ่งเปึนยุทธศาสตร์สําคัญของบ้านเมือง นําการเมือง เอาการเมืองนําการทหาร จึงนํามาซึ่งความสงบสุข บัดนี้ท่านยังทํางาน สําคัญให้บ้านเมืองอยู่ แม้ท่านจะไม่เกี่ยวกับการเมือง แต่ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรี ควรจะไปขอคําแนะนําจากท่าน เพราะคําว่า เมตตาและอภัย เปึนธรรมะที่ผมมั่นใจว่า ติดตัวท่านตลอด คนทํางานเรื่องความมั่นคงมาชั่วชีวิตละทิ้งธรรมะข้อนี้ คงไม่มีหรอก ท่านประธาน อยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีเอาประสบการณ์ของท่านที่ทําดีให้กับ บ้านเมืองมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ ความสงบสุขก็จะเกิดขึ้น
ประการสุดท้ายครับท่านประธาน ผมได้มีโอกาสอ่านพระธรรมเทศนาของ พระธรรมกิตติเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม ซึ่งรับพระราชทานถวายเทศน์เนื่องในวันฉัตรมงคล ณ พระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๓ พฤษภาคม ในหัวข้อ สันติสุขกถา และได้มีโอกาสฟังด้วยหูของตนเอง ซึ่งถือเปึนมงคลยิ่งที่ท่านได้ไปเทศนาที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ในโอกาสทําบุญอุทิศ ส่วนกุศลให้กับทหาร ตํารวจและข้าราชการที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกปัองรักษา ประเทศชาติ ธรรมะซึ่งตรงกับการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองในขณะนี้ที่พระคุณเจ้าสะท้อน ออกมาสู่สังคมก็คือ เมตตา อภัย สันติ ผมขอยกตัวอย่างประโยคซึ่งสําคัญสัก ๒ ประโยค ท่านประธาน ประโยคแรก โลกของเราเวลานี้กําลังเปึนโรคร้าย อันก่อตัวมาจากแรง กระตุ้นของความโกรธ ความเกลียด ความอาฆาต ความพยาบาท ความลุ่มหลงในอํานาจ จําต้องอาศัยยาดี คือ เมตตา อภัย สันติ อีกประโยคครับท่านประธาน ถ้าจะ ทําศึกสงคราม พระพุทธเจ้าให้ต่อสู้กับตนเอง ให้มองเข้ามาข้างใน หาข้อบกพร่อง ของตนเองให้พบ จับผิดตนเองให้ได้ แล้วแก้ไขตนเองให้เรียบร้อย แต่ถ้าจะมองออกไป ข้างนอก หรือมองไปที่คนอื่นให้มองเปึนเมตตา มองแล้วให้อภัยกัน ให้เกิดสันติสุข หาทาง จับถูกแทนการจับผิด ผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่าจะเห็นการประชุมในวันนี้รัฐบาลจะรับ ข้อเสนอแนะไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการสร้างความปรองดอง ความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้น ให้จงได้ เราต้องแก้ไขปัญหาของเราเอง อย่าให้อํานาจนอกระบบมาทําให้ปัญหาจมลึก ไปอีก ขอขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านชวลิตใช้เวลา ๒๘ นาที กับ ๑๒ วินาทีนะครับ จดเอาไว้ด้วย ต่อไป ท่านสิงห์ชัย ทุ่งทอง ๘ นาทีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ พี่และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ส.ว. จากจังหวัดอุทัยธานี นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ท่านประธานครับ อย่าเพิ่งบันทึกเวลาผม ขอผมแสดงความคิดเห็นสัก นิดหนึ่งในเรื่องการถ่ายทอด สิ่งนี้มันบ่งบอกถึงการทํางานของรัฐบาลว่าการถ่ายทอดนั้น เปัาหมายเพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ว่าพวกเราทําอะไรกัน แต่ท่านกลับเอาเวลาช่วงหนึ่ง ไปถ่ายทอดฟุตบอล
คืออย่างนี้ครับคุณสิงห์ชัยครับ คือเขาได้ทําสัญญากับการกีฬาแห่งประเทศไทยไว้ เขาทําก่อนที่เราจะได้บรรจุ
ผมยังไม่ได้ว่าครับ ท่านประธานครับ แต่ผมกําลังจะบอกว่าวิธีการทํางานนั้นถ้าเปัาหมายเราคืออะไร มันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่ถ้าเราทําอะไรปราศจากเปัาหมาย สักแต่ว่าขอให้ ทําเสร็จ ๆ ไปมันทําได้ครับ ผมขอแสดงความคิดเห็นในฐานะสมาชิกวุฒิสภาครับ ท่านประธานครับ
เข้าเรื่องเลยครับ
ท่านประธานครับ วันนี้เรามาพูดกันในเรื่องความสมานฉันท์ในเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญ ในส่วนตัวผมนั้น ผมจะไม่พูดในรายละเอียดของรัฐธรรมนูญ ผมไม่ใช่นักกฎหมาย ผมเปึนสถาปนิก ย้ํานะครับการที่ผมมาทํางานการเมืองเวลาผมมองเรื่องอะไร ผมจะคํานึงถึงเปัาหมายว่า คืออะไร หลังจากนั้นวิธีการค่อยว่ากันไป ในรายละเอียดผมเพียงแต่ให้เลขานุการผมสรุป แล้วผมก็จะคิดว่ามันตรงเปัาหมายที่ผมต้องการหรือไม่ ระยะเวลาที่ผ่านมาเกือบป้ ๑๐ กว่าเดือนนะครับ ผมเฝัาดูการทํางานของรัฐบาลเกิดความแตกแยกก็มีผู้หลักผู้ใหญ่ ออกมาพูดต้องสมานฉันท์ รักสามัคคี แล้วมันอย่างไรครับ จับต้องไม่ได้เลย ผมพูดไม่ใช่ ต่อต้านหรือคัดค้าน ผมได้ไปช่วยยกมือท่านรัฐบาลที่กระทรวงการต่างประเทศ ท่านเห็น เปัาหมายของผมไหมครับว่าสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ ผมกล้าสรุปได้เลยวันนี้ ผมอาจจะเปึน คนที่พูดอะไรตรงไปตรงมานะครับ ก่อนวันที่ ๑๙ กันยายน ความเปึนมาเปึนไป ของประเทศชาติ เศรษฐกิจโดยรวม ความเปึนอยู่ของประชาชนเปึนอย่างไรครับ หลังวันที่ ๑๙ จนถึงวันนี้เปึนอย่างไรครับ ถามว่าหลังวันที่ ๑๙ จนถึงวันนี้ ดีกว่า ก่อนวันที่ ๑๙ ไหมครับ ผมไม่ต้องพูดรายละเอียดหรอกครับว่าอะไรเปึนอะไรพิสูจน์ได้ง่าย ๆ แค่นี้ครับ
ประเด็นต่อมาผมถามอีกครั้งหนึ่งว่าถ้าผมเปึนมนุษย์คนหนึ่ง วันหนึ่ง ผมจะต้องโดนยึดเงิน ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปุถุชนมนุษย์ธรรมดาผมถามว่าผมยอมไหมครับ ผมไม่ยอมหรอกครับ ตายเปึนตาย นี่คือความเปึนจริงของมนุษย์ครับ ที่ผมเริ่มอย่างนี้ เพราะอะไร ผมอยากจะบอกทางรัฐบาลว่าหรือผู้ที่มีอํานาจในบ้านเมืองในประเทศแห่งนี้ว่า ท่านควรจะใช้วิธีสมานฉันท์คุยกันครับ ไม่ต้องมาบอกประชาชน ท่านไปแอบคุยกัน ที่ไหนก็ได้ไม่มีใครว่า เพื่อเปัาหมายความสงบสุข ความร่มเย็นของประชาชนทั้งประเทศ ท่านจะมาบอกผม ท่านจะมาบอกใช้ จีดีพี (GDP) ตัวเลขอะไรต่าง ๆ มาสรุปให้ผม ไม่ใช่ ผมเปึนสมาชิกวุฒิสภามาจากประชาชน ถึงอย่างไรก็แล้วแต่วันนี้ผมมาอยู่ในตําแหน่ง ในวันนี้ วิธีการตรวจสอบผมว่าประชาชนเปึนอย่างไรรู้ไหมครับ ผมจะกินข้าว ซื้อกับข้าว ผมไปเดินตลาดนัดครับ สิ่งที่ผมได้ที่ตลาดนัดคืออะไร ผมได้พูดคุยกับแม่ค้า ได้ถามประชาชน สิ่งที่เขาตอบคือความจริงครับ ว่ามันไม่ได้ดีขึ้นเลย อิทธิพลเต็มบ้าน เต็มเมือง อภิสิทธิ์ชนเต็มบ้านเต็มเมือง ยาเสพติดมากมายหลายอย่าง ถามว่ารัฐบาล หรือผู้บริหารไม่มีความสามารถหรือ ไม่ใช่ครับ แต่ท่านเหล่านั้นไม่มีเวลามานั่งคิดครับ มีเวลาเพียงแต่ว่าแก้ปัญหาทางการเมือง ยกตัวอย่างท่านนายกรัฐมนตรีถึงผู้บัญชาการ ตํารวจแห่งชาติ เดือนกว่าแล้วครับ ผมตําหนิสื่อมวลชนด้วย ผมเสียเวลา ค่าน้ํา ค่าไฟ ไปกับทีวี วัน ๆ เอาไมค์จ่อปากถามอย่างเดียวว่าใครจะเปึนผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ จะรอเทวดามาเกิดหรือครับ ท่านตัดสินใจได้ ไม่ต้องมาบอกผมครับ ผมไม่อยากสนใจหรอกว่าเบื้องหน้า เบื้องหลัง เหล่านั้นมันคืออะไร แต่ท่านตัดสินใจสิครับ เอาสมองไปคิดแก้ปัญหาให้ประเทศชาติ วัน ๆ หนึ่งไม่มีครับ มีแต่ถามเรื่องปัญหาการเมือง ผมจะกลับมาเรื่องสําคัญคือเรื่องการ แก้รัฐธรรมนูญนะครับ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมนี่นะครับ ถ้าผมเปึนนายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ประชาชนธรรมดา แต่ผมเปึนคนไทย ผมมีความรู้สึกรู้สากับความเดือดร้อน ผมสนใจ บ้านเมือง เพราะเปึนบ้านเมืองของผม ตั้งแต่เล็กจนโตผมสัมผัสการเมืองมา มันจึงทําให้ ผมมีความสนใจความเปึนมาเปึนไปของประชาชนและประเทศชาติ ถ้าผมเปึนนายสิงห์ชัย ผมอาจจะเปึนเสื้อเหลือง เสื้อแดง เสื้อเขียวอยู่ที่สนามหลวงก็ได้ ถ้าสภาวะ ของประเทศชาติเปึนอย่างนี้ แต่วันนี้ผมเปึนสมาชิกวุฒิสภา เปึนตัวแทนของ ชาวจังหวัดอุทัยธานี มาทําตําแหน่งหน้าที่ในสมาชิกวุฒิสภาและเปึนตัวแทน ของประชาชนทั้งประเทศ ผมก็พยายามยึดหลัก อะไรที่อยู่ในระบอบ พอที่จะแก้ไขปัญหา สร้างความสมานฉันท์ให้กับประเทศชาติได้ วันหนึ่งมีเพื่อนสมาชิกมีแนวความคิดว่า เพราะว่ารัฐบาลได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๒ คณะ คือคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ผมก็ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิก วุฒิสภาได้ไปเปึนกรรมการในการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง สิ่งที่ผมเข้าไป ผมได้เห็นก็คือว่าคนเรานั้น โดยพื้นฐานของนักการเมืองที่นั่ง ณ ที่นี่ หรือไม่ได้นั่ง ณ ที่นี่ ผมเชื่อว่าทุกคนรักประเทศชาติทุกคน ตามที่เราได้พูดคุยกัน มองหน้ากัน สิ่งที่ตัวเองอยากได้ สิ่งที่คนโน้นอยากได้ สิ่งที่คนนี้ไม่อยากได้ ทุกคน ก็มาหล่อหลอม มีเหตุ มีผล สามารถสรุปประเด็นออกมาได้ นี่เปึนเรื่องสําคัญ เพราะฉะนั้นการแก้รัฐธรรมนูญ ผมไม่ค่อยได้สนใจรายละเอียดหรอกครับ แต่เรา ต้องยอมรับกันนะครับว่า รัฐธรรมนูญเปึนส่วนหนึ่งที่สร้างความขัดแย้งต่อนักการเมือง และผมถามว่านักการเมืองเหล่านั้นมีอิทธิพลต่อประชาชนหรือไม่ มีใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเขายื่นให้ผมได้เซ็น ผมก็บอกว่าเปึนโอกาสผมแล้ว ถือว่าเปึนช่องทาง ที่อยู่ในระบบ อย่างน้อยที่สุด ผมยังไม่รู้หรอกครับว่าสิ่งที่ผมเซ็นไปนั้นมันจะได้มีการโหวต กันไหม แต่เปึนจุดเริ่มต้น คนเรานี่นะครับ เราจะนับ ๑ ถึง ๑๐๐ ถึง ๑,๐๐๐ ถึง ๑๐,๐๐๐ ถึง ๑๐๐,๐๐๐ ก็ต้องเริ่มจาก ๑ใช่ไหมครับ ฉันใดก็ฉันนั้นครับ ในเมื่อผมเปึนสมาชิก วุฒิสภา ตําแหน่งหน้าที่ผมจะต้องให้มันอยู่ในกรอบ ในกฎกติกา มีคนมานําเสนอ ผมก็คิดว่าสิ่งที่ผมจะเริ่ม การมาเสนอแก้รัฐธรรมนูญมันทําให้รัฐบาลจึงมีวันนี้ให้เราได้มา ถกเถียงกัน แต่มีนักวิชาการหรือพวกมันสมองกลุ่มหนึ่งจะมาถอดถอนผมแล้ว คิดได้ อย่างไรครับ การถอดถอนนักการเมืองมันหมายถึงการฆ่ากันใช่ไหมครับ ท่านเอาสมอง ส่วนไหนคิด ท่านมี ไอคิว (IQ) ไอคิว คืออะไรครับ ไอคิว คือ อินเทลลิเจนซ์ โควชั่นท์ (Intelligence Quotient) คืออะไรครับ คือความฉลาดทางสติปัญญา มีความฉลาดในการ วางกรอบหรือพูดจาวิเคราะห์ต่าง ๆ เปึนละเอียด แต่ท่านขาด อีโมชั่น โควชั่นท์ (Emotional Quotient) คืออะไรครับ คือความฉลาดทางอารมณ์ นึกถึงอกเขาอกเรา มีความอดทน มีสัมมาคารวะ นั่นละครับท่านป์าวประกาศว่าท่านจะสมานฉันท์ รักชาติ แต่ท่านบอกว่าจะถอดถอนเรา ท่านได้สร้างศัตรูขึ้นมาอีก ๕๐ คนแล้ว และ ๕๐ คนนี้มีพี่ น้อง มีคนที่เลือกตั้งอีกเปึนล้านคน คิดได้อย่างไรครับ วันนี้มันยังไม่ถึงจุดนั้น เพราะผมได้ ถอดถอนออกมา แต่ผมจะขอเตือนสติท่านทั้งหลายที่มีองค์ความรู้ทั้งหลาย ท่านอย่ามีแต่ ไอคิวครับ ขอให้มี อีคิว (EQ) ด้วย วันนี้ผมดีใจครับ อย่างน้อยที่สุดรัฐบาลได้เป่ดให้ผม ได้แสดงความคิดเห็น แต่เปึนที่น่าเสียดายว่าคนที่จังหวัดอุทัยธานีไม่ได้ยินสิ่งที่ผมพูด ไม่ได้ยินบุคคลที่เขาให้ไปเปึนตัวแทนของเขา วันนี้ผมขอฝากไว้เท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ได้ยินครับ เพราะว่า วิทยุกระจายเสียงของรัฐสภาเขาถ่ายทอดตลอดครับ ต่อไป นายแพทย์อลงกต มณีกาศ ครับ ๑๐ นาทีครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์อลงกต มณีกาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อแผ่นดิน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมขออนุญาตชื่นชม คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ได้หาทางออกให้กับประเทศในการแก้ไขวิกฤติทางการเมืองในครั้งนี้ ผมเชื่อมั่นว่าทางออกที่ทางคณะกรรมการชุดนี้ได้เสนอนั้นนะครับ ถ้าทํากันอย่างจริงจัง ทุกฝ์ายผมเชื่อมั่นว่าประเทศชาติของเราคงจะผ่านพ้นวิกฤติในช่วงนี้ไปได้ แต่สิ่งหนึ่งแล้ว ผมอยากฝากไปถึงรัฐบาลครับว่าหลังจากที่ท่านรับเรื่องนี้ตั้ง ๒ เดือนกว่า ๆ แล้ว แต่ยัง ไม่เห็นผลงานด้านความสมานฉันท์เปึนรูปธรรมนามธรรมอย่างชัดเจน การสร้าง ความสมานฉันท์นั้นเท่าที่ผมดูในข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นคงต้องใช้เวลา ทําครั้งเดียวก็คงจะไม่ได้ผล กว่าจะสร้างความยั่งยืน ผมอยากจะเปรียบในเรื่องของการเมืองกับการกีฬา จริง ๆ แล้ว นักกีฬากับนักการเมืองน่าจะคล้าย ๆ กัน แต่นักกีฬาเขามีปรัชญาอยู่ว่ารู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย แต่ในทางการเมืองผู้แพ้ก็จะพยายามโวย ส่วนผู้ชนะก็จะพยายามเหยียบย่ําเพื่อไม่ให้ผู้แพ้ ได้มีโอกาสแก้ตัว แต่ถ้าเมื่อไรบ้านเมืองของเราเหมือนประเทศที่เจริญแล้ว นักการเมือง มีการพัฒนาคุณภาพเหมือนนักกีฬารู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ผมคิดว่าแนวทางการสมานฉันท์นั้น ไม่จําเปึนต้องทําก็เกิดขึ้นมาได้ ผมมีความเชื่ออยู่อย่างครับท่านประธานว่าต้นเหตุ ของการเกิดวิกฤติทางการเมืองในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเปึนการแบ่งสี แบ่งฝ์าย แบ่งขั้วต่าง ๆ มาจากผลพวงของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ผมเองมาจากจังหวัดนครพนมเปึนจังหวัดที่ ติดอันดับหนึ่งของประเทศในเรื่องของการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ หรือโนโหวต ส่วนตัวผมเองตอนนั้นผมเปึนข้าราชการอยู่ ผมก็ไปโดยความเชื่อว่า มีผู้หลักผู้ใหญ่บ้านเมืองพูดเสมอครับว่าให้รับร่างฉบับนี้ไปก่อนแล้วค่อยมาแก้ไขกัน ทีหลัง ซึ่งพี่น้องประชาชนในจังหวัดนครพนมผมก็ได้สอบถามหลายต่อหลายท่าน ถามเรื่องของเนื้อหา เรื่องของรายละเอียดของรัฐธรรมนูญ ชาวบ้านเขาไม่รู้หรอกครับ อันนี้เรียนด้วยความสัตย์จริง แต่ชาวบ้านสงสัยและเคลือบแคลงที่มาของร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ บางคนก็บอกว่าไม่อยากจะรับร่างนี้ เพราะว่าเปึนร่างที่มาจากเผด็จการ ขัดต่อหลักประชาธิปไตย ซึ่งสุดท้ายครับหลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลบังคับใช้แล้ว ก็เหมือนที่ท่านทั้งหลายได้ทราบกันเกิดปัญหาหลายต่อหลายอย่าง พี่น้องประชาชน ก็เข้าใจไปคนละแบบ ความคิดแตกแยกกัน บางคนบอกว่ามี ๒ มาตรฐานบ้าง บางคน บอกว่ากติกามันไม่เปึนธรรมบ้าง แล้วบางคนก็บอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มันมุ่งที่จะไป ทําลายล้างอีกฝ์ายหนึ่งบ้าง ฉะนั้นแล้วผมถือว่าวันนี้ที่ประชุมแห่งนี้ในรัฐสภาจําเปึนอย่างยิ่ง ที่จะหาทางออกให้กับประเทศชาติโดยการที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ ถ้าการแก้ไข รัฐธรรมนูญไม่เกิด ผมเชื่อมั่นว่าความสมานฉันท์นั้นคงจะไม่กลับมาอย่างแน่นอน เนื่องจากว่าเปึนความเชื่อในระดับลึก ๆ ของชาวบ้านไปแล้วว่าฉบับที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ มันไม่ได้มาจากหลักประชาธิปไตย ขัดหลักต่อความรู้สึกของชาวบ้านนะครับ และในที่ประชุมของพรรคเพื่อแผ่นดินของกระผมได้มีการประชุมหารือกันหลายรอบ สิ่งหนึ่งที่ในที่ประชุมได้สรุปเปึนมติของพรรคอยากจะให้แก้ ๒ ประเด็นที่มีความเห็น ตรงกัน ก็คือในเรื่องของมาตรา ๑๙๐ กับที่มาของ ส.ส. ซึ่งก็สอดคล้องกับในพื้นที่ ของจังหวัดนครพนมและหลายจังหวัดของอีสานที่เพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดิน ได้เสนอกันในที่ประชุมว่าอยากจะได้กลับไปใช้เขตเดียวเบอร์เดียวเหมือนแต่ก่อน สืบเนื่องจากว่าเขตกว้างใหญ่มาก พี่น้องประชาชนแทบจะไม่ได้พบ ส.ส. ได้พบแค่ ผู้แทนของผู้แทน ผู้แทนของผู้แทนก็คือตัวแทนของ ส.ส. นั่นเอง ส.ส. ตัวจริงแทบจะ ไม่ได้พบนะครับ การที่จะไปสัมผัสความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมันลงไปไม่ครบ ทุกพื้นที่ ผมเปรียบเสมือนกับพี่น้องประชาชนไปใช้บริการที่โรงพยาบาลครับ เขตใหญ่ เหมือนกับโรงพยาบาลทั้งจังหวัดมีอยู่โรงพยาบาลเดียว การที่ชาวบ้านจะไปใช้บริการมัน ยากลําบากเหลือเกิน แต่ถ้าเขตเล็กเปรียบเสมือนกับกระจายโรงพยาบาลไปยังอําเภอต่าง ๆ มีโรงพยาบาลชุมชน ชาวบ้านก็สามารถเข้าถึงง่าย สามารถไปใช้บริการได้ง่ายแล้วก็สะดวก ทาง ส.ส. หรือทาง ผู้แทนราษฎรก็สามารถดูแลพี่น้องประชาชนได้อย่างใกล้ชิดและมีความผูกพัน สามารถ ทราบถึงปัญหา ทราบถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
อีกเรื่องหนึ่งก็อย่างที่หลายท่านได้กราบเรียนว่า การที่เขตเดียวเบอร์เดียวนั้น มันถูกกับหลักสากลหรือหลักประชาธิปไตยที่ว่า ๑ คนสามารถเลือกได้เท่าเทียมกันหมด ไม่ว่าจะเปึนจังหวัดเล็กหรือว่าจังหวัดใหญ่ ส่วนในเรื่องของมาตรา ๑๙๐ เมื่อกี้ ท่านไชยยศก็ได้อภิปรายไปแล้วก็ขอไม่อภิปรายตรงนี้นะครับ ในส่วนของรายงานเกี่ยวกับ กระบวนการสมานฉันท์ทั้งหมดมีข้อเสนอดี ๆ หลายต่อหลายอย่าง ซึ่งการที่จะเดินทาง ไปสู่หนทางแห่งสมานฉันท์นั้นคงจะต้องให้รัฐบาลเปึนเจ้าภาพใหญ่ ซึ่งตามจริงแล้วพี่น้อง ประชาชนคนไทยทุกคนคงต้องมีส่วนร่วมในการที่จะหาทางออกให้กับประเทศชาติตรงนี้ด้วย แต่ถ้าขาดเจ้าภาพใหญ่ก็คงจะงานไม่ต่อเนื่องแล้วก็จะไม่ยั่งยืน ส่วนในเรื่องของ แนวทางการปฏิรูปการเมืองนั้นผมก็ยังเชื่อว่ารัฐบาลก็คงจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการ พัฒนาให้กับพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนได้มีการพัฒนาในเรื่องของการเมือง ได้มี ส่วนร่วมกับการพัฒนาการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในเรื่องของ เงินไม่มากาไม่เปึน ทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่ อย่างบางพื้นที่ยังมีอยู่แม้กระทั่งเลือก อบต. ที่ผ่านมาก็ตาม หรือในเรื่อง ของค่านิยมที่ผิด ๆ ของหลาย ๆ สถาบัน นักเรียน นักศึกษา หรือแม้กระทั่งชาวบ้าน ระดับรากหญ้าก็ยังมองเห็นว่าคนรวยหรือคนที่ได้เงินมาจากการทุจริตนั้นถือว่าเปึนเรื่องที่ สังคมให้อภัยได้ ซึ่งผมคิดว่าเปึนผลเสียระยะยาวอย่างยิ่งสําหรับการพัฒนาการเมือง ในประเทศไทย ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภาที่ได้แต่งตั้งคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญในชุดนี้เพื่อจะได้ หาทางออกให้กับประเทศชาติ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานอีกครั้งหนึ่งครับ ที่ให้โอกาสผมอภิปรายในวันนี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณอนันต์ ผลอํานวย ๑๐ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอนันต์ ผลอํานวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกําแพงเพชร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขอขอบคุณท่านประธานคณะกรรมการ สมานฉันท์ที่ได้นําเสนอรายงานมา แล้วก็กล้าได้สะท้อนความเปึนจริง ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าตั้งแต่ต้นแล้วผมไม่ได้เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ในฉบับนี้ เพราะที่มา ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันมาจากคนที่ไม่เข้าใจ แล้วก็มาจากคนที่มีอคติทางการเมือง สิ่งสําคัญมาด้วยปลายปากกระบอกป๋น เจตนารมณ์ของการเขียนรัฐธรรมนูญที่เรา ต้องมาพูดกันในวันนี้ก็ต้องการสร้างความอ่อนแอให้กับการเมือง แล้วก็ทําให้นักการเมือง ทุกระดับดูว่าไม่เข้าท่า เปึนคนไม่ดี แล้วรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เหมือนกับพยายาม จะสร้างผู้มีอิทธิพลให้เกิดขึ้นในบ้านในเมืองเราทั้งที่มันสงบเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ ท่านประธานครับ จนถึงป้ ๒๕๔๐ ๖๕ ป้ที่การเมืองมันล้มลุกคลุกคลาน เขาก็เอาข้อดี ข้อเสียของการเลือกตั้ง เอาข้อดี ข้อเสียของรัฐธรรมนูญทั้งหมดเอามานั่งดูกัน จนกระทั่ง เกิด สสร. ป้ ๒๕๔๐ มีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่ผมบอกว่าคนที่เขียนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เขียนด้วยความมีอคติ เขียนด้วยไม่เข้าใจ แล้วหลายคนก็ยังพูดกันต่อไปว่า วันนี้ที่เรามีการอภิปรายทั่วไป ไม่มีการลงมติที่จะมี การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ทําเพื่อตัวเองทั้งนั้น เพื่อนักการเมืองทั้งนั้น แต่ผมกราบเรียน ท่านประธานว่า ผมจะอธิบายในสิ่งที่มันเปึนข้อเท็จจริง แล้วก็สามารถพิสูจน์ได้แล้วก็ เห็นได้ว่าสิ่งที่เราพูดกันในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ ๒ วัน คนที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือประชาชน ไม่ใช่คนที่เปึนนักการเมือง ที่ผมบอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เขียนโดยกลุ่มบุคคล ที่ไม่ได้มาตามวิถีทางทางประชาธิปไตย ท่านก็เห็นครับในวันนั้น รัฐบาลคณะปฏิวัติ สิ่งแรกที่ทําให้เห็นเปึนลางบอกเหตุเลยนะครับให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้านอยู่ ๖๐ ป้ นี่เปึนการ สร้างระบบผู้มีอิทธิพลในระดับพื้นฐาน ในระดับชุมชนข้างล่างเลยนะครับ แทนที่กํานัน ผู้ใหญ่บ้านจะเปึนเงาสะท้อนประชาชน กลายเปึนเงาสะท้อนนายอําเภอไปเลยนะครับ เผลอ ๆ เปึนเงาสะท้อนผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย อําเภอไหน นายอําเภอธรรมะ ธรรมโม ผู้ใหญ่บ้าน กํานันกราบพระรับศีลกันทั้งวันนะครับ ถ้านายอําเภอชอบตีไก่ กัดปลา ผู้ใหญ่บ้าน กํานัน ก็พากันตีไก่ กัดปลาทั้งอําเภอเลยครับ ถ้าชอบร้องเพลงก็คาราโอเกะ (Karaoke) เต็มอําเภอ มันสะท้อนให้เห็น เพราะไม่ได้ผูกพันกับประชาชน พอกลับมาถึง รัฐธรรมนูญ ท่านเห็นไหมครับ ถามว่าประชาชนได้ประโยชน์อะไรกับ ส.ส. ที่มาจากการ เลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จากเขตเลือกตั้งเขตเดียวคนเดียวมาเปึนเขตเลือกตั้ง ขนาดใหญ่ เล็กสุด ๒๐๐ หมู่บ้าน มี ส.ส. ๑ คน ขนาดกลางมี ส.ส. ๔๐๐ คน คือที่มี ส.ส. ๒ คน มี ๔๐๐ หมู่บ้าน เขตเลือกตั้งใหญ่ ๆ ที่มี ส.ส. ๓ คน ๖๐๐ หมู่บ้าน ผมถามว่า ถ้าไม่จงใจเขียนให้ประชาชนรังเกียจผู้แทน เขาเขียนเพื่ออะไร เหตุที่ทําให้ประชาชน รังเกียจผู้แทนเพราะว่าเปึนแล้วไม่เห็นหน้า ผู้แทนที่เปึนแล้วไม่เห็นหน้า เพราะเขตเลือกตั้ง มันใหญ่ และเมืองไทยพระถือตําราเล่มเดียวกัน เข้าพรรษาก็วันเดียว ออกพรรษา ก็วันเดียว ส่งท้ายป้เก่าก็วันเดียว เผลอ ๆ ฤกษ์ดีวันแต่งงานก็มีอยู่ บางทีแต่งที ๒๐ คู่ เพราะผู้แทนราษฎรบอกว่าเปึนเงาสะท้อนประชาชน ไม่ได้เปึนเงาสะท้อนของผู้มีอํานาจ ผู้มีบารมี สิ่งเหล่านี้พอเขียนออกมาอย่างนี้ครับ ชาวบ้านเขาก็มีความรู้สึกว่าเลือกไปแล้ว ก็ไม่เห็นหน้า ก็จะไม่เห็นหน้ากัน ท่านประธานเราอยู่กันที่กรุงเทพฯ ๔ วัน ประชุมพรรค ๑ วัน ประชุมสภา ๒ วัน เผลอ ๆ มีกรรมาธิการอีก ๑ วัน เราก็ไม่ได้กลับบ้าน ถ้าไม่ได้ ทํางานสภาก็หาว่าไม่ได้มาทําหน้าที่แทน นี่อันหนึ่งเห็นชัดเจน ประชาชนเขามีความรู้สึก อย่างนี้ พอมีการเลือกตั้งต่อไปเขาบอกเลือกใครก็ได้ เพราะเลือกไปแล้วก็ไม่เห็นหน้า
ประการที่ ๒ ถ้าคนจะใช้เงิน เขตเล็ก เขตใหญ่มันก็ใช้เงิน แล้วโดยเฉพาะ เขตใหญ่ถ้าคนจนมีสิทธิเข้ามาเปึนผู้แทนไหม แปะปัายรถแห่ก็เจ๊งแล้วท่านประธาน ไปไม่รอดแล้วครับแล้วจะเดินกันไปอย่างไร
ประการที่ ๓ ผมบอกผู้มีอิทธิพลมันจะเกิดจากการเลือกตั้งในระบบ เขตใหญ่ เราก็เห็นกันมาคนละ ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ ถ้าเขตใหญ่ เขต ๓ คน ง่ายเลยครับ เอาคนที่ ทําท่ามีความรู้ดี มีภาพลักษณ์ข้างนอกดีไว้คนหนึ่ง เอาไว้ชูโรง เอาไว้เปึนหัวขบวน เอาคนมีสตางค์เอาไว้เปึนกระเปิาสตางค์สักคนหนึ่ง เอาอีกคนหนึ่ง เอาเปึนนักเลงไว้สักคน ๓ คนนี้จับรวมกัน อยู่ในพรรคเดียวกัน อยู่ในเขตเดียวกันเรียบร้อยเลยครับ เบ็ดเสร็จ เด็ดขาด และที่มันเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเด้งที่ ๒ ท่านประธานครับ ไม่มีที่ไหนเขาทํากันหรอกครับ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. สมาชิกสภาเทศบาลเขาอยู่กันสุขสบายดี พอเขตใหญ่เสร็จ บอกไปนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งเลย เอาว่าคนที่มาจากการเลือกตั้งที่อยู่สภาแห่งนี้ ผมถามว่าใครไปลงสมัคร ส.ส. ลงสมัคร ส.ว. ไม่ไปหากํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. บ้างครับ ก็ต้องไปหาเจ้าถิ่นก่อน เผลอ ๆ ไม่ได้หาเฉย ๆ ต้องมีค่านักเลงให้ด้วย แล้วก็ไปบอก นับคะแนนที่หน่วยและถามว่าคนไทยมารยาทดีนะครับท่านประธาน ไปหากํานัน ผู้ใหญ่บ้านบอกฝากด้วยนะ โอ้ย ไม่ต้องห่วงครับ ไปเลยครับ แต่พอคะแนนไม่ออกนี่ครับ เพราะมันรู้นี่ครับว่าหน่วยนี้รับปากไว้เท่าไร คะแนนไม่ออก มันก็เกิดไข้โปังเต็มไปหมด เดิมป้ ๒๕๔๐ เขาเอาไปเทกองนับที่เดียวกัน มันชัดเจนอยู่แล้วครับ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านเขาก็พอมีทางออกตัว วันนี้มันทําให้เกิดความแตกแยกไหมครับ พอไม่ออกกํานัน ผู้ใหญ่บ้านเห็นผู้มีอิทธิพลที่สมัครในก๊วนนี้มานะครับ มันก็ผวาหนีครับ นี่เขตใหญ่เปึนอย่างนี้ แล้วเขตเล็กที่ป้ ๒๕๔๐ เขาทําไว้ ตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญทําไว้ ผมว่าใช่เลย ใช่อย่างไรครับ เพราะเขตเล็กมันอยู่ใกล้ชิดประชาชน ใครจะสมัคร ส.ส.ในเขตเล็ก หรือสมัครอะไร ในเขตเล็กก็ตาม ประชาชนเขาเห็น เขาตรวจสอบความประพฤติ ถ้าอายตีหัวหมา ด่าแม่เจ๊ก เขาไม่เลือกแน่นอนครับ เพราะฉะนั้นเขตเล็กชาวบ้านเขาจะเห็นผู้แทนราษฎร ของเขาว่าพฤติกรรมเปึนอย่างไร ถ้าเขตใหญ่เขาไม่มีทางเห็นพฤติกรรมของผู้แทนราษฎร เขาแน่นอนครับ
อันที่ ๒ เขตเล็กชาวบ้านเขาตรวจสุขภาพด้วยนะครับ ประเภทสี่คนหาม สามคนแห่นี่เขาไม่เลือกแน่ เพราะมันไปไม่รอดหรอกครับ จะไปเลือกเปึนตัวแทนเขาได้ อย่างไร
อันที่ ๓ เขตเล็กเขาตรวจสอบความสม่ําเสมอว่ามีงานมีการที่ไหนเขาไปไหม คนที่จะสมัครผู้แทนราษฎรไปไหม ไม่ใช่แค่ทําดีตอนมีเบอร์ ถ้าเขตใหญ่มันอ้างได้ ไม่ได้ไปไหนสักที่เลยก็อ้างว่าไปอําเภอโน้น ไปอําเภอนี้ บางทีหัวอําเภอ ท้ายอําเภอ ห่างกัน ๒๐๐ กิโลเมตร ไปอย่างไรท่านประธาน พอไม่ไปเขาก็ด่าอีกครับ เพราะฉะนั้น เขตเล็กเขาดูความสม่ําเสมอด้วย แล้วถ้าไม่ดีจริงนี่เงินหายนะครับ ใส่เข้าไปสิครับ เท่าไร ก็หายครับ สิ่งเหล่านี้ผมถึงบอกว่าวันนี้คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านได้กล้าตัดสินใจในวิถีทางประชาธิปไตยที่ถูกต้อง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เขากําหนดให้การเลือกตั้งเปึนหน้าที่ ป้ ๒๕๕๐ ก็ลอกมา เหตุที่ให้การเลือกตั้งเปึนหน้าที่เขาไม่ได้ต้องการให้คนในชนบท หรือคนในต่างจังหวัดออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันเยอะ ๆ นะครับ ต้องการให้พวกที่พูดดี อยู่ดี กินดีทั้งหลาย ปากดี ๆ ออกสื่อทุกวัน ๆ พวกนี้ไม่ไปใช้สิทธิหรอกครับ มีแต่คนยากคน จน คนในชนบท คนในต่างจังหวัดไปใช้สิทธิ เขาไปใช้สิทธิเขาก็ไม่ได้หวังว่าจะได้เงินนะครับ แต่เขาหวังว่าจะได้ผู้แทนราษฎรเปึนที่พึ่งเวลาเขาเดือดร้อน ดังนั้นผมก็เลยบอกว่า การแก้ไขของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ถ้าเราพูดกัน ๒ วัน ถ้าเปึน ๒ วันที่มีประโยชน์ จริง ๆ รัฐบาลเปึนผู้ขอ เป่ดอภิปราย แต่ผมไม่เห็นรัฐมนตรีมานั่งสักคน มีแต่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการ ปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญมานั่งรับฟัง ก็ต้องขอบคุณท่านด้วย ก็หวังว่าการพูดกันใน ๒ วันนี้คงจะไปสู่เปัาหมาย ไม่เปึนการเล่นลิเกให้ประชาชนดูนะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา เชิญ ๘ นาทีครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา กระผม พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภา จากการสรรหาภาคเอกชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ เมื่อเช้าที่ได้กรุณาเมตตาให้กระผมได้พูดเปึนคนแรก ไม่ถึง ๘ นาที หรอกครับ ท่านประธานที่เคารพยิ่ง กระผมขอ ๓ นาที ส่วนอีก ๕ นาทีนั้นก็ขอความ เมตตาคราวหน้าในการขอหารือ ก็ขอความกรุณาผมได้อยู่ต้น ๆ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการครับ คณะกรรมการ ได้รายงานก็ชมเชยว่ารูปเล่มจัดได้สวยงาม สง่างามมาก ผมได้นําไปให้ครอบครัว และวงศาคณาญาติ ก็ขออนุญาตชมเชยคณะกรรมการชุดนี้ผ่านท่านประธาน ในช่วงเช้านั้น สมาชิกหลายท่าน รวมทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ได้กล่าวชมเชยไป หลากหลาย ผมเองได้ดูในรายละเอียดทั้งหมดตามที่ท่านประธาน ขออนุญาตที่ได้เอ่ยนาม ท่านดอกเตอร์ดิเรก ถึงฝัืง คงจะถึงฝัืงแน่นอนครับ ท่านประธานครับ กระผมเองได้พูด ไปแล้วเมื่อเช้า ดังนั้นในวันนี้ในเนื้อหาสาระเพื่อน ๆ สมาชิกเขาก็ได้กล่าวไปหมดแล้วครับ ผมเองขอกราบเรียนว่าในกฎหมายรัฐธรรมนูญได้วางหลักไว้ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภานั้นเปึนผู้แทนปวงชนชาวไทย ดังนั้นกระผมได้ทําหน้าที่นั้นค่อนข้างสมบูรณ์ ท่านประธานครับ จะสมบูรณ์ยิ่งขึ้น มาตราต่อมาก็คือ มาตรา ๑๒๓ ได้วางหลักว่า ก่อนที่สมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะปฏิบัติหน้าที่นั้นจะต้องให้คําสัตย์ปฏิญาณต่อสภาของตน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้ทําหน้าที่นั้นโดยสมบูรณ์ครบถ้วน แล้วก็ขอกราบเรียนยืนยันว่าที่ได้ลงนาม ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเนื่องจากว่าได้กระทําตามอํานาจหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย โดยรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้ให้อํานาจหน้าที่ไว้ตามมาตรา ๒๙๑ ครับท่านประธาน และถ้ามีการแก้ไขกระผมก็จะใช้สิทธิในการแสดงตนเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียง แล้วแต่กรณี ก็กราบเรียนเปึนช่วงสุดท้ายว่าถ้าสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เปึน ประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองนั้นกระผมยินดีครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้สมาชิกวุฒิสภา อย่างกระผมซึ่งมาในวาระการดํารงตําแหน่งของสมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหา เดินมาครึ่งทางแล้วครับท่านประธาน ขณะนี้ก็เหลืออีกประมาณป้ครึ่ง แต่หากว่าจะมี การถอดถอนกระผมในฐานะที่ลงชื่อไปก่อนหน้านั้นก็ด้วยความยินดีครับ เพราะผม ก็เปึนที่ ๑ มาหลายรายการ เช่น แต่งเครื่องแบบของวุฒิสภา อันนี้เปึนที่ ๑
ประการที่ ๒ ออกพื้นที่ใคร ๆ ก็อาจจะบอกว่า เอ๊ะ ส.ว. ลากตั้งหรือแต่งตั้ง ก็กราบเรียนว่าผมได้สํารวจในเชิงปริมาณแล้ว ผมเปึนสมาชิกวุฒิสภา ๑ ใน ๑๔๙ นะครับ เพราะว่าอีก ๑ คนนั้น ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟุ๋นไม่มี หนีไม่พ้นไป ผมเองในเชิงปริมาณ แล้วผมออกพื้นที่เกือบจะเปึนที่ ๑ ท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียนยืนยันต่อที่ประชุม แห่งนี้ว่ากระผมได้ทําหน้าที่ครบถ้วนครับท่านประธาน กราบขอบคุณครับ
เนื้อหาดีมากครับ เวลาก็ดีครับ ต่อไป คุณนคร มาฉิม ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้อง ขอถือโอกาสนี้ได้ขอบคุณ แล้วก็ชื่นชมท่านประธานรัฐสภาและท่านนายกรัฐมนตรี ที่ทั้ง ๒ ท่านได้มีดําริ แล้วก็นําเรื่องสําคัญยิ่งของชาติบ้านเมืองในครั้งนี้เสนอเพื่อรับฟัง ความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภา และผมเองยังมั่นใจแล้วก็เชื่อมั่นในระบบรัฐสภาว่า ปัญหาของชาติบ้านเมือง ปัญหาของประชาชนจะได้รับการแก้ไข และความแตกแยก ที่เกิดขึ้น และที่ผ่านมาผมเชื่อมั่นว่าจากทิศทางการฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิก รัฐสภาผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่านที่ได้อภิปรายมาตั้งแต่เช้าจะเปึนทิศทางในการที่จะนําพา ความสมัครสมานสามัคคีและความสันติให้เกิดขึ้นกับชาติบ้านเมืองของเรา โดยเฉพาะ วัตถุประสงค์ที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้นําเสนอเพื่อนําเรียนต่อท่านประธานก็คือ ร่วมกัน หาทางสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นกับชาติบ้านเมือง ร่วมกันที่จะรับฟังสมาชิกรัฐสภาที่จะร่วมกัน ในการที่จะปฏิรูปการเมือง และร่วมกันที่จะให้สมาชิกรัฐสภาในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย ได้พิจารณาถึงจุดอ่อน จุดแข็ง ที่มาที่ไป ปัญหาอุปสรรค รวมไปถึงข้อเสนอแนะที่เปึน ประโยชน์ของสมาชิกรัฐสภาที่แต่ละท่านได้พูดในนามของผู้แทนปวงชนชาวไทย ในการที่จะนําเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่เปึนปัญหาและอุปสรรค รวมไปถึงความขัดแย้ง ความแตกแยกของชาติบ้านเมืองให้ไปสู่ความสงบสุขและนําพาชาติบ้านเมืองเข้าไปสู่ ความเจริญรุ่งเรืองต่อไปในอนาคต ที่ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภาก็คือ ท่านได้บรรจุระเบียบวาระเรื่องนี้ให้ได้พิจารณาแล้วก็ได้มีการถ่ายทอดสด
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตที่จะย้อนอดีตสักนิดหนึ่งเพื่อที่จะ นําพาไปสู่หลักการ เหตุผล แล้วก็ทิศทางที่สมาชิกและความคิดเห็นของผมเองในฐานะ สมาชิกรัฐสภานั้นว่าควรแล้วก็จะดําเนินการแบบไหน ที่จะนําพาความสงบสุข ความสมานฉันท์และนําพาการปฏิรูปที่ดียิ่ง ๆ ขึ้น ให้เกิดขึ้นโดยกลไกของฝ์ายนิติบัญญัติ โดยกลไกของรัฐสภา ผมดูประวัติศาสตร์ ทางการเมืองท่านประธานครับ ประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเปึนประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ตั้งแต่วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ มีการเลือกตั้งตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๔๗๖ เปึนครั้งแรก ครั้งสุดท้ายก็คือวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ มีการใช้รัฐธรรมนูญมาจนถึง ฉบับปัจจุบันเปึนฉบับที่ ๑๘ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ ที่สําคัญที่สุด ก็คือมีกบฏ มีการปฏิวัติและมีการรัฐประหารมาทั้งหมด ๑๗ ครั้ง ครั้งสุดท้ายก็คือ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ โดยคณะ คปค. นําโดย พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ท่านประธานที่เคารพครับ การยึดอํานาจของ คปค. ในขณะนั้น เกิดขึ้นบนความเห็น ที่แตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ์ายของประชาชน จากการบริหารราชการแผ่นดินในขณะนั้น ก็คือ นําโดยท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านมีการยุบสภาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ ในขณะนั้นฝ์ายนิติบัญญัติกับฝ์ายบริหาร ไม่มีความขัดแย้งกันเลยท่านประธานครับ เปึนความขัดแย้งระหว่างท่านนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น กับมวลชนกลุ่มหนึ่งซึ่งนําโดยท่านสนธิ ลิ้มทองกุล ขออนุญาตเอ่ยนาม แล้วก็ไม่ได้ทําให้ท่านเสียหาย แต่เปึนความขัดแย้งบนการรักษาผลประโยชน์ของชาติ บ้านเมือง โดยฝ์ายมวลชนในขณะนั้นบอกว่าฝ์ายบริหารมีการทุจริตแล้วก็คอร์รัปชัน กลไกในการตรวจสอบฝ์ายบริหารในขณะนั้นอ่อนแอและไม่สามารถที่จะตรวจสอบ ฝ์ายบริหารได้ เพราะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ได้กําหนดเกณฑ์เปึนกฎเหล็กไว้ว่า ถ้าจะมี การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีจะต้องใช้เสียง ส.ส. ๒ ใน ๕ ก็ทําให้เกิด การใช้อํานาจโดยปราศจากการตรวจสอบของฝ์ายบริหาร กลไกฝ์ายนิติบัญญัติง่อยเปลี้ยเสียขา ทั้งหมด องค์กรอิสระก็เปึนที่พึ่งที่หวังของประชาชนในขณะนั้น แต่เนื่องจากว่าองค์กร อิสระต่าง ๆ กลับถูกอํานาจของฝ์ายบริหารเข้าไปแทรกแซงอย่างไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งอันที่จริงแล้วถ้าพูดกันอย่างตรงไปตรงมาก็คือ รัฐธรรมนูญใช้ตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๐ แต่ทําไม ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ ถึงป้ ๒๕๔๔ ไม่มีปัญหา แต่ทําไมตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ จนถึงปัจจุบันยังเกิด ความแตกแยกกันอยู่ อาจจะเปึนเพราะการใช้บังคับ หรือการมีอํานาจของฝ์ายบริหาร เหนืออํานาจของฝ์ายนิติบัญญัติ หรือองค์กรในการตรวจสอบอื่น ๆ เปึนสิ่งที่น่าคํานึง หลังจากที่มีการยึดอํานาจก็มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ คือฉบับปัจจุบัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นถึงเจตนารมณ์ของผู้ร่าง เห็นถึงวัตถุประสงค์และทิศทาง ในการที่ สสร. ต้องการที่จะใช้กลไกของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไปอุดช่องว่างต่าง ๆ ในป้ ๒๕๔๐ แต่ยิ่งอุดก็เหมือนกับยิ่งแก้เหมือนกับลิงแก้แห ท่านประธานที่เคารพ ความยุ่งเหยิงก็ตามมา พอใช้บังคับมาในระยะหนึ่งปัญหาก็เริ่มเพิ่มขึ้น อุปสรรคก็มีมากขึ้น อันนี้คือที่มาของปัญหา ท่านประธานที่เคารพครับ ในเมื่อที่มาของปัญหาเปึนแบบนี้ ความขัดแย้งทางการเมืองยังคงดํารงอยู่ ความแตกแยกยังคงดํารงอยู่ การแบ่งเสื้อ สีต่าง ๆ ซึ่งเปึนสัญลักษณ์ของความขัดแย้งทางการเมืองยังคงเปึนอยู่ในปัจจุบัน ในนาม ของสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตที่จะนําเรียนทิศทางในการที่จะแก้ไขปัญหา ผ่านท่านประธานเพื่อบันทึกไว้เปึนประวัติศาสตร์ว่า ถึงเวลาว่า ท่านประธานครับ ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเป่ดใจกว้าง ฟังความคิดเห็นจากทุกฝ์าย โดย ปราศจากอคติทั้งปวงทั้งสิ้น และมาร่วมกันระดมสรรพกําลังทางสติปัญญา ประสบการณ์ ทางการเมืองและความแตกแยกที่ผ่านมาทั้งหมด เพื่อที่จะใช้รัฐสภาแห่งนี้ผ่าปัญหา ออกไปจากวังวนที่อยู่ในโคลนปลัก และนําพาประเทศ นําพาประชาชนของเรา ให้เดินทะลุผ่านความขัดแย้งแล้วไปสู่การแก้ไขปัญหา ที่ผมอยากจะนําเรียน ต่อท่านประธานก็คือปัญหาไม่ได้อยู่เฉพาะตัวรัฐธรรมนูญ เห็นด้วยครับกับรายงาน ของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วก็ต้องขอชื่นชมท่านว่าท่านทําได้ดีมาก สรุปประเด็นได้ดีมาก แล้วก็ตรงกับปัญหา ที่เปึนอยู่ในปัจจุบัน และท่านยังได้แนะนําถึงทิศทางในการที่จะแก้ไขปัญหา ที่ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานเพื่อชี้ไปถึงทิศทางในการแก้ไขปัญหาก็คือ
อันที่ ๑ เรื่องโครงสร้างอํานาจ ท่านได้ชี้แจงไว้แล้วผมจะไม่อภิปราย เพราะว่าละเอียดแล้วก็เปึนเอกสารที่ชัดเจน แต่ที่ผมอยากจะนําเรียนก็คือทําอย่างไร ให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า รวมไปถึงนักการเมืองในทุกระดับร่วมกันมีจิตสํานึกในการที่จะ สร้างประชาธิปไตย โดยไม่ให้เงินมีอิทธิพลในการที่จะชี้แพ้ชี้ชนะ
อันที่ ๒ ทําอย่างไรที่จะร่วมกันต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันทุกรูปแบบ ตั้งแต่ในระดับท้องถิ่นจนถึงในระดับชาติอย่างจริงจัง ปฏิเสธการยอมรับต่อนักการเมือง หรือว่าผู้ที่มีส่วนได้เสียทั้งหมดที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ได้การเมืองมาโดยมิชอบ ด้วยการ ซื้อสิทธิ ด้วยการขายเสียง และจะต้องเร่งให้การศึกษาให้เกิดขึ้น ให้เกิดความเข้าใจ ในวัฒนธรรม ในประเพณี ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ให้ดีที่สุด สุดท้ายขออนุญาตที่จะอ้างถึงสถิติ ฝากประเด็นเรื่องการศึกษาสุดท้ายเท่านั้น ขอบพระคุณครับ
หมดเวลายึดถือกติกาโดยเคร่งครัด ต่อไปเปึนชุดที่ ๓ จบไป ๒ ชุดแล้วนะครับ ชุดที่ ๓ ๑๕ ท่านด้วยกัน มีรายชื่อดังต่อไปนี้ เตรียมตัวด้วยนะครับ ท่านคมเดช ไชยศิวามงคล ท่านสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ท่านวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ท่านสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ท่านอภิชาต การิกาญจน์ ท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ท่านไพบูลย์ นิติตะวัน ท่านศุภชัย โพธิ์สุ ท่านชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ท่านวรวิทย์ วงษ์สุวรรณ์ พันเอก วินัย สมพงษ์ ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง ท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ท่านฮอชาลี ม่าเหร็ม ๑๕ ท่านด้วยกัน เชิญครับ ท่านคมเดช ๒๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกรัฐสภา ส.ส. จังหวัด กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย วันนี้เปึนการอภิปรายทั่วไปในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามมาตรา ๑๗๙ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมจะชี้ให้เห็น ๓ ประเด็นหลัก ด้วยกันว่ากฎหมายฉบับนี้สร้างปัญหาให้ประเทศอย่างไรบ้าง โดยการนําเสนอที่มา ของการปฏิวัติ
ประเด็นที่ ๒ หลังจากการบังคับใช้กฎหมายป้ ๒๕๕๐
และประเด็นสุดท้าย ก็คือสมควรจะแก้ไขหรือไม่ อย่างไร ข้อดี ข้อเสีย มีอย่างไรบ้าง โดยการเปรียบเทียบการบังคับใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ กับป้ ๒๕๔๐ ว่ามันมี ความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ระหว่างประชาชนที่ได้รับประโยชน์เกินกว่ากึ่งหนึ่ง ของประเทศ ผมได้ศึกษากฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก่อนที่จะถูกฉีก มีการกล่าวอ้าง จากการรัฐประหารว่า ๑. หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ๒. แทรกแซงองค์กรอิสระ ๓. แทรกแซงสื่อ ๔. ทุจริต คอร์รัปชัน ปรากฏว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพยกฟัอง ทุกอย่างเดินไปตามกระบวนการ ของมันในช่วง ๓ ป้ที่ผ่านมา แต่หลังจากการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ๓๐๙ มาตรา ๑๕ หมวด ๑ บทเฉพาะกาล ปรากฏว่าสิ่งที่อ้างอิงไว้มันหนักกว่าเก่า คําว่า แทรกแซง องค์กรอิสระ มันกลายเปึนตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาเอง โดยการสวมอํานาจเข้าไปเปึนหุ่นเชิด ทั้งหมด เหมือนเปึนองค์กร เหมือนศาลเตี้ย เหมือนรีโมท (Remote) เลย ผมชี้ให้เห็น กระบวนการตรงนี้มันเปึนการเลียนแบบระบบการบริหารประเทศ คล้าย ๆ ประเทศพม่า ประเทศพม่าปกครองโดยระบบเผด็จการทั้งหมด แล้วเข้าไปบวกกับองค์กรตุลาการ จากกฎหมาย มาตรา ๑๑๑ ถึง มาตรา ๑๒๑ ในการเลือก ส.ว. ผมชี้ให้เห็นว่าองค์กรตรงนี้ สืบทอดอํานาจเข้าไป แต่เดิม ๒๐๐ คน มาเหลือ ๑๕๐ คน เลือกตั้งจังหวัดละคน ๗๖ จังหวัด คัดสรร ๗๔ คน ๒ จุดนี้ ท่านประธานครับ เปึนตัวสืบทอดอํานาจทั้งหมด เพราะว่าเปึนองค์กรที่เลือกองค์กรอิสระทั้งหมดเลย ทําไมผมถึงว่าอย่างนั้นครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าการเลือกตั้ง ส.ว. หลังจากเลือกตั้งเสร็จครึ่งต่อครึ่ง ประชาชน มันมี กกต. กลาง ตัดสิทธิ ส.ว. ออกไปประมาณ ๑๘ คน ถึง ๒๐ กว่าคน เพราะฉะนั้น ในการโหวตประธานวุฒิสภามันก็ตกเปึนของ ส.ว. ที่มาจากการคัดสรรทั้งหมด เพราะฉะนั้นอํานาจตัวนี้ถูกถ่ายทอดเข้าไปสู่สภาสูง แล้วเปึนองค์กรที่กฎหมาย รัฐธรรมนูญร่างไว้ว่าให้มีการเลือกตั้ง กกต. ศาลปกครอง ตุลาการรัฐธรรมนูญ องค์กร อิสระทุกอย่างอยู่ในกลไกนี้หมดเลย เปึนการเลือก แล้วหลังจาก ๓ ป้ ก็ให้องค์กรอิสระ เลือก ส.ว. กลับมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมใช้ภาษาบ้านนิดหนึ่งครับท่านประธาน กฎหมายฉบับนี้มันเปึนการฮั้วอํานาจกัน ระหว่างระบบรัฐประหารกับตุลาการ ผมก็เลย บอกว่าอันนี้มันเลียนแบบประเทศพม่าชัดเจนเลย แต่วิธีการแตกต่างกันออกไปแค่นั้นเอง ผมชี้ให้เห็นจุดหนึ่งที่ชัดเจนจากความคิดของชาวบ้านที่จะต้องถ่ายทอดให้พี่น้อง ประชาชนได้รับทราบว่า การปฏิวัติไม่สามารถป่ดบังได้ว่าก่อนการปฏิวัติเปึนมาอย่างไร บ้าง ทุกคนทราบดีว่าท่านอนุพงษ์คือใคร ผบ.ทบ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี มาจากไหน สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช. ประสงค์ สุ่นศิริ เปึนประธานร่าง สสร. จําลอง ศรีเมือง ไปอยู่กับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อันนี้มันเปึน องค์การทหารที่จิ๊กซอว์ (Jigsaw) ออกมาแล้วเข้าไปในองค์กรของระบบเผด็จการทั้งหมด แล้วก็ไปบวกกันกับสายตุลาการ ท่านอักขราทรเปึนประธานศาลปกครอง ท่านมีชัย ฤชุพันธุ์ เปึนประธาน สนช. ท่านจรัญ ภักดีธนากุล ไปอยู่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ท่านวิชา มหาคุณ ไปเปึน ป.ป.ช. กกต. ก็เลือกสรรมาจากโครงสร้างของตุลาการทั้งหมด ตรงนี้เปึนโครงสร้างที่ถูกบวก เปึนการสืบทอดอํานาจระบบเผด็จการ และตุลาการ รัฐธรรมนูญทั้งระบบ เปึนกฎหมายล็อกทั้งหมด กฎหมาย มาตรา ๓๐๙ ระบุชัดเจนว่า เปึนการนิรโทษกรรมผู้ที่ปฏิวัติทั้งหมด มาตรา ๓๐๙ บรรดาการใด ๆ ที่ได้รับรองไว้ ในกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ว่าเปึนการชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทําที่เกี่ยวเนื่องกับกรณี ดังกล่าวไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ให้ถือว่าการนั้นกระทําโดยชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญนี้ ไม่มีความผิดเลยท่านครับ ไม่มีความผิดเลย ระบบรัฐประหาร ระบบเผด็จการนี้มันเปึนขมิ้นกับปูนกับระบบเศรษฐกิจทั้งหมด มันไม่มีป๋น กับรถถังที่ไหนหรอกครับที่นักลงทุนเขาจะมาลงทุนในประเทศเรา ผมบอกหลายครั้งว่า มีทูตอยู่ในประเทศ เราไม่สามารถที่จะป่ดบังเขาได้ แล้วการเมืองทุกวันนี้เราจะเห็นว่า หลังจากมีการยุบพรรค ๒ ครั้งด้วยกัน จากพรรคไทยรักไทยมาพรรคพลังประชาชน แต่มันเปึนการเมืองยุคมือถือครับ
ท่านประธานครับ หลังจากร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ อะไร ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยบ้าง มีการยึดสนามบิน มีกลุ่มพันธมิตรบุกสถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที วันที่ ๒๖ สิงหาคม ท่านสมัคร สุนทรเวช วันที่ ๙ กันยายน จัดรายการ ชิมไปบ่นไป มีมติเอกฉันท์ในการปลดนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้มันเปึนกฎหมาย ที่เหยียบคอชาวบ้านครับท่านประธานครับ เพราะว่าพรรคพลังประชาชนได้รับ การเลือกตั้งมา ๑๒,๘๐๐,๐๐๐ กว่าคน ใช้ตุลาการรัฐธรรมนูญ ๙ คน ที่ได้รับการแต่งตั้ง แล้วใช้รีโมทกดทีเดียวครับ พังไปทั้งระบบ ท่านสมชาย ถูกยุบพรรคอีกครั้งหนึ่ง และตัดคณะกรรมการบริหารออกอีก ๕ ป้ เพราะฉะนั้นนี่เปึนสิ่งหนึ่งที่เห็นความชัดเจนว่า เปึนกฎหมายล็อกที่ทําลายระบอบประชาธิปไตยที่มาจากพี่น้องประชาชนทั้งหมด องค์กรอิสระ ผมดูแล้วมันคล้าย ๆ เปึนศาลเตี้ย ตัดสินทีเดียวจบเลย ไม่สามารถอุทธรณ์ ฎีกาอะไรได้ทั้งหมด พี่น้องประชาชนเลือกพรรคพลังประชาชนมา เลือกพรรคไทยรักไทยมา กลไกของการเมือง ท่านครับ พรรคการเมืองมันเปึนเครื่องไม้ เครื่องมือของพี่น้อง ประชาชน ในการมอบหมายอํานาจให้ทั้งหมด ในการนําเสนอแนวนโยบายต่าง ๆ ที่เปึน ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เขามอบอํานาจให้ไปเปึนฝ์ายบริหาร แล้วก็ฝ์ายนิติบัญญัติ แต่องค์กรนี้ท่านประธานครับ องค์กรอิสระหรือผมเรียกว่า ศาลเตี้ย มันไม่ใช่เปึนองค์กร ที่มาจากพี่น้องประชาชน มันเปึนองค์กรที่สืบทอดอํานาจของ คมช. ทั้งหมดแค่นั้นเอง การยึดสนามบินทําลายระบบการท่องเที่ยวทั้งระบบ แบงก์กสิกรไทยบอกชัดเจนว่า หลังจากยึดสนามบิน ๒ สนามบิน จากสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง และสนามบินภูเก็ต เกิดความเสียหายถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในช่วงป้หนึ่งที่ผ่านมา ธุรกิจ โรงแรมเจ๊งหมด ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ไม่ว่ารถทัวร์ รถแท็กซี่ ร้านอาหาร รีดเสื้อผ้า ขายไก่ปุ่ง ส้มตํา เจ๊งหมดทั้งระบบ แล้วหลังจากนั้นท่านนายกรัฐมนตรีซ้ําร้ายก็ยังมาใช้กฎหมาย พ.ร.บ. เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรอีก ผมนั่งแท็กซี่ประจํา พักโรงแรมประจํา ก่อนนี้ยังเห็นคนไปมาโรงแรมกับแท็กซี่ เดี๋ยวนี้สนิทเลยครับ หลังจากใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคง แห่งราชอาณาจักร เพราะว่ามันเปึนการเอาป๋นกับรถถังออกมา ออง ซาน ซูจี ถูกกักบริเวณ ๑๕ ป้ด้วยกัน มีสุนทรพจน์คําหนึ่งของออง ซาน ซูจี กล่าวไว้ว่า ทหารนอกแถวระบบเผด็จการไม่ได้คิดถึงอะไรเลยนอกจากป๋น รถถัง อาวุธ อํานาจ และผลประโยชน์ ไม่เคยคิดถึงพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเปึนภาคเกษตร ภาคแรงงาน หรือภาคธุรกิจ ไม่เคยคิดถึงสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นหลังจากการบังคับใช้กฎหมาย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ บ้านเมืองจนลง ถึงแม้จะมีปัจจัยภายนอกที่ว่าเกิดปัญหา ด้านเศรษฐกิจโลกก็ตาม แต่ทุกสํานักขององค์กรภาคเศรษฐกิจ ไม่ว่าภายใน ภายนอกประเทศก็ยังมีความกังวลเปึนเสียงเดียวกันว่า ห่วงที่สุดคือการเมือง ของประเทศไทย ไม่ทราบว่ามันจะพังทลายลงเมื่อไร โดยเฉพาะการยุบพรรค มาตรา ๒๓๗ ท่านครับ ถ้าเราดูปัญหาข้อนี้เราจะเห็นว่ามันเปึนการทําลายระบบ เศรษฐกิจทั้งหมดของประเทศ ประเทศไทยมีระบบการแข่งขัน มาเลเซีย สิงคโปร์ จีน อินเดีย พม่า ลาว เวียดนาม มันอยู่ในระบบการแข่งขันทั้งหมด ช่วงเกือบ ๒ ป้มานี้เปลี่ยน นายกรัฐมนตรีถึง ๓ ครั้งด้วยกัน ท่านสมัคร สุนทรเวช ชิมไปบ่นไป อ้างพจนานุกรม มันเปึนเรื่องตลก ครับ เปึนเรื่องตลก เขาหัวเราะ เขาเยาะเย้ย เขาถากถาง ประเทศไทยแค่นี้หรือ ตีกันเอง ฆ่ากันเอง กฎหมายทําให้ประเทศไทย คนไทยฆ่าคนไทยกันเอง เศรษฐกิจพังระเนระนาด ไปหมด เขานั่งยิ้มครับ เพราะว่าคนที่อยู่ในภาคการเมืองถูกหล่อหลอมจากภาคธุรกิจ ภาคสังคม ความมั่นคงเศรษฐกิจของประเทศเข้ามาอยู่ในสถาบันการเมืองแล้วผ่าน การคัดเลือก เพราะฉะนั้นขั้นตอนการบริหารประเทศในองค์กรประชาธิปไตยนี่มันมีระบบ มันมีขั้นตอนของมัน แล้วหลังจากนั้นกฎหมายฉบับนี้ก็ใช้มาตรา ๒๓๗ ตุลาการรัฐธรรมนูญ ๙ คน ก็มาพังทลายลงไปอีก แล้วองค์กรนั้นผมบอกว่ามันเปึน เครื่องมือของพี่น้องประชาชน มันไม่ใช่มีแต่สมาชิก หรือว่า ส.ส. หรือผู้บริหารแค่นั้น มันเปึนองค์กรที่มีสมาชิกอยู่ในพรรคถึง ๑๐ กว่าล้านคน เขาเสียใจครับ แล้วมันก็ย้อนศรไป ท่านจะเห็นจากการเลือกตั้งอยู่สกลนคร อยู่ศรีสะเกษ หลังจากใช้กฎหมายฉบับนี้ ชาวบ้านเห็นเอกซ์ หมด มี ส.ส. ขายตัวหลายสิบคน ชาวบ้านก็รู้ ๒๐ ๒๕ ๓๐ แบงก์พันประมาณ ๕-๖ ถุงปุิย แล้วก็มีสมาชิกอภิปรายตรงนี้ว่าบุคคลเหล่านี้ที่ซื้อสิทธิ ขายเสียง หรือเอาเสียงชาวบ้านไปขายนี่ ทั้งผู้ซื้อผู้ขายควรจะสลักชื่อไว้บนหนังหมา ก็มีคนพูดถึงการยึดสนามบิน ผมจําได้ว่ามีสมาชิกท่านหนึ่งอยู่ข้างหน้าผมนี่ ก็บอกว่า ถ้าตัดสินใจทําลายประเทศชาติได้ถึงขนาดนี้ ใครที่ไปยึดสนามบินนี่ควรจะตัดสิน ประหารชีวิตเจ็ดชั่วโคตร ท่านประธานครับ มีพระบรมราโชวาทขององค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว คํา ๆ หนึ่งว่า ปัญหาทุกสิ่งทุกอย่างจะยุติได้ด้วยความเปึนธรรมแค่นั้น มันมี ความเปึนธรรมอยู่ไหน ช่วงหลังจากใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ยึดสนามบินไม่มี อะไรเลย เห็นแต่ปัายออกมาว่าผู้ก่อการดี แค่นี้หรือครับ ทําลายประเทศชาติถึง ๗๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผู้ก่อการดี จบแล้วครับแค่นี้ แล้วอีกฝ์ายหนึ่งที่เขาต่อสู้รณรงค์เพื่อประชาธิปไตย เขาต่อสู้มา เขาก็ไม่เห็น ความเปึนธรรมในส่วน ๆ นี้ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้จะขึ้นกับตุลาการทั้งระบบ ถ้าตาชั่งเอียงแล้ว หมดแล้วครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ควรจะได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ที่สุด การแก้ไขปัญหาของประเทศมันควรจะได้รับการแก้ไขทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว มันไม่ใช่จะใช้ระยะยาวอย่างเดียว จะไปตั้ง สสร. ๓ ตามมาตรา ๒๙๑ และ ใช้เวลาเปึน ๑ ป้ ๒ ป้ แล้วก็ใช้กฎหมายไป แล้วก็เกิดการขัดแย้งกันอีก จะให้คนไทยตาย ไปอีกสักกี่คนครับท่านครับถึงจะแก้ เราใช้กฎหมายมาเราก็รู้ การบังคับใช้มันเปึนสิ่ง ข้อเท็จจริงที่เห็นชัดเจนว่าดี ไม่ดีอย่างไร เพราะฉะนั้นผมในนามตัวแทนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอขอบคุณที่ท่านประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เปึนตัวตั้งตัวตีในการเริ่มแก้ กฎหมาย จริง ๆ ความคิดผมนี้อยากให้เอากฎหมายป้ ๒๕๔๐ กับป้ ๒๕๕๐ มาบวกกัน แล้วก็เอาข้อดีออกมาทั้งหมด เพราะว่าปลาแต่ละตัวมันก็ต้องมีก้างธรรมดา มันอาจจะดี ในช่วงนั้นป้ ๒๕๔๐ ใช้ไปพักหนึ่งมันอาจจะไม่เข้ากับยุค เราก็สามารถเอามาประยุกต์ เข้ากันได้ ผมนําเสนอครั้งหนึ่งว่า สสร. ก็อยู่ตรงนั้นอยู่ทั้ง ๒ กลุ่ม จุดนี้เปึนจุดที่เร็วที่สุด เราไม่ต้องไปสรรหาคนอะไรมากมาย อันนี้หมายถึงช่วงระยะยาว แต่ระยะสั้นผมเห็นด้วย กับท่านว่าต้องรีบแก้ไข แล้วควรจะใช้รัฐสภาเปึนจุดแก้ไข มีเสียงนกเสียงกามากมายว่า ถ้ารัฐสภาไม่สามารถทําหน้าที่ได้ อาจจะมีระบบรัฐประหารเข้ามาแก้ให้อีกรอบหนึ่งครับ มันก็ย้อนยุคไปอีก เพราะว่าคนเข้าไปครอบครองอํานาจแล้วก็กลัวอํานาจ แล้วอยาก ได้ผลประโยชน์ มันก็ต้องไปเขียนกฎหมายสืบทอดไว้ สวมหมวกกันน็อกไว้ แต่ตรงนี้ มันเปึนการทําลายบ้านเมืองอย่างยับเยิน กระทรวงยุติธรรม ผมมีญาติพี่น้องเปึนถึงอธิบดี อยู่ในศาล คงไม่เอ่ยชื่อ มีคนหลายคนบ่นในสถาบันตุลาการนี้ว่าไม่น่าจะทําให้สถาบันนี้ เสื่อมเสียเลย กระทรวงยุติธรรมนี้ชัดเจนที่สุดครับ ยุติได้โดยธรรมแค่นั้นเอง มันเข้ากับ หลักขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปัญหาทุกอย่างจะยุติได้โดยธรรม แล้วธรรม หรือธรรมะแค่นั้นครับที่จะทําให้เกิดความสมดุลกันและเกิดความสามัคคีในชาติได้ มันเปึนเนื้อเดียวกัน ถ้ายังขัดแย้งกันอยู่นี้หรือให้ตาชั่งเอียงต่อไป การแตกแยกจะสูงขึ้น เรื่อย ๆ แล้ววันนั้นผมคิดว่ามันอาจจะสายเกินไป ฝากท่านนายกรัฐมนตรีกล้า ๆ หน่อยครับ เพราะว่ามีคนบอกว่าท่านนี้เปรียบเสมือนมะม่วงยังไม่เข้าแกน
ครับ หมดเวลา
บ่มมาให้สุกเฉย ๆ ลองทําหน้าที่ ให้สมบูรณ์ดูครับท่านครับ
ต่อไป คุณสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ๘ นาทีครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัด เพชรบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขอร่วมอภิปรายในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๖ ประเด็น ก่อนอื่นดิฉันต้องถามด้วยคําถามที่คิดมาตั้งแต่เริ่มเปึนสมาชิกวุฒิสภา เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๑ ซึ่งช่วงนั้นเปึนช่วงที่มีกระแสของการต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตั้งแต่ครั้งแรกเลย เพราะตลอดป้กว่า ๆ นี้คําถามที่จะถามก็คือว่า ประชาชนได้อะไรจากการแก้รัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อพิจารณาจากมาตราต่าง ๆ ในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ แล้ว จะเห็นว่าในรัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้นให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนมากขึ้น แต่มองว่า กลุ่มการเมืองหรือนักการเมืองนั้นอ่อนแอเพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งอันที่จริงแล้ว การที่รัฐธรรมนูญอันเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศนั้นมีความเข้มงวด ดิฉันว่า ไม่ได้มีสิ่งที่เปึนการกระทบให้ประชาชน หรือเรียกว่าสุจริตชนทั่วไปในประเทศไทยนี้ ต้องได้รับผลกระทบเลยต่อความเข้มงวดของรัฐธรรมนูญ หรือนักการเมืองที่ประพฤติ ถูกต้องตามกฎหมาย ดิฉันก็ว่าท่านก็สามารถดํารงอยู่ในตําแหน่งนั้นได้อย่างสุขสบาย หรืออย่างปกติ เพราะฉะนั้นดิฉันถือคําที่ว่ากฎหมายจะลงโทษก็ต่อเมื่อคนคนนั้นกระทํา ความผิดเท่านั้น ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันวันนี้คงไม่มาพูดเรื่อง ๖ ประเด็น ที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตั้งแท่นเอาไว้ เพราะว่ามันเปึนเรื่องที่ทุกคนมีธงอยู่ในใจแล้ว ถ้าเห็นชอบก็จะบอกว่า รัฐธรรมนูญนี้ดี สมแล้ว ถูกต้อง ถ้าไม่เห็นด้วยก็จะบอกว่าไม่ดี ด้วยอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวง เพราะฉะนั้นวันนี้จะไม่พูดตรงนี้ แต่ดิฉันจะขอพูดถึงผลงานของคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านประธานรัฐสภาได้แต่งตั้ง คณะกรรมการชุดนี้ขึ้นจากผู้ทรงเกียรติในสภาแห่งนี้นั่นละขึ้นมา ใช้เวลา ใช้งบประมาณ ใช้แรงกาย แรงใจ ของท่านคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จนมีผลงานออกมาอย่างนี้ ใน ๓ คณะที่คณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้แตกแยกออกไปเปึน คณะอนุกรรมการเล็ก ๆ นั้น ๓ คณะ คือ
คณะที่ ๑ คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความ สมานฉันท์ทางการเมืองของสังคมไทย
คณะที่ ๒ คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการปฏิรูป การเมือง
คณะที่ ๓ คือคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไข รัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
ทั้ง ๓ คณะนั้นได้ทําผลงานออกมาเปึนรูปเล่ม ท่านทั้งหลายในสภาแห่งนี้ บอกว่าดี ขอบคุณ แล้วก็เปึนผลงานที่ดิฉันว่าดีจริง ๆ อย่างที่ท่านทั้งหลายกล่าวแล้ว แต่ดิฉันสงสัยว่า ณ วันนี้ทําไมเราจึงเลือกหยิบหรือสนใจเอาแต่เรื่องของการแก้ไข รัฐธรรมนูญมาเพียงเรื่องเดียว ในขณะที่อนุกรรมการอีก ๒ อนุกรรมการนั้นได้ทําผลงานที่ ดิฉันว่าสําคัญและยิ่งใหญ่ด้วยซ้ําไป เพราะดิฉันไม่เชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทําให้ เกิดความสมานฉันท์ได้ และดิฉันก็ไม่เชื่อว่าถ้าท่านกลับไปใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จะทําให้บ้านเมืองมีความสมานฉันท์ เพราะฉะนั้นเราควรจะมีแนวทางที่จะใช้อนุกรรมการ ที่เขาเสนอไว้อีก ๒ คณะ ที่เปึนคณะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางสร้างความ สมานฉันท์ทางการเมืองของสังคมไทย ซึ่งท่านตวง อันทะไชย เปึนประธานนั้น ขอเอ่ยนาม ได้พูดถึงได้ให้ข้อคิดมากมาย เราต้องจัดการตรงนั้น ต้องมีความจริงใจในการที่จะจัดการ ตรงนั้นเสียก่อน ในการที่จะให้เกิดความปรองดอง โดยมีความจริงใจให้ ดิฉันขอเน้นว่า ต้องมีความจริงใจในการที่จะเจรจาลดอคติอะไรก็แล้วแต่ที่คณะของท่านตวงได้เขียนไว้ อย่างดีในหนังสือเล่มนี้ ถ้าทําได้นี่คือเปลาะหนึ่งแล้ว นี่คือขั้นหนึ่งในการที่ท่านจะเกิด การสมานฉันท์อย่างแท้จริง ไม่ใช่สักแต่พูด ให้ทําโดยการกระทําด้วยความจริงใจ นี่เปึนขั้นที่ ๑
แล้วอีกขั้นตอนหนึ่งก็คือคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทาง การปฏิรูปการเมือง ขอเอ่ยนาม ที่ท่านดอกเตอร์ประเสริฐ ชิตพงศ์ เปึนประธาน ท่านทําสิคะ มาร่วมกันสิคะว่าเราจะปรับโครงสร้างทางอํานาจ พรรคการเมือง นักการเมือง และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญปรับเสีย ทําเสียก่อน ดําเนินไปตามที่ คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการปฏิรูปการเมืองได้ทําไว้ในหนังสือเล่มนี้แล้ว ดิฉันเชื่อว่ามันจะทําให้สังคมไทยเราเกิดการสมานฉันท์ แล้วจึงค่อยมาพูดถึงเรื่องการแก้ รัฐธรรมนูญของคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ที่ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ เปึนประธาน ตามลําดับ ถ้าเปึนไป ตามขั้นตอนอย่างนี้ดิฉันเชื่อว่าการสมานฉันท์หรือความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น ๖ ประเด็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เรามาพูดกัน ๒ วันนี้ ดิฉันว่ามันหาทางออกไม่ได้หรอกค่ะ เพราะมันมีธงอย่างที่ดิฉันพูดไปแล้ว ดิฉันจึงไม่อยาก พูดว่าเขตเล็กคนเดียว เบอร์เดียว เขตใหญ่เรียงเบอร์อะไรจะดีกว่ากัน เพราะดิฉันมาจาก การเลือกตั้ง แต่ดิฉันบอกได้เลยว่าเขตใหญ่เรียงเบอร์ดีกว่า ในขณะที่ผู้ทรงเกียรติในสภา แห่งนี้ก็บอกเขตเล็ก เบอร์เดียวดีกว่า เห็นไหมคะว่ามันต่างคนต่างคิดต่างมีธง เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้ ไปพูดถึงขั้นตอนที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านตั้งหน้าตั้งตาอุตส่าห์เสียสละทุกเรื่อง ทํามาแล้ว เพราะฉะนั้นดิฉันในฐานะที่เปึนคณะกรรมาธิการสามัญศึกษาการบังคับใช้ รัฐธรรมนูญของวุฒิสภาก็เห็นอย่างที่ว่านี้ เพราะฉะนั้นก็สรุปว่าให้ใช้ผลงานของ คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วทําไป ตามขั้นตอน ขอบคุณค่ะ
หมดเวลาแล้วครับ ต่อไปคุณวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ๘ นาที
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร เปึนสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่งในการประชุมในวันนี้ ดิฉันเห็นด้วยใน คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและการศึกษาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากป้ ๒๕๔๐ ที่เราใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จนมาถึงป้ ๒๕๕๐ แต่ก่อนที่มีการลงมติ ว่าจะรับร่างหรือไม่รับร่าง จังหวัดมุกดาหารเปึนจังหวัดหนึ่ง อันดับที่ ๒ ที่ไม่รับร่าง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เนื่องจากเกี่ยวกับว่าในสาระสําคัญในกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้น อาจจะมีสอดแทรกในสิ่งที่ดี ๆ แต่ในส่วนที่ไม่ดีนั้นก็จะมีบ้างนะคะ ในส่วนที่ดี ๆ นั้น เราไม่สามารถที่จะมองเห็นได้ว่าจะดีหรือไม่ดี แต่หลังจากที่ได้มีการใช้มาแล้ว ๑ ป้ ก็สามารถมองเห็นเลยว่าประชาชนในจังหวัดมุกดาหารที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้น เพราะเหตุใด ดิฉันดีใจนะคะที่คณะกรรมการนี้ได้ตั้ง ๖ ประเด็นให้เปึนข้อสังเกต และให้คณะสมาชิกรัฐสภาทุก ๆ ท่านได้เปึนข้อพิจารณาในการว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้หรือไม่ ในกรณีเรื่องการเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว ตอนนี้เจตนารมณ์ ของการให้มีการเลือกตั้งแบบยกพวงคือ ๓ คนนะคะ การยกพวง ๓ คนนี้ การเลือกตั้ง ประชาชนในพื้นที่นั้นไม่รู้นะคะว่าจะเลือกใคร แต่ในส่วนที่เขาคิดที่จะเลือกนั้นก็คือ เลือกกระแสของพรรค เปึนความได้ว่าในพรรคนี้ส่งลงมา ๓ คน คิดว่าใน ๓ คนนั้น มีคนที่ชอบอยู่คนเดียว แต่กรณีว่าอยากจะให้ได้พรรค ๆ นี้ซึ่งเปึนพรรคที่มีนโยบาย เข้าสู่ประชาชนโดยตรงอย่างนี้ ก็จะกาไปเลยทั้ง ๓ คน ๑ ๒ ๓ กาไป ทําให้เสียโอกาส สําหรับ ๒ บุคคลนั้นที่อาจจะมีโอกาส คนที่อยู่พรรคอื่นแต่มีเบอร์อื่นนั้นก็อาจจะมีโอกาส นะคะ แต่ในรัฐธรรมนูญนี้กําหนดว่ายกพวง ๓ เบอร์ทําให้ประชาชนนั้นสับสน และยิ่งมาในกรณีนี้นะคะ ถ้ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้จะให้ในการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้มีผลต่อราษฎรโดยตรงนั้นก็เห็นดีนะคะว่าควรจะให้มีการ เลือกตั้งแบบเขตเดียว เบอร์เดียว เพราะในกฎหมายรัฐธรรมนูญกําหนดเอาไว้ว่า ๑ คะแนน ๑ สิทธิเลือกตั้ง ๑ คะแนน คือเลือกได้ ๑ คน เปึน ส.ส. ๑ คะแนน คือเลือกตั้ง ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทํางานในสภาอันทรงเกียรตินี้ ๑ คน แต่ในกําหนดนั้น ที่เลือกตั้งมาในรัฐธรรมนูญกําหนดมาเลือกเปึน ๓ คน ๑ พวงใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ของดิฉันมีแค่ ๒ คน ก็เสียสิทธิไปแล้ว ๑ คน นี่ละค่ะ ดิฉันจึงบอกว่าถ้าได้มีการปฏิบัติ มาแล้วก็จะเห็นว่าจุดบกพร่องนั้นอยู่ตรงไหน ถ้าเรามาแก้ให้เปึนเขตเดียวเบอร์เดียว แต่ในกรณีเขตเดียวเบอร์เดียวนี้ได้รับฟังหลาย ๆ ท่านก็บอกว่าซื้อเสียงง่าย มองอย่างไรคะท่าน ว่าในการซื้อเสียงง่ายนั้นเปึนการที่ว่าเขาเหล่านั้นได้รับกระแสของนโยบายของพรรค กระชากไป พอได้รับกระแสนั้นกระชากไปแล้ว คนที่อยากจะมาเปึนตัวแทนก็ต้องวิงวอน ไหว้วานละค่ะ พระยาเงิน พระยาทอง ไม่ใช่ซื้อเสียงนะคะ ไหว้วอนขอในส่วนของ พระยาเงิน พระยาทองว่าจะได้มาเปึนผู้แทนราษฎร เพราะอุดมการณ์ของตัวเองนั้น อยากจะมาเปึนตัวแทนของประชาชนในสภาผู้แทนราษฎรนี้เพื่อที่ต้องการเอาอุดมการณ์ ของตนเองนั้นไปแก้ไขและพัฒนาประชาชนให้เข้ากับยุคโลกาภิวัตน์ ณ ขณะนี้นะคะ ดิฉัน จึงเห็นด้วยในกรณีที่มีการแบ่งเขตนี้ เจตนารมณ์ในรัํูธรรมนูญนั้นถ้าหากว่ามาเข้า ในความคิดและการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสมานฉันท์นี้ ดิฉันก็เห็นชอบด้วยนะคะ ในกรณีของมาตรา ๒๖๖ ก็เปึนผลสะท้อนอย่างหนึ่งนะคะ เปึนผลสะท้อนอย่างหนึ่ง ให้ตัว ส.ส. นั้นมีความหมายสําหรับประชาชนในการที่เขาต้องการที่จะมาเปึนตัวแทน ของประชาชน คําที่เรียกเขาอยู่ตลอดเวลาว่า ส.ส. ก็คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่ สมาชิกสภาผู้แทนตัวเองนะคะ หรือไม่ใช่เปึนสมาชิกสภาของพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่ง แต่เปึนสภาผู้แทนราษฎรของราษฎรที่เลือกตั้งเขาเข้ามานะคะ ในกรณีของมาตรา ๒๖๖ ที่กําหนดเอาไว้ว่าห้ามให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าไป ก้าวก่ายการทํางานของหน่วยงานของรัฐ นี่ก็เปึนอย่างหนึ่งที่ไปเจาะว่า ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนนั้นจะต้องเอาเขตพวงใหญ่ล่ะ เพราะอย่างไร ๆ ถ้ากระแสของพรรคมาแรง เขาเหล่านั้นได้มาเปึนผู้แทนราษฎรแน่ แต่พอได้มาเปึน ผู้แทนราษฎรแล้วเขามีความคิดที่จะไปแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนหรือไม่ ยิ่งมาสอดคล้อง เจอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ นี้ห้ามไปก้าวก่ายการทํางานของหน่วยงาน ของรัฐ นี่ก็คือเปึนเบี้ยล่างของข้าราชการ หน่วยงาน ข้าราชการต่าง ๆ ที่คิดว่าจะกอบโกย เอาเงินงบประมาณของแผ่นดินนะคะ ลงไปในส่วนของกฎหมายคือพระราชบัญญัติ งบประมาณที่กําหนดเอาไว้ ภาคอีสานนะคะท่านที่ดิฉันได้อภิปรายมาตลอดเวลา ในงบประมาณนั้น ห้ามให้สภาผู้แทนราษฎรไปก้าวก่าย ในขณะที่ ส.ส. คนนั้นได้รับ ปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ภัยแล้ง น้ําท่วม อุบัติเหตุต่าง ๆ ป้หนึ่ง ๆ จัดงบประมาณ ลงไป พออุทกภัยก็จัดลงไป ๔,๐๐๐ ล้านบาท พอภัยแล้งก็จัดลงไป ๔,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ จัดเข้าไปเปึนกี่พันล้านบาทแล้วคะ ถ้าเอากี่พันล้านบาทนี้มาแก้ไขให้ ก็สามารถแก้ไขได้ ต้องฟัง ส.ส. ด้วย รัฐธรรมนูญในฉบับนี้ มาตรา ๒๖๖ ทําให้ ส.ส. เปึนแค่โสสุดนะคะท่าน ภาษาลาวบอกว่าโสสุดแล้วนะคะ ได้มาเปึนผู้แทนราษฎร ทั้ง ๆ ที่ อยากจะทําหน้าที่ของตนเองในสภา แต่สุดแล้วค่ะ สุดหนทางแล้วค่ะ เขาเรียก ส.ส. ในพื้นที่ภาคอีสานบอกว่าโสสุดแล้วค่ะท่าน นี่ละค่ะดิฉันจึงจะขอบอกว่านักการเมือง แต่ละท่านมีจิตใจที่จะมาขอคะแนนจากประชาชน แต่สิ่งที่เขาได้คะแนนจากประชาชน คือได้จากความตั้งใจหรือความจริงใจของเขาที่ทําให้ประชาชนนะคะ แล้วประชาชนนั้น เลือกเขามาให้เปึนผู้แทนราษฎร ทีนี้มาเจอกฎหมายฉบับนี้ มาเจอรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งเจตนารมณ์ของผู้ที่ร่าง สสร. ที่ร่างมานั้นก็มีเจตนาดี หวังอยากจะให้ผู้แทนราษฎร เปึนผู้แทนราษฎรจริง ๆ แต่จริง ๆ แล้วความเปึนจริงนั้นมันไม่ใช่อย่างนั้น เพราะต่างคน ต่างความคิดนะคะ ต่างพื้นที่ ต่างการบริหาร ต่างพื้นที่ ต่างการอยู่รอดนะคะ ดิฉัน จึงจะขอบอกว่าเห็นดีเห็นชอบในการที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ตั้งข้อคิดนี้ขึ้นมาว่าให้มีการแก้ไขใน ๖ ประเด็นนี้ ใน ๖ ประเด็นนี้ ดิฉันก็คงพูดได้แค่ ๒ ประเด็นนี้เพราะเวลาใกล้จะหมดแล้วค่ะ แต่ก็ขอจะพูดว่าในมาตรา ๒๖๖ นี้ ถ้าจะแก้ไขนะคะ แก้เร็วยิ่งแก้ยิ่งดีนะคะ แต่ในกรณีที่ แก้ไขแล้วถ้าเกิดมีการแก้ไขก็จะเข้ารัฐธรรมนูญในการว่า ถ้าแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว ก็จะต้องมีการยุบสภา เลิกให้ ส.ส. ทีนี้ ส.ส. ที่แก้ไขไปแล้วได้ยุบสภาเขามีความผิด หรือเปล่าคะ แก้รัฐธรรมนูญเสร็จปุ็บก็ต้องเอามากําหนดใช้ พอกําหนดใช้ก็ต้องให้ยุบสภา เลือกตั้ง ส.ส.เข้ามาใหม่ ดิฉันอยากจะขอให้คณะกรรมการว่าถ้าหากว่ามีการแก้ รัฐธรรมนูญก็ขอให้มีบทเฉพาะกาลไว้ด้วย ให้ถึงวาระแล้วก็ค่อยมายุบสภาแล้วก็เลือกตั้ง เข้ามาใหม่ในแนวทางของรัฐธรรมนูญป้ใหม่นะคะ ขอขอบคุณค่ะท่านประธาน ไม่ขอใช้ เวลาเกินนี้ค่ะ
ต่อไปท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็ ดีใจเล็ก ๆ นะครับ ที่มีวันนี้ที่มีคณะกรรมการเพื่อที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เหตุก็คือว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น เปึนรัฐธรรมนูญของประชาชน เพื่อประชาชน โดยประชาชน อันนี้ละครับทําให้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ประวัติศาสตร์ชาติไทยได้จารึกชื่อบุคคล ซึ่งอยู่ ในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ นั้น คือท่าน พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คนที่ ๒๓ ตลอดเวลา ๕ ป้ภายใต้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เป่ดโอกาสให้ นายกรัฐมนตรีคนนี้ ได้ทําคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติรับใช้ประชาชน คนยากคนจน ทําให้คนรักทั้งประเทศ นี่คือเหตุ เหตุนี้เองทําให้มีคนอิจฉาริษยา บุคคลที่เคยมีอํานาจ กลับสูญเสียผลประโยชน์เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงเปึนที่มาของความกลัวนั้น ความกลัวก็ทําให้เกิดความเสื่อมแก่บุคคลที่กลัว มีการสร้างมวลชน ปลุกปัืนขึ้นมาล้มล้าง ขับไล่นายกรัฐมนตรีทักษิณ จนเหตุการณ์สุกงอม ปฏิวัติรัฐประหาร ข้ออ้างไม่จงรักภักดี แล้วก็ที่ร้ายแรงที่สุดก็คือโกง โกงเยอะมาก ขายประเทศ เหมือนยุคท่านชาติชาย ชุณหะวัน ไม่มีผิด สุดท้ายชาวบ้านเขาบอกว่าปฏิวัติรัฐประหารแล้วไข่ออกมา หัวเปึนตัวเงินตัวทอง หางเปึนป้ศาจคาบไปปี แปลงร่างเปึนการปฏิวัติซ่อนรูป รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นส่งผลกระทบต่อประเทศอย่างรวดเร็ว ยุบพรรคไทยรักไทย ยุบพรรคพลังประชาชน นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งนายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ต้องมีอันเปึนไป เพราะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เกิดนายกรัฐมนตรี วิธีพิเศษขึ้นมาแถลงนโยบายที่กระทรวงการต่างประเทศ โดยมีนายกษิต คลั่งชาติ นี่นามสกุลชาวบ้านตั้งให้ใหม่นะ ตอนที่ไปป่ดสนามบินนั้นบอกว่าคนอื่นคลั่งชาติ วันนี้ มากล่าวหาคนอื่นคลั่งชาติ เสื้อเหลืองกําลังจะไปทําหน้าที่เอาที่ดินคืน แล้วตัวเอง เปึนเสื้ออะไรตอนนี้สับสน ท่านประธานครับ สถานการณ์ปัจจุบันเขาเรียกว่าระบอบ มาร์คซิส กู้อย่างเดียว กู้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย โยกย้ายข้าราชการ จนอกสั่นขวัญหาย วันนี้ก็ตั้ง ผบ.ตร. ไม่ได้ นี่คือประเทศไทยวันนี้ระบอบมาร์คซิส สั่งการมีเทปลับ เข่นฆ่าประชาชน อันนี้เปึนข้ออ้าง ซึ่งเทปเต็ม ๆ กําลังจะออกมา ลดแรง เสียดทาน ลดแรงกดดันของสังคม ซื้อเวลา เกิดคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมา เสื้อเหลือง เสื้อแดงแก้ปัญหาอย่างไรครับ สุดท้ายมาสรุปที่แก้รัฐธรรมนูญ ๖ ประเด็น ผมถามคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมฝากไป ผมเคยถามท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่ารถเมล์ ๕๒ คันที่เอามาป่ดล้อม เอามาทําให้เผาบ้านเผาเมืองนั้นตอนนี้จับคนขับรถเมล์ ๕๒ คนได้หรือยัง รถบรรทุกแก๊ส ๒๐ ตัน ซึ่งทําลายล้างหลาย ๆ กิโลเมตรนั้นตอนนี้ จับคนที่ขับรถแก๊สมาได้หรือยัง แล้วท่านจะสมานฉันท์ได้อย่างไร ผู้ชุมนุมหายไป ๑๓ คน วันนี้ก็ยังหาไม่เจอเลย แล้วญาติพี่น้องเขาจะยอมสมานฉันท์กับท่านหรือครับ สมานฉันท์ อย่างไร ประชาชนเขาลงชื่ออยู่ ๗๐,๐๐๐ คน ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่ไม่มี การหยิบยกขึ้นมาทั้ง ๆ ที่เข้าวาระไปแล้ว รอคิวอยู่แล้วทําไมไม่หยิบยกขึ้นมา วันนี้ จะมาขอแก้ไขแค่ ๖ ประเด็น เกิดประโยชน์กับใครบ้าง ผมขอกล่าวหาว่าแก้ไขเพื่อตัวเอง บริหารประเทศไม่ได้ใช่ไหมครับ จะไปกู้เงินแล้วมันติดขัดใช่ไหมครับ เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ทําไมนายสมัคร นายสมชายอยู่ได้ ท่านอยู่ไม่ได้ท่านจะแก้ ท่านมี เสียงข้างมากใช่ไหมครับ ยุบพรรค มาตรา ๒๓๗ พรรคการเมืองใหญ่บางพรรคกําลัง จะถูกยุบใช่ไหมครับ เลยต้องรีบแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ก่อนเพื่อให้พ้นจากกรณีนี้ ผมถึงบอกว่าแก้เพื่อตัวเอง ข่าวว่าจะตั้ง สสร. ๓ ซื้อเวลาไปอีกป้ครึ่ง แล้วก็แก้ ๖ ประเด็น มันคุ้มไหมครับ ผมว่าไม่คุ้มกับงบประมาณของประเทศ ผมฝากท่านประธาน คณะกรรมการ มาตรา ๓๐๙ ท่านเอาไปเก็บไว้ที่ไหน มาตราสุดท้ายครับ หัวตัวเงินตัวทอง หางเปึนป้ศาจคาบไปปี อันนี้หางมันละครับ มาตรานี้ละทําให้ประเทศไทยไปไม่ถึงไหน ทําไมท่านไม่พูดถึงเลยครับ เอาออกไปเถอะครับมาตราสุดท้าย ถ้ากลัวอย่าทํา ทําแล้ว ไม่ต้องกลัว พี่น้องประชาชนหวังว่าวันนี้น่าจะมีข่าวดีบ้าง ประชาธิปไตยเต็มใบ ประชาธิปไตยที่แท้จริงซึ่งพี่น้องคนไทยทั้งประเทศต้องการ คอยดูวันที่ ๑๙ สิครับ วันนี้ อภิปรายในสภากันทั้งวุฒิสมาชิก ทั้ง ส.ส. ถ้าเขาพอใจเขาก็จะไม่ออกมาวันที่ ๑๙ แต่ถ้าเขาคิดว่าการอภิปราย ๖ ประเด็นนั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการของพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศ เขาก็จะออกมาแสดงพลังอย่างสงบและสันติ ท่านประธานที่เคารพ อย่าปล่อยให้ประเทศอยู่ไปอย่างนี้ ถ้าท่านไม่ช่วยกันแก้ไข คนไทย ประเทศไทยจะเสียใจ ลางร้ายของการล่มสลายมันใกล้เข้ามาแล้ว นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เวลาก็เหลือน้อยแล้ว รีบสร้างวีรกรรมที่ดีให้กับประเทศเสีย อายุยังน้อย วันนี้ทําคุณประโยชน์แล้วก็ยุบสภาเสีย แล้วท่านก็จะเปึนวีรบุรุษที่ท่านตั้งไว้ในโอกาสต่อไป ผมฝากพี่น้องประชาชนว่าวันนี้ ผมผิดหวังร่วมกับพี่น้อง สักวันหนึ่งหวังว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ทั้งฉบับจะเข้าสู่ สภาผู้แทนราษฎร จะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ขอให้เชื่อมั่นในระบบรัฐสภา ขอให้ พี่น้องประชาชนอดทนแล้วก็รอคอย วันหนึ่งแสงสว่างปลายอุโมงค์มันก็จะเกิดขึ้น ขอบคุณท่านประธานครับ
รักษาเวลาได้ดีมาก ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ๘ นาทีครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมกราบเรียนท่านประธานว่าการประชุมของพวกเราวันนี้เปึนการประชุม โดยการร้องขอของท่านนายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๗๙ คือการขอรับฟังความคิดเห็น จากสมาชิกรัฐสภา แต่ไม่ปรากฏว่ามีคณะรัฐมนตรีอยู่รับฟังเลยแม้แต่คนเดียวในขณะนี้ ประเด็นที่ผมอยากจะขอกราบเรียนก็คือว่า วันนี้เปึนการพิจารณารายงาน ของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อศึกษาถึงแนวทางในการที่จะยุติปัญหาข้อขัดแย้ง ของสังคมไทยที่เปึนอยู่ในขณะนี้ ซึ่งทางคณะกรรมการสมานฉันท์ก็ได้กรุณา เสนอแนวทางขึ้นมาทั้งหมด ๓ กรอบ ท่านประธาน ก็คือกรอบการสมานฉันท์เพื่อการ ปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขปัญหารัฐธรรมนูญ กรอบการปฏิรูปการเมือง และกรอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เพื่อนสมาชิกวันนี้อภิปรายกันทั้งวันตั้งแต่เช้า มาจนถึงขณะนี้ ปรากฏว่าพวกเราให้น้ําหนักไปแต่กรอบที่ ๓ กรอบเดียว ก็คือเรื่องของ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อเราให้น้ําหนักแต่เรื่องกรอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพียงอย่างเดียว โดยละอีก ๒ กรอบที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสนอมา ก็คือกรอบการสมานฉันท์และกรอบการปฏิรูป การเมืองแล้ว ผมเชื่อว่าลําพังการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะไม่นําไปสู่การยุติความขัดแย้ง แล้วคืนความสมานฉันท์ให้กับผู้คนในสังคมไทยได้ เหตุผลที่ผมได้แสดงความคิดเห็น เช่นนั้น ก็เพราะผมเห็นอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ในกรอบที่ ๑ คือกรอบ การสมานฉันท์ ทางอนุกรรมการได้กรุณาเสนอวิธีการไว้หลายวิธีการ ทั้งหมดมี ๖ วิธีการ แต่ที่น่าสนใจและผมเห็นว่าเปึนวิธีการที่ฝ์ายรัฐบาลและฝ์ายค้านสามารถดําเนินงาน ได้ทันที ลงมือทํางานได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินเลยก็คือ ๑. เรื่องการ ลดทิฐิ ลดอคติ ลดวิวาทะ แต่เรายังคงเห็นการตอบโต้ซึ่งกันและกันระหว่างฝ์ายรัฐบาล และฝ์ายค้าน เรายังคงเห็นโฆษกรัฐบาล โฆษกฝ์ายค้านออกทีวี ตอบโต้กันเปึนรายวัน ให้หยุดการตอบโต้ใส่ร้ายทางการเมือง เรายังเห็นคลิป (Clip) เสียง หยิบมาตอบโต้กัน ในสภา วิธีการที่ ๒ ก็คือบอกรัฐบาล ฝ์ายค้านลดเงื่อนไขความขัดแย้งที่มีอยู่ รัฐบาล ฝ์ายค้านทําได้ทันทีครับ แต่ท่านไม่ทํา ตรงกันข้ามท่านยังคงสร้างเงื่อนไขที่จะทําให้เกิด ความรุนแรงทางการเมือง วิธีการที่ ๓ คือการจัดให้มีการเจรจาเพื่อสันติภาพ ผมไม่เห็นว่า มีฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งจะริเริ่ม หรือฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งเรียกร้องให้อีกฝ์ายหนึ่งริเริ่มจัดให้มี การเจรจาเพื่อยุติปัญหาข้อพิพาท ทั้ง ๓ อย่างนี้ ๓ วิธีการนี้เปึนวิธีการที่สามารถทําได้ทันที ท่านประธาน แล้วริเริ่มได้เลยโดยไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน ไม่ต้องตั้งกรรมการอิสระ หรือตั้ง สสร. ๓ ขึ้นมาดําเนินการในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ด้วยซ้ําไป กรอบที่ ๒ คือกรอบ ของการปฏิรูปการเมือง อนุกรรมการปฏิรูปการเมืองเสนอแนวทางไว้หลายเรื่องครับ ท่านประธานครับ สั้น ๆ ที่ผมเห็นว่าสําคัญและเดี๋ยวเชื่อมโยงกับเรื่องของการแก้ รัฐธรรมนูญด้วย ก็คือปฏิรูปเรื่องโครงสร้างอํานาจ เขียนไว้น่าสนใจในรายงานฉบับนี้ ตั้งแต่หน้า ๒๐ เปึนต้นไปท่านประธาน บอกว่าเหตุผลของการปฏิรูปโครงสร้างอํานาจก็คือ ต้องจัดให้มีการแบ่งแยกอํานาจอธิปไตยอย่างชัดเจน ตั้งแต่อํานาจนิติบัญญัติ อํานาจ บริหาร อํานาจตุลาการและอํานาจขององค์กรอิสระ มิให้มีอํานาจมากจนเกินไป จนเปรียบเสมือนจะเปึนอีกอํานาจหนึ่ง นั่นคือรายงานที่ปรากฏอยู่ในรายงาน การสมานฉันท์ของรายงานฉบับนี้ แต่ปรากฏว่าเราไม่เห็นเสนอเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อมารองรับเรื่องการแบ่งแยกอํานาจ เสนอปฏิรูปการเมืองเรื่องการบริหารราชการ แผ่นดิน การปฏิรูปการเมืองในเรื่องของการเมือง โดยพูดชัดเจนครับว่าเรื่องการเมือง ต้องปฏิรูปพรรคการเมืองและปฏิรูปนักการเมือง แต่ ๖ ประเด็นที่เราเสนอแก้ไข รัฐธรรมนูญมาไม่ได้ตอบโจทย์ตรงนี้เลยครับว่าจะปฏิรูปเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน เช่นไร จะปฏิรูปพรรคการเมืองเช่นไร และสุดท้ายจะนําไปสู่การปฏิรูปนักการเมืองเช่นไร กรอบปฏิรูปต่อไปเสนอเรื่องการปฏิรูปวัฒนธรรมทางการเมืองบอกว่าต้องปลูกจิตสํานึก ของผู้คนในประเทศตั้งแต่เยาวชนให้มีจิตสํานึกในการรักประชาธิปไตย เรื่องนี้ก็เปึนเรื่องที่ ทําได้ทันทีท่านประธาน ง่าย ๆ ที่สุดผ่านกรมประชาสัมพันธ์ โดยท่านรัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรีริเริ่มได้เลย แต่เราก็ไม่เห็นมีการริเริ่มในส่วนนี้
ประเด็นที่ ๓ คือปฏิรูปทางการเมืองของภาคส่วนต่าง ๆ ให้ประชาชน มีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น ผมไม่เห็น ๖ ประเด็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะไป เพิ่มอํานาจให้กับประชาชน พูดตรงไหนครับที่จะมาเพิ่มอํานาจให้ประชาชนมีส่วนร่วม ทางการเมืองกับพรรคการเมืองหรือนักการเมืองมากขึ้น
ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะเสนอก็คือ กรอบที่ ๒ เสนอว่าปฏิรูปหลัก นิติธรรม โดยปฏิรูปกฎหมายให้เปึนธรรม บังคับใช้กฎหมายไม่ให้มี ๒ มาตรฐานเกิดขึ้น รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนไว้แล้วท่านประธานครับ เรื่องของการปฏิรูประบบหลักนิติธรรม ของประเทศไทย โดยให้ออกกฎหมายจัดตั้งองค์กร ๒ องค์กร คือองค์กรที่ ๑ องค์กร ว่าด้วยการปฏิรูปกฎหมาย กับองค์กรที่ ๒ ว่าด้วยองค์กรปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ของประเทศไทย สภาแห่งนี้ทําได้เลยทันทีครับ ไปเร่งรัดสิครับออกกฎหมาย ๒ ฉบับนี้มา เพื่อที่จะให้มีการ ปฏิรูปกฎหมาย เพื่อที่จะให้มีการปฏิรูประบบกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ถ้าท่านเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยยังมี ๒ มาตรฐาน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป่ดช่องให้ออกกฎหมายปฏิรูประบบกระบวนการยุติธรรมได้แล้ว ง่ายที่สุด ง่ายกว่า การไปแก้รัฐธรรมนูญด้วยซ้ําไป
ประเด็นที่ ๓ คือประเด็นสุดท้ายที่ผมจะขอกราบเรียนก็คือว่า ประเด็นเรื่อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญใน ๖ ประเด็น ใน ๖ ประเด็นผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า ผมเห็นมีประเด็นเดียวที่เชื่อมโยงกับแนวคิดของคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษา แนวทางการปฏิรูปการเมืองของประเทศไทย คือมาตรา ๑๙๐ ซึ่งว่าด้วยเรื่องของ การบริหารราชการแผ่นดิน นอกนั้นอีก ๕ ประเด็นที่เหลือ ไม่ได้ตอบโจทย์ของการปฏิรูป การเมือง หรือตอบโจทย์ในเรื่องของแนวทางสมานฉันท์แต่อย่างใดทั้งสิ้น เมื่อเหตุผล มันเชื่อมโยงกันเช่นนี้ ผมจึงพยายามจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรี ซึ่งไม่ได้อยู่ฟังในที่นี้ว่าลําพังการแก้รัฐธรรมนูญนั้นไม่สามารถสร้างความสมานฉันท์ให้กับ ผู้คนในสังคมได้ ถ้าท่านไม่ทําทั้ง ๓ กรอบไปพร้อม ๆ กัน คือกรอบเรื่องของการสมานฉันท์ กรอบเรื่องของการปฏิรูปการเมืองควบคู่ไปกับเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้ามีความ จําเปึนต้องแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับ ๒ กรอบแรก คําถามจึงมีอยู่ว่า แล้วการแก้ไข รัฐธรรมนูญเพื่อให้สอดคล้องกับ ๒ กรอบแรกนั้น คือการแก้ไขส่วนใดบ้าง นั่นคือ รายละเอียดที่ต้องมาศึกษาครับ หลังจากศึกษาจนกระทั่งได้ความคิดที่ตกผลึกแล้ว เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมต้องกลับไปถามประชาชน ซึ่งเปึนเจ้าของอํานาจอธิปไตย อีกด้วย ผมกราบเรียนเปึนข้อมูลเพิ่มเติมครับว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นแท้ที่จริงแล้ว ก็มาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ โดยเอาประสบการณ์ของการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ๙ ป้เศษ ๆ มาถอดประสบการณ์แล้วแก้ไขข้อบกพร่อง ผมอยากจะกราบเรียน ครับว่า เราคงไม่ลืมบทเรียนที่เกิดขึ้นในสมัยที่เราใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งมี ส.ส. มาจากการเลือกตั้งเขตเล็กเบอร์เดียว มี ส.ว. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด แต่เราได้ ปรากฏการณ์ เราได้บทเรียนของการเรียนรู้ว่าสังคมขนานนาม ๒ สภาว่าเปึนสภาผัวเมีย สภาทาส สภาหมอนข้าง แล้วแต่จะพูดกัน เราคงไม่ลืมบทเรียนที่ฝ์ายนิติบัญญัติในยุคนั้น ออกกฎหมายแปลงค่าสัมปทานโทรคมนาคมเปึนภาษีสรรพสามิต เพื่อเอื้อประโยชน์ ต่อเอกชนให้ได้เปรียบภาครัฐ เราคงไม่ลืมการออกกฎหมายโทรคมนาคมเพิ่มสัดส่วน ให้คนต่างด้าวถือหุ้นได้เพิ่มขึ้น แล้ววันรุ่งขึ้นมีการขายหุ้น เราคงไม่ลืมการแก้กฎหมาย เกี่ยวกับภาษีศุลกากรขาเข้า เพื่อเอื้อให้ผู้นําเข้าอุปกรณ์ดาวเทียมได้ส่วนลดในค่าภาษี สรรพสามิต ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณอภิชาต การิกาญจน์ และคุณสุรพงษ์ เสร็จแล้วก็จะให้มีการตอบ เชิญคุณอภิชาต ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต การิกาญจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมจะขอแสดง ความคิดเห็นในกรอบที่ ๒ กรอบการปฏิรูปการเมืองเพียงเรื่องเดียวนะครับ ผมคิดว่า เรามีปัญหาที่จําเปึนจะต้องมีการปฏิรูปการเมือง จากปัญหาสภาพการเมืองที่เราเห็นอยู่ นะครับ
ประการที่ ๑ เราได้เห็นว่าอํานาจทางการเมืองที่เปึนอยู่ในขณะนี้ยังไม่เปึน อํานาจทางการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง เราเห็นได้จากการเมืองในระบบรัฐสภา ขาดความเชื่อถือ ขาดความไว้วางใจจากสังคม บรรยากาศของการทําหน้าที่ของ ผู้แทนราษฎรเปึนสิ่งที่เราได้เห็นกันอยู่ว่าเราจะปรับอย่างไร ที่จะให้สภานี้กลับมาเปึนสภา ที่ยืนอยู่บนความเชื่อถือไว้วางใจของสังคมในวันข้างหน้า
ประการที่ ๒ ปรากฏการณ์ที่เราได้เห็นก็คือ การเมืองนอกระบบ หรือการเมืองภาคประชาชน จะมีบทบาทมากขึ้นในการใช้ให้เปึนพลังอํานาจของ ประชาชน แทนอํานาจในระบบ
ประการที่ ๓ เราได้เห็นว่าการเมืองในเมืองไทย เราไปติดอยู่กับ ตัวนักการเมือง จนละเลยหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง เราจะเห็นได้ว่าบรรยากาศ ทางการเมืองในช่วงหลัง เราปล่อยให้นักการเมืองลากประชาชนไปคนละทิศคนละทาง แตกเปึนกลุ่ม แตกเปึนเสี่ยง จําเปึนอย่างยิ่งที่การปฏิรูปการเมืองจะต้องนําการเมืองกลับมาสู่สภาพที่เราเรียกว่า อํานาจทางการเมืองของประชาชนต้องกลับมาอยู่ในระบบรัฐสภา
ประการต่อไป องค์กรตามรัฐธรรมนูญบางส่วนยังไม่ทําให้ระบบการเมือง เปึนการเมืองดีอย่างแท้จริง เช่น กกต. ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งให้สุจริต เที่ยงธรรม กกต. ไม่สามารถแก้ปัญหาการซื้อเสียงได้ แล้ววันนี้ในระดับท้องถิ่นไม่ว่าจะเปึนเทศบาล เปึน อบจ. เราจะเห็นได้ว่าเสียงทุกเสียงในบางที่เปึนเสียงที่ต้องแลกด้วยเงินทั้งนั้น ปัญหา เรื่องตุลาการภิวัตน์ วันนี้องค์กรตามรัฐธรรมนูญที่เรียกว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทําให้ ศาลมีอํานาจล้นเกิน อํานาจทางอธิปไตยไม่ได้อยู่บนฐานทางอํานาจของประชาชน ในสภา แต่ไปอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ถึงเวลาหรือยังครับที่เราต้องทบทวนบทบาท ของศาลรัฐธรรมนูญ ปรากฏการณ์ในทางสังคม วันเวลาที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าการวิพากษ์ สังคมมีมากขึ้น ผู้คนกล้าวิพากษ์วิจารณ์องค์กรต่าง ๆ ในสังคมมากขึ้น คนชั้นล่าง กล้าแสดงความคิดเห็นที่จะมีลักษณะในการต่อต้านอํานาจมากขึ้น คนในสังคมชั้นล่าง ไม่ฟังคนชั้นบนเช่นแต่เดิม แต่จะฟังใครก็ได้ที่สามารถดูแลแก้ปัญหาปากท้องของกลุ่ม ของคนยากจนได้ นี่คือสิ่งที่เราเห็นว่าเปึนปรากฏการณ์ที่เปลี่ยนไปในช่วงหลังของ การเมือง ผมคิดว่าสังคมไทยของเรากําลังก้าวเคลื่อนไปสู่สังคมที่เราอาจจะเรียกได้ว่า สังคมประชาธิปไตยเสรีนิยมมากขึ้น เราจะเห็นได้ว่าผู้คนในสังคมโหยหาความเปึนอิสระ โหยหาสิทธิและเสรีภาพในทางการเมืองมากขึ้น เพราะฉะนั้นเราจึงได้เห็นปรากฏการณ์ ที่พอจะประเมินได้ว่า
๑. คนต่อต้านการรัฐประหารมากขึ้น
๒. คณะรัฐประหารซึ่งมาไม่ถูกต้องตามครรลองการเมือง ยึดอํานาจได้ แต่ไม่สามารถปกครองประเทศนี้ได้ ต้องคืนอํานาจให้กับประชาชนโดยการจัดการเลือกตั้ง อย่างรวดเร็ว
เมื่อสังคมเปลี่ยนไป ผมคิดว่าสังคมน่าจะต้องการกติกาประชาธิปไตย แบบใหม่มากขึ้น ผมเลยไม่ติดใจทั้งป้ ๒๕๔๐ และป้ ๒๕๕๐ แต่ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญหรือ กติกาประชาธิปไตยแบบใหม่จะต้องเกิดขึ้น ต้องมีรัฐธรรมนูญที่สอดคล้องกับสภาพการณ์ ของการเมืองและสังคมที่เปลี่ยนไปในวันนี้จะต้องเปึนประชาธิปไตยที่เปึนสากลมากขึ้น รัฐธรรมนูญจะร่างอย่างไรก็แล้วแต่จะต้องเสริมสร้างระบบการเมืองและสถาบันการเมือง ให้แข็งแกร่ง รัฐธรรมนูญต้องเปึนหลักเพื่อมารองรับความเปลี่ยนแปลงไปในวันข้างหน้า แล้วผมคิดว่าสังคมจะเคลื่อนตัวไปในทิศทางตามที่เราจะวางกรอบของรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญในทัศนะของผมจะต้องเปึนรัฐธรรมนูญที่เปึนหลักทั่วไปที่ไม่ต้อง ใส่รายละเอียดถี่ยิบเหมือนกับของป้ ๒๕๕๐ แต่รายละเอียดปลีกย่อยการแก้ปัญหา ทางการเมือง ปัญหาของการปฏิรูปจะต้องไปอยู่ในส่วนอื่นไม่ว่าจะเปึนนโยบาย ของแต่ละพรรคการเมืองที่เสนอเข้ามาแข่งขันในทางการเมืองก็แล้วแต่ เราจะเห็นได้ว่า ประสบการณ์ที่ผ่านมาเราร่างรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทางการเมืองเท่านั้น เพราะฉะนั้นการร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าทางการเมืองไม่สามารถเปึน รัฐธรรมนูญที่จะสร้างความแข็งแกร่ง สร้างความมั่นคงให้กับองค์กรและสถาบันทาง การเมืองได้ เมื่อเปึนเช่นนี้เราจะเห็นว่าระบบเก่าที่เราเห็นอยู่ในการเมืองกําลังถูกท้าทายจากกลุ่มคน ในสังคมมากขึ้น ระเบียบสังคมการเมืองต้องการการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบการเมืองใหม่ ข้อวิพากษ์ของการเมืองแบบเก่ากับการเมืองแบบใหม่เกิดจากผู้คนได้รับการเรียนรู้ มากขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงของการเมืองในช่วงเวลาที่ผ่านมา ผู้คนเรียนรู้การเมือง จากม็อบ ผู้คนเรียนรู้การเมืองจากสื่อที่เปึนสื่อที่เปึนอิสระมากขึ้น ปรากฏการณ์เหล่านี้ ท้าทายคณะกรรมการปฏิรูปการเมืองว่าถึงเวลาหรือยังครับที่เราจะต้องมีรัฐธรรมนูญ ที่สามารถสนองตอบต่อการพัฒนาการเมือง ขจัดนักการเมืองเลวออกไปจากการเมือง แล้วเลือกสรรนักการเมืองดี ๆ เข้ามาทําหน้าที่ในการจัดสรรบ้านเมือง เราไม่มีทางเลือกครับ คนที่เข้าสู่การเมืองในแต่ละที่ เรามาจากที่มาที่ต่างกัน เราไม่มีโอกาสเลือกได้คนดีทั้งหมด หรอกครับ เพราะฉะนั้นการเมืองจึงเปึนทั้งการเมืองดีและการเมืองเลว แต่จะเปึนไปเช่นไร ก็ตามการเมืองจะต้องเดินไปตามกระบวนการ โดยไม่มีอํานาจนอกระบบเข้ามาแทรกแซง เราจะต้องทําการเมืองให้มั่นคง แล้วสามารถขจัดอํานาจนอกระบบให้ได้ เราต้องการ การเมืองที่มีผู้นําที่เปึนประชาธิปไตย มีผู้นําที่กล้าหาญที่จะรับฟังข้อมูลรอบข้าง เปึนผู้นํา ที่สามารถตัดสินใจทางการเมือง แล้วมีส่วนในการเสริมสร้างให้ระบบรัฐสภาของเรา ได้กลับมายืนอยู่บนความเชื่อถือไว้วางใจของสังคมในวันข้างหน้าให้ได้ครับ
ต่อไปเชิญท่านสุรพงษ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะอภิปรายผมอยากจะเรียนถามท่านประธานอย่างนี้ครับว่า วันนี้เรากําลังพิจารณาคําขอของรัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ขอเป่ดอภิปราย ทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกทั้งสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา แต่วันนี้ผมไม่เห็นมีคณะรัฐมนตรีนั่งอยู่แม้แต่คนเดียว ไม่รู้แล้วจะฟัง แล้วจะพิจารณาอย่างไรครับ ท่านประธานช่วยเชิญท่านรัฐมนตรีเข้ามาหน่อยครับ หรือว่านายกรัฐมนตรีท่านมัวแต่ไป ผบ.ตร. ตั้งไม่เสร็จก็เลยไม่มา มีปัญหาหรืออย่างไรครับ ขอท่านประธานช่วยเรียนเชิญคณะรัฐมนตรีมารับฟังด้วย เพราะฉะนั้นผมพูดไปแล้ว ไม่มีประโยชน์ เพราะ ครม. ไม่ได้อยู่ฟัง แล้วขอเสนอให้สภาแห่งนี้เป่ดพิจารณาเรื่องนี้ ท่านประธานต้องวินิจฉัยหน่อยครับ
ครับ ให้ท่านอภิปราย ไปเรื่อย ๆ นะครับ เดี๋ยวจะให้ท่านเลขาธิการไปประสานครับ
ได้ครับท่านประธาน พี่น้องประชาชนที่ฟังรายการ ดูรายการนี้เปึนพยานนะครับว่า ไม่มีคณะรัฐมนตรีแม้แต่ท่านเดียวขึ้นมานั่งบนบัลลังก์ ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะ อภิปรายประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้พิจารณามา คําตอบของผมคือผมเห็นด้วยให้มีการ แก้ไขครับ เหตุผลที่ผมเห็นด้วยก็เริ่มตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ตอนนั้นมีการรับร่าง ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ผมไม่เห็นด้วยเพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนขึ้นมาโดยกลุ่มคน ที่ไม่ใช่ตัวแทนของพี่น้องประชาชน พูดง่าย ๆ ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เปึนตัวแทน ของกลุ่มที่ทํารัฐประหาร ผู้ร่างรัฐธรรมนูญแต่ละท่านไม่ได้เข้าใจความเปึนผู้แทน ของปวงชน พูดง่าย ๆ ไม่เคยได้มีโอกาสรับใช้พี่น้องประชาชนเหมือนอย่างพวกผม ผู้ร่างไม่เข้าใจถึงการเลือกตั้ง ไม่มีจิตวิญญาณของความเปึนประชาธิปไตย เดี๋ยวผมจะ ยกตัวอย่างให้เห็นครับว่าไม่มีจิตวิญญาณของความเปึนประชาธิปไตยอย่างไร ผู้ร่างรัฐธรรมนูญไม่เคยทวงถาม หรือไม่เคยถามความต้องการของประชาชน ใช้ทหาร ลงในพื้นที่ อย่างในจังหวัดเชียงใหม่ของผมเอาทหารถือป๋นออกไป ไปบอกพี่น้อง ประชาชนในช่วงของการรณรงค์ว่าจะรับร่างหรือไม่รับร่าง ป้ ๒๕๕๐ ของรัฐธรรมนูญฉบับ นี้ เอาป๋นลงไปจ่อหัวของพี่น้องประชาชนบอกว่ารับไปก่อนเถอะแล้วค่อยมาแก้กัน อย่างนี้ ถามว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มันเปึนประชาธิปไตยหรือไม่ ที่สําคัญที่สุดครับ ท่านประธาน ผมอยากจะเล่าให้พี่น้องประชาชนที่ฟังการอภิปรายของผมในวันนี้ด้วยว่า ในช่วงระหว่างการรับร่างหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ พรรคไทยรักไทยของผมรณรงค์ครับ ไม่รับร่าง ป้ ๒๕๕๐ ผมเองไปรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ว่าเหตุใด ผมไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ในขณะนั้นจังหวัดเชียงใหม่ของผม จังหวัดเชียงรายมีการ ประกาศกฎอัยการศึก ท่านประธาน ในขณะที่กําลังรณรงค์มีการรับร่างหรือไม่รับร่าง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น กฎอัยการศึกกําหนดครับว่าชุมนุมเกิน ๕ คน ไม่ได้ ผมจําได้ครับ ผมใส่เสื้อแดง กางร่มใหญ่สีแดง ตั้งโต๊ะสีแดง ผมไปกับลูกน้องผม ๔ คน เพราะว่า ถ้าไป ๕ คนเดี๋ยวจะถูกจับ ทหารเดินตามผม ผมถือปัายรณรงค์ว่าผมไม่รับร่าง ใครอยากจะรู้ว่าผมไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพราะเหตุใดถามผมได้ ผมไป ๔ คน ทหารคอยถ่ายวิดีโอ (Video) เก็บไว้หมดเลย ผมก็ให้คนของผมถ่ายวิดีโอทหารพวกนี้ ไว้หมดเหมือนกัน ท่านประธานทราบไหมครับว่าเขาเป่ดตําราของเขาว่าจะจับผมอย่างไร เพราะผมชุมนุม ๔ คน บังเอิญลูกน้องผมเปึนผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง โชคดีที่ไม่ท้อง ถ้าเกิด ลูกน้องผมคนนั้นท้องขึ้นมาเขาจับผมทันที เพราะมันนับเด็กในท้องด้วยเปึน ๕ คน สิ่งอย่างนี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตย ผมอยากจะฝากไว้ว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มันถูกวางยาไว้มากมายหลายแห่งครับ เดี๋ยวผมจะชี้ให้ท่านประธาน ได้เห็น นอกจากนั้นแล้วมีผู้ใหญ่บางคนในสมัยนั้นออกให้สัมภาษณ์ผ่านทีวี มีความจงเกลียดจงชังนักการเมืองเข้ากระดูกดํา ไม่บอกว่าเปึนใคร ไม่กี่วันมาก็เพิ่งถูก ระเบิดไปที่บ้าน พูดอย่างกับนักการเมืองเปึนคนเลว เปึนคนชั่ว ผมก็ต้องมาถามกันว่า ใครชั่วกว่ากัน ระหว่างคนคนนั้นกับพวกผมที่มาจากการเลือกตั้ง มาจากการที่ประชาชน โหวตให้ เลือกให้มาเปึน ส.ส. ท่านประธานครับ อย่างไรก็ตามเมื่อรับร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผ่านไป เสื้อแดงแพ้ครับ พวกผมแพ้ ก็ไม่ว่ากัน เราถือว่าเสียงส่วนใหญ่ ของประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เราก็น้อมรับครับ ผมก็ลงเลือกตั้งมาได้เปึน ส.ส. ในขณะหาเสียงครับ ผมบอกประชาชนตลอดเวลาว่าถ้าผมได้มาเปึนรัฐบาล ผมมีเสียงข้างมาก สิ่งแรกเลยผมจะแก้รัฐธรรมนูญ จะแก้กลับไปให้เหมือนกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมหาเสียงไว้อย่างชัดเจนท่านประธาน ผมกล้ายอมรับความจริงว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ อ่านแล้วไม่เข้าท่า อ่านแล้วรับไม่ได้ แล้วที่สําคัญที่สุดท่านประธาน มาตรา ๒๙๑ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็ได้ให้สิทธิแก่ ส.ส. และ ส.ว. สามารถแก้ไข รัฐธรรมนูญได้ แม้กระทั่งพี่น้องประชาชน ๕๐,๐๐๐ คน ลงชื่อร่วมกันก็ขอแก้ไข รัฐธรรมนูญได้ แต่วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นท่านประธาน ยังไม่ทันคิดจะแก้เลย แค่มีเพื่อนสมาชิก ส.ส. ไปล่ารายชื่อ ส.ว. กับพวกผม ซึ่งผมเองก็ลงชื่อไปด้วยเพื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ พวกที่ ตีโพยตีพายไม่ยอมรับ ออกมาคัดค้าน คนที่เปึน สสร. ๒ ก็ออกมาคัดค้าน ทั้ง ๆ ที่ตัวเอง เขียนกติกาไว้ว่า ส.ส. และ ส.ว. ประชาชนสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ตามมาตรา ๒๙๑ ผมไม่เข้าใจว่าอะไรเกิดขึ้นกับบ้านนี้เมืองนี้ มันเปึนอะไรกัน มันจะบ้ากันไปหมดแล้ว เขียนกติกาขึ้นมาเอง แต่ไม่ยอมรับ ผมมาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน ผมมี ๑๒๐,๐๐๐ คะแนน ผมพูดแทนพี่น้องประชาชน ๑๒๐,๐๐๐ คน ที่เลือกผม ได้ผมมาอยู่ใน สภาแห่งนี้ ผมก็มีสิทธิที่จะแก้รัฐธรรมนูญ ทําไมต้องไปตั้ง สสร. อีก ทําไมทุกคน ในสภาแห่งนี้ไม่มีความมั่นใจในตัวเองที่จะทําหน้าที่แทนประชาชน ผมฟัองประชาชนเลยครับ ว่าเที่ยวหน้าอย่าไปเลือกเข้ามา พวกที่ใจไม่ถึง ตัวเองเปึนผู้แทนราษฎรอยู่แล้วก็ต้องทํา หน้าที่แทนประชาชน อย่าง ส.ว. สรรหาผมไม่ว่า เพราะเขามาจากการสรรหา เขาไม่ใช่ ตัวแทนประชาชนที่มาจากการเลือกตั้งแบบพวกผม นี่ต้องกราบขออภัย เพราะว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เขียนอย่างนั้น ซึ่งผมไม่ชอบ ผมไม่เห็นด้วยครับ ท่านประธาน พรรคพลังประชาชนได้รับเลือกตั้งมามีเสียงข้างมากแต่ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง จะเปึนรัฐบาล พรรคเดียวเหมือนพรรคไทยรักไทยที่เคยได้ ๓๗๗ เสียง มันเปึนไปไม่ได้ท่านประธาน เราก็ ต้องฟังเสียงเพื่อนพรรคร่วมรัฐบาล จะแก้ไขรัฐธรรมนูญพรรคร่วมรัฐบาลบอกว่ารอไว้ก่อน ใจเย็น ๆ ไว้ก่อน ส.ส. และ ส.ว. บางส่วนก็ไม่เห็นด้วย ออกมาคัดค้าน สื่อมวลชนก็คัดค้าน โดยเฉพาะสมุนของกลุ่มที่ทําการปฏิวัติรัฐประหารก็ออกมาคัดค้านเลย ผมก็ไม่เข้าใจ เราในฐานะพรรคพลังประชาชน เราอยู่ด้วยความอดทน เราต้องการให้บ้านเมือง เดินต่อไปด้วยความเรียบร้อย เราทนครับ ไม่แก้ก็ไม่แก้เอาไว้ก่อนก็ได้ ผมเองท่านประธาน วันนี้พอเห็นว่าคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ได้ข้อสรุปว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๖ ประเด็น ผมเห็นด้วย ด้วยเหตุด้วยผล สดับตรับฟัง ต้องการความสมานฉันท์ให้มันเกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่ผมเองอยากจะแก้มันทั้งฉบับ ละครับ ผมอยากจะยกตัวอย่างสัก ๒ ประเด็น
ประเด็นแรก เรื่องมาตรา ๓๐๙ ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันมากมาย มาตรา ๓๐๙ ผมมองว่าเปึนมรดกของอสูร พูดง่าย ๆ คือทายาทอสูร สิ่งใดที่ คมช. หรือ คปค. คณะปฏิรูปการปกครอง คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติทําไว้ ไม่ผิด เปึนการ นิรโทษกรรมไว้หมด แล้วก็มีกระบวนการที่จะมองพรรคผม ที่จะแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๙ กล่าวหาว่าแก้เพื่อช่วยนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผมถามจริง ๆ เถอะครับ ว่า คตส. คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินที่ตั้งขึ้นมานั้น โดยหลักนิติธรรมอะไร ก็สุดแล้วแต่ ปฏิบัติ ตรวจสอบ ให้ความเปึนธรรมแก่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ และครอบครัวหรือไม่ มีการอายัดทรัพย์ ๗๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน ทั้ง ๆ ที่ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณก่อนที่ท่านจะเปึนนายกรัฐมนตรี ท่านแจ้งบัญชีทรัพย์สินไว้ ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทําไมต้องไปอายัดหมดล่ะครับ เงินที่มรดกของท่าน ท่านหามา ตลอดชีวิต อายัดหมด ถามว่าหลักนิติธรรมมีไหม อย่างนี้ คตส. ควรจะมีความผิดไหม คมช. ที่ตั้ง คตส. ขึ้นมา หรือ คปค. ที่ออกคําสั่งขึ้นมา ฉบับที่ ๓๐ ตั้ง คตส. ขึ้นมา แบบนี้มันชอบไหมครับ เพราะฉะนั้นมาตรา ๓๐๙ ควรจะตัดทิ้งไปเลย ต้องใจกล้าครับ มันไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ คนปฏิวัติก็ลอยหน้าลอยตาอยู่ได้ ต้องตัดทิ้ง ผมอยากจะ ตัดทิ้ง ทีนี้เรื่ององค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการ ปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตลอดจนวุฒิสมาชิกที่มาจากการสรรหา มันเปึนกระบวนการวนเวียนบุญคุณต่างตอบแทน ผมต้องยกตัวอย่างให้ท่านประธานฟัง นะครับ กรณีมาตรา ๑๑๓ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เขียนครับว่า คณะกรรมการสรรหา สมาชิกวุฒิสภามาจากประธานศาลรัฐธรรมนูญ มาจากประธานคณะกรรมการ การเลือกตั้ง มาจากประธานคณะกรรมการการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจเงินแผ่นดิน แต่ที่มาของศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการ การเลือกตั้ง กรรมการ ป.ป.ช. ก็มาจากวุฒิสมาชิกอีกครับ นี่มันเปึนสิ่งที่บุญคุณ ต่างตอบแทนแน่นอน ผมคิดเปึนอย่างอื่นไม่ได้ เพราะวุฒิสภาให้ความเห็นชอบ ศาลรัฐธรรมนูญ วุฒิสภาให้ความเห็นชอบคณะกรรมการปัองกันปราบปรามและการทุจริต แห่งชาติ มาตรา ๒๔๖ มาตรา ๒๔๙ คณะกรรมการการเลือกตั้งก็มาจากความเห็นชอบ ของวุฒิสภา แล้วแบบนี้มันก็เปึนบุญคุณต่างตอบแทนเวียนว่ายกันอยู่นี้ และคณะสมาชิก วุฒิสภาที่มาจากการสรรหาก็มาจากการแต่งตั้งของบุคคลเหล่านี้ ซึ่ง คมช. ทิ้งเอาไว้ ตั้งเอาไว้ ท่านประธาน ผมเห็นในประเด็นอย่างนี้ ผมก็ใจจริงแล้วอยากจะแก้อีกเยอะ แต่เมื่อเห็นคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญเขาเอา ๖ ข้อ ผมอยากให้ประเทศชาติมันเดินต่อไปได้ ๖ ข้อก็เอา เพื่อบ้านเมืองจะไปได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นท่านประธาน พรรคประชาธิปัตย์ คงต้องขออนุญาต เอ่ยนาม ท่านก็เปึนคนตั้งนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ตั้งสมานฉันท์ขึ้นมา ผ่านสภาแห่งนี้ เนื่องจากสงกรานต์เลือดก็ตั้งคณะกรรมการคณะนี้ขึ้นมาเพื่อจะให้เกิดความสมานฉันท์ พอคณะกรรมการชุดนี้พิจารณามา ๖ ประเด็น พรรคประชาธิปัตย์บอกจะแก้ ๒ ประเด็น ๒ ข้อ เรื่องมาตรา ๑๙๐ การติดต่อกับต่างประเทศนั้นละ สนธิสัญญาต่าง ๆ กับ การเลือกตั้ง เขตเล็ก มันคิดได้อย่างไร ผมไม่เข้าใจ เล่นเกมอย่างไร แล้วก็จะให้มีการทํา ประชาพิจารณ์ ทําประชามติ ตั้ง สสร. ๓ ยืดเวลา ซื้อเวลา ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ หรือรัฐบาลนี้อยากจะเปึนรัฐบาลอยู่นาน ๆ ก็บอกความจริงประชาชนเลยครับ ไม่ต้อง มาเล่นเกม ผมอภิปรายในวันนี้เห็นด้วยกับสิ่งที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ๖ ข้อ ก็ ๖ ข้อ เอาละเพื่อบ้านเมือง จะได้เดินต่อไปได้ แต่ผมก็ไม่หวังครับว่ารัฐบาลนี้จะดําเนินการให้เปึนไปตามที่ คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะนายอภิสิทธิ์ไม่เคยตอบความจริงกับสังคมแม้แต่ครั้งหนึ่ง ผมก็อยากจะถาม ท่านประธานฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่ไม่มีแม้แต่ตัวตน อยู่บนบัลลังก์แห่งนี้นะครับว่า ๒ วันนี้หลังจากอภิปรายจบท่านจะทําอย่างไร ท่านจะดึงไว้ อีก ๓ เดือนหรืออะไร ต้องแจ้งให้พี่น้องประชาชน ต้องพูดในสภาแห่งนี้เพื่อบันทึกไว้ เพราะว่ารัฐบาลนี้กลับกลอก ปลิ้นปล้อนอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยพูดความจริง ผมฝากถาม ท่านประธานไปยังรัฐบาลซึ่งไม่มีตัวตน นายกรัฐมนตรีก็ไม่อยู่ ใครก็ไม่อยู่ ถามอันนี้ ให้ผมด้วยและให้ท่านตอบ ไม่ต้องให้สมานฉันท์ตอบ เพราะสมานฉันท์รายงานมาแล้ว อ่านแล้วเข้าใจ ขอบคุณครับท่านประธาน
ครับ ขอบคุณครับ มีท่านตวง อันทะไชย กรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและการศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ขอชี้แจงครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา
ท่านไพจิตมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมประท้วงท่านประธานนะครับ เนื่องจากในวาระที่ขอเป่ดวันนี้ เปึนการเป่ดในกรณีที่รัฐบาลมีปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดิน แล้วก็อ้างรัฐธรรมนูญ เพื่อจะใช้เปึนเครื่องมือในการสร้างสมานฉันท์ แท้จริงแล้วรัฐบาลต้องมาฟัง แล้วก็ มีความเห็นอย่างไร จะแลกเปลี่ยนกับสมาชิกบ้างก็เปึนธรรมเนียม แต่ว่า ต้องกราบประทานอภัยท่านตวง ท่านประธานดิเรกนะครับ ความจริงท่านไม่ได้เปึนอะไร กับพวกเรา เปึนหัวใจเดียวกันที่จะต้องแก้รัฐธรรมนูญนะครับ ผมอยู่กับท่าน ผมเข้าใจ แต่ว่าสิ่งที่ต้องฟังวันนี้คือรัฐบาลมีปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา ๑๗๙ ครับ ท่านประธาน ถ้าจะกรุณาได้ทําตามข้อบังคับที่รัฐบาลขอมาก็จะเปึนประโยชน์ เวลามีเรื่องสําคัญ ท่านนายกรัฐมนตรีนี่เขียนกฎเหล็กไว้เลยว่าสภาสําคัญต้องมาร่วม พิจารณาท่านมาตอบกระทู้ แต่ว่าเรื่องสําคัญเรื่องรัฐธรรมนูญนี่ ผมก็ฟัง แม้แต่สมาชิก วุฒิสภาก็ท้วงมา ท่านสุรชัย ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนาม ท่านประท้วง พวกเราก็ฟังมาโดย ตลอดนะครับ อยากจะเห็นความพร้อมเพรียง ความจริงใจในการเสนอปัญหาต่อเรื่องนี้ ครับ ทิศทางที่จะต้องใช้เวลาถ่ายทอดออกโทรทัศน์ถึงพี่น้องประชาชนทั้งประเทศครับ ท่านประธาน ผมขอความกรุณาได้วินิจฉัย แล้วก็ได้ใช้เวลาให้ตามข้อบังคับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๙ ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรี ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จริงอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ยกเว้นในช่วงที่มีการประชุม ผมก็จะฟังอยู่ตลอดนะครับ เพียงแต่ว่าเซ็นเอกสารไปด้วย อาจจะไม่ค่อยสะดวกนักที่ต้องขนเอกสารทั้งหมดมาอยู่ตรงนี้ ก็ยืนยันนะครับว่าทุกอย่าง มีการรวบรวมประเด็นไว้แล้วรัฐบาลก็จะเปึนผู้ตอบ กราบเรียนสักนิดหนึ่งนะครับว่าจริง ๆ ก็ฟังอยู่ ก็ยังคิดอยู่เหมือนกันว่าถ้าอยู่ในห้องประชุมนี่ บางครั้งมีการใช้ถ้อยคําที่ไม่ค่อย เหมาะสมนักที่กล่าวหารัฐบาล แล้วก็ไม่เปึนความจริง แต่ก็ไม่อยากให้เสียบรรยากาศ เพราะฉะนั้นถ้าจะกรุณาอภิปรายเข้าสู่ประเด็นที่ได้มีการสอบถามขอความคิดเห็นนี่ ก็จะช่วยให้การทํางานมันมีความราบรื่นมากขึ้น เพราะว่าบรรยากาศผมก็ฟังมาตลอด มาช่วงท้ายนี่มันมีลักษณะซึ่งจะกระทบกระทั่งกัน แล้วเดี๋ยวจะมีการประท้วงกัน ซึ่งผมก็ไม่อยากที่จะไปลงรายละเอียดนะครับ เพราะฉะนั้นก็ยืนยันครับว่ารัฐบาล ก็ติดตามการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกอยู่ครับ
ท่านประธานครับ ผม ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ความจริงก็เปึนข้อกังวลไม่แตกต่างจาก ท่านสมาชิกรัฐสภา ท่านไพจิตที่ได้กรุณาพูดถึงเมื่อสักครู่นี้ว่า คณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีความจําเปึนที่จะต้องลุกขึ้นมา เพื่อกราบเรียนท่านว่า เบื้องต้นนี้อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังสมาชิกว่า เราต้องกราบขอบพระคุณที่ท่านสมาชิกได้ให้กําลังใจและให้ข้อเสนอแนะกับเรามา แต่เราก็มีความกังวลไม่แตกต่างจากท่านว่า ณ เวลานี้ข้อเสนอของเราบางส่วนนี่จําเปึน ที่จะต้องใช้กลไกของรัฐบาลและรัฐสภาในการดําเนินการ ผมขอประทานอนุญาต ได้กราบเรียนดังนี้ครับว่า ความจริงนี่ข้อเสนอของเราทั้ง ๓ บทนั้นมันเชื่อมโยงกันครับ มันไม่ได้มีเฉพาะเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น มันมีทั้งการที่จะต้องทํา กระบวนการสมานฉันท์ แล้วก็มีกระบวนการในการทําการปฏิรูปทางการเมือง แล้วสุดท้ายก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ความจริง ๓ ส่วนนั้นมันเชื่อมโยงผูกพันอย่างที่ ท่านสมาชิกหลายท่านได้กรุณาอธิบายก็คือว่ากระบวนการสมานฉันท์นั้นมันคือพื้นฐาน ที่จะนําไปสู่การปฏิรูปการเมืองและแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมจึงขอประทานอนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่า ทําอย่างไรจะให้สมาชิกวันนี้ได้โปรดท่านได้ต่อยอดด้วยว่า เมื่อเรา คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี่ มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าว่า เราต้องการที่จะหาทางออกให้กับประเทศ อยากจะให้ ท่านช่วย เมื่อสักครู่นี้ท่านสุรพงษ์กรุณาช่วยแล้ว เมื่อสักครู่นี้ท่านไพจิต ศรีวรขาน กรุณาช่วยด้วยว่าสิ่งที่รัฐบาลสามารถทําได้โดยไม่ต้องรอก็คือกระบวนการแรกในบทที่ ๓ คือ
ประการที่ ๑ กระบวนการสมานฉันท์ อันนี้ไม่ต้องลงทุนเลยครับ ซึ่งเรา ก็บอกชัดเจนในข้อเสนอของเราว่าใครเปึนคนทํา ทําอย่างไร มีหน้าที่อะไร ถ้าทํา ท่านไพจิตก็ทราบดีว่าไปไกลแล้วตอนนี้นะครับ
ประการที่ ๒ เราคิดว่าทิศทางของการปฏิรูปการเมืองนั้นมันก็มีความสําคัญ และมีความจําเปึน เพราะมันเปึนเปัาหมายสุดท้ายของการปฏิรูปการเมืองทั้งหมด
ประการที่ ๓ เรื่องประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พวกเราก็คุยกันว่า เสร็จงานวันนี้แล้วอย่างไรต่อไปล่ะ เสร็จงานวันนี้สมาชิกรัฐสภาท่านทั้งหลายได้แต่งตั้ง พวกเรา ท่านได้มีมติเลือกพวกเรา ท่านประธานได้บัญชาให้พวกเราไปทํางาน คําถาม ของพวกเราในฐานะที่ไปทํางานแทนท่านทั้งหลายก็คือว่าท่านจะใช้กลไกรัฐสภานี่ ขับเคลื่อนอย่างไรที่จะให้กลไกเหล่านั้นได้ทําตาม ผมยกตัวอย่างเช่น แม้แต่เรื่องของ กระบวนสมานฉันท์ ที่เรายืนยันมาตลอดว่า วิกฤติครั้งนี้มันเปึนวิกฤติของคนไทยทุกคน คนไทยทุกคนคือทางออกของสังคม ต้องไปฟังประชาชนครับ เราก็บอกว่าจะต้องทํา และจะต้องเริ่มดําเนินการกระบวนการสมานฉันท์ หรือประเด็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี่ เราก็มีความเห็นไม่ต่างจากท่านว่า วันนี้ประเด็นใดที่ตกผลึกมองเห็นร่วมกัน แล้วก็สามารถทําได้ หรือประเด็นใดที่มันจะต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก็จําเปึน ที่จะต้องทํา แต่เรายืนยันว่าถ้ามันเปึนทางออกของประเทศก็ไม่ต้องรอให้มันครบทั้งหมด ก็ได้ นี่คือข้อเสนอของเรา
ประการสุดท้าย ผมคิดว่ามันมีความจําเปึนที่จะต้องกราบเรียน ท่านประธานเพื่อให้ท่านสมาชิกได้เข้าใจถึงเจตนาของคณะกรรมการสมานฉันท์ ซึ่งมีประเด็นที่ท่านได้กรุณาพูดถึงในเวทีเพื่อให้เข้าใจตรงกันก็คือว่า เรื่องของ สื่อสารมวลชนกับสร้างสังคมสมานฉันท์นี้ ความจริงเปึนประเด็นที่เราเสนอชัดเจนครับว่า ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปปฏิรูปสื่อมวลชน ปฏิรูปสื่อมวลชนเปึนเรื่องที่สื่อมวลชนจะต้อง ลุกขึ้นมาทําในเรื่องวิชาชีพ แต่ข้อเสนอของเราที่เราค้นพบก็คือเราพบว่าวันนี้สื่อมวลชน มีส่วนสําคัญในการเพิ่มและลดระดับความขัดแย้งทางสังคมอย่างมากมาย สื่อมวลชน สามารถที่จะทําให้สังคมเกิดสติ เกิดปัญญาที่จะหาทางออกร่วมกันได้ สื่อมวลชน สามารถที่จะเปึนเครื่องมือในการประคับประคองบ้านเมืองได้ คําถามก็คือว่าประเด็นนี้ เราเสนออย่างไร เราเสนอว่าวันนี้นอกจากรัฐสภาจะเปึนเจ้าภาพในการประสาน แล้วมาพูดคุยกัน รัฐบาลเองก็มีพลังที่จะสามารถทําเรื่องนี้ได้
ประการที่ ๒ ที่เราคิดว่ามันจําเปึนที่จะต้องทําแล้วเราอยากให้รัฐบาล ทําต่อไปก็คือ ข้อเสนอที่เปึนกระบวนการเจรจาเพื่อสันติครับ ความจริงมันไม่ได้แคบ อย่างที่ว่า การเจรจาเพื่อสันตินั้นมันทําได้ทุกเหตุการณ์ ทําได้ทุกขั้นตอน ทําเปึนทางเลือก แรกสุดที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เสนอต่อรัฐบาลก็คือก่อนที่จะใช้ความรุนแรง ทุกฝ์ายสามารถใช้ได้เลย บทเรียนนี้เราจะไป ได้บทเรียนมาจากทั้งงานวิจัยและจากเราที่ได้คุยกับพี่น้องประชาชน ทําเวทีรับฟังความ คิดเห็นหรือบทเรียนจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเปึนแอฟริกาใต้ ประเทศโคลัมเบีย ประเทศ กัวเตมาลา ก็ใช้แบบเดียวกันครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า อยากจะให้รัฐบาลได้ใช้ กระบวนการตรงนี้เข้าด้วย
ประการสุดท้ายที่ผมคิดว่ามีความจําเปึนต้องกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านสมาชิก ท่านได้ช่วยผลักดันเรื่องนี้ให้เราด้วยก็คือว่า เรามีข้อเสนอว่า มีความจําเปึนที่จะต้องจัดสมัชชาภูมิภาค ๔ ภาค ถามว่าทําไมต้องทํา เราคิดว่าวันนี้ รัฐสภาลําพังโดยสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือรัฐบาล ไม่อาจที่จะ สร้างความสมานฉันท์ในชาติได้ เราจําเปึนที่จะต้องไปชวนพี่น้องประชาชน ไปรับฟัง ความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน เราได้ออกแบบเอาไว้ ๔ ภูมิภาคเพื่อให้พื้นที่ของพี่น้อง ประชาชนได้แสดงความคิดเห็น เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีความคิดเห็นว่ากระบวนการ สมานฉันท์ถ้าจะสร้างนี้ พี่น้องประชาชนจะต้องทําอย่างไร หรือแม้แต่ประเด็นในการที่จะ ปรับปรุง แก้ไขรัฐธรรมนูญ พี่น้องประชาชนคิดอย่างไร มันสะท้อนให้เห็นตอนท้าย ที่เราจัดที่ เอ็นบีที ครับท่านประธานครับ ในตอนท้ายที่เราจัด เอ็นบีที นี้ พี่น้อง ๔ ภูมิภาค โทรเข้ามานี้ เปึนประเด็นที่ตรงกันกับสมัชชาของเรา แต่เราคิดว่าถ้าเราจะยกเวทีสมัชชา ไปหาพี่น้องประชาชนนั้น มันก็จะเปึนพื้นที่ทางภาคพื้นให้พี่น้องประชาชน มาแลกเปลี่ยนกัน เพราะเราเชื่อว่าคนนี้แม้จะมีประเด็นขัดแย้งกันก็ตาม แต่ถ้ามีพื้นที่ให้ เขาได้พูดคุยกัน ได้แลกเปลี่ยนกัน ได้แสดงความคิดเห็นซึ่งกันและกัน คณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเชื่อว่าจะผ่อนคลายลด ระดับความขัดแย้งและนําไปสู่การสร้างสันติสุขภายในประเทศได้ จึงเปึนประเด็นที่ผมขอ ประทานอนุญาตได้กราบเรียนท่านประธาน เนื่องจากว่าเราจะต้องคุยกัน ๒ วัน ก็ย้ํา ตอนท้ายนะครับว่าอยากให้ท่านสมาชิกรัฐสภาช่วยตั้งคําถามกับคณะกรรมการหน่อยว่า เสร็จจากวันนี้แล้วอย่างไรต่อไป เสร็จจากวันนี้เราจะเริ่มต้นในการที่จะกอบกู้ฟุ๋นฟูชาติ บ้านเมืองอย่างไร จึงกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านไพบูลย์ครับ ท่านมีเวลา ๘ นาทีครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมในวันนี้มีโอกาสอย่างดียิ่งที่จะมาพูดในรัฐสภาแห่งนี้ ในฐานะของ ประชาชน ๑ ใน ๑๔ ล้านเสียงที่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ท่านประธานครับ ผมพูดในวันนี้แทนประชาชนที่ไม่อยู่ในสภาแห่งนี้ ประชาชนเหล่านั้นได้รับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ด้วยความหวังครับท่านประธาน หวังว่าจะเปึนรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะนํามาซึ่งความสงบร่มเย็นให้กับสังคมไทย แต่เหตุการณ์ ที่ผ่านมาเกิดปัญหาขึ้นมากมาย ผมอยากจะขอกราบเรียนท่านประธานว่าไม่ใช่เกิดจาก รัฐธรรมนูญหรอกครับ แต่ส่วนจะเกิดจากสิ่งใดผมจะไปกล่าวในตอนท้าย ๆ ท่านประธานครับ กรอบของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญของรัฐสภานั้น กรอบงานก็เปึนที่ทราบอยู่แล้วว่ามี ๓ ส่วน แต่ผมก็ทราบ ข้อเท็จจริงอยู่แล้วนะครับว่าโดยเนื้อแท้แล้วก็เปึนคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเพื่อแก้ไข รัฐธรรมนูญ แม้โดยชื่อจะมีคําว่า สมานฉันท์ แม้โดยชื่อจะมีคําว่า ปฏิรูปการเมือง แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมีการดําเนินการของคณะกรรมการชุดนี้ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการ พิจารณาศึกษาแนวทางสร้างความสมาฉันท์ทางการเมืองของสังคมไทย โดยมีท่าน ส.ว. ตวง อันทะไชย เปึนประธานคณะอนุกรรมการ ผมก็ขออนุญาตชื่นชมครับ ท่านก็ได้ทํางาน ด้วยความตั้งอกตั้งใจ หาแนวทางที่จะสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นดังที่ท่านได้กล่าวมา เมื่อสักครู่นี้ ผมจะสนับสนุน แล้วก็จะหาทางออกต่อไปร่วมกับท่าน และนอกจากนั้น มีประธานคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการปฏิรูปการเมือง ซึ่งมี ท่านดอกเตอร์ประเสริฐ ชิตพงศ์ ท่านก็จะจัดตั้งแนวทางที่จะปฏิรูปการเมือง ผมก็ สนับสนุนเช่นเดียวกันครับ เพราะว่าสิ่งที่ท่านคิด ท่านเสนอนั้นเปึนประโยชน์ ท่านน่าจะตั้ง คณะกรรมการปฏิรูปการเมืองขึ้นมาเลย อันนี้ฝากท่านไว้ด้วยครับ ส่วนคณะชุดที่ ๓ เปึนคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่น ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีท่าน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านก็เสนอมา ๖ ประเด็น ผมต้องขออนุญาตแนวทางแก้ไขปัญหาทั้ง ๖ ประเด็นนั้น ทีแรกนึกว่าจะทํา อันดับต้น ๆ เปึนอันดับท้ายสุด แต่กลับกลายเปึนได้มีโอกาสเข้ามาพิจารณาในที่ประชุม แห่งนี้ แล้วก็เปึนเรื่องที่พูดถึงกันมากที่สุด ผมก็เช่นเดียวกัน ขอพูดเรื่องนี้ด้วยครับ ท่านประธานครับ แนวทางแก้ไขทั้ง ๖ ประเด็นนั้นผมต้องเรียนไว้ก่อนว่าในความเห็น ส่วนตัวผม รัฐธรรมนูญแก้ไขได้ครับ แต่ต้องมีกระบวนการที่ถูกต้อง กระบวนการดังกล่าวนั้น ตั้งแต่ประเด็นที่จะแก้ไขไปจนถึงวิธีการที่จะแก้ไขทั้งหลายนั้นจะต้องเปึนไปเพื่อประโยชน์ ส่วนรวม เพื่อประโยชน์ของประชาชน แต่ก็เสียดายว่าประเด็นที่คณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญกําหนดขึ้นมานั้น ล้วนแล้วแต่เปึนกําหนดโดยนักการเมืองเปึนส่วนใหญ่ แล้วก็การกําหนดประเด็น ก็เปึนการกําหนดประเด็นโดยนักการเมืองเพื่อประโยชน์แก่นักการเมือง แล้วท่านอาจจะ อนุมัติโดยนักการเมืองด้วยนะครับ ผมคิดว่าประชาชนที่อยู่ภายนอกสภาเขาไม่เห็นด้วย กับท่านละครับ เพราะว่าเขาควรจะต้องมีส่วนร่วมในเรื่องนี้ ถ้าท่านอยากจะให้สมานฉันท์ ท่านจะต้องนําไปถามประชาชนอีกครั้งครับ นําไปจัดตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมา เพื่อรับฟัง เพราะประชาชนเขาก็อยากจะเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญด้วยกันกับท่านด้วย เช่นเดียวกัน อย่าลืมครับที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจากประชาชน ๑๔ ล้านเสียง ก่อนที่ท่านจะแก้ไขก็ควรจะต้องไปให้ประชาชนลงประชามติด้วยครับ โดยเฉพาะ มาตรา ๑๙๐ ท่านประธานครับ กรณีนี้ไปโยงกับกรณีเขาพระวิหาร ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ซึ่งแผ่นดิน ๔.๖ ตารางกิโลเมตรนั้นเราใกล้ที่จะเสียอธิปไตยไปแล้ว หากไม่มีรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ มาปกปัอง ท่านประธาน ท่าน จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวคําปราศรัยแก่ประชาชนชาวไทย เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๐๕ ใจความ ตอนท้ายว่า พี่น้องชาวไทยที่รัก ในวันหนึ่งข้างหน้าเราจะต้องเอาปราสาทพระวิหาร กลับคืนมาเปึนของชาติไทยให้จงได้ แต่ท่านประธานครับ ๔๗ ป้ต่อมา คือในป้นี้ประสาท พระวิหารก็ยังไม่คืนกลับมา แต่แผ่นดินเขาพระวิหาร ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ใกล้ ๆ ปราสาทกลับรักษาไม่ได้ แต่ถ้าท่านลองไปแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ซึ่งไปโยงอยู่กับเรื่องราวของกรณีของแผ่นดินเขาพระวิหาร ประชาชนที่รักชาติ ประชาชนที่รักแผ่นดิน ซึ่งเขาจะเดินทางวันที่ ๑๙ กันยายนนี้ไปพิทักษ์ แผ่นดินและอธิปไตย ท่านประธานเขาจะรู้สึกอย่างไร รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ รู้สึก จะเปึนสิ่งที่หอมหวนสําหรับผู้ที่อยากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อจะนํามาเปึนตัวเจาะเริ่มต้น ในการที่จะแก้ไขให้ได้ ผมเรียนเลยว่าถ้าแก้ไปแล้วมีปัญหาแน่ ท่านใช้วิธีผลักดันกฎหมายลูก ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคห้า กําหนดไว้ โดยมอบให้การกําหนดประเภทนั้น เปึนอํานาจของรัฐสภา เปึนสิ่งที่ท่านทําได้ครับ อันนี้ขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี กฎหมายดังกล่าว ท่าน ส.ส. ของพรรครัฐบาลของท่านได้ยื่นเข้าสภาแล้ว ท่านเร่งรัดเถอะครับ แล้วไปปรับปรุงให้อํานาจรัฐสภาเปึนผู้พิจารณาไม่ต้องไปแก้ไข รัฐธรรมนูญ ขออนุญาตกลับมาถึงกรณีรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ท่านประธานครับ รัฐบาลไทยเรา ผมเรียนเลยครับอ่อนแอ ประชาชนไทยโชคดีเข้มแข็ง แต่ท่านประธานครับ รัฐบาลประเทศกัมพูชานั้นเขาเข้มแข็งครับ แต่ประชาชนเขาอ่อนแอ ดังนั้นผมอยากจะ ฝากไปว่าถ้าประชาชนเขาเข้มแข็ง เขารักชาติ เขาเปึนห่วงแผ่นดิน เปึนห่วงอธิปไตย ท่านอย่าไปกล่าวหาว่าเขาคลั่งชาติเลยครับ อันนี้เปึนห่วงครับ แล้วก็อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๑ มาตรา ๒ มาตรา หรือแก้ไข ๖ มาตรา ท่านต้องไปถาม ประชาชนก่อน ท่านอย่าทําโดยใช้เฉพาะนักการเมืองแล้วตกลงกัน ผมเรียนเลยครับ ในฐานะเปึนเสียง ๑ ใน ๑๔ ล้านเสียง ผมคัดค้านแน่ครับ ท่านต้องไปถามประชาชน และส่วนที่ท่านทั้งหลายบอกว่าที่ว่าแก้ได้เลยนั้น ผมเชื่อได้เลยครับ ท่านอยู่ในกลุ่มที่ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านศุภชัยครับ ถ้าไม่อยู่ข้ามไป เชิญท่านชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ท่านมีเวลา ๑๐ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกรัฐสภา ซึ่งเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย วันนี้ เปึนอีกครั้งหนึ่งที่ผมได้มีโอกาสมาพูดเช่นเดียวกับเพื่อน ๆ ทั้งหลาย ซึ่งทําหน้าที่ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ต้องขออนุญาตกราบเรียนครับว่าถ้าต้องเท้าความเดิมก็คงต้องเท้าความ พอสมควร การปกครองบ้านเมืองนั้นต้องถือว่าไม่มีไม่ได้ การปกครองนั้นถือว่าเปึนเรื่อง ของการที่จะทําให้กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ กฎเกณฑ์ของสังคมนั้นขับเคลื่อนไป เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนคนในชาติ ต้องขออนุญาตกราบเรียนครับว่าบ้านเมือง ของเรานั้นก่อนป้พุทธศักราช ๒๔๗๕ เราปกครองด้วยระบอบองค์พระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุขในการบริหารราชการแผ่นดินโดยผ่านข้าราชบริพาร ซึ่งก็หมายความว่า ข้าราชการแห่งรัฐทําหน้าที่ในฐานะเปึนผู้บริหาร หรือเปึนผู้ที่ดําเนินการในการที่จะ ขับเคลื่อน แต่หลังจากนั้นมาก็ปรากฏว่าบ้านเมืองของเราได้มีการเปลี่ยนวิธีการปกครองใหม่ ซึ่งไปดําเนินการหารูปแบบในการปกครอง แล้วก็ดําเนินการในการที่จะเปลี่ยนแปลง การปกครองโดยผู้มีอํานาจ ณ เวลานั้น แน่นอนที่สุดไม่ใช่ใครอื่นครับ ทหารเปึนผู้นํา ในการปฏิวัติรัฐประหารในครั้งนั้นจนมาสู่การปกครอง ซึ่งเราเรียกกันว่าการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย ต้องขออนุญาตครับ การปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้นมีผู้ที่เรียกว่ากล่าวเอาไว้ การกล่าวนั้นก็ต้องบอกว่าไม่ใช่วัน ๒ วันครับ นับเปึน ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ป้มาแล้ว เขาได้กล่าวไว้ในส่วนหนึ่งว่าการปกครองประเทศหรือการปกครองรัฐในลักษณะ ประชาธิปไตยนั้นเขาจัดอยู่อันดับที่กลุ่มแย่ คือกลุ่มไม่ดีหรือกลุ่มชั่ว จนกระทั่งเรามา ขนานนามหรือเรียกกันว่าเปึนระบบชั่วน้อยที่สุด หรือเลวน้อยที่สุดอะไรก็ตามแต่ ที่เรียก กันอย่างนั้นเพราะอะไร เพราะเขาตั้งไว้อย่างนั้น นักคิด นักค้นได้ตั้งเอาไว้อย่างนั้น ระบบ ที่ดีก็มีปราชญ์ได้กล่าวไว้ก็คือท่านเพลโต ว่าการปกครองที่เรียกว่าดีนั้นก็คือราชาปราชญ์ ราชะก็คือราชานั่นเอง คือพระมหากษัตริย์ซึ่งเปึนผู้รู้ ผู้ทรงธรรมจริยาในการปกครอง ประเทศ ดูแลพี่น้องประชาชน ก็เปึนที่เสียดายครับ ผมเองนั้นเสียดายว่าได้เปลี่ยนแปลง การปกครองแล้วเราก็มาอยู่ในระบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่เราแก่งแย่ง ชิงดีชิงเด่นกันจนกระทั่งป้ ๒๔๗๕ เปึนต้นมา ผมไม่แน่ใจนะครับ บรรพบุรุษ ผู้อยู่ในประเทศนี้ตายไปทั้งหมดเท่าไร สูญเสียชีวิต สูญหายไปเท่าไร สิ่งเหล่านี้ล้วนเปึน ความเจ็บปวด เพราะว่าอะไรครับ เพราะการปกครองประเทศหรือการที่จะอยู่ในประเทศ นั้น ท่านเพลโตเช่นเดียวกันนะครับ ท่านได้มองแล้วก็ได้เห็นว่าเปึนเรื่องของรีพับลิก (Republic) เปึนเรื่องของอุตมรัฐ ซึ่งจะเปึนรัฐที่ปกครองความร่มเย็น การอยู่ร่วมกัน ของพี่น้องประชาชนคนในชาติ แต่เราก็หาได้ทําอย่างนั้นไม่ครับ บางคนก็บอกว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือการสมานฉันท์แล้วจะทําให้เกิดความปรองดอง ทําให้ในส่วนนี้ อยู่กันได้ ผมไม่มีความมั่นใจครับ สาเหตุที่ไม่มีความมั่นใจเพราะว่าอะไรครับ เพราะว่า ความปรองดอง ผมไม่แน่ใจว่าไปปรองดองกับใคร ความสมานฉันท์ ไม่ทราบว่า ไปสมานฉันท์กับใคร สมานฉันท์กันในนักการเมือง ๖๐๐-๗๐๐ คนนี้ใช่ไหม พรรคการเมืองต่าง ๆ ใช่ไหม ผมไม่แน่ใจว่าเสื้อเหลืองเขาจะสมานฉันท์ด้วยหรือเปล่า เพราะเขาบอกไม่ให้แก้ ผมไม่แน่ใจว่าประชาชนคนในหมู่ประเทศเราอีกเท่าไรที่ยัง ไม่เห็นด้วยและคนที่เห็นด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้องมาพูดกันว่าปัญหาอุปสรรค ทางการเมืองเปึนปัญหาหนึ่งในการที่จะทําให้บ้านเมืองของเรา เราอยู่ร่วมกันไม่เปึนสุข เราต้องแก้ เราต้องหาทางแก้ตรงนี้ว่าเราจะทําอย่างไรให้พี่น้องประชาชนอยู่กันแล้ว มีความสุข คนในชาติอยู่มีความสุข เศรษฐกิจขับเคลื่อนได้ พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี มีฐานะที่มั่นคง ตลอดระยะเวลาของการเปลี่ยนถ่ายหรือการผ่องถ่ายเปึนต้นมา ต้องบอกว่าผมเองปัจจุบันก็พอสมควรแล้ว ได้เห็นและได้รู้ ได้ฟัง ได้อ่าน ได้ศึกษา แล้วก็ รู้สึกหดหู่ใจครับ ผมไม่แน่ใจว่าเราจะเปลี่ยนรัฐธรรมนูญอีกกี่ฉบับ แล้วก็จะแก้ไขกัน อีกสักกี่ครั้ง บ้านเมืองเราถึงจะสงบสุข พี่น้องประชาชนถึงจะกินดีอยู่ดีมีความสุข วันนี้ ที่เราขัดแย้งกัน ขัดแย้งด้วยเรื่องอะไร ผมเคยพูด ณ ที่นี้ครับท่านประธานว่าความขัดแย้ง ของพวกเรามีอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องใหญ่ ๆ หลัก ๆ เลยก็คือเรื่องอํานาจ การอยากมีอํานาจ การอยากเปึนใหญ่เปึนโตกันในชาติบ้านเมือง ในกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ อันนี้คือ ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ คือทรัพย์สินเงินทองใช่หรือไม่ นี่คือปัญหาของชาติเรา ปัญหา ของประเทศเรา ที่กล่าวมาอย่างนี้เราต้องตีโจทย์ให้แตกครับ ถ้าเราตีโจทย์ไม่แตก ท่านประธานครับ แก้ไปอีกกี่ฉบับ ทําไปอีกกี่ครั้งมันก็ไม่ใช่ครับ เพราะฉะนั้นถ้าเรา ตีโจทย์แตกแล้วเราสามารถที่จะดําเนินการได้ ผมคิดว่าเปึนเรื่องสําคัญ ผมก็อยากจะฝาก ท่านประธานไปสู่ท่านนายกรัฐมนตรี พอดีท่านนายกรัฐมนตรีนั่งฟังอยู่ด้วย ต้องขอกราบ ขอบพระคุณ ก็คือในเรื่องการที่จะทําอย่างไรให้การปกครองหรือรูปแบบการปกครองซึ่งนักคิด นักค้น เขาคิดค้นกัน รูปแบบการปกครองมีเยอะมากเลย ในพราหมณ์เขาก็ต้องใช้วรรณะ ในคอมมิวนิสต์ คือคาร์ล มาร์ก เขาก็ใช้ระบบคอมมิวนิสต์ ในโลกเสรีประชาธิปไตยเราก็ใช้ ระบอบประชาธิปไตย แต่ระบบของคนไทยเราเราใช้องค์พระมหากษัตริย์เปึนต้นมา เราผูกพัน แล้วเราก็ใช้โดยวิธี ขอประทานอภัย เราใช้ระบบนี้ปกครองมา หรือเรามีระบบ การปกครองนี้มาตลอดระยะเวลาก็คือ เปึนพ่อปกครองลูก เปึนพระมหากษัตริย์ ทรงปกครองหรือธรรมราชา สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เปึนสิ่งที่ต้องนํามาขบคิดว่ารูปแบบ การปกครองของประเทศเราควรจะเปึนเช่นไร แต่ผมเห็น และผมได้กล่าว แล้วก็ได้พูด ได้แสดงทัศนะ ในฐานะผู้ที่เรียนรัฐประศาสนศาสตร์ ในฐานะผู้ที่เรียนบริหารจัดการ ภาครัฐ แล้วก็ในฐานะผู้เรียนหรือผู้ศึกษาในเรื่องของการบริหารทางด้านธุรกิจ แล้วก็ ปัจจุบันนี้ก็ไปศึกษาแล้วก็เรียนในเรื่องของรัฐศาสตร์ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ครับว่าด้วยองค์ความรู้ หรือด้วยความรู้ที่ได้ศึกษามาก็อยากจะกราบเรียนและโดย ประสบการณ์ของการเปึนผู้แทนราษฎรที่ผูกพันอยู่ก็เห็นปัญหาว่าเราควรจะหารูปแบบ ของเราโดยตรง ไม่ใช่ไปใช้รูปแบบที่มาจากชนต่างชาติที่ไม่เหมาะสมกับพี่น้องประชาชน หรือสังคมไทยเรา แล้วก็ความผูกโยงความเข้าใจในเรื่องของระบอบการปกครองเปึนเรื่อง สําคัญ เพราะฉะนั้นผมก็ขอฝากท่านประธานไว้ ณ ที่นี้ว่ารูปแบบการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุขนั้นผมเองแม้ว่าจะไม่เห็นด้วยทีเดียวว่า เปึนระบบที่ดี สิ่งที่อยากได้ก็คือระบอบที่ผมเรียกว่า ราชาปราชญ์ ก็คือ องค์พระมหากษัตริย์เปึนผู้ที่มีอํานาจในการที่จะบริหารราชการส่วนหนึ่งในพระองค์ แต่อย่างไรก็ตามแต่เมื่อตอนนี้เราเปลี่ยนมาถึงขนาดนี้ ผมไม่แน่ใจว่าถ้าจะกลับไปอย่าง นั้นประชาชนหรือคนทั่วไปหรือไม่แน่ใจโดยเฉพาะข้าราชการจะเห็นด้วยไหม ผมเปึนห่วง ที่สุดก็คือ จริง ๆ แล้วพี่น้องประชาชนเขาอยากเห็นบ้านเมืองสงบแล้วก็มีความสุข แต่ว่า ไม่แน่ใจว่าในระบบของอํานาจ ระบบของผลประโยชน์จะทําให้ในหมู่ข้าราชการ หรือใน หมู่ของนักการเมืองขัดแย้งกันหรือไม่ อย่างไร แต่อย่างไรก็ตามแต่จะทําอะไรกัน หรือจะ เปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ขอให้มองเห็นพี่น้องประชาชนเปึนสําคัญ เพราะฉะนั้นก็ขอ ฝากไว้ว่าแม้ในระบบการปกครองซึ่งมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุขนั้นผมคิดว่าเปึนระบบ ที่ดีที่สุดแล้วครับ ขอบกราบขอบคุณครับ
เชิญท่านวรวิทย์ ท่านมีเวลา ๘ นาทีครับ
เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายวรวิทย์ วงษ์สุวรรณ์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดลพบุรี ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ในวันนี้ครับผมมีเวลาเพียง ๘ นาที ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมท่านที่นั่งอยู่ในนี้ ทุกท่านเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเปึนนายกรัฐมนตรี พรรครัฐบาล พรรคฝ์ายค้าน สมาชิก วุฒิสภา และคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ และอนุกรรมการทั้ง ๓ ฝ์าย ที่ต้องขอชื่นชมเพราะว่าพี่น้องชาวจังหวัดลพบุรี ได้โทรศัพท์มาถึงผมเมื่อประมาณ ๑๖.๐๐ นาฬิกา ว่าอาจารย์ครับวันนี้การอภิปราย ในรัฐสภาดีมาก ผมดูแล้วไม่เครียดเลย นี่คือสิ่งที่ต้องชื่นชม ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายรัฐบาล ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้านพูดกันด้วยเหตุด้วยผลทั้งสิ้น หรือจะเปึนนิมิตหมายที่ดีสําหรับ การสมานฉันท์ในวันนี้ครับ อันนี้ต้องขอชื่นชมไว้เปึนเบื้องแรกครับ ผมเชื่อว่าพี่น้อง ประชาชนอีก ๗๔ จังหวัด นอกจากจังหวัดลพบุรีแล้วคงจะมีความคิดเหมือน ๆ กันล่ะครับ ว่าวันนี้บรรยากาศดีเหลือเกินครับ ไม่เครียด
เรื่องที่ ๒ ผมจะขอพูดถึงคือเรื่องของความสมานฉันท์ ผมจะไม่พูดถึงเรื่อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ เพราะทุกคนพูดกันไว้เยอะ พูดกันไว้มาก แล้วจะไม่เอ่ย ถึงใคร เมื่อเช้านี้ผมได้ฟังท่านประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเรียกท่านว่าพี่ ท่านดิเรก ถึงฝัืง วันนี้ท่านก็นั่งอยู่ ณ ที่นี้ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ท่านบอกว่าความสมานฉันท์นั้นจะต้องตั้งอยู่บนความ เปึนธรรม ความเปึนกลางและความโปร่งใส ผมเห็นด้วยครับ แต่เพียงเท่านั้นผมมี ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมว่าเท่านั้นไม่พอหรอกครับ ต้องอยู่ที่ใจด้วยครับ ความสมานฉันท์นี้ อยู่ที่ใจครับ ถ้าใจไม่สมานฉันท์แล้วไซร้ ความเปึนธรรมที่ท่านว่านั้นก็จะมีคําถามว่า ความเปึนธรรมของใคร ความเปึนธรรมเพื่อใคร จะมีคําถามต่อไปอีกว่าความเปึนกลาง ใครกลาง กลางสําหรับใคร โปร่งใสก็เหมือนกัน โปร่งใสสําหรับใครถ้าใจไม่สมานฉันท์ เพราะฉะนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เปึนช่องทางหนึ่ง แต่ถ้าหากว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผ่านไปแล้ว แต่ถ้าใจไม่สมานฉันท์กันแล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เปึนหมันที่จะนํา แนวทางไปสู่การสมานฉันท์ ผมพูดไปอย่างนี้หลายคนอาจจะมองเห็นว่า เอ๊ะ พูดเรื่องใจ มันเปึนเรื่องที่ไม่เปึนรูปธรรม การที่จะมาบอกให้ใจสมานฉันท์นั้นทําอย่างไร ผมมี ข้อเสนอแนะอีกครับว่าใจสมานฉันท์นั้นให้ทําเพื่อ ๓ ประการนี้ครับ ไม่ต้องไปทําเพื่อใคร ๓ ประการนี้เราได้ยินกันอยู่เสมอ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราสมานฉันท์กัน เพื่อชาติครับ เพื่อให้ชาติอยู่รอดปลอดภัย ภาวะเศรษฐกิจดีขึ้น อันนี้คงไม่ต้องอธิบาย ในส่วนลึกเพื่อศาสนานั้นทุกศาสนาสอนให้เราเปึนคนที่ให้อภัยกัน ไม่มีใครดี ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ แล้วข้อสําคัญที่สุดก็คือไม่มีใครถูกร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วย และข้อสําคัญ ที่สุดก็คือไม่มีใครผิด ร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วย เพื่อนกันทั้งนั้น สมานฉันท์ในหลักการที่ ๓ พระมหากษัตริย์ครับมีใครบ้างไหมที่เปึนพสกนิกรของพระองค์ ที่จะทําเพื่อพระองค์ ในความสมานฉันท์ พระองค์ได้ทรงทําเพื่อพี่น้องประชาชนเพื่อพสกนิกรของพระองค์มา ไม่ต่ํากว่า ๔๐ ป้ ด้วยพระราชวิริยะอุตสาหะอย่างเต็มที่เพื่อพี่น้องปวงชนชาวไทย จะมีใคร บ้างไหมล่ะ ที่จะทําเพื่อพระองค์ท่าน เพราะฉะนั้น ๓ ประการมันอยู่ที่ใจครับ ท่านครับผม เรียนอยู่ชั้น ม.ศ. ๒ เมื่อป้ ๒๕๐๘ ที่โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย หัวหน้าชั้นไม่ใช่ผมครับ มีนักเรียนทั้งหญิงและชาย ๔๐ คน วันหนึ่งครับหัวหน้าบอกว่าจะจับฉลากในวันป้ใหม่ ให้เอาฉลากมาในวันพรุ่งนี้เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกาทุกคน ผมมาแต่ผมลืมครับที่จะนําเอา ของขวัญมา ก็เลยขออนุญาตเพื่อนในเวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกานั้นลงไปซื้อของขวัญข้างล่าง แล้วก็บอกเพื่อนว่าให้บอกหัวหน้าห้องด้วยอย่าเพิ่งจับฉลากนะ ยังมีคนอีก ๓ คน ที่กําลังลงไปซื้อของขวัญ ท่านครับเราลงไปซื้อของขวัญประมาณ ๑๕ นาที ขึ้นมา เขาจับฉลากกันไปแล้ว ผมโมโหมากว่าเพื่อน หัวหน้าชั้นไม่ให้เกียรติผม ถึงขนาดค้ําคอกัน แต่ความเปึนเพื่อนไม่สามารถที่จะลงมือกันได้ เพราะเพื่อน ๆ ทั้งหลายที่อยู่ในห้อง ทั้งหญิงและชายก็รุมมาเพื่อห้ามปราม ตั้งแต่นั้นมาผมก็อคติกับหัวหน้าห้องว่าเอ็งทําอะไร ข้าต้องว่าเอ็งไม่ดี วันหนึ่งแข่งขันฟุตบอลครับ ๑๑ คน มีพวกของผมลงไปเล่นในนามของ ห้องผม ๖ คน พวกของหัวหน้าห้องก็ลงไปในนามของผมนี้ ๕ คน ผมก็บอกเพื่อน ๆ ว่า เฮ้ย อย่าไปส่งฟุตบอลให้มันนะ ในที่สุดแข่งขันกับห้องอื่น แพ้ครับ และใกล้จะถึงวันที่จะ จบการศึกษาในชั้น ม.ศ. ๒ ก็จะมีจัดงานป้ใหม่ แต่หัวหน้าห้องกับพวกผมไม่ถูกกัน เสียแล้ว หลายคนก็อึดอัด ในห้องอึดอัดหมด อยากจะสนุกกันวันนี้ มีผู้หญิงคนหนึ่ง มาบอกผมว่า เฮ้ย วรวิทย์ เพื่อนกันทั้งนั้นให้อภัยกันบ้างไม่ได้หรือ คํานี้ละครับ ผมถึงบอก ว่ามันอยู่ที่ใจ ผมเลยไปจับมือกับหัวหน้าห้อง บอก เฮ้ย เพื่อนที่ฉันค้ําคอนายเมื่อ ๒ เดือนที่แล้ว ฉันขอโทษ เพื่อนก็โดดกอดผมเลยครับ ผมก็โดดกอดกัน และในที่สุดการกินเลี้ยง ในวันจากลา จนกระทั่ง ณ วันนี้ ๔๐ ป้ผ่านไปแล้ว เรายังเล่าเรื่องราวเรื่องนั้นให้ฟัง มันอยู่ที่ใจนะครับ ไม่ได้อยู่ในเรื่องอื่นใดเลย เพราะฉะนั้น ณ วันนี้ผมจึงบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างถ้าเราจะสมานฉันท์นั้นอยู่ที่ใจ แล้วก็ย้ํา นะครับว่าใจนั้นเราทําเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่ทุกคนเอ่ยอ้างแล้วก็ทําให้จริง หรอกครับ ณ วันนี้เปึนภาพที่ดีมาก ที่ทุกท่านที่ผมได้ชื่นชมไว้แต่แรกแล้ว ที่ผมคาดคิดว่า วันนี้คงจะห้ําหั่นกันด้วยวาจาอีก แต่ไม่มีเลยครับ พี่น้องประชาชนทางบ้านได้สรรเสริญมา ในเรื่องนี้ด้วย ผมก็เรียนให้ท่านทราบ และ
สุดท้ายครับ ผมเปึนคณะกรรมาธิการการกีฬาของวุฒิสภา คงจะต้องใช้ คําพูดของกีฬาว่า ถ้าเราจะสมานฉันท์เราต้องรู้จัก รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และรู้อะไรก็นิ่ง ๆ กัน เสียบ้างเถอะครับ เพราะฉะนั้นหวังว่าในวันพรุ่งนี้เราคงจะหาทางลงกันได้ และข้อสําคัญ ที่สุดเราคงจะได้มีกิจกรรมต่อในเรื่องของสมานฉันท์กันด้วยใจต่อไปครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ
เชิญท่าน พันเอก วินัย
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมใคร่ขออภิปรายโดยย่อ ๆ ดังต่อไปนี้ครับ มาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน นายกรัฐมนตรีมีปัญหา เรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐธรรมนูญจะแก้หรือไม่แก้นั่นคือปัญหาที่ทางรัฐบาล เผชิญอยู่ ก็ถามมาที่รัฐสภาเพื่อให้แสดงข้อคิด ความเห็น ผมจึงใคร่ขอแสดงความเห็น ให้ข้อสังเกตและให้ข้อพึงสังวรแก่รัฐบาลดังต่อไปนี้ครับ มุมมองที่ผมมองนั้นมองเหมือนนก เปึนมองภาพกว้าง ภาพไกล ผมจะไม่ล้วงลงไปวิพากษ์วิจารณ์ ๖ ข้อของคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ท่านได้ทําเอกสารนี้แจก ผมจะไม่แตะต้องสิ่งนั้นเลยครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ชีวิตผมได้ผ่านรัฐธรรมนูญ มาหลายฉบับครับ ๑๘ ฉบับนี้ผมเกือบครบครับ เกือบครบชีวิต ตั้งแต่เกิดมาถึงวันนี้ ในช่วงรอยต่อของความคิดว่า ควรแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าแก้จะแก้อย่างไร ผมก็ อยากจะให้ข้อคิดความเห็นว่าประเทศไทยนั้น ๗๗ ป้ครับที่ผ่านมา เราใช้รัฐธรรมนูญ มาถึงวันนี้ ๑๘ ฉบับ ต่างจากประเทศญี่ปุ์นครับ ผมมีเพื่อนสนิทเปึนคนญี่ปุ์น สนิทกัน ขนาดล้อการเมืองกันได้ เขากระเซ้าผมว่า พันเอก วินัย ญี่ปุ์นตั้งแต่หลังสงครามโลก ครั้งที่ ๒ เปึนต้นมาถึงวันนี้ก็ ๖๗ ป้ รัฐธรรมนูญที่แม็คอาร์เธอร์เขียนให้ญี่ปุ์น วันนี้ เขาก็ยังคงใช้อยู่ครับ เขาอิจฉาประเทศไทยที่เรามีตั้ง ๑๘ ฉบับ และทําท่าจะมีฉบับที่ ๑๙ ตามมาเร็ว ๆ นี้ครับ นั่นคือสิ่งที่เขาล้อผม ท่านประธานครับ คนไทยนั้นเขียนรัฐธรรมนูญเอง แต่เสมือนหนึ่งว่าเราค้นหาตนเองไม่พบ เราไม่เข้าใจตัวเราเอง เขียนแล้วก็แก้ เสมือนหนึ่ง เราไม่เข้าใจพลังอํานาจของความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองของไทยครับ รัฐธรรมนูญของเรารวมถึงเสถียรภาพของรัฐบาลจึงเสียสมดุล ล้มแล้ว ล้มอีก รัฐธรรมนูญ ที่ล้มแล้วล้มอีกนั้น เราพอจะมีข้อสังเกตเมื่อเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญของญี่ปุ์นดังนี้ครับ รัฐธรรมนูญญี่ปุ์นนั้นเขาไม่ค่อยจะแก้กัน ใช้แล้วก็มีความถาวร เพราะคนญี่ปุ์นนั้น เขาปรับตัวเข้ากับหลักเกณฑ์ เข้ากับหลักการ เข้ากับรัฐธรรมนูญครับ ซึ่งแตกต่าง จากคนไทย เราจะปรับเอาหลักเกณฑ์ หลักการรัฐธรรมนูญนั้นให้สอดคล้องต้องกับตัวเราครับ มันมุมกลับ นี่เปึนสาเหตุหนึ่งที่เรามีรัฐธรรมนูญบ่อย มีมากฉบับ มีหลายฉบับ นั่นเปึนข้อ ที่ผมตั้งข้อสังเกตนะครับ มีคํากล่าวว่าจะเขียนรัฐธรรมนูญให้ดีแค่ไหนก็แล้วแต่มันไป ไม่รอด เพราะปัจจัยสําคัญที่สุดมันขึ้นอยู่กับคน มีคนเปรียบเปรยว่าต่อให้บีโธเฟน ต่อให้โมซาร์ท มาเขียนโน้ตดนตรีให้ไพเราะเพราะพริ้ง แต่ให้ป้ศาจ ให้อเวจีเปึนคนเล่น ดนตรี ต่อให้เอาป้ืพระอภัยมณีไปใส่ปากชีเปลือยและให้ผีเสื้อสมุทร ดนตรีที่บรรเลง มันไม่ไพเราะ มันเพราะไม่ได้ นั่นคือคําเปรียบเทียบว่าคนสําคัญที่สุด ในสังคมไทยของเรา รัฐธรรมนูญจึงล้มลุกคลุกคลาน แก้แล้วแก้อีกเหมือนทารกครับ เพราะเราพยายามที่จะ ปรับหลักเกณฑ์ ปรับรัฐธรรมนูญให้เข้ากับตัวเรา ซึ่งวันนี้เราจะไปทางไหนครับ อย่างไร ก็แล้วแต่ผมมีข้อพึงสังวรที่จะให้รัฐบาลได้เอาไปคิด สังวรให้จงหนักว่าการแก้รัฐธรรมนูญ ของไทยนั้น มันเหมือนกับเหรียญ ๒ ด้านที่เหมือนกัน ที่ไม่แตกต่างกัน ปกติ เหรียญด้านหนึ่งเปึนก้อย ด้านหนึ่งเปึนหัว แต่เหรียญที่ท่านกําลังจะเล่นอยู่เกมนี้พลิกไป ด้านนี้ก็หัว อีกด้านหนึ่งก็หัว ถ้าด้านหนึ่งเปึนก้อย อีกด้านหนึ่งก็ก้อยครับ มันแปลความว่า อย่างนี้ท่านครับ ปรากฏการณ์ในการแก้รัฐธรรมนูญของไทย แก้รัฐธรรมนูญแล้วนําไปสู่ วิกฤตการณ์ หรือวิกฤตการณ์แล้วนําไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญ มันเปึนปรากฏการณ์ ที่ซ้ําแล้วซ้ําอีก ประวัติศาสตร์จะซ้ํารอยของมันอย่างนี้มาโดยตลอด จึงเปึนข้อพึงสังวรครับ จนกระทั่งมีคนบางคนคิดเทียบสมการครับว่า การแก้รัฐธรรมนูญมีค่าเท่ากับวิกฤติครับ ท่านจะเอาประวัติศาสตร์ตอนไหนมากล่าว ก็พอจะยกเปึนเหตุ เปึนผล เปึนอุทาหรณ์ได้ นี่ละครับเปึนหน้าที่ของเรา ของสังคมเรา เราจะก้าวข้ามวิกฤติอย่างไร ถ้าเราจะแก้ รัฐธรรมนูญ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผมขอวกมาที่ฉบับปัจจุบัน ฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้สักนิดหนึ่ง เปึนความจริงครับ ๓๐๙ มาตรา หลายมาตราที่ผมไม่ชอบใจ แต่ผมก็ยอมรับ เพราะอะไรครับ เพราะ ๑๔ ล้านเสียงเห็นด้วย อีก ๑๐ ล้านเสียง ไม่เห็นด้วย แปลว่ามันผ่านประชามติ แปลว่ามันอิงประชาชน ไม่มีคําอธิบายใดที่จะบอก ว่าไม่รับ หรือรับไม่ได้ เช่นเดียวกันครับ เมื่อผมไม่ชอบใจบางมาตราในจํานวน ๓๐๙ มาตรา ผมเองก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่ไม่น้อย ปัจจุบันนี้ก็ยังไม่หายครับ ที่มีความรู้สึกว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้มันเปึนผลพวงมาจากการปฏิวัติ แม้ผมจะตะขิดตะขวงใจ แต่ผมก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธความชอบธรรมของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ครับ ผมปฏิเสธ ความชอบธรรม ลีจิททิเมซี (Legitimacy) ปฏิเสธไม่ได้ ขอใช้ภาษาอังกฤษครับ เพราะเปึน ศัพท์ทางรัฐศาสตร์ ในทางรัฐศาสตร์นั้นความชอบธรรมเกิดขึ้นจาก ๓ หลัก คือ ๑. ความสําเร็จ ๒. ด้วยปัจจัยเวลา และ ๓. ประชาชนสนับสนุน ถามว่าคณะปฏิวัติ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ทําสําเร็จไหม สําเร็จครับ ถามว่าเขามีปัจจัย มีปัจจัย เปึนอะไรครับ มีครับ ปฏิวัติเสร็จ ๒ ป้กว่ามีรัฐบาล มีคณะแก้รัฐธรรมนูญ มีคณะยกร่าง รัฐธรรมนูญ และสภาร่างรัฐธรรมนูญอีก ๑๐๐ คนแก้รัฐธรรมนูญ ยืนหยัดมาอีก ๒ ป้กว่า หลังจากที่ปฏิวัติเสร็จ มีปัจจัยเวลายืนหยัดอยู่ และถ้าถามว่าประชาชนสนับสนุนไหม ท่านประธานรัฐสภาครับ ถ้ามีดอกไม้ไปให้ มีการสรรเสริญอย่างภาพที่เห็น จะปฏิเสธ อย่างไรว่าประชาชนทั้งประเทศไม่สนับสนุน แม้มีบางส่วนไม่เห็นด้วย นี่ล่ะครับ ผมจึงบอกว่าแม้ไม่ชอบใจอยู่บ้าง ก็ต้องยอมรับ เหนือสิ่งอื่นใดก็คือรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ผ่านประชามติ เมื่อมีความเปึนมาอย่างนี้ ผมจึงอยากจะให้ข้อคิด ความเห็นว่า ถ้าท่านจะแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มาอย่างไรก็ออกทางเดิมครับ ผมอยากให้ ท่านได้ถามประชามติ ทําเรเฟอเรนดัม (Referendum) ถามสิว่าประชาชนอยากแก้ไหม ถ้าประชาชนให้ไฟเขียวแก้ เชิญเถอะครับ คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาสมานฉันท์ซึ่งจะแก้ ๕ ประเด็น ๖ ประเด็น อยู่ที่ท่าน อยู่ที่ประชาชน ขอให้ประชาชนมีส่วนร่วม อิงประชาชน เข้าไว้นะครับ ผมมีความเห็นเหมือนบางท่านที่บอกว่าถ้าจะแก้ควรทําประชามติ ความชอบธรรมในการแก้รัฐธรรมนูญนั้น อย่าหวังว่าต้องทําปฏิวัติอย่างที่เปึนข่าว วันสองวันที่ผ่านมา ผมเรียนว่าอย่าเอาการปฏิวัติเปึนความชอบธรรม คนจะปฏิวัติวันนี้ ประธานรัฐสภาครับ ต้องถามตนเอง ต้องตอบตนเองว่า ปฏิวัติเสร็จแล้วจะปกครอง ประเทศให้สงบสันติอย่างไร คนจะลุกฮือต่อต้าน ท่านทนไม่ไหวละครับ ถ้าจะปฏิวัติ ต้องถามตนเองว่า ปฏิวัติเสร็จท่านจะจัดการกับต่างชาติที่จะบอยค็อท แซงชั่น (Boycott Sanction) ประเทศไทยอย่างไร ท่านต้องพร้อมที่จะตอบตนเองว่า เมื่อปฏิวัติแล้ว ท่านพร้อมจะป่ดประเทศหรือเปล่า ประเทศไทยเปึนประเทศที่พึ่งพาเศรษฐกิจสังคมโลก พึ่งพาโลกมาตลอด เราคงไม่พร้อมอย่างนั้น ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ทั้งหมด ทั้งหลาย ทั้งปวงนี้เปึนความห่วงใยที่ผมอยากจะให้ข้อสังเกต ข้อพึงสังวรกับรัฐบาล ผมอยากจะย้ําอีกครั้งหนึ่งว่า เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไฟเขียวมาจากเรเฟอเรนดัม จนกระทั่ง เราได้ใช้ ถ้าจะแก้ให้เกียรติประชาชนถามสักนิดหนึ่งว่าประชาชนพร้อมหรือเปล่า ผมคิดอย่างนี้ ละครับ ด้วยความเคารพครับ
เชิญท่านประเสริฐครับ
ท่านประธานที่เคารพ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอชื่นชมรายงานของคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ได้มีความตั้งใจ ทํารายงานฉบับนี้และเสร็จสิ้นเปึนเวลามาร่วม ๒ เดือนแล้ว แต่สิ่งที่ผมน่าเสียดาย และน่าเสียใจเปึนอย่างยิ่งก็คือท่าทีของท่านนายกรัฐมนตรีเอง ที่ท่านดูเหมือน แสดงอาการเพิกเฉย แล้วก็ถ้าไม่มีพรรคร่วมรัฐบาลเข้ามาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ ก็เหมือนกับว่าการประชุมร่วมกันวันนี้จะไม่เกิดขึ้นแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามผมเคยได้ยิน คําสัมภาษณ์ของท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ยินดีปฏิบัติตามข้อเสนอของคณะกรรมการ ว่าจะดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕ วัน ต้องขอบคุณสมาชิกวุฒิสภาหลายท่านนะครับ เริ่มจากท่านประธานดิเรก ท่าน ส.ว. ตวง แล้วก็อีกหลายท่าน รวมกับท่าน ส.ส. หลายท่านที่วันนี้ได้ช่วยกัน อย่างไรก็ตามปัญหานี้ยังไม่สิ้นสุดท่านประธานครับ แล้วก็ รายงานฉบับนี้ถือได้ว่าเปึนรายงานที่มีความสมบูรณ์ฉบับหนึ่ง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น เปึนผลผลิตจากการยึดอํานาจของรัฐบาลพี่น้องประชาชนเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ส่งผลเสียหายต่อประเทศนี้หลายอย่างครับ เริ่มตั้งแต่การเสียหายเปึนการทําลาย หลักนิติรัฐและนิติธรรมของประเทศนี้ ผมถือว่าคณะผู้ก่อการปฏิวัติในวันนั้น มีความเห็นแก่ตัวอย่างยิ่ง แล้วก็เปึนเรื่องที่มีความน่าละอายใจอย่างยิ่งของคนบางกลุ่ม ที่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงสนับสนุนต่อการยึดอํานาจในครั้งนี้ และที่น่าเสียใจ ไปกว่านั้นท่านประธานที่เคารพครับ มีการทําประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ฉบับนี้ เสียง ๑๔ ล้านคน กับเสียงไม่เห็นด้วย ๑๐ ล้านเสียง เปึนการบังคับ เปึนการโฆษณา ชวนเชื่อ เปึนการจูงใจให้พี่น้องประชาชนบอกว่าขอให้ผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปก่อน แล้วก็ถ้าอยากแก้ไขค่อยมาแก้ไขกันในภายหลัง ดังนั้นแนวคิดของการแก้รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้จึงมุ่งหวังให้ประเทศนี้เดินหน้าได้ต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ตั้งแต่วันแรก ที่รัฐธรรมนูญนี้มีผลบังคับใช้ ดูเหมือนว่าความรุนแรงนั้นจะเกิดขึ้นมากมายแล้วก็มีสาเหตุ หลายประการ
เรื่องแรก เรื่องความไม่ยุติธรรมในสังคมไทย ท่านประธานครับการชุมนุม ของพี่น้องเสื้อแดงนั้น ผมเชื่อว่าเขามาร่วมกันชุมนุมเพื่อมาแสวงหาความยุติธรรม เขามีความรู้สึกว่าบุคคลที่เขารักคือ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร นั้นไม่ได้รับความเปึน ธรรมจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คนเหล่านี้ได้มาชุมนุมกันแล้วก็มีจิตวิญญาณ ของการเปึนประชาธิปไตย
ประการที่ ๒ เรื่องการมีสองมาตรฐาน ท่านประธานครับ อํานาจเก่า ทําอะไรผิดหมด อํานาจใหม่ทําอะไรถูกต้องหมด ตัวอย่างเช่น เกษตรกรอําเภอพาน จังหวัดเชียงรายมาชุมนุมป่ดถนน ได้วินิจฉัยตัดสินจําคุกเกษตรกรกลุ่มนั้น ทั้ง ๆ ที่ เกษตรกรกลุ่มนั้นได้มาเรียกร้องผลผลิตทางด้านการเกษตร พันธมิตรป่ดล้อมสภา ป่ดล้อมทําเนียบไม่มีการทําอะไรเลย พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ครอบครองพื้นที่ บนเขายายเที่ยง บนพื้นที่เขตป์าสงวนไม่ผิด สวนเมืองพรร้านอาหารอยู่ข้างล่าง บริเวณเดียวกับเขายายเที่ยงถูกศาลพิพากษาตัดสินจําคุก ๔ ป้ ท่านประธานครับ รายการลงเอยอย่างไร อีกเรื่องหนึ่ง ออกอากาศทางช่อง ๑๑ รายการนี้เปึนรายการทําให้ สังคมนั้นมีความแตกแยกมากยิ่งขึ้น รายการนี้แสดงให้เห็นถึงท่าทีของรัฐบาลต่อการที่ ไม่สนใจต่อความสมานฉันท์ของบุคคลในประเทศนี้ เรียกว่าปากก็บอกว่าอยากเห็น บ้านเมืองเดินหน้า แต่ก็เอารายการนี้ออกมาทิ่มแทงฝ์ายตรงข้าม เรียกว่ามือถือสาก ปากถือศีล รายการนี้ออกอากาศประมาณ ๓ ทุ่มถึง ๔ ทุ่ม มีนายเจิมศักดิ์ ป่ืนทอง นาวาอากาศตรี ประสงค์ สุ่นศิริ พลตํารวจเอก วสิษฐ์ เดชกุญชร มากล่าวโจมตีใส่ร้าย พรรคไทยรักไทย ท่านประธานครับ ถ้าอยากให้บ้านเมืองแตกแยกมากกว่านี้ เอาบุคคล เหล่านี้มาออกรายการบ่อย ๆ นะครับ จะได้เห็นสังคมไทยนั้นแตกแยกมากกว่านี้ เขาบอกว่าความยุติธรรมไม่มีสามัคคีย่อมไม่เกิดขึ้น ผมจะอภิปรายในประเด็นรัฐธรรมนูญ ๒ ประเด็นสั้น ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ
เรื่องแรก เรื่องของประเด็นการยุบพรรคการเมือง การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคการเมืองตามมาตรา ๒๓๗ ต้องเรียนว่า การยุบพรรคการเมืองนั้นส่งผลให้พี่น้องประชาชนได้รับความเสียหาย เพราะสมาชิกภาพ ของพี่น้องประชาชนที่เปึนสมาชิกของพรรคนั้น ๆ ต้องสิ้นสุดลง พรรคไทยรักไทยวันนั้น มีสมาชิก ๑๔ ล้านคน ท่านประธานครับ ทุกคนดูจอทีวีด้วยความโศกเศร้าด้วยคราบน้ําตา นอกจากนั้นแล้วคน ๑๔ ล้านคนเหล่านั้นยังสามารถกําหนดนโยบายผ่านทาง พรรคการเมือง เอาไปเปึนนโยบายมากมายหลายอย่างที่ปฏิบัติและประสบความสําเร็จ มาในอดีต ไม่ว่าจะเปึน ๓๐ บาททุกโรค โครงการโอทอป (OTOP) กองทุนหมู่บ้าน การยุบพรรคการเมืองจึงเปึนโอกาสที่เลวร้ายที่สุดในการทําลายระบอบประชาธิปไตย ผมต้องเรียนว่าพรรคไทยรักไทยถูกยุบ พรรคพลังประชาชนถูกยุบ พรรคเพื่อไทย อนาคตเปึนอย่างไรก็ไม่รู้ ความผิดใครทําความผิดประเด็นไหนก็ระบุให้ความผิด เปึนเฉพาะบุคคลไป ผมจึงไม่เห็นด้วยกับมาตรานี้ แล้วก็อยากให้มีการแก้ไข
ประเด็นถัดมาก็คือเรื่องประเด็นการแก้ไขความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา ๒๖๖ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ บอกว่า ห้าม ส.ส. เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจํา ท่านประธานครับ ถ้าเปึนเรื่องโยกย้ายข้าราชการผมพอรับฟังได้ แต่ถ้าเปึนการปฏิบัติหน้าที่ในเชิงที่ได้รับ คําร้องจากพี่น้องประชาชนว่าพี่น้องนั้นได้รับความเดือดร้อนนั้น ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง และถ้าหน่วยงานราชการบอกว่า การดําเนินการของ ส.ส. นั้น เปึนการแทรกแซง ส.ส. คนนั้นพ้นจากตําแหน่งหน้าที่โดยทันที ผมเรียนว่าความเปึนผู้แทนราษฎร ความเปึน ตัวแทนของพี่น้องประชาชนนั้นลดน้อยลง พี่น้องหลายคนในเขตโคราชหลายอําเภอมาก มาบอกมากล่าวเรื่องความทุกข์ความร้อนต่าง ๆ ตั้งแต่ราคาพืชผลด้านการเกษตร ไม่มีโรงพยาบาล ไม่มีถนนหลายอําเภอครับ ส.ส. มีข้อจํากัดในการดําเนินการ ตามมาตรานี้ ผมจึงเห็นว่ามาตรานี้เปึนอุปสรรคอย่างยิ่งในการทํางาน ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญที่ดีนั้นต้องพา พี่น้องประชาชนไปสู่ความสุขและความสมานฉันท์ แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มิได้เปึน เช่นนั้นเลย คนที่เคยอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น ผมเชื่อว่าเขามีความสุข มากกว่า ผมมีรายงานของธนาคารโลกที่อยากกราบเรียนท่านประธาน เรื่องคะแนน การบริหารจัดการที่ดีของประเทศไทย ระหว่างป้ ๒๕๔๕-๒๕๕๐ มีอยู่ ๒ เรื่องที่ผมอยาก นําเสนอ
เรื่องแรก ก็คือเรื่องเสถียรภาพทางการเมือง ในป้ ๒๕๔๕ เปึนป้ที่ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร บริหารประเทศ มีคะแนน ๖.๗๗ คะแนน ป้ ๒๕๕๐ เปึนป้ที่ คมช. และรัฐบาลสุรยุทธ์บริหารประเทศ เรียกว่ารัฐบาลเผด็จการบริหารประเทศ มีคะแนนเหลือเพียง ๒.๖๘ คะแนน ท่านประธานครับ ต่างกันไม่รู้กี่เท่า จาก ๖.๗๗ คะแนน เหลือ ๒.๖๘ คะแนน ในรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง มาดูเรื่อง หลักนิติธรรม ในป้ ๒๕๔๕ ธนาคารโลกให้คะแนนสูงถึง ๗.๐๐ คะแนน ซึ่งเปึนป้ที่ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร นั้นบริหารประเทศป้ ๒๕๕๐ ป้ที่มีการยึดอํานาจ คะแนน ลดลงเหลือ ๖.๒๙ คะแนน แสดงให้เห็นถึงว่าหลักนิติธรรมของประเทศนี้มีความน่าเชื่อถือ ลดน้อยลงในสายตาของพี่น้องคนต่างประเทศ ด้วยเหตุผลประการทั้งปวงที่กระผม ได้กราบเรียน กระผมเห็นว่าควรจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑ เพราะว่า เปึนหน้าที่ของรัฐสภาแห่งนี้ แล้วก็คาดหวังเอาไว้ว่าสิทธิในการปกปัองรัฐธรรมนูญ ของพี่น้องคนไทยจะไม่ได้รับการเหยียบย่ําจากระบอบเผด็จการ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ หลังจาก ท่านฮอชาลีแล้วจะให้ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ ชี้แจงนะครับ หลังจากนั้นก็เปึนท่านพีรพันธุ์ พาลุสุข ท่านประสงค์ นุรักษ์ ท่านรัชดา ธนาดิเรก ท่านอํานวย คลังผา ท่านสุริยา ปันจอร์ ท่านทศพล เพ็งส้ม ท่านวิเชียร ขาวขํา ท่าน พลตํารวจเอก สุนทร ซ้ายขวัญ และท่านณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เชิญท่านฮอชาลี ท่านมีเวลา ๑๐ นาทีครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด สตูล พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออภิปราย ให้ความคิด ความเห็นในรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภาในวันนี้ และผมเองก็ได้รับฟังความคิด ความเห็นของบรรดาเพื่อนสมาชิกรัฐสภาในหลายประเด็น หลายแง่มุม ซึ่งก็เปึนความเห็น ที่ค่อนข้างที่จะเปึนอิสระ เพราะเปึนการให้ความเห็นแล้วก็วิพากษ์วิจารณ์ถึงแนวทาง ในการที่จะมาร่วมกันสร้างสมานฉันท์ และจะหาแนวทางในการที่จะเดินหน้าเพื่อการ ปฏิรูปทางการเมืองต่อไป ท่านประธานครับ สมาชิกหลายท่านก็ได้พูดในเรื่องของวิกฤติ ทางด้านการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้มีการตอกย้ําว่าวิกฤติทางด้านการเมืองนั้นเกิดขึ้น หลังจากที่มีการรัฐประหารวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ แต่ท่านประธานครับ กระผมเองคงจะต้องย้อนกลับไปก่อนเหตุการณ์ตรงนั้น ถ้าหากว่าเราได้มีการติดตาม เหตุการณ์บ้านเมือง แล้วเราให้ความเปึนธรรมในเรื่องของข้อมูลแล้วนั้น เราก็จะมีข้อสรุป อีกอย่างหนึ่ง ซึ่งเปึนข้อสรุปที่มีเหตุมีผลซึ่งผมจะได้อธิบายเรื่องราวต่อไปในคราวนี้ ท่านประธานครับ ผมคงจะต้องย้อนไปถึงรัฐธรรมนูญ ป้ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาประกอบในการ อภิปรายในครั้งนี้ด้วย เพราะรัฐธรรมนูญในป้ พ.ศ. ๒๕๔๐ นั้น ก็ไม่ได้ต่างไปจาก รัฐธรรมนูญ ป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ในแง่ของที่มาที่ไป เพราะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น ถึงแม้ว่า เกิดขึ้นมาจาก สสร. ๑ แต่ก็มีที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหารของ รสช. ซึ่งมีการจัดตั้งธรรมนูญในการปกครองในป้ พ.ศ. ๒๕๓๔ แล้วก็มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ขึ้นมา แล้วก็ได้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๔ หลังจากนั้นจึงมีการแก้ไขในมาตราของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๔ แล้วก็มี สสร. ขึ้นมา แล้วก็เปึนที่มาของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็เฉกเช่นเดียวกันกับการปฏิวัติของ คมช. แล้วก็ได้ สสร. ๒ ขึ้นมา แล้วก็เปึนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เช่นกัน นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะขอเปรียบเทียบว่าที่มาของ ๒๕๕๐ กับป้ ๒๕๔๐ นั้น ไม่ได้ต่างจากกัน และในรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่าน ๆ มาก็เปึนรัฐธรรมนูญที่ส่วนใหญ่ ก็มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร มีที่มาที่ไปทั้งนั้น แต่อยู่ที่ว่าเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ แต่ละฉบับนั้นมีเนื้อหาในการที่จะคงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย หรือมีแนวโน้มในการที่จะ สืบทอดอํานาจของผู้ที่ปฏิวัติแค่นั้นเอง ดังนั้นในป้ ๒๕๔๐ แล้วก็ป้ ๒๕๕๐ เท่าที่ผม ได้ตรวจสอบดู แล้วก็หลายท่านก็คงจะได้มีข้อสรุปเหมือนกันว่าเปึนรัฐธรรมนูญ ซึ่งให้อํานาจกับประชาชน นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้งโดยพี่น้องประชาชน คณะรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้งโดยพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นตัวแทนของพี่น้อง ประชาชน จึงมีอํานาจเต็มในการบริหารประเทศ นั่นคือหลักการข้อใหญ่ที่ทุกคน มีความเห็นพ้องร่วมกัน ดังนั้นข้อมูล ข้อสรุปของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ให้มานั้น ผมถือว่าเปึนเพียงแค่ประเด็นรอง เท่านั้นเอง ซึ่งเราได้มาร่วมกันพิจารณา มาร่วมกันให้ข้อเสนอแนะ แต่ไม่ใช่เปึนประเด็นหลัก ประเด็นหลักนั้นก็คือว่าถ้าหากว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น ไม่ได้เปึนประชาธิปไตย มีที่มาเพื่อต้องการที่จะสืบทอดอํานาจของบรรดาเหล่า คมช. แล้ว ทุกฝ์ายทุกคนจะต้อง ให้การต่อต้าน ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะให้ที่ประชุมเราได้มี การพิจารณากันนั้นก็คือว่า ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น โดยเจตนารมณ์หลัก ๆ ของ รัฐธรรมนูญนั้น ที่ผมพูดตรงนี้เพื่อที่จะเปรียบเทียบให้เห็นว่า ๒ รัฐบาล ที่เข้ามาใช้ กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น มีข้อต่างกันอย่างไร เราเริ่มต้นในป้ พ.ศ. ๒๕๔๐ ซึ่งเปึนช่วงที่รัฐบาลโดย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรี ได้บริหารประเทศ โดยใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันจนถึงป้ พ.ศ. ๒๕๔๓ กว่า ๆ แล้วก็มีรัฐบาลของ อีกพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งเดิมชื่อว่าพรรคไทยรักไทยได้มารับช่วงต่อในป้ พ.ศ. ๒๕๔๔ จนถึงป้ พ.ศ. ๒๕๔๘ สิ่งที่เราได้เห็นความแตกต่างนั้นก็คือว่าเจตนารมณ์ และสาระของ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเปึนตัวหลักอยู่ ๓ ประเด็น นั่นก็คือ
ข้อที่ ๑ ในเรื่องของสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
ข้อที่ ๒ การมีเสถียรภาพของรัฐบาล แล้วก็
ข้อที่ ๓ ในเรื่องของการตรวจสอบถ่วงดุลอํานาจของรัฐบาล
นี่คือเจตนารมณ์หลักของรัฐธรรมนูญในป้ ๒๕๔๐ และเช่นเดียวกันก็มีอยู่ ในรัฐธรรมนูญ ป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ด้วย ท่านประธานครับ ในเรื่องของสิทธิแล้วก็เสรีภาพ ของประชาชนนั้นจะเห็นได้ว่าในป้ ๒๕๔๐ นั้นเขียนเอาไว้อย่างสวยหรู เขียนเอาไว้ อย่างมีน้ําหนัก แต่ทําไมล่ะครับ หลังจาก ป้ พ.ศ. ๒๕๔๔ เราจึงเห็นเพื่อนร่วมชาติของเรา จํานวนมากมายที่ได้ล้มตายและเสียชีวิตอันเนื่องมาจากการละเมิดโดยนโยบาย ของรัฐบาลในยุคนั้น จากกรณีการฆ่าตัดตอนยาเสพติด ๒,๕๐๐ กว่าศพ ซึ่งยังหา ยังจับมือป๋นไม่ได้ ยังจับมือใครดมไม่ได้ แล้วก็การล้มตายของพี่น้องที่ตากใบ จากการชุมนุมโดยอาศัยรัฐธรรมนูญ ความเสรีในการชุมนุม ความมีอิสระในการชุมนุม โดยปราศจากอาวุธ แต่ทําไมภายในคืนเดียวนั้นต้องล้มตายไปถึง ๗๐ กว่าศพ ซึ่งอยู่ใน รัฐบาลที่ถือว่าเปึนการเรียกร้องประชาธิปไตยอยู่ในขณะนี้ ทําไมจึงยังไม่มีคําตอบให้กับ ประชาชนเหล่านั้น นี่หรือคือสิทธิเสรีภาพที่คุณบอกว่าคุณอยากจะเรียกร้อง แต่ทําไม จึงยังไม่ให้คําตอบในกรณีตรงนี้ นั่นคือในเรื่องของเจตนารมณ์ของสิทธิเสรีภาพ ท่านประธานครับ ในเรื่องของความเสมอภาค ในรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดนะครับ ป้ ๒๕๔๐ เขียนไว้ชัดในมาตรา ๓๐ นั่นก็คือว่าบุคคลย่อมมีความเสมอภาคกันในกฎหมาย แล้วก็ ได้รับความคุ้มครองการดูแลจากรัฐโดยเท่าเทียมกัน โดยไม่มีการแบ่งแยก ถึงแม้ว่าจะมี ความคิด ความเห็นจากทางการเมืองที่มีความแตกต่างกัน แต่ทําไมล่ะครับ จึงมีวลีเด็ด ที่เกิดขึ้นจากอดีตผู้นําของเรา นั่นก็คือวลีที่ว่า จังหวัดไหนที่มอบความไว้วางใจให้กับผม ผมต้องดูแลกับเขาเปึนพิเศษ จังหวัดไหนที่ไม่เลือกเราหรือไว้วางใจเราน้อยเอาไว้ทีหลัง ทําไมจึงเกิดสิ่งลักษณะนี้ เพราะฉะนั้นปัญหาของรัฐธรรมนูญมันเกิดมาจากระบบ เกิดมาจากหลักการ เกิดมาจาก เนื้อหา หรือเกิดมาจากผู้ที่ใช้รัฐธรรมนูญ นั่นคือสิ่งที่สภาของเราจะต้องคิด แล้วจึงจะ เดินหน้าไปข้างหน้าได้ ท่านประธานครับ ถ้ากลับไปอ่านมาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ ของป้ ๒๕๔๐ ในเรื่องของสิทธิเสรีภาพของสื่อได้วาดมโนภาพเอาไว้ อย่างสวยงามทีเดียวว่า สื่อมวลชนนั้นจะต้องมีเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์ในการเขียน ในการคิด โดยที่ไม่ถูกละเมิดแล้วก็ไม่ถูกป่ด แต่ทําไมล่ะครับ ในยุคนั้น ในสมัยนั้นจึงเปึน ยุคที่มีการแทรกแซง แทรกซึม ครอบงําสื่ออย่างร้ายแรงที่สุด เริ่มต้นเข้ามาก็มีการ ขึ้นบัญชีดําผู้สื่อข่าวฟาร์ อีสเทิร์น อิโคโนมิค (Far Eastern Economic) จากการที่เขียนไป พาดพิงรัฐบาล มีการถอดรายการเก็บตกจากเนชั่น (Nation) มีการยกเลิกรายการ วิเคราะห์การเมืองของในเครือเนชั่น มีการถอดรายการมองต่างมุมของอาจารย์เจิมศักดิ์ มี การเข้าไปเทค โอเวอร์ (Take over) ไอทีวี (ITV) ซึ่งรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ตั้งขึ้นมา เพื่อที่จะให้เปึนปากเสียงของพี่น้องประชาชน แต่บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จํากัด เข้าไป เทค โอเวอร์ แล้วก็ขายให้กับเทมาเส็ก นี่คือการแทรกซึมแล้วก็การครอบงํา และสําคัญ ที่สุดก็คือมีการป่ดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ซึ่งเปึนจุดในการที่จะเริ่มต้นในการที่จะ วิกฤติ ถ้าหากว่ารัฐบาลชุดนั้น ผู้นําของรัฐบาลชุดนั้นสวมแว่นประชาธิปไตย วิกฤติ มันก็จะไม่เกิด แต่ที่ผ่านมานั้นได้สวมแว่นเผด็จการ มันก็เลยเกิดปัญหาเปึนวิกฤติ มาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้
ท่านประธานครับ ผมมีเวลาอีก ๑ นาทีนะครับ เจตนารมณ์ของข้อที่ ๒ ก็คือว่าเจตนารมณ์ในเรื่องของการถ่วงดุลอํานาจของรัฐบาลโดยองค์กรอิสระ ท่านประธานครับ ยุคนั้นเปึนยุคที่มีการแทรกแซงองค์กรอิสระมากที่สุด เครือข่าย ของตํารวจได้ถูกส่งเข้าไปยัง กกต. ยัง ป.ป.ช. ยัง ปปง. ยัง ดีเอสไอ (DSI) เพื่อที่จะเปึน ประโยชน์ให้กับผู้นําของประเทศ เราจึงเห็นว่าองค์กรอิสระอย่าง กกต. ถูกจําคุก ด้วยคําพิพากษาของศาลว่ามีความไม่เปึนกลาง ไม่มีความสุจริต แล้วก็แสวงหา ผลประโยชน์อันเนื่องมาจากการแทรกแซงของรัฐบาลในยุคนั้น นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะ เปรียบเทียบว่ามันเปึนเพราะระบบหรือตัวบุคคล ผมมีเวลาน้อย คงจะมีอีกหลายประเด็น ยังไม่ได้พูด แต่ว่าเอาไว้คราวหลังนะครับ คงจะฝากเอาไว้ในรัฐสภาได้ช่วยกันพิจารณา เอาไว้เพียงแค่นี้นะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ
เชิญท่านกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ ชี้แจงนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา และประธานคณะอนุกรรมการ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะขอประท้วงท่านประธานหน่อยครับ ผม ประสงค์ นุรักษ์ ครับ สมาชิกวุฒิสภาครับ
ท่านประท้วงอะไรครับ
คือประท้วง ท่านประธาน ผมว่าคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นไม่มีความจําเปึนอะไรที่จะต้องมาชี้แจงในวันนี้ วันนี้เปึนวันที่ รัฐบาลเขาต้องการที่จะให้สมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาให้ความเห็น ในประเด็นที่คณะกรรมการชุดนี้เสนอไปทางรัฐบาลครับ ถ้าหากว่าทางรัฐบาลท่านมีความ สงสัยสิ่งใด ก็คงจะสอบถามคณะกรรมการชุดนี้ด้วยตัวเอง ท่านต้องการจะฟังว่าสมาชิก ทั้ง ๒ สภานี้ ให้ความเห็นอย่างไรในข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญครับท่านประธานครับ
ท่านประสงค์ครับ ก็อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องประเด็นแก้รัฐธรรมนูญอย่างไร ท่านก็จะชี้แจงให้ฟัง ท่านฟังท่าน หน่อยนะครับ สั้น ๆ นะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผมในฐานะที่เปึนประธานคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไข รัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องก็ใคร่ขอเรียนถึงที่ไปที่มาของการเสนอแก้ไข รัฐธรรมนูญทั้ง ๖ ประเด็นนะครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านได้มีความเข้าใจ แล้วก็เพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้มีความเข้าใจที่จะประกอบการพิจารณาในการอภิปราย ต่อไปนะครับ ที่จริงแล้วประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ก็มาจากข้อสรุปของคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และของคณะอนุกรรมการอีก ๒ คณะ ที่เห็นพ้องต้องกันว่าควรจะได้มีการดําเนินการ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่สําคัญ ๆ เร่งด่วน เพื่อให้เกิดบรรยากาศของ ความปรองดองสมานฉันท์เพิ่มมากขึ้นนะครับ อันนั้นก็เปึนเหตุผลที่เปึนที่ไปที่มา ของการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญขึ้นด้วย ในคณะอนุกรรมการได้กําหนดแนวทางในการพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ คือคํานึงถึงหลักในด้านประชาธิปไตย คํานึงถึงความเปึนธรรม คํานึงถึงความเสมอภาค นิติธรรมแล้วก็ที่สําคัญคือประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล นอกจากนั้นเราก็จะไม่เกี่ยวข้องกับมาตราหรือบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับคดีความที่ยัง ค้างคาอยู่ในกระบวนการยุติธรรมซึ่งท่านก็จะพอมองเห็นได้นะครับ สําหรับข้อเสนอ ทั้ง ๖ ประเด็นนั้นก็เปึนเพียงกรอบแนวความคิดในขั้นต้น หากจะมีการดําเนินการต่อไป ก็จะต้องมีการร่างเปึนญัตติเสนอเข้าสู่รัฐสภา แล้วก็ควรจะได้มีกระบวนการในการที่จะ รับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนจะเปึนด้วยวิธีหนึ่งใดก็แล้วแต่ ก่อนนําไปสู่ การแก้ไข อีกทั้งหลังจากแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วก็จะต้องมีการแก้ไขพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญอย่างน้อย ๒ ฉบับ คือ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. และ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งต้องเสนอผ่านทั้ง ๒ สภานะครับ นั่นก็เปึน ขั้นตอน จากหลักเกณฑ์ดังกล่าวและข้อเสนอของพรรคการเมืองเกือบทุกพรรค คณะกรรมการจึงได้เห็นชอบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญใน ๖ ประเด็นแรก ซึ่งกระผม ขอใช้เวลาสั้น ๆ ชี้แจงกับท่านสมาชิกในประเด็นที่ยังไม่ได้อยู่ในเอกสารที่แจกจ่ายให้กับท่าน เพื่อประกอบเปึนข้อมูล โดยขอยืนยันว่าในการทํางานของผมเองและของ คณะอนุกรรมการนั้น เราไม่ได้มีธง เราไม่ได้มีพรรค มีฝัก หรือว่ามีสีนะครับ ในการทํางาน ก็ตั้งอยู่บนความเปึนกลาง มุ่งมั่นในการทํางานให้ดีที่สุด ผมเองในฐานะที่เปึนประธาน ก็มีหน้าที่ในการหาข้อมูล สอบถามความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนนะครับ ก็ได้ไปบรรยาย ไปรับฟังความคิดเห็นในหลาย ๆ ทาง ข้อเสนอทั้ง ๖ ประเด็นนั้น ผมขอเรียนว่าเปึน ความเห็นของคณะอนุกรรมการและ ๕ พรรคการเมืองนะครับ ซึ่งได้ส่งมาเปึน ลายลักษณ์อักษรที่อยู่ในมือผมนี้ว่าเสนอแก้ไขอะไรบ้าง อันนี้ก็อยากจะให้ท่านสมาชิก รัฐสภาได้รับทราบ
ในประเด็นแรก เรื่องของการยุบพรรคการเมือง การตัดสิทธิ กรรมการบริหารพรรคทั้งหมดตามมาตรา ๒๓๗ นั้น อนุกรรมการส่วนใหญ่นะครับ ผมใช้ คําว่า ส่วนใหญ่ คือไม่ใช่ทั้งหมด เห็นด้วยให้ตัดวรรคสอง มาตรา ๒๓๗ ออก โดยพิจารณาเพิ่มโทษผู้กระทําผิดที่เปึนกรรมการบริหารพรรคให้มากกว่าผู้สมัครอื่น ๆ ซึ่งตรงกับข้อเสนอของพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และพรรคชาติไทยพัฒนา ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์เองเห็นด้วยกับการไม่ยุบพรรค แต่ให้คงการลงโทษผู้กระทําผิดและกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดไว้นะครับ
ประเด็นที่ ๒ คือที่มาของ ส.ส. ตามมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ อนุกรรมการส่วนใหญ่เห็นควรเปึนแบบเขตเดียวคนเดียว จํานวน ๔๐๐ คน และแบบบัญชี รายชื่อจํานวน ๑๐๐ คน รวม ๕๐๐ คน ซึ่งก็ตรงกับข้อเสนอของพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคชาติไทยพัฒนา ส่วน พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีข้อเสนอในเรื่องเกี่ยวกับที่มาของ ส.ส.
ประเด็นที่ ๓ คือที่มาของ ส.ว. ตามมาตรา ๑๑๑ ถึงมาตรา ๑๒๑ ที่ให้มี การเลือกตั้ง ส.ว. ทั้งหมดจํานวน ๒๐๐ คน โดยใช้เขตจังหวัดเปึนเขตเลือกตั้งนั้นก็ตรงกับ ข้อเสนอของพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และพรรคชาติไทยพัฒนา ส่วนพรรคประชาธิปัตย์เสนอมาว่าที่มาของสมาชิกวุฒิสภา และอํานาจหน้าที่ต้องสอดคล้องกัน และดําเนินการในเวลาที่เหมาะสม
ในประเด็นที่ ๔ เกี่ยวกับการทําหนังสือสัญญาที่จะต้องได้รับ ความเห็นชอบจากรัฐสภาตามมาตรา ๑๙๐ ซึ่งมีเพื่อนสมาชิกอภิปรายค่อนข้างมาก ก็ฝากท่านไปอ่านในเอกสารในส่วนที่เปึนภาคผนวกนะครับ ซึ่งจะมีข้อคิดเห็นอยู่ ๑๐ กว่าประการของคณะอนุกรรมการในประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวมาตรา ๑๙๐ ซึ่งมี ข้อบวกก็คือว่า การกระทําใด ๆ ที่เปึนสัญญาระหว่างประเทศนั้นจะต้องให้ประชาชน ได้รับทราบ จะต้องให้สภาให้ความเห็นชอบในขั้นตอนต่าง ๆ แต่ก็มีข้อคิดเห็นที่ถือว่า เปึนข้อขัดข้องในการทํางานของรัฐบาลซึ่งทุกพรรคการเมืองเสนอตรงกันทุกพรรค ให้ปรับปรุงมาตรานี้เพื่อให้รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้สามารถรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติในเวทีนานาชาติไว้ได้ แม้ใน วรรคห้าของมาตรา ๑๙๐ ได้กําหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยการกําหนดขั้นตอนและวิธีการ จัดทําหนังสือสัญญาไว้ แต่ไม่ได้พูดถึงประเภทของหนังสือสัญญา จึงทําให้ยังไม่สามารถ ที่จะผลักดันร่างกฎหมายเข้าสู่สภาได้แม้จะมีอยู่แล้วหลายร่าง ในมาตรา ๑๙๐ นี้กระผมได้เสนอในที่ประชุมคณะอนุกรรมการว่าให้เพิ่มคําว่า ประเภท ของสัญญา ไว้ในวรรคห้า เพราะฉะนั้นเมื่อออกกฎหมายลูกแล้ว นอกจากจะกําหนด ขั้นตอนและวิธีการในการจัดทําหนังสือสัญญาแล้วก็จะกําหนดว่า มีหนังสือสัญญา ประเภทใดบ้างที่กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ จะต้องนํามาเสนอเพื่อให้รัฐสภารับทราบ ตามมาตรา ๑๙๐ ซึ่งตรงนี้จะไม่ได้มีผลกระทบต่อสาระสําคัญของมาตรา ๑๙๐ อย่างที่ เพื่อนสมาชิกเปึนห่วงนะครับ คือไม่มีการแก้ไขใด ๆ มีแต่เพิ่มเติมเพียงคําเดียวว่า ให้มีกฎหมายกําหนดประเภท แล้วก็ขั้นตอน กระบวนการต่าง ๆ ในการร่างสัญญา ซึ่งคณะอนุกรรมการทุกท่านนะครับ ผมย้ําว่าทุกท่านในที่ประชุมให้ความเห็นชอบในการ เพิ่มเติมข้อความตรงนั้น ส่วนการแก้ไขเพิ่มเติมในวรรคอื่น ๆ ซึ่งก็มีผู้อภิปรายในเรื่อง ประเด็นปัญหาต่าง ๆ ก็ให้มีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไปในอนาคต เพื่อที่จะพิจารณาว่า จะต้องมีการแก้ไขหรือไม่
ประเด็นรองสุดท้ายคือ การดํารงตําแหน่งทางการเมืองของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร อันนี้ก็เปึนไปตามมาตรา ๒๖๕ ที่ประชุมมีประเด็นข้อคิดเห็น คือว่าบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ นั้นได้ยอมให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดํารงตําแหน่งทางการเมืองได้ ยกเว้นการดํารงตําแหน่งรัฐมนตรี แต่บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น กลับไปในทางตรงกันข้าม คือให้สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีได้ แต่ห้ามดํารงตําแหน่งทางการเมืองอื่น ๆ เช่น ที่ปรึกษาหรือเลขานุการรัฐมนตรี หรือที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งตรงนี้ก็เปึน การกลับกัน มติของคณะอนุกรรมการและคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูป ทางการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เห็นพ้องต้องกันทุกฝ์ายในหลักการที่ให้แก้ ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถดํารงตําแหน่งทางการเมือง เช่น เลขานุการหรือรัฐมนตรีได้ เพื่อให้สามารถทํางานใกล้ชิดและตอบสนองความต้องการของประชาชนให้มากยิ่งขึ้น และยังเปึนการสอดคล้องกับระบบรัฐสภาสากลที่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดํารง ตําแหน่งทางการเมืองในขณะเดียวกันได้ อันนี้ก็ตรงกับข้อเสนอของทุกพรรคการเมือง
แล้วก็ประเด็นสุดท้ายนะครับ คือการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับ ประชาชนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา ๒๖๖ ซึ่งทุกท่านก็ได้อภิปรายไปแล้ว ถึงข้อจํากัดตรงนั้น มติของคณะกรรมการเห็นพ้องต้องกันรวมถึงมติของทุกพรรค หนังสือ ของทุกพรรคการเมืองก็เห็นพ้องต้องกันว่า เห็นควรที่จะให้ตัดข้อความในมาตรา ๒๖๖ (๑) ออก เพื่อเป่ดโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา สามารถ นําความเดือดร้อนของประชาชนไปแจ้งให้กับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้รับทราบได้ครับ สําหรับการยกร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมนั้น คณะอนุกรรมการและคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ดําเนินการไว้ โดยเปึนเรื่องที่จะต้องให้คณะผู้ยื่นญัตติ ตามมาตรา ๒๙๑ ของรัฐธรรมนูญเปึนผู้ดําเนินการ โดยสมควรหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดประโยชน์ เปึนคุณ หรือเปึนโทษต่อคณะผู้ยื่นญัตติ และสมาชิกรัฐสภาชุดปัจจุบันเปึนส่วนรวม ผมก็มีเรื่องที่จะเรียนเพิ่มเติมครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านครับ
ท่านประธานครับ ผมขอใช้สิทธิประท้วงหน่อยนะครับ
ท่านประท้วงอะไรครับ
คือในประเด็นที่ท่านผู้ชี้แจงพูดถึงว่าพรรคการเมืองพรรคโน้นพรรคนี้เห็นด้วยในประเด็นโน้น ประเด็นนี้ คือผมไม่แน่ใจว่าเปึนมติของพรรคการเมืองหรือเปล่านะครับ เช่นเปึนต้นว่า ท่านบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วยกับการยุบพรรค แล้วก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้ ยกเลิกการตัดสิทธิผู้บริหารพรรค เปึนต้นนี่นะครับ และอันนี้ผมไม่แน่ใจ เพราะว่า เดี๋ยวประชาชนที่ฟังการถ่ายทอดจะเข้าใจผิดนะครับ ก็ขอขอบคุณครับ
ครับ อันนั้นเปึนข้อสังเกต นะครับ เชิญท่านพีรพันธุ์นะครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร จากพรรคเพื่อไทย สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเองก็ได้ทําหน้าที่เปึนหนึ่ง ในคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเองไม่อยากจะบอกว่าก็ชื่นชมในการนําของท่านประธานคณะกรรมการ ท่านดิเรก ถึงฝัืง ขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับ เพราะผมจําได้ว่าหลังจากที่พวกเราได้ทุ่มเททํางานกันหามรุ่งหามค่ํา จนกระทั่งสามารถ จัดทํารายงานเสนอต่อท่านประธานรัฐสภาภายในเวลา ๔๕ วันตามที่กําหนดไว้ ผมจําได้ นะครับท่านประธาน เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ท่านประธานก็อยู่ในพิธีที่พวกเราได้ส่งมอบ รายงานฉบับนี้ให้กับท่านประธานรัฐสภา แล้วก็ประธานรัฐสภาเองก็ส่งมอบรายงาน ฉบับนั้นให้กับนายกรัฐมนตรีทันที ผมก็ยังจําได้ต่อไปอีกว่าท่านนายกรัฐมนตรีผมตั้งใจฟัง ว่าท่านจะกล่าวว่าอย่างไร ท่านก็บอกว่าท่านได้รับรายงานนี้แล้วก็จะรีบไปนําเสนอ คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป แล้วผมก็หวังต่อไปว่าเมื่อท่านรายงานกับคณะรัฐมนตรี แล้วท่านจะเอารายงานฉบับนี้ไปเพื่อที่จะดําเนินการกันต่อไป โดยไม่ต้องย้อนกลับมา ถามพวกเราอีกแล้ว เพราะประเด็นที่มีการพูดกันเพื่อจะหาทางแก้ไขปัญหา คนที่ริเริ่ม ไม่ใช่ใครครับ ก็ท่านนายกรัฐมนตรีนั่นละ คงจะจําได้หลังจากเหตุการณ์เมื่อเดือนเมษายน ประมาณวันที่ ๒๐ กว่า ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ขอรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภา แล้วผมก็จําได้กลางดึกท่านพูดว่าอย่างไร บัดนี้เราก็ไปทํางานให้ท่าน ส่งรายงานให้ท่าน ผมก็ไม่นึกว่า ๒ เดือนหลังจากนี้เราจะต้องย้อนกลับมาพูดเรื่องเก่ากันอีกแล้ว แต่ท่านประธานครับถึงจะพูดเรื่องเก่าก็ไม่เปึนอะไร วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็เข้า ๆ ออก ๆ อยู่ ผมเข้าใจว่าท่านพยายามที่จะมีสมาธิที่จะมารับฟัง แต่ถ้าเห็นเข้า ๆ ออก ๆ อยู่อย่างนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าเมื่อฟังกันแล้วท่านจะทําอย่างไรกันต่อไป ได้ยินว่าจะไปเสนอให้ มีการตั้ง สสร. ๓ ขึ้นไปอีก ก็ยิ่งจะไปกันใหญ่นะครับ ท่านประธานครับ ผมเอง โดยส่วนตัวต้องขอชื่นชมท่านประธานดิเรก ถึงฝัืง ท่านพยายามเหลือเกินหลังจากที่ เรื่องมันหายเงียบไปสักเดือน ๒ เดือน ท่านก็ให้สัมภาษณ์ข่าวไปพูดที่นั่นพูดที่นี่กระตุ้น พยายามจะถามรัฐบาลว่ารายงานฉบับนี้จะเอาอย่างไร จะเดินหน้าไปถึงไหน หนังสือพิมพ์หลายฉบับก็นําภาพของท่านไปลง ขออนุญาตท่านประธานยกขึ้นมาให้ท่าน ได้เห็นด้วย ท่านประธานดิเรกก็คงจะเห็น ท่านบอกว่าตั้งสติสมานฉันท์คู่ ๆ กับท่าน นะครับ เพราะเปึนเรื่องที่มีความสําคัญมาก พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่เราเรียกว่า นายทหารประชาธิปไตย ท่านก็ให้สัมภาษณ์อีกหลายฉบับแก้รัฐธรรมนูญสมานฉันท์ นี่คือความพยายามของ ๒ ท่านนี้ที่อยากจะเห็นการดําเนินการตามที่คณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เดินหน้ากันต่อไป ท่านมีความบริสุทธิ์ใจที่อยากจะเห็นมันก้าวหน้า คืบหน้าเข้าไป ไม่ใช่ไปชะงักงันกันอยู่ อย่างนี้
ท่านประธานครับ ในรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แน่นอนว่าประเด็นที่สังคมมีการพูดถึงกันมาก ที่สุดก็คือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว ผมเชื่อว่า ก็จะเปึนจุดเริ่มต้นที่จะนําประเทศกลับไปสู่ความเปึนสมานฉันท์ได้ ที่จริงในรายงาน ของอนุกรรมการชุดที่ ๑ หรือชุดที่ ๓ นั้น จริง ๆ ไม่ต้องรอรัฐบาล ไม่ต้องมารับฟัง ความคิดเห็นของสภาหรอก สามารถที่จะทําได้เลย ท่านสมาชิกวุฒิสภาท่านตวง ก็บอกแล้ว รายงานฉบับนั้นรัฐบาลได้เริ่มออกไปทําจัดได้เลย ดําเนินการกันต่อไป ทําไปพร้อม ๆ กัน คู่ขนานกันกับที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ผมได้เรียนท่านประธาน ไปแล้ว แน่นอนสังคมได้ให้ความสนใจกับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมากที่สุด เพราะเรา เชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่ก่อให้เกิดปัญหาให้กับประเทศมาก ได้ทําลายการเมืองนี้มาก จนวันนี้ตั้งแต่ได้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มาประเทศไม่ได้ก้าวหน้า อะไรต่อไปเลย ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งกับข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการ ปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าขอให้มีการริเริ่มแก้ก่อน อย่างน้อย ก็เอา ๖ ประเด็นนี้ เปึน ๖ ประเด็นที่ทุกคนได้เห็นร่วมกันเปึนเสียงข้างมากว่าควรจะริเริ่ม ให้มีการแก้ไข ถ้าถามว่าโดยส่วนตัวผมพอใจไหม ผมก็กราบเรียนท่านประธานว่า ยังไม่พอใจครับ เพราะพรรคเพื่อไทยเมื่อครั้งยังเปึนพรรคพลังประชาชนก็ได้บอก กับประชาชนไปแล้วพวกผมถ้ากลับเข้ามาได้ก็จะมีการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเราก็ได้ ทําตามสัญญา แต่ทันทีที่ได้เริ่มมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเราก็ถูกประท้วง ถูกทักท้วง จนกระทั่งมันก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ วันนี้อย่างน้อยทุกพรรคได้มาหารือร่วมกัน บนเจตนาดี บนความตั้งใจที่อยากเห็นความสมานฉันท์ ทั้ง ส.ส. ทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ส.ว. รวมทั้งบุคคลภายนอกที่เปึนผู้ทรงคุณวุฒิที่จะเข้ามาร่วมด้วย อย่างไรก็ตามผมคิดว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ยังมีอีกหลายประเด็นที่ผมอยากจะเรียนต่อท่านประธานว่าทําไม จะต้องมีการแก้ไข ผมได้ฟังสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายมาแล้วตั้งแต่ภาคเช้าเปึนต้นมา ผมก็มีความเห็นเพิ่มเติมที่อยากจะอธิบายต่อไปเพื่อให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น
ประเด็นแรก ท่านประธานครับ คือมาตรา ๒๓๗ เพราะผมเห็นว่าเมื่อครั้ง เปึนพรรคพลังประชาชนก็ขอริเริ่มให้มีการแก้ไขมาตรานี้ ทันทีที่เริ่มพูดเราก็ถูกโจมตีว่า จะแก้ให้ตัวเองฟุ๋นกลับขึ้นมาใช่ไหม ต้องการแก้ให้พวกบ้านเลขที่ ๑๑๑ พ้นที่จะ ถูกตัดสิทธิ ๕ ป้แล้วก็กลับมาเล่นการเมืองใช่ไหม ต้องการแก้เพื่อให้อีกบ้านหนึ่ง คือ บ้านเลขที่ ๑๐๙ ที่ยุบตอนหลังได้กลับเข้ามาสู่การเมืองใช่ไหม แต่ท้ายที่สุดเราก็ถูก กล่าวหาว่าแก้เพื่อตนเอง ท่านประธานครับ ไม่ใช่เลยครับ มาตรานี้ที่มีการแก้ไข ท่านประธานดิเรก ถึงฝัืง ท่านบอกพวกเราในคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฎิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญบอกขอให้ยึดหลักที่บอกว่า ความเปึนธรรมไม่มี ความสามัคคีไม่เกิด ท่านเน้นประโยคนี้อยู่ตลอด เพราะฉะนั้นบนเหตุบนผลที่เราเห็นว่า ความเปึนธรรมไม่มี ความสามัคคีไม่เกิด ก็เปึนเหตุที่ทําให้พวกเราต้องย้อนกลับมา พิจารณามาตรา ๒๓๗ มันไม่เปึนธรรมอย่างไร และมันก่อให้เกิดผลอะไร กับพรรคการเมือง หลักง่าย ๆ ก็คือมาตรา ๒๓๗ หลายท่านก็คงได้ทราบกันดีอยู่แล้ว ผมก็ขอกล่าวเพียงว่ามันเปึนเรื่องที่ไม่เปึนธรรมจริง ๆ คนที่ไม่ได้ทําผิดต้องถูกลงโทษด้วย นี่คือความไม่เปึนธรรม ผมพยายามจะหาเหตุผลทําไม สสร. ที่จะร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึง เขียนอย่างนี้ ก็มีคนมาอธิบาย ๑ ใน สสร. ชุดนั้นบอกว่าในการเลือกตั้งถ้ามี การซื้อสิทธิขายเสียงเราไม่สามารถที่จะไปคุมคนผู้เลือกตั้งทั้ง ๔๐ กว่าล้านคนได้ จะให้ กกต. ไปคุมคน ๔๐ ล้านคนไม่ได้ คุมผู้สมัครเลือกตั้งที่มีอยู่หลายพันคนก็ไม่ได้ เอาละ อย่างนั้นคุมใคร คุมพรรคการเมืองกันดีกว่าเพราะจะได้ผลเหมือนกัน อันนี้คือเหตุผล และท่านประธานเห็นไหมครับ แล้วเปึนอย่างไร ผลก็คือคนเดียวทําผิดไปลงโทษทั้งพรรค มันหาความเปึนธรรมได้ที่ไหน อย่างนี้หลักความเปึนธรรมมันไม่มีครับ ผมก็ไปดูว่า ในสากลที่เขามีพรรคการเมืองเขาทํากันอย่างไร ในประเทศยุโรปท่านประธานครับ การตั้งพรรคการเมืองเขาถือว่าเปึนหลัก เปึนเสรีภาพขั้นพื้นฐาน เปึนเสรีภาพที่จะต้องยึด และมีหลักประกันโดยรัฐธรรมนูญ เขาถือว่าการรวมตัวเปึนพรรคการเมืองนั้นจะต้องได้รับ หลักประกันจากรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นเขาก็จะมีข้อห้ามว่าที่จะไปจํากัดบทบาท ของพรรคการเมือง ไปยุบพรรคการเมืองจะต้องระมัดระวังนะ การที่จะยุบพรรคการเมือง ได้ก็ต่อเมื่อพรรคนั้นเปึนภัยต่อความมั่นคงของประเทศ เปึนภัยต่อความสงบสุข ของประเทศ ใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาทางการเมืองเขาจึงจะมีการยุบ แต่ต้องมี ข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าพรรคการเมืองนั้นได้ทําอย่างนั้นจริง ๆ แต่ไม่ใช่สมาชิกพรรค หรือกรรมการคนใดคนหนึ่งไปทําอย่างนั้นแล้วมายุบพรรคการเมือง อันนี้คือมาตรฐาน ที่โลกเขาปฏิบัติกันอยู่ ผลของเขาก็คือพรรคการเมืองของเขาก็มีความมั่นคงเปึนสถาบัน การเมืองได้ นี่คือเหตุผลเบื้องต้นที่อยากจะเรียนท่านประธานว่าเราต้องแก้มาตรานี้ครับ
อีกมาตราหนึ่งถึงแม้ว่าจะไม่อยู่ใน ๖ ข้อ แต่ว่าคณะกรรมการเองก็เห็นว่า เปึนเรื่องที่ควรจะแก้ไขเช่นเดียวกัน แล้วถ้ามีโอกาสก็จะแก้ไปคราวหน้าด้วย ผมเอง ได้พูดเรื่องนี้อยู่ในหลายเวทีคือ มาตรา ๒๗๘ คือในกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ท่านประธานครับ เวลาที่ศาลนี้ตัดสินเขาลงข่าว เปึนภาษาอังกฤษครับ เขาใช้คําว่า เดอะ สุพรีม คอร์ท ออฟ คริมินัล ดิสทริเนชั่น ฟอร์ โพลิติคอล (The supreme court of criminal distrination for political) อะไรพวกนี้นะ ครับ แปลว่าอะไร สุพรีม คอร์ท ฝรั่งอ่านแล้วเข้าใจว่านี่คือศาลฎีกา ก็แปลว่าอะไรล่ะ เขาก็ ย่อมเข้าใจว่าถ้าศาลตัดสินคดีนี้ก็แปลว่ามันผ่านศาลต้น ศาลอุทธรณ์มาแล้ว เปล่าเลย ท่านประธาน เปึนศาลเดียวครับ แล้วก็พิพากษาเปึนที่สิ้นสุด หลายคนบอกว่าทําไมไม่ให้ อุทธรณ์ เขาก็บอกว่าตอนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็ไม่มีอุทธรณ์นี่ แล้วก็เคยตัดสินมาแล้ว และท่านประธานก็เห็นแล้ว ผู้ที่ถูกตัดสินจากคดีนี้เห็นไหมครับ เปึนอย่างไร พอมาถึงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ดูจะดีขึ้นหน่อย บอกเขียนว่าให้อุทธรณ์ได้ แต่ว่าต้องอุทธรณ์ได้ภายใน ๓๐ วันนะ แล้วก็ต้องเปึนกรณีที่มีหลักฐานใหม่ที่ไม่เคย นําขึ้นมาในชั้นการพิจารณาก่อนจึงจะอุทธรณ์ได้ ผมก็ว่านี่มันไม่ใช่อุทธรณ์ มันเปึนการ รื้อฟุ๋นคดี และถ้าจริง ๆ บอกถ้ามีหลักฐานใหม่ สามารถจะหาหลักฐานใหม่ได้ภายใน ๓๐ วัน มันก็แสดงว่าหลักการพิจารณา วิธีพิจารณาที่ศาลนี้ใช้มาเปึนป้กว่าจะตัดสิน มันล้มเหลวสิครับ ทําไมมันจะไม่ล้มเหลว ก็คุณสามารถจะหาหลักฐานใหม่ได้ภายใน ๓๐ วัน อันนี้มันไม่ใช่อุทธรณ์ การอุทธรณ์นี้เปึนสิทธิครับท่านประธานครับ ผมคิดว่า เปึนสิทธิ เพราะฉะนั้นผมก็ไปดูแล้วว่าที่นักวิชาการเขาบอกว่าประเทศไทยเองเราเคยเปึน สมาชิกของอนุสัญญากติกาของสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิของพลเมืองและสิทธิ ทางการเมือง เขาเขียนไว้ชัดเจนว่า บุคคลนั้นมีสิทธิที่จะอุทธรณ์ต่อคําพิพากษาที่เขาให้มี การจําคุกไป ประเดี๋ยวเพื่อนสมาชิก ผมเรียนเมื่อเช้านี้แล้วบอกท่านนายกรัฐมนตรี จะไปประชุมที่สหประชาชาติ กติกานี้ประเทศไทยเปึนภาคีอยู่นะครับ และมันมีผลบังคับ กับประเทศไทยไปแล้ว เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญของไทยไม่สอดคล้องกับกติกานี้ อย่างแน่นอน และท่านจะตอบประชาคม สังคมโลกเขาอย่างไร ที่ผมพูดว่าจะต้องแก้ไข ไม่ใช่ผมต้องการให้ท่านใดท่านหนึ่งที่ศาลนี้ตัดสินไปแล้วมีสิทธิที่จะอุทธรณ์ แต่มันเปึน ความไม่เปึนธรรม ถ้ามันไม่เปึนธรรม เรารอทําไมล่ะครับ เมื่อแก้ไขกฎหมายแล้ว มันเปึนธรรมไปแล้ว ใครจะได้ประโยชน์จากมาตรานี้ก็เปึนอีกเรื่องหนึ่ง นี่คือเรื่องที่ผม อยากจะพูดด้วยนะครับ มาตรา ๓๐๙ ท่านประธานครับ หลายคนพูดไปแล้ว ผมก็ขอพูด เพียงสั้น ๆ ว่ามาตรานี้มีนักวิชาการทางกฎหมายรัฐธรรมนูญเขาบอกว่าเปึนมาตราอัปยศ ของรัฐธรรมนูญนี้ เพราะผลของมันไปทําลายความเปึนกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ การอ้างมาตรา ๓๐๙ ก็เท่ากับว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ต้องวินิจฉัยเลย เพราะเขาเขียนว่า ให้ถือว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เหตุผลอะไรไม่รู้ บอกให้ถือว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญ อย่างนี้ ก็เท่ากับเปึนการนิรโทษไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่เคยกระทํา ที่ไหนเขาก็ไม่ทํา ก็มีที่นี่ละ แล้วก็ศาลรัฐธรรมนูญเองก็เคยใช้มาตรานี้ไปวินิจฉัยมาแล้ว จนกระทั่งคําวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องนั้นเท่ากับเปึนการรับรองการทํารัฐประหารว่าชอบด้วยกฎหมาย นี่คือการอ้าง มาตรา ๓๐๙ เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นด้วยกับสมาชิกหลายท่านที่บอกไป แล้วว่ามาตรานี้มันอยู่ในบทเฉพาะกาล แต่มันเปึนบทเฉพาะกาลที่เปึนบทถาวรไปแล้ว เขียนมาได้อย่างไร
ท่านประธานครับยังมีอีกหลายมาตรานะครับ ผมขอย้อนกลับไปที่ เรื่องขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญก็แยกอีก เปึนองค์กรอิสระและองค์กรอื่น ผมก็ถามว่าองค์กรอิสระและองค์กรอื่นมันต่างกันอย่างไร พอไปดูแล้วถึงเห็นท่านประธานครับ พวกเราที่นั่งอยู่ตรงนี้ประเดี๋ยวก็ต้องถูกองค์กรอิสระถอดออกจากตําแหน่ง นายกรัฐมนตรี คนแล้วคนเล่าถูกถอด ซึ่งเห็นมาแล้ว ๒ คน นายกรัฐมนตรีที่นั่งอยู่วันนี้อย่าคิดว่าจะรอด นะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่นั่งอยู่ตรงนี้อย่าคิดว่าจะรอดนะครับ ประชาชนเลือกเรามา แต่เราถูกใครก็ไม่รู้ที่บอกว่าเปึนองค์กรอิสระจะมาถอดถอนเอากัน ง่าย ๆ นี่คือบทบาทขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีคําถามเยอะมากครับ ท่านประธานครับ เกี่ยวกับองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญว่าทําไมเขาเปึนองค์กรอิสระ แต่มาตรการที่จะไป ตรวจสอบองค์กรอิสระอยู่ที่ไหน จะตรวจสอบการเข้าสู่ตําแหน่งขององค์กรอิสระ ได้อย่างไร ทําไมในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงให้ระบบการสรรหาคนเข้าสู่องค์กรอิสระ มันผลัดกันไปผลัดกันมา ส.ว. สมาชิกวุฒิสภาไปสรรหาเลือกคนเปึนองค์กรอิสระ แล้วองค์กรอิสระนั้นละก็ย้อนกลับมาสรรหา ส.ว. อีก ผมพูดอย่างนี้ ผมไม่ได้ตําหนิท่าน ที่เปึน ส.ว.จากการสรรหานะครับ หลายท่านเปึนคนดี ผมยกย่อง มีความสามารถ เปึนคนดีที่สังคมยกย่อง แต่วิธีการเข้าสู่ตําแหน่งนี้มันไม่ชอบ แล้วเมื่อมันไม่ชอบแล้ว ท่านก็เห็นการทํางานที่มันเกิดขึ้นจากการทํางานขององค์กรอิสระเหล่านี้ เราต้องแก้ครับ ในรายงานของอนุกรรมการชุดนี้ กลุ่มนี้ครับ ผมไม่ทราบว่ายังอยู่ในรายงานไหมว่า เราเรียกว่าเปึนอํานาจที่ ๔ ครับท่านประธาน และเปึนอํานาจที่ไม่มีการตรวจสอบด้วย ปล่อยให้เกิดขึ้นมาอย่างนี้ วันนี้ประเทศนี้ทั้งประเทศก็เลยต้องคอยดูว่าเมื่อไรองค์กรอิสระ จะเล่นงานเรา ส.ส. ที่อยู่ในสภานี้ เพราะเดี๋ยวก็ต้องขึ้นไปถูกองค์กรนี้ตรวจสอบ แต่พวกเรากลับไปตรวจสอบเขาไม่ได้ นี่คือเหตุผลหลัก ๆ ที่ควรจะต้องมีการแก้ไขในเรื่องนี้ ผมยกตัวอย่าง คตง. คมช. ไปปลด คตง. แล้วก็ให้ผู้ว่า สตง. นี่ครับ เปึนทั้งประธาน คตง. และเปึนผู้ว่าในคนคนเดียวกัน เปึนป้ครับท่านประธาน เบ็ดเสร็จ ปล่อยไปได้อย่างไร วันนี้ กฎหมายพระราชบัญญัติว่าด้วย คตง. เพิ่งเข้าสู่วาระที่สอง และผมก็ไปดูแล้วในร่าง ของฉบับนี้ยังมีร่องรอยที่ผู้ร่าง ก็ คตง. เองนั่นละ พยายามจะให้ คตง. ใหม่เปึนเหมือน ป.ป.ช. เปึน ป.ป.ช. ที่ ๒ อะไรกันครับ นี่ก็คือกระบวนการสืบทอดอํานาจที่อยู่ในองค์กร อิสระ ท่านประธานครับ ย้อนไปอีกเรื่องหนึ่งซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็เปึนตัวอย่างที่น่าศึกษา เหมือนกัน ผมเคยพูดในสภาแห่งนี้หลายครั้งว่าศาลรัฐธรรมนูญซึ่งหน้าที่หลักของเขาคือ จะต้องไปพิทักษ์รัฐธรรมนูญซึ่งเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ แต่ว่าเราจะเห็นหลายครั้ง ว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ทําหน้าที่อย่างนี้ เปึนเพราะอะไร เราเห็นตัวอย่างจากคําวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญกรณีแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา กรณีเขาพระวิหาร ท่านบอกว่า สัญญาที่อาจจะ ท่านเติมคําว่า อาจจะ เข้าไปในรัฐธรรมนูญ ทั้งที่รัฐธรรมนูญเขียนว่า สัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลง ท่านเติมคําว่า อาจจะ เข้าไปอย่างเดียว โกลาหลกันทั้งรัฐบาล ทั้งสภา แล้วพวกเราก็ต้องมานั่งพิจารณาอะไรก็ไม่รู้ บอกมัน อาจจะ หมด ก็วุ่นวายกันถึง ขนาดนี้ นี่คือการทําหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๙ ผมพูดไปแล้ว เท่ากับท่านไป รับรองว่าการปฏิวัติรัฐประหารมันชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แทนที่ท่านจะไปพิทักษ์ รัฐธรรมนูญ ไม่ เหตุผลเหล่านี้มันเกิดจากอะไรท่านประธานครับ ผมคิดว่ามันมีอยู่ ๒ อย่าง คือ ๑. คุณภาพของคนที่มาเปึนตุลาการ ป้ ๒๕๔๐ เรามีการสรรหากันเยอะ มีหลายองค์ประกอบมาก แต่คราวนี้ไปดูองค์ประกอบมาจากศาลเปึนส่วนใหญ่ที่มาจาก ศาลยุติธรรม ท่านเชี่ยวชาญทางคดีแพ่ง ทางคดีอาญา แล้วต้องมาตัดสินคดีมหาชน กระบวนการพิจารณาซึ่งก็ไม่ชัดเจนเลย ประเดี๋ยวผมคิดว่ารัฐสภาคงจะมีโอกาสพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญมีการโต้เถียงกันมากครับ ที่มันแปลกก็คือท่านประธานครับ ผมเห็นคนที่ไปร่างรัฐธรรมนูญแล้วก็ย้อนกลับไป เปึนศาลรัฐธรรมนูญ แล้วมาวินิจฉัยรัฐธรรมนูญที่เขาร่าง คนคนเดียวกันครับ เขาไม่ทํากัน หรอกครับ อันนี้ก็จะเปึนเหตุหนึ่งที่ทําให้การทําหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญมันไม่เปึนไป อย่างที่พวกเราต้องการ ก็คงจะต้องมีการพูดกันอีกครั้ง
ท่านประธานครับ ผมคิดว่าจากการใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ผ่านมาผม ก็อยากจะสรุปว่าตั้งแต่ปฏิวัติวันที่ ๑๙ กันยายน เปึนต้นมา เปึนการยึดอํานาจอธิปไตย อย่างถาวรของ คมช. ยึดที่ไหนครับ ก็เขาแทรกไว้ในรัฐธรรมนูญนี่ล่ะ องค์กรอิสระเอย ในการสรรหาเอย การทําลายพรรคการเมืองเอย เห็นไหมครับ ไม่เคยเห็นรัฐธรรมนูญ ฉบับไหนที่ทําให้พรรคการเมืองอ่อนแออย่างนี้ ไม่เคยเห็นรัฐธรรมนูญฉบับไหนที่ทําให้ พรรคแตกเปึนเสี่ยง ๆ รัฐบาลนี้ที่มาจากพรรคเดียวถูกทําลายไม่เหลือแม้แต่ตอครับ รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ สภาพวกเราที่ประชาชนเขาหวังมากอยากเห็นแก้ไขปัญหา ของประเทศเราก็แก้ไม่ได้ ก็เพราะอะไร เพราะการเมืองมันอ่อนแอ ทําไมมันอ่อนแอ ก็เพราะรัฐธรรมนูญมันเขียนอย่างนี้ แล้วเราจะทําอย่างไร ท่านประธานครับ ผมไม่อยากจะเห็นการป่ดสนามบินอีกครั้งหนึ่ง เพราะมันทําลายเศรษฐกิจของประเทศ มากที่สุดแล้ว มันเปึนตํานานของประเทศไทยครับ ผมไม่อยากจะเห็นหลายเรื่อง มันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นก็คงจะเปึนหน้าที่ของพวกเราว่าจะต้องช่วยกัน ผมไม่อยากจะเห็น ท่านนายกรัฐมนตรีไปที่ไหนก็ถูกต่อต้าน ไม่ได้รับการยอมรับ ท่านไปตรวจราชการ ที่จังหวัดบุรีรัมย์เห็นไหมครับ ใช้งบประมาณมากจริง ๆ ครับ เราคงไม่ทราบตัวเลข แต่ถ้าเห็นการใช้จ่ายแล้วมันเปึนมากอย่างนั้นจริง ๆ เพราะฉะนั้นก็คิดว่าปัญหา ที่มันเกิดขึ้นนี้เนื่องจากสังคมนี้ ประเทศไทยนี้ มันไม่มีใครเชื่อใคร ท่านประธานครับ เมื่อเช้าผมมีโอกาสไปร่วมสัมมนาทางวิชาการ จัดโดยมูลนิธิเอเชียครับ เขาสํารวจ ความคิดเห็นของพลเมืองไทยระดับประเทศเปึนเล่มออกมา เขามีข้อมูลชัดเจนว่า ไปสอบถามคนไทยแล้วขณะนี้แตกแยกมาก ท่านประธานครับ และถ้าไม่มีการแก้ไข เขาก็คิดว่าความรุนแรงมันจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น ผมก็อยากจะเสนอว่าเราจะเดินหน้ากันอย่างไรครับ ทําให้ผมต้องย้อนกลับไปนึกถึงคําพูด ของท่านนายกรัฐมนตรีที่พูดในสภาแห่งนี้ เมื่อวันที่ ๒๐ เข้าใจว่าเดือนที่ผ่านมานะครับ เมื่อครั้งที่ท่านขอรับฟังความคิดเห็นของรัฐสภาแห่งนี้ ท่านบอกว่าตอนที่ ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครฟังความเห็นของพวกเรา ท่านเปึนผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านคิดบอกว่าการยุบสภาเปึนทางเลือกที่ดีที่สุดทางหนึ่ง แต่วันนี้ ท่านมาเปึนนายกรัฐมนตรี ท่านก็บอกพวกเราว่าถ้าจะยุบสภามันยังไม่ได้ ขอให้ไปแก้ไข กติกาก่อน และเมื่อมีการแก้ไขกติกากันแล้ว ทุกคนสามารถที่จะไปหาเสียงกันได้ ท่านยินดีจะยุบสภา และพร้อมที่จะยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้ง วันนี้แล้วไหนล่ะครับ ผมอยากจะให้ท่านตัดสินใจเร็ว เอาสิ่งที่พวกเราเสนอในวันนี้ ๖ ข้อ เดินหน้าแก้ไปก่อน อย่าไปคิดหรือไปตั้ง สสร. ๓ อีกเลยครับ ตั้ง สสร. เมื่อป้ที่มันเกิดขึ้นคราวก่อนนั้นมันตั้งได้ ก็ขออนุญาตนิดเดียวครับท่านประธานครับ เพราะอดีตท่านนายกรัฐมนตรีบรรหาร ท่านไปสัญญากับประชาชนว่าท่านจะปฏิรูปการเมือง แล้วท่านก็มาตั้ง สสร. มันมี ความเปึนมติเปึนเอกฉันท์ของคนในสังคมว่าจะมีการตั้ง สสร. แต่ถ้าเราเริ่มการแก้ รัฐธรรมนูญโดยการตั้ง สสร. ทันทีนี่นะครับ มันไม่เกิดท่านประธานครับ ขอให้ ท่านนายกรัฐมนตรีตัดสินใจเอาข้อเสนอ ๖ ข้อของพวกเรา ของคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เดินหน้ารีบแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วก็จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ อย่างนี้ความสมานฉันท์ก็คงจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย กับสังคมไทยต่อไปครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
เชิญท่านประสงค์ครับ ท่านมีเวลา ๘ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ครับ กระผม ประสงค์ นุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาปฏิบัติหน้าที่ผู้แทน ปวงชนชาวไทยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมใคร่ขอหารือท่านประธาน นิดหนึ่งครับว่าผมมีความประสงค์จะขอเติมเต็มคําหารือของท่านสิงห์ชัย ทุ่งทอง เมื่อสักครู่หนึ่งที่ท่านได้พูดเอาไว้ เพราะเรื่องที่เปึนประโยชน์ ขอให้ผมได้พูดนอกเหนือ จากเวลาที่ผมจะอภิปรายได้ไหมครับประมาณไม่เกิน ๑ นาที
ท่านมีเวลา ๘ นาที เชิญครับ
อย่างนั้นแสดงว่า ท่านไม่อนุญาตที่จะให้ผมเติมเต็มท่านสิงห์ชัย ไม่เปึนไรครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่น ที่ผมจะอภิปราย ผมขออ่านข้อความตอนหนึ่ง ซึ่งถ้าหากทุกคนได้ยินแล้วจะรู้ว่าข้อความนี้ มาจากไหนนะครับ ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอํานาจอันเปึนของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิม ให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอํานาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะ เพื่อให้อํานาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริง ของประชาราษฎร ประชาธิปก ป.ร. ท่านประธานที่เคารพครับ เวลาผ่านไปร่วม ๗๗ ป้แล้ว เจตนารมณ์ของพระองค์ท่านได้มีการตอบสนองแค่ไหนครับ เปึนหน้าที่ของเรา ผู้ซึ่งเปึน พสกนิกรของพระองค์ พระองค์ได้มีความตั้งใจจริงที่จะให้ประเทศไทยนี้เปึนประเทศไทย ซึ่งมีอํานาจสูงสุดคือประชาชนครับ ท่านได้เสียสละพระราชอํานาจของท่านให้กับเราแล้ว เราได้ใช้ถูกต้องหรือเปล่า ท่านประธานครับ ผมขอพูดใน ๒ ประเด็นครับ
ประเด็นแรกวิชาการครับ ผมได้ศึกษาได้เรียนมาพอสมควรในเรื่องวิชา รัฐศาสตร์ อาจจะมีหลายท่านในสภาแห่งนี้ได้มีความรู้ มีประสบการณ์ที่มากกว่าผม แต่นั่นไม่ใช่หมายความว่าผมจะพูดไม่ได้นะครับ การได้มาซึ่งอํานาจรัฐมีหลายวิธีครับ ประชาธิปไตยที่ว่านี้ ที่เราพูดถึงกันนี้เปึนแต่เพียงวิธีการหนึ่งเท่านั้นเอง การถ่ายทอด อํานาจโดยการปฏิวัติรัฐประหารก็เปึนวิธีการหนึ่งในการที่จะได้อํานาจรัฐมา ปัญหา อยู่ตรงนี้ครับว่าในเมื่อได้อํานาจมาแล้ว ได้ใช้อํานาจรัฐในทางที่ถูกต้องหรือไม่ ใช้อํานาจ เพื่อประโยชน์ของใคร ใช้อํานาจเพื่อประโยชน์ของประชาชน หรือใช้อํานาจของผู้ได้ อํานาจรัฐมาแล้วครับ เปึนเรื่องที่น่าสงสัย แล้วเราก็มีเวลาที่จะพิสูจน์ ได้มีการพิสูจน์ ผ่านมา รัฐบาลแล้วรัฐบาลเล่ายังไม่เคยมีความเปึนจริงที่ปรากฏชัดเจนเลยครับว่า รัฐบาลไหนที่จะมีความจริงใจในการที่จะบําบัดทุกข์บํารุงสุข อย่างแท้จริง ผู้มีอํานาจ ทุกสมัยที่ผ่านมา สร้างความสุขให้กับตัวเองอยู่ตลอดเวลา ไม่มากก็น้อยครับ ไม่แต่เพียง เท่านั้น บางครั้งบางคราวยังใช้อํานาจในการข่มเหงประชาชน ซึ่งตัวเองบอกว่าเปึนที่รัก อยู่ตลอดเวลา ท่านประธานครับ ผมเข้าใจการทํางานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ผมเองผมในฐานะเปึนประชาชนผู้หนึ่ง ผมไม่มีโอกาสที่จะใช้สิทธิในการรับรองหรือไม่รับรองรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เพราะในขณะนั้นผมอยู่ที่ต่างประเทศ คนที่อยู่ต่างประเทศจํานวนมากครับไม่มีโอกาส ที่จะได้ลงมติในการรับรองรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว น่าเสียดายครับ ประชาชนคนไทย ส่วนหนึ่งถูกทอดทิ้งไม่ให้มีส่วนรับผิดชอบ ไม่ให้มีส่วนในการแสดงความคิดเห็น ต่อกฎหมายสูงสุด ซึ่งเปึนกติกาหลักของประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญ ในระบอบประชาธิปไตยเปึนหลักกลาง ซึ่งทุกคนควรจะต้องปฏิบัติตาม ถ้าหากว่าทุกคน มีความตั้งใจจริง มีความปรารถนาที่แท้จริงอยากอยู่อย่างสมานฉันท์ ไม่ใช่ว่าทุกคน ต้องการทําตามอําเภอใจที่ตัวเองมีอยู่และที่ตัวเองต้องการ ไม่มีทางครับที่จะ มีการสมานฉันท์เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ข้อเสนอทั้ง ๖ ข้อของคณะกรรมการที่พยายาม ทํางานอย่างหนักหน่วงนั้น ผมปฏิเสธไม่เห็นด้วยทั้ง ๖ ข้อครับ แต่ผมจะขออธิบาย อย่างสั้น ๆ
ข้อแรกนะครับ การยุบพรรคการเมืองและการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมืองตามมาตรา ๒๓๗ นั้น ผมเข้าใจครับว่าคณะกรรมการบริหารพรรคทุกท่าน สมาชิกพรรคการเมืองทุกพรรค อ่านหนังสือออกครับ และเข้าใจครับว่ากติกาเขียนว่าอย่างไร ทําไมไม่ปฏิบัติครับ ในเมื่อปฏิบัติไม่ได้แล้วอยากจะแก้กติกากลางเกม เพื่อที่จะให้ทําตามที่ตัวเองต้องการนั้น เปึนการกระทําที่ชอบแล้วหรือครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อสอง ที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีปัญหาว่าการเลือกตั้งรวมเขต ๓ อําเภอนั้น จะไม่สามารถจะอนุมัติได้อย่างเต็มที่ ถ้าผู้ซึ่งอยากจะเปึนผู้แทนของประชาชน มีวิญญาณสาธารณะ พร้อมที่จะทํางาน ให้ประชาชนแล้ว การแบ่งเขตความรับผิดชอบ ๓ คน ๓ เขต ๓ ส่วนนั้น สามารถจะกระทํา และตกลงกันได้ครับ ทําไม่เปึนหรืออย่างไร ทําไมจะต้องมาแก้รัฐธรรมนูญด้วย ผมไม่เข้าใจครับ
ข้อที่สามครับ ที่มาของสมาชิกวุฒิสภา ผมเองเปึนบุคคลผู้หนึ่งที่ได้รับ ผลประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ผมไม่ได้ยึดถือว่าการที่ผมมีบุญวาสนาได้มี ตําแหน่งเปึนสมาชิกวุฒิสภาเพื่อจะปฏิบัติภารกิจอันนี้นั้น วาสนาที่ผมจะมีต่อไปอีก ประมาณ ๑ ป้กับ ๕ เดือน ผมไม่ต้องการเรียกร้องมากกว่านั้นอีกแล้วครับ ผมจะปฏิบัติ ภารกิจหน้าที่อย่างเต็มที่โดยไม่จําเปึนจะต้องแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนกฎหลักของประชาคม
ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อสี่ การทําหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความ เห็นชอบจากรัฐสภา เรื่องนี้ไม่ยากครับ ใช้ความรวดเร็วสิครับ อย่าใช้ระบอบชักช้าในการ ทํางาน รัฐสภาควรจะภูมิใจครับว่ารัฐบาลได้หารือกับผู้แทนของประชาชนในการที่จะ ตัดสินปัญหาระหว่างประเทศ ผมว่ารัฐบาลน่าจะมีความสามารถกระตือรือร้นในการ ทํางานครับ และรัฐบาลเองก็ไม่ต้องมีความรับผิดชอบถ้าหากว่าสภานี้รับรองแล้ว
ท่านประธานครับ ข้อที่ห้า การดํารงตําแหน่งทางการเมืองของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองผมมีความเสียใจเปึนอย่างยิ่งที่มีการ เสนอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีตําแหน่งเลขานุการและที่ปรึกษารัฐมนตรี ผมมี ความละอายใจเปึนอย่างยิ่งครับ การมีผลประโยชน์ทับซ้อนในการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งเรา พยายามต่อสู้กันนั้น เราลืมเสียแล้วหรือครับ การเปึนตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าจะมีความภาคภูมิใจอย่างมากในการปฏิบัติภารกิจ คนไทย ๖๖ ล้านคน ทุกคน มีความรู้ มีความสามารถ แบ่งงานกันทําเถอะครับ อย่ารวบงานทุกอย่างไว้แต่เพียงลําพัง คนเดียว
ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อ ๖ สุดท้าย การแก้ปัญหาความเดือดร้อนกับ ประชาชนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ท่านประธานครับ การก้าวก่าย อํานาจ การแยกอํานาจทางบริหารและนิติบัญญัติน่าจะเปึนการแยกที่เด็ดขาด ถ้าหากว่า บุคคลเข้ามาอยู่ในฝ์ายนิติบัญญัติแล้วท่านอย่าหวังเลยครับว่าตัวเองอยากจะไปอยู่ ในฐานะตําแหน่งผู้บริหาร ข้าราชการหน่วยงานต่าง ๆ นั้นเปึนมือเปึนเท้าของรัฐบาล ในการทํางานตามนโยบายที่มีอยู่ ให้เขาทํางานเถอะครับ อย่าไปก้าวก่ายเขาเลย ท่านมี โอกาสที่จะไปติดตามการทํางานของบุคคลเหล่านั้นได้ โดยผ่านทางผู้บริหารครับ คือรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่เห็นด้วยครับ ถ้าหากว่าเรายอมรับมติ ของมหาชนแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งประชาชนลงมติกันแล้วนั้น ผมถือว่า เปึนหลักสําคัญอย่างยิ่งที่ควรจะปฏิบัติ ประชาชนคือตัวกลางครับ เราคือตัวแทน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่เห็นด้วยครับ ถ้าหากว่าเรายอมรับมติของมหาชนแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งประชาชนลงมติกันแล้วนั้น ผมถือว่าเปึนหลักสําคัญ อย่างยิ่งที่ควรจะปฏิบัติ ประชาชนคือตัวการครับ เราคือตัวแทน อํานาจการทํางาน ของตัวแทนนั้นไม่เกินอํานาจของตัวการครับ ประชาชนยังไม่มีความพร้อมที่จะให้ มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสมาชิกของรัฐสภานี้ไม่ควรจะไป ก้าวก่ายอํานาจของประชาชนในการที่จะไปเสนอแก้ จนกว่าประชาชนมีมติก่อนครับว่า จะให้แก้หรือไม่ เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท จะมีค่ามหาศาล ถ้าหากว่ามีการขัดแย้งเกิดขึ้นแล้ว ความสูญเสียจะมากกว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาทในการลงประชามติครับ ขอบคุณท่านประธาน รัฐสภาครับ
ต่อไปเชิญท่านรัชดา ธนาดิเรก ครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา จากการที่ได้รับฟังการอภิปรายในวันนี้ ดิฉัน เห็นว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านเห็นรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เปึนฉบับที่มองนักการเมือง เปึนตัวร้าย เปึนบุคคลอันตราย แต่ดิฉันเห็นต่างค่ะ ดิฉันคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ เปึนฉบับที่ให้เกียรตินักการเมืองทั้ง ส.ว. และ ส.ส. ให้เกียรติในการที่จะมีอํานาจถ่วงดุล ฝ์ายบริหารในการที่จะไปลงนามในหนังสือสัญญาต่างประเทศ ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญ ในฉบับป้ ๒๕๔๐ ไม่ได้ให้เกียรติมากขนาดนี้ แล้วก็มีเพื่อนสมาชิกบางส่วนเห็นว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนฉบับเผด็จการ ดิฉันก็เห็นต่างค่ะ ดิฉันคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเฉพาะมาตรา ๑๙๐ เปึนฉบับที่ให้ความสําคัญกับพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเปึนภาคธุรกิจ ภาคเกษตรกรรม และนักวิชาการ เพราะในมาตรา ๑๙๐ ได้ให้ ความสําคัญกับภาคประชาชนที่จะได้รับฟังความคิดเห็น และเสนอความคิดเห็น ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดําเนินการจัดทําหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ ต่อข้อเสนอแนะที่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทําหนังสือ สนธิสัญญาระหว่างประเทศที่ต้องเสนอให้รัฐสภาเปึนผู้พิจารณา ด้วยเหตุผลที่ว่า มาตรานี้ขาดความชัดเจน ข้อความบางส่วนในวรรคสองต้องมีการตีความ อย่างเช่น ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างกว้างขวาง แค่ไหนคือเรียกว่ากว้างขวาง หรือคําว่า ผลผูกพันต่อการค้า การลงทุน และงบประมาณอย่างมีนัยสําคัญ แค่ไหนถึงเรียกว่า อย่างมีนัยสําคัญ ด้วยการที่ขาดความชัดเจนต้องตีความ ทําให้ส่วนราชการที่เปึนแม่งาน ไม่สามารถที่จะใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจได้ ขาดความมั่นใจ หลาย ๆ ครั้งต้องยกภาระนี้ ให้กับคณะรัฐมนตรีเปึนผู้พิจารณา สุดท้ายคณะรัฐมนตรีเองก็ไม่กล้าที่จะตัดสินใจว่า หนังสือสนธิสัญญาใดเข้าข่ายมาตรา ๑๙๐ หรือไม่ ทั้ง ๆ ที่เพื่อนสมาชิกในที่นี้ก็คงจะมี ประสบการณ์เดียวกับดิฉันว่ามันไม่เข้า แต่เพื่อความปลอดภัย กฎหมายนับร้อยฉบับ ที่เข้าสู่สภาแล้วก็ต้องพิจารณาในวันเดียว ทําให้เปึนอุปสรรคต่อการทํางานของรัฐสภา ที่เราคิดว่าจะทํางานในเรื่องของการถ่วงดุลอํานาจบริหาร ทําให้เกิดขึ้นได้อย่างไม่เต็มที่ และหลายครั้งก็อาจนําไปสู่ความล่าช้าในการบริหารราชการ คําถามจึงมีอยู่ว่าการแก้ไข รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ จะสามารถแก้ไขปัญหาที่ดิฉันได้กล่าวมาแล้วหรือไม่ สําหรับ ดิฉันคิดว่าไม่ ปัญหาของความไม่ชัดเจน ความล่าช้าในการพิจารณาเอกสารสัญญา ไม่ได้สามารถถูกแก้ไขด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรอกค่ะ แม้ว่าทางคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะได้มีข้อเสนอแนะ ที่เปึนประโยชน์ในหลาย ๆ ประเด็น และในส่วนของมาตรา ๑๙๐ ก็ได้บอกว่าหากเพิ่มเติม คําว่า ประเภทสัญญา ไปแล้วจะทําให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติ ดิฉันก็คิดว่า มันไม่เกี่ยวกัน ท่านประธานคะ เจตนารมณ์ของมาตรา ๑๙๐ นี้ก็เพื่อที่จะแก้ปัญหา ที่สะสมมาอย่างยาวนานของการจัดทําหนังสือสัญญาระหว่างประเทศที่ฝ์ายบริหาร ใช้อํานาจไปลงนามตัดสินใจแทนประชาชน แต่ไม่เคยเป่ดโอกาสให้ประชาชนและผู้แทน ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ อย่างเช่น หลาย ๆ กรณีที่เกี่ยวข้องกับการลงนามในสนธิสัญญาการค้าเสรี เราก็ทราบ กันดีอยู่แล้วว่ามีรัฐบาลในอดีตที่ผ่านมาพยายามที่จะกีดกันให้รัฐสภาเข้ามามีส่วนร่วม เข้ามีส่วนในการรับรู้และดูแลผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และมิหนําซ้ํายังกีดกัน ไม่ให้ประชาชนเข้าไปแสดงความคิดเห็น และที่แย่ที่สุดก็คือผลจากการลงนาม ในสนธิสัญญาระหว่างประเทศเมื่อเกิดความเสียหายกับภาคส่วนต่าง ๆ แล้ว การเยียวยา ก็ไม่เปึนธรรมและไม่ทั่วถึง แม้ว่าการลงนามในบางสัญญาจะเกิดขึ้นเปึนเวลา ๔-๕ ป้แล้ว แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพี่น้องเกษตรกรในกรณีการค้าเสรีไทย-จีน และไทย-สหรัฐอเมริกา ก็ยังไม่ได้รับการคลี่คลาย จากปัญหาเหล่านั้นจึงนํามาสู่การเพิ่ม บทบัญญัติในมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ที่ให้ความสําคัญกับสนธิสัญญาที่มีผลกระทบ ต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หนังสือสัญญาที่มีความผูกพัน ต่อการค้าและการลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ นอกจาก ๒ ลักษณะของสัญญาที่ได้บรรจุเพิ่มขึ้นในมาตรา ๑๙๐ นี้ ในมาตรา ๑๙๐ ยังให้ ความสําคัญกับการให้โอกาสประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามีส่วนในการรับรู้ และแสดงความคิดเห็น นั่นก็หมายถึงว่า มาตรา ๑๙๐ นี้เปึนการต่อยอดมาตรา ๒๒๔ ของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ และทําให้รัฐธรรมนูญมีความสมบูรณ์มากขึ้นโดยหลักการ ที่ว่าให้อํานาจแก่ฝ์ายนิติบัญญัติในการถ่วงดุลอํานาจฝ์ายบริหาร ให้การบริหารของฝ์าย คณะรัฐบาลและนิติบัญญัติมีความโปร่งใส และสุดท้ายคือหลักการการมีส่วนร่วม ของประชาชน ถ้าเราดําเนินการแก้ไขมาตรา ๑๙๐ อะไรจะเปึนเครื่องรับประกันว่า เจตนารมณ์ดี ๆ ที่ระบุไว้ในมาตรา ๑๙๐ นี้จะยังคงอยู่ ในส่วนที่เสนอให้มีการแก้ไขคําว่า ประเภทหนังสือสัญญานั้น ดิฉันในฐานะที่เปึนผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญ ขั้นตอน และวิธีการจัดทําหนังสือสัญญา ดิฉันขอรับประกันได้ว่า ไม่มีความจําเปึนค่ะ เพราะว่าความชัดเจนต่อข้อสงสัยในข้อบทที่เขียนไว้ว่า นัยสําคัญ กับกว้างขวาง เราสามารถสร้างความชัดเจนด้วยการกําหนดนิยามของคําว่า หนังสือสัญญา ในร่างพระราชบัญญัติที่ดิฉันและพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอต่อสภาไป แล้วได้มีการให้ความชัดเจน มีการกําหนดนิยามว่า หนังสือสัญญาลักษณะใดที่มี ความจําเปึนที่จะต้องเสนอให้สภาพิจารณานะคะ ที่สําคัญไปกว่านั้นแม้ว่าเราจะมี พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นก็ไม่ได้เปึนข้อสรุปว่าความชัดเจนและ การตัดสินใจนั้นจะเกิดขึ้นอย่างถูกต้องตามมา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ จะต้องมาพร้อมกับกลไกของรัฐสภา ทุกวันนี้สิ่งที่มันยังติดขัด ที่มันเปึนปัญหาก็คือ ข้าราชการไม่กล้าตัดสินใจ คณะรัฐมนตรีก็ไม่กล้าตัดสินใจ เพราะเกรงว่าจะขัดต่อ รัฐธรรมนูญ ดังนั้นสิ่งที่จะต้องมาควบคู่กับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญก็คือ กลไกของรัฐสภา
ดังที่ดิฉันได้พูดไปตอนแรกแล้วว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนฉบับที่ให้เกียรติ ให้ความสําคัญกับสภานิติบัญญัติเปึนอย่างยิ่ง ดังนั้นเราควรที่จะใช้โอกาสอันสําคัญนี้ แสดงบทบาทในการที่จะมีส่วนร่วมรับผิดชอบ เราคงไม่ใช่มีบทบาทเพียงแค่ทักท้วงว่า เรื่องใดที่จะผิดต่อรัฐธรรมนูญหรือเปล่า เราควรจะที่เข้ามามีบทบาทในการกลั่นกรอง เบื้องต้นว่า เอกสารสนธิสัญญาใดควรที่จะได้รับการนําเสนอการพิจารณาเข้าสู่สภา ดังนั้นดิฉันจึงขอเรียนยืนยันท่านประธานว่า ปัญหาและข้อกังวลใจต่าง ๆ ต่อกรณี มาตรา ๑๙๐ การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่มีความจําเปึนค่ะ และถ้าเราอยากที่จะก้าวผ่าน อุปสรรคต่าง ๆ ที่สมาชิกทุกท่านได้ประสบกันมาก็คือ การพิจารณาร่วมกันของรัฐสภา แต่ละครั้งเราต้องลงมติภายใน ๑ วัน ๒๐-๓๐ ฉบับ ทําให้การทํางานของสภาไม่มี ประสิทธิภาพ วิธีเดียวที่จะแก้ไขได้ ก็คือการเร่งออกพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือ สัญญา แล้วก็ต้องมีกลไกของรัฐสภาเกิดขึ้น เพื่อที่จะเปึนกลไกเบื้องต้นในการกลั่นกรอง พิจารณาว่าหนังสือสัญญาใด ควรที่จะนําเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา อย่าปล่อยให้เปึน ภาระของส่วนงานราชการ หรือว่าเปึนภาระของคณะรัฐมนตรีแต่เพียงฝ์ายเดียว ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านอํานวย คลังผา ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ซึ่งในวันนี้เปึนที่น่ายินดีเปึนอย่างยิ่ง ซึ่งผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องของการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ตลอดทั้งการแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติที่เกิดขึ้นในขณะนี้ สิ่งหนึ่ง ที่จะต้องขอบคุณคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญที่ได้กําหนดกรอบต่าง ๆ เปึนที่ยอมรับของผู้อภิปรายหลาย ๆ ท่านในวันนี้ และ
อีกส่วนหนึ่งท่านประธานครับ ที่คณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไข รัฐธรรมนูญ หรือเขาเรียกว่า คปพร. ซึ่งได้มีข้อกําหนดไว้ ๖ ประเด็น เหมือนกันกับ คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทาง สภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกัน ฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายค้าน และท่านสมาชิกวุฒิสภาทั้ง ๓ ฝ์าย ได้แต่งตั้งคณะทํางานขึ้นมาเรียกว่า คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมา เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้องยอมรับคณะทํางานที่เรา แต่งตั้งขึ้นไป ที่เปึนตัวแทนของทุกพรรคการเมืองให้นําเสนอปัญหาต่าง ๆ เพื่อแก้ไขวิกฤติ การเมืองในบ้านเราให้หมดไป สร้างความสมานฉันท์ สร้างความสามัคคีของคนในชาติ ให้เกิดขึ้น ณ วันนี้เราต้องยอมรับคณะที่เราแต่งตั้ง และท่านประธานคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ได้ชี้แจงไว้ หลายประเด็นด้วยกัน ตามหนังสือที่ทุกท่านได้อ่านได้ดูกัน สําหรับผมนั้นก็อยากจะ หยิบยกข้อกําหนดของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่สามารถกล่าวอ้างได้ในวันนี้ สรุปผลการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนทั่วประเทศ จากทางโทรทัศน์และข้อความ เอสเอ็มเอส (SMS) ผ่านรายการ ที่สมัชชาสมานฉันท์แบ่งเปึน ๙ หัวข้อดังนี้
๑. กฎหมาย ออกกฎหมายควบคุมการชุมนุม
๒. ต้องไม่เลือกปฏิบัติ
๓. นิรโทษกรรมให้ทุกฝ์าย
ในเรื่อง ข้อ ๑.๓ นิรโทษกรรมให้ทุกฝ์ายนั้น สิ่งนี้ผมมีความเห็นด้วย เปึนอย่างยิ่ง ซึ่งในขณะนี้ปัญหาความแตกแยกของคนในชาติมีความร้าวลึก อย่างมากมาย ไม่สามารถที่จะเยียวยาให้กลับมาสู่ปกติได้ จําเปึนต้องใช้นิรโทษกรรม ให้ทุกฝ์ายเพื่อให้บ้านเมืองสามารถเดินไปได้ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ซึ่งในขณะนี้ เราต้องยอมรับนะครับว่าปัญหาบ้านเมืองเราไม่สามารถเดินไปได้ เกิดจากการขัดแย้ง ทางการเมือง ทําให้เศรษฐกิจการพัฒนาประเทศของเราได้หยุดชะงักลง เพราะเหตุเกิดจากปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ ไม่ว่าสีใด ๆ ก็ตาม ซึ่งไม่สามารถ ที่จะเยียวยาได้ในขณะนี้ แต่วันนี้คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ได้กําหนดกรอบวันนี้ผมเห็นด้วย และโดยเฉพาะ ในข้อ ๑.๔ การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ๑.๕ ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ เหตุนี้ ผมก็อยากจะฝากในที่ประชุม ณ แห่งนี้ และท่านประธานรัฐสภา และคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และรัฐบาลได้รับฟัง ตรงนี้ว่า เหตุผลการที่ยุบสภาเลือกตั้งใหม่นั้น ผมก็อยากจะหยิบยกประเด็นนี้ว่าการที่จะยุบสภา หรือเลือกตั้งใหม่นั้นจะต้องเรียกความเชื่อมั่นทุก ๆ ฝ์าย หรือตั้งกฎกติกาว่าในเมื่อยุบสภา มีการเลือกตั้งใหม่แล้ว ฝ์ายไหนเข้ามาเปึนฝ์ายจัดตั้งรัฐบาลก็จะต้องยอมรับ และจะไม่มี การเดินขบวนเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ ตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ทําไว้ มิฉะนั้นก็จะเกิดปัญหา การเดินขบวน เกิดปัญหาความแตกแยกในสังคมเกิดขึ้นตามมาอย่างแน่นอน ตรงนี้ ก็อยากจะเรียกร้อง หากจะมีการยุบสภา มีการเลือกตั้งใหม่ต้องตั้งกติกาให้แน่ชัดเพื่อให้ การเมืองเดินไปได้ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เมื่อก่อนก็อยากจะ เท้าความนิดหนึ่งครับว่าก่อนจะเปึนที่มาของรัฐธรรมนูญ ในขณะนั้นผมก็ได้รับ การประสานงานจากผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานราชการทุกหน่วยว่าอยากจะให้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านไปก่อน ก็สามารถที่จะแก้ไขได้ ทุกคนก็เห็นพ้องต้องกันว่า รับไปก่อนแล้วจะแก้ภายหลัง สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ ทดลองใช้ไป ๒ ป้ นักวิชาการ หลายคนเขาออกมาบอกว่ารัฐธรรมนูญใช้มา ๒ ป้ เราสามารถที่จะแก้ไขได้ ก็มี การรณรงค์ครับท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ มีการรณรงค์โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทัพบก ทุกกรม กอง อยู่ทุกหน่วย ทุกจุด ทุกหมู่บ้าน ทุกตําบล เราต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ไม่ได้เปึนรัฐธรรมนูญที่แท้จริง ไม่ได้มาจากพี่น้องประชาชน ถึงจะมีคะแนน ๒๐ ล้านคะแนน ๓๐ ล้านคะแนน ก็จริงอยู่ แต่จริง ๆ แล้วพี่น้องประชาชนถูกชักจูงไป ในทางที่ให้ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ตามที่ คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้กําหนดไว้
๑.๖ ออกกฎหมายปรองดองสมานฉันท์แห่งชาติ ตรงนี้ผมเห็นด้วย เปึนอย่างยิ่ง
๑.๗ ออกกฎหมายลงโทษผู้ปฏิวัติ ตรงนี้ผมเห็นด้วย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผู้ปฏิวัติทําให้บ้านเมืองเสียหาย เดิมนั้นผมคิดว่าเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน มีการปฏิวัติ ผมดีใจที่เห็นว่าบ้านเมืองมันเกิดการไม่ปกติ มีทหารมาปฏิวัติผมรู้สึกตอนนั้นดีใจ คิดว่าปฏิวัติแล้วจะดีขึ้น แต่หาเปึนเช่นนั้นไม่กลับเลวลงไปทุกที เพราะฉะนั้น จึงออกกฎหมายลงโทษผู้ปฏิวัติ
๑.๘ การแก้ไขกฎหมายยึดทรัพย์นักการเมืองโดยไม่มีอายุความ ตรงนี้ ผมเห็นด้วย
๑.๙ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้รวดเร็วและเปึนธรรม ตรงนี้ก็ถือว่า คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทุกพรรคการเมืองได้รวบรวมความคิดจากทุกฝ์าย ถือว่าเปึนสิ่งที่ดี
๑.๑๐ ออกกฎหมายลงโทษ ส.ส. ที่ขาดประชุม ตรงนี้ผมก็เห็นด้วยครับ เพราะว่าการทําหน้าที่ของผู้แทนราษฎร พี่น้องประชาชนเขาเลือกมาเปึนตัวแทนของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อนจะต้องนํามาแก้ไขให้กับพี่น้อง ประชาชน อย่างที่พี่น้องประชาชนเขาบอกว่าสิ่งที่ ส.ส. จะต้องทํา ทําประโยชน์ ให้ประชาชนมากที่สุด พี่น้องประชาชนเขามีความมุ่งหวังว่าเขาเลือกผู้แทนของเขามา เขาอยากจะเห็นผู้แทนนั้นทําประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด เพราะฉะนั้น มาตรากฎหมายต่าง ๆ ที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาแก้ไข รัฐธรรมนูญได้กําหนดทั้ง ๖ ประเด็น และอีกหลาย ๆ หัวข้อ โดยเฉพาะสื่อมวลชน ในข้อแสดงความคิดเห็น สื่อมวลชนนั้นก็บอกว่าต้องเปึนกลาง ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยากจะฝาก ให้สื่อมวลชนต้องเปึนกลางทางการเมืองและเสนอข้อมูลทุกด้าน ไม่ชี้นํา ตรงนี้ก็เปึนเรื่อง ของสื่อมวลชน และส่วนปฏิรูปนักการเมือง โดยเฉพาะมุ่งเน้นประโยชน์ส่วนรวม อีกหลายประเด็นที่ทางคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้กําหนดไว้ในหนังสือที่ได้สรุปมาวันนี้ ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจอย่างมากมาย เพราะฉะนั้นวันนี้ก็อยากจะให้ท่านประธานรัฐสภา ตลอดทั้งพี่น้องประชาชนที่ได้ฟังการถ่ายทอดทางรัฐสภาในวันนี้ ซึ่งคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น วันนี้ก็ถือว่า ท่านได้ทําหน้าที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียกร้องให้รัฐสภา โดยเฉพาะฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายค้าน และสมาชิกวุฒิสภา ได้เชื่อมั่นจากเราที่ได้มอบความไว้วางใจให้คณะทํางาน ไปทําหน้าที่แทนพวกเรา และผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่าประเทศไทยจะกลับคืนมาสู่สภาพ เรียกว่าความเชื่อมั่น ความรัก ความสามัคคีของคนในชาติต่อไป ขอบคุณครับ
เชิญท่านสุริยา ปันจอร์ ครับ ท่านมีเวลา ๘ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุริยา ปันจอร์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดสตูล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ท่านคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วก็ผู้ทรงเกียรติ ที่เคารพทุกท่านครับ ดีใจมาก ๆ ครับ ตอนแรกผมตั้งใจจะเริ่มต้นว่าถ้าเปึนไปได้ก็อยากจะ ให้ได้เห็นหน้านายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีจะได้เห็นหน้าผม เพราะตอนนั้นท่าน ไม่อยู่ แต่บังเอิญพอผมขึ้นท่านก็มา ก็ต้องขอขอบคุณตรงนี้ด้วย ท่านประธานครับ กระผม ขอเริ่มต้นตรงนี้นะครับว่าผมขอเริ่มต้นด้วยคําว่า ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ผมเริ่มต้นตรงนี้นะครับ ๓ สถาบันนี้ ถือว่าเปึนชีวิต วิญญาณของคนไทย ถ้าคนไทย ขาดสถาบันใดสถาบันหนึ่งอาจจะเรียกว่าคนไทยแต่ไม่เต็มร้อย ท่านครับ คนไทยมีเลือด มีเนื้อ มีเชื้อชาติ และมีจิตใจ ดั่งเนื้อเพลงชาติที่เราท่านทั้งหลายร้องด้วยความเคารพ และคนไทยล้วนมีความรัก ความสามัคคี ดั่งเนื้อเพลงชาติอีกตอนหนึ่ง นั่นก็คือเรื่อง ของทั้งหมดที่ผมกล่าว เปึนเรื่องของอดีตที่หวานชื่นนะครับ การร้อง การได้ยิน เสียงเพลงชาติในแต่ละครั้ง เราจะยืนสงบนิ่งด้วยความเคารพถึงชาติที่หวงแหน ชาติที่ บรรพบุรุษต้องเสียเลือด เสียเนื้อ ชีวิต วิญญาณ แต่ท่านประธานครับ ปัจจุบันนี้ความรัก ความสามัคคี ความเปึนหนึ่งเดียว ความเปึนเอกภาพต้องถูกเผาผลาญด้วยแรงกระทบ ของการเมืองตามระบอบประชาธิปไตยที่เจือปนไว้ด้วยความไม่เข้าใจของความเปึน ประชาธิปไตยครับ ท่านประธานครับ ข้ออ้างอิงหรือเหตุผลของแต่ละฝ์ายในปัจจุบันนี้ ขอย้ํานะครับ ข้ออ้างอิงของแต่ละฝ์ายในปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่มักจะอ้างว่าเพื่อชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งนั้น ที่ทําอย่างนี้เพื่อชาติ ที่ทําอย่างนั้นก็เพื่อชาติ ที่ยืนอยู่ตรงนี้ก็เพื่อชาติ ที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็เพื่อชาติ เพื่อชาติทั้งหมดเลย น่าชื่นชมคนไทย ที่มีความรักชาติอย่างล้นเหลือ ท่านประธานครับ ถ้ารักชาติจริง ๆ ทําไมถึงไม่เข้าใจกัน ผมสงสัย ผมขอตั้งข้อสังเกตว่าทําไมถึงไม่เข้าใจกัน ทําไมถึงไม่หันหน้าเข้าหากัน ทําไมถึงพูดกันไม่รู้เรื่องและทําไมถึงไม่ประนีประนอม ยอมความกัน หรือว่าที่พูดไปนั้นรักชาติเพียงแต่ลมปาก ท่านประธานครับถ้ารักชาติ เพียงแต่ลมปาก ผมตั้งข้อสังเกตว่าประเด็นนี้ยังกังขาอยู่ครับ ประเด็นนี้กังขาจริง ๆ ครับ ถ้าเปึนอย่างนี้จริง ๆ เพลงชาติที่เราร้องกันอยู่ทุกวี่ทุกวันนั้น น่าเสียใจมาก เพราะน่าจะ ไม่มีความหมายครับ ท่านประธานครับผมรู้สึกเปึนห่วงที่ท่านสมาชิกทั้งหลายพูดแต่เรื่อง เมื่อวานทั้งหมดเลย ที่ผมฟังนี้พูดเรื่องของเมื่อวานทั้งหมด เมื่อวานซืน เมื่อเดือนที่แล้ว เมื่อป้ที่แล้ว หลักของการประนีประนอมยอมความเพื่อให้เกิดความสันติสุขอย่างแท้จริงนั้น ต้องพูดเรื่องวันนี้และพรุ่งนี้เท่านั้นครับ ถ้าท่านใด คนใด กลุ่มใด พรรคใด ไม่ว่า นําเรื่องที่ผ่านมามาพูด เรื่องนี้ไม่จบครับและไม่จบจริง ๆ ด้วย ผมเปึนห่วงจริง ๆ ครับ เกรงว่าความขัดแย้งมันจะไปพัฒนา พัฒนาไปสู่อะไรครับ พัฒนาไปสู่สงครามกลางเมือง น่ากลัวมาก ไม่อยากจะคิด ไม่อยากจะเห็น ไม่อยากจะฝันสงครามกลางเมือง แต่ประเทศใหญ่ ๆ หลายประเทศในอดีตต้องเช็ดน้ําตาด้วยความเจ็บปวด อย่างเช่น ประเทศฝรั่งเศส ประเทศอังกฤษ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศรัสเซีย ประสบกับปัญหา สงครามกลางเมืองมาแล้วทั้งนั้น ที่เปึนอย่างนี้เนื่องจากว่าเราไม่หันหน้าเข้าหากัน เมื่อไม่หันหน้าเข้าหากัน ท่านประธานครับ ไม่ยอมแก้ ไม่ยอมยุบ ไม่ยอมปรองดอง ไม่ยอมประนีประนอม ไม่ยอมอะไรสักอย่าง ถามว่าบ้านนี้จะไปไหน เราจะลงคลอง ลงทะเลหรือลงมหาสมุทรอย่างไรผมไม่ทราบครับ มันต้องมีทางออกสักอย่างหนึ่ง เพื่อที่จะผดุงไว้ซึ่งชาติและศาสนา พระมหากษัตริย์ ถ้าเรายังยืนหยัดมีทิฐิที่จะไม่ถอย แม้แต่ก้าวหนึ่งก้าวเดียวนี่ ไปไม่ได้บ้านเมืองนี้ บทเรียนอันเจ็บแสบและเจ็บปวดในอดีต สอนเราว่ากรุงศรีอยุธยาแตกเพราะอะไรครับ กรุงศรีอยุธยาแตก เพราะคนในชาติ แตกแยก แก่งแย่ง ชิงอํานาจซึ่งกันและกัน ในที่สุดก็ถูกเผาครับ นั่นคืออดีตสอนให้เรา ทราบอย่างนั้นครับ เวลาอันจํากัดในเรื่องของการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญนี้ ผมไม่อยากจะแตะตรงนี้ แต่สิ่งใดที่ทําแล้วก่อให้เกิดความสงบสุข เกิดความสันติ เกิดความรัก ความสามัคคีให้เปึนหนึ่งเดียว เสมือนหนึ่งในอดีต ตรงนั้นผมเห็นด้วย ถ้าจะเจาะสักนิดหนึ่งเรื่องของการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมเห็นด้วยเปึนลําดับต้น ๆ ก็คือเรื่อง มาตรา ๑๙๐ เห็นใจรัฐบาล เห็นใจท่านนายกรัฐมนตรี เห็นใจท่านรัฐมนตรี จะทําอะไรสักอย่างหนึ่งกับต่างประเทศ อาจจะเปึนเรื่องซื้อขาย เรื่องเขตแดน เรื่องอะไร ต่าง ๆ ต้องอาศัยทั้งสองสภา ซึ่งเสียเวลา ไม่ทันกาล ไม่ทันกิน ไม่ทันเพื่อน เพื่อนไปก่อน เราตามหลังอย่างนี้ แล้วเราจะเดินหน้า เราจะเจริญได้อย่างไรครับท่าน เพราะฉะนั้นตรงนี้ ถ้าจะแก้ขอเพียงนิดเดียวว่าแก้มาตรา ๑๙๐ ให้เพิ่มให้ชัดเจนว่าทําสนธิสัญญาเรื่องอะไร อย่างไรให้ชัดเจน ไม่ใช่พูดคลุมเครือเหมือนอย่างที่เรามีปัญหาตอนนี้ ขอขอบคุณ ด้วยความหวังดีว่าอย่างไร ๆ เราหันหน้าเข้าหากันนะครับ เพื่อบ้านเมืองจะได้สงบสุขครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านทศพล เพ็งส้ม ครับ ท่านมีเวลา ๑๐ นาทีนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มิได้นําที่มาของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนแนวทาง หรือเปึนแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ครับ วันนี้กระผมก็ได้มีโอกาส ที่อภิปรายเรื่องที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ รัฐสภา ซึ่งในประเด็นที่เปึนเรื่องที่สําคัญตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ระบุไว้มีจํานวนทั้งสิ้น ๖ ประเด็นนั้น
ในส่วนประเด็นแรก ได้ให้ความสําคัญถึงการยุบพรรคการเมือง ตามมาตรา ๒๓๗
ประเด็นที่ ๒ เปึนเรื่องของที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ เรื่องที่มาของสมาชิกวุฒิสภา หรือแม้กระทั่งเปึนการทําหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับ ความเห็นชอบของรัฐสภาตามมาตรา ๑๙๐
อีกประเด็นหนึ่งที่เปึนเรื่องสําคัญก็คือการดํารงตําแหน่งทางการเมือง ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ
ประเด็นสุดท้ายคือการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นทั้ง ๖ ประเด็นนั้นเปึนประเด็นหลัก ที่ต้องถูกถ่ายทอดมาจากคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ก่อนที่ผมจะอภิปรายต่อไปนั้น ใคร่ขออนุญาตท่านประธาน เพื่อนําข้ออ้างอิงจากรายงานผลการศึกษาปัญหาการบังคับใช้เพื่อการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งเสนอรายงานผลการศึกษา ต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดดังกล่าวได้สรุปผลการศึกษาไว้อย่างน่าพอใจโดยเปึนระบบ นะครับ โดยเฉพาะเปึนหมวดหมู่เรียนท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผลการศึกษานั้นมีความเห็นของคณะกรรมาธิการเท่าที่สรุปได้นั้นมีทั้งสิ้น ๘ ประเด็น หรือ ๘ หมวดนะครับ ที่มีปัญหาหรือมีผลการบังคับใช้เฉพาะหมวดที่ ๓ ก็คือสิทธิเสรีภาพ ของชาวไทย หมวดที่ ๕ ก็คือแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ หมวดที่ ๗ การมีส่วนร่วม ทางการเมืองโดยตรงของประชาชน หมวดที่ ๙ คณะรัฐมนตรี หมวดที่ ๑๒ การตรวจสอบ การใช้อํานาจรัฐ หมวดที่ ๑๓ จริยธรรม หมวดที่ ๑๔ การปกครองท้องถิ่น และหมวด สุดท้ายครับ หมวดที่ ๑๖ บทเฉพาะกาล สิ่งที่ผมเสนอนี้ก็คือว่าเปึนเรื่องที่พบปัญหา การบังคับใช้ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับปัญหาที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การบังคับใช้กับรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เฉพาะในประเด็นมาตรา ๒๓๗ นั้น เรื่องการยุบพรรคการเมือง และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมือง นั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญกลับไม่พบปัญหาการบังคับใช้ แต่ได้มีข้อเสนอให้มีการตัด ข้อความตามมาตรา ๖๘ วรรคสี่ ออกให้หมด โดยให้กําหนดไปบัญญัติไว้ในกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนการสอดคล้องกับหลักสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการ รวมกลุ่มกันจัดตั้งพรรคการเมืองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๕ พ.ศ. ๒๕๕๐ ครับ ท่านประธานครับ
สําหรับประเด็นที่ ๒ ซึ่งสําคัญมากก็คือที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ นั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญในส่วนของพิจารณาแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้น เช่นเดียวกันครับไม่พบปัญหาในการบังคับใช้ แต่เนื่องจากมีเวลา ไม่มากครับ และมีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายเกี่ยวกับที่มาของสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ไม่ว่าจะเปึนเขตเดียวเบอร์เดียวตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ หรือแบ่งเขตเรียงเบอร์ ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตนําข้อดีและข้อเสีย เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการสมานฉันท์เพื่อบันทึกไว้ในรายงานของคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมิได้ปรากฏนะครับ
ท่านประธานครับ อันแรกครับ การเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียวนั้นจะเปึน รูปแบบทางการเมืองแบบแยกภาค
อันที่ ๒ ประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งไม่สามารถเลือกบุคคลที่เห็นว่า เหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มากกว่า ๑ คน ทําให้เกิด ความเครียดและเสียโอกาส
ท่านประธานครับ อันที่ ๓ ก็คือการแข่งขันเพื่อให้ได้รับการเลือกตั้ง อาจส่งผลให้เกิดความรุนแรงและมีมาก
อันที่ ๔ การเลือกตั้งแบบแบ่งเขต แบบเขตเดียวเบอร์เดียว ทําให้คะแนน ที่ประชาชนเลือกบุคคลในอันดับ ๒ หรืออันดับ ๓ หายไปทั้งหมด ซึ่งเมื่อรวมคะแนน กันแล้วอาจมีมากกว่าคะแนนของผู้ได้รับการเลือกตั้งเสียอีก อันที่ ๔ เปึนการเลือกตั้ง ที่เน้นตัวบุคคลมากกว่านโยบายของพรรคการเมืองหรือในบางกรณีไม่สามารถชี้ได้ว่า ประชาชนเลือกพรรคการเมืองหรือเลือกบุคคล
อันสุดท้ายครับที่สําคัญก็คือว่า ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ตั้งแต่ระดับครอบครัวจนถึงระดับเขตเลือกตั้งและระดับประเทศ เพราะว่าประชาชน ไม่มีทางเลือก
ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมกล่าวในที่นี้มิใช่นําความรู้หรือเอาข้อคิดเห็น ต่าง ๆ มาจากที่ไหนครับ นอกจากผลการศึกษาปัญหาการบังคับใช้เพื่อการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญนี้เองนะครับ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ได้ทํางานอย่างละเอียด
อีกประเด็นหนึ่งครับท่านประธานครับ ในส่วนของมาตรา ๑๙๐ ซึ่งเปึน ปัญหากันเหลือเกินที่จะต้องวางประเด็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ได้ ท่านประธานครับ สิ่งที่สําคัญในมาตรา ๑๙๐ นั้นมีทั้งหมด ได้กําหนดไว้ในสัญญาถึง ๘ ประเภท และที่สําคัญในขณะนี้นะครับ ยังไม่มีใครที่เข้ามาชี้แจงได้เลยว่า ในส่วนของสํานักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกานะครับ ได้เริ่มดําเนินการโดยที่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ นั้น มีการพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคห้า ไว้เรียบร้อยแล้ว แต่เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีใครที่จะนํากฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคห้า เข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรเลย ฉะนั้น จึงจําเปึนครับว่า ในส่วนที่มาตรา ๑๙๐ นั้น เรายังไม่ทําอะไรกับมาตรา ๑๙๐ เลย ผมเชื่อเหลือเกินนะครับว่า ถ้าเรานํากฎหมายลูกหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ที่จะมาขยายความของมาตรา ๑๙๐ วรรคห้า นั้น เข้ามาใช้ เข้ามาปฏิบัติ ผมเชื่อเหลือเกิน นะครับว่าไม่จําเปึนที่จะต้องมาแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้เสียเวลาสภาครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ลําดับ การอภิปรายเปึนอย่างนี้นะครับ ต่อจากท่านวิเชียร แล้วก็เปึนท่าน พลตํารวจเอก สุนทร ซ้ายขวัญ นะครับ ท่านณัฐพล ทีปสุวรรณ ท่านมานิต จิตต์จันทร์กลับ ท่านนฤมล ศิริวัฒน์ ท่านภราดร ปริศนานันทกุล ท่านนิยม ช่างพินิจ ท่านวรินทร์ เทียมจรัส แล้วก็ ท่านสกลธี ภัททิยกุล เชิญท่านวิเชียรครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิเชียร ขาวขํา พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ความจริงแล้วถ้าเราทําความเข้าใจกับปัญหารากเหง้า ของปัญหาอย่างถ่องแท้ ถึงความแตกแยกว่าเกิดจากอะไร มันก่อเกิดจากปัญหาอะไร แล้วค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นมาเปึนมัจจุราช คอยจะคร่าชีวิตความเปึนอยู่ของพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศ ถึงวันนี้มัจจุราชตัวนี้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ สร้างความระส่ําระสายทั่วแผ่นดิน สร้างความแตกแยกในแผ่นดินมากขึ้น ๆ วันนี้คนใส่เสื้อสีแดง คนใส่เสื้อสีเหลือง สีน้ําเงิน แล้วต่อไปจะเกิดสีอื่น ๆ ขึ้นอีกในอนาคต ถ้าเราไม่รีบขจัดปัญหานี้ให้หมดสิ้น ท่านประธานครับ ถ้าเราเข้าใจแล้วหาวิธีแก้ที่ถูกทาง ไม่จําเปึนเลยที่ท่านประธานดิเรก ถึงฝัืง และท่าน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ต้องมานั่งลําบากลําบนเหนื่อยยากอยู่หลายเดือน ไม่จําเปึนเลย เพราะว่าการเสนอแก้รัฐธรรมนูญมาเพียง ๖ มาตรานี้ ไม่สามารถตอบโจทย์ของความ แตกแยกในสังคมได้เลย ผมยกตัวอย่างสั้น ๆ เรื่องเสนอแก้ปัญหาเขตเลือกตั้งจาก เขตใหญ่เรียงเบอร์เปึนเขตเดียวเบอร์เดียวนี่ไม่ได้ตอบโจทย์นี้เลย แล้วเรื่องที่มาของ ส.ว. เรื่องมาตรา ๒๓๗ มาตรา ๑๙๐ ไม่ได้ตอบโจทย์ความสมานฉันท์ได้เลย ท่านประธานครับ เราต้องค่อย ๆ เข้าใจในปัญหาของมันก็คือว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นจากอะไร มันเกิดขึ้นมา เมื่อประมาณ ๔ ป้ที่แล้ว เราต้องยอมรับจริง ๆ ว่ามันเกิดจากคนกลุ่มหนึ่งที่กล่าวหา คนอีกกลุ่มหนึ่ง แล้วเรียกร้องให้คนอีกกลุ่มหนึ่งที่เปึนสีเขียวมีอาวุธ มีรถถังออกมาปฏิวัติ รัฐประหาร แล้วก็ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นมาด้วยความเกลียดชัง ด้วยความมีอคติชิงชัง ต่อฝ์ายตรงกันข้าม ใส่ความมีอคตินั้นลงในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วก็เปึนการสืบทอด อํานาจของเผด็จการในองค์กรต่าง ๆ และในมาตราต่าง ๆ จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ท่านประธานครับ ในระหว่างที่การร่างรัฐธรรมนูญนั้นเราจะเห็นการให้สัมภาษณ์ของผู้นํา ที่เปึนแกนนําในการร่างรัฐธรรมนูญพุ่งเปัาไปสู่เปัาหมายคือฝ์ายตรงกันข้ามทั้งนั้น ไม่ได้ มีความตั้งใจจะร่างรัฐธรรมนูญเพื่อพี่น้องประชาชนคนไทยอย่างแท้จริง แต่ร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อแบ่งฝักแบ่งฝ์าย เพื่อพิฆาตหรือฟาดฟันฝ์ายตรงกันข้าม สุดท้ายก็ลากกันออกมา ทําประชามติ วันนั้นผมขึ้นปัายสีแดง ๆ บอกพี่น้องประชาชนว่าเราไม่เห็นด้วย เราไม่รับ รัฐธรรมนูญ กากเดนของเผด็จการออกไปปฏิบัติการอย่างร้ายกาจ ให้นายอําเภอ ให้ปลัดอาวุโสโทรศัพท์บอกว่า คุณวิเชียร ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้การทหาร บอกให้คุณ เอาปัายลงเดี๋ยวนี้ ผมก็ตอบว่านายอําเภอคุณไม่ต้องมาบอกผมหรอก คุณไปบอก ผู้ว่าราชการจังหวัดมาเอาลงเอง ปัายนั้นผมไม่ได้ด่าใคร ปัายเขียนสีแดง ๆ ว่า ผมไม่เห็นชอบรัฐธรรมนูญ ถ้าพี่น้องประชาชนเห็นด้วยกับผมเขาก็ไม่รับ สุดท้ายวันรุ่งขึ้น ปัายของผมมีทหารไปเผาและไปทําลาย ประชาชนยืนมองตาปริบ ๆ ไม่กล้าทําอะไร และวันนั้นการทําประชามติของพี่น้องประชาชนจังหวัดบุรีรัมย์ ผมยกตัวอย่างเลย ทหาร ออกไปเปึนพันคน ไปข่มขู่พี่น้องประชาชนให้รับร่างรัฐธรรมนูญ ผลปรากฏว่าจังหวัด บุรีรัมย์เปึนสีเขียว ในภาคอีสานทุกจังหวัดเปึนสีแดง นี่คืออํานาจเผด็จการที่ข่มขู่พี่น้อง ประชาชนให้รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นี่เปึนกากเดนของเผด็จการ เราไม่ต้องการแก้เพียง ๖ ประเด็นนี้เท่านี้ เราเสนอตอนที่เราสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคพลังประชาชนว่า เราเปึนรัฐบาลหรือเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วเราจะแก้ทั้งฉบับ ไม่ใช่ ๖ ประเด็น เราจะเทียบเคียงเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาใช้ซึ่งผ่านกระบวนการของประชาชน อย่างมากที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แต่พอเราจะเริ่มต้นแก้รัฐธรรมนูญเกิดอะไรขึ้นอีก เกิดการยึดทําเนียบรัฐบาล เกิดการป่ดสนามบิน เกิดการยุบพรรคทั้ง ๒ ครั้ง เกิดการทําให้ นายกรัฐมนตรีออกจากการดํารงตําแหน่งด้วยการทํากับข้าวออกทีวี อย่างนี้คนอีกฝ์ายหนึ่ง เขาก็ไม่ยอมรับเหมือนกัน ในเมื่อคนอีกฝ์ายหนึ่งจ้องจะฟาดฟันเข่นฆ่ากันอย่างนี้ ต่างคนต่างมีหัวใจเหมือนกัน ปัญหาจึงเกิดขึ้น ถ้าเรารู้อย่างนี้เราจะต้องเข้าใจว่า ความเปึนธรรมเท่านั้น ความมีมาตรฐานเดียวเท่านั้น ผมยกตัวอย่างบางเรื่องไปถาม พลตํารวจโท อัศวิน ขวัญเมือง สิครับ คําว่า มาตรฐานเดียว คนชื่ออัศวินมีมาตรฐานเดียว แล้วตื่นเช้าเปึนอย่างไร อัศวินเงียบไปเลยอย่างนี้ แล้วการปฏิวัติรัฐประหารนั้นเขียนข้อกล่าวหาเขา ๔ ประเด็น แต่จริง ๆ ท่านประธานครับ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ปฏิวัติกลัวเขาย้าย อยากรู้ไหมครับเมื่อคืนนี้ฟัง พลเอก ปฐมพงศ์ เกษรศุกร์ ออกทีวีสิครับ บอกเฮ้ยไอ้พรั่งมึงโดนย้ายแน่ ไอ้พรั่งคือใคร ผมไม่รู้ ไอ้ยุทธมึงโดนย้ายเอาอย่างไรวะ ขอโทษนะครับท่านประธานขออภัยด้วย ถ้าไม่สุภาพ แต่เขาพูดอย่างนี้จริง ๆ พลเอก ปฐมพงศ์ เกษรศุกร์ คือใคร ท่านนายกรัฐมนตรีก็ทราบดีว่าใคร เขาออกทีวีเมื่อคืนเขานั่งฟังกันจนจบ ปรึกษากัน ๔-๕ คนว่าจะถูกย้ายแล้วชวนกันปฏิวัติ อย่างนี้หรือครับทําเพื่อบ้านเพื่อเมือง แล้วข้อ กล่าวหา ๔ ข้อหาที่กล่าวหาเขาทําอะไรได้บ้าง ขึ้นศาล ศาลก็ยกฟัอง ได้อย่างเดียวครับ ที่ดินรัชดา คนซื้อไม่ผิด คนขายไม่ผิด แต่คนเซ็นด้วยติดคุก ๒ ป้ อย่างนี้คนที่เขาอยู่ฝ์าย อีกฝ์ายหนึ่งเขาก็มีความรู้สึก มีอารมณ์ อย่างนี้มันแก้ปัญหาไม่ได้ แล้ววันนี้ท่าน นายกรัฐมนตรีตั้งโฆษกส่วนตัว โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โฆษกประจําสํานัก นายกรัฐมนตรี แม้กระทั่งรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ทีไรก็พุ่งเปัาไป ที่ดูไบตลอดไม่เคยพูดเรื่องอื่นเลย อย่างนี้แล้วมันจะจบอย่างไร มันไม่จบหรอกครับ ทุกคน มีหัวใจเหมือนกันเมื่อ ๒ มาตรฐานแล้วเรียกร้องหาความสมานฉันท์
ผมถามท่านประธานผ่านไปหานายกรัฐมนตรีว่า กรณีตัวเองขึ้นบ้าน ปล้นเขา ยึดเอาทรัพย์สินเขาไปแล้วไปสร้างบ้านใหม่เสร็จแล้วหันหลังกลับมาบอก หยุดกันนะ สมานฉันท์นะ แล้วใครจะยอม เอากันใหม่ไหมล่ะครับ ยุบสภาเดี๋ยวนี้ นายกรัฐมนตรี ยุบแล้วท่านเลือกตั้งชนะพวกผมเปึนนายกรัฐมนตรี เสื้อแดงหยุด พวกท่านก็หยุดจะเปึนฝ์ายค้าน ถ้าพวกผมชนะท่านก็เปึนฝ์ายค้านโดยดุษฎี ยุบพรุ่งนี้เลย เอาอย่างนี้ไหม แล้วทุกอย่างให้จบลบกันเปึน ๐ แล้วพวกผมจะไปรณรงค์พี่น้องประชาชน ว่า ให้พวกผมเข้ามา พวกผมจะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แก้รัฐธรรมนูญที่เปึนของเผด็จการ อยู่นี่แก้ทั้งฉบับ ถ้าพี่น้องไม่เห็นด้วยกับพวกผม พี่น้องก็ไม่เลือกพวกผมเข้ามา พวกท่าน ก็ไม่ต้องแก้ พวกผมก็นั่งอยู่นอกสภา แต่ถ้าพี่น้องเห็นกับพวกผม พวกผมเข้ามาผมจะแก้ ทั้งฉบับเอากันอย่างนี้ไหม อย่างนี้จบเลยครับ ไม่ต้องเรียกร้องหาความสมานฉันท์ เอากันใหม่เลย แล้วพวกผมจะบอกประชาชนว่าจะทําอะไรบ้าง ทําอะไรบ้าง ถ้ามาเปึน รัฐบาล เอาอย่างนี้ไม่ต้องแก้ ๖ ประเด็นนี้ ท่านนายกรัฐมนตรียุบสภาเลย พรุ่งนี้ยุบเลย ไม่ต้องเรียกร้องว่าทํากติกาทําอะไร ไม่ต้องหรอกครับ กติกาอันนี้ละ แต่ต้องสัญญา กันก่อนนะ ว่าพวกผมชนะพวกท่านก็เปึนฝ์ายค้าน อย่าเอาเสื้อเหลืองออกมาอีก ถ้าพวกท่านชนะ พวกท่านเปึนรัฐบาลพวกผมก็ไม่ยุ่งกับเสื้อแดง ไม่เอาเสื้อแดงมาอีก อย่างนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้เรื่องเขตเลือกตั้ง เรื่องโน้น เรื่องนี้ ๖ ประเด็น ๖ มาตรา เสียเวลา ครับ ยุบสภาเลือกตั้งใหม่แล้วว่ากันใหม่ แล้วพวกผมจะเสนอประเด็นแก้ทั้งฉบับอะไรบ้าง พวกผมจะยกร่างมาเอง นี่คือประชาชนไม่ต้องมีประชามติอีก เพราะพวกเรา ได้รับฉันทานุมัติจากพี่น้องประชาชนแล้วในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ไม่มีใครหรอกครับ ที่เดินไปยกมือไหว้อย่างเดียวแล้วประชาชนเลือกเข้ามา มันก็ต้องขึ้นหลังคารถกันทั้งนั้น ต้องบอกพี่น้องประชาชนว่าพรรคเราจะทําอย่างไร แล้วเราจะทําอย่างไร ถ้าเปึนรัฐบาลแล้ว ถ้าเปึนผู้แทนราษฎรแล้วจะทําอะไรบ้าง นายกรัฐมนตรีก็ถนัดนี่ครับ ถนัดอยู่เรื่องนี้ พวกผมก็ถนัด ในการพูดกับพี่น้องประชาชน โน้มน้าวจิตใจประชาชนเข้าข้างตัวเองสิครับ นี่เห็นไหมครับพวกผมชนะการเลือกตั้ง ๒๓๓ คน แล้วเปึนอย่างไร วันนี้มาเปึนฝ์ายค้าน พรรคใหญ่ที่สุด ๑๘๗ คน ในขณะที่พรรค ๑๖๕ คนเปึนรัฐบาล อย่างนี้มันเกิดอะไรขึ้น มันก็ไปไม่ได้ ผมไม่เคยเห็นนะครับท่านประธาน ผมอยู่ในสภามาตก ๆ ได้ ๆ ไม่เปึนอะไร ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๑ ผมไม่เคยเห็นการพูดการจาและต่อว่าต่อขานกันในสภาและต่อสู้กัน เอาเปึนเอาตายเหมือนคราวนี้ เหมือนสมัยนี้ เพราะการต่อสู้วันนี้มันมีเบื้องหลัง ของความเกลียดชังซึ่งกันและกัน ผมไม่เคยเห็น ทั้ง ๆ ที่เพื่อนกันทั้งนั้น ผมบอกก็ได้อย่างจุติ ไกรฤกษ์ ก็เพื่อนกัน เปึนมาพร้อมกัน หลายคนก็เปึนเพื่อนกัน แต่ว่ากลไกของพรรคทําให้เราต้องมาต่อสู้กัน อย่างนี้ ผมว่าหยุดเถอะครับ หยุดรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี คุณสาทิตย์ หยุดเสีย เวลาให้สัมภาษณ์ คุณเปึนรัฐบาล ท่านประธานท่านเตือนให้หน่อย พอคนนั้น ออกปัูบ พออย่างวันคล้ายวันเกิดท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณออกมาแล้ว วันนี้วันเผา วันนี้วันอะไรก็ว่าไป ผมว่าปากอย่างนี้หยุดเถอะครับ เปึนรัฐบาลก็อย่าทําเถอะ ฝ์ายค้าน ก็มีหน้าที่ค้านในสภาก็ค้าน เขาเรียกร้องให้ยุบสภา พวกเสื้อแดง พวกผมก็เสื้อแดง เหมือนกัน ไม่มีใครปฏิเสธหรอก เพราะอยู่ในดงเสื้อแดงจังหวัดอุดรธานี มีอย่างที่ไหน นายกรัฐมนตรีของพวกผมไปใต้ก็ไม่ได้ นายกรัฐมนตรีของพรรคท่านไปภาคอีสาน ภาคเหนือก็ไม่ได้ ไปได้จังหวัดเดียวจังหวัดบุรีรัมย์ ใช้ทหารเท่าไร ตํารวจตั้ง ๕,๐๐๐ กว่านาย นายกรัฐมนตรีนั่งรถไปเฮลิคอปเตอร์อารักขาข้างบน ไม่เคยมีครับ ประเทศไทยไม่เคยมี ในยุคเขาปฏิวัติก็ไม่เคยมีอย่างนี้ อย่างนี้ท่านเปึนนายกรัฐมนตรีต่อไปได้อย่างไร หยุดเถอะครับ ยุบสภาเสีย เลือกตั้งใหม่ เอากติกาที่ผมว่านี่ละ มันแปลกเหมือนกันว่า สมัยนี้ ส.ส. เมื่อก่อนกลัวการยุบสภามาก แต่วันนี้ทางตันของประเทศเกิดขึ้นอย่างนี้ ทุกคนไม่ได้มองว่าต้องรักษาสถานะของตัวเองในการดํารงตําแหน่งเปึน ส.ส. ต่อไปนะ ไม่ใช่ครับ เราพร้อมจะหันหลังให้สภา หันหน้าให้ประชาชน ไปบอกประชาชนว่าวันนี้ บ้านเมืองเดินไม่ได้แล้ว เราจึงมาขอประชามติจากพี่น้องประชาชน ส.ส. วันนี้ไม่กลัวครับ ฝ์ายค้านไม่กลัว หรือว่าฝ์ายรัฐบาลกลัวก็บอกมา นายกรัฐมนตรีกลัวก็บอกมา เอาเถอะครับ มันไม่เคยมีปรากฏการณ์อย่างนี้ ไม่ใช่ว่าผมอายุมากอะไร แต่ว่าผมอยู่ในการเมืองมานาน เหมือนกัน ตั้งแต่ป้ ๒๕๑๖ เข้าป์า เข้าเขาก็ไปกันมาหมดแล้ว เห็นมาหมดแล้วครับ แต่ว่า วันนี้วิกฤติเกิดขึ้นกับบ้านเมืองจริง ๆ ถ้าจะเอาแต่ชนะคะคานวันนี้ ไม่ชนะกันหรอกครับ แพ้หมดทุกคน ประเทศชาติก็แพ้ ถ้าเราตัดสินใจได้วันนี้แถลงข่าวเลย เพื่อให้เห็นแก่ บ้านเมือง แล้วขอให้ทุกฝ์ายจบ พวกผมจะนั่งแถลงข่าวเหมือนกัน ทั้ง ๑๘๗ คน จะสัญญา ประชาคมกับพี่น้องประชาชนเลย ถ้าพวกเราแพ้เราจะก้มหน้าก้มตาเปึนฝ์ายค้าน โดยดุษฎี แต่ถ้าพวกผมชนะ พวกท่านต้องเปึนฝ์ายค้านโดยดุษฎีเหมือนกัน แถลงบอก พี่น้องประชาชนแล้วให้ประชาชนเลือกพวกเรา ตัดสินใจว่าเลือกใครเข้ามาเปึนรัฐบาล หรือมาเปึนฝ์ายค้าน อย่างนี้บ้านเมืองจบ ไม่ต้องมีคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ต้อง อย่างนี้จบได้ แต่ท่านประธานครับ สมมุติอย่างนี้ไม่จบหรือมีกลไกอื่นเข้ามา สมมุติว่าถ้าผมชนะการเลือกตั้ง พวกเรา ชนะการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยชนะเข้ามา มาเปึนรัฐบาล จะแก้กฎหมายอะไรก็ต้อง ออกมาเดินขบวนมาป่ดสนามบิน มาป่ดทําเนียบรัฐบาลอีกอย่างนั้นหรือ แล้วคนเสื้อแดง เขาจะยอมได้หรือครับ วันนี้เขาอดทนถึงวันยุบสภาเท่านั้น ถ้าหลังจากนั้นยังไม่หยุดอยู่ จะเกิดอะไรขึ้นก็คอยดู บ้านเมืองจะไปอย่างไรล่ะครับแบบนี้ ผมว่าหยุดเถอะครับ เรียกร้องเอาแค่นี้ล่ะ เอาเปึนว่านายกรัฐมนตรีนั่งฟังก็ขอบคุณที่ฟังนะครับ แล้วตั้งสติดี ๆ คืนนี้ไปนอนหลับว่าพรุ่งนี้ยุบสภาดีไหม นายวิเชียร ขาวขํา มันบอก เอาอย่างนั้นไหม แล้วเลือกตั้งกันใหม่ มาเข้าสู่กระบวนการการเลือกตั้งแล้วใครชนะเปึนรัฐบาล ใครแพ้ เปึนฝ์ายค้าน แล้วพวกเราจะไม่ตําหนิเรื่องเสื้อเหลือง เสื้อแดง จะไม่ว่า แล้วก็อย่าให้มัน เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้น แต่ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า พวกผมมีธงอยู่ ๒ อย่าง ๑. ถ้าผมเปึนรัฐบาลมีเสียงข้างมาก พวกเราจะแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งฉบับ ๒. เราจะร่างกฎหมายนิรโทษกรรมตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน จนกระทั่งถึงวันนี้ ทั้งหมด จะบอกพี่น้องประชาชนอย่างนี้ ถ้าประชาชนไม่เห็นด้วยอย่าเลือกพวกผม อย่าเลือก พรรคเพื่อไทยเข้ามา ถ้าประชาชนเห็นด้วย ๒ ประเด็นนี้เลือกพวกผมเข้ามา ถ้าพวกผมชนะ พวกท่านออกมา เอาเสื้อเหลือง เสื้ออะไรออกมาอีก ก็ต้องทะเลาะกันจนตายไม่มีวันหยุด เพราะประชาชนให้โอกาสพวกเราแล้วนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสาทิตย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ความจริงผมก็พยายามที่จะรับฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกในสภา ซึ่งรับฟังในเรื่อง ของข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ แต่เนื่องจากมีเรื่องบางประการซึ่งพาดพิงถึงตัวผมในฐานะที่เปึนรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีและพาดพิงถึงรัฐบาลกับภารกิจของการทําหน้าที่บางประการ ซึ่งผมเห็นว่าถ้าไม่ชี้แจงก็อาจจะมีความคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง
ประการแรกก็คือ ท่านก็มีการกล่าวพาดพิงถึงผมว่ามีการให้สัมภาษณ์ ในหลายครั้งแล้วก็ดูเหมือนท่านใช้คําว่า ชี้ไปที่ดูไบโดยตลอด แม้แต่กระทั่งท่านได้บอกว่า ผมให้สัมภาษณ์ในวันเกิดว่าเปึนวันเผาอะไรต่าง ๆ ความจริงผมก็สามารถที่จะปฏิเสธ ได้นะครับว่าเรื่องวันเผาอะไรก็ไม่ได้พูด แต่ผมต้องเรียนท่านประธานว่าในฐานะ ที่เปึนรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่รับผิดชอบในหลายประการ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ การพูดจาในแต่ละครั้ง ผมยึดประโยชน์ ของประเทศชาติ ของบ้านเมือง ของประเทศไทยเปึนหลัก โดยไม่ได้มีความอคติเกลียดชัง ใครเปึนส่วนตัว แต่ในการให้สัมภาษณ์ทุกคนนั้นในการยึดถึงประโยชน์ของประเทศชาติ บ้านเมืองผมก็ต้องพิจารณาครับ ทุกครั้งที่ผมออกมาพูดถึงกรณีของคนให้สัมภาษณ์ แล้วพาดพิงถึงประเทศไทยผ่านทางสื่อใดก็แล้วแต่ ผมก็จะย้ําเสมอว่าถ้าคําพูดที่มีการให้ สัมภาษณ์เปึนการทําร้ายประเทศไทย เปึนการให้ร้ายกระบวนการยุติธรรม เปึนการ พาดพิงจาบจ้วงสถาบันหรือแม้แต่พาดพิงถึงสถาบันซึ่งอยู่นอกเหนือการเมือง ก็เปึนหน้าที่ ครับ ความจริงควรจะเปึนหน้าที่ของคนที่มีสํานึกของความเปึนคนไทยทุกคนที่ต้องรักษา เกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศชาติ ไม่จําเปึนจะต้องเปึนรัฐมนตรีออกมาพูดหรอกครับ คนไทยคนใดคนหนึ่งก็สามารถพูดได้ ผมก็พูดสิ่งนี้จากใจ ในฐานะที่เปึนคนไทยคนหนึ่ง ซึ่งต้องรักษาเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศรวมถึงสถาบันและกระบวนการยุติธรรม แต่เรามีหน้าที่นอกเหนือและมากไปกว่านั้นก็คือการเปึนรัฐมนตรี ซึ่งจะต้องทําหน้าที่ ในการบริหารราชการแผ่นดิน ภาระหน้าที่นี้ก็เปึนของเราครับ ถ้าเกิดมีการให้สัมภาษณ์ พาดพิงเช่นนั้น แล้วคนเปึนรัฐมนตรีเองก็อยู่เฉย ไม่ทําอะไร คําถามก็คือว่าเราเปึน รัฐมนตรีเพื่อปกปัองศักดิ์ศรีเกียรติภูมิของประเทศชาติได้อย่างไรครับ ผมก็กราบเรียน ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่าผมก็ระมัดระวัง รัฐมนตรีทุกคนก็ระมัดระวังในการ ให้สัมภาษณ์ แม้แต่กระทั่งการมาชุมนุมของคนที่ท่านบอกว่าเปึนพี่น้องเสื้อแดง ผมก็ให้ สัมภาษณ์ตลอดครับว่าถ้าเปึนการแสดงออกทางการเมืองเปึนเรื่องปกตินั้น ทําได้ แต่ต้อง อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย แม้บางทีเลยเถิดครับ ถึงขั้นได้มีการขว้างปาสิ่งของ ก็พยายามมองครับว่านั่นเปึนการแสดงออก ยกเว้นว่าเปึนการกระทําที่ผิดกฎหมาย ก็ว่ากันไป แต่ท่านเองก็ยอมรับครับว่าท่านเปึนคนเสื้อแดง และท่านก็บอกว่าถ้าหากว่า รัฐบาลยอมเรื่องนั้นเรื่องนี้ท่านก็ไม่พาคนเสื้อแดงออกมา อันนี้ก็เปึนการยอมรับที่เปึน ทางการแล้วก็ตรงไปตรงมาที่สุด ข้อนี้ก็ต้องเรียนท่านประธานครับว่าท่านพูดบอกว่า นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีไปไหนไม่ได้เพราะมีคนขัดขวางก็คือกลุ่มเสื้อแดง ในเมื่อ ท่านเปึนคนเอามา คําถามก็มีง่ายนิดเดียวครับ ฝ์ายท่านเองก็พูดว่าไปจังหวัดนั้น จังหวัดนี้ ต้องขนตํารวจ ทหาร ใช้เงินใช้ทองมากมาย ก็ท่านเปึนคนเอามาครับ ถ้าท่านไม่เอามา จะต้องเกณฑ์พาตํารวจ ทหารไปมากมายอย่างนั้นทําไมครับ อันนี้ก็คือเปึนประเด็นที่ผม คิดว่าเปึนตรรกที่ง่ายที่สุด แต่รัฐบาลในฐานะนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีซึ่งต้องดูแลกํากับ ราชการแผ่นดินทั่วทั้งประเทศเราก็พยายามไปครับ แม้กระทั่งจังหวัดลพบุรีที่เกิดขึ้น เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ขณะที่ข้างนอกตะโกนว่า ไม่เอานายกรัฐมนตรี ประชาชนข้างใน ก็ตะโกนครับว่า ท่านไม่เอา ข้างในเขาก็เอา ก็แปลว่ามีคนทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย แต่ท่าน พูดบอกว่าท่านเปึนคนเอาเสื้อแดงมา ก็แปลว่ากระบวนการขัดขวางทั้งหลายท่านก็ เปึนคนทําเอง ถ้าท่านเรียกร้องความสมานฉันท์ทําไมไม่เริ่มจากตรงนี้ครับ ตํารวจ ทหาร ที่รัฐบาลนําไปรักษาการในการดูแลก็ไม่เคยมีสักครั้งที่จะลงมือทําร้ายพี่น้องประชาชน แม้กระทั่งบางครั้งพยายามที่จะควบคุมด้วยซ้ําไป พวกเราคณะรัฐมนตรีที่ลงไปในพื้นที่ ต่าง ๆ ก็พยายามที่จะดูแลไม่ให้เกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่ง หลายที่ที่อยากไปที่ตัดสินใจ ยังไม่ไป เพราะรัฐบาลและท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่อยากเปึนเงื่อนไขไปสร้างความขัดแย้ง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเอาคนเหล่านั้นมาชุมนุมเปึนใคร เอาละครับในเมื่อเรา เรียกร้องความสมานฉันท์วันนี้ ผมก็คิดว่าเปึนเรื่องดีครับที่ท่านก็เป่ดตัวเอง แล้วก็ยอมรับ และจากวันนี้ไปถ้าท่านเรียกร้องจริงก็ควรที่จะยุติการกระทําในการสนับสนุนสิ่งที่ทําให้ เกิดความเสียหาย และความไม่สมานฉันท์ในบ้านเมืองเหล่านั้นเสีย ความจริง ท่านเรียกร้องยุบสภา และท่านบอกว่าถ้ายุบสภาแล้ว ถ้าแพ้ ชนะทุกอย่างแล้วจบนะครับ คําถามมีง่ายนิดเดียว ยุบสภาไปแล้วมีใครถูกจับทุจริตเลือกตั้ง ยุบพรรคยุบกัน อีกรอบหนึ่งปัญหาจะจบไหมล่ะครับ
ท่านประธาน ครับ ผม วิเชียร ขาวขํา
พอแล้วครับ คุณวิเชียร
ถ้าตีหัว เข้าบ้านอย่างนี้ไม่ได้นะครับท่านประธาน
ก็คุณตีเขาก่อน เขาก็ตีตาม
เมื่อมีการ ตอบโต้ผมก็ต้องขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงเหมือนกันครับ
ถ้าพาดพิง มันก็ไม่เดิน
ผมขอเวลา ท่านประธาน ๓ นาที
ผมว่าเอาเรื่องของเราไปเรียบ ๆ เราจะสมานฉันท์อยู่แล้ว
ท่านประธาน ครับ ผมขอเวลาท่าน ๓ นาที
ผมให้เวลา ๑ นาที
เอา ๒ นาที ครับท่านประธาน
ผมให้ ๑ นาทีเท่านั้นครับ
ท่านประธานครับ คําพูดของท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีนั้น ท่านพูดเอาแต่ได้ครับ ผมถามสิครับ ว่าตอนที่พวกเราไม่มีเสื้อแดง ยังไม่มีเสื้อแดงเลย คุณเฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านสมัคร สุนทรเวช ไปภาคใต้ ใครครับไล่ทุบคน ไล่ทุบรถ จนต้องหนีมา พวกเราไม่ได้เริ่มนะครับ เสื้อแดงไม่ได้เริ่ม แล้วไปศูนย์การค้าตรงไหน เอาเสื้อเหลือง เสื้ออะไรมา พวกเราไม่ได้เริ่มครับ คนไหนเริ่มไม่รู้ แต่ว่าใครเริ่มก่อนครับ ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ประเทศไทย นายกรัฐมนตรีไปตรงไหน แล้วเอามือตบ เอาเสื้อเหลืองมาไล่มาด่าทอ จนภาคใต้ไปไม่ได้เลย ท่านเฉลิมไปไม่ได้เหมือนกัน พอวันนี้ เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น คนอื่นเขาก็มีหัวใจครับ เมื่อพวกเราไปภาคใต้ไม่ได้ พวกท่านก็ไปอีสานไม่ได้เหมือนกัน ก็เอาสิครับ ถ้าอย่างนั้นก็แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑ ลบออกสิครับ ทราบไหมครับว่ามาตรา ๑ คืออะไร นายกรัฐมนตรีไปอ่านเอาเอง เพราะฉะนั้นท่านพูดเอาแต่ได้ ผมไม่ได้บอกว่าผมพามา แต่วันนี้ผม
พอแล้วครับ พอฟัดพอเหวี่ยงกันแล้ว ต่อไปครับเชิญ มีอะไรอีกท่านรัฐมนตรี ผมว่าเราจะสมานฉันท์กันแล้วมันก็พอหอมปาก หอมคอ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ เผอิญพูดถึงเรื่องสีเสื้อว่าเริ่มก่อน เริ่มหลัง ผมขออนุญาตตั้งแต่ยัง ไม่มีสีเสื้อที่จังหวัดเชียงใหม่ ผมนี่โดนเอง ด้วยตัวผมเอง หัวโนกลับบ้าน ก็เพราะไม่มีสี ตอนนั้นเริ่มก่อนตั้งแต่ครั้งแรกยังไม่มีสีเสื้อ ขอบคุณครับ
พอแล้วครับท่านรัฐมนตรี เชิญ พลตํารวจเอก สุนทร ซ้ายขวัญ ๘ นาทีครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลตํารวจเอก สุนทร ซ้ายขวัญ สมาชิกวุฒิสภา สรรหา ภาคอื่น ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมได้รับฟังบรรดาท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล และท่านเพื่อน ส.ว. ด้วยกันได้กล่าวอภิปรายในเรื่องที่ คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ตาม ตั้งแต่เช้ามา บรรยากาศก็เปึนไปด้วยดีพอสมควร ผมก็ตั้งใจจะคุยให้มันสบาย ๆ เพราะว่า ฟังท่านสุริยา ปันจอร์ ขอเอ่ยชื่อท่าน ส.ว. ว่าเราต้องหยุด แล้วก็มองไปข้างหน้า ถ้าคุ้ยเรื่องเก่าก็ไม่จบ ผมก็นั่งสบายใจ ถ้าจะคุย ถ้าจะทําความเข้าใจกัน ทุก ๆ ฝ์าย ก็น่าจะทําความเข้าใจกันได้ ผมเปึนข้าราชการประจํา เกษียณอายุราชการ แล้วก็ลงสมัคร มาเปึนสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ได้ในป้ ๒๕๔๙ ก็ต้องขอบคุณบรรดาพี่น้อง ที่สนับสนุนด้วยตรงนี้ แต่ก็อยากจะฝากเรียนว่าเมื่อเข้ามาแล้วไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ก็ถูก ปฏิวัติรัฐประหารไป ก็ไปเปึนสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติรอบหนึ่ง แล้วก็สมัครเข้ามา เปึนแบบประเภทสรรหา ผมไม่ถนัดในชีวิตการเมือง มาดูบรรยากาศในการประชุมร่วมกันหลาย ๆ ครั้ง หรือฟัง การประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็ตาม ผมรู้สึกว่าบ้านเรามันไปคนละพวก คนละฝ์าย ผมก็ จะมองว่าทั้งนั้น ทั้งนี้ ทําให้ภาพความรู้สึกผมและเพื่อน ๆ อีกหลายคนมองว่านักการเมือง ก็คือถือเอาผลประโยชน์ ถือเอาพรรคพวกตัวเองเปึนที่ตั้ง ไม่ได้มองประเทศชาติเท่าที่ควร ผมก็ไม่ได้กล่าวหาใคร แต่ว่าความเปึนจริงมันรู้สึกว่าน่าจะเปึนอย่างนั้น ในสภาแห่งนี้ เรื่องเดียวกัน ประเภทเดียวกันแต่พูดคนละเรื่อง และพูดคนละเรื่องกันไปทั้งแถบ ทั้งชุด ทั้งพวง มันเปึนอย่างไร แล้ววันนี้เราจะมาหาความสมานฉันท์ แล้วมันจะสมานฉันท์กันได้ อย่างไร ยิ่งท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้พูดไปเมื่อครู่ ผมก็ดูแล้วหดหู่ใจ ผมไม่ได้ว่าอะไรท่าน ก็อาจจะเปึนเรื่องปกติของการเมือง ของรัฐสภา ของสภาแห่งนี้ ซึ่งมันไม่น่าจะเกิด พี่น้องประชาชนข้างนอกฟังแล้วเบื่อหน่าย ผมเองก็เบื่อหน่ายในบางครั้ง คิดว่าไม่อยาก แตะต้องในสภาพการเมืองอย่างนี้ ส.ส. ๔๐๐ คน หรือ ๔๘๐ คน ในสภาผู้แทนราษฎร ผมต้องเอ่ยถึงว่าสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถ้าท่านสมานฉันท์กัน ท่านเข้าใจกันแค่ ๔๐๐ คนตรงนี้ หรือ ๔๘๐ คนตรงนี้ บ้านเมืองไม่เกิดวิกฤติอะไรหรอกครับ ที่พากันมาหรือหาพวกกันมา ก็มาจากทุกท่านทั้งนั้น ก็ไม่ได้กล่าวหาใคร ก็มองเห็นกัน แล้วว่าเปึนใคร เปึนใคร พี่น้องประชาชน ผมไม่ได้ดูถูกประชาชนนะครับ ถ้าผมเอ่ยว่า พี่น้องประชาชนนั้นน่าสงสารที่สุด ถูกชักจูง ถูกลากจูงกันมา ท่านก็หาว่าผมดูถูก ประชาชน บางทีน่าสงสารจริง ๆ ยกตัวอย่างเข้าชื่อ ๘๐,๐๐๐ ชื่อมา เรื่องแก้ไข รัฐธรรมนูญนั้น ผมก็อยากจะถามว่าทุกคนรู้เรื่องไหม หาว่าผมดูถูกประชาชนอีก คงไม่ใช่ แต่ว่าเปึนเรื่องธรรมดาของพรรคไหน พรรคไหนก็คงจะเห็นกับพรรคตัวเอง เห็นกับ ประโยชน์ตัวเอง ก็คิดกันครับวันนี้เรามาคุยกันเรื่องสมานฉันท์ ทําอย่างไร มองไปข้างหน้า เรื่องเก่าถ้าขุดมาก็ไม่จบ ขุดกันทุกคน ขุดกันขึ้นมาแล้วเขาจะยอมจบหรือ ผมก็มองไม่เห็น ทางสมานฉันท์ได้อย่างไร ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมนั้นไม่ถนัดจริง ๆ แต่อย่างไร ก็ตามวันนี้เรามาคุยกันเรื่องสมานฉันท์ ก็เปึนสิ่งที่ดี ความเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ในเรื่อง ของการสมานฉันท์ ในเรื่องการปฏิรูปการเมืองหรือในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ตาม รัฐธรรมนูญนั้นจะป้ไหน ๆ ก็แก้ได้ จุดอ่อน จุดเสีย จุดดีมีทั้งนั้น ทุกคนก็เข้าใจ และรู้กันดีทั้งนั้น แต่ว่าแก้แล้ว แก้เพื่อใคร แก้แล้วใครได้อะไร ประชาชนได้อะไร ทุกคน อ้างประชาชนทั้งนั้น ก็เปึนเรื่องที่น่าเปึนห่วงเปึนใยนะครับ ผมก็คงไม่ต้องกล่าวนะครับ เพียงแต่ว่ามีความรู้สึกไม่สบายใจ ผมอยากเห็นรัฐสภาแห่งนี้เปึนสภาที่พูดจากันด้วยเหตุ ด้วยผล ถ้าพูดกันไปพูดกันมา อย่างนี้แล้วพี่น้องประชาชนก็ฟัง บางส่วนที่รักเรา ชอบเรา ก็สะใจ ชอบใจ อีกฝ์ายที่ไม่รัก ไม่ชอบก็ไม่ชอบใจ เกลียดชัง มันก็ยิ่งแตกความสามัคคี แตกร้าวลงไปอีก บ้านเรา เมืองเรา พระมหากษัตริย์ท่านทรงเปึนประมุข ท่านไม่เคย ทําร้ายใคร มีแต่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน คิดถึงท่านสักหน่อยได้ไหม อย่าคิดถึงคนอื่น ที่เปึนมนุษย์มะนาธรรมดาเหนือกว่าพระองค์ท่านเลย ผมฝากไว้ตรงนี้ ขาดคนนั้นไปสักคน หรือขาดใครไปสักคนหนึ่ง ท่านก็เปึนใหญ่ได้ ท่านมีชื่อเสียงมากก็เปึนนายกรัฐมนตรี หรือเปึนอะไรก็ได้เหมือนกัน แต่ถ้าคุยกันตรงนั้นไม่จบ ครับ ก็พอแล้วผมอาจจะสร้าง บรรยากาศที่เครียดหรือไม่เข้าใจขึ้นมาบ้างก็ได้ แต่ว่าผมไม่ถนัดจริง ๆ เรื่องการเมือง ก็อยากจะฝากเรียนไปในประเด็นย่อ ๆ สั้น ๆ ในเรื่องประเด็นที่ว่าสมาชิกวุฒิสภามาจาก การเลือกตั้ง ผมว่าเลิกคิดไปเลย ก็ขอโทษเพื่อนสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งทุกคนด้วยว่า ถ้าเลือกตั้งต้องมาจากฐานการเมือง มาจากพี่น้องประชาชนจากพรรคใดพรรคหนึ่ง ภาคใต้ก็มีพรรคหนึ่ง ภาคเหนือ ภาคอีสานก็มาอีกพรรคหนึ่ง คนเหล่านี้ก็ยึดโยงแน่นอน ยึดโยงกับพรรคมีหน้าที่ไปกลั่นกรองกฎหมาย มีหน้าที่ไปบริหารราชการ มีหน้าที่ ไปถอดถอนหรือแต่งตั้งใครหรือสรรหาใคร ก็ไม่เปึนกลาง ครับ หลายคนคิดว่า ความเปึนกลางนั้นคงจะหายาก แต่คนที่มีความคิดกลาง ๆ นั้นพอมีอยู่บ้าง เพราะฉะนั้น สมาชิกวุฒิสภาถ้าจะมา ถ้าไม่มีก็ไม่มีเสียเลย ไม่ต้องมี จะสรรหาคณะใดคณะหนึ่งมาเปึนฝ์ายค้านในสภาแห่งนี้ ก็ว่ากันไป แต่ถ้ามาจากการเลือกตั้งต้องยึดโยงมาจากฐานทางการเมือง ยึดโยงมาจาก เสียงของพรรคใดพรรคหนึ่งแน่นอน ไม่ใช่คนเปึนกลาง แต่ท่านคิดว่าจะมาจากไหน ผมคิดว่า ๑. ผมก็ไม่ชอบในเรื่องการสรรหาแต่งตั้ง ท่านบอกว่ามาจาก ๗ คน ก็มี คนบางคนพูดว่าเรามาจาก ๗ คน ผมมาจาก ๑๐๐,๐๐๐ เสียง ๒๐๐,๐๐๐ เสียง ๓๐๐,๐๐๐ เสียง พวกเราก็อึดอัดพอสมควร แต่ก็ไม่เปึนอะไรครับ มากันมาแล้ว ทําหน้าที่กันให้ดีที่สุดเพื่อบ้านเพื่อเมือง ส.ว. ควรจะมาจากสรรหารูปแบบหนึ่งว่า ในจังหวัดนี้ สมมุติว่าเราจะเอาแล้ว เลือกมาจากทุกจังหวัด สมมุติว่ากรุงเทพมหานคร ๑๘ คนเท่าเดิม ลองสรรหาในกรุงเทพมหานครสิว่าใครบ้างที่มีภาพเปึนกลางพอสมควร ร้อยเปอร์เซ็นต์คงไม่มี เราดูออก ใครเอนเอียง ใครไม่เอนเอียง ใครเกี่ยวข้อง ใครไม่เกี่ยวข้องพอดูออก แล้วคนเหล่านี้ ๑. สมัครเข้ามา ๒. สรรหาเข้ามา แล้วมีกี่ร้อยคน เปึนตัวตั้ง ให้ประชาชนเลือกเลย จาก ๑๐๐ คน ๒๐๐ คนที่เปึนกลางนั้นมาเปึน ส.ว. ก็น่าจะได้ ส.ว. ที่เปึนกลาง ได้ทั้งการเลือกตั้งที่ถูกต้องว่ายึดโยงกับประชาชน แล้วก็เปึน ประชาธิปไตย แม้จะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม อันนี้ถ้าพูดว่าต้องสรรหา ต้องเลือกตั้งนั้นคือ ประโยชน์ตัวเองและเข้าข้างแน่นอน การสรรหาหรืออะไรก็แล้วแต่เหล่านี้เปึนเรื่องที่ไม่ได้ เสียหาย แต่ก็คิดว่าถ้า ส.ว. ต้องมาจากการดําเนินการในลักษณะอย่างนี้ถึงจะเปึน การเลือกตั้ง แต่ถ้าเปึนเลือกตั้งโดยตรงไม่เกิดประโยชน์เลยครับ ไม่เปึนผลตาม วัตถุประสงค์หน้าที่ของ ส.ว. ที่ต้องการ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ สําหรับเรื่องอื่นนั้น ท่านสมาชิกรัฐสภาหลายท่านได้กล่าวไปแทบจะหมดแล้ว แต่ผมเรียนนิดหนึ่งว่า ในความคิดของผม ผมขอพูดในฐานะประชาชนว่า การเลือกเขตเดียว ๑ คน กับหลาย ๆ คนนี้ ผมว่าหลาย ๆ คนน่าจะดีกว่า เพราะจะได้ให้คนที่มีโอกาสน้อย ได้มีสิทธิ ส่วนเรื่องอื่นท่านสมาชิกท่านอื่นก็ได้พูดกันหมดแล้วนะครับ ผมก็คงมีโอกาสพูด ได้แค่นี้ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
ขออนุญาตครับ ท่านประธานครับ
มีอะไรอีกหรือครับ
ท่านประธานครับ ผม ส.ว. สิงห์ชัย จากจังหวัดอุทัยธานีนะครับ
ผมว่าเสียเวลา
ผมขอพูดในประเด็น ที่ท่านกล่าวล่วงถึง ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งครับ ต้องขอพูดครับ ท่านประธานครับ เพราะวันนี้ได้มีการถ่ายทอด ผมไม่ได้จะตอบโต้ท่าน แต่ผมอยากจะพูดสร้างความเข้าใจ สังคมไทยเปึนแบบนี้ครับ จะคิดว่าตัวเอง คิดว่าตัวท่าน ด้วยความเคารพครับ ท่านจะคิด เสมอว่าคนที่ไม่คิดเหมือนท่านคือคนที่ไม่ดีเหมือนท่าน
ทัศนคติแต่ละท่านแตกต่างกันครับ
ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ ท่านอย่าได้ใช้คําพูดอย่างนี้เลยครับ คนเรานั้นมันพิสูจน์ได้ครับ ผมเปึนคนไทย ผมย่อมมีพี่ปัา น้า อา ทุกคนไทยนี่เปึนพี่น้องกัน โตกว่าผมก็เรียกว่าพี่แล้วครับ
พอแล้วครับ ท่าน ส.ว. อุทัยธานี ต่อไปคุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เชิญครับ ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๑๐ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งทุก ๆ ท่านเปึนผู้ทรงคุณวุฒิ มีประสบการณ์มากมาย ทุกท่านมีความเห็น มีจิตสํานึก และทัศนคติมุมมองที่แตกต่าง แต่ผมเชื่อว่าในช่วง ๓-๔ เดือนที่ผ่านมา กรรมการทั้ง ๓๘ ท่านมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันครับ ท่านกรรมการ มีความปรารถนาดีต่อสังคมไทย ซึ่ง ณ ขณะนี้กําลังแตกแยก ไทยกับไทยกําลังหน้ามืด แบ่งฝักแบ่งฝ์าย เอาชนะกันด้วยอารมณ์ ท่านกรรมการทั้ง ๓๘ ท่านได้ใช้เวลา ใช้สติปัญญา ใช้ความสามารถของท่าน และผมคิดว่ามีเจตนาบริสุทธิ์ที่จะหาทางออกให้ ประเทศไทย ผมต้องขอขอบคุณท่านกรรมการแทนพี่น้องในเขตพื้นที่ของผม ที่ท่าน ได้ศึกษาปัญหาและประเด็นต่าง ๆ อย่างละเอียด เพื่อหาแนวทางและทางออกให้กับ ประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านกรรมการได้วางแนวทางปฏิรูปการเมือง ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางมาตรา แล้วก็แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผมขอแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ เพราะเปึนเรื่องที่ประชาชนในพื้นที่ ของผมไม่เข้าใจเปึนอย่างยิ่งว่าเหตุใดประเด็นที่ไกลจากปากท้องของพี่น้องประชาชน จึงถูกหยิบยกขึ้นมาเปึนเงื่อนไขให้ดําเนินการก่อน ในการแก้ไขวิกฤติของชาติ ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ของผมเขตทุ่งครุ เขตราษฎร์บูรณะ เขตบางขุนเทียน เขตบางบอน กว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เห็นว่าปัญหา ของวิกฤติเศรษฐกิจซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับรายได้ประจําวันของเขาเปึนปัญหาใหญ่ ของประเทศ ทุกวันนี้จะมีอะไรกิน เดือนนี้รายได้จะพอกับค่าใช้จ่ายหรือไม่ ชีวิตจะดีขึ้น หรือเปล่า ปัญหาของอาชญากรรมซึ่งเกิดจากพิษของเศรษฐกิจจะลดน้อยลงหรือเปล่านี่ คือปัญหาที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจมากกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ผมก็เข้าใจครับ เมื่อคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเปึนภารกิจเร่งด่วนในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เปึนการถอด สลักชนวนระเบิดเวลาโดยท่านเชื่อว่าถ้าหากถอดสลักนี้แล้วปัญหาวิกฤติจะถูกยับยั้ง และไม่ระเบิดขึ้นมาได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมในบางมาตราจะเปึนเครื่องมือสําคัญ ที่พาให้ประเทศของเราหวนกลับเข้ามาสู่ความสมานฉันท์ มีความสามัคคีปรองดองรักใคร่กัน นําความสงบสันติสุขกลับมาสู่ประเทศ ผมเองก็เคลิบเคลิ้มไปกับความฝันดีของ ท่านคณะกรรมการ แต่ก็ต้องมาตกใจตื่นเมื่อได้วิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง ที่มาของความคิด แนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลายกระแสสื่อให้ทราบว่าข้อเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาจจะมาจากผู้ที่มองเห็นประโยชน์ของส่วนตนหรือของพวกพ้องเปึนหลัก ไม่ได้คํานึง หรือใส่ใจถึงความสุข หรือความต้องการของพี่น้องประชาชน และที่ชัดเจนครับ มีการ กดดันให้คลี่คลายกติกาทางการเมืองซึ่งเข้มงวดอยู่แล้ว โดยหวังจะเอื้อหรือเพื่อเพิ่ม ความสะดวกให้การดํารงสถานะทางการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ คณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ว่าคณะไหน กลุ่มไหน จะอัจฉริยะขนาดไหนก็ไม่สามารถบัญญัติ รัฐธรรมนูญที่ไม่มีที่ติหรือว่าเปึนที่ขัดแย้งไม่ยอมรับของสังคมได้ รัฐธรรมนูญบางฉบับ มีมาตราหลายมาตราที่วิเศษดีมาก แต่เมื่อสังคมและกาลเวลาเปลี่ยนไปมาตราเหล่านั้น ก็ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุด การแก้ไขรัฐธรรมนูญเปึนเรื่องที่ไม่ผิดปกติ ไม่ผิดธรรมชาติ ถ้าหากการแก้ไขนั้นสามารถยอมรับว่าทําให้พี่น้องประชาชนมีสุขมากขึ้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ผมกังวลว่าถ้าแก้ไขไปแล้วจะมีผู้ต่อต้านสร้างความแตกแยก มากกว่าเดิมเสียอีกครับท่านประธาน เพราะว่ามีเหตุผลสําคัญเพียงประการเดียวคือให้ ประชาชนที่มีอคติต่อกันกลับมาสมานฉันท์กันเพื่อผลประโยชน์ของคนกลุ่มหนึ่งแค่นั้นเอง
ท่านประธานครับ ผมว่าเราไม่ควรวิตกจริตกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมว่า แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนั่นคือการแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศชาติครับ ในขณะนี้รัฐบาล ชุดนี้ก็ได้ดําเนินการอยู่และได้เห็นผลดีขึ้นไม่ว่าจะเปึนตัวเลขของคนว่างงาน จีดีพี หรือว่า การลงทุนของต่างประเทศ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ผลักดันแล้วก็อัดฉีด โครงการต่าง ๆ อย่างสร้างสรรค์มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาเพื่อประโยชน์ของสังคม อย่างแท้จริงทั้งที่ขณะนี้เงินอัดฉีดของภาครัฐยังไม่ไหลเข้าสู่รากหญ้าอย่างเต็มที่ ผมเชื่อว่าถ้าเผื่อเงินสดในตลาดมีการหมุนเวียนมากขึ้น ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อ รายย่อยมากขึ้นสถานการณ์เศรษฐกิจจะไม่กลับไปเลวร้ายเหมือนที่เคยผ่านมา ผมว่า เรามาระดมสมองแก้ไขปัญหาใหญ่ ๆ ของประเทศเช่น ปัญหาของเกษตรกร ปัญหา การศึกษา ปัญหาคนว่างงาน และปล่อยให้ผู้เชี่ยวชาญที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนมาแก้ไข รัฐธรรมนูญใช้เวลากับมันดีกว่าครับ ท่านประธานที่เคารพครับ แม้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในความเห็นของผมจะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนแต่การปฏิรูปการเมืองก็เปึนเรื่องที่สําคัญและต้อง ดําเนินการอย่างต่อเนื่อง ผมอยากเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับอํานาจขององค์กรอิสระ แล้วก็อํานาจของตุลาการสักนิดหนึ่งนะครับ ท่านคณะกรรมการได้มีการชูประเด็น ปัญหาจากรายงานของท่านและมีข้อสรุปว่า องค์กรอิสระมีอํานาจมากเกินไป ที่แย่ ไปกว่านั้นครับท่านประธาน ท่านคณะกรรมการสรุปว่า ศาล หรือฝ์ายตุลาการก็มีอํานาจ มากเกินไปด้วย ควรลดบทบาทของฝ์ายตุลาการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับฝ์ายบริหารและนิติ บัญญัติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมองเห็นว่าองค์กรอิสระไม่ใช่อํานาจที่ ๔ อย่างที่ท่านคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญสรุป การที่รัฐธรรมนูญกําหนดให้มีองค์กรอิสระเพื่อสะดวกต่อการตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการใช้อํานาจของทั้ง ๓ ฝ์าย ฉะนั้นผมคิดว่าองค์กรอิสระ ไม่ควรไปผูกหรือเสริมอํานาจอยู่กับฝ์ายใด วันนี้องค์กรอิสระก็มีอํานาจชัดเจนอยู่แล้ว ในการลงโทษผู้กระทําผิด ถ้าเรามองเห็นว่าการลงโทษนั้นรุนแรงมากเกินไปก็ต้องแก้ไข บทลงโทษ ไม่ใช่ไปลิดรอนสิทธิหรืออํานาจขององค์กรอิสระ ในส่วนของเรื่องของอํานาจ ตุลาการผมรู้สึกผิดหวังที่ท่านคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญเสนอให้ลดบทบาทของตุลาการในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่า ฝ์ายบริหาร ฝ์ายนิติบัญญัติหรือฝ์ายองค์กรอิสระ สําหรับประเทศของเราที่ประชาธิปไตย ยังอ่อนแอสถานการณ์ทางการเมืองยังเปราะบาง การที่เรามีตุลาการไม่หิวโหยในอํานาจ มีความปรารถนาดีต่อประเทศชาติ มีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ย่อมเปึนเสาหลัก ที่ดีของประเทศชาติครับ ที่ผ่านมาวิกฤติต่าง ๆ สรุปให้เห็นว่าฝ์ายตุลาการได้เปึนผู้ดูแล หลักนิติธรรม สร้างความอุ่นใจให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยได้เปึนอย่างดีครับ ท่านประธานครับ ทุกวันนี้คู่ค้าของเราเฝัาดูความมั่นคงในหลักนิติธรรมควบคู่ไปกับ เศรษฐกิจของประเทศ เสถียรภาพทางการเมือง เศรษฐกิจไม่ดีก็พอรับได้ว่าเปึนวัฏจักร การเมืองวุ่นวายก็เปึนเรื่องที่ไม่แปลกสําหรับประเทศที่กําลังพัฒนา แต่ถ้าหลักนิติธรรม เลอะเทอะ เราไม่สามารถหาคู่ค้าได้ครับ ผมว่า ณ ขณะนี้เราควรหาเวลามาแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจแทนที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ๒๐ นาที เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พื้นที่ ๖ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้เปึนการนัดประชุมรัฐสภาวาระพิเศษ แล้วผมถือว่าเปึนวาระพิเศษ จริง ๆ เพราะเราจะมาพูดกันถึงเรื่องกฎหมายสูงสุดที่ใช้ในการบริหารประเทศ ท่านประธานครับ ไม่ได้บอกในวาระการประชุมว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๗๙ ไม่ได้ระบุ พ.ศ. แต่ก็เดาได้ว่าคือรัฐธรรมนูญฉบับพุทธศักราช ๒๕๕๐ เพราะรัฐบาลนี้ แล้วก็สภานี้ก็ใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ บังคับใช้อยู่ ทั้งในการประชุม รัฐสภาและในการบริหารราชการแผ่นดิน แถมยังศาลที่ดําเนินกระบวนพิจารณาพิพากษา อรรถคดีอยู่ในปัจจุบันนี้ก็ใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ด้วย ท่านประธานครับ ผมจะไม่พูดซ้ําประเด็นกับคนอื่นที่เขาอภิปรายไปแล้ว โดยกระผม จะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า การที่จะยกหาเหตุผลมาอภิปรายชี้แจงแสดง เหตุผลในการที่จะวินิจฉัยว่า ควรจะแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไร แก้ในประเด็นใดบ้าง นั้น กระผมกราบเรียนว่าภาษาที่ใช้ในการอภิปรายก็ดี ในการที่จะใช้เขียนหรือบัญญัติ รัฐธรรมนูญก็ดี เปึนสิ่งสําคัญที่สุดที่เราจะต้องทําความเข้าใจกันว่า จะต้องใช้ ภาษาเดียวกัน ท่านประธานครับ ท่านประธานคงไม่เถียงกระผมนะครับว่า พระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถานนั้นยังคงใช้บังคับอยู่ เมื่อพระราชบัญญัติ ราชบัณฑิตยสถานยังใช้บังคับอยู่ เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ระบุไว้ชัดเจน เลยว่า ได้มีการตั้งราชบัณฑิตยสถานองค์กร ๆ หนึ่ง ที่ชื่อว่า ราชบัณฑิตยสถาน ให้ทําหน้าที่บัญญัติคําศัพท์ภาษาไทยที่เปึนภาษาราชการเอาไว้ให้คนไทยทั้งประเทศ ได้ใช้ภาษาเดียวกัน เมื่อต้องการที่จะได้รับการรับรองจากกฎหมาย ถ้าท่านอยู่ที่บ้าน จะพูดจากันอย่างไรก็พูดได้ สามีเปึนคนปักษ์ใต้ ภรรยาเปึนคนเหนือ พูดกัน ๒ ภาษา ทํามือประกอบก็พูดกันไป แต่เมื่อจะพูดกันให้มันมีกฎหมายรับรองนั้นจะต้องพูดด้วย ภาษาไทยที่ราชบัณฑิตยสถานได้บัญญัติเปึนคําศัพท์ไว้ นี่เปึนผลที่กฎหมายบัญญัตินะครับ แต่ท่านประธานครับ ท่านประธานสังเกตไหมทั้งคณะรัฐมนตรี ทั้งเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาไม่ค่อยได้สนใจคําศัพท์ที่เปึนภาษากฎหมาย และภาษาราชการเลย แต่ต่างคนต่างอ่านหนังสือแล้วก็แปลเอาเองตามที่พ่อแม่สอนมาบ้าง ครูบาอาจารย์ของแต่ละคนสอนมาบ้าง ซึ่งไม่ถูกต้องเลย ท่านประธานครับภาษา กฎหมายนั้นเปึนภาษาที่ราชบัณฑิตยสถานได้บัญญัติคําศัพท์และคํานิยามศัพท์ ไว้ใช้เฉพาะในวงการกฎหมายเท่านั้น ทั้งนี้เพราะต้องการพูดให้สั้น แต่กินความหมายยาว เพื่อประโยชน์ในการดําเนินกระบวนพิจารณาคดีในศาล ในการว่าความ ในการเขียน กฎหมาย เมื่อเปึนอย่างนั้นท่านประธานครับการที่เราจะพูดกันถึงเรื่องรัฐธรรมนูญ เราข้ามกันไปหมด เราไปเรียกเลยว่าจะแก้รัฐธรรมนูญกี่มาตรา ๖ มาตรา ๖ ข้อ แต่สิ่งแรก ที่เราควรจะพิจารณาก่อนว่าสิ่งที่เรากําลังจะเอามาแก้ หรือไม่แก้ แก้มาก แก้น้อย แก้อะไร บ้างนั้น มันเปึนรัฐธรรมนูญหรือเปล่า มันเปึนกฎหมายหรือเปล่า เราข้ามเลยไปครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนก่อนว่ารัฐธรรมนูญคืออะไร นี่ผมไม่ได้บัญญัติ คําศัพท์เองครับ เพราะฉะนั้นต้องขออนุญาตท่านประธานอ่านคําศัพท์ที่พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถานให้คํานิยามศัพท์ไว้นะครับว่าขอประทานโทษท่านประธานครับ ผมต้องอ่านนะครับ ขออนุญาตอ่าน แต่ว่าอ่านกฎหมายนะครับคงไม่ต้องห้าม ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญเขาบอกว่าราชบัณฑิตยสถานบัญญัติคําศัพท์ว่า คือบท กฎหมายสูงสุดที่จัดระเบียบการปกครองประเทศ โดยกําหนดรูปแบบรัฐว่าเปึนรัฐเดี่ยว หรือรัฐรวม ระบอบการปกครองรัฐ รวมทั้งสถาบันและองค์กรการใช้อํานาจอธิปไตย ในการปกครองรัฐ เช่น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ภาษาอังกฤษเขาวงเล็บไว้ด้วยว่า คอนสทิทิวชัน (Constitution) ทีนี้เมื่อบอกว่ารัฐธรรมนูญ เปึนกฎหมาย ถ้าเราไม่หาคํานิยามศัพท์ต่อว่ากฎหมายคืออะไร ก็ยังไม่ทราบอยู่ดีว่า มันเปึนรัฐธรรมนูญหรือเปล่า ถ้าไม่เปึนกฎหมายจะเปึนรัฐธรรมนูญไหม ผมขออนุญาต อ่านคําศัพท์ต่อเพื่อความเข้าใจตรงกันนะครับ คําว่า กฎหมาย ก็บอกว่าเปึนคํานาม แปลว่า กฎที่สถาบันหรือผู้มีอํานาจสูงสุดในรัฐตราขึ้น หรือที่เกิดขึ้นจากจารีตประเพณี อันเปึนที่ยอมรับนับถือเพื่อใช้ในการบริหารประเทศ เพื่อใช้บุคคลให้ปฏิบัติตาม หรือเพื่อ กําหนดระเบียบแห่งความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล หรือระหว่างบุคคลกับรัฐ เห็นไหมครับ ท่านประธาน ๒ คํา เอามาสมาสกัน คือคําว่า กฎ กับ หมาย มาสมาสกัน แปลยาวตั้ง ๕ บรรทัด แต่ว่าผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าข้อความสําคัญในคํานิยามศัพท์ ของคําว่า กฎหมาย ก็คือคําว่า กฎ กฎก็ต้องมีคําศัพท์อีก แปลว่าข้อกําหนดหรือบัญญัติ ที่บังคับให้ต้องมีการปฏิบัติตาม อันนี้ตีความว่าสิ่งที่จะเปึนกฎหมายนั้นต้องมีสภาพบังคับ จึงจะเรียกว่ากฎหมายได้
ทีนี้ความสําคัญที่สุดอีกอันหนึ่ง ที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธาน คือ คําว่า ผู้มีอํานาจสูงสุดในรัฐเท่านั้นที่จะเปึนผู้ตราหรือบัญญัติ หรือเขียนสิ่งที่เรียกว่า กฎหมายได้ ผู้มีอํานาจสูงสุดในรัฐคือใคร ทั้งพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับท่านประธานครับ เขียนและบัญญัติไว้ตรงกันว่า อธิปไตยนั้นหมายความถึงอํานาจสูงสุดของประเทศ แล้วรัฐธรรมนูญกําหนดไว้ด้วยว่า อํานาจอธิปไตยนั้นเปึนของปวงชนชาวไทย คําว่า ปวง แปลว่า ทั้งหมดทั้งปวง ก็หมายความว่าสิ่งที่เรียกว่าอํานาจอธิปไตยนั้นคนไทยทั้งประเทศเปึนเจ้าของรวมกัน เมื่อเปึนเจ้าของรวมกันในเวลาจะใช้กรรมสิทธิ์รวมก็ต้องใช้ร่วมกัน แต่ทีนี้ระบอบ การปกครองของโลกนี้มีอยู่ ๒ ระบอบการปกครอง ท่านประธานครับ คือที่ใช้โดยตรง ก็คือ คนทั้งหมดต้องมาลงมติด้วยกัน แต่เปึนไปไม่ได้ อย่างประเทศไทยเรามีประชาชน ก็ ๖๐ กว่าล้านคน เปึนไปไม่ได้ที่จะเอาเขามานั่งในรัฐสภาแห่งนี้ จึงมีเขาเรียกว่าระบอบ ประชาธิปไตยที่แบบใช้ตัวแทน ก็คือต้องให้ประชาชนเลือกผู้แทนเข้ามาทําหน้าที่ในสภา อย่างที่พวกเรากําลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นกฎก็ดี ข้อบังคับก็ดี หรือกติกาใด ๆ ก็ดี ที่จะเขียนลงไปว่ากฎหมายซึ่งมันเปึนรัฐธรรมนูญด้วย เพราะว่า รัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุดนั้น จะต้องมาจากผู้มีอํานาจสูงสุดในประเทศคือมาจาก ปวงชนชาวไทย แล้วของประเทศไทยเรานั้นก็จะต้องมาจากผู้แทนราษฎรที่เข้ามาร่วมกัน ทําหน้าที่บัญญัติกฎหมายคือนิติบัญญัติในรัฐสภานี้เองท่านประธานครับ จํากัดความ ลงมาตรงนี้ ท่านประธานคงเข้าใจว่ากลุ่มคน ๕-๖ คน แต่งเครื่องแบบ ๓ เหล่าทัพ ไม่ได้บวกตํารวจด้วย วันนั้นผมไม่เห็นมีตํารวจ แล้วก็ชวนพรรคพวกลูกน้องเอาป๋น เอารถถังออกมาแล้วก็มาไล่คณะรัฐบาลที่เขาเปึนรัฐบาลของปวงชนชาวไทยออกไป แล้วก็ไปตั้งเองครับ ตั้งผู้คนเข้ามานั่งในนี้ท่านประธานครับ เข้ามานั่งในนี้แล้วก็บอกว่า เปึนสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เอาคําศัพท์คําว่า นิติบัญญัติแห่งชาติ เอามาใช้ด้วยนะครับ ใครไปตั้งให้เปึนนั่นนะ ไปดูผู้ตั้ง พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน คนนี้เปึนใครท่านประธานครับ หัวหน้าคณะปฏิวัติ หัวหน้าคณะรัฐประหาร ท่านประธานก็เรียนกฎหมายมาเหมือนกัน ถึงไม่เรียนท่านประธานครับ ท่านประธานอยู่ในสภามานานแล้วก็รู้จักกับผมเปึนอย่างดี คณะรัฐประหาร ประมวลกฎหมายอาญาเขาบอกว่าผู้กระทําความผิดฐานเปึนกบฏ มีโทษถึงประหารชีวิต แล้ว พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน เปึนหัวหน้าคณะรัฐประหารก็คือ หัวหน้ากบฏ มาตั้งผู้คนเข้ามานั่งในที่ประชุมแห่งนี้ล่ะครับ แล้วก็มาบอกว่าเปึนสภา ที่บัญญัติกฎหมาย แล้วคนเหล่านี้ได้อํานาจอธิปไตยมาจากใคร ใครเขาตั้งให้มาเปึน ผู้แทนใช้อํานาจอธิปไตยได้เมื่อไรครับ อย่างที่ผมกราบเรียนตั้งแต่ต้นท่านประธานครับ อํานาจอธิปไตยต้องร่วมกันใช้เหมือนเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม ไอ้นี่หัวหน้าคณะปฏิวัติตั้งคน เข้ามา จ้างคนเข้ามา หรือใช้ใครเข้ามาแล้วมานั่งเขียนแล้วมาบอกว่านี่คือกฎหมาย ไม่ใช่ หรอกครับท่านประธาน ถ้าจะเรียกให้ถูกต้องจริง ๆ มันต้องเรียกชื่อตามที่มาของผู้ตั้ง ผู้เขียน ผู้บัญญัติเห็นไหมครับ สภาผู้แทนราษฎรบวกวุฒิสภาเรียกว่า รัฐสภา อันนี้ล่ะเปึน ผู้แทนของปวงชนชาวไทยผู้เปึนเจ้าของอํานาจอธิปไตยก็คือ อํานาจนิติบัญญัติ ซึ่งเปึน อํานาจหนึ่งใน ๓ อํานาจ จึงจะเขียนกฎหมายได้ รัฐสภาเขียนได้แค่กฎของคณะปฏิวัติ หรือที่ภาษากฎหมายอาญาเรียกว่า กฎของโจรกบฏ ใช่ไหมครับ แล้วก็มีหน้าเอาไปเขียนไว้ที่หน้าปกบอกว่านี่คือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นี่คือ พระราชบัญญัติกับเขาด้วย อย่างนี้ท่านประธานยอมรับไหมครับ ถ้ายอมรับ ท่านประธานครับ ชวนกันสิครับ เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญที่กําลังจะมีการแก้ไขปรับปรุงนี้เลยว่าต่อไปนี้ ใครยึดอํานาจได้ ใครเปึนกบฏได้ ใครรัฐประหารได้ ได้อํานาจอธิปไตยเอาไปใช้แทน ปวงชนชาวไทยให้เหมือนกับพระมหากษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชเสียเลย เอาไหมครับ ผมเห็นเรียกรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญกันทั้งหมด ก็หมายความว่า ยอมรับว่าคณะปฏิวัติซึ่งเปึนผู้ทําความผิดฐานเปึนกบฏ ได้อํานาจอธิปไตยไปใช้ ใหญ่กว่าพระมหากษัตริย์ ใหญ่กว่าพระเจ้าอยู่หัวอีกนะท่านประธานครับ ถูกไหมครับ อันนี้เราจะเอากันอย่างนั้นไหม ถ้าไม่เอาแล้วก็ต้องถือคําศัพท์ที่ราชบัณฑิตยสถาน ได้กําหนดคํานิยามศัพท์ไว้ว่าถ้ากฎหมายต้องมาจากปวงชนชาวไทยเท่านั้น โจรกบฏ บัญญัติกฎหมายไม่ได้ เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ต้องมาถึงตรงนี้ มันเปึน รัฐธรรมนูญ เรียกว่า รัฐธรรมนูญได้แต่ที่หน้าปกเท่านั้นละท่านประธานครับ ข้างในนั้น ไม่ได้มาจากปวงชนชาวไทย ท่านประธานมีส่วนร่วมกับเขาหรือเปล่าครับ มีส่วนร่วม ในการบัญญัติไหมครับ มีส่วนร่วมในการอภิปรายอย่างที่พวกเรากําลังทําหน้าที่อย่างนี้ ไหม ถ้าจะแก้นี้นะครับ คําว่า แก้ไข ท่านประธานครับ เปึนภาษากฎหมายนะครับ คําว่า แก้ไข นั้น แปลว่า ปรับปรุงส่วนที่เสียให้กลับดีขึ้น อันนี้มันมีดีอยู่นิดเดียวนะ ท่านประธานครับ ดีตรงที่หน้าปกเท่านั้น ที่เขียนว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ข้างในนั้นไม่ใช่มาจากประชาชนเลย เพราะฉะนั้นถ้าจะแก้นี้ ก็เอาไว้แต่หน้าปก นอกนั้นเอามาแก้ไม่ได้เลย เพราะว่าไม่ใช่เปึนกฎหมายแต่เปึนกฎ ที่คณะปฏิวัติหรือคณะรัฐประหารหรือกฎที่โจรกบฏเปึนผู้บงการให้มีการเขียนขึ้น เอามา กลับแก้ให้มันกลับดีไม่ได้ ท่านประธานครับ ธนบัตรฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท ที่เอามาใช้กัน อยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่งตอนที่คณะปฏิวัติเข้ามาปกครองประเทศ เขาเรียกแบงก์เก๊ใช่ไหมครับ เราสามารถเอามาแก้ให้เปึนแบงก์แท้ได้ไหมท่านประธาน อันนี้รัฐธรรมนูญนะครับ มันมี ค่าไม่รู้เปึนกี่หมื่นบาท กี่แสนล้านบาท เวลาจะร่างรัฐธรรมนูญนี้ท่านประธาน ชนะกันเสียง เดียว ถ้ารู้ว่าคนที่ออกเสียงนี้เปึนเสียงสุดท้าย แล้วจะบัญญัติกฎหมายสักมาตราหนึ่ง ท่านประธานว่าขายได้กี่พันล้านบาท หรือกี่หมื่นล้านบาท มีค่ามากกว่าธนบัตรฉบับละ ๑,๐๐๐ บาทมากมายนัก เพราะฉะนั้นของที่มันเก๊ไม่สามารถเอามาแก้ให้มันกลับดีได้เลย เห็นไหมครับ เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ ท่านประธานคงจะพอเข้าใจตามผมว่าสิ่งที่จะเรียกว่า รัฐธรรมนูญ สิ่งที่จะเรียกว่า กฎหมาย นั้น จะต้องมาจากเจ้าของอํานาจอธิปไตยเท่านั้น ผมเคยเทียบ ผมเคยปราศรัยกับคนเสื้อแดงนี่ละครับ เมื่อพูดถึงเสื้อแดงผมต้องกราบเรียน ให้ท่านประธานเข้าใจนะครับ ทําไมผู้คนเขาถึงออกมาใส่เสื้อแดง เขามีสัญลักษณ์อะไร คนใส่เสื้อแดงคือคนที่เขารักการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ เปึนประมุข ซึ่งมันหายไปตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ แล้วเขายังไม่ได้คืนมา มามีกฎของโจรกบฏ ป้ ๒๕๕๐ นี่เอามาใช้แทนอยู่ เห็นไหมครับ เขาก็เรียกร้องอยากจะได้ กฎหมายหรือรัฐธรรมนูญที่เปึนของปวงชนชาวไทยที่เขาร่วมกันบัญญัติไว้ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ ท่านประธานเองก็เปึนผู้ร่วมกับเขาบัญญัติด้วย แต่ป้ ๒๕๕๐ นั้น ท่านประธานไม่มีส่วน ใช่ไหมครับ
ข้อ ๑ เขาต้องการการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์
ข้อ ๒ เขาต่อต้านการเผด็จการทหาร พูดง่าย ๆ ว่าเขาต่อต้านการเปึนกบฏ ยึดอํานาจ ยึดหมด อํานาจของพระมหากษัตริย์ก็ยึด อํานาจของปวงชนชาวไทย ทั้งประเทศก็ยึด ยึดเสร็จแล้ว ทําไมครับท่านประธานครับ มาออกรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พุทธศักราช ๒๕๔๙ แล้วบอกว่าอ้ายที่ผมเปึนกบฏยึดอํานาจมานี่ถือว่า ไม่มีความผิดนะ แล้วเอาไปบังคับให้พระเจ้าอยู่หัวลงพระปรมาภิไธย ผมยืนยันเลยนะครับ ว่าบังคับ ถ้าหากว่าคณะปฏิวัติหรือหัวหน้าคณะปฏิวัติยืนยันว่าไม่ได้บังคับ เข้าเฝัา พร้อมกันก็ได้ครับท่านประธาน เอาละตรงนี้ผ่านไป เมื่อมันไม่เปึนรัฐธรรมนูญ ไม่เปึน กฎหมายแล้วเราจะเอามาแก้ทําไมท่านประธานครับ
ทีนี้เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ถ้าผมไม่หาทางออกให้ก็จะถือว่าเขียนคําพิพากษา แล้วไม่วินิจฉัยชี้ขาด แล้วไม่บอกถึงสภาพบังคับ ง่ายนิดเดียวครับท่านประธาน เรื่องของ รัฐธรรมนูญนี้มันเปึนกติกาของปวงชนชาวไทย ของคนไทยทั้งประเทศเขา เวลานี้ กําลังเถียงกันอยู่ ๒ ฝ์าย อีกฝ์ายหนึ่งบอกว่าอ้ายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้เปึนรัฐธรรมนูญ แล้ว แต่คนเสื้อแดงเขาบอกว่ามันไม่เปึนหรอก มันเปึนกฎของโจร อ้าว แล้วเวลานี้ขึ้นศาล ก็ไม่ได้ ท่านประธานครับ ศาลรัฐธรรมนูญ ๙ ท่านนี่มาจากรัฐธรรมนูญที่ คมช. หรือพวกกบฏเขียน แล้วท่านจะมาอ้างตัวว่าเปึนศาลในระบอบประชาธิปไตยไม่ได้นะครับ เพราะว่าศาล ในระบอบประชาธิปไตยต้องมาจากรัฐธรรมนูญระบอบประชาธิปไตย ทางแก้ ขอนิดเดียว ท่านประธานครับ แถมนิดหนึ่ง ถ้าไม่อย่างนั้นจะไม่สมบูรณ์ ก็คือต้องคืนอํานาจในการ ชี้ขาดให้กับปวงชนชาวไทยเขาได้วินิจฉัยว่าเขาจะเลือกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ หรือ ป้ ๒๕๕๐ ใช่ไหมครับ เนื่องจากเวลามีน้อยท่านประธานครับ ไว้โอกาสหน้าคงจะได้ อภิปรายอีก ขอบพระคุณท่านประธานครับ
เอาไว้โอกาสหน้าครับ ขอบพระคุณครับ วันนี้เรียบร้อยดีมากครับ ต่อไปครับ คุณนฤมล ศิริวัฒน์ ๘ นาทีครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน นฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดอุตรดิตถ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ วันนี้ก็ดูเรียบร้อยดีนะคะท่านประธาน เพราะว่ารัฐบาลคงตั้งใจที่จะฟังอย่างเดียว แต่ฟังจากตรงไหนก็ไม่ทราบนะคะ เพราะว่าขณะนี้ในห้องประชุมของเรานี่ก็มี ผู้คนเหลืออยู่ไม่มากเท่าไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เหลืออยู่เต็มนี่ละครับ กรุณาอภิปราย เลยครับ เพื่อจะฟังข้อคิดเห็น
อภิปรายแล้วค่ะ กําลัง จะบอกสถานการณ์ค่ะท่าน ก็ดีค่ะ ดิฉันคิดว่าเปึนความชอบแล้วที่รัฐบาลจะจัดให้มีเวที การที่จะแสดงความคิด ความเห็นในวันนี้นะคะ เพราะว่าเมื่อหลายเดือนผ่านมา ท่านประธานในฐานะที่เปึนประธานรัฐสภาก็ตั้งกรรมการขึ้นมา ๒ คณะ ซึ่งก็ไปทํางาน กันมาอย่างเหน็ดเหนื่อย ซึ่งในคณะที่ ๒ ดิฉันก็เปึนในหน่วยนั้นอยู่ด้วย ก็ดีใจค่ะที่ได้เห็น ความสําคัญแล้วก็ได้นําสิ่งที่เราได้ไปศึกษากันมานี้เอามาเปึนประโยชน์แล้วก็ให้ผู้คนที่อยู่ ในสภาของเรานี่นะคะ แล้วก็พี่น้องประชาชนที่อยู่นอกสภาได้ฟังค่ะว่า คณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไปศึกษาออกมา นี่นะคะ เพื่อที่จะปฏิรูปแล้วก็หาแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ศึกษาอะไรกันมาบ้าง เห็นแล้วกันนะคะ ฟังทั้งวันเลยจนเวลานี้ ๔ ทุ่มนะคะ ๖ ข้อนั้นดิฉันไม่ต้องพูดซ้ําแล้วค่ะ เวลาก็น้อยด้วยนะคะ ดิฉันคิดว่ามันเปึนเรื่องที่เปึนประโยชน์ แล้วก็จะไม่พูดหรอกนะคะ ว่าดีกว่าหรือแย่กว่า ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของตัวบุคคล ท่านนายกรัฐมนตรีคนนั้น คนนี้ หรือจะเปึนพรรคการเมืองนั้น พรรคการเมืองนี้ หรือเปึนรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ฉบับนี้ แต่จะพูดว่าในการพิจารณาของดิฉันเองในฐานะที่เปึนตัวแทนของประชาชนคนหนึ่ง ดิฉันคิดว่าถ้าเราใช้หลักเหตุผลเข้ามาเปึนกรอบในการพิจารณาว่าการที่จะสร้างความ สมานฉันท์ การที่จะสร้างความสงบต้องมีสิ่งที่เรียกกันว่าเปึนหลักคุณธรรมนะคะ ความชอบธรรมคือคุณธรรม การที่เราจะทําอะไรให้เกิดความชอบธรรมก็คือเราต้องมี คุณธรรม ผู้คนนั้นสําคัญค่ะ ปฏิเสธไม่ได้วันนี้นี่นะคะ เราบอกว่ากฎหมายจะดี ไม่ดีอยู่ที่ ผู้คน เพราะผู้คนคือผู้ที่ใช้กฎหมายเพราะฉะนั้นต้องปรับที่คน ปฏิรูปที่สังคมด้วยค่ะ ไม่เพียงแค่ปฏิรูปการเมืองนะคะท่านประธาน ผู้คนที่อยู่ภายนอกก็ต้องพยายามที่จะทํา ความเข้าใจในเรื่องของการบ้านการเมือง แล้วใช้หลักเหตุผลในการพินิจพิเคราะห์ที่จะเข้า ร่วมกิจกรรมทางการเมือง สื่อมวลชนแน่นอนค่ะ ท่านเปึนผู้ที่มีบทบาทอย่างยิ่งในการ กําหนดทิศทางแล้วก็ความรู้สึกของประชาชน ไม่ใช่เฉพาะพวกเราที่เปึนนักกฎหมาย หรือเปึนตัวแทนของประชาชน สื่อมวลชนนี่ล่ะค่ะสําคัญมาก ท่านจะกํากับไปในทิศทาง ไหนนี้นะคะ ทําแล้วก็ได้ผลเปึนอย่างยิ่งค่ะ เมื่อ ๒ วัน ดิฉันไม่ชอบใจที่เห็นหนังสือพิมพ์ ฉบับใหญ่ ๆ นะคะท่านประธาน บอกว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะเป่ดโอกาสให้บุคคล ซึ่งได้ถูกรับโทษทางการเมือง ถูกแบนไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ให้มีอิสระ เพื่อที่จะ ช่วยพรรคการเมืองนั้น ช่วยพรรคการเมืองนี้ ดิฉันคิดว่ามันเปึนเรื่องที่ไร้สาระค่ะ วันนี้นี่นะคะ แนวทางที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญได้พยายามที่จะจัดขึ้นมา ศึกษาขึ้นมานี้นะคะ สะท้อนความสับสน ของบ้านเมืองของเรา แล้วก็จําเปึนค่ะ ดิฉันเปึนหนึ่งคนที่เห็นว่าจําเปึนจะต้องแก้ไข แม้ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้อาจจะไม่ใช่เปึนหนทางเดียวที่จะสร้างความสมานฉันท์ แต่อย่างน้อยก็เปึนหนึ่งหนทางที่เราควรจะได้เริ่มกัน แล้ววันนี้รัฐบาลก็ได้เริ่มต่อยอด จากสิ่งที่ท่านได้เริ่มมาแล้วนะคะ ก็ถือว่าดีค่ะ ถูกทางค่ะ ดิฉันคิดว่าถ้าพวกเราได้เป่ดใจ กว้าง แล้วก็มองไปในตัวบทกฎหมายของรัฐธรรมนูญ เราจะเห็นว่านอกเหนือจาก ๖ ข้อนั้นนะคะเรายังมีกฎหมายอีกมากมาย ไม่ว่าจะเปึนในบทเฉพาะกาล มาตรา ๓๐๓ ซึ่งบังคับให้รัฐบาลเองจะต้องมีการบัญญัติกฎหมายต่าง ๆ ขึ้นมา วันนี้การบังคับใช้ รัฐธรรมนูญเพื่อที่จะให้สอดรับกับมาตรา ๓๐๓ ในบทเฉพาะกาล ก็ยังไม่สามารถทําได้ค่ะ เพราะฉะนั้นไม่เฉพาะแต่ตัวบทที่เปึนปัญหา การบังคับใช้ก็เปึนปัญหา การบังคับใช้นี้นะคะ เราถามว่ารัฐบาลนี้ควรจะเปึนส่วนที่เคร่งครัดที่สุดไหมคะในการที่จะบังคับใช้กฎหมาย รัฐธรรมนูญ แน่นอนค่ะ แต่กระนั้นเลยในส่วนนี้ก็ยังไม่ได้รับการตอบสนองอย่างดี เพราะฉะนั้นมันมีกฎหมาย ๓๐-๔๐ ฉบับที่จะต้องออกมาเพื่อรองรับแก้ปัญหา ความยุ่งยาก ที่เราบอกกันว่าไม่ต้องแก้ไขมาตรา ๑๙๐ ก็ได้ ถ้าไปออกเปึน พระราชบัญญัติ ดิฉันเห็นด้วยค่ะ แต่วันนี้ก็ยังไม่ได้ทําให้สําเร็จลุล่วงตามที่ควรจะเปึนนะคะ ๓๐-๔๐ ฉบับค่ะที่รัฐบาลยังไม่สามารถที่จะออกพระราชบัญญัติมารองรับได้นี้นะคะ มันเปึนเรื่องที่ทําให้บ้านเมืองมันยุ่งยากค่ะ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการชุมนุม ถ้ามีการ ออกกฎหมาย ออกพระราชบัญญัติที่เปึนกฎหมายลูกนี้นะคะ มากําหนดขอบเขต ของการชุมนุม เวลาของการชุมนุม โซนของการชุมนุม มันก็จะทําให้ลดการขัดแย้งได้ ไม่ต้องมาคอยประกาศพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ให้เสียความรู้สึกแก่ผู้คนทั้งในและนอกประเทศนะคะ ดิฉันคิดว่าการบังคับใช้กฎหมาย รัฐธรรมนูญเปึนปัญหา ตัวของรัฐธรรมนูญเองก็ยังคงเปึนปัญหา ไม่ว่าในกรณีของการ เข้าสู่ตําแหน่งของบุคคลซึ่งอยู่ในองค์กรที่เรียกว่า องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ดิฉันคิดว่า มันจะยุติธรรม ถ้าสมมุติว่าจะมีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้เสียแต่เบื้องแรกว่า บุคคลที่จะเข้าสู่ตําแหน่งนั้น ที่เคยได้รับการเลือกตั้งไว้หรืออะไรก็แล้วแต่โดยคณะที่เขา เรียกกันว่า คมช. ดิฉันไม่อยากจะพูดถึงนะคะ ก็ควรจะหมดวาระไปด้วย เมื่อมีการ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วก็ใช้กฎ ใช้กติกาที่เขียนกันไว้เพื่อความเปึนธรรม เมื่อมี ความเปึนธรรมแล้วผู้คนเขาก็จะยอมรับค่ะ
แล้วในเรื่องของสมาชิกวุฒิสภาที่มานี่นะคะ ดิฉันขออนุญาตพูดนิดหนึ่ง นะคะ ดิฉันคิดว่าถ้าให้เปึนธรรมที่สุดนี้ เราควรจะมีคณะกรรมการสรรหาซึ่งมาจาก หลากหลายองค์กรมากกว่า ๗ องค์กร แล้วก็ไม่ควรจะล็อก สเปก (Spec) จนแคบขนาดนั้น ควรที่จะให้ผู้คนที่มีความสนใจหลากหลายอาชีพ หลากหลายประเภทได้มีส่วนร่วม ทั้งมาตรา ๑๑๓ มาตรา ๑๑๔ เปึนเรื่องที่ควรจะต้องมีการแก้ไข แล้วก็อยากที่จะเห็น ชัดเจนในเรื่องของมาตรา ๒๙๗ ดิฉันคิดว่าการที่เรามีการเขียนรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีการเก็บ บางส่วนเอาไว้เพื่อที่จะหวังผลในวันข้างหน้าโดยไม่เปึนธรรมนี้ ควรจะได้รับการแก้ไข ถ้า ท่านกลับไปดูมาตรา ๒๙๗ ท่านจะเห็นค่ะว่า มีความไม่เปึนธรรมอย่างไรนะคะ นั่นล่ะค่ะ ไม่ต้องพูดกันมากในรายละเอียดเพราะเวลาก็น้อยนะคะ ดิฉันก็คิดว่าถ้าวันนี้ เราเดินออกไปจากที่นี่ ด้วยความรู้สึกว่านี่คือก้าวที่ ๒ ของการที่จะเดินไปหาเส้นทาง สมานฉันท์นะคะ เราก็ได้เดินมาแล้วค่ะ เราจะได้บางสิ่งบางอย่างออกไปค่ะ ไม่ใช่ สูญเปล่าแน่นอนนะคะ ออกไปข้างนอก วันนี้พูดในสภา ออกไปข้างนอกท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะบอกว่า มีการศึกษาจากข้างนอกอีกหลาย ๆ องค์กร อย่าว่าเขาซื้อเวลาค่ะ ปกติดิฉันไม่ค่อยจะชม รัฐบาลนะคะ แต่ดิฉันคิดว่าต้องค่อย ๆ ทําค่ะ แล้วก็ต้องแก้ไขกัน แต่แก้ไขด้วย ความรอบคอบ แล้วก็รักษาน้ําใจของทุกฝ์าย ถ้าลดทิฐิลงไปน่าจะทําให้การทํางานอันนี้ สัมฤทธิผลได้เร็วขึ้น แต่มันไม่เร็วหรอกค่ะท่านประธานคะ พี่น้องประชาชนก็ต้องอดทน เหมือนกันค่ะ พวกเราก็จะพยายามที่สุดแล้วจะใช้วิถีทางนิติบัญญัติที่จะช่วยกัน ประคับประคองบ้านเมืองนี้ ขอขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณภราดร ปริศนานันทกุล ๑๕ นาที
ท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานรัฐสภาเสียก่อนที่ได้กรุณาบรรจุเรื่องที่ทางท่านนายกรัฐมนตรีได้ใช้ รัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๗๙ เพื่อที่จะสอบถามถึงความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกของสภา แห่งนี้ ผมขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีเช่นกันที่ท่านได้ให้ความสําคัญกับรัฐสภาแห่งนี้ อีกครั้งหนึ่ง แล้วที่จะลืมเสียไม่ได้ ผมต้องกราบขอบพระคุณทางคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกท่าน ที่ตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมานี้ท่านได้ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อที่จะสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในสังคมนี้ ผมกราบขอบพระคุณท่าน วันนี้นี่ผมเชื่อว่าทุก ๆ ท่านที่เปึนคณะกรรมการนั้นล้วนแล้วแต่ พยายามที่จะแสวงหาทางออกให้กับสังคมนี้ทั้งสิ้น แต่ผมต้องบอกนะครับว่า ความสมานฉันท์นั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาดครับ ถ้าหากว่ากติกาของบ้านเมืองนี้ ไม่ชอบ ความไม่ชอบของกติกาของบ้านเมืองนี้ในความหมายของผมแตกต่างจากเพื่อน สมาชิกที่พูดมา เพื่อนสมาชิกที่พูดมาหลายคนบอกว่ากติกาของบ้านเมืองนี้ไม่ชอบ เพราะว่ากติกานั้นมาจากการรัฐประหาร มาจากการปฏิวัติ ผมไม่เกี่ยงหรอกครับว่า กติกานั้นจะมาจากการรัฐประหารหรือมาจากการปฏิวัติ ผมขออย่างเดียวครับ ขอให้ ยึดหลักอยู่ในกรอบของประชาธิปไตย กรอบของประชาธิปไตยมีอยู่ว่า ประชาธิปไตยนั้น เปึนของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ผมถามว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยประชาชนตรงไหนครับ มีความเกี่ยวเนื่องและเชื่อมโยงกับประชาชนตรงไหนครับ นึกขึ้นมาได้คงจะมีอยู่เพียงจุดเดียวเท่านั้นที่เกี่ยวเนื่องและเชื่อมโยงกับประชาชน นั่นก็คือ ว่า มีการถามประชามติจากพี่น้องประชาชนว่าจะรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นี่คือ ส่วนเกี่ยวเนื่องของรัฐธรรมนูญกับประชาชนเท่านั้นเองครับ ประชาชนไม่มีสิทธิที่จะแสดง ความคิดเห็นว่าเขาไม่เห็นด้วยเพราะเหตุอะไร หรือเขาเห็นด้วยในบางมาตราเพราะอะไร ประชาชนไม่มีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็น ซึ่งผมคิดว่าเปึนเรื่องที่อันตรายมากสําหรับ กติกาของบ้านเมืองนี้ ผมบอกกับท่านประธานครับว่า การที่จะดูว่าประเทศไหน หรือรัฐไหนก็แล้วแต่จะปกครองในระบอบประชาธิปไตยมากน้อยแค่ไหน เขาไม่ได้ดูหรอก ว่ารัฐบาลของประเทศนั้นหรือของรัฐนั้นมาจากการเลือกตั้งของประชาชนหรือไม่ แต่เขา ดูครับว่า ประเทศนั้น ๆ หรือรัฐนั้น ๆ มีกติกาใหญ่ มีกฎหมายที่เปึนกฎหมายแม่บทที่เปึน ประชาธิปไตยมากน้อยแค่ไหน ความเปึนประชาธิปไตยของกติกาก็คือว่าจะต้องมีความ ยึดโยง มีความเชื่อมโยงกับประชาชนให้มากที่สุด มีความยึดโยงและมีความเชื่อมโยง ต่อประชาชน และต้องไปถามความคิดเห็นจากประชาชนด้วยว่าประชาชนมีความคิดเห็น อย่างไรต่อกติกากลางของบ้านเมืองเพื่อที่จะให้ทุกคนนั้นปฏิบัติตามกติกานั้น อย่างเท่าเทียม มีผู้คนพูดครับว่า รัฐธรรมนูญดีไม่มีประโยชน์อะไรเลยครับ ถ้าหากว่าคนใช้รัฐธรรมนูญนั้น ไม่ปฏิบัติตามกรอบของรัฐธรรมนูญ ผมเห็นด้วยครับ แล้วก็มีตัวอย่างให้เห็นชัดเจนตลอดระยะเวลาหลายป้ที่ผ่านมาว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น เปึนฉบับที่ได้รับการรับรองจากพี่น้องประชาชนว่าเปึนฉบับที่สมบูรณ์แบบที่สุดฉบับหนึ่ง แต่แล้วคนใช้ไม่ดีครับไปบิดเบือนเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ไปแทรกแซงองค์กรอิสระ จนองค์กรอิสระเปลี่ยนรูปจนไม่เปึนองค์กรอิสระอีกต่อไป แต่ผมก็ต้องถามกลับว่า แล้วถ้าคนดีแต่รัฐธรรมนูญไม่ดี ถามว่าบ้านเมืองมันจะเดินไปได้ไหมละครับ มันก็เดินไป ไม่ได้เหมือนกัน ผู้คนที่อยู่ในประเทศนั้น ๆ จะไปสบตาต่อประชาคมโลกได้อย่างไรครับว่า ประเทศของเขาปกครองในระบอบประชาธิปไตยในเมื่อกติกานั้นมันไม่ได้เปึน ประชาธิปไตยและมันไม่ได้มาจากประชาชน เขาจะไปบอกกับสังคมโลก จะไปสบตา ต่อประชาคมโลก จะไปบอกกับคนทั่วโลกได้อย่างไรว่าอยู่ในประเทศที่เปึนประชาธิปไตย สังคมโลกเขาไม่สนใจหรอกครับว่ารัฐบาลนั้นจะมาจากการเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชน หรือไม่ เขาสนใจเพียงแต่ว่ากฎหมายแม่บทของประเทศนั้น ๆ เปึนประชาธิปไตยหรือยัง นี่ต่างหากครับที่คือแก่น นี่ต่างหากครับที่เปึนเงื่อนไขและเปึนเหตุผลว่าทําไมจึงมีการ เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผู้คนถามอีกครับว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้แก้ไขแล้ว ประชาชนได้ประโยชน์อะไร เมื่อดูจากรายการ ๖ รายการที่ทางคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เสนอต่อสภาแห่งนี้ ๖ ประเด็น ผมก็ยอมรับครับว่า ๖ ประเด็นนั้นเปึนประเด็นทางการเมืองทั้งสิ้น เมื่อแก้ไขประเด็น ๖ ประเด็นนี้แล้วไม่ได้หมายความว่าพี่น้องประชาชนนั้นจะมีเงินในกระเปิาเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ครับ พี่น้องประชาชนไม่ได้ผลประโยชน์โดยตรงจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่เราต้องไม่ปฏิเสธนะครับว่าบริบททางการเมืองในวันนี้มันเกิดขึ้นบนพื้นฐาน ของความแตกแยกในสังคม เกิดขึ้นมาจากผู้คนส่วนหนึ่งในสังคมนี้ไม่ยอมรับในกติกา ร่วมกัน จึงทําให้รัฐนี้ปกครองโดยหลักนิติธรรมและหลักนิติรัฐไม่ได้ เมื่อผู้คน กลุ่มคนกลุ่ม หนึ่งไม่เคารพในกติกา เพราะไม่เชื่อมั่นในที่มาของกติกา จึงไม่สามารถที่จะปกครองด้วย หลักนิติรัฐได้ เมื่อเปึนเช่นนั้นจะต้องทําอย่างไรล่ะครับ จะต้องแสวงหาทางออกร่วมกัน ทางคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งประกอบไปด้วยทุกภาคส่วน ทุกภาคส่วนของความขัดแย้งมาจากทุกสี มีทุกสี ในคณะกรรมการนั้น เมื่อคณะกรรมการได้ข้อสรุปออกมาก็หมายความทุกส่วนและทุกสี ในสังคมนี้หาทางออกให้กับสังคมร่วมกันว่า ๖ ประเด็นนี้ที่จะเปึนการถอดสลัก ความขัดแย้งในบ้านเมืองออกทีละสลัก ความขัดแย้งในบ้านเมืองก็จะลดลงและผมก็ มั่นใจว่าเมื่อปัญหาทางการเมืองหมดไป ประเทศก็สามารถที่จะเดินก้าวต่อไปข้างหน้าได้
ผมอยากจะย้อนอดีตกับท่านประธานนิดหนึ่ง อยากจะพาท่านประธานนั่ง ไทม์ แมชชีน (Time Machine) ย้อนกลับไปเมื่อ ๑๘ ป้ที่แล้วครับ ขณะผมยังเยาว์วัย ผมอายุแค่ ๑๒ ป้ขณะนั้น ประเทศอยู่ในระหว่างของการรัฐประหาร ถูกคณะรัฐประหาร ที่เรียกว่า รสช. เข้ายึดอํานาจและขณะนั้นมีการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งแตกต่างจากขณะนี้ ขณะนี้เราใช้แล้วขณะนั้นกําลังร่างอยู่ แต่อย่างไรก็ดีครับ วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ ที่ท้องสนามหลวงครับ ผู้คนเรือนแสนไปเรียกร้องเพื่อที่จะแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับ รสช. มีนักการเมืองหลายท่านที่หลังจากวันนั้นก้าวขึ้นดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีครับ ท่านสมัคร สุนทรเวช ท่านชวลิต ท่านชวน หลีกภัย ท่านอุทัย พิมพ์ใจชน ท่านจําลอง ศรีเมือง ครับ ขึ้นไปเรียกร้องบนเวทีประชาธิปไตยแห่งนั้น เพื่อเรียกร้องเอาประชาธิปไตย กลับคืนมา และเรียกร้องให้มีการแก้ไขในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ข้อเรียกร้องของเขา มีอยู่ ๓-๔ เรื่อง
เรื่องแรกคือให้นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง
เรื่องที่ ๒ คือให้ประธานรัฐสภานั้นมาจากประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่ มาจากประธานวุฒิสภา วุฒิสภาเมื่อก่อนนี้มาจากการแต่งตั้งทั้งหมด แล้วคนที่จะดํารง ตําแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้นจะต้องผ่านคนที่เปึนประธานรัฐสภาเพื่อทูลเกล้าฯ ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธย นี่คือความสําคัญของคนที่ ดํารงตําแหน่งประธานรัฐสภาในขณะนั้น
ข้อเรียกร้องของกลุ่มพี่น้องประชาชนที่ชุมนุมกันอยู่ ณ ท้องสนามหลวง รวมทั้งกลุ่มผู้นําทางการเมืองหลายคนได้เรียกร้อง ผมบอกครับ ๒-๓ เรื่องที่เขาเรียกร้อง ถามว่ามีข้อไหนสักข้อหนึ่งไหมครับ ที่เปึนผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อประชาชนโดยตรง มีข้อไหนบ้างไหมครับ ที่แก้ไขแล้วประชาชนมีเงินในกระเปิาเพิ่มขึ้น ไม่มีเหมือนกันครับ บนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๒ ครั้งบนห้วงเวลาที่แตกต่างกัน บนความแตกต่างกันทางบริบท ทางการเมืองที่เมื่อป้ ๒๕๓๔ เรียกร้องที่จะแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเพราะไม่อยากจะให้ รัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหารต่อท่ออํานาจและใช้อํานาจต่อไป แต่ขณะนี้บริบท ทางการเมืองต่างกันครับ เรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญก็เพื่อที่จะสร้างความสมานฉันท์ ให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้ บริบทต่างกัน แต่จุดมุ่งหมายก็คือจุดมุ่งหมายเพื่อประชาชน เหมือนกัน ผมถึงบอกกับท่านประธานครับว่ามีผู้คนถามมากมายว่าแก้ไขแล้วมันได้ ประโยชน์อะไร ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ เลยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วประชาชน ได้ประโยชน์อะไร ที่ผ่านมาการชุมนุมของกลุ่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะกลุ่มสีไหนก็แล้วแต่ ป่ดสนามบินหรือการชุมนุมเมื่อเดือนเมษายนที่เรียกกันว่าสงกรานต์เลือด ผมถามว่าการ ชุมนุมทั้ง ๒ ครั้งนี้ได้สร้างความแตกแยกให้กับสังคมไม่พอครับ ยังสร้างความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ท่านประธานคงจําได้ รัฐบาลจีนประกาศเลยครับ บอกว่าไม่ให้ คนจีนเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย ประกาศอีกครับว่าถ้ามีเหตุจําเปึนจะไปประเทศไทย คุณห้ามใส่เสื้อสีเหลืองและคุณก็ห้ามใส่เสื้อสีแดง ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยว ในประเทศไทยลดลงอย่างน่าตกใจ ตัวเลขนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยลดลง อย่างน่าตกใจ นี่คือผลพวงที่เกิดขึ้นจากปัญหาทางการเมือง เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้อง แก้ไขปัญหาทางการเมืองให้สําเร็จเสียก่อน และผมมั่นใจว่าเมื่อแก้ไขปัญหาทางการเมือง เสร็จสิ้นแล้ว ปัญหาอื่นที่เกิดขึ้นในสังคมก็จะถูกแก้ไขปัญหาตามไปด้วย ผมชอบใจครับ ผมชอบใจในสัจธรรม มีบุคคลบุคคลหนึ่งที่เปึนสัญลักษณ์ของระบอบประชาธิปไตย ท่านหนึ่ง ท่านเคยได้พูดเอาไว้ ท่านพูดว่าประชาธิปไตยกินได้ครับ ท่านพูดว่ารัฐธรรมนูญ กินได้ ตัวอย่างที่ยกให้เห็นนี่ล่ะครับเปึนการตอกย้ําคําพูดของท่านอุทัย พิมพ์ใจชน ว่าประชาธิปไตยกินได้และรัฐธรรมนูญกินได้
ผมเองอยากจะฝากประเด็นเกือบจะสุดท้ายนะครับ เปึนประเด็นในการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ มีเพื่อนสมาชิกหลายคนได้พูดไปแล้วในเรื่องของการแก้ไข ในมาตรา ๑๙๐ ด้วยเวลาที่จํากัด ผมคงไม่พูดซ้ํา แต่ก็สนับสนุนครับว่าให้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๙๐ เพราะว่าวันนี้การปฏิบัติงานของฝ์ายราชการเอง หรือฝ์ายรัฐบาลเองปฏิบัติงานได้อย่างยากลําบาก แม้ว่าบางคนจะบอกว่าไปเขียน พระราชบัญญัติเพิ่มเติมเปึนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญสิ แล้วก็กําหนดไปให้ ชัดเจนว่ากฎหมายฉบับใดบ้าง กรอบแบบใดบ้างที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ของรัฐสภาแห่งนี้ แต่ผมก็บอกครับว่าไม่มีพระราชบัญญัติฉบับไหนในประเทศนี้ที่มัน จะใหญ่ไปกว่ารัฐธรรมนูญ เมื่อรัฐธรรมนูญยังบัญญัติเอาไว้อย่างนี้ ผมเชื่อครับว่าไม่มี ข้าราชการคนไหน แม้กระทั่งฝ์ายบริหารคนไหนที่จะกล้าดําเนินการนอกกรอบ ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐
เรื่องที่สองครับ เรื่องของเขตเลือกตั้ง เขตใหญ่กับเขตเล็ก เพื่อนสมาชิกพูด ถึงข้อดี ข้อเสียมากมายครับ เรื่องของเขตใหญ่ เขตเล็ก ผมต้องย้อนประวัติศาสตร์ ก่อนป้ ๒๕๔๐ ประเทศไทยใช้การเลือกตั้งแบบเขตใหญ่ครับ แล้วหลังจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ประเทศไทยใช้การเลือกตั้งแบบเขตเล็ก หลังจากนั้น รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ กลับไปใช้แบบเขตใหญ่อีกครับ เงื่อนไขบนเส้นทางระยะเวลา ที่ผ่านมานี่เงื่อนไขนี้เงื่อนไขเดียวเท่านั้นละครับ ปัองกันการซื้อเสียงก่อนจะมีการร่าง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็บอกว่า ต้องการให้เปึนเขตเล็ก เพราะว่าเขตใหญ่สู้ผู้มีอิทธิพล ไม่ไหว สู้ผู้มีเงินทุนหนาไม่ไหว จึงทําให้เปึนเขตเล็กเสีย วันนี้เปึนเขตเล็กก็แก้ให้เปึน เขตใหญ่ด้วยเงื่อนไขเดียวกัน เงื่อนไขที่ว่าต้องการแก้ไขปัญหาการซื้อเสียง เมื่อจุดประสงค์และเงื่อนไขเดียวกันผมคิดว่าเราอย่าไปสนใจเลยครับว่าเขตใหญ่ หรือเขตเล็ก ไปดูที่ที่มาของการได้มาซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดีกว่า ที่มาจาก คณะกรรมการการเลือกตั้งดีกว่า ท่านประธานครับเหลืออีก ๗ วินาที ผมบอกกับ ท่านประธานว่าเวลาของพรรคชาติไทยพัฒนานี้ยังเหลืออีกพอสมควร ผมขอพูดต่อแล้วขอ อนุญาตตัดเวลาจากพรรคชาติไทยพัฒนาครับ ในประเด็นเขตเล็กหรือเขตใหญ่อยู่ที่ ปัญหาของการซื้อเสียงเพราะฉะนั้นต้องไปแก้ที่ต้นทางของปัญหาครับ ไปดูว่าจะหา วิธีการแก้ไขปัญหาการซื้อเสียงได้อย่างไร การแก้ไขท่านดูเถอะครับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กกต. ชุดแรก กกต. ของท่านยุวรัตน์ กมลเวชช ผู้คนหวาดกลัว นักการเมืองหวาดกลัว ต่อการซื้อเสียงครับเพราะว่ามีการเอาจริงเอาจัง ท่านคงจะเห็นมีการเลือกตั้งซ้ําแล้วซ้ําเล่า บางเขตเลือกตั้งเลือกตั้งกันแล้ว ๕ ครั้ง ๖ ครั้ง ๗ ครั้ง เพื่อที่จะได้มาซึ่งบุคคลที่ปราศจาก ข้อหาของการซื้อเสียง นี่ต่างหากครับคือประเด็นของเขตเล็กหรือเขตใหญ่ นี่ต่างหากครับ คือประเด็นของการแก้ไขปัญหาเรื่องการซื้อเสียงไม่ใช่จะมาเลือกว่าจะเอาเขตเล็กหรือจะ เอาเขตใหญ่ การปัองกันปัญหาการซื้อเสียงต้องปัองกันจากต้นเหตุ ต้องปัองกัน จากต้นทางครับ ผมเสนอเอาไว้ ๒ ประเด็นในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญก็คือมาตรา ๑๙๐ แล้วก็ประเด็นของการได้มาซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง นั้นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม ด้วยความสุจริตและด้วยความขาวสะอาด
ท้ายที่สุดผมคงไม่ฝากคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ เพราะว่าหน้าที่ของท่านจบแล้ว สิ่งที่ผม กําลังจะฝากต่อไปนี้ผมกําลังจะฝากเพื่อนสมาชิกทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องนี้ทุกคนครับ ความสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นได้ ท่านไม่ต้องไปเรียกร้องที่ไหนหรอกครับ ท่านเรียกร้องจากเพื่อนสมาชิกในห้องนี้ล่ะครับ เมื่อสักครู่นี้พวกเรากําลังพูดคุยกันถึงเรื่องของความสมานฉันท์ ฝ์ายหนึ่งก็ลุกขึ้นมา บอกว่าที่เขาต้องเกณฑ์ผู้คนออกไปชุมนุมต่อต้านรัฐบาลนี้ก็เพราะว่ามันมีต้นเหตุมาจาก กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งได้ทําเปึนเยี่ยงอย่างเอาไว้ก่อน ฝ์ายรัฐบาลก็ลุกขึ้นมาโต้ตอบว่าไม่ใช่ ไม่ใช่กลุ่มคนนั้นเปึนจุดเริ่มต้น จุดเริ่มต้นไปอยู่โน่นครับที่จังหวัดเชียงใหม่ ผมคิดว่า การฟุ๋นฝอยหาตะเข็บแบบนี้ไม่เปึนการสมานฉันท์ และท่านไม่ต้องไปเรียกร้อง ความสมานฉันท์ที่ไหนเลยครับ ถ้าความสมานฉันท์ยังไม่เกิดขึ้นในห้องประชุมแห่งนี้ ผมฝากท่านประธานผ่านไปถึงเพื่อนสมาชิกในห้องประชุมแห่งนี้ทุกคนว่าท่านอยากจะ เห็นความสมานฉันท์เกิดขึ้นไม่ต้องไปเริ่มที่ไหนหรอกครับ เริ่มต้นที่ตัวท่านก่อน กราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปคุณนิยม ช่างพินิจ ๑๐ นาที เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้เองผมต้องขอขอบคุณท่านประธาน ที่บรรจุในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญ ก่อนอื่น ต้องขอขอบพระคุณ โดยเฉพาะทางคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีความตั้งใจ ที่ความแตกแยกในสังคมที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ จากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน ที่ทุกฝ์าย ทุกพรรค โดยเฉพาะท่านทางวุฒิสภาก็ดี ที่มาเปึนตัวตั้งตัวตีที่จะแก้ แต่สิ่งที่ ผมอยากจะพูดและจะสะท้อนปัญหาของความแตกแยกในสังคมทุกวันนี้รู้สึกร้าวลึก ไปถึงรากหญ้า และสิ่งสําคัญยิ่งไปกว่านั้นอีกผมยังไม่มีความมั่นใจว่าทางรัฐบาลเอง โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีที่มาตัดสินใจชัดเจนว่าจะแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นถือว่าเปึนกฎหมายสูงสุดในการบริหารประเทศ และสิ่งที่สําคัญ นั้นผมเชื่อได้ว่าในเรื่องของการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ไม่สามารถที่จะแยกออกจากกันได้ และผมถามท่านประธานนะครับว่าวันนี้การเมืองมีเสถียรภาพมากน้อยแค่ไหน เพราะวันนี้ ถ้าบอกว่าการเมืองมีเสถียรภาพก็ไม่จําเปึนต้องแก้นะครับ แต่ถ้าบอกว่าการเมืองวันนี้เอง ต้องยอมรับว่าไม่มีเสถียรภาพ ปัญหาที่จะตามมาคือปัญหาเศรษฐกิจ และสิ่งสําคัญ ที่น่าจะเปึนห่วงแล้วก็หนักใจมากก็คือปัญหาเรื่องของสังคมที่เห็นอยู่ทุกวันนี้นะครับ ที่เกิดความแตกแยก มี ๒ ฝ์าย ๓ ฝ์าย ผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบว่าสิ่งสาเหตุสําคัญ ที่ว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นี้ ต้องการให้การเมืองเข้มแข็งมีเสถียรภาพ และโดย ข้อเท็จจริงจากป้ ๒๕๔๐ โดยเฉพาะรัฐบาลของพรรคไทยรักไทยที่ดําเนินการบริหาร ประเทศมา ต้องย้อนอดีตไปว่าเศรษฐกิจเปึนอย่างไร ข้าวปลาพี่น้องประชาชนเปึนอยู่ อย่างไร นี่คือบ่งบอกถึงการเมืองมีเสถียรภาพ และหลังจากวันที่ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ หลังจากมีการรัฐประหาร แล้วเหตุการณ์เปึนอย่างไร ก็มี คมช. ช่วยกันร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ขึ้นมา ป้ ๒๕๕๐ แล้วเปึนอย่างไร เพราะวันนี้เองสังคมที่เกิดความแตกแยกนี่ ผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบเลยว่า สิ่งที่สําคัญเลยคือกระบวนของความยุติธรรม วันนี้เอง ถ้าเราหาความยุติธรรมในสังคมไม่ได้ ผมเชื่อได้ว่าความแตกแยกในสังคมนี้ ก็จะเกิดขึ้น เพราะถามว่ารัฐธรรมนูญนี้มีส่วนที่จําเปึนไหม จําเปึน เพราะถือว่าเปึนกฎ กติกาที่เหนือสุดในการบริหารประเทศที่เราจะต้องยึดหลักกรอบตรงนี้ แล้วกติกาตรงนี้ ผมเชื่อได้ว่าก็เปึนสิ่งสําคัญ ถ้ากติกานี้เอื้อให้กับกรรมการในการตัดสิน โดยเฉพาะองค์กร อิสระอีกหลาย ๆ องค์กร เพราะการตัดสินออกมานี้สังคมเขามองนะครับ เขามองว่าการ ตัดสินนี้ไม่มีความยุติธรรม อย่างนี้สังคมยิ่งไปกันใหญ่ เพราะฉะนั้นสาเหตุของปัญหานี้ ก็มาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมจะย้อนหลังไปหลังจากที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ถึงจะมีกฎหมาย มีการยุบพรรค แต่ในกฎหมายก็ไม่ได้เขียนระบุไว้เลยว่าจะต้องมีโทษ ถึงกรรมการบริหารพรรค แม้กระทั่งตัวหัวหน้าพรรค แต่กฎหมายก็ย้อนหลังเข้าไปให้มี การยุบพรรค แล้วสิ่งที่สําคัญก็ยุบกรรมการบริหารพรรค ตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค แม้กระทั่งหัวหน้าพรรค อันนี้เปึนสิ่งที่ผมพูดได้ว่าเปึนสิ่งที่เลวร้ายมาก ก็ทําให้เกิดความ แตกแยกในสังคมมาเรื่อย แล้วต่อมาเขียนเปึนกฎหมายชัดเจนเลยในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีการยุบพรรค และกรรมการบริหารพรรคถ้ามีส่วนเกี่ยวข้องต้องโดน พรรคพลังประชาชนก็ต้องโดน ไม่ใช่เฉพาะพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคมัฌชิมาธิปไตย อย่างนี้ละที่เปึนสาเหตุของปัญหา นี่คือสิ่งที่ผมบอกว่า มาตรา ๒๓๗ เรื่องของการยุบพรรคเปึนสิ่งที่สําคัญที่สุด และผมอยากจะมาเรียนถึงที่เพื่อนสมาชิก ได้พูดไป โดยเฉพาะ มาตรา ๑๙๐ ถือว่าเปึนสิ่งสําคัญมาก ผมในฐานะที่ได้มีโอกาส ไปเปึนวิปรัฐบาล ก็ทราบถึงสาเหตุปัญหาของมาตรา ๑๙๐ เพราะว่าการเจรจาตกลง การค้าแต่ละอย่าง โดยเฉพาะรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี (G To G) จะตกเจรจาขายสินค้ากัน แต่ละอย่าง ก็ทําไม่ได้ ทําลําบาก เพราะมีนัยสําคัญของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ผมถามสิว่าท่านประธานครับ ถ้าวันนี้เอง ถ้ากฎหมายมาตรา ๑๙๐ นี้ไม่มี แล้วผู้บริหาร มีความจริงใจ ผมเชื่อว่าผู้บริหารทุกท่านมีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชน ราคาพืชไร่ ราคาข้าวคงไม่ตกต่ําอย่างนี้ เพราะสามารถที่จะนําไปขายตรงได้ โดยขายระบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี
มีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน วันนี้เองก็พูดถึงเรื่องเขตการเลือกตั้ง ผมก็ต้อง พูดสักนิด ก็สะท้อนว่าสาเหตุก่อนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปึนแบบรวมเขต แล้วต่อมาเปึน เขตเดียวเบอร์เดียว ผมถามเถอะครับท่านประธานครับ วันนี้เองเราพยายามที่จะพัฒนาปฏิรูปการเมือง ผมถามสิว่าพัฒนาแบบเดินหน้าหรือถอยหลัง เมื่อก่อนเปึนแบบรวมเขตแล้วมาเปึน เขตเดียวเบอร์เดียว เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนมีสิทธิเลือกตั้งแบบวันแมน วันโหวต คือ มีสิทธิ ๑ คนก็เลือกได้ ๑ เสียง อย่างนี้เปึนต้น แต่ถ้าเราคิดดู ถ้าบางจังหวัดมี ส.ส. คนเดียวก็มีสิทธิเลือกได้แค่คนเดียว แต่บางจังหวัดมี ๕ คน ยกตัวอย่างจังหวัดพิษณุโลก อีก ๑ เขตมี ๓ คน อีก ๑ เขตมี ๒ คน อย่างนี้เปึนต้น พี่น้องประชาชนก็มีสิทธิที่จะเลือกได้ ๓ คน และอีกส่วนหนึ่งก็มีเลือกได้ ๒ คนอย่างนี้เปึนต้น นี่ผมอยากจะฝากไว้นะครับ เพราะว่าตรงนี้ถ้าเราจะพัฒนาปฏิรูปการเมืองให้เดินหน้า ผมคิดว่าถูกแล้วแบบวันแมน วันโหวต หรือเขตเดียวเบอร์เดียว และสิ่งที่สําคัญที่สุดครับที่ผมอยากจะสะท้อนปัญหา และความแตกแยกในสังคม วันนี้เองโดยเฉพาะมาตรา ๙๓ จะเปึนเรื่องของเขตเลือกตั้งยังไม่พอ นะครับ ท่านประธาน วันนี้ลงไปพื้นที่ลองถามพี่น้องประชาชนสิครับ รู้ไหมครับ ในระบบ ของสัดส่วนบัญชีรายชื่อ กลุ่มจังหวัดมี ๘ จังหวัด มีกลุ่มอะไรบ้าง อยู่จังหวัดอะไรบ้าง พี่น้องประชาชนไม่รู้ แต่ในฐานะที่เราเปึนตัวแทนคนทั้งประเทศท่านประธาน เราก็ควรจะ เปึนแบบรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ คือไม่ใช่ว่าแบ่งเปึนกลุ่มจังหวัด เพราะทําให้พี่น้องสับสน อย่างนี้เปึนสิ่งที่สําคัญมาก ก็คงจะฝากไว้และคงจะไม่รบกวนเวลามาก และสิ่งที่สําคัญ ผมบอกเลยว่ารัฐธรรมนูญนี้สมควรแก้และผมพร้อมที่จะให้การสนับสนุน เพราะสิ่งที่ สําคัญที่สุดในการแก้รัฐธรรมนูญก็คือแก้กฎ กติกา และถ้ายิ่งไปกว่านั้นอีกในการแก้ กฎกติกาตรงนี้ สิ่งที่สําคัญก็คือว่าผู้ที่ปฏิบัติ ผู้ที่รักษากฎกติกาตรงนี้และก็ผู้ที่จะมาเปึน กรรมการในการตัดสิน ถ้าตัดสินอยู่บนบรรทัดฐานของความเปึนธรรม ความชอบธรรม ตรงนี้จะทําให้เกิดความสมานฉันท์และสังคมก็จะไม่เกิดความแตกแยก ผมจะยกตัวอย่าง ง่าย ๆ ท่านประธานเคยดูมวยสากลสมัครเล่นไหมครับ จะมีกรรมการอยู่ ๓ คน ๓ คนนี้ ต้องกดพร้อมกันคะแนนถึงจะขึ้น แต่บางทีกดคนเดียว กด ๒ คน อีกคนไม่ยอมกด คะแนน มันก็ไม่ขึ้น นี่ก็คือกระบวนการตัดสิน แต่ผมถามท่านประธานครับ คนดูคือพี่น้อง ประชาชนเขามองอยู่ เขามองอยู่ว่ากรรมการทําไมฝ์ายแดงชกคะแนนทําไมไม่ขึ้น อย่างนี้ ก็เพราะกรรมการมันต้องกด ๓ คนพร้อมกัน ตรงนี้บ่งบอกถึงรัฐธรรมนูญฉบับนี้บ่งบอก ให้กรรมการในกระบวนการตัดสินมีช่องทางที่จะให้ความชอบธรรมและให้ความไม่เปึน ธรรมต่อผู้ที่ปฏิบัติได้ ก็คงฝากไว้ท่านประธานครับ ขอบพระคุณมากครับ
ต่อไปท่านวรินทร์ เทียมจรัส ครับ ๘ นาทีครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวรินทร์ เทียมจรัส สมาชิกวุฒิสภา ประเภทสรรหา ภาคเอกชน รองประธานคนที่ ๔ ของคณะกรรมาธิการสามัญศึกษาบังคับใช้รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และในฐานะสมาชิกรัฐสภา การอภิปรายวันนี้ คงต้องอยู่ที่น้ําหนัก อยู่ที่รายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภา คงจะเอาเรื่องอื่นมาพูดไม่ได้ เพราะเปึนเรื่องที่ ไม่งดงาม
คําถามข้อแรกที่ผมตั้งก็คือว่า คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีคําตอบหรือมีวิธีการสมานฉันท์อย่างไร ประชาชนทุกภาคส่วนจะมีส่วนร่วมในการสร้างความสมานฉันท์ได้อย่างไร ภาครัฐ มีมาตรการในการสร้างความสมานฉันท์ได้อย่างไร ที่สําคัญที่สุดภาคการเมือง ภาคพรรคการเมืองเอง นักการเมืองเองมีมาตรการอย่างไรที่จะนําพาไปสู่การสมานฉันท์ หรือคิดว่าการเสนอเพียงแก้รัฐธรรมนูญแล้วจะสร้างความสมานฉันท์ได้ ยังไม่เห็นเลย นะครับ ตั้งแต่ตั้งคณะกรรมการมาและมาตรการทั้งหมดยังไม่เห็นเลยว่ามีการทํา ความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นมา
คําถามข้อที่สองนะครับ คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีคําตอบหรือมีวิธีการพัฒนาการเมืองอย่างไร หรือตั้ง กฎเกณฑ์ว่าประชาชนทุกภาคส่วนจะได้ประโยชน์จากการพัฒนาการเมืองอย่างไร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเมืองของพลเมือง ผมยังไม่เห็นนะครับว่านักการเมืองและพรรคการเมืองทําสิ่งนี้มาแล้วอย่างไรบ้าง แต่ที่เห็นแน่ ๆ นะครับ เมื่อเร็ว ๆ นี้ทั้ง ๒ สภาได้ผ่านกฎหมายเกี่ยวกับการปกครองท้องถิ่น ไป ๔ ฉบับ ผ่านไปโดยปลดวาระที่ห้ามการดํารงตําแหน่งเกิน ๒ วาระออกไป ซึ่งรัฐบาล และภาคพลเมืองเองก็ไม่ได้สนใจให้มีการกระทําประชาพิจารณ์ หรือการลงประชามติ ให้อํานาจผูกขาดอยู่ในตําแหน่งโดยชั่วฟัาดินสลาย ซึ่งอํานาจที่ว่านี้ไม่ได้เปึนเรื่อง การบริหารสาธารณะหรือการแก้ปัญหาในท้องถิ่น เปึนการต้องห้ามตามมาตรา ๒๘๑ และจะเปึนการต้องห้ามตามมาตรา ๑ คือการแบ่งแยกราชอาณาจักร ซึ่งผมได้เห็นว่า เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ต้องมีการพัฒนาทางการเมือง โดยการตรวจสอบการออกกฎหมาย จึงได้ส่งเรื่องนี้ไปให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อทําการ ชี้ขาดว่ากฎหมายทั้ง ๔ ฉบับที่ผ่านไปแล้วนั้น โดยไม่ให้น้ําหนักของประชาชน ผิดกฎหมายหรือไม่ ผมได้ความจริงจากอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นตอนที่มา ชี้แจงเรื่องงบประมาณว่า กฎหมายฉบับนี้ไม่มีการประชาพิจารณ์ ไม่มีการลงประชามติ เพียงแต่สอบถามตัวแทนขององค์กรทั้ง ๔ องค์กรว่ามีมติให้ถอด ๒ วาระนี้ออก และสภา ทั้ง ๒ สภาก็ถอดวาระออกและผ่านเปึนกฎหมาย
คําถามข้อที่สามคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เสนอประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กระผมมีข้อสงสัย และมีคําถามในใจมากมายนะครับ วุฒิสภาได้ตั้งคณะกรรมการศึกษาขึ้นมาใช้เวลา ประมาณป้เศษ มีสมาชิกวุฒิสภาเปึนกรรมการอยู่ ๔๐ กว่าคน มีการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้รู้เรื่องรัฐธรรมนูญมาชี้แจง เรายังหาข้อยุติ หาข้อสรุปมิได้ จึงเห็นว่าไม่เปึนการ สมควรและเปึนการไม่เหมาะสมที่จะมีการแก้รัฐธรรมนูญขณะนี้ ข้อเสนอการแก้ รัฐธรรมนูญของสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้สามารถทําได้หรือไม่ ผมเห็นว่าคําตอบอยู่ที่ มาตรา ๑๒๒ ที่ข้อความว่า จะทําหน้าที่โดยซื่อสัตย์สุจริตไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือประโยชน์ส่วนตัว และคําตอบอยู่ที่มาตรา ๑๒๓ ที่ว่าจะรักษาไว้และปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ การเสนอแก้รัฐธรรมนูญก็คือการล้มล้าง รัฐธรรมนูญไม่ให้มีการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ การเสนอเพิ่มวาระการอยู่ในอํานาจก็คือ ประโยชน์ทับซ้อน การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑ (๒) ทําได้หรือไม่ กระผมเห็นว่า มาตรา ๒๙๑ (๒) นั้นทําได้ภายใต้ข้อจํากัดแห่งมาตรา ๑๒๒ และมาตรา ๑๒๓ ไม่ใช่ สมาชิกแห่งสภานี้จะนึกจะทําอะไรก็ได้ และที่สําคัญที่สุดก็คือว่าการเสนอร่างกฎหมาย ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นสภาแห่งนี้ไม่ควรจะต้องทําได้ เนื่องจากว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน ข้อเสนอทั้ง ๖ ประการที่มีการเสนอเข้ามานั้น
ข้อที่ ๑ ว่าจะมีการแก้รัฐธรรมนูญนั้น ผมเห็นว่าเปึนเรื่องที่สภาคิดเอาเอง สภาไม่เคยถามประชาชนเลยว่าจะแก้หรือไม่แก้ ไม่มีการลงประชามติ ไม่มีการประชา พิจารณ์ ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก่อนจะบังคับใช้ก็มีการลงประชามติ
ข้อ ๒ ข้อเสนอการแก้ไขเปึนประโยชน์ทับซ้อน และเปึนประโยชน์โดยตรง ของนักการเมือง และพรรคการเมืองโดยตรง และเปึนเรื่องที่มิใช่ประโยชน์ส่วนรวมของ ปวงชนชาวไทยที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๒๒ และมิใช่เพื่อประโยชน์ของประเทศ และประชาชนตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๒๓
ข้อที่ ๓ ในมาตรา ๑๙๐ นั้น จากการศึกษาเราพบว่าไม่มีความจําเปึนต้อง แก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เพราะในมาตรา ๑๙๐ นั้นมีทางออกแล้ว คือการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญมาตรานี้ ซึ่งกฎหมายปัจจุบันถึงวันนี้ก็ล่วงเลยมา ป้กว่าแล้วยังไม่ได้ออก ส่วนมาตรา ๒๓๗ นั้นเปึนหลักสําคัญทางนิติศาสตร์ และหลัก สําคัญทางอาชญาวิทยา เพื่อเปึนการพัฒนาการเมืองบนพื้นฐานปรัชญาความเชื่อที่ว่า การเมืองที่สุจริตและเที่ยงธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ การกระทําความผิด ตามมาตรา ๒๗๓ ถือเปึนการประกอบอาชญากรรมทางการเมือง มิใช่การประกอบอาชญากรรมธรรมดา จึงไม่อาจนําเรื่องเจตนาในกฎหมายอาญาทั่วไป มาบังคับได้ เนื่องจากว่าการประกอบอาชญากรรมทางการเมืองนั้น ได้สร้างความเสียหาย รุนแรงให้เกิดขึ้นกับประเทศและประชาชนโดยรวมมากกว่าผู้ร้ายที่ทําการปล้นทรัพย์ หรือข่มขืนกระทําชําเรา รวมถึงการโทรมหญิงด้วยซึ่งเปึนโทษธรรมดา เนื่องจากการได้รับ การเลือกตั้งโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรมตามกฎหมายเลือกตั้ง ถือว่าเปึนการได้อํานาจ อธิปไตยของรัฐในการบริหาร ในนิติบัญญัติและตุลาการโดยไม่ชอบ จึงจําเปึนที่ให้ ผู้กระทําความผิด ผู้สนับสนุน ผู้รู้เห็นเปึนใจ หรือผู้ปล่อยปละละเลยต้องรับโทษด้วยกัน ทั้งหมด หลักการอันนี้มีมาแต่โบราณแม้ในกฎหมายลักษณะโจรเองก็กําหนดให้เอาผิดกับ องคโจร ผู้สมโจร ครูโจร ญาติของโจร รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปล่อยปละละเลยด้วย ซึ่งปรากฏอยู่ในกฎหมายโจรห้าเส้นด้วย ซึ่งหลักการนี้ไม่ใช่เปึนหลักการใหม่ ปัจจุบัน ก็มีกฎหมายเด็ดขาดอีกหลาย ๆ ฉบับ ที่กําหนดให้ผู้ที่ร่วมหรืออยู่ในกระบวนการกระทํา ความผิดต้องรับโทษร่วมด้วย ในทางการเมืองนั้นเราถือว่าผู้ที่อยู่ในกระบวนการกระทํา ความผิดกฎหมายเลือกตั้งนั้น ถือเปึนผู้ร่วมประกอบอาชญากรรมทางการเมือง และผมเห็นว่าจะเปึนการสมควรอย่างยิ่งที่จะเพิ่มโทษสําหรับตัวการผู้กระทําความผิด ถึงจําคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตเพื่อไม่ให้เหลือเชื้อความต่อไป ถ้าจะให้การ สมานฉันท์เปึนประโยชน์และมีคุณธรรมผมคิดว่าเราต้องคง มาตรา ๒๓๗ ไว้ ขออนุญาต นิดหนึ่งนะครับ ช่างทองที่จะทําทองเขาจะต้องไล่ขี้ทองออกไปก่อน แล้วก็ถึงขึ้นรูปทอง เปึนทองรูปพรรณเนื้อเก้า การเมืองก็เช่นกันจําเปึนต้องมีกระบวนการเข้าสู่อํานาจรัฐ ต้องทําให้มีความสุจริตและเที่ยงธรรม พรรคการเมืองที่รู้เห็นเปึนใจก็ควรจะต้องรับโทษ ไปด้วย ผมคิดว่าหลายคนตั้งข้อสังเกต ข้อรังเกียจว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ควรจะเปึน รัฐธรรมนูญแต่ทุกคนก็มาสู่สภานี้ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณสกลธี ภัททิยกุล ๑๐ นาที เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสกลธี ภัททิยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานคงทราบดี ครับที่ผ่านมา ๒-๓ ป้ มีความขัดแย้งและแตกแยกในความคิดของคนในประเทศไทย อย่างไม่เคยเปึนมาก่อน และปัญหาดังกล่าวได้ขยายลุกลามไปจนทั่วทุกภาคของประเทศไทย มีการแบ่งฝักแบ่งฝ์ายกันอย่างชัดเจนและไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน จึงนําไปสู่การชุมนุมต่อต้านขับไล่ประท้วงรัฐบาลหลายชุดจากหลายกลุ่มบุคคลจนเกิด วิกฤติความรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งกระทบต่อภาพลักษณ์ และเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมเปึนอย่างมาก ท่านประธานครับที่ผ่านมาได้มีบุคคล และกลุ่มบุคคลหลายกลุ่ม ล้วนแล้วแต่โยนความผิดของวิกฤติความรุนแรงที่ผ่านมานั้น ว่ามีต้นเหตุมาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ทั้งนี้โดยอ้างว่าเปึนผลพวงมาจากบทบัญญัติ และการบังคับใช้ของรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว จนนําไปสู่ข้อสรุปของคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ท่านดิเรก ถึงฝัืง เปึนประธานนะครับ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน โดยคณะกรรมการประกอบไปด้วย ส.ส. ทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล และ ส.ว. รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิได้เสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างเร่งด่วน ๖ ประเด็น ซึ่งผมจะได้กล่าวต่อไป โดยเหตุผลในการเสนอแก้ไข ของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญชุดนี้ ได้ให้เหตุผลว่า เพื่อเปึนการแก้ไขและลดความขัดแย้งเฉพาะหน้าในสังคมอันจะนําไปสู่ การสมานฉันท์และแก้วิกฤติในชาติได้อย่างรวดเร็วนะครับ ในส่วนตัวของผมต้อง ขออนุญาตว่าผมไม่เห็นด้วยเลยอย่างยิ่งกับข้อสรุปของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการ ปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญชุดนี้ ที่สรุปว่าให้มีการเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพราะตัวผมเองไม่คิดว่าลําพังเพียงแค่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จะทําให้ บ้านเมืองของเรากลับเข้าสู่ภาวะปกติ ประชาชนในชาติกลับมาสู่ความสมานฉันท์กัน ช่างง่ายดายอย่างนั้นเลย เพราะความคิดของผมคิดว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ค่อนข้าง มีความสมบูรณ์อยู่ในตัวเองอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าปัญหาเกิดขึ้นจากตัวของบุคคลมากกว่า ที่ไม่ยอมรับผลของกฎหมาย โดยในประเด็นของการยอมรับการมีส่วนร่วมของประชาชนนะครับ ผมคิดว่า คณะกรรมการชุดนี้ก็ยังทําได้ไม่ดีนักนะครับ ทุกท่านคงทราบว่าคณะกรรมการชุดนี้ ก็ประกอบไปด้วยทางฝ์ายการเมืองแล้วก็บุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางการเมืองทั้งสิ้น แต่ว่าไม่มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนโดยตรงเลย ต้องอย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ตอนบังคับใช้ได้มีการออกเสียงประชามติของประชาชนชาวไทยเกือบ ๑๕ ล้านเสียง ที่เห็นชอบให้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ใช้ เพราะฉะนั้นทางคณะกรรมการ ควรจะต้องให้เกียรติเสียงทั้งเกือบ ๑๕ ล้านเสียงด้วยให้มีความส่วนร่วม ซึ่งจะเปึนทางใด ก็ตามนะครับ เพราะเนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายสูงสุดของชาติ เพราะฉะนั้น ในการแก้ไขหรือว่าการคิดที่จะปรับปรุงพัฒนาควรจะต้องฟังความคิดเห็นจากประชาชน ทุกภาคส่วนอย่างวงกว้างให้มาถกเถียงสาธารณะกัน ไม่ใช่เปึนการกระทํากันเอง ของนักการเมืองครับ ส่วนประเด็นที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะแก้ไขมี ๖ ประเด็น ซึ่งหลายท่านก็คงได้กล่าวไปแล้ว และในวันพรุ่งนี้ก็มีท่านสมาชิกทั้ง ส.ส. ส.ว. ก็คงจะได้กล่าวเพิ่มเติม ผมคง ไม่ลงรายละเอียดนะครับ แต่ว่าจะพูดคร่าว ๆ ว่าจะมีประเด็นใดบ้าง
ประเด็นแรก ก็คือมีประเด็นเรื่องการยุบพรรคการเมืองและการเพิกถอน สิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคนะครับ
ประเด็นที่สอง ก็คือที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ประเด็นที่สาม คือที่มาของสมาชิกวุฒิสภา
ประเด็นที่สี่ คือประเด็นการทําหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบ จากรัฐบาล
ประเด็นที่ห้า การดํารงตําแหน่งทางการเมืองของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ประเด็นที่หก สุดท้ายคือประเด็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับ ประชาชน
ท่านประธานจะเห็นได้เลยนะครับว่า เกือบทุกประเด็นทั้งหมดที่ทาง คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสนอให้ แก้ไขเปึนการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาเท่านั้น ทางประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศแทบจะไม่ได้รับผลประโยชน์จากการแก้ไข ทั้ง ๖ ประเด็นดังกล่าวได้เลย นี่จะให้ประชาชนเขาไม่ระแวงสงสัยได้อย่างไรครับว่า เปึนการกระทําการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มเล็ก ๆ เฉพาะทางฝ์าย การเมืองเท่านั้นเอง ผมขออนุญาตยกตัวอย่างผลสํารวจสัก ๒-๓ สํานัก เกี่ยวกับ เรื่องความคิดเห็นของประชาชนกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้นะครับ
อันแรกเปึนการสํารวจตัวอย่างของสํานักวิจัยเอแบคโพล (ABAC Poll) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปึนการสํารวจประชาชนพี่น้องคนไทยใน ๑๗ จังหวัดทุกภาค ทั่วประเทศนะครับ เมื่อเดือนพฤษภาคมป้นี้เองครับ ปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่ ถึงร้อยละ ๗๓.๓ เปอร์เซ็นต์เห็นว่ากลุ่มนักการเมืองหรือกลุ่มที่เสียอํานาจ เปึนกลุ่มคนที่ จะได้รับประโยชน์จากการแก้ไขรัฐธรรมนูญในปัจจุบัน มีเพียงร้อยละ ๒๔.๒ เท่านั้นครับ ท่านประธานที่เห็นว่าประชาชนจะได้ประโยชน์จากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเมื่อถามถึง ความกังวลต่อผลที่จะตามมาหลังจากแก้ไขแล้ว ร้อยละ ๕๗.๗ ยังกังวลว่าการแก้ไข รัฐธรรมนูญเพื่อเอื้อกับประโยชน์กับคนบางกลุ่มยังทําให้บ้านเมืองยังเกิดความวุ่นวาย จะเปึนต้นเหตุให้ประชาชนต้องออกมาทะเลาะเบาะแว้งกันตามท้องถนนอีก
ส่วนประเด็นสําคัญที่ทางเอแบคโพลได้ทําเขาได้สอบถามถึงผู้ตอบ แบบสอบถามว่า ถ้าท่านเปึนคนหนึ่งซึ่งมีอํานาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญท่านจะแก้ไข หรือไม่ แค่ ๑๙.๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ที่ตอบว่าจะทําการแก้ไขในทันที มีถึง ร้อยละ ๔๔.๔ บอกว่าจะแก้แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ เพราะไม่ใช่ปัญหาสําคัญ แล้วก็ ร้อยละ ๓๖.๓ จะไม่แก้อะไรเลยเพราะคิดว่ามันดีอยู่แล้ว นี่คือตัวอย่างของเอแบคโพล นะครับ ลองมาดูอีกสักการสํารวจนะครับ เปึนการสํารวจความคิดเห็นจากของศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพนะครับ หรือกรุงเทพโพลเปึนการสุ่มตัวอย่างจากบุคคล ในกรุงเทพมหานครทุกสาขาอาชีพเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี่เองนะครับ เกี่ยวกับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ พบว่าร้อยละ ๕๓.๓ ไม่ต้องการให้เร่งรีบดําเนินการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ อยากให้ทําด้วยความรอบคอบนะครับ มีเพียงร้อยละ ๔๑.๗ เท่านั้นที่อยากจะให้แก้ไขภายในสมัยประชุมสภานี้นะครับ นอกจากนั้นร้อยละ ๕๐ ยัง เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่สามารถยุติความขัดแย้งในสังคมได้เลย ระหว่างประชาชนในชาติ มีเพียงร้อยละ ๒๖.๕ เท่านั้นที่เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้จะนําประเทศกลับมาสู่ความสมานฉันท์ โดยท้ายของผลสํารวจของ กรุงเทพโพลยังได้กล่าวหมายเหตุประกอบด้วยว่า ต้นเหตุของความขัดแย้งของคนในชาติ ประชาชนเขาคิดว่าเกิดจากตัวบุคคลไม่ได้เกิดจากตัวบทกฎหมายแต่อย่างใด อีกทั้งความ ขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมในปัจจุบันนี้ได้ไปไกลเกินกว่าที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะช่วยได้ ท่านประธานครับ จากผลสํารวจดังกล่าวครับท่านประธาน ย่อมชี้ให้เห็นถึงความรู้สึก นึกคิดของประชาชนกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งกระผมส่วนตัวก็ไม่เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ประชาชนจะได้ประโยชน์ อะไร เพราะว่าเรามีปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม อีกมากมายที่ต้องการการแก้ไข อัตราคน ว่างงานถึงแม้จะลดลงจากป้ ๒๕๕๑ ภายหลังที่ท่านอภิสิทธิ์มาเปึนนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ว่าคนว่างงานก็ยังมีอีกหลายแสนคนนะครับ ต่างชาติก็ยังคงไม่เชื่อมั่นกับประเทศไทย การลงทุนจากต่างชาติก็ยังน้อยอยู่ ท่านกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ยังต้อง ทํางานหนักต่อไปนะครับ อีกทั้งยังไม่มีใครรับรองได้ว่าเมื่อเราแก้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้วประชาชนในชาติที่เผชิญความแตกแยกอยู่จะกลับมาสมานฉันท์กันเหมือนเดิม แต่ในทางกลับกันครับ กลับจะยิ่งแตกแยกกันมากขึ้นถ้าประชาชนเขาเชื่อว่าเราจะแก้ รัฐธรรมนูญเพื่อตัวของพวกเราเอง พวก ส.ส. ส.ว. จะทําให้ประชาชนไม่พอใจ และอาจจะ นําไปสู่การต่อต้านอย่างรุนแรงนะครับ อย่างไรก็ตามที่ผมได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่ใช่ว่า ผมจะไม่เห็นด้วยเลยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพราะเราก็ต้องยอมรับว่า บทบัญญัติกฎหมายป้ ๒๕๕๐ ถึงแม้ว่าจะเปึนบทบัญญัติที่ดี แต่ว่าในบางมาตราก็ยังมี ปัญหาในการบังคับใช้อยู่ ซึ่งไม่มีกฎหมายฉบับใดครับที่จะมีความสมบูรณ์แบบ ไปเสียทั้งหมด เพียงแต่สถานการณ์ในปัจจุบัน ณ ขณะนี้ กระผมคิดว่าการแก้ไข รัฐธรรมนูญยังไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน แล้วก็ไม่ใช่การแก้วิกฤติความแตกแยกของคนในชาติ หากแต่มีปัญหาอีกมากมายที่รอการแก้ไขอยู่ เช่น ปัญหาเศรษฐกิจที่ผมได้กล่าว ไปก่อนหน้านี้แล้ว ที่สําคัญที่สุดครับ อายุของรัฐบาลเพิ่งจะผ่านไปไม่ถึงครึ่งเทอมครับ ยังมีเวลาอีกตั้ง ๒ ป้กว่านะครับ เราจะรอให้รัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ลุล่วงไปก่อน แล้วก็รอไปช่วงสุดท้ายปลายป้ของรัฐบาลค่อยแก้ก็ยังไม่สายนะครับ
ในขณะนี้ส่วนตัวผมเองก็ขอสรุปว่าตัวผมยังไม่เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๒๕๐ จะเปึนทางออกของประเทศไทย แล้วคิดว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ไม่เปึน อุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศไทย แล้วก็ไม่ใช่เปึนตัวต้นเหตุวิกฤติ ความขัดแย้งของประชาชนในสังคมไทย ขอบคุณครับท่านประธาน
คือเราก็ได้อภิปรายมาพอสมควร แต่ว่าผู้ที่จะตอบประเด็นปัญหา คือท่านประเสริฐ ชิตพงศ์ จะขอชี้แจง แต่ก่อนจะชี้แจง ผมจะเรียนให้ที่ประชุมทราบว่าเราได้ผ่านการอภิปรายไปแล้ว ๔ ชุด ต่อไปเปึนชุดที่ ๕ มีรายชื่อดังต่อไปนี้ เตรียมตัวด้วยครับ คุณสถาพร มณีรัตน์ ท่านยุทธนา ยุพฤทธิ์ ท่านชุมพล จุลใส ท่านปานหทัย เสรีรักษ์ ท่านสมชาย แสวงการ ท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ท่านเรวัต สิรินุกุล ท่านสาย กังกเวคิน ท่านศุภชัย ศรีหล้า เชิญท่านประเสริฐสัก ๑๐ นาที ก็ได้ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดสงขลา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา แล้วก็ในฐานะที่เปึนกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วก็ได้รับมอบหมายให้เปึนอนุกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษา แนวทางการปฏิรูปการเมือง ขออนุญาตท่านประธานที่จะขอแสดงความเห็น ต่อการอภิปรายต่าง ๆ ที่ผ่านมาจนถึงเวลานี้ก็ขออนุญาตเรียนว่าในคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราได้มีความเห็น สอดคล้องกันอยู่ว่าความขัดแย้งของสังคมส่วนใหญ่ในขณะนี้ที่เปึนอยู่นั้น ก็คือมาจาก การเมืองที่เปึนอยู่ในปัจจุบันนี้ แล้วรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่เปึนประเด็นหลักของความขัดแย้ง ที่มีอยู่ในขณะนี้ อันนี้ประมวลจากสถานการณ์แล้วก็สภาพการณ์ต่าง ๆ ทีนี้การเมือง ที่จะต้องเปึนอยู่เราก็มองว่าอาจจะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงจนถึงขั้นที่เรียกว่า ปฏิรูปการเมือง ทําให้เรามีคณะอนุกรรมการชุดเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการปฏิรูป การเมืองขึ้นมาด้วยในคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการ แก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ ซึ่งในส่วนของการปฏิรูปการเมืองนั้นเราก็ได้มีการนําเสนอไว้แล้วใน รายงานว่าอย่างน้อยที่สุดน่าจะปฏิรูปการเมืองในแนวทางใดบ้าง ซึ่งอันนั้นไม่ใช่เรื่องทั้งหมดที่พูดถึง ที่ควรจะพูดถึงในเรื่องของการปฏิรูปการเมือง พูดไว้ เพียงบางส่วนเท่านั้นนะครับ แล้วก็สิ่งที่ได้นําเสนอไว้ก็คิดว่าเปึนเรื่องสําคัญที่จะไป สอดคล้องกับเรื่องของการที่ว่าแล้วเราจะปฏิรูปอะไร เรื่องสําคัญที่ต้องปฏิรูปก็คือเรื่องของ โครงสร้างทางการเมืองอย่างที่ปรากฏในรายงาน วัฒนธรรมทางการเมืองที่เปึนอยู่ บทบาทของภาคส่วนต่าง ๆ ทางการเมือง แล้วก็หลักนิติธรรมต่าง ๆ ที่นําเข้าไปสู่การเปึน นิติรัฐ ซึ่งตรงนี้เองเปึนหัวใจสําคัญที่เราคิดว่าเราต้องมาดูแลกันในเรื่องของการปฏิรูป การเมือง เพื่อที่จะให้สอดคล้องกับการที่ว่าเราจะลดความขัดแย้งลงหรือไม่ ประการใด เพราะอย่างที่ผมได้เรียนแล้วว่าความขัดแย้งนั้นเราวิเคราะห์กันแล้ว ก็คือมาจากเรื่องของ การเมืองที่เปึนอยู่ และรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ ทีนี้สิ่งที่เปึนปัญหาทางการเมือง และจนถึง การที่จะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในเรื่องทางการเมือง จนถึงขั้นที่จะต้องปฏิรูป ผมคิดว่าหลายเรื่องที่ท่านทั้งหลายได้กรุณาให้ความเห็นไปแล้ว และในประเด็นที่ทาง กรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้ให้ข้อสังเกตไปแล้วนั้น บางเรื่องรัฐบาลก็สามารถทําได้เลย โดยไม่จําเปึนที่จะต้อง ไปถึงขั้นแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วที่ฟังจากวันนี้หลายท่านก็ได้ยกประเด็นสําคัญ ๆ ขึ้นมา ซึ่งก็ไม่ใช่เปึนเรื่องที่จะต้องไปแก้รัฐธรรมนูญ มันเปึนเรื่องที่สามารถจะดําเนินการ ไปได้เลย ซึ่งก็ตรงกับที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ให้ความเห็นไว้แล้วด้วย เพราะฉะนั้นก็เลยมีความคาดหวังว่า บางประเด็น บางประการ เราคงจะต้องมาช่วยกันผลักดันให้เกิดการดําเนินการได้เลย โดยไม่ต้องรอที่จะต้องไปแก้รัฐธรรมนูญ เพราะว่ามันไม่ใช่เปึนเรื่องที่จําเปึนต้องไปแก้ รัฐธรรมนูญ เพียงแต่ต้องการผลักดันอย่างจริงจัง ทั้งในเรื่องโครงสร้าง ทั้งในเรื่อง วัฒนธรรมทางการเมือง ทั้งในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของภาคส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ เปึนต้นนะครับ อย่างไรก็ตามนะครับ ผมก็อยากเรียนว่าฟังวันนี้แล้วก็รู้สึกว่ายังมีการพูด ถึงการปฏิรูปทางการเมืองอยู่น้อย ส่วนใหญ่มุ่งไปที่จะต้องแก้รัฐธรรมนูญกันอย่างเดียว ซึ่งผมคิดว่าการแก้รัฐธรรมนูญอาจจะไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหาทั้งหมดที่มี ความขัดแย้งกันอยู่ การปฏิรูปการเมือง ทั้งการปฏิรูปนักการเมือง การปฏิรูป พรรคการเมืองและการปฏิรูปวัฒนธรรมทางการเมืองอะไรต่อมิอะไรต่าง ๆ คงจะต้องให้ ความสําคัญ แล้วก็เดินหน้าไป อาจจะล่วงหน้าด้วยซ้ําไป ล่วงหน้าการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตว่าหากท่านทั้งหลายได้ช่วยกันให้ความสําคัญ กับการปฏิรูปการเมือง ซึ่งน้ําหนักจะไปอยู่ที่พรรคการเมือง นักการเมือง และวัฒนธรรม ทางการเมืองก็น่าจะช่วยให้ความขัดแย้งต่าง ๆ ลดลงมาได้พอสมควร และส่วนการ แก้รัฐธรรมนูญที่พึงจะมีขึ้นก็อาจจะเปึนเรื่องจําเปึน แต่ว่าถ้าเราจะรอถึงกระบวนการ และขั้นตอนนั้น ซึ่งยังมีความเห็นขัดแย้งกันอยู่มันอาจจะช้าไปด้วยซ้ํา เพราะฉะนั้น ข้อสังเกตที่ผมอยากจะมีต่อการที่ได้รับฟังท่านทั้งหลายในวันนี้ และถ้าเปึนไปได้ ในวันพรุ่งนี้ที่เราจะพูดกันต่ออีก ๑ วัน ก็น่าจะเปึนเรื่องที่ควรจะให้ความสําคัญกับเรื่อง ของการปฏิรูปทางการเมือง เพื่อจะทําให้เกิดความสมานฉันท์ขึ้นมาได้ แล้วก็นําเข้าไปสู่ การปรับแก้รัฐธรรมนูญบางมาตรา ถ้าหากว่าประเด็นต่าง ๆ ที่เราพูดถึง ที่เปึนปัญหา ทางการเมือง และจําเปึนต้องปฏิรูปการเมืองนั้นมันเปึนประเด็นที่ว่าถ้าเราจะแก้ได้ต้องไป แก้รัฐธรรมนูญ ตรงนั้นละผมถึงคิดว่าเปึนประเด็นที่จะต้องให้ความสําคัญกับการแก้ รัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นก็เลยขอตั้งข้อสังเกตว่าอยากจะให้ท่านทั้งหลายได้ช่วยพูด ในเรื่องของปัญหาทางการเมืองของเราอยู่บ้าง ซึ่งปัญหาบางประการมันไม่ใช่เปึนปัญหา เรื่องรัฐธรรมนูญ และปัญหาบางประการก็อาจจะมีความเชื่อมโยงกับการที่จะต้องปรับแก้ รัฐธรรมนูญบ้าง แล้วเราถึงค่อยไปพูดกันว่า ถ้าอย่างนั้นต้องแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งจริง ๆ การทําหน้าที่ของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญนั้น เราเคยมองกันว่าความสมานฉันท์เปึนเรื่องสําคัญในภาวการณ์ขณะนี้ เราให้มันเปึนหัวของการแก้ปัญหาคราวนี้ ส่วนตรงกลางซึ่งหมายถึงเปึนตัวก็คือการปฏิรูป การเมือง แล้วกระดิกที่หัวก่อน แล้วตรงกลางก็จะเริ่มจะขยับ แล้วถึงค่อยไปดูที่ส่วนท้าย คือต้องไปแก้รัฐธรรมนูญไม่อย่างนั้นจะทําให้หัวกับตัวเคลื่อนตัวไม่ค่อยได้ ก็ต้องไปแก้ รัฐธรรมนูญ แต่ในสภาพความเปึนจริงที่เปึนอยู่ในขณะนั้น ในเวลา ๔๒ วัน ที่เราทํานั้น เรามองว่าการแก้รัฐธรรมนูญควรจะเปึนส่วนหาง ปรากฏว่าหางกระดิกแรงมากครับ หัวนี้ยังรู้สึกว่าเดี๋ยวละ เราระมัดระวังกันสักหน่อยก่อน ตรงกลางก็ต้องค่อย ๆ มาดู ประเด็นต่าง ๆ แต่หางนี้ พรึ่บพรั่บเลยนะครับ แล้วถึงเวลาเข้าที่เราจะต้องหาบทสรุป เราก็เลยต้องสรุปที่หางครับ คือแก้รัฐธรรมนูญ เราไม่ได้ไปปรับที่หัวเพื่อไปดูประเด็น สมานฉันท์ และเราไม่ได้ไปปรับที่ตัวว่าแล้วการเมืองต้องแก้อะไรบ้าง แล้วถึงค่อยไปให้ หางกระดิก แต่ปรากฏว่าหางมันกระดิกแรงไปหน่อย เพราะฉะนั้นมาถึงวันนี้ผมคิดว่า ในการอภิปรายกันตอนนี้ก็ยังเปึนเรื่องที่ยังอยู่ที่ส่วนหางนะครับ คือเปึนไปได้ไหมที่เราจะ ช่วยกันพูดส่วนหัวคือสมานฉันท์ ส่วนกลางคือตัว คือปฏิรูปการเมืองเสียก่อนแล้วบอกว่า ถ้าความสมานฉันท์และส่วนกลางคือตัวนี้จะทําอย่างไรให้ทั้งส่วนหัวและส่วนกลางอยู่ได้ พัฒนาการไปได้นี่ แล้วมีรัฐธรรมนูญมาตราใดเปึนข้อจํากัดอยู่ แล้วเราไปแก้รัฐธรรมนูญ นั่นละถึงค่อยไปกระดิกที่หาง เพราะฉะนั้นหากเปึนไปได้ วันพรุ่งนี้ขอความกรุณาว่า ถ้าเราช่วยกันพูด ส่วนหัวคือสมานฉันท์ ส่วนกลางคือปฏิรูปการเมือง แล้วค่อยไป ให้หางกระดิก น่าจะเปึนแนวทางที่ดีนะครับ เพราะวันนี้ผมฟังแล้วยังกระดิกที่หาง อยู่เหมือนเดิมนะครับ ก็ขอขอบคุณมากนะครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณสถาพร มณีรัตน์ ๑๐ นาทีครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ในนามสมาชิกรัฐสภา ย่ํารุ่งของวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ถือว่าเปึนการเปลี่ยนแปลง ครั้งสําคัญของประเทศ ตรงนี้ถือเปึนวันประวัติศาสตร์ ซึ่งผมก็เชื่อแน่เหลือเกินว่า คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ลืมไปบทหนึ่งถึงเรื่องของประวัติศาสตร์ของระบอบประชาธิปไตย เราไม่ได้ศึกษาครับ ร่องรอยประวัติศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้น เราต้องเอามาใส่ไว้ในการ ปฏิรูปการเมือง การศึกษาในการที่จะปฏิรูปหรือแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะแน่นอน เหลือเกินว่าที่มาของกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นหลายฉบับ มันก็แตกต่างกัน วันเวลาก็ แตกต่างกัน วันนี้เราเอาความแตกแยกของสังคมเชิงแนวคิดมาเปึนตัวตั้ง แต่เราก็ลืม ร่องรอยประวัติศาสตร์ว่าการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งจะต้องมีร่องรอยของความแตกแยก ทุกครั้ง การแตกแยกที่เราตกอกตกใจ ก็คือการแตกแยกเชิงสังคม เมื่อเดือนตุลาคม ป้ ๒๕๑๖ เดือนตุลาคม ป้ ๒๕๑๙ ผู้คนในสังคมห่วงใยจนจะต้องมีส่วนร่วมในการปฏิรูป ระบบกฎหมายสังคายนา แล้วก็ต่อต้านเผด็จการ โดยกล่าวว่าเผด็จการนั้นไม่สามารถ ที่จะนําพาสังคมไปได้ มันก็เปึนกงกรรมกงเกวียนละครับหมุนไปย้อนรอยไป มีการปฏิรูป มีระบอบประชาธิปไตย มีการปฏิวัติ มีการเดินขบวน ไม่พอใจ แล้วก็มีการปฏิรูป ปฏิวัติ วนเวียนซ้ําซากอยู่ในเรื่องของการแก้ไขบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ไปดูว่าร่องรอย ของรัฐไทยที่พี่น้องประชาชนรวมกันเปึนประเทศไทยนั้นมีประมาณไม่ถึง ๑๐๐ ป้เองครับ กว่าเราจะได้รวบรวมไพร่พล เกิดประเทศไทยขึ้นมาเปึนป๊กแผ่น ณ ทุกวันนี้ เพราะฉะนั้น เชื่อแน่เหลือเกินว่าถ้ารัฐไทยหรือถ้าสังคมไทย ถ้าใช้ระบบ ๒ มาตรฐานเหล่านี้ ผมก็ ไม่ทราบว่าร่องรอยลึกของประวัติศาสตร์นั้นเขาจะคิดอย่างไร การแบ่งแยกที่มี ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ จะมีจํากัดเฉพาะ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ ตรงนี้ก็ต้องถือว่า คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ต้องคิดด้วย การที่ใช้ว่าเดือนเมษายนนั้นเปึนเดือนที่ก่อความรุนแรงจนต้องตั้ง คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ผมว่าไม่ใช่ ถ้าเราย้อนรอยไปแล้วนั้น การเริ่มของสังคมเริ่มระแวงสงสัยกันนั้น เปึนเรื่อง ของการที่ตั้งข้อสังเกตในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เพราะกรอบของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่มาก็คือว่าการเมืองอ่อนแอ เมื่อการเมืองอ่อนแอทําให้สังคมอ่อนแอ เศรษฐกิจอ่อนแอ พี่น้องประชาชนอ่อนแอ จําเปึนที่จะต้องมีการปฏิรูปโดยการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญใหม่ แก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ โดยเปึนกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ช่วงเวลานั้นมีธงเขียว กระบวนการธงเขียว ออกมา ใครไม่เห็นด้วยถือว่าเปึนไดโนเสาร์ (Dinosaur) หลงยุค ใครไม่เห็นด้วยกับการ ปฏิรูปการเมืองในช่วงนั้นหลงยุค มีการประณาม มีการกล่าวหากันอย่างรุนแรง และในที่สุดเราก็ได้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วเราก็ได้พรรคการเมืองที่เข้ามานั่ง ในสภาแห่งนี้ เข้ามาบริหารประเทศ แล้วก็ถูกกล่าวหาว่าเปึนเผด็จการ สังคมไทยบางที ก็แปลก ลืมง่าย ทั้งห้วงเวลานั้นจะเอาเปึนเอาตายกับการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มี สสร. มีไปหาพี่น้องประชาชน แล้วก็มีบทบัญญัติที่ใครล้มล้างรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ถือว่าเปึนฆาตกรในการประหัตประหารระบอบประชาธิปไตย แต่พอ ใช้ไปได้ระยะหนึ่งก็เกิดความเบื่อหน่าย เกิดการกล่าวหา เกิดการใช้วิวาทะบิดเบือน ข้อเท็จจริง ลืมสาระสําคัญของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไปเสียสิ้น ก็มีการให้มีการ ปฏิวัติใน ๑๙ กันยายน เขาเรียกว่า คมช. ซึ่งไม่มีใครนึกเลยว่าป้ ๒๕๔๐ เราได้หวงแหน รัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างไร มีคุณประโยชน์อย่างไร พอมีรถถังออกมาทุกคนเหมือนกับดีใจ แล้วก็มีการปกครองภายใต้ทอปบูท (Top boot) ภายใต้ปลายกระบอกป๋น แล้วก็ ร่างกฎหมาย ป้ ๒๕๕๐ ก็แปลกครับ มีการไปประชามติ บางจังหวัดก็ยังประกาศ กฎอัยการศึกอยู่ อ้าย ๑๔ ล้านคน ๑๐ ล้านคน ถ้าเอากันจริง ๆ นี่มันก็มีของมันอยู่ครับ พวกเราเปึนนักการเมืองนี่เรารู้ บางทีนายอําเภอไม่ส่งหีบก็มี เพราะว่ากลัวเปึนสีแดง ไม่เปึนสีเขียว สิ่งเหล่านี้มันรู้กันหมดละครับ ถ้าเราเอาข้อเท็จจริงเข้ามา เพราะฉะนั้น ถ้าเราละเลยความเปึนจริง ใช้การแก้รัฐธรรมนูญเฉพาะกาล เฉพาะกิจ พอมีเรื่องทีหนึ่ง ก็คิดถึงการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ พอมีเรื่องทีหนึ่งก็คิดว่าการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ นั้นเปึนยาหม้อสารพัดประโยชน์ที่จะเยียวยาสังคมนี้ได้ มันไม่ใช่ครับท่านประธานที่เคารพ กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันไม่ใช่ยาสารพัดประโยชน์ จิตสํานึกของสังคม จิตสํานึก ทางชนชั้น จิตสํานึกของการเปึนรัฐไทยที่ลึก ๆ เรายังมีอะไรกันอยู่ ตรงนี้ต่างหากครับ กระบวนการการใช้กฎหมายที่มีระบบ ๒ มาตรฐาน มันก็ยังเปึนคําตอบที่ทุกคนก็ยัง ไม่สามารถตอบได้ ที่ทุกคนก็ไม่สามารถ แม้แต่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่สามารถให้ความกระจ่างกับสังคมได้ว่า ระบบ ๒ มาตรฐานนั้นมันเกิดขึ้นเพราะสาเหตุอะไร การป่ดถนนของพี่น้องชาวนา ในจังหวัดเชียงรายถูกศาลชั้นต้นพิพากษา ๖ เดือนบ้าง ๓ ป้บ้าง ในขณะที่ผู้คน ในกรุงเทพมหานครป่ดทั้งสนามบิน ป่ดทั้งถนน มีประจักษ์พยานชัดเจน คดีไม่คืบหน้า ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ มันเปึนเรื่องที่ร้าวลึกเกินกว่าที่เราจะใช้คําว่า แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ แล้วทุกอย่างจะจบสิ้น เราต้องสังคายนาระบบตุลาการภิวัตน์ ระบบขั้นต้นของรัฐตํารวจ ที่ใช้ตํารวจ ใช้กฎหมาย ใช้องค์กรอิสระที่เคลือบแคลงสงสัยในการดําเนินกิจกรรม ตรงนี้ เราไม่ได้ศึกษาเลย ทุกคนมีธงบอกว่าจะต้องแก้ แต่การแก้นั้นก็จะได้แต่เปลือก แก่นแท้ ไม่ได้แก้ ผมเห็นด้วยในการที่จะปรับปรุง ปฏิรูป ไม่ใช่ปฏิรูปเฉพาะรัฐธรรมนูญ ควรจะ ปฏิรูประบบ สังคายนาระบบความยุติธรรมของประเทศไทยด้วย แน่นอนที่สุดครับ ความเปึนมนุษย์จะต้องมีจุดอ่อน จุดด้อย จุดแข็ง ถ้ากลไกในระบบยุติธรรมอ่อนล้า ตรงนี้ เปึนสาระสําคัญครับ ที่เราจะต้องใช้คําว่า นิติรัฐ วันนี้ทุกคนระแวง สงสัยกันไปหมด ละครับว่าองค์กรนี้กลั่นแกล้งคนอีกฟากหนึ่ง องค์กรที่ได้ประโยชน์ คนที่ฟากที่ได้รับประโยชน์จากองค์กรกลางหรือองค์กรนิติธรรม ที่ตัดสิน ก็เชียร์กันเหลือเกิน คนที่ได้รับความเจ็บปวดจากการถูกตัดสิน ก็ต้องคิดลึกครับ คิดระแวงสงสัย ท้ายที่สุดนี้ครับท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการ ปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญครับว่าร่องรอยประวัติศาสตร์ ร่องรอย ของการใช้ระบบยุติธรรมของรัฐไทยนั้น มีความโปร่งใสหรือไม่ ตรงนี้ครับคือสาระที่สุด ต่อเราจะแก้กฎหมายกี่มาตรา ถ้าเราไม่แก้ความหวาดระแวงสงสัยของสังคมในระบอบ ๒ มาตรฐาน เราไม่สามารถเดินไปสู่ความสมานฉันท์ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องคิดว่า การจะแก้นั้นจะต้องแก้ทั้งโครงสร้างแก้ทั้งจิตสํานึก แก้ทั้งตัวบุคคลที่ใช้กลไกในระบบ ยุติธรรม ความสมานฉันท์ถึงจะกลับคืนสู่สังคมไทย จะกลับคืนสู่รัฐไทยอันนําไปสู่สังคม ของลูกหลานในอนาคตที่จะต้องเข้มแข็งและรัฐประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนพระประมุขอย่างเข้มแข็งตลอดไปครับ กราบขอบคุณครับ
ต่อไปท่านยุทธนา ยุพฤทธิ์ ครับ ๘ นาทีครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ วุฒิสมาชิกจากจังหวัดยโสธร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมต้องขออนุญาตท่านประธานร่วมแสดงความคิดเห็น ต่อข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ โดยการแต่งตั้งจากท่านประธานรัฐสภา และโดยดําริของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีความคิดเห็นสอดคล้องกับผลสรุปและข้อเสนอ ของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อประเด็นการเสนอให้มีการปรับปรุงแก้ไขบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ ที่เปึนอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตย เพื่อความเปึนธรรมและความสามัคคีของ คนในชาติ ตามแนวคิด ปรัชญาในการทํางานของประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ว่า หากความเปึนธรรมไม่มี ความสามัคคีจะเกิดขึ้นในชาติไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มีจุดเด่นคือให้สิทธิเสรีภาพและเพิ่มอํานาจ ให้ประชาชนมากยิ่งขึ้น ตลอดจนลดการผูกขาดอํานาจรัฐ แต่ก็มีจุดด้อย กล่าวคือ ในบรรยากาศในการร่างรัฐธรรมนูญขณะนั้นไม่เปึนประชาธิปไตย ขัดหลักนิติธรรม นิติรัฐ มีอคติ สถาบันการเมือง พรรคการเมือง นักการเมืองถูกมองในภาพลบ กระบวนการ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดต่าง ๆ เปึนกระบวนการสร้างภาพ เพื่อความ ชอบธรรมให้เกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเปึนผู้หนึ่งที่จําเปึนที่จะต้องโหวตรับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ด้วยความไม่เต็มใจ โดยมีเหตุผล ๒ ประการครับ
ประการที่ ๑ ด้วยเหตุที่ว่า ด้วยบทบาทภารกิจหน้าที่ที่ผมสวมหมวก เปึนประธานคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้
และประการที่ ๒ ด้วยเหตุที่ว่าประเทศจะได้กลับไปสู่บรรยากาศ ของประชาธิปไตย มีการเลือกตั้งทั่วประเทศ เนื่องจากภายใต้เงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ป้ ๒๕๔๙ ซึ่งบัญญัติไว้ในขณะนั้นต่อการลงประชามติให้ความเห็นชอบ ต่อรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ ที่ว่า หากผลการลงคะแนนประชามติไม่ผ่าน ให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติหรือ คมช. ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่และประกาศใช้ เปึนกฎหมายรัฐธรรมนูญได้เลยโดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบของประชาชน ซึ่งเรา ไม่สามารถทราบได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับ คมช. นั้น จะมีรูปร่างหน้าตาเปึนอย่างไรนะครับ รวมทั้งจากการระดมสรรพกําลังและงบประมาณจากฝ์ายที่มีอํานาจในขณะนั้น ในการ รณรงค์ให้มีการรับร่างไปก่อน รวมทั้งจากคํากล่าวและบทบาท บทความ ข้อเขียนของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ท่านไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติรัฐประหาร และแนวทางในการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่มีความจําเปึนที่จะต้องให้ความเห็นชอบ รัฐธรรมนูญไปก่อน แล้วค่อยมาปรับปรุงแก้ไขตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หมวดที่ ๑๔ มาตรา ๒๙๑ ในภายหลัง เช่นเดียวกันกับคํากล่าวของท่านมีชัย ฤชุพันธุ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน อดีตประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ท่านจรัญ ภักดีธนากุล อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านวิชา มหาคุณ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านเหล่านี้ล้วนเปึนผู้ที่มีส่วนร่วมในการยกร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ฉบับนี้ ก็ได้ให้ ความเห็นว่าควรที่จะรับร่างรัฐธรรมนูญไปก่อนแล้วค่อยมาปรับปรุงแก้ไขในภายหลัง เพื่อให้ประเทศกลับคืนสู่ประชาธิปไตยโดยเร็ว มีการเลือกตั้งทั่วประเทศ ซึ่งประชาชน ทั่วประเทศส่วนหนึ่งที่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญในขณะนั้นก็มีความคิดเห็นและมีความเข้าใจ ตรงกัน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมมีความเห็นว่าบัดนี้ถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว ที่รัฐสภาสมควรที่จะต้องร่วมพิจารณาในการปรับปรุงบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ที่ขัดหลักประชาธิปไตย ไม่มีความเปึนธรรม ขัดหลักสิทธิเสรีภาพ ตลอดจนบทบัญญัติ ที่เปึนอุปสรรคต่อการทํางานและการบริหารของประเทศ ทั้งในด้านการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ ประชาธิปไตย และด้านต่าง ๆ เพื่อนําพาประเทศให้หลุดพ้นจากภาวะวิกฤติ และปัญหาความขัดแย้งก่อให้เกิดความเปึนธรรมขึ้นในสังคมไทย ผมจะขออนุญาตนําเอา บทความของบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันศุกร์ที่ ๑๑ กันยายน พาดหัวข่าวว่า สภาแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ โดยมีข้อความในวรรคท้ายว่า มาตรา ๒๙๑ (๑) ให้สิทธิแก่ ส.ส. และ ส.ว. เข้าชื่อเพื่อยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการแก้ไขต้องผ่านความเห็นชอบ ของเสียงข้างมากในสภา สมาชิกรัฐสภามีหน้าที่โดยตรงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การตีความกฎหมายที่กระทบถึงสิทธิเสรีภาพของบุคคลจะต้องตีความโดยเคร่งครัด แต่ถ้าตีความแบบเหวี่ยงแห สมาชิกรัฐสภาจะไม่สามารถปฏิบัติงานได้ การตีความ กฎหมายจะต้องตีความเพื่อให้ปฏิบัติได้ ให้สามารถเดินหน้าได้ อย่างในกรณีนี้คือ ต้องให้ สมาชิกรัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ เพราะเปึนอํานาจโดยตรงของรัฐสภา เพื่อที่จะชี้แจง ให้กับเพื่อนสมาชิกที่ได้ร่วมลงชื่อในญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เพื่อน ส.ส. และ ส.ว. ได้ร่วมกันลงนาม และมีการเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าอาจจะขัดต่อมาตรา ๑๒๒ ในเรื่องของ ผลประโยชน์ขัดกัน กระผมขอเรียนว่าบทบัญญัติของกฎหมายทุกฉบับ ทุกมาตราล้วน มีผลกระทบต่อประชาชนทั้งสิ้นในเรื่องของผลประโยชน์ต่าง ๆ นะครับ ซึ่ง ส.ส. และ ส.ว. ทุกท่านก็ล้วนเปึนประชาชนคนหนึ่งเช่นเดียวกัน ก็จะต้องได้รับผลกระทบ และผลประโยชน์โดยตรงจากกฎหมาย เพราะฉะนั้นถ้าสมาชิกรัฐสภาไม่สามารถที่จะ แก้ไขรัฐธรรมนูญตามบทบัญญัติมาตรา ๒๙๑ ได้แล้ว ก็จะไม่มีใครสามารถทําอะไรได้ นะครับ สุดท้ายผมขอยกคําของท่านคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ว่า หากไม่มีความเปึนธรรมในสังคม ความสามัคคี จะเกิดขึ้นในชาติไม่ได้ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปคุณชุมพล จุลใส ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ การประชุมร่วมกัน ของรัฐสภาในวันนี้นั้นเพื่อให้สมาชิกทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ได้อภิปรายแสดงความคิดเห็น ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อันเนื่องจากความแตกแยกของคนในชาติเพื่อให้สังคมไทยได้เดิน ไปข้างหน้าอย่างมั่นคง กระผมมีความคิดเห็นเรื่องรัฐธรรมนูญดังนี้ครับ
ประการแรกครับ ท่านประธานครับ นับตั้งแต่ประเทศไทยมีการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข มีรัฐธรรมนูญผ่านการใช้ มาแล้ว ๑๘ ฉบับ มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาแล้ว ๑๐ ครั้ง แก้ได้ ๕ ครั้ง แก้ไม่ได้ ๕ ครั้งครับ บางฉบับเรียกว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใต้ตุ่มในป้ ๒๔๙๐ ซึ่งร่างโดยคณะรัฐประหาร และบางฉบับใช้เวลาร่างถึง ๑๐ ป้ เช่น รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๑๑ ใช้เวลาร่างตั้งแต่ป้ ๒๕๐๑ ถึงป้ ๒๕๑๑ นานที่สุดในบรรดารัฐธรรมนูญทั้งหมดครับท่านประธาน ร่างดังกล่าวนั้น กําหนดให้ ส.ส. เปึนรัฐมนตรีไม่ได้ หลังจากนั้นได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือยกร่างขึ้นมา ใหม่หลายครั้งครับ โดยเหตุผลหลักคือจัดระเบียบการบริหารบ้านเมืองใหม่ ความสัมพันธ์ ระหว่างฝ์ายนิติบัญญัติคือรัฐสภา ฝ์ายบริหารคือรัฐบาลแยกออกจากกัน บางยุคบางสมัย ห้ามสมาชิกรัฐสภาเปึนรัฐมนตรี แยกอํานาจฝ์ายนิติบัญญัติและฝ์ายบริหารออกจากกัน โดยสิ้นเชิง เหตุผลหนึ่งที่ทําให้ต้องเขียนรัฐธรรมนูญในลักษณะนี้ก็เพราะว่าการบริหาร ราชการแผ่นดินของรัฐบาลส่อไปในทางทุจริตประพฤติมิชอบ เอื้อประโยชน์ให้กับ พวกพ้องอย่างกว้างขวาง อีกทั้งยังมีพฤติกรรมแทรกแซงอํานาจขององค์กรอิสระ ส่งผล ต่อความมั่นคงของชาติ เศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ยกตัวอย่างเช่น ในอดีตของ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร มีการแต่งตั้งญาติให้ดํารงตําแหน่งสูงสุดในกองทัพ หรือตั้งพวกพ้องดํารงตําแหน่งสําคัญในวงราชการเพื่อช่วยธุรกิจส่วนตัวให้มีตําแหน่ง ใหญ่ขึ้น มีการทุจริตโครงการขนาดใหญ่ตั้งแต่แสนล้านบาทขึ้นไป อย่างเช่นโครงการ สนามบินหนองงูเห่าหรือที่เราเรียกกันว่าสนามบินสุวรรณภูมิ เปึนตราบาปของสังคมไทย มาจนถึงทุกวันนี้ มีการออกระเบียบกฎหมายเอื้อประโยชน์กับบริษัทเครือญาติที่ถือหุ้น ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้คิดเปึนมูลค่าหลายพันล้านบาท ท่านประธานครับในประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าหากมีการแก้ไขเราต้องเอามาพิจารณา เอามาดูด้วยกัน
ประการที่สอง ผมเห็นว่ารัฐธรรมนูญนั้นเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ สมควรที่จะต้องให้บุคคลทั้งประเทศได้รับรู้ร่วมกันกําหนดกรอบกติกา เพราะรัฐธรรมนูญ มีผลต่อพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ต้องให้ประชาชนเปึนผู้กําหนด ไม่ใช่ให้เฉพาะ แต่ ส.ส. หรือ ส.ว. เปึนผู้กําหนดเท่านั้น วันนี้คนในชาติมีความเห็นแตกต่างกันมากขึ้น หลายประเด็นทางการเมืองครับท่านประธาน ต้องเป่ดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงออก ซึ่งความคิดอ่านทางการเมืองโดยเสรี ผมย้ํานะครับ โดยเสรี ครับ แสดงจุดยืน อย่างเป่ดเผย ตรงไป ตรงมาและนําเปึนข้อสรุปเสนอเปึนกรอบกติกาของทุกคน เปึนรัฐธรรมนูญของประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ สังคมประชาธิปไตยนั้นเปึนสังคมที่มีความเห็นต่างได้ครับ แต่เราต้องไม่แตกแยก เราไม่ต้องดื้อรั้น เราต้องเคารพในกติกา ในกฎเกณฑ์ของความเปึน ประชาธิปไตย นี่คือเขาเรียกว่าสังคมประชาธิปไตยครับ
ประการที่สาม การแก้รัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียวนั้นไม่สามารถที่จะให้ ประเทศเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงหรอกครับ ทางออกมีอยู่หลายวิธีครับ คือการปฏิรูป ทางการเมือง เช่น การปฏิรูปสื่อ การปลูกฝังอุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างแท้จริงในหมู่ ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนครับ ต้องให้เปึนหน้าที่ครับ ให้ตระหนักรักในสถาบัน ของความเปึนชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ครับ โดยต้องยึดถือเปึนภาระหน้าที่ ของคนไทยทุกคนที่จะต้องรักษาสถาบันแห่งนี้ไว้ ประชาชนต้องยอมรับในความคิดเห็น ที่แตกต่าง ต้องไม่แตกแยก เราต้องมีความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่ไม่แตกแยกครับ ท่านประธานครับ เราต้องเคารพในกติกา เราต้องยอมรับในความคิดเห็นของคน ทุก ๆ ฝ์าย สิ่งที่สําคัญที่สุดครับ เราต้องปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมในหมู่นักการเมือง นักการเมืองต้องสุจริตและจริงใจต่อพี่น้องประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ทางการเมือง ด้วยความโปร่งใส มีคุณธรรม นักการเมืองต้องไม่หลบเลี่ยงกฎหมายครับ ไม่หวัง ผลประโยชน์ ไม่สร้างความร่ํารวยบนความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ อันนี้เราต้องช่วยกันหามาตรการที่จะต้องกําหนดเพื่อนําประเทศไทยไปสู่ระบอบ ประชาธิปไตยที่เปึนเนื้อหาอย่างแท้จริง ไม่ใช่เปึนประชาธิปไตยแต่เพียงรูปแบบครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในฐานะที่ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมมีความมุ่งมั่น ตั้งใจว่าบ้านเมืองนี้ต้องเดินไปข้างหน้าได้ครับ โดยอาศัยกลไกของระบบรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ กลไกระบบรัฐสภาของเรายังมีความหมาย กลไกระบบรัฐสภาของเรา ยังไม่ล่มสลายครับ เพราะฉะนั้นผมมีความมั่นใจครับ มั่นใจว่าพี่น้องประชาชนที่สนใจ ในปัญหาบ้านเมือง ประชาชนสามารถควบคุมนักการเมือง เลือกคนดีเข้าสภา ผมย้ําครับ บ้านเมืองนี้ยังมีความหวังครับ และผมยังเชื่อมั่นและมั่นใจในพี่น้องประชาชนว่าประชาชน ส่วนใหญ่สามารถกําหนดอนาคตของตัวเองได้ว่าจะเลือกการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยที่ดีที่สุด ที่มีพระมหากษัตริย์เปึนประมุข ท่านประธานครับเราจะสามารถ ตรวจสอบ กํากับ ควบคุมพฤติกรรมของนักการเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไร อันนี้ต้องขอฝาก ท่านประธานที่เคารพครับคํากล่าวที่ว่า ประชาธิปไตยเปึนของประชาชน อํานาจอธิปไตยเปึนของปวงชน ไม่มีอํานาจใด ๆ ที่จะยิ่งใหญ่กว่าอํานาจของประชาชน ผมมั่นใจครับ และมั่นใจพร้อมกับคนไทยทั้งประเทศว่าคนไทยทั้งประเทศนี้มีเหตุมีผล และจะหาทางออกให้กับปัญหาของประเทศชาติได้ ขอบคุณครับ
ต่อไปคุณปานหทัย เสรีรักษ์ ๑๐ นาที ครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางปานหทัย เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้เพื่อนสมาชิกได้มีการอภิปรายถึง รายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กันอย่างกว้างขวาง หลายประเด็น หรือแทบจะเรียกว่าทุกประเด็นได้ถูกนํามาอภิปรายกัน เกือบจะหมดแล้ว มีทั้งที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย แต่ที่ยังเปึนข้อสงสัยของดิฉันอยู่ก็คือ ทําไมถึงยังมีการพูดถึงว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ไขไม่ได้ หากจะย้อนเวลากลับไปถึงช่วงที่มีการรณรงค์ทําประชามติเพื่อที่จะรับหรือไม่รับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านประธานยังจําได้ไหมคะว่ามีกระแสการต่อต้านค่อนข้างมาก เพราะเปึนรัฐธรรมนูญที่มาจากสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะปฏิวัติซึ่งทาง คณะสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ คมช. เองก็ออกมาพูดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ดีไป ทั้งหมด แต่ขอให้รับไปก่อน ก็อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันไปแล้วนี่นะคะ เพียงเพื่อ จะได้ให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว มิเช่นนั้นหากไม่รับอาจจะต้องนํารัฐธรรมนูญฉบับใด ฉบับหนึ่งมาแก้ไข มาปรับปรุง แล้วก็ประกาศใช้ซึ่งก็ไม่อยากจะให้การเลือกตั้งนั้นล่าช้า ออกไป หลายคนก็เลยจําเปึนต้องรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปก่อน ดิฉันยังจําได้เลยว่า แม้กระทั่งประธานคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์เองก็ยังพูดว่าท่านไม่ชอบรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ถึงกว่า ๓๐ มาตรา แต่พอในวันนี้เมื่อคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้มีข้อเสนอที่จะให้แก้รัฐธรรมนูญ ๖ มาตรา กลับมีผู้ออกมาร้องว่าฉบับนี้แก้ไขไม่ได้ ห้ามแก้ไข ถ้าแก้ไขจะต้องเกิดเรื่องอะไรประมาณ อย่างนั้น ซึ่งเปึนความขัดแย้งกันเอง ทีนี้จะให้ประชาชนเชื่อในสิ่งที่ท่านพูดก่อนการลงมติ ว่าแก้ไขได้ หรือจะให้เชื่อในสิ่งที่ท่านพูดในขณะนี้ว่าไม่ให้แก้ไข ตรงไหนที่ท่านพูด ความจริง ตรงไหนที่ท่านพูดสิ่งที่ไม่จริงล่ะคะ ผลการลงประชามติออกมา ๕๔ ต่อ ๔๖ ซึ่งถือว่าฉิวเฉียด แต่หากจะไม่นับพวกที่หลงเชื่อคําพูดของท่านว่าให้รับไปก่อน แล้วค่อย แก้ไขทีหลัง ผลอาจจะไม่ออกมาเปึนอย่างนี้ก็ได้ เพราะแทนที่พวกเขาจะลงมติว่า รับ เขาก็จะลงมติว่า ไม่รับ ไปตายเอาดาบหน้าค่ะ ไม่ต้องคํานึงว่ารัฐธรรมนูญฉบับใด จะถูกนํามาใช้ ท่านประธานคะ รัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายสูงสุดที่ใช้ในการปกครอง ประเทศ เนื้อหาสาระในรัฐธรรมนูญควรจะพูดถึงหลักการใหญ่ ๆ เปึนความศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่ ลงในรายละเอียดยิบย่อยเต็มไปหมด จนมีถึง ๓๐๙ มาตราน่าจะเปึนรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ยาวที่สุดในโลกฉบับหนึ่งได้ ดิฉันจะขอยกมาตรา ๙๓ นะคะ มาตรา ๙๓ กล่าวถึง สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าสภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจํานวน ๔๘๐ คน โดยเปึนสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต จํานวน ๔๐๐ คนและสมาชิกซึ่งมา จากการเลือกตั้งแบบสัดส่วน จํานวน ๘๐ คน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้ วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยให้ใช้บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบละ ๑ใบ หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้เปึนไปตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ตรงนี้ก็น่าจะจบได้แล้วนะคะ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขียนต่อไปยิบย่อยไปอีกมากมายเลย จนถึงมาตรา ๙๔ วรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่ วรรคห้า วรรคหก ระบุรายละเอียดในวรรคหกแม้กระทั่งว่าให้ดําเนินการ นับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง ยิบย่อยไปจนถึงขนาดนั้นเลยนะคะ ท่านประธานทราบไหมคะ ว่านี่ละคือการนําเอาการซื้อเสียงให้กลับมาระบาดอีกครั้งหนึ่งเหมือนกับยาบ้าในขณะนี้ ก่อนหน้านี้การเลือกตั้งจะเอาคะแนนจากทุกหน่วยเลือกตั้งมากองมาเทรวมกันแล้วก็ นับรวม ทําให้ไม่ทราบว่าหน่วยไหน ตําบลไหน หมู่บ้านไหน เลือกใคร เลือกเบอร์อะไร พวกที่ซื้อเสียงก็ไม่รู้ว่าประชาชนจะเลือกหรือเปล่า ซื้อแล้วตรวจสอบว่าคะแนนเข้าเปัา หรือเปล่าก็ไม่ได้ ทําให้ประชาชนสามารถลงคะแนนได้อย่างอิสระ และนี่หรือคะที่ท่าน เรียกว่าอยากจะปัองกันการซื้อเสียง แต่ในทางตรงกันข้ามท่านกลับทําให้การซื้อเสียง ระบาดหนักขึ้นไปอีก อํานาจ ๓ อํานาจในระบอบประชาธิปไตยคืออํานาจนิติบัญญัติ อํานาจตุลาการและอํานาจบริหาร อํานาจนิติบัญญัติซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึนผู้ใช้ ยึดโยงกับประชาชนโดยตรงและต้องรับผิดชอบต่อประชาชน ดังนั้นการเลือกตั้ง โดยประชาชนจะต้องได้รับการดูแลและได้รับการปกปัองให้ประชาชนได้ลงคะแนนเสียง อย่างอิสระไม่ถูกบังคับโดยอํานาจใด ๆ ไม่ว่าจะเปึนเงินตราหรืออาวุธ หรืออิทธิพลใด ๆ ประเด็นนี้จึงควรจะได้รับการแก้ไข เดี๋ยวขออีกมาตราหนึ่งนะคะ มาตรา ๖๘ ที่กล่าวไว้ว่าบุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งไม่ได้เปึนไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้มิได้ มาตรานี้ จะมีหรือไม่มีก็คงไม่สําคัญนะคะ เพราะว่าวันดีคืนดีก็จะมีกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง สามารถที่จะฉีกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทิ้งออกไปได้ ออกมายึดอํานาจ และก็เขียนกฎหมาย นิรโทษกรรมตัวเองเหมือนอย่างที่เขียนในมาตรา ๓๐๙ การที่ทหารยึดอํานาจได้ และมาอ้างว่าเปึนรัฐาธิปัตย์และประกาศคณะปฏิวัติก็คือเปึนกฎหมาย สามารถสั่งยุบ พรรคการเมืองได้ สามารถเพิกถอนสิทธิของฝ์ายนิติบัญญัติได้ โดยอ้างว่าทําผิด รัฐธรรมนูญฉบับที่ตัวเองใช้อาวุธยึดมาและฉีกเรียบร้อยแล้ว แล้วเราจะยังคงมีมาตรานี้ไว้ ทําไมคะ ท่านประธานคะหลังจบการอภิปรายในวันพรุ่งนี้ สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือทําอย่างไร จะให้สิ่งที่พวกเราซึ่งเปึนตัวแทนของประชาชนได้สะท้อนความเห็นของประชาชนทั้งหมด ออกมา ในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญการที่จะปฏิรูปการเมือง การที่จะสร้างความ สมานฉันท์ได้สําเร็จ ดิฉันขอเรียกร้องให้ท่านประธานรัฐสภาและนายกรัฐมนตรีต้องแสดง ท่าทีที่ชัดเจน ที่จะดําเนินการอย่างไรต่อไป โดยที่ไม่ชักช้าอีกต่อไปนะคะ ขอขอบคุณค่ะ
ต่อไปท่านสมชาย แสวงการ ๘ นาที
ขอบพระคุณครับ สมชาย แสวงการสมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ก็ขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ใช้มาตรา ๑๗๙ เพื่อเป่ดรัฐสภาให้เราหาหนทางแก้ไขวิกฤติ ซึ่งถือ เปึนวิกฤติจากการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจาก ส.ส. ส.ว. ๑๕๒ คน แล้วก็มาฟังความ คิดเห็นของกรรมการสมานฉันท์ไปเพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาพร้อมกัน แต่ก็เสียดายครับว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ ส.ส. ส.ว. ๑๕๒ คนนั้น ถอนออกไปเสียก่อน เพราะความจริงแล้วก็ต้องบอกพี่น้องประชาชนที่รับฟังอยู่ทางบ้าน ด้วยว่าในร่างดังกล่าวนั้นมีปัญหาจริง ๆ มันมีการแก้ไขนอกเหนือจากกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสนอ ๖ ประเด็น มาอีก ๑ ประเด็น ประเด็นดังกล่าวเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ส.ว. โดยตรง ก็คือการยืดอายุ ส.ว. สรรหา จาก ๓ ป้ เปึน ๖ ป้ ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ แก้ไข ยกเลิกมาตรา ๑๑๖ วรรคสอง ก็คือการที่หลังจาก ส.ว. พ้นตําแหน่งแล้ว ๒ ป้ เขาห้ามไปเปึนรัฐมนตรี ห้ามไปเปึนผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง หรือ ส.ส. เหตุผลก็คือเพื่อต้องการปัองกันไม่ให้อยู่ภายใต้ความครอบงําของ พรรคการเมือง นอกจากนั้นยังมีการแก้ไขคุณสมบัติก่อนเข้าเปึน ส.ส. ส.ว. ซึ่งเดิมนั้น ห้ามสมาชิกพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็รัฐมนตรีห้ามไว้ ๕ ป้ ก็ไปแก้ไขกันเหลือ ๑ ป้ เพราะฉะนั้นร่างดังกล่าว สมาชิกวุฒิสภาที่เห็นว่าขัด ตามมาตรา ๑๒๒ ก็ถอนชื่อออกไปจนกระทั่งไม่ครบนะครับ ก็เสียดายไม่ได้นํามาพูดกัน
ในส่วนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นต้องเรียนตามตรงครับว่ารัฐธรรมนูญ แก้ไขได้ เห็นใจกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญซึ่งมีเวลาอันจํากัด แล้วก็ทํางานมา แต่ผมก็ต้องเรียนว่าผมไม่เห็นด้วยกับ ข้อสรุปของกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผิดตั้งแต่ชื่อแล้วครับ เพราะท่านชื่อคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และเติมท้ายคําว่า และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นเมื่อตั้งธงตั้งแต่ชื่อ ว่ามีการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นเรื่องปฏิรูปการเมือง ประเด็นเรื่องสมานฉันท์ จึงหายไป อย่างที่ท่านประธานอนุกรรมการปฏิรูปการเมืองท่านประเสริฐได้พูด สังคม จับตาแต่การจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งมีประชาชนลงชื่อรับรองมา ๑๔-๑๕ ล้านเสียง มีคนล้มหายตายจากจากการปกปัองรัฐธรรมนูญ ถ้าเปึนคนก็คงร้องไห้ รัฐธรรมนูญไม่ได้ผิดอะไร รัฐธรรมนูญ ๑๘ ฉบับ ก็ล้วนแต่มีชื่อมาผ่านการล้มลุกคลุกคลาน ของประชาธิปไตยทั้งสิ้น ผ่านการรัฐประหารมา ๑๓ ครั้ง ผ่านการกบฏมา ๑๔ ครั้ง ผ่านเหตุการณ์ความรุนแรงทั้ง ๑๔ ตุลาคม ๖ ตุลาคม และพฤษภาคม ป้ ๒๕๓๕ ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่ากติกาสูงสุดในรัฐธรรมนูญนั้นเขียนเพื่อประโยชน์ของใคร เขียนเพื่อแก้ไข สถานการณ์ในแต่ละห้วงอย่างไร รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็ปรับปรุงจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แก้ไขจุดโหว่ ช่องว่าง ซึ่งมีคนเอาไปทําให้เกิดการคอร์รัปชัน ทําให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าพรรคการเมืองแข็งแรงจนประชาชนไม่สามารถอาจเอื้อมเข้าไป ตรวจสอบท่านได้ องค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นมาก็ถูกแทรกแซง ถูกแต่งตั้งบุคคลของตนเองเข้าไป ถูกให้สมาชิกวุฒิสภาซึ่งต้องมีหน้าที่ในการกลั่นกรอง ถอดถอน แต่งตั้ง ถูกซื้อไปหมดจน เรียกว่าสภาทาส รัฐธรรมนูญจึงได้แบ่ง ส.ว. ออกเปึน ๒ ส่วน เพื่อหวังที่จะให้ทําหน้าที่ ในการช่วยเปึนสภาตรวจสอบอีก ท่านก็จะมาแก้ไขกันอีกนะครับ อันนี้ก็คงไม่พูด แต่สิ่งสําคัญก็คือว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นแก้ได้ถ้าเปึนประโยชน์ต่อประชาชน ผมก็ เรียนถามคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านก็นําข้อสรุปมา ๖ ข้อ อยู่ในท้ายของรายงานและกลายเปึนประเด็น สําคัญที่จะให้มีการแก้ไขโดยละเลยที่จะพยายามพูดถึงการปฏิรูปการเมืองหรือข้อเสนอที่ ทําให้เกิดการสมานฉันท์ ซึ่งความจริงแล้วสามารถทําได้ว่า ทั้ง ๖ ประเด็นที่ท่านเสนอนั้น ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของประเด็นการยุบพรรค การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเปึนที่มาของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะเปลี่ยนรูปแบบกลับไปเปึนแบบเดิม ไม่ว่าจะเปึนที่มาของ สมาชิกวุฒิสภาที่กลับไปสู่การเลือกตั้ง ซึ่งก็รู้อยู่แล้วว่ามีปัญหาในเรื่องของสภาทาส ถ้าจะเปึนอย่างนั้นผมก็เรียนว่าไม่จําเปึนต้องมีสองสภา เพราะการมีวุฒิสภาเพื่อเปึน การตรวจสอบกลับไปอยู่ใต้อาณัติของนักการเมืองเหมือนเดิม ก็ให้มีสภาผู้แทนราษฎร เพียงสภาเดียวก็คงพอ ในส่วนของมาตรา ๑๙๐ ที่จะแก้ในเรื่องประเด็นหนังสือสัญญานั้น ความจริงรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนครับว่าให้ทํากฎหมายว่าด้วยขั้นตอนวิธีการ เหตุไฉนกฎหมายนี้ยังไม่ออกจากสภา ส่งเข้ามาแล้วก็ดึงกลับไป เรื่องเหล่านี้แก้ง่าย นิดเดียว สมาชิกหลายท่านก็อภิปรายแล้ว ก็คงไม่ต้องบอก
ในประเด็นเรื่องการดํารงตําแหน่งทางการเมืองของ ส.ส. และการแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อน ตามมาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ อันนี้เปึนเรื่องที่รัฐธรรมนูญ กําหนดให้แยกนิติบัญญัติกับฝ์ายบริหาร ท่านสามารถใช้อํานาจหน้าที่ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผ่านกรรมาธิการได้อยู่แล้ว ไม่จําเปึนต้องไปช่วย หรือไม่จําเปึนต้องไปแย่งงานของคณะรัฐมนตรีเขาทํา สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่ผมเรียนว่า คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังตอบ ไม่ได้ว่าประชาชนได้ประโยชน์อะไร นอกจากพรรคการเมืองกับ ส.ส. และ ส.ว. สิ่งที่จะทํา ให้เกิดความสมานฉันท์ได้ในบ้านเมืองที่แท้จริงนั้น ผมคงต้องกราบเรียนว่า แท้จริงแล้ว คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้ามี ความตั้งใจคงต้องใช้อริยสัจ ๔ ทําการศึกษาเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของทุกข์ที่เกิด ความไม่สมานฉันท์ ความแตกแยก ความไม่สามัคคีในประเทศนี้คืออะไร สมุทัย หรือเหตุแห่งทุกข์ ท่านต้องทราบว่าคืออะไร ใครคือสาเหตุ ใครเปึนหัวหน้าใหญ่ สาเหตุ ที่ต้องจํากัดหรือกําจัดนั้นจะต้องทําอย่างไร ท่านก็ทราบดีอยู่ครับว่าวันนี้เรามีผู้ที่บงการ อยู่เบื้องหลัง อยู่ในต่างประเทศ ก่อความวุ่นวายอยู่ในประเทศและไม่ยอมรับกระบวนการ ยุติธรรม สิ่งเหล่านี้สมควรหรือไม่ที่จะต้องหาทางดับทุกข์ ผมคิดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคลื่อนไหวและกําลังจะเคลื่อนไหวอยู่ใน ๒-๓ วันข้างหน้านี้ ทราบดีครับว่าเหตุ แห่งการดับทุกข์นั้น ไม่ยาก ท่านเพียงขอร้องบุคคลนั้นซึ่งอยู่ในต่างประเทศ ที่ท่านชอบ อ้างถึงอาจารย์ปรีดี รัฐบุรุษ ท่านอาจารย์ปรีดี ท่านได้ละ ได้วางและเสียสละให้กับ บ้านเมือง ผมว่าเรื่องง่าย ๆ แค่นี้ครับ หยุดแน่นอนนะครับ บอกท่านหยุดเคลื่อนไหว หยุดยุยงส่งเสริม หยุดเปึนตัวก่อการให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง เท่านั้นละครับ ความสมานฉันท์เริ่มเกิด สิ่งเหล่านั้นประชาชนคนไทยที่อยู่ในนี้จะช่วยกัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และทุกคนก็ช่วยกันหาทางสมานฉันท์ได้ต่อไป เพราะเหตุแห่งทุกข์มันถูกดับนะครับ ก็เรียนได้ว่าการปฏิรูปเมืองไทยนั้นคงต้องทํา หลายประการ คงไม่ได้ให้อยู่ด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียว ถ้าจะต้องปฏิรูปแล้ว มีนับสิบเรื่องครับ ผมกราบเรียนว่ามีกลุ่มคน กลุ่มคณาจารย์และกลุ่มประชาชนกําลัง ทําการเคลื่อนไหว การปฏิรูปประเทศไทยอย่างน้อย ๑๐ เรื่อง มองไปข้างหน้าในอีก ๑๐ ป้ ข้างหน้าว่าเราจะทําอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเปึนปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปยุติธรรม ปฏิรูปสื่อ หรือปฏิรูปแม้กระทั่งระบบสุขภาพ ถ้ารัฐบาลยังคิดที่จะให้การเมืองเดินหน้าต่อไป ผมก็เรียนว่าท่านจําเปึนต้องคงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไว้ เพื่อให้เกิดผลในการเดินหน้าทาง การเมืองที่ดีต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๑๐ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้ ผมจะไม่พูดยาวนะครับ จะกระชับสักนิดหนึ่ง แล้วก็จะลงเรื่องของรายมาตราเลย แต่ก่อนที่จะไปถึงการลงรายละเอียดรายมาตรานั้น ผมมีหน้าที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญครับ ผมเปึน ส.ส. ครับ นั่นเปึนหน้าที่หลัก เพราะฉะนั้นขอแก้ไขหนึ่งเรื่องครับ ความไม่รู้ และความไม่เข้าใจที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้กลายเปึนจําเลย ๑ ประการครับ นั่นคือกรณี ของการทําให้ท่านสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีนั้นออกจากการเปึนนายกรัฐมนตรี ครับ หลายต่อหลายคนพยายามจะบอกว่าท่านสมัครออกเพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านประธานครับ ท่านออกเพราะท่านเปึนลูกจ้างบริษัทหนึ่งครับ ท่านไปรับจ้างเขา เปึนลูกจ้างครับ แล้วการเปึนลูกจ้างของท่านก็ออกครับ ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเปึน ป้ ๒๕๔๐ หรือป้ ๒๕๕๐ ครับ ป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๒๖๗ ป้ ๒๕๔๐ มาตรา ๒๐๘ เพราะฉะนั้นการเปึนลูกจ้างของท่านสมัครนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ หรือป้ ๒๕๕๐ ผิดทั้งสิ้นครับ นั่นเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ หลายต่อหลายท่านบอกว่าการที่จะให้ผู้แทนราษฎรที่ได้รับ การเลือกมาในระดับที่เรียกว่า ๑๔-๑๕ ล้านคน ออกโดยคน ๙ คน เปึนเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เปึนเรื่องที่ชั่งน้ําหนัก การถ่วงดุลไม่ดี ผมเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ๙ คน คงจะต้องหมายถึงศาลรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๙๑ บวกกับมาตรา ๑๘๒ แล้วก็ ป้ ๒๕๔๐ คือมาตรา ๙๖ ระบุชัดเจนครับ ถ้าเปึนลักษณะแบบนี้จะต้องถอดถอนนั้น จะเปึนอํานาจของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ใช้ในการอภิปรายในสภาแห่งนี้ สิ่งที่ ใช้ในการปลุกระดมข้างนอกนั้นก็ไม่จริงครับ ป้ ๒๕๔๐ หรือป้ ๒๕๕๐ เหมือนกันครับ เอาละครับ นั่นประเด็นที่ ๑ ก่อนที่ผมจะลงรายมาตรานะครับ เอาละครับ ปัญหาที่ผมคิด ว่ามีปัญหาในความเห็นของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญคือ มาตรา ๑๙๐ เห็นต่างอย่างยิ่งครับ แล้วไม่รู้ว่าท่านเขียนมา เพื่ออะไรครับ แต่ก่อนหน้านี้ผมต้องเล่าครับว่าที่มาของมาตรา ๑๙๐ คืออะไร สมัยอยู่ใน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น เขาอยู่ในมาตรา ๒๒๔ เขาเปึนห่วงในเรื่องของการทํา สนธิสัญญา หนังสือสัญญาระหว่างประเทศ เขาจํากัดไว้ ๒ เรื่องด้วยกันครับ เรื่องที่ ๑ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับดินแดน อาณาเขต อํานาจอธิปไตย เรื่องที่ ๒ เรื่องที่ไปเซ็นสัญญา กับเขาแล้วจะต้องมาทําเปึนกฎหมาย ระบุแค่ ๒ เรื่องเท่านั้นในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๕๐ ระบุเพิ่มเข้ามาอีก ๒ เรื่อง เปึนเรื่องที่ ๓ กับเรื่องที่ ๔ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ครับ เพราะอะไรครับ เพราะในสมัยนั้นท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ในสมัยท่านละครับ ไปเซ็น เอฟทีเอ กับประเทศจีนเกิดขึ้น เอกชน ราชการเตรียมตัวกันไม่ทันเลยครับ พอเซ็น คือเซ็นเลยครับ หอม กระเทียม ราคาไปกระจุยกระจายหมดครับในภาคเหนือ นี่ละครับ เปึนผลพวงกับการไม่เตรียมตัว ไม่เตรียมความพร้อม ก็เลยมีแนวความคิดในสภา ร่างรัฐธรรมนูญขณะนั้นว่า ถ้าเรื่องอย่างนี้ต้องเอามาเข้าสภา แล้วก็เพิ่มเข้าไป เปึนเรื่องที่ ๓ และเรื่องที่ ๔ ว่า เรื่องใดที่เปึนการกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจ อย่างกว้างขวาง เรื่องใดที่มีผลผูกพันต่อการลงทุน และงบประมาณอย่างมีนัยสําคัญให้ เอามาผ่านสภานี้ อํานาจฝ์ายบริหารไม่มีแล้ว ต้องมาผ่านที่นี่ ดูแล้วดีครับ แล้วผมก็ เห็นด้วยกับหลักการนี้ แถมบวกว่าต้องรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนอีก แต่ว่า พอมาปฏิบัติในสภาแห่งนี้จําได้ไหมครับ เราเคยพิจารณาเรื่องกฎหมายลูกที่จะเปึนคู่มือ ประกอบ แล้วเราก็คุยกันถึงว่าสัญญา สัญญาอะไรบ้างควรจะอยู่ในกฎหมายลูก ลิสท์ (List) ตัวสัญญาไปเลย แล้วก็มีการถกเถียงกันครับว่า สุดท้ายแล้วตัดสินใจไม่ได้ว่า สัญญาประเภทไหนที่ไปกระทบอย่างมีนัยสําคัญ หรืออย่างกว้างขวางต่องบประมาณ ต่อสังคม ต่อเศรษฐกิจ ทํากันเปึนว่าสุดท้ายแล้วกฎหมายลูกก็ไม่ได้ออกครับ เพราะมัน ไปติดในวรรคสาม ประทานโทษครับ ไปติดในข้อที่ ๓ และข้อที่ ๔ ที่เพิ่มเติมขึ้นมา เห็นไหมครับ ที่คันมันอยู่ตรงนี้ แต่ว่ารายงานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญของท่านนั้นท่านบอกว่าไม่แก้ ท่านอ่านดี ๆ นะครับ ไม่แก้ แก้อยู่เรื่องเดียวคือเพิ่มบัญชีรายชื่อของสัญญาลงไป ท่านครับ มันแก้ไม่ถูกที่คันครับ ถ้าภาษาฟุตบอลก็กึ่งยิงกึ่งผ่านครับ ลําบากครับ แบบนี้ รับลูกยาก ผมถึงบอกว่าจะเอาอย่างไรฟันธงครับ ถ้าจะแก้ ๆ ให้ถูกครับ ถ้าจะต้องตัด ในเรื่องของข้อที่ ๓ ข้อที่ ๔ คือเรื่องของการกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง หรือผูกพันงบประมาณอย่างมีนัยสําคัญ ถ้าจะต้องตัดออกเพราะข้อความมันคลุมเครือ ก็ตัดออกครับ แล้วนําไปใส่ไว้ในกฎหมายลูก แล้วลิสท์รายชื่อครับ วิธีนี้คือวิธีการที่ถูกต้อง แล้วท่านจะไม่ขัดขากันเองที่จะเดินต่อไปในอนาคตแบบนี้แก้ถูกครับ แต่ที่ท่านเขียนมา กึ่งยิงกึ่งผ่าน ผมว่าใช้ไม่ได้ครับ ผมว่าท่านคงต้องตอบผมในประเด็นมาตรา ๑๙๐
ต่อมาเพื่อความรวดเร็วครับ ผมเองเปึนห่วงในเรื่องของหลักนิติรัฐ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้เช่นเดียวกัน ก็เลยทําหนังสือไปถึงท่านประธานคณะอนุกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ มาตรา ๓๙ ที่ผม มีปัญหา มาตรา ๓๙ ไม่ได้อยู่ในกรอบนี้ ผมส่งจดหมายไปครับ นี่จดหมายผมครับ นี่ข้อมูลที่ผมค้นคว้าครับ ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงครบครับ ผมส่งไปแบบนี้ละครับ แนบไป คําตอบคือผมไม่ได้รับเลยว่าของผมได้ถูกวินิจฉัยหรือไม่ อย่างไร มาตรา ๓๙ พูดถึงเรื่อง ของกฎหมายย้อนหลังเปึนโทษครับ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่ากฎหมายประเทศไทย ย้อนหลังเปึนโทษได้ เปึนโทษอย่างไร คําว่า กฎหมายย้อนหลังเปึนโทษ หมายถึงว่า ปกติคนเราจะต้องรับโทษก็ต่อเมื่อว่ากฎหมายบัญญัติว่าวันนี้เปึนความผิด ถ้ากฎหมาย ไม่ได้บัญญัติว่าเปึนความผิดไม่ต้องรับโทษครับ แต่บ้านเรามันแปลก เวลาผ่านไปแล้ว บัญญัติว่าการกระทําในอดีตเปึนความผิดมันลงโทษได้ท่านประธาน แปลกไหมครับ นี่คือ ความล้าสมัยของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๙ ซึ่งมีมาก่อนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๔๐ มีมาอย่างนี้ตลอดครับ เรื่องเดียวที่กฎหมายไม่ย้อนคือ โทษอาญาครับ โทษอาญา ศาลตีความอย่างแคบในมาตรา ๑๘ ประมวลกฎหมายอาญาบอกว่า ประหารชีวิต จําคุก กักขัง ปรับ ริบ นักกฎหมายทุกคนท่องได้หมด โทษอาญาพวกนี้ไม่ย้อนครับ แต่โทษที่ย้อน มีอะไรบ้างที่ไม่ใช่โทษอาญาย้อนหมด ท่านเคยได้ยินไหมครับการถอนสัญชาติคน ย้อนได้นะครับ วันนี้มีสัญชาติอยู่พรุ่งนี้ออกกฎหมายถอนสัญชาติคนทําได้ครับ กฎหมาย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๙ เอื้อที่จะทําได้ แล้วท่านเชื่อไหมครับเปลี่ยนลักษณะ กฎหมายพยานมาลงโทษ คนย้อนหลังก็ได้อีกครับ และท่านเชื่อไหมครับกฎหมายที่ผ่าน สภานี้ไปหลายต่อหลายครั้งโทษที่ใช้คําว่า นําทรัพย์ตกเปึนของแผ่นดิน เคยได้ยินแล้ว คุ้น ๆ ไหมครับ ท่านรู้ไหมครับมันไม่ใช่โทษริบทรัพย์สินตามกฎหมายอาญา มันย้อนหลัง นะครับ ท่านเขียนย้อนหลังให้เปึนกระทําความผิดกับใครก็ทําได้เพราะว่ามีคนนิยามมันว่า มันเปึนโทษทางแพ่ง เห็นไหมครับ ไม่ว่าจะเปึนโทษในการเพิกถอนสิทธิทางการเมือง ย้อนหลังไหมครับ ย้อนหลังครับ เรายังจําได้นะครับที่มีการเพิกถอนสิทธิทางการเมืองกัน ย้อนหลัง วันนั้นเขาบอกว่าพรรคไหนถูกยุบกรรมการบริหารห้ามเปึนกรรมการบริหาร พรรคอื่น แต่ต่อมาแก้กฎหมายใหม่บอกว่าโทษให้ไปถึงตัดสิทธิทางการเมือง เห็นไหมครับ นี่ก็เปึนอีก ๑ ชนวนในความผิดครับ วันนี้ถอดเสื้อพรรคตั้ง คุยกันแบบที่มีปัญหา ทําไม เราไม่หยิบมาตรา ๓๙ มาทําครับ ท่านประธานครับ ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่าสิ่งที่ผมพูด ท่านเชื่อไหมว่า ทั่วโลกเขาไม่ย้อน แล้วไม่ได้จํากัดเฉพาะโทษอาญาเท่านั้นนะครับ ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ๒๐๐ ป้แล้วครับ มีคําพิพากษาในป้ ค.ศ. ๑๘๑๐ นายเฟรชเชอร์กับนายเปึค คําพิพากษาป้ ค.ศ. ๑๗๙๘ นายคาวเดอร์กับนายบลู ๒ เคส (Case) ครับ ประเทศสหรัฐอเมริกาเขาไม่ทํา เขาเลิกทําไปนานแล้วครับ ๒๐๐ ป้ ประเทศเรา ยังเปึนอยู่ครับ ประเทศฝรั่งเศส คณะตุลาการรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส คําวินิจฉัยที่ ๘๒-๑๕๕ วันที่ ๓๐ ตุลาคม ค.ศ. ๑๙๘๒ พูดถึงเรื่องโทษทางภาษีครับ ไม่ย้อนหลังครับ ประเทศเยอรมนีก็มีคําวินิจฉัยไว้เช่นเดียวกันครับ ศาลรัฐธรรมนูญ แห่งสหพันธ์ครับ เล่มที่ ๑๓ หน้า ๒๖๑ กับหน้า ๒๗๐ ครับ ชัดเจนนะครับ เขาไม่ทํากันมา เปึนชาติแล้วครับ ท่านประธานครับ เปึนชาติไม่ได้ หลายร้อยป้ครับ แต่ของเรายังอยู่ นี่คือความไม่สมบูรณ์ ผมว่าท่านต้องคิดเรื่องพวกนี้ครับ อย่าไปคิดเรื่องที่เปึนกระแสครับ กระแสบอก ๖ มาตรา ท่านบอก ๖ มาตรา ผมว่าวันนี้ท่านต้องตอบในความไม่ชัดเจน ในมาตรา ๑๙๐ ของผม ท่านต้องตอบว่ามาตรา ๓๙ เรื่องกฎหมายย้อนหลังของผม ที่ส่งเอกสารพร้อมบทวิชาการไปให้ท่าน ทําไมท่านไม่ตอบผมว่า เอา ไม่เอาครับ ๒ เรื่องนี้ท่านคงต้องตอบผมนะครับ เอาละครับ ท่านประธานครับ ก่อนจะป่ดท้าย สสร. ๓ ถ้าจะมีในอนาคต ขอให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม คนใช้ไม่ได้ทํา คนทําไม่ได้ใช้ แบบ ที่เรียกว่าต้องเอาคนมีส่วนร่วมเข้าไปด้วย และขอให้นักการเมืองเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณเรวัต สิรินุกุล ๑๐ นาที ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมได้ฟังท่านประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วก็ท่านประธานคณะอนุกรรมการ อีก ๓ ท่าน ผมฟังท่านแล้วผมก็ดีใจแล้วก็เข้าใจว่าท่านเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้ ผมก็ เห็นด้วยนะครับ แต่ผมก็เชื่อว่าความตั้งใจจริงของท่านได้ทําเรื่องนี้ ผมว่าประเทศไทย คงเดินไปได้ แต่ว่าท่านประธานครับ ผมก็ไม่ทราบว่ารัฐบาลซึ่งจะดําเนินการเรื่องนี้ โดยแท้จริงจะให้ความหวังหรือท่านมีความหวังกับรัฐบาลหรือไม่ ผมก็เลยต้องถาม ทางรัฐบาล ถามโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านมีหนังสือถึงท่านนะครับ ถึงท่านประธานว่าการแก้ไขของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๖ ประเด็นด้วยกัน ว่า ๖ ประเด็นเหล่านี้ท่านต้องฟังความคิดเห็นให้กว้างขวางจากท่านวุฒิสมาชิก จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อเปึนอย่างนี้ท่านประธานครับ ผมก็เลยอยากจะถาม ท่านว่า ในกรณีที่สมาชิกท่านฟังแล้วพอใจ แล้วก็ท่านสมาชิกทุกท่านก็เห็นด้วยกับ คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว ท่านจะทําอย่างไร ท่านเอาด้วยไหม ท่านได้เห็นด้วยกับการแก้ไขนี้ไหม ๖ ประเด็น หรือว่าท่านมีนโยบายอย่างไร จะต้องไป สสร. ๓ อีกไหม นี่คือสิ่งที่ผมอยากถามครับ เพราะถ้าท่านให้คําตอบ ให้กระจ่างนะครับ ผมอยากถามแล้วก็อยากได้รับคําตอบเพื่อว่า ท่านที่ลงทุนลงแรงมากมายท่านจะได้ไปทําต่อเนื่องให้สําเร็จให้ประเทศไทยเดินไปได้ นี่คือสิ่งผมอยากรู้ และผมอยากได้รับฟัง ทีนี้เมื่อเปึนอย่างนี้ท่านประธานครับ สสร. ๓ ผมก็ต้องถามท่านทางคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกเหมือนกันว่า ในหนังสือในรายงานของท่านเล่มนี้ ท่านก็บอก ชัดเจนเลยว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปึนของประชาชนโดยแท้จริง สังคมไทยยอมรับ ต่างประเทศยอมรับ แต่ทําไมเวลาท่านเสนอแนะในการพิจารณาปฏิรูปทําไมต้องเปึน สสร. ๓ ทําไมไม่เอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาใช้ ผมก็ไม่เข้าใจ ท่านต้องตอบผมด้วย นะครับ ว่าเปึนเพราะอะไรมันทําไมต้องเปึนอย่างนั้น เพราะว่าถ้าจะไปบอกว่าเหตุเกิด มาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เพราะมันดีเกินไป รัฐบาลได้เสียงมากเกินไปมันคงไม่ใช่ จะพูดอย่างนั้นไม่ใช่ครับ รัฐบาลที่แล้วท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณได้เปึนรัฐบาลเดียว มากเกินไป ไม่ใช่ครับ เขาไม่ได้ทําอะไรผิดในรัฐธรรมนูญ แต่คนที่จะไปยึดรัฐธรรมนูญ หรือคนที่จะไปแก้ตรงนี้ไม่สามารถมีอํานาจเหนือรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ต้องคิดนะครับ ไม่มีอํานาจเหนือรัฐธรรมนูญครับ ไม่สามารถที่เอาชนะรัฐธรรมนูญได้ จึงเกิดตรงนี้ขึ้น ท่านคิดไหมครับ แล้วท่านไปแก้ทําไมในเมื่อป้ ๒๕๔๐ ยอมรับกันทั้งโลก ผมเลยไม่เข้าใจครับ ก็อยากจะ ได้รับคําตอบที่แท้จริงจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมได้อ่านรายงานที่ท่านคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญเขียนไว้นี่บอกชัดเจนว่าปัญหาทุกวันนี้มีการแบ่งสี แบ่งฝ์าย ขัดแย้ง รุนแรง เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมมาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เขียนไว้ ชัดเจน ตรงนี้เปึนสาเหตุใหญ่ เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ฉบับนี้ร่างโดย กลุ่มคณะบุคคลกลุ่มหนึ่งเท่านั้นเอง ไม่ใช่มาจากระบอบประชาธิปไตย ประเทศไทย ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญต้องมาจากประชาธิปไตย มาจากพี่น้อง ประชาชนเจ้าของประเทศ แล้วเขายอมรับกันในฐานะประชาธิปไตย ยอมรับกันทั่วโลก อย่างนี้ถึงจะถูกต้องครับ ป้ ๒๕๕๐ เปึนบ่อเกิดแห่งความไม่สมานฉันท์ เมื่อเปึนอย่างนี้ ท่านก็คิดว่าเอาละรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ต้องมาแก้กันเสียใหม่ ก็เลยแก้ ๖ ประเด็น ผมก็เห็นด้วย ผมเห็นด้วยที่ท่านแก้ไว้ เพราะอะไร ผมก็มีเหตุผลว่าเพื่อให้สอดคล้องกับ แนวทางซึ่งท่านก็เขียนไว้ ให้ความขัดแย้งลดลง แล้วก็จะไม่เกิดความแตกแยก แก้เปึน บางประเด็นที่ผมพูดก็อยู่ใน ๖ ประเด็นที่จะแก้ไข เมื่อเปึนอย่างนี้ผมก็เห็นด้วย ไม่ว่า จะเปึนมาตรา ๒๓๗ หรือเขตเล็ก เขตใหญ่ก็แล้วแต่ อันนั้นก็เปึนเรื่องที่ท่านว่ากันไป แต่ผมเห็นด้วยทั้ง ๖ ประเด็นที่ท่านแก้ไขนี้ พรรคการเมืองทุกพรรคผมกราบเรียน ท่านประธานได้เลยว่าเปึนสิ่งที่ต้องมีควบคู่กันไปกับระบอบประชาธิปไตย พรรคการเมือง ก็ต้องสร้างคน คนก็ต้องสร้างพรรค เมื่อเปึนอย่างนี้ผมก็เห็นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแก้ไขมาตรา ๒๓๗ อันนี้เปึนเรื่องสําคัญ คนทําผิดพลาดคนเดียว ยุบพรรคเสียเลย อย่างนี้มันก็ไม่ถูก อันนี้แก้ไข ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง จะไปบอกว่าผิดคนเดียวแล้วไปเหมา ทั้งหมดเลยอย่างนี้มันไม่ได้ จริง ๆ แล้วที่ผมฟังมาในโลกนี้เขาคงไม่มีกัน นี่เปึนสิ่งที่กระผม อยากฝากผ่านท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และท่านประธานคณะอนุกรรมการด้วยท่านได้ ดําเนินการมาอย่างดี ผมเห็นด้วยครับท่านที่พูดมาทั้งหมด ผมเห็นด้วย แล้วท่านพยายาม จริง ๆ ที่จะให้เกิดขึ้น ผมก็หวังอย่างนั้นนะครับ ทีนี้ผมก็ต้องกราบเรียนย้ําอีกที ย้ําแล้ว ย้ําอีกว่าทั้งหมดอยู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรีคนเดียว จริง ๆ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีไม่ต้อง ไปทําประชาพิจารณ์เลย ท่านมีสิทธิเต็มที่ตามมาตรา ๒๙๑ ที่ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เสนอผ่านสภามา ทําได้เลยครับ ที่เขายอมรับกันทั้งโลก คนไทยทั้งประเทศ เปึนของ ประชาชนคนไทย ก็เอามาตรา ๔ เอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาใช้ อย่างนี้สิครับ ความที่จะเกิดการไม่สมานฉันท์ก็หายไป นี่คือสิ่งที่กระผมคิด แล้วผมก็ หวังว่าในการแก้ไขนั้น แล้วก็หวังอย่างยิ่งว่าไม่ว่าใครก็แล้วแต่ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ดี ทําไปเถอะครับให้ประเทศไทยเดินไปได้ นี่คือสิ่งเปัาหมายที่สุด ของที่สุดครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสาย กังกเวคิน ๘ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาย กังกเวคิน วุฒิสมาชิกจากจังหวัดระยอง การอภิปรายทีหลังเสียเปรียบเยอะ ท่านประธานครับ เพราะประเด็นสําคัญ ๆ เขาก็พูดแล้วพูดอีก พูดซ้ําพูดซาก ยิ่งคน มีอายุมากด้วย แล้วมาอยู่ดึก ๆ อย่างนี้ด้วย ก็อยากจะนําเสนอรัฐบาลว่าการแก้ไข รัฐธรรมนูญเปึนประเด็นสําคัญ เปึนปัญหาของบ้านเมืองอยู่ในขณะนี้ ทางวุฒิสมาชิก วุฒิสภาก็ได้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาการบังคับใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งประกอบด้วย วุฒิสมาชิกถึง ๔๔คน จากอาชีพต่าง ๆ เราศึกษากันมาเปึนป้ เชิญผู้เชี่ยวชาญ ผู้สันทัดกรณีเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญมาให้ความรู้ มาปรึกษาหารือกันหลาย ๆ ท่าน ก็สรุปความคิดเห็นพอจะได้ข้อสรุปว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๕๐ ยังไม่จําเปึนต้องแก้ไข เพราะเปึนฉบับที่เปึนยาหม้อใหญ่ รักษาโรคได้ชะงัด เปึนการเพิ่ม จุดอ่อนที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ บกพร่องอยู่ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ก็มาเติมเต็ม ก็ยังศึกษาไม่จบ กรรมาธิการของวุฒิสภาชุดนี้ แต่เท่าที่ได้ข้อยุติส่วนใหญ่ก็มีความเห็นหลากหลายกันอยู่ ทั้งส่วนที่ว่าควรจะแก้ไขบางจุด และทั้งส่วนที่เห็นว่ายังไม่จําเปึนต้องแก้ไข สําหรับผมนั้น ผ่านการเลือกตั้ง ตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาจังหวัด สมาชิกวุฒิสภาลงถึง ๔ ครั้ง ตก ๒ ครั้ง ได้ ๒ ครั้ง ได้มาทั้งป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๑ ทั้ง ๒ ครั้งนี้เลือกตั้งเข้ามา ทําให้ ทราบดีว่าการเลือกตั้งนั้นมีปัญหาอะไรบ้าง ทําให้ทราบว่าที่มาของสภาทาส ของวุฒิสมาชิกเมื่อป้ ๒๕๔๔ เปึนอย่างไร ผมมาจากการเลือกตั้ง แล้วก็คุยได้ว่า มาด้วยความโปร่งใสทุกครั้งที่ลง ก็เห็นว่าถ้าจะมีการแก้ไขที่มาของวุฒิสมาชิกให้มาจาก การเลือกตั้งอย่างเดียวน่าจะไม่เปึนผลดีกับบ้านเมือง ผมยังเห็นว่าควรจะสงวน ประเภทสรรหาหรือแต่งตั้งไว้ด้วย เพราะมีโอกาสที่จะได้คนดีมีความรู้ในสาขาอาชีพต่าง ๆ เข้ามา มาช่วยกันบริหารบ้านเมือง ส่วนการสรรหานั้นจะมีวิธีการที่รัดกุมขึ้น เพื่อให้ เปึนที่เชื่อถือของพี่น้องประชาชนมากขึ้นก็น่าจะปรับปรุงได้ ก็ยังเชื่อมั่นว่าการสรรหาวุฒิสมาชิกเข้ามาอีกสายหนึ่งนั้นน่าจะเปึนประโยชน์แก่บ้านเมือง นะครับ ก็อยากจะเรียนฝากไปยังรัฐบาลแล้วก็พี่น้องประชาชนคอการเมืองที่ยังฟังอยู่นี้ ยังยืนยันว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ยังเปึนรัฐธรรมนูญที่ใช้ได้นะครับ ถ้าไม่แก้ไข บ้านเมืองก็คงจะอยู่ได้นะครับ ปัญหาขัดแย้งในบ้านเมืองนี้คงไม่สามารถจะแก้ไขให้ลด หรือหายไปโดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ ไม่น่าจะเกี่ยวพันกัน ยกเว้นแต่ว่าการแก้ไข รัฐธรรมนูญนั้นมุ่งเพื่อประโยชน์จะช่วยเหลือบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะหรือช่วยให้ คนทําผิดพ้นผิดนี้อย่างนี้ก็อาจจะสร้างความขัดแย้งขึ้นมาเพิ่มขึ้นก็ได้ ต่อฝ์ายที่ไม่เห็นด้วย ผมจึงยืนยันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ยังไม่จําเปึนต้องแก้ไขนะครับ ถ้าหากจะแก้ไขก็เมื่อถึง เวลาที่เหมาะสมกว่านี้หรือว่าใช้ไปแล้วมีปัญหานะครับ เราฟังตั้งแต่หัวค่ํา ตั้งแต่เช้ามา ถึงดึกก็พอจะมองออกว่าสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ก็มีความเห็นหลากหลายนะครับ กลุ่มใด กลุ่มไหน พรรคใด พวกใด ที่มีความเห็นว่ารัฐธรรมนูญนั้นมีปัญหา สร้างความขัดแย้ง สําหรับส่วนตัวผมเองแล้วเห็นว่าความขัดแย้งในสังคม มันสืบเนื่องมาหลายรัฐบาล นะครับ ตั้งแต่สมัยท่านทักษิณสืบต่อมาอีก สมัยท่านสมัคร ท่านสมชาย ความขัดแย้ง ก็เกิดมาเรื่อย ยากที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจะขจัดความขัดแย้งให้หายได้ในฉับพลันทันที คงต้องใช้เวลาครับ แล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ไม่น่าจะใช่เปึนการแก้ไขความขัดแย้งได้ นะครับ ผมคิดว่าน่าจะมีวิธีอื่นที่ดีกว่าคือการบริหารราชการบ้านเมือง โดยใช้ธรรมาภิบาล น่าจะช่วยลดความขัดแย้งได้นะครับ เพราะถ้าหากความขัดแย้งยังดํารงคงอยู่นี้ ข่าวลือ ปฏิวัติรัฐประหารก็จะเกิดขึ้นเรื่อยนะครับ ถ้ารัฐบาลสามารถบริหารบ้านเมืองให้ลดความ ขัดแย้งลงได้ ให้มีธรรมาภิบาล การทุจริตคอร์รัปชันไม่มี การแทรกแซงองค์กรอิสระหรือว่า คุกคามองค์กรอิสระแล้วก็อย่างที่เกิดเหตุไปวางบอมบ์ (Bomb) ที่บ้านกรรมการ ป.ป.ช. นี้ อย่างนี้เขาเรียกว่า คุกคามองค์กรอิสระแล้ว ปัญหาอย่างนี้จะทําให้เกิดการปฏิวัติ รัฐประหารได้ ขอบคุณครับ
เนื่องจากเราได้อภิปรายกัน แล้ววันนี้ เปึนวันใหม่ เปึนวันที่ ๑๗ วันพฤหัสบดีแล้ว กระผมขอพักการประชุม ดําเนินการประชุม ต่อเวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกาของวันนี้ ส่วนท่านที่ยังค้าง ท่านศุภชัย ไพจิต เจริญ ผุสดี รังสิมา พรุ่งนี้เชิญมาแต่เช้าเวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา จะดําเนินการทันทีครับ ป่ดประชุมครับ
พักประชุมเวลา ๐๐.๑๔ นาฬิกา
ของวันพฤหัสบดีที่ ๑๗ เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๒