ฮอชาลี ม่าเหร็ม อภิปรายเรื่องรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ และ พ.ศ. ๒๕๕๐ แสดงถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของสิทธิเสรีภาพของประชาชน การมีเสถียรภาพของรัฐบาล และการตรวจสอบอํานาจของรัฐบาล และเรียกร้องการปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ รวมถึงการไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของสื่อและประชาชน เพื่อป้องกันการกระทำที่ไม่เหมาะสมในอนาคต
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด สตูล พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออภิปราย ให้ความคิด ความเห็นในรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภาในวันนี้ และผมเองก็ได้รับฟังความคิด ความเห็นของบรรดาเพื่อนสมาชิกรัฐสภาในหลายประเด็น หลายแง่มุม ซึ่งก็เปึนความเห็น ที่ค่อนข้างที่จะเปึนอิสระ เพราะเปึนการให้ความเห็นแล้วก็วิพากษ์วิจารณ์ถึงแนวทาง ในการที่จะมาร่วมกันสร้างสมานฉันท์ และจะหาแนวทางในการที่จะเดินหน้าเพื่อการ ปฏิรูปทางการเมืองต่อไป ท่านประธานครับ สมาชิกหลายท่านก็ได้พูดในเรื่องของวิกฤติ ทางด้านการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้มีการตอกย้ําว่าวิกฤติทางด้านการเมืองนั้นเกิดขึ้น หลังจากที่มีการรัฐประหารวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ แต่ท่านประธานครับ กระผมเองคงจะต้องย้อนกลับไปก่อนเหตุการณ์ตรงนั้น ถ้าหากว่าเราได้มีการติดตาม เหตุการณ์บ้านเมือง แล้วเราให้ความเปึนธรรมในเรื่องของข้อมูลแล้วนั้น เราก็จะมีข้อสรุป อีกอย่างหนึ่ง ซึ่งเปึนข้อสรุปที่มีเหตุมีผลซึ่งผมจะได้อธิบายเรื่องราวต่อไปในคราวนี้ ท่านประธานครับ ผมคงจะต้องย้อนไปถึงรัฐธรรมนูญ ป้ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาประกอบในการ อภิปรายในครั้งนี้ด้วย เพราะรัฐธรรมนูญในป้ พ.ศ. ๒๕๔๐ นั้น ก็ไม่ได้ต่างไปจาก รัฐธรรมนูญ ป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ในแง่ของที่มาที่ไป เพราะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น ถึงแม้ว่า เกิดขึ้นมาจาก สสร. ๑ แต่ก็มีที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหารของ รสช. ซึ่งมีการจัดตั้งธรรมนูญในการปกครองในป้ พ.ศ. ๒๕๓๔ แล้วก็มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ขึ้นมา แล้วก็ได้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๔ หลังจากนั้นจึงมีการแก้ไขในมาตราของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๔ แล้วก็มี สสร. ขึ้นมา แล้วก็เปึนที่มาของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็เฉกเช่นเดียวกันกับการปฏิวัติของ คมช. แล้วก็ได้ สสร. ๒ ขึ้นมา แล้วก็เปึนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เช่นกัน นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะขอเปรียบเทียบว่าที่มาของ ๒๕๕๐ กับป้ ๒๕๔๐ นั้น ไม่ได้ต่างจากกัน และในรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่าน ๆ มาก็เปึนรัฐธรรมนูญที่ส่วนใหญ่ ก็มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร มีที่มาที่ไปทั้งนั้น แต่อยู่ที่ว่าเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ แต่ละฉบับนั้นมีเนื้อหาในการที่จะคงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย หรือมีแนวโน้มในการที่จะ สืบทอดอํานาจของผู้ที่ปฏิวัติแค่นั้นเอง ดังนั้นในป้ ๒๕๔๐ แล้วก็ป้ ๒๕๕๐ เท่าที่ผม ได้ตรวจสอบดู แล้วก็หลายท่านก็คงจะได้มีข้อสรุปเหมือนกันว่าเปึนรัฐธรรมนูญ ซึ่งให้อํานาจกับประชาชน นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้งโดยพี่น้องประชาชน คณะรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้งโดยพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นตัวแทนของพี่น้อง ประชาชน จึงมีอํานาจเต็มในการบริหารประเทศ นั่นคือหลักการข้อใหญ่ที่ทุกคน มีความเห็นพ้องร่วมกัน ดังนั้นข้อมูล ข้อสรุปของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ให้มานั้น ผมถือว่าเปึนเพียงแค่ประเด็นรอง เท่านั้นเอง ซึ่งเราได้มาร่วมกันพิจารณา มาร่วมกันให้ข้อเสนอแนะ แต่ไม่ใช่เปึนประเด็นหลัก ประเด็นหลักนั้นก็คือว่าถ้าหากว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น ไม่ได้เปึนประชาธิปไตย มีที่มาเพื่อต้องการที่จะสืบทอดอํานาจของบรรดาเหล่า คมช. แล้ว ทุกฝ์ายทุกคนจะต้อง ให้การต่อต้าน ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะให้ที่ประชุมเราได้มี การพิจารณากันนั้นก็คือว่า ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น โดยเจตนารมณ์หลัก ๆ ของ รัฐธรรมนูญนั้น ที่ผมพูดตรงนี้เพื่อที่จะเปรียบเทียบให้เห็นว่า ๒ รัฐบาล ที่เข้ามาใช้ กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น มีข้อต่างกันอย่างไร เราเริ่มต้นในป้ พ.ศ. ๒๕๔๐ ซึ่งเปึนช่วงที่รัฐบาลโดย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรี ได้บริหารประเทศ โดยใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันจนถึงป้ พ.ศ. ๒๕๔๓ กว่า ๆ แล้วก็มีรัฐบาลของ อีกพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งเดิมชื่อว่าพรรคไทยรักไทยได้มารับช่วงต่อในป้ พ.ศ. ๒๕๔๔ จนถึงป้ พ.ศ. ๒๕๔๘ สิ่งที่เราได้เห็นความแตกต่างนั้นก็คือว่าเจตนารมณ์ และสาระของ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเปึนตัวหลักอยู่ ๓ ประเด็น นั่นก็คือ
ข้อที่ ๑ ในเรื่องของสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
ข้อที่ ๒ การมีเสถียรภาพของรัฐบาล แล้วก็
ข้อที่ ๓ ในเรื่องของการตรวจสอบถ่วงดุลอํานาจของรัฐบาล
นี่คือเจตนารมณ์หลักของรัฐธรรมนูญในป้ ๒๕๔๐ และเช่นเดียวกันก็มีอยู่ ในรัฐธรรมนูญ ป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ด้วย ท่านประธานครับ ในเรื่องของสิทธิแล้วก็เสรีภาพ ของประชาชนนั้นจะเห็นได้ว่าในป้ ๒๕๔๐ นั้นเขียนเอาไว้อย่างสวยหรู เขียนเอาไว้ อย่างมีน้ําหนัก แต่ทําไมล่ะครับ หลังจาก ป้ พ.ศ. ๒๕๔๔ เราจึงเห็นเพื่อนร่วมชาติของเรา จํานวนมากมายที่ได้ล้มตายและเสียชีวิตอันเนื่องมาจากการละเมิดโดยนโยบาย ของรัฐบาลในยุคนั้น จากกรณีการฆ่าตัดตอนยาเสพติด ๒,๕๐๐ กว่าศพ ซึ่งยังหา ยังจับมือป๋นไม่ได้ ยังจับมือใครดมไม่ได้ แล้วก็การล้มตายของพี่น้องที่ตากใบ จากการชุมนุมโดยอาศัยรัฐธรรมนูญ ความเสรีในการชุมนุม ความมีอิสระในการชุมนุม โดยปราศจากอาวุธ แต่ทําไมภายในคืนเดียวนั้นต้องล้มตายไปถึง ๗๐ กว่าศพ ซึ่งอยู่ใน รัฐบาลที่ถือว่าเปึนการเรียกร้องประชาธิปไตยอยู่ในขณะนี้ ทําไมจึงยังไม่มีคําตอบให้กับ ประชาชนเหล่านั้น นี่หรือคือสิทธิเสรีภาพที่คุณบอกว่าคุณอยากจะเรียกร้อง แต่ทําไม จึงยังไม่ให้คําตอบในกรณีตรงนี้ นั่นคือในเรื่องของเจตนารมณ์ของสิทธิเสรีภาพ ท่านประธานครับ ในเรื่องของความเสมอภาค ในรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดนะครับ ป้ ๒๕๔๐ เขียนไว้ชัดในมาตรา ๓๐ นั่นก็คือว่าบุคคลย่อมมีความเสมอภาคกันในกฎหมาย แล้วก็ ได้รับความคุ้มครองการดูแลจากรัฐโดยเท่าเทียมกัน โดยไม่มีการแบ่งแยก ถึงแม้ว่าจะมี ความคิด ความเห็นจากทางการเมืองที่มีความแตกต่างกัน แต่ทําไมล่ะครับ จึงมีวลีเด็ด ที่เกิดขึ้นจากอดีตผู้นําของเรา นั่นก็คือวลีที่ว่า จังหวัดไหนที่มอบความไว้วางใจให้กับผม ผมต้องดูแลกับเขาเปึนพิเศษ จังหวัดไหนที่ไม่เลือกเราหรือไว้วางใจเราน้อยเอาไว้ทีหลัง ทําไมจึงเกิดสิ่งลักษณะนี้ เพราะฉะนั้นปัญหาของรัฐธรรมนูญมันเกิดมาจากระบบ เกิดมาจากหลักการ เกิดมาจาก เนื้อหา หรือเกิดมาจากผู้ที่ใช้รัฐธรรมนูญ นั่นคือสิ่งที่สภาของเราจะต้องคิด แล้วจึงจะ เดินหน้าไปข้างหน้าได้ ท่านประธานครับ ถ้ากลับไปอ่านมาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ ของป้ ๒๕๔๐ ในเรื่องของสิทธิเสรีภาพของสื่อได้วาดมโนภาพเอาไว้ อย่างสวยงามทีเดียวว่า สื่อมวลชนนั้นจะต้องมีเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์ในการเขียน ในการคิด โดยที่ไม่ถูกละเมิดแล้วก็ไม่ถูกป่ด แต่ทําไมล่ะครับ ในยุคนั้น ในสมัยนั้นจึงเปึน ยุคที่มีการแทรกแซง แทรกซึม ครอบงําสื่ออย่างร้ายแรงที่สุด เริ่มต้นเข้ามาก็มีการ ขึ้นบัญชีดําผู้สื่อข่าวฟาร์ อีสเทิร์น อิโคโนมิค (Far Eastern Economic) จากการที่เขียนไป พาดพิงรัฐบาล มีการถอดรายการเก็บตกจากเนชั่น (Nation) มีการยกเลิกรายการ วิเคราะห์การเมืองของในเครือเนชั่น มีการถอดรายการมองต่างมุมของอาจารย์เจิมศักดิ์ มี การเข้าไปเทค โอเวอร์ (Take over) ไอทีวี (ITV) ซึ่งรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ตั้งขึ้นมา เพื่อที่จะให้เปึนปากเสียงของพี่น้องประชาชน แต่บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จํากัด เข้าไป เทค โอเวอร์ แล้วก็ขายให้กับเทมาเส็ก นี่คือการแทรกซึมแล้วก็การครอบงํา และสําคัญ ที่สุดก็คือมีการป่ดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ซึ่งเปึนจุดในการที่จะเริ่มต้นในการที่จะ วิกฤติ ถ้าหากว่ารัฐบาลชุดนั้น ผู้นําของรัฐบาลชุดนั้นสวมแว่นประชาธิปไตย วิกฤติ มันก็จะไม่เกิด แต่ที่ผ่านมานั้นได้สวมแว่นเผด็จการ มันก็เลยเกิดปัญหาเปึนวิกฤติ มาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้
ท่านประธานครับ ผมมีเวลาอีก ๑ นาทีนะครับ เจตนารมณ์ของข้อที่ ๒ ก็คือว่าเจตนารมณ์ในเรื่องของการถ่วงดุลอํานาจของรัฐบาลโดยองค์กรอิสระ ท่านประธานครับ ยุคนั้นเปึนยุคที่มีการแทรกแซงองค์กรอิสระมากที่สุด เครือข่าย ของตํารวจได้ถูกส่งเข้าไปยัง กกต. ยัง ป.ป.ช. ยัง ปปง. ยัง ดีเอสไอ (DSI) เพื่อที่จะเปึน ประโยชน์ให้กับผู้นําของประเทศ เราจึงเห็นว่าองค์กรอิสระอย่าง กกต. ถูกจําคุก ด้วยคําพิพากษาของศาลว่ามีความไม่เปึนกลาง ไม่มีความสุจริต แล้วก็แสวงหา ผลประโยชน์อันเนื่องมาจากการแทรกแซงของรัฐบาลในยุคนั้น นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะ เปรียบเทียบว่ามันเปึนเพราะระบบหรือตัวบุคคล ผมมีเวลาน้อย คงจะมีอีกหลายประเด็น ยังไม่ได้พูด แต่ว่าเอาไว้คราวหลังนะครับ คงจะฝากเอาไว้ในรัฐสภาได้ช่วยกันพิจารณา เอาไว้เพียงแค่นี้นะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ