ไชยยศ จิรเมธากร หารือเรื่องการปฏิรูปการเมืองและแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อความยุติธรรมและความเท่าเทียมในการเมือง และสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเริ่มต้นการสมานฉันท์ของประเทศ
ท่านประธานที่เคารพครับ ไชยยศ จิรเมธากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อแผ่นดิน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้อ่านรายงานคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่มาที่ไปท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้ชี้แจงต่อสภาไปเมื่อเช้านี้แล้ว ต้องกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีที่ขอให้มีการเป่ดอภิปรายในวันนี้ขึ้นมาเพื่อรับฟังความคิดเห็น ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของวุฒิสมาชิกในการที่จะดําเนินการตามแนวทาง ของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ผมอ่านดูแล้ว ทางคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นได้กําหนดแนวทางไว้เปึน ๓ แนวทาง ก็คือ การสร้าง ความสมานฉันท์ในบ้านเมือง การปฏิรูปการเมือง แล้วก็การให้เสนอแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญ สําหรับ ๒ ประเด็นแรกนั้น จริง ๆ ที่ผมเตรียมมาจะพูดนั้น ได้ซ้ําประเด็น กับเพื่อนสมาชิกไปหลายท่านแล้ว จึงขออนุญาตพูดในส่วนของการแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญ
ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิกหลายท่านขึ้นมาพูดถึงการแก้ไข ปัญหารัฐธรรมนูญว่าเปึนสิ่งที่ควรทําหรือไม่ควรทํา ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าในฐานะ ที่ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพูดในนามของพรรค พรรคของผมได้มีการแถลงข่าว ออกไปเหมือนพรรคการเมืองหลาย ๆ พรรคว่าเราสนับสนุนแนวทางการแก้ไขปัญหา กฎหมายรัฐธรรมนูญที่เปึนปัญหาอยู่ ๖ ประเด็น ตามแนวทางของคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมต้องกราบเรียน อย่างนี้ครับว่า เรามิได้คิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีแต่ข้อบกพร่อง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ป้ ๒๕๕๐ มีข้อดีอยู่หลายประเด็นครับ ขออนุญาตสรุปคร่าว ๆ ตามระยะเวลาสั้น ๆ นะครับ ยกตัวอย่างเช่น การกําหนดให้มี ส่วนร่วมของประชาชนในการลงมติรับหรือไม่รับร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญเปึนครั้งแรกนะครับ กําหนดให้ชุมชนสามารถฟัองร้องต่อหน่วยงานของรัฐ กําหนดให้ประชาชนสามารถ ร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐได้โดยตรงในกรณีที่มีการละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพ มีข้อกําหนดให้มีการคุ้มครองสิทธิเด็ก สตรี คนชรา มีการกําหนดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ไว้อย่างชัดเจนมากมาย ทําให้คณะรัฐมนตรี คณะรัฐบาลต้องกําหนดแนวนโยบายแห่งรัฐ ในแนวนโยบายการบริหารประเทศชาติบ้านเมืองที่แถลงต่อรัฐสภาอย่างชัดเจน รวมทั้ง เมื่อได้บริหารไปในระยะเวลาหนึ่งแล้วรัฐธรรมนูญก็ยังกําหนดให้รัฐบาลต้องมานําเสนอ ปัญหาอุปสรรคและวิธีการดําเนินการให้รัฐสภาทราบความคืบหน้า กําหนดให้ประชาชน มีส่วนร่วมต่อการเสนอปัญหาต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น ลดจํานวนประชาชนที่จะเข้าชื่อเสนอ กฎหมายเหลือเพียงแค่ ๑๐,๐๐๐ รายชื่อ ๒๐,๐๐๐ รายชื่อสําหรับการเข้าชื่อถอดถอน ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ๕๐,๐๐๐ รายชื่อสําหรับการเสนอแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญ กําหนดให้มีการลงประชามติในกรณีที่นโยบายของรัฐบาลมีผลกระทบ ต่อชุมชน ต่อท้องถิ่น และยังกําหนดไว้ว่าประชามตินั้น ๆ จะต้องผูกพันต่อนโยบาย ของรัฐบาล กําหนดให้ในการเสนอพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ จะต้อง ชี้แจงที่มา ที่ไปของงบประมาณ รวมถึงข้อภาระผูกพันที่รัฐบาลในอนาคตจะต้อง รับผิดชอบต่องบประมาณที่รัฐบาลปัจจุบันเสนอ มีข้อกําหนดห้ามมิให้การนําเงิน นอกระบบมาใช้โดยใช้มติคณะรัฐมนตรี หรืออํานาจของคณะรัฐมนตรีซึ่งเคยมีอยู่เดิม ต้องกลับมาขอความเห็นชอบต่อรัฐสภา กําหนดให้มีการประมวลจริยธรรม ของนักการเมืองภายใน ๑ ป้ ซึ่งได้พ้นไปแล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคมป้ที่แล้วนะครับ ซึ่งกําหนดไว้ในมาตรา ๑๗๙ มาตรา ๒๘๐ ประกอบกับมาตรา ๓๐๔ มีการเพิ่มอํานาจ ให้คณะกรรมาธิการสามารถมีอํานาจในการเรียกบุคคลเข้ามาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ ของรัฐสภา กําหนดให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีจะต้องมาตอบกระทู้ มาตอบข้อซักถาม ของสภาด้วยตนเอง แต่อย่างไรก็ตามครับ เมื่อมีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย ในข้อเสียที่ผม อยากจะยกตัวอย่างให้เห็นก็คือว่า ยกตัวอย่างเช่น ในมาตรา ๓๑ กําหนดให้ข้าราชการ มีสิทธิเท่าเทียมกันกับประชาชนในการเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ ผมกราบเรียนถาม ท่านประธานครับว่า วันนี้ถ้าหน่วยงานรัฐบาล ข้าราชการหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ไม่พอใจต่อแนวทางการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล แล้วอ้างมาตรา ๓๑ ออกมา เดินขบวนก่อม็อบ (Mob) ผมถามว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะเปึนม็อบที่น่ากลัวที่สุดในประเทศ หรือเปล่า มีการกําหนดนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐไว้มากมาย ซึ่งผมอ้างไปในข้อดีแล้ว แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อเสีย เพราะว่าแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐนั้นเมื่อกําหนด ไว้มากมายก็ทําให้พรรคการเมืองต่างๆ ไม่สามารถที่จะเสนอแนวนโยบายใหม่ ๆ ขึ้นมาได้ เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ มีข้อกําหนดไว้ที่ผมบอกว่าเปึนข้อดีว่า นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีต้องมาตอบชี้แจงต่อสภานั้น แต่ไม่ได้มีบทลงโทษเลยว่า ถ้ากําหนดไว้ว่าต้องมา แล้วถ้าเกิดไม่มาสภาแห่งนี้ รัฐสภาจะทําอย่างไร ท่านประธาน คงจะจําได้นะครับ ยกตัวอย่างข้อเสียอีกสักข้อหนึ่ง ท่านคงจะจําได้ในขณะที่รัฐบาล ๒ รัฐบาลที่แล้วจะจัดตั้งรัฐบาล มีการเสนอชื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปึนจํานวนมาก มีบุคคลหลายคนที่ถูกเสนอชื่อออกมาปฏิเสธ เพราะอะไรครับ เหตุผล ที่ให้ก็คือว่า เพราะข้อหยุมหยิมมากเกินไปของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทําให้บุคคลเหล่านั้น ไม่สามารถเข้ามาตอบรับที่จะดํารงตําแหน่งทางการเมืองได้ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญหลายท่านขึ้นมาพูดก็บอกว่าเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ แต่ไม่ได้แปลว่า กฎหมายสูงสุดของประเทศแล้วจะแก้ไขไม่ได้ หลายคนกล่าวอ้างกฎหมายต่างประเทศว่า เขาไม่ค่อยแก้ไขกัน จริงครับ หลายประเทศกําหนดไว้ไม่ได้เปึนลายลักษณ์อักษรด้วยซ้ํา เปึนเพียงจารีตประเพณี แต่ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้พอพวกผมขึ้นมาบอกว่าสนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญ หลายท่านก็ออกมาบอก มาตําหนิติติงต่าง ๆ นานา ว่าไม่ควรอย่างนั้น ด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าตลอดระยะเวลาตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ มาถึงจนวันนี้เราผ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญมาแล้ว ๑๘ ฉบับ ท่านประธานครับ ๑๘ ฉบับ ท่านประธานลองไปมองย้อนหลังสิครับว่า ๑๘ ฉบับนั้นมีกี่ครั้งใน ๑๘ ฉบับ ที่สามารถ แก้ไขได้โดยคนที่เปึนนักการเมือง โดยคนที่ได้ชื่อว่าเปึนตัวแทนของภาคประชาชน ครั้งเดียวหรือ ๒ ครั้งเท่านั้น ที่เหลืออีก ๑๘ ครั้ง มาจากการฉีกโดยปฏิวัติรัฐประหารทุกครั้ง ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้พอกล่าวอ้างว่าจะมีการเสนอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ มีหลายท่านออกมาบอกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ มาจากการลงประชามติ ของประชาชน ซึ่งผมบอกแล้วว่าเปึนข้อดี แต่ในขณะเดียวกันผมกราบเรียน กับท่านประธานว่า ข้อดีนั้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงหรือเปล่า ประชาชนส่วนหนึ่ง ได้ลงประชามติไปโดยวันนั้นกําหนดไว้เพียงว่าให้รับหรือไม่รับร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีการพูดถึงรายละเอียด ผมยกตัวอย่างว่าการลงประชามติที่เกิดขึ้นในวันที่ ๑๙ สิงหาคม ป้ ๒๕๕๐ ก่อนหน้านั้นในการร่างท่านประธานจําได้ไหมครับว่ามีการไปรับฟัง ความคิดเห็นหรือที่ภาษาอังกฤษเรียกกันว่าเฮียริ่ง (Hearing) ในหลายจังหวัด หลายพื้นที่ ผมเห็นเฮียริ่งของคณะสภาบ้างที่ไปลงในพื้นที่ต่าง ๆ พูดถึงเรื่องเขตเลือกตั้งออกมา เหมือนกันหมดครับ ก็คือให้เปึนเขตเล็กเบอร์เดียว เดี๋ยวผมจะพูดถึงเรื่องเขตเล็กเบอร์เดียว อีกทีหนึ่ง วันนี้เวลาที่ประชาชนเขาจะลงประชามติเขาไม่มีโอกาสได้ตอบหรอกครับ ว่าเขาอยากได้เขตเล็กเบอร์เดียว หรืออยากให้ ส.ส. มีโอกาส มีตําแหน่งต่าง ๆ อะไร หรือไม่ แต่เขาได้ทําอย่างเดียวคือว่ารับหรือไม่รับ ส่วนที่มีการรับเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ป้ ๒๕๕๐ มีคนลงคะแนนทั้งหมดประมาณ ๒๔-๒๕ ล้านคน ตัวเลขโดยประมาณก็คือ ๑๔ ล้านคนรับ ๑๐ ล้านคนไม่รับ ท่านประธานที่เคารพครับผมถามว่าตัวเลข ๑๐ ล้านคนนั้นเขาไม่รับแล้ววันนี้เปึนเหตุเปึนผลพอที่เราจะนําปัญหาความคิดของเขา ใน ๑๐ ล้านคนมาแก้ไขกฎหมายได้หรือไม่ ท่านประธานครับ ใน ๑๔ ล้านคนที่รับที่มี การกล่าวอ้างกันว่ารับร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้มา ๑๔ ล้านคน ก็ไม่ได้มีใครพิสูจน์ ได้ว่าใน ๑๔ ล้านคนนั้นเขารับทุกเรื่องหรือเปล่า ถ้าท่านประธานยังจําได้วันนั้น มีข้อออกมาเรียกร้องกันว่ารับไปก่อนแล้วค่อยมาแก้ทีหลัง ผมเชื่อว่าใน ๑๔ ล้านคนที่รับ ในวันนั้นรับเพราะต้องการให้มีการเลือกตั้ง ต้องการให้ระบอบประชาธิปไตยกลับคืนมา แล้วมอบหมายให้ ส.ส. ส.ว. ที่ตัวเองเลือกกลับเข้ามาทําหน้าที่ในการแก้ไขปัญหา แก้ไข กฎหมายทั้งหลาย ท่านประธานที่เคารพครับ หนึ่งในเรื่องที่คณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสนอขึ้นมา ก็คือเรื่องเขตเล็ก เบอร์เดียว เขตเล็กเบอร์เดียวถ้าท่านประธานย้อนหลังกลับไปดู ศึกษาดูว่าวันนั้นสภามี ๒ สภา มีสภาร่างแล้วก็มีสภานิติบัญญัติ สภาร่างเสนอขึ้นมาว่าให้เปึนเขตเล็กเบอร์เดียว ต่อมาสภานิติบัญญัติถึงมาแก้ไขในชั้นการพิจารณาในสภา แล้วแก้ไขด้วยคะแนนเสียง เท่าไรครับ ๕๐ ต่อ ๓๐ ซึ่งถ้าถามว่าอันนั้นกฎหมายฉบับนี้ผ่านโดยถูกต้องตามกฎหมาย หรือไม่ ไม่ถูกต้องครับเพียงแต่ไม่มีใครออกไปฟัองร้องภายในระยะเวลาที่กําหนด เพราะทุกคนก็คิดว่าขอให้มันผ่าน ๆ ไป เลือกไปเสียก่อนแล้วค่อยมาแก้ไขกันข้างใน ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อเรามาพิจารณาถึง ๑๔ ล้านคนต่อ ๑๐ ล้านคน โดยกฎ ของการเคารพเสียงข้างน้อย เราก็ต้องมานั่งพิจารณากันในวันนี้ว่า ๖ มาตราที่พวกเรา เห็นด้วยบอกไปแล้วว่าเห็นด้วยกับคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นมีเหตุผลอย่างไรบ้าง ท่านประธานที่เคารพครับ มีข้อขัดแย้งกันหลายต่อหลายท่าน หลายต่อหลายฝ์ายบอกว่าเขตเล็กเบอร์เดียว เขตเล็กลงมีการซื้อเสียงได้ ผมกราบเรียนถามท่านประธานครับว่า วันนี้มีป๋นก็ปล้นเขาได้ ป๋นก็ต้องเปึนอาวุธควบคุม แล้วถ้าใช้รถยนต์เข้าไปในการปล้นล่ะครับ รถยนต์เปึนอาวุธด้วยหรือเปล่า ต้องถูกควบคุม ด้วยไหม ท่านประธานครับ การซื้อเสียงนั้นผิดกฎหมายครับ เปึนสิ่งที่น่ารังเกียจ เปึนสิ่งที่ ต้องต่อต้าน แต่ถามว่ามีใครตอบได้ว่าเขตใหญ่แล้วไม่มีการซื้อเสียง เมื่อสักครู่นี้ก่อนที่ผม จะเข้ามา ผมก็ได้พูดคุยกับเพื่อนสมาชิกหลายคน ก็มีการถกปัญหากัน แต่สิ่งหนึ่งครับ ที่ทุกคนยอมรับตรงกันก็คือว่าในระบอบประชาธิปไตย เสียงของประชาชนทุกเสียงต้องมี ๑ เสียงเท่าเทียมกัน วันนี้ตอบได้ไหมครับว่าทําไมพี่น้องประชาชนที่มาจากจังหวัดระนอง ถึงเลือก ส.ส. ได้เพียงหนึ่งเดียว ทําไมคนที่มาจากเขตเลือกตั้งของผมถึงเลือก ส.ส. ได้ ๒ คน ในขณะที่เขตอื่น ๆในจังหวัดอุดรธานีเลือกตั้งได้ ๓ คน ท่านประธานที่เคารพครับ หลักสากลในโลกนี้ล้วนแล้วแต่แก้ไขมาเปึนเขตเล็กเบอร์เดียว เพราะมันตอบโจทย์ได้ว่า ประชาชนทุกคนต้องมีสิทธิเท่าเทียมกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะยกตัวอย่าง ประเทศญี่ปุ์น ประเทศญี่ปุ์นก็เคยมีทฤษฎีนี้ว่าเขตยิ่งใหญ่เท่าไรยิ่งซื้อเสียงได้ยาก พวกเรา เปึน ส.ส. ไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ์น เมื่อก่อนประเทศญี่ปุ์นกําหนด ๒-๓ จังหวัด เปึน ๑ เขตเลือกตั้ง ผลที่เกิดขึ้นคืออะไรครับท่านประธาน ผลที่เกิดขึ้นก็คือว่านักการเมือง ทั้งหมดต้องไปแอบอิงกับบริษัทใหญ่ ๆ ไปแอบอิงกับมาเฟ้ยท้องถิ่น ในที่สุดประเทศญี่ปุ์น ก็ต้องมาเปึนเขตเล็กเบอร์เดียว ท่านประธานครับเรื่องของการซื้อสิทธิซื้อเสียงนั้นเราก็มี หน่วยงานที่เปึน กกต. อยู่แล้วนะครับ ส่วนว่าเมื่อ กกต. แล้วจะต้องมีข้อเสนออีกข้อหนึ่ง ที่พ่วงท้ายมาของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญก็คือการกําหนดให้มีศาลเลือกตั้งนั้น ผมก็เปึนหนึ่งในคนที่ได้นําเสนอปัญหานี้ ขึ้นมาตั้งแต่ต้น และผมก็ได้กราบเรียนกับท่านคณะกรรมการการเลือกตั้งหลายท่าน ท่านก็เห็นด้วยครับ แต่ว่าวันนี้คงจะไม่หยิบยกขึ้นมาพูดเพราะมันนอกเหนือจากตรงนี้ไป
ท่านประธานที่เคารพครับ ภายใต้เวลาที่จํากัด ผมอยากจะกราบเรียน ในเรื่องของมาตรา ๒๓๗ ซึ่งบังเอิญเมื่อสักครู่ขออนุญาตเอ่ยนามเพื่อนสมาชิกก็คือ คุณฐิติมา ฉายแสง ได้พูดไปก่อนแล้ว ซึ่งจะซ้ําประเด็น ผมก็ไม่อยากจะพูดมาก แต่ผม อยากกราบเรียนครับว่า ท่านประธานครับในระบอบประชาธิปไตยเราต้องการให้ พรรคการเมืองเปึนสถาบันทางการเมือง ผมและสมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดินไม่ได้บอกว่า การทําผิดจะไม่ต้องมีบทลงโทษ แต่การกระทําผิดนั้นต้องกําหนดบทลงโทษให้ชัดเจนว่า ถ้ากรรมการบริหารพรรคทําผิดเพื่อตัวเอง ผมขออนุญาตเอ่ยนาม ไม่ได้เปึนการเสียหาย พรรคชาติไทยถูกยุบไปเพราะกรรมการบริหารพรรคใหม่ท่านหนึ่งซื้อเสียง ข้อกล่าวหานะครับ ถูกศาลตัดสินไปอย่างนั้น ผมไม่ได้ปรักปรําว่าท่านทําผิดหรือไม่ ถูกกล่าวหาว่าท่าน ซื้อเสียงในเขตเลือกตั้งของตัวเอง พรรคชาติไทยต่อสู้ว่ากรรมการบริหารท่านนั้นยังไม่เคย เข้าประชุมพรรคแม้แต่ครั้งเดียว ผมไม่ได้โทษ กกต. ผมรู้ว่าข้อกฎหมายเขียนไว้อย่างนั้น แต่ผมถามว่าวันนี้เปึนธรรมกับสมาชิกพรรคทุกคนหรือเปล่า พี่น้องประชาชนที่เปึนสมาชิก พรรคชาติไทยมานับสิบ ๆ ป้ รุ่นน้องของผม ท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา เด็ก เปึนรัฐมนตรีอายุ ๓๐ กว่าป้ จบต่างประเทศมา วันนี้ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ๕ ป้ เพียงเพราะความผิดที่ตัวเองไม่ได้ทําหรือครับท่านประธาน มันยุติธรรมหรือเปล่า ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๒๖๖ เมื่อสักครู่นี้มีเพื่อนสมาชิกบอกว่าอย่าไปขยันกัน มากนัก ผมต้องกราบเรียนท่านครับว่าพวกเราเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราหาเสียงมา เราต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่นโยบายพรรค ต่อสิ่งที่เราพูดจากับพี่น้องประชาชน แล้ว หนึ่งในตําแหน่งหน้าที่ของความเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พี่น้องประชาชน มอบหมายมานั้น เราต้องนําปัญหากลับเข้ามาดําเนินการได้ ท่านได้บอกว่าขอให้ ทําหน้าที่เปึนฝ์ายนิติบัญญัติ ผมกราบเรียนถามท่านประธานครับว่าวันนี้ถ้าผมเปึนแต่ ฝ์ายนิติบัญญัติ เมื่อไม่นานมานี้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องปัญหาภัยแล้ง หรือที่ เรียกกันว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาน้ํา ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาน้ําตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาอีก แล้วก็เชิญผมไปเปึนอนุกรรมาธิการ ผมถามท่านประธานครับว่า วันนี้ยังไม่มีใครฟัองร้อง หรอกครับ แต่ถ้ามีคนหยิบยกมาตรา ๒๖๖ ขึ้นมาฟัอง ส.ส. ที่ไปเปึนอนุกรรมาธิการ วิสามัญของคณะกรรมาธิการ กรรมาธิการได้รับความคุ้มครองครับ เพราะว่าตั้งโดยสภา แต่ว่าเพื่อนสมาชิกที่ไปเปึนอนุกรรมาธิการซึ่งตั้งโดยคณะกรรมาธิการนั้น ผมถามว่า ขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ หรือเปล่า ไม่มีใครตอบได้ครับ เพราะว่าคดี ยังไม่ถึงศาลรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ครับท่านประธาน เปึนที่มาที่ผมเชื่อว่า พวกเราทุกคนควรจะต้องร่วมกันสนับสนุนแนวทางของคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนสั้น ๆ ก่อนที่จะหมดเวลานิดเดียว ว่าพวกผมในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในฐานะเปึนตัวแทนของพรรคเพื่อแผ่นดิน ซึ่งเปึน พรรคการเมืองหนึ่งที่อยู่ในสภา ผมกราบเรียนว่าพวกเราสนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่ ๖ ประเด็นนี้ ยังมีอีกมากมายหลายประเด็นที่เรา ต้องมาพิจารณา แต่อยากเสนอแนวทางครับว่า มาตราหลายมาตรา เช่น เขตเลือกตั้ง มาตรา ๑๙๐ ไม่ได้เปึนมาตราที่มีความขัดแย้งเลย ทุกฝ์ายเห็นตรงกันก็สามารถ ดําเนินการได้ ส่วนมาตราไหนที่จะมีข้อขัดแย้งหรือว่าในประเด็นอื่น ๆ ที่จะมีก็ค่อยคิดมาตั้ง สสร. เฉพาะมาตราไป เพราะถ้าเราไม่เริ่มต้นนี่ครับ สุภาษิตจีนเขาบอกว่า เดินทางหมื่นลี้ ต้องมีก้าวแรก ทําไมเราไม่เริ่มต้นก้าวแรก ก็ไม่ได้เริ่มต้นกันสักที เพราะว่าโยนกันไป โยนกันมาแล้วก็บอกว่าเราไม่ควรจะแก้ บางคนบอกว่าการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ส.ส. ทําเพราะเปึนผลประโยชน์ทับซ้อน ผมกราบเรียนต่อท่านประธานครับว่า การแก้ ยกตัวอย่าง เช่น เขตเล็กเบอร์เดียว ไม่ได้แปลว่า ส.ส. คนไหนที่ยกมือสนับสนุน หรือร่วมลงชื่อสนับสนุนการแก้ไขนั้นจะได้รับเลือกตั้งกลับมา ไม่มีอะไรประกันได้ครับ ไม่มีอะไรการันตีเรื่องนี้ได้ ท่านประธานครับ นี่คือความเรียกร้องของพี่น้องประชาชน เราทําในฐานะที่ประชาชนเรียกร้องว่า ประชาชนนั้นพอเปึนเขตใหญ่แล้วมีความห่างเหิน ไม่สามารถที่จะติดต่อ มีความยากลําบากในการเดินทางพบปะกับ ส.ส. เพื่อนําปัญหาต่าง ๆ เข้ามาพูดคุยกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหลาย ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วผมยังเหลืออีกหลายประเด็น แต่เนื่องจากว่าเวลาเหลือแค่ ๑๗ วินาที ท่านประธานครับ ก็ขอใช้เวลาตรงนี้ยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า พวกผมขอสนับสนุนการแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อเปึนแนวทางในการสมานฉันท์ต่อความขัดแย้งของประเทศ ในปัจจุบันนี้ ขอบคุณครับ