รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๖ กันยายน ๒๕๕๒

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องการปฏิรูปการเมือง โดยชี้แจงว่า ท่านประธานสภาไม่ได้พูดเรื่องการเผาในดูไบ และวิพากษ์วิจารณ์ท่านประธานเกี่ยวกับการกล่าวพาดพิงถึงเขาและเรียกร้องความสมานฉันท์ โดยระบุว่าท่านประธานควรยุติการสนับสนุนสิ่งที่ทําให้เกิดความเสียหายและความไม่สมานฉันท์ในบ้านเมือง

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ความจริงผมก็พยายามที่จะรับฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกในสภา ซึ่งรับฟังในเรื่อง ของข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ แต่เนื่องจากมีเรื่องบางประการซึ่งพาดพิงถึงตัวผมในฐานะที่เปึนรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีและพาดพิงถึงรัฐบาลกับภารกิจของการทําหน้าที่บางประการ ซึ่งผมเห็นว่าถ้าไม่ชี้แจงก็อาจจะมีความคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง

ประการแรกก็คือ ท่านก็มีการกล่าวพาดพิงถึงผมว่ามีการให้สัมภาษณ์ ในหลายครั้งแล้วก็ดูเหมือนท่านใช้คําว่า ชี้ไปที่ดูไบโดยตลอด แม้แต่กระทั่งท่านได้บอกว่า ผมให้สัมภาษณ์ในวันเกิดว่าเปึนวันเผาอะไรต่าง ๆ ความจริงผมก็สามารถที่จะปฏิเสธ ได้นะครับว่าเรื่องวันเผาอะไรก็ไม่ได้พูด แต่ผมต้องเรียนท่านประธานว่าในฐานะ ที่เปึนรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่รับผิดชอบในหลายประการ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ การพูดจาในแต่ละครั้ง ผมยึดประโยชน์ ของประเทศชาติ ของบ้านเมือง ของประเทศไทยเปึนหลัก โดยไม่ได้มีความอคติเกลียดชัง ใครเปึนส่วนตัว แต่ในการให้สัมภาษณ์ทุกคนนั้นในการยึดถึงประโยชน์ของประเทศชาติ บ้านเมืองผมก็ต้องพิจารณาครับ ทุกครั้งที่ผมออกมาพูดถึงกรณีของคนให้สัมภาษณ์ แล้วพาดพิงถึงประเทศไทยผ่านทางสื่อใดก็แล้วแต่ ผมก็จะย้ําเสมอว่าถ้าคําพูดที่มีการให้ สัมภาษณ์เปึนการทําร้ายประเทศไทย เปึนการให้ร้ายกระบวนการยุติธรรม เปึนการ พาดพิงจาบจ้วงสถาบันหรือแม้แต่พาดพิงถึงสถาบันซึ่งอยู่นอกเหนือการเมือง ก็เปึนหน้าที่ ครับ ความจริงควรจะเปึนหน้าที่ของคนที่มีสํานึกของความเปึนคนไทยทุกคนที่ต้องรักษา เกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศชาติ ไม่จําเปึนจะต้องเปึนรัฐมนตรีออกมาพูดหรอกครับ คนไทยคนใดคนหนึ่งก็สามารถพูดได้ ผมก็พูดสิ่งนี้จากใจ ในฐานะที่เปึนคนไทยคนหนึ่ง ซึ่งต้องรักษาเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศรวมถึงสถาบันและกระบวนการยุติธรรม แต่เรามีหน้าที่นอกเหนือและมากไปกว่านั้นก็คือการเปึนรัฐมนตรี ซึ่งจะต้องทําหน้าที่ ในการบริหารราชการแผ่นดิน ภาระหน้าที่นี้ก็เปึนของเราครับ ถ้าเกิดมีการให้สัมภาษณ์ พาดพิงเช่นนั้น แล้วคนเปึนรัฐมนตรีเองก็อยู่เฉย ไม่ทําอะไร คําถามก็คือว่าเราเปึน รัฐมนตรีเพื่อปกปัองศักดิ์ศรีเกียรติภูมิของประเทศชาติได้อย่างไรครับ ผมก็กราบเรียน ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่าผมก็ระมัดระวัง รัฐมนตรีทุกคนก็ระมัดระวังในการ ให้สัมภาษณ์ แม้แต่กระทั่งการมาชุมนุมของคนที่ท่านบอกว่าเปึนพี่น้องเสื้อแดง ผมก็ให้ สัมภาษณ์ตลอดครับว่าถ้าเปึนการแสดงออกทางการเมืองเปึนเรื่องปกตินั้น ทําได้ แต่ต้อง อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย แม้บางทีเลยเถิดครับ ถึงขั้นได้มีการขว้างปาสิ่งของ ก็พยายามมองครับว่านั่นเปึนการแสดงออก ยกเว้นว่าเปึนการกระทําที่ผิดกฎหมาย ก็ว่ากันไป แต่ท่านเองก็ยอมรับครับว่าท่านเปึนคนเสื้อแดง และท่านก็บอกว่าถ้าหากว่า รัฐบาลยอมเรื่องนั้นเรื่องนี้ท่านก็ไม่พาคนเสื้อแดงออกมา อันนี้ก็เปึนการยอมรับที่เปึน ทางการแล้วก็ตรงไปตรงมาที่สุด ข้อนี้ก็ต้องเรียนท่านประธานครับว่าท่านพูดบอกว่า นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีไปไหนไม่ได้เพราะมีคนขัดขวางก็คือกลุ่มเสื้อแดง ในเมื่อ ท่านเปึนคนเอามา คําถามก็มีง่ายนิดเดียวครับ ฝ์ายท่านเองก็พูดว่าไปจังหวัดนั้น จังหวัดนี้ ต้องขนตํารวจ ทหาร ใช้เงินใช้ทองมากมาย ก็ท่านเปึนคนเอามาครับ ถ้าท่านไม่เอามา จะต้องเกณฑ์พาตํารวจ ทหารไปมากมายอย่างนั้นทําไมครับ อันนี้ก็คือเปึนประเด็นที่ผม คิดว่าเปึนตรรกที่ง่ายที่สุด แต่รัฐบาลในฐานะนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีซึ่งต้องดูแลกํากับ ราชการแผ่นดินทั่วทั้งประเทศเราก็พยายามไปครับ แม้กระทั่งจังหวัดลพบุรีที่เกิดขึ้น เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ขณะที่ข้างนอกตะโกนว่า ไม่เอานายกรัฐมนตรี ประชาชนข้างใน ก็ตะโกนครับว่า ท่านไม่เอา ข้างในเขาก็เอา ก็แปลว่ามีคนทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย แต่ท่าน พูดบอกว่าท่านเปึนคนเอาเสื้อแดงมา ก็แปลว่ากระบวนการขัดขวางทั้งหลายท่านก็ เปึนคนทําเอง ถ้าท่านเรียกร้องความสมานฉันท์ทําไมไม่เริ่มจากตรงนี้ครับ ตํารวจ ทหาร ที่รัฐบาลนําไปรักษาการในการดูแลก็ไม่เคยมีสักครั้งที่จะลงมือทําร้ายพี่น้องประชาชน แม้กระทั่งบางครั้งพยายามที่จะควบคุมด้วยซ้ําไป พวกเราคณะรัฐมนตรีที่ลงไปในพื้นที่ ต่าง ๆ ก็พยายามที่จะดูแลไม่ให้เกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่ง หลายที่ที่อยากไปที่ตัดสินใจ ยังไม่ไป เพราะรัฐบาลและท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่อยากเปึนเงื่อนไขไปสร้างความขัดแย้ง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเอาคนเหล่านั้นมาชุมนุมเปึนใคร เอาละครับในเมื่อเรา เรียกร้องความสมานฉันท์วันนี้ ผมก็คิดว่าเปึนเรื่องดีครับที่ท่านก็เป่ดตัวเอง แล้วก็ยอมรับ และจากวันนี้ไปถ้าท่านเรียกร้องจริงก็ควรที่จะยุติการกระทําในการสนับสนุนสิ่งที่ทําให้ เกิดความเสียหาย และความไม่สมานฉันท์ในบ้านเมืองเหล่านั้นเสีย ความจริง ท่านเรียกร้องยุบสภา และท่านบอกว่าถ้ายุบสภาแล้ว ถ้าแพ้ ชนะทุกอย่างแล้วจบนะครับ คําถามมีง่ายนิดเดียว ยุบสภาไปแล้วมีใครถูกจับทุจริตเลือกตั้ง ยุบพรรคยุบกัน อีกรอบหนึ่งปัญหาจะจบไหมล่ะครับ