สุริยา ย้ำชาติ ศาสนา-พระมหากษัตริย์ จี้แก้ ม.190 เร่งแก้ปัญหาการเมืองขาดปรองดอง

รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๖ กันยายน ๒๕๕๒

สุริยา ปนจอร เน้นย้ำความสำคัญของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย โดยวิพากษ์วิจารณ์การเมืองที่ขาดการประนีประนอมและเรียกร้องให้แก้ไขมาตรา ๑๙๐ เพื่อเร่งแก้ปัญหา

นายสุริยา ปันจอร์ สมาชิกวุฒิสภา สตูล

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุริยา ปันจอร์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดสตูล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ท่านคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วก็ผู้ทรงเกียรติ ที่เคารพทุกท่านครับ ดีใจมาก ๆ ครับ ตอนแรกผมตั้งใจจะเริ่มต้นว่าถ้าเปึนไปได้ก็อยากจะ ให้ได้เห็นหน้านายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีจะได้เห็นหน้าผม เพราะตอนนั้นท่าน ไม่อยู่ แต่บังเอิญพอผมขึ้นท่านก็มา ก็ต้องขอขอบคุณตรงนี้ด้วย ท่านประธานครับ กระผม ขอเริ่มต้นตรงนี้นะครับว่าผมขอเริ่มต้นด้วยคําว่า ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ผมเริ่มต้นตรงนี้นะครับ ๓ สถาบันนี้ ถือว่าเปึนชีวิต วิญญาณของคนไทย ถ้าคนไทย ขาดสถาบันใดสถาบันหนึ่งอาจจะเรียกว่าคนไทยแต่ไม่เต็มร้อย ท่านครับ คนไทยมีเลือด มีเนื้อ มีเชื้อชาติ และมีจิตใจ ดั่งเนื้อเพลงชาติที่เราท่านทั้งหลายร้องด้วยความเคารพ และคนไทยล้วนมีความรัก ความสามัคคี ดั่งเนื้อเพลงชาติอีกตอนหนึ่ง นั่นก็คือเรื่อง ของทั้งหมดที่ผมกล่าว เปึนเรื่องของอดีตที่หวานชื่นนะครับ การร้อง การได้ยิน เสียงเพลงชาติในแต่ละครั้ง เราจะยืนสงบนิ่งด้วยความเคารพถึงชาติที่หวงแหน ชาติที่ บรรพบุรุษต้องเสียเลือด เสียเนื้อ ชีวิต วิญญาณ แต่ท่านประธานครับ ปัจจุบันนี้ความรัก ความสามัคคี ความเปึนหนึ่งเดียว ความเปึนเอกภาพต้องถูกเผาผลาญด้วยแรงกระทบ ของการเมืองตามระบอบประชาธิปไตยที่เจือปนไว้ด้วยความไม่เข้าใจของความเปึน ประชาธิปไตยครับ ท่านประธานครับ ข้ออ้างอิงหรือเหตุผลของแต่ละฝ์ายในปัจจุบันนี้ ขอย้ํานะครับ ข้ออ้างอิงของแต่ละฝ์ายในปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่มักจะอ้างว่าเพื่อชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งนั้น ที่ทําอย่างนี้เพื่อชาติ ที่ทําอย่างนั้นก็เพื่อชาติ ที่ยืนอยู่ตรงนี้ก็เพื่อชาติ ที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็เพื่อชาติ เพื่อชาติทั้งหมดเลย น่าชื่นชมคนไทย ที่มีความรักชาติอย่างล้นเหลือ ท่านประธานครับ ถ้ารักชาติจริง ๆ ทําไมถึงไม่เข้าใจกัน ผมสงสัย ผมขอตั้งข้อสังเกตว่าทําไมถึงไม่เข้าใจกัน ทําไมถึงไม่หันหน้าเข้าหากัน ทําไมถึงพูดกันไม่รู้เรื่องและทําไมถึงไม่ประนีประนอม ยอมความกัน หรือว่าที่พูดไปนั้นรักชาติเพียงแต่ลมปาก ท่านประธานครับถ้ารักชาติ เพียงแต่ลมปาก ผมตั้งข้อสังเกตว่าประเด็นนี้ยังกังขาอยู่ครับ ประเด็นนี้กังขาจริง ๆ ครับ ถ้าเปึนอย่างนี้จริง ๆ เพลงชาติที่เราร้องกันอยู่ทุกวี่ทุกวันนั้น น่าเสียใจมาก เพราะน่าจะ ไม่มีความหมายครับ ท่านประธานครับผมรู้สึกเปึนห่วงที่ท่านสมาชิกทั้งหลายพูดแต่เรื่อง เมื่อวานทั้งหมดเลย ที่ผมฟังนี้พูดเรื่องของเมื่อวานทั้งหมด เมื่อวานซืน เมื่อเดือนที่แล้ว เมื่อป้ที่แล้ว หลักของการประนีประนอมยอมความเพื่อให้เกิดความสันติสุขอย่างแท้จริงนั้น ต้องพูดเรื่องวันนี้และพรุ่งนี้เท่านั้นครับ ถ้าท่านใด คนใด กลุ่มใด พรรคใด ไม่ว่า นําเรื่องที่ผ่านมามาพูด เรื่องนี้ไม่จบครับและไม่จบจริง ๆ ด้วย ผมเปึนห่วงจริง ๆ ครับ เกรงว่าความขัดแย้งมันจะไปพัฒนา พัฒนาไปสู่อะไรครับ พัฒนาไปสู่สงครามกลางเมือง น่ากลัวมาก ไม่อยากจะคิด ไม่อยากจะเห็น ไม่อยากจะฝันสงครามกลางเมือง แต่ประเทศใหญ่ ๆ หลายประเทศในอดีตต้องเช็ดน้ําตาด้วยความเจ็บปวด อย่างเช่น ประเทศฝรั่งเศส ประเทศอังกฤษ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศรัสเซีย ประสบกับปัญหา สงครามกลางเมืองมาแล้วทั้งนั้น ที่เปึนอย่างนี้เนื่องจากว่าเราไม่หันหน้าเข้าหากัน เมื่อไม่หันหน้าเข้าหากัน ท่านประธานครับ ไม่ยอมแก้ ไม่ยอมยุบ ไม่ยอมปรองดอง ไม่ยอมประนีประนอม ไม่ยอมอะไรสักอย่าง ถามว่าบ้านนี้จะไปไหน เราจะลงคลอง ลงทะเลหรือลงมหาสมุทรอย่างไรผมไม่ทราบครับ มันต้องมีทางออกสักอย่างหนึ่ง เพื่อที่จะผดุงไว้ซึ่งชาติและศาสนา พระมหากษัตริย์ ถ้าเรายังยืนหยัดมีทิฐิที่จะไม่ถอย แม้แต่ก้าวหนึ่งก้าวเดียวนี่ ไปไม่ได้บ้านเมืองนี้ บทเรียนอันเจ็บแสบและเจ็บปวดในอดีต สอนเราว่ากรุงศรีอยุธยาแตกเพราะอะไรครับ กรุงศรีอยุธยาแตก เพราะคนในชาติ แตกแยก แก่งแย่ง ชิงอํานาจซึ่งกันและกัน ในที่สุดก็ถูกเผาครับ นั่นคืออดีตสอนให้เรา ทราบอย่างนั้นครับ เวลาอันจํากัดในเรื่องของการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญนี้ ผมไม่อยากจะแตะตรงนี้ แต่สิ่งใดที่ทําแล้วก่อให้เกิดความสงบสุข เกิดความสันติ เกิดความรัก ความสามัคคีให้เปึนหนึ่งเดียว เสมือนหนึ่งในอดีต ตรงนั้นผมเห็นด้วย ถ้าจะเจาะสักนิดหนึ่งเรื่องของการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมเห็นด้วยเปึนลําดับต้น ๆ ก็คือเรื่อง มาตรา ๑๙๐ เห็นใจรัฐบาล เห็นใจท่านนายกรัฐมนตรี เห็นใจท่านรัฐมนตรี จะทําอะไรสักอย่างหนึ่งกับต่างประเทศ อาจจะเปึนเรื่องซื้อขาย เรื่องเขตแดน เรื่องอะไร ต่าง ๆ ต้องอาศัยทั้งสองสภา ซึ่งเสียเวลา ไม่ทันกาล ไม่ทันกิน ไม่ทันเพื่อน เพื่อนไปก่อน เราตามหลังอย่างนี้ แล้วเราจะเดินหน้า เราจะเจริญได้อย่างไรครับท่าน เพราะฉะนั้นตรงนี้ ถ้าจะแก้ขอเพียงนิดเดียวว่าแก้มาตรา ๑๙๐ ให้เพิ่มให้ชัดเจนว่าทําสนธิสัญญาเรื่องอะไร อย่างไรให้ชัดเจน ไม่ใช่พูดคลุมเครือเหมือนอย่างที่เรามีปัญหาตอนนี้ ขอขอบคุณ ด้วยความหวังดีว่าอย่างไร ๆ เราหันหน้าเข้าหากันนะครับ เพื่อบ้านเมืองจะได้สงบสุขครับ ขอบคุณมากครับ