ทศพล เพ็งส้ม เสนอการปฏิรูปการเมืองและแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึง 6 ประเด็นสำคัญ รวมถึงการแก้ไขมาตรา 190 ที่ยังไม่มีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ทศพล เพ็งส้ม ยังหารือเรื่องการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและข้อเสียของการเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มิได้นําที่มาของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนแนวทาง หรือเปึนแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ครับ วันนี้กระผมก็ได้มีโอกาส ที่อภิปรายเรื่องที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ รัฐสภา ซึ่งในประเด็นที่เปึนเรื่องที่สําคัญตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ระบุไว้มีจํานวนทั้งสิ้น ๖ ประเด็นนั้น
ในส่วนประเด็นแรก ได้ให้ความสําคัญถึงการยุบพรรคการเมือง ตามมาตรา ๒๓๗
ประเด็นที่ ๒ เปึนเรื่องของที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ เรื่องที่มาของสมาชิกวุฒิสภา หรือแม้กระทั่งเปึนการทําหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับ ความเห็นชอบของรัฐสภาตามมาตรา ๑๙๐
อีกประเด็นหนึ่งที่เปึนเรื่องสําคัญก็คือการดํารงตําแหน่งทางการเมือง ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ
ประเด็นสุดท้ายคือการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นทั้ง ๖ ประเด็นนั้นเปึนประเด็นหลัก ที่ต้องถูกถ่ายทอดมาจากคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ก่อนที่ผมจะอภิปรายต่อไปนั้น ใคร่ขออนุญาตท่านประธาน เพื่อนําข้ออ้างอิงจากรายงานผลการศึกษาปัญหาการบังคับใช้เพื่อการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งเสนอรายงานผลการศึกษา ต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดดังกล่าวได้สรุปผลการศึกษาไว้อย่างน่าพอใจโดยเปึนระบบ นะครับ โดยเฉพาะเปึนหมวดหมู่เรียนท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผลการศึกษานั้นมีความเห็นของคณะกรรมาธิการเท่าที่สรุปได้นั้นมีทั้งสิ้น ๘ ประเด็น หรือ ๘ หมวดนะครับ ที่มีปัญหาหรือมีผลการบังคับใช้เฉพาะหมวดที่ ๓ ก็คือสิทธิเสรีภาพ ของชาวไทย หมวดที่ ๕ ก็คือแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ หมวดที่ ๗ การมีส่วนร่วม ทางการเมืองโดยตรงของประชาชน หมวดที่ ๙ คณะรัฐมนตรี หมวดที่ ๑๒ การตรวจสอบ การใช้อํานาจรัฐ หมวดที่ ๑๓ จริยธรรม หมวดที่ ๑๔ การปกครองท้องถิ่น และหมวด สุดท้ายครับ หมวดที่ ๑๖ บทเฉพาะกาล สิ่งที่ผมเสนอนี้ก็คือว่าเปึนเรื่องที่พบปัญหา การบังคับใช้ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับปัญหาที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การบังคับใช้กับรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เฉพาะในประเด็นมาตรา ๒๓๗ นั้น เรื่องการยุบพรรคการเมือง และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมือง นั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญกลับไม่พบปัญหาการบังคับใช้ แต่ได้มีข้อเสนอให้มีการตัด ข้อความตามมาตรา ๖๘ วรรคสี่ ออกให้หมด โดยให้กําหนดไปบัญญัติไว้ในกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนการสอดคล้องกับหลักสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการ รวมกลุ่มกันจัดตั้งพรรคการเมืองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๕ พ.ศ. ๒๕๕๐ ครับ ท่านประธานครับ
สําหรับประเด็นที่ ๒ ซึ่งสําคัญมากก็คือที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ นั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญในส่วนของพิจารณาแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้น เช่นเดียวกันครับไม่พบปัญหาในการบังคับใช้ แต่เนื่องจากมีเวลา ไม่มากครับ และมีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายเกี่ยวกับที่มาของสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ไม่ว่าจะเปึนเขตเดียวเบอร์เดียวตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ หรือแบ่งเขตเรียงเบอร์ ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตนําข้อดีและข้อเสีย เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการสมานฉันท์เพื่อบันทึกไว้ในรายงานของคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมิได้ปรากฏนะครับ
ท่านประธานครับ อันแรกครับ การเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียวนั้นจะเปึน รูปแบบทางการเมืองแบบแยกภาค
อันที่ ๒ ประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งไม่สามารถเลือกบุคคลที่เห็นว่า เหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มากกว่า ๑ คน ทําให้เกิด ความเครียดและเสียโอกาส
ท่านประธานครับ อันที่ ๓ ก็คือการแข่งขันเพื่อให้ได้รับการเลือกตั้ง อาจส่งผลให้เกิดความรุนแรงและมีมาก
อันที่ ๔ การเลือกตั้งแบบแบ่งเขต แบบเขตเดียวเบอร์เดียว ทําให้คะแนน ที่ประชาชนเลือกบุคคลในอันดับ ๒ หรืออันดับ ๓ หายไปทั้งหมด ซึ่งเมื่อรวมคะแนน กันแล้วอาจมีมากกว่าคะแนนของผู้ได้รับการเลือกตั้งเสียอีก อันที่ ๔ เปึนการเลือกตั้ง ที่เน้นตัวบุคคลมากกว่านโยบายของพรรคการเมืองหรือในบางกรณีไม่สามารถชี้ได้ว่า ประชาชนเลือกพรรคการเมืองหรือเลือกบุคคล
อันสุดท้ายครับที่สําคัญก็คือว่า ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ตั้งแต่ระดับครอบครัวจนถึงระดับเขตเลือกตั้งและระดับประเทศ เพราะว่าประชาชน ไม่มีทางเลือก
ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมกล่าวในที่นี้มิใช่นําความรู้หรือเอาข้อคิดเห็น ต่าง ๆ มาจากที่ไหนครับ นอกจากผลการศึกษาปัญหาการบังคับใช้เพื่อการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญนี้เองนะครับ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ได้ทํางานอย่างละเอียด
อีกประเด็นหนึ่งครับท่านประธานครับ ในส่วนของมาตรา ๑๙๐ ซึ่งเปึน ปัญหากันเหลือเกินที่จะต้องวางประเด็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ได้ ท่านประธานครับ สิ่งที่สําคัญในมาตรา ๑๙๐ นั้นมีทั้งหมด ได้กําหนดไว้ในสัญญาถึง ๘ ประเภท และที่สําคัญในขณะนี้นะครับ ยังไม่มีใครที่เข้ามาชี้แจงได้เลยว่า ในส่วนของสํานักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกานะครับ ได้เริ่มดําเนินการโดยที่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ นั้น มีการพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคห้า ไว้เรียบร้อยแล้ว แต่เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีใครที่จะนํากฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคห้า เข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรเลย ฉะนั้น จึงจําเปึนครับว่า ในส่วนที่มาตรา ๑๙๐ นั้น เรายังไม่ทําอะไรกับมาตรา ๑๙๐ เลย ผมเชื่อเหลือเกินนะครับว่า ถ้าเรานํากฎหมายลูกหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ที่จะมาขยายความของมาตรา ๑๙๐ วรรคห้า นั้น เข้ามาใช้ เข้ามาปฏิบัติ ผมเชื่อเหลือเกิน นะครับว่าไม่จําเปึนที่จะต้องมาแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้เสียเวลาสภาครับ ขอบคุณครับ