ประสงค์ นุรักษ์ อภิปรายเรื่องการสละอำนาจของพระมหากษัตริย์ให้กับประชาชน โดยพูดถึงการนำทางประเทศไทยไปสู่ประชาธิปไตย และวิพากษ์วิจารณ์การใช้อำนาจรัฐในทางที่ถูกต้องหรือไม่ และเสนอให้แบ่งงานให้คนอื่นเพื่อให้ไม่มีคนรวบงานไว้คนเดียว นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการยุบพรรคการเมือง การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง การแบ่งเขตการเลือกตั้ง และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยที่แท้จริง
อย่างนั้นแสดงว่า ท่านไม่อนุญาตที่จะให้ผมเติมเต็มท่านสิงห์ชัย ไม่เปึนไรครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่น ที่ผมจะอภิปราย ผมขออ่านข้อความตอนหนึ่ง ซึ่งถ้าหากทุกคนได้ยินแล้วจะรู้ว่าข้อความนี้ มาจากไหนนะครับ ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอํานาจอันเปึนของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิม ให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอํานาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะ เพื่อให้อํานาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริง ของประชาราษฎร ประชาธิปก ป.ร. ท่านประธานที่เคารพครับ เวลาผ่านไปร่วม ๗๗ ป้แล้ว เจตนารมณ์ของพระองค์ท่านได้มีการตอบสนองแค่ไหนครับ เปึนหน้าที่ของเรา ผู้ซึ่งเปึน พสกนิกรของพระองค์ พระองค์ได้มีความตั้งใจจริงที่จะให้ประเทศไทยนี้เปึนประเทศไทย ซึ่งมีอํานาจสูงสุดคือประชาชนครับ ท่านได้เสียสละพระราชอํานาจของท่านให้กับเราแล้ว เราได้ใช้ถูกต้องหรือเปล่า ท่านประธานครับ ผมขอพูดใน ๒ ประเด็นครับ
ประเด็นแรกวิชาการครับ ผมได้ศึกษาได้เรียนมาพอสมควรในเรื่องวิชา รัฐศาสตร์ อาจจะมีหลายท่านในสภาแห่งนี้ได้มีความรู้ มีประสบการณ์ที่มากกว่าผม แต่นั่นไม่ใช่หมายความว่าผมจะพูดไม่ได้นะครับ การได้มาซึ่งอํานาจรัฐมีหลายวิธีครับ ประชาธิปไตยที่ว่านี้ ที่เราพูดถึงกันนี้เปึนแต่เพียงวิธีการหนึ่งเท่านั้นเอง การถ่ายทอด อํานาจโดยการปฏิวัติรัฐประหารก็เปึนวิธีการหนึ่งในการที่จะได้อํานาจรัฐมา ปัญหา อยู่ตรงนี้ครับว่าในเมื่อได้อํานาจมาแล้ว ได้ใช้อํานาจรัฐในทางที่ถูกต้องหรือไม่ ใช้อํานาจ เพื่อประโยชน์ของใคร ใช้อํานาจเพื่อประโยชน์ของประชาชน หรือใช้อํานาจของผู้ได้ อํานาจรัฐมาแล้วครับ เปึนเรื่องที่น่าสงสัย แล้วเราก็มีเวลาที่จะพิสูจน์ ได้มีการพิสูจน์ ผ่านมา รัฐบาลแล้วรัฐบาลเล่ายังไม่เคยมีความเปึนจริงที่ปรากฏชัดเจนเลยครับว่า รัฐบาลไหนที่จะมีความจริงใจในการที่จะบําบัดทุกข์บํารุงสุข อย่างแท้จริง ผู้มีอํานาจ ทุกสมัยที่ผ่านมา สร้างความสุขให้กับตัวเองอยู่ตลอดเวลา ไม่มากก็น้อยครับ ไม่แต่เพียง เท่านั้น บางครั้งบางคราวยังใช้อํานาจในการข่มเหงประชาชน ซึ่งตัวเองบอกว่าเปึนที่รัก อยู่ตลอดเวลา ท่านประธานครับ ผมเข้าใจการทํางานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ผมเองผมในฐานะเปึนประชาชนผู้หนึ่ง ผมไม่มีโอกาสที่จะใช้สิทธิในการรับรองหรือไม่รับรองรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เพราะในขณะนั้นผมอยู่ที่ต่างประเทศ คนที่อยู่ต่างประเทศจํานวนมากครับไม่มีโอกาส ที่จะได้ลงมติในการรับรองรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว น่าเสียดายครับ ประชาชนคนไทย ส่วนหนึ่งถูกทอดทิ้งไม่ให้มีส่วนรับผิดชอบ ไม่ให้มีส่วนในการแสดงความคิดเห็น ต่อกฎหมายสูงสุด ซึ่งเปึนกติกาหลักของประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญ ในระบอบประชาธิปไตยเปึนหลักกลาง ซึ่งทุกคนควรจะต้องปฏิบัติตาม ถ้าหากว่าทุกคน มีความตั้งใจจริง มีความปรารถนาที่แท้จริงอยากอยู่อย่างสมานฉันท์ ไม่ใช่ว่าทุกคน ต้องการทําตามอําเภอใจที่ตัวเองมีอยู่และที่ตัวเองต้องการ ไม่มีทางครับที่จะ มีการสมานฉันท์เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ข้อเสนอทั้ง ๖ ข้อของคณะกรรมการที่พยายาม ทํางานอย่างหนักหน่วงนั้น ผมปฏิเสธไม่เห็นด้วยทั้ง ๖ ข้อครับ แต่ผมจะขออธิบาย อย่างสั้น ๆ
ข้อแรกนะครับ การยุบพรรคการเมืองและการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมืองตามมาตรา ๒๓๗ นั้น ผมเข้าใจครับว่าคณะกรรมการบริหารพรรคทุกท่าน สมาชิกพรรคการเมืองทุกพรรค อ่านหนังสือออกครับ และเข้าใจครับว่ากติกาเขียนว่าอย่างไร ทําไมไม่ปฏิบัติครับ ในเมื่อปฏิบัติไม่ได้แล้วอยากจะแก้กติกากลางเกม เพื่อที่จะให้ทําตามที่ตัวเองต้องการนั้น เปึนการกระทําที่ชอบแล้วหรือครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อสอง ที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีปัญหาว่าการเลือกตั้งรวมเขต ๓ อําเภอนั้น จะไม่สามารถจะอนุมัติได้อย่างเต็มที่ ถ้าผู้ซึ่งอยากจะเปึนผู้แทนของประชาชน มีวิญญาณสาธารณะ พร้อมที่จะทํางาน ให้ประชาชนแล้ว การแบ่งเขตความรับผิดชอบ ๓ คน ๓ เขต ๓ ส่วนนั้น สามารถจะกระทํา และตกลงกันได้ครับ ทําไม่เปึนหรืออย่างไร ทําไมจะต้องมาแก้รัฐธรรมนูญด้วย ผมไม่เข้าใจครับ
ข้อที่สามครับ ที่มาของสมาชิกวุฒิสภา ผมเองเปึนบุคคลผู้หนึ่งที่ได้รับ ผลประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ผมไม่ได้ยึดถือว่าการที่ผมมีบุญวาสนาได้มี ตําแหน่งเปึนสมาชิกวุฒิสภาเพื่อจะปฏิบัติภารกิจอันนี้นั้น วาสนาที่ผมจะมีต่อไปอีก ประมาณ ๑ ป้กับ ๕ เดือน ผมไม่ต้องการเรียกร้องมากกว่านั้นอีกแล้วครับ ผมจะปฏิบัติ ภารกิจหน้าที่อย่างเต็มที่โดยไม่จําเปึนจะต้องแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนกฎหลักของประชาคม
ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อสี่ การทําหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความ เห็นชอบจากรัฐสภา เรื่องนี้ไม่ยากครับ ใช้ความรวดเร็วสิครับ อย่าใช้ระบอบชักช้าในการ ทํางาน รัฐสภาควรจะภูมิใจครับว่ารัฐบาลได้หารือกับผู้แทนของประชาชนในการที่จะ ตัดสินปัญหาระหว่างประเทศ ผมว่ารัฐบาลน่าจะมีความสามารถกระตือรือร้นในการ ทํางานครับ และรัฐบาลเองก็ไม่ต้องมีความรับผิดชอบถ้าหากว่าสภานี้รับรองแล้ว
ท่านประธานครับ ข้อที่ห้า การดํารงตําแหน่งทางการเมืองของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองผมมีความเสียใจเปึนอย่างยิ่งที่มีการ เสนอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีตําแหน่งเลขานุการและที่ปรึกษารัฐมนตรี ผมมี ความละอายใจเปึนอย่างยิ่งครับ การมีผลประโยชน์ทับซ้อนในการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งเรา พยายามต่อสู้กันนั้น เราลืมเสียแล้วหรือครับ การเปึนตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าจะมีความภาคภูมิใจอย่างมากในการปฏิบัติภารกิจ คนไทย ๖๖ ล้านคน ทุกคน มีความรู้ มีความสามารถ แบ่งงานกันทําเถอะครับ อย่ารวบงานทุกอย่างไว้แต่เพียงลําพัง คนเดียว
ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อ ๖ สุดท้าย การแก้ปัญหาความเดือดร้อนกับ ประชาชนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ท่านประธานครับ การก้าวก่าย อํานาจ การแยกอํานาจทางบริหารและนิติบัญญัติน่าจะเปึนการแยกที่เด็ดขาด ถ้าหากว่า บุคคลเข้ามาอยู่ในฝ์ายนิติบัญญัติแล้วท่านอย่าหวังเลยครับว่าตัวเองอยากจะไปอยู่ ในฐานะตําแหน่งผู้บริหาร ข้าราชการหน่วยงานต่าง ๆ นั้นเปึนมือเปึนเท้าของรัฐบาล ในการทํางานตามนโยบายที่มีอยู่ ให้เขาทํางานเถอะครับ อย่าไปก้าวก่ายเขาเลย ท่านมี โอกาสที่จะไปติดตามการทํางานของบุคคลเหล่านั้นได้ โดยผ่านทางผู้บริหารครับ คือรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่เห็นด้วยครับ ถ้าหากว่าเรายอมรับมติ ของมหาชนแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งประชาชนลงมติกันแล้วนั้น ผมถือว่า เปึนหลักสําคัญอย่างยิ่งที่ควรจะปฏิบัติ ประชาชนคือตัวกลางครับ เราคือตัวแทน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่เห็นด้วยครับ ถ้าหากว่าเรายอมรับมติของมหาชนแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งประชาชนลงมติกันแล้วนั้น ผมถือว่าเปึนหลักสําคัญ อย่างยิ่งที่ควรจะปฏิบัติ ประชาชนคือตัวการครับ เราคือตัวแทน อํานาจการทํางาน ของตัวแทนนั้นไม่เกินอํานาจของตัวการครับ ประชาชนยังไม่มีความพร้อมที่จะให้ มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสมาชิกของรัฐสภานี้ไม่ควรจะไป ก้าวก่ายอํานาจของประชาชนในการที่จะไปเสนอแก้ จนกว่าประชาชนมีมติก่อนครับว่า จะให้แก้หรือไม่ เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท จะมีค่ามหาศาล ถ้าหากว่ามีการขัดแย้งเกิดขึ้นแล้ว ความสูญเสียจะมากกว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาทในการลงประชามติครับ ขอบคุณท่านประธาน รัฐสภาครับ