สุรจิต ชี้ขาดเครื่องมือเจรจา แก้ปัญหาการเมืองแทนแก้มาตรา 190

รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๖ กันยายน ๒๕๕๒

สุรจิต ชิรเวทย หารือรายงานคณะกรรมการสมานฉันทเพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแกไขรัฐธรรมนูญ โดยเสนอแนวทางลดความขัดแยงทางการเมือง สื่อมวลชน และชี้ว่าปัญหาหลักคือขาดเครื่องมือประกอบในการเจรจา แทนที่จะแก้ไขมาตรา ๑๙๐

นายสุรจิต ชิรเวทย์ สมาชิกวุฒิสภา สมุทรสงคราม

ขอบคุณ ท่านประธาน กระผม นายสุรจิต ชิรเวทย์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสมุทรสงคราม แม่กลอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา จากรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญของรัฐสภา แบ่งเปึน ๕ บท ๓ ประเด็นก็คือ การสร้างความสมานฉันท์ การ ปฏิรูปการเมืองและการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ในประเด็นการสร้าง ความสมานฉันท์มีข้อเสนอดี ๆ หลายประการในเรื่องแนวคิดและแนวทางการดําเนินการ เช่น ลดอคติ วิวาทะและการตอบโต้ใส่ร้ายทางการเมือง อันนี้ไม่ใช่ข้อเสนอสําหรับลําตัด คณะแม่ประยูรนะครับ เพราะกลุ่มเปัาหมายคือนักการเมือง พรรคการเมือง องค์กร แกนนําทางความคิด สื่อมวลชน นักวิชาการ พร้อมข้อเสนอแนะอีกหลายประการ เช่น ไม่สร้างเงื่อนไขใหม่ที่จะนําไปสู่ความขัดแย้งเพิ่มขึ้น ฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายค้านควรใช้เวทีสภา เปึนเวทีในการแก้ไขปัญหา แล้วผมจะแสดงความคิดเห็นอย่างไรต่อรายงานในประเด็น ขั้นต้นนี้ ผมก็สาธุนะครับต่อข้อเสนอของรายงานนี้ แต่ในใจก็ไม่ได้คิดว่าจะได้เห็นสิ่งนี้ ในชีวิตนี้นะครับ คือเราพูดกันมากแต่ปฏิบัติน้อย ผลมันก็ไม่เกิด ข้อเสนอถัดไปในประเด็น การสร้างความสมานฉันท์ คือ ให้สื่อมวลชนลดพื้นที่การนําเสนอข่าวหรือวิธีนําเสนอข่าว ที่จะทําให้เกิดการแตกแยกขัดแย้งจากสมัชชาสมานฉันท์ทางอากาศ อันนี้ก็ไม่ต้องอื่นไกล นะครับท่านประธาน ผู้สื่อข่าววิทยุรัฐสภาของเรานี่เองมาสัมภาษณ์กับผมนะครับ เขาถาม ว่าท่านมีความเห็นอย่างไรกรณีนายกรัฐมนตรีจะไปลงพื้นที่แล้วมีฝ์ายต่อต้านมา ผมก็ บอกว่าผมอยู่กรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับคณะตรวจสอบ ทุจริตส่งเสริมธรรมาภิบาล ถามผมเรื่องผลกระทบกรณีจีนสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ําโขง กรณี โรงไฟฟัาหนองแซง กรณีทะเลสาบสงขลาป์วยไม่ได้หรือ เอาเรื่องนี้ก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยว่า เรื่องอื่น เขาตอบอย่างนี้นะครับ แล้วจะไปโทษใครท่านประธาน เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เรื่องการทํากินมันไม่สนุก เข้าใจยากนะครับ แต่ว่ากระทบคนทั้งประเทศ แต่ว่าคนเขาชอบดูละคร ชอบดูคนทะเลาะกัน มองการเมืองเปึนเรื่องสามก๊กไปหมด ต้องใช้เล่ห์เพทุบายกัน ส่วนดีของสามก๊กเขาไม่ได้มอง แล้วข้อเสนอประเด็นสมานฉันท์ ก็ไปจบลงที่ข้อ ๑.๖ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมานฉันท์และแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่บทเรียนในประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยของเราก็เห็นชัดเจนว่า รัฐธรรมนูญ ของไทยเรานี่มันฉีกง่ายกว่าแก้นะครับ การ์ตูนโพสต์ ทูเดย์ เขาเขียนเอาไว้ฉบับวานนี้ คือนิสัยเราเปึนอย่างนั้นมาเกือบ ๘๐ ป้แล้ว ใช้รัฐธรรมนูญ ๑๘ ฉบับแล้วนะครับ ลงกินเนสบุ๊ค (Guinness Book) ได้แล้วนะครับ เราไม่เคยอดทนให้เวลากับวิวัฒนาการ เลย รัฐธรรมนูญทุกฉบับก็จะมีที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร มาจากวิกฤตการณ์การเมือง ทั้งนั้น ไม่ใช่เฉพาะฉบับป้ ๒๕๕๐ อย่างที่อ้างนะครับ มันมี ๑๘ ฉบับ ก็เพราะมีการปฏิวัติ รัฐประหารมีวิกฤตการณ์ ๑๘ ครั้งนะครับ เขาทํารัฐประหารได้ก็เพราะสภาของเรา การเมืองของเรามันไม่เปึนที่เชื่อถือ ไม่เปึนที่หวังได้ ในรายงานนี้พอถึงบทที่ ๕ บทสรุป ข้อเสนอแนะ ท่านก็ไปเน้นที่การแก้รัฐธรรมนูญ ๖ ประเด็น คือ เรื่องการยุบพรรค เรื่อง ที่มาของ ส.ส. ที่มาของ ส.ว. เรื่องมาตรา ๑๙๐ การทําหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ เรื่องการให้ ส.ส. เปึนเลขานุการ เปึนที่ปรึกษารัฐมนตรีได้ และเรื่องว่าแค่ไหนจะเปึนการ แทรกแซงข้าราชการประจําในมาตรา ๒๖๖ นะครับ ซึ่งผมมีความเห็นว่ายังไม่สมควรจะ แก้ทั้งนั้น อะไรที่มันฝ๋นใจเรามันถูกกิเลสแล้วนะครับ ในฐานะกรรมาธิการศึกษาบังคับใช้ รัฐธรรมนูญของวุฒิสภาที่ศึกษามาป้กว่าแล้ว ก็ยังเห็นต่างกันอยู่ แต่ไม่ทะเลาะกัน เท่าที่ สังเกตดูคงจะอยากแก้มาตราเดียว คือ มาตรา ๑๙๐ ที่ทางท่านนายกรัฐมนตรีคงอยากจะ แก้นะครับ เรื่องการทําหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ เพราะมันทําให้ฝ์ายบริหาร และข้าราชการทํางานยากขึ้น ผมไม่มีเวลาพูดทั้ง ๖ ประเด็น ผมก็ขอแสดงความเห็นว่า แม้มาตรา ๑๙๐ ก็ไม่ใช่ปัญหาที่ตัวรัฐธรรมนูญ มันอยู่ที่มันขาดเครื่องมือประกอบ คือ มันจะไม่เปึนเรื่องด่วนฉุกเฉินแบบที่เปึนมา หากทั้งสองสภามีเครื่องมือเพิ่ม คือคณะกรรมาธิการถาวรประกบติด เพราะว่ากรอบการเจรจาหรือรายละเอียดก่อน การให้สัตยาบันหรือกระบวนการเยียวยาผลกระทบมันมีมากและประณีตละเอียดอ่อน นะครับ ถ้าทั้งสองสภามีคณะกรรมาธิการถาวรทํางานคู่ขนานกันไปก็จะสามารถรักษา ประโยชน์ประเทศชาติได้และไม่ต้องไปแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ รวมทั้งการยกร่างกฎหมายกําหนดขั้นตอนวิธีการที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ กําหนดไว้ แต่รัฐบาลไม่ได้ทํานะครับ ท่านประธานที่เคารพ มีเรื่องเล่าว่าประเทศเพื่อนบ้านเขาฟัอง ว่าทําไมจึงให้แผ่นดินขวานทองที่อุดมสมบูรณ์นี้แก่คนอื่น ทําไมให้เขาน้อยกว่า เทวดา บอกว่าไม่เปึนอะไรหรอก เราจะส่งคนไทยไปอยู่ที่นั่นเอง แล้วพวกเขาจะทะเลาะกัน ล้างผลาญกันจนสิ้นชาติไปเอง อันนี้มันก็เปึนเวรกรรมของประเทศเรา ท่านประธาน ที่เคารพ กระผมขออนุญาตฝากบอกครู อาจารย์ทั้งหลายที่ได้มานั่งฟังอยู่ในที่นี้ด้วย นะครับว่า หากท่านจะสอนต้องสอนนักเรียนเรื่องความสมานฉันท์สามัคคี ท่านก็อย่าไปดู ตัวอย่างจากคณะรัฐมนตรีนะ แต่ให้ดูตัวอย่างจากวงอังกะลุงที่เด็กนักเรียนเขาเล่นนะครับ ว่าเขาใช้เครื่องมือต่างชนิดกัน เสียงใหญ่ เล็ก ต่างกัน แต่ก็สามารถประสานกัน เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของวงทั้งหมดได้อย่างไร ไม่ต้องไปแก้หรอกครับรัฐธรรมนูญ แก้กันจนประกอบไม่ถูก กลายเปึนฝรั่งทํามาเกิน ก็ขอขอบพระคุณครับ