รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๖ กันยายน ๒๕๕๒

ไชยา พรหมา หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของประชาธิปไตยและเสรีภาพของประชาชน โดยเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม โดยเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชนและตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ

นายไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองบัวลําภู

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นนั้นก็ต้องขอชื่นชมคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ท่านได้ใช้เวลาในการที่จะหาแนวทาง ของการแก้ไขปัญหาของชาติร่วมกัน ตามที่ท่านประธานได้ชี้แจงต่อที่ประชุมนี้ถึงเหตุผล แล้วก็ความตั้งใจในการที่จะทําให้เกิดความสมานฉันท์ของคนในชาตินั้น ต้องยอมรับว่า ไม่เฉพาะสมาชิกรัฐสภาเท่านั้น แม้กระทั่งประชาชนทั่วไปที่ติดตามการทํางาน ของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญชุดนี้ ด้วยการติดตามที่คอยความหวังว่าอยากจะเห็นบ้านเมืองนั้นกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าการทํางานของท่านตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นคงไม่สูญเปล่า แต่ถึงอย่างไรก็ตามนั้นท่านประธานที่เคารพครับ การแก้ไขปัญหานั้นจะบรรลุ วัตถุประสงค์เปัาหมายอย่างที่พวกเราตั้งใจ สมอย่างที่รัฐบาลนั้นได้เป่ด ได้ขออนุญาต สภาแห่งนี้เพื่อขอรับฟังความคิดเห็นสมาชิกรัฐสภา เพื่อหาแนวทางร่วมกันว่าสิ่งที่ เกิดขึ้นกับชาติบ้านเมืองในปัญหาวิกฤติทางการเมืองนั้นเราจะร่วมกันแก้ไขอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่จะลงไปสู่รายละเอียดว่าเราจะร่วมกันช่วยคิดที่จะนําไปสู่ การแก้ไขปัญหาแล้วก็การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น สิ่งที่เราละเลยไม่ได้นั้นก็คือเราต้องรู้ว่า สภาพปัญหาที่ผ่านมานั้นเปึนอย่างไร กระบวนการต่อสู้ กระบวนการประชาธิปไตยที่ได้ เกิดขึ้นตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองป้ ๒๔๗๕ เปึนต้นมาจนถึงทุกวันนี้ จะเห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญนั้นกว่าที่จะได้มาแต่ละฉบับต้องผ่านการต่อสู้ของกระบวนการประชาธิปไตย ต้องสูญเสียชีวิต สูญเสียเลือดเนื้อ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ให้เราศึกษาครับ ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยต้องยอมรับว่ารัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ได้ครองอํานาจ ได้บริหารประเทศมาเปึนเวลานาน โดยเฉพาะรัฐบาลทหาร ในช่วงของ การบริหารของรัฐบาลทหารนั้นสิทธิและเสรีภาพของประชาชนไม่เกิด ประชาชน ไม่มีโอกาสที่จะรับรู้ถึงสิทธิและเสรีภาพไม่ว่าจะด้านใดก็ตาม กระบวนการตรงนี้ได้เริ่มต้น การเปลี่ยนแปลงและจุดประกายเมื่อ ๑๔ ตุลาคม ป้ ๒๕๑๖ ครับ ตอนนั้นขบวนการ นักศึกษาประชาชนหลายแสนคนได้เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในยุคนั้นต้องต่อสู้ กับเผด็จการทหาร นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเสียเลือด เสียเนื้อ จะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญ และกระบวนการประชาธิปไตยนั้นได้สืบทอดกันมาเปึนระยะจากเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ป้ ๒๕๑๖ มาถึงเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ป้ ๒๕๑๙ มาถึงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ป้ ๒๕๓๕ ซึ่งผมมีโอกาสอยู่ในสภาแห่งนี้เปึนครั้งแรก จะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญแต่ละฉบับกว่าจะ ได้มาจากการเรียกร้องของประชาชนนั้น ต้องสูญเสียชีวิต เลือดเนื้อ ร่างกายของผู้บริสุทธิ์ จํานวนมากมายครับ ท่านประธานที่เคารพความสูญเสียนั้นเปึนความสูญเสียที่เปึน การต่อสู้ในเรื่องของความคิด ความคิดกระบวนการที่จะไม่ให้ประชาธิปไตยเกิดขึ้น ในบ้านเมืองนี้ ก็มีความคิดและมีความเชื่อว่าประชาชนนั้นไม่ต้องรู้อะไรมากหรอก คอยเปึนผู้ถูกปกครอง รัฐบาลมาจากการปฏิวัติรัฐประหาร ก็พยายามที่จะกดขี่ข่มเหงประชาชน ป่ดหูป่ดตา ในขณะเดียวกันกระบวนการประชาธิปไตยเองก็พยายามที่จะต่อสู้ดิ้นรน กับสิ่งเหล่านี้ เพื่อให้เกิดบรรยากาศว่าวันนี้นานาอารยประเทศทั่วโลกเขามีการ เปลี่ยนแปลง นําไปสู่การแก้ไขปัญหาการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมากขึ้น ถึงเปึน ที่มาของการต่อสู้ของขบวนการประชาชนที่ให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ แต่บทสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพจะเห็นว่ากระบวนการการต่อสู้ของประชาชนก็สิ้นสุดอยู่ที่การยึด อํานาจของบรรดาผู้ที่ต้องการไม่อยากจะเห็นประชาธิปไตยเกิดขึ้นในบ้านในเมืองนี้ แล้วก็ มักจะยกเหตุผลเปึนองค์ประกอบให้กับการกระทําการยึดอํานาจ ทําลายล้างรัฐบาลที่มา จากการเลือกตั้ง ด้วยมูลเหตุและเหตุผลที่คล้ายคลึงกันครับ

ข้อที่ ๑ ก็มักจะบอกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหรือรัฐบาลพลเรือนนั้น ทุจริตคอร์รัปชัน

ข้อที่ ๒ ก็คือในเรื่องของการไม่จงรักภักดี

ข้อที่ ๓ ก็คือรังแกข้าราชการ

ใน ๓ เรื่องนี้จะเปึนเหมือนกับสูตรสําเร็จของการยึดอํานาจ เฉกเช่นเดียวกันครับท่านประธานครับ สภาพปัญหาดังกล่าวนี้ได้ทําลายขบวนการรัฐบาล ที่มาจากพลเรือนมาทุกยุค ทุกสมัย ปัญหาเหล่านี้ได้รับการแก้ไขเมื่อมีการทํารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ในสภาพก่อนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นจะเห็นว่าพรรคการเมืองต่าง ๆ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็มาจาก หลากหลายพรรคการเมือง มาจากรัฐบาลผสม สร้างอํานาจต่อรองอะไรต่าง ๆ เพื่อผลประโยชน์มากมาย รัฐบาลไม่มีความเข้มแข็ง รัฐบาลอยู่ป้หนึ่งยุบสภา ป้หนึ่งเลือกตั้ง ๒ ป้เลือกตั้ง หรือแม้กระทั่งการยึดอํานาจ เปึนอย่างนี้อยู่ตลอดเวลาครับ ก่อนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็มีกระบวนการในการที่จะทํารัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิด ประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบ เปึนจุดเริ่มต้นในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่ระดมความคิดเห็น หลากหลายจากนักวิชาการ จากผู้รู้ทั้งหลายมาเขียนรัฐธรรมนูญ มีการตั้ง สสร. ขึ้นมา ผล ของการทํารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่เอาข้อด้อยของรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ นี้เพื่อที่จะ สร้างความเข้มแข็งทางการเมืองให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ ให้มีการยอมรับในสิทธิเสรีภาพ ของประชาชนมากขึ้น ให้มีองค์กรอิสระในการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐซึ่งถือว่าเปึน รัฐธรรมนูญที่ดีฉบับหนึ่ง ที่ยอมรับได้ในประเทศนี้ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ถึงจะมี ความเข้มแข็งของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่สร้างเสถียรภาพให้กับรัฐบาลที่มีความเข้มแข็ง ก็ตาม ก็ไม่เปึนที่พอใจของผู้ที่ไม่ต้องการประชาธิปไตย พยายามที่จะกล่าวหารัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้งหลังรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ว่ารัฐบาลนั้นมีความเข้มแข็งเกินไป ยากต่อการตรวจสอบ จนนําไปสู่การกล่าวหาว่าเปึนเผด็จการรัฐสภา ผมจําได้ว่าผมได้ฟัง นักวิชาการที่เปึนหนึ่งในคณะ สสร. ในยุคนั้นได้อธิบายถึงเหตุผลความเหมาะสม ของรัฐธรรมนูญ จุดแข็งของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ในการที่จะสร้างเสถียรภาพของรัฐบาล ให้มีศักยภาพในการบริหารประเทศ เพื่อสามารถที่จะเปึนรัฐบาลต่อสู้กับปัญหาเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองเหมือนกับนานาอารยประเทศ ให้มีความเข้มแข็ง ไม่ต้องเปลี่ยนแปลง ทางการเมืองบ่อยครั้ง ตอนนั้นก็ถูกกล่าวหาว่ารัฐบาลที่มีความเข้มแข็งแบบนี้ เปึนเผด็จการรัฐสภา ยากต่อการตรวจสอบ และนําไปสู่การกล่าวหารัฐบาลที่ผ่านมา อย่างเสีย ๆ หาย ๆ ครับ จนนําไปสู่การยึดอํานาจเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ ท่านประธานที่เคารพครับ จุดตรงนี้ละครับ ท่านประธานครับ เปึนจุดเริ่มต้นของปัญหา ที่เรามานั่งพูดกันวันนี้ ความเข้มแข็งของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมยอมรับครับ ท่านประธานว่าอาจจะไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญว่าเมื่อใช้รัฐธรรมนูญไปสักระยะหนึ่ง เห็นความบกพร่อง ที่จะต้องแก้ไขก็สามารถที่จะดําเนินการแก้ไขได้ และไม่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ในประเทศเรานี่ครับ ท่านประธานครับ ไม่มีครับ ที่มีบทบัญญัติว่าการเปลี่ยนแปลง ทางการเมืองใด ๆ ให้มีการเปลี่ยนแปลงโดยคณะทหาร โดยการยึดอํานาจ โดยการ เอารถถัง โดยการเอากองกําลังทหารออกมาในการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ไม่มีครับ บทบัญญัตินี้ไม่เคยมี นี่คือเปึนมูลเหตุว่าทุกครั้งที่มีการยึดอํานาจต้องฉีกรัฐธรรมนูญครับ ถามว่าวันนี้ความคิดอย่างนี้ยังมีอยู่ไหม ผมตอบท่านประธานเลยว่ายังมีอยู่ แต่ที่ไม่ทํา ไม่คิด ไม่ดําเนินการก็เพราะว่ากระแสสังคมโลกเขาไม่รับครับ เพราะฉะนั้นแนวทาง การแก้ไขปัญหาของประเทศ ปัญหาวิกฤติทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เขาแก้กันที่นี่ครับ แก้ในรัฐสภาที่นี่ละ จริงอยู่ว่าการแก้ไขปัญหาทางการเมืองในวิถีทางประชาธิปไตยมัน อาจจะไม่ทันอกทันใจ มันอาจจะแก้ไขปัญหาไม่ทันท่วงที แต่ว่านานาอารยประเทศเขาก็ ทํากันแบบนี้ละครับ คือการเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสามารถตรวจสอบ การใช้อํานาจรัฐได้ เปึนการถ่วงดุลอํานาจอธิปไตยที่ชัดเจน การปฏิวัติเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ ที่ผมบอกว่าเปึนมูลเหตุของความขัดแย้งทางสังคมนั้น ท่านประธานครับ ฝ์ายที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญเมื่อมีการยึดอํานาจแล้วก็มีการเขียน รัฐธรรมนูญที่เรียกว่า ธรรมนูญชั่วคราว แล้วหลังจากนั้นมาก็มีการทํารัฐธรรมนูญ ฉบับถาวร คือรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมเปึนหนึ่งในสมาชิกสภาแห่งนี้ ในฐานะที่เปึน คนไทยคนหนึ่งที่ไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ เรียนท่านตรง ๆ ว่าไม่ได้รับมาตั้งแต่ต้น ผมมีเหตุผล เพราะผมดูว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น ถึงแม้ว่าจะมีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ บางมาตราที่ทําให้การตรวจสอบมีความคล่องตัวมีโอกาสเข้าถึงการตรวจสอบ การใช้อํานาจรัฐมากขึ้นก็ตาม การให้สิทธิชุมชน การให้สิทธิเสรีภาพประชาชนอาจจะ ดีกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็ตาม แต่ว่าหัวใจสําคัญที่เปึนปัญหาทางการเมืองนั้น ยังไม่ได้รับการแก้ไขและเปึนรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการอยู่ จึงเกิดมีการต่อต้านไม่รับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ ตั้งแต่เริ่มต้นในชีวิตทางการเมืองของผมที่อยู่ในสภาแห่งนี้ มาเกือบ ๒๐ ป้ เพิ่งมีครั้งแรกครับ ที่พวกผมถูกเชิญตัวไปรายงานตัวที่กองบัญชาการ ทหารที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อไม่ให้มีการขัดขวางการยึดอํานาจและให้การยอมรับและให้ การสนับสนุนรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ มีกระบวนการในการโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อที่จะให้มีการรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่าเปึนรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดและแก้ไขปัญหาของ ประเทศชาตินี้มากกว่ารัฐธรรมนูญฉบับอื่น ๆ แต่พวกผมเห็นว่าในเนื้อหาสาระ ของรัฐธรรมนูญนี้มีบทบัญญัติที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ มีการเขียนรัฐธรรมนูญ โดยมีเจตนา ที่ไม่เชื่อใจนักการเมือง ไม่ไว้ใจนักการเมือง ต้องการทําให้การเมืองอ่อนแอ เหมือนกับ สภาพปัจจุบันนี้ละครับ ท่านประธานที่เคารพการต่อต้านของประชาชนที่ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ จึงเกิดปรากฏการณ์แดงทั้งแผ่นดิน นั่นก็คือพี่น้อง ทางภาคอีสาน พี่น้องทางภาคเหนือหลายจังหวัดในประเทศนี้ไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ด้วยการโนโหวต (No vote) ครับ และสิ่งที่ผมรับไม่ได้นั้นก็คือท่านประธานครับ ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๙ เปึนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ลิดรอนสิทธิ แม้กระทั่งอํานาจศาลที่ไม่ให้มีการตรวจสอบการใช้อํานาจของผู้ก่อการในบทบัญญัติ มาตรา ๓๐๙ ครับ ทําไมคนยึดอํานาจคนที่เอารถถัง คนที่เอากองกําลังอาวุธ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ มันมาจากเงินภาษีอากรของประชาชนทั้งนั้น และการยึดอํานาจครั้งที่ผ่านมาก็เอาเงิน ภาษีอากรของประชาชนนี่ละครับมาจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้กับกองกําลังทหารที่มา ทําการยึดอํานาจ ขาดการตรวจสอบ ขาดการดูแล ขาดการถ่วงดุลอํานาจ และบทบัญญัติ มาตรา ๓๐๙ บทบัญญัติบทนี้บอกว่าการกระทําใด ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหรือหลัง การประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ว่าผู้ก่อการ ผู้สั่งการ ผู้ปฏิบัติงานให้ถือว่า เปึนการกระทําที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ นั่นหมายความว่าองค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นมาตาม บทบัญญัติ ตามประกาศของ คปค. ตามประกาศของคณะยึดอํานาจ คณะปฏิวัติ ถือว่า เปึนการกระทําที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ถามว่าองค์กรเหล่านี้ ณ วันนี้สามารถที่จะ ตรวจสอบ สามารถที่จะถ่วงดุลการใช้อํานาจได้หรือไม่ เจตนาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ต้องการที่จะทําให้การเมืองอ่อนแอ ต้องการที่จะทําให้พรรคการเมืองนั้น โดยเฉพาะ การทําลายล้างทางการเมืองที่ไม่สิ้นสุดมันไม่สามารถที่จะนําไปสู่การสมานฉันท์ได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่จะนําไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องเข้าใจ ที่มาที่ไปและบทบัญญัติที่มันไม่เปึนประชาธิปไตยเสียก่อน มันถึงจะนําไปสู่การแก้ไข ปัญหาได้ ถ้าหากว่าเราปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ การทํางานของคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ท่านประธานดิเรก ขอประทานโทษ ที่จะต้องเอ่ยนาม ที่ท่านเปึนประธานนั่งทํางานมีคณะอนุกรรมการ ๓-๔ คณะนั้น จะสูญเปล่าครับ โดยเฉพาะความจริงใจของรัฐบาลที่ต้องการอยากจะแก้รัฐธรรมนูญ และเข้าใจว่านี่คือมูลเหตุของการที่ทําให้คนในชาติมีการแบ่งแยกทางความคิดที่รุนแรง ที่สุด ปรากฏการณ์ของคนเสื้อสีเหลือง คนเสื้อสีแดง คนเสื้อสีน้ําเงิน วันนี้กําลังจะมีมวลชนของ กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายเพื่อเปึนการสร้างสงคราม ประชาชน เพื่อการทําลายล้างฝ์ายตรงกันข้ามที่ไม่เห็นด้วยกับตนเอง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มันจะนํามาสู่การสมานฉันท์ได้อย่างครับ เปึนไปไม่ได้ครับ ท่านประธานที่เคารพ ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ มีบทบัญญัติหลายเรื่องที่เปึนอุปสรรค ต่อการบริหารชาติบ้านเมือง ผมยกตัวอย่างเช่น มาตรา ๑๙๐ หลายคนอาจจะมองเห็น ตรงกันข้ามกับผม แต่บทบัญญัติมาตรา ๑๙๐ วันนี้พอพูดถึงมาตรานี้ให้นึกถึง เขาพระวิหารครับ ให้นึกถึงว่าวันนี้ประเทศของเราได้สูญเสียดินแดนส่วนนี้ไปหรือยัง มีการถกเถียงการจะแก้ไขปัญหาเขาพระวิหาร วันนี้กว่าจะมาขอมติในที่ประชุมแห่งนี้ มันช้าเกินกว่าที่จะแก้ไขปัญหาแล้ว หรือแม้กระทั่งการทํา เอฟทีเอ (FTA) ในอนาคตนี้ ที่มีผลกระทบต่อปัญหาเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต ความล่าช้าของการแก้ไขปัญหา นี้มันไม่ทันท่วงทีกับการเปลี่ยนแปลงในสังคมโลกครับ ถ้ารัฐบาลไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้แล้ว ผมคิดว่าวันนี้การทํางานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็สูญเปล่า ผมถึงอยากจะเรียนท่านประธานว่ามูลเหตุของปัญหา และจะแก้ไขให้ได้ไม่ได้อยู่ที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ อยู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้ อย่าให้เขากล่าวหาว่า รัฐบาลซื้อเวลาที่จะนําไปสู่การแก้ไขปัญหา แก้รัฐธรรมนูญโดยการตั้ง สสร. เลย วันนี้ เราไม่ได้ทําเพื่อตัวเองครับ ใครจะบอกว่าวันนี้เราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อ ส.ส. เพื่อ ส.ว. เพื่อตัวเราเองนี่ ผมไม่เชื่อ เพราะผมคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติของการแก้ไข รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ที่ให้อํานาจของสมาชิกของรัฐสภาแห่งนี้สามารถกระทําได้ เพราะเราเห็นว่ามันไม่เปึนประชาธิปไตย มันทําให้การเมืองอ่อนแอ มันทําลาย สิทธิเสรีภาพของประชาชนและมันไม่มีการถ่วงดุลการใช้อํานาจอธิปไตย เราถึงเห็นว่า มันถึงเวลาแล้วที่จะต้องดําเนินการแก้ไข รัฐบาลจะต้องมีความจริงใจว่าวันนี้ถึงเวลาแล้ว ที่รัฐบาลจะรับเรื่องนี้ไป หลังจากรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภาแล้ว พวกผมเอง ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือครับ ถ้าการทํางานนั้นยืนอยู่บนพื้นฐานที่ไม่มีอคติ การแก้ไข รัฐธรรมนูญจะต้องมีหลัก ๑. ไม่ได้ทําเพื่อตัวเองแน่นอนครับ ๒. ไม่ได้ทําเพื่อผลประโยชน์ พรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใด ๓. จะต้องทํารัฐธรรมนูญที่ให้เกิดผลประโยชน์ ของประชาชนผู้เสียภาษีอากรของประเทศนี้ให้ได้รับประโยชน์มากที่สุด ถ้าท่านทํา ๓ เรื่องนี้เปึนหัวใจและเปึนสาระได้ สังคมยอมรับครับ แต่อย่าใช้เวลา แล้วก็อย่าใช้โอกาสนี้ในการ ซื้อเวลา ในการที่จะทําให้การแก้ไขปัญหาของประเทศนี้ต้องเปึนปัญหาอุปสรรคต่อไปเลย ท่านประธานครับ ผมสรุปตรงนี้ครับท่านประธาน