รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๖ กันยายน ๒๕๕๒

นฤมล ศิริวัฒน์ ระบุว่าปัญหาของบ้านเมืองเกิดจากความไม่เข้าใจในหลักการและหลักคุณธรรมในการปฏิรูปการเมืองและแก้ไขรัฐธรรมนูญ เธอจึงเสนอแนวทางที่จะใช้หลักเหตุผลในการพิจารณาและแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการแก้ไขมาตรา 297 เพื่อให้เป็นธรรม โดยไม่ล็อกสเปก และให้ผู้มีความสนใจหลากหลายอาชีพและประเภทมีส่วนร่วม

นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา อุตรดิตถ์

อภิปรายแล้วค่ะ กําลัง จะบอกสถานการณ์ค่ะท่าน ก็ดีค่ะ ดิฉันคิดว่าเปึนความชอบแล้วที่รัฐบาลจะจัดให้มีเวที การที่จะแสดงความคิด ความเห็นในวันนี้นะคะ เพราะว่าเมื่อหลายเดือนผ่านมา ท่านประธานในฐานะที่เปึนประธานรัฐสภาก็ตั้งกรรมการขึ้นมา ๒ คณะ ซึ่งก็ไปทํางาน กันมาอย่างเหน็ดเหนื่อย ซึ่งในคณะที่ ๒ ดิฉันก็เปึนในหน่วยนั้นอยู่ด้วย ก็ดีใจค่ะที่ได้เห็น ความสําคัญแล้วก็ได้นําสิ่งที่เราได้ไปศึกษากันมานี้เอามาเปึนประโยชน์แล้วก็ให้ผู้คนที่อยู่ ในสภาของเรานี่นะคะ แล้วก็พี่น้องประชาชนที่อยู่นอกสภาได้ฟังค่ะว่า คณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไปศึกษาออกมา นี่นะคะ เพื่อที่จะปฏิรูปแล้วก็หาแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ศึกษาอะไรกันมาบ้าง เห็นแล้วกันนะคะ ฟังทั้งวันเลยจนเวลานี้ ๔ ทุ่มนะคะ ๖ ข้อนั้นดิฉันไม่ต้องพูดซ้ําแล้วค่ะ เวลาก็น้อยด้วยนะคะ ดิฉันคิดว่ามันเปึนเรื่องที่เปึนประโยชน์ แล้วก็จะไม่พูดหรอกนะคะ ว่าดีกว่าหรือแย่กว่า ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของตัวบุคคล ท่านนายกรัฐมนตรีคนนั้น คนนี้ หรือจะเปึนพรรคการเมืองนั้น พรรคการเมืองนี้ หรือเปึนรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ฉบับนี้ แต่จะพูดว่าในการพิจารณาของดิฉันเองในฐานะที่เปึนตัวแทนของประชาชนคนหนึ่ง ดิฉันคิดว่าถ้าเราใช้หลักเหตุผลเข้ามาเปึนกรอบในการพิจารณาว่าการที่จะสร้างความ สมานฉันท์ การที่จะสร้างความสงบต้องมีสิ่งที่เรียกกันว่าเปึนหลักคุณธรรมนะคะ ความชอบธรรมคือคุณธรรม การที่เราจะทําอะไรให้เกิดความชอบธรรมก็คือเราต้องมี คุณธรรม ผู้คนนั้นสําคัญค่ะ ปฏิเสธไม่ได้วันนี้นี่นะคะ เราบอกว่ากฎหมายจะดี ไม่ดีอยู่ที่ ผู้คน เพราะผู้คนคือผู้ที่ใช้กฎหมายเพราะฉะนั้นต้องปรับที่คน ปฏิรูปที่สังคมด้วยค่ะ ไม่เพียงแค่ปฏิรูปการเมืองนะคะท่านประธาน ผู้คนที่อยู่ภายนอกก็ต้องพยายามที่จะทํา ความเข้าใจในเรื่องของการบ้านการเมือง แล้วใช้หลักเหตุผลในการพินิจพิเคราะห์ที่จะเข้า ร่วมกิจกรรมทางการเมือง สื่อมวลชนแน่นอนค่ะ ท่านเปึนผู้ที่มีบทบาทอย่างยิ่งในการ กําหนดทิศทางแล้วก็ความรู้สึกของประชาชน ไม่ใช่เฉพาะพวกเราที่เปึนนักกฎหมาย หรือเปึนตัวแทนของประชาชน สื่อมวลชนนี่ล่ะค่ะสําคัญมาก ท่านจะกํากับไปในทิศทาง ไหนนี้นะคะ ทําแล้วก็ได้ผลเปึนอย่างยิ่งค่ะ เมื่อ ๒ วัน ดิฉันไม่ชอบใจที่เห็นหนังสือพิมพ์ ฉบับใหญ่ ๆ นะคะท่านประธาน บอกว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะเป่ดโอกาสให้บุคคล ซึ่งได้ถูกรับโทษทางการเมือง ถูกแบนไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ให้มีอิสระ เพื่อที่จะ ช่วยพรรคการเมืองนั้น ช่วยพรรคการเมืองนี้ ดิฉันคิดว่ามันเปึนเรื่องที่ไร้สาระค่ะ วันนี้นี่นะคะ แนวทางที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญได้พยายามที่จะจัดขึ้นมา ศึกษาขึ้นมานี้นะคะ สะท้อนความสับสน ของบ้านเมืองของเรา แล้วก็จําเปึนค่ะ ดิฉันเปึนหนึ่งคนที่เห็นว่าจําเปึนจะต้องแก้ไข แม้ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้อาจจะไม่ใช่เปึนหนทางเดียวที่จะสร้างความสมานฉันท์ แต่อย่างน้อยก็เปึนหนึ่งหนทางที่เราควรจะได้เริ่มกัน แล้ววันนี้รัฐบาลก็ได้เริ่มต่อยอด จากสิ่งที่ท่านได้เริ่มมาแล้วนะคะ ก็ถือว่าดีค่ะ ถูกทางค่ะ ดิฉันคิดว่าถ้าพวกเราได้เป่ดใจ กว้าง แล้วก็มองไปในตัวบทกฎหมายของรัฐธรรมนูญ เราจะเห็นว่านอกเหนือจาก ๖ ข้อนั้นนะคะเรายังมีกฎหมายอีกมากมาย ไม่ว่าจะเปึนในบทเฉพาะกาล มาตรา ๓๐๓ ซึ่งบังคับให้รัฐบาลเองจะต้องมีการบัญญัติกฎหมายต่าง ๆ ขึ้นมา วันนี้การบังคับใช้ รัฐธรรมนูญเพื่อที่จะให้สอดรับกับมาตรา ๓๐๓ ในบทเฉพาะกาล ก็ยังไม่สามารถทําได้ค่ะ เพราะฉะนั้นไม่เฉพาะแต่ตัวบทที่เปึนปัญหา การบังคับใช้ก็เปึนปัญหา การบังคับใช้นี้นะคะ เราถามว่ารัฐบาลนี้ควรจะเปึนส่วนที่เคร่งครัดที่สุดไหมคะในการที่จะบังคับใช้กฎหมาย รัฐธรรมนูญ แน่นอนค่ะ แต่กระนั้นเลยในส่วนนี้ก็ยังไม่ได้รับการตอบสนองอย่างดี เพราะฉะนั้นมันมีกฎหมาย ๓๐-๔๐ ฉบับที่จะต้องออกมาเพื่อรองรับแก้ปัญหา ความยุ่งยาก ที่เราบอกกันว่าไม่ต้องแก้ไขมาตรา ๑๙๐ ก็ได้ ถ้าไปออกเปึน พระราชบัญญัติ ดิฉันเห็นด้วยค่ะ แต่วันนี้ก็ยังไม่ได้ทําให้สําเร็จลุล่วงตามที่ควรจะเปึนนะคะ ๓๐-๔๐ ฉบับค่ะที่รัฐบาลยังไม่สามารถที่จะออกพระราชบัญญัติมารองรับได้นี้นะคะ มันเปึนเรื่องที่ทําให้บ้านเมืองมันยุ่งยากค่ะ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการชุมนุม ถ้ามีการ ออกกฎหมาย ออกพระราชบัญญัติที่เปึนกฎหมายลูกนี้นะคะ มากําหนดขอบเขต ของการชุมนุม เวลาของการชุมนุม โซนของการชุมนุม มันก็จะทําให้ลดการขัดแย้งได้ ไม่ต้องมาคอยประกาศพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ให้เสียความรู้สึกแก่ผู้คนทั้งในและนอกประเทศนะคะ ดิฉันคิดว่าการบังคับใช้กฎหมาย รัฐธรรมนูญเปึนปัญหา ตัวของรัฐธรรมนูญเองก็ยังคงเปึนปัญหา ไม่ว่าในกรณีของการ เข้าสู่ตําแหน่งของบุคคลซึ่งอยู่ในองค์กรที่เรียกว่า องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ดิฉันคิดว่า มันจะยุติธรรม ถ้าสมมุติว่าจะมีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้เสียแต่เบื้องแรกว่า บุคคลที่จะเข้าสู่ตําแหน่งนั้น ที่เคยได้รับการเลือกตั้งไว้หรืออะไรก็แล้วแต่โดยคณะที่เขา เรียกกันว่า คมช. ดิฉันไม่อยากจะพูดถึงนะคะ ก็ควรจะหมดวาระไปด้วย เมื่อมีการ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วก็ใช้กฎ ใช้กติกาที่เขียนกันไว้เพื่อความเปึนธรรม เมื่อมี ความเปึนธรรมแล้วผู้คนเขาก็จะยอมรับค่ะ

แล้วในเรื่องของสมาชิกวุฒิสภาที่มานี่นะคะ ดิฉันขออนุญาตพูดนิดหนึ่ง นะคะ ดิฉันคิดว่าถ้าให้เปึนธรรมที่สุดนี้ เราควรจะมีคณะกรรมการสรรหาซึ่งมาจาก หลากหลายองค์กรมากกว่า ๗ องค์กร แล้วก็ไม่ควรจะล็อก สเปก (Spec) จนแคบขนาดนั้น ควรที่จะให้ผู้คนที่มีความสนใจหลากหลายอาชีพ หลากหลายประเภทได้มีส่วนร่วม ทั้งมาตรา ๑๑๓ มาตรา ๑๑๔ เปึนเรื่องที่ควรจะต้องมีการแก้ไข แล้วก็อยากที่จะเห็น ชัดเจนในเรื่องของมาตรา ๒๙๗ ดิฉันคิดว่าการที่เรามีการเขียนรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีการเก็บ บางส่วนเอาไว้เพื่อที่จะหวังผลในวันข้างหน้าโดยไม่เปึนธรรมนี้ ควรจะได้รับการแก้ไข ถ้า ท่านกลับไปดูมาตรา ๒๙๗ ท่านจะเห็นค่ะว่า มีความไม่เปึนธรรมอย่างไรนะคะ นั่นล่ะค่ะ ไม่ต้องพูดกันมากในรายละเอียดเพราะเวลาก็น้อยนะคะ ดิฉันก็คิดว่าถ้าวันนี้ เราเดินออกไปจากที่นี่ ด้วยความรู้สึกว่านี่คือก้าวที่ ๒ ของการที่จะเดินไปหาเส้นทาง สมานฉันท์นะคะ เราก็ได้เดินมาแล้วค่ะ เราจะได้บางสิ่งบางอย่างออกไปค่ะ ไม่ใช่ สูญเปล่าแน่นอนนะคะ ออกไปข้างนอก วันนี้พูดในสภา ออกไปข้างนอกท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะบอกว่า มีการศึกษาจากข้างนอกอีกหลาย ๆ องค์กร อย่าว่าเขาซื้อเวลาค่ะ ปกติดิฉันไม่ค่อยจะชม รัฐบาลนะคะ แต่ดิฉันคิดว่าต้องค่อย ๆ ทําค่ะ แล้วก็ต้องแก้ไขกัน แต่แก้ไขด้วย ความรอบคอบ แล้วก็รักษาน้ําใจของทุกฝ์าย ถ้าลดทิฐิลงไปน่าจะทําให้การทํางานอันนี้ สัมฤทธิผลได้เร็วขึ้น แต่มันไม่เร็วหรอกค่ะท่านประธานคะ พี่น้องประชาชนก็ต้องอดทน เหมือนกันค่ะ พวกเราก็จะพยายามที่สุดแล้วจะใช้วิถีทางนิติบัญญัติที่จะช่วยกัน ประคับประคองบ้านเมืองนี้ ขอขอบพระคุณค่ะ