รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๖ กันยายน ๒๕๕๒

ภราดร ปริศนานันทกุล หารือเรื่องรัฐธรรมนูญและขอให้ประชาชนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ และเสนอแนวคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาทางการเมืองก่อน และเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 190 เพื่อแก้ไขปัญหาการปฏิบัติงานของรัฐบาลที่ยากลำบาก และเสนอให้ปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งด้วยความเที่ยงธรรม ความสุจริต และความขาวสะอาด

นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานรัฐสภาเสียก่อนที่ได้กรุณาบรรจุเรื่องที่ทางท่านนายกรัฐมนตรีได้ใช้ รัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๗๙ เพื่อที่จะสอบถามถึงความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกของสภา แห่งนี้ ผมขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีเช่นกันที่ท่านได้ให้ความสําคัญกับรัฐสภาแห่งนี้ อีกครั้งหนึ่ง แล้วที่จะลืมเสียไม่ได้ ผมต้องกราบขอบพระคุณทางคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกท่าน ที่ตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมานี้ท่านได้ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อที่จะสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในสังคมนี้ ผมกราบขอบพระคุณท่าน วันนี้นี่ผมเชื่อว่าทุก ๆ ท่านที่เปึนคณะกรรมการนั้นล้วนแล้วแต่ พยายามที่จะแสวงหาทางออกให้กับสังคมนี้ทั้งสิ้น แต่ผมต้องบอกนะครับว่า ความสมานฉันท์นั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาดครับ ถ้าหากว่ากติกาของบ้านเมืองนี้ ไม่ชอบ ความไม่ชอบของกติกาของบ้านเมืองนี้ในความหมายของผมแตกต่างจากเพื่อน สมาชิกที่พูดมา เพื่อนสมาชิกที่พูดมาหลายคนบอกว่ากติกาของบ้านเมืองนี้ไม่ชอบ เพราะว่ากติกานั้นมาจากการรัฐประหาร มาจากการปฏิวัติ ผมไม่เกี่ยงหรอกครับว่า กติกานั้นจะมาจากการรัฐประหารหรือมาจากการปฏิวัติ ผมขออย่างเดียวครับ ขอให้ ยึดหลักอยู่ในกรอบของประชาธิปไตย กรอบของประชาธิปไตยมีอยู่ว่า ประชาธิปไตยนั้น เปึนของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ผมถามว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยประชาชนตรงไหนครับ มีความเกี่ยวเนื่องและเชื่อมโยงกับประชาชนตรงไหนครับ นึกขึ้นมาได้คงจะมีอยู่เพียงจุดเดียวเท่านั้นที่เกี่ยวเนื่องและเชื่อมโยงกับประชาชน นั่นก็คือ ว่า มีการถามประชามติจากพี่น้องประชาชนว่าจะรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นี่คือ ส่วนเกี่ยวเนื่องของรัฐธรรมนูญกับประชาชนเท่านั้นเองครับ ประชาชนไม่มีสิทธิที่จะแสดง ความคิดเห็นว่าเขาไม่เห็นด้วยเพราะเหตุอะไร หรือเขาเห็นด้วยในบางมาตราเพราะอะไร ประชาชนไม่มีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็น ซึ่งผมคิดว่าเปึนเรื่องที่อันตรายมากสําหรับ กติกาของบ้านเมืองนี้ ผมบอกกับท่านประธานครับว่า การที่จะดูว่าประเทศไหน หรือรัฐไหนก็แล้วแต่จะปกครองในระบอบประชาธิปไตยมากน้อยแค่ไหน เขาไม่ได้ดูหรอก ว่ารัฐบาลของประเทศนั้นหรือของรัฐนั้นมาจากการเลือกตั้งของประชาชนหรือไม่ แต่เขา ดูครับว่า ประเทศนั้น ๆ หรือรัฐนั้น ๆ มีกติกาใหญ่ มีกฎหมายที่เปึนกฎหมายแม่บทที่เปึน ประชาธิปไตยมากน้อยแค่ไหน ความเปึนประชาธิปไตยของกติกาก็คือว่าจะต้องมีความ ยึดโยง มีความเชื่อมโยงกับประชาชนให้มากที่สุด มีความยึดโยงและมีความเชื่อมโยง ต่อประชาชน และต้องไปถามความคิดเห็นจากประชาชนด้วยว่าประชาชนมีความคิดเห็น อย่างไรต่อกติกากลางของบ้านเมืองเพื่อที่จะให้ทุกคนนั้นปฏิบัติตามกติกานั้น อย่างเท่าเทียม มีผู้คนพูดครับว่า รัฐธรรมนูญดีไม่มีประโยชน์อะไรเลยครับ ถ้าหากว่าคนใช้รัฐธรรมนูญนั้น ไม่ปฏิบัติตามกรอบของรัฐธรรมนูญ ผมเห็นด้วยครับ แล้วก็มีตัวอย่างให้เห็นชัดเจนตลอดระยะเวลาหลายป้ที่ผ่านมาว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น เปึนฉบับที่ได้รับการรับรองจากพี่น้องประชาชนว่าเปึนฉบับที่สมบูรณ์แบบที่สุดฉบับหนึ่ง แต่แล้วคนใช้ไม่ดีครับไปบิดเบือนเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ไปแทรกแซงองค์กรอิสระ จนองค์กรอิสระเปลี่ยนรูปจนไม่เปึนองค์กรอิสระอีกต่อไป แต่ผมก็ต้องถามกลับว่า แล้วถ้าคนดีแต่รัฐธรรมนูญไม่ดี ถามว่าบ้านเมืองมันจะเดินไปได้ไหมละครับ มันก็เดินไป ไม่ได้เหมือนกัน ผู้คนที่อยู่ในประเทศนั้น ๆ จะไปสบตาต่อประชาคมโลกได้อย่างไรครับว่า ประเทศของเขาปกครองในระบอบประชาธิปไตยในเมื่อกติกานั้นมันไม่ได้เปึน ประชาธิปไตยและมันไม่ได้มาจากประชาชน เขาจะไปบอกกับสังคมโลก จะไปสบตา ต่อประชาคมโลก จะไปบอกกับคนทั่วโลกได้อย่างไรว่าอยู่ในประเทศที่เปึนประชาธิปไตย สังคมโลกเขาไม่สนใจหรอกครับว่ารัฐบาลนั้นจะมาจากการเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชน หรือไม่ เขาสนใจเพียงแต่ว่ากฎหมายแม่บทของประเทศนั้น ๆ เปึนประชาธิปไตยหรือยัง นี่ต่างหากครับที่คือแก่น นี่ต่างหากครับที่เปึนเงื่อนไขและเปึนเหตุผลว่าทําไมจึงมีการ เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผู้คนถามอีกครับว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้แก้ไขแล้ว ประชาชนได้ประโยชน์อะไร เมื่อดูจากรายการ ๖ รายการที่ทางคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เสนอต่อสภาแห่งนี้ ๖ ประเด็น ผมก็ยอมรับครับว่า ๖ ประเด็นนั้นเปึนประเด็นทางการเมืองทั้งสิ้น เมื่อแก้ไขประเด็น ๖ ประเด็นนี้แล้วไม่ได้หมายความว่าพี่น้องประชาชนนั้นจะมีเงินในกระเปิาเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ครับ พี่น้องประชาชนไม่ได้ผลประโยชน์โดยตรงจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่เราต้องไม่ปฏิเสธนะครับว่าบริบททางการเมืองในวันนี้มันเกิดขึ้นบนพื้นฐาน ของความแตกแยกในสังคม เกิดขึ้นมาจากผู้คนส่วนหนึ่งในสังคมนี้ไม่ยอมรับในกติกา ร่วมกัน จึงทําให้รัฐนี้ปกครองโดยหลักนิติธรรมและหลักนิติรัฐไม่ได้ เมื่อผู้คน กลุ่มคนกลุ่ม หนึ่งไม่เคารพในกติกา เพราะไม่เชื่อมั่นในที่มาของกติกา จึงไม่สามารถที่จะปกครองด้วย หลักนิติรัฐได้ เมื่อเปึนเช่นนั้นจะต้องทําอย่างไรล่ะครับ จะต้องแสวงหาทางออกร่วมกัน ทางคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งประกอบไปด้วยทุกภาคส่วน ทุกภาคส่วนของความขัดแย้งมาจากทุกสี มีทุกสี ในคณะกรรมการนั้น เมื่อคณะกรรมการได้ข้อสรุปออกมาก็หมายความทุกส่วนและทุกสี ในสังคมนี้หาทางออกให้กับสังคมร่วมกันว่า ๖ ประเด็นนี้ที่จะเปึนการถอดสลัก ความขัดแย้งในบ้านเมืองออกทีละสลัก ความขัดแย้งในบ้านเมืองก็จะลดลงและผมก็ มั่นใจว่าเมื่อปัญหาทางการเมืองหมดไป ประเทศก็สามารถที่จะเดินก้าวต่อไปข้างหน้าได้

ผมอยากจะย้อนอดีตกับท่านประธานนิดหนึ่ง อยากจะพาท่านประธานนั่ง ไทม์ แมชชีน (Time Machine) ย้อนกลับไปเมื่อ ๑๘ ป้ที่แล้วครับ ขณะผมยังเยาว์วัย ผมอายุแค่ ๑๒ ป้ขณะนั้น ประเทศอยู่ในระหว่างของการรัฐประหาร ถูกคณะรัฐประหาร ที่เรียกว่า รสช. เข้ายึดอํานาจและขณะนั้นมีการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งแตกต่างจากขณะนี้ ขณะนี้เราใช้แล้วขณะนั้นกําลังร่างอยู่ แต่อย่างไรก็ดีครับ วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ ที่ท้องสนามหลวงครับ ผู้คนเรือนแสนไปเรียกร้องเพื่อที่จะแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับ รสช. มีนักการเมืองหลายท่านที่หลังจากวันนั้นก้าวขึ้นดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีครับ ท่านสมัคร สุนทรเวช ท่านชวลิต ท่านชวน หลีกภัย ท่านอุทัย พิมพ์ใจชน ท่านจําลอง ศรีเมือง ครับ ขึ้นไปเรียกร้องบนเวทีประชาธิปไตยแห่งนั้น เพื่อเรียกร้องเอาประชาธิปไตย กลับคืนมา และเรียกร้องให้มีการแก้ไขในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ข้อเรียกร้องของเขา มีอยู่ ๓-๔ เรื่อง

เรื่องแรกคือให้นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง

เรื่องที่ ๒ คือให้ประธานรัฐสภานั้นมาจากประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่ มาจากประธานวุฒิสภา วุฒิสภาเมื่อก่อนนี้มาจากการแต่งตั้งทั้งหมด แล้วคนที่จะดํารง ตําแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้นจะต้องผ่านคนที่เปึนประธานรัฐสภาเพื่อทูลเกล้าฯ ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธย นี่คือความสําคัญของคนที่ ดํารงตําแหน่งประธานรัฐสภาในขณะนั้น

ข้อเรียกร้องของกลุ่มพี่น้องประชาชนที่ชุมนุมกันอยู่ ณ ท้องสนามหลวง รวมทั้งกลุ่มผู้นําทางการเมืองหลายคนได้เรียกร้อง ผมบอกครับ ๒-๓ เรื่องที่เขาเรียกร้อง ถามว่ามีข้อไหนสักข้อหนึ่งไหมครับ ที่เปึนผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อประชาชนโดยตรง มีข้อไหนบ้างไหมครับ ที่แก้ไขแล้วประชาชนมีเงินในกระเปิาเพิ่มขึ้น ไม่มีเหมือนกันครับ บนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๒ ครั้งบนห้วงเวลาที่แตกต่างกัน บนความแตกต่างกันทางบริบท ทางการเมืองที่เมื่อป้ ๒๕๓๔ เรียกร้องที่จะแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเพราะไม่อยากจะให้ รัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหารต่อท่ออํานาจและใช้อํานาจต่อไป แต่ขณะนี้บริบท ทางการเมืองต่างกันครับ เรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญก็เพื่อที่จะสร้างความสมานฉันท์ ให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้ บริบทต่างกัน แต่จุดมุ่งหมายก็คือจุดมุ่งหมายเพื่อประชาชน เหมือนกัน ผมถึงบอกกับท่านประธานครับว่ามีผู้คนถามมากมายว่าแก้ไขแล้วมันได้ ประโยชน์อะไร ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ เลยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วประชาชน ได้ประโยชน์อะไร ที่ผ่านมาการชุมนุมของกลุ่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะกลุ่มสีไหนก็แล้วแต่ ป่ดสนามบินหรือการชุมนุมเมื่อเดือนเมษายนที่เรียกกันว่าสงกรานต์เลือด ผมถามว่าการ ชุมนุมทั้ง ๒ ครั้งนี้ได้สร้างความแตกแยกให้กับสังคมไม่พอครับ ยังสร้างความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ท่านประธานคงจําได้ รัฐบาลจีนประกาศเลยครับ บอกว่าไม่ให้ คนจีนเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย ประกาศอีกครับว่าถ้ามีเหตุจําเปึนจะไปประเทศไทย คุณห้ามใส่เสื้อสีเหลืองและคุณก็ห้ามใส่เสื้อสีแดง ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยว ในประเทศไทยลดลงอย่างน่าตกใจ ตัวเลขนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยลดลง อย่างน่าตกใจ นี่คือผลพวงที่เกิดขึ้นจากปัญหาทางการเมือง เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้อง แก้ไขปัญหาทางการเมืองให้สําเร็จเสียก่อน และผมมั่นใจว่าเมื่อแก้ไขปัญหาทางการเมือง เสร็จสิ้นแล้ว ปัญหาอื่นที่เกิดขึ้นในสังคมก็จะถูกแก้ไขปัญหาตามไปด้วย ผมชอบใจครับ ผมชอบใจในสัจธรรม มีบุคคลบุคคลหนึ่งที่เปึนสัญลักษณ์ของระบอบประชาธิปไตย ท่านหนึ่ง ท่านเคยได้พูดเอาไว้ ท่านพูดว่าประชาธิปไตยกินได้ครับ ท่านพูดว่ารัฐธรรมนูญ กินได้ ตัวอย่างที่ยกให้เห็นนี่ล่ะครับเปึนการตอกย้ําคําพูดของท่านอุทัย พิมพ์ใจชน ว่าประชาธิปไตยกินได้และรัฐธรรมนูญกินได้

ผมเองอยากจะฝากประเด็นเกือบจะสุดท้ายนะครับ เปึนประเด็นในการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ มีเพื่อนสมาชิกหลายคนได้พูดไปแล้วในเรื่องของการแก้ไข ในมาตรา ๑๙๐ ด้วยเวลาที่จํากัด ผมคงไม่พูดซ้ํา แต่ก็สนับสนุนครับว่าให้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๙๐ เพราะว่าวันนี้การปฏิบัติงานของฝ์ายราชการเอง หรือฝ์ายรัฐบาลเองปฏิบัติงานได้อย่างยากลําบาก แม้ว่าบางคนจะบอกว่าไปเขียน พระราชบัญญัติเพิ่มเติมเปึนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญสิ แล้วก็กําหนดไปให้ ชัดเจนว่ากฎหมายฉบับใดบ้าง กรอบแบบใดบ้างที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ของรัฐสภาแห่งนี้ แต่ผมก็บอกครับว่าไม่มีพระราชบัญญัติฉบับไหนในประเทศนี้ที่มัน จะใหญ่ไปกว่ารัฐธรรมนูญ เมื่อรัฐธรรมนูญยังบัญญัติเอาไว้อย่างนี้ ผมเชื่อครับว่าไม่มี ข้าราชการคนไหน แม้กระทั่งฝ์ายบริหารคนไหนที่จะกล้าดําเนินการนอกกรอบ ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐

เรื่องที่สองครับ เรื่องของเขตเลือกตั้ง เขตใหญ่กับเขตเล็ก เพื่อนสมาชิกพูด ถึงข้อดี ข้อเสียมากมายครับ เรื่องของเขตใหญ่ เขตเล็ก ผมต้องย้อนประวัติศาสตร์ ก่อนป้ ๒๕๔๐ ประเทศไทยใช้การเลือกตั้งแบบเขตใหญ่ครับ แล้วหลังจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ประเทศไทยใช้การเลือกตั้งแบบเขตเล็ก หลังจากนั้น รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ กลับไปใช้แบบเขตใหญ่อีกครับ เงื่อนไขบนเส้นทางระยะเวลา ที่ผ่านมานี่เงื่อนไขนี้เงื่อนไขเดียวเท่านั้นละครับ ปัองกันการซื้อเสียงก่อนจะมีการร่าง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็บอกว่า ต้องการให้เปึนเขตเล็ก เพราะว่าเขตใหญ่สู้ผู้มีอิทธิพล ไม่ไหว สู้ผู้มีเงินทุนหนาไม่ไหว จึงทําให้เปึนเขตเล็กเสีย วันนี้เปึนเขตเล็กก็แก้ให้เปึน เขตใหญ่ด้วยเงื่อนไขเดียวกัน เงื่อนไขที่ว่าต้องการแก้ไขปัญหาการซื้อเสียง เมื่อจุดประสงค์และเงื่อนไขเดียวกันผมคิดว่าเราอย่าไปสนใจเลยครับว่าเขตใหญ่ หรือเขตเล็ก ไปดูที่ที่มาของการได้มาซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดีกว่า ที่มาจาก คณะกรรมการการเลือกตั้งดีกว่า ท่านประธานครับเหลืออีก ๗ วินาที ผมบอกกับ ท่านประธานว่าเวลาของพรรคชาติไทยพัฒนานี้ยังเหลืออีกพอสมควร ผมขอพูดต่อแล้วขอ อนุญาตตัดเวลาจากพรรคชาติไทยพัฒนาครับ ในประเด็นเขตเล็กหรือเขตใหญ่อยู่ที่ ปัญหาของการซื้อเสียงเพราะฉะนั้นต้องไปแก้ที่ต้นทางของปัญหาครับ ไปดูว่าจะหา วิธีการแก้ไขปัญหาการซื้อเสียงได้อย่างไร การแก้ไขท่านดูเถอะครับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กกต. ชุดแรก กกต. ของท่านยุวรัตน์ กมลเวชช ผู้คนหวาดกลัว นักการเมืองหวาดกลัว ต่อการซื้อเสียงครับเพราะว่ามีการเอาจริงเอาจัง ท่านคงจะเห็นมีการเลือกตั้งซ้ําแล้วซ้ําเล่า บางเขตเลือกตั้งเลือกตั้งกันแล้ว ๕ ครั้ง ๖ ครั้ง ๗ ครั้ง เพื่อที่จะได้มาซึ่งบุคคลที่ปราศจาก ข้อหาของการซื้อเสียง นี่ต่างหากครับคือประเด็นของเขตเล็กหรือเขตใหญ่ นี่ต่างหากครับ คือประเด็นของการแก้ไขปัญหาเรื่องการซื้อเสียงไม่ใช่จะมาเลือกว่าจะเอาเขตเล็กหรือจะ เอาเขตใหญ่ การปัองกันปัญหาการซื้อเสียงต้องปัองกันจากต้นเหตุ ต้องปัองกัน จากต้นทางครับ ผมเสนอเอาไว้ ๒ ประเด็นในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญก็คือมาตรา ๑๙๐ แล้วก็ประเด็นของการได้มาซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง นั้นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม ด้วยความสุจริตและด้วยความขาวสะอาด

ท้ายที่สุดผมคงไม่ฝากคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ เพราะว่าหน้าที่ของท่านจบแล้ว สิ่งที่ผม กําลังจะฝากต่อไปนี้ผมกําลังจะฝากเพื่อนสมาชิกทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องนี้ทุกคนครับ ความสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นได้ ท่านไม่ต้องไปเรียกร้องที่ไหนหรอกครับ ท่านเรียกร้องจากเพื่อนสมาชิกในห้องนี้ล่ะครับ เมื่อสักครู่นี้พวกเรากําลังพูดคุยกันถึงเรื่องของความสมานฉันท์ ฝ์ายหนึ่งก็ลุกขึ้นมา บอกว่าที่เขาต้องเกณฑ์ผู้คนออกไปชุมนุมต่อต้านรัฐบาลนี้ก็เพราะว่ามันมีต้นเหตุมาจาก กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งได้ทําเปึนเยี่ยงอย่างเอาไว้ก่อน ฝ์ายรัฐบาลก็ลุกขึ้นมาโต้ตอบว่าไม่ใช่ ไม่ใช่กลุ่มคนนั้นเปึนจุดเริ่มต้น จุดเริ่มต้นไปอยู่โน่นครับที่จังหวัดเชียงใหม่ ผมคิดว่า การฟุ๋นฝอยหาตะเข็บแบบนี้ไม่เปึนการสมานฉันท์ และท่านไม่ต้องไปเรียกร้อง ความสมานฉันท์ที่ไหนเลยครับ ถ้าความสมานฉันท์ยังไม่เกิดขึ้นในห้องประชุมแห่งนี้ ผมฝากท่านประธานผ่านไปถึงเพื่อนสมาชิกในห้องประชุมแห่งนี้ทุกคนว่าท่านอยากจะ เห็นความสมานฉันท์เกิดขึ้นไม่ต้องไปเริ่มที่ไหนหรอกครับ เริ่มต้นที่ตัวท่านก่อน กราบขอบพระคุณครับ