นิยม ช่างพินิจ หารือเรื่องความไม่มีเสถียรภาพของการเมืองที่ทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจและสังคม โดยกล่าวถึงรัฐธรรมนูญ ปี 2540 และปี 2550 ที่มีส่วนทำให้เกิดปัญหา และเรียกร้องให้มีความยุติธรรมในสังคม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องเขตการเลือกตั้ง โดยชี้ให้เห็นว่าพัฒนาการของเขตการเลือกตั้งอาจทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมและความแตกแยกในสังคม และเรียกร้องให้รัฐธรรมนูญแก้ไขให้เหมาะสม
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้เองผมต้องขอขอบคุณท่านประธาน ที่บรรจุในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญ ก่อนอื่น ต้องขอขอบพระคุณ โดยเฉพาะทางคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีความตั้งใจ ที่ความแตกแยกในสังคมที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ จากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน ที่ทุกฝ์าย ทุกพรรค โดยเฉพาะท่านทางวุฒิสภาก็ดี ที่มาเปึนตัวตั้งตัวตีที่จะแก้ แต่สิ่งที่ ผมอยากจะพูดและจะสะท้อนปัญหาของความแตกแยกในสังคมทุกวันนี้รู้สึกร้าวลึก ไปถึงรากหญ้า และสิ่งสําคัญยิ่งไปกว่านั้นอีกผมยังไม่มีความมั่นใจว่าทางรัฐบาลเอง โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีที่มาตัดสินใจชัดเจนว่าจะแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นถือว่าเปึนกฎหมายสูงสุดในการบริหารประเทศ และสิ่งที่สําคัญ นั้นผมเชื่อได้ว่าในเรื่องของการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ไม่สามารถที่จะแยกออกจากกันได้ และผมถามท่านประธานนะครับว่าวันนี้การเมืองมีเสถียรภาพมากน้อยแค่ไหน เพราะวันนี้ ถ้าบอกว่าการเมืองมีเสถียรภาพก็ไม่จําเปึนต้องแก้นะครับ แต่ถ้าบอกว่าการเมืองวันนี้เอง ต้องยอมรับว่าไม่มีเสถียรภาพ ปัญหาที่จะตามมาคือปัญหาเศรษฐกิจ และสิ่งสําคัญ ที่น่าจะเปึนห่วงแล้วก็หนักใจมากก็คือปัญหาเรื่องของสังคมที่เห็นอยู่ทุกวันนี้นะครับ ที่เกิดความแตกแยก มี ๒ ฝ์าย ๓ ฝ์าย ผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบว่าสิ่งสาเหตุสําคัญ ที่ว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นี้ ต้องการให้การเมืองเข้มแข็งมีเสถียรภาพ และโดย ข้อเท็จจริงจากป้ ๒๕๔๐ โดยเฉพาะรัฐบาลของพรรคไทยรักไทยที่ดําเนินการบริหาร ประเทศมา ต้องย้อนอดีตไปว่าเศรษฐกิจเปึนอย่างไร ข้าวปลาพี่น้องประชาชนเปึนอยู่ อย่างไร นี่คือบ่งบอกถึงการเมืองมีเสถียรภาพ และหลังจากวันที่ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ หลังจากมีการรัฐประหาร แล้วเหตุการณ์เปึนอย่างไร ก็มี คมช. ช่วยกันร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ขึ้นมา ป้ ๒๕๕๐ แล้วเปึนอย่างไร เพราะวันนี้เองสังคมที่เกิดความแตกแยกนี่ ผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบเลยว่า สิ่งที่สําคัญเลยคือกระบวนของความยุติธรรม วันนี้เอง ถ้าเราหาความยุติธรรมในสังคมไม่ได้ ผมเชื่อได้ว่าความแตกแยกในสังคมนี้ ก็จะเกิดขึ้น เพราะถามว่ารัฐธรรมนูญนี้มีส่วนที่จําเปึนไหม จําเปึน เพราะถือว่าเปึนกฎ กติกาที่เหนือสุดในการบริหารประเทศที่เราจะต้องยึดหลักกรอบตรงนี้ แล้วกติกาตรงนี้ ผมเชื่อได้ว่าก็เปึนสิ่งสําคัญ ถ้ากติกานี้เอื้อให้กับกรรมการในการตัดสิน โดยเฉพาะองค์กร อิสระอีกหลาย ๆ องค์กร เพราะการตัดสินออกมานี้สังคมเขามองนะครับ เขามองว่าการ ตัดสินนี้ไม่มีความยุติธรรม อย่างนี้สังคมยิ่งไปกันใหญ่ เพราะฉะนั้นสาเหตุของปัญหานี้ ก็มาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมจะย้อนหลังไปหลังจากที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ถึงจะมีกฎหมาย มีการยุบพรรค แต่ในกฎหมายก็ไม่ได้เขียนระบุไว้เลยว่าจะต้องมีโทษ ถึงกรรมการบริหารพรรค แม้กระทั่งตัวหัวหน้าพรรค แต่กฎหมายก็ย้อนหลังเข้าไปให้มี การยุบพรรค แล้วสิ่งที่สําคัญก็ยุบกรรมการบริหารพรรค ตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค แม้กระทั่งหัวหน้าพรรค อันนี้เปึนสิ่งที่ผมพูดได้ว่าเปึนสิ่งที่เลวร้ายมาก ก็ทําให้เกิดความ แตกแยกในสังคมมาเรื่อย แล้วต่อมาเขียนเปึนกฎหมายชัดเจนเลยในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีการยุบพรรค และกรรมการบริหารพรรคถ้ามีส่วนเกี่ยวข้องต้องโดน พรรคพลังประชาชนก็ต้องโดน ไม่ใช่เฉพาะพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคมัฌชิมาธิปไตย อย่างนี้ละที่เปึนสาเหตุของปัญหา นี่คือสิ่งที่ผมบอกว่า มาตรา ๒๓๗ เรื่องของการยุบพรรคเปึนสิ่งที่สําคัญที่สุด และผมอยากจะมาเรียนถึงที่เพื่อนสมาชิก ได้พูดไป โดยเฉพาะ มาตรา ๑๙๐ ถือว่าเปึนสิ่งสําคัญมาก ผมในฐานะที่ได้มีโอกาส ไปเปึนวิปรัฐบาล ก็ทราบถึงสาเหตุปัญหาของมาตรา ๑๙๐ เพราะว่าการเจรจาตกลง การค้าแต่ละอย่าง โดยเฉพาะรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี (G To G) จะตกเจรจาขายสินค้ากัน แต่ละอย่าง ก็ทําไม่ได้ ทําลําบาก เพราะมีนัยสําคัญของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ผมถามสิว่าท่านประธานครับ ถ้าวันนี้เอง ถ้ากฎหมายมาตรา ๑๙๐ นี้ไม่มี แล้วผู้บริหาร มีความจริงใจ ผมเชื่อว่าผู้บริหารทุกท่านมีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชน ราคาพืชไร่ ราคาข้าวคงไม่ตกต่ําอย่างนี้ เพราะสามารถที่จะนําไปขายตรงได้ โดยขายระบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี
มีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน วันนี้เองก็พูดถึงเรื่องเขตการเลือกตั้ง ผมก็ต้อง พูดสักนิด ก็สะท้อนว่าสาเหตุก่อนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปึนแบบรวมเขต แล้วต่อมาเปึน เขตเดียวเบอร์เดียว ผมถามเถอะครับท่านประธานครับ วันนี้เองเราพยายามที่จะพัฒนาปฏิรูปการเมือง ผมถามสิว่าพัฒนาแบบเดินหน้าหรือถอยหลัง เมื่อก่อนเปึนแบบรวมเขตแล้วมาเปึน เขตเดียวเบอร์เดียว เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนมีสิทธิเลือกตั้งแบบวันแมน วันโหวต คือ มีสิทธิ ๑ คนก็เลือกได้ ๑ เสียง อย่างนี้เปึนต้น แต่ถ้าเราคิดดู ถ้าบางจังหวัดมี ส.ส. คนเดียวก็มีสิทธิเลือกได้แค่คนเดียว แต่บางจังหวัดมี ๕ คน ยกตัวอย่างจังหวัดพิษณุโลก อีก ๑ เขตมี ๓ คน อีก ๑ เขตมี ๒ คน อย่างนี้เปึนต้น พี่น้องประชาชนก็มีสิทธิที่จะเลือกได้ ๓ คน และอีกส่วนหนึ่งก็มีเลือกได้ ๒ คนอย่างนี้เปึนต้น นี่ผมอยากจะฝากไว้นะครับ เพราะว่าตรงนี้ถ้าเราจะพัฒนาปฏิรูปการเมืองให้เดินหน้า ผมคิดว่าถูกแล้วแบบวันแมน วันโหวต หรือเขตเดียวเบอร์เดียว และสิ่งที่สําคัญที่สุดครับที่ผมอยากจะสะท้อนปัญหา และความแตกแยกในสังคม วันนี้เองโดยเฉพาะมาตรา ๙๓ จะเปึนเรื่องของเขตเลือกตั้งยังไม่พอ นะครับ ท่านประธาน วันนี้ลงไปพื้นที่ลองถามพี่น้องประชาชนสิครับ รู้ไหมครับ ในระบบ ของสัดส่วนบัญชีรายชื่อ กลุ่มจังหวัดมี ๘ จังหวัด มีกลุ่มอะไรบ้าง อยู่จังหวัดอะไรบ้าง พี่น้องประชาชนไม่รู้ แต่ในฐานะที่เราเปึนตัวแทนคนทั้งประเทศท่านประธาน เราก็ควรจะ เปึนแบบรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ คือไม่ใช่ว่าแบ่งเปึนกลุ่มจังหวัด เพราะทําให้พี่น้องสับสน อย่างนี้เปึนสิ่งที่สําคัญมาก ก็คงจะฝากไว้และคงจะไม่รบกวนเวลามาก และสิ่งที่สําคัญ ผมบอกเลยว่ารัฐธรรมนูญนี้สมควรแก้และผมพร้อมที่จะให้การสนับสนุน เพราะสิ่งที่ สําคัญที่สุดในการแก้รัฐธรรมนูญก็คือแก้กฎ กติกา และถ้ายิ่งไปกว่านั้นอีกในการแก้ กฎกติกาตรงนี้ สิ่งที่สําคัญก็คือว่าผู้ที่ปฏิบัติ ผู้ที่รักษากฎกติกาตรงนี้และก็ผู้ที่จะมาเปึน กรรมการในการตัดสิน ถ้าตัดสินอยู่บนบรรทัดฐานของความเปึนธรรม ความชอบธรรม ตรงนี้จะทําให้เกิดความสมานฉันท์และสังคมก็จะไม่เกิดความแตกแยก ผมจะยกตัวอย่าง ง่าย ๆ ท่านประธานเคยดูมวยสากลสมัครเล่นไหมครับ จะมีกรรมการอยู่ ๓ คน ๓ คนนี้ ต้องกดพร้อมกันคะแนนถึงจะขึ้น แต่บางทีกดคนเดียว กด ๒ คน อีกคนไม่ยอมกด คะแนน มันก็ไม่ขึ้น นี่ก็คือกระบวนการตัดสิน แต่ผมถามท่านประธานครับ คนดูคือพี่น้อง ประชาชนเขามองอยู่ เขามองอยู่ว่ากรรมการทําไมฝ์ายแดงชกคะแนนทําไมไม่ขึ้น อย่างนี้ ก็เพราะกรรมการมันต้องกด ๓ คนพร้อมกัน ตรงนี้บ่งบอกถึงรัฐธรรมนูญฉบับนี้บ่งบอก ให้กรรมการในกระบวนการตัดสินมีช่องทางที่จะให้ความชอบธรรมและให้ความไม่เปึน ธรรมต่อผู้ที่ปฏิบัติได้ ก็คงฝากไว้ท่านประธานครับ ขอบพระคุณมากครับ