รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๖ กันยายน ๒๕๕๒

วิชาญ มีนชัยนันท์ หารือเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญและความไม่สมานฉันท์ทางการเมืองในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต เช่น การเลือกตั้งในปี 2548 และการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญในปี 2549 เขายังแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญในปัจจุบัน และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเลือกตั้งที่ยุติธรรมและชอบธรรม

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณนะครับที่ทางรัฐบาลเอง ได้เป่ดอภิปรายในส่วนตามมาตรา ๑๗๙ โดยอภิปรายทั่วไปไม่มีการลงมติ ส่วนหนึ่งนั้น ก็ต้องขอขอบคุณนะครับทางคณะกรรมการที่ท่านประธานรัฐสภาได้ตั้งขึ้นมา แล้วก็ สามารถที่จะไปรวบรวมรายละเอียดในเรื่องของประเด็นต่าง ๆ ถึงแม้ว่าวันนี้ในส่วนของ รัฐสภาแห่งนี้ โดยสมาชิกรัฐสภานั้นจะมีความเห็นหลายมุม หลายด้านที่จะต้องได้รับ อานิสงส์จากการที่ท่านรวบรวมประเด็นต่าง ๆ เข้ามา เพื่อที่จะเปึนการศึกษา แล้วก็นําข้อเสนอต่าง ๆ ในการที่จะทําให้ประเทศชาติของเรานั้นได้อยู่อย่างสงบสุข โดยมีการบริหารจัดการประเทศในระบอบประชาธิปไตยต่อไป ขออนุญาตท่านประธาน ครับ ในอดีตประเทศของเราถือว่าปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญมาแล้ว ฉบับนี้เปึนฉบับที่ ๑๘ ใน ๑๘ ฉบับตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ ที่มีการพระราชทานรัฐธรรมนูญ ในสมัยรัชกาลที่ ๗ เปึนต้นมา มีการทํารัฐประหารคือการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ทั้งหมด เรียกว่า มีการก่อการก็แล้วกัน ๒๓ ครั้ง ในจํานวน ๒๓ ครั้งนี้นะครับที่สําเร็จ มี ๑๑ ครั้ง พวกที่ก่อการสําเร็จนี้ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมีการขึ้นสู่อํานาจ เรียกง่าย ๆ ว่า กลุ่มคนเหล่านี้เปึนกลุ่มที่หวังผลประโยชน์ในการที่จะนําพรรคพวก ในการ ที่จะอ้างเสมอครับว่า เปึนการสร้างบ้าน สร้างเมือง เปึนการปัองกันคอร์รัปชัน แล้วก็ ยัดเยียดปัญหาต่าง ๆ ของสังคมให้กับอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งบอกว่ากลุ่มแต่ละกลุ่มนั้นก็คงมี ความแตกต่างกันในความคิดอยู่แล้ว จึงเกิดการทําการเปลี่ยนแปลง ส่วนกลุ่ม ที่ไม่สามารถดําเนินการในเรื่องของการปฏิวัติหรือปฏิรูปหรือจะใช้คําว่าอะไรก็แล้วแต่นะครับ แล้วแต่ความสละสลวยในขณะนั้น ก็มีด้วยกันที่ทําไม่สําเร็จนะครับ ๑๒ ครั้ง ถามว่า ใน ๑๒ ครั้งนี้กลุ่มเหล่านี้นะครับท่านประธานครับเมื่อไม่สําเร็จก็ติดคุกติดตะราง บางคน ก็ต้องหนี เพราะตัวเองต้องการขึ้นสู่อํานาจ อํานาจก็ดีครับเปึนสิ่งที่ทุกคนต้องการ แต่ถ้า บอกว่ามาตามระบอบประชาธิปไตยนี้ พี่น้องประชาชนเองเปึนคนให้มานี้ มันอยู่ยั้งยืนยงครับ ท่านประธานครับ สาเหตุอันหนึ่งซึ่งผมบอกได้เลยครับว่าการที่เหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ มันเกิดขึ้นมาเพราะว่าการทํารัฐประหารก็ดีหรือการเปลี่ยนแปลงโค่นล้มอํานาจก็ตามนี้ เปึนเพราะว่าความต้องการอย่างเดียวหรือความเชื่อว่าตัวเองนั้นมีสิทธิหรือฉลาด กว่าคนอื่น ดูถูกดูแคลนเขาละครับ สิ่งนี้จึงทําให้เกิดการรวมกลุ่มกัน กลุ่มที่ฉลาดกว่า ก็มักจะเรียกตัวเองว่าเปึนเทพ กลุ่มที่จะโดนต่อว่าก็บอกว่ากลุ่มนี้เปึนกลุ่มมาร เหมือนในหนังจีนครับท่านประธาน ถ้าท่านประธานไปดูหนังจีนเรื่องมังกรหยกคล้ายกันเลย สิ่งที่ผมกําลังจะกล่าวต่อไปนะครับ พวกเราเองในฐานะที่เปึนตัวแทนประชาชนเอง มองความรู้สึกของพี่น้องประชาชนเปึนหลัก แต่การเปึนหลักในเรื่องของการพิจารณานั้น ต้องยึดโยงกับความเดือดร้อนของประชาชนเปึนตัวตั้ง การร่างรัฐธรรมนูญก็เหมือนกันครับ แต่ละฉบับมีข้อดี ข้อเสียเหมือนกัน ไม่มีใครบอกหรอกครับว่ารัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับ ไปแล้วนี้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามยุคตามสมัย แต่ต้องมีเหตุและผลและไม่ใช่บอกว่า จะเปลี่ยนแปลงทุกมาตราก็ไม่ใช่ เพราะบางมาตรานั้นถูกต้องแล้วก็ดีนะครับ อย่างเช่นว่า ในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ ได้ยกทั้งกระบิของรัฐธรรมนูญในป้ ๒๕๔๐ ขึ้นมา แตกต่าง กันแค่ ๔ หมวดเองครับ ๔ หมวดนี้ในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ส่วนใหญ่แล้ว ๔ หมวดนั้น ว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องการเงิน งบประมาณ การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและองค์กร อิสระตามรัฐธรรมนูญ แล้วก็รวมถึงในเรื่องของหมวดจริยธรรม การดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองและหน้าที่ เห็นไหมครับมีอยู่ ๔ อย่างที่ใน ๔ หมวดที่แตกต่างกันออกไป แต่ใน ๔ หมวดนี้ แต่ละส่วนที่ซับซ้อนแตกแขนงออกไปเปึนส่วน ๆ ซึ่งบอกได้เลยครับว่า เปึนเรื่องที่จะต้องมาดูกัน ถ้าจะบอกว่าในช่วงระยะเวลา ๑๕ นาที ผมคงดูไม่หมดหรอกครับ แต่ผมขออนุญาตนะครับว่าในขณะนี้นั้น คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเองได้ดําเนินการในเรื่องดังกล่าว ผมจะเท้าความกลับไปนิดหนึ่งครับว่าที่มาที่ไป ถึงแม้วันนี้พูดให้ตายนี้ ความสมานฉันท์ ผมก็ยังเชื่อว่าในประเทศนี้คงจะมีความปรองดองกันอย่างไม่แนบสนิทหรืออาจจะเกิดเหตุ ขึ้นมาในเร็ว ๆ วันนี้ก็ได้ครับ ท่านประธานครับที่ผมกําลังนําเรียนก็คือว่าทําไมล่ะครับ เมื่อป้ ๒๕๔๐ นี้ มีรัฐธรรมนูญที่เกิดจากพี่น้องประชาชนนะครับ โดยมีกลุ่มที่ร่างนี้ เปึน สสร. นี้ ประกอบไปด้วยท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน ท่านอุทัย พิมพ์ใจชน ท่านบวรศักดิ์ ในกลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ที่เอ่ยนามอีกมากมาย ซึ่งเปึน นักวิชาการมีความรู้ แล้วก็ไปเลือกกลุ่มคนต่าง ๆ ตามรายจังหวัดออกมาเปึน สสร. มาเลือกที่จะทํารัฐธรรมนูญให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ กว่าจะใช้ได้นี่ใช้เวลาแรมป้ ป้เศษ ๆ สุดท้ายรัฐธรรมนูญฉบับนี้เอามาใช้ครับเมื่อป้ ๒๕๔๐ แล้วก็มีการเลือกตั้ง เกิดขึ้นมา ถามว่าพี่น้องประชาชนเปึนอย่างไรครับ คนที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาในขณะนั้น ก็คือรัฐบาลชุดพรรคไทยรักไทย เปึนคนร่างรัฐธรรมนูญไหม ไม่ใช่ ตัวท่าน พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ นะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านลง สสร. ในเขตจังหวัด ทางเชียงใหม่ก็ไม่ได้รับเลือกเข้ามาเปึนผู้ร่าง แต่เมื่อทําการเมืองแล้ว พรรคการเมือง เสนอตัวเข้ามารับใช้พี่น้องประชาชน ประชาชนเปึนคนเลือกครับ เมื่อเลือกแล้วบังเอิญนะครับ เลือกเข้ามาเมื่อป้ ๒๕๔๔ ก็ได้เสียงสนับสนุนเปึนจํานวนเพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาล ถามว่าในรัฐบาลขณะนั้นเปึนรัฐบาลผสม เขาก็เอานโยบายต่าง ๆ มาขายให้ประชาชน เปึนเรื่องปกติครับ วันนี้ก็มีการขายนโยบายถึงแม้ว่ารัฐบาลชุดนี้เปึนรัฐบาล ของพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีการทํานโยบายอย่างต่อเนื่องออกมา ไม่แปลกหรอครับ ในขณะนั้นสิ่งต่าง ๆ ก็เกิดขึ้นดีมาโดยตลอด แต่อาจจะมีคน กลุ่มคนที่ไม่ชอบเพราะอยู่ครบ ๔ ป้ เปึนประการแรก

ประการต่อมา บริหารประเทศชาติ คน ประชาชนชอบ ก็เลยเกิด ความถูกใจ เปึนเรื่องปกติครับ เมื่อถูกใจแล้วนี้พอมาลงสมัครเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง เมื่อป้ ๒๕๔๘ ถามว่าป้ ๒๕๔๘ นี่กลับเข้ามายิ่งมากครับ แล้วก็จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวนี่ เมื่อวันที่ ๖ มกราคม เลือกตั้งป้ ๒๕๔๘ ได้ ๓๗๗ คน ตอนแรกเมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔ ได้ ๒๔๖ คน พอเลือกครั้งที่ ๒ นี้ เขาบอกว่าดีมาก ทํางานได้ดี ทุกอย่าง เข้าตาประชาชนก็ให้เข้ามาครับ นโยบายที่ชัดเจนต่าง ๆ ขออนุญาตครับ แต่มันอุตริครับ มีความคิดที่ผิดแผกแตกต่าง มันเลยเกิดที่มาที่ไปของการที่จะทํารัฐประหาร ถามว่า ยังเกิดไหมครับตอนช่วงนั้น ยังหรอกครับ มันเกิดมีการเปลี่ยนแปลงเพราะว่ารัฐบาลเอง เมื่อรัฐบาลที่มีประชาธิปไตยนี่เขาบอกว่ามันถึงทางตันก็ต้องยุบสภาครับ ปล่อยให้ ประชาชนไปเลือก แต่อุตริในขณะนั้นเมื่อมีการยุบสภาเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ ท่านประธานทราบไหมครับว่า เขาก็ต้องจัดให้มีการเลือกตั้ง นั่นละครับ เลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๔๙ กําหนดมา ๓๗ วัน ก็ต้องลงสมัครเลือกตั้ง สุดท้ายพรรคการเมือง ผมคง เอ่ยได้ครับ พรรคประชาธิปัตย์เองบอกว่าไม่ลงสนามเลือกตั้ง แล้วพาพลอยฟัาพลอยฝน ทําให้การเลือกตั้งมันเปึนหมัน แต่เขาก็จัดให้มีการเลือกตั้ง เพราะเมื่อประกาศไปแล้ว กกต. เขาประกาศ แต่ไปใช้บอกว่า ๓๗ วันมันไม่พอ ก็ไปพูดครับบอกว่า มันไม่พอที่จะ ใช้เสียงในการหาเสียงเลือกตั้งจึงเปึนเหตุให้เกิดวิวาทะกันเกิดขึ้น นี่ละครับ พอหลังจาก ตรงนั้นมาไม่นานก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ๑๙ ตุลาคม ๒๕๔๙ มีการทํารัฐประหาร สนธิเขาก็เข้ามายึดอํานาจครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม พอยึดอํานาจเสร็จปุ็บนี่ ก็เปลี่ยนแปลง เอารัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวขึ้นมา ๒๕๔๙ โดยอ้างเหตุ ๓ ประการ ที่เพื่อนสมาชิกบอกละครับ โกงกิน เอื้อประโยชน์อะไรนะครับ สารพัดสาระเพ ท้ายที่สุดนี่ ผมถามว่าอ้าย ๓๗ วัน สมัยนายกรัฐมนตรีเปรมนี่ อดีตนะครับ เลือก ๓๓ วัน ไม่มีการ ค้านนะครับ ท่านโกหกหมดละครับ อํานาจ ผลประโยชน์ เพียงแต่โกหกบิดเบือนใน ขณะนั้นเพื่อต้องการให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจไขว้เขวแล้วเกิดเหตุการณ์ เพราะผมบอกได้เลยครับ ว่าทุกพรรคการเมืองมีการสมัครของสมาชิกก็มีกองเชียร์ละครับ เราไปปลุกไปปัืนเขา เขาก็เดินได้ครับ เราไปให้เขานอนนั่งอยู่เฉย ๆ เขาก็จะอยู่นิ่ง ๆ แต่ขณะนั้นปลุกปัืน จนเกิดไป ประกอบกับอํานาจอีกส่วนหนึ่งคือพันธมิตร เราต้องยอมรับครับว่าสาเหตุ อันหนึ่งคือความแตกต่างกันในเรื่องของความคิดไปก่อให้เกิดกลุ่มพันธมิตรขึ้นมา กลุ่มนี่ล่ะครับ ที่ทําให้รัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศไทยได้ แม้กระทั่งการเลือกตั้ง ที่ผ่านมา หลังจากนั้น กกต. เองก็จัดให้มีการเลือกตั้ง พอจัดให้มีการเลือกตั้งไปนี่ ท้ายที่สุดก็บอกว่าการเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม ไปตั้งปะรําหันหันหน้าผิดทาง ก็ถูกกล่าวหา พอถูกกล่าวหาเสร็จปุ็บนี่นะครับ พอลงสมัครเลือกตั้งไปในครั้งนั้นก็บอกว่าถูกจ้างวาน ไปจ้างวานคนมาลงสมัคร ก็เปึนเหตุให้ยุบพรรคครั้งที่ ๑ พรรคไทยรักไทยโดน ผมนั่งอยู่ใน เหตุการณ์ ครั้งที่ ๒ ไปยุบพรรคอีกครับพรรคพลังประชาชน บอกว่าในส่วนนี้ไปซื้อเสียง ไป จ้างวาน ไปอะไรนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วในมาตรา ๒๓๗ ที่ท่านคณะกรรมการได้มีความเห็น ว่าควรจะมีการเปลี่ยนแปลง ผมเห็นด้วยครับ เพราะการที่บุคคลหรือคนใดคนหนึ่ง ที่ไปกระทําในเรื่องของฐานความผิดนี้ ตามหลักการแล้วผู้กระทําความผิดย่อมได้รับโทษ แต่เราไปเขียนไว้ในมาตรา ๒๓๗ ว่า ให้คลุมไปถึงคณะกรรมการ ถ้าไม่มีการตักเตือน หรือพูดกล่าวต่าง ๆ การนําพิสูจน์นั้นก็ดูเสมือนว่าการเปรียบเทียบของศาลรัฐธรรมนูญ ในขณะนั้น ผมคงไม่บอกกล่าวว่าถูกหรือผิด แต่ตัดสินใจไปแล้วมันก็ยุบไป ๒ พรรค ก็เลยเกิดความเคียดแค้นว่าพรรคที่ขึ้นทั้งหมดนี้ชี้นํา ชี้ไป ชี้มา แต่ยุบพรรคเดียวถึง ๒ ครั้ง ความอยุติธรรม ความไม่ชอบธรรมมันเกิดขึ้น ท่านประธานครับ นี่เปึนที่มาที่ไป แต่ท่าน บอกว่าวันนี้จะแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วจะยุติหรือเปล่าใน ๖ ประเด็น รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นี่นะครับ พรรคพลังประชาชนถูกยุบไป วันนี้ย้ายมาเปึนพรรคเพื่อไทย พวกเราเอง มีนโยบายชัดเจนครับว่าเราไม่เอาหรอกครับ ป้ ๒๕๕๐ แต่ที่เราต้องเลือกเข้ามา เพราะมันเปึนกติกา ถ้าบอกว่าความชอบธรรมที่ไปตั้งองค์กรอิสระหรือกลุ่มต่าง ๆ ได้รับ พระราชทานโปรดเกล้าฯ หรือเปล่า ผมขออนุญาตนะครับ แม้กระทั่งการเลือกเฟัน ส.ว. ที่มาจากการสรรหานี้นะครับ ก็มีการเปรียบเทียบกันว่า กลุ่มหนึ่งมาจากการเลือกตั้ง อีกกลุ่มหนึ่งอีก ๗๔ คนมาจากการคัดเลือก ก็เลยนําไปสู่การแก้ไขว่าน่าจะมีการเลือกตั้ง เหมือนกัน แต่จะไปเติมบทเฉพาะกาลนั้นนะ ก็เห็นด้วย ท่านประธานครับ สิ่งต่าง ๆ แม้แต่มาตรา ๑๙๐ ขณะที่พรรคพลังประชาชนเปึนรัฐบาล มาตรา ๑๙๐ ทําปัญหา แต่เอาปัญหามาพูด อดีตรัฐบาลชุดนี้ พรรคประชาธิปัตย์ เอ่ยนามครับ พูดเสมอว่า ไม่ควรจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข เพราะเปึนผลประโยชน์ของประชาชน ช้านิดช้าหน่อย เอามาพูดกันในสภา แต่วันนี้รู้นะครับ เห็นไหมครับว่ามันมีปัญหาจริง ๆ การไปทําเงื่อนไข การไปตกลงนั้น ลําบาก แม้กระทั่งการประชุมอาเซียนแต่ละครั้ง ไปตกลงพิธีการต่าง ๆ มันเข้าเงื่อนไข ๔ ประการ ไม่มีใครกล้าหรอกครับ วันนี้จึงอาศัยสภา อาศัยคณะกรรมการ เอามาหยิบยกประเด็นดังกล่าว ผมไม่ว่าหรอกครับ เพราะประเทศชาติแห่งนี้ มันอย่างไรก็ต้องเดินได้ ไปถึงทางตันก็ต้องแก้ไข แต่ขอนิดหนึ่งครับว่า ถึงแม้ว่า คณะกรรมการจะมีความเห็นที่หลากหลายใน ๖ ส่วนนั้น ผมยังเห็นว่าหลายส่วน ในรัฐธรรมนูญตรงนี้ต้องแก้ไขและแก้ไขได้ไหม ได้ครับ สภามีอํานาจครับ รัฐสภามีอํานาจ มาตรา ๒๙๑ เราสามารถที่จะลงชื่อหนึ่งในห้าเสนอ และการประชุมไม่ต้องตั้ง สสร. หรอก ครับ ประเด็นมันมีอยู่ในนี้ไม่มากถ้าเป่ดใจกว้างหน่อย คนที่ได้ประโยชน์นี้ ผมไม่ได้บอกว่า พวกเราจะได้ประโยชน์หรอกครับ แต่ถ้ามาสู่การเลือกตั้งนี้ ประชาชนเปึนคนเลือก วันนี้ ต้องยอมรับว่าประชาชนเองถ้าบอกว่าแก้แล้วปัญหาทางใต้สงบ หรือถ้ารัฐบาลแน่ใจว่า แก้แล้วเศรษฐกิจดีขึ้น ท่านประธานก็ต้องให้มีการแก้ไข ผมเชื่อว่าสมาชิกต้องให้แก้ไข แต่วันนี้ถ้าแก้ไปแล้วเหตุการณ์ยังไม่เปึนปกติ วันที่ ๑๙ วันมะรืนนี้จะมีการชุมนุม ยังไม่ทันอะไร ประกาศ พ.ร.บ. ความมั่นคงในราชอาณาจักร แล้วถามว่าประกาศแล้ว มันได้อะไรครับ ได้ความขัดแย้งสูงขึ้นมา คนกลุ่มที่ชุมนุมนี้เขาชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ ตามมาตรา ๖๓ ท่านประธานครับ ผมใช้เวลาอีกสักนิดหนึ่งครับ ขออนุญาตท่านประธาน ว่า ให้วันนี้พวกเราอภิปราย ๒ วัน ๒ คืน หรืออภิปรายไป ๕ วัน ๗ วัน มันไม่มีประโยชน์ หรอกครับ ถ้ารัฐบาลไม่ออกมาแสดงความจริงใจ ผมถามท่านประธาน ท่านประธานครับ ท่านประธานเคยถามรัฐบาลไหมว่าสิ่งที่ท่านนําเสนอวันนี้ต่อรัฐสภา ท่านนายกรัฐมนตรี เห็นด้วยหรือเปล่า หรือจะดึงเวลา จะยื้อเวลา เพื่อที่ต้องการให้มีการใช้จ่ายงบประมาณ มีการแลกเปลี่ยน มีการเตรียมการสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการสับเปลี่ยนขั้วอํานาจต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ การแทรกแซงของรัฐบาลชุดนี้มีอยู่ทั่ว ตามหน้าหนังสือพิมพ์ ตามส่วน การตั้งสิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับองค์กรต่าง ๆ ที่เปึนองค์กรที่จะมีอํานาจเปึนเรื่องที่น่ากลัว ผมคง ขออนุญาตครับท่านประธาน สิ่งที่ท่านคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้นําเสนอรายงานต่าง ๆ ผมดูแล้วเนื้อหาสาระดีครับ ผมเห็นด้วยกับวิธีการการแก้ไข เพราะต้องนําสู่รัฐสภา แต่ถ้าจะให้ดี ๖ ประเด็นนี้ ไม่พอหรอกครับ มีอีกหลากหลายประเด็นที่พวกเราเองคิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์ ต่อประเทศชาติและอาจจะเปึนทางที่จะทําให้ความสงบสุขกลับขึ้นมา แต่อย่างหนึ่งอย่างใด อยากจะฟังท่านประธานครับว่าท่านได้สอบถามหรือเปล่าว่ารัฐบาลมีความจริงใจ อยากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ และจะต้องแก้ไขโดยรัฐสภานะครับ ไม่ใช่ตั้ง สสร. เพื่อซื้อเวลาไปอีกป้หนึ่ง ผมเห็นด้วยกับรายงานฉบันนี้ครับ ขอบคุณครับ