พีระเดช ศิริวันสาณฑ์ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 237 เกี่ยวกับการยุบพรรคการเมือง และเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาเทียบเทอสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พร้อมเรียกร้องให้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 แก้ไขเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของนักการเมือง และสนับสนุนให้ทุกฝ่ายหันกลับมาคิดถึงประโยชน์ของประเทศชาติ
จังหวัด: ท่านประธานสภาที่เคารพ พีระเดช ศิริวันสาณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครสวรรค์ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องขออนุญาต ทําความเข้าใจกับท่านประธานสักนิดหนึ่งครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ได้เวลาทั้งหมด ๔๔ นาที ผมขอเวลาที่จะอภิปรายไว้ทั้งหมดประมาณ ๑๐ นาที ก็ต้องขอความกรุณา ท่านประธานว่าถ้าเวลามันอาจจะเกินไปบ้าง รับปากท่านประธานนะครับว่าพรรคชาติไทยพัฒนา จะจัดสรรเวลาส่วนที่เหลือตามที่ได้รับกําหนดไว้ ต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ที่ขอให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามมาตรา ๑๗๙ จากที่ผมได้มีโอกาส อ่านรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ก็ได้มีการสรุปออกมาทั้งหมด ๖ ประเด็น จริง ๆ แล้วผมเชื่อว่า หลาย ๆ ประเด็นที่ท่านกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญได้สรุปออกมานั้น เชื่อว่าวันนี้ในรัฐสภายังมีความเห็นที่แตกต่างอยู่ ยังไม่ได้ ตกผลึก เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะพูดออกไปในวันนี้ก็ขออนุญาตออกตัวว่าเปึนความคิดเห็น ในฐานะผู้แทนราษฎร ความคิดเห็นในฐานะผู้แทนของปวงชนชาวไทย ไม่ใช่ความคิดเห็น ในส่วนของพรรคการเมืองแต่อย่างใด มาตราแรกที่ผมคงต้องขออนุญาตเห็นด้วยกับการแก้ไข คือมาตรา ๒๓๗ ครับ เรื่องการ ยุบพรรคการเมือง ซึ่งมีการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรค ของกรรมการบริหารพรรค ผมเปึนผู้แทนราษฎรสมัยแรกก่อนที่จะมาอยู่พรรคชาติไทยพัฒนา ผมสังกัดพรรคชาติไทย ผลของมาตรานี้ส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคทั้งหมดถูกเว้นวรรค มันขยายผล ความขัดแย้งไปยังพี่น้องประชาชนหลาย ๆ ที่ หลาย ๆ จังหวัด ซึ่งกรรมการบริหารพรรค ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในเรื่องของการทําผิดกฎหมายเลือกตั้งเลย พรรคชาติไทยถูกกล่าวหาว่า มีกรรมการบริหารพรรคทําผิดกฎหมายเลือกตั้ง จึงถูกตัดสิทธิให้มีการยุบพรรคการเมือง สิ่งที่สําคัญผมเสียดายบุคลากร บุคลากรที่สําคัญ ผมกล้าพูดได้ว่าเปึนบุคลากรที่สําคัญ ของประเทศชาติก็ว่าได้ ท่านอดีตหัวหน้าพรรคเก่าผม ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา จริง ๆ แล้วผมว่าท่านหัวหน้าพรรคท่านบรรหาร ศิลปอาชา ท่านเปึนผู้หลักผู้ใหญ่ ในบ้านในเมือง ซึ่งน่าจะให้คําปรึกษาในหลาย ๆ สิ่ง ในหลาย ๆ เรื่องให้ประเทศชาติ พ้นวิกฤติไปได้ ข้อนี้ผมเห็นด้วยที่จะต้องมีการแก้ไข ไม่ได้เปึนการแก้ไขเพียงเพื่อ พรรคการเมืองเท่านั้นมันก็ส่งผลระยะยาวไปถึงประเทศชาติ แต่อย่างไรก็ดีพรรคชาติไทย ก็ยอมรับกติกาแต่โดยดี หลังจากมีการยุบพรรคชาติไทย ท่านหัวหน้าพรรคของผม ท่านกรรมการบริหารพรรคทุกท่าน ไม่ว่าจะเปึนเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ ๆ ก็ดี ก็ได้ยุติบทบาททางการเมือง ก็แปลว่าเราอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เราก็ยอมรับกติกา สิ่งที่สําคัญที่สุด วันนี้ผมไม่มั่นใจว่าปัญหาของเราอยู่ที่รัฐธรรมนูญ หรืออยู่ที่คนใช้รัฐธรรมนูญกันแน่ วันนี้ผมว่ารัฐธรรมนูญจะให้ดีขนาดไหนถ้าคนใช้ ไม่ยอมรับกติกา ต่างหาวิถีทางที่จะมากล่าวหากัน ที่จะมาโค่นล้มกัน ผมว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ประเทศชาติคงหาเรื่องสงบได้ยาก ผมเปึนผู้แทนราษฎรสมัยแรก วันนี้รู้สึกท้อแท้กับสิ่งที่ เกิดขึ้นในบ้านในเมือง มาตราต่อไปที่ผมคงต้องขออนุญาตพูดถึง คือที่มาของ ส.ส. ส.ว. ก็อยากจะฝากท่านประธานไปยังท่านกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ท่านระบุว่าที่มาของ ส.ส. และ ส.ว. ถ้าเปลี่ยนแปลงแล้ว ผมอยากจะถามท่านว่าเปลี่ยนแปลงแล้วมันจะทําให้เกิดความสมานฉันท์ขึ้นได้อย่างไร วันนี้ผมยอมรับว่าผมเปึนผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งที่ค่อนข้างใหญ่ ค่อนข้างกว้าง หลาย ๆ ท่านก็บอกว่าพี่น้องประชาชนเข้าหายาก ผู้แทนราษฎรอาจจะเหนื่อยหน่อย ผมยอมรับครับ แต่ผมเชื่อว่าศักยภาพของทุกท่านในที่นี้สามารถบริหารพื้นที่ ในเขตเลือกตั้งนี้ได้ ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ผมเข้าใจว่าจุดเริ่มต้น ของความขัดแย้งมันน่าจะก่อตัวมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ เท่าที่ผมดูประวัติ ของรัฐธรรมนูญไทยมามีรัฐธรรมนูญฉบับเดียวที่มีการเลือกตั้งผู้แทนราษฎร แบบเขตเดียวเบอร์เดียว นั่นคือฉบับป้ ๒๕๔๐ ผมเปึนผู้แทนราษฎรสมัยแรก ป้ ๒๕๕๐ ก็จริง แต่ถามว่าผมเคยลงสมัครรับเลือกตั้งตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ บังคับใช้แรก ๆ ตอนนั้นตอนที่ผมไม่ได้เปึนผู้แทนราษฎรผมจําได้ว่าในเขตพื้นที่ของผมมีการแบ่งแยกกัน เขาทําอย่างนี้ครับ ผมไม่แน่ใจว่าเปึนเพราะผู้แทนราษฎรที่เปึนอยู่ขณะนั้นในเขตผม หรือเปึนเพราะพรรคการเมืองเขามีนโยบายอย่างนั้น เขาพยายามที่จะสมัครสมาชิกพรรค คัดคนเข้าเปึนสมาชิกพรรค แล้วเวลาที่จะทําอะไรให้เขาก็จะบอกว่าเปึนสมาชิกพรรคเขา หรือเปล่า ถ้าไม่เปึนสมาชิกพรรคเขาดูราวกับว่าเขาก็จะไม่ดูแล ผมคิดว่าสิ่งนี้ละครับ ที่เปึนจุดเริ่มต้นทําให้เกิดความขัดแย้งของคนในชาติ แต่ความขัดแย้งมันมาสุกงอม เมื่อช่วงป้ ๒ ป้ที่ผ่านมานี้ แต่เท่าที่ผมได้ไปลงพื้นที่รับรู้ รับทราบปัญหา สัมผัสกับผู้นํา ในส่วนท้องถิ่น วันนี้ในเขตผมเปึนเขตเลือกตั้ง ๒ คน ผู้นําในท้องถิ่นค่อนข้างสบายใจ สบายใจที่เลือกผู้แทนราษฎรได้ ๒ คน ผมว่าการที่มีผู้แทนราษฎร ๒ คน มันไม่ได้มีผลเสีย กับพี่น้องประชาชนอะไรเลย แล้วการที่มีผู้แทนราษฎรคนเดียวมันก็ไม่ได้ทําให้ ประเทศชาติสมานฉันท์ขึ้น ตรงกันข้ามครับการที่มีผู้แทนราษฎร ๒ คน หรือ ๓ คน ผู้แทนราษฎรอาจจะเหนื่อยหน่อย แต่พี่น้องประชาชนมีทางเลือกครับ เลือกผู้แทนราษฎร คนหนึ่งเข้าไป ปรากฏว่าทํางานไม่ดี ใช้ไม่ได้ ก็ยังมีสิทธิที่จะไปหาผู้แทนราษฎรคนอื่น ให้ช่วยเหลือได้ เพราะฉะนั้นโดยความเห็นส่วนตัวผมเอง ผมอยากจะให้ท่านลองกลับไป ทบทวนดูว่าการที่จะกําหนดให้เขตเลือกตั้งเปึนเขตเล็ก มันตอบโจทย์ที่จะแก้ปัญหา ความขัดแย้งของคนในชาติได้แล้วหรือครับ เมื่อก่อนที่ผ่านมามีผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง มันจะแบ่งพวกกันอย่างนี้เลยนะครับ จะแบ่งเปึนอันนี้คือลูกน้อง ส.ส. อีกฝัืงหนึ่งคือไม่ใช่ ลูกน้อง ส.ส. ฝัืงที่แย่คือฝัืงที่ไม่ได้เปึนลูกน้อง ส.ส. นี่ล่ะ เพราะว่าเขาจะเข้าไปหาท่าน เข้าลําบากมาก ส.ส. ก็จะไม่มีการดูแล วันนี้ปัญหาใหญ่ครับ ไม่ใช่เรื่องเขตเลือกตั้ง ปัญหาใหญ่คือทําอย่างไรก็ได้ให้ทุกภาคส่วนที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนประเทศไทย เข้ามามีความจริงใจ มีส่วนร่วมในการตั้งใจทํางานอย่างจริงจัง
อีกมาตราหนึ่งครับ มาตรา ๒๖๖ ที่บอกว่า ส.ส. ส.ว. ต้องไม่ใช้สถานะ หรือตําแหน่งเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ผู้อื่น หรือพรรคการเมืองไม่ว่าทางตรง ทางอ้อม อันนี้เปึนปัญหาใหญ่สําหรับผมมาก ผมเปึน ผู้แทนราษฎรสมัยแรกครับ แต่ผมทําหน้าที่อะไรไม่ได้เลย ผมจะทําหนังสือถึงหน่วยงาน ราชการสักฉบับไม่กล้าทําครับ กลัวขัดรัฐธรรมนูญ มันเปึนปัญหาในการทํางานของผม เปึนปัญหาในการทํางาน ผมเชื่อว่ากับผู้แทนราษฎรทุกคน ทุกท่าน มันมีข้อเสียตรงที่ว่า รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ร่างออกมาโดยที่มีเจตนารมณ์ โดยที่มีแนวคิดว่านักการเมือง เปึนคนเลว เพราะฉะนั้นจะต้องทําอย่างไรก็ได้ให้นักการเมืองถูกจํากัด ถูกล็อก แต่จริง ๆ มันไม่ใช่อย่างนั้นครับ วันนี้ในเมื่อเราอยู่ใต้กติกาของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมก็ยอมรับกติกาของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แต่หลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างที่มันเปึน ปัญหา ผมก็สนับสนุนให้ท่านแก้ไข เพียงแต่ว่าทําอย่างไรครับถึงจะแก้ไขแล้วให้มันได้ ประสิทธิภาพ แก้ไขแล้วให้มันได้ประสิทธิผล จําได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีเคยได้เป่ดสภา ครั้งหนึ่งแล้วเพื่อขอความคิดเห็นอย่างนี้นี่ละครับ วันนั้นผมก็เคยได้มีโอกาสลุกขึ้น อภิปรายในสภา แต่จากวันนั้นถึงวันนี้ผมรู้สึกว่ายังไม่มีอะไรที่มันแตกต่างจากเดิม คนก็ยัง แบ่งกันออกเปึนหลายสี หลายฝักหลายฝ์าย ไม่ว่าจะเหลือง ไม่ว่าจะแดง วันนี้อยากจะขอครับ อยากจะขอท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน ผมว่าวันนี้ปัญหาใหญ่หน้าที่หลักของเราก็คือ ทําอย่างไรก็ได้ให้คนในชาติกลับเข้ามารักกัน เข้ามาสามัคคีกันให้ได้เหมือนเดิม ผมเปึน ผู้แทนราษฎรสมัยแรก แต่ทุกเวทีนะครับไม่ว่าจะเปึนงานบวช งานแต่ง หรืองานอะไร ก็แล้วแต่ที่มีโอกาสได้พูด ผมจะพูดเหมือนกันหมด ผมไม่อยากให้ทุกคนแบ่งฝักแบ่งฝ์าย ผมไม่อยากให้ทุกคนแบ่งเปึนสีต่าง ๆ ด้วยเวลาที่จํากัดนะครับ มีอีกหลายประเด็นที่ผม ต้องการจะพูด แต่เวลาไม่เอื้ออํานวย ก็อยากจะฝากทุก ๆ ฝ์ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หันกลับมาคิด หันกลับมาดูว่าสิ่งที่เรากําลังทํา สิ่งที่เรากําลังดูกันอยู่วันนี้มันแก้ปัญหา ให้ประเทศชาติเราได้จริงหรือยัง ถ้ายังไม่ได้กลับไปมองตัวเองว่าแล้วเราจะทําอย่างไรกัน ให้มันแก้ปัญหาให้ได้อย่างจริงจัง ขอบพระคุณมากครับ