ชวลิต วิชยสุทธิ์ เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการเมืองไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเจรจาเพื่อสันติและความเมตตาในการแก้ไขความขัดแย้ง และยังนำประสบการณ์ของพลเอก เปรม ติณสูลานนท์มาใช้เพื่อความสงบสุขของประเทศ
ท่านประธานครับ ผมขอยกตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งซึ่งต้องขอประทานโทษ ท่านนายกรัฐมนตรีจริง ๆ ที่ต้องยกตัวอย่างนี้ คือผลสํารวจความนิยมของประชาชน ระหว่าง พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตกเปึนผู้ต้องหา เปึนนักโทษ ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนไปอยู่ต่างประเทศ เปรียบเทียบกับท่านนายกรัฐมนตรี คนปัจจุบัน ซึ่งอยู่ในอํานาจอยู่ในตําแหน่ง แต่ผลการสํารวจกลับปรากฏว่าคนนิยมในตัว พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีมากกว่า ทั้ง ๆ ที่ต้องหลบภัยไปอยู่ ต่างประเทศ ผมไม่ได้ต่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคนไม่ดี ท่านเปึนคนดี แต่ท่านขึ้นมา ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ไม่เปึนประชาธิปไตย ท่ามกลางตัวช่วยที่เปึนเผด็จการ ซึ่งสังคม ทราบดี ดังนั้นต่อกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ ท่านจะผลักดันคน ๑๐ กว่าล้านคน ไปอยู่อีกฝัืงหนึ่งหรือ ถ้าเปึนอย่างนั้นบ้านเมืองลุกเปึนไฟแน่ และผมก็มั่นใจว่าท่านคง ไม่ทําอย่างนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อมาดูรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางสร้างความสมานฉันท์ทางการเมืองของสังคมไทย ซึ่งมี ท่านตวง อันทะไชย เปึนประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางสร้างความ สมานฉันท์ทางการเมืองของสังคมไทย ได้เสนอให้จัดให้มีกระบวนการเจรจาเพื่อสันติ กลุ่มเปัาหมายก็เปึนกลุ่มบุคคล กลุ่มการเมือง กลุ่มที่มีความขัดแย้ง ข้อเสนอดังกล่าว สอดคล้องกับความเห็นของผู้อาวุโสทางการเมืองท่านหนึ่ง คือ ท่านบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ซึ่งเราคนไทยทั้งหลายก็เห็นใจท่านเช่นกันที่พรรคชาติไทย ของท่านก็ถูกยุบ ข้อเสนอของท่านผู้อาวุโสทางการเมืองซึ่งผ่านร้อน ผ่านหนาวมายาวนาน สมควรที่รัฐบาลจะรับไว้พิจารณา ผมเองก็เห็นด้วยกับแนวทางนี้นอกเหนือจากการแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญที่เราส่วนใหญ่พูดกันในวันนี้
ท่านประธานที่เคารพครับ ประการต่อมาที่ผมขอฝากท่านนายกรัฐมนตรี ก็คือการดูตัวอย่างการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนไทยด้วยกันเองในอดีต ที่ประสบความสําเร็จเปึนอย่างดี ดังที่ผมได้กราบเรียนในเบื้องต้นในอดีตคนไทยฆ่ากันเอง ด้วยการแตกต่างทางด้านความคิดถึงกับหลบหนีเข้าป์า เอาอาวุธต่อสู้กับรัฐบาล ในป้หนึ่ง ๆ ในหลวงกับพระราชินีของเราทรงทุกข์โทมนัส ต้องไปพระราชทานเพลิงศพ ทหาร ตํารวจ ฝ์ายปกครอง อส. ที่ตายในหน้าที่ป้ละนับพันคน สุดท้ายผู้ที่เสนอยุทธศาสตร์การเมืองนําการทหาร คือ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ และคณะอีกหลายท่านได้เสนอนโยบายดังกล่าวต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น คือ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ จึงเกิดผู้ร่วม พัฒนาชาติไทยขึ้น ท่านประธานครับ ออกจากป์ามาพัฒนาบ้านเมือง บ้านเมืองจึงสงบสุข ผมอยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีดูตัวอย่างที่ท่าน พลเอก เปรม ท่านมีเมตตา มีอภัย สันติสุขจึงเกิดขึ้น ท่านเปึนผู้ลงนามในคําสั่ง ๖๖/๒๓ ซึ่งยังกล่าวขวัญกันมาจนทุกวันนี้ ถามว่าข้าราชการทําถูกทั้งหมดไหม คงไม่ทําถูกทั้งหมด เพราะไม่อย่างนั้นประชาชน คงไม่เข้าป์า ในขณะเดียวกันถามว่าประชาชนต่อสู้ด้วยกําลัง ฆ่าคนบริสุทธิ์ตายจํานวน มากทําถูกไหม คงทําไม่ถูกทั้งหมด หรือผิดทั้งหมด สุดท้ายผู้บริหารในขณะนั้นคือ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ มีเมตตา และอภัย ซึ่งเปึนยุทธศาสตร์สําคัญของบ้านเมือง นําการเมือง เอาการเมืองนําการทหาร จึงนํามาซึ่งความสงบสุข บัดนี้ท่านยังทํางาน สําคัญให้บ้านเมืองอยู่ แม้ท่านจะไม่เกี่ยวกับการเมือง แต่ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรี ควรจะไปขอคําแนะนําจากท่าน เพราะคําว่า เมตตาและอภัย เปึนธรรมะที่ผมมั่นใจว่า ติดตัวท่านตลอด คนทํางานเรื่องความมั่นคงมาชั่วชีวิตละทิ้งธรรมะข้อนี้ คงไม่มีหรอก ท่านประธาน อยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีเอาประสบการณ์ของท่านที่ทําดีให้กับ บ้านเมืองมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ ความสงบสุขก็จะเกิดขึ้น
ประการสุดท้ายครับท่านประธาน ผมได้มีโอกาสอ่านพระธรรมเทศนาของ พระธรรมกิตติเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม ซึ่งรับพระราชทานถวายเทศน์เนื่องในวันฉัตรมงคล ณ พระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๓ พฤษภาคม ในหัวข้อ สันติสุขกถา และได้มีโอกาสฟังด้วยหูของตนเอง ซึ่งถือเปึนมงคลยิ่งที่ท่านได้ไปเทศนาที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ในโอกาสทําบุญอุทิศ ส่วนกุศลให้กับทหาร ตํารวจและข้าราชการที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกปัองรักษา ประเทศชาติ ธรรมะซึ่งตรงกับการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองในขณะนี้ที่พระคุณเจ้าสะท้อน ออกมาสู่สังคมก็คือ เมตตา อภัย สันติ ผมขอยกตัวอย่างประโยคซึ่งสําคัญสัก ๒ ประโยค ท่านประธาน ประโยคแรก โลกของเราเวลานี้กําลังเปึนโรคร้าย อันก่อตัวมาจากแรง กระตุ้นของความโกรธ ความเกลียด ความอาฆาต ความพยาบาท ความลุ่มหลงในอํานาจ จําต้องอาศัยยาดี คือ เมตตา อภัย สันติ อีกประโยคครับท่านประธาน ถ้าจะ ทําศึกสงคราม พระพุทธเจ้าให้ต่อสู้กับตนเอง ให้มองเข้ามาข้างใน หาข้อบกพร่อง ของตนเองให้พบ จับผิดตนเองให้ได้ แล้วแก้ไขตนเองให้เรียบร้อย แต่ถ้าจะมองออกไป ข้างนอก หรือมองไปที่คนอื่นให้มองเปึนเมตตา มองแล้วให้อภัยกัน ให้เกิดสันติสุข หาทาง จับถูกแทนการจับผิด ผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่าจะเห็นการประชุมในวันนี้รัฐบาลจะรับ ข้อเสนอแนะไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการสร้างความปรองดอง ความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้น ให้จงได้ เราต้องแก้ไขปัญหาของเราเอง อย่าให้อํานาจนอกระบบมาทําให้ปัญหาจมลึก ไปอีก ขอขอบคุณท่านประธานครับ