ชวลิต วิชยสุทธิ์ แสดงความขอบคุณต่อคณะกรรมการสมานฉันท์ และขอให้รัฐสภาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญและความมั่นคงแห่งชาติ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ และให้ประชาชนปรองดองสมานฉันท์
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมต้อง ขอขอบคุณท่านคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ที่มีท่านดิเรก ถึงฝัืง เปึนประธาน รวมทั้งคณะอนุกรรมการอีก ๓ คณะ คือคณะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางสร้างความสมานฉันท์ทางการเมือง ของสังคมไทย ซึ่งมีท่านตวง อันทะไชย เปึนประธานคณะอนุกรรมการ คณะอนุกรรมการ พิจารณาศึกษาแนวทางการปฏิรูปการเมือง ซึ่งมีท่านประเสริฐ ชิตพงศ์ เปึนประธาน คณะอนุกรรมการ และคณะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีท่าน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช เปึนประธาน คณะอนุกรรมการ ทั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และคณะอนุกรรมการอีก ๓ คณะดังกล่าวได้รับมอบหมายภารกิจ จากรัฐสภาไปทํางานแทนพวกเราและได้เสนอทางออกในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ที่ขณะนี้เกิดความแตกแยกอย่างรุนแรง โดยได้เสนอทางออกที่ค่อนข้างจะเปึนรูปธรรม ในการแก้ไขปัญหา ทั้งระยะสั้น ระยะปานกลางและระยะยาว มาให้ที่ประชุมรัฐสภา พิจารณา ซึ่งกระผมต้องขอขอบคุณเปึนอย่างสูงจริง ๆ ถ้าจะเท้าความกัน ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลได้ขอให้มีการเป่ดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุม ร่วมกันของรัฐสภา โดยไม่มีการลงมติเพื่อรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภา ภายหลัง จากการสลายการชุมนุมทางการเมืองเมื่อช่วงเดือนเมษายนช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา หลังจากนั้นวิปทั้ง ๓ ฝ์าย อันประกอบไปด้วยวิปวุฒิสภา วิปฝ์ายรัฐบาลและวิปฝ์ายค้าน ต่างก็ปรึกษาหารือกันเพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหา รวมทั้งท่านประธานรัฐสภาเอง ท่านรองประธานรัฐสภา และท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้ให้ความเห็นชอบกับแนวทางนี้ ให้นําปัญหาเข้าสู่เวทีของรัฐสภา ให้รัฐสภาเปึนผู้แก้ไขและคลี่คลายปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีมารับปากกับสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้เองว่าคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีตัวแทน จากทุกฝ์ายไปดําเนินการมีข้อสรุปอย่างไร รัฐบาลก็จะดําเนินการเพื่อนําความปรองดอง สมานฉันท์เกิดขึ้นให้ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะนี้โอกาสมาถึงพวกเราแล้ว ถ้ามีโอกาสแล้วเราไม่ร่วมกันแก้ไขปัญหาของชาติ มัวแต่ทะเลาะกัน ปัญหาก็ยิ่งจมลึก ไปเรื่อย ๆ หากมีการเอารัดเอาเปรียบกัน คนอื่นที่อยู่นอกระบบเขาเข้ามาแก้แน่ และปัญหาก็จะยิ่งจมลึกไปยิ่งขึ้นเปึนวงจรอุบาทว์ที่เกิดขึ้นมิรู้จบ ท่านประธานก็คง จะเห็นชัดเจนเหมือนกับผมว่าอํานาจนอกระบบที่เข้ามาแก้ไขปัญหาของชาติ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายนที่ผ่านมา ปัญหามันจมลึกไปเรื่อย ๆ แน่นอนครับ ท่านประธานครับ คนคิดแก้ไขปัญหาของชาตินั้นล้วนหวังดีต่อบ้านเมือง แต่การแก้ไขปัญหาบ้านเมืองไม่ใช่แนวทางที่เขาถนัด เขาเหมาะที่จะไปรบกับอริราชศัตรู ก็ไม่โทษกันหรอกครับท่านประธานเพราะเขาหวังดี แต่ในขณะเดียวกันเมื่อปัญหา มาสู่พวกเราแล้วเราควรจะแก้ไขปัญหาของเรากันเอง
ท่านประธานที่เคารพครับ คณะปฏิวัติทุกคณะเมื่อดําเนินการปฏิวัติเสร็จ ล้วนสร้างเกราะกําบังตัวเอง เช่น ออกกฎหมายนิรโทษกรรมตัวเองในภายหลัง จะเปึน อย่างนี้ทุกคณะ แต่คณะนี้พิสดารพันลึก ออกกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๙ บทเฉพาะกาล คุ้มครองตนเองและพวกพ้องที่ดําเนินการใด ๆ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ว่าเปึนการดําเนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย ทั้งอดีต ปัจจุบันและอนาคต คงมี ประเทศเดียวในโลกที่ตรากฎหมายอย่างนี้ได้ ดังนั้นองค์กรอิสระซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ว่าจะทําการใด ๆ อย่างไร ล้วนมีมาตรา ๓๐๙ คุ้มครอง เปึนอย่างนั้น หรือเปล่าครับท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น (UN) อีก ๒ วันข้างหน้านี้ ประเทศไทยเปึนหนึ่งในภาคีของ ยูเอ็น เปึนหนึ่งในภาคี ของกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งขึ้นอยู่กับ ยูเอ็น หากมีคนถามว่าประเทศของท่าน ใช้กฎหมายนี้เปึนหลักในการปกครองประเทศอย่างนั้นหรือ ท่านนายกรัฐมนตรีจะตอบเขา เหล่านั้นอย่างไร หรืออีกมาตราหนึ่ง มาตรา ๒๗๘ ซึ่งคนทั่วไปอาจจะมองข้าม แต่ผม เห็นว่าสําคัญ นั่นก็คือประเทศไทยเราใช้ศาลเดียว ในการพิจารณาพิพากษาดําเนิน คดีอาญาผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง แต่ในขณะเดียวกันประเทศไทยเราเปึนภาคี ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิพลเมืองของ ยูเอ็น เขากําหนดเลยครับท่านประธาน เขากําหนดว่าภาคีสมาชิกจะใช้ศาลเดียวไม่ได้ ต้องให้ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิอุทธรณ์ได้ เช่น อย่างกรณีนี้ควรมีสิทธิอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาได้ หากท่านนายกรัฐมนตรี ไป ยูเอ็น อีก ๒ วันข้างหน้าตามที่ผมได้กล่าวแล้ว แล้วมีคนเขาถามว่าประเทศของท่าน ซึ่งเปึนภาคีสมาชิกของกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งขึ้นอยู่กับ ยูเอ็น ยังใช้ศาลเดียวในการ พิจารณาพิพากษาคดีอยู่หรือไม่ ท่านจะตอบเขาว่าอย่างไร ดังนั้นถ้ามีการพิพากษา คดีอาญาผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง แล้วให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ถ้าประเทศนั้น เปึนภาคีสมาชิกของ ยูเอ็น เขาอาจจะตั้งข้อรังเกียจ ไม่ส่ง ถ้าประเทศไทยไม่ทําตาม กฎข้อบังคับของ ยูเอ็น ที่ไม่ยอมรับฟังศาลเดียว ท่านประธานครับนี่ผมแค่ยกตัวอย่างเพิ่มเติม ๒ ประเด็น จากเพื่อน ๆ สมาชิกที่มีความเห็นว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญควรจะมีการแก้ไข ได้แล้ว ความจริงแล้วพรรคเพื่อไทยได้เตรียมร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญไว้พร้อมที่จะเสนอ ต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณา แต่เราเจียมตัวครับท่านประธาน เพราะเราเสียงข้างน้อยคงต้อง ฟังเสียงส่วนใหญ่ โดยเฉพาะรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีจะมีความจริงใจและมีภาวะผู้นําในการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์มากน้อยแค่ไหน อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยังมองโลกในแง่ดี แม้จะมีสัญญาณออกมาเปึนระยะ ๆ ว่าจะมีการยื้อเวลาออกไป ทําไมมองอย่างนั้น จากการแสดงท่าทีของแกนนํารัฐบาล เช่น ไม่ว่าจะประวิงเวลาที่คณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่งรายงานมาถึง ๒ เดือน ถ้าไม่ทวงก็ยังถูกดองเค็มอยู่ ไม่ว่าจะเปึนการส่งสัญญาณจากแกนนํารัฐบาลว่า จะแก้รัฐธรรมนูญเพียง ๒ ประเด็น คือ มาตรา ๑๙๐ และเขตเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเปึนมติของวิปที่จะให้มี สสร. ๓ เพื่อแก้รัฐธรรมนูญอันเปึนการยื้อเวลา อย่างชัดเจน ท่านประธานครับ สื่อมวลชนเขาติดตามความจริงใจของรัฐบาลในการสร้าง ความปรองดองสมานฉันท์ เช่น หนังสือพิมพ์มติชน เขาเขียนบทนําถึง ๓ ครั้งในระยะเวลา ไล่เลี่ยกัน สุดท้ายเขาก็หมดหวังกับท่าทีของรัฐบาล ไม่ว่าที่ว่าจะเปึนผู้นําในการสร้าง ความปรองดอง ความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้น แต่ท่านประธานครับ ผมยังไม่หมดหวัง ผมยังมีฟางเส้นสุดท้ายให้เกาะอยู่ นั่นก็คือนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ที่พูดไว้ ตอนหาเสียง ผมได้ไปค้นนโยบายหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ นโยบาย ๙๙ วัน เราทําได้ เขียนไว้ข้อแรกเลยครับท่านประธาน ให้ความสําคัญกับการสร้างความปรองดอง ความสมานฉันท์ ผมมั่นใจว่านี่เปึนจิตสํานึกที่ตั้งใจจะทํา ไม่อย่างนั้นคงไม่เขียนไว้ เมื่อมาเปึนรัฐบาล แม้เปึนรัฐบาลผสมก็ยังเขียนไว้เปึนข้อแรกอีก และเน้นเปึนนโยบาย เร่งด่วนด้วย การที่ท่านได้รับเลือกมา ๑๐๐ กว่าเสียง ผมก็มั่นใจว่าประชาชน เขาอยากเห็นท่านทําตามนโยบายที่หาเสียงไว้ ดังนั้นฟางเส้นนี้ ผมยังฝากความหวังไว้ เพราะท่านเปึนรัฐบาล ท่านเปึนเสียงข้างมาก ท่านนายกรัฐมนตรีและสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ อาจจะเห็นว่าการสร้างความปรองดอง ความสมานฉันท์ สร้างฝ์ายเดียวไม่ได้ ตบมือข้างเดียวไม่ดัง เปึนเรื่องถูกต้องครับท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะเจ็บปวดกับการที่ไปไหนมาไหนแล้วมีตีนตบ มีมือตบ มาต้อนรับ ถ้าเปึนผม ผมก็เจ็บปวด ในขณะเดียวกันพรรคของกระผมถูกกระทําย่ํายี ยุบแล้วยุบอีก คนไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ประชาชนไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย เขาก็เจ็บปวดที่ต้องมา รับเคราะห์โดยที่ตนเองไม่ได้สร้าง พรรคของผมเจ็บปวดกับ ๒ มาตรฐานที่เกิดขึ้น ซึ่งผม ไม่อยากยกตัวอย่าง เพราะผมอยากสร้างความปรองดอง ความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้น แต่สังคมทราบดีครับว่า ๒ มาตรฐานนั้นมีอะไรบ้าง ผมมีโอกาสพบกับ ท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี อดีต ผบ.ทบ. และอดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งทํางาน ด้านความมั่นคง ทํางานเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทํางานในแนวทางสันติ ทํางาน ในแนวทางสร้างความปรองดอง ความสมานฉันท์มาตลอดชั่วชีวิตของท่าน ท่านให้ข้อคิด กับผมว่า คนที่ทํางานด้านความมั่นคง คนที่ทํางานเพื่อสร้างความสันติสุข คนที่ทํางาน เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ท่ามกลางความขัดแย้ง ต้องมีคุณสมบัติพิเศษ ประการหนึ่งที่สําคัญคือ ต้องมีความอดทน อดกลั้นสูง มีสป่ริท (Spirit) ที่จะทํางาน เพื่อส่วนรวมคือประเทศชาติ การที่จะต้องมีความอดทนสูง ยอมรับความเจ็บปวดที่ได้รับ แม้จะตั้งใจทําดี แม้จะถูกกล่าวหาเสียเอง ยกตัวอย่างครับท่านประธาน การต่อสู้ เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ ท่านก็ต้องไปใกล้ชิดสนิทสนามกับปรมาจารย์ทางด้านทฤษฎี คอมมิวนิสต์ นั่นก็คือ อาจารย์ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร เพื่อทราบความคิดของเขาในการ ต่อสู้ทางการเมือง แล้วก็นํามาวิเคราะห์ วิจัย เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ นโยบาย ๖๖/๒๓ จึงเกิดขึ้น แล้วเราก็เอาสถาบันหลักของชาติไว้ได้ตราบเท่าทุกวันนี้ ท่านประธานครับ แต่ท่ามกลางความสําเร็จที่ยุติความรุนแรงได้ที่ไม่ให้คนไทยฆ่ากันเอง ท่านก็ถูกกล่าวหาเสียเองว่าเปึนคอมมิวนิสต์ นั่นคือเปึนความเจ็บปวดในอดีตที่ท่านได้รับ หรือยกตัวอย่างใกล้ตัวอีกนิดหนึ่ง ว่าคนทํางานเพื่อชาติบ้านเมืองต้องยอมรับ ความเจ็บปวด ประชาชนจะเข้าใจภายหลังเอง เมื่อเวลาผ่านไปกรณีการสลายการชุมนุม ที่หน้ารัฐสภา เมื่อ ๗ ตุลาคมที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ผมมีโอกาสเข้าไปฟังและสังเกต การประชุม ครม. นัดพิเศษ เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ก่อนเกิดเหตุการณ์ ๑ วัน ในฐานะที่ผม เปึนคณะทํางานของรองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เผื่อท่านจะเรียกใช้ หรือเรียกหาข้อมูล ผมกล้ายืนยันได้เลยครับท่านประธาน และคิดว่าผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านก็มีข้อมูลตรงกัน นั่นก็คือในวันนั้นมีการพิจารณากันเพียง ๒ ประเด็นหลัก ๆ เท่านั้น ก็คือเมื่อมีการป่ดล้อมสภา โดยกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง ผมไม่ขอบอกหรอกครับว่าเปึนสีอะไร ท่านคงทราบดี ที่ประชุมเปึนห่วงเรื่องความปลอดภัยของประชาชน เปึนห่วงมาก ห่วงจริง ๆ ท่านประธาน ก็เสนอความเห็นกัน ๒ ประเด็นเท่านั้น คือ ๑. ย้ายสถานที่ประชุมไปหอประชุมแห่งชาติ สิริกิติ์บ้าง ไปหอประชุมกานตรัตน์บ้าง ไปหอประชุมกองทัพเรือบ้าง หอประชุมกองทัพบกบ้าง เปึนต้น หรืออีกประเด็นหนึ่งก็คือเลื่อนการประชุม เมื่อได้ข้อสรุปที่ประชุมก็มอบหมายให้ อาจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีสุขุมพงศ์ โง่นคํา รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ประสานกับท่านประธานรัฐสภา คือท่านประธาน ก็ได้รับคําตอบว่าสภามีไว้ให้ประชุม สภาเปึนสถานที่ประชุม ไม่ใช่เร่ร่อนไปประชุมที่โน่นที่นี่ เปึนสัมภเวสี ถ้าท่านประธานรัฐสภาจะตอบว่าให้คณะรัฐมนตรีไปแถลงนโยบาย ที่กระทรวงการต่างประเทศได้เหมือนเช่นที่รัฐบาลนี้ได้รับสิทธิพิเศษ ปัญหาก็คงไม่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ นั่นมันผ่านไปแล้ว เมื่อไม่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนสถานที่ประชุมจึงต้อง ดําเนินการประชุมตามกําหนด และเกิดเหตุการณ์ดังที่ทราบกันดี
ท่านประธานครับ ทุกคนทําตามหน้าที่ นักการเมืองทําตามหน้าที่ นักการเมือง ตํารวจทําตามหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ ทํางานด้านความมั่นคงเพื่อชาติบ้านเมืองและอยู่ในแนวทางสันติ แนวทางปรองดอง สมานฉันท์มาตลอดชีวิตจะโดนข้อหาสั่งให้เจ้าหน้าที่ตํารวจทําร้ายประชาชน ปราบปราม ประชาชน ยังดีที่มีกรรมการ ป.ป.ช. บางท่านซึ่งเปึนเสียงส่วนน้อยมีความเห็นว่าผู้ที่จะมี ความผิดอาญาดังกล่าวจะต้องมีเจตนาพิเศษ ซึ่งเปึนเหตุผลสําคัญในการต่อสู้คดีในโอกาสต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ทําไมผมยกตัวอย่างว่าผู้ที่จะต้องทํางานเพื่อสร้างความปรองดอง ความสมานฉันท์ ต้องมีความอดทนสูง ยอมรับความเจ็บปวด ยอมรับเสียงคัดค้าน มีภาวะผู้นําที่จะต้องทําเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ผมยกตัวอย่างก็เพื่อที่จะให้กําลังใจ ท่านนายกรัฐมนตรีให้ท่านสามารถทําตามนโยบายของท่านที่ได้แถลงต่อรัฐสภาไว้ การมีเสียงคัดค้านบ้างเปึนเรื่องธรรมดาของระบอบประชาธิปไตย คนไทยทั้งประเทศ กําลังมองดูพวกเราอยู่ครับท่านประธาน ว่าขณะนี้นี่เราทะเลาะกันอยู่ไม่กี่คนแต่ผล ของการทะเลาะกันของคนไม่กี่คนถึง ๑๐ คนหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจ แต่ทําให้คนไทย ทั้งประเทศ ๖๓ ล้านคนนี่เดือดร้อน มันเปึนไปได้อย่างไรท่านประธาน เราต้องมีหน้าที่ทําให้คนไทยทั้งประเทศสงบสุขถึงจะถูก เมื่อเราได้รับเลือกเข้ามาเปึน ตัวแทนของพี่น้องประชาชน ถ้าเราไม่ปรองดอง ไม่สมานฉันท์ อะไรจะเกิดขึ้นครับ ท่านประธาน นับจากนี้ไปเราจะดูถูกพี่น้องประชาชน ดูถูกความคิดของพี่น้องประชาชน ไม่ได้ ผมขอยกตัวอย่างครับท่านประธานให้เห็นชัด ๆ เลย พรรคไทยรักไทยถูกยุบ ก็เกิดพรรคพลังประชาชนขึ้นมา ถูกยุบอีกก็เกิดพรรคเพื่อไทย แต่ทําไมชาวบ้านยังเลือก เลือกแล้วเลือกอีกเหมือนกันแม้จะถูกยุบ เลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดสกลนคร ที่จังหวัด ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทยเปึนฝ์ายค้าน ถูกเอารัดเอาเปรียบทุกอย่าง ประชาชนก็เลือก ต้องขอประทานโทษท่านนายกรัฐมนตรีที่จะต้องยกตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งก็คือ ซึ่งมันเปึนข้อเท็จจริง เปึนผลการสํารวจครับท่านประธาน ของสถาบันแห่งหนึ่งที่สํารวจ ความนิยมของประชาชนระหว่าง พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตกเปึนผู้ต้องหา เปึนนักโทษ ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนไปอยู่ต่างประเทศ ท่านประธาน ผมขออนุญาตวิปฝ์ายค้านที่จะต่ออีกเล็กน้อยเพื่อที่จะให้จบ