ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน กลุ่มที่ ๗ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ถือว่าเปึนวันที่มี ความสําคัญยิ่งวันหนึ่งที่สมาชิกรัฐสภาจะได้มาอภิปรายแสดงความเห็นในเรื่องที่มี ความสําคัญสําหรับประเทศชาติอย่างยิ่ง โดยเฉพาะขณะที่ประเทศมีปัญหา ความแตกแยก ความขัดแย้งอย่างรุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งต้องการความสมานฉันท์อย่างเร่งด่วน และเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปทางการเมือง และบทบาทในการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย ประเด็นที่ทางรัฐสภาได้มีการอภิปราย กันในวันนี้นั้น ผมบังเอิญเปึนหนึ่งในคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ และมีตําแหน่งเปึนรองประธานกรรมการ คนที่สอง ผมต้อง เรียนว่าบรรยากาศในการทํางานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๓๙ ท่านนั้น เราทํางานด้วยความสมานฉันท์จริง ๆ เพราะถ้าคนในคณะกรรมการ ๓๙ ท่าน ยังไม่สามารถสมานฉันท์ได้ผมคิดว่าเจตนารมณ์ ในการทํางานครั้งนี้คงสูญเปล่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนะครับ การทํางานนั้นเราก็มีข้อคิดเห็น ที่แตกต่างกันออกไป แต่เราไม่มีข้อสรุปเปึนมติ แต่เราใช้เสียงส่วนมากหรือเสียงส่วนใหญ่ ของการแสดงความเห็นไปเปึนข้อสรุปในการทํางานของคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนการทํางาน ของคณะอนุกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ผมคิดว่ามีความสมบูรณ์ในระดับหนึ่ง เพราะมีการทํางานในระยะเวลาเร่งด่วนที่จะแก้ไข ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเลย การเมือง ในบ้านเมืองของเรานั้นไม่เคยเกิดความรุนแรงถึงขนาดการเรียกร้องประชาธิปไตยที่ไม่ใช่ มาจากเผด็จการรัฐประหารแล้วรุนแรงถึงการเสียชีวิต มีการใช้อาวุธทําร้ายกัน มีการทําลายทรัพย์สินกันให้บ้านเมืองเกิดความเสียหาย ผมคิดว่าปัญหาเหล่านี้นั้น โดยวัฒนธรรมของความเปึนคนไทย ถ้ามีจิตสํานึกที่รักชาติ รักประชาชน รักแผ่นดินแล้ว ผมคิดว่าแนวทางสมานฉันท์ที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้กําหนดแนวทางไว้นั้นน่าจะเปึนแนวทางที่จะนําไปสู่การแก้ไข ความขัดแย้งได้ระดับหนึ่ง แต่ส่วนการทํางานที่ผมเห็นว่ามีความสําคัญอย่างยิ่งก็คือ การปฏิรูปทางการเมือง ท่านประธานคงจะทราบว่าการเมืองของเรานั้นเปึนประชาธิปไตย เปลี่ยนแปลงการปกครองมาเปึนเวลายาวนาน ๗๐ กว่าป้ แต่ยังไม่ได้พัฒนาไปถึงไหน ปัญหาที่เกิดการที่จําเปึนจะต้องปฏิรูปทางการเมือง ซึ่งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อ การปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ทําไปนั้นผมคิดว่ารูปแบบในการ ทํางานที่จะปรับปรุงการปฏิรูปการเมืองนั้นสมบูรณ์พอสมควร แต่ส่วนหนึ่งที่น่าจะเปึน หัวใจสําคัญในการปฏิรูปการเมืองก็คือคน คนที่จะมาเล่นการเมือง ผมคิดว่าปัญหา คนที่จะมาเล่นการเมืองนั้น ไม่ว่าจะระดับชาติ ระดับท้องถิ่นนั้น พื้นฐานต้องมีจิตสํานึก ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความจริงใจต่อประชาชนและประเทศชาติ และเห็นแก่ประโยชน์ ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัวตรงนี้เปึนเรื่องสําคัญ เพราะฉะนั้นในทางการเมืองเรานั้น จะเห็นว่าปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นที่ไม่พัฒนาไป เพราะการเมืองของเรายังมีการทุจริต ในการเลือกตั้งเพื่อให้ได้มาซึ่งการเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน มีการทุจริตคอร์รัปชัน ในบ้านเมืองอย่างมโหฬาร ซึ่งมีมาเปึนระยะเวลายาวนาน นี่ละครับเปึนจุดอันหนึ่ง ที่บั่นทอนการพัฒนาและการปฏิรูปทางการเมือง ผมคิดว่าถ้าเราจะปฏิรูปการเมืองกัน อย่างจริงจังนั้น นอกจากแนวทางที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้กําหนดไว้แล้ว ผมคิดว่านักการเมืองทั้งระดับชาติ และระดับท้องถิ่นควรจะต้องปฏิรูปตัวเองเปึนเบื้องต้น ให้มีจิตสํานึกที่ดี จิตสํานึกที่จะ ทํางานเพื่อประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ไม่หาประโยชน์ที่มิควรได้จากการเปึนนักการเมืองทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศชาติ ผมคิดว่านี่น่าจะเปึนหัวใจสําคัญหนึ่งที่จะปฏิรูปทางการเมือง และนักการเมืองนั้นจําเปึน จะต้องซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ต้องมาทําหน้าที่ในสภามาประชุมสภา ต้องไม่ให้สภาล่ม แล้วก็ แสดงความคิดเห็นด้วยความสุจริต เคารพต่อกฎหมาย เคารพต่อกติกา ไม่ทําอะไรที่จะทํา ให้สถาบันทางการเมืองเสื่อมเสีย เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการปฏิรูปการเมืองนั้นเปึนหัวใจ สําหรับนักการเมืองและประเทศชาติและประชาชนเปึนอย่างยิ่ง มีความสําคัญต่อ การพัฒนาประเทศ ถ้าเราได้นักการเมืองที่ดี มีความซื่อสัตย์สุจริต ปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญ ซึ่งทางคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้มีการศึกษาและกําหนดเปึนหัวข้อที่จะมีการแก้ไข ๖ ประเด็น
ผมต้องเรียนว่าผมเปึนคนหนึ่งในคณะอนุกรรมการส่วนนี้ที่มีความเห็นเปึน เสียงข้างน้อยในที่ประชุมที่ไม่เห็นด้วย ผมอยากจะเรียนว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้น ถูกตั้งข้อรังเกียจว่าเปึนรัฐธรรมนูญที่มาจากการปฏิรูป การปฏิวัติรัฐประหาร ไม่ใช่มาจาก ประชาชน แต่ถ้าเรามองถึงรัฐธรรมนูญของประเทศไทยเรา ๑๘ ฉบับที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ มาจากการรัฐประหาร การปฏิวัติแทบทั้งสิ้น ถ้าจําได้ไม่ผิด ในป้ ๒๕๐๒ มีการปฏิวัติ รัฐประหาร มีธรรมนูญการปกครองประเทศใช้ยาวนานถึง ๙ ป้ มีการร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่ ป้ ๒๕๐๒ ไปสําเร็จในป้ ๒๕๑๑ เปึนรัฐธรรมนูญที่ใช้เวลายาวนานที่สุดในการร่างที่มีอยู่ ในประเทศไทยทั้งหมด ๑๘ ฉบับ แต่เหตุผลในการปฏิวัติรัฐประหารล้มล้างรัฐธรรมนูญนั้น ข้ออ้างที่สําคัญที่สุด ก็คือ รัฐบาลทุจริตคอร์รัปชัน ไม่บริหารประเทศเพื่อประชาชนอย่าง แท้จริง ใช้อํานาจเกินขอบเขตในลักษณะเผด็จการ แต่ประเด็นสําคัญทั้งหมดที่มีการกล่าว อ้างในการปฏิวัติรัฐประหารก็คือ การทุจริตคอร์รัปชัน เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันนั้นมีมา เปึนเวลายาวนาน ไม่สามารถแก้ไขได้เลย ผมต้องเรียนว่า ในป้ ๒๕๓๖ ผมเคยอภิปราย ในสภาแห่งนี้ คือสภาผู้แทนราษฎรถึงเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันที่นับวันจะรุนแรงขึ้น และมากขึ้น ผมเคยสาปแช่งผู้ที่ทําการทุจริตให้มีอันเปึนไปให้เห็นในชาตินี้ แต่ผมไม่แน่ใจ ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นจะศักดิ์สิทธิ์จริงหรือไม่ เพราะปรากฏว่าคนที่ทุจริตคอร์รัปชันก็ยังอยู่ดี กินดีแล้วก็เจริญรุ่งเรืองอยู่ แต่พอมารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็มีองค์กรอิสระที่มาดูแล เรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน แล้วก็เชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์น่าจะมีจริงขึ้นมา เพราะว่ามีการลงโทษ ผู้กระทําผิดในการทุจริตคอร์รัปชัน แต่ทีนี้ผมอยากให้ความเปึนธรรมกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ถึงแม้จะมาจากการปฏิวัติรัฐประหารก็ตาม ไม่เหมือนกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง ผมต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น เปึนรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดฉบับหนึ่ง แต่ก็ยังมีข้อบกพร่อง มีปัญหาที่ทําให้นักการเมือง สามารถแทรกแซงและเอาประโยชน์จากช่องว่างของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไปใช้ได้ ในกรณีการเลือกตั้งผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ มีการแทรกแซงตั้งแต่ชั้นสรรหา มีการบล็อก (Block) ในการที่จะนําเสนอผู้ที่มาดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระทั้งหลาย ซึ่งเปึนที่ทราบกันดีว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นก็มีปัญหา สําหรับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น แทบทั้งฉบับก็เลียนแบบ ลอกแบบมาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็มีหลายมาตราที่มี การแก้ไขเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เปึนปัญหา ที่ศึกษาจะต้องมีการแก้ไข ผมอยากจะ เรียนประธานว่ารัฐธรรมนูญทุกฉบับมีข้อดี ข้อเสีย แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะพูด ในที่ประชุมแห่งนี้ก็คือว่ามีใช้มาตั้งแต่ ๖๐ ป้ที่แล้ว คือเรื่องที่ห้ามนักการเมือง ส.ส. รัฐมนตรี หรือสมาชิกวุฒิสภาไปถือหุ้นในสัมปทาน มีมาตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๔๙๒ ๖๐ ป้ ในป้ ๒๕๑๗ รัฐธรรมนูญก็บัญญัติไว้เช่นเดียวกัน แล้วทุกฉบับก็มีบัญญัติ ในป้ ๒๕๔๐ ก็มีบัญญัติ แต่ทําไมไม่มีการบังคับใช้ หรือไม่บังเกิดผลในการที่บังคับใช้เกี่ยวกับ รัฐธรรมนูญมาตราส่วนนี้ เกี่ยวกับการถือหุ้น หรือถือครองหุ้นของสมาชิกรัฐสภา หรือนักการเมือง ก็เนื่องจากว่าก่อนนั้นเราไม่มีองค์กรตรวจสอบ แต่รัฐธรรมนูญ ในป้ ๒๕๔๐ มีองค์กรตรวจสอบ แต่ก็ไม่มีใครหยิบยกขึ้นมา จึงไม่มีปัญหาเกิดขึ้นในเรื่อง นักการเมือง หรือสมาชิกรัฐสภา หรือรัฐมนตรีถือหุ้น พอมาถึงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็บัญญัติไว้เช่นเดียวกัน ซึ่งเคยบัญญัติมา ๖๐ ป้แล้ว แต่มีการยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมา ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าขาดคุณสมบัติหรือไม่ในกรณีที่มีการถือหุ้น สัมปทาน แต่รัฐธรรมนูญในป้ ๒๕๕๐ นั้นเพิ่มขึ้นไปอีกที่มีบทบัญญัติเพิ่มขึ้น ก็คือเกี่ยวกับ การถือหุ้นในสื่อ เนื่องจากว่าในทางการเมืองเราที่ผ่านมานั้นมีการกล่าวหาว่ารัฐบาล หรือทางนักการเมืองแทรกแซงสื่อ เพราะฉะนั้นในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็บัญญัติ เพิ่มเติมขึ้นมา ถ้าเราดูเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้วส่วนใหญ่จะลอกมา จากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แต่ถูกรังเกียจเนื่องจากว่าที่มามาจากการปฏิรูป การปฏิวัติ ซึ่งไม่ใช่เปึนประชาธิปไตย แต่อย่างน้อยที่สุดก็มี สสร. บัญญัติรัฐธรรมนูญ ขึ้นมาเหมือนกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วก็มีการผ่านการทําประชามติ ซึ่งมีเสียง ๑๐ กว่าล้านเสียงที่เห็นชอบ ขณะเดียวกันที่ไม่เห็นชอบหรือโนโหวตก็ ๑๐ กว่าล้านเสียง เหมือนกัน เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ โดยเนื้อหาสาระแล้ว ผมเห็นว่าก็มีการ พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นในเรื่องสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ให้สิทธิเสรีภาพของพี่น้อง ประชาชนมากขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ส่วนองค์กรอิสระทั้งหลายนั้นก็เลียนแบบ มาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทั้งสิ้น แต่ที่มาเท่านั้น การสรรหาเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลงไป
ทีนี้ประเด็น ๖ ประเด็นที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เสนอให้มีการแก้ไข ผมเปึนเสียงส่วนน้อยในที่ประชุม ผมต้องเรียนว่า ๖ ประเด็นนั้น ไม่ว่าจะเปึนการเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียว ซึ่งรัฐธรรมนูญ ก่อน ๆ นั้น ไม่เคยบัญญัติการเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียวเลย นอกจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เพิ่งใช้ครั้งแรกเท่านั้นเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทั้งหมดที่คณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เสนอแก้ไขมานั้น มันยังไม่มี ข้อยุติที่ชัดเจน เพราะก็ยังมีเสียงที่ไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียว หรือในกรณี แบบสัดส่วนซึ่งจะให้มากองกันที่ ๑๐๐ คน ตรงส่วนกลางนะครับ ไม่แบ่งเปึนโซน (Zone) หรือเขตจังหวัด ก็ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่ ส่วนมาตรา ๑๙๐ ซึ่งก็มีความเห็น แตกต่างอยู่เหมือนกันว่า จะแก้ก็ได้ ไม่แก้ก็ได้ ถ้าไม่แก้นั้น สามารถแก้ปัญหาได้โดย การออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายลูกที่กําหนดนิยามประเภทของ สัญญาอะไรต่าง ๆ ให้ชัดเจน ก็ไม่จําเปึนต้องแก้ในมาตรา ๑๙๐ ก็ได้ อันนี้ก็เปึนประเด็นหนึ่ง ที่ได้มีการพิจารณากันในชั้นกรรมการสมานฉันท์ ส่วนในเรื่องการตัดสิทธิกรรมการ บริหารพรรคและยุบพรรคนั้น ผมคิดว่าประเด็นตรงนี้มันก็มีทั้งข้อดี ข้อเสีย ที่ยังเปึน ข้อถกเถียงกันอยู่ แต่ข้อดีก็คือว่าต้องการขจัดการซื้อเสียง ซึ่งมีแต่นับวันจะรุนแรงยิ่งขึ้น จะสังเกตได้ว่าการเลือกตั้ง อบต. เพิ่งผ่านไปสัปดาห์ ๒ สัปดาห์นี้เอง มีการซื้อเสียงรุนแรง มาก หัวหนึ่งถึง ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท เพราะเปึนเขตเล็ก เพราะฉะนั้นการ เลือกเขตเดียวเบอร์เดียวก็เปึนปัญหาในเรื่องของการซื้อเสียง ถ้าท่านประธานจําได้ว่าการ ซื้อเสียงนี้ นเคยมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อป้ ๒๕๓๐ ว่าการซื้อเสียงนั้นเปึนการทําลายระบอบประชาธิปไตย ไม่เปึนการพัฒนาระบอบ ประชาธิปไตย เราไม่สามารถที่จะได้คนดีเข้ามาสู่การเมืองได้ ถ้ายังมีการทุจริตและมีการ ซื้อสิทธิขายเสียง เพราะฉะนั้นมาตรา ๒๓๗ ตรงนี้ก็ยังเปึนปัญหา ผมคิดว่าก็คงจะ ให้โอกาสท่านสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้ช่วยกันอภิปรายถึงประเด็นเหล่านี้ทั้งหมด แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากเรียนประธานก็คือว่า ในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๑๘-๑๙ มิถุนายน ป้ ๒๕๕๑ ได้มีการพิจารณาญัตติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรค การเมืองถึง ๗ ญัตติด้วยกัน ที่ได้มีการศึกษาการบังคับใช้เพื่อนําไปสู่การแก้ไข รัฐธรรมนูญ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา ๔๔ ท่าน ประกอบด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคและผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคลภายนอก และใช้เวลาในการศึกษายาวนานมากถึง ๙๐ วัน ศึกษาทุกแง่มุม ศึกษาทุกมาตรา แล้วก็ มีประเด็นที่ยังไม่มีข้อยุติว่าส่วนที่กรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เสนอแก้นั้น มันดีหรือไม่ดีอย่างไร ใครดีกว่ากัน แต่อยากจะ เรียนว่าในการศึกษาการบังคับใช้นั้นประเด็นส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาในการบังคับใช้ รัฐธรรมนูญเลย แต่ถ้าถามว่ารัฐธรรมนูญนี้จะมีการแก้ไขได้หรือไม่ ผมคิดว่ามีการแก้ไขได้ เพราะว่าสถานการณ์ของบ้านเมือง เหตุการณ์ของบ้านเมือง ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหา สังคมเปลี่ยนแปลงไป เมื่อถึงวันหนึ่งจะต้องแก้ไขก็แก้ไขนะครับ และต้องเรียนว่าการแก้ไข รัฐธรรมนูญนั้น ท่านประธานครับ เปึนเรื่องใหญ่มาก ผมก็เปึนคนหนึ่งในพรรครัฐบาล ผมยืนยันว่ารัฐบาลนั้นไม่มีเจตนาที่จะถ่วงหรือซื้อเวลาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ว่า เราต้องทําด้วยความรอบคอบ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นผ่านการเห็นชอบของพี่น้อง ประชาชนมา เพราะฉะนั้นอย่างน้อยที่สุดควรจะรับฟังความเห็นของพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ