รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๖ กันยายน ๒๕๕๒

สมชาย แสวงการ แสดงความขอบคุณต่อท่านนายกรัฐมนตรีในการใช้มาตรา ๑๗๙ เพื่อดำเนินการรัฐสภาแก้ไขวิกฤติจากการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ๑๕๒ คน และแสดงความเสียใจที่ร่างดังกล่าวถูกถอนออกไป โดยมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกวุฒิสภาโดยตรง และเสนอว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญควรจัดลำดับความสำคัญของประโยชน์ต่อประชาชน และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการหาทางสมานฉันท์ในบ้านเมืองและปฏิรูปหลายประการ รวมถึงการหยุดยุยงและก่อการวุ่นวายในประเทศ

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ขอบพระคุณครับ สมชาย แสวงการสมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ก็ขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ใช้มาตรา ๑๗๙ เพื่อเป่ดรัฐสภาให้เราหาหนทางแก้ไขวิกฤติ ซึ่งถือ เปึนวิกฤติจากการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจาก ส.ส. ส.ว. ๑๕๒ คน แล้วก็มาฟังความ คิดเห็นของกรรมการสมานฉันท์ไปเพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาพร้อมกัน แต่ก็เสียดายครับว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ ส.ส. ส.ว. ๑๕๒ คนนั้น ถอนออกไปเสียก่อน เพราะความจริงแล้วก็ต้องบอกพี่น้องประชาชนที่รับฟังอยู่ทางบ้าน ด้วยว่าในร่างดังกล่าวนั้นมีปัญหาจริง ๆ มันมีการแก้ไขนอกเหนือจากกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสนอ ๖ ประเด็น มาอีก ๑ ประเด็น ประเด็นดังกล่าวเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ส.ว. โดยตรง ก็คือการยืดอายุ ส.ว. สรรหา จาก ๓ ป้ เปึน ๖ ป้ ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ แก้ไข ยกเลิกมาตรา ๑๑๖ วรรคสอง ก็คือการที่หลังจาก ส.ว. พ้นตําแหน่งแล้ว ๒ ป้ เขาห้ามไปเปึนรัฐมนตรี ห้ามไปเปึนผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง หรือ ส.ส. เหตุผลก็คือเพื่อต้องการปัองกันไม่ให้อยู่ภายใต้ความครอบงําของ พรรคการเมือง นอกจากนั้นยังมีการแก้ไขคุณสมบัติก่อนเข้าเปึน ส.ส. ส.ว. ซึ่งเดิมนั้น ห้ามสมาชิกพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็รัฐมนตรีห้ามไว้ ๕ ป้ ก็ไปแก้ไขกันเหลือ ๑ ป้ เพราะฉะนั้นร่างดังกล่าว สมาชิกวุฒิสภาที่เห็นว่าขัด ตามมาตรา ๑๒๒ ก็ถอนชื่อออกไปจนกระทั่งไม่ครบนะครับ ก็เสียดายไม่ได้นํามาพูดกัน

ในส่วนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นต้องเรียนตามตรงครับว่ารัฐธรรมนูญ แก้ไขได้ เห็นใจกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญซึ่งมีเวลาอันจํากัด แล้วก็ทํางานมา แต่ผมก็ต้องเรียนว่าผมไม่เห็นด้วยกับ ข้อสรุปของกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผิดตั้งแต่ชื่อแล้วครับ เพราะท่านชื่อคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และเติมท้ายคําว่า และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นเมื่อตั้งธงตั้งแต่ชื่อ ว่ามีการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นเรื่องปฏิรูปการเมือง ประเด็นเรื่องสมานฉันท์ จึงหายไป อย่างที่ท่านประธานอนุกรรมการปฏิรูปการเมืองท่านประเสริฐได้พูด สังคม จับตาแต่การจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งมีประชาชนลงชื่อรับรองมา ๑๔-๑๕ ล้านเสียง มีคนล้มหายตายจากจากการปกปัองรัฐธรรมนูญ ถ้าเปึนคนก็คงร้องไห้ รัฐธรรมนูญไม่ได้ผิดอะไร รัฐธรรมนูญ ๑๘ ฉบับ ก็ล้วนแต่มีชื่อมาผ่านการล้มลุกคลุกคลาน ของประชาธิปไตยทั้งสิ้น ผ่านการรัฐประหารมา ๑๓ ครั้ง ผ่านการกบฏมา ๑๔ ครั้ง ผ่านเหตุการณ์ความรุนแรงทั้ง ๑๔ ตุลาคม ๖ ตุลาคม และพฤษภาคม ป้ ๒๕๓๕ ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่ากติกาสูงสุดในรัฐธรรมนูญนั้นเขียนเพื่อประโยชน์ของใคร เขียนเพื่อแก้ไข สถานการณ์ในแต่ละห้วงอย่างไร รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็ปรับปรุงจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แก้ไขจุดโหว่ ช่องว่าง ซึ่งมีคนเอาไปทําให้เกิดการคอร์รัปชัน ทําให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าพรรคการเมืองแข็งแรงจนประชาชนไม่สามารถอาจเอื้อมเข้าไป ตรวจสอบท่านได้ องค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นมาก็ถูกแทรกแซง ถูกแต่งตั้งบุคคลของตนเองเข้าไป ถูกให้สมาชิกวุฒิสภาซึ่งต้องมีหน้าที่ในการกลั่นกรอง ถอดถอน แต่งตั้ง ถูกซื้อไปหมดจน เรียกว่าสภาทาส รัฐธรรมนูญจึงได้แบ่ง ส.ว. ออกเปึน ๒ ส่วน เพื่อหวังที่จะให้ทําหน้าที่ ในการช่วยเปึนสภาตรวจสอบอีก ท่านก็จะมาแก้ไขกันอีกนะครับ อันนี้ก็คงไม่พูด แต่สิ่งสําคัญก็คือว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นแก้ได้ถ้าเปึนประโยชน์ต่อประชาชน ผมก็ เรียนถามคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านก็นําข้อสรุปมา ๖ ข้อ อยู่ในท้ายของรายงานและกลายเปึนประเด็น สําคัญที่จะให้มีการแก้ไขโดยละเลยที่จะพยายามพูดถึงการปฏิรูปการเมืองหรือข้อเสนอที่ ทําให้เกิดการสมานฉันท์ ซึ่งความจริงแล้วสามารถทําได้ว่า ทั้ง ๖ ประเด็นที่ท่านเสนอนั้น ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของประเด็นการยุบพรรค การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเปึนที่มาของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะเปลี่ยนรูปแบบกลับไปเปึนแบบเดิม ไม่ว่าจะเปึนที่มาของ สมาชิกวุฒิสภาที่กลับไปสู่การเลือกตั้ง ซึ่งก็รู้อยู่แล้วว่ามีปัญหาในเรื่องของสภาทาส ถ้าจะเปึนอย่างนั้นผมก็เรียนว่าไม่จําเปึนต้องมีสองสภา เพราะการมีวุฒิสภาเพื่อเปึน การตรวจสอบกลับไปอยู่ใต้อาณัติของนักการเมืองเหมือนเดิม ก็ให้มีสภาผู้แทนราษฎร เพียงสภาเดียวก็คงพอ ในส่วนของมาตรา ๑๙๐ ที่จะแก้ในเรื่องประเด็นหนังสือสัญญานั้น ความจริงรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนครับว่าให้ทํากฎหมายว่าด้วยขั้นตอนวิธีการ เหตุไฉนกฎหมายนี้ยังไม่ออกจากสภา ส่งเข้ามาแล้วก็ดึงกลับไป เรื่องเหล่านี้แก้ง่าย นิดเดียว สมาชิกหลายท่านก็อภิปรายแล้ว ก็คงไม่ต้องบอก

ในประเด็นเรื่องการดํารงตําแหน่งทางการเมืองของ ส.ส. และการแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อน ตามมาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ อันนี้เปึนเรื่องที่รัฐธรรมนูญ กําหนดให้แยกนิติบัญญัติกับฝ์ายบริหาร ท่านสามารถใช้อํานาจหน้าที่ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผ่านกรรมาธิการได้อยู่แล้ว ไม่จําเปึนต้องไปช่วย หรือไม่จําเปึนต้องไปแย่งงานของคณะรัฐมนตรีเขาทํา สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่ผมเรียนว่า คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังตอบ ไม่ได้ว่าประชาชนได้ประโยชน์อะไร นอกจากพรรคการเมืองกับ ส.ส. และ ส.ว. สิ่งที่จะทํา ให้เกิดความสมานฉันท์ได้ในบ้านเมืองที่แท้จริงนั้น ผมคงต้องกราบเรียนว่า แท้จริงแล้ว คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้ามี ความตั้งใจคงต้องใช้อริยสัจ ๔ ทําการศึกษาเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของทุกข์ที่เกิด ความไม่สมานฉันท์ ความแตกแยก ความไม่สามัคคีในประเทศนี้คืออะไร สมุทัย หรือเหตุแห่งทุกข์ ท่านต้องทราบว่าคืออะไร ใครคือสาเหตุ ใครเปึนหัวหน้าใหญ่ สาเหตุ ที่ต้องจํากัดหรือกําจัดนั้นจะต้องทําอย่างไร ท่านก็ทราบดีอยู่ครับว่าวันนี้เรามีผู้ที่บงการ อยู่เบื้องหลัง อยู่ในต่างประเทศ ก่อความวุ่นวายอยู่ในประเทศและไม่ยอมรับกระบวนการ ยุติธรรม สิ่งเหล่านี้สมควรหรือไม่ที่จะต้องหาทางดับทุกข์ ผมคิดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคลื่อนไหวและกําลังจะเคลื่อนไหวอยู่ใน ๒-๓ วันข้างหน้านี้ ทราบดีครับว่าเหตุ แห่งการดับทุกข์นั้น ไม่ยาก ท่านเพียงขอร้องบุคคลนั้นซึ่งอยู่ในต่างประเทศ ที่ท่านชอบ อ้างถึงอาจารย์ปรีดี รัฐบุรุษ ท่านอาจารย์ปรีดี ท่านได้ละ ได้วางและเสียสละให้กับ บ้านเมือง ผมว่าเรื่องง่าย ๆ แค่นี้ครับ หยุดแน่นอนนะครับ บอกท่านหยุดเคลื่อนไหว หยุดยุยงส่งเสริม หยุดเปึนตัวก่อการให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง เท่านั้นละครับ ความสมานฉันท์เริ่มเกิด สิ่งเหล่านั้นประชาชนคนไทยที่อยู่ในนี้จะช่วยกัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และทุกคนก็ช่วยกันหาทางสมานฉันท์ได้ต่อไป เพราะเหตุแห่งทุกข์มันถูกดับนะครับ ก็เรียนได้ว่าการปฏิรูปเมืองไทยนั้นคงต้องทํา หลายประการ คงไม่ได้ให้อยู่ด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียว ถ้าจะต้องปฏิรูปแล้ว มีนับสิบเรื่องครับ ผมกราบเรียนว่ามีกลุ่มคน กลุ่มคณาจารย์และกลุ่มประชาชนกําลัง ทําการเคลื่อนไหว การปฏิรูปประเทศไทยอย่างน้อย ๑๐ เรื่อง มองไปข้างหน้าในอีก ๑๐ ป้ ข้างหน้าว่าเราจะทําอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเปึนปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปยุติธรรม ปฏิรูปสื่อ หรือปฏิรูปแม้กระทั่งระบบสุขภาพ ถ้ารัฐบาลยังคิดที่จะให้การเมืองเดินหน้าต่อไป ผมก็เรียนว่าท่านจําเปึนต้องคงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไว้ เพื่อให้เกิดผลในการเดินหน้าทาง การเมืองที่ดีต่อไปครับ ขอบคุณครับ