รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๖ กันยายน ๒๕๕๒

ปานหทัย เสรีรักษ์ หารือเรื่องรัฐธรรมนูญและเรียกร้องการแก้ไขบางประการ เช่น การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้บัตรเลือกตั้งแบบละ ใบ และการแก้ไขมาตรา 68 เพื่อป้องกันการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย

นางปานหทัย เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แพร่

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางปานหทัย เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้เพื่อนสมาชิกได้มีการอภิปรายถึง รายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กันอย่างกว้างขวาง หลายประเด็น หรือแทบจะเรียกว่าทุกประเด็นได้ถูกนํามาอภิปรายกัน เกือบจะหมดแล้ว มีทั้งที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย แต่ที่ยังเปึนข้อสงสัยของดิฉันอยู่ก็คือ ทําไมถึงยังมีการพูดถึงว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ไขไม่ได้ หากจะย้อนเวลากลับไปถึงช่วงที่มีการรณรงค์ทําประชามติเพื่อที่จะรับหรือไม่รับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านประธานยังจําได้ไหมคะว่ามีกระแสการต่อต้านค่อนข้างมาก เพราะเปึนรัฐธรรมนูญที่มาจากสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะปฏิวัติซึ่งทาง คณะสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ คมช. เองก็ออกมาพูดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ดีไป ทั้งหมด แต่ขอให้รับไปก่อน ก็อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันไปแล้วนี่นะคะ เพียงเพื่อ จะได้ให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว มิเช่นนั้นหากไม่รับอาจจะต้องนํารัฐธรรมนูญฉบับใด ฉบับหนึ่งมาแก้ไข มาปรับปรุง แล้วก็ประกาศใช้ซึ่งก็ไม่อยากจะให้การเลือกตั้งนั้นล่าช้า ออกไป หลายคนก็เลยจําเปึนต้องรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปก่อน ดิฉันยังจําได้เลยว่า แม้กระทั่งประธานคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์เองก็ยังพูดว่าท่านไม่ชอบรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ถึงกว่า ๓๐ มาตรา แต่พอในวันนี้เมื่อคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้มีข้อเสนอที่จะให้แก้รัฐธรรมนูญ ๖ มาตรา กลับมีผู้ออกมาร้องว่าฉบับนี้แก้ไขไม่ได้ ห้ามแก้ไข ถ้าแก้ไขจะต้องเกิดเรื่องอะไรประมาณ อย่างนั้น ซึ่งเปึนความขัดแย้งกันเอง ทีนี้จะให้ประชาชนเชื่อในสิ่งที่ท่านพูดก่อนการลงมติ ว่าแก้ไขได้ หรือจะให้เชื่อในสิ่งที่ท่านพูดในขณะนี้ว่าไม่ให้แก้ไข ตรงไหนที่ท่านพูด ความจริง ตรงไหนที่ท่านพูดสิ่งที่ไม่จริงล่ะคะ ผลการลงประชามติออกมา ๕๔ ต่อ ๔๖ ซึ่งถือว่าฉิวเฉียด แต่หากจะไม่นับพวกที่หลงเชื่อคําพูดของท่านว่าให้รับไปก่อน แล้วค่อย แก้ไขทีหลัง ผลอาจจะไม่ออกมาเปึนอย่างนี้ก็ได้ เพราะแทนที่พวกเขาจะลงมติว่า รับ เขาก็จะลงมติว่า ไม่รับ ไปตายเอาดาบหน้าค่ะ ไม่ต้องคํานึงว่ารัฐธรรมนูญฉบับใด จะถูกนํามาใช้ ท่านประธานคะ รัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายสูงสุดที่ใช้ในการปกครอง ประเทศ เนื้อหาสาระในรัฐธรรมนูญควรจะพูดถึงหลักการใหญ่ ๆ เปึนความศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่ ลงในรายละเอียดยิบย่อยเต็มไปหมด จนมีถึง ๓๐๙ มาตราน่าจะเปึนรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ยาวที่สุดในโลกฉบับหนึ่งได้ ดิฉันจะขอยกมาตรา ๙๓ นะคะ มาตรา ๙๓ กล่าวถึง สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าสภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจํานวน ๔๘๐ คน โดยเปึนสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต จํานวน ๔๐๐ คนและสมาชิกซึ่งมา จากการเลือกตั้งแบบสัดส่วน จํานวน ๘๐ คน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้ วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยให้ใช้บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบละ ๑ใบ หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้เปึนไปตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ตรงนี้ก็น่าจะจบได้แล้วนะคะ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขียนต่อไปยิบย่อยไปอีกมากมายเลย จนถึงมาตรา ๙๔ วรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่ วรรคห้า วรรคหก ระบุรายละเอียดในวรรคหกแม้กระทั่งว่าให้ดําเนินการ นับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง ยิบย่อยไปจนถึงขนาดนั้นเลยนะคะ ท่านประธานทราบไหมคะ ว่านี่ละคือการนําเอาการซื้อเสียงให้กลับมาระบาดอีกครั้งหนึ่งเหมือนกับยาบ้าในขณะนี้ ก่อนหน้านี้การเลือกตั้งจะเอาคะแนนจากทุกหน่วยเลือกตั้งมากองมาเทรวมกันแล้วก็ นับรวม ทําให้ไม่ทราบว่าหน่วยไหน ตําบลไหน หมู่บ้านไหน เลือกใคร เลือกเบอร์อะไร พวกที่ซื้อเสียงก็ไม่รู้ว่าประชาชนจะเลือกหรือเปล่า ซื้อแล้วตรวจสอบว่าคะแนนเข้าเปัา หรือเปล่าก็ไม่ได้ ทําให้ประชาชนสามารถลงคะแนนได้อย่างอิสระ และนี่หรือคะที่ท่าน เรียกว่าอยากจะปัองกันการซื้อเสียง แต่ในทางตรงกันข้ามท่านกลับทําให้การซื้อเสียง ระบาดหนักขึ้นไปอีก อํานาจ ๓ อํานาจในระบอบประชาธิปไตยคืออํานาจนิติบัญญัติ อํานาจตุลาการและอํานาจบริหาร อํานาจนิติบัญญัติซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึนผู้ใช้ ยึดโยงกับประชาชนโดยตรงและต้องรับผิดชอบต่อประชาชน ดังนั้นการเลือกตั้ง โดยประชาชนจะต้องได้รับการดูแลและได้รับการปกปัองให้ประชาชนได้ลงคะแนนเสียง อย่างอิสระไม่ถูกบังคับโดยอํานาจใด ๆ ไม่ว่าจะเปึนเงินตราหรืออาวุธ หรืออิทธิพลใด ๆ ประเด็นนี้จึงควรจะได้รับการแก้ไข เดี๋ยวขออีกมาตราหนึ่งนะคะ มาตรา ๖๘ ที่กล่าวไว้ว่าบุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งไม่ได้เปึนไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้มิได้ มาตรานี้ จะมีหรือไม่มีก็คงไม่สําคัญนะคะ เพราะว่าวันดีคืนดีก็จะมีกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง สามารถที่จะฉีกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทิ้งออกไปได้ ออกมายึดอํานาจ และก็เขียนกฎหมาย นิรโทษกรรมตัวเองเหมือนอย่างที่เขียนในมาตรา ๓๐๙ การที่ทหารยึดอํานาจได้ และมาอ้างว่าเปึนรัฐาธิปัตย์และประกาศคณะปฏิวัติก็คือเปึนกฎหมาย สามารถสั่งยุบ พรรคการเมืองได้ สามารถเพิกถอนสิทธิของฝ์ายนิติบัญญัติได้ โดยอ้างว่าทําผิด รัฐธรรมนูญฉบับที่ตัวเองใช้อาวุธยึดมาและฉีกเรียบร้อยแล้ว แล้วเราจะยังคงมีมาตรานี้ไว้ ทําไมคะ ท่านประธานคะหลังจบการอภิปรายในวันพรุ่งนี้ สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือทําอย่างไร จะให้สิ่งที่พวกเราซึ่งเปึนตัวแทนของประชาชนได้สะท้อนความเห็นของประชาชนทั้งหมด ออกมา ในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญการที่จะปฏิรูปการเมือง การที่จะสร้างความ สมานฉันท์ได้สําเร็จ ดิฉันขอเรียกร้องให้ท่านประธานรัฐสภาและนายกรัฐมนตรีต้องแสดง ท่าทีที่ชัดเจน ที่จะดําเนินการอย่างไรต่อไป โดยที่ไม่ชักช้าอีกต่อไปนะคะ ขอขอบคุณค่ะ