รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๖ กันยายน ๒๕๕๒

วรวิทย์ วงษ์สุวรรณ์ ชื่นชมบรรยากาศการอภิปรายในสภา และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรู้จักให้อภัยและยอมแพ้ในการแก้ไขปัญหา โดยเชื่อว่าความสมานฉันท์นั้นอยู่ที่ใจ ไม่ใช่เรื่องรูปธรรม และควรทำเพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

นายวรวิทย์ วงษ์สุวรรณ์ สมาชิกวุฒิสภา ลพบุรี

เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายวรวิทย์ วงษ์สุวรรณ์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดลพบุรี ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ในวันนี้ครับผมมีเวลาเพียง ๘ นาที ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมท่านที่นั่งอยู่ในนี้ ทุกท่านเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเปึนนายกรัฐมนตรี พรรครัฐบาล พรรคฝ์ายค้าน สมาชิก วุฒิสภา และคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ และอนุกรรมการทั้ง ๓ ฝ์าย ที่ต้องขอชื่นชมเพราะว่าพี่น้องชาวจังหวัดลพบุรี ได้โทรศัพท์มาถึงผมเมื่อประมาณ ๑๖.๐๐ นาฬิกา ว่าอาจารย์ครับวันนี้การอภิปราย ในรัฐสภาดีมาก ผมดูแล้วไม่เครียดเลย นี่คือสิ่งที่ต้องชื่นชม ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายรัฐบาล ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้านพูดกันด้วยเหตุด้วยผลทั้งสิ้น หรือจะเปึนนิมิตหมายที่ดีสําหรับ การสมานฉันท์ในวันนี้ครับ อันนี้ต้องขอชื่นชมไว้เปึนเบื้องแรกครับ ผมเชื่อว่าพี่น้อง ประชาชนอีก ๗๔ จังหวัด นอกจากจังหวัดลพบุรีแล้วคงจะมีความคิดเหมือน ๆ กันล่ะครับ ว่าวันนี้บรรยากาศดีเหลือเกินครับ ไม่เครียด

เรื่องที่ ๒ ผมจะขอพูดถึงคือเรื่องของความสมานฉันท์ ผมจะไม่พูดถึงเรื่อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ เพราะทุกคนพูดกันไว้เยอะ พูดกันไว้มาก แล้วจะไม่เอ่ย ถึงใคร เมื่อเช้านี้ผมได้ฟังท่านประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเรียกท่านว่าพี่ ท่านดิเรก ถึงฝัืง วันนี้ท่านก็นั่งอยู่ ณ ที่นี้ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ท่านบอกว่าความสมานฉันท์นั้นจะต้องตั้งอยู่บนความ เปึนธรรม ความเปึนกลางและความโปร่งใส ผมเห็นด้วยครับ แต่เพียงเท่านั้นผมมี ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมว่าเท่านั้นไม่พอหรอกครับ ต้องอยู่ที่ใจด้วยครับ ความสมานฉันท์นี้ อยู่ที่ใจครับ ถ้าใจไม่สมานฉันท์แล้วไซร้ ความเปึนธรรมที่ท่านว่านั้นก็จะมีคําถามว่า ความเปึนธรรมของใคร ความเปึนธรรมเพื่อใคร จะมีคําถามต่อไปอีกว่าความเปึนกลาง ใครกลาง กลางสําหรับใคร โปร่งใสก็เหมือนกัน โปร่งใสสําหรับใครถ้าใจไม่สมานฉันท์ เพราะฉะนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เปึนช่องทางหนึ่ง แต่ถ้าหากว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผ่านไปแล้ว แต่ถ้าใจไม่สมานฉันท์กันแล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เปึนหมันที่จะนํา แนวทางไปสู่การสมานฉันท์ ผมพูดไปอย่างนี้หลายคนอาจจะมองเห็นว่า เอ๊ะ พูดเรื่องใจ มันเปึนเรื่องที่ไม่เปึนรูปธรรม การที่จะมาบอกให้ใจสมานฉันท์นั้นทําอย่างไร ผมมี ข้อเสนอแนะอีกครับว่าใจสมานฉันท์นั้นให้ทําเพื่อ ๓ ประการนี้ครับ ไม่ต้องไปทําเพื่อใคร ๓ ประการนี้เราได้ยินกันอยู่เสมอ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราสมานฉันท์กัน เพื่อชาติครับ เพื่อให้ชาติอยู่รอดปลอดภัย ภาวะเศรษฐกิจดีขึ้น อันนี้คงไม่ต้องอธิบาย ในส่วนลึกเพื่อศาสนานั้นทุกศาสนาสอนให้เราเปึนคนที่ให้อภัยกัน ไม่มีใครดี ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ แล้วข้อสําคัญที่สุดก็คือไม่มีใครถูกร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วย และข้อสําคัญ ที่สุดก็คือไม่มีใครผิด ร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วย เพื่อนกันทั้งนั้น สมานฉันท์ในหลักการที่ ๓ พระมหากษัตริย์ครับมีใครบ้างไหมที่เปึนพสกนิกรของพระองค์ ที่จะทําเพื่อพระองค์ ในความสมานฉันท์ พระองค์ได้ทรงทําเพื่อพี่น้องประชาชนเพื่อพสกนิกรของพระองค์มา ไม่ต่ํากว่า ๔๐ ป้ ด้วยพระราชวิริยะอุตสาหะอย่างเต็มที่เพื่อพี่น้องปวงชนชาวไทย จะมีใคร บ้างไหมล่ะ ที่จะทําเพื่อพระองค์ท่าน เพราะฉะนั้น ๓ ประการมันอยู่ที่ใจครับ ท่านครับผม เรียนอยู่ชั้น ม.ศ. ๒ เมื่อป้ ๒๕๐๘ ที่โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย หัวหน้าชั้นไม่ใช่ผมครับ มีนักเรียนทั้งหญิงและชาย ๔๐ คน วันหนึ่งครับหัวหน้าบอกว่าจะจับฉลากในวันป้ใหม่ ให้เอาฉลากมาในวันพรุ่งนี้เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกาทุกคน ผมมาแต่ผมลืมครับที่จะนําเอา ของขวัญมา ก็เลยขออนุญาตเพื่อนในเวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกานั้นลงไปซื้อของขวัญข้างล่าง แล้วก็บอกเพื่อนว่าให้บอกหัวหน้าห้องด้วยอย่าเพิ่งจับฉลากนะ ยังมีคนอีก ๓ คน ที่กําลังลงไปซื้อของขวัญ ท่านครับเราลงไปซื้อของขวัญประมาณ ๑๕ นาที ขึ้นมา เขาจับฉลากกันไปแล้ว ผมโมโหมากว่าเพื่อน หัวหน้าชั้นไม่ให้เกียรติผม ถึงขนาดค้ําคอกัน แต่ความเปึนเพื่อนไม่สามารถที่จะลงมือกันได้ เพราะเพื่อน ๆ ทั้งหลายที่อยู่ในห้อง ทั้งหญิงและชายก็รุมมาเพื่อห้ามปราม ตั้งแต่นั้นมาผมก็อคติกับหัวหน้าห้องว่าเอ็งทําอะไร ข้าต้องว่าเอ็งไม่ดี วันหนึ่งแข่งขันฟุตบอลครับ ๑๑ คน มีพวกของผมลงไปเล่นในนามของ ห้องผม ๖ คน พวกของหัวหน้าห้องก็ลงไปในนามของผมนี้ ๕ คน ผมก็บอกเพื่อน ๆ ว่า เฮ้ย อย่าไปส่งฟุตบอลให้มันนะ ในที่สุดแข่งขันกับห้องอื่น แพ้ครับ และใกล้จะถึงวันที่จะ จบการศึกษาในชั้น ม.ศ. ๒ ก็จะมีจัดงานป้ใหม่ แต่หัวหน้าห้องกับพวกผมไม่ถูกกัน เสียแล้ว หลายคนก็อึดอัด ในห้องอึดอัดหมด อยากจะสนุกกันวันนี้ มีผู้หญิงคนหนึ่ง มาบอกผมว่า เฮ้ย วรวิทย์ เพื่อนกันทั้งนั้นให้อภัยกันบ้างไม่ได้หรือ คํานี้ละครับ ผมถึงบอก ว่ามันอยู่ที่ใจ ผมเลยไปจับมือกับหัวหน้าห้อง บอก เฮ้ย เพื่อนที่ฉันค้ําคอนายเมื่อ ๒ เดือนที่แล้ว ฉันขอโทษ เพื่อนก็โดดกอดผมเลยครับ ผมก็โดดกอดกัน และในที่สุดการกินเลี้ยง ในวันจากลา จนกระทั่ง ณ วันนี้ ๔๐ ป้ผ่านไปแล้ว เรายังเล่าเรื่องราวเรื่องนั้นให้ฟัง มันอยู่ที่ใจนะครับ ไม่ได้อยู่ในเรื่องอื่นใดเลย เพราะฉะนั้น ณ วันนี้ผมจึงบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างถ้าเราจะสมานฉันท์นั้นอยู่ที่ใจ แล้วก็ย้ํา นะครับว่าใจนั้นเราทําเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่ทุกคนเอ่ยอ้างแล้วก็ทําให้จริง หรอกครับ ณ วันนี้เปึนภาพที่ดีมาก ที่ทุกท่านที่ผมได้ชื่นชมไว้แต่แรกแล้ว ที่ผมคาดคิดว่า วันนี้คงจะห้ําหั่นกันด้วยวาจาอีก แต่ไม่มีเลยครับ พี่น้องประชาชนทางบ้านได้สรรเสริญมา ในเรื่องนี้ด้วย ผมก็เรียนให้ท่านทราบ และ

สุดท้ายครับ ผมเปึนคณะกรรมาธิการการกีฬาของวุฒิสภา คงจะต้องใช้ คําพูดของกีฬาว่า ถ้าเราจะสมานฉันท์เราต้องรู้จัก รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และรู้อะไรก็นิ่ง ๆ กัน เสียบ้างเถอะครับ เพราะฉะนั้นหวังว่าในวันพรุ่งนี้เราคงจะหาทางลงกันได้ และข้อสําคัญ ที่สุดเราคงจะได้มีกิจกรรมต่อในเรื่องของสมานฉันท์กันด้วยใจต่อไปครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ