รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๖ กันยายน ๒๕๕๒

อนุศักดิ์ คงมาลัย หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยวิจารณ์ความไม่สมานฉันท์ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญและเสนอแนะว่าควรเพิ่มชื่อของคณะกรรมการเพื่อการปฏิรูปการเมืองและการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประเทศชาติและประชาชน อย่างไรก็ตาม อนุศักดิ์ คงมาลัย ยังเสนอแนะว่าไม่ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เนื่องจากมีสาเหตุหลายประการ เช่น นักการเมืองบางส่วนใช้อำนาจในการบังคับข้าราชการให้ปฏิบัติตามที่ต้องการ

นายอนุศักดิ์ คงมาลัย สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุศักดิ์ คงมาลัย สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหาภาคอื่น ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขอขอบพระคุณนะครับท่านคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้ศึกษาบทบัญญัติเล่มเล็ก ๆ เพียงเล่มเล็ก ๆ แค่นี้มีอยู่ ๓๐๙ มาตรา แต่สามารถทําให้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต และเลือดเนื้อลมหายใจของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ และก่อให้เกิดกระแสคลื่น ของความคิด กระแสคลื่นของความเปึนปฏิปักษ์ขัดแย้งซึ่งกันและกัน ถามว่าบทบัญญัติ ในนี้ได้ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อวางแนวทางที่จะให้วิถีชีวิตของคนในประเทศนี้มีความเปึน ปฏิปักษ์ มีความเปึนศัตรู มีความเปึนคู่อาฆาตต่อกันหรือเปล่า คงมิได้เปึนเช่นนั้น รัฐธรรมนูญแต่ละฉบับที่ผ่านมาล้วนแล้วแต่มีสาเหตุ มีที่มา มีที่ไป มีการสรุปบทเรียน มีการอาศัยบทเรียนในอดีต พยายามที่จะนําทางออกที่ดีที่สุดเพื่อมาใช้ในการบัญญัติ สิ่งใหม่ ๆ และสิ่งที่เปึนบทบัญญัติเหล่านั้นจะเปึนกติกา เปึนข้อบังคับ เปึนสิ่งที่ระบุ แนวทางและมารยาทหรือเกี่ยวข้องกับเรื่องต่าง ๆ ที่จะทําให้ผู้คนในประเทศนี้สามารถ ดํารงชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข สามารถเจริญก้าวหน้า สร้างสังคม ของประเทศชาติ ดังนั้นคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าหากเปึนไปได้ย้อนกลับไปกระผมจะขอเสนอให้ได้มีการเพิ่มเติม ชื่อขึ้นมาอีกสักนิดหนึ่งว่าเปึนคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประเทศชาติและประชาชน จะได้เปึนตัวที่จะตอกย้ํา เพื่อที่จะได้เปึนตัวกระตุ้นเตือน เพื่อที่จะได้เปึนส่วนที่จะบอกว่าการใช้คําหรู ๆ สวย ๆ นุ่มนวลที่บอกว่าสมานฉันท์นั้นไม่ใช่เปึนเพียงการเพื่อพวกของฉันเอง เพื่อสมานฉันท์ ของฉันกันเอง หรือเพื่อนําไปใช้กิริยาในการฉันกันเอง คณะกรรมการนี่นะครับ คงเปึน คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาเปึนกรณีพิเศษ ถ้าหากว่าเปึนคณะกรรมาธิการ ของรัฐสภาแต่งตั้งขึ้นมาแล้ว เราก็คงจะได้เห็นบทบาทของผู้ที่สงวนความคิดเห็น และไม่เห็นด้วยในบางกรณี ในบางประเด็น ซึ่งความคิดที่ไม่เห็นด้วยในบางกรณี ในบางประเด็นเหล่านั้นก็น่าที่จะได้มีการบันทึกนํามาเผยแพร่ให้กับพี่น้องประชาชน ได้รับทราบ เพราะว่าเปึนเหตุผลอีกด้านหนึ่งที่จะบอกว่าข้อสรุปทั้งหมดในประมาณ ๖-๗ มาตราที่ได้นํามาพูดคุยกันอยู่ ณ เวลานี้นั้นเปึนข้อสรุปที่ไม่ใช่นําไปสู่การแก้ปัญหา ที่ตายตัว อย่างเช่นที่ผมเพิ่งกลับมาจากจังหวัดสุพรรณบุรีบ้านของผมเอง ถึงแม้ว่าผม จะไม่ใช่ ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ผมก็มีพื้นที่และก็ได้พี่น้องประชาชนฝากถามมาว่า แก้รัฐธรรมนูญแล้วจะแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง ถ้าแก้รัฐธรรมนูญแล้วแก้ปัญหาได้ ก็แก้ไปเถอะ อย่ารีรอ แต่ถ้าแก้แล้วไม่สามารถนําไปสู่ การแก้ปัญหาได้ ก็จะรีบร้อนไปทําไม ดังนั้นการที่เราจะพูดถึงรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ก็ดี ฉบับป้ ๒๕๕๐ ก็ดี ล้วนแล้วแต่กําลังตกอยู่ในประเด็นปัญหาที่ถูกระบุเอาไว้ว่า ในรัฐธรรมนูญจะต้องมีการกําหนดบทบัญญัติแห่งกฎหมายออกมาเปึนกฎหมายลูก เพิ่มเติม แต่จนถึงวันนี้วันเวลาผ่านมาแล้วป้ครึ่ง เกือบ ๒ ป้ ต่างก็ยังไม่สามารถที่จะทําให้ มีกฎหมายออกมา รู้สึกจะมีเพียงแค่ประมาณ ๑ ใน ๓ ของกฎหมายที่รัฐธรรมนูญ กําหนดเอาไว้ ในขณะเดียวกันความคิดเห็นของแต่ละฝ์าย แต่ละกลุ่มที่มีอยู่ ณ ขณะนี้ เท่าที่ผมสังเกต พี่น้องประชาชนสังเกต เราก็จะสังเกตเห็นเปึนฝ์ายคี่ เปึนฝ์ายคู่ ฝ์ายคี่ ก็จะพูดถึง ๑ ๓ ๕ ๗ ๙ ๑๑ ๑๓ ๑๕ ๑๗ ๑๙ ฝ์ายคู่ก็จะพูด ๒ ๔ ๖ ๘ ๑๐ ๑๒ ๑๔ ๑๖ ๑๘ ๒๐ พูดกันอย่างนี้ เวทีนี้ได้พูดเรื่องเหล่านี้มา แม้กระทั่งเมื่อ ๑๒ เดือน ๑๔ เดือนที่แล้วก็พูดอย่างนี้มาตลอด หลายท่านก็จะพูดอยู่แต่ ๒ ๔ ๖ ๘ หลายท่าน ก็จะพูดแต่เรื่องของ ๑ ๓ ๕ ๗ ๙ เปึนเรื่องที่คู่ขนานกันไป การพูดแบบนี้คงไม่นําไปสู่ การสมานฉันท์ การสมานฉันท์จะต้องตั้งใจก่อนว่า ถ้าคิดจะสมานฉันท์จริง ๆ จะต้อง เชื่อมั่นในความสมานฉันท์ เชื่อมั่นในหลักการและเหตุผลของหลักการต่าง ๆ ที่ถูกกําหนด เอาไว้ ดังนั้นกระผมได้รับฟังข้อคิดเห็นจากเพื่อนและพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่และนํามาพูดคุย สั้น ๆ กับท่านประธานในวันนี้ว่า การยุบพรรคการเมืองในมาตรา ๒๓๗ นั้น พี่น้อง ประชาชนจํานวนไม่น้อยที่ยอมรับและเข้าใจว่าพรรคการเมืองเปึนกลุ่มบุคคลที่กฎหมาย จะตั้งขึ้นมา เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง และนําไปสู่เปึนสถาบันของการพัฒนาการเมือง ของประเทศอย่างแท้จริง ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไรที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะกําหนดให้พรรค การเมืองมีความเข้มแข็ง การที่จะให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง ก็จะต้องมีการกําหนด บทบัญญัติที่ค่อนข้างรุนแรงเหมือนกับการที่จะให้ลูกเติบโตและมีภูมิต้านทานที่แข็งแรง เวลาเจอโรคก็ต้องใช้ยาแรง อันนี้ต้องเปึนเรื่องธรรมดา ดังนั้นการที่เราจะระบุว่า ถ้าจะให้มี การพัฒนาพรรคการเมืองต่อไป แล้วใช้ยาเบา ๆ ก็จะไม่นําไปสู่การพัฒนาพรรคการเมือง พรรคการเมืองก็จะยังคงไม่เปึนพรรคการเมืองที่ดีอย่างเช่นที่เปึนมาในอดีต กระผม มีความเห็นใจต่อผู้บริหารพรรคการเมือง ต่อสมาชิกพรรคการเมือง คณะกรรมการที่ได้รับ ผลกระทบจากการยุบพรรคการเมืองไป แต่ละท่านล้วนแล้วแต่ส่วนหนึ่งมีความตั้งใจ ในการที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองอย่างน้อยส่วนหนึ่ง ก็เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ แม้ว่าจะมีสื่อมวลชนหรือกลุ่มบุคคลอื่น ๆ จะโจมตีว่า แม้กระทั่งบางท่านก็จะมี ผลประโยชน์ส่วนตัวอยู่ก็ตาม ดังนั้นในมาตรา ๒๓๗ จึงมีเหตุผลที่สนับสนุนอยู่อย่างหนึ่ง ว่า นั่นก็คือเพื่อสร้างพรรคการเมืองในอุดมคติ แล้วนําไปสู่การพัฒนาพรรคการเมืองนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติอย่างแท้จริง

สําหรับในเรื่องของการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนนั้น แท้ที่จริงแล้วไม่ใช่ว่าปัจจุบันพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา จะทําอะไรมิได้เลย แต่การที่บทบัญญัติได้ออกมาในลักษณะนี้ ประชาชนก็เข้าใจว่า ที่ผ่านมาแล้วจะมีนักการเมืองจํานวนหนึ่งซึ่งเปึนส่วนน้อย พยายามที่เข้าไป แสดงบทบาท แสดงอํานาจบาตรใหญ่กับข้าราชการ แล้วก็อาศัยอํานาจของตัวเอง ในการที่จะไปมีอิทธิพลที่จะทําให้เขาปฏิบัติหน้าที่ตามที่ตัวเองต้องการ นี่เปึนเพียง เหตุผลบางส่วนเท่านั้นที่กระผมขออนุญาตนํามากราบเรียนประกอบกับความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชนที่ฝากมา เพื่อบอกให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ถ้าจําเปึนต้องแก้ ก็แก้ แต่ถ้ายังไม่จําเปึน อย่าเพิ่งรีบแก้ ขอบพระคุณครับ