สมชัย ฉัตรพัฒนศิริ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อแก้ปัญหาการเมืองที่ซับซ้อน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ และส่งเสริมการเจรจากันระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เพื่อสร้างความสามัคคีและหลีกเลี่ยงความเสียหายต่อประเทศชาติในระยะยาว
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา แปลว่าถ้ารวมใจคนไทยได้ ชาติจึงจะพัฒนาได้ครับ ท่านประธานครับ ผมดีใจมากที่ได้มีโอกาสพูดในวันนี้ โดยเฉพาะ พูดหลังท่านสุภาพบุรุษ มณเฑียร บุญตัน ท่านเปึนสมาชิกรัฐสภาที่แม้สายตาท่านพิการ แต่จิตใจ หัวใจ ความคิดของท่านนั้นยิ่งใหญ่แล้วก็มีเนื้อหาสาระของการพูดที่น่าจดจํา ผมจะนําเทปของท่านไปฟังอีกครั้งหนึ่ง ในอดีตเรามีการแตกแยกกันมาหลายครั้ง หลายหน นะครับ โดยเฉพาะครั้งใหญ่ที่มีการรบราฆ่าฟันกัน ตอนนั้นรบกันอยู่ในป์า แล้วก็ มีลูกหลานของพี่น้องประชาชนล้มตาย แต่โชคดีของประเทศไทยที่มีการตกลงกันได้ แล้วเราก็อยู่ร่วมกันในระบอบประชาธิปไตย มีหลายประเทศฝ์ายที่อยู่ในป์าชนะ แล้วก็ปกครองประเทศในระบอบอีกระบอบหนึ่งซึ่งท่านทั้งหลายก็คงทราบกัน แต่ว่า ปัจจุบันนี้ความคิดต่าง ๆ ที่แตกแยกกันนั้นมันซับซ้อนกว่าเดิมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ถ้าเราดูปักษ์ใต้ เราจะเห็นว่าปัญหาปักษ์ใต้มันเปึนปัญหาหมักหมมทับถม แล้วก็ ไม่มีใครที่สามารถที่จะคุยได้อย่างเต็มปากว่าถ้าเปึนรัฐบาลแล้วจะแก้ปัญหาได้ เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนว่าวันนี้เราได้ระดมทรัพยากรที่มีอยู่ของประเทศชาติ ทั้งสมาชิกวุฒิสภา ทั้ง ส.ส. หลายคนอยากจะเข้าไปเปึนคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ว่าก็ไม่มีโอกาสเพราะว่าเรามี ที่นั่งจํากัด แล้วเราก็ฝากความคิดกันไปนะครับ ในขณะนี้ท่านคงทราบว่ามีผู้หลักผู้ใหญ่ ของประเทศชาติ โดยเฉพาะราษฎรอาวุโส ท่านประเวศ วะสี ขออนุญาตต้องเอ่ยนาม ท่านเปึนห่วงว่าจะเกิดวิกฤติ มีการสูญเสียสูงสุด มีการสูญเสียเลือดเนื้อ เสียชีวิต เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านว่าสภาพบรรยากาศของวันนี้จึงเปึนบรรยากาศที่จะเริ่มต้น แก้ไข ถ้าพี่น้องประชาชนขัดแย้งกัน เราก็ไปตกลงกันในหมู่บ้าน ให้ผู้ใหญ่บ้านตัดสิน แต่ถ้าพี่น้องประชาชนนั้นมีปัญหาที่ใหญ่โตไปกว่านั้นเราก็ใช้มาตรา ๕๕ ของกฎหมายแพ่ง ไปฟัองร้องกันที่ศาล แต่วันนี้พี่น้องประชาชน รวมทั้งนักการเมืองนั้นมีความขัดแย้งกันนะครับ ถ้าดูจากสวนดุสิตโพลที่มีการสํารวจไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้เองนะครับ เขาบอกว่า ปัญหาของเมืองไทยมันเปึนปัญหาที่อยู่ที่ตัวนักการเมือง ๔๑.๒๖ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านประธานครับ ส่วนเศรษฐกิจนั้นก็เพียง ๑๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง แต่เปึนสิ่งที่ น่ายินดีว่าประชาชนเขาคิดว่าถ้ามีการแก้รัฐธรรมนูญนั้นเขาเห็นด้วยว่าจะมีการแก้ถึง ๓๙.๙๑ เปอร์เซ็นต์ แต่มีอีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์บอกไม่แน่ใจ แต่ที่คัดค้านมีเพียง ๑๙ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่คณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนําเสนอนั้น ผมจึง เห็นว่าเปึนไปตามการเรียกร้องของพี่น้องประชาชนจากการสํารวจ ถ้าแก้แล้วเขาก็มี การถามต่อไปนะครับ แก้แล้วพี่น้องประชาชนคิดว่าจะดีขึ้นหรือไม่ มี ๒๔ เปอร์เซ็นต์ บอกว่าดีขึ้นครับ แล้วก็บอกว่าเหมือนเดิมประมาณ ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ส่วนคนที่บอกว่า ถึงจะแก้อย่างไรก็แล้วแต่ไม่มีวันจะดีขึ้นมีเพียง ๕ เปอร์เซ็นต์ครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน ท่านประธานว่าวันนี้เราเดินมาถูกทางแล้วครับ เรามาพูดคุยกัน เราเอามติ ของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาพิจารณา ท่านลองคิดดูสิครับว่าสวนดุสิตโพลหรือโพลต่าง ๆ นั้นแม่นยําขนาดไหน เวลาที่มีการเลือกตั้งแต่ละครั้ง ๆ เขาคํานวณมาแล้วก็จะใกล้เคียงนะครับ เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนว่าข้อสรุปของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเราจะต้องให้รัฐบาลหรือรัฐสภาปฏิบัติให้จงได้นะครับ เพราะว่า ถ้าเริ่มปฏิบัติเลย โดยข้อเสนอระยะเร่งด่วน แก้ปัญหาประเทศไทยได้ทันทีครับ เขาบอกว่า ข้อที่ ๑ ให้ลดทิฐิ อคติ วิวาทะ การตอบโต้ การใส่ร้ายทางการเมือง อันนี้ ผมอยากจุ๊ปากเลยนะครับว่า จุ๊ จุ๊ จุ๊ สุดยอดจริง ๆ นะครับ เพราะว่ามันทําให้ปัญหาลดลงครับ ผมนั่งอยู่ในสภาเห็นเวลาตอบโต้ทางการเมือง ผมเห็นใจนะครับ มันเปึนความอึดอัด ความอึดอัดมันก็เหมือนร่างกายเราครับ เวลาอึดอัดเราก็ผายลมครับ แต่ว่าทุกคน ถ้าผายลมพร้อมกันหมดทั้งสภามันก็กลายเปึนเหม็นทั้งสภาแล้วก็เหม็นไปสู่ข้างนอก ฉะนั้นผมถึงกราบเรียนท่านว่า โอ้โฮ ถ้าหากลดทิฐิ อคติ วิวาทะ แล้วก็ลดการตอบโต้ การที่เสนอได้จะเปึนสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดเพราะฉะนั้นผู้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะนายรัฐมนตรี หรือท่านประธานรัฐสภาต้องนําไปดําเนินการ
ส่วนข้อ ๒ ฝ์ายรัฐบาลและฝ์ายค้านควรลดเงื่อนไขความขัดแย้งที่มีอยู่ โอ้โฮ อันนี้ยิ่งแน่นอนที่สุดครับ เพราะว่าบางเรื่องไม่เปึนเรื่อง บางเรื่องรู้ว่าไม่จริง แต่ก็อยากพูด บางเรื่องถ้ามีโอกาสพูดได้เหน็บแนมได้ประชดประชันคนอื่นถือว่า โอ้โฮ สะใจครับ แล้วก็พรรคพวกบางคนก็ตรงเข้าไปยกย่อง สิ่งเหล่านี้ทําลายครับ ทําลาย ภาพพจน์ของรัฐสภา แต่ว่าไม่มีใครพูด กลับไปแสดงความยินดี แต่บางครั้งผมเห็น ๒ คน เวลาคุยกันคนที่เคยขัดแย้งกันเวลาไปคุยกันก็คุยกันเหมือนกับเล่นละคร ขอให้เลิกนะครับ อย่างที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เสนอนะครับ
ส่วนข้อ ๓ ผมจะไม่พูดไปกระทบถึงสื่อสารมวลชน เพราะเปึนคนข้างนอก แต่ก็อยากกราบเรียนว่าท่านคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มองเห็นสื่อสารมวลชนเปึนระบบหนึ่งที่จะต้องแก้ไข ที่จะต้องมี ส่วนร่วมกับรัฐสภา หรือมีส่วนร่วมกับทางรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ แต่สําคัญที่สุด ผมอยากเรียนท่านว่าสิ่งเหล่านี้ ผมก็อาจจะไม่เคยได้ยินใครเสนอในสภามาก่อนก็คือ การจัดให้มีกระบวนการเจรจาเพื่อสันติ ผมนี่เปึนคนโชคดีมากวันนั้นผมได้นั่งใกล้ กับท่านไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ท่านสมาชิกรัฐสภาแบบสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ท่านเล่าให้ที่ประชุมฟังว่าที่ประเทศสเปนมีการรบราฆ่าฟันกัน มีการแตกต่างทางความคิด ระหว่างภาคเหนือและภาคใต้ ปรากฏว่ามีองค์กรหนึ่งเข้าไปเจรจาแล้วในที่สุด ประเทศสเปนก็สงบ ตั้งแต่วันนั้นมาจนถึงวันนี้ ผมก็ โอ้โฮ พอได้ยินก็ถือว่าเปึนบุญหู แล้วก็ มาเห็นคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เสนอก็ดีใจว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านประธานชัย ชิดชอบ ท่านผู้เกี่ยวข้องท่านน่าจะทําได้แล้วนะครับ หาทางให้รัฐสภาก็ดี หรือให้สถาบันต่าง ๆ ที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสนอ เจรจากับเสื้อแดงที เจรจากับเสื้อเหลืองที ความจริงถ้าใช้ระบบเจรจาผมว่าช่วยได้นะครับ
ส่วนข้ออื่น ๆ นั้นรวมไปถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญผมได้กราบเรียน ท่านประธานแล้ว พี่น้องประชาชนนั้นอยากเห็นการเมืองเปลี่ยนแปลง อยากเห็นสิ่งที่ นักการเมืองที่เปึนต้นแบบ เปึนตัวอย่าง ทุกวันนี้เราเล่นการเมืองระดับชาติ ไประดับ จังหวัด ไประดับตําบล ถ้าหากว่าระดับชาติเปึนอย่างนี้ก็จะถูกลอกเลียนแบบไปถึงระดับ ตําบล แล้วประเทศชาติเราก็จะยิ่งเสียหายอย่างย่อยยับ ผมก็ขอกราบเรียนท่านประธาน รัฐสภานะครับว่าเราจะต้องใช้มติหรือว่าข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการ ปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปดําเนินการอย่างจริงจังนะครับ ไม่ใช่พูดกันวันนี้แล้วเราก็เลิก หรือว่าพูดกันวันนี้แล้วก็ถ่วงเวลา หรือว่าพูดกันวันนี้แล้วเรา ก็ไม่ทําอะไร สิ่งเหล่านี้ก็จะทําให้เกิดความเสียหายในระยะยาวต่อประเทศชาติ ขอบคุณมากครับ