รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๖ กันยายน ๒๕๕๒

ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้และเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติของชาติ พร้อมแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อความสามัคคีของประชาชน นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาของเกษตรกร การศึกษา คนว่างงาน และการลงทุนในประเทศ มากกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๑๐ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งทุก ๆ ท่านเปึนผู้ทรงคุณวุฒิ มีประสบการณ์มากมาย ทุกท่านมีความเห็น มีจิตสํานึก และทัศนคติมุมมองที่แตกต่าง แต่ผมเชื่อว่าในช่วง ๓-๔ เดือนที่ผ่านมา กรรมการทั้ง ๓๘ ท่านมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันครับ ท่านกรรมการ มีความปรารถนาดีต่อสังคมไทย ซึ่ง ณ ขณะนี้กําลังแตกแยก ไทยกับไทยกําลังหน้ามืด แบ่งฝักแบ่งฝ์าย เอาชนะกันด้วยอารมณ์ ท่านกรรมการทั้ง ๓๘ ท่านได้ใช้เวลา ใช้สติปัญญา ใช้ความสามารถของท่าน และผมคิดว่ามีเจตนาบริสุทธิ์ที่จะหาทางออกให้ ประเทศไทย ผมต้องขอขอบคุณท่านกรรมการแทนพี่น้องในเขตพื้นที่ของผม ที่ท่าน ได้ศึกษาปัญหาและประเด็นต่าง ๆ อย่างละเอียด เพื่อหาแนวทางและทางออกให้กับ ประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านกรรมการได้วางแนวทางปฏิรูปการเมือง ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางมาตรา แล้วก็แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผมขอแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ เพราะเปึนเรื่องที่ประชาชนในพื้นที่ ของผมไม่เข้าใจเปึนอย่างยิ่งว่าเหตุใดประเด็นที่ไกลจากปากท้องของพี่น้องประชาชน จึงถูกหยิบยกขึ้นมาเปึนเงื่อนไขให้ดําเนินการก่อน ในการแก้ไขวิกฤติของชาติ ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ของผมเขตทุ่งครุ เขตราษฎร์บูรณะ เขตบางขุนเทียน เขตบางบอน กว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เห็นว่าปัญหา ของวิกฤติเศรษฐกิจซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับรายได้ประจําวันของเขาเปึนปัญหาใหญ่ ของประเทศ ทุกวันนี้จะมีอะไรกิน เดือนนี้รายได้จะพอกับค่าใช้จ่ายหรือไม่ ชีวิตจะดีขึ้น หรือเปล่า ปัญหาของอาชญากรรมซึ่งเกิดจากพิษของเศรษฐกิจจะลดน้อยลงหรือเปล่านี่ คือปัญหาที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจมากกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ผมก็เข้าใจครับ เมื่อคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเปึนภารกิจเร่งด่วนในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เปึนการถอด สลักชนวนระเบิดเวลาโดยท่านเชื่อว่าถ้าหากถอดสลักนี้แล้วปัญหาวิกฤติจะถูกยับยั้ง และไม่ระเบิดขึ้นมาได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมในบางมาตราจะเปึนเครื่องมือสําคัญ ที่พาให้ประเทศของเราหวนกลับเข้ามาสู่ความสมานฉันท์ มีความสามัคคีปรองดองรักใคร่กัน นําความสงบสันติสุขกลับมาสู่ประเทศ ผมเองก็เคลิบเคลิ้มไปกับความฝันดีของ ท่านคณะกรรมการ แต่ก็ต้องมาตกใจตื่นเมื่อได้วิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง ที่มาของความคิด แนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลายกระแสสื่อให้ทราบว่าข้อเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาจจะมาจากผู้ที่มองเห็นประโยชน์ของส่วนตนหรือของพวกพ้องเปึนหลัก ไม่ได้คํานึง หรือใส่ใจถึงความสุข หรือความต้องการของพี่น้องประชาชน และที่ชัดเจนครับ มีการ กดดันให้คลี่คลายกติกาทางการเมืองซึ่งเข้มงวดอยู่แล้ว โดยหวังจะเอื้อหรือเพื่อเพิ่ม ความสะดวกให้การดํารงสถานะทางการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ คณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ว่าคณะไหน กลุ่มไหน จะอัจฉริยะขนาดไหนก็ไม่สามารถบัญญัติ รัฐธรรมนูญที่ไม่มีที่ติหรือว่าเปึนที่ขัดแย้งไม่ยอมรับของสังคมได้ รัฐธรรมนูญบางฉบับ มีมาตราหลายมาตราที่วิเศษดีมาก แต่เมื่อสังคมและกาลเวลาเปลี่ยนไปมาตราเหล่านั้น ก็ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุด การแก้ไขรัฐธรรมนูญเปึนเรื่องที่ไม่ผิดปกติ ไม่ผิดธรรมชาติ ถ้าหากการแก้ไขนั้นสามารถยอมรับว่าทําให้พี่น้องประชาชนมีสุขมากขึ้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ผมกังวลว่าถ้าแก้ไขไปแล้วจะมีผู้ต่อต้านสร้างความแตกแยก มากกว่าเดิมเสียอีกครับท่านประธาน เพราะว่ามีเหตุผลสําคัญเพียงประการเดียวคือให้ ประชาชนที่มีอคติต่อกันกลับมาสมานฉันท์กันเพื่อผลประโยชน์ของคนกลุ่มหนึ่งแค่นั้นเอง

ท่านประธานครับ ผมว่าเราไม่ควรวิตกจริตกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมว่า แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนั่นคือการแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศชาติครับ ในขณะนี้รัฐบาล ชุดนี้ก็ได้ดําเนินการอยู่และได้เห็นผลดีขึ้นไม่ว่าจะเปึนตัวเลขของคนว่างงาน จีดีพี หรือว่า การลงทุนของต่างประเทศ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ผลักดันแล้วก็อัดฉีด โครงการต่าง ๆ อย่างสร้างสรรค์มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาเพื่อประโยชน์ของสังคม อย่างแท้จริงทั้งที่ขณะนี้เงินอัดฉีดของภาครัฐยังไม่ไหลเข้าสู่รากหญ้าอย่างเต็มที่ ผมเชื่อว่าถ้าเผื่อเงินสดในตลาดมีการหมุนเวียนมากขึ้น ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อ รายย่อยมากขึ้นสถานการณ์เศรษฐกิจจะไม่กลับไปเลวร้ายเหมือนที่เคยผ่านมา ผมว่า เรามาระดมสมองแก้ไขปัญหาใหญ่ ๆ ของประเทศเช่น ปัญหาของเกษตรกร ปัญหา การศึกษา ปัญหาคนว่างงาน และปล่อยให้ผู้เชี่ยวชาญที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนมาแก้ไข รัฐธรรมนูญใช้เวลากับมันดีกว่าครับ ท่านประธานที่เคารพครับ แม้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในความเห็นของผมจะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนแต่การปฏิรูปการเมืองก็เปึนเรื่องที่สําคัญและต้อง ดําเนินการอย่างต่อเนื่อง ผมอยากเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับอํานาจขององค์กรอิสระ แล้วก็อํานาจของตุลาการสักนิดหนึ่งนะครับ ท่านคณะกรรมการได้มีการชูประเด็น ปัญหาจากรายงานของท่านและมีข้อสรุปว่า องค์กรอิสระมีอํานาจมากเกินไป ที่แย่ ไปกว่านั้นครับท่านประธาน ท่านคณะกรรมการสรุปว่า ศาล หรือฝ์ายตุลาการก็มีอํานาจ มากเกินไปด้วย ควรลดบทบาทของฝ์ายตุลาการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับฝ์ายบริหารและนิติ บัญญัติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมองเห็นว่าองค์กรอิสระไม่ใช่อํานาจที่ ๔ อย่างที่ท่านคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญสรุป การที่รัฐธรรมนูญกําหนดให้มีองค์กรอิสระเพื่อสะดวกต่อการตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการใช้อํานาจของทั้ง ๓ ฝ์าย ฉะนั้นผมคิดว่าองค์กรอิสระ ไม่ควรไปผูกหรือเสริมอํานาจอยู่กับฝ์ายใด วันนี้องค์กรอิสระก็มีอํานาจชัดเจนอยู่แล้ว ในการลงโทษผู้กระทําผิด ถ้าเรามองเห็นว่าการลงโทษนั้นรุนแรงมากเกินไปก็ต้องแก้ไข บทลงโทษ ไม่ใช่ไปลิดรอนสิทธิหรืออํานาจขององค์กรอิสระ ในส่วนของเรื่องของอํานาจ ตุลาการผมรู้สึกผิดหวังที่ท่านคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญเสนอให้ลดบทบาทของตุลาการในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่า ฝ์ายบริหาร ฝ์ายนิติบัญญัติหรือฝ์ายองค์กรอิสระ สําหรับประเทศของเราที่ประชาธิปไตย ยังอ่อนแอสถานการณ์ทางการเมืองยังเปราะบาง การที่เรามีตุลาการไม่หิวโหยในอํานาจ มีความปรารถนาดีต่อประเทศชาติ มีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ย่อมเปึนเสาหลัก ที่ดีของประเทศชาติครับ ที่ผ่านมาวิกฤติต่าง ๆ สรุปให้เห็นว่าฝ์ายตุลาการได้เปึนผู้ดูแล หลักนิติธรรม สร้างความอุ่นใจให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยได้เปึนอย่างดีครับ ท่านประธานครับ ทุกวันนี้คู่ค้าของเราเฝัาดูความมั่นคงในหลักนิติธรรมควบคู่ไปกับ เศรษฐกิจของประเทศ เสถียรภาพทางการเมือง เศรษฐกิจไม่ดีก็พอรับได้ว่าเปึนวัฏจักร การเมืองวุ่นวายก็เปึนเรื่องที่ไม่แปลกสําหรับประเทศที่กําลังพัฒนา แต่ถ้าหลักนิติธรรม เลอะเทอะ เราไม่สามารถหาคู่ค้าได้ครับ ผมว่า ณ ขณะนี้เราควรหาเวลามาแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจแทนที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ ขอบคุณครับ