ประเสริฐ ชิตพงศ์ หารือเรื่องการปฏิรูปการเมือง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง วัฒนธรรมทางการเมือง บทบาทของภาคส่วนต่าง ๆ และหลักนิติธรรม เพื่อลดความขัดแย้งในสังคม และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการเมือง
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดสงขลา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา แล้วก็ในฐานะที่เปึนกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วก็ได้รับมอบหมายให้เปึนอนุกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษา แนวทางการปฏิรูปการเมือง ขออนุญาตท่านประธานที่จะขอแสดงความเห็น ต่อการอภิปรายต่าง ๆ ที่ผ่านมาจนถึงเวลานี้ก็ขออนุญาตเรียนว่าในคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราได้มีความเห็น สอดคล้องกันอยู่ว่าความขัดแย้งของสังคมส่วนใหญ่ในขณะนี้ที่เปึนอยู่นั้น ก็คือมาจาก การเมืองที่เปึนอยู่ในปัจจุบันนี้ แล้วรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่เปึนประเด็นหลักของความขัดแย้ง ที่มีอยู่ในขณะนี้ อันนี้ประมวลจากสถานการณ์แล้วก็สภาพการณ์ต่าง ๆ ทีนี้การเมือง ที่จะต้องเปึนอยู่เราก็มองว่าอาจจะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงจนถึงขั้นที่เรียกว่า ปฏิรูปการเมือง ทําให้เรามีคณะอนุกรรมการชุดเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการปฏิรูป การเมืองขึ้นมาด้วยในคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการ แก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ ซึ่งในส่วนของการปฏิรูปการเมืองนั้นเราก็ได้มีการนําเสนอไว้แล้วใน รายงานว่าอย่างน้อยที่สุดน่าจะปฏิรูปการเมืองในแนวทางใดบ้าง ซึ่งอันนั้นไม่ใช่เรื่องทั้งหมดที่พูดถึง ที่ควรจะพูดถึงในเรื่องของการปฏิรูปการเมือง พูดไว้ เพียงบางส่วนเท่านั้นนะครับ แล้วก็สิ่งที่ได้นําเสนอไว้ก็คิดว่าเปึนเรื่องสําคัญที่จะไป สอดคล้องกับเรื่องของการที่ว่าแล้วเราจะปฏิรูปอะไร เรื่องสําคัญที่ต้องปฏิรูปก็คือเรื่องของ โครงสร้างทางการเมืองอย่างที่ปรากฏในรายงาน วัฒนธรรมทางการเมืองที่เปึนอยู่ บทบาทของภาคส่วนต่าง ๆ ทางการเมือง แล้วก็หลักนิติธรรมต่าง ๆ ที่นําเข้าไปสู่การเปึน นิติรัฐ ซึ่งตรงนี้เองเปึนหัวใจสําคัญที่เราคิดว่าเราต้องมาดูแลกันในเรื่องของการปฏิรูป การเมือง เพื่อที่จะให้สอดคล้องกับการที่ว่าเราจะลดความขัดแย้งลงหรือไม่ ประการใด เพราะอย่างที่ผมได้เรียนแล้วว่าความขัดแย้งนั้นเราวิเคราะห์กันแล้ว ก็คือมาจากเรื่องของ การเมืองที่เปึนอยู่ และรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ ทีนี้สิ่งที่เปึนปัญหาทางการเมือง และจนถึง การที่จะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในเรื่องทางการเมือง จนถึงขั้นที่จะต้องปฏิรูป ผมคิดว่าหลายเรื่องที่ท่านทั้งหลายได้กรุณาให้ความเห็นไปแล้ว และในประเด็นที่ทาง กรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้ให้ข้อสังเกตไปแล้วนั้น บางเรื่องรัฐบาลก็สามารถทําได้เลย โดยไม่จําเปึนที่จะต้อง ไปถึงขั้นแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วที่ฟังจากวันนี้หลายท่านก็ได้ยกประเด็นสําคัญ ๆ ขึ้นมา ซึ่งก็ไม่ใช่เปึนเรื่องที่จะต้องไปแก้รัฐธรรมนูญ มันเปึนเรื่องที่สามารถจะดําเนินการ ไปได้เลย ซึ่งก็ตรงกับที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ให้ความเห็นไว้แล้วด้วย เพราะฉะนั้นก็เลยมีความคาดหวังว่า บางประเด็น บางประการ เราคงจะต้องมาช่วยกันผลักดันให้เกิดการดําเนินการได้เลย โดยไม่ต้องรอที่จะต้องไปแก้รัฐธรรมนูญ เพราะว่ามันไม่ใช่เปึนเรื่องที่จําเปึนต้องไปแก้ รัฐธรรมนูญ เพียงแต่ต้องการผลักดันอย่างจริงจัง ทั้งในเรื่องโครงสร้าง ทั้งในเรื่อง วัฒนธรรมทางการเมือง ทั้งในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของภาคส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ เปึนต้นนะครับ อย่างไรก็ตามนะครับ ผมก็อยากเรียนว่าฟังวันนี้แล้วก็รู้สึกว่ายังมีการพูด ถึงการปฏิรูปทางการเมืองอยู่น้อย ส่วนใหญ่มุ่งไปที่จะต้องแก้รัฐธรรมนูญกันอย่างเดียว ซึ่งผมคิดว่าการแก้รัฐธรรมนูญอาจจะไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหาทั้งหมดที่มี ความขัดแย้งกันอยู่ การปฏิรูปการเมือง ทั้งการปฏิรูปนักการเมือง การปฏิรูป พรรคการเมืองและการปฏิรูปวัฒนธรรมทางการเมืองอะไรต่อมิอะไรต่าง ๆ คงจะต้องให้ ความสําคัญ แล้วก็เดินหน้าไป อาจจะล่วงหน้าด้วยซ้ําไป ล่วงหน้าการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตว่าหากท่านทั้งหลายได้ช่วยกันให้ความสําคัญ กับการปฏิรูปการเมือง ซึ่งน้ําหนักจะไปอยู่ที่พรรคการเมือง นักการเมือง และวัฒนธรรม ทางการเมืองก็น่าจะช่วยให้ความขัดแย้งต่าง ๆ ลดลงมาได้พอสมควร และส่วนการ แก้รัฐธรรมนูญที่พึงจะมีขึ้นก็อาจจะเปึนเรื่องจําเปึน แต่ว่าถ้าเราจะรอถึงกระบวนการ และขั้นตอนนั้น ซึ่งยังมีความเห็นขัดแย้งกันอยู่มันอาจจะช้าไปด้วยซ้ํา เพราะฉะนั้น ข้อสังเกตที่ผมอยากจะมีต่อการที่ได้รับฟังท่านทั้งหลายในวันนี้ และถ้าเปึนไปได้ ในวันพรุ่งนี้ที่เราจะพูดกันต่ออีก ๑ วัน ก็น่าจะเปึนเรื่องที่ควรจะให้ความสําคัญกับเรื่อง ของการปฏิรูปทางการเมือง เพื่อจะทําให้เกิดความสมานฉันท์ขึ้นมาได้ แล้วก็นําเข้าไปสู่ การปรับแก้รัฐธรรมนูญบางมาตรา ถ้าหากว่าประเด็นต่าง ๆ ที่เราพูดถึง ที่เปึนปัญหา ทางการเมือง และจําเปึนต้องปฏิรูปการเมืองนั้นมันเปึนประเด็นที่ว่าถ้าเราจะแก้ได้ต้องไป แก้รัฐธรรมนูญ ตรงนั้นละผมถึงคิดว่าเปึนประเด็นที่จะต้องให้ความสําคัญกับการแก้ รัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นก็เลยขอตั้งข้อสังเกตว่าอยากจะให้ท่านทั้งหลายได้ช่วยพูด ในเรื่องของปัญหาทางการเมืองของเราอยู่บ้าง ซึ่งปัญหาบางประการมันไม่ใช่เปึนปัญหา เรื่องรัฐธรรมนูญ และปัญหาบางประการก็อาจจะมีความเชื่อมโยงกับการที่จะต้องปรับแก้ รัฐธรรมนูญบ้าง แล้วเราถึงค่อยไปพูดกันว่า ถ้าอย่างนั้นต้องแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งจริง ๆ การทําหน้าที่ของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญนั้น เราเคยมองกันว่าความสมานฉันท์เปึนเรื่องสําคัญในภาวการณ์ขณะนี้ เราให้มันเปึนหัวของการแก้ปัญหาคราวนี้ ส่วนตรงกลางซึ่งหมายถึงเปึนตัวก็คือการปฏิรูป การเมือง แล้วกระดิกที่หัวก่อน แล้วตรงกลางก็จะเริ่มจะขยับ แล้วถึงค่อยไปดูที่ส่วนท้าย คือต้องไปแก้รัฐธรรมนูญไม่อย่างนั้นจะทําให้หัวกับตัวเคลื่อนตัวไม่ค่อยได้ ก็ต้องไปแก้ รัฐธรรมนูญ แต่ในสภาพความเปึนจริงที่เปึนอยู่ในขณะนั้น ในเวลา ๔๒ วัน ที่เราทํานั้น เรามองว่าการแก้รัฐธรรมนูญควรจะเปึนส่วนหาง ปรากฏว่าหางกระดิกแรงมากครับ หัวนี้ยังรู้สึกว่าเดี๋ยวละ เราระมัดระวังกันสักหน่อยก่อน ตรงกลางก็ต้องค่อย ๆ มาดู ประเด็นต่าง ๆ แต่หางนี้ พรึ่บพรั่บเลยนะครับ แล้วถึงเวลาเข้าที่เราจะต้องหาบทสรุป เราก็เลยต้องสรุปที่หางครับ คือแก้รัฐธรรมนูญ เราไม่ได้ไปปรับที่หัวเพื่อไปดูประเด็น สมานฉันท์ และเราไม่ได้ไปปรับที่ตัวว่าแล้วการเมืองต้องแก้อะไรบ้าง แล้วถึงค่อยไปให้ หางกระดิก แต่ปรากฏว่าหางมันกระดิกแรงไปหน่อย เพราะฉะนั้นมาถึงวันนี้ผมคิดว่า ในการอภิปรายกันตอนนี้ก็ยังเปึนเรื่องที่ยังอยู่ที่ส่วนหางนะครับ คือเปึนไปได้ไหมที่เราจะ ช่วยกันพูดส่วนหัวคือสมานฉันท์ ส่วนกลางคือตัว คือปฏิรูปการเมืองเสียก่อนแล้วบอกว่า ถ้าความสมานฉันท์และส่วนกลางคือตัวนี้จะทําอย่างไรให้ทั้งส่วนหัวและส่วนกลางอยู่ได้ พัฒนาการไปได้นี่ แล้วมีรัฐธรรมนูญมาตราใดเปึนข้อจํากัดอยู่ แล้วเราไปแก้รัฐธรรมนูญ นั่นละถึงค่อยไปกระดิกที่หาง เพราะฉะนั้นหากเปึนไปได้ วันพรุ่งนี้ขอความกรุณาว่า ถ้าเราช่วยกันพูด ส่วนหัวคือสมานฉันท์ ส่วนกลางคือปฏิรูปการเมือง แล้วค่อยไป ให้หางกระดิก น่าจะเปึนแนวทางที่ดีนะครับ เพราะวันนี้ผมฟังแล้วยังกระดิกที่หาง อยู่เหมือนเดิมนะครับ ก็ขอขอบคุณมากนะครับ