ฐิติมา ฉายแสง พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีแนวคิดว่ารัฐธรรมนูญควรเป็นกฎหมายสูงสุดและมีประโยชน์ต่อสาธารณะ เธออภิปรายถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้มีการแก้ไขเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ นอกจากนี้ เธอยังเสนอแก้ไขมาตรา 237 และสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมือง
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ท่านประธานคะ ก่อนอื่นดิฉัน ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภาที่ได้บรรจุเรื่องนี้เข้าสู่สภาร่วมกันของ ทั้ง ๒ สภา ทั้ง ส.ว. และ ส.ส. จริง ๆ แล้วเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ถ้าจะให้ดี และดูดีกว่านี้ควรจะเปึนญัตติของประชาชนที่ยื่นมาแล้ว ๗๐,๐๐๐ กว่าชื่อ จ่อในสภา แห่งนี้มานาน แต่ยังไม่ได้รับการบรรจุเสียที จริง ๆ ต้องเปึนญัตตินั้นถึงจะดีกว่า เพราะเปึน ของประชาชน นี่ในความคิดของดิฉัน แต่อย่างไรก็ตามวันนี้เรามาพูดจากันเรื่องการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ดิฉันก็มีแนวคิดอยู่ซึ่งอยากจะมาร่วมในการที่จะอภิปราย ท่านประธานคะ รัฐธรรมนูญนั้นเปึนกฎหมายสูงสุดที่ใช้ในการปกครองประเทศ เปึนกฎหมายที่สําคัญที่สุด กฎหมายอื่นจะมาใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้ เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญจึงต้องมีศักดิ์ศรี ให้สมกับความเปึนกฎหมายสูงสุด นั่นหมายความว่ารัฐธรรมนูญจะต้องเปึนกฎหมายที่ดี มีประโยชน์ต่อสาธารณะ มีประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนให้สูงที่สุดและมาก ที่สุด แต่ท่านประธานคะ ในวันนี้ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. มาประชุมร่วมกันของรัฐสภาก็เพื่อ เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แต่มันแสดงให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ คงยังไม่ดี คงยังมีปัญหา คงยังไม่สามารถที่จะให้ประโยชน์ต่อสาธารณะ หรือประโยชน์ ต่อประเทศชาติและประชาชนได้สูงที่สุด จึงต้องมาอภิปรายกันในวันนี้ บางคนบอกว่า แน่นอนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นคือตัวปัญหาเลยละ ที่บ้านเมืองยุ่งเหยิงสับสนวุ่นวาย และแก้ไม่ตกก็เพราะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี่ละ แต่พี่น้องประชาชนบางคนก็บอกว่า เขาไม่เห็นจะเข้าใจเลยว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นเปึนตัวปัญหาอย่างไร เขาก็อาจจะ บอกว่าฉันก็เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา ปลูกพืชผัก ผลไม้ของฉันไป ฉันก็ทํามาหากินของฉันไป ฉันไม่เห็นจะเข้าใจเลย ฉันไม่สามารถที่จะโยงใยได้หรอกว่ามาตรานี้ของรัฐธรรมนูญ มันทําให้เกิดเรื่องแบบนั้น หรือว่ามาตรานี้ไปโยงกับมาตรานั้นแล้วจะเกิดปัญหาอะไร เขาบอกเขาไม่รู้เรื่อง เขาไม่เข้าใจ แต่เขาอยากให้บ้านเมืองสงบ เขาอยากขายของ ขายสินค้าเขาได้ เขาอยากจะมีเงินทองใช้เหมือนเมื่อก่อน บางคนบอกว่าฉันอยากจะมี งานทํา บ้านเมืองแย่แล้ว ฉันไม่มีจะกินอยู่แล้ว ทําอย่างไรดี ท่านประธานคะ ปัญหา ที่ดิฉันหยิบยกขึ้นมาเปึนปัญหาของพี่น้องประชาชนนั้น มันล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ทั้งสิ้น วันที่ ๑๖ วันที่ ๑๗ กันยายน ป้ ๒๕๕๒ ๒ วันนี้เปึนวันที่ ที่ประชุมแห่งนี้จะต้องมาพูดกันถึงเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ก่อนหน้านี้ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา อย่างเช่นคราวที่แล้วเราก็ใช้มาตรา ๑๗๙ ในการพูดคุยถึงปัญหาบ้านเมืองเรื่องการสลายการชุมนุม ดิฉันเองเปึนผู้หนึ่งซึ่งเสนอ แนวคิดไป ๓ ข้อด้วยกัน
ข้อที่ ๑ ที่เสนอกับรัฐบาลคราวที่แล้ว คือการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาที่เปึน กลางในการสอบสวนหาข้อเท็จจริง ในการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงในช่วง สงกรานต์เลือด ดิฉันเสนอไว้ข้อที่ ๑
ข้อที่ ๒ ดิฉันเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อได้ข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ ดิฉันก็เสนอ ข้อที่ ๓ ว่า เมื่อผ่านตรงนั้นแล้วก็ขอให้ยุบสภาให้การเลือกตั้งมีขึ้นมาใหม่ มอบอํานาจ ให้กับประชาชนอีกครั้งหนึ่ง ดิฉันก็ดีใจและขอขอบคุณรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่ทํา ไปแล้วตามที่ดิฉันเสนอ ๒ ข้อ ถึงแม้ข้อที่ ๑ คณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริงในการ สลายการชุมนุมยังไม่บรรลุผล ยังดําเนินการอยู่ แต่ข้อที่ ๒ สิคะเปึนข้อที่พวกเราได้เห็นแล้วว่ามีคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านก็นั่งอยู่บนบัลลังก์กันอยู่ อันนี้เปึน ๒ ข้อ ที่เกิดขึ้นแล้ว ถึงแม้ข้อที่ ๓ ยังไม่เกิด ซึ่งก็ยังไม่ควรจะเกิดควรจะแก้ไขก่อน ท่านประธานคะ อันนี้ละค่ะมันเปึนสิ่งที่เราคาดหวังจากคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ดี และจากสภาแห่งนี้ว่าจะทําให้การเมืองนั้นดีขึ้น มันเปึนอีกขั้นหนึ่งอย่างไรละคะ เปึนอีกขั้นหนึ่งที่เราจะทําให้มันเกิดขึ้น แต่เมื่อวานนี้ดิฉัน ได้ยินท่านประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ท่านได้ให้สัมภาษณ์ ท่านบอกว่าทําอะไรได้บ้างดีกว่าไม่ได้ทําอะไรเลย แต่จริง ๆ วันนี้ดิฉันอยากจะฟังท่าน ส.ว. ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ประธาน คณะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับท่าน ส.ว. ตวง อันทะไชย ประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางสร้าง ความสมานฉันท์ทางการเมืองของสังคมไทย ดิฉันอยากฟังท่านพูด ก็หวังว่าท่านคงจะ ได้พูด ดิฉันคิดอย่างนี้ค่ะว่ารัฐบาลชุดนี้คงจะไม่จัดการประชุมแห่งนี้จนกระทั่งถูกต่อว่า ว่าเปึนการซื้อเวลา ไม่ได้มีความจริงใจในการที่จะแก้ปัญหาบ้านเมือง ดิฉันหวังว่า คงไม่เปึนอย่างนั้น แล้วก็คงไม่ทําให้คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นทําเสียเวลาฟรี ๆ ไปเปล่า ๆ คงไม่เปึนอย่างนั้น เอาละค่ะ ถามว่าทําไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ตัวรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นมีปัญหาอย่างไร คําตอบก็คือว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น ไม่เปึนประชาธิปไตยที่แท้จริง ทีนี้ถามว่า ทําไมต้องไปเกี่ยวข้องกับประชาธิปไตยที่แท้จริง ท่านประธานคะ มันเกี่ยวข้องอะไร กับการทํามาหากินของพี่น้องประชาชน มันเกี่ยวข้องอะไรกับเศรษฐกิจของชาติอยากจะรู้นัก ประชาชนเขาเลือกตั้งคราวที่แล้ว วันที่ ๒๓ ธันวาคม เขาเลือกเพื่อที่จะให้ พรรคพลังประชาชนเปึนรัฐบาล เพราะเขาเลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ เพราะเขาคิดว่า นโยบายของพรรคพลังประชาชนนั้นเปึนนโยบายที่ดีมีประโยชน์ทําให้เศรษฐกิจ ของชาตินั้นดีขึ้น ทําให้ราคาพืชผลทางการเกษตรนั้นดีขึ้น ได้ราคา ทําให้คนยากคนจน คนรากหญ้าได้ลืมตาอ้าปากได้ แต่คนที่มาทําเผด็จการรัฐประหาร คนที่มีอํานาจ คนที่คลอดรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น เปึนคนที่เขาไม่ชอบ ไม่พอใจ เขาแพ้ เขากลัวถูกเช็กบิล (Check bill) เพราะฉะนั้นเขาจึงต้องหาวิธีการต่าง ๆ นานาทําให้ พรรคการเมืองคือพรรคพลังประชาชนที่ถึงแม้จะชนะการเลือกตั้งได้เปึนที่ ๑ อยู่ในสภาแห่งนี้ ก็ต้องแพ้ไปในที่สุด ไม่ได้เปึนรัฐบาลไปในที่สุด แล้วก็พยายามทําทุกวิถีทางให้พรรคที่แพ้ การเลือกตั้ง แพ้พรรคพลังประชาชนกลับมาเปึนรัฐบาล เพราะฉะนั้นเขาจึงใช้กลไก ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี่ละค่ะ มาตรา ๒๓๗ มาทําการยุบพรรคไปง่าย ๆ ท่านประธานคะ รัฐบาลชุดนี้ที่กําลังถึงแม้ว่าไม่มีนโยบายที่ถือว่าเปึนเด่นชัดของตัวเองเลย ได้บริหาร ราชการแผ่นดินก็ดีนะคะ โชคดีไป เพราะฉะนั้นการยุบพรรคมันง่ายเกินไปค่ะท่านประธาน การกระทําการที่ขัดแย้งต่อหลักประชาธิปไตย ขัดแย้งต่อความรู้สึกของประชาชน ขัดแย้ง ต่อความที่ประชาชนรู้สึกว่าเขานั้นได้เลือกพรรคพลังประชาชน แต่พรรคพลังประชาชน ไม่ได้บริหารต่อไป ยุบพรรคไปเสียง่าย ๆ นี่ละคะคือสิ่งที่มันขัดต่อความรู้สึก เขาจึง รู้สึกออกมา เขาจึงแสดงออกถึงความที่ว่าเขาไม่ชอบความไม่ยุติธรรม ไม่ยุติธรรม ต่อความคิดเห็นของเขา มาตรา ๒๓๗ จึงกําหนดการยุบพรรคไว้ง่ายจนเกินไป ถามว่า ง่ายอย่างไร ท่านประธานคะ มาตรา ๒๓๗ บอกไว้ว่า หากปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อ ได้ว่าหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคผู้ใดมีส่วนรู้เห็นหรือปล่อยปละละเลย หรือทราบถึงการกระทําที่ฝ์าฝ๋นต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. หรือระเบียบ หรือประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งก็ให้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งยุบพรรค เพิกถอนสิทธิของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ทุกคน ๕ ป้ ท่านประธานคะ มาตรานี้ต้องแก้ไข แล้วแก้ไขอย่างไร ก็แก้ไขให้เปึนความผิด เฉพาะตัว นั่นหมายความว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งท่านใดทําการฝ์าฝ๋นคนนั้นละคือคนที่ถูก เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเปึนเวลา ๕ ป้ก็ว่ากันไป เพราะฉะนั้นความยุติธรรมจะกลับคืน มาสู่สังคม เมื่อความยุติธรรมกลับคืนมาความสงบสุขก็กลับคืนมาสู่สังคมด้วย เช่นเดียวกัน แต่ถามว่าได้คนผิดไหมคะ ได้ไหม ได้ ได้คนผิดก็คือคนที่มีพฤติการณ์แบบนั้น หรือคนที่ทํา ให้เหตุการณ์ในการฝ์าฝ๋นนั้นเกิดขึ้น นั่นล่ะค่ะคือคนผิด สังคมก็ได้คนผิด แต่ระบบพรรค ยังเกิดขึ้นอยู่ ทีนี้ถ้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๗ เช่นเดียวกันนะคะท่านประธาน เช่นเดียวกันว่าหากในอนาคตเกิดเหตุแบบนี้กับพรรคประชาธิปัตย์บ้าง หรือเกิดเหตุแบบนี้ กับพรรคการเมืองใหม่ของกลุ่มพันธมิตรบ้าง รัฐธรรมนูญจะมาเหมารวมเข่งแบบที่ พรรคไทยรักไทย หรือพรรคพลังประชาชนโดนไม่ได้แล้ว เพราะแก้รัฐธรรมนูญแล้ว ถ้าเกิดเหตุการณ์กับ ๒ พรรคนี้ คนเสื้อเหลืองหรือคนที่ไม่พอใจของพรรคประชาธิปัตย์ก็ดี จากตัวอย่างที่ดิฉันหยิบยกก็จะไม่ต้องออกมาชุมนุมประท้วง คนเสื้อเหลืองกลุ่มพันธมิตร ก็ไม่ต้องออกมายึดสนามบินให้มันเกิดปัญหากับบ้านเมืองอีก ไม่ต้องมี เมื่อบ้านเมือง ไม่สงบ ท่านประธาน บรรยากาศการลงทุนค้าขายต่าง ๆ มันก็หยุดชะงักไม่เกิดขึ้น คนไทย เปึนนักลงทุนก็ดี หรือคนต่างชาติที่เปึนนักลงทุนก็ดี เขาจะไม่มาลงทุนถ้าบ้านเมืองไม่สงบ เศรษฐกิจของชาติโดยรวมก็จะไม่ดี ผู้คนก็ยังต้องตกงานอยู่ ขายสินค้าก็ไม่ได้ราคา ภาพพจน์ประเทศก็ด้อยลง ขายสินค้าไม่ได้ราคา คู่แข่งขันเขาก็เลยไปลงทุน ต่างชาติ ไปลงทุนประเทศอื่นเสียดีกว่า เพราะฉะนั้นแก้ปัญหาโดยการแก้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๒๓๗ นี้เสีย เพื่อนําความสงบสุขกลับเข้ามา เพราะฉะนั้นมาตรานี้จึงเปึนมาตราที่ ตรงกับคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ เสนอไว้ค่ะท่านประธาน นําความสงบสุขกลับมาสู่ประเทศชาติ
ทีนี้ถามว่าถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญท่านประธาน มันจะเกิดอะไรขึ้น มันจะเกิด ความยุ่งเหยิง สับสน วุ่นวายอยู่ในสังคมเหมือนเดิม เพราะอะไร เพราะว่านายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้รับการยอมรับจากหลาย ๆ คน เวลาไปไหนมาไหนก็ไม่สบายใจ อาจจะโดน เหมือนคราวที่แล้วก็ได้ ไปที่พัทยาก็โดนทุบรถ หรือไปลพบุรีล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็โดน ปลาร้าขว้างเอา ต้องมานั่งหาตํารวจเปึนหลายพันนายเพื่อคุ้มครอง และลองดูสิคะลองไป จังหวัดอุดรธานีสิคะจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ดิฉันคิดว่าคงยุ่งเหยิง แล้วตํารวจเขาก็บอก มาแล้วนะคะว่า เขาก็คงไม่อยากที่จะคุ้มครองอะไรเท่าไรแล้ว เพราะเขากลัวว่าถ้าเขาไป ทํามาก หรือว่าเกินไปกับผู้ชุมนุมเขาอาจจะถูกร้องต่อข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จาก ป.ป.ช. ถูกปลดออก ไล่ออกก็ได้ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวนี้ชาวบ้านเขาก็เลยบอกว่า เห็นท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในทีวีทีไรเขาเอารองเท้าขว้าง หรือไม่เขาก็ เปลี่ยนช่องทุกทีเลย ดิฉันไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ท่านประธาน เพราะฉะนั้น การบริหารราชการมันก็จึงยากลําบากอยู่ ท่านประธานคะ การเสนอขอแก้ไข มาตรา ๒๓๗ นั้น ดิฉันเองถือว่าเปึนเรื่องที่เปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนด้วยซ้ํา ไม่ได้ทําเพื่อประโยชน์ส่วนตัวแต่อย่างใดเลย แม้จะมีกลุ่มคนบางคนออกมาคัดค้านที่ ส.ส. และ ส.ว. รวมตัวกัน ๑๕๒ คน ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ออกมาคัดค้านจะถอดถอน ส.ส. กับ ส.ว. ด้วยซ้ํา อันนี้เปึนตัวอย่างท่านประธาน เปึนตัวอย่างที่คณะรัฐประหาร วางกับดักทิ้งเอาไว้ เพื่อทําลายฝัืงตรงข้าม เพราะกรณีนี้ ส.ส. ส.ว. ทําตามหน้าที่ ที่รัฐธรรมนูญให้ไว้ด้วยซ้ํา นั่นคืออะไร คือการยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญตามหมวด ๑๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ซึ่งเปึนไปตามกฎหมาย แต่มันไม่ถูกใจ คนบางคน ไม่ถูกใจคณะบางคณะที่มีอํานาจแฝงอยู่นั่นเอง เพราะฉะนั้นจึงพยายามหา ช่องทางกันเปึนทอด ๆ ท่านประธานลองคิดดูว่าถ้าหากเรื่องนี้คดีไปถึงการไต่สวนและถูก ส่งไปยัง ส.ว. ดิฉันว่ามันบรรลุผล ร้อยเปอร์เซ็นต์เลย อย่าให้เกิดขึ้นอย่างนั้นเลย มันเปึน การทําลายล้างฝ์ายตรงข้ามด้วยองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งองค์กรอิสระนี้ ก็ถูกแต่งตั้งไว้โดยคณะรัฐประหาร และยังคงทําหน้าที่นี้สนองตอบต่อความต้องการของผู้ ที่มีอํานาจที่มองไม่เห็นนั้นเอง ท่านประธานคะ กลุ่มคนที่มาคัดค้านการแก้ไข รวมทั้ง คณะกรรมการบางท่านในองค์กรอิสระ หรืออดีต สสร. ที่ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้ ออกมาคัดค้านนั้นอาจจะเปึนแนวคิดที่ไม่เข้าใจถึงประชาธิปไตยแบบตัวแทนอย่างแท้จริง เพราะเมื่อประชาชนส่วนหนึ่งเขาเห็นว่ามันมีปัญหาในสังคม มันมีความขัดแย้ง และอุปสรรคในการที่จะให้มันแก้ไขกันได้ มันคือตัวกฎหมายนั่นเอง มันคือตัวรัฐธรรมนูญ เอง มันก็สมควรที่จะแก้ไข ดังนั้นการแก้ไขมันจึงไม่น่าจะเปึนเรื่องต้องห้ามแต่อย่างใด แต่การแก้ไขนั้นมันต้องทําตามรัฐธรรมนูญ เราเคารพรัฐธรรมนูญ มันกําหนดไว้ ในมาตรา ๒๙๑ ที่ให้หลักเกณฑ์ วิธีการแก้โดย ๔ กลุ่มประเภทด้วยกัน ครม. ส.ส. หรือ ส.ส. บวก ส.ว. หรือประชาชน เขาก็มีสิทธิยื่นเข้ามา ชื่อเกิน ๕๐,๐๐๐ ชื่อ เขาก็ยื่นเข้ามาได้ เพราะฉะนั้นการกระทําที่คัดค้านนี้จึงไม่น่าจะเปึนแนวคิดแบบประชาธิปไตย แต่เปึน แนวคิดแบบอํานาจนิยมหรือข่มขู่กันเสียมากกว่า เพราะว่าในระบบรัฐสภาเมื่อท่านเห็นว่า ญัตติใดไม่เหมาะสม ท่านก็ลงมติให้ญัตตินั้นตกไป มันเปึนวิถีทางประชาธิปไตย เปึนการปฏิบัติหน้าที่ที่มีเหตุมีผล ท่านประธานคะ ไม่ใช่ว่า ส.ส. ส.ว. มีอํานาจหน้าที่ ในการจะแก้ไขพิจารณาการแก้กฎหมายโดยตรง แต่กลับกลายเปึนถูกกล่าวหาว่า ทําเพื่อตัวเอง ทําผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๒ ท่านประธานคะจะมาถอดถอนกันเรื่องนี้ ดิฉันว่ามันเลอะเทอะสิ้นดี เลอะเทอะจริง ๆ แต่อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ปัจจุบันอะไร มันก็เกิดขึ้นได้ บ้านเมืองมันไม่ได้อยู่เปึนปกติสุขนักหรอกนะคะ มีอํานาจแฝงอยู่ เพราะฉะนั้นอะไรมันก็เกิดขึ้นได้ นักการเมืองฝ์ายตรงข้ามถ้าหลุดเข้าไปในกับดักนี้ เสร็จแน่ ผู้มีอํานาจที่มองไม่เห็นแค่ส่งสัญญาณให้ลูกสมุนบางคนดําเนินการ ดําเนินการ ให้เปึนไปตามเปัาหมายของเขา ต้องการให้กลุ่มอํานาจยังคงครองอํานาจต่อไป นี่ละค่ะ ดิฉันถึงขอสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอเข้ามาด้วย ๖ ประเด็น ดิฉันขอสนับสนุน แต่จริง ๆ แล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จะง่ายกว่า ดีกว่า เร็วกว่า แต่เอาละ เรามาพิจารณากันถึงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้ว มีคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งทํางานอย่างหนัก หลังขดหลังแข็ง เที่ยวถามประชาชนไปทั่ว เป่ดเว็บไซต์ มีตู้ ปณ. ให้ประชาชนได้มาแสดงความคิดเห็น เขาก็ทํางานกันอย่างหนัก ก็ต้องให้กําลังใจ เพราะฉะนั้นใน ๖ ประเด็นของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่คณะกรรมการสมานฉันท์ได้หยิบยกขึ้นมานั้นก็ถือว่าเปึนการเริ่มต้นที่ดี แต่จริง ๆ แล้วมันต้องแก้กันทั้งฉบับเต็มไปหมดเลย ท่านประธานคะ รายงาน ของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงถือว่าเปึนการดําเนินงานมาอย่างถูกต้อง ถูกเวลา ดิฉันจึงขอให้กําลังที่ดีอันนี้ แล้วก็ หวังว่าการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในครั้งนี้จะนําพามาซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ให้ได้จริง ๆ มีความจริงใจ จริงจังในการทํางานซึ่งกันและกัน แล้วก็หวังว่า ความสงบสุข ความเจริญก้าวหน้าของประเทศจะกลับมาอย่างโดยเร็ว แต่จริง ๆ แล้ว ดิฉันมีอีกหลายมาตราเหลือเกินที่อยากจะพูด เวลามันก็เหลือนิดเดียว คงจะต้อง ให้ท่านอื่นได้พูดบ้าง
มาตรา ๒๖๖ ก็เช่นเดียวกัน เปึนมาตราที่ดิฉันเองนั้นหยิบยกในช่วงที่มี ประชามติของรัฐธรรมนูญด้วยซ้ํา เพราะเปึนมาตราที่ ส.ส.นั้นไม่สามารถจะทํางานได้เลย ท่านประธานคะ การทํางานแก้ไขปัญหาให้ประชาชนนั้นจะมาหวังให้ ส.ส. พูดอยู่ในสภา เพื่อแก้ปัญหาให้พวกเขานั้นยากมาก กว่าเราจะมานั่งรอคิวทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี วันละ ๑๐ คน ได้ ๒๐ คน มี ส.ส. ตั้ง ๔๐๐ กว่าคน คนละ ๓ นาที เมื่อไรปัญหา ของประชาชนจะจบ แต่การที่ดิฉันเองเปึน ส.ส. จะไปติดต่อราชการแก้ไขปัญหา แม้กระทั่งผักตบชวาเต็มคลอง จะติดต่อกรมชลประทาน กรมชลประทานก็อาจจะบอกมา ได้ว่าท่านก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ราชการของผม ผิดมาตรา ๒๖๖ แล้วทําไม ท่านไม่ทํา แก้ปัญหาให้ประชาชนล่ะ ก็ท่านไม่ทํา ส.ส. จึงอยากจะทํา ตอนนี้ ส.ส. ทําแบบนั้นไม่ได้ ต้องมาพูดในสภา เพราะฉะนั้นมาตรา ๒๖๖ จึงต้องแก้ไขด้วยเช่นกัน ดิฉันจึงหยิบยกแค่เพียงมาตรา ๒๓๗ กับมาตรา ๒๖๖ เพื่อทําหน้าที่ตามมาตรา ๒๙๑ ค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ