พีระ มานะทัศน์ หารือเรื่องวิกฤติทั้ง 3 ด้านของประเทศ คือ วิกฤติทางการเมือง วิกฤติทางเศรษฐกิจ และวิกฤติทางสังคม โดยเสนอข้อเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 มาตรา เพื่อส่งเสริมความสงบของบ้านเมือง และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิรูปการเมืองและการสร้างความสมานฉันท์ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของสังคม
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายพีระ มานะทัศน์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดลําปาง ในฐานะสมาชิก รัฐสภา วันนี้นับว่าเปึนวันสําคัญของชาติ เมื่อเช้านี้ผมได้ฟังท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงถึง เรื่องความเปึนธรรม ได้ฟังบรรดาเพื่อน ส.ส. ส.ว. หลายท่านได้แสดงความคิดเห็น ในแง่มุมที่หลากหลาย ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เปึนเรื่องสําคัญกับประเทศชาติ ต้องยอมรับ ความจริงว่าประเทศชาติขณะนี้ประสบวิกฤติ ๓ ด้านคือ ๑. วิกฤติทางด้านการเมือง ที่กําลังถกเถียงกันในวันนี้ คนไทยมีความคิดเห็นขัดแย้งกันและมีความแตกแยก แบ่งเปึนสี เปึนกลุ่มมากมาย วิกฤติที่ ๒ คือวิกฤติทางเศรษฐกิจ ต้องยอมรับว่าขณะนี้ ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ ไม่ว่าจะเปึนคนที่อยู่ในเขตเมืองหรือคนที่อยู่ในชนบทห่างไกล เปึนชาวนา ชาวไร่ก็ตาม ต่างก็ประสบปัญหาเศรษฐกิจซึ่งเปึนปัญหาใหญ่ ไม่ทราบว่า เมื่อไรจะหลุดพ้นวิกฤติอันนี้ไปได้ วิกฤติที่ ๓ ก็คือวิกฤติที่เกิดกับสังคมไทยทั่ว ๆ ไป ขณะนี้ ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดก็ดี ปัญหาโจรผู้ร้ายก็ดี ปัญหาอบายมุขต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ล้วนแต่เปึนวิกฤติที่ประเทศชาติกําลังประสบอยู่
สําหรับในภาพที่ผมจะฉายให้ท่านได้มองเห็นภาพในขณะนี้มี ๔ ภาพ ด้วยกัน ในภาพแรกกระผมอยากสะท้อนให้เห็นถึงสภาพของคนไทยในขณะนี้นะครับ คนไทยอยู่ในภาวะที่เครียดครับ เครียดจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ของบ้านเมือง รวมทั้งปัญหา เรื่องปากท้องของตัวเองที่จะต้องดูแล ไหนจะเรื่องปัญหาของลูกที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ ยาเสพติด สําหรับในเรื่องของการเมืองนั้นผมคิดว่าขณะนี้สื่อต่าง ๆ ได้มีบทบาทสําคัญ ในการแพร่ข่าวต่าง ๆ โดยเฉพาะทางโทรทัศน์ ท่านเชื่อหรือไม่ว่าบางคนเสนอหน้าออกมา แล้วชาวบ้านป่ดทีวีทันทีเพราะรู้สึกไม่ชอบ อันนี้ก็เปึนภาพสะท้อนให้เห็นว่าคนไทย มีความรู้สึกทั้งทางบวกและทางลบ เพราะฉะนั้นสื่อมีบทบาทสําคัญที่จะช่วยกันทําให้ คนไทยหายเครียด จะเห็นได้ว่ารายการโทรทัศน์ขณะนี้ส่วนใหญ่ก็จะมุ่งไปรายการตลก หรือละครที่เราเรียกว่า ละครน้ําเน่า ที่มีภาพตบตีกันต่าง ๆ นะครับ อันนั้นก็เปึน การสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยอยู่ในภาวะเคร่งเครียด ไม่มีทางออก ในภาพที่ ๒ นะครับ ในเรื่องของระบอบประชาธิปไตย ถ้ามองภาพย้อนหลังตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ จนถึงปัจจุบัน ก็ประมาณ ๗๗-๗๘ ป้ด้วยกัน หลายท่านก็ได้พูดไว้แล้วว่าเราได้ใช้รัฐธรรมนูญจนถึง ปัจจุบันเปึนฉบับที่ ๑๘ ก็เรียกว่าประเทศไทยใช้รัฐธรรมนูญค่อนข้างเปลือง วนเวียน อยู่ในวัฏจักร ร่างขึ้นใหม่ใช้ไปสักระยะหนึ่งก็ฉีก แล้วก็กลับมาร่างใหม่อีก วันนี้ที่เรากําลัง พูดถึงกันเรื่องของรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องขอขอบคุณทางคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีท่านดิเรก ถึงฝัืง เปึนประธาน ท่านตั้งใจทําจนกระทั่งได้ข้อสรุป ข้อยุติ ผมคิดว่านั่นเปึนประโยชน์นะครับ ส่วนจะทําหรือแก้ไขด้วยมาตราใดนั้นก็คงต้อง ว่ากันอีกทีหนึ่ง แต่มาตราหลัก ๆ ท่านทั้งหลายก็คงจะเห็นแล้วว่ามันเปึนปัญหา อย่างเช่น มาตรา ๒๓๗ การยุบพรรคเหมือนกับการที่เราไปเผาบ้านของคนที่เปึนสมาชิกอยู่ มันก็เดือดร้อน เพราะว่าสมาชิกของพรรคก็ไม่ใช่มีเฉพาะนักการเมือง มีชาวบ้านอยู่ด้วย บางพรรคมีถึง ๑๐ ล้านคนขึ้นไป อย่างนี้เปึนต้น ทีนี้ผมเห็นว่าข้อเสนอที่ทาง คณะกรรมการสมานฉันท์ในเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๖ มาตรา ค่อนข้างจะเห็นด้วย เกือบทุกมาตรา ผมเองก็เปึนผู้หนึ่งที่ได้ยื่นญัตติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปด้วยเหตุผลที่ว่า อยากเห็นความสงบของบ้านเมืองนะครับ
สําหรับในภาพที่ ๓ รัฐธรรมนูญที่เรามักจะพูดกันมากก็คือการเปรียบเทียบ รัฐธรรมนูญที่ใช้ในป้ ๒๕๔๐ คือฉบับที่ ๑๗ กับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ป้ ๒๕๕๐ ทั้ง ๒ ฉบับนี้ก็มีทั้งข้อดี ข้อเสีย หลายท่านก็พูดมาแล้วว่า ป้ ๒๕๔๐ ทําให้รัฐบาลเข้มแข็ง มีเสถียรภาพที่ดี แต่จุดอ่อนก็คือการเข้าไปแทรกแซงองค์กรอิสระ การทุจริตคอร์รัปชันต่าง ๆ ก็คือจุดอ่อน ซึ่งเราคิดว่าใช้มาช่วงหนึ่งแล้วน่าจะได้มีการแก้ไข แต่พอดีเกิดเหตุการณ์ ปฏิวัติรัฐประหาร ป้ ๒๕๔๙ ก็ทําให้เปึนที่น่าเสียดายนะครับว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกฉีก ไปก็ได้ร่างฉบับป้ ๒๕๕๐ ขึ้น ก็มีทั้งจุดอ่อน จุดแข็งเลยครับ ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือว่า การทะเลาะเบาะแว้ง การแตกแยกกันเหล่านี้ก็เกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าทั้ง ๒ ฉบับที่มีการเปรียบเทียบกันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดี อย่างเช่น การแก้ปัญหาเศรษฐกิจถ้ารัฐบาลเข้มแข็งก็แก้ได้ง่าย จะเห็นได้ว่าเราสามารถ ที่จะใช้หนี้ ไอเอ็มเอฟ (IMF) ได้ก่อนเวลา อย่างนี้เปึนต้น นี่ผมยกตัวอย่างให้เห็นว่ามันมี ข้อดีอยู่ แต่ข้อเสียก็มีได้เรียนให้ทราบแล้ว
แต่ว่าอย่างไรก็ตามในภาพสุดท้าย ผมอยากจะชี้ให้เห็นว่านอกจากแก้ไข รัฐธรรมนูญแล้ว คงไม่สําเร็จหรอกครับที่จะแก้ไขปัญหาของชาติ คงจะต้องมองไปถึง ในเรื่องของการปฏิรูปการเมือง การสร้างความสมานฉันท์ อีก ๒ เรื่องที่รัฐบาลจะต้องให้ ความสนใจ การเจรจากันเปึนเรื่องที่ดีที่สุดที่จะลดปัญหาความขัดแย้ง เอาคู่กรณี มาเจรจากันให้ได้ แล้วก็มาคุยหารือกัน รัฐสภาหรือรัฐบาลจะเปึนเจ้าภาพ ผมไม่เกี่ยงนะครับ ขอให้งานนี้สําเร็จ แต่ว่าในเรื่องของการเจรจานั้นก็คงจะต้องมีหลักเกณฑ์ กฎ กติกา อะไร ที่ทําเพื่อชาติบ้านเมือง การปฏิรูปการเมืองก็เช่นเดียวกันนะครับ ผมคิดว่าเปึนเรื่องสําคัญ ที่จะนําให้ประเทศชาติไปสู่ความสงบเรียบร้อย ดังนั้นทั้งหมดนี้ก็เปึนการฉายภาพ เรื่องของการที่จะนําไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของสังคม ขอบคุณมากครับ