สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๓ กันยายน ๒๕๕๑

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญท่านนายแพทย์อสิครับ เชิญครับ

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี ส.ส. สตูล ประชาธิปัตย์นะครับ ผมอยากหารือ ท่านประธานในเรื่องทางหลวงสาย ๔๑๖ ซึ่งอยู่ระหว่างตําบลกําแพง อําเภอละงู ไปยัง อําเภอทุ่งหว้า มีถนนเสียหายเปึนอย่างมากครับจนเปึนที่น่าเปึนห่วงว่าจะเกิดอันตราย จากผู้ที่สัญจรไปมาอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งตอนแรกก็มีข่าวว่าจะมีการสร้างไปแล้ว ได้มีงบประมาณแล้วแต่ผ่านมาถึงตอนนี้มีข่าวออกมาอีกครั้งว่าไม่มีงบประมาณ เพื่อจะสร้าง ทางที่เสียนี้อยู่ที่ประมาณกิโลเมตรที่ ๒๐ ครับ ผมก็คิดว่าจะขอให้ ท่านประธานช่วยแจ้งไปยังผู้ที่รับผิดชอบให้ช่วยซ่อมแซมถนนทางหลวงสาย ๔๑๖ ระหว่างตําบลกําแพง อําเภอละงูไปยังอําเภอทุ่งหว้า เพื่อให้ผู้สัญจรไปมาได้รับ ความสะดวกและก็ได้รับความปลอดภัยด้วยครับ จะขอบพระคุณเปึนอย่างสูง ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ คุณหมอครับ เชิญคุณสุวโรช พะลัง ครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กราบขอบคุณท่านประธานครับที่ได้กรุณาให้ผมได้มีโอกาสได้หารือท่านประธาน คงมี ๒ เรื่องท่านประธานครับ

ในเรื่องที่ ๑ ครับ คงเปึนเรื่องเขตพื้นที่ ก็คือในเรื่องที่ผมเคยกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังครับท่านประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เรื่องการตั้งจุดผ่อนปรนชั่วคราวที่บริเวณตําบลรอบ ๆ อําเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ซึ่งเปึนรอยต่อระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน แล้วก็เคยกราบเรียนว่า มีรายละเอียดต่าง ๆ ไปแล้วนะครับ และท่านรัฐมนตรีเองก็บอกว่าได้มอบหมายให้ ผู้รับผิดชอบไปดําเนินการ บังเอิญวันนี้ท่านนั่งอยู่ก็เลยถือโอกาสกราบเรียนทวงถาม ในเรื่องนี้เพื่อที่จะให้มีการบันทึกไว้เปึนลายลักษณ์อักษร ในเรื่องแรกครับ

ในเรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ เปึนเรื่องของสภาเราต่อกรณีที่เกิดขึ้นจาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวานนี้ ซึ่งอันนี้ผมในฐานะส่วนตัวต้องชื่นชมท่านประมุข ท่านประธานสภาซึ่งได้กรุณา ได้เล็งเห็นถึงความสําคัญในเรื่องดังกล่าวว่าน่าจะมี เหตุการณ์ที่ไม่ดีไม่งาม ท่านก็เลยอาศัยตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เรียกประชุมรัฐสภา เพื่อที่จะรับฟังความคิดเห็น ให้ท่านนายกรัฐมนตรี ให้ฝ์ายบริหารได้รับทราบว่า ความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภามีความคิดเห็นต่อกรณีที่เกิดขึ้นนี้อย่างไร ซึ่งก็เปึนที่ น่าเสียดายนะครับท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ฟังความเห็นของสภาเลย เถียงทุกชอท (Shot) เถียงทุกครั้ง เถียงทุกเรื่อง จนกระทั่งหาข้อสรุปไม่ได้ เสียดายงบประมาณของสภา เสียดายเจตนาที่ดี ๆ ของท่านประธานรัฐสภา แล้วก็ที่สุดครับนํามาสู่เหตุการณ์ทําร้าย หลังจากวันนั้นมา แล้วก็เปึนที่เศร้าสลดทั้งบาดเจ็บ ทั้งสูญเสียชีวิต ท่านประธานครับ ฝ์ายบริหารจะคิดอย่างไรก็เรื่องของเขาอย่าไปสนใจเขาเลยครับ เอาฝ์ายรัฐสภาของเรา ฝ์ายสภาเราและท่านเปึนประมุข ท่านเปึนประธาน เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ครับ มันเปึนเหตุการณ์ที่สลดหดหู่ เปึนเหตุการณ์ที่นําความโศกเศร้ามาสู่พี่น้องประชาชน คนไทยทั้งประเทศไม่ว่าจะเปึนฝ์ายใด ซึ่งผมเชื่อว่าในสภาแห่งนี้และพี่น้องประชาชน คนไทยทั้งประเทศนะครับ ไม่อยากจะเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวแต่ประการใด แต่เมื่อเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นแล้ว ในฐานะที่เราเปึนฝ์ายนิติบัญญัติ อยากจะหารือท่านประธานครับ เปึนไปได้หรือไม่ถ้าหาก ท่านประธานในฐานะที่เปึนประมุขจะได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ในฐานะที่เปึนประมุขของฝ์ายรัฐสภาต่อกรณีที่เกิดขึ้นสักครั้งหนึ่ง หรือแสดงท่าที ต่าง ๆ ต่อกรณีดังกล่าวนี้ อย่างน้อย ๆ ก็เห็นว่าท่านประมุขฝ์ายนิติบัญญัติ เปึนตัวแทน ของพวกผม ไม่เห็นด้วยต่อกรณีที่เกิดขึ้นซึ่งมันเปึนเรื่องกรณีที่คนไทยฆ่าฟันกันเอง แต่เมื่อ เหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว ท่านก็ได้พยายามที่จะใช้สภามาเปึนแหล่งในการแก้ไขปัญหา แต่น่าเสียดายเหมือนที่ผมได้กราบเรียน เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดขึ้นแล้วนะครับเราก็ขอ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่อญาติ ต่อพี่ ต่อน้องของผู้บาดเจ็บก็ดี ของผู้สูญเสียชีวิตก็ตาม ซึ่งเมื่อวานนี้ผมได้ตามท่านผู้นําฝ์ายค้าน ท่านหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลวชิระ เห็นแล้วก็น่าเสียใจมาก แล้วก็ให้กําลังเขา แล้วก็บอกว่าเราเปึนคนไทยอย่าฆ่าฟันกันเลย เลือดมันก็เปึนเลือดคนไทยกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นก็เลยหารือท่านประธานในเรื่องที่ ๑

ในเรื่องที่ ๒ มันมีข่าวที่ผมคิดว่า ในฐานะที่เราอยู่ในสภาด้วยกัน และมีข่าว พาดพิงมาว่า มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางฝ์าย บางพรรคเข้าไปเกี่ยวข้องต่อกรณี ดังกล่าว ซึ่งเราก็มีกรรมาธิการสามัญอยู่แล้ว แล้วก็ท่านในฐานะที่เปึนประมุขและ เปึนเรื่องที่มีความสําคัญอยู่ในความสนใจของประชาชน เปึนไปได้หรือไม่ในเรื่องที่ ๒ ถ้าท่านจะได้กรุณาตรวจสอบข้อเท็จจริงจากข่าวที่ปรากฏ แล้วก็ตั้งกรรมการขึ้นมาหรือ จะดําเนินการประการหนึ่งประการใดในการที่จะไต่สวนหาความจริงให้ปรากฏว่า มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราเข้าไปเกี่ยวข้องกับฝ์ายหนึ่งฝ์ายใดต่อกรณี ที่บาดเจ็บและฆ่ากันตายของคนไทย ต่อกรณีที่เกิดขึ้นในคืนดังกล่าวนั้นหรือไม่ ถ้ามี ผมคิดว่าเรื่องดังกล่าวมันไม่เหมาะสมเลย ซึ่งเราเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะไปทํา ให้เกิดการสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิตต่อกรณีดังกล่าว และดําเนินการตามข้อบังคับต่อไป ก็เลยกราบเรียนหารือต่อท่านประธานทั้งหมด ๒ เรื่องด้วยกัน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านสุวโรชครับ ผู้ที่ยกมือนะครับ หลังจากที่ค้างคราวที่แล้ว มีรายชื่อดังต่อไปนี้ คุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล คุณพิษณุ หัตถสงเคราะห์ คุณเอกพจน์ ปานแย้ม คุณเรวัต และคุณสุธรรม มีอยู่ ๕ ท่าน ผมจะขออีกเพียง ๒ ท่านเท่านั้น นอกนั้นก็ขอค้าง คุณสุรพงษ์ก่อน เชิญครับ ขอสั้น ๆ หน่อยนะครับ เพราะว่างบประมาณเรายาวครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะหารือท่าน ๓ เรื่องด้วยกัน

เรื่องแรกคือวันนี้เรามานั่งออกกฎหมายพระราชบัญญัติงบประมาณ แต่กฎหมายที่ออกไปแล้วยังบังคับใช้ไม่ได้เลย เราจะมาเสียเวลาออกกฎหมายทําไม กันอีกครับ อายตัวเองบ้างครับ อันนี้เปึนประเด็นแรก เพราะวันนี้มีกลุ่มต่าง ๆ ออกมา ไม่เคารพกฎหมาย มาประท้วงมาชุมนุมกัน อ้างกฎหมายที่ตัวเองคิดว่าถูกต้อง บ้านเมือง อยู่ไม่ได้ อันนี้คือประเด็นแรก

ประเด็นที่ ๒ การอภิปรายที่ท่านประธานสภาได้เป่ดรัฐสภาร่วมกันเมื่อ ๒ – ๓ วันที่ผ่านมา เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาการชุมนุมประท้วง ผมเห็นว่าเพื่อนสมาชิกต่างก็ ออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก ทั้ง ๆ ที่มีผู้กระทําผิดกฎหมายอยู่ข้างนอกสภา เปึนจํานวนมาก กลับไม่ให้ความสําคัญในประเด็นเหล่านี้ ผมคิดว่าการที่มาอ้างว่ารัฐบาล บริหารบ้านเมืองไม่ได้ นายกสมควรที่จะลาออกนั้น ผมคิดว่าไม่ถูกต้อง วันนั้น ผมอยากจะอภิปรายแต่ผมเปึนลําดับที่ ๑๒ ของพรรคพลังประชาชน ไม่มีโอกาส ได้อภิปราย ผมอยากจะเสนออย่างนี้ครับว่า ทําไมรัฐบาลไม่ทําประชามติ ฟังเสียง ส่วนใหญ่ของประชาชนทั้งประเทศ เพราะวันนี้ประชาชนในต่างจังหวัดไม่เห็นด้วยกับการ ประท้วงของพันธมิตรก็เยอะมากมาย ทําประชามติสิครับ กฎหมายประชามติ ผ่านไปแล้วแต่ตอนนี้ยังรออยู่ที่ ส.ว. ผมคิดว่าออกเปึนพระราชกําหนดครับ ทําประชามติถามเลยว่าจะเอากับรัฐบาลสมัครไหม หรือจะเอากับกลุ่มพันธมิตร ง่าย ๆ งบประมาณแผ่นดินวันนี้เรามาพิจารณาเปึนล้าน ๆ กับเงินไม่กี่พันล้านบาทเพื่อจะทําประชามติทําไมไม่คิดจะทํา แล้ววันนี้อีกเรื่องหนึ่งครับ

เรื่องที่ ๓ ที่เมื่อกี้เพื่อนสมาชิกได้พูดว่ามี ส.ส. ไปร่วมชุมนุม ใครเปึนคน เริ่มกันก่อนล่ะครับ ส.ส. ในสภาแห่งนี้ไปร่วมกับกลุ่มพันธมิตรมาก่อนแล้วมากล่าวหา อย่างนั้น แต่วันนี้ที่น่าเกลียดที่สุดก็คือการแย่งศพของประชาชนที่ได้ตายไปเมื่อ ๒ วันนี้ หาคนผิดมาไม่ได้ วันนี้ผมต้องการเรียกร้องนะครับว่าตํารวจที่ดูแลความสงบเรียบร้อย จะต้องหาตัวคนกระทําความผิดมาให้ได้ และพฤติกรรมที่ไปแย่งศพเพื่อจะอ้างว่าเปึน กลุ่มตัวเองนั้นเปึนพฤติกรรมที่น่าละอายแก่ใจ ผมเกิดมาเปึนคนไทยผมอายจริง ๆ ครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ

(นายวงรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ประท้วงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่าเพิ่งประท้วงอะไรเลย นะครับคุณหมอ ปรึกษาเฉย ๆ ครับ เดี๋ยวผมจะไม่ให้ปรึกษานะครับ ขออีกสัก ๒ คน เชิญนั่งลงก่อนเถอะครับคุณหมอครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะว่า สิ่งนี้เปึนเอกสิทธิ์ของผมในการที่จะชี้แจงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อท่านไม่เชื่อประธาน แล้วก็ผมว่าประชุมต่อไปไม่ได้ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธาน ผมใช้สิทธิ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมอยากขอความกรุณา วิป (Whip) นะครับ ช่วยกรุณาผมบ้างเถอะครับ คือผมไม่อยากจะให้มีประท้วงอะไร หรอกครับ คือตอนนี้เราไปด้วยความเรียบร้อยนะครับ แล้วก็อยากจะให้ปรึกษาหารือ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗ สักเล็กน้อยก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระของงบประมาณ เพราะ งบประมาณเราเปึนตั้งเลยครับ แล้วก็ผู้แปรญัตติตั้ง ๑๖๓ คน แล้วคณะกรรมาธิการ ก็แปรญัตติเกือบทุกมาตรา ผมก็ห่วงว่ามันจะไม่เสร็จครับ ก็อยากจะขอความกรุณานะครับ ผมขอป่ดการดําเนินการปรึกษาหารือครับ บัดนี้ มีผู้เข้าประชุมครบองค์ประชุม แล้วนะครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมขอ ประท้วงท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณที่เหลือผมขอค้างไป คราวหน้านะครับ ท่านเลขา ช่วยจดชื่อเอาไว้ด้วยนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็มีอะไรทั้งอะไรหลาย ๆ ท่านนะครับ จะประชุมหรือไม่ประชุมครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ยังไม่ถึงขั้นนั้นครับ ท่านประธาน บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ของท่านจะให้ คุณบุญยอดพูดก่อนหรือว่าจะให้คนประท้วงคนแรกพูดครับ ลงมติกันเอง พรรค ประชาธิปัตย์ ๓ ท่าน

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ถ้าท่านประธานให้เปึน ลําดับอย่างนี้การประชุมก็จะดําเนินต่อไปได้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมอวรงค์ท่านประท้วง ตลอด

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

เพราะท่านไม่ให้เขาพูดครับ ไม่ให้เขาอภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ก็เลยต้องมีคนอื่นขึ้นมาประท้วงต่อ ถ้าหากท่าน ให้พูดตั้งแต่แรกท่านจบแล้วไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านก็ประท้วงต่อ แล้วก็ ทนายใหญ่อยู่ข้างหลังท่านก็ประท้วงต่ออีก ก็เลยไม่รู้จะให้ใครก่อน เอาคนแรกก่อน เถอะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ความจริง เรื่องการประท้วงไม่น่าจะเปึนเรื่องยากเย็นอะไรครับท่านประธาน เพราะว่ามันเปึนไปตาม ข้อบังคับการประชุม และวันนี้ผมใช้สิทธิตามข้อบังคับการประชุม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่ได้เถียงว่าท่านทํา ผิดข้อบังคับ ผมไม่ได้เถียงเลย ยังไม่ได้เถียง

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมขอร้องท่านประธานครับ สั้น ๆ กระชับ ๆ ครับ อยากจะชี้แจงให้กับพี่น้องประชาชนรับทราบ เนื่องจากว่าการประชุมครั้งนี้ มีการถ่ายทอดให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ มีสมาชิกท่านหนึ่งพยายามพาดพิงมาที่ พรรคประชาธิปัตย์ ว่าพรรคประชาธิปัตย์ส่ง ส.ส. ไปร่วมการชุมนุมของพันธมิตร ผมอยากจะกราบเรียนว่าพรรคประชาธิปัตย์ถือว่าเปึนเอกสิทธิ์ของแต่ละคน แต่จุดที่เรา ย้ําไว้เลยว่าการไปชุมนุมของ ส.ส. แต่ละคนไปร่วม หรือไปสังเกตการณ์ หรือไปเยี่ยม ต้องไม่ทําให้ประชาชนเดือดร้อน ทุกคนก็อยู่ในความสงบ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นของ พรรคพลังประชาชนเอา ส.ส. เข้าไป

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประท้วงพอแล้วครับ ผมจะวินิจฉัย คุณหมอครับ ผมจะวินิจฉัยครับ ที่คุณหมอพูดก็ถูกแล้วครับ ก็มีประท้วง อีกแล้ว ทางฝ์ายพรรคพลังประชาชนก็ประท้วง ฝ์ายพรรคประชาธิปัตย์ก็ประท้วง ก็ให้ผม นั่งสมาธิสักนิดหนึ่ง แล้วผมจะวินิจฉัยอย่างไร ๒ คนจะเอาใครก่อน ๓ คนด้วยซ้ํา เอาโคราชก่อนก็ได้ เชิญ

(นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรค พลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อกี้นี้ที่ผู้อภิปรายจากพรรคพลังประชาชนนั้น ก็ไม่ได้กล่าวพาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหายแต่อย่างใด ผมคิดว่าเรื่องนี้น่าจะจบได้แล้ว นะครับ แล้วก็ตามที่เพื่อนสมาชิกหลายคนนั้นได้หารือ จริง ๆ แล้วการชุมนุมมันมีทั้ง สองฝักสองฝ์าย หลายคนก็ไปอยู่กลุ่มพันธมิตรก็มีนะครับ ผมคิดว่าถ้าคุยเรื่องนี้ไม่จบ ขอให้ท่านประธานได้ยุติเรื่องนี้เถอะครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตอนนี้ผมขอความกรุณา หยุดหารือนะครับ ขอเป่ดประชุมเลย

ขณะนี้มีผู้เซ็นชื่อ ๒๕๓ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ผมขอดําเนินการ ประชุมนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องกระทู้ถาม ไม่มี

(นายสุวโรช พะลัง ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญนั่งลงครับคุณสุวโรช คุณพูดแล้ว

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลังจะตอบคําถามของผม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังครับ ไม่ใช่เรื่องเวที ที่จะตอบกระทู้ถาม วันนี้คือการพิจารณางบประมาณ ท่านไม่ได้ยกมือตอบหรอกครับ ผมไม่อนุญาต

ระเบียบวาระที่ ๒ รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศ แต่งตั้งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง เชิญท่านเลขา อ่านพระบรมราชโองการ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

“พระบรมราชโองการ

ประกาศ

แต่งตั้งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร

(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ปร.

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลาออกจากตําแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง และสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เลือก นายสามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปึนรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง จึงแต่งตั้งให้นายสามารถ แก้วมีชัย เปึนรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ตามความในมาตรา ๑๒๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่บัดนี้เปึนต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เปึนป้ที่ ๖๓ ในรัชกาลเปึนป้ที่ ๖๓ ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายสมัคร สุนทรเวช

นายกรัฐมนตรี”

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญนั่งครับ เชิญ ท่านรองวัชรินทร์ ไปเชิญท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง คุณสามารถขึ้นมา ทําหน้าที่ เชิญท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีอะไรจะกล่าวที่ประชุม เชิญ

(นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญนายสามารถ แก้วมีชัย ขึ้นบัลลังก์ทําหน้าที่ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง)

เชิญท่านรองประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประธาน ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนอื่นกระผมต้องกราบขอบพระคุณที่ท่านได้ให้ ความไว้วางใจมอบให้ผมทําหน้าที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ก็ขอ ตั้งปณิธานว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุด ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร การปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวจะประสบผลสําเร็จหรือไม่อย่างไร นะครับ ก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของเพื่อนสมาชิกด้วย ในส่วนตัวของผมก็พร้อมที่จะ วางตนเปึนกลางเพื่อประโยชน์ของสถาบันนิติบัญญัติ แล้วก็เพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง ต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ระเบียบวาระต่อไป รับทราบคําสั่งศาลฎีกา

ด้วยผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ได้มีหนังสือแจ้งว่า ศาลฎีกาได้มี คําสั่งรับคําร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๑ ร้องขอให้ ศาลฎีกาสั่งให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๒ ใหม่ แทน นายจิรพันธ์ ลิ้มสกุลศิริรัตน์ และนายนที สุทินเผือก เมื่อศาลฎีกาได้รับคําร้องแล้วจึงทําให้ บุคคลดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ต่อไปไม่ได้ และไม่ให้นับบุคคลดังกล่าวเข้าในจํานวนรวมของ สมาชิกเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๙ วรรคสอง และ วรรคสาม ดังนั้นปัจจุบันจึงมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจํานวน ๔๗๐ ท่านนะครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ต่อไปเปึนเรื่องรับทราบ เรื่องการถ่ายทอดการประชุมทางวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์

ด้วยในการประชุมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ในวันนี้นอกจากมีการถ่ายทอดทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยและสถานี วิทยุกระจายเสียงรัฐสภาตามปกติแล้ว ผมได้อนุญาตให้มีการถ่ายทอดการประชุม ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และทีเอ็นเอ็น ๒๔ ทรู วิชั่น (TNN 24 True Vision) สถานีข่าว ๒๔ ชั่วโมงจนเสร็จการประชุมด้วย จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

รับทราบเรื่องการอภิปราย ของสมาชิกกับข้อกําหนดในประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งทางสภาก็ได้ทําสําเนาแจก ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติไปแล้วนะครับ ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครนั้น ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณในวันนี้ เปึนการปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งได้ให้อํานาจหน้าที่รัฐสภาในการตรากฎหมายและการควบคุม การบริหารราชการแผ่นดิน แม้ว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะไม่ต้องห้ามตามความ ในประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและข้อกําหนดก็ตาม แต่ในการประชุมสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรอาจมีการพูดหรือมีเอกสารใด ๆ ที่อาจเข้าข่ายข้อห้ามตามข้อกําหนด หากมีการถ่ายทอดภาพหรือเสียงการประชุมอาจมีปัญหาได้ ดังนั้นในการอภิปราย ผมใคร่ขอความกรุณาร่วมมือจากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติของสภาโปรดระมัดระวังและ หลีกเลี่ยงการอภิปรายที่อาจเข้าข่ายข้อห้ามตามข้อกําหนดดังกล่าวนะครับ เชิญครับ ท่านวิปฝ์ายค้าน

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนเข้าสู่ระเบียบ วาระการประชุมว่าด้วยเรื่องของงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ซึ่งมีความสําคัญเปึน อย่างยิ่งในการที่จะไปใช้เงินงบประมาณด้วยความโปร่งใสเพื่อดูแลแก้ไขปัญหาของพี่น้อง ประชาชน ซึ่งฝ์ายค้านของเราก็คิดว่าเปึนเรื่องที่จะต้องทําหน้าที่ในการตรวจสอบ งบประมาณอย่างเต็มที่ แต่ผมมีเรื่องหารือท่านประธานซึ่งเปึนเรื่องสําคัญของสภานิติบัญญัติของเราเบื้องต้นนี้ ก่อนก็คือว่า วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเราได้มีการเป่ดประชุมรัฐสภา มีการพูดถึงเรื่องปัญหา วิกฤตการณ์ของประเทศ ในวันนั้นมีการถ่ายทอดสด ก็ถือว่าเปึนความรับผิดชอบของ สภานิติบัญญัติของเราอย่างหนึ่งในการช่วยกันเสนอความคิดความเห็นเพื่อที่จะแก้ไข ปัญหาวิกฤตการณ์อันเกิดจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มการเมืองภาค ประชาชนภายนอก แต่ท่านประธานจะเห็นครับว่าแม้ว่ารัฐสภาจะประชุมไปแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ แต่วันต่อเนื่องกันมาปัญหาวิกฤตการณ์ดังกล่าวกลับไม่ได้ลดลง มีความ ขัดแย้งกันมากขึ้นถึงขั้นมีการปะทะกัน ผมเห็นว่าสภาเราน่าจะใช้ช่วงเวลาเบื้องต้นตรงนี้ ในการพูดถึงปัญหาวิกฤตการณ์ของประเทศกันสักช่วงเวลาหนึ่ง อย่างน้อยที่สุดคําพูดของ ท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ประทานโทษเอ่ยนามท่าน ในฐานะเปึนหัวหน้าคณะ ผู้แก้ไขปัญหาสถานการณ์ฉุกเฉินยังใช้คําพูดในทํานองว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ควรรับผิดชอบมากกว่านี้ ผมคิดว่าวันนี้เราจะทําไม่รู้ไม่ชี้ลุกขึ้นพูดถึงเรื่องงบประมาณโดย ไม่พูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศ ก็ดูเหมือนว่าสภานิติบัญญัติจะไม่ใส่ใจทุกข์ยาก ความเดือดร้อน ความทุกข์กังวลของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ผมยกประเด็นปัญหานี้ ขึ้นมาก็เพราะว่าวันนี้กระทั่งรัฐบาลเองก็ยังเสนอเอกสารที่ใช้ในการประกาศสถานการณ์ ฉุกเฉินในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครให้กับสภาผู้แทนราษฎรของเรา ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าปัญหาที่เกิดขึ้น

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รัฐบาลเขาไม่ได้ให้นะครับ ผมไปขอเขามาครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เขาไม่ได้ให้นะครับ ผมไปขอเขามา

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ก็แก้ไขไปด้วยท่านประธาน ก็ไปขอ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เพราะเราถือตามกฎหมาย ครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ถูกต้องครับ เอกสารต่าง ๆ มา ซึ่งผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ถูกต้องแล้วนะครับ แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในเมื่อ สภานิติบัญญัติของพวกเราทั้งหลายถูกตั้งคําถามว่าต้องรับผิดชอบมากกว่านี้ เราก็ควรจะ แสดงความรับผิดชอบ การที่สภาวันนี้มีการถ่ายทอดสดทั่วประเทศคนเขาก็อยากฟัง เหมือนกันว่า ส.ส. ของเขาที่เลือกกันมาทั้งประเทศจะรับผิดชอบต่อสถานการณ์นี้อย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อวันอาทิตย์มีการพูดกันถึงเรื่องแนวทางในการแก้ไข ปัญหาของประเทศ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ตอบคําถามของพวกเราและก็ยืนยันแนวทางของ ท่านที่ท่านใช้คําว่า รักษาระบอบประชาธิปไตย แต่หลังจากนั้นในวันรุ่งขึ้นมีการขับเคลื่อน กลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่าเปึนกลุ่ม นปช. มาปะทะกับกลุ่มพันธมิตรที่เชิงสะพาน มัฆวาน มีความรุนแรงเกิดขึ้นถึงขั้นมีคนเสียชีวิต มีคนบาดเจ็บ และความรุนแรงเหล่านั้น ยังดํารงอยู่ แล้วก็หวาดระแวงว่าจะเกิดขึ้นอีก ผมยกตัวอย่างตรงนี้ขึ้นมาเพื่อชี้ให้กับ ท่านประธานเห็นว่าสภานี้ก็ต้องถามเหมือนกันครับว่าพวกเราเองในสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ กรอบการทํางานเราอยู่ในสภา เราเสนอความคิดความเห็นไปยังฝ์ายบริหาร เมื่อ ท่านนายกรัฐมนตรียืนยันรับปากว่าท่านจะดูแลปัญหาสถานการณ์ รักษาระบอบ ประชาธิปไตยของประเทศ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น ผมก็ต้องมีสิทธิถาม ในฐานะสภานิติบัญญัติว่าความรับผิดชอบของรัฐบาลอยู่ตรงไหน เราไม่เคยได้ยินเลย ครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลตํารวจเอก โกวิท วัฒนะ ท่านได้แสดงความรับผิดชอบอย่างไรบ้างในฐานะที่เปึนคนซึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ดูแลการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ก่อนหน้าที่จะมีการ ประกาศพระราชกําหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน วันนี้ไม่มีเลยครับ ผมคิดว่าวันนี้ความจริง ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ท่านรองนายกรัฐมนตรีโกวิทก็ดี ควรจะมาสภา เพราะต้องทราบ อยู่แล้ววันนี้อย่างไรเสียสภาต้องหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดถึง จะรับผิดชอบต่อความรุนแรง ที่เกิดขึ้น คนบาดเจ็บล้มตายเหล่านี้อย่างไร นี่เปึนสิ่งที่เราต้องทวงถามครับ ไม่อย่างนั้น สภานิติบัญญัติเราก็จะถูกตราหน้าว่าพวกเราไม่รับผิดชอบ ทั้ง ๆ ที่เราได้แสดงความ รับผิดชอบไปแล้ว แต่ฝ์ายบริหารเองต่างหากวันนี้ที่ทําเหมือนกับว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะมีอะไร ท่านนายกรัฐมนตรียังหัวเราะได้ครับเมื่อวานนี้ครับ นี่คือสิ่งที่ต้องทวงถามครับ เวลาช่วงต้นอย่างนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องมา ท่านรองนายกรัฐมนตรีต้องมาเพื่อชี้แจงว่าจะทําอย่างไร แต่เรื่องที่มันกระทบมากกว่านั้น ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมครับว่าวันอาทิตย์ที่เรา ประชุมกันอยู่ ที่กลุ่มมีการชุมนุมกันข้างหน้านะครับ ตอนกลางดึกประมาณสี่ทุ่ม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวิปฝ์ายค้านครับ ผมอยากจะขอความกรุณาให้ท่านดูข้อบังคับ ข้อ ๒๑ ก่อนนะครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ไหนนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ข้อบังคับ ข้อ ๒๑ ครับ ผมจะดําเนินการ การประชุม ให้ที่ประชุมพิจารณาเฉพาะเรื่องที่อยู่ในระเบียบวาระ การประชุม และต้องดําเนินการพิจารณาตามลําดับระเบียบวาระการประชุมที่จัดไว้ เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเปึนอย่างอื่น

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานครับ อันนี้ก่อนเข้าวาระ งบประมาณนะครับ ผมก็หารือท่านประธาน ผมว่าเรื่องสภานิติบัญญัติของเรามันอยู่ใน คาบเกี่ยวของเรา ท่านประธานครับ วันที่มีการมาชุมนุมหน้าสภาสี่ทุ่มนี่นะครับ ท่านทราบไหมครับว่าในสภานี้มีการพบกันของ ส.ส. ซึ่งเปึนรัฐมนตรีคนหนึ่งในรัฐบาล มีการไปพบกันที่ห้องรับรอง มีคนรู้เห็นหลายท่านครับ มีการพูดถึงการเอากลุ่มคนมา ตอนแรกบอกเอา ๒,๐๐๐ คน แต่ได้ ๑,๒๐๐ คน มีการพูดโทรศัพท์นะครับว่ามีการ รายงานเอ่ยอ้างถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรีตลอดเวลามีการโทรศัพท์ไปถึงหนึ่งในแก๊ง ออฟ โฟร์ (Gang of Four) มีการพูดถึงการจัดคนมาชุมนุมต่อเนื่องจนกระทั่งไปถึงวันที่ ๓ ที่ ๔ ประเด็นอย่างนี้ท่านประธานครับ มีคนรู้เห็นหลายคนในห้องรับรองคืนนั้น ท่านประธานคิดว่าเปึนเรื่องปกติธรรมดาหรือครับ หลังจากวันนั้นแล้วก็มีการขับเคลื่อน ของกลุ่มผู้ชุมนุมจริง ๆ เกิดขึ้นนะครับ ท่านประธานครับ เราทําไม่รู้ไม่ชี้เสมือนกับว่า

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอความกรุณา เถอะครับ ขอให้อยู่ในระเบียบวาระนะครับ ไม่อย่างนั้นมันเดินไปไม่ได้การประชุม ถ้าท่าน จะกรุณา ถ้าท่านเห็นว่าการประชุมนี้ควรจะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๒๑ ท่านก็เสนอญัตติขึ้นมา แล้วก็มติของสภาจะมีความเห็นเอาเรื่องนี้มาพิจารณาก่อนงบประมาณก็สามารถที่ทําได้ ครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานครับ ผมหยิบยกเรื่องนี้ ขึ้นมาหารือ คือถ้าท่านประธานเห็นด้วย เรื่องสําคัญของประเทศนี้นะครับ แล้วก็กระทบ ต่อสภานิติบัญญัติ วันนี้คนข้างนอกเขาถามหาความรับผิดชอบของสภานิติบัญญัติ เราจะ ไม่พูดอะไรเลยหรือครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ท่านพูดแล้วครับ พูดจน จบแล้ว

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ก็ฟังผมพูดให้จบสิครับ ผมกําลัง เรียงลําดับเรื่องก่อน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรียนขอความกรุณาว่า ให้เข้าสู่ระเบียบวาระ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

มันเปึนเรื่องที่เกิดขึ้นในสภานะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าท่านไม่ใช่ระเบียบวาระ ข้อบังคับการประชุมก็ไม่มีความหมาย ในการประชุมนี้ก็ไม่มีความหมาย ถ้าท่านจะ ดําเนินการตามข้อบังคับ ข้อ ๒๑ ก็เสนอญัตติขึ้นมา ผมก็พร้อมที่จะให้สภาวินิจฉัย ไม่ใช่ จะมาอภิปรายกันตรงนี้ในกรณีเรื่องนี้ เพราะทุกฝ์ายทั้งฝ์ายรัฐบาลทั้งฝ์ายค้าน ต่างคน เขาก็จะออกความคิดความเห็นก็ไม่ต้องพิจารณาเรื่องงบประมาณเลย

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

หรือว่าท่านประธานคิดว่า สภานิติบัญญัติของเราไม่ควรหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดหรือครับ คือวันนี้เขาถามหา ความรับผิดชอบเรานะครับ

(นายสุทิน คลังแสง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แค่นี้ก่อนนะครับ คืออย่างนี้ คือวันนี้ไม่ควรหยิบยกมาพูด ไม่ควรครับ ประท้วงอะไรครับ คุณสุทิน คลังแสง

นายสุทิน คลังแสง มหาสารคาม

ผม สุทิน คลังแสง พรรคพลังประชาชน มหาสารคาม ท่านประธานครับ ผมว่าพฤติกรรมเช่นนี้ไม่อยู่ใน ข้อบังคับเลย ไม่ฟังท่านประธานเลย เรื่องที่ท่านอยากให้พูด เราไม่กลัวหรอกครับ เอาสัก วันหนึ่งเรื่องนี้เต็ม ๆจะได้รู้ว่าใครคือตัวการจริง ๆ แต่วันนี้มันเปึนวาระเรื่องงบประมาณ ก็ว่าเรื่องนี้ไปก่อนถ้าท่านอยากจะพูดเรื่องนี้ ผมขอให้เสนออีกวาระอื่น ขอเสนอญัตติ อีกทีหนึ่ง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมวินิจฉัยแล้ว ผมก็เรียน ขอความกรุณาคุณสาทิตย์นะครับ คือถ้าท่านจะเอาเรื่องนี้ขึ้นมาก็ให้เสนอญัตติขึ้นมา เสนอแล้วก็ที่ประชุมมีมติว่าให้พิจารณาเรื่องนี้ก่อน ก็จะพิจารณา คือถ้าจะอภิปราย ผมไม่ให้อภิปรายแล้วครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

เราใช้เวลาหารือกันในช่วงนี้

(นายธนิตพล ไชยนันทน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมหยุดหารือ เข้าสู่ ระเบียบวาระการประชุม ตามระเบียบแล้วครับ เชิญครับ ประท้วงอะไรอีกครับ เชิญครับ จึงไม่ต้องประชุมงบประมาณหรอกครับ ประท้วงไปตลอดวัน ข้างหลังนั่นก็ประท้วงอีกแล้ว มีอะไรคุณอํานวย

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ ครับ กราบเรียนท่านประธานครับว่า จริง ๆ แล้วสิ่งที่ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตยได้อภิปรายในสภานั้น ถือเปึนการหารือในกรอบของการอภิปราย งบประมาณ ในฐานะของวิปฝ์ายค้านครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานไม่มีสิทธิที่จะให้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ได้เข้าเนื้อหาเรื่อง งบประมาณแม้แต่นิดเดียว คือเปึนเรื่องของนอกเรื่องงบประมาณทั้งสิ้น ทุกคนก็ฟังครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

แต่เรื่องนอกงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องของงบประมาณท่านประธาน คนตายนอกสภาเนื่องจากปัญหาของการชุมนุม ท่านประธานคิดว่าไม่สําคัญหรือครับ แล้ววิปฝ์ายค้านได้หารือท่านประธานถึง การอภิปรายว่าควรจะมีเรื่องของนายกรัฐมนตรีเข้ามาฟังเรื่องนี้ ท่านประธานคิดว่า ไม่สําคัญหรือครับ ผมไม่เห็นด้วยครับ ท่านประธานควรจะให้ท่านวิปฝ์ายค้านได้อภิปราย ถึงวิธีการอภิปรายงบประมาณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่อยู่ในระเบียบวาระ ผมไม่อนุญาต

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

วิปฝ์ายค้านครับท่านประธานครับ ไม่ได้ พูดในเรื่องของการหารือครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมวินิจฉัยครับ ไม่อนุญาตให้อภิปรายต่อครับ ขอให้หยุด หยุดทุกฝ์าย หยุดก่อนครับ ให้หยุดครับ ขอความกรุณาหยุดเถอะครับ คุณอํานวยก็หยุด คุณบุญจงก็หยุด

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ นครราชสีมา

ท่านครับผมมีเหตุผลจะชี้แจง ท่านประธานทราบ เพื่อที่ประชุมแห่งนี้เข้าใจตรงกัน และจะทําให้การประชุมเรานั้นเดินได้ อย่างปกติ ผมขออนุญาตเพียง ๑ นาที เท่านั้น ทุกฝ์ายจะได้ฟังและก็มีเหตุผลตรงกัน แล้วเราจะได้เดินประชุมต่อครับ ผมขออนุญาต ๑ นาที เท่านั้น ทั้งเพื่อนฝ์ายค้านด้วยครับ ขออนุญาตด้วยครับ ท่านผู้นําฝ์ายค้าน ขอ ๑ นาที ครับ ให้เราเข้าใจตรงกันแล้วทุกอย่าง เราจะเดินการประชุมได้อย่างดี

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้นคุณสาทิตย์ คุณธนิตพลช่วยกรุณานั่งลงก่อนครับ

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ ท่านประธานได้ดําเนินการประชุม เมื่อสักครู่ก็มี เพื่อนสมาชิกจากซีกฝ์ายค้านได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้น วันนี้ผมเชื่อว่าทุกคนในสภาแห่งนี้รู้และเข้าใจว่าบ้านเมืองเรานั้นไม่ปกติ ถ้าปกติคงไม่มี การประกาศภาวะฉุกเฉิน ความห่วงใยของทุกคนไม่ว่าอยู่ซีกฝ์ายค้านหรือซีกรัฐบาลก็ตาม ๑. เราเปึนคนไทย เราอยากเห็นบ้านเมืองปกติ ท่านประธานครับ ผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ เมื่อวานท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและคณะก็เดินทางไปเยี่ยม นั่นคือ การแสดงถึงคนไทยที่ต้องการดูแลคนไทยด้วยกัน ผมก็มีโอกาสได้ไปเยี่ยมครับ เพราะ ผู้ตายเปึนคนอําเภอบัวใหญ่ นครราชสีมา ผู้บาดเจ็บเปึนคนตําบลในเมือง นครราชสีมา เปึนคนจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดพิจิตร เปึนคน กทม. เราไปเยี่ยมในฐานะเปึนคนไทย แล้วต้องการให้กําลังใจเขา แล้วต้องการเห็นบ้านเมืองปกติสุข ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ท่านประธานดําเนินการประชุมเข้าสู่ระเบียบวาระ นั่นคือการพิจารณางบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ฉะนั้นความห่วงใยที่ทุกคนต้องการจะพูดปัญหาบ้านเมืองวันนี้ ว่าควรจะแก้ อย่างไร นายกควรปฏิบัติอย่างไร หรือแม้แต่กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลนั้นควรจะ เดินอย่างไร ทุกคนมีความคิดอยู่ในสมองทั้งนั้น แต่วันนี้เราต้องเข้าใจครับว่าการประชุม สภาแห่งนี้ย่อมมีกติกา ถ้าสังคมใด การชุมนุมใดไร้กติกา อย่าหวังเลยครับบ้านเมือง จะสงบ วันนี้ผมไม่ได้พูดว่าคนกลุ่มไหน ใครคนใดไม่เคารพกติกา ผมไม่พูด แต่ผมต้องการ ให้สมาชิกในที่ประชุมแห่งนี้ซึ่งเปึนตัวแทนของปวงชนชาวไทยยึดกติกาเปึนสิ่งสําคัญ เราจะต้องเปึนแบบอย่าง แต่ถ้าที่ประชุมแห่งนี้ไร้กติกา อย่าหวังเลยครับข้างนอกเขาจะ เคารพ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมจะชี้ให้ท่านประธานเห็นและเพื่อนสมาชิกเห็นว่า วันนี้การดําเนินการประชุมของท่านประธานเข้าสู่ระเบียบวาระแล้ว เมื่อเข้าสู่ระเบียบวาระ สิ่งที่เราต้องปฏิบัติตามก็คือข้อบังคับการประชุมครับ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทน ราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ท่านประธานที่เคารพครับ เขียนชัดเจนในข้อ ๒๑ ขออนุญาตต้อง อ่านให้ฟังเพื่อความชัดเจนของทุกคนและทุกฝ์าย การประชุม ให้ที่ประชุมพิจารณาเฉพาะ เรื่องที่อยู่ในระเบียบวาระการประชุม และต้องดําเนินการพิจารณาตามลําดับระเบียบ วาระการประชุมที่จัดไว้ เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเปึนอย่างอื่น อันนี้แปลความว่าเมื่อเข้าสู่ ระเบียบวาระแล้ว ถ้าที่ประชุมเห็นว่าจะคุยกันเรื่องอื่น หารือเรื่องอื่นก็ต้องลงมติ เช่น ขณะนี้ท่านประธานเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมเรื่องงบประมาณแล้ว แสดงว่าที่ประชุม ก็ต้องว่ากันเรื่องงบประมาณ ใครแปรญัตติไว้ ใครสงวนคําแปรญัตติไว้ก็ว่ากันไป แต่ถ้า ที่ประชุมเห็นว่าจะเอาเรื่องอย่างอื่นมาคุยกันก็ทําได้ ก็เสนอและก็ขอมติที่ประชุม เปลี่ยนแปลงกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ส่วนข้อหารือที่ทุกคนสอบถามเปึนห่วงกัน ก็คือว่า เขาเขียนชัดเจนครับในข้อ ๑๗ ของข้อบังคับการประชุมบอกว่า ก่อนเข้าสู่ระเบียบ วาระการประชุมสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎรอาจอนุญาตให้สมาชิกปรึกษาหารือปัญหาที่เกี่ยวกับ ความเดือดร้อนของประชาชนหรือปัญหาอื่นใดได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ประธานสภาผู้แทนราษฎรกําหนด และให้ประธานสภาส่งเรื่องดังกล่าวให้รัฐมนตรีหรือ หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องชี้แจงภายในสามสิบวัน และแจ้งให้สมาชิกทราบ นี่คือสิ่งที่ผม กําลังชี้ให้ท่านประธานทราบว่า ท่านประธานปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องตามข้อบังคับ การประชุมแล้ว ฉะนั้นผมเปึนสมาชิก เพื่อนสมาชิกทุกคนก็ต้องยึดข้อบังคับการประชุม ผมไม่ได้ท้วงติงเลยว่าสิ่งที่ท่านสมาชิกหารือปัญหาวันนี้ไม่ใช่เรื่องสําคัญ เรื่องสําคัญครับ ฉะนั้นถ้าเราจะเอาเรื่องที่หารือเมื่อสักครู่ เรื่องภาวะฉุกเฉินต่าง ๆ มาคุยกันก็ต้องขอมติ ที่ประชุมว่าจะทําอย่างนี้ไหม ถ้าที่ประชุมเห็นอย่างนี้ก็เดินต่อตามที่ประชุมเห็นครับ ฉะนั้นผมจึงเรียนว่าท่านประธานปฏิบัติหน้าที่ถูกตามระเบียบข้อบังคับการประชุม แล้วครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านผู้นําฝ์ายค้าน ครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอประทานโทษ เอ่ยนามนะครับ คุณบุญจงที่ได้ชี้แจงแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องของการดําเนินการประชุม ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าพวกเราไม่ขัดนะครับ การวินิจฉัยของ ท่านประธาน ขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ เท่านั้นเองเพื่ออธิบายให้เห็นว่าเรายืนอยู่ตรงไหน

ประเด็นแรกนี่อยากจะกราบเรียนว่ากระผมเคยเตือนท่านประธาน หลายครั้ง ไม่ใช่ตัวท่านประธานเองนะครับ หมายถึงว่าผู้ทําหน้าที่เปึนประธาน ว่าบางครั้ง เวลาเพื่อนสมาชิกยกมือเพื่อที่จะปรึกษาหารือในเรื่องใดก็ตาม ท่านประธานอย่าเพิ่ง ด่วนสรุปว่าได้เข้าสู่ระเบียบวาระนั้น ระเบียบวาระนี้แล้ว ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่าเราจะ เข้าระเบียบวาระในเรื่องของงบประมาณ กระผมถือว่าระเบียบวาระนั้นเริ่มต้นขึ้นก็เมื่อ ท่านประธานคณะกรรมาธิการลุกขึ้นแล้วก็รายงานต่อที่ประชุม หากท่านยังไม่ได้ ทําเช่นนั้น ก็ได้กราบเรียนผู้ทําหน้าที่เปึนประธานหลายครั้งว่าก็ถือว่ายังไม่ได้เข้า แต่ถ้า ท่านประธานวินิจฉัยให้เข้าก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ว่าอยากจะกราบเรียนว่ามิฉะนั้นต่อไปก็จะ กลายเปึนว่าผู้มีสิทธิหารือหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าท่านประธานเห็นหรือไม่เห็น หรือเลือก ที่จะเห็น หรือเลือกที่จะไม่เห็น แล้วก็ดําเนินการอ่านว่าเข้าสู่ระเบียบวาระแล้ว อันนี้ ก็กราบเรียนไว้เบื้องต้นนะครับ ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ เมื่อวานนี้ผมได้มีโอกาสกราบเรียนท่านประธาน ทั้งทาง โทรศัพท์ แล้วก็ต่อท่าน รวมทั้งท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎรด้วยครับว่าพวกกระผม ที่ประชุมพรรคกันนี่ มีความไม่สบายใจว่า ถ้าวันนี้เราประชุม เป่ดประชุมขึ้นมาแล้วก็มีการ ดําเนินการไปตามระเบียบวาระทันทีทันใด ประหนึ่งว่าเราไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับสถานการณ์นี่ ก็กังวลว่าพี่น้องประชาชนก็อาจจะมองว่าสภาของเราให้ความสําคัญอย่างเต็มที่หรือยัง กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วบังเอิญว่าเมื่อวานนี้ทางท่านผู้บัญชาการทหารบกในฐานะ ที่ท่านเปึนประธานคณะทํางานที่จะต้องคลี่คลายสถานการณ์ตามการประกาศภาวะ ฉุกเฉิน ท่านได้แถลงข่าวแล้วก็พูดชัดเจนประการหนึ่งก็คือว่า ท่านมองว่าฝ์ายนิติบัญญัติ พูดง่าย ๆ ก็คือจะต้องมีบทบาทในการคลี่คลายสถานการณ์มากกว่านี้ กระผมก็ได้ กราบเรียนหารือท่านประธานว่าเปึนไปได้ไหมที่เราหยิบเรื่องนี้มาพูดกันบ้าง ซึ่งท่าน ก็ได้ตอบกับผมว่าเรื่องงบประมาณก็มีความสําคัญ ซึ่งกระผมก็เห็นด้วย ขณะเดียวกัน ท่านรองประธานท่านหนึ่งก็บอกกับผมว่าจริง ๆ ก็ทําได้ แต่ว่ากําหนดกรอบเวลาเสีย จะเปึนกี่นาที จะเปึนชั่วโมงหนึ่งหรืออะไรก็แล้วแต่ กระผมก็นึกว่าพวกเราจะได้รับโอกาส อยู่บ้าง แต่ว่าถ้าท่านประธานเห็นว่ามันไม่เหมาะสมท่านก็มีสิทธิที่จะวินิจฉัย พวกเรา ก็ต้องเคารพ ทีนี้ประเด็นที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่าเหตุที่เราไม่สามารถเสนอเปึนญัตติ แล้วเลื่อนขึ้นมาได้ เนื่องจากว่าขณะนี้เปึนสมัยประชุมนิติบัญญัติ ถ้าเราเสนอเปึนญัตติ ขึ้นมามันก็ไม่สามารถที่จะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาได้ จนกว่าจะมีการเรียกประชุมรัฐสภา ก็กราบเรียนท่านประธานว่าสถานการณ์จึงเปึนว่าเราเลือกหารืออย่างนี้ ทีนี้ผมก็ กราบเรียนอย่างนี้ครับว่าถ้าท่านจะวินิจฉัยจริง ๆ ว่าไม่ให้พวกเราพูดขอให้เข้า งบประมาณเลยก็ได้ครับ แต่ว่าสิ่งที่เพื่อนสมาชิกหารือก็อยากจะให้มีการตรวจสอบ ข้อเท็จจริง เพราะภาวะฉุกเฉินที่มีการประกาศออกมานั้น ท่านผู้รับผิดชอบได้บอกชัดเจน แล้วว่าคือภาวะที่ประชาชน ๒ กลุ่มปะทะกันด้วยความรุนแรง สิ่งที่ท่านประธานวิปฝ์ายค้าน หารือท่านประธานเมื่อสักครู่นี้ก็คือว่า มันมีบุคคลที่มายืนยันว่ามีการใช้สภาแห่งนี้ เมื่อคืน วันอาทิตย์ที่เกี่ยวข้องกับการก่อให้เกิดภาวะฉุกเฉินนั้น กระผมกราบเรียนว่าถ้าท่านประธาน จะไม่อนุญาตให้เราพูดเรื่องนี้ ก็คงจะต้องขอรบกวนท่านประธานว่าท่านลงจากบัลลังก์ เมื่อไร ขอพวกเราได้เอาข้อเท็จจริงที่เราได้มานําเสนอต่อท่านประธานต่อสาธารณะได้ หรือไม่ เพราะว่าอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าที่ท่านประธานบอกมีการถ่ายทอด ทางโทรทัศน์ ทันทีที่ประธานวิปฝ์ายค้านพูดเรื่องนี้ก็งดแพร่ภาพการประชุมสภาออกไป ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันนะครับว่าที่ข้อกําหนดตาม พ.ร.ก. บอกว่าการนําเสนอข่าวสารอะไร ต่าง ๆ ก็ต้องอยู่บนความเปึนจริงมันจะเปึนอย่างไร ก็กราบเรียนท่านประธานว่าสุดแล้วแต่ ท่านเถอะครับ เพราะว่าท่านมีอํานาจในการที่จะวินิจฉัย เราก็ต้องเคารพให้พูดเราก็จะพูด ไม่ให้พูดก็ต้องขอรบกวนท่านประธานแหละครับ ว่าขอโอกาสพวกเราได้นําข้อเท็จจริง เหล่านี้เสนอต่อท่าน แล้วก็ต่อสาธารณะต่อไป

(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมจะขอปรึกษานะครับ คือว่ายังไม่ได้เข้าระเบียบวาระที่ ๔ ในการพิจารณางบประมาณ ผมก็จะถามที่ประชุม โดยขอมติที่ประชุมว่าเราจะควรปรึกษาหารือเรื่องนี้ คือถ้าเสนอญัตติมันเสนอไม่ได้ เนื่องจากสมัยนิติบัญญัติ ถ้าปรึกษาหารือในฐานะที่เราเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือไม่

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ ขออนุญาตประท้วงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านจะประท้วงเรื่องอะไร ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ อยู่ทางนี้ครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน จังหวัดน่าน ผมขออนุญาต ประท้วงท่านประธานครับ ในข้อ ๘ แล้วก็ในข้อ ๒๑ ที่ท่านประธานได้กรุณาแจ้งสมาชิก ทราบตามข้อบังคับ ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานปรึกษาหารือให้พวกเรามีมตินั่น มันก็เหมือนกับเปึนการเสนอญัตติ ซึ่งอย่างไรมันทําไม่ได้อยู่แล้ว ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นการให้คําปรึกษาหารือหรือจะให้สมาชิกปรึกษาหารือเปึนข้อวินิจฉัยของ ท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗ อยู่แล้วครับ ประธานมีความเห็นจะให้ปรึกษาหารือ ก็เปึนดุลยพินิจของท่านประธาน ตรงนี้เองเปึนเรื่องของญัตติ สภาเราพิจารณาได้ครับ โปรดพิจารณาครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้นเอาอย่างนี้ ไหมครับ ท่านอาคม เอ่งฉ้วน จะมีอะไรครับ

นายอาคม เอ่งฉ้วน กระบี่

ท่านประธานครับ ผม อาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ ผมรู้สึกตกใจนะครับเมื่อสักครู่ท่านประธานจะให้ ที่ประชุมตัดสิน เพราะนั่นมันหมายถึงเอาเสียงข้างมากมาบังคับสภา ที่จริงท่านประธาน มีอํานาจตามข้อบังคับ ข้อ ๒๕ ประธานมีอํานาจปรึกษาหารือที่ประชุมในปัญหาใด ๆ กําหนดวิธีการตรวจสอบองค์ประชุม สั่งพักการประชุม เลื่อนการประชุม หรือเลิก การประชุมเปึนอํานาจของประธานอยู่แล้ว ท่านประธานอย่าไปใช้มตินะครับ และผมขอ ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘ (๒) ท่านประธานครับ ผมใช้เวลาสั้น ๆ เพราะท่านก็รู้ว่าผมพูดน้อย ในสภานี้ ประธานต้องรักษาบรรยากาศการประชุมสภาเพื่อให้การประชุมเปึนไปด้วย ความเรียบร้อย นี่ข้อที่ ๑ นะครับ

ข้อที่ ๒ ประธานต้องให้โอกาสสมาชิกแสดงเหตุผลก่อนจะวินิจฉัย ถ้าประธานไปตัดบทอยู่เรื่อยอย่างนี้เสียบรรยากาศครับ เพราะว่าอย่าคิดว่าประธาน มีอํานาจ ผมรู้แล้วว่าประมุขของเรามีอํานาจ แต่ว่าต้องให้โอกาสสมาชิก

ข้อที่ ๓ บัดนี้นะครับนิติบัญญัติเปึน ๑ ใน ๓ องค์กรของประชาธิปไตย ในประเทศนี้ ฝ์ายบริหารทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าวันนี้ยังแก้ปัญหาไม่ได้ ผมไม่ได้ว่า แก้ไม่ได้นะครับ ยังแก้ปัญหาไม่ได้ ฝ์ายตุลาการก็กําลังตุลาการภิวัตน์อยู่ก็เหลือแต่ฝ์าย ท่านประธาน ท่านไม่อยากจะมีชื่อในประวัติศาสตร์หรือครับ นิติบัญญัติช่วยเขาหน่อย ผมจึงอยากจะให้ท่านประธานได้ใช้เหตุใช้ผลในการทําหน้าที่ ท่านอย่าไปรีบร้อนที่จะเอา งบประมาณไปพัฒนาประเทศ งบประมาณประเทศเอาไปก็ได้ แต่ว่ามันต้องเปึนเหตุ เปึนผลให้สภานี้เขาได้แสดงออกก่อน เพราะทุกคนนี้มาจากทุกภาคส่วนของประเทศนี้ ท่านประธานครับ อย่าคิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนี้มันไม่เล็กน้อยนะครับ มันเล็กน้อย เพื่อนสมาชิกฝ์ายรัฐบาลก็บอก ประเทศกําลังเกิดภาวะฉุกเฉินประกาศออกมาเปึน พระราชกําหนด เพราะฉะนั้นประธานอย่าให้พวกผมเข้าใจผิด คิดว่าประธานกลัว จะกระทบถึงตัวประธาน ไม่กระทบนะครับ เพราะถ้าท่านไม่ดําเนินการอะไรไม่กระทบ เพราะฉะนั้นอย่าไปกลัว และอย่าแสดงอาการร้อนรน เพราะจะทําให้คนเข้าใจผิดได้ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่ได้ร้อนรน ไปไหน เชิญกุเทพครับ

ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ แม้ท่านประธานจะยังไม่อนุญาตให้มีการปรึกษาหารือ ก็ได้มี ท่านสมาชิกได้ใช้เวลาอธิบายความเกินเลยไปจนกระทั่งว่าอาจจะเกิดความเสียหายได้ เพราะการอภิปรายได้มีการเสนอข้อมูลบางอย่างซึ่งเปึนเรื่องที่พวกเราก็ไม่รู้ ทําให้ สาธารณชนอาจจะเกิดความสงสัย เพราะฉะนั้นการที่ท่านประธานแม้จะยังไม่ได้เป่ด โอกาสให้ปรึกษาหารืออย่างเปึนทางการ ก็ได้มีการใช้สิทธิตรงนั้นไปแล้ว ประเด็นตรงนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านไม่ได้ทําอะไรผิดพลาด ท่านก็ต้องการอยากให้ การประชุมนี้เปึนไปด้วยความราบรื่น วันนี้เปึนการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๒ ในวาระที่ ๒ ซึ่งขณะนี้กรรมาธิการ ก็มานั่งอยู่ แต่ก็ยังมีคนเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีมาตรงนี้ ก็ดูเหมือนว่าไม่เข้าใจ ประเพณีในการพิจารณาเรื่องนี้เลย ท่านประธานก็คงทราบว่าการพิจารณาระหว่าง สมาชิกกับกรรมาธิการนั้นก็จะมีประธานคณะกรรมาธิการและคณะมานั่งชี้แจง แต่เมื่อ จะเอาเรื่องอื่นขึ้นมา กระผมเองก็ต้องแสดงท่าทีว่าในขณะนี้เมื่อมีเสียงเรียกร้องให้ฝ์าย นิติบัญญัติมาช่วยกันดูแลปัญหาบ้านเมือง ประเด็นก็คือว่าขณะนี้มีการไม่ปฏิบัติ ตามกฎหมาย ฝ์ายนิติบัญญัติเปึนฝ์ายออกกฎหมาย เมื่อมีการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายก็ เปึนเรื่องที่พวกเราต้องกังวลอยู่ แต่ท่าทีที่แสดงออกเราไม่ได้ไปพูดถึงเรื่องการไม่ปฏิบัติ ตามกฎหมายเท่าที่ควร ซึ่งเปึนท่าทีที่แปลกสําหรับฝ์ายที่เปึนฝ์ายออกกฎหมาย การไป กล่าวหาว่ามีคนพยายามเคลื่อนขบวนทําให้เกิดความวุ่นวายก็เปึนข้อกล่าวหาที่ออกมา ต่อเนื่อง ซึ่งก็เปึนเรื่องประเด็นการเมือง เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าวันนี้พูดกัน สามารถระบุ ออกมาได้ว่าใครเปึนใคร และใช้เวลาในวงจํากัด ผมเองก็คิดว่าเปึนเรื่องที่จะต้องทําให้ ชัดเจน การไปกล่าวหากันอย่างเลื่อนลอยว่ามีคนไปโทรศัพท์แล้วทําให้เกิดกระบวนการ มันเปึนเรื่องที่เสียหาย ท่านประธานต้องเข้าใจว่าการที่มีคนทําผิดกฎหมายไปอยู่ในที่ที่ไม่ เหมาะสม ไปอยู่ในสถานที่ราชการ ประชาชนที่เขาเคารพกฎหมายเขาก็เดือดร้อน เขาก็ อยากจะแสดงท่าที แล้วการที่เขาไปชุมนุมเขาเดินเพื่อที่แสดงท่าทีนั้นมันเกิดขึ้นได้ แต่เมื่อ เกิดขึ้นแล้วทําไมมาโยนว่ามีคนไปเกี่ยวข้อง ท่านประธานที่เคารพ กระผมกราบเรียนว่า เมื่อมีการประกาศภาวะฉุกเฉินตาม พ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ต้องเรียนว่า พ.ร.ก. นี้ออกตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ การใช้มาตรการทาง พ.ร.ก. ก็เปึนการใช้ ตามกฎหมาย และกฎหมายตรงนี้แหละครับ ท่านประธานครับ เมื่อฝ์ายปฏิบัติเขาจะใช้วิธี ตามกฎหมายก็เปึนเรื่องที่ต้องดูเขาว่าเขาจะปฏิบัติอย่างไร ฝ์ายเราถ้าจะแสดง ความคิดเห็นอย่างไรก็ต้องให้เปึนไปตามกรอบนี้ด้วย เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน ท่านประธานว่า อย่ากล่าวหากันเลื่อนลอยเลย สภาแห่งนี้มีปัญหาก็กล่าวหากันเลื่อนลอย การเปึนห่วงประชาชนทุกคนมีสิทธิเปึนห่วงได้หมด ท่านไปเยี่ยมประชาชนได้ พวกเราไป เยี่ยมประชาชนได้ก็เปึนหลักขั้นพื้นฐานของความเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่เมื่อพูดถึงประชาชนแล้วก็มาโยงใยว่าไปชักนําประชาชนมาในทางเสียหาย อย่างนี้ เปึนเรื่องที่ไม่บังควร มันทําให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบัน เพราะฉะนั้นกราบเรียน ท่านประธานว่าขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่านครับ ผมเห็นด้วยว่าท่านมีอํานาจตามข้อบังคับ ที่จะให้พิจารณาปรึกษากันได้ แต่ควรจะมีกรอบกําหนดเวลา และพูดเฉพาะประเด็น ที่จะแก้ปัญหาให้ได้ สภานี้ถูกปรามาสว่าพูดกันเสียเปล่า แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะเรามากล่าวหากันและกัน อยากฟังข้อเสนอดี ๆ ว่าจะแก้อย่างไร ลองพูดมาดูสิครับ แต่อย่าไปบอกว่าคนนั้น ไปยุคนนี้ให้มาตีคนโน้น มันไม่มีทางที่จะยุติปัญหาได้ อยากฟังในวาระ ๒๐ นาทีต่อไปนี้ ถ้าให้ทางฝ์ายค้านเขาได้พูดว่าควรแก้อย่างไร โดยไม่ต้องกล่าวหาคนอื่น ผมก็คิดว่า น่าจะฟังครับ หลังจากนั้นก็เข้าสู่วิธีพิจารณางบประมาณ ก็จะทําให้เกิดความเรียบร้อยได้ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมปรึกษาท่านผู้นํา ฝ์ายค้านนะครับ ที่ท่านเสนอแนวทางเมื่อสักครู่นี้ว่า ให้ท่านนําข้อปรึกษาไปปรึกษา เมื่อเช้านี้ ผมเรียนท่านผู้นําฝ์ายค้านในที่ประชุมนี้ว่า ผู้สื่อข่าวได้ถามผม ผมก็ได้นําคําพูด ของผู้นําฝ์ายค้านที่ได้ปรึกษาผมเมื่อวานนี้ บอกว่าเรื่องงบประมาณเปึนเรื่องสําคัญ แต่ เรื่องการประกาศภาวะฉุกเฉินนี้ก็เรื่องสําคัญ ที่ทางท่านผู้บัญชาการทหารบกท่านได้มีดําริ ว่าเปึนเรื่องของสภา อันนี้ผมเลยบอกว่าผมจะนําไปปรึกษาหารือกับท่านประธานวุฒิสภา และผู้นําฝ์ายค้าน ว่าเราจะทําอย่างไรต่อไปให้เปึนหลักเปึนฐานในระบบของรัฐสภา ไม่ใช่ ว่าเราจะมากล่าวกันลอย ๆ ทุกฝ์าย เราต้องเอาหลักนี้เปึนหลัก ผมได้พูดไปแล้ว ฉะนั้น ผมคิดว่ากรณีเรื่องนี้จะต้องมีการประชุมรัฐสภา ในความคิดของกระผม แต่แล้วแต่ว่า ท่านผู้นําฝ์ายค้านหรือว่าท่านประธานวุฒิสภาท่านจะมีความเห็นเปึนอย่างอื่น เราจะ ปรึกษาหารือร่วมกันทั้ง ๓ ฝ์าย ผมขออย่างนี้ได้ไหมครับท่านผู้นําฝ์ายค้าน เชิญ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ที่กราบเรียน ท่านประธานไปแล้วนะครับว่าจะเคารพดุลยพินิจของท่าน คือขอแยกเปึน ๒ เรื่องนะครับ

เรื่องแรก ก็คือว่าในสถานการณ์ทั้งหมดทั่วไปเลย ถ้าท่านมีดําริว่าจะเชิญ กระผมแล้วก็ท่านประธานวุฒิสภาเพื่อปรึกษากันเกี่ยวกับว่าจะดําเนินการต่อไปอย่างไร กระผมยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่

ส่วนเรื่องที่เพื่อนสมาชิกได้นําเสนอข้อมูล ถ้าท่านประธานเห็นว่า ไม่เหมาะสมที่จะเสนอตรงนี้ ก็ขอรบกวนท่านประธานว่า ท่านลงจากบัลลังก์ขอให้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผมจะ เอาแนวทางของผู้นําฝ์ายค้านครับ ฉะนั้นเรื่องนี้ก็เปึนการจบไปนะครับ ผมขอดําเนินการ ประชุมต่อไป

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๔ มีอะไร คุณเชนครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนที่ท่านประธาน จะดําเนินการประชุม ผมใคร่ขอปรึกษาท่านประธานเรื่องหนึ่งนะครับ ตามประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉินในท้องที่เขตกรุงเทพมหานคร แล้วที่ท่านประธานได้กรุณาสําเนา คําสั่งมา ผมเห็นข้อกําหนด ข้อ ๔

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณเชนครับ ผมว่า เดี๋ยวเราปรึกษาหารือตามที่ผู้นําฝ์ายค้านได้แนะนํา เดี๋ยวท่านก็ไปพบกับผมแล้ว

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ผมปรึกษาท่านประธานนิดเดียว ว่าเรากําลังจะกระทําต่อไปนี้ เราจะละเมิดประกาศภาวะฉุกเฉินหรือไม่ ที่จริงผมเอง ผมเห็นด้วยอยู่แล้ว เพราะว่าวันนี้ไม่ค่อยมีใครนับถือประกาศภาวะฉุกเฉินนี้อยู่แล้ว ในประกาศภาวะฉุกเฉินข้อนี้ ตามข้อกําหนดที่ออกตามมาตรา ๘ แห่งพระราชกําหนด

(นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ คุณเชนครับ เชิญครับ คุณบุญจงประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมาจาก พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านผู้นําฝ์ายค้านท่านได้กรุณามาเสนอ แนวคิดในทางปฏิบัติ ซึ่งเปึนที่เข้าใจว่าหากท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัยอย่างไรแล้ว ท่านผู้นําฝ์ายค้าน

๑๔/๑ และท่านจะเอาข้อที่ท่านเตรียมหารือไว้เกี่ยวกับท่านที่ทราบทั้งหมดนั้นไปหารือ ท่านประธานซึ่งก็จบแล้ว วันนี้ผมว่าท่านประธานดําเนินการประชุม ท่านประธานได้กรุณา ยึดข้อบังคับการประชุมเข้าวาระได้เลยครับท่านประธาน

(นายเชน เทือกสุบรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผมวินิจฉัย ถูกต้องครับ ท่านเชนครับ ผมขอความกรุณาเถอะครับ เดี๋ยวเราค่อยพูดกัน

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานจะฟังการประท้วง ของผมให้จบก่อนได้ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไหนครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานจะฟังการประท้วง ของผมให้จบก่อนไหมครับแล้วท่านประธานกรุณาวินิจฉัย ผมเคารพการวินิจฉัย ของท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณประท้วงผม ในข้อบังคับข้อไหนครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ครับ ผมประท้วงท่านประธาน ว่าขณะนี้ท่านประธานกรุณาเอาประกาศภาวะฉุกเฉินมาให้พวกเราในสภานี้นะครับ แต่ในประกาศภาวะฉุกเฉินบอกว่าตามข้อกําหนดนะครับระบุในวรรคสามว่า ๑. ห้ามมิให้ ชุมนุมหรือมั่วสุม ณ ที่ใด ๆ ตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไปในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร หรือกระทํา การใดอันเปึนการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าทุกคนก็ได้อ่านแล้ว ครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

เดี๋ยวนะครับ ผมเรียนท่านประธาน อย่างนี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประท้วงตามหนังสือ ทุกคนมีอยู่แล้วครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

เดี๋ยวนะครับ ตามพจนานุกรม เขาเขียนว่า ชุมนุม กริยา หมายถึง การประชุม การรวมกัน ผมถามท่านประธานอย่างเดียวครับ จริง ๆ แล้วผมก็เห็นด้วยเห็นใจเพื่อนสมาชิกหลายคน เพื่อนสมาชิกเพื่อนผมที่เพิ่ง ประท้วงเมื่อสักครู่นี้ครับ คุณบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส. นครราชสีมา ผมเห็นใจท่านมาก มีทีวี มีสื่อวิทยุ โทรทัศน์ต่าง ๆ ไปออกว่าท่านนําผู้ชุมนุมมา วันนี้ท่านก็บอกว่าประชาชน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าจะไปกันใหญ่แล้ว คุณเชน ผมขอให้คุณงดได้ครับ ท่านเลขาพรรคประชาธิปัตย์ได้สอนดีมากครับ ขอบพระคุณท่านเลขาพรรคประชาธิปัตย์ครับ ต้องอย่างนี้สิครับเลขาคุ้มได้ครับ

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ นครราชสีมา

ท่านประธานครับ ผมต้อง ขออนุญาตครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ ผมว่าเขาไม่พูด อะไรครับ ท่านเลขาพรรคท่านมาห้ามแล้ว

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ นครราชสีมา

ด้วยความเคารพครับ เมื่อสักครู่เอ่ยชื่อผมชัดเจนแล้วมีผู้เสียชีวิต แล้วเดี๋ยวจะเข้าใจผมผิดว่าผมพาเขาไป เสียชีวิต เมื่อสักครู่เอ่ยชื่อผมชัดเจน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เข้าใจหรอก คุณไม่ได้ พาใครไปเสียชีวิตหรอกครับ

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ นครราชสีมา

ท่านประธานเข้าใจถูกครับ แต่ผมต้องการที่จะขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงสั้น ๆ เล็กน้อยครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา พรรคพลังประชาชน ด้วยความเคารพครับ ของท่านเชน เทือกสุบรรณ เพื่อนผมเองครับ ฉะนั้นสิ่งที่ท่านเชน ได้นําเสนอทั้งหมดนั้นก็เปึนวิธีคิด เพียงแต่ผมบอกว่าวันนี้เราเข้าสู่ระเบียบวาระ การประชุมแล้วก็ขอให้ดําเนินการประชุมต่อไป ส่วนประเด็นท่านเชนสงสัยว่าเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นเปึนอย่างไรครับเดี๋ยวผมก็หารือท่านเชนได้ เพราะพรรคพวกเพื่อนฝูงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เพื่อนกันก็คุยกันไม่เปึนไร คุณบุญยอดขอความกรุณาพอแล้วครับ เอาสักนิดหน่อยคุณบุญยอด เพราะว่าเห็นยกมือ แต่เช้า

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๔ ประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตที่จะต้องพูดกับท่านนิดเดียว เพราะว่าพระราชกําหนด ภาวะฉุกเฉินนั้นอยู่ในกรุงเทพมหานคร ผมเปึน ส.ส. ที่กรุงเทพมหานครก็เปึนบ้านของผม นะครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราทุกคนทราบว่าเปึนความรุนแรงซึ่งพวกเราไม่อยากให้เกิด ใช่ไหมครับ ผมหารือท่านประธานนิดเดียวครับว่าก่อนจะไปประชุมในวาระอื่น ๆ ต่อไป นี่นะครับ เหตุการณ์ที่ผ่านมานั้นมีคนเสียชีวิตและมีคนบาดเจ็บจํานวนมาก ผมขอปรึกษา ท่านว่าอยากจะให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและผู้ที่ไปอยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ได้กรุณาลุกขึ้น ยืนไว้อาลัยให้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้นครับ แล้วแต่ท่านประธานครับ แล้วแต่สมาชิก

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังไม่ต้องถึงขนาดนั้น หรอกครับท่านบุญยอด

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

มีความรุนแรงเกิดขึ้น ท่านประธาน มีคนเสียชีวิตนะครับ เขาชื่อ ณรงค์ชัย กอบไธสงค์ เปึนประชาชนคนไทย นะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณบุญยอดไว้อาลัย คนเดียวก่อนก็แล้วกันครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ผมขออนุญาตขอให้ ประธานวินิจฉัยนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือไม่มีในระเบียบวาระ ผมไม่สามารถที่จะทําได้ครับ ระเบียบวาระการประชุมมันมีอยู่ครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานผมขอให้ สมาชิกประชาธิปัตย์ทั้งหมดนะครับได้กรุณาลุกขึ้นยืนเพื่อไว้อาลัยเปึนเวลา ๑ นาที ขอบพระคุณครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มันไม่อยู่ในระเบียบวาระ ครับคุณบุญยอด

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ผมขออนุญาตขออํานาจ ท่านประธานว่าท่านประธานกรุณาวินิจฉัยที่จะอนุญาตเท่านั้นเองครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็ไม่รู้จะทําอย่างไรครับ ว่าอย่างไรท่าน

(นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคพลังประชาชน ลพบุรี ผมขอ ประท้วงผู้กําลังหารือเมื่อกี้นี้ วันนี้สภากําลังจะเดินทางไปสู่งบประมาณ ผมขออนุญาต ท่านประธานใช้ข้อบังคับแล้วเรียกประชุมครับ เพราะเดี๋ยวจะมีเรื่องอื่นต่อไปเรื่อย ๆ วันนี้ สภาก็ขอให้ใช้หน้าที่ของสภา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผมขอ ความกรุณาคุณบุญยอด คุณบุญยอดได้พูดแบบนี้ ศพที่ตายนั้น ขอบคุณท่านบุญยอด อย่างมากอยู่แล้วครับ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ก็ขอขอบคุณนะครับคุณบุญยอด เราดําเนินการต่อไปดีกว่าครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ผมเพียงขอให้สมาชิก ในสภาผู้แทนราษฎรของเราและผู้ที่เข้าร่วมการประชุมได้แสดงถึงความเสียใจต่อ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพียงเท่านั้น ถ้าท่านไม่อนุญาต ผมเสียใจอย่างยิ่งนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ก็เสียใจทุกคน ผมนั่ง อยู่ตรงนี้ผมก็ยังเสียใจครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

เราจะให้เวลา ๑ นาที สําหรับคนที่เสียชีวิต

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แต่มันไม่มีในระเบียบ วาระครับ ผมก็ไม่สามารถที่จะปฏิบัติได้

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านมีอํานาจไหมครับ ตามระเบียบวาระครับ ท่านมีอํานาจในการวินิจฉัยได้และอนุญาตได้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมวินิจฉัยแล้วครับ ไม่สามารถจะทําได้ครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ผมขอให้พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นยืนเพื่อไว้อาลัยครับ ท่านอนุญาตไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่รู้จะอนุญาตอย่างไร มันไม่มีในระเบียบวาระครับ ขอความกรุณาคุณบุญยอดครับ ก็คงพอสมควรแล้วครับ

(นายสุทิน คลังแสง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุทิน คลังแสง มหาสารคาม

ท่านประธานครับ ผม สุทิน คลังแสง มหาสารคาม ไม่มีประเพณีปฏิบัตินะครับ ถ้าท่านอยากจะแสดงไว้อาลัยไปทําบุญสิครับ พวกเราไปทําบุญกันมาเยอะแล้วไม่จําเปึนต้องมาสร้างภาพที่สภา เพราะฉะนั้น ท่านประธานเข้าสู่วาระไปได้เลย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสุทินพอแล้วครับ ขอบคุณครับ คุณบุญยอดกรุณานั่งลงเถอะครับเราดําเนินการต่อไป ขอบพระคุณมาก คุณบุญยอดครับกรุณานั่งลงครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมโดนพาดพิงนะครับว่าจะมาสร้างภาพในที่ประชุม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เปึนไรหรอกครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

เปึนสิครับท่านครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมทําหน้าที่ของผู้แทนปวงชนชาวไทยนะครับในสภาอันทรงเกียรติ

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงข้างหลัง อีกครับ คุณสมบูรณ์ สมบูรณ์สมชื่อครับ เชิญครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในขณะที่เราอยู่ในห้วงแห่งความเสียใจ วันนี้ผมได้ เห็นความรู้สึกของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพฯ ซึ่งห่วงใยถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแล้วก็อยากจะไว้อาลัยถึงผู้เสียชีวิต ในการนําเสนอของ ส.ส. บุญยอด ผมคิดว่า เปึนความจริงใจที่เขาแสดงออก แต่ผมไม่คิดว่า ส.ส. ที่ขึ้นมาประท้วงหาว่าเขาสร้างภาพ คุณคิดสิครับว่าชีวิตความเปึนอยู่ของคน ๆ หนึ่ง หรือชีวิตของคนที่ตายไป ๑ คน อาจจะ ไม่มีค่าสําหรับท่านครับ ของเราพรรคประชาธิปัตย์เรามีค่าครับ เพราะฉะนั้นท่านประธาน จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตก็แล้วแต่ แต่นี่เปึนการแสดงถึงความรู้สึกครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาสั้น ๆ ครับ ผมไม่ อนุญาตครับ ก็จบครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านต้องให้เขาถอนคําพูดก่อนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่อนุญาตครับ จบครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ให้เขาถอนคําพูดครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่เชื่อประธาน ผมก็ จําเปึนที่จะต้องใช้ข้อบังคับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ให้เขาถอนคําพูดก่อนครับที่ว่า นายบุญยอดสร้างภาพ ให้นายสุทิน คลังแสง ถอนคําพูดว่า เปึนการสร้างภาพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสุทินถอนให้เขา ไปเถอะ

นายสุทิน คลังแสง มหาสารคาม

ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่ถอนครับ จะอธิบาย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ยิ่งยาวอีก

นายสุทิน คลังแสง มหาสารคาม

วันนี้มีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ ก็ไม่ผิดหรอกครับ ภาพจะต้องออกไปข้างนอก เพราะฉะนั้นการยืนขึ้นพูดก็คือการ ผลิตภาพนั่นแหละครับ สร้างภาพถ่ายทอดไปข้างนอก คือไม่จําเปึน แล้วก็ไม่ใช่เรื่อง เสียหายครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมวินิจฉัยแล้วนะครับ ผมขอความกรุณาทั้ง ๒ ฝ์ายนะครับ มันไปด้วยกันทั้งคู่ครับ ก็ขอความกรุณาทั้งคู่ครับ เพื่อเดินไปข้างหน้าในเรื่องงบประมาณก่อนเถอะครับ คุณบุญยอดครับผมขอความกรุณา นะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธานนะครับ ผมขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผมก็เสียใจ เช่นเดียวกัน คุณสมบูรณ์มีอะไร จะให้ผมเชิญไหม

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานวินิจฉัยแล้ว ถ้าสมาชิก ไม่ฟังท่านประธาน แล้วท่านประธานบอกว่าไม่เปึนไรปล่อยไป ผมก็ไม่ว่าครับ แสดงว่า อํานาจของท่านประธานไม่มีแล้วครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีจริง ๆ ครับ เพราะสั่ง คุณไม่ได้ ขอบคุณครับ

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ (คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว)

เชิญคณะกรรมาธิการเข้าสู่บัลลังก์ทุกท่าน

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

ขอเชิญประธาน คณะกรรมาธิการแถลง เชิญครับ

นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ประธานคณะกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ทุก ๆ ท่าน กระผม นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ สภาผู้แทนราษฎรขอเสนอ รายงานการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ต่อท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้ประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งคณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอ แล้วได้มีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวในวาระที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๑ และมีมติแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ โดยมีกระผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปรากฏรายละเอียดตามรายงาน ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งได้เสนอสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านแล้ว อย่างไรก็ตาม กระผมในนามของประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญใคร่ขอเรียนสรุปสาระสําคัญของผล การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ต่อที่ประชุม ดังนี้

คณะกรรมาธิการวิสามัญได้เริ่มพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตั้งแต่ วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๑ จนแล้วเสร็จในวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๑ รวม ๓๓ วัน โดยได้ร่วมกันพิจารณารายละเอียดงบประมาณของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่น และกองทุนและเงินทุนหมุนเวียน ทั้งที่ได้รับงบประมาณและไม่ได้รับงบประมาณ รวม ๔๓๑ หน่วยงาน ทั้งนี้ได้ปรับลดงบประมาณลง จํานวน ๔๕,๐๐๙,๕๘๕,๗๐๐ บาท โดยได้พิจารณาจากเปัาหมายในการดําเนินงานผลการดําเนินงานจริงและผลการใช้จ่าย งบประมาณที่ผ่านมา ตลอดจนความพร้อมในการดําเนินงาน อาทิเช่น

๑. โครงการที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันหรือโครงการที่ได้ ดําเนินการไปแล้ว โดยใช้จ่ายจากการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ หรือการปรับแผน การปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑

๒. โครงการที่มีเปัาหมายการดําเนินการที่ไม่ชัดเจน มีความจําเปึนน้อย มีค่าใช้จ่ายที่ไม่ประหยัด เพื่อให้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการดําเนินงานให้เกิดความประหยัด โดยยังคงเปัาหมายเดิมไว้ได้ เช่น ค่าใช้จ่ายในการฝ๊กอบรม สัมมนา การจ้างเหมาบริการ การจ้างที่ปรึกษาและการวิจัย เปึนต้น

๓. โครงการที่มีผลการดําเนินงานล่าช้ากว่าแผนที่กําหนดไว้ และคาดว่า ไม่สามารถใช้จ่ายได้ทันในป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ หรือกรณีที่ผลการจัดซื้อ จัดจ้างต่ํากว่าวงเงินงบประมาณที่เสนอไว้

๔. รายการงบประมาณต่าง ๆ ที่สามารถประหยัดได้ เช่น การปรับราคา ครุภัณฑ์ให้เปึนไปตามเกณฑ์ราคาที่เคยจัดซื้อ เปึนต้น

๕. โครงการที่สามารถใช้เงินจากแหล่งอื่นนอกเหนือจากเงินงบประมาณได้ เช่น เงินรายได้หรือเงินนอกงบประมาณที่คงเหลืออยู่ในหน่วยงานต่าง ๆ และ เงินทุนหมุนเวียน เปึนต้น

สําหรับการพิจารณาการเพิ่มงบประมาณนั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้ร่วมกันพิจารณาเพิ่มรายการต่าง ๆ ที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบในวงเงินเท่ากับ จํานวนที่ปรับลด รวมเปึนจํานวนทั้งสิ้น ๔๕,๐๐๙,๕๘๕,๗๐๐ บาท โดยจัดสรรเพิ่มให้ ในสาระสําคัญ ๒ ประเด็น ดังนี้

ประการที่ ๑ จัดสรรเพื่อให้กับส่วนราชการต่าง ๆ จํานวน ๒๙,๐๔๙,๖๓๗,๘๐๐ บาท

ประการที่ ๒ จัดสรรเปึนเงินอุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จํานวน ๑๕,๙๕๙,๙๔๗,๙๐๐ บาท เท่ากับจํานวนที่ปรับลดลง เพื่อคงสัดส่วน การจัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อรายได้สุทธิของรัฐบาลไว้ในอัตรา ร้อยละ ๒๕.๒๕ ตามที่เสนอไว้ในร่างฉบับเดิม

ท่านประธานที่เคารพ กระผมขอเรียนว่าการพิจารณารายละเอียด งบประมาณทั้งการปรับลดและการเพิ่มงบประมาณดังกล่าว คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้ให้ความสําคัญเปึนพิเศษกับเปัาหมายของการดําเนินงาน ผลงานที่ผ่านมา รายการ ที่ต้องจ่ายตามกฎหมาย ตามข้อผูกพัน ตลอดจนรายการที่มีความจําเปึนเร่งด่วน และเปึนประโยชน์ต่อประชาชนและส่วนรวมโดยตรงเปึนสําคัญ โดยได้ร่วมกันพิจารณา ให้สามารถดําเนินการภายในกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายทั้งสิ้น จํานวน ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติรับหลักการไว้ในการประชุม วาระที่ ๑ สําหรับรายละเอียดผลการพิจารณา รวมทั้งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญปรากฏตามเอกสารรายงานคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้แจกให้ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติแล้ว ซึ่งประกอบด้วยเอกสาร จํานวน ๕ เล่ม คือ

๑. เอกสารเล่ม ๑ ตอนที่ ๑ ปกสีชมพู เปึนเอกสารรายงานผลการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ตอนที่ ๑

๒. เอกสารเล่ม ๑ ตอนที่ ๒ ปกสีน้ําเงิน เปึนเอกสารรายงานผล การพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ตอนที่ ๒

๓. เอกสารเล่ม ๒ ปกสีม่วง เปึนเอกสารร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒

๔. เอกสารเล่ม ๓ ปกสีน้ําตาล เปึนเอกสารรายงานผลการพิจารณา ปรับลดงบประมาณ

๕. เอกสารเล่ม ๔ ปกสีเขียว เปึนเอกสารรายงานผลการพิจารณารายการ เพิ่มงบประมาณ

ท่านประธานที่เคารพ ในนามของประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ กระผมใคร่ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านกรรมาธิการวิสามัญทุกท่านที่ได้ให้ความสําคัญ เสียสละเวลา และร่วมมือกันในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ อย่างเต็มที่จนสําเร็จลุล่วงไปด้วยดี พร้อมทั้ง ขอขอบคุณท่านหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นที่ได้ ให้ความร่วมมือในการชี้แจงรายละเอียดและจัดพิมพ์เอกสารให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ เปึนอย่างดีด้วยเช่นกัน

สุดท้ายนี้กระผมและคณะกรรมาธิการวิสามัญยินดีและพร้อมที่จะชี้แจง รายละเอียด หากจะมีข้อซักถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในแต่ละมาตราต่อไป กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ นี้ ในวาระที่ ๒ จะเปึนการพิจารณาเรียงตามลําดับมาตรา หากมาตราใดมีการแก้ไข ผมจะ ให้กรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้หรือสมาชิกที่สงวนคําแปรญัตติไว้ได้อภิปรายก่อน จากนั้นคณะกรรมาธิการจึงจะแถลงหรือชี้แจง จบแล้วจึงเปึนการลงมติในมาตรานั้น ๆ จึงขอความกรุณาท่านสมาชิกได้อยู่ในห้องประชุมเตรียมที่จะโหวต (Vote) กันด้วยนะครับ อย่าไปไหนนะครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการได้ดําเนินการ เชิญครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ และมาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ ยอดรวม ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้สงวน คําแปรญัตติ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านที่สงวนนะครับ ก็มี ท่านกรณ์ ท่านปวีณ คุณวิชัย คุณสมชาย คุณธารา คุณพิเชษฐ คุณวิฑูรย์ คุณสินิตย์ นะครับ กรรมาธิการ ก็เชิญกรรมาธิการก่อนครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ซึ่งได้ขอสงวนคําแปรญัตติไว้ ผมมีประเด็นสั้น ๆ ซึ่งอยากจะบันทึกไว้นะครับ และก็อยากจะรายงานให้กับที่ประชุมใหญ่นี้ได้รับทราบ เพราะว่าที่ประชุมใหญ่นั้นได้อนุมัติพวกกระผมนั้นไปพิจารณาในรายละเอียดเรื่องของ งบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ผมอยากจะฝากข้อสังเกตต่อที่ประชุมอย่างนี้ครับว่า ณ ขณะนี้ รายจ่ายประจําของงบประมาณแต่ละป้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ในมาตรา ๓ ท่านได้สงวนหรือครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ กรรมาธิการ

สงวนครับ ผมสงวนทุกมาตราครับ ท่านประธาน ผมเปึนกรรมาธิการครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ กรรมาธิการ 🔗

ผมได้สงวนไว้นะครับท่านประธาน ผมกลับไปที่งบประมาณรายจ่าย คือรายจ่ายประจําครับท่านประธาน

ในงบส่วนกลาง ซึ่งผมอยากจะกราบเรียนที่ประชุมว่า เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําป้เปึนเวลา ๒ ป้ เพราะเราไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ก็ปรากฏว่ารายจ่ายประจํานั้นอาจจะถูกตรวจสอบ ไม่ละเอียดถี่ถ้วน แล้วก็วัตถุประสงค์ของการตรวจสอบหรือความเข้มงวดของการ ตรวจสอบนั้นอาจจะไม่เข้มเท่ากับสภาผู้แทนราษฎร พวกเรานั้นได้พยายามดูว่าเม็ดเงินนี้ ได้ไปถึงมือประชาชนมากน้อยขนาดไหน พวกเราได้ไปดูว่าต้นทุนต่อหน่วยในการ ดําเนินงานของหน่วยราชการได้เหมาะสมหรือไม่ อย่างที่ท่านประธานกรรมาธิการ วิสามัญได้กล่าวกราบเรียนสภาแล้วว่า รายจ่ายที่ไม่จําเปึนนั้นได้ตัดออก แต่ผมมี ข้อสังเกตอย่างนี้ซึ่งอยากจะบันทึกไว้ในที่ประชุมก็คือว่า ข้อสังเกตว่างบดําเนินการสูงขึ้น สูงขึ้นตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ จนถึงปัจจุบันนี้ งบดําเนินการสูงขึ้น คือ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ประเด็นที่ อยากจะกราบเรียนก็คือว่า รายจ่ายประจํามีถึง ๗๒.๘ เปอร์เซ็นต์ และสิ่งที่อยากจะฝาก ท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญซึ่งดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ด้วย คือว่าวันนี้รายจ่ายประจําเยอะมากแล้ว แล้วพอถึงเวลา ท่านต้องการกระตุ้น เศรษฐกิจ ท่านกําลังจะไปคิดอยู่เสมอว่าจะเพิ่มเงินเดือนให้ข้าราชการ เพิ่มเงินเดือน ให้ข้าราชการ ผมนั้นคิดว่ามันมีวิธีอื่นที่เปึนภาระกับงบประมาณน้อยกว่านี้ไหม ในยุคที่ ข้าวยากหมากแพง แน่นอนข้าราชการซึ่งมีเงินเดือนน้อยอยู่แล้ว มีความลําบาก แต่ถ้าเผื่อ ท่านไปเพิ่มเปึนเงินเดือน ท่านก็จะเพิ่มในสัดส่วนของรายจ่ายประจําเพิ่มมากขึ้น ๆ ทุก ๆ ป้ ท่านเกษียณไปแล้ว เลิกไปแล้ว ก็ยังเปึนภาระงบประมาณอยู่ เพราะว่ามันเปึน รายจ่ายประจํา ผมจึงขอฝากเปึนข้อสังเกตว่าในการที่รัฐบาล ในการที่กระทรวงการคลัง สํานักงบประมาณจะพิจารณาเพิ่มเงินเดือน อยากจะขอดูว่าพิจารณาด้วยว่าเปึนเรื่อง งบช่วยค่าครองชีพเปึนกรณีพิเศษในยามวิกฤติเศรษฐกิจได้ไหม เมื่อวิกฤติเศรษฐกิจนั้น ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ตรงนี้ก็งดไป เพราะจะไม่เปึนภาระกับรายจ่ายประจํา ซึ่งจะต้องเปึน ภาระของกระทรวงการคลังที่ต้องหาเงินมาให้มากขึ้น ๆ แล้วก็จะไม่พอเพียง

นอกจากนั้น ประเด็นของผมที่มองไปในอนาคตอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่า สังคมไทยเริ่มเข้าสู่ยุควัยทองเยอะ ก็คือในที่สุดประชากรของประเทศไทยจะเข้าไปสู่ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีกําลังวังชาก็จะน้อยลง แล้วต้องเลี้ยงคนแก่ ผู้สูงอายุมากขึ้น ดูจากสถิติได้ว่าจาก ๕ ล้านคนเศษ เมื่อ ๓ – ๔ ป้ที่แล้ว วันนี้เปึน ๗ ล้าน ๒ แสนคนแล้ว แล้วก็จะเพิ่มขึ้น เรื่อย ๆ ไป ผมจึงอยากจะฝากในประเด็นตรงนี้ว่าให้ดูรายจ่ายประจํา อันไหนถ้าไม่จําเปึน ไม่อยากจะให้เพิ่มไปอยู่ในหมวดรายจ่ายประจํา ให้เปึนเฉพาะกิจหรือว่าชั่วคราว นั่นเปึน ประเด็นที่ ๑ ของผม

ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะฝากดู คือเรื่องของงบดําเนินการ ท่านประธาน อาจจะไม่ได้นั่งอยู่ในที่ประชุมตลอดเวลา แต่ว่าท่านประธานมีรัฐมนตรีช่วยว่าการนั่งเปึน ประธานอยู่ สิ่งที่พบเห็น ไม่สบายใจมากคือเรื่อง งบดําเนินการ งบดําเนินการในภาพ ที่เห็นนี้ มันจะเห็นว่าเรานั้นควบคุมค่าใช้จ่ายในกําลังคนภาครัฐได้ แต่แท้จริงแล้ว ไม่ได้ เราควบคุมได้เฉพาะอัตราข้าราชการ เราควบคุมได้เฉพาะลูกจ้างประจํา แต่ว่า หน่วยราชการต่าง ๆ นี้ก็ไปเลี่ยง เลี่ยงด้วยวิธีว่าไปจ้างเหมาการบริการ ซึ่งการจ้างเหมา การบริการนั้นรวมถึงการจ้างลูกจ้างด้วย แน่นอนท่านอาจจะบอกว่าการจ้างลูกจ้าง อย่างนั้นเหมือนกับเอาท์ซอร์สซิ่ง (Outsourcing) เปึนการลดต้นทุนต่อหน่วยในเรื่อง ของสวัสดิการ แต่ถ้าเผื่อท่านไปดูตัวเลข ท่านจะพบว่าอัตรากําลังของจ้างเหมานั้นเพิ่มขึ้น มากมายมหาศาลเลย แล้วก็ควบคุมไม่ได้ และผมก็จําเปึนที่จะต้องกราบเรียนที่ประชุม ด้วยว่าในส่วนนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ขอตัวเลขผ่านสํานักงบประมาณ สํานัก งบประมาณก็ได้ขอตัวเลขผ่านไปทุกหน่วยราชการว่ากรุณาส่งอัตรากําลังจ้างเหมาของ ทุกส่วนราชการมาให้กับคณะกรรมาธิการผ่านสํานักงบประมาณด้วย เพื่อจะได้พิจารณา ว่ายอดรวมเพิ่มทั้งหมดเท่าไร ก็ปรากฏว่าขอไปทุกหน่วยงาน ได้รับตอบกลับมาไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เมื่อไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สํานักงบประมาณ นั้นไม่สามารถทํารายงานได้ว่าอัตรากําลังที่เพิ่มขึ้นจากการจ้างเหมานั้นเพิ่มมากน้อย ขนาดไหน ผมบอกได้นะครับหลายพันอัตราเลย ผมคิดว่าถ้าเผื่อดูอาจจะตกใจเปึนหมื่น ก็ได้ เพราะว่าอย่างแม้กระทั่งองค์กรมหาชนบางแห่งมีอัตราจ้างเพียงแค่ ๑๖๐ อัตรา แต่หมายถึงพนักงานของเขาเอง องค์การมหาชนมี ๑๖๐ อัตรา แต่มีอัตราจ้างสูงถึง ๔๑๙ อัตรา มากกว่าบุคลากรงบรายจ่ายประจําของเขาที่เขามีอีก นี่เปึนข้อที่น่าจะต้อง ระมัดระวังเปึนอย่างยิ่ง นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าขอให้ทุกคนนั้น ได้รับใส่เกล้าไว้เถอะครับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านทรงห่วงบอกว่า บ้านเดี๋ยวนี้ ใกล้ล่มจมแล้วเพราะการใช้เงินไม่ระวัง ท่านก็ระวังให้ก็ขอขอบใจที่ท่านระวังการใช้เงิน ผมยังอยากจะให้สํานักงบประมาณ อยากจะให้กระทรวงการคลัง และทุกหน่วยงานได้ เอาพระราชดํารัสนี้ไปติดไว้ครับ ติดไว้ที่กองคลังทุกแห่ง ติดไว้ที่ฝ์ายตรวจสอบทุกแห่งว่า คนหา หาเลือดตาแทบกระเด็น คนใช้ใช้ไม่ระมัดระวังแล้วก็ไม่นึกถึงความคุ้มค่า อยากจะ ให้พระราชดํารัสนี้มีไปทุกส่วนของกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้กุมนโยบาย ทุก ๆ กรมครับ ท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียนในเรื่องนี้เปึนประเด็นพอสังเขป เพียงแค่นี้ และผมหวังว่าคําบันทึกของผมนี้จะได้รับการปฏิบัติจากสํานักงบประมาณและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานนะครับ เพื่อประหยัดในสัดส่วนของงบประมาณ รายจ่ายประจําไม่ให้เพิ่มสูงกว่า ๗๒.๘ เปอร์เซ็นต์ ในภายภาคหน้า เพราะว่าเราต้องการ เห็นเม็ดเงินนั้นตกไปถึงการพัฒนาประชาชน ถึงมือประชาชนคนยากคนจนคนด้อยโอกาส และผมเชื่อว่าถ้าเราทําสําเร็จก็จะมีเงินเพิ่มมากขึ้น ไม่เช่นนั้นแล้วรัฐบาลไทยก็จะไม่ผิด อะไรกับสภาพของ อบต. ซึ่งมีงบประมาณดูเยอะ แต่พอหลังจากจ่ายเงินเดือนหมดแล้ว ไม่มีเงินพัฒนาตําบลเลย ผมไม่อยากให้เปึนเช่นนั้น ผมจึงกราบเรียนขอให้ที่ประชุมนี้ได้ บันทึกความเห็นของผมไปด้วยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณเทพไท เสนพงศ์

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานนิดหนึ่งครับ เนื่องจากผมเปึนกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยแล้วผมสงวนคําแปรญัตติไว้ทุกมาตรา ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ซึ่งต้องขอใช้สิทธิ ตรงนี้ก่อนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอให้สลับกันครับ ให้คุณ เทพไท เสนพงศ์ ก่อนครับ เพราะท่านยกมือตั้งแต่เช้าผมยังไม่ได้ให้พูดเลย และยังไม่ได้ ออกเสียงในสภาให้ท่านได้พูดบ้างครับ เชิญครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธาน ผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเปึนผู้หนึ่งที่ได้สงวนคําแปรญัตติในมาตรา ๓ โดยขอปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จากงบประมาณทั้งหมด ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมเรียนกับท่านประธาน นะครับว่า ตอนที่มีการพิจารณางบประมาณฉบับนี้ผมได้มีความประสงค์ที่จะปรับลด งบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ในทุกมาตรา แต่ว่าวันนี้ ผมกลับเปลี่ยนใจครับท่านประธาน เมื่อได้ดูสถานการณ์บ้านเมืองซึ่งผมมีความรู้สึกว่าผมไม่น่าจะไว้วางใจให้รัฐบาลชุดนี้ ได้ใช้งบประมาณ ๑ ล้าน ๘ แสนล้านบาท เข้าบริหารราชการแผ่นดิน ผมเลยตัดสินใจว่า ผมไม่เห็นชอบที่จะให้งบประมาณฉบับนี้ให้รัฐบาลไปใช้ ถ้าท่านประธานจะสังเกต เห็นว่าวันนี้พวกผมหลายท่าน หลายคนได้แต่งชุดดําเข้าประชุมในสภาแห่งนี้ ต้องเรียนกับ ท่านประธานว่านี่ไม่ใช่แฟชั่นที่โลกกําลังนิยม ไม่ใช่ครับท่านประธาน แต่เปึนความรู้สึก ที่แสดงออกให้เห็นว่าพวกผมรู้สึกไม่สบายใจกับสถานการณ์บ้านเมืองในวันที่เรามา พิจารณาเรื่องงบประมาณในสภาแห่งนี้ ขอเรียนให้ท่านประธานได้ทราบว่า สาเหตุที่ผม ไม่สามารถที่จะอนุมัติให้รัฐบาลไปใช้งบประมาณฉบับนี้ โดยมีเหตุผลอยู่ ๓ ข้อครับ ท่านประธาน ซึ่งผมจะชี้แจงให้ที่ประชุมทราบ เพราะผมไม่ไว้วางใจให้งบประมาณจํานวนมหาศาล ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ อยู่ในมือรัฐบาลที่ไม่มีความชอบธรรม ที่ประชาชนขาดศรัทธา โดยผมขอชี้แจงเหตุผล ประกอบ ๓ ข้อ คือ

๑. รัฐบาลชุดนี้เปึนรัฐบาลที่ขาดจิตสํานึกในการเปึนรัฐบาลที่ดีในการ บริหารราชการแผ่นดิน ได้ละเมิดกฎหมาย ไม่มีสป่ริต (Spirit) ในการบริหารราชการ แผ่นดิน ผมขอยกตัวอย่างให้ท่านเห็นก็คือว่า ในวันที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัย ว่าข้อตกลงที่รัฐบาลชุดนี้ไปทํากับประเทศกัมพูชาขัดกับ มาตรา ๑๙๐ ซึ่งผมคิดว่าถ้าเปึน รัฐบาลหลาย ๆ ประเทศในโลกนี้คงไม่มีใครที่จะทนเปึนรัฐบาลต่อไปได้ครับ ต้องแสดง สป่ริต ต้องลาออกจากการเปึนรัฐบาลบริหารราชการแผ่นดิน แต่วันนี้ท่านประธานคงเห็น ว่านายกรัฐมนตรีคนนี้ได้ลุกขึ้นมาพูดอย่างหน้าตาเฉยว่า รัฐบาลไม่จําเปึนต้องแสดง ความรับผิดชอบใด ๆ ทั้ง ๆ ที่เปึนเรื่องใหญ่มากนะครับท่านประธานที่การปฏิบัติ หรือการทํางานของรัฐบาลขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าเปึนความที่ไม่ชอบธรรมของรัฐบาลชุดนี้ก็คือ ถ้าท่านประธานทราบข่าวว่ามีการชี้มูลความผิดกรณีหวยบนดินของรัฐมนตรี ๓ คน แล้วก็ ศาลได้รับฟัอง โดยสป่ริตก็คือว่าท่านรัฐมนตรีไม่ควรที่จะปฏิบัติหน้าที่ แต่รัฐบาลชุดนี้ ก็ปล่อยให้รัฐมนตรีทั้ง ๓ ท่านปฏิบัติหน้าที่ต่อไปโดยไม่สนใจกระแสความรู้สึกของพี่น้องประชาชน

อีกเรื่องหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ที่ผมจะอธิบายเพื่อสนับสนุนเหตุผล ของผมก็คือ การแต่งตั้งรัฐมนตรีที่มีการวินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติในการเปึนรัฐมนตรี กลับมาเปึนรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งโดยที่กระแสสังคมความรู้สึกของคนในสังคมทั้งประเทศ เห็นว่าเปึนเรื่องที่ไม่สง่างาม แต่รัฐบาลก็ไม่สนใจกระแสความรู้สึกของประชาชน

สําหรับเรื่องที่ ๒ ครับที่ผมเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีความชอบธรรมที่จะ บริหารราชการแผ่นดินโดยใช้งบประมาณ ๑ ล้าน ๘ แสนล้านบาท ก็คือว่านายกรัฐมนตรี จงใจหรือมีเจตนาที่จะฝ์าฝ๋นบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๖ ครับท่านประธาน ผมขออนุญาตอ่านบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๖ ให้ท่านประธานได้ฟัง เพื่อที่จะให้ เห็นว่านายกรัฐมนตรีคนนี้ในฐานะเปึนหัวหน้ารัฐบาลจงใจหรือมีเจตนาฝ์าฝ๋นบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ นั่นก็คือ มาตรา ๔๖ ระบุว่า พนักงานหรือลูกจ้างของเอกชนที่ประกอบกิจการ หนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือสื่อมวลชนอื่น ย่อมมีเสรีภาพในการ เสนอข่าวและแสดงความคิดเห็นภายใต้ข้อจํากัดตามรัฐธรรมนูญ โดยไม่ตกอยู่ภายใต้ อาณัติของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าของกิจการนั้น แต่ต้อง ไม่ขัดต่อจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพ และมีสิทธิที่จะจัดตั้งองค์กรเพื่อปกปัองสิทธิ เสรีภาพและความเปึนธรรม รวมทั้งมีกลไกควบคุมกันเองขององค์กรวิชาชีพ วรรคสองครับ

ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือ รัฐวิสาหกิจ ในกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือสื่อมวลชนอื่น ย่อมมีเสรีภาพ เช่นเดียวกับพนักงานหรือลูกจ้างของเอกชนตามวรรคหนึ่ง วรรคสามครับ ท่านประธานครับ ซึ่งเปึนวรรคสําคัญ

การกระทําใด ๆ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าของกิจการ อันเปึนการขัดขวางหรือแทรกแซง การเสนอข่าวหรือแสดงความคิดเห็นในประเด็นสาธารณะของบุคคลตามวรรคหนึ่งหรือ วรรคสองให้ถือว่าเปึนการจงใจใช้อํานาจหน้าที่โดยมิชอบและไม่มีผลใช้บังคับ เว้นแต่เปึนการกระทําเพื่อให้เปึนไปตามกฎหมายหรือจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพ ครับท่านประธาน ที่ผมยกมาตรานี้ขึ้นมาก็คือว่า ในวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เวลา ๐๘.๓๐ นาฬิกา ถึง ๐๙ .๓๐ นาฬิกา ในรายการสนทนาประสาสมัคร ท่านนายกรัฐมนตรีได้ใช้ช่องทางของรายการนี้ครับ ประกาศว่าจะให้มีการจัดรายการ ความจริงวันนี้ขึ้นมา โดยมีการตั้งคําถามจากผู้ชมทางบ้านมายังนายกรัฐมนตรีว่าจะ จัดการกับเอเอสทีวี (ASTV) ในการออกอากาศ ๒๔ ชั่วโมงอย่างไร นายกรัฐมนตรีตอบ ทันทีเลยว่า ต้องแก้ไขครับ ต่อไปนี้ผมจะตอบโต้ทุกวันครับ คอยดูก็แล้วกันตั้งแต่พรุ่งนี้ เวลา ๔ ทุ่ม ช่องนี้นะครับ ทุก ๆ วัน วันละชั่วโมงคอยติดตามดูนะครับ พรุ่งนี้ ๔ ทุ่มครับ

(นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณประท้วงอะไรครับ

นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคพลังประชาชน เขต ๑ สกลนคร ผมขอประท้วงท่านผู้อภิปราย นะครับ ตามข้อ ๖๑ นะครับ ท่านอภิปรายไม่ได้อยู่ในประเด็นที่กําลังปรึกษาหารือกันอยู่ นะครับ ตอนนี้เปึนการพิจารณางบประมาณในมาตรา ๓ ครับ ท่านครับ ขอให้ท่าน ประธานวินิจฉัยด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ระมัดระวังให้เข้าเนื้อหา สาระในยอดของงบประมาณนะครับ คุณเทพไทครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ที่ผมอภิปรายผมกําลังชี้ให้เห็นครับท่านประธาน ว่าทําไมผมต้องตัดงบประมาณฉบับนี้ ทั้งหมดครับ ถ้าผมลุกขึ้นมาพูดว่าผมไม่เห็นด้วย ผมตัดทั้งหมด โดยไม่มีเหตุผลที่จะ อธิบายให้ท่านประธานทราบว่าผมมีเหตุผลอะไร สังคมจะเข้าใจว่าผมเปึนคนเกเร จะเข้าใจว่าผมไม่มีเหตุผลในการที่จะตัดงบประมาณในการพิจารณางบประมาณ ผมขอ เริ่มอภิปรายต่อครับ ท่านประธานครับ ผมชี้ให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีจงใจฝ์าฝ๋น บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๖ เพราะได้มีคําสั่งในรายการทันทีว่าให้เปลี่ยนรายการ จากเอ็นบีที (NBT) จากรายการข่าวหน้า ๔ ให้เปึนรายการความจริงวันนี้ โดยจัดโดย สามเกลอหัวกลม ซึ่งบ้านผมเขาเรียกว่า สามเกลอหัวขาด เหตุที่ผมบอกว่าเปึนการบังคับ ให้จัดรายการนี้ก็เพราะว่าผมมีเหตุผลสนับสนุนก็คือว่าเจ้าของรายการข่าวหน้า ๔ ออกมา ให้สัมภาษณ์ครับว่า ไม่เคยได้รับรู้หรือได้รับการติดต่อจากกรมประชาสัมพันธ์หรือตัวแทน รัฐบาลมาก่อน ว่าจะมีการยกเลิกรายการข่าวหน้า ๔ ทุก ๆ คนได้ยินได้ฟังพร้อมระหว่างที่ นายสมัคร สุนทรเวช จัดรายการสนทนาประสาสมัคร ในช่วงสายของวันที่ ๒๐ ที่ผ่านมา โดยนายสมัครย้ําว่าจะให้โฆษกรัฐบาลจัดรายการตอบโต้ฝ์ายพันธมิตร พร้อมกับกําหนด วัน เวลา ตรงกับรายการข่าวหน้า ๔ ซึ่งวิธีการบอกเลิกสัญญาอย่างนี้ถือว่าเปึนสิ่งที่ ไม่ถูกต้อง

(นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณเทพไทครับ คุณทวีวัฒน์ ประท้วงอีกแล้ว

นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคพลังประชาชน สกลนคร เขต ๑ ครับ ผมก็ยังเห็นว่า ท่านผู้อภิปรายนั้นยังผิดข้อบังคับอยู่ครับ ข้อ ๖๑ ครับ ยังไม่เข้าประเด็นครับ ขอให้ ท่านประธานวินิจฉัยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอให้เข้าประเด็นครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ประเด็นของผมก็คือว่า ความไม่น่าเชื่อถือของรัฐบาลชุดนี้ที่จะบริหารราชการแผ่นดินโดยใช้งบประมาณ ๑.๘ ล้านล้านบาท เมื่อเปึนอย่างนี้ครับประธานครับจะเห็นได้ว่ามีการจัดรายการ ความจริงวันนี้ขึ้นมาจริง ๆ ครับ แล้วก็รายการนี้เปึนรายการที่เปึนต้นเหตุให้มีการเกิด ความรุนแรง มีไอ้โม่งเข้าไปบุกเอ็นบีที เพราะว่าเปึนรายการที่จัดเพียงฝ์ายเดียว โจมตีสื่อ องค์กรอิสระและคนที่เห็นต่างกับฝ์ายรัฐบาล ทั้ง ๆ ที่ผมคิดว่ารายการนี้เลิกไปแล้ว หลังจากเกิดเหตุความรุนแรง แต่ว่าเมื่อ ๒ คืนที่ผ่านมาผมเป่ดเอ็นบีทีดูอีกครั้ง ก็กลับมาอีกครับท่านประธาน กลับมา หลอกมาหลอนพวกผมอีก กลับมาหลอกมาหลอนพี่น้องประชาชนอีก ผมเลยจําเปึน ต้องหยิบยกขึ้นมาอภิปรายเพื่อเปึนเหตุผลประกอบว่า ผมไม่เห็นชอบที่จะให้รัฐบาล ชุดนี้บริหารราชการแผ่นดินโดยใช้งบประมาณฉบับนี้

เหตุผลที่ ๒ ในข้อ ๒ นี้ก็คือว่า นายกรัฐมนตรีมีความจงใจที่จะแบ่งแยก พี่น้องประชาชนเพื่อสร้างความแตกแยกเกิดขึ้นในสังคม ถ้าท่านประธานจะดูหนังสือพิมพ์ ฉบับนี้ครับ ผมชี้ให้ท่านประธานเห็นครับ พาดหัวไทยโพสต์ พาดหัวบอกว่าไม่มา ให้มันรู้ไป นี่เปึนคําพูดนายกรัฐมนตรี ซึ่งเปึนการสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นของชนในชาติ พาดหัวต่อว่า สมัครดึงสถาบันคลุกการเมือง ถามว่าทําไมนายกรัฐมนตรีพูดแบบนี้ครับ ท่านประธานครับ เพราะนายกรัฐมนตรีมีโครงการสร้างความสมานฉันท์แห่งชาติ ใช้จากวันแม่สู่วันพ่อ ๑๑๖ วัน และก็บอกว่าถ้าใครไม่มาร่วมโครงการของท่านให้มันรู้ไป พูดแบบนี้ ผมเลยอยากจะถามท่านนายกรัฐมนตรี บังเอิญท่านนายกรัฐมนตรีไม่มา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พูดแล้วมันเกี่ยวอะไรกับ งบประมาณครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ก็เกี่ยวสิครับว่า

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นั่นมันเกี่ยวกับใคร งบประมาณที่ท่านจะปรับลดเท่าไร

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

เกี่ยวกับว่ารัฐบาลไม่มี ความสามารถ ผมไม่ไว้วางใจให้ไปใช้งบประมาณฉบับนี้ได้ครับ โดยผมมีเหตุผลอย่างนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะถามนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าท่าน จัดงานใครไม่มาให้มันรู้ไป ผมอยากจะถามว่าวันก่อนพันธมิตรจัดงาน ๑๒ สิงหา วันแม่ นายกรัฐมนตรีได้ไปไหม ได้ไปร่วมกับองค์กรอื่นบ้างหรือไม่ครับ ผมคิดว่าทั้งหมดนี้ครับ เปึนเรื่องที่นายกรัฐมนตรีพยายามแบ่งแยกประชาชนเปึนคนนิยมความรุนแรง จึงอยากจะ เรียนกับท่านประธานว่า ผมไม่เห็นชอบที่จะให้งบประมาณฉบับนี้ผ่านไปได้

ข้อที่ ๓ ที่จะสนับสนุนเรื่องนี้ก็คือว่า ถ้าผมจะอนุมัติให้รัฐบาลชุดนี้ ใช้งบประมาณฉบับนี้ไป ผมคิดว่ารัฐบาลไม่มีความสามารถที่จะใช้ให้เปึนเหตุเปึนผล ให้เกิดดอกออกผลได้ตามที่เม็ดเงินที่สภาแห่งนี้อนุมัติไป เพราะอะไรครับ เพราะรัฐบาล ชุดนี้ขาดความน่าเชื่อถือ ขาดศรัทธาจากพี่น้องประชาชน ผมจะชี้ให้ท่านประธานเห็นครับ ท่านประธานคงเห็นตําตาวันนี้ว่ามีบุคคลกลุ่มหนึ่งเข้าไปยึดทําเนียบรัฐบาล

(นายอํานวย คลังผา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงอีกแล้ว เชิญคุณอํานวย

นายอํานวย คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคพลังประชาชน ก็ต้อง ขอกราบอภัยผู้อภิปรายอยู่ในขณะนี้นะครับ ซึ่งผมขอให้ท่านประธานได้ใช้ข้อ ๖๖ ในการ ที่ผู้อภิปรายในขณะนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ผมว่าพอจะสรุปได้ เพราะท่านปรับลดทั้งหมด ก็ง่ายครับ คือหมายความว่าไม่ใช้งบประมาณฉบับนี้ ก็ยืนยัน ต่อสภาอยู่แล้ว

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ผมปรับลดทั้งหมด ผมจําเปึน ต้องมีเหตุผลที่สําคัญครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เหตุผลพอเพียงครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ไม่พอ ท่านประธานรู้ได้อย่างไร พอครับ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกนี้ที่จะโหวตยังไม่รู้ว่าจะพอหรือเปล่า ผมต้อง ขอมติจากเขาครับ ผมจําเปึนต้องโน้มน้าวจิตใจเขาให้เห็นคล้อยตามผมครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีความสามารถ ขาดศรัทธา ในการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่มีประสิทธิภาพในการที่จะเอางบประมาณ ๑.๘ ล้านล้านบาท ไปใช้นี้ ก็เพราะอะไรครับ ก็เพราะทําเนียบรัฐบาลในวันนี้ถูกกลุ่มคนไปยึด เปึนเวลา อาทิตย์กว่าแล้วนายกรัฐมนตรีไม่สามารถที่จะเข้าไปทําเนียบได้ ซึ่งน่าสงสารมากครับ ท่านประธาน ผมเองก็สงสารครับ เพราะว่านายกรัฐมนตรีต้องไปอยู่ที่กองทัพไทย ไปอยู่ที่ ร่มเงาของทหารซึ่งผมคิดว่าเสียศักดิ์ศรีเปึนอย่างยิ่ง ถ้าผมเปึนนายกรัฐมนตรีแนะนําได้ผม คิดว่าน่าจะใช้กระทรวงต่างประเทศหรือกระทรวง ทบวง กรมอื่น ๆ ประชุมน่าจะ เหมาะสมกว่า ผมเห็นใจท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านนายกรัฐมนตรีกังวลว่าเมื่อถูกยึดไป นาน ๆ แล้ว ทําเนียบรัฐบาลจะเน่าเฟะ ห้องงาช้างจะเสียหาย สถานที่ราชการเสียหาย สนามหญ้าจะตายหมด คนที่นั่นก็เลยบอกว่าที่นายกรัฐมนตรีห่วงใยสนามหญ้าจะตาย สงสัยนายกกินหญ้านะ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่า นายกรัฐมนตรีจะบริหาร งบประมาณ ๑.๘ ล้านล้านบาทได้อย่างไรในขณะที่ทําเนียบรัฐบาล ซึ่งเปึนสัญลักษณ์ของ การบริหารราชการแผ่นดิน ศูนย์รวมอํานาจการบริหารสูงสุดของประเทศยังถูกยึด ผมคิดว่าถ้าเปึนรัฐบาลประเทศอื่น อย่าว่าแต่รัฐบาลประเทศไทยเลยครับ รัฐบาลประเทศ เพื่อนบ้าน ผมคิดว่าเขาไม่อยู่หรอกครับ เมื่อนายกไม่มีที่ทํางาน ไม่มีที่ทําการศูนย์ราชการ สูงสุดของชาติถูกยึดไปแล้วนี่ครับ หลังจากนั้นท่านนายกรัฐมนตรีทําอย่างไรครับ ท่านประธานสลายการชุมนุม ซึ่งผมอยากจะถามรายละเอียดเรื่องนี้ต่อหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ สํานักงานตํารวจแห่งชาติครับ ซึ่งจะต้องชี้แจงครับว่าการสลายการชุมนุม โดยคําสั่งของผู้บังคับบัญชาที่เปึนเจ้าหน้าที่ตํารวจระดับสูงบางคนที่ก่อให้เกิดความ รุนแรงนี่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่นายกรัฐมนตรีประกาศตลอดเวลาว่าจะ ไม่ใช้ความรุนแรงให้เกิดขึ้น แต่ว่าถ้าท่านประธานเห็นหน้าหนังสือพิมพ์ครับ พาดหัว เลยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ว่าคุณจะเอาเอกสารอะไร มาชี้แจงต่อสภานะครับ ดูข้อบังคับด้วย

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ขออนุญาตครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังไม่ได้ขออนุญาต ผมยัง ไม่อนุญาต ไม่จําเปึนต้องแสดง เพราะทุกคนเขาอ่านหมดแล้วครับ เอาเหตุผลเรื่องอื่น ดีกว่าครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ผมต้องขออนุญาตท่านประธาน ถ้าอย่างนั้น เพราะว่าเปึนหนังสือพิมพ์หลายวันแล้ว เขาอาจจะลืมแล้วก็ได้นะครับ เพราะมีเรื่องใหม่เกิดขึ้นเรื่อย ๆ เลยท่านประธาน ผมขออนุญาตท่านประธานครับ เพื่อใช้ เอกสารประกอบครับ ท่านประธานจะอนุญาตไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แล้วก็พอสมควรแก่เวลา แล้วนะครับที่อภิปราย

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ผมส่งให้ท่านประธานด้วยครับ ผมแสดงเสร็จแล้วผมก็จะมอบให้ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ๆ ขอบคุณครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ขอบคุณครับท่านประธาน พาดหัวว่าอย่างไรครับ สมัครกร้าว ม็อบเหิมยึดทําเนียบ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ คือผมก็สังเกตดูในที่ประชุมทุกครั้ง พอคุณเทพไทอภิปรายก็จะมีผู้ประท้วง คนอื่น เขาอภิปรายไม่มีคนประท้วงเลย ผมก็แปลกใจครับ เชิญผู้ประท้วงครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธานนะครับ เพราะว่าผู้อภิปราย อภิปรายนอกประเด็นนะครับ ข้อ ๖๑ ขอให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยนะครับว่าวันนี้เราพิจารณางบประมาณนะครับ ไม่ได้ ไม่ไว้วางใจรัฐบาลนะครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมวินิจฉัยก็เปึนข้อถูกบ้าง ผิดบ้างครับ เขาก็พูดจะตัดทั้งหมด ทั้งงบประมาณเลยนะครับ เขาก็ต้องมีเหตุมีผล ที่จะต้องแสดงให้สภาทราบ ก็เป่ดโอกาสสักนิดหน่อยครับ เอาสักนิดหน่อย แล้วก็จบได้นะ คุณเทพไท เพราะเดี๋ยวจะมีผู้ประท้วงต่อครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ขอบคุณครับท่านประธาน ผมก็ แปลกใจเหมือนกันทําไมผมพูดแล้วมีคนประท้วง ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะนายกรัฐมนตรีเปึนคนแข็งกร้าวตามที่หนังสือพิมพ์พาดหัวแหละครับ เลยทําให้เกิด เหตุการณ์สลายการชุมนุม ซึ่งผมจะขออนุญาตใช้ภาพประกอบการพิจารณาครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าจะไปกันไกล แล้วครับ ไม่ใช่อภิปรายไม่ไว้วางใจครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ผมจะแสดงให้เห็นครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่อนุญาตครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ไม่อนุญาตก็ไม่เปึนอะไรครับ

(นายปวีณ แซ่จึง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายปวีณ แซ่จึง ศรีสะเกษ

ท่านประธานครับ ผม ปวีณ แซ่จึง ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณปวีณ มีอะไรล่ะ

นายปวีณ แซ่จึง ศรีสะเกษ

ผมขอประท้วงท่านสมาชิกผู้ที่กําลัง อภิปรายอยู่ในขณะนี้ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ นะครับ ท่านสมาชิกผู้จะ อภิปรายต้องอภิปรายในประเด็น ผมถามก่อนว่าขณะนี้เรากําลังทําอะไร เรากําลัง อภิปรายเรื่องพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายในขั้นแปรญัตติ ท่านจะตัดตอนไหน ไม่เห็นด้วยตอนไหน มาตราไหนท่านต้องอภิปรายในมาตรานั้น ไม่ใช่ท่านมาพูด สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ ผมอายเหลือเกินพูดจริง ๆ ครับ ผมอายเหลือเกิน ที่จะทําอย่างนี้ ประเด็นอย่างนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้ว ผมวินิจฉัยครับ

นายปวีณ แซ่จึง ศรีสะเกษ

ผมขอประท้วงครับว่าผู้อภิปรายไม่อยู่ ในประเด็น ประเด็นก็เพียงแต่ว่าท่านจะแปรญัตติในมาตราใด จะลดรายจ่ายในมาตราใด และจะพูดตรงนี้ไม่ได้ว่าไม่ควรจะผ่านงบประมาณ มันผ่านมาแล้วในขั้นรับหลักการ ตอนนี้ขั้นแปรญัตติแล้วครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผมขอ วินิจฉัยว่าขอให้คุณเทพไทอยู่ในประเด็น แล้วก็พอสรุปได้ครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ขอบคุณท่านประธานครับ ที่ผม บอกว่าผมจําเปึนต้องอธิบายเหตุผลทั้งหมด เพราะผมไม่ผ่านงบประมาณฉบับนี้ และผม อยากจะถามว่าปรากฏการณ์ทั้งหมดที่ผมอธิบายไป หน่วยงานที่รับผิดชอบต่อสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นกรรมาธิการชุดนี้ได้เรียกนายกรัฐมนตรีมาสอบถามหรือไม่ เรื่องประสิทธิภาพ การทํางาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวเขาคงตอบนะครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ก็ผมถามครับ เดี๋ยวเขาหาว่าผม ไม่เกี่ยวข้องกับกรรมาธิการอีก ไม่เกี่ยวข้องกับการพิจารณางบประมาณอีก นี่ก็เปึน คําถามผ่านท่านประธานไป ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งท่านประธาน ที่ผมอยากจะ เรียนกับท่านประธาน ก็คือว่าผมไม่อยากจะให้รัฐบาลชุดนี้เอางบประมาณที่พวกผม ที่สภาแห่งนี้นําไปใช้ เพราะผมไม่มั่นใจว่าใช้ไปแล้วจะเกิดประสิทธิภาพตามที่สภาชุดนี้ อนุมัติไปหรือไม่ เพราะทุกครั้งท่านประธานก็คงเห็นว่าความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในวันนี้ ก็เพราะรัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีความสามารถที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาบ้านเมือง แล้วผมจะไว้วางใจให้บริหารราชการโดยใช้งบประมาณ ๑.๘ ล้านล้านบาท ได้อย่างไร แม้แต่สถานการณ์ปัจจุบันวันนี้นายกรัฐมนตรียังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์บ้านเมืองได้ จําเปึนต้องประกาศ พ.ร.บ. ฉุกเฉิน และก็มอบอํานาจให้กับผู้บัญชาการทหารบกเปึน ผู้ดูแลสถานการณ์บ้านเมือง จริง ๆ ก็น่าจะมอบงบประมาณทั้งหมดให้ผู้บัญชาการ ทหารบกบริหารน่าจะดีกว่า ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ครับ ผมคิดว่า ผมไม่สามารถที่จะผ่านงบประมาณฉบับนี้ไปได้ ด้วยเหตุผลก็คือผมไม่ไว้วางใจคนที่จะนํา งบประมาณฉบับนี้ไปใช้ ไม่ไว้วางใจและไม่เชื่อว่านายกรัฐมนตรีคนนี้มีศักยภาพ มีภาวะการเปึนผู้นํา มีความชอบธรรมที่จะนํางบประมาณแผ่นดินไปใช้ให้เปึนมรรค เปึนผลได้ ผมไม่เห็นชอบกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญ คุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไรครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวครับ มีอะไรครับ คุณจตุพร

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ผมขอใช้สิทธิพาดพิงครับ ท่านประธาน ขอกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ผมขอ กราบเรียนกับท่านประธานว่า ผมเองในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายได้แสดง ความประสงค์ไม่ได้แปรญัตติแม้แต่เพียงมาตราเดียว เพราะต้องการให้เพื่อนสมาชิกที่เขา ได้ติดตามเรื่องนี้กันมาตั้งแต่ต้นไปทําหน้าที่ แล้วการประชุมเพื่อมาทําหน้าที่รับฟัง เมื่อสักครู่นี้ผู้อภิปรายนายเทพไท เสนพงศ์ ได้พูดพาดพิงถึงกระผมและเพื่อนและคณะ ว่าสามเกลอหัวกลมต่อไปจะเปึนสามเกลอหัวขาด และก็มาหลอกมาหลอนพี่น้อง ประชาชน ซึ่งเรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่มากครับท่านประธาน เพราะว่าวันนี้ถ้าไม่มีการถ่ายทอด โทรทัศน์ ผมเชื่อว่าวันนี้ผมอาจจะนั่งเฉย เพราะที่ผ่านมานะครับ เมื่อนายเทพไท เสนพงศ์ คือถ้าพาดพิงในสภา ผมก็ได้ใช้สิทธิ แต่ถ้าท่านประธานถ้าได้ติดตามว่าเมื่อนายเทพไทได้ แถลงข่าวหรือจะพาดพิงพวกกระผม พวกกระผมไม่เคยชี้แจงในรายการความจริงวันนี้เลย จะโดยความรู้สึกว่าจะไม่เห็นความสําคัญอย่างไรก็ตามเถอะ แต่ถ้าว่าวันนี้การบอกว่ามา หลอกมาหลอนประชาชน หรือแม้กระทั่งการมาข่มขู่ว่ากําลังจะกลายเปึนสามเกลอหัว ขาดนั้น เปึนเรื่องที่ผมยากจะอดทน และขอกราบเรียนไปยังท่านประธานว่าแม้กระทั่งบอก เมื่อสักครู่นี้ว่านายกรัฐมนตรีกินหญ้า สภาแห่งนี้ก็จะมีการพิจารณาให้มีการพูดผ่าน ถ่ายทอดโทรทัศน์ไปได้ ผมบอกว่าวันนี้ถ้าผมมาใส่เสื้อดํา เนคไท (Necktie) ดํา เพื่อไว้อาลัยแก่ศพของคนที่ตาย ไม่ใช่ศพเดียว ๓ ศพ มีฝ์ายหนึ่งกระทําชัดเจน ถูกด้วย ของแข็ง ถูกมีด แล้วถูกด้วยอาวุธป๋นอีก ๒ คนนั้น วันนี้ไปพิสูจน์ชัดเจนว่าฝ์ายไหน เปึนการกระทํา เพราะมีอีกฝ์ายหนึ่งตาย แต่ประเด็นที่ผมบอกกับนายเทพไทผ่านไปยัง ท่านประธานว่า นายเทพไทไม่มีสิทธิที่จะมาข่มขู่อะไรผมว่า จะเปึนสามเกลอหัวขาด นายเทพไทเปึนใครล่ะครับ นายเทพไทเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิอะไรที่จะมา บอกว่าคนอย่างผม หรือ คุณวีระ มุสิกพงษ์ คุณณัฐวุฒิ ใสเกื้อ จะหัวขาด ผมบอกว่า ผมเองเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเปึนคนไทย บิดามารดาอบรมสั่งสอน และจะไม่ พูดในลักษณะอย่างนี้กับบุคคลอื่น

ประเด็นต่อมาเรื่องบอกว่า การมาหลอกมาหลอน ท่านประธานที่เคารพ ผมบอกว่าถ้าไปพาดพิงถึงใครให้เกิดความเสียหาย มีกระขบวนการกฎหมายบ้านเมืองได้ ใช้ครบถ้วน เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าการพูดในลักษณะการใส่ร้ายแบบนี้ นี่มันสร้าง ความเสียหายแล้วท่านประธานที่เคารพ ผมเองนี้ได้ทนนั่งฟังอยู่ในสภาแม้กระทั่งเรื่อง ความรุนแรง ท่านประธานที่เคารพ กรณีที่ราชบุรี ทุกศพมันถูกยิงที่ศีรษะ ที่ไปมีความรู้สึก สํานึกบาปไปทําบุญนั้น เพราะว่าจับได้ก่อนแล้วมายิงเขาทีหลังใช่หรือไม่ แต่ด้วยความ อดทนของผมว่า อ้ายนั่นมันก็อดอาร์มี่ (God’s Army) ที่เขาต้องมาสร้างหนังช่อง ๗ สี เรื่องเก็บแผ่นดิน ผมบอกว่าเราได้มีความอดทนต่อสภาแห่งนี้ว่า อ้ายนั่นมันชนกลุ่มน้อย

(นายประกอบ รัตนพันธ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่ผมประท้วงท่านประธานนะครับ ตามข้อบังคับข้อ ๘ (๓) ครับ ท่านประธานไม่ บังคับดูแลการประชุมเปึนไปอย่างด้วยความเรียบร้อย เมื่อสักครู่ผู้ประท้วงได้ขอใช้สิทธิ พาดพิงที่ท่านเทพไทพูดว่า สามเกลอหัวกลม หรือที่บ้านผมเรียกว่า สามเกลอหัวขาด อันนี้ยืนยันว่าคนนครศรีธรรมราชนี้เรียกว่า สามเกลอหัวขาดจริง ๆ เพราะฉะนั้นคุณจตุพร นี้ไม่ควรที่จะพูดเลยไปถึงเรื่องก็อตอามี่ครับ เพียงชี้แจงว่าหัวขาดจริงหรือเปล่าเท่านั้น ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมวินิจฉัยครับ พอกันทั้ง ๒ ฝ์ายครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ไม่ได้เลยท่านประธานที่เคารพ นายประกอบ รัตนพันธุ์ นายเทพไท เสนพงศ์ บอกว่าชาวนครศรีธรรมราช บอกว่าพวกผม เปึนสามเกลอหัวขาด รากเหง้าตระกูลผมเปึนคนชาวนครศรีธรรมราช มีแม่เปึนชาว สุราษฎร์ธานี ผมบอกว่าอย่าใช้คําพูดว่าชาวนครศรีธรรมราชบอกว่า ผมเปึนพวก สามเกลอหัวขาด ถ้าผมบอกว่านายประกอบกับนายเทพไทเปึนพวกหัวขาดบ้าง ไม่ได้ครับ ท่านประธาน ท่านประธานต้องวินิจฉัยว่าในสภานี้มาพูดคําเหล่านี้ได้อย่างไรครับ ท่านประธาน ก็ไม่เห็นเงาหัวอีกเหมือนกัน

(นายประกอบ รัตนพันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประกอบ รัตนพันธุ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประท้วง ผม ประกอบ รัตนพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงผมเคยพูดกับท่านประธานหลายครั้งว่า สภานี้ต้องพูดเรื่องจริง วันนี้คุณจตุพรไม่กล้ากลับบ้านครับ เพราะแกไม่รู้ว่า คนนครศรีธรรมราช เรียกแกสามกลมหัวขาด ขาดจริง ๆ ครับ เขาเรียกอย่างนี้จริง ๆ ครับ ต้องพูดความจริงครับ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ผมยืนยัน เพราะว่าผมกับคุณเทพไทนี้เปึนคนนครศรีธรรมราช พี่น้องชาวนครศรีธรรมราช ฝากผมมาบอกว่า ในฐานะคนบ้านเดียวกัน ช่วยพูดกับคุณจตุพร คุณณัฐวุฒิ คุณวีระ ได้ไหมว่าถ้าอยู่อย่างนี้เขาเรียกว่า สามเกลอหัวขาดครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ทั้ง ๓ คนนั่นแหละครับ

นายจุตพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานไม่ได้เลยครับ ต้องให้ผมได้ชี้แจง ก็คือว่าวิธีคิดแบบนี้แหละที่เสนอการคิดแบ่งแยกภาค แบ่งแยกดินแดน ผมจะกลับบ้านเมื่อไรนั้นเปึนสิทธิของผม ไม่มีใครสามารถมาก้าวล่วงหรือจะไปหนัก อวัยวะของใครคนใดคนหนึ่งบ้างว่าผมจะกลับบ้านเมื่อไร หรือไม่กลับบ้านเมื่อไร แต่ผม บอกว่าวิธีคิดอย่างนี้ที่ท่านประธานต้องเตือนในสภาว่า การแบ่งภูมิภาคนี่แหละครับที่จะ นําพาสู่ความไม่สงบสุขของบ้านเมือง ที่ผมลุกขึ้นใช้สิทธิพาดพิง ท่านประธานครับ วันนี้ บ้านเมืองมาถึงจุดของมัน วันนี้คนในซีกพรรคพลังประชาชนไม่ได้กลัวว่านายกรัฐมนตรี ต้องลาออก หรือจะกลัวการยุบสภาตามการเรียกร้อง แต่ว่าบ้านเมืองต่อจากนี้ไปจะเปึน อย่างไร เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าวันนี้แม้กระทั่งว่าใครล่ะครับที่ไปตายครับ คนที่ตายคือ มันสร้างภาพแสดงกันอยู่ในสภาแห่งนี้

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณบุญยอด ประท้วงแล้วครับ มีผู้ประท้วงครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมคิดว่าท่านผู้อภิปราย กําลังอภิปรายนอกประเด็นไปแล้วนะครับ ท่านมีสิทธิใช้สิทธิพาดพิงได้ แต่ว่าเมื่อท่าน ได้พูดเมื่อสักครู่นี้เราก็พอเข้าใจได้แล้วนะครับว่า ท่านได้อธิบายแล้วว่าท่านไม่ได้เปึน แบบนั้น เราทุกคนได้เข้าใจแล้ว ขอให้ใช้เวลาในสภาแห่งนี้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะว่า งบประมาณเปึนเรื่องจําเปึน เปึนเรื่องสําคัญ ท่านประธานกรุณาควบคุมการประชุมครับ ขอบพระคุณครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานต้องฟังผมนิดนะครับ นายเทพไท เสนพงศ์ บอกว่าผมมาหลอกมาหลอน เมื่อคืนนี้ผมพูดถึงคนที่ตาย ๓ คน คือคนที่เขาเดินมาจากท้องสนามหลวง อีกฝ์ายหนึ่งใช้อาวุธป๋นยิง แล้วใครมาสร้างภาพ กันในสภาแห่งนี้ ไปถามเมียคนที่ตาย ญาติพี่น้องคนที่ตาย ว่าเขาตายเพราะอะไร แต่มาบิดเบือนในสภาอย่างนี้สร้างภาพอยู่ได้อย่างไรท่านประธาน ผมไม่ยอมหรอก ท่านประธาน นี่ผมนั่งฟังด้วยความอดทน แต่บ้านเมืองใส่ชุดดําแล้วยังใจดําอีก ท่านประธาน ผมยอมไม่ได้เปึนอย่างไรเปึนกันท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เปึนอะไรหรอกครับ เชิญนั่งเถอะครับ เชิญนั่งทั้ง ๒ ฝ์ายครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ผมใช้สิทธิประท้วงครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญนั่งเถอะครับ เชิญนั่ง ทั้ง ๒ ฝ์าย

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ เพราะผู้อภิปรายกําลังเข้าใจผิดในสาระสําคัญที่ผมอภิปราย ผมจะขอชี้แจงครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ให้ชี้แจงนะครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ทําไมไม่ให้ชี้แจงครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ผมจบมาไม่เคยใช้คลื่นความถี่ ในการทําข้อสอบนะครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ผมเสียหาย

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

เอากันไหม เอาให้พังกันไป สักข้างหนึ่งไหม

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานให้เขาหยุดก่อน แล้วผมจะอภิปรายชี้แจงให้เขาฟังว่าที่ผมพูดหมายความว่าอย่างไร ไม่ใช่นึกในใจ เปึนตุเปึนตะขึ้นมาครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภานี้เปึนสภา อันทรงเกียรตินะครับ ท่านผู้อภิปราย ท่านผู้ประท้วงทั้งสองผมขอความกรุณาใช้อํานาจ ของประธาน นั่งทั้ง ๒ คนครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ผมเชื่อท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นั่งครับ นั่งครับคุณเทพไท ผมไม่อนุญาต จบแล้ว เชิญคุณณัฐวุฒิครับ ไม่ประท้วงแล้วนะครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานห้ามเรื่อง การประท้วงไม่ได้นะครับ ตามข้อบังคับเปึนสิทธิของสมาชิกครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประธานมีอํานาจครับ ในการที่จะไม่ให้ประท้วง เพราะประท้วงแล้วประท้วงอีกครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ผมประท้วงที่ไหน ท่านประธาน ยังไม่ให้ผมประท้วงเลยนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นี่ก็กําลังประท้วงอยู่

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านอนุญาตหรือเปล่าครับ ถ้าท่านอนุญาตผมก็จะชี้แจง แล้วก็จบครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่อนุญาตครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ไม่ได้ครับท่านประธาน ผมเสียหายครับ ตามข้อบังคับครับท่านประธาน เมื่อสมาชิกได้รับความเสียหาย สมาชิกลุกขึ้นประท้วง ท่านประธานต้องให้เขาชี้แจง

(นายสุวโรช พะลัง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสุวโรชมีอะไร ข้างหลังโน้น ประท้วงอีก

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อที่ ๘ ครับ ซึ่งท่านประธานมีหน้าที่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมกําลังควบคุมอยู่ครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ควบคุมครับ ท่านประธานฟังผมก่อน สิครับ ไม่อย่างนั้นท่านจะรู้ได้อย่างไรผมจะพูดอะไร แล้วท่านวินิจฉัยได้ถูกหรือครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ท่านพูดข้อ ๘ ล่ะครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ก็นี่อย่างไรครับ เหตุผลท่านไม่ฟังเลย หรือครับ นี่ไม่ใช่ตลาดนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมประท้วงท่านประธาน ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ เพราะว่าท่านประธานเองปล่อยปละละเลย ไม่ให้สมาชิกใช้ข้อบังคับ ในการประชุม การจะประชุมท่านประธานต้องอนุญาต ไม่ใช่เถียงกันอย่างกับขายปลาทู ในตลาดครับ แล้วท่านประธานเองก็นั่งบอกว่าพอแล้ว ๆ อันนั้นเปึนนอกสภาสิครับ ผมประท้วงท่านประธานสภาตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ว่า ขอให้ท่านประธานสภาเคร่งครัด ในการบังคับใช้ข้อบังคับการประชุมสภาครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปผมจะใช้โดยเคร่งครัด เชิญคุณเทพไท

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ครับ ขอเรียนกับท่านประธานว่าเจตนาของผมที่ได้ ยกรายการความจริงวันนี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณจะประท้วงผมข้อไหน

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ผมใช้สิทธิพาดพิงครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นั่นล่ะข้อไหน

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ข้อ ๖๓ เมื่อสักครู่นี้ครับ

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผมขอประท้วงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยว คุณนั่งก่อน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

เพราะว่าถ้าใช้สิทธิพาดพิง เมื่อสักครู่นี้ลุกขึ้นบอกว่าประท้วง แล้วมาบอกใช้สิทธิพาดพิงได้อย่างไรท่านประธาน ขอให้ท่านประธานได้วินิจฉัย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็นี่ล่ะ ผมกําลังจะใช้ ข้อบังคับ ข้อ ๘ ที่คุณสุวโรชเขาได้ต่อว่าผมเมื่อสักครู่นี้นะครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ครับ ผมประท้วงตามข้อ ๖๓ ท่านประธาน เพื่อที่จะขอใช้สิทธิพาดพิงครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมได้พยายาม ที่จะหลีกเลี่ยงเรื่องการเอ่ยชื่อบุคคล แม้กระทั่งพิธีกรรายการความจริงวันนี้ผมก็ไม่ได้ เอ่ยชื่อนะครับ เพียงแต่ผมบอกว่าเปึนรายชื่อของสามเกลอหัวกลมหรือสามเกลอหัวขาด ที่ผมไม่เอ่ยชื่อเพราะผมเข้าใจว่าทั้ง ๓ คน เปึนบุคคลภายนอกไม่มีสิทธิมาชี้แจง ซึ่งผม ก็เพิ่งนึกได้ว่าผู้ที่เปึนพิธีกรอีกคนหนึ่งอยู่ในสภาแห่งนี้ ผมนึกว่าลาออกจากการเปึน ส.ส. วันที่เดิมพันกับท่านวินัย สมพงษ์ เรื่องวุฒิการศึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไปแล้วครับ ท่านประธานครับ ยังอยู่หรือครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ พาดพิงพอแล้ว

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ไม่ได้เลยท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน ในระบบสัดส่วน วันนั้นผมได้ท้าทาย

๑. ก็คือว่ากรณีมีการกล่าวหารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่องการใช้ ใบขับขี่ปลอม เรื่องการใช้วุฒิปลอมที่มีปัญหา ผมก็เปึนการท้าทายกันระหว่างรัฐมนตรี คมนาคมกับผู้อภิปราย แต่ว่าเมื่อลูกทีมของผู้อภิปรายถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งเรื่องวุฒิบัตร ปลอม ผมก็ถือว่าผู้กล่าวหาเปึนพวกที่ไร้เกียรติ ผมไม่ขอไปเดิมพันกับพวกที่ไร้เกียรติได้ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ พอแล้วพอครับ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นครนายก

ท่านประธานนิดเดียว ผมจะได้ ให้คุณจตุพรได้เข้าใจเรื่อง ผมเคยถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องนี้ จริงครับ แต่ก่อน ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนิดเดียวครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อสักครู่เขาพาดพิงถึง คุณเทพไท

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นครนายก

มันมีอยู่คนเดียวในประเทศไทย ครับท่านครับ ไม่ต้องไปพูดถึงเอ่ยใครครับ ผมวันนั้นอยากจะชี้แจงให้ท่านประธาน ได้ทราบว่าคุณจตุพร ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยนะครับ ผมได้เอาพยานหลักฐาน ทั้งหมดขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญไม่ให้ขึ้น เมื่อไม่ให้ขึ้นมาผมก็เลยถือโอกาส นั้นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไป แล้วผมก็ลาออกมาฟัองประธานศาลรัฐธรรมนูญ ขณะนั้น ท่านประธานครับ ผมลาออกจากการเปึนผู้แทนราษฎรโดยแสดงสป่ริต เพราะว่า ผมต้องการที่จะออกมาต่อสู้ ไม่ต้องการให้สภาผู้แทนราษฎรไปยุ่งเกี่ยวในตําแหน่ง ผู้แทนราษฎรนั้นคือสป่ริตของผม แล้วผมก็ทําหน้าที่ของผมในการดําเนินคดีกับบุคคล ดังกล่าวที่ทําผิดรัฐธรรมนูญ ผมลาออกครับจากผู้แทนราษฎรก่อนที่จะหมดวาระนั่นแสดง สป่ริตครับ คุณจตุพร หลายเรื่องคุณจตุพรไปท้าเขา คุณต้องมีสป่ริต ผมได้ ทําหน้าที่ของผมแล้วครับ แล้วกล่าวหาว่าผมไม่ได้เรียน ผมเรียนใหม่ให้ดูครับจนจบ ปริญญาโท แล้วคนที่กล่าวหาผมอีกก็ถูกดําเนินคดีในศาล แล้วลงขอขมาผมหลายรอบ หลายฉบับด้วยครับ ก็กราบเรียนท่านประธานให้ทราบว่าคุณจตุพรจะเอามาตรฐาน คุณจตุพรที่คิดเอง เออเองไปกล่าวร้ายปัายสีคนอื่นคุณจตุพรต้องระวังด้วย เพราะตัว คุณจตุพรเองหลายเรื่องมากครับ ผมเรียนชี้แจงเรื่องนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจและก็เปึนเรื่อง ที่เป่ดเผยต่อสาธารณะ ไม่ใช่เรื่องป่ดบังครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอบคุณครับ ท่านวินัย สมพงษ์ ประท้วงอะไรครับ

พันเอก วินัย สมพงษ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ของพรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอใช้สิทธิถูกพาดพิงครับ ท่านครับ ถ้าท่านจะอนุญาตให้ผมพูดสั้น ๆ ไหมครับ ท่านครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมถึงถามว่าท่านประท้วง อะไร

พันเอก วินัย สมพงษ์ แบบสัดส่วน

ผมขอใช้สิทธิถูกพาดพิงชื่อในสภา แห่งนี้ครับท่าน เมื่อสักครู่ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่ท่านจตุพร

พันเอก วินัย สมพงษ์ แบบสัดส่วน

ครับผม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ สั้น ๆ ครับ

พันเอก วินัย สมพงษ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงตั้งแต่กระผมได้อภิปรายไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คือ นายสันติ พร้อมพัฒน์ ในสภาแห่งนี้ หลังจากวันนั้นแล้วกระผมไม่เคยไปตั้งโต๊ะพูดจา ปราศรัยทวงคําถาม ไม่เคยไปตั้งโต๊ะ ไม่เคยให้สัมภาษณ์ใด ๆ ที่จะเปึนการทวงสัญญา ที่รับคําท้าไว้ในสภาแห่งนี้อีกเลยครับ ผมอภิปรายถึงเรื่องคุณธรรม จริยธรรม และเมื่อผม อภิปรายในสภาแห่งนี้เสร็จแล้วใครที่ท้าผมและผมจําเปึนต้องรับคําท้า เพราะเอกสาร ที่กระผมได้ใช้ยืนยันในสภานั้นเปึนเอกสารจริง ไม่ว่าจะเปึนมหาวิทยาลัยรามคําแหง ที่ผมพาดพิงถึง ไม่ว่าจะเปึนครูบาอาจารย์บางท่านที่อยู่รามคําแหงก็ออกมายืนยันว่า กระผมได้ใช้เอกสารจริงและกระผมก็ได้ยื่นเอกสารนี้ต่อท่านประธานสภาเปึนที่เรียบร้อย ท่านประธานสภาที่เคารพครับ หลังจากที่ผมได้อภิปรายในวันนั้นแล้วอันเนื่องจากว่า ผมนั้นไม่เคยไปวอแวหาเรื่องใครทิ้งไว้ให้เหลือเฉพาะความสํานึกในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม มีพี่น้องประชาชนจํานวนมากครับว่า วันนี้ พันเอก วินัย สมพงษ์ ก็ยังอยู่ในสภา คุณสันติ พร้อมพัฒน์ ก็ยังอยู่ในสภา แม้กระทั่งคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ซึ่งเปึนคนท้าผมครับ ก็ยังอยู่ในสภา สังคมก็สงสัยว่าใครผิดกันแน่ครับเพราะมันอยู่ด้วยกันทั้ง ๒ ฝ์าย ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมขอยืนยันครับว่า ผมได้ขอวีซีดี (VCD) คําพูดจา ปราศรัยของผมทุกคําพูดปรากฏเปึนหลักฐาน ผมยืนยันว่าเอกสารที่ผมเสนอในสภานั้น เปึนเอกสารจริง คุณสันติ พร้อมพัฒน์ ได้ให้คนไปนั่งสอบแทนจริงตอนเปึนนักศึกษา รามคําแหง และคุณจตุพร พรหมพันธุ์ เปึนคนที่ท้าผมกลางสภาว่า ถ้าเอกสารนี้จริง ผมพร้อมลาออกไหม ผมบอกว่าผมพร้อม ขอรับคําท้าอย่างลูกผู้ชาย วันนี้ครับผมถาม คุณจตุพร ผมถามคุณสันติ พร้อมพัฒน์ ว่าที่ท่านท้าผม ผมรับคําท้า ท่านเสียสัจจะ ท่านไม่รักษาคําพูดในสัญญาต่อประชาชน ต่อสภาแห่งนี้ ท่านจะตอบสังคมว่าอย่างไร ผมชี้แจงอย่างนี้ขอกราบเรียนยืนยันว่าผมได้เสนอเอกสารหลักฐานจริงในสภา และผม รับคําท้า ถ้าเอกสารฉบับนี้ปลอมวันนี้กระผมคืออดีต ส.ส. ครับ ไม่ใช่ ส.ส. ในปัจจุบันครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ก็คงจะพอ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ไม่ได้เลยครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผมขอกราบเรียนอย่างนี้ เอาท่านแรกก่อนที่พาดพิงถึงกระผม คือ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นายชาญชัยบอกว่าจะลาออกจาก ส.ส. ก่อนจะแสดงสป่ริต ก็ตาม แต่นายชาญชัยไม่ยอมลาออกจากตําแหน่งที่เปึนเลขานุการรัฐมนตรีเวลานั้น แต่ว่า ผลสุดท้ายแม้ว่าจะลาออกจาก ส.ส. แต่ศาลรัฐธรรมนูญก็ได้วินิจฉัยเรื่องการใช้วุฒิบัตร ปลอม ผลสําเร็จอยู่ตรงนั้น นายชาญชัยจะไปดําเนินการอย่างไรสุดแท้แต่นายชาญชัย นี่คือกรณีของนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ประเด็นต่อมาคือ พันเอก วินัย สมพงษ์ ผมขอ กราบเรียนกับท่านประธานว่า โดยส่วนตัว

(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ ประท้วงอะไรครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ ครับว่า สภาแห่งนี้เปึนสภา อันทรงเกียรติ สมาชิกต้องพูดกับสภาครับ การที่ปล่อยให้ท่านสมาชิกหันหน้าแล้วก็ชี้มือ ชี้ไม้มาเปึนการไม่เหมาะสม สมาชิกต้องพูดกับสภาและให้เกียรติสภา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พูดกับประธานครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ขอความกรุณาอย่าได้หันมา อย่างนี้อีกเลย ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ พูดกับผมครับ อย่าหันไปทางโน้น

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ เมื่อสักครู่นี้ พอดีพอเห็นนายเทพไทก็ชี้ผมเหมือนกัน ผมก็เลยว่าผมก็อยู่สภาแห่งนี้ผมก็มีสิทธิชี้ ฟากทางโน้นได้บ้าง ขอกราบเรียนกับท่านประธานว่า กรณีที่ พันเอก วินัย สมพงษ์ ได้อภิปราย กล่าวหารัฐมนตรี สันติ พร้อมพัฒน์ ๒ ข้อ

๑. ก็คือว่าเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้อย่างไร เมื่อทําใบขับขี่ ปลอมแล้วจะไปควบคุมกรมการขนส่งทางบกได้อย่างไร นี่คือประเด็นแรก

ประเด็นที่ ๒ ครับ เรื่องกรณีว่าเมื่อมีการให้ไปถูกสอบแทนแล้วก็ถูกลบชื่อ แล้วไปจบปริญญาตรี ปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยรามคําแหงได้อย่างไร เข้าข่ายวุฒิบัตร ปลอม ผมเองก็ได้มีการสอบถามกันแล้วผมก็มีการท้าทายเพราะว่ามีการกล่าวหากัน ยาว ๆ เนื้อหาเต็ม ผมก็ท้าให้ ๒ คนเขาเดิมพัน เพราะผมเองก็เปึนคนรามคําแหง แล้วก็ เห็นกันไม่ได้เหมือนกันว่าถ้า นายสันติ พร้อมพัฒน์ เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แล้วไปทําใบขับขี่ปลอมตามที่ พันเอก วินัย ได้บอก หรือแม้กระทั่งใช้วุฒิบัตรปลอม เขาก็มาเปึนรัฐมนตรีไม่ได้อยู่แล้ว ก็ท้าทายกันระหว่าง ๒ ฝ์ายในสภา เพราะผมเปึนคน รามคําแหงนี่แหละครับ เพราะฉะนั้นผมมีความเจ็บปวด เพราะผมเปึนคนในมหาวิทยาลัย นี้ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าที่ท้าทายกันอย่างนั้น เสร็จแล้วท่านเอาลูกทีมที่ศาล รัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องวุฒิบัตรปลอม ผมก็บอกว่าถ้ามาตรฐานทางจริยธรรม คุณธรรม กันแบบนี้ ทีคนอื่นมาตรฐานหนึ่ง ทีตัวเองมาตรฐานหนึ่ง ผมไม่ร่วมว่าจะไปเดิมพันอะไร กับคนจําพวกนี้ ขอบคุณท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วครับทั้ง ๒ ฝ์าย

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นครนายก

ผมต้องเรียนท่านประธาน อย่างนี้ครับ ไม่ใช่เรื่องยอม ไม่ยอมนะครับ เปึนเรื่องข้อเท็จจริงครับท่านประธาน ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้วินิจฉัยว่าผมปลอมวุฒินะครับ ศาลรัฐธรรมนูญท่านไปดูได้นะครับ อยู่ในหนังสือที่เพิ่งแจกไป ผมไม่เคยเอาเรื่องนี้ขึ้นมาถามรัฐธรรมนูญ เพราะว่าผมรู้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญทําไปด้วยเหตุผลอะไรเราไม่อธิบายกันให้ยุ่งยากนัก แต่ศาลรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ว่า นายชาญชัยพ้นสมาชิกภาพหลังจากที่ผมลาออกวันที่ ๔ ตุลาคม และ ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินวันที่ ๕ พ้นสมาชิกภาพตามมาตรา ๙๖ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่อง วุฒิการศึกษานะครับ แต่บอกว่า เนื่องจากนายชาญชัยเปึนลูกต่างด้าว เปึนลูกเจ๊กครับ เขียนแค่นี้ครับ ท่านไปดูสิครับ และคําว่า ปลอม ในศาลรัฐธรรมนูญไม่มีแม้แต่ ตัวเดียวนะครับ คําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเปึนอย่างนี้ เพราะฉะนั้นนายจตุพรที่พูดอย่างนั้น นายจตุพร โกหกต่อสภา ใส่ร้ายปัายสีเขาต่างหากด้วย แล้วก็เปึนเรื่องข้อเท็จจริงปรากฏอยู่ใน หลักฐานครับท่านประธาน ท่านประธานต้องให้เขาถอน เพราะว่าเรื่องนี้มันอยู่ในหลักฐาน แล้วผมเรียนท่านประธาน ผมยังไม่เห็นกระทรวงศึกษาหรือโรงเรียน มหาวิทยาลัยมาฟัอง อะไรผมเลยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถอนให้เขาหน่อยเถอะ ครับ

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผมถามไป ยังนายชาญชัยผ่านท่านประธานว่า ถ้านายชาญชัยยืนยันว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ วินิจฉัยเรื่องวุฒิบัตรการศึกษา จะลาออกล่วงหน้าเพื่อไม่ให้เกิดการวินิจฉัยอย่างไรก็ตาม แล้วเมื่อสักครู่นายชาญชัยสารภาพกลางสภาเอง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่าชี้หน้าเขา หันมาหาผม

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ผมไม่ได้ชี้หน้าครับ ผมพูดที่ ท่านประธาน หน้าผมอยู่ที่ท่านประธานมือไปอย่างนี้ท่านประธาน ผมจะเอามือไปแบบนี้ ได้อย่างไร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอามือลดข้าง ๆ เอว

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

เอาลดได้ ไม่มีปัญหา ท่านประธานที่เคารพ นายชาญชัยพูดเองกลางสภามิใช่หรือว่า ตัวเองไปลงเรียนใหม่ ทั้งหมด ถ้าวุฒิบัตรถูกต้อง ไม่ปลอมจริงแล้วจะไปเรียนใหม่หาอะไรล่ะครับท่านประธาน ผมไม่ถอนหรอกครับพิสูจน์ก็พิสูจน์ไปท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอให้ยุติทั้ง ๒ ฝ์าย นะครับ เดินทางในเรื่องงบประมาณต่อไป เชิญคุณณัฐวุฒิ ครับ สลับกันครับ ประชาธิปัตย์แล้วก็คุณณัฐวุฒิ แล้วก็วรงค์ ตามลําดับ ได้ทําเอาไว้หมดแล้ว เชิญคุณณัฐวุฒิ ครับ

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบขอบคุณ ท่านประธานสภาที่เคารพ นึกว่าจะรอถึงบ่ายหรือเย็น

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอความกรุณาเถอะครับ ท่านวินัยครับให้งบประมาณมันผ่านไป เดี๋ยวจะมีรายการอย่างนี้ไม่สิ้นสุดหรอกครับ

พันเอก วินัย สมพงษ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ของพรรคประชาธิปัตย์ ท่านครับผมขออีกสักนิดหนึ่งครับ เอาย่อ ๆ สั้น ๆ เพื่อไม่ให้สังคม ไม่ให้ท่านจตุพร เข้าใจผิดนะครับในประเด็นที่ผมอภิปราย ท่านรัฐมนตรีสันติ พร้อมพัฒน์ ในวันนั้น ประเด็นที่ผมอภิปราย ท่านต้องจับประเด็นให้ถูก ผมอภิปรายในแง่คุณธรรม จริยธรรม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวินัยครับ ด้วยความเคารพ สภาได้ฟังไปหมดแล้ว เข้าใจกันแล้วครับ

พันเอก วินัย สมพงษ์ แบบสัดส่วน

แต่ว่าท่านจตุพรก็จะเข้าใจผิด ผมไม่ได้อภิปรายว่าท่าน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือถ้าตอบกันไปตอบกันมา ก็ไม่ต้องทํางานอย่างอื่นหรอกครับ

พันเอก วินัย สมพงษ์ แบบสัดส่วน

ผมไม่ได้อภิปรายว่าท่านสันตินั้น จบตรี จบโท ปลอมไม่ปลอม ผมไม่พูดถึงนะครับ ผมพูดถึงว่ามีการให้คนไปนั่งสอบแทน ใบขับขี่ปลอม ใครปลอมผมไม่ได้บอก ท่านประธานสภาที่เคารพ อย่าลืมนะครับ ท่านจตุพรท้าผม ผมเพียงแต่รับคําท้า ผมไม่ได้ท้าท่าน ด้วยความเคารพ เพียงเท่านี้ ล่ะครับ เพื่อความเข้าใจของสภาและพี่น้องประชาชนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญ คุณณัฐวุฒิ คุณไม่พูดสักทีผลสุดท้ายเขาก็ประท้วงผมตลอด คุณก็พูดบ้าง สิ คุณพูดเลยคุณณัฐวุฒิ

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบขอบคุณ ครั้งนี้ผมยืน ครั้งที่ ๔ แล้วครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผมเชื่อประธาน ผมจะกล่าวไปเรื่อย ๆ แล้วผมขอชื่นชมท่านประธาน ท่านประธานมีความอดทนเปึนอย่างยิ่ง แล้วท่านประธาน มีความเปึนลูกผู้ชาย ที่พยายามทําภารกิจที่ต่อเนื่อง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าเข้างบประมาณเลย ครับ

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี 🔗

ก่อนที่จะส่งไม้ต่อให้ ท่านรองประธานท่านใหม่ ขอชื่นชมท่านประธานไว้ ณ ที่นี้ด้วย ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชม คณะกรรมาธิการพิจารณาพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้พุทธศักราช ๒๕๕๒ ฉบับนี้ ที่ท่านได้ใช้ความวิริยะอุตสาหะพิจารณากัน ทราบว่าพิจารณากันดึกดื่น ก็มี ถึงเที่ยงคืนก็มี โดยเฉพาะพี่ตู่ของผม ป้นี้จะเกษียณแล้วก็ตาม แต่ก็มุ่งมั่นทํางานเพื่อ ประเทศชาติของเรา ท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณท่านปัจจุบันนี่นะครับ ผมได้ขอ แปรญัตติมาตรา ๓ ไว้ งบประมาณในป้พ.ศ. ๒๕๕๒ จํานวน ๑.๘ ล้านล้านบาท ซึ่งป้นี้ เปึนงบประมาณขาดดุลนะครับ เราต้องไปกู้เพื่อมาใช้จ่ายงบประมาณในป้หน้าถึงจํานวน ๒๔๙,๕๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นการพิจารณาจึงจําเปึนจะต้องดูแลเม็ดเงินจํานวนนี้ ให้เปึนประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ ให้เปึนประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน ดังนั้นในมาตรานี้ผมจึงขอปรับลดงบประมาณร้อยละ ๘ ครับ หรือ ๘ เปอร์เซ็นต์ หรือเปึน จํานวนเงินประมาณ ๑๔๖,๘๐๐ ล้านบาทครับ ถามว่าคณะกรรมาธิการได้ไปปรับลด งบประมาณในส่วนนี้ได้จํานวนเท่าไร คณะกรรมาธิการได้ไปปรับลดงบประมาณ ในเบื้องต้นลงได้ร้อยละ ๒.๔๕ หรือ ๒.๔๕ เปอร์เซ็นต์ เปึนเงินประมาณ ๔๕,๙๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ นะครับ กรรมาธิการดําเนินการได้ ยังน้อยไปครับ ทําให้ผมเกิดคําถาม ในใจขึ้นมา ที่จําเปึนจะต้องถามไปยังคณะกรรมาธิการว่าทุกป้ในการพิจารณา งบประมาณในเบื้องต้นคณะกรรมาธิการก็จะให้หน่วยราชการต่าง ๆ ที่เสนองบประมาณ มาทั้งสิ้นไปปรับลดงบประมาณว่าจะสามารถปรับลดงบประมาณได้เท่าไร ดังนั้นคําถาม ก็คือว่าป้นี้ส่วนราชการต่าง ๆ เขาให้ความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการไปปรับลด งบประมาณของตนเองลงจํานวนเท่าไรครับ ในจํานวน ๔๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ แล้วคณะกรรมาธิการได้ไปปรับลดที่ได้มีการพิจารณาแล้วในส่วนของกรรมาธิการได้ไป ปรับลด เมื่อรวมทั้งส่วนราชการปรับลดเอง กรรมาธิการปรับลดให้ รวมเปึน ๔๕,๐๐๐ ล้านบาทนี้มันแยกเปึน ๒ ส่วนได้อย่างไรครับ ที่ผมมีคําถามตรงนี้ก็เพราะว่าผมจะเรียน ถามกรรมาธิการ ๓ – ๔ ประเด็นที่ผมสังเกตเห็นนะครับ ทั้ง ๆ ที่ผมก็ไม่อยากไปพิจารณา ปรับลดงบประมาณของส่วนราชการนั้น แต่มันเกิดข้อสงสัยจริง ๆ ครับในเรื่องของการ ปรับลด ยกตัวอย่างเช่น งบประมาณของกระทรวงกลาโหม ซึ่งไม่มีใครอยากไปปรับลด ครับ เพราะนั่นหมายความว่าการดูแลรักษาความมั่นคงของประเทศชาติของเรา สมรรถนะ หรือศักยภาพมันจะลดลง แต่ผมจะยกตัวอย่างเปรียบเทียบให้เห็น ๒ หน่วยงานเท่านั้น ลองดูครับ กระทรวงกลาโหม งบประมาณของกองทัพเรือ ทั้งหมด ๓๒,๘๐๔ ล้านบาทเศษ ๆ กองทัพเรือปรับลดเท่าไรครับ ปรับลดลงไป ๑,๙๘๕,๖๐๐ บาท งบประมาณของกองทัพอากาศ ๓๑,๖๖๕ ล้านบาทเศษ ๆ ท่านปรับลดเขาเท่าไรครับ ๑,๑๒๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง เมื่อเปรียบเทียบยอดเงินงบประมาณกับของ กรมชลประทาน ท่านลองดูนะครับ ยอดใกล้เคียงกัน ๓๒,๐๐๐ กับ ๓๑,๐๐๐ ของ กรมชลประทานเท่าไรครับ ๓๕,๖๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ ท่านปรับลดเขาไปเท่าไรครับ กรมชลประทานปรับลดเขาไปทั้งสิ้น ๙๒๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ๆ ครับ เห็นไหมครับ ผมจึงมีข้อสงสัยครับ ผมไม่อยากให้ปรับลดงบประมาณของกระทรวงกลาโหมนะครับ เพียงแต่จะเปรียบเทียบให้เห็นว่าท่านมีหลักเกณฑ์อย่างไรในการพิจารณาปรับลด งบประมาณ สัดส่วนมันต่างกันเหลือเกิน กรมชลประทานดูแลอะไรบ้างครับ ดูแลพี่น้อง เกษตรกรทั้งประเทศนะครับ ดูแลเรื่องแหล่งน้ําซึ่งเปึนหัวใจสําคัญเปึนอย่างยิ่ง ไม่ใช่ เฉพาะเปรียบเทียบ ๒ เรื่องนี้เท่านั้น มีอีกเรื่องหนึ่งครับ งบประมาณที่สําคัญเปึนอย่างยิ่ง งบประมาณในส่วนของสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ของนายกรัฐมนตรีแท้ ๆ เลย มีโครงการหนึ่งซึ่งเปึนโครงการที่สําคัญเปึนอย่างยิ่ง ในภาวะที่บ้านเมืองประสบวิกฤติอยู่ ในขณะนี้ วิกฤติของความแตกแยก ความสมานสามัคคีกันของคนในชาติ สํานัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีทราบเรื่องนี้ ท่านตั้งงบประมาณในแผนงานสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ของคนในชาติและฟุ๋นฟูประชาธิปไตย ตั้งไว้เท่าไร ตั้งไว้จํานวน ๕๘,๙๔๒,๘๐๐ บาท ท่านยังไปปรับลดเขาอีก ปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ลงไป ๓๑๗,๔๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่เปึนงบประมาณที่สําคัญ ผมว่าเรื่องนี้จําเปึนต้องพูดยาวหน่อย เรื่องความปรองดอง เรื่องความสมานฉันท์ เรื่องการฟุ๋นฟูประชาธิปไตย จริง ๆ แล้ว งบประมาณในแผนงานนี้ควรจะเพิ่มมากกว่านี้เสียด้วยซ้ําไป ท่านประธานคงจะประจักษ์ เปึนอย่างดีแล้วว่า ความแตกแยกไม่ใช่เฉพาะ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น ความ แตกแยกของคนในกรุงเทพมหานคร ชุมชนเมือง แม้แต่ในสภาของเรา ภาพลักษณ์ที่ ปรากฏไปก็เปึนที่โจษขานกันโดยทั่วไป ท่านประธาน งบประมาณในส่วนนี้ ผมได้อภิปราย ในวาระ ๑ ไปแล้วว่า จริง ๆ แล้วอาจจะไม่ต้องตั้งสูงก็ได้ ถ้ารัฐบาลหรือส่วนทุกส่วนที่ เกี่ยวข้องจะสามารถดําเนินการอย่างจริงจัง มีเจตนาที่บริสุทธิ์ที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็มากล่าวในที่ประชุม นี้ว่า เปึนผู้เสนอให้ที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรร่วมกับวุฒิสภา พิจารณาหาทางแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๙ ไปแล้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยหลายท่านได้มีโอกาสอภิปรายเสนอความคิดเห็น ไม่ว่าจะเปึนคุณชัยวุฒิ จากจังหวัดสิงห์บุรี ไม่ว่าจะเปึน ส.ส. สิริพงศ์จากจังหวัดศรีสะเกษ ล้วนแต่เปึนประโยชน์ ทั้งสิ้น ผมอยากจะเห็นรัฐบาล รัฐบาลจัดรายการอาจจะเปึนรายการใหม่ขึ้นมาอีก สักรายการหนึ่งก็ได้ ปัจจุบันมีรายการสนทนาประสาสมัคร ผมอยากเห็นมีรายการสนทนา ประสาสุรพงษ์ขึ้นมาบ้าง รองนายกรัฐมนตรีสุรพงษ์ท่านพูดจาดีเหลือเกิน มีเหตุมีผล มีความนุ่มนวลเปึนที่ประทับใจกับพี่น้องประชาชน ฟังแล้วเย็นใจ ฟังแล้วสุขใจ หรือ อาจจะมีรายการสนทนาประสาสมชายขึ้นมาก็ได้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็เปึนอีกท่านหนึ่งที่พูดจาดีเหลือเกิน นุ่มนวล มีเหตุมีผล ไม่ทําให้สังคมเครียด แม้แต่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล นี่เปึนอีกท่านหนึ่ง ท่านจัดรายการสนทนาได้เปึนประโยชน์ แล้วมันจะลดงบประมาณที่จะ เพิ่มขึ้นในส่วนที่จะไปสร้างความสมานฉันท์ ความปรองดอง ความสามัคคีได้ ท่านประธานที่เคารพ ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านยึดหลัก พระพุทธศาสนา ท่านกล่าวอยู่เสมอ สําคัญที่สุดเลยหลักอริยสัจ ๔ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค กลับไปตรองกันดู กลับไปตรองกันดูว่าอะไรทําให้เกิดทุกข์ อะไรคือหนทางแห่งการพ้นทุกข์ ใช้หลักของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่แหละครับ อริยสัจ ๔ ไปตรองกันดูนะครับ มีสติปัญญาแล้วเปึนบัวที่พ้นน้ําทุกคน สามารถที่จะไปคิด หาหนทางได้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีตัวอย่างให้เห็นครับเหตุการณ์บ้านเมือง ขณะนี้เมื่อ ๒ วันที่ผ่านมาครับท่านประธาน ผมไปร่วมงานฌาปนกิจศพ แล้วก็เศร้าใจ เหลือเกินครับ ทุกคนมีแต่ความสูญเสียทั้งสิ้นเลย มีอยู่ครอบครัวหนึ่งเมื่อวานนี้ผมไป ร่วมงาน ไม่ได้ไปร่วมงานฌาปนกิจไปร่วมทําบุญกับเขา มีอยู่ครอบครัวหนึ่งครับ พี่เมียกับ น้องเขยอยู่บ้านเดียวกันครับ กินข้าวหม้อเดียวกัน เกี่ยวข้องเปึนญาติพี่น้องกัน ทะเลาะกันครับ ทะเลาะกันด้วยเรื่องอะไรครับ ท่านประธานครับ เรื่องการเลือกตั้งสมาชิก องค์การบริหารส่วนตําบลครับ มีความคิดเห็นไม่ตรงกันเลือกตั้งไปเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ที่ผ่านมา กํานันขออนุญาตเอ่ยนามท่าน กํานันปราโมช ศรีเมือง โทรมาบอกผม ผมไป ร่วมงาน ปรากฏว่าเสียชีวิตทั้ง ๒ ศพครับ พี่เมียก็ตาย น้องเขยก็ตาย ตายเพราะอะไรครับ ถกเถียงโต้เถียงกันเรื่องนี้ ฝ์ายพี่ภรรยามีมีดครับ ฝ์ายน้องเขยมีป๋นครับ พี่ภรรยาแทงเข้า ไปที่หัวใจ น้องเขยยิงมาที่หัวใจ ล้มลงไปหงายหลังตึง ปลายเท้าชนกันตายทั้งคู่ครับ ศพตั้งอยู่เรียงกันเลย ครอบครัวสูญเสีย ลูกเมียภรรยาสูญเสีย ญาติพี่น้องสูญเสีย ๒ ศพ ครับ ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมาทําไมครับท่านประธาน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้เหมือนกันครับ ในท้ายที่สุดแล้วนี่นะเราแพ้หมดครับ พันธมิตรก็แพ้ รัฐบาลก็แพ้ ประเทศชาติก็แพ้ ลองไป คิดกันดูครับ เราจะเปลี่ยนวิกฤติเปึนโอกาส เปลี่ยนสถานการณ์จากแพ้ทุกฝ์ายมาเปึนชนะ ทุกฝ์ายได้อย่างไร วิน วิน (Win Win) นี่ที่เราชอบพูดกัน ผมเชื่อว่าสังคมไทยจะสามารถฝ์า วิกฤติในส่วนนี้ไปได้ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่เปึนงบประมาณในส่วนของการปรับลด งบประมาณในส่วนของการปรับเพิ่มครับเราปรับลดได้ ๔๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ ๆ แล้วเราไปปรับเพิ่ม ผมยังมีหลายเรื่องครับ หลายโครงการที่เสียดายครับว่า คณะกรรมาธิการไม่ได้ปรับเพิ่มเข้าไปใส่ไว้ให้ ผมยกตัวอย่างให้เห็นนะครับ กระทรวง เกษตรและสหกรณ์นี่นะครับได้ใช้หลักเกณฑ์การชดเชยผู้ประสบอุทกภัยก็ดี ประสบ อุบัติภัยหรือวาตภัยก็ดีในเรื่องของพืชผลทางการเกษตรเสียหาย ท่านประธานครับ ระเบียบนี้ใช้มานานแล้ว แล้วก็ใช้อยู่มาถึงกระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์จากพรรคชาติไทยเข้าไปดูแล เขาให้ค่าชดเชยกับพี่น้องเกษตรกรนี่นะครับ นาเสียหายให้ไร่ละ ๔๑๔ บาท มาถึงวันนี้ครับ ต้นทุนการผลิตมันขึ้นทุกอย่างครับ น้ํามัน เชื้อเพลิง ปุิย ค่าเช่านา ค่าแรงงาน ยาฆ่าแมลง รถสําหรับเก็บเกี่ยว เหล่านี้ขึ้นไปหมดแล้ว ครับ ดังนั้นครับ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา จึงได้มีบัญชาไปให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปดําเนินการปรับแก้ไขหลักเกณฑ์นี้ครับ คือไร่ละ ๔๑๔ บาท ควรจะเพิ่มให้เขา ในท้ายที่สุดคณะรัฐมนตรีชุดนี้ได้กรุณา รวมทั้งสํานักงบประมาณด้วยนะครับ ได้กรุณา ปรับเพิ่มให้จากการช่วยเหลือไร่ละ ๔๑๔ บาท เปึนไร่ละ ๖๐๖ บาท ถามว่าเกษตรกร พอใจไหม แน่นอนครับ ไม่พอใจอย่างยิ่งครับ เขาขอมาเท่าไร เขาขอมา ๑,๓๐๐ บาทครับ อย่างไรก็ตามครับ นี่ก็ถือว่าเปึนผลงานส่วนหนึ่งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้ พยายามช่วยเหลือพยายามปรับปรุงและคิดว่าอยากจะเห็นการเพิ่ม การช่วยเหลือ มากกว่า ๖๐๖ บาท จากจํานวนนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากเรื่องการ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรแล้ว ปุิยเปึนปัญหาที่สําคัญอย่างยิ่งครับ เพราะขณะนี้ราคาปุิย เพิ่มมากกว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้วครับ มากกว่าเท่าตัวแล้วครับ รัฐบาลชุดนี้ตระหนักไหม ถึงปัญหาเรื่องปุิยราคาแพง ตระหนักแน่นอนครับ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จํานวน ๓๐๐ ล้านบาท ไปหาซื้อปุิย ท่านประธานครับ แล้วมันจะไปสําเร็จได้อย่างไรครับ การซื้อปุิยไม่ใช่มีเงินแล้วไปซื้อได้ ไม่ได้มีเงินจํานวน ๓๐๐ ล้านบาท กําไปแล้วไปซื้อเหมือนกับไปซื้อสินค้าอื่น ๆ มันต้องซื้อเปึนคอนเทนเนอร์ (Container) เปึนชิปเมนท์ (Shipment) และเปึนระยะยาวต่อเนื่องกัน เพราะฉะนั้นครับ งบประมาณในส่วนนี้ไม่สามารถจัดหาซื้อได้หรอกครับ แล้ว ๓๐๐ ล้านบาท มันก็น้อย เกินไปที่จะมาแจกจ่ายจําหน่ายให้กับพี่น้องเกษตรกร ผมอยากจะเห็นงบประมาณ ในส่วนนี้ครับว่ามันควรจะมากกว่านี้ ๓๐๐ ล้านบาทมันทําไม่ได้นะครับ ผมก็ยังไม่เห็น ในส่วนนี้

ท่านประธานครับ ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยเปึนเรื่องที่สําคัญ เปึนอย่างยิ่ง เราปรับรูปแบบของการเลือกตั้งกํานัน ผู้ใหญ่บ้านมาแล้ว เราเปลี่ยนหลักการ ว่าต่อไปนี้เรามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เปึนองค์กรที่กระจายอํานาจไปให้ต่อ พี่น้องประชาชนที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง เราจะจัดกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เปึนมือเปึนไม้ ให้กับข้าราชการส่วนภูมิภาคเขา ให้กับนายอําเภอ ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด ฉะนั้น เขาต้องทุ่มเททํางานให้กับทางราชการมากขึ้น แล้วเขาอยู่จนเกษียณอายุราชการ ๖๐ ป้ ต่อไปนี้นะครับ ถามว่ามาวันนี้ครับกรรมาธิการได้ปรับเพิ่มอะไรให้เขาหรือไม่ เพิ่มค่าตอบแทนให้เขาหรือไม่ วันที่ ๑๐ สิงหาคม ที่ผ่านมาเปึนวันกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผมจําได้ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้กําลังใจต่อพี่น้องกํานัน ผู้ใหญ่บ้านของ กระผมว่าจะเพิ่มค่าตอบแทนให้อีกเท่าตัวเสียด้วยซ้ํา มีไหมครับงบประมาณในฉบับนี้ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ที่ท่านปรับมาและปรับเพิ่มเข้ามา นอกจากนั้นครับผู้สูงอายุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้พูดกันมากเหลือเกินว่าเงินสวัสดิการสําหรับผู้สูงอายุมันไม่ เสมอภาค มันน้อยไป ท่านทําหรือยังครับ ผมว่าทุกคนเห็นด้วยที่ไปสัมผัสกับพี่น้อง ประชาชน สิ่งหนึ่งที่ปรากฏชัดในสังคมชุมชนต่างจังหวัดก็คือการเรียกร้องให้มี การกระจายให้สวัสดิการต่อผู้สูงอายุให้ทั่วถึง ให้เสมอภาค ท่านทําหรือยังครับ ในขณะเดียวกันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ว่าจะเปึนองค์การบริหารส่วนตําบลที่เขา ประสบอุทกภัยแล้วเขาควักเงินส่วนตัวของเขา เงินสะสมขององค์การบริหารส่วนตําบล มาใช้ในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทําคันกั้นน้ําก็ดี เอางบสะสมของเขามาช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนที่ประสบปัญหาเฉพาะวิกฤติในขณะนั้น แล้วเงินเขาไปไหนครับ เงินเขาไม่ได้รับ กลับคืนมา อย่างนี้แหละครับทางกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นสมควรที่จะจัดสรร งบประมาณไปเพิ่มให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เขาต้องจัดงบประมาณในส่วน ของเขาที่มาแก้ไขปัญหาอุบัติภัยก็ดี อุทกภัยก็ดี วาตภัยก็ดี ควรจะไปเสริมให้เขาเพื่อเขา จะได้มีเงินในการดําเนินการในกิจการให้เท่าเทียมกับตําบลที่ไม่ประสบอุทกภัย ไม่ประสบ ปัญหาอุบัติภัย เหล่านี้ผมยังไม่เห็นงบประมาณในส่วนนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ มีอีกเรื่องหนึ่งผมอภิปราย ไว้ในวาระแรกเช่นเดียวกันครับ ภาวะเงินเฟัอท่านระบุว่าในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ จะประมาณร้อยละ ๓.๕ ในคณะกรรมาธิการได้มีการพิจารณากันหรือไม่ว่ามันเปึนไป ไม่ได้เลยงบประมาณที่จะภาวะเงินเฟัอที่จะ ๓.๕ ท่านได้มีการพิจารณาเรื่องนี้แล้วปรับ ตัวเลขอย่างไร หรือไม่ครับ ทั้งหมดนี้ก็เปึนมาตรา ๓ ผมสงวนไว้ทุกมาตราครับ ท่านประธาน แต่ผมอาจจะอภิปรายแต่เพียงมาตรานี้มาตราเดียวครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประธานก่อนหน้าผม ได้บอกชื่อท่านวรงค์ไว้นะครับ แต่เห็นมีท่านชวน หลีกภัย ท่านยกมือ เชิญครับ

นายชวน หลีกภัย แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมก็ เกรงใจท่านประธาน เกรงใจสมาชิกที่จะเสียเวลา แต่ว่าได้ยกมือไว้ตอนที่จะเปลี่ยน ประธานนะครับ เรื่องกรณีที่พูดถึง ก็อดอาร์มี่ อีกครั้งหนึ่ง ขอรบกวนเพื่อนสมาชิก และท่านประธานนิดเดียวนะครับ เพื่อให้เรื่องมันจบได้ด้วยความเข้าใจที่ดี ความจริงเรื่องนี้ไม่ใช่เปึนเรื่องที่กระผมหยิบยกขึ้นมาพูด แต่ว่าเปึนเรื่องที่ ท่านนายกรัฐมนตรีหยิบยกขึ้นมาพูดเปรียบเทียบว่าเหตุที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ กับเหตุที่ เกิดขึ้นสมัยที่มีเรื่อง ก็อดอาร์มี่ นั้นไม่รุนแรงหรือ และกระผมก็เปึนคนอภิปรายกราบเรียน ประธานในวันนั้นว่า รุนแรงด้วยกันทั้ง ๒ เรื่อง แต่ว่าไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ เพราะว่ากรณีของก็อดอาร์มี่ ที่มายึดโรงพยาบาลราชบุรีแล้วก็จับตัวประกันไว้นั้น เปึนเรื่องจับตัวประกัน ซึ่งถ้าหากว่าไม่ใช้ความเด็ดขาดทันทีทันใด แพทย์ พยาบาล คนไข้ เปึนจํานวนเกือบพันคนในวันนั้นเกิดเปึนอะไรไปก็มีปัญหาแน่ จึงจําเปึนต้อง ตัดสินใจโดยเด็ดขาด โดยการให้ผู้บัญชาการทหารบก พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เปึนผู้รับผิดชอบ กระผมกราบเรียนท่านประธานเพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกหยิบยก ว่าผู้ตายถูกยิงที่ศีรษะ อันนี้ก็เปึนความจริง เพราะต้องใช้หน่วยแม่นป๋นจริง ๆ ครับ เพราะถ้าพลาดไปนิดเดียวแล้วตัวประกันเปึนอะไรไป แต่ว่าที่พูดว่าคงรู้สึกแล้วก็ไปทําบุญ อันนี้เปึนความรู้สึกจริงครับ ถึงแม้เรารู้ว่าจําเปึนต้องทํา เพราะมันเปึนหน้าที่ต้องรักษาชีวิต และความปลอดภัยของผู้เปึนตัวประกัน คือ แพทย์ พยาบาล และคนไข้ ในโรงพยาบาล เพราะฉะนั้นเมื่อจําเปึนต้องทํามันเกิดการสูญเสียขึ้นแก่กลุ่ม ถือว่าเปึนกลุ่มคนร้าย ผม บอกอย่างนั้นนะครับ ในฐานะเปึนชาวพุทธผมรู้สึกไม่สบายใจ แล้วก็ไปทําบุญที่จังหวัด พระนครศรีอยุธยา อุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิต แม้กระทั่งปัจจุบันนี้มีโอกาสผมก็ยังอุทิศ ส่วนกุศลให้เสมอ แต่ว่านั่นไม่ใช่เปึนความผิดพลาดหรอกครับ เปึนความจําเปึนต้องทํา ซึ่งกระผมก็แนะนําว่าน่าจะหยิบยกกรณีนี้มาเปึนตัวอย่างว่าถ้าเปึนกรณีที่จับตัวประกัน เราสามารถใช้วิธีการที่เด็ดขาดฉับพลันได้ แต่ถ้าเปึนการชุมนุมประท้วงเราเกิดความ ผิดพลาด เช่น กรณีตากใบเรานําวิธีการไม่ถูกต้องโดยเอาใช้วิธีการจับตัวประกันไปใช้กับ กรณีชุมนุมก็เกิดการสูญเสีย ตายไปถึง ๘๕ ศพ อย่างที่เราทราบ ผมจึงแนะนําว่า น่าจะ หยิบตัวอย่างเหล่านี้มาเปึนประโยชน์ในการบริหารจัดการในการแก้ปัญหา แยกให้ออก ระหว่างผู้จับตัวประกัน กับผู้ชุมนุม ถ้าเขาชุมนุมจะเปึนระยะเวลาเท่าไรก็ตามก็ต้องอดทน ในการแก้ปัญหา เพราะเราก็เจอมาแล้ว แล้วผมก็ยกตัวอย่าง แม้กระทั่งกรณีที่สมาชิก หยิบยกตัวอย่างเรื่องของผู้ชุมนุมที่ทําเนียบ แล้วก็ถูกสุนัขของตํารวจกัดว่าเปึนกรณีที่ เจ้าหน้าที่ก็คงไม่เจตนา ยิ่งรัฐบาลยิ่งไม่เจตนา แต่ว่าเมื่อมันเกิดชุมนุมนานเข้า ผู้ชุมนุม วันหนึ่งก็ป้นกําแพงข้ามทําเนียบเข้ามา เจ้าหน้าที่ตํารวจก็เข้าไปห้าม เจ้าหน้าที่ตํารวจก็มี สุนัขอยู่ในความครอบครอง และเมื่อผู้ชุมนุมเกิดไปทําอะไรที่ผิดปกติขึ้น สุนัขก็กัด ก็กลายเปึนเรื่องใหญ่เลยนะครับ แต่ว่าขณะนั้นไม่ใช่เปึนเจตนาของทั้งฝ์ายเจ้าหน้าที่และ ฝ์ายของรัฐบาล แต่เมื่อเกิดเหตุแล้ว คนวิจารณ์ตําหนิก็ตําหนิรัฐบาล คือกระผมเปึนนายกรัฐมนตรี แต่บังเอิญว่ามันมีการตําหนิเกินขอบเขต ผมก็เลยฟัองศาลฎีกาก็ลงโทษผู้วิจารณ์ว่า บิดเบือนความจริงนะครับ อันนี้ก็จบไปโดยคําพิพากษาศาลฎีกาไปแล้ว ก็กราบเรียน อีกครั้งหนึ่งเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องว่ากรณีของราชบุรี ก็อดอาร์มี่นั้นเปึนความ ตั้งใจที่ต้องแก้ปัญหาให้จบภายในคืนนั้น หลังจากการเจรจากับกลุ่มคนร้ายไม่ได้ผล มิฉะนั้นเกิดความสูญเสียเกิดขึ้นมา และแน่นอนที่สุดว่า การนําเจ้าหน้าที่ คัดตัวเจ้าหน้าที่ นั้น ผู้บัญชาการทหารบก ก็คือท่านองคมนตรีปัจจุบันนี้ครับ ก็คัดคนที่คิดว่าเปึนหน่วย ที่แม่นป๋นที่สุด คือ ไม่ให้โดนตัวประกัน ให้เฉพาะคนร้าย อันนี้คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียน เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านณัฐวุฒิมีอะไรครับ

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมใช้ สิทธิพาดพิงนิดเดียวครับ เปึนประโยชน์กัน และก็ไม่ได้มีข้อขัดแย้งแต่ว่าเพื่อความเข้าใจ ที่ถูกต้องตรงกัน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จตุพร พรหมพันธุ์ สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ผมขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไป ยังท่านอดีตนายกรัฐมนตรีนะครับ ว่ามันมีอยู่ ๒ กรณี นะครับ ๑. ก็คือกรณีแรกที่มี นักศึกษาไปบุกยึดสถานทูตพม่า ถ้าท่านอดีตนายกรัฐมนตรีได้จําได้ก็คือว่า อดีตรัฐมนตรี ช่วยว่าการของท่านยอมไปเปึนตัวประกัน ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปส่งที่แนวชายแดน ได้รับ เสียงปรบมือกันเต็มไปหมด แต่ต่อมานี่นะครับ หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดกรณีโรงพยาบาล ราชบุรี

(นายอสิ มะหะมัดยังกี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงครับ เชิญผู้ประท้วง

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสตูล นะครับ ผมไม่ทราบว่าท่านผู้อภิปรายพูดในฐานะอะไร พูดพาดพิงถึงท่านนายกรัฐมนตรีชวน ท่านก็ชี้แจงไปแล้ว มาพูดเรื่องอื่นที่ไปยึดสถานทูต พม่า ไม่ทราบพูดในฐานะอะไรครับ ผมว่านอกประเด็นนะครับ ขอให้ท่านประธานวินิจฉัย ด้วย แล้วผมขอประท้วงท่านประธานด้วยครับ ที่ไม่ควบคุมการประชุมครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือผมขอชี้แจงนิดหนึ่งนะครับ พอดีจริง ๆ แล้วเราอยู่ในช่วงกําลังพิจารณางบประมาณ ก็กําลังเรียงลําดับท่านผู้สงวนคําแปรญัตติ ท่านผู้สงวนความเห็น เผอิญท่านชวนท่านขอ ชี้แจงประเด็น ซึ่งมีผู้อภิปรายท่านบอกว่าท่านพาดพิงถึงท่าน ก็ท่านชี้แจงเสร็จนะครับ ท่านณัฐวุฒิท่านก็ขอโอกาสชี้แจงบ้าง ผมก็เลยจะให้ท่านชี้แจงสั้น ๆ แล้วจะได้จบเรื่องนี้ เดี๋ยวเราก็จะดําเนินการประชุมต่อไปนะครับ ถ้าไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็จะเปึนปัญหา

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

คือที่ท่านนายกรัฐมนตรีชวนไม่ได้พาดพิง ถึง เพียงแต่เล่าเรื่องว่ามันเกิดเปึนอย่างไร และก็ในเรื่องไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนักศึกษา พม่า สถานทูต มันคนละประเด็นกันเลยครับ ผมว่าถ้าพูดอย่างนี้ก็ไม่จบ ๒ วันนี้ไม่จบ แน่นอนครับ ขอบคุณมาก

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขออย่างนี้ได้ไหมครับ ให้ท่านณัฐวุฒิพูดสั้น ๆ แล้วก็จบประเด็น

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านจตุพรสั้น ๆ นะครับ เอาให้ตรงประเด็นเลยนะครับ ผมไม่อยากไปเท้าความเรื่องที่มัน ยาวยืดต่อไป แล้วจะได้เดินหน้าต่อ

(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงท่านจตุพร เชิญท่านได้เลยครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าท่านประธานต้องใช้ข้อบังคับ อย่างเคร่งครัดครับ เพราะว่าการประชุมงบประมาณซึ่งจะมีผู้อภิปรายยังอีกเยอะ ต้องใช้ เวลาอย่างมาก และมีการถ่ายทอดการประชุมไปยังพี่น้องประชาชนทางบ้าน วันนี้ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีท่านชวน หลีกภัย ท่านใช้สิทธิพาดพิงถึงเหตุการณ์ที่ท่านดํารง ตําแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านจตุพร ท่านไม่ได้เกี่ยวข้องกับ เหตุการณ์ครับ ท่านไม่ได้เปึนตัวแทนก็อดอาร์มี่ หรือว่าเปึนส่วนของก็อดอาร์มี่ ที่จะทําให้ เกิดความเสียหาย เพราะฉะนั้นท่านไม่สามารถขึ้นมาแล้วกล่าวอ้างว่าท่านถูกพาดพิงหรือ เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ได้ เพราะไม่อย่างนั้นถ้าท่านประธานอนุญาตให้คุณจตุพรได้พูด ที่ประชุมแห่งนี้ก็สามารถหยิบยกทุกเรื่องขึ้นมาพูดในที่ประชุมแห่งนี้ได้ แล้วสภาแห่งนี้ก็จะ ไม่สามารถทําหน้าที่ในการประชุมต่อไปได้ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานต้องใช้ ดุลยพินิจในการวินิจฉัยข้อบังคับอย่างเคร่งครัดครับ เพราะถ้าท่านอนุญาตให้คุณจตุพร พูดได้ ทุกคนในที่ประชุมแห่งนี้พูดได้หมดครับ แล้วที่ประชุมแห่งนี้ไม่สามารถเดินหน้าได้ ต่อไป ขอท่านประธานได้ใช้ดุลยพินิจในเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขออนุญาตวินิจฉัยนะครับ ก็ท่านจตุพรครับ เพื่อเราจะได้เดินหน้าเรื่องงบประมาณ ต่อไปนะครับ ผมคิดว่าอยากขอความกรุณาท่านจตุพรนะครับ ผมเข้าใจว่าเรื่องที่ ท่านจตุพรจะชี้แจงนี้ ในที่เราประชุมผ่านมาท่านก็เคยได้ชี้แจงไปแล้วนะครับ ก็เปึนข้อมูล ที่พวกเราได้ฟังกันมานะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ขอกราบเรียนกับท่านประธานว่า ในสภาแห่งนี้ก็ควรจะมีความยุติธรรมกับสมาชิกทั้ง ๔๘๐ คน

(นายธนิตพล ไชยนันทน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ธนิตพล ไชยนันทน์ ครับ ผมเข้าใจว่า คําวินิจฉัยของท่านประธานนั้นถือเปึนเด็ดขาด ผมอยากให้ท่านสมาชิกคุณจตุพร ได้เชื่อฟังคําวินิจฉัยของท่านประธานด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ คุณจตุพรครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานฟังเหตุผลผมก่อนว่า ถ้าการใช้สิทธิเฉพาะวันนี้นี่นะครับ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี

(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ตามข้อบังคับการประชุมสภา เมื่อมีผู้ลุกขึ้นประท้วงท่านประธาน ท่านประธานต้อง อนุญาตให้ประท้วง เมื่อประท้วงเสร็จแล้วท่านประธานต้องวินิจฉัยว่าคําประท้วงของ ท่านสมาชิกนั้นเปึนอย่างไร เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานได้วินิจฉัยแล้วว่าไม่ควรที่จะให้พูด ต่อไป เพราะไม่ตรงกับประเด็นของการพาดพิง เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องรักษา ดุลยพินิจของท่านครับ ไม่อย่างนั้นแล้วถ้าท่านประธานปล่อยให้ท่านสมาชิกละเลย คําวินิจฉัยของท่านประธาน ซึ่งข้อบังคับถือว่าเปึนอันที่สุดนั้น ที่ประชุมแห่งนี้ก็จะละเมิด คําวินิจฉัยของท่านประธานตลอดไป แล้วท่านประธานจะไม่สามารถบังคับการประชุมให้ เปึนไปโดยความสงบและเรียบร้อยได้ ขอท่านประธานช่วยปฏิบัติตามข้อบังคับด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจตุพรขอความกรุณานะครับ เราจะได้เดินหน้าเรื่องพระราชบัญญัติงบประมาณต่อ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

นิดเดียว คือส่วนที่ผมบอก ท่านประธานว่า ท่านประธานควรให้ความยุติธรรมกับผมเท่ากับสมาชิกทั้ง ๔๘๐ คน

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

นี่ประท้วงกันแล้วหรือ ท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วง เชิญด้านหลังครับ ท่านผู้ประท้วงครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก็จะได้เห็นว่าในสภานี้ท่านประธานควบคุมได้ มากน้อยแค่ไหน ท่านประธานครับ เริ่มจริง ๆ แล้วที่ท่านชวนได้พูดถึงเหตุการณ์ ๒ เหตุการณ์ ท่านประธานครับ มีคนเริ่มทั้งนั้นครับ เริ่มตั้งแต่นายกรัฐมนตรีเปรียบเทียบ ว่าการปะทะกันของประชาชน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ครับ ผมทราบประเด็นที่ท่านประท้วงแล้วนะครับ จะขออนุญาตวินิจฉัย ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวท่านเท้าความจะยาวไปอีก ขออนุญาตครับ เชิญนั่งลงได้แล้วครับ เชิญครับ ท่านจตุพรครับ ผมขอความกรุณานะครับ เราจะได้จบเรื่องนี้ แล้วจะได้เดินหน้า ต่อไป ผมว่าพี่น้องก็อยากฟังเรื่องงบประมาณต่อนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

แล้วก็ไม่เกิดความเสียหาย เพราะว่าท่านประธานที่เคารพ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ มีผู้ประท้วงครับ เดี๋ยวนะครับ ขอเชิญผู้ประท้วงก่อนครับ เชิญครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานครับ ผมเชื่อคําวินิจฉัย ของท่านประธาน ผมก็นั่ง แต่ทีนี้ท่านประธาน ถ้าเป่ดไมค์ให้ด้านโน้นนะครับ เขาจะเป่ด ประเด็นมาอีก ขณะนี้เป่ดประเด็นเรื่องสถานทูตพม่าขึ้นมาอีก ผมมีเรื่องเยอะครับ การรับจ้างหรือการทําอะไรก็แล้วแต่ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขออนุญาตครับ เดี๋ยวจะบานปลายไปใหญ่ เอาอย่างนี้ก็แล้วกันนะครับ ขอให้ทุกท่าน กรุณานั่งลงครับ เราจะได้ดําเนินการประชุมต่อ ขอเลยนะครับ ท่านจตุพรครับ ขอความกรุณาเถอะครับ ไม่อย่างนั้นจะเปึนปัญหา ไม่ได้นะครับ ตอนนี้เรากําลังพิจารณา เรื่องร่างพระราชบัญญัติงบประมาณนะครับ ผมอนุญาตไม่ได้เลยนะครับ กรุณานั่งลงครับ จะได้พิจารณาต่อ เชิญท่านจตุพรนั่งก่อนเถอะครับ ท่านจตุพรครับ ขอบคุณท่านนะครับ จบแล้วครับ เรียนเชิญท่านวรงค์ อภิปรายครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมในฐานะคณะกรรมาธิการงบประมาณครับ แล้วก็เปึนผู้สงวน คําแปรญัตติในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย โดยปกติที่ผ่านมาในการพิจารณา งบประมาณ ถ้าผมจําไม่ผิด ทุกครั้งท่านประธานในอดีตที่ผ่านมาจะให้กรรมาธิการ เสียงข้างน้อยได้มีโอกาสได้ขึ้นอภิปรายก่อน แล้วหลังจากนั้นแล้วจะให้สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่แปรญัตติอภิปรายต่อ แต่อันนี้ก็ไม่เปึนอะไร อยู่ที่ดุลยพินิจของ ท่านประธานครับ ผมเปึนผู้สงวนคําแปรญัตติทุกมาตราครับ โดยเฉพาะ มาตรา ๓ ได้สงวนคําแปรญัตติไว้ตัดลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จริงอยู่ป้นี้รัฐบาลตั้งงบประมาณไว้ ๑.๘๓๕ ล้านล้านบาท ผมไปคุยให้กับพี่น้องประชาชน ฟังว่าเงิน ๑.๘๓๕ ล้านล้านบาท เปึนเงินที่เยอะมาก ประชาชนบอกว่าแค่ ๑.๘๓๕ ล้านบาท นี่เยอะแล้ว เติมล้านเข้าไปอีกตัวนี้เยอะมาก เหตุผลที่ผมจะต้องแปรญัตติตัดลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์นั้นมีเหตุผล ผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ไม่ได้เปึน คณะกรรมาธิการอาจจะมองภาพรวมของงบประมาณนี้ไม่ออก แต่เปึนความโชคดีที่ พรรคประชาธิปัตย์ให้ผมได้เข้าไปเปึนคณะกรรมาธิการชุดนี้ จึงเห็นว่าวันนี้รัฐบาล ได้จัดสรรงบประมาณ อย่างไม่มีประสิทธิภาพจึงเปึนเหตุผลเพียงพอที่ผมจะตัดลด งบประมาณลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ โดยผมมีเหตุผลที่จะอธิบายดังนี้

เหตุผลข้อที่ ๑ที่ผมต้องตัดลดเพราะว่า การตั้งงบประมาณของรัฐบาล ตั้งงบประมาณหลาย ๆ อย่างที่มีการใช้งบประมาณที่ไม่ถูกต้องไม่เหมาะสม ป้งบประมาณที่ผ่านมา ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า หน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงานมีการ แปลงงบประมาณ แต่เปึนการแปลงงบประมาณเอางบประมาณที่เราคิดว่าเราไว้วางใจ มากที่สุดเอาไปใช้ เช่น เขามีการเอางบประมาณทางด้านบุคลากร แปลงงบประมาณ ด้านบุคลากรไปใช้ประโยชน์ทางด้านอื่น ๆ อย่างเช่น เอาไปซื้อรถ ท่านประธานคงจะ ทราบว่าในฐานะกรรมาธิการงบประมาณทุกหน่วยราชการถ้ามีการตั้งงบประมาณเรื่อง บุคลากรเราจะไม่แตะต้อง เราถือว่าเปึนหน้าที่ของรัฐบาลเปึนหน้าที่ของส่วนราชการต่าง ๆ ที่จะต้องดูแลบุคลากรในการรับเงินเดือนทุกเดือนอย่างปกติ ดังนั้นเวลามีการตั้ง งบประมาณเรื่องบุคลากร เราจะไม่มีการแตะแม้กระทั่งการพิจารณางบประมาณป้นี้เอง เราจะสังเกตดูว่าถ้าเปึนเรื่องงบบุคลากรเราไม่แตะ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือหน่วยงานของ ราชการหลายหน่วยงานมีการแปลงเอางบประมาณด้านบุคลากรไปใช้ทางด้านอื่น ทําให้ ผมไม่มีความไว้วางใจ

เรื่องที่ ๒ นอกจากการแปลงงบประมาณ เรื่องบุคลากรแล้วยังมีการแปลง งบประมาณ โยกงบประมาณที่ส่อไปว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น ซึ่งผมเชื่อว่าในการอภิปราย หรือการแปรญัตติในมาตราอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ท่านประธานเชื่อไหมครับ ว่ามีการโยกงบประมาณตั้ง ๘๐๐ ล้านบาท หนังสือพิมพ์ลงข่าวครึกโครมว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น และผมก็เชื่อว่าโครงการนี้มีการทุจริต เกิดขึ้นจริง แล้วท่านประธานจะปล่อยไปได้อย่างไรว่าเราจะให้มีการผลาญงบประมาณ แบบหน้าตาเฉย ซึ่งเข้าสู่ในมาตรานั้นจะมีการอภิปรายต่อครับ

ในส่วนที่ ๓ ที่ผมไม่ไว้วางใจจําเปึนต้องตัดงบประมาณลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าการจัดสรรงบประมาณครั้งนี้หน่วยราชการแต่ละหน่วยงานนั้น มีการตั้ง งบประมาณไว้สูงเกินความจําเปึน ผมอาจจะขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัด ๆ ท่านประธานเชื่อไหมครับ ไวนิล (Vinyl) พวกเราเปึนนักการเมืองทุกคนหาเสียงเลือกตั้ง เราทําไวนิลแผ่นหนึ่งประมาณ ๒๐๐ – ๓๐๐ บาท หน่วยราชการตั้งงบประมาณทําไวนิล แผ่นหนึ่ง ๕,๐๐๐ บาท ตอนคณะอนุกรรมาธิการมีการทักท้วงยังไม่ทันอะไร เขาขอตัด ลดลงครึ่งหนึ่งคือ ๒,๕๐๐ บาท มันสะท้อนให้เห็นว่าขณะนี้หลาย ๆ หน่วยงานนั้นตั้งงบ ไม่มีประสิทธิภาพหรือแม้กระทั่งบางหน่วยงานราชการตั้งงบอาหารกลางวันต่อหัว ๖๐๐ บาท ซึ่งพวกเราคงจะทราบดีครับ การจัดเลี้ยงงบประมาณในการจัดเลี้ยงต่อหัว ผมว่า ๒๐๐ – ๓๐๐ บาท ก็เยอะพอแล้ว แต่บางหน่วยงานตั้งไว้ ๖๐๐ – ๗๐๐ บาท สะท้อน ให้เห็นว่าเปึนการตั้งงบประมาณที่สูงเกินความจําเปึน

เหตุผลข้อที่ ๔ ที่ผมคิดว่าในภาพรวมจําเปึนต้องตัดลด ก็คือการตั้ง งบประมาณที่ซ้ําซ้อน ผมจะอนุญาตยกตัวอย่างให้เห็นภาพที่ชัดเจน จริง ๆ แล้ว ในเอกสารที่การจัดสรรงบประมาณมีความซ้ําซ้อนเยอะมากครับ แต่ให้เห็นภาพที่ชัดเจน และผมยกตัวอย่างเช่น กระทรวงการต่างประเทศตั้งงบประมาณบูรณาการ ภาษาง่าย ๆ ก็คืองบบูรณาการของทูต ท่านประธานเชื่อไหมครับ ตั้งงบไว้ประมาณ ๗๐๐ ล้านบาท อภิปรายมา ๑ บรรทัด คําอธิบายก็คือ เพื่อไว้ใช้ในการบูรณาการในภาพรวมของกระทรวง การต่างประเทศในการทํางานที่ต่างประเทศ เวลาคณะกรรมาธิการมีการซักไซ้ว่างบ ๗๐๐ ล้านบาท ท่านจะเอาไปทําอะไรบ้าง ท่านอภิปรายว่าจะไปใช้ดูแลพี่น้องคนไทยที่อยู่ ในต่างประเทศเวลาเกิดปัญหา คณะกรรมาธิการท่านก็พลิก ท่านตั้งงบนี้ไว้แล้ว ตรงนี้ ตั้งไว้ ๑๐๐ กว่าล้านบาท เวลาถามว่าไปทําอย่างอื่นไหม เวลาอภิปรายว่าไปใช้ในการ จัดกิจกรรมในภาพรวมกับกระทรวงอื่น เขาก็ตั้งงบไว้แล้วก็สะท้อนให้เห็นว่าวันนี้หลาย ๆ กรมหลาย ๆ กระทรวงมีการตั้งงบประมาณที่ซ้ําซ้อน ซึ่งเราไม่ไว้วางใจ

ประเด็นที่ ๕ ที่เปึนเหตุผลที่มีความรู้สึกว่าไม่ไว้วางใจมากเลย ก็คือการตั้ง งบประมาณที่ไม่มีประสิทธิภาพ อย่างผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพพจน์ ก็คืองบกลาง คืองบ ในการดูแลรักษาพยาบาลของข้าราชการ ท่านประธานทราบไหมครับว่าขณะนี้ กรมบัญชีกลางตั้งงบกลางในการดูแลรักษาค่าพยาบาลนั้น ๔๘,๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งถ้าเทียบกับ สปสช. ตั้งงบไว้ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทในการดูแลประชาชน ๔๗.๕ ล้านคน ผมเปรียบเทียบให้เห็น ๒ หน่วยนะครับ สปสช. ดูแลประชาชน ๔๗.๕ ล้านคน ตั้งงบประมาณ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่กรมบัญชีกลางตั้งงบในการดูแลข้าราชการ ๒ ล้านคน ๔๘,๕๐๐ ล้านบาท ถ้าเทียบต่อหัวแล้วขณะนี้พวกเราทุกคนที่เปึนข้าราชการ วันนี้มีงบค่ารักษาพยาบาลที่ต้องจ่ายประมาณ ๒๔,๐๐๐ บาทต่อคน โดยที่อยู่เฉย ๆ แต่จริงอยู่ลําพังข้าราชการก็ให้ดูแลครอบคลุมญาติ รวมเบ็ดเสร็จ ๕.๕ ล้านคน รวม เบ็ดเสร็จครับ ก็เท่ากับว่าวันนี้ต่อหัวข้าราชการและญาติในการเจ็บป์วยรักษาพยาบาลนี้ อยู่เฉย ๆ เกือบ ๙,๐๐๐ บาทที่จะต้องจ่าย โดยที่เงินส่วนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเงินเดือนของ บุคลากรด้วย แสดงให้เห็นว่าวันนี้รัฐบาลไม่ได้จงใจใช้ประสิทธิภาพในการประหยัด ในการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งผมไม่สบายใจตรงนี้

ประเด็นที่ ๖ รัฐบาลตั้งงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาล เคยประกาศไว้ครับ จริงอยู่ถ้าเราจะมองเรื่องนโยบายของรัฐบาลเรามองเปึน ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ ก็คือนโยบายที่รัฐบาลแถลงกับสภาผู้แทนราษฎร ส่วนที่ ๒ ก็คือนโยบาย ที่พรรครัฐบาลเคยหาเสียงหรือสัญญากับประชาชนไว้ ผมรอคอยมาตลอดครับ เพราะ เนื่องจากว่าผมอยู่ในวงการสุขภาพ พรรคการเมืองแกนนําจัดตั้งรัฐบาลเคยหาเสียงกับ อสม. ไว้ จําได้ไหมครับ บอกว่าจะให้ค่าตอบแทน อสม. เดือนละ ๑,๐๐๐ บาททุกคนครับ อสม. ทั่วประเทศประมาณ ๘ แสนคนเขารอคอย ๓ เดือนแรกผมก็บอก อสม. ว่าใจเย็น ๆ ครับ รอให้รัฐบาลตั้งงบประมาณก่อน และผมก็ตั้งใจรอดูว่าการจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ รัฐบาลจะตั้งงบประมาณให้กับ อสม. ตามที่สัญญาไว้หรือไม่ ผมก็จะดูว่าตัวเลขนี้มีไหม ปรากฏว่าไม่มี มันก็สะท้อนให้เห็นว่าวันนี้รัฐบาลไม่ได้จริงใจในการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่สามารถใช้งบประมาณให้สอดคล้องกับสิ่งที่เคยสัญญาไว้กับประชาชนเลย ผมจึง มีความรู้สึกว่าวันนี้รัฐบาลหลอก อสม.

ข้อที่ ๗ ที่อยากจะเรียน ที่ผมไม่ไว้วางใจที่จะต้องตัดงบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ ความไม่มีธรรมาภิบาลของรัฐบาล ผมมีความรู้สึกว่าเห็นท่าทีของท่านนายกรัฐมนตรี ในหลาย ๆ เรื่องในการบริหารงบประมาณแล้วไม่สบายใจ ท่านประธานอาจจะแปลกใจ ผมไม่สบายใจกับนายกรัฐมนตรีแล้วทําไมผมจะต้องมาตัดงบประมาณแผ่นดิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เพราะว่านายกรัฐมนตรีนั้นมีอํานาจสูงสุดในการบริหารงบประมาณ แผ่นดิน นายกรัฐมนตรีมักจะพูดอยู่เสมอว่า คนไทยทุกคน ประชาชนทุกคนที่อยู่ ในประเทศนี้ต้องเคารพกฎหมาย ความรู้สึกของผมนี้คนทุกคนถ้าเราออกเดินไปข้างนอก เราต้องเคารพกฎหมาย แต่การบริหารราชการแผ่นดินนี้หลักกฎหมายอย่างเดียวไม่พอ ในช่วงวิกฤติที่ผ่านมาไม่เคยมีใครพูดถึงในเรื่องหลักอื่น พูดถึงในเรื่องหลักกฎหมายเลย ผมต้องย้ําว่าวันนี้การดูแลประเทศนี้หลักกฎหมายอย่างเดียวไม่พอ มันต้องมีอีก ๒ องค์ประกอบ ก็คือหลักรัฐศาสตร์แล้วก็หลักว่าด้วยคุณธรรมและจริยธรรม วันนี้รัฐบาล ไม่มีเรื่องนี้ รัฐบาลไม่เคยเอาหลักรัฐศาสตร์ในการดูแลความสงบสุขของสังคม ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ไม่เคยเอาหลักว่าด้วยคุณธรรม จริยธรรมในการดูแลความสงบสุข ของพี่น้องประชาชนเช่นกัน เมื่อสักครู่นี้ผมได้ยินการอภิปรายของสมาชิกบางท่าน หรือไม่กี่วันนี้ได้ยินคําพูดของท่านนายกรัฐมนตรี ทําให้ผมเกิดความรู้สึกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีมักจะแก้ปัญหาความผิดด้วยการคนอื่นก็ผิด อย่างเห็นชัด ๆ ครับ รัฐบาลใช้ความรุนแรงกับประชาชนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ปัญหานี้เกิดขึ้นครับ แต่ปรากฏ ว่าพยายามจะบ่ายเบี่ยงว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์เมื่อป้ ๒๕๔๓ ก็เคยใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น ตรรกนี้มันเกิดได้อย่างไร ผมต้องย้ําว่าป้ ๒๕๔๓ เขามาบุกโรงพยาบาลราชบุรี เขาเปึน กองกําลังต่างชาติไม่ใช่คนไทย แต่มายัดคนไทยเปึนตัวประกัน แต่เอามาเปรียบเทียบกับ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคมไทยเมื่อ ๒ – ๓ วันที่ผ่านมา ตรรกนี้มันเปรียบเทียบกันไม่ได้ ในฐานะที่ผมเปึนแพทย์ ทําให้ผมคิด นายกรัฐมนตรีใช้สมองส่วนไหนคิด สมองคนเรา ซีกซ้าย ซีกขวา ส่วนกลาง ก้านสมอง ไขสันหลัง แต่ท่านประธานครับ ไขสันหลังเปึน ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นโดยที่สมองส่วนข้างบนนี้ไม่ได้ใช้เลย ภาษาแพทย์ใช้คําว่า รีเฟกซ์ (Reflex) นี้ หรือว่าท่านนายกรัฐมนตรีใช้สมองส่วนไขสันหลังในการตัดสินใจปัญหา ของประเทศครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรุณาเข้าประเด็นงบประมาณหน่อยครับ ที่ท่านสงวนไว้นะครับ เดี๋ยวมันจะไปใหญ่ เชิญครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ คือผม มีความรู้สึกว่าสัมปชัญญะของคนที่จะใช้จ่ายงบประมาณสําคัญครับท่านประธาน คือถ้าท่านนายกรัฐมนตรีตัดสินใจด้วยสติสัมปชัญญะที่ถูกต้องนี้ ผม โอ.เค. ผมจะไม่ พาดพิงเรื่องนี้ แต่ผมกําลังมองว่าวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรียังไม่ใช้สัมปชัญญะเหมาะสม ในการใช้จ่ายงบประมาณ ผมไปเป่ดตําราแพทย์ เปึน ส.ส. วันนี้ แต่บังเอิญมีความรู้เรื่อง แพทย์ ไปเป่ดโรคอยู่โรคหนึ่ง เขาได้พูดถึงหลักอยู่ ๓ ข้อ ทําให้ผมมีความรู้สึกว่าเหมือนกับ ท่านนายกไม่รู้ตัวเอง ภาษาแพทย์ใช้คําว่า ลอส์ท ออฟ อินไซด์ (Lost of inside)

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอวรงค์ครับ ขอความกรุณานะครับ อย่าวินิจฉัยคนไข้ในสภาอีกเลยนะครับ กรุณาเดินหน้าเรื่องงบประมาณดีกว่าครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ผมเชื่อฟังท่านประธานครับ ก็ไม่เปึนไรครับ แต่สิ่งนี้คือภาพรวมทั้งหมด นอกจากภาพตัวเม็ดเงินงบประมาณที่ผม อภิปรายแล้ว ผมโยงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ใช้หลักคุณธรรม จริยธรรม หลักรัฐศาสตร์ มาบริหารบ้านเมือง ทําให้ผมมองว่าวันนี้ถ้ารัฐบาลตั้งสติประหยัดงบประมาณ อย่างน้อย ๒๐ เปอร์เซ็นต์ สามารถประหยัดได้ เราสามารถประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในการบริหารราชการแผ่นดินให้ได้ผลตามที่เกิดขึ้น ขออนุญาต ตัด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมสลับตามนโยบายที่ท่านประธานคนก่อนวางไว้ คือสลับระหว่างกรรมาธิการ ผู้สงวนความเห็น แล้วก็สมาชิกที่สงวนคําแปรญัตติ ท่านต่อไปครับ ท่านสุวโรช พะลัง เชิญครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ของพรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๓ ผมได้ขอปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ไว้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แต่เปึนที่น่าเสียดายครับ ทางคณะกรรมาธิการซึ่งเปึนตัวแทนของสภานี้ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ผมจึงสงวนคําแปรญัตติเพื่อที่จะมาอภิปรายแสดงเหตุผล ในที่ประชุมสภาแห่งนี้ เหตุผลที่ผมจะกราบเรียนต่อท่านประธานสภาเพื่อที่จะให้เห็น ก็คงเปึนเรื่องการทําหน้าที่ของทางคณะกรรมาธิการ ซึ่งเปึนตัวแทนของสภาอันทรงเกียรติ แห่งนี้ เราตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นไปเพื่อทําหน้าที่ในการที่จะไปปรับลดงบประมาณ แล้วก็ไปปรับเพิ่มงบประมาณตามกรอบภารกิจ ซึ่งเปึนความจําเปึนในการที่จะขับเคลื่อน ประเทศของเรา ท่านประธานเองก็ทราบนะครับว่า การที่ประเทศของเราจะพัฒนา ขึ้นไปนั้นจะต้องมีงบประมาณ จะต้องมีการแถลงนโยบาย การจัดงบประมาณกับ นโยบายต้องสอดคล้องต้องกัน สิ่งตรงนี้เปึนสิ่งที่ผมมีความเคลือบแคลงใจครับว่า ทางคณะกรรมาธิการซึ่งเปึนตัวแทนของสภาแห่งนี้นั้นได้ให้ความสําคัญต่อสิ่งเหล่านี้ หรือไม่ เพราะเท่าที่ผมเป่ดดูในเอกสาร ไม่ว่าจะเปึนการปรับลดงบประมาณก็ดี ไม่ว่า จะเปึนการปรับเพิ่มงบประมาณหลังจากที่ปรับลดไปแล้วก็ดี ไม่ได้สอดคล้องต้องกัน กับการแถลงนโยบายของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลชุดนี้แต่ประการใด ในกรรมาธิการพิจารณางบประมาณชุดนี้ก็มีตัวแทนของรัฐบาลเข้าไปอยู่ มีรัฐมนตรี หลากหลายกระทรวง ท่านประธานครับ บ้านนี้เมืองนี้ของเราท่านประธานก็ทราบครับ บ้านเราเปึนเมืองเกษตร สินค้าเกษตรเปึนสินค้าที่เปึนปัจจัยสําคัญที่จะหาเงินเข้าประเทศ ในอันดับ ๑ นอกเหนือจากเรื่องการท่องเที่ยวและอีกหลาย ๆ นโยบาย ผมเปึนผู้หนึ่งครับ ที่กราบเรียนต่อท่านประธานสภา แล้วได้ติดตามในเรื่องของภาคการเกษตรตลอดมา ผมพยายามที่จะดูครับว่าในกระทรวงส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรนั้น ทางคณะกรรมาธิการได้ไปปรับลดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเหล่านี้แค่ไหน เพียงไร ไปดูครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปรับลดเขามามากเหลือเกิน แต่พอเวลา แปรงบเพิ่มกลับให้เขาไป ให้เพียงแค่ ๒ ส่วนเท่านั้น ก็คือทางกรมชลประทานและในเรื่อง เกี่ยวข้องกับการวิจัย ท่านประธานครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์คือหัวใจสําคัญ ในการขับเคลื่อนทางด้านการเกษตรนะครับ ทางคณะกรรมาธิการต้องให้ความสําคัญ ครับ นโยบายของรัฐบาลชุดนี้ให้ความสําคัญในการเพิ่มผลผลิตทางด้านการเกษตร ให้ความสําคัญในการแปรรูปทางด้านสินค้า ทางด้านการเกษตร เราพูดกันนักเราพูดกัน หนาว่าในสภาตรงนี้ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องยางพารา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องปาล์มน้ํามัน รัฐบาล จะให้ความสําคัญในการดูแล เพราะเปึนสินค้าทางด้านการเกษตรที่สามารถนําเงินตรา ต่างประเทศเข้ามาใช้ในการพัฒนาประเทศได้อย่างมากครับ ท่านประธานครับผมเปึนผู้หนึ่งที่ในวาระหนึ่งของการพิจารณางบประมาณรายจ่าย ประจําป้ ๒๕๕๒ ถึงแม้ท่านประธานจะให้เวลาไม่มากแต่ก็ได้อภิปรายในประเด็นฝากทาง คณะกรรมาธิการไว้ นั่นก็คือการจัดตั้งโรงหีบน้ํามันปาล์มที่สหกรณ์นิคมท่าแซะ และผมใช้ คําพูดหนักครับในวันนั้นเรื่องความจงรักภักดีหลายคนมาเตือนผมว่าไม่ควรพูด แต่สิ่งที่ผม กราบเรียนต่อสภาอันทรงเกียรติตรงนี้เปึนเรื่องของความเปึนจริงครับ เพราะเปึนเรื่องที่มี การร้องเรียนทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาต่อพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในขณะที่พระองค์ท่านเสด็จ ไปเยี่ยมพสกนิกรที่อําเภอท่าแซะ ที่จังหวัดชุมพร สหกรณ์นิคมท่าแซะ จังหวัดชุมพร ถวายฎีกาทูลเกล้าฯ ต่อพระองค์ท่านให้ช่วยสรรหางบประมาณมาสนับสนุนงบประมาณ เดือดร้อนถึงเจ้าฟัาเจ้าแผ่นดินครับ พระองค์ท่านรับฎีกาเอาไว้แล้วส่งให้กองงานส่วนของ พระองค์ท่านลงมาศึกษาข้อเท็จจริงในพื้นที่ หลังจากนั้นได้ทําหนังสือของบประมาณ มายังรัฐบาลครับในวาระที่ ๑ ว่าจังหวัดชุมพรนี้ครับมีพื้นที่ปลูกปาล์มเปึนอันดับที่ ๒ ในประเทศ อ่าวลึกมีแล้วอันดับที่ ๒ ก็คือจังหวัดชุมพร อันดับที่ ๓ ก็คือจังหวัด สุราษฎร์ธานี น่าที่จะมีโรงสกัดน้ํามันปาล์มของสหกรณ์นิคมต่าง ๆ แต่พอขอไปเสร็จแล้ว วาระที่ ๑ ไม่ให้ครับ ไม่มีเหตุผลรัฐบาลไม่ได้ชี้แจงเหตุผลใด ๆ เลย ผมได้อภิปรายเรื่องนี้ ในที่ประชุมสภาในวาระที่ ๑ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ท่านสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านประธานครับได้ลุกขึ้นชี้แจงต่อ ที่ประชุมสภาครับว่าเอาไปว่ากันในวาระที่ ๒ ท่านประธานครับวันนี้ก็พยายามที่จะเป่ดดู ทุกหน้าติดตามมาตลอดการทํางานของคณะกรรมาธิการครับ เพราะมันเปึนนโยบายของ รัฐผมก็คาดหวังว่ารัฐมนตรีที่เปึนกรรมาธิการงบประมาณคงให้ความสําคัญต่อสิ่งที่ท่าน ได้พูดไว้ในสภา แต่เปึนที่น่าเสียดายครับเข้าไปข้างในผมไม่ทราบว่าลงในพื้นที่ของ กรรมาธิการแต่ละคนกันเท่าไรไปเป่ดดูในเอกสารสิครับ ในงบเพิ่มไปดูสิครับอยู่ในจังหวัด ต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ของกรรมาธิการงบประมาณแทบทั้งสิ้น ไม่ได้ให้ความสําคัญต่อการ แถลงนโยบายในการขับเคลื่อนประเทศแต่ประการใด เพราะฉะนั้นผมมีประเด็นที่อยากจะ กราบเรียนผ่านท่านประธานถามไปยังคณะกรรมาธิการครับว่าเรื่องของโรงสกัด น้ํามันปาล์มของสหกรณ์นิคมท่าแซะที่กราบทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาต่อสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ กรรมาธิการไม่ให้ความสําคัญเลยหรือครับ หรือแบ่งกันจนลืม ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท แบ่งกันจนลืม เงินเพียงแค่ ๑๕๐ ล้านบาทเท่านั้น ท่านหาไม่ได้ วันนี้ ผมกราบเรียนต่อท่านประธานหน่อยหนึ่งครับ ว่าวิธีพิจารณาในการพิจารณางบประมาณ เพิ่มของกรรมาธิการใช้หลักเกณฑ์มาตรฐานอะไร ท่านครับ ท่านเป่ดดูในงบประมาณ เพิ่มเติมครับของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาน่าอเนจอนาถมากใช้มาตรฐานแบบ เส้นใคร จังหวัดใครจังหวัดมัน กรรมาธิการนั่งอยู่ข้างในใครเปึนผู้มีอํานาจชักใยในรัฐบาล ที่แท้จริงก็แสดงอิทธิฤทธิ์ผ่านร่างทรงเข้าไป ท่านประธานเป่ดดูสิครับในงบเกี่ยวกับ การท่องเที่ยว มีการสร้างโครงการก่อสร้างหอประชุมแสดงสินค้านานาชาติที่จังหวัด เชียงใหม่ครับ งบประมาณทั้งหมดที่ได้งบเพิ่มมา ๒,๒๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ เปึนงบผูกพันอีกด้วยอีก ๓ ป้ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้ไม่ใช่เปึนเรื่องใหม่ แต่ประการใดครับ เปึนเรื่องมาตั้งแต่อดีตนายกรัฐมนตรีที่ไม่มีแผ่นดินอยู่ในประเทศไทย ในขณะนี้นะครับ ตั้งโครงการตรงนี้ขึ้นมาสร้างหอประชุมที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ปรากฏว่าไม่ผ่าน กระบวนการพิจารณาในการจัดสรรงบประมาณมา ไม่ผ่านสิ่งแวดล้อมครับ ในรัฐบาล ชุดนั้นของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ก็เลยไม่ได้จัดสรรงบประมาณตรงนี้ก็ทําไม่ได้ ค้างนะครับ มาถึงรัฐบาลของ พลเอก สุรยุทธ์ ปรากฏว่าท่านยกเลิกโครงการนี้ไป มาใน งบประมาณวาระที่ ๑ ของรัฐบาลชุดนี้ครับไม่ได้ตั้งงบประมาณเริ่มต้นแต่ประการใด เพราะรู้อยู่ว่าโครงการนี้ไม่สมบูรณ์ ตั้งงบประมาณไม่ได้ มีการโต้แย้งจากส่วนราชการ หลายส่วน ปรับลดงบประมาณลงไป ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท พอเพิ่มกลับมาตูมปัูบผีมาโผล่ ในร่างทรงตรงนี้เลยครับ ใช้เส้นหรือครับ กรรมาธิการชุดนี้พิจารณาอย่างไรครับในการ ที่เอาโครงการนี้ปลุกผีขึ้นมาตั้งอีก ทั้ง ๆ ที่ไม่ผ่านกระบวนการขั้นตอนต่าง ๆ ของการ พิจารณาจัดสรรงบประมาณแต่ประการใด ท่านประธานพิจารณางบประมาณรายจ่าย ประจําป้ของคณะกรรมาธิการชุดนี้ไปไหนแล้วครับ ผมอยากจะได้ยินคําตอบครับ ว่าความสมบูรณ์ในการพิจารณาโครงการตรงนี้นะครับจะอยู่จังหวัดไหนผมไม่ว่าเพราะ เปึนส่วนหนึ่งของประเทศไทยครับ แต่ขอให้พิจารณาถึงความสําคัญ ความจําเปึนถูกต้อง กับการพิจารณาจัดสรรงบประมาณกันจริง ๆ เวลาโรงหีบน้ํามันปาล์มเล็ก ๆ น้อย ๆ งบเพียงแค่ ๑๕๐ ล้านบาท แต่ประโยชน์ที่จะได้ในการเพิ่มมูลค่าของสินค้าทางด้าน การเกษตรคือปาล์มน้ํามันนะครับมันอเนกอนันต์มากมายเหลือเกิน ผมไม่ต้องการที่จะ เห็นการป่ดถนนชุมนุมเวลาเรียกร้องราคาปาล์มตกต่ํา เพราะพี่น้องชาวสวนปาล์มของผม ไม่สามารถที่จะต่อรองเกี่ยวกับเปอร์เซ็นต์น้ํามันปาล์มได้ เพราะถึงเวลาตรงนั้นเหมือนผี ไปถึงป์าช้าไม่ฝังก็เผาเมื่อโรงสกัดน้ํามันปาล์มเขาบอกเปอร์เซ็นต์น้ํามันปาล์มตรงนี้ มันไม่ได้มาตรฐาน เถียงเขาไม่ได้ครับ ไม่เหมือนจังหวัดกระบี่ครับเขามีสหกรณ์นิคมน้ํามัน ปาล์มที่อ่าวลึก เขาสามารถตั้งกฎเกณฑ์มาตรฐานตรงนี้ต่อรองราคาต่อสู้แทนพี่น้อง เกษตรกรชาวสวนปาล์มได้ครับ แต่พอมาที่ชุมพร พอมาที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเหมือนผี ไปถึงป์าช้าไม่ฟังก็เผา ๒ อย่างถึงป่ดถนนเห็นไหมครับ รัฐบาลก็ไปรับปากพี่น้องชาว สวนปาล์มไว้ว่าป้ ๒๕๕๒ จะตั้งโรงสกัดน้ํามันปาล์มที่จังหวัดชุมพร ป้หน้า ป้ ๒๕๕๓ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีให้กับสหกรณ์นิคมทั้ง ๒ จังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการถูก เอารัดเอาเปรียบของพี่น้องชาวสวนปาล์มแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดสิ้นเชิงเลย ไม่ต้องมา โต้เถียงกันอีกต่อไป ต้องกราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการครับว่า ชุดนี้ไปนั่งทําอะไรกันหลับ ๆ ตื่น ๆ เบิกวันละพันสองพันอย่างนั้นหรือครับ ถ้าทําอย่างนี้ ครับความจริงไม่ต้องมีก็ได้คณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณชุดนี้ครับ หลับแล้วก็ เอาดินสอทิ่มเอาครับ ตรงนี้ตัดไป ๕ บาท ตรงนี้ตัดไป ๒๐ บาท แล้วเอาไปเพิ่มตรงนั้น แล้วก็ใช้เส้น ทําไมครับ กรรมาธิการชุดนี้ยังเปึนร่างทรงของรัฐบาลชุดที่ไม่มีแผ่นดินอยู่ หรือครับ นั่นมันผีไปแล้ว ยังไปปลุกผีขึ้นมานั่งอีกทั้ง ๆ ที่ไม่มีความสมบูรณ์อะไรเลย ในโครงการ ผมอยากจะฟังคําตอบจากคณะกรรมาธิการครับว่าโครงการตามที่ผม กราบเรียนในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตรงนี้ไปอยู่จังหวัดเชียงใหม่หรือไปอยู่ที่ไหน ผมไม่ติดใจ แต่ผมต้องการความสมบูรณ์ของโครงการ ให้งบประมาณแล้วสร้างได้ไหมล่ะ วันนี้สิ่งแวดล้อมผ่านหรือเปล่า วิธีพิจารณางบประมาณ ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ก็อยู่ในกรรมาธิการพิจารณางบประมาณเหมือนกัน ท่านหลับหรือครับ วินัยในการ พิจารณาโครงการต่าง ๆ อยู่ตรงไหนครับและมาตรฐานในการพิจารณางบประมาณตรงนี้ มันจะขับเคลื่อนประเทศกันได้อย่างไรครับ นี่มันเส้นกันชัด ๆ เส้นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังใช่ไหม ผมมันไม่มีเส้นใช่ไหม เดี๋ยวป่ดถนนกันอีก ไม่มีปัญหาหรอกครับเรื่องป่ดถนนมันง่าย เพราะมันน้อยใจเหมือนกัน ครับเวลาของบประมาณมาเดินตามช่องไม่ให้ผม ทั้ง ๆ ที่เจ้าฟัาเจ้าแผ่นดินของบมาแล้ว ลงไปดูแล้ว อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ลงไปดูในพื้นที่ไปบอกเขาตรงนี้ละครับ สถานที่ เหมาะสมแล้ววันนี้ไม่ได้เลย ผมตามมาตลอด เข้าไปในห้องพิจารณางบประมาณ เขาก็นั่งแบ่งเศษสตางค์กัน อย่าให้พูด มากกว่านี้เลย เดี๋ยวก็พังกันทั้งสภา เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าไม่มีคําตอบ ผมไม่ยอม พังเปึนพัง แล้วเดี๋ยวพูดให้หมด เพราะฉะนั้นกรรมาธิการต้องตอบในเรื่องตรงนี้ว่า โรงสกัดน้ํามันปาล์ม ที่สหกรณ์นิคมท่าแซะ ในวาระที่ ๑ ท่านรับปากผมไว้ วาระที่ ๒ ทําไมไม่มีสักสลึงเดียว เศษสตางค์สักสลึงเดียวยังไม่มี ในโครงการที่ผีมันหายไปแล้วขุดขึ้นมาตั้งข้างบน ถ้าท่านใส่งบประมาณลงไป มันรู้ว่าสร้างไม่ได้ก็เอาไป เพื่ออะไร ไปเปลี่ยนโครงการ ใช่ไหมครับ ไปเล่นแร่แปรธาตุกันในวันข้างหน้าใช่ไหมครับ หลังจากที่สภาชุดนี้ ยกมืออนุมัติงบประมาณรายจ่ายวาระ ๒ วาระ ๓ ไปแล้ว หลอกคนอื่นหลอกได้ หลอกพวกผมหลอกยาก แล้วจะตามกันต่อไป แต่อย่าได้หวังเลยว่าสิ่งที่กําลังไปแบ่ง กันอยู่ในวันนี้จะได้ใช้งบประมาณ ถ้าหากให้คําตอบตรงนี้ผมไม่ได้ในวันนี้ พังเปึนพัง พูดให้หมดว่าตรงไหน ๔๘ ล้านบาท ๖๐ ล้านบาท เดี๋ยวผมพูดให้หมด อย่าไปเอากันเลย รัฐธรรมนูญคือความศักดิ์สิทธิ์ แต่ความศักดิ์สิทธิ์ตรงนั้น ถ้ากรรมาธิการซึ่งเปึน ตัวแทนของพวกผมขึ้นไปทําหน้าที่แล้ว ไม่ได้ทําหน้าที่ตรงนี้ ไปแบ่งงบกันครับ ไม่ใช่ คณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ เปึนกรรมาธิการแบ่งงบประมาณ แล้วแบ่งเฉพาะ กรรมาธิการที่มีอยู่ในสภาทั้งหมดที่ต้องไปนั่งอยู่ในนั้นทั้งหมดเท่านั้นเอง พวกผมเปึนแค่ เปึดง่อยเท่านั้นเอง พูดไปเถอะ แล้วสภาตรงนี้เปึนสภาอันศักดิ์สิทธิ์จริงหรือเปล่า เปึนสภา อันทรงเกียรติจริงหรือเปล่า รัฐบาลให้ความสําคัญจริงหรือเปล่า ตัวแทนของรัฐบาล ที่อยู่ในกรรมาธิการได้พิจารณางบประมาณในส่วนนี้ให้ความสําคัญจริงหรือเปล่า เหนื่อยครับ พูดไปพูดมาก็เหนื่อย ไม่ใช่ไม่เหนื่อย แต่ก็ไม่รู้จะทําอย่างไร บอกว่าไม่ท้อ แต่จริง ๆ ลึก ๆ มันสิ้นหวัง แต่ก็ต้องสู้ต่อไปตราบใดที่ยังเปึนผู้แทนของปวงชน ผมต้องกราบขอบคุณ ผ่านท่านประธาน ผมโทรศัพท์ไปถามรัฐมนตรี สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรว่าท่านทําอย่างไรอย่างนี้ ผมเคยเปึนกรรมาธิการงบประมาณมาครับ ประสิทธิภาพในการทํางานไม่โหลยโท่ยเท่าชุดนี้หรอก โหลยโท่ยมาก ลาออกเสียเถอะ เพราะท่านไม่ได้พิจารณาตามความสําคัญความจําเปึนของหลักการ ของเหตุผล ของนโยบายที่ท่านได้แถลงไว้ต่อสภาแต่ประการใด แถลงสนุก ๆ พอให้ผ่านไปเท่านั้นเอง ขอบคุณรัฐมนตรีสมศักดิ์มาก ผมกราบเรียนท่าน ผมบอกว่าท่านครับ ขอดูเอกสารหน่อย เวลาท่านขอแปรญัตติเพิ่มเข้าไป มีไหม นี่คือเอกสารที่อยู่ในมือ ทําไปถูกต้องทุกอย่าง แล้วบอกด้วยว่าเจ้าฟัาเจ้าแผ่นดินเขาขอมา ไม่ให้ แต่พอเวลาผีไปอยู่ถึงอังกฤษ ให้ครับ นั่นมันผีไปแล้ว ยังไปปลุกขึ้นมาอีก ทั้ง ๆ ที่รู้กันมาว่าให้ไปก็สร้างไม่ได้

(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงท่านสุวโรชครับ เชิญผู้ประท้วง

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน จังหวัดน่าน ขออนุญาตใช้สิทธิ ในฐานะเปึนสมาชิก ประท้วงผู้ที่กําลังอภิปรายอยู่ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ประท้วง เพราะว่าผู้ที่กําลังอภิปรายทําผิดข้อบังคับการประชุม ข้อ ๖๑ ใช้ถ้อยคํา หลายถ้อยคําที่ทําให้ผู้ที่อยู่ในสภาแห่งนี้หรือผู้ที่ไม่อยู่มีข้อเสียหาย เช่น คําพูดว่า ไร้แผ่นดิน คําพูดที่บอกว่า หลับ ๆ ตื่น ๆ คําพูดที่ แบ่งงบประมาณ ซึ่งคําพูดเหล่านี้จริง ๆ ในฐานะเปึนกรรมาธิการก็สามารถจะชี้แจงได้ แต่ถ้าสมมุติผมไม่ประท้วงตอนนี้ ผมเข้าใจว่า ท่านผู้มีเกียรติ ท่านผู้ทรงเกียรติจะได้ยกประเด็นนี้ขึ้นมาเปรียบเทียบอยู่ตลอดเวลา ซึ่งผมคิดว่ามันไม่ยุติธรรมสําหรับการอภิปรายงบประมาณ คําว่า โหลยโท่ย ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผมอยากจะขอให้ท่านประธานวินิจฉัย ได้โปรดให้ผู้อภิปรายได้ถอนคําพูด ถอนเปึนแผงเลย ถอนทั้งหมดเลย เพื่อจะได้ไม่บันทึกในสภา

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขอวินิจฉัยนะครับ ท่านผู้อภิปรายครับ ผมก็นั่งฟังตลอด ส่วนใหญ่ก็มีเนื้อหาสาระ มีข้อมูลที่ดี แต่มีบางถ้อยคําที่ท่านย้ําแล้วมันก็จะเปึนปัญหา ผมขอความกรุณาได้ไหมครับ ท่านถอนสิ่งที่ได้พูดไป เช่น ๑. ไม่มีแผ่นดินอยู่ ๒. ที่ตาย ไปแล้ว หรือ ๓. ที่ท่านได้พูดถึงกรรมาธิการ ซึ่งเดี๋ยวเขาคงชี้แจงนะครับ ผมขอความกรุณา ครับท่านสุวโรช

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ผมไม่ทราบว่ากี่เรื่องครับ เอาทีละเรื่อง ได้ไหมครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอความกรุณาถอนเรื่องที่ ๑ นะครับ ที่ไม่มีแผ่นดินอยู่ แล้วก็ ๒ ที่บอกว่าไปช่วยสิ่งที่ มันตายไปแล้ว เอา ๒ เรื่องนี้ก็แล้วกันครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมเคารพ ท่านประธานครับ และท่านประธานจะให้ผมแก้เปึนคําพูดอย่างอื่นได้อย่างไรครับ ท่านช่วยหาคําพูดให้ผมหน่อย เพราะผมคิดว่าคําพูดที่ผมพูดนี้เหมาะสมแล้ว

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ครับท่านสุวโรช เดี๋ยวจะได้เดินหน้าต่อ ขอความกรุณาเถอะครับ ถอนเถอะครับ ขอความกรุณาเถอะครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ท่านจะให้ผมถอนได้อย่างไรครับ เพราะไม่มีแผ่นดินอยู่จริง ๆ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุวโรชครับ ขอความกรุณาเถอะนะครับ อย่าย้ํา และก็อยากขอความกรุณาให้ ท่านถอน ขอความกรุณาเถอะครับ จะได้เดินหน้าต่อครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ขอแก้เปึนว่า ไม่มีแผ่นดินอยู่ ได้ไหมครับ จาก ไร้ ก็เปึนว่า ไม่มีแผ่นดิน อยู่นะครับ ผมเคารพท่านประธาน ก็เหมือนถอน ครับ แต่ว่าผมแก้โดยถอนมาใช้คําว่า ไม่มีแผ่นดินอยู่

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุวโรชครับ สิ่งที่ท่านพูดไปแล้วมันบันทึกไว้ในรายงานการประชุมนะครับ ขอความ กรุณาท่านถอนก่อนก็แล้วกันครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ผมถอนครับว่า ไร้แผ่นดินอยู่ เปึน ไม่มี แผ่นดินอยู่

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอร้องครับ

(นายไพจิต ศรีวรขาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญท่านผู้ประท้วงครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. นครพนม ความจริงการประท้วงนี่ผมทําเมื่อ ๑๐ ป้ก่อน และคราวนี้จําเปึนต้องประท้วงท่านสมาชิก ที่อภิปรายผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ โดยชัดแจ้ง ๓ กรรม ๓ วาระครับท่านประธาน พูดถึง บุคคลที่ไม่ได้อยู่ในห้องประชุม หมายถึงอดีตนายกรัฐมนตรีที่ไม่มีแผ่นดินอยู่ก็เปึนการ เหยียบย่ําซ้ําเติมทําให้เกิดความเสียหาย ต้องขอความกรุณานะครับว่าอดีตหัวหน้าพรรค ของใครก็เคารพ ต้องให้เกียรติกันนักการเมืองนะครับ ขอความกรุณาได้ถอนนะครับ ลําดับที่ ๒ คือ รัฐบาลที่ผีไปแล้วยังขุดขึ้นมาอีก ก็เสียหายเช่นเดียวกันครับ ประโยคที่ ๒ ก็อยากจะให้ว่าอะไรที่เปึนงานทางการเมืองที่เราก็ทํากัน ถ้าเห็นว่ามันดีก็สนับสนุน ถ้าเห็นว่าไม่ดีก็คัดค้านกันตามจํานวน ถ้าเสียงไม่ถูกต้องก็โหวตกันครับท่านประธาน แล้วประโยคที่ ๓ แม้ผมจะเห็นด้วยว่ากรรมาธิการยักย้าย กระจุก กระจายทั้งหลาย ซึ่งผม ก็จะอภิปรายเช่นเดียวกัน แต่ไม่ควรที่จะให้บอกว่าใช้ถ้อยคําที่ดูหมิ่น โหลยโท่ย ไม่มี ประสิทธิภาพก็ขอความกรุณาว่าเอาให้เหมาะสม

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุวโรช ครับ ผมวินิจฉัยว่าที่ท่านได้อภิปรายนะครับผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ขอความ กรุณาท่านถอนถ้อยคําอย่างน้อย ๓ ประโยคนะครับ ๑. ไม่มีแผ่นดินอยู่ ๒. รัฐบาลที่เปึนผี ไปแล้ว แล้วก็ ๓. ที่กล่าวหากรรมาธิการว่าโหลยโท่ย ขอความกรุณาเถอะครับ เราอยู่ใน สภาเราก็ให้เกียรติซึ่งกันและกันนะครับ ขอความกรุณาครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ผมให้เกียรติท่านประธานอยู่แล้วครับ ก็ถอนตามที่ท่านประธานพูดนะครับ จะกี่ข้อผมไม่ทราบ ผมอภิปรายต่อเลยท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

นี่คือเอกสารที่ผมบอกครับ

(ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณเชาวรินประท้วงเรื่องอะไร เชิญครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมขอใช้สิทธิประท้วงเพื่อนสมาชิกที่ใช้ถ้อยคําในการอภิปราย ซึ่งสมาชิกหลาย ๆ คน ขอให้ถอนไปแล้ว มีอยู่คําหนึ่งที่ผมติดใจมาก และยังไม่มีใครพูดถึง อยากจะขอให้ ท่านประธานตกลงกับผู้อภิปรายให้ถอนคํานั้นแล้วหลีกเลี่ยงการใช้อีก ท่านได้กล่าวว่า ผีที่อังกฤษ ฟังดูแล้วไม่สบายใจครับท่านประธาน อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยถูกย่ํายีโดยไม่ได้รับความเปึนธรรม แล้วตัวท่านก็ไม่ได้ อยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ ไม่ได้อยู่ในประเทศ อยู่ที่อังกฤษ เปึนที่รู้กันว่าท่านขอลี้ภัย การเมือง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเชาวรินครับ เมื่อสักครู่ท่านสุวโรชก็ได้ถอนให้แล้วนะครับ ท่านจะให้ถอนอีกคําหนึ่ง ครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

นี่ยังไม่ได้มีใคร ประท้วง ในส่วนตัวผมมีความรู้สึกว่ามันไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาล่ะครับ ท่านสุวโรช ถอนอีกสักคําได้ไหมครับ ท่านครับ จะได้เดินหน้าต่อได้ครับ ขอความกรุณาเถอะครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ความจริงมันหนีคดี มันชัด หนีหมาย ยังบอกอะไรต่ออะไรอีก ก็ไม่เปึนไร เชื่อประธานอยู่แล้ว ผมได้ทั้งนั้น หลบหนีหมายศาลไป มาไม่ได้ ผมถอนครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถอนเถอะนะครับ แล้วเชิญอภิปรายต่อ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน 🔗

แต่ถ้าประท้วงอีก คราวนี้ไม่ถอนแล้ว นะครับ ความจริงจะจบแล้ว แต่ว่ามีการประท้วง ผมก็กราบเรียนต่อท่านประธาน อีกนิดเดียวเท่านั้นเองท่านประธานว่านี่คือเอกสาร ลงนามโดยท่านรัฐมนตรี สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ๑๕ กรกฎาคม ถึงท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ เพื่อขอให้ทาง กรรมาธิการได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณในวาระที่ ๒ ในการสร้างโรงสกัดน้ํามันปาล์ม ที่สหกรณ์นิคมท่าแซะ จังหวัดชุมพร และท่านอธิบดีกรมส่งเสริม ท่านก็ลงไปดูแล้ว ท่านรัฐมนตรีว่าการก็เห็นชอบหมด แล้วก็พิจารณาเข้ามาเปึนอันดับ ๑ ด้วย พิจารณาเข้า มาเปึนอันดับ ๑ คือความต้องการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าคณะกรรมาธิการ งบประมาณชุดนี้ครับปรับลดไปแล้ว แล้วก็ให้วงเงินมาที่กระทรวงเกษตร กี่บาท ก็สุดแล้วแต่ ทางกระทรวงเกษตร ส่งสัญญาณไปบอกกรรมาธิการว่าอันดับ ๑ ที่เขาพิจารณาที่เขาอยากจะได้ก็คือโรงสกัดนํามันปาล์มที่สหกรณ์นิคมท่าแซะ ส่งเปึน เอกสารเข้าไป ขอเปึนอันดับ ๑ คือความต้องการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปรากฏว่า กรรมาธิการไม่สนใจ ไม่ให้ความสําคัญ กลับไปเอาในงบประมาณของกรมชลประทาน ที่ปรับลดลงไปเยอะ ความจริงกรมชลประทานก็มีความสําคัญ มีความจําเปึนเหมือนกัน เรื่องแหล่งน้ํา ท่านก็ไปตัดเขา แล้วคืนเขาก็คืนเขาเพียงแค่ ๓๐๐ – ๔๐๐ ล้านบาท เท่านั้นเอง มันก็ไม่พอกับที่เขาตัดไป มันก็มีปัญหาอีก แต่ว่าเขาบอกว่าเขาขอเปึนอันดับ ๑ คือขอโรงสีสกัดน้ํามันปาล์มที่สหกรณ์นิคมท่าแซะ ท่านไม่ให้ ไม่เคยถามเลย แล้วการ ทํางานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ที่ผมบอก ความจริงบอกว่าโหลยโท่ยมันเหมาะสมแล้ว แต่ว่าให้ถอน ผมก็ถอนไปแล้ว ก็มันไม่เหมือนกับกรรมาธิการงบประมาณชุดที่ผ่านมา ท่านประธานเองก็เคยเปึน เคยเข้าไปในกรรมาธิการงบประมาณหลายครั้ง เคยแปรญัตติ หลายครั้ง เวลาที่กรรมาธิการเขาพิจารณาเสร็จ ก่อนที่จะกลับคืนสู่สภา ท่านประธานครับ เขาจะมีหนังสือไปถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละท่าน ว่าที่ขอพิจารณาปรับลดไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เท่าไรนั้น วันที่เท่านั้นเท่านี้ขอเชิญมาชี้แจง ต่อกรรมาธิการงบประมาณหน่อย นี่ไม่มีเลยครับ นี่ถ้าเกิดว่าให้โอกาสผม ผมไปพูด ในวันนั้น มันจะได้พูดแรงกว่านี้ นี่ขนาดเพียงแค่นี้ก็ประท้วงกันทั้งสภา ทั้ง ๆ มันที่เปึนเรื่อง ของความเปึนจริง แต่ไม่เคยให้โอกาสกับสมาชิกแห่งนี้เลย ตามข้อบังคับ ตามวิธีการ พิจารณางบประมาณกรณีที่มีการขอปรับลด ขอตัดงบประมาณในส่วนตรงนี้ไป เมื่อไม่มี ตรงนั้นนะครับ พวกผมเอาเวทีตรงไหนไปพูดท่านประธาน กรรมาธิการก็ไม่เคยเชิญ อยู่ ๆ ก็ไปตัดเอาที่บอกกันนะครับ มันไม่ใช่กรรมาธิการพิจารณางบประมาณ แต่เปึนกรรมาธิการแบ่งงบประมาณกัน แบ่งกันแต่พวกของตัวเองนั่นแหละครับ เอากันให้พอเถอะ คือถ้าไม่เปึนความจริง ท่านบอก ประเดี๋ยวลุกขึ้นมาเลย แล้วก็ที่ทํามา เปึนความลับกัน ไม่ต้องเปึนความลับ เอากันให้พังไปเสียเลย หมดเรื่องหมดราว พิจารณา ง่าย ไม่ต้องถ่ายทอด ๒ วันหรอกครับ วันเดียวก็พอ จบเลยเพราะมันโมฆะ มันผิด กฎหมาย ก็ถึงต้องบอกว่าหลักเกณฑ์ตรงนี้ ทางกรรมาธิการต้องบอกพวกผมหน่อยว่า ท่านถือหลักเกณฑ์ในการเพิ่มงบประมาณให้กับกระทรวง ทบวง กรมเขา แปรญัตติเพิ่ม อย่างไร ทีนี้ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์เอง ท่านก็บอกอึดอัด ก็ไม่รู้จะทําอย่างไร ให้เปึนอันดับ ๑ ไปแล้ว กรรมาธิการก็ไม่พิจารณาให้แต่ไม่เปึนไร ท่านสุวโรชก็รับปากผม ไม่รู้เปึนยาหอม อีกหรือเปล่าครับว่าเมื่องบประมาณชุดนี้ผ่านไปแล้ว ในข้อจํากัดของงบประมาณของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีอยู่ ท่านจะพยายามเกลี่ยให้ เห็นไหมครับ พยายามเกลี่ย นะครับ เรายังมีความหวังเล็ก ๆ น้อย ๆ ตรงนั้นแหละครับ ซึ่งก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทางกระทรวง เกษตรและสหกรณ์จะดําเนินการนี้อย่างไร ก็มีปัญหากับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขาอีก ซึ่งตรงนี้ที่จําเปึนต้องวิพากษ์วิจารณ์ทางกรรมาธิการ เพราะถ้าเชิญผมเข้าไปแล้ว ผมไปชี้แจง และผมเอาเอกสารให้ท่าน ผมก็ไม่ต้องมาวิพากษ์วิจารณ์ท่านในที่ประชุมสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้ ท่านก็พิจารณาไปปรับ แล้วก็ไปเชิญท่านสมศักดิ์มาถามหน่อยว่า จริงหรือเปล่าที่ผมพูด เชิญอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เข้ามาถามหน่อยว่ามีความจําเปึน จริงหรือเปล่าขนาดไหน ความจําเปึนแค่ไหน เพียงไร และเวลาเขาขอเปึนอันดับหนึ่ง ก็ไม่ให้เขา แล้วท่านไปถามเขาทําไมล่ะว่ากระทรวงอยากจะแปรญัตติเพิ่มอะไรมาบ้าง เขาก็บอกขอเพิ่มตรงนี้มาเปึนอันดับ ๑ ท่านก็ไม่ให้เขา แล้วไม่เรียกเขามาถามเลย ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์เองท่านก็น้อยใจครับท่านก็บอกผมว่าความจริงท่านเปึนกรรมาธิการ ด้วยมันก็จบ ผมก็มีปัญหาว่าถ้าความจริงผมเปึนกรรมาธิการก็จบเหมือนกัน แต่เนื่องจาก มีข้อจํากัดเหมือนกันในพรรคผม ผมก็เปึนผู้เสียสละ เสียสละจนกระทั่งวันนี้โครงการ มันหายไปเลย นี่คือปัญหาที่ต้องการคําตอบผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการครับ ว่าช่วยตอบผมให้กระจ่างหน่อยได้ไหม ถ้าท่านไม่ตอบนะครับผมไม่ได้ขู่หรอกครับ แต่ผม จะเอาความจริงมาพูดให้หมด กราบขอบพระคุณครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการจะขอชี้แจงนะครับ เชิญท่านวิทยาครับ ท่านบุญยอดเดี๋ยวขอความกรุณา หน่อยครับ ให้ท่านชี้แจงก่อนครับ ท่านประท้วงหรือครับ เชิญครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ จริง ๆ ไม่ได้ต้องการจะประท้วง ครับ แต่ว่าต้องใช้สิทธิประท้วง เพราะว่าไม่อย่างนั้นท่านก็คงไม่ให้หารือนะครับ เนื่องจากว่าตามข้อ ๑๑ ของข้อบังคับการประชุมคือการถ่ายทอดสดไปยังสถานีโทรทัศน์ เพื่อให้เราได้เห็นว่าการทํางานในสภาของเรานั้นทํางานกันตามหน้าที่นะครับ ท่านครับ ตั้งแต่ก่อนเที่ยงเปึนต้นมาจนกระทั่งถึงขณะนี้ทางช่อง ๑๑ หรือว่าเอ็นบีที ในปัจจุบัน กลายเปึนรายการข่าวไปแล้ว แล้วเราก็ไม่ได้เห็นเลยครับว่าใครได้พูดอะไรบ้าง ผมเข้าใจ ว่าทางสภาคงจะต้องทําข้อตกลงกับทางช่อง ๑๑ ต่อไปนะครับว่า ถ้าเปึนวาระที่เปึนวาระ สําคัญอย่างนี้ เราจะได้ไม่ต้องมาพูดกันอีกทุกครั้งว่าการถ่ายทอดนั้นต้องถ่ายทอด ต่อเนื่อง จะได้รู้ว่าใครได้ให้เหตุผลอย่างไรบ้าง แล้วก็ช่วงข่าวผมขออนุญาตที่จะปรึกษา ท่านประธานว่า ท่านหารือกับเขาได้ไหมครับว่าให้เปึนตัววิ่งก็ได้นะครับ ตัววิ่งก็สามารถ พอที่จะสื่อสารได้ว่าในขณะนี้เกิดอะไรขึ้นก็ไม่ได้เสียหายในเรื่องของการเสนอข่าว ซึ่ง ถ้าอย่างนี้แล้วมันก็ต้องมานั่งดูกันว่าตกลงตอนนี้ช่อง ๑๑ ถ่ายทอดหรือไม่ เดี๋ยวตอนค่ํา คงต้องไปดูกันอีกว่าจะตัดเข้าข่าวหรือไม่ แล้วก็เปึนรายงานข่าวกีฬาครับ เตะฟุตบอล อย่างไร ผลการแข่งขันเท่าไร กับการประชุมของทางสภาเรื่องงบประมาณรายจ่าย ประจําป้ซึ่งเปึนภาษีของราษฎร ผมคิดว่าท่านคงต้องพิจารณานะครับว่าเรื่องไหนสําคัญ กว่ากันนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านบุญยอดครับขอบคุณครับ ผมจะได้ให้เขาตรวจสอบและนําข้อสังเกตของ ท่านประกอบการพิจารณานะครับ เชิญท่าน วิทยา ครับ

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตชี้แจงกับท่านสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสุวโรช พะลัง กรณีสิ่งที่ท่านได้กล่าวและท่านท้วงติงในเรื่องงบประมาณในเขตจังหวัด ชุมพรของท่านนั้น ผมขออนุญาตเรียนชี้แจงให้เพื่อนสมาชิกได้เข้าใจโดยทั่วกันด้วย กรรมาธิการขอเรียนให้ทราบนะครับว่าในส่วนของกรรมาธิการนั้นมีทั้งพรรคร่วมรัฐบาล แล้วก็พรรคฝ์ายค้าน ได้ทําหน้าที่ในการพิจารณาในรายละเอียดในเรื่องของงบประมาณ รายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ ที่ผ่านสภาในวาระแรกไป ขอเรียนให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้ทราบว่าการทําหน้าที่ของกรรมาธิการนั้น ท่านประธานที่เคารพ เราปฏิบัติหน้าที่ ตามกรอบของกฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งมีความยากมากครับ ต่างกับป้ที่ท่านได้กล่าวไว้ว่า สามารถที่จะไปทําการปรับปรุงหรือเสริมแต่งอะไรได้ในอดีตที่ผ่านมานั้น ท่านอาจจะเคย เปึนอยู่ แต่ปัจจุบันเรียนตรง ๆ ว่ากรรมาธิการที่พิจารณางบประมาณประจําป้นี้นั้น ค่อนข้างจะทํางานลําบากมาก การอภิปรายในห้องงบประมาณก็ไม่สามารถที่จะไปพูด ถึงจังหวัดของตนเอง ซึ่งผมเองได้ทําหน้าที่เปึนประธานบ้างบางครั้ง ผมยังต้องกําชับ ท่านกรรมาธิการแต่ละท่านเลยว่าบางทีไปพูดถึงจังหวัดของตัวเองบ้าง ในเขตเลือกตั้งบ้าง ท่านกรรมาธิการก็หยุดกัน เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ขออนุญาตเรียนท่านประธานต่อสภาแห่งนี้ว่า ขอแจ้งให้ท่านทราบ โดยทั่วกันว่าเมื่อคณะกรรมาธิการจะปรับลดหรือกระทําใด ๆ เกี่ยวข้องแต่ละมาตรานั้น เช่น หมวดที่ดินสิ่งก่อสร้าง หมวดงานน้ํา หมวดเรื่องกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหลาย ๆ หมวด ซึ่งมีอนุกรรมาธิการไปพิจารณา ขออนุญาตนําเรียนว่าเราพิจารณา เสร็จแล้วเรามิอาจที่จะไปบรรจุอะไรตามอําเภอใจตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าว ความจําเปึนของท่านในจังหวัดนั้นเปึนเรื่องความรับผิดชอบของคณะรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบจะต้องทําความเห็นกันและผ่าน ครม. มาครับ กรรมาธิการ ไม่เกี่ยว เรียนตามตรงนะครับกรรมาธิการไม่มีสิทธิไปจับ นึกจะเอาลงตรงไหน ยัดลงตรงไหน ทําได้ อาจจะเปึนคําชี้แจงของท่านรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบกระทรวง ทบวง กรม นั้น ๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องที่ท่านกล่าว คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เพราะฉะนั้นวาระที่บรรจุ ไม่ว่าจะเปึนสํานักงบประมาณ ไม่ว่าจะเปึนการ ประชุม ครม. ในเรื่องของการแปรญัตตินั้นเรียนตามตรงว่ากรรมาธิการไม่มีส่วนไป เกี่ยวข้องด้วย เพียงแต่ว่าเวลาตัดเงินงบประมาณหรือตัดหมวดใด ๆ ก็แล้วแต่ตัดแต่ตัว เงินไว้ แปรญัตติเพิ่มก็ไม่ใช่หน้าที่ของตัวกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นจึงเรียนให้ทราบว่า หน้าที่ของคณะรัฐมนตรี หน้าที่ของ ครม. และก็หน้าที่ของสํานักงบประมาณ จึงขอ อนุญาตนําเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านสมาชิกว่ากรรมาธิการขอชี้แจงท่านพอเปึน สังเขปครับ ขอบพระคุณครับ ส่วนรายละเอียดถ้าท่านติดใจประเด็นไหนที่เกี่ยวข้อง ผมขอ อนุญาตให้สํานักงบประมาณเปึนผู้ตอบขยายท่านครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขออนุญาตเรียนรายชื่อผู้ที่จะอภิปรายนะครับ จะได้ไม่ต้องกังวลในการรอนะครับ จะสลับกันระหว่างกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นกับท่านสมาชิกผู้แปรญัตติ ท่านสุวโรช มีอะไรครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ขออนุญาต นิดเดียวครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กราบผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการครับที่ได้กรุณาชี้แจง แต่ผมเรียนยืนยันได้เลยว่าโครงการนี้ทําครบถ้วนตามที่ท่านได้ชี้แจงทุกประการครับ ผ่าน ครม. มาแล้ว ผมไม่ทราบว่าท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์อยู่ในห้องประชุมนี้ไหม ท่านยืนยัน ได้ครับ นี่ลายเซ็นของท่านอยู่ในมือผมครับ และอยู่ในเอกสารของท่านด้วย ผมไป ถ่ายเอกสารมาจากห้องกรรมาธิการงบประมาณครับ ผมถามท่านตรงนี้ว่าเวลาท่านจะ พิจารณาเพิ่มในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านเอาอะไรเปึนตัวชี้วัดครับว่าจะเอา โครงการนี้ โครงการนั้น ท่านถามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไหม ใครจะใหญ่กว่า รัฐมนตรีสมศักดิ์ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านเคยถามรัฐมนตรีสมศักดิ์ บ้างไหมครับก่อนที่ท่านจะบอกว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้งบประมาณให้กับ กรมชลประทาน ให้กับเรื่องวิจัยของกรมวิชาการเกษตร ท่านเคยถามไหม ประเด็นของ ปัญหาอยู่ตรงนี้ท่านประธานครับ ผมไม่ติดใจหรอกถ้าท่านสมศักดิ์บอกว่าตรงนี้ยังไม่มี ความจําเปึน แล้วก็ทําความเข้าใจผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการครับ ผมก็ เข้าใจกฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ได้น้อยกว่าท่านหรอกครับ ที่พูดบอกว่าชุมพรเพราะ รายละเอียดอยู่ตรงนี้ สถานที่ตั้งต้องมีครับ ท่านจะไปตั้งในอากาศได้อย่างไรครับ โรงหีบ น้ํามันปาล์ม โรงสกัดน้ํามันปาล์มจะเอาไปไว้ที่อยุธยาหรือครับ ปาล์มตรงไหนมีล่ะ มันก็รู้ กันอยู่ แล้วมันก็เปึนพื้นที่ที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทางกรมส่งเสริมการเกษตร เขาดําเนินการของเขาตามแผนการ ตามขั้นตอนของเขาอยู่แล้ว เพียงแต่ทางกรรมาธิการ เองไม่ได้ให้ความสําคัญในสิ่งเหล่านี้ ถ้าท่านถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์สักนิดหนึ่งมันก็จบครับ นี่ทําไมท่านไม่ถามล่ะ ก็ผมถามท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์แล้ว ท่านบอกว่าไม่เคยถามผมเลย ก็แค่นั้นเองครับ แล้วท่านจะมาโยนบอกว่าทําอย่างกับผม ไม่รู้ ผมก็เปึนผู้แทนหลายสมัยครับ รู้อะไรเปึนอะไรครับ อ่านออกเขียนได้ ก อะ กะ ก อา กา ผมก็อ่านถูกครับ ผมก็ดูหนังสือเปึนครับ เพราะฉะนั้นรู้อยู่ครับ แล้วไม่เคยพูดในเรื่องว่า ดึงงบประมาณเข้าจังหวัดตัวเอง นิสัยผมไม่มีอยู่แล้วในเรื่องดังกล่าวเหล่านั้น แต่ใครมี หรือไม่มีครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุวโรชครับ ประเด็นคําถามชัดเจนแล้วนะครับ เดี๋ยวผมจะให้กรรมาธิการได้ตอบท่าน เลยนะครับ

นายสุวโรช พลัง แบบสัดส่วน

เท่านั้นเองครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านตัวแทนกรรมาธิการครับ เชิญครับ

นายเอกพจน์ ปานแย้ม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เอกพจน์ ปานแย้ม ในฐานะกรรมาธิการครับ ขออนุญาตอย่างนี้ครับ ตามที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้เรียนสอบถามถึงกรรมาธิการ จริง ๆ แล้ว โครงการที่ท่านได้พูด ถึงมีอยู่จริงนะครับ แต่ว่าในขณะนี้กําลังได้ตรวจสอบดูในรายละเอียด แล้วเดี๋ยวจะได้นํา เรียนท่านในโอกาสต่อไปครับ ขอเวลาท่านสักครู่นะครับในการที่จะได้ชี้แจงต่อไป ขอบพระคุณครับ มีอยู่จริงครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช้สิทธิพาดพิงนะครับ เชิญครับ

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ตามที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวพาดพิงถึงผมหลายครั้ง ต่อกรณีของเรื่องการ แปรญัตติโรงสกัดน้ํามันปาล์มที่ท่าแซะ ชุมพร ผมกราบเรียนครับว่าในที่ประชุม คณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือจากสํานักงบประมาณแจ้งว่า ให้มีการปรับลดงบประมาณ ประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่จากทุกกระทรวง ทบวง กรม ได้ทําเรื่องต่อทาง สํานักงบประมาณกับทางกรรมาธิการไป จํานวน ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้ แน่นอนครับมันไม่สมดุลกับตัวเลข ก็ให้แต่ละกระทรวงได้ยืนยันในโครงการที่กระทรวง ได้เห็นว่าจะมีความสําคัญ ซึ่งผมก็ได้มอบหมายให้ท่านอธิบดีแต่ละกรม ได้ยืนยันว่า ส่วนไหนเปึนเรื่องที่สําคัญที่สุดแล้วก็จัดลําดับมา เพราะรู้ว่ามันไม่มีทางได้ทั้งหมด หรอกครับ เพราะเงินมันมีจํากัด ในส่วนหนึ่งของโครงการโรงสกัดน้ํามันปาล์ม ผมเห็นว่า เปึนเรื่องที่มีความสําคัญก็บอกว่า ในส่วนนี้เงินก็ไม่มาก แล้วก็ต้องการอยากจะแก้ไข ปัญหาเวลาที่ผลผลิตออกมามากและโรงสกัดน้ํามันปาล์มในภาคใต้มีอยู่น้อย ก็เลยเปึน ที่มาของการกดราคาเกษตรกร ก็คิดว่าน่าจะมีเพิ่ม โดยตั้งความหวังว่าที่จังหวัดชุมพร ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีก็เลยวางแผนไว้ และก็ได้บอกกับอธิบดีไปว่าให้ยืนยันในเรื่องนี้ แต่ ต้องกราบเรียนว่าเราก็เข้าใจครับ เมื่ออยู่ในชั้นของกรรมาธิการย่อมเปึนสิทธิที่กรรมาธิการ จะได้พิจารณาในการที่จะดูเหตุผลความจําเปึนว่า สมควรที่จะจัดโครงการไหนของแต่ละ กระทรวง ทบวง กรม เข้าไป เนื่องจากข้อจํากัดของเม็ดเงินงบประมาณดังที่ผมได้ กราบเรียนไปแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อออกมาอย่างนี้ ผมก็เชื่อว่าน่าที่เราจะได้หันหน้าเข้าหา กันว่าเปึนไปได้ไหม เมื่อสักครู่นี้ท่านกรรมาธิการเอกพจน์ได้บอกว่ามี ใช่ไหมครับ และ เดี๋ยวก็กําลังจะดูในรายละเอียดว่าอยู่ตรงไหน เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะกราบเรียนว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เห็นความสําคัญในเรื่องนี้แต่ก็เข้าใจการทําหน้าที่ของ กรรมาธิการ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมต้องกราบเรียนว่าอยากจะให้ทั้ง ๒ ฝ์ายได้พูดคุยกัน แล้วลองตรวจสอบดูความชัดเจนอีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปนะครับ ผมขออ่านรายชื่อผู้จะอภิปรายนะครับ ต่อจากนี้จะเปึนท่านสามารถ พิริยะปัญญาพร กรรมาธิการผู้สงวนความเห็นนะครับ จากนั้นก็เปึนท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ แล้วก็ไปท่านกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ครับ ท่านชุมพล จุลใส แล้วก็ท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย นะครับ เชิญท่านสามารถครับ

นายสามารถ พิริยะปัญญาพร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม สามารถ พิริยะปัญญาพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ซึ่งขอสงวนความเห็นเอาไว้นะครับ ในมาตรา ๓ ยอดรวมงบประมาณ ผมขออนุญาตเปรียบเทียบงบประมาณทั้งหมดนะครับ ระหว่างป้ ๒๕๕๒ กับ ป้ ๒๕๕๑ โดยงบประมาณทั้งหมดป้นี้เพิ่มขึ้นถึง ๑๐.๕ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับป้ ๒๕๕๑ คือป้นี้ได้ ๑.๘๓๕ ล้านล้านบาท ป้ ๒๕๕๑ นั้น ๑.๖๖ ล้านบาท นะครับ คราวนี้เรามาดูยอดรายจ่ายประจําป้นี้นะครับ ๑.๓๓๖ ล้านล้านบาท ส่วนป้ ๒๕๕๑ นั้น ๑.๒๑๓ ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น ๑๐.๑ เปอร์เซ็นต์ ใกล้เคียงกับยอดรวมงบประมาณ ทั้งหมดนะครับ แต่เรามาดูยอดรายจ่ายลงทุนครับ เพิ่มขึ้นเพียง ๑.๗ เปอร์เซ็นต์ แต่ป้ ๒๕๕๑ นั้น ๔ แสนล้านบาท ป้นี้ ๔๐๗,๐๐๐ ล้านบาท แล้วที่สําคัญกว่านั้นครับ เงินกู้ป้ ๒๕๕๒ เรากู้ถึง ๒๔๙,๕๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากป้ ๒๕๕๑ ๕๑.๒ เปอร์เซ็นต์ ก็เปึนที่มาของการพัฒนาประเทศพอสมควรนะครับ ถ้าเปรียบเทียบกันก็คือเรามีเงินลงทุน ที่เก็บจากภาษีเพียง ๑.๖ แสนล้านบาทเท่านั้น นอกนั้นเปึนเงินกู้ทั้งหมดก็อาจจะสามารถ อธิบายความได้ว่าความเดือดร้อนของประชาชนนั้น ในหลายพื้นที่ที่ผู้แทนราษฎรได้นํา ความเดือดร้อนมาสู่สภาผู้แทนราษฎรนั้นถึงไม่ได้รับการแก้ไข เนื่องจากรายจ่ายประจํา นั้นสูงมากทีเดียวนะครับ ในฐานะที่เปึนกรรมาธิการงบประมาณ มีหลายกระทรวง ทบวง กรม ครับ ที่เพิ่มขึ้น ถ้าเราจําได้หลายป้ก่อนเรามีการปฏิรูประบบราชการ มีการเพิ่ม กระทรวง ทบวง กรม ขึ้นมามาก ที่ชัดเจนในคณะกรรมาธิการงบประมาณก็คือมีกระทรวง พลังงานนะครับ ได้เข้ามาของบประมาณเพื่อจัดตั้งสํานักงานพลังงานจังหวัด ๑๐ กว่าแห่ง และโครงการเพิ่มอีกหลายสิบแห่ง คณะกรรมาธิการงบประมาณก็ได้มีการพูดคุย แล้วก็ ขอบอกว่าในเมื่องบรายจ่ายประจํานั้นสูงมากเกินไป ถ้าเราตั้งสํานักงานพลังงานจังหวัด ทุกจังหวัดก็จะเปึนการเพิ่มรายจ่ายประจํา และก็ต้องมีการเพิ่มข้าราชการมากขึ้น ก็เลย เปึนที่สรุปว่ากระทรวงพลังงานนั้นจะตั้งเพียงแค่พลังงานภูมิภาคเท่านั้น ซึ่งในงบ ป้ ๒๕๕๒ มีเพียง ๖ แห่ง ก็เปึนสิ่งที่พวกเราพยายามที่จะลดรายจ่ายประจํานะครับ แล้วก็ มีอีกหลายกระทรวง ทบวง กรม ที่ทํางานคล้าย ๆ กัน อย่างเช่น กรมทรัพยากรน้ําของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับกรมชลประทาน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์นั้น ลักษณะงานก็คล้าย ๆ กัน ก็เปึนลักษณะที่มีความซ้ําซ้อนกัน ก็เปึนที่มา ของรายจ่ายประจําที่สูงมากขึ้น เพราะฉะนั้นในทางของรัฐบาลนั้นต้องทําอย่างไรเพื่อให้ ลดรายจ่ายประจํานี้ให้ลงนะครับ ไม่อย่างนั้นงบประมาณการลงทุนของเราก็จะน้อย การแก้ไขปัญหาประชาชนก็จะน้อยลงตามนะครับ แต่สิ่งที่น่าเสียดายครับ กระทรวงศึกษาธิการ ปัญหาการศึกษานั้นขาดครูอาจารย์จํานวนมาก แต่เราไม่ได้รับ งบประมาณในการเพิ่มอัตราครู อาจารย์ แต่มีการตั้งงบประมาณเพื่อจัดซื้อคอมพิวเตอร์ ที่เรียกว่า โอแอลพีซี (OLPC) ๓๓ ล้านบาท ซึ่งเปึนคอมพิวเตอร์ที่เด็ก ๑ คน ต่อคอมพิวเตอร์ ๑ เครื่อง ขณะที่ครูอาจารย์นั้นทุกวันนี้หลายโรงเรียนครับ ครู ๑ คน จะต้องสอนเด็ก ๓ ชั้น ในห้องเรียนเดียวกัน แล้วก็ขนาดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่อยู่ใน โรงเรียนนะครับ อัตราส่วนปัจจุบันคือ ๑ เครื่องต่อเด็ก ๔๐ คน เพราะฉะนั้นโครงการ โอแอลพีซีเปึนโครงการที่ใช้งบประมาณโดยไม่จําเปึนนะครับ

ในส่วนที่ ๒ ครับ เงินกู้ที่เราสูงถึง ๕๑.๒ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบจากป้ที่แล้ว แล้วก็รายจ่ายลงทุนเพิ่มเพียง ๑.๗ เปอร์เซ็นต์ ก็เปึนสิ่งที่เราจะต้องคอยดูแลการใช้ งบประมาณไม่ให้เกิดการรั่วไหลนะครับ และก็มีความโปร่งใสให้มากขึ้น เพื่อประเทศชาติ ของเราจะได้รับการพัฒนาและจะได้ไม่ต้องมีการมาพูดคุยทะเลาะกันเรื่องงบประมาณ ครับ ขอขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไปครับ ท่านชินวรณ์ครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมได้แปรญัตติงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ ไว้เกือบทุกมาตราครับ แต่ว่า ผมคิดว่าคงใช้เวลาเฉพาะมาตรา ๓ เกี่ยวกับภาพรวม ผมอยากจะกราบเรียนกับ ท่านประธานว่างบประมาณป้นี้ ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เปึนภาษีของพี่น้องประชาชน นะครับ และถ้าท่านประธานจําได้ วันที่งบประมาณได้เข้าสู่การพิจารณาในชั้นรับหลักการ และเรา ได้มอบหมายให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งเปึนตัวแทนของสภาแห่งนี้ไปร่วมพิจารณา ในชั้นกรรมาธิการ ผมไม่แน่ใจว่ากรรมาธิการได้มีการมองโดยภาพรวมอย่างแท้จริง หรือเปล่า อย่างน้อยที่สุดวันที่มีการแถลงงบประมาณนั้นท่านประธานคงจําได้ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อสภาว่าการดําเนินงานของรัฐบาลชุดนี้ได้ให้ความสําคัญ แก่บทบาทการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาประเทศ และกลไกการตรวจสอบ การดําเนินงานของภาครัฐ เพื่อให้อยู่ในกรอบแนวทางการบริหารประเทศตามหลัก ธรรมาภิบาล โดยมุ่งเน้นให้เกิดความสมานฉันท์แก่คนไทยในทุกภาคส่วน จนมาถึงวันนี้ พวกเราซึ่งเปึนสมาชิกในสภาแห่งนี้จะได้ร่วมกันพิจารณาพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําป้ในวาระ ๒ และวาระ ๓ ผมเกิดความไม่มั่นใจนะครับว่าคณะกรรมาธิการ ได้ไปยึดแนวที่เพื่อนในสภาแห่งนี้ได้มอบหมายให้ท่านได้ไปทําหน้าที่หรือไม่ เมื่อผม ไปดูในรายละเอียดของเอกสาร ไม่ว่าในเรื่องของการปรับเพิ่ม ปรับลด ตลอดถึง เอกสารในเรื่องของการแปรญัตติงบประมาณแล้ว ผมอยากเรียนว่างบประมาณป้นี้ ที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ไปทํา ผมอยากจะตั้งฉายาว่า เปึนงบประมาณฉบับหลุมดําป้นี้ ทําไมผมจึงให้ฉายางบประมาณป้นี้ที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ไปทําว่า เปึนงบประมาณ ฉบับหลุมดําครับท่านประธาน ที่ผมต้องให้ฉายาอย่างนี้

ประการแรก ก็คือว่าหลุมดําอันแรกก็คือผมคิดว่าเปึนหลุมดําที่เกี่ยวกับ กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการครับ ในกรณีของเพื่อนสมาชิก ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม ท่านสุวโรชได้มีการพูดถึงนั้น เปึนส่วนหนึ่งของกระบวนการพิจารณาที่ผมเรียน ว่าเปึนหลุมดํา ท่านอาจจะภาคภูมิใจว่าท่านไปปรับลดงบประมาณที่เสนอโดยรัฐบาล ในวาระ ๑ วาระ ๒ ได้ถึง ๔๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ผมกลับมองตรงกันข้ามว่าวิธีการ ทํางานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ผมคิดว่าเปึนชุดในรอบ ๑๐ ป้ก็ว่าได้นะครับที่ไม่ได้รับ ความสนใจจากสื่อมวลชน ผมจําได้ว่าทุกครั้งที่เรามีการพิจารณางบประมาณรายจ่าย ประจําป้ เวลางบประมาณเข้าสู่ชั้นกรรมาธิการ สื่อมวลชนจะมีพื้นที่ที่จะให้กรอบ โดยเฉพาะในการไปทํางานของคณะกรรมาธิการนั้นหมายความว่าภาคส่วนของ สื่อมวลชนที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาลอีกทางหนึ่ง หรือตรวจสอบการใช้ภาษีของ พี่น้องประชาชนอีกทางหนึ่งนั้น ให้ความสําคัญต่อการทํางานของคณะกรรมาธิการ เขาจึง มีกรอบพื้นที่โดยเฉพาะในความเคลื่อนไหวของคณะกรรมาธิการ แต่ป้นี้ไม่มี ไม่มี ก็แปลกใจครับ แปลกใจว่ามีหลุมดําอะไรอยู่ ผมก็ไปค้นคว้าแล้วก็ติดตามว่าทําไมจึงมี หลายส่วนในสังคมนี้ตั้งข้อกังขาเปึนพิเศษว่าเราสมควรที่จะให้งบประมาณฉบับนี้กับ รัฐบาลชุดนี้นําไปใช้หรือไม่ และแน่นอนที่สุดกังขาต่อไปว่ากระบวนการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการนั้นเปึนไปโดยการโปร่งใสหรือมีการตรวจสอบโดยหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมายจากตัวแทนของสภานี้ไปหรือไม่ ผมคิดว่าหลุมดําที่เกิดจากการพิจารณา งบประมาณของคณะกรรมาธิการนั้น เกิดขึ้นประเด็นแรกก็คือว่า ป้นี้ผมไม่ได้พบการชี้แจง ที่โปร่งใสว่างบประมาณเหลือจ่าย นี่เปึนคําถามเลยก็ได้ครับ จากป้งบประมาณ ๒๕๕๑ นั้นเหลือจ่ายอยู่เท่าไรครับ และถ้าผมจะตามลงไปถึงป้งบประมาณ ๒๕๕๐ ก็พบความ เปึนจริงว่างบประมาณในช่วงนั้นเปึนช่วงที่เราไม่มีสภาผู้แทนราษฎร และผมคิดว่า อุปสรรคในการบริหาร อุปสรรคในการนํางบประมาณไปใช้ย่อมน่าจะมีมากกว่าปกติครับ ผมไปอ่านดูพบว่ายุทธศาสตร์ที่สําคัญในกระบวนการที่จะพิจารณางบประมาณ ก็คือว่า จริง ๆ แล้วท่านต้องสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐได้ทบทวนการทํางานที่ไม่ก่อให้เกิด ผลลัพธ์ที่ตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลตามแผนการบริหารราชการแผ่นดิน แผนปฏิบัติราชการ โดยเฉพาะในป้นี้ท่านควรจะดําเนินการที่จะพิจารณารายการที่มี ลําดับความสําคัญ โดยเฉพาะโครงการหรืองบประมาณที่ไม่สนองตอบต่อนโยบายหรือมี ความสําคัญลดลงหรือหมดความจําเปึนมีไหมครับ แล้วงบประมาณที่เหลือจ่ายจาก ป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๕๑ ในขณะนี้ได้มีส่วนในการที่จะนํามาสู่การปรับลดงบประมาณที่ ท่านได้ถึง ๔๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีส่วนจากตรงนี้ไหม ท่านตอบได้ไหมครับว่าท่านได้ไป ให้ความสําคัญในการไปตรวจสอบในส่วนตรงนี้ หรือว่าท่านปรับลดไปตามที่สํานัก งบประมาณได้ตั้งรายการขึ้นมาว่ารายการใดควรจะปรับลด หรือท่านปรับลดไปตาม รายการที่เห็นว่ารายการเหล่านี้เปึนส่วนที่คณะรัฐมนตรีน่าจะให้ความเห็นชอบในการ ปรับเพิ่มเข้ามา ถ้าเปึนอย่างนี้แน่นอนคือหลุมดําอันแรกก็คือคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้น เราต้องมาทบทวนกันแล้วครับว่าการพิจารณาภาษีของพี่น้องประชาชนในยุคปัจจุบันนี้ เรายังใช้กระบวนการที่มีการจัดตั้งกรรมาธิการวิสามัญได้หรือไม่ ตรงนี้สําคัญมาก ถ้าท่านตอบ และชี้แจงตรงนี้ไม่ได้ ผมคิดว่าเปึนหลุมดําที่สําคัญ ในอนาคตเราอาจจะต้องเปลี่ยนแปลง ไปตามคําเรียกร้องของหลายภาคส่วนที่มองว่าเราจะมาดําเนินการในการที่จะพิจารณา ในการจัดสรรงบประมาณไปให้ส่วนราชการต่าง ๆ ได้ดําเนินการอย่างโปร่งใส อย่างเกิด ประสิทธิภาพสูงสุด แล้วก็สามารถที่จะสนองตอบต่อการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ โดยเฉพาะหน้าได้

กระบวนการพิจารณาที่เปึนหลุมดําประการที่ ๒ ของคณะกรรมาธิการ นั่นคือป้นี้ผมทราบว่าคณะกรรมาธิการในชุดใหญ่จริง ๆ นี้ไม่ได้ลงไปดูในรายละเอียด ในหลายส่วนนั้นท่านไปตั้งอนุกรรมาธิการ แน่นอนที่สุดผมก็ไม่ได้ปฏิเสธในเรื่องของ บางเรื่องที่ท่านจะต้องตั้งอนุกรรมาธิการเข้าไปเจาะลึกในรายละเอียดของโครงการต่าง ๆ ของส่วนราชการต่าง ๆ แต่ไม่ใช่ว่าท่านใช้เวลาในการพิจารณากรรมาธิการตั้งแต่ จุดเริ่มต้น ท่านรู้อยู่แล้วว่าป้นี้เวลาจํากัดมีงบประมาณที่มีความซับซ้อนมากขึ้น พอช่วงสุดท้ายลงไปดูรายละเอียดไม่ทันก็กลับไปตั้งอนุกรรมาธิการ และในท้ายที่สุด อนุกรรมาธิการก็ไม่สามารถที่จะไปลงรายละเอียดได้อีก สิ่งเหล่านี้เปึนกระบวนการที่เปึน ที่มาว่าในท้ายที่สุดต่างคนต่างหาคําตอบไม่ได้ก็ไปปรับลดงบประมาณที่กระทบต่อ ส่วนราชการที่จําเปึนเหมือนที่เพื่อนอภิปรายในวันนี้ และไปเพิ่มงบประมาณให้กับส่วนที่ ไม่ใช่เปึนปัญหาและความต้องการของประเทศอย่างแท้จริง ผมคิดว่าวันนี้ถ้าทางสํานัก งบประมาณและทางคณะกรรมาธิการตอบไม่ได้ สภาแห่งนี้ต้องมีข้อสังเกตในเรื่องนี้ ซึ่งผมจะต้องไปพูดในข้อสังเกตต่อไปว่าเราถึงเวลาที่จะต้องมาทบทวนในเรื่องของการตั้ง กรรมาธิการวิสามัญเพื่อให้สนองตอบต่อการที่ให้ท่านทั้งหลายไปทําหน้าที่แทนพวกผม และเกิดผลประโยชน์อย่างแท้จริงในการตรวจสอบการใช้เงินภาษีของพี่น้องประชาชนได้ อย่างเต็มศักยภาพหรือไม่ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วคณะกรรมาธิการวิสามัญก็ไปนั่งกันเสียเปล่า ในท้ายที่สุดก็ไม่ได้ตอบคําถามสิ่งที่จะเปึนปัญหา ผมจึงเรียนว่าผมจึงให้ฉายา งบประมาณฉบับนี้ว่าฉบับหลุมดํา เพราะเปึนเหตุผลประการแรกจากกระบวนการ พิจารณาของคณะกรรมาธิการเอง ถ้าคณะกรรมาธิการตอบผมว่าที่ได้ปรับลดไปเพราะว่า พบสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนการที่ใช้จ่ายไม่ทัน มีงบเหลือจ่าย ลดลําดับความสําคัญ ความสําคัญไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป หรือว่ามีการเปลี่ยนแปลง นโยบาย ถ้าท่านปรับลดและตอบได้เช่นนี้ ผมคิดว่านั่นเปึนหน้าที่ของกรรมาธิการที่มี เหตุผล แต่ถ้าท่านตอบไม่ได้ ผมคิดว่ามิเพียงแต่เปึนตัวบุคคลที่ท่านไปนั่งยิ้มอยู่ข้างบนนี้ แต่ว่าเปึนเรื่องบทบาทของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ผมคิดว่าจากความซับซ้อนของ การบริหารประเทศ จากความซับซ้อนของยุทธศาสตร์ในการบริหารประเทศ จากการ ซับซ้อนของการใช้งบประมาณที่มีข้อจํากัดเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ เราอาจจะต้อง เปลี่ยนแปลงบทบาทของกรรมาธิการวิสามัญในการที่จะพิจารณางบประมาณกันแล้ว วันนี้เราต้องมาทบทวนถ้าตรงนี้ยังเปึนหลุมดําและไม่เปึนประโยชน์อะไรกับสภาแห่งนี้เลย ในฐานะที่เปึนตัวแทนของประชาชน ผมคิดว่าเราอาจจะต้องมาทบทวนว่าในอนาคตเรา อาจจะต้องมีกรรมาธิการสามัญที่เปึนพิเศษสําหรับดูแลในเรื่องงบประมาณตั้งแต่ขั้นตอน กระบวนการในการจัดทําร่วมกันกับส่วนราชการ จนมาถึงกระบวนการในการพิจารณา จนมาถึงกระบวนการที่จะต้องติดตามไปใช้งบประมาณซึ่งเปึนเงินภาษีของพี่น้อง ประชาชนอย่างแท้จริง

ท่านประธานที่เคารพครับ หลุมดําประการที่ ๒ ที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานก็คือว่า ผมคิดว่าก็มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วบางส่วนว่าวันนี้เรากําลัง ที่จะแสตมปี (Stamp) หรือให้ความเห็นชอบจากการพิจารณาของกรรมาธิการวิสามัญ ชุดนี้ที่ผมให้ฉายาว่า หลุมดํา นําไปสู่การใช้งบประมาณที่ไปให้รัฐบาลไปใช้โดยรัฐบาล ที่ไม่ชอบธรรมหรือโดยรัฐบาลที่ท่านได้แถลงไว้ที่ผมได้กราบเรียนต่อสภาแห่งนี้นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคนพูดเองว่า จะให้บทบาทความสําคัญของการมีส่วนร่วมของ ประชาชนในการพัฒนาประเทศ และกลไกการตรวจสอบการดําเนินงานของภาครัฐ เพื่อให้อยู่ในกรอบแนวทางการบริหารประเทศตามหลักธรรมาภิบาล โดยมุ่งเน้นให้เกิด ความสมานฉันท์แก่คนไทยในทุกภาคส่วน ผมก็ลงไปเป่ดดูงบประมาณที่เปึนภาพรวม ทั้งหมดแล้ว ก็พบความเปึนจริงว่ากระบวนการที่กรรมาธิการไปทํานั้นไม่ได้สนองตอบต่อ การที่จะให้รัฐบาลนั้นได้นํางบประมาณก้อนนี้ไปใช้เพื่อให้เกิดผลประโยชน์ตามที่ ท่านนายกรัฐมนตรีแถลงเอาไว้ และแน่นอนที่สุด ท่านประธานที่เคารพ กรรมาธิการต้อง ชี้แจงนะครับ ต้องชี้แจงว่าการจัดตั้งงบประมาณที่เปึนก้อนใหญ่ ๆ นั้นอยู่ภายใต้โครงการ พิเศษที่มีความต่อเนื่องเกี่ยวโยงกับนโยบายที่ผมคิดว่ามีการตรวจสอบและถกเถียงกัน พอสมควรในหลายเรื่อง เช่น การจัดตั้งงบประมาณที่มีการไปช่วยเหลือต่างประเทศ ยังมี อยู่ก้อนไหนบ้างครับ ท่านไม่เอาบทเรียนที่เราได้มีการอภิปรายและพูดกันในสภาแห่งนี้ ในเรื่องของธนาคารนําเข้าและส่งออก ที่รัฐบาลให้เงินสนับสนุนประเทศพม่า ๔,๐๐๐ ล้านบาท และวันนี้เราต้องรับภาระโดยใช้เงินภาษีของประชาชน วันนี้ยังมีโครงการที่เปึน งบประมาณแบบนี้ไปกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อผลประโยชน์ต่างตอบแทนเช่นนี้ยังมีอยู่อีก หรือไม่ กรรมาธิการต้องตอบครับ ถ้าตอบตรงนี้ไม่ได้ ผมคิดว่าไม่มีความชอบธรรม แล้ววันนี้ถ้าหากเราอนุมัติงบประมาณก้อนนี้ไป ผมคิดว่านั่นเปึนเรื่องที่น่าเสียใจ เปึนอย่างยิ่ง ทําให้คนจากข้างนอกแล้วก็มองโดยการตั้งข้อกล่าวหาว่า นี่คือรัฐบาล พยายามยื้อเวลา แม้ว่าจะเกิดปัญหาอย่างไรกับบ้านเมืองก็แล้วแต่ แต่เพื่อเพียงว่าให้มี งบประมาณก้อนนี้ได้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ผมถามว่าเพื่อนสมาชิก ในสภาแห่งนี้เรามีความต้องการที่จะให้ภาพพจน์เหล่านี้เกิดขึ้นในสายตาประชาชน ใช่หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นยังมีโครงการที่ผมคิดว่าจะไปสนองตอบ ต่อโครงการขนาดใหญ่ที่ท่านนายกได้แถลงไว้ต่อสภา ไม่ว่าจะเปึนโครงการที่จะทํา โครงการรถไฟฟัาสายต่าง ๆ โครงการขนส่งมวลชนทางรางในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตลอดถึงโครงการรถไฟแบบก้างปลาและรางคู่ สิ่งเหล่านี้ถึงแม้ว่าไม่ได้ใช้เม็ดเงินโดยตรง จากงบประมาณแผ่นดิน แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่างบประมาณที่เราไปจัดการในการ เร่งรัดพัฒนาระบบการคมนาคมขนส่งที่สําคัญ ซึ่งวางไว้ถึง ๔,๑๘๒ ล้านบาทนั้น กรรมาธิการได้เรียกมาซักถามไหม ว่ารายละเอียดเหล่านี้เราพร้อมที่จะให้งบประมาณ ไปสนับสนุนในเรื่องโครงสร้างดังกล่าวนี้ แล้วให้เกิดผลขึ้นจริง หรือว่าเพียงงบประมาณนี้ ไปตั้งเพื่อการรองรับในการจัดตั้งโครงการขนาดใหญ่ที่ว่าเมกะโปรเจกต์ (Mega Project) และในท้ายที่สุดก็ไปสู่ข้อกล่าวหาว่าทุจริตคอร์รัปชั่น (Corruption) กรรมาธิการต้องทํา หน้าที่ตรงนี้ครับ ไม่เช่นนั้นก็ถือว่าเปึนหลุมดําที่ท่านกําลังจะทํางบประมาณนี้ไปรองรับ เพื่อที่จะให้รัฐบาลที่ไม่ชอบธรรมไปใช้งบประมาณที่ไม่ชอบธรรมต่อไป

ท่านประธานที่เคารพครับโดยภาพรวมประการที่ ๓ ที่ผมอยากจะ กราบเรียนว่าผมรู้สึกว่าการจัดทํางบประมาณป้นี้ผมไม่ได้รับข่าวคราวในเชิงยุทธศาสตร์ ในการจัดทํางบประมาณออกมาจากกรรมาธิการเลยครับ แน่นอนที่สุดผมไม่มีโอกาสที่จะ ไปติดตาม ไปดูการทํางานของคณะกรรมาธิการในรายละเอียด ก็เปึนหน้าที่ของ กรรมาธิการที่ต้องชี้แจง คณะกรรมาธิการต้องชี้แจงว่าในส่วนของโครงสร้างใหญ่ ๆ ในเชิง ยุทธศาสตร์เราพบความจริงว่ามีการจัดตั้งงบประมาณไว้ ๑ ,๘๓๕ ,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็ไปปรับลด ๔๕ ,๐๐๐ ล้านบาท ท่านไปปรับลดเพื่ออะไร ในเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อจะไปลดรายจ่ายประจําและไปเพิ่มรายจ่ายเพื่อการลงทุนหรือไม่ ผมมาดูแล้วไม่มีเลย ตรงนี้ รายจ่ายประจําท่านสามารถที่จะปรับลดลงไปได้หรือเปล่าครับ เมื่อมาดูเราก็จะ พบว่าในป้ที่ผ่านมานั้นมีรายจ่ายประจําเปึนร้อยละ ๗๓ .๑ ของป้งบประมาณ ๒๕๕๑ ในป้นี้ยังคิดเปึนสัดส่วนร้อยละ ๗๒ .๘ ครับท่านประธาน นี่คือส่วนสําคัญที่ให้เห็นว่า แม้ยุทธศาสตร์ในภาพรวมดังกล่าวนี้ท่านก็ไม่สามารถที่จะไปทําให้มันเกิดความชัดเจน ในเชิงยุทธศาสตร์ว่าถ้าเราต้องการจะพัฒนารายจ่ายในการพัฒนาประเทศแล้วเราน่าจะมี การเพิ่มสัดส่วนรายจ่ายลงทุนให้เพิ่มขึ้นได้อย่างไร คณะกรรมาธิการได้ดําเนินการ ในการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายลงทุนในป้นี้ร้อยละ ๒๒ .๒ ของเงินงบประมาณ เมื่อเทียบกับป้ที่แล้วร้อยละ ๒๔ .๑ ที่ท่านไปนั่งทํางานอยู่เปึนตัวแทนของสภาชุดนี้ ท่านประธานที่เคารพครับทีนี้เมื่อมาดูในเรื่องยุทธศาสตร์สําคัญ ๆ เราก็พบความเปึนจริง เช่นเดียวกันนะครับว่าในส่วนของการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการใช้จ่าย งบประมาณภาครัฐ เมื่อท่านตอบไม่ได้เลยว่าเงินเหลือจ่ายนั้นได้ดําเนินการไปทําอย่างไร ท่านไปควบคุมมิให้รายจ่ายประจําขยายตัวเกินความจําเปึนได้อย่างไร และท่าน ไม่สามารถที่จะตอบได้เลยว่าสิ่งเหล่านี้สะท้อนต่อการบริการสาธารณะที่มีความจําเปึน ที่เราเรียกร้องอยากจะให้เห็นเปึนอย่างไรบ้าง และแน่นอนที่สุดถ้าท่านลุกขึ้นมาตอบ เพียงแต่เอาตัวเลขที่ท่านทําไว้ในหนังสือชี้แจงนั้นไม่มีผล ถ้าจะให้มีผลจริง ๆ ยุทธศาสตร์เหล่านี้มีความจําเปึนที่ท่านจะต้องยืนยันตัวเลขให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนจาก คณะกรรมาธิการครับ

ประการต่อมาครับ โดยภาพรวมแล้วผมอยากเห็นว่าการสนับสนุนการ ดําเนินงานโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่เน้นความเหมาะสมจําเปึนในการรับรอง ในการพัฒนาประเทศนั้นท่านได้ดําเนินการอย่างไร ผมไม่แน่ใจว่าป้นี้เรื่องโครงสร้าง พื้นฐานต่าง ๆ นี้ทางคณะกรรมาธิการได้ทําเอกสารหมายเลข ๘ ไหมครับ เอกสาร ที่จําแนกรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อจะได้มาดูว่าสิ่งเหล่านี้ที่ท่านไปทํานั้นสะท้อนต่อ ยุทธศาสตร์ที่ผมได้กราบเรียนไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นประการ สุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ คือหลุมดําในเชิงยุทธศาสตร์ ก็คือในเรื่องของ การส่งเสริมการกระจายอํานาจไปสู่การปกครองท้องถิ่น จากการที่ผมได้ติดตามเราก็พบ ความเปึนจริงว่าท่านปรับลดงบประมาณท่านก็ไปเพิ่มในสัดส่วนที่เท่าเดิม เพราะฉะนั้น สัดส่วนที่มีการให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางานของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นไม่มีผลอย่างชัดเจนที่เปึนนัยสําคัญทางสถิติเลย และที่สําคัญไปกว่านั้นผมก็ยังไม่เห็นแนวโน้มว่าท่านจัดงบประมาณเพื่อต้องการที่จะ เปึนตัวที่เรียกว่าเปึนแรงจูงใจในการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ของท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นนั้นได้มีความรู้สึกว่าท้องถิ่นนั้นต้องเติมเต็มขีดความสามารถของตัวเอง เพื่อให้สามารถที่จะจัดเก็บรายได้มาในการพัฒนาตัวของท้องถิ่นเองครับ เพราะฉะนั้น โดยภาพรวมทั้งหมด ๓ ประการที่ผมกราบเรียนกับท่านประธานซึ่งเปึนงบประมาณ ในภาพรวม ๑ ,๘๓๕ ,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าผมจําเปึนต้องปรับลดร้อยละ ๘ ของงบประมาณตรงนี้ทั้งหมด เพื่อให้เห็นว่า กระบวนการที่พวกผมฝากความหวังให้คณะกรรมาธิการไปทํางานในป้นี้ คณะกรรมาธิการในป้นี้ก็ทําได้เพียงเปึนหลุมดํา และจะเกิดปัญหาในอนาคตทั้ง ๓ เรื่อง ที่กระผมได้กราบเรียนไปแล้ว ผมขอฝากและอยากได้คําตอบที่ชัดเจน ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ กรรมาธิการผู้สงวนความเห็น เชิญครับ

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ กรรมาธิการ 🔗

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ก็มีความรู้สึกที่ค่อนข้างจะ แปลกพอสมควรครับท่านประธาน เพราะว่าผมเปึนกรรมาธิการนี้ก็เพื่อน ๆ ที่พรรคประชาธิปัตย์เขาส่งผมเข้ามา แล้ววันนี้น่าจะถือว่าเปึนครั้งแรกที่ไม่ได้เปึน ผู้แทนราษฎร แต่เข้ามาพูดในสภา พอเปึนครั้งแรกครับท่านประธาน แล้วมานั่งพูด แล้วปรากฏว่าได้ยิน ได้ฟังเพื่อน ส.ส. ที่อยู่ในพรรคเดียวกัน พูดในลักษณะเหมือนกับ ตําหนิกรรมาธิการ ซึ่งไม่ใช่เปึนครั้งแรกหรอกครับ แต่ทุกครั้งที่เคยเปึนกรรมาธิการ ผมไม่ได้ขึ้นมานั่งข้างบน ปัญหาความรู้สึกตรงนี้มันก็เกือบจะไม่มี แต่ในวันนี้ผมคิดว่า ผมคงจะไม่ได้ถือว่าเปึนเรื่องชี้แจงหรอกครับ เพราะว่าหลาย ๆ เรื่องนั้น ผมคิดว่าเปึนเรื่อง ของความเข้าใจผิดกันมากกว่า ผมว่าถ้าผมได้มีโอกาส ซึ่งผมอยากจะขอใช้เวลาตรงนี้ นําเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิก เพื่อที่จะได้ให้เกิดความเข้าใจกันอย่างชัดเจนว่า ทําไมเรามีปัญหาในขณะนี้ ทําไมสิ่งที่ท่านชินวรณ์ถือว่าเปึนเรื่องสําคัญ กรรมาธิการไม่ทํา หน้าที่ ทําไมสิ่งที่ท่าน ส.ส. สุวโรช พะลัง พูดซ้ําแล้วซ้ําอีกว่าโรงสกัดน้ํามันปาล์มของท่าน เปึนเรื่องที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง ทําไมไม่ได้เงินงบประมาณ แม้กระทั่งท่านรัฐมนตรี ก็ได้กรุณานะครับท่านประธาน ได้กรุณาลุกขึ้นมาแสดงความเห็นว่าเห็นด้วย แต่ก็ไม่มี งบประมาณให้ อันนี้คือความล้มเหลวครับ ท่านประธานครับ ความล้มเหลวที่ว่า เปึนความล้มเหลวไม่ใช่ของกรรมาธิการ วาระ ๒ เปึนเรื่องระหว่างสมาชิกกับกรรมาธิการ วันนี้ผมมาเรียนท่านเพราะท่านตั้งผมขึ้นมา ไม่ใช่เฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ผมถือว่า ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดตั้งผมเข้าไปเปึนตัวแทน ผมอยากจะกราบเรียนว่า มันเปึนความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงครับ ผมเปึนกรรมาธิการมาหลายครั้งไม่เหมือนครั้งนี้ หรอกครับ ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นนี้ก็จะมีคําถามว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร ผมอยากจะ กราบเรียนอย่างนี้ว่าเงินงบประมาณ ๑ ล้าน ๘ แสนล้านบาทดูแล้วเยอะมาก แต่ตามความเปึนจริงมันเปึนสิ่งที่หน่วยราชการต่าง ๆ เขาทําขึ้นมาเอง ประมาณ ๑.๔ ล้านล้านบาทแล้ว นั่นก็หมายความว่าเปึนงบประจําที่ไม่ว่าหน้าตารัฐมนตรี หน้าตารัฐบาลจะเปึนใครก็แล้วแต่ ตรงนี้มันหนีไม่พ้น เมื่อเราให้ความเห็นชอบ ในวาระ ๑ ไปครับท่านประธาน กรรมาธิการที่ตั้งกันขึ้นมาซึ่งก็นั่งกันอยู่ตรงนี้ เราไม่มีหน้าที่ไปจัดยุทธศาสตร์อะไรหรอกครับ หน้าที่ของเราก็เพียงแต่ว่า ๑ ล้าน ๘ แสน ล้านบาทที่เสนอมานี้ปรับลดตรงไหนได้บ้าง ปรับเพิ่มก็ไม่ได้นะครับ ตรงนี้มันเปึน กระบวนการของมันอยู่ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า ยิ่งท่านสมาชิก อภิปรายในลักษณะถึงความไม่เข้าใจว่าทําไมจัดงบประมาณกันอย่างนี้ โน่นครับต้อง หันหน้าไปทางโน้น แต่วันนี้เก้าอี้มันว่างหมด เพราะรัฐบาลเขาไม่สนใจครับ ผมอยากจะ กราบเรียนว่าเขาไม่เคยสนใจเลย จริง ๆ ผมเปึนคนตามงบประมาณมานานหลายป้ ท่านประธาน แต่ผมไม่เคยเห็นงบประมาณที่จัดในลักษณะที่ไม่น่าเชื่อ ถ้าผมจะพูดตรงนี้ ในวาระ ๑ ก็เปึนเรื่องปกติ มาพูดในวาระ ๒ นี้อาจจะไม่สมควร แต่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่า งบประมาณ ๑ ล้าน ๘ แสนล้านบาทเราเองเราก็ไม่มีปัญญาหาเงิน มาได้ทั้งหมด ต้องกู้มาเกือบ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เวลารัฐบาลจัดงบประมาณ รัฐบาลนี้เข้ามา ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ขอโทษเถอะครับ หน่วยราชการเตรียมเอกสารจัดงบประมาณ มาเรียบร้อยแล้ว มากเปึนส่วนใหญ่ เมื่อรัฐบาลไม่ว่าใครก็แล้วแต่มานั่งหน่วยราชการ เขาก็จะต้องมีเรื่องเสนอเข้ามา ที่มันน่ากลุ้มใจที่สุดก็คือไม่บ่อยครั้งนักที่รัฐบาลจะเกิดขึ้น หลังรัฐบาลที่มีการปฏิวัติรัฐประหาร เพราะฉะนั้นรัฐบาลของคุณสมัครเกิดขึ้นหลังจากที่มี รัฐบาลที่พวกเราเรียกกันว่า ขิงแก่ ผมอยากจะเรียนว่าในกระบวนการถ้าเราไปสอบถามดู ว่ารัฐบาลขิงแก่วาระ ๒ ของงบประมาณเขาใช้เวลากันกี่วัน ผมตอบได้เลยอาทิตย์หนึ่งถึง หรือเปล่าผมไม่แน่ใจ ในขณะที่พวกเราที่เปึนกรรมาธิการที่เรียกว่ากรรมาธิการโหลยโท่ย ทํางานกัน ๒ เดือนกว่า ประชุมกัน ๙ โมงเช้าถึงสองยาม แต่ทําอะไรไม่ได้มากหรอก เพราะกฎหมายระบุไว้ชัดเจน จะไปเสนอยุทธศาสตร์ จะไปเสนอโครงการอะไรได้ ทําหน้าที่ได้อย่างเดียวตัดไปในสิ่งที่ไม่เห็นว่ามีประโยชน์ เราทํางานกันไปผลปรากฏว่า เราก็ได้ปรับลดงบประมาณถึง ๔๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท เยอะมากครับ อีกครับ ไม่แน่ใจ เหมือนกันว่าได้เคยเห็นการปรับลดงบประมาณถึงขนาดนี้หรือเปล่า แปลว่าอะไร แปลว่า ที่ต้องไปกู้มา ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จริง ๆ ถ้ารัฐบาลเอาใจใส่สักหน่อย กู้แค่ ๒๑๐,๐๐๐ ล้านบาทก็พอ ก็เราปรับได้ตั้ง ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ซ้ําไปกว่านั้นก่อนที่จะ มีการใช้งบประมาณ รัฐบาลก็มีโครงการที่เปึนโครงการเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์ ร้อนของประชาชน ก็จะต้องมีรายได้ตกลงไปอีกประมาณ ๓๐,๐๐๐ – ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งหมดที่ผมพยายามกล่าวให้เห็นโดยเร็วนี้ เพื่อไม่ให้เสียเวลามาก เพื่ออยากจะชี้ให้เห็นว่า การทํางานในหน้าที่ของกรรมาธิการงบประมาณนั้น ครั้งนี้เปึนครั้งที่ลําบากใจมากที่สุด เวลา เราพิจารณาแล้วเสร็จเราก็จะมีเงินเหลืออยู่ยอดหนึ่ง ประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธาน ที่ผมกราบเรียนว่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีมา รัฐบาลที่ดี รัฐบาลที่เอาใจใส่ใน ความเดือดร้อนของประชาชน เขาจะดีใจมากเพราะการจัดงบประมาณของรัฐบาลนั้น ส่วนใหญ่จัดไปแล้วความทุกข์ประชาชนมันมาทีหลัง แปลว่าอะไรครับ หมายความว่า จัดงบประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ปัญหาเพิ่งจะเกิดเดือนเมษายนหรือพฤษภาคม และ รัฐบาลทําอย่างไรครับ รัฐบาลที่ดีก็จะต้องมีโอกาสเพราะว่าเพื่อนกรรมาธิการได้ปรับลด งบประมาณไว้ให้ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นสิ่งที่ไม่ได้คิดว่าจะเกิดขึ้น ก็สามารถนําเงินส่วนนี้มาใช้แก้ไขปัญหาได้ ที่ผมบอกว่าต้องโทษรัฐบาลกันเต็ม ๆ เพราะ รัฐบาลไร้ยุทธศาสตร์อย่างสิ้นเชิง ผมไม่เคยเห็นเลยว่าเวลาจัดงบประมาณ เวลาเขาปรับ ลดเรียบร้อยแล้วนี่ขอให้หน่วยราชการ ผมย้ํานะครับ หน่วยราชการ ส.ส. ทําไม่ได้ ผิดกฎหมายอยู่แล้ว หน่วยราชการเขาปรับเพิ่มมา ขอเพิ่ม ท่านประธานเชื่อผมไหม เพิ่ม ๑๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ลองไปพลิกดูในประวัติศาสตร์ มีที่ไหนบ้าง ครม. อนุมัติ ๑๑๘,๐๐๐ ล้านบาท คนเสนอนี่เสนอมาเยอะ แต่จริง ๆ แล้ว ครม. ที่ดีจะต้องดู ๑๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ามีโครงการในลักษณะที่เปึนเรื่องของสกัดน้ํามันปาล์ม เพราะเรื่องของพลังงานต้องให้เขาก่อน อันนี้คือยุทธศาสตร์ ถ้าเห็นว่าพี่น้องเกษตรกร มีปัญหาเรื่องปุิย ปุิยราคาแพง รัฐบาลจะต้องบอกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รีบแปรญัตติมา แล้วฉันให้ทันที ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างนี้เปึนต้น นี่เปึนตัวอย่าง ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําได้เยอะ ทําได้มาก แต่ปรากฏว่ารัฐบาลนําเสนอป๊กใหญ่เกือบเท่านี้ครับ เล่มเกือบเท่านี้ มูลค่า ๑๑๘,๐๐๐ ล้านบาท โยนโครมมาให้ที่กรรมาธิการ แล้วจะให้พวกเราทําอย่างไร พวกเราไม่มีสิทธิหรอก เดี๋ยวก็ผิดรัฐธรรมนูญจะไปบอกว่าจะเอาตรงโน้นเอาตรงนี้ มันจึง เปึนหน้าที่ของสํานักงบประมาณครับท่านประธาน สิ่งที่กรรมาธิการทําได้ก็คือ เอาล่ะไหน ๆ รัฐบาลเขาไม่มียุทธศาสตร์ว่าจะใช้เงิน ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้อย่างไร เราก็พูดกันว่าในหลักการจริง ๆ แล้วโครงการที่เปึนประโยชน์ โครงการของเจ้าฟัาเจ้าแผ่นดิน เราต้องสนับสนุนจัดการโดยเร็วที่สุด ทําอย่างเต็มที่ ส่วนที่เหลือนั้นจะทําอะไรเปึนเรื่องที่รัฐบาลต้องพิจารณา แต่ต้องให้กระจายไป ทุกเขตเลือกตั้งเท่าเทียมกันหมด พวกเราไม่ได้ไปแตะหรอกครับ แตะไม่ได้ ผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนเพื่อท่านสมาชิกบางท่านจะได้เข้าใจ ในกรณีของโรงสกัดน้ํามันปาล์มที่ชุมพรของท่านสุวโรช ถ้ารัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจน ในเรื่องพลังงาน เรื่องเหล่านี้ทั้งหมด ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่พวกเรา พยายามจะตัดกัน มีเยอะ ผมเองผมเรียนท่านประธานครับว่าผมเสียใจมากที่โอกาส การทํางานของรัฐบาลในเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจมันอยู่ในมือครับ ที่ผมบอกว่า อยู่ในมือเพราะว่ารายได้จากการจัดเก็บภาษีเรายังไม่ได้ลดลง ผมกําลังจะบอกว่า เราก็มีความสามารถเพราะฐานะทางการคลังเราก็ดี เราก็ยังกู้ได้ถึง ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าเราไม่ได้ใช้เงินส่วนนี้ในการแบ่งเบาภาระความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อย่างเต็มที่ครับ เราทําได้เฉพาะเล็ก ๆ น้อย ๆ เราไม่สามารถที่จะบอก กรรมาธิการพูดกัน เรื่องนี้ว่า ถ้าหากว่าเราจะไปช่วยในเรื่องการศึกษาให้เรียนฟรีจริงทําได้ไหม เราก็ทําไม่ได้ กรรมาธิการทุกคนก็อยาก จะมีบางรายการเท่านั้นที่เราบอกว่าทําเพิ่มมาหน่อย ตรงนี้ก็เปึนส่วนในเรื่องของยุทธศาสตร์ ว่าอะไรควรทําไม่ควรทํา ซึ่งกรรมาธิการมีอํานาจ น้อยนิด แต่สิ่งหนึ่งซึ่งผมจะต้องมาเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก อี-ออคชั่น (e-Auction) ครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก แล้วก็พี่น้อง ประชาชนเจ้าของเงินด้วยนะครับ ผมไปพบการทุจริตแบบที่น่าอายที่สุด และผมก็ไปพบ แล้วก็มีความรู้สึกว่าเขาปล่อยให้เปึนกันอย่างนี้ได้อย่างไร ส่วนที่ผมไปพบมันเปึนเรื่อง ของการใช้เงินงบประมาณเพื่อสร้างถนนในชนบทครับ หน่วยงานที่รับผิดชอบก็คือ กรมทางหลวงชนบท เมื่อผมไปพบ ผมก็ยังรู้ว่าผู้บริหารกรมทางหลวงชนบทมีเจตนา ที่บริสุทธิ์ เพราะถ้าหากว่าเขาคดโกงแล้ว ผมคิดว่าผมคงไม่รู้เรื่องนี้หรอก เพราะว่าในช่วง ที่ผมเปึนกรรมาธิการงบประมาณในอดีต ท่านประธาน ผมบอกว่าการใช้เงินภาษีของ พี่น้องประชาชนนั้นผมขอให้มีการจัดการประมูลกันในลักษณะเป่ดเผย และผมก็บอกว่า วิธีเป่ดเผยที่ดีที่สุดก็คือเริ่มต้นตั้งแต่วันแรก ตั้งแต่วันประกาศ ใครประมูลบ้าง ประมูลแล้ว ใครได้อะไรบ้าง แล้วให้ลงในเว็บไซต์ (Website) ทุกรายการ ซึ่งเขาปฏิบัติตามครับ ผมเข้าไปดูในเว็บไซต์ของกรมทางหลวงชนบท ผมยกตัวอย่าง ผมไม่เอ่ยชื่อโครงการ ผมไม่เอ่ยชื่อบริษัทรับเหมา เพราะจริง ๆ ผมไม่ได้นําเอกสารหรือข้อมูลติดตัวมา แต่ผม กําลังจะบอกอย่างนี้ครับว่ารัฐบาลต้องแก้ไข กรรมาธิการแก้ไม่ได้ รัฐบาลรู้ข้อมูลแล้ว ต้องแก้ไขทันทีในเรื่องของระบบอี-ออคชั่น ถ้าเข้าไปดูงบประมาณในป้นี้โดยเฉพาะงบเพิ่ม จาก ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น มีถึงยอด ๖,๐๐๐ ล้านบาท ผมยกตัวอย่างนี้ครับ ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก เพื่อนสมาชิกบางคนอาจจะยังไม่ทราบนะครับว่า โครงการแต่ละโครงการตอนนี้ราคากลางเขาเป่ดเผย เพราะฉะนั้นโครงการเล็ก ๆ ที่ไม่ถึง ๑๐ ล้านบาทหรือมากกว่าก็ตาม เวลาเขาประกาศเขาเป่ดเผยหมดว่างบกลางมีเท่าไร สิ่งที่ผมไปเห็นอย่างนี้ครับ ถนนเส้นหนึ่งงบกลาง ๑๐ ล้านบาท ผู้ประมูล ๔ ราย รายที่ ๑ ประมูล ๙,๙๙๙,๙๐๐ บาท รายที่ ๒ ประมูล ๙,๙๙๙,๕๐๐ บาท รายที่ ๔ ประมูล ๙๙๙,๐๐๐ บาท อย่างนี้เปึนต้น มีหลักฐานครบหมด อยู่ในเว็บไซต์ ไม่ใช่โครงการเดียว เกือบทุกโครงการ ผมย้ํา เกือบทุกโครงการ อันนี้ที่เขาเรียกว่าอี-ออคชั่น แล้วบอกว่าอันนี้ เปึนวิธีที่ไม่ให้เงินรั่วไหล ผมเชื่อว่าเพื่อน ๆ ผู้แทนราษฎรที่ได้ฟังอยู่ หลายคนได้ยินได้ฟัง มาเหมือนกัน แล้วผมเชื่อว่าหลายคนรู้ว่ากระบวนการอย่างนี้มันแบ่งกินเปอร์เซ็นต์ กันอย่างไร ผมเสียดายเงิน ผมเสียดายเงินเพราะว่าเงินงบประมาณของเรามีน้อยมาก ถ้าหากว่าเราตั้งใจกันจริง ๆ ยกเลิกไปเสียอี-ออคชั่น กลับไปเหมือนเดิม ถ้าอยากจะทํา อี-ออคชั่นอีก อย่าบอกราคากลางเลย บอกราคากลางเมื่อไรมันก็เปึนอย่างนี้ แล้วความสูญเสียที่เกิดขึ้นเฉพาะ ถ้ายังไม่ทํากัน เฉพาะงบประมาณที่เรากําลังจะอนุมัติ กันอยู่นี้ ในระบบอี-ออคชั่นเปึนแสนล้านบาท ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็หมื่นหนึ่ง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็หมื่นล้านบาท สภาพบ้านเมืองขณะนี้ความจริงก็ไม่ได้เอื้ออํานวยให้เราต้องมาทําหน้าที่ กรรมาธิการงบประมาณเท่าไรนัก พูดกันตรง ๆ เพราะว่าเรื่องที่ใหญ่กว่านี้มันมี แต่ว่า มันเปึนองค์ประกอบส่วนหนึ่ง มันเปึนองค์ประกอบส่วนหนึ่งเพื่อชี้ให้เห็นว่า ปัญหา ที่เกิดขึ้นทั้งหมดรัฐบาลดูแลเอาใจใส่มากน้อยแค่ไหน ผมขอบคุณนะครับ อย่างน้อย มีท่านรัฐมนตรีท่านหนึ่งก็ขึ้นมานั่งฟัง วาระ ๒ เปึนเรื่องของกรรมาธิการกับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่รัฐบาลที่ดีนั้นรัฐมนตรีเขามานั่งฟัง เพราะเขาจะได้รู้ หลายคนบอกว่านั่งฟังอยู่ข้างนอก ข้างนอกไม่มีใครนั่งฟังครับ ส่วนใหญ่ก็นั่งคุยกัน รัฐมนตรีก็นั่งฟังความทุกข์ของข้าราชการเสียเปึนส่วนใหญ่ ผมขอบคุณท่านประธาน ให้เวลาผม ผมก็ใช้เวลาพอสมควร ผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้หลายมาตรา ผมคิดว่า ผมคงจะใช้เวลาในครั้งนี้เพียงครั้งเดียว แล้วก็เพื่อความสบายใจของผมเอง ผมคงจะต้อง ขออนุญาตท่านประธานว่าจะไม่นั่งอยู่ข้างบนจะลงไปนั่งฟังข้างล่าง ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านสมาชิกที่สงวนคําแปรญัตติ ท่านชุมพล จุลใส เรียนเชิญครับ

นายชุมพล จุลใส ชุมพร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ ผู้แปรญัตติขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ตามมาตรา ๓ ซึ่งรายจ่ายรวมทั้งสิ้น ๑.๘๓๕ ล้านล้านบาท ผมได้เสนอ ตัดงบประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน ซึ่งงบประมาณทั้งหมดนั้นกระจายอยู่ใน ๙ ยุทธศาสตร์ ท่านประธานที่เคารพครับ ในฐานะที่ผมเองนั้นก่อนจะมาเปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ผมมาจากนักการเมืองท้องถิ่น แล้ววันนี้ผมเห็นใจองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเปึนนายก อบจ. นายก อบต. เพราะอย่างไรครับ ท่านประธาน ณ วันนี้นั้นงบประมาณในส่วนของท้องถิ่นนั้นที่ได้มีนโยบายไว้ว่า ๓๕ เปอร์เซ็นต์ที่จะลงไปสู่ส่วนท้องถิ่น ตรงนี้เปึนเรื่องสําคัญ เพราะว่านายกใน ส่วนท้องถิ่นที่ผ่านการเลือกตั้งโดยตรงมาจากพี่น้องประชาชนนั้น ไม่สามารถตอบสนอง ความต้องการของพี่น้องประชาชนได้ เพราะไม่มีงบประมาณในมือ มีก็มีน้อย ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างเช่น ในสมัยหนึ่งเขาเรียกว่าถนน รพช. เดิมครับ ท่านประธาน ถนน รพช. ถนนของกรมโยธาธิการซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ได้โอนให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัด เปึนผู้ดูแล ผมจําได้ครับท่านประธาน ได้มีข้อตกลง ตอนนี้กรมส่งเสริมการปกครองส่วน ท้องถิ่นได้โอนไปให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดทุกจังหวัดเปึนผู้ดูแลถนนตรงนี้ ในแต่ละ จังหวัด ผมยกตัวอย่างจังหวัดชุมพรบ้านผมครับท่านประธาน ถนนที่เราได้รับโอน ประมาณเกือบ ๓๐๐ กิโลเมตรทั้งจังหวัด มีอยู่ป้เดียวในสมัยที่ผมเปึนสมาชิกสภาองค์การ บริหารส่วนจังหวัดครับท่านประธาน ได้งบซ่อมแซมมา ๑๑ ล้านบาท หลังจากนั้นไม่ได้ มาเลย พวกเราลงพื้นที่แต่ละครั้งก็ได้รับคําตําหนิติเตียนจากพี่น้องประชาชนมาตลอด อันนี้ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดชุมพรท่านประธาน ทั่วทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเปึนภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง รวมกันหมด เพราะฉะนั้นผมต้องขอความเห็นใจว่าทําอย่างไร เพราะพรรคประชาธิปัตย์เปึนพรรคการเมืองหนึ่งที่ได้กระจายอํานาจไปสู่ส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้น เราอย่ากระจุกตัวอยู่ที่แต่ละกระทรวงต้องถ่ายโอนไปจริง ๆ ทําให้ได้จริง ๆ พี่น้องประชาชนจะได้เกิดประโยชน์

ท่านประธานที่เคารพครับ ในวาระที่ ๑ ผมเคยได้อภิปรายเกี่ยวกับเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ณ วันนี้ผมดูแล้วโดยภาพรวมของงบประมาณ ซึ่งก็เปึนไปตามนโยบาย ของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้นั่นแหละครับ แต่ผมไปดูเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งกระจายอยู่ หน่วยงานต่าง ๆ ตั้งแต่กระทรวงไปจนถึงหมู่บ้าน เปึนงบประมาณจํานวนเล็กน้อย ขาดการบูรณาการ ผมไม่ค่อยมั่นใจ คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ให้ความสําคัญมากน้อย เพียงใดกับเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และปรัชญาของแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ ผมขอทราบในรายละเอียดทั้งหมดเพื่อบันทึกไว้ ในประวัติศาสตร์ว่ารัฐบาลชุดนี้และคณะกรรมาธิการได้ละเลย ไม่เอาใจใส่อย่างแท้จริง เกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง การจัดงบประมาณเปึนเสมือนหนึ่งว่าทําการบ้านส่งครู ให้ทันเวลา ต้องขอฝากไว้ด้วยครับท่านประธาน

ผมมีประเด็นคําถามต่อคณะกรรมาธิการและรัฐบาลดังนี้ ๑. ยุทธศาสตร์ การฟุ๋นฟูความเชื่อมั่นของประเทศ ผมขอทราบรายละเอียดในการจัดงบประมาณ เรื่อง แผนสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟุ๋นฟูประชาธิปไตย ท่านประธานครับ อันนี้สําคัญที่สุด การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ณ วันนี้ ท่านประธานกับผม พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศก็เห็นพ้องต้องกันหมดว่าเปึน สิ่งสําคัญที่สุดในภาวะที่บ้านเมืองมีความสับสน แตกแยก มีแนวความคิดหลากหลาย มีพี่น้องประชาชนมาประท้วงกันอย่างมากมาย ไม่ว่าทั้งฝ์ายสนับสนุนรัฐบาลและ ฝ์ายที่อยู่ตรงข้ามกับรัฐบาล อันนี้ผมในฐานะที่เปึนผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง ผมเห็นด้วยครับ ท่านประธานที่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านมีดําริให้จัดงานวันแม่ ๑๑๖ วัน จากวันแม่สู่วันพ่อ ผมดีใจที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ทํา ได้พูด ตามที่ท่านได้พูดไว้ แต่ท่านประธานครับ คล้อยหลังเพียงแค่ ๒๐ นาที ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้ออกมาแถลงข่าวว่าอยากให้ พี่น้องสื่อมวลชนได้เลือกข้าง ประชาชนต้องเลือกข้าง อยู่เปึนกลางไม่ได้แล้ว อันนี้ท่านประธาน ยุทธศาสตร์ตรงนี้จัดงบประมาณไว้ ๒๖๔ ล้านบาท จัดไว้เพื่อสร้าง ความปรองดอง ความสมานฉันท์ ความสามัคคีของคนในชาติ ผมมั่นใจว่าท่านจัดให้สัก ๑,๐๐๐ ล้านบาทก็ไม่พอ ถ้าอย่างนี้จัดเสร็จนายกรัฐมนตรีพูดจบ ทุกอย่างจบหมดเลย แตกแยกความสามัคคี ผมก็ขอฝากคณะกรรมาธิการช่วยดูแลแล้วก็ช่วยบอก ท่านนายกรัฐมนตรีไว้ด้วย

ประเด็นต่อมาครับท่านประธาน การจัดงบประมาณ ๒๑,๐๕๑ ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบของภาคใต้ อันนี้เรื่องสําคัญที่สุดในส่วนของปัจจุบันนี้ ผมเองนั้นได้มีโอกาสร่วมกับเพื่อน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มันรู้สึกวังเวงชอบกลท่านประธาน เพราะอะไร ความ ไม่เข้าใจ เขาบอกว่าถ้าไม่เข้าใจ ไม่เข้าถึง มันก็ไม่พัฒนา เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านประธาน งบประมาณส่วนนี้นั้นคณะกรรมาธิการมีรายละเอียดอย่างไร จะสร้างความมั่นใจให้กับ พวกกระผมและพี่น้องประชาชนอย่างไรก็ขอทราบแผนงานรายละเอียด ท่านประธานที่เคารพ

(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วง เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดน่าน ผมขอใช้สิทธิ ในฐานะเปึนสมาชิก ผมขออนุญาตกราบเรียนประท้วง ต้องขออภัยท่านผู้อภิปราย ท่านอภิปรายได้ดีมาก ประท้วงทั้งท่านประธานและก็ผู้ที่อภิปรายอยู่ ในข้อบังคับ ข้อ ๖๑ คือท่านทั้งสองได้ทําผิดข้อบังคับ ท่านประธานเองก็ทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านสมาชิกเอง ก็ได้ทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เปึนเหตุให้ผมเองจําเปึนต้องขออนุญาตลุกประท้วง เพราะว่า สาเหตุที่ผมกล่าวหาว่าท่านทําผิดข้อบังคับ เนื่องจากว่าระเบียบวาระในการที่เราพิจารณา อยู่ในวันนี้ เปึนระเบียบวาระพิจารณางบประมาณในวาระที่ ๒ รายมาตรา ผู้ที่มีสิทธิ อภิปรายตามระเบียบวาระตามข้อบังคับก็คือผู้ที่ได้สงวนคําแปรญัตติไว้หรือสงวน ความเห็นเอาไว้ ผมเองดูท่านสมาชิก ท่านสมาชิกได้แปรญัตติปรับงบประมาณ ภาพรวมไว้ ๘ เปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ ๘ ผมเองในฐานะเปึนกรรมาธิการและเปึนสมาชิก ก็ฟังท่านว่า ท่านมีเหตุผลใดที่จะต้องปรับลดร้อยละ ๘ เพื่อจะได้ลงคะแนนให้ท่าน แต่เท่าที่ฟังมานี้ ท่านอภิปรายเหมือนกับเปึนวาระรับหลักการ เหมือนกับวาระที่ ๑ เพราะฉะนั้นกรรมาธิการเองก็ไม่สามารถจะตอบท่านได้กรณีเปึนกรรมาธิการ ๒. กรณีผม เปึนสมาชิก ผมก็ไม่สามารถจะลงคะแนนให้ท่านได้ว่าท่านต้องการให้ปรับลดร้อยละ ๘ ผมฝากท่านประธานช่วยพิจารณา วินิจฉัย แล้วก็ฝากกราบเรียนท่านประธานช่วยควบคุม การประชุมด้วย ไม่อย่างนั้น ๔ วันก็ไม่จบ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขออนุญาตวินิจฉัย ท่านผู้อภิปรายขอความกรุณาเข้าประเด็นที่ท่านแปรลดงบประมาณนี้ ว่ามีเหตุผลอะไร ผมเข้าใจว่าท่านคงใกล้จบแล้ว เอาให้จบเลย

นายชุมพล จุลใส ชุมพร

ยังครับท่านประธาน ผมด้วยความเคารพ ในท่านกรรมาธิการ ท่านฟังยังไม่จบเลย ท่านด่วนสรุปตัดสินใจไปแล้ว ก็ให้ผมพูดจบก่อน แล้วท่านก็ค่อยลุกขึ้น เพราะฉะนั้นขอฝากท่านคณะกรรมาธิการ เพราะว่าที่ผมพูดนี้ ผมมั่นใจว่าเปึนเรื่องที่พี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์ ผมเข้าเรื่องต่อไปเลยท่านประธาน ท่านประธานครับ ประเด็นการแก้ไขความยากจน นอกเหนือจากกองทุนหมู่บ้านที่ตั้งไว้ หมื่นกว่าล้านบาท งบเอสเอ็มแอล (SML) จํานวน ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เปึนการแก้ไข ปัญหาความยากจน แต่ท่านประธาน ในพี่น้องประชาชนอีกจํานวน ๖ ล้านคน ซึ่งมีรายได้ ๑,๔๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งยังอยู่ใต้เส้นความยากจน มีรายละเอียดอย่างไรก็แจ้งให้ ทราบด้วย

ท่านประธานครับ ในยุทธศาสตร์ที่ ๒ การพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิต จากงบประมาณที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ไปทํางานมา ผมมีประเด็นคําถามมานานแล้ว ครับว่า รัฐบาลได้จัดงบประมาณเปึนเงินรายหัวด้านสวัสดิการอย่างไร เพราะสวัสดิการ สังคมในปัจจุบันเกิดความลักลั่นไม่ยุติธรรมและไม่ทั่วถึง สวัสดิการสังคมครับ ท่านประธาน หมายความว่าอย่างไร เปึนการจัดระเบียบบริการทางสังคม ซึ่งเกี่ยวกับการ ปัองกันและแก้ปัญหาพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ที่มีความ จําเปึน ท่านประธานทราบไหมว่าคนสูงอายุปัจจุบันนี้มีเท่าไร ๗.๒ ล้านคน ที่ได้รับ เบี้ยยังชีพมีอยู่ ๑.๗ ล้านคน ผมอยากทราบว่าในส่วนที่ยังไม่ได้ ท่านจะจัดให้ ในป้งบประมาณใด หรือคนพิการจํานวน ๑.๘ ล้านคน คณะกรรมาธิการได้จัด งบประมาณอย่างไรในการพิจารณา ท่านได้นําแผนยุทธศาสตร์ ๕ ป้ ในการสร้าง สวัสดิการสังคม ป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๕๔ มาพิจารณาด้วยหรือไม่

ในยุทธศาสตร์ที่ ๓ ครับท่านประธาน ในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจขยาย ตัวอย่างสมดุล ผมมีคําถามจากประชาชนอย่างมากมายต่อแผนงานโครงสร้างเศรษฐกิจ ภาคการเกษตรในท่ามกลางโอกาสของคนไทยซึ่งโอกาสของประเทศเรานั้นเปึนแหล่งผลิต อาหารของโลกและพืชพลังงานของโลก ผมอยากทราบในรายละเอียด เพราะผมพิจารณา จากวิสัยทัศน์ของรัฐบาลชุดนี้แล้วก็หนีไม่พ้นนิคมเกษตร ผมอยากขอเสนอเขตเศรษฐกิจ พิเศษยางพาราเมืองปาล์มน้ํามันครบวงจร ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการมีการ สอบถามหน่วยงานต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้มากน้อยเพียงใด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองนั้นขอฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการว่าในภาวะที่บ้านเมืองมีความ สับสนวุ่นวาย ในภาวะที่บ้านเมืองของเราแตกกันเปึนฝักเปึนฝ์าย ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ที่ผม กล่าวมา ๓ ยุทธศาสตร์ ซึ่งในยุทธศาสตร์ส่วนที่เหลือจะมีเพื่อนสมาชิกจะมาอภิปราย ต่อไป ขอฝากว่าให้มีความซื่อสัตย์สุจริตอย่าทําเพื่อพวกพ้องของตัวเอง ขอบคุณครับ ท่านประธาน

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่ท่านสมาชิกท่านต่อไปจะอภิปราย อยากจะขอความกรุณา ให้วิปทั้งฝ์ายรัฐบาลและฝ์ายค้านไปช่วยกําหนดเวลาเปึนกรอบให้พวกเรา อภิปรายด้วยครับ เพราะว่าเรามีเวลาจํากัดจริง ๆ ถ้าอภิปรายกันยาว ๆ โอกาสที่จะจบใน ๓ วันคงไม่เกิดขึ้น ต้องขอความกรุณาด้วย ต่อไปเชิญกรรมาธิการ คุณเอกพจน์ ปานแย้ม ครับ

นายเอกพจน์ ปานแย้ม กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เอกพจน์ ปานแย้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี พรรคชาติไทย ในฐานะกรรมาธิการ ผมขออนุญาตรบกวนเวลาที่ประชุมเพียงชั่วครู่เท่านั้น ก็จะได้ รบกวนที่จะนําเรียนชี้แจงต่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านสุวโรช พะลัง ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนามท่าน ต่อกรณีเรื่องโครงการโรงสกัดน้ํามันปาล์มที่ท่านได้นําเสนอไว้ ตอนนี้ คณะกรรมาธิการได้หารือกัน แล้วก็กรรมาธิการมีความเห็นที่จะขอรับที่จะประสานแล้วก็ ดูแลรายละเอียดในส่วนนี้ต่อไป ก็อยากจะเรียนให้ท่านสุวโรชได้รับทราบ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ คุณสุวโรชพาดพิงหรือครับ เชิญครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในบัญชี สัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องกราบขอบพระคุณผ่านท่านประธานไปยัง คณะกรรมาธิการที่ได้พิจารณาในเรื่องดังกล่าว แต่ประเด็นของปัญหาก็คือที่บอกว่า ท่านจะรับไว้พิจารณาแล้วประสานงานต่อไปตรงนี้ครับ ขอความชัดเจนหน่อยได้ไหมครับ เพราะเรื่องนี้มันเปึนเรื่องที่มีการขอกราบบังคมทูลผ่านเจ้าฟัาเจ้าแผ่นดินลงมา เพราะฉะนั้นต้องมีความชัดเจนครับว่าทางคณะกรรมาธิการได้พบในรายละเอียดเอกสาร ซึ่งผมกราบเรียนต่อท่านประธานได้เลยครับว่าได้ส่งเอกสารให้กับท่านผู้อํานวยการสํานัก งบประมาณอีกส่วนหนึ่ง เพราะเปึนหนังสือที่ถึงท่าน ผอ. สํานักงบประมาณโดยตรง แล้วท่านก็ได้ให้ความกรุณาครับว่าจะรับมาดูแลให้ เพราะฉะนั้นขอความชัดเจนในส่วน ตรงนี้ครับ เพราะว่าในพื้นที่เขามีปัญหาจริง ๆ ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านกรรมาธิการเอกพจน์ครับ

นายเอกพจน์ ปานแย้ม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เอกพจน์ ปานแย้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี พรรคชาติไทย ในฐานะ กรรมาธิการ ขอเรียนท่านสมาชิก ท่านสุวโรช พะลัง ครับว่าในรายละเอียดที่ท่านได้ทํา ขอโดยผ่านทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งก็ได้ปรากฏในส่วนของที่ ครม. ได้ขอ แปรญัตติเข้ามานะครับ ๑๑๘,๐๐๐ ล้านบาท และในขณะนี้ทางกรรมาธิการซึ่งจะได้ ประสานกับทางสํานักงบประมาณ และก็รวมถึงในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในส่วนของทางรัฐบาลในการที่จะดําเนินงานเรื่องการประสานและดูแลรายละเอียด ในส่วนนี้ให้กับท่านด้วยครับ ก็ขอเรียนชี้แจงในเบื้องต้นเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณบุญยอดครับ

(นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่าน นาวาตรี สุธรรม มีอะไรหรือครับ

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร

ท่านประธานครับ ผม นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านบุญยอดสักครู่เดียวครับท่านประธาน พอดีผมก็ติดใจในประเด็น ที่ท่านสุวโรชได้สอบถามเหมือนกันนะครับว่าในเรื่องการปรับเพิ่มนั้นนะครับ คณะกรรมาธิการมีหลักเกณฑ์อย่างไร เพราะเมื่อสักครู่นี้ท่านรอง คือท่านวิทยาได้มา ชี้แจงว่าเปึนเรื่องของสํานักงบประมาณ ผมอยากจะฟังครับว่าสํานักงบประมาณ มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไร ท่านกรรมาธิการให้สํานักงบประมาณตอบให้ฟัง สักนิดเถอะครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสํานักงบประมาณจะตอบชี้แจงไหมครับ กรรมาธิการท่านใดจะตอบแทนไหมครับ เชิญทางสํานักงบประมาณครับ ขณะนี้ทางสํานักงบประมาณยังไม่พร้อมนะครับ ผมอยากจะขอให้คุณบุญยอดอภิปรายก่อน แล้วเดี๋ยวถ้าพร้อมก็ลุกขึ้นมาตอบก็แล้วกัน จะได้ดําเนินการต่อ เชิญคุณบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร จังหวัดที่ถูกออกพระราชกําหนดสถานการณ์ฉุกเฉินมาเปึนวันที่ ๒ ในฐานะที่เปึน กรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ ด้วยครับ กระผมได้ ทําการขอสงวนความเห็นในการขอตัดงบประมาณในภาพรวมงบกลางเอาไว้ร้อยละ ๒๐ นะครับ ตัวกระผมเองนะครับ ท่านประธานครับ ได้ร่วมกันทํางานกับคณะกรรมาธิการ และคณะทํางานทุกฝ์ายที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําป้ มาเปึนเวลากว่า ๒ เดือน ซึ่งก็ถือว่าในการทํางานที่ผ่านมานั้นเปึนการทํางานของทุกคน อย่างเต็มที่ เต็มประสิทธิภาพ และน่าชมเชยเปึนอย่างยิ่งครับ ท่านประธานครับ ผมมี เหตุผลมากมายนะครับที่ควรจะนํามาอภิปรายในสภาแห่งนี้ เพื่อเปึนการขอนําข้อแนะนํา ไปยังนายกรัฐมนตรี ไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานราชการทุกหน่วยเพื่อให้การใช้ งบประมาณนั้นเปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพนะครับ อย่างเช่นประเด็นที่ผมสนใจก็คือ การปัองกันปราบปรามการกระทําหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ งบกลางซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่อง สินค้า ๑ ตําบล ๑ ผลิตภัณฑ์ ผมสนใจการจัดงบประมาณให้กับสํานักนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมประชาสัมพันธ์ซึ่งจะต้องเปึนสื่อของรัฐ เปึนของประชาชน ว่าเปึน การทํางานอย่างจริงจังเพื่อประชาชนจริงหรือไม่ การทํางานของตํารวจนะครับหรือว่า บรรดาผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ ที่ทําให้เกิดความรุนแรงขึ้นในหลายจังหวัด กรณีของ เขาพระวิหารนะครับซึ่งเปึนการกระทําที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ศาลรัฐธรรมนูญ นั้นได้ตัดสินแล้ว และผมยังไม่ได้เห็นความรับผิดชอบใด ๆ จากรัฐบาล หรือจนกระทั่งถึง เรื่องของสภาแห่งใหม่ซึ่งป้นี้ก็มีการของบประมาณเอาไว้เปึนป้แรกนะครับ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ขอผูกพันงบประมาณไปอีก ๒ ป้ อีก ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ผมเตรียมข้อมูลไว้เพียบพร้อมนะครับ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในช่วงเวลาไม่กี่วันที่ผ่านมา มาเปึนลําดับนั้น จนกระทั่งนายกรัฐมนตรีก็ได้ขอต่อสภาว่า ให้ทําการเป่ดสภาพิจารณาร่วมกันทั้ง ๒ สภามาเมื่อวันอาทิตย์ ในมาตรา ๑๗๙ ตาม รัฐธรรมนูญนั้น สมาชิก ๒ สภาได้ใช้เวลาตลอดทั้งวันอาทิตย์จากช่วงบ่ายจนกระทั่งถึง ช่วงดึก เพื่อเสนอแนะการแก้ไขบัญหาให้แก่นายกรัฐมนตรี ท่านประธานก็คงจะอยู่ ในที่ประชุมด้วย แล้วก็เปึนผู้ที่อภิปรายเรื่องนี้ด้วย ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นตอบต่อสภา ว่าจะเปึนผู้รับผิดชอบต่อบ้านเมือง และเปึนผู้รักษาระบอบประชาธิปไตยเอาไว้ ๒๔ ชั่วโมง หลังจากการป่ดประชุมเมื่อวันอาทิตย์ หลังจากนั้นก็เกิดความรุนแรงขึ้น หลังจากที่มี ข้อมูลมาโดยตลอดว่าจะมีการนําคนมาปะทะกันเพื่อให้เกิดความรุนแรง นายกรัฐมนตรี ไม่สามารถปัองกันและควบคุมเหตุการณ์ได้ จนกระทั่งจะต้องประกาศภาวะฉุกเฉินขึ้น พรรคประชาธิปัตย์ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวานนี้ เห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่บริเวณ สะพานมัฆวานรังสรรค์ เปึนความจงใจวางแผนของบุคคลบางกลุ่มที่ต้องการขยาย สถานการณ์ให้บานปลาย จนกระทั่งถึงจุดที่ต้องการให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้น พฤติกรรมของกลุ่มบุคคลดังกล่าวนั้นชี้ชัดว่าโยงใยไปถึงรัฐบาลภายใต้การนําของ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี นายสมัคร สุนทรเวช เคยพูดต่อสภาแห่งนี้ว่า เหตุการณ์ในเดือนตุลาคม ๒๕๑๙ ซึ่งเปึนเหตุการณ์จลาจลและรัฐบาลในขณะนั้นถูก กล่าวหาว่าเปึนรัฐบาลมือเปุ๋อนเลือด และผู้นําถูกกล่าวหาว่าเปึนผู้นําทรราชนั้น เหตุการณ์ในครั้งนั้นมีคนเสียชีวิตเพียงคนเดียว ๑ นาฬิกาของวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๑ ไม่แตกต่างกันหรอกครับท่านประธาน มีคนเสียชีวิตเพียงคนเดียวเช่นเดียวกัน จึงเทียบ ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน ๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ครับ

(นายทองดี มนิสสาร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณบุญยอดครับ มีผู้ประท้วง คุณทองดีประท้วงอะไรครับ

นายทองดี มนิสสาร อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคพลังประชาชน ขอประท้วงผู้กําลังอภิปรายอยู่นี้ท่านประธานที่เคารพ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ การอภิปราย ต้องอยู่ในประเด็นในการพิจารณางบประมาณเท่านั้น เพราะฉะนั้นคําที่อภิปรายมาที่จะ พาดพิงหรือกระแซะไปทางรัฐบาลนั้น มันไม่ใช่ประเด็นที่ผู้อภิปรายต้องมีสิทธิอภิปราย ตรงนี้ขอประทานอภัยท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณทองดีครับ ผมขอวินิจฉัยอย่างนี้ คุณบุญยอดเขาพูดในเรื่องที่คาบเกี่ยวกับ งบประมาณนะ แต่ขอให้คุณบุญยอดเข้าในเรื่องมาตราโดยตรงให้รวบรัดที่สุด เชิญอภิปรายต่อครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ผมพูดในประเด็น รัฐบาลนี้กําลังจะใช้งบประมาณรายจ่าย ๒๕๕๒ ร่วมกับทางหน่วยราชการ และรัฐบาลจะต้องควบคุมนโยบายต่าง ๆ เหตุการณ์ที่เกิด ที่ผ่านมาและเหตุการณ์ ๒๕๑๙ ไม่แตกต่างกัน นายกรัฐมนตรีท่านเดียวกันนี้ พูดกับสภา แห่งนี้อยู่แล้วว่าจะรับผิดชอบ ผมยังไม่เห็นความรับผิดชอบใด ๆ สรุปสุดท้ายแล้วครับท่าน ผมไม่ขอใช้เวลาในสภาแห่งนี้ในการอธิบายรายละเอียดให้เหตุผลกับรัฐบาลที่ไม่เคยฟัง เหตุผล แต่ผมขอยืนยันว่าผมขอแปรญัตติตามภาพรวมของงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ ลดลงร้อยละ ๒๐ ซึ่งน่าจะเพียงพอต่อการบริหารราชการที่จะทําราชการต่อไปได้ และผมขอให้ผมและประชาชนจะร่วมกันตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาลต่อไป ผมขอสรุปจบเพียงเท่านี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปคุณลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ ครับ

นายลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ สงขลา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ได้ปรับลดทุกมาตรา ๑๕ เปอร์เซ็นต์บ้าง ๒๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง ๕๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง แต่วันนี้ผมก็ขอพูดในมาตรา ๓ เปึนหลัก เมื่อสักครู่วิปฝ์ายค้านก็มาขอ ผมว่าให้พยายามพูดอยู่ในกรอบอย่านานนัก นั่นก็คือท่านทางวิปฝ์ายค้านเคารพ ที่ท่านประธานขอให้พวกเราจัดสรรเวลาให้ตามที่กําหนด ให้ถูกต้อง ผมก็เคารพเช่นกัน แต่ก่อนที่ผมจะได้อภิปรายต่อไป ผมก็เรียนให้ทราบที่ผมตัด ๑๕ เปอร์เซ็นต์ งบกลางนี้ มันก็โยงมาถึงมาตรา ๔ ผมก็ตัด ๑๕ เปอร์เซ็นต์เช่นกัน ถ้าประธานจะสังเกตเหตุที่ตัด ก็อยากจะโน้มน้าวทางคณะกรรมาธิการที่กําลังพิจารณาอยู่ ก็เห็นคล้อยตามผมไปด้วย นั่นก็คือเหตุเกิดขึ้นอย่างที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลาย ๆ ท่านได้กล่าวไว้แล้ว นั่นก็คือความสมานฉันท์ของคนในประเทศ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกได้พูดถึงยุทธศาสตร์ที่ ๑ การสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ของคนในชาติและฟุ๋นฟูประชาธิปไตย ซึ่งรัฐบาลได้มาแถลงนโยบายรายจ่าย ณ ที่สภาแห่งนี้ มีงบประมาณทั้งหมด ๒๖๔ ล้านบาท เสียหายมาก ไม่มีประโยชน์เลย โดยเฉพาะกรณีที่เกิดขึ้น ผมจะไม่เข้าไปลึก แต่ก็ชี้ให้เห็นว่าเมื่อเกิดฝักเกิดฝ์าย แทนที่รัฐบาล โดยเฉพาะหัวหน้ารัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีจะเรียกให้ปรองดอง สมานฉันท์ พรรคไปแบ่งฝักแบ่งฝ์ายแบ่งพวกเลือกข้าง แม้แต่ผมเองจนถึงปัจจุบันไม่รู้จะ เลือกข้างใคร บังคับให้เลือกข้าง ผมก็ไม่ทราบด้วยเหตุผลกลใดท่านจึงเรียกประชาชนให้ เลือกข้าง นี่เปึนเหตุผลที่ผมอยากจะปรับลดตัดงบประมาณ ขณะเดียวกันแก้ปัญหาไม่ตก ก็ใช้ศาล พอใช้ศาลอีกแล้ว จะให้ศาลไปแก้ ศาลก็รู้ทัน พอรู้ทันก็มาใช้สภาเรา พอใช้สภา เราก็มีปัญหาเพราะท่านพูดฝ์ายเดียว พอเราฟัง พูดอย่างไรท่านก็เถียง สุดท้ายก็มาใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ทีนี้ใช้ฝ์ายทหาร ก็ยังโชคดีครับ ผมฟังทางโทรทัศน์ท่านผู้รับผิดชอบ ท่านผู้บัญชาการทหารบกยังมีจิตใจโอบอ้อมอารีอยากจะฟังความคิดเห็นของทุก ๆ ฝ์าย มานั่งเจรจา นั่นคือวิธีทางที่ถูกต้อง ถ้าทําแบบนี้อย่าว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ที่กระผมจะปรับ ลดเลยครับ เพิ่มอีก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ผมก็ยินดีครับ แต่ด้วยกรอบของงบประมาณ เราก็ไม่ สามารถปรับเพิ่ม ได้แต่ปรับลด ท่านประธานที่เคารพครับ การออก พ.ร.ก. ฉุกเฉินนี้ จะโยงไปถึงการท่องเที่ยวนะครับ ผมก็แปลกใจกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไม่ให้ความคิดเห็นในด้านนี้เลย ท่านทราบหรือเปล่า สนามบินสุวรรณภูมิตอนนี้ ร้างพอสมควร พรรคพวกผมมาจากต่างประเทศเมื่อคืนเครื่องบินทั้งลํานั่งอยู่ไม่ถึงครึ่ง ปกติจะเต็มลําและไม่พอ ด้วยเหตุของการประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ไม่ใช่เพราะการ เดินขบวนนะครับ เพราะฉะนั้นเราต้องแยกแยะ การเกิดไฟใต้ ผมอยู่ทางใต้ ท่านประธาน ก็รู้อยู่แล้ว เกิดมาตั้งนาน ผลกระทบการท่องเที่ยวที่สงขลาหรือที่จังหวัดอื่น ๆ มีมากไหม น้อยมาก เขาเข้าใจครับ แต่การออก พ.ร.ก. ฉุกเฉินนี้ต่างประเทศเขาเห็นชัดเลยครับ ก็คือ ไม่ปกติใครจะกล้าเข้ามาเที่ยว จับกลุ่มกันเกิน ๕ คน ไปเที่ยวที่ไหน ดีไม่ดีถูกสอบสวน ถูกกลั่นแกล้งถูกจับกุมโดยไม่ต้องไปใช้คําสั่งของศาล เพราะฉะนั้นอันนี้ผมว่ากรรมาธิการ อาจจะยังไม่ถึงช่วงนั้น ท่านอาจจะไม่ได้เข้าใจ แต่วันนี้ท่านได้ฟังผมพูดแล้ว ขอช่วยโปรด พิจารณาด้วยให้ปรับลดหน่อยเถอะครับ งบกลางนี้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ และไม่ต้องไปใช้ โดยเฉพาะดูงบประมาณนี้แล้ว เปึนงบประมาณขาดดุลถึง ๒๔๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านตัด ๑๕ เปอร์เซ็นต์ งบขาดดุลก็ไม่ต้องเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นก็ฝาก

อีกประเด็นหนึ่งเกี่ยวโยงกับกรมประชาสัมพันธ์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่สบายใจโดยเฉพาะเรื่องความจริงวันนี้ที่ออกมา มันเปึนการพูดด้านเดียวครับ ผมก็ แปลกใจทําไมกรรมาธิการไม่สอบถามทางกรมประชาสัมพันธ์ ผมอยู่คณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ได้ถามครับ แต่เขาก็ตอบ ตอบแบบอึดอัดมาก แต่ขณะเดียวกันเราก็ชี้ให้เห็น ท่านประธานกรุณาช่วยเป่ดดูข้อบังคับการประชุมของสภา ผู้แทนราษฎร เรามีครับ วิธีการประชุมโดยเฉพาะข้อ ๑๑ การประชุมย่อมเปึนการเป่ดเผย แล้วก็มีวรรคสอง การประชุมเป่ดเผยให้บุคคลภายนอก เข้าฟังการประชุมได้ตามระเบียบที่ประธานสภาผู้แทนราษฏรกําหนด และประธานสภา ผู้แทนราษฎรต้องจัดให้มีการถ่ายทอดสดจากการประชุมทางวิทยุกระจายเสียง และวิทยุ โทรทัศน์ที่ประชาชนทั่วไปสามารถรับได้อย่างทั่วถึง เว้นแต่มีเหตุขัดข้อง ช่องเอ็นบีที เปึนช่องของรัฐบาล สามารถที่จะกระจายได้ทั่วถึง แทนที่ท่านจะเอาบทสรุปของที่ เราประชุมสภาผู้แทนราษฎรไปใช้ในช่วง ๔ ทุ่ม แต่ท่านให้สามเกลอ ผมไม่กล้าเรียกว่า หัวอะไรผมไม่ทราบที่บางท่านที่กล่าว มาใช้ ไร้เหตุผล ออกด้านเดียว สร้างความแตกแยก ไม่มีการสร้างสรรค์เลย ท่านเอาที่เราประชุมอันนี้ บางครั้งถึงแม้เราไม่ได้ถ่ายทอดสด เพราะความไม่พร้อมของกรมประชาสัมพันธ์ ก็ไม่เปึนไร เวลา ๑ ชั่วโมงนั้นให้สภาใช้ให้ เปึนประโยชน์ เอาใครที่พูดดี ๆ ใครที่พูดเด่น ๆ หรือเอาสรุปที่ประชุมไปออกในช่วงนั้น นั่นก็คือการพัฒนาระบบรัฐสภา พัฒนาประชาธิปไตยสู่มวลชน ผมเสียใจมาก ๆ ว่าทําไม รัฐบาลคิดไม่ถึง คิดอย่างเดียวว่าข้าทําถูก คนอื่นคิดก็ผิดทั้งนั้นโดยไม่รับฟัง เปึนประเด็นนี้ ผมเลยจึงขอตัดงบประมาณของกรมประชาสัมพันธ์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ

ท่านประธานครับ มีอีกเรื่องหนึ่งก็ต้องฝาก โดยเฉพาะกรมทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม ผมเองได้ติดตามใช้ในนามของอนุกรรมาธิการติดตามมติ ได้ดูเรื่อง ทะเลสาบสงขลา ในการปลูกป์าโกงกาง ๕,๐๐๐ กว่าไร่ ผลที่สุดใช้ได้เพียง ๘๐๐ ไร่ เสียหายไปมาก ส่วน สตง. บอกว่าไม่น่าจะให้โครงการนี้มีอีก ขณะเดียวกันข่าวก็บอกว่า ฝายแม้วเปึนโครงการที่ใช้งบประมาณเปลืองมาก เลยผมก็ไม่ทราบว่าทําไมกรรมาธิการ มีสอบถามหรือเปล่า ในรายละเอียดลึก ๆ ซึ่งความจริงในงบประมาณท่านคือมีแผน มากมายเลยในงบประมาณของกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และก็มันมา กระจุกอยู่ มันแยกออกมา แล้วก็แบ่งออกมาเปึนสัดส่วนเยอะแยะ ผมก็ไม่ทราบว่า กรรมาธิการให้งบประมาณลักษณะนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร โดยเฉพาะทะเลสาบสงขลาเปึน ทะเลสาบที่สําคัญที่สุดของทางภาคใต้ ปัจจุบันกําลังเสื่อมโทรม ทางคณะกรรมาธิการ เคยคิดไหมว่าจะให้งบประมาณเพิ่มเติม ผมสอบถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรากฏว่า ทุกหน่วยงานเลยครับบอกงบประมาณไม่พอ ขณะเดียวกันการทํางานไม่ได้ประสานกัน เพราะไม่ทราบว่ากรม กองใดดูแลโดยชัดเจน แต่ได้ทราบว่ากรมทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อมขณะนี้เปึนฝ์ายเลขานุการ และมีรองนายกรัฐมนตรีเปึนเปึนผู้รับผิดชอบ เพราะฉะนั้นก็ต้องฝากด้วยครับ โดยเฉพาะท่านกรรมาธิการได้สอบถามรองนายกรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบ เคยลงไปตรวจสอบทะเลสาบสงขลาบ้าง เท่าที่ผมเห็นรายงานป้หนึ่ง ครั้งเดียว เพราะฉะนั้นผมก็ คิดแล้วว่าการตั้งอะไรต่าง ๆ กรรมการต่าง ๆ ให้ทํางานด้วย เพราะฉะนั้นผมเองก็ไม่เห็นด้วยในงบประมาณของที่ทางกรรมาธิการเสนอต่อสภา จึงขอ ปรับลด ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ขอฝากกรรมาธิการด้วยครับ งบประมาณทุกบาท เปึนหยาดเหงื่อ ภาษีของประชาชน ผมขอให้ท่านติดตามครับ ผมเองในฐานะประธาน อนุติดตามมติ ผมก็จะติดตามไปด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ครับ ก่อนที่คุณนิพิฏฐ์จะอภิปรายนะครับผมขออนุญาต เรียนอย่างนี้ครับ เมื่อกี้วิปรัฐบาลได้มาบอกกับผมว่าเอาเฉพาะมาตรานี้ ได้ตกลงกันไว้ จะจบประมาณสัก ๓ โมง ๔๕ ถึง ๔ โมง ถ้าเปึนไปได้สัก ๓ โมง ๔๕ ก็จะดี นะครับ เชิญคุณนิพิฏฐ์ครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้แปรญัตติตัดลดงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ ลง ในภาพรวม ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ในแต่ละกระทรวง ทบวง กรมนั้น ผมก็ได้แปรญัตติไว้ เกือบทุกมาตรา แต่ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าผมจะขออนุญาตใช้โอกาส ในการอภิปรายแสดงความคิดเห็นเฉพาะมาตรา ๓ มาตราเดียว และขออนุญาตที่จะ อภิปรายรวมไปในทุกมาตราที่ผมได้ปรับลดไว้ในลักษณะที่เปึนภาพรวม เหตุผลที่ผมได้ ปรับลดงบประมาณลงจากภาพรวม ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่าโดยภาพรวมแล้ว การใช้งบประมาณของรัฐหรือของรัฐบาลไม่ประสบความสําเร็จในหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน จึงจําเปึนต้องตัดปรับลดงบประมาณลง ประการแรก ผมกราบเรียนท่านประธานว่า หน่วยงานที่ผมขออนุญาตกราบเรียนแล้วก็พูดถึงที่จําเปึนต้องปรับลดงบประมาณคือ บทบาทของกองทัพ โดยเฉพาะกระทรวงกลาโหม กระผมคิดว่าในระยะ ๒ ป้ที่ผ่านมา บทบาทของกองทัพได้ถูกกระทบกระเทือนเปึนอย่างยิ่ง และประสิทธิภาพของกองทัพ ในการทําภารกิจของกองทัพจริง ๆ นั้น บัดนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปตามพัฒนาการของ บ้านเมือง ๒ ป้ที่ผ่านมาบทบาทของกองทัพถูกกระทบกระเทือน ส่วนหนึ่งเนื่องจากต้อง ยอมรับว่าเกิดจากการยึดอํานาจเมื่อ ๒ ป้ที่แล้ว และเหตุผลในการยึดอํานาจของกองทัพ นั้นมิได้ดําเนินการตามเหตุผลที่ได้ประกาศไว้ในการยึดอํานาจ หลังจากนั้นบทบาทของ กองทัพก็ได้ถูกลดทอนลงเรื่อยมา ผมกราบเรียนท่านประธานว่าหลังจากที่มีการเลือกตั้ง ในระบอบประชาธิปไตย เรามีรัฐสภาแห่งนี้ในวันนี้แล้วก็ตามแต่ว่าบทบาทและภารกิจของ กองทัพก็ยังถูกกระทบกระเทือนอยู่ วันนี้ผมมีความรู้สึกคล้าย ๆ กับว่ากองทัพหรือผู้คน ในกองทัพนั้นเหมือนกําลังฝันร้ายอยู่เปึนฝันร้ายจากการยึดอํานาจเมื่อ ๒ ป้ที่แล้ว และมี ความรู้สึกต่อไปว่าคนในกองทัพวันนี้เหมือนกับรู้สึกว่าไม่อยากจะนอนอีกต่อไป เพราะว่า ถ้าท่านนอนหลับอีกสักครั้งหนึ่งท่านจะฝันร้ายถึงอดีตที่ผ่านมา ผมเรียนว่าวันนี้กองทัพ เริ่มอ่อนแอลงหลังจากมีการยึดอํานาจและมีการเลือกตั้ง

ประการแรก ผมคิดว่ากองทัพเริ่มอ่อนแอในภารกิจของการปกปัองชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ถึงแม้ว่ากองทัพหรือกระทรวงกลาโหมเปึนบทบาท ของข้าราชการเพียงหน่วยเดียวที่พอจะพูดได้อย่างเต็มปากว่าเปึนหน่วยงานที่มีภารกิจ ในการปกปัองชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์มากกว่าภาครัฐมากกว่ากระทรวง ทบวง กรมอื่น ๆ ก็ตาม แต่ว่าในขณะนี้ผมมีความรู้สึกว่าจําเปึนต้องปรับลดงบประมาณของ กองทัพลงในทุกภาคส่วนลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ภารกิจของกองทัพในการปกปัองชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์เริ่มอ่อนแอลงครับ ความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้คนในกองทัพนั้น ลดน้อยถอยลง ผมยกตัวอย่างท่านประธาน ๒ – ๓ ประเด็นครับ ใน ๒ – ๓ ประเด็นที่ผม กําลังจะกล่าวต่อไปนี้ ผมคิดว่ากองทัพบกพร่อง กองทัพไม่กล้ายืนหยัดในความเปึนจริง ในความถูกต้องเพื่อปกปัองชาติ

ประการแรก ในขณะที่เรามีข้อพิพาทกับประเทศกัมพูชาเรื่องเขตแดน ปราสาทพระวิหาร ท่านประธานจะเห็นว่ากองทัพโดยเฉพาะกรมแผนที่ทหารมีบทบาท และหน้าที่โดยตรงที่จําเปึนต้องให้ความเปึนจริงกับประเทศ จําเปึนต้องให้ความเปึนจริง กับคนไทยในประเทศนี้ว่าเส้นอาณาเขต เขตแบ่งระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาอยู่ ตรงไหน แต่ว่าในขณะที่เรามีข้อพิพาทระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา เรื่องปราสาทพระวิหารนั้น ท่านประธานจะเห็นว่ากรมแผนที่ทหารไม่ได้แสดงบทบาท ในการปกปัองอธิปไตยหรือดินแดนของชาติอย่างที่ควรจะเปึน อาจจะพูดได้ว่ากรมแผนที่ ทหารหรือหน่วยงานของกองทัพที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ได้แสดงความคิดเห็นเลยครับ จนกระทั่งต้องให้องค์กรอิสระ จนกระทั่งต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญออกมาตัดสินว่ากติกา หรือข้อตกลงสนธิสัญญาที่ประเทศไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศไปทําไว้กับประเทศ กัมพูชานั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าถ้ากองทัพได้แสดงบทบาทอย่างตรงไปตรงมาและ ให้ความจริงกับกระทรวงการต่างประเทศ วันนี้ครับ ประเทศเราจะไม่เสียหายขนาดนี้ นั่นเปึนประการแรก ที่ผมคิดว่าบทบาทของกองทัพในการปกปัองชาติไม่เข้มข้นเท่าที่ควร

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อนายกรัฐมนตรีได้ดํารงตําแหน่ง ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านประธานจะจําได้ว่ามีกรณีที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ อย่างยิ่ง เรื่องการรับบุคคลเข้ารับราชการในกองทัพ มีบุคคลท่านหนึ่ง ผมขออนุญาตที่จะไม่เอ่ยนามท่านหรอกครับ ได้ยื่นคําร้องขอกลับเข้ารับ ราชการ มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาก ผมเองเปึนคนตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้ในสภา ผู้แทนราษฎร แต่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีหรือใครก็ตามที่เกี่ยวข้องได้ออกมายืนยันว่า การรับบุคคลดังกล่าวกลับคืนกองทัพนั้นทําถูกต้องตามกฎหมายของกองทัพทุกประการ ผมเปึนคดีความกับผู้ที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้อยู่ ๒ – ๓ คดีในขณะนี้ แต่ไม่เปึนไรครับ เรื่องนี้ต้อง มีการพิสูจน์ ผมกราบเรียนท่านประธานไปถึงบุคคลที่ออกมาให้ข่าวและกระทบกระเทียบ ผมตลอดเวลา รองโฆษกกระทรวงกลาโหมครับ ผมจําชื่อท่านไม่ได้ แต่ว่ารองโฆษก กระทรวงกลาโหมท่านนี้แหละครับ ออกมาบอกว่าการรับบุคคลคืนสู่กองทัพในครั้งนั้น ทําถูกต้องตามขั้นตอนของกองทัพทุกประการ แต่วันนี้ท่านประธานจะเห็นว่าคณะกรรมการ ปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาไต่สวนว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้นได้ลงนามแต่งตั้งบุคคลคืนสู่กองทัพน่าจะผิดต่อ กฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ นี่เปึนตัวอย่างที่ ๒ ที่ผมคิดว่ากองทัพได้ละเลยในการ พูดความจริงกับประชาชน กองทัพได้ละเลยในการปฏิบัติตามหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา นี่คือความอ่อนแอของกองทัพที่จําเปึนต้องปรับลดงบประมาณลง ท่านประธานที่เคารพ ผมมีอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องกราบเรียนท่านประธาน วันนี้ผมคิดว่ากระทรวงกลาโหมหรือ บทบาทของกองทัพนั้น กําลังถึงจุดเปลี่ยนแปลงที่กลับมาสร้างชื่อเสียงอีกครั้งหนึ่ง ถ้าท่านทําภารกิจนี้ลุล่วงได้ผมคิดว่าเกียรติยศชื่อเสียงของกองทัพจะกลับคืนมา วันนี้ กองทัพได้เข้าไปทําหน้าที่ในการคลี่คลายสถานการณ์ในภาวะวิกฤติของประเทศใน สถานการณ์ฉุกเฉินในขณะนี้ ผมคิดว่าบทบาทของผู้นํากองทัพเมื่อ ๒ – ๓ วันที่ผ่านมานั้น เปึนบทบาทที่พูดตรงไปตรงมาว่าน่าชมเชยครับ ขอให้ท่านรักษาสถานการณ์นี้ไว้ วันนี้กองทัพอยู่กึ่งกลางระหว่างความขัดแย้งของคนในชาติ ถ้ากองทัพเอนเอียงไปข้างใด ข้างหนึ่ง แล้วไม่มีความเปึนธรรมในการดําเนินการเรื่องนี้แล้ว ความเสื่อมเสียจะนํามาสู่ กองทัพอย่างหาที่สุดมิได้ กองทัพอยู่กึ่งกลางที่ปัองกันไม่ให้ผู้คนในประเทศนี้เข้าสู่การ ทําร้ายซึ่งกันและกัน ผมกราบเรียนท่านประธานถึงตรงนี้ผมพูดในสภานี้มาหลายครั้งครับ ผมดีใจที่วันนี้กองทัพอยู่กึ่งกลางความขัดแย้งของผู้คนในสังคม สิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากไป ถึงผู้นํากองทัพ ผู้บัญชาการทหารบกหรือใครก็ตาม ผมเคยขอร้องผู้คนที่มีความขัดแย้งกัน ในบ้านเมืองนี้มาหลายครั้งแล้ว ท่านประธานจะเห็นว่าความแปลกประหลาดของคนไทย ในประเทศนี้ วันนี้มีอยู่อย่างหนึ่ง เวลามีความขัดแย้งเกิดขึ้นคนไทยที่มีความขัดแย้งกันจะ ถือสัญลักษณ์ ๒ สิ่งเข้าประหัตถ์ประหารกัน สัญลักษณ์แรกคือธงชาติ ฝ์ายหนึ่งถือธงชาติ เหมือนจะออกไปทําศึกสงคราม อีกฝ์ายหนึ่งก็ถือธงชาติออกไปฆ่ากันกลางถนน ราชดําเนิน ผมคิดว่าผู้นํากองทัพเมื่อท่านอยู่จุดกึ่งกลางของความขัดแย้งในสังคมวันนี้ ท่านไปบอกผู้คนที่ขัดแย้งกันในสังคมได้ไหม เวลาท่านเข้าประหัตประหารกันในทาง ความคิดที่แตกแยกกัน อย่านําธงชาติไปต่อสู้กันได้ไหม ธงชาติเปึนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ครับ ธงชาติเปึนสัญลักษณ์ของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่ควรจะเอาธงชาติไปตี ศีรษะใคร ไม่ควรจะเอาธงชาติไปฆ่าใครในประเทศนี้เด็ดขาด แต่ว่าถ้าในขณะนี้ คนในประเทศนี้มีความขัดแย้ง เราขัดแย้งกับต่างชาติ ท่านถือธงชาตินําทัพไปเถอะครับ ธงชาติคือสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่วันนี้คนละเลยสิ่งเหล่านี้ กองทัพต้องเริ่มต้นทําความเข้าใจ กับผู้คนที่มีความขัดแย้งกันอย่างนี้ครับ

เรื่องที่ ๒ ที่ผมคิดว่ากองทัพต้องเริ่มทําความเข้าใจกับผู้คนที่ขัดแย้งกันใน สังคม วันที่คนขัดแย้งกันและออกมาฆ่ากันกลางถนน นอกจากคนจะถือธงชาติไปฆ่ากัน แล้ว วันนี้ทั้ง ๒ ฝ์ายต่างถือพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถือทําไม ถือพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้วไปฆ่ากัน ทําอย่างนี้ไม่ได้ แต่ถ้าประเทศนี้มีศึกสงคราม เอาเถอะครับ ท่านถือธงชาติ ท่านถือ พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อเปึนขวัญ เปึนสิริมงคลของ ท่าน ในการต่อสู้กับอริราชศัตรูผมไม่ว่าหรอกครับ ขอ ๒ เรื่อง ผู้คนที่ขัดแย้งในสังคมวันนี้ ผมคิดว่าคนที่ขัดแย้งในสังคมวันนี้สักส่วนหนึ่ง สัก ๑ หรือ ๒ คนก็ยังดี ที่ฟังผมพูดอยู่ใน สภาแห่งนี้ เมื่อท่านขัดแย้งกันนํากําลังเข้าประหัตถ์ประหารกัน ผมขอสัก ๒ เรื่อง อย่านํา ธงชาติเปึนอาวุธในการฆ่ากัน

ประการที่ ๒ ท่านไม่ควรถือพระบรมฉายาลักษณ์ขององค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวในการนําทัพเข้าไปฆ่ากันกลางถนนราชดําเนินในขณะนี้ กองทัพยืน อยู่จุดกึ่งกลางของผู้คนที่กําลังขัดแย้งกัน กองทัพต้องทําสิ่งเหล่านี้ อย่าให้เกิดสิ่งเหล่านี้ ขึ้นในบ้านเมือง นั่นเรื่องที่ผมคิดว่าถ้ากองทัพทําไม่ได้ บทบาทของกองทัพก็จะอ่อนแอลง แล้วผมขออนุญาตที่จะตัดงบประมาณของภาครัฐหรือกระทรวงกลาโหมในส่วนนี้ลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผลที่ผมคิดว่าภารกิจของกองทัพไม่บรรลุผลสําเร็จ ในหลาย ๆ เรื่องครับ

ประการที่ ๓ ที่ผมคิดว่าโดยภาพรวม ความจริงไม่อยากจะตัดหรอกครับ แต่ใช้โอกาสนี้พูดถึงกระบวนการยุติธรรมหรือฝ์ายตุลาการ ผมก็พูดในสภานี้หลายครั้ง เหมือนกับแผ่นเสียงตกร่อง ผมเคยพูดมาหลายครั้งว่าในกระบวนการระบอบ ประชาธิปไตยมันมี ๓ อํานาจ วันนี้มันพิการพิกลไปแล้ว ๒ อํานาจ อํานาจบริหาร อํานาจนิติบัญญัติ วันนี้มันใช้ไม่ได้หรอกครับ เราจะพูดอย่างไรก็ตาม ทั้ง ๒ อํานาจ มันแก้วิกฤติของบ้านเมืองไม่ได้ อํานาจตุลาการเท่านั้น แต่ว่าผมกราบเรียนว่า ในสถานการณ์ที่ประเทศวิกฤติในขณะนี้ ผมคิดว่าในขณะนี้ตุลาการสักท่านหนึ่งเถอะครับ ที่กําลังฟังผมอภิปรายอยู่ ท่านต้องเข้มแข็ง แล้วเราในสภาแห่งนี้ทุกคนไม่ควรจะ ไปทําลายความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อสถาบันตุลาการ แล้วจะประท้วงผมอย่างไรก็ตาม ผมขออภัยเถอะครับ การที่สภาแห่งนี้ได้คว่ํากฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมือง นั่นเปึนการกําลังก้าวก่าย นั่นเปึนการทําลายความน่าเชื่อถือของ ศาลฎีกาอย่างรุนแรงที่สุด แต่ว่าสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นแล้วเราไม่สามารถอธิบาย ต่อศาลฎีกาได้ เราไม่สามารถอธิบายต่อผู้คนในประเทศนี้ได้เลยครับว่า ทําไมรัฐสภา ของเราไปคว่ํากฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งในทางการเมือง แต่ว่า ในทางตรงกันข้ามครับ ผมคิดว่าเมื่อ ๒ อํานาจของเรามีปัญหา เราควรที่จะสนับสนุน ให้สถาบันตุลาการมีความเข้มแข็งในการปกปัองระบอบประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น ผมถึง กราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่อยากจะตัดงบประมาณส่วนนี้ แต่จําเปึนต้องพูดถึง กระบวนการยุติธรรมว่าในขณะนี้ทุกภาคส่วนต้องให้กระบวนการยุติธรรมเข้มแข็ง และเดินไปได้ และฝ์ายตุลาการกระบวนการยุติธรรมต้องปรับทัศนคติหรือวิธีการทํางาน ของท่าน ในขณะที่บ้านเมืองวิกฤติท่านจะใช้เวลาในการพิจารณาคดีอย่างยืดยาว เหมือนในอดีตไม่ได้ กระบวนการยุติธรรม ความเปึนธรรมต้องมาทันเวลาในเวลาวิกฤติ ของประเทศครับ

ประเด็นต่อไปที่ผมกราบเรียนพูดเสียตอนนี้ เพื่อผมจะไม่ใช้โอกาสอภิปราย ในมาตราต่อไป คือภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศ ท่านประธานคงจะเห็นด้วยกับ กระผมว่าภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศนั้นวันนี้ล้มเหลวในการปฏิบัติภารกิจ เพื่อเกียรติภูมิของประเทศ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอะไรหรอกครับ แต่ว่าวันนี้จําเปึนต้องปรับลด งบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศลง เพราะว่าท่านไม่สามารถที่จะปกปัอง ผลประโยชน์ของประเทศชาติได้

ประเด็นสุดท้ายที่ผมกราบเรียนท่านประธานครับ สํานักงานอัยการสูงสุด ท่านประธานที่เคารพครับ เรามีวิกฤติตุลาการเราเกิดขึ้นแล้ว วิกฤติตุลาการ วิกฤติภาครัฐ เราเกิดขึ้นในหลาย ๆ ครั้งแล้วครับ ผมทํานายทายทักเสียตรงนี้เลยครับ ถ้าสํานักงาน อัยการสูงสุดไม่ปรับบทบาทท่าทีในการอํานวยความยุติธรรมให้กับประชาชน วิกฤติ อัยการจะเกิดขึ้นในประเทศนี้ไม่นานก็ช้า ถ้าสํานักงานอัยการสูงสุดหรือผู้ใดผู้หนึ่ง ที่เกี่ยวข้องในสํานักงานอัยการสูงสุดฟังผมอยู่ ท่านขีดเส้นใต้ กาดอกจันไว้ได้เลยครับ ท่านกําลังท้าทายอํานาจของประชาชน กระบวนการยุติธรรมวันนี้เขาไม่ค่อยเชื่อถือ สํานักงานอัยการสูงสุดเท่าไรหรอกครับ แต่ว่าในขณะเดียวกันผมสัมผัสกับอัยการเล็ก ๆ อัยการชั้นผู้น้อยในต่างจังหวัด อัยการจังหวัด รองอัยการจังหวัด อัยการที่อยู่ในศาลต่าง ๆ ในภูมิภาค เขาทําหน้าที่อย่างน่าชมเชย แต่ว่าผู้บริหารระดับสูงของสํานักงานอัยการสูงสุด ในขณะนี้มีข้อครหาว่าท่านได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ ท่านถูกฝ์าย การเมืองครอบงําหรือไม่ ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานฟังสักเรื่องหนึ่ง ในกรณีที่ครั้งหนึ่ง พรรคประชาธิปัตย์ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้งฟัองเพื่อให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ผมบังเอิญโชคดีได้เปึนทนายความว่าความในเรื่องนี้ด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง ต้องขนเอกสารสํานวนส่งสํานักงานอัยการสูงสุดเปึนรถกระบะ เต็มรถกระบะ แต่ว่า ท่านประธานครับ สํานักงานอัยการสูงสุดใช้เวลาไม่เกิน ๔๘ ชั่วโมงครับ อ่านเอกสาร ๑ รถกระบะแล้วสั่งฟัองให้มีการยุบพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เกิน ๔๘ ชั่วโมง มนุษย์ที่ไหนสามารถอ่านเอกสาร ๑ คันรถกระบะแล้วมีคําวินิจฉัยได้ไม่เกิน ๒ วัน น่ากังขา เปึนอย่างยิ่งโชคดีเราเปึนผู้บริสุทธิ์โชคดีเราต่อสู้คดีนี้มาด้วยมติเปึนเอกฉันท์ ๙ ต่อ ๐ แต่ว่าบทบาทของอัยการสูงสุดในวันนี้ผู้คนเขากําลังเคลือบแคลงสงสัยหลายเรื่องที่ คณะกรรมการ คตส. ก็ดี ป.ป.ช. ส่งฟัองก็ดีหลายเรื่องท่านไม่สั่งฟัอง และในหลายเรื่องที่ ท่านไม่สั่งฟัองนั้นศาลฎีกาลงโทษก็หลายเรื่อง ผมกําลังดูการอํานวยความยุติธรรมของ สํานักงานอัยการสูงสุดอยู่ วันนี้มีหลายเรื่องต้องเข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกา มีหลายเรื่อง ต้องเข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ท่านทําตรงไปตรงมาถ้าท่านไม่ทํา ตรงไปตรงมาผู้บริหารระดับสูงของอัยการสูงสุด ๔ – ๕ คน จะทําลายเกียรติภูมิของ สํานักงานอัยการสูงสุดแล้วเชื่อผมเถอะครับไม่กี่ป้ข้างหน้าถ้าพฤติกรรมยังเปึนอย่างนี้อยู่ เกิดขึ้นแล้วต้องให้สภาแห่งนี้ไปครับเข้าไปแก้วิกฤติจะเกิดวิกฤติตุลาการจะเกิดวิกฤติ อัยการเกิดขึ้น แล้วต้องอาศัยสภาแห่งนี้เข้าไปแก้วิกฤติอัยการอีกครั้งหนึ่ง โดยภาพรวม ผมกราบเรียนท่านประธานเฉพาะองค์กรที่ผมสัมผัสเห็นและประชาชนเห็นด้วยว่า มีหลายองค์กรที่ทํางานไม่บรรลุผลตามภารกิจจําเปึนต้องปรับลดลงมา ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของภาพรวมครับ กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ยังมีผู้ต้องการอภิปราย

(นายจุมพฎ บุญใหญ่ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณจุมพฎประท้วงหรือครับ หรือพาดพิงเรื่องอะไร คุณนิพิฏฐ์ก็ไม่ได้กล่าวอะไรให้เสียหาย นะครับ

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร

พาดพิงกระผมเสียหาย ท่านประธาน ก็ขอชี้แจงนิดหนึ่งครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ขอให้ชี้แจงรวบรัดด้วยนะครับ

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร

ผมขอ ๒ นาทีครับ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ พรรคพลังประชาชน จังหวัดสกลนคร การที่สภาแห่งนี้ได้คว่ํากฎหมาย แผนกวิธีพิจารณาคดีอาญาของนักการเมืองนั้น ท่านประธานครับผมขอชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อพี่น้องประชาชนที่ฟังได้รับทราบ สภาแห่งนี้มี ส.ส. ๔๘๐ ท่าน ทําหน้าที่อยู่ ๔๗๒ ท่าน ลงคะแนนคว่ํา ๑๔๖ ท่าน ลงคะแนนผ่าน ๘๕ ท่าน ท่านประธานครับ ถ้าดูรายชื่อผู้ที่ ลงคะแนนเปึนตัวคนก็จะรู้ว่าพรรคพลังประชาชนมี ๗ ท่านอย่างน้อย กระผมเองเปึนคนที่ ลงคะแนนให้ผ่านกฎหมายนี้ และได้พยายามที่จะแปรญัตติอภิปรายจนแม้กระทั่งถ้อยคํา ในรายละเอียด ท่านประธานครับพรรคประชาธิปัตย์เองมี ส.ส. ทั้งหมด ๑๖๔ ท่าน ถ้านับ คะแนนที่ลงให้ผ่าน ๘๕ ท่าน หักของพลังประชาชนออก ๗ ท่าน ก็จะเหลือพรรคประชาธิปัตย์ อยู่ทั้งหมด ๗๘ ท่าน แล้วที่หายไปนั้นท่านได้ทําหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือไม่ กระผมได้ถามเพื่อน ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งกล่าวหาในทางที่ไม่เปึนธรรม ผมถามว่าแล้ว ส.ส. ของพรรคท่านหายไปไหน ท่านบอกว่าติดไปงานศพ ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนว่าประชาชนเลือกผู้แทนราษฎรมาเพื่อไปงานศพหรือมาออกกฎหมาย ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับยังมี คุณนิพิฏฐ์ ประท้วงใช่ไหมครับ

(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ขออนุญาตนิดเดียวครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมอยากจะเรียนอย่างนี้พวกเราทุกคนครับ เวลาเราลุกขึ้นมาชี้แจงในเรื่องอะไรก็ตาม ถ้างดเว้นที่จะพาดพิงพรรคอื่นนะครับ การประท้วงก็จะไม่เกิดขึ้นทั้ง ๒ ฝ์าย ต้องขอเรียน ทําความเข้าใจกับพวกเราไว้ด้วย เชิญคุณนิพิฏฐ์ ครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ผมขออนุญาตท่านประธานครึ่งนาที

ประการที่หนึ่ง ก็คือผมกราบเรียนท่านประธานว่าไม่มี ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ท่านใดที่ให้เหตุผลว่าไปงานศพและไม่ได้ลงคะแนนนะครับ

เรื่องที่ ๒ ผมคิดว่าจํานวนคะแนนที่หายไปส่วนหนึ่งเขางดออกเสียงก็ได้ ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไปงานศพหรืออะไรก็ตาม เพราะฉะนั้นเสียงที่มันหายไปจะเปึน เสียงของใครผมไม่ทราบ แต่ผมคิดว่าโดยรวมผมไม่ได้ว่าพรรคใดพรรคหนึ่งนะครับ ผมว่า การคว่ํากฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนั้นเปึนการใช้ ดุลยพินิจที่ไม่ถูกต้อง นี่เปึนความเห็นของผม ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับยังเหลือผู้ต้องการอภิปรายอีก ๗ ท่าน และเรามีเวลาเฉพาะมาตรา ๓ นี้ ถึง ๑๖.๐๐ นาฬิกา ก็ขอให้พวกเราบริหารเวลาให้ดีแล้วกันครับ เพราะว่าส่วนใหญ่จะเปึน พรรคฝ์ายค้านทั้ง ๗ ท่าน เดี๋ยวผมจะอ่านรายชื่อเรียงกันไป แต่ตอนนี้มีกรรมาธิการ ต้องการจะชี้แจง ขอกรรมาธิการชลน่านก่อนครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชนชน จังหวัดน่าน ในฐานะ กรรมาธิการ กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อจะชี้แจงต่อท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ได้สอบถามท่านประธานมายังกรรมาธิการเกี่ยวกับการพิจารณา เรื่องงบประมาณในวาระที่ ๒ กระผมขออนุญาตท่านประธานในกรณีที่จะต้องตอบ ในโอกาสนี้นะครับ คือคําถามของท่านสมาชิกสุธรรม ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เกี่ยวกับ หลักเกณฑ์ที่กรรมาธิการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ไปใช้เปึนหลักการหรือหลักเกณฑ์ ในการพิจารณาในการใช้งบแปรญัตติงบเพิ่มเติม ซึ่งตามเอกสารเล่ม ๔ รายการเพิ่มเติม ได้นําแจ้งต่อสมาชิกทุกท่านที่เคารพรับทราบแล้ว ส่วนประเด็นคําถามที่เปึนรายละเอียด ที่ท่านสมาชิกได้กรุณาถามผ่านท่านประธานมายังกรรมาธิการ ผมยกตัวอย่างกรณีเช่น งบประมาณที่จัดสรรให้กับทาง อสม. หรือการปรับลดงบประมาณในเรื่องของแหล่งน้ํา กรมชลประทาน ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าประเด็นรายละเอียดเหล่านี้ กรรมาธิการจะขออนุญาตไปตอบในวาระที่เข้ารายกระทรวงซึ่งจะมีรายละเอียดประกอบ อยู่แล้ว

ท่านประธานครับ สําหรับหลักเกณฑ์การพิจารณาของกรรมาธิการในการที่ เราจะให้ความเห็นชอบหรือเปึนขั้นตอนอนุมัติของกรรมาธิการที่จะให้ใช้งบเพิ่มเติมหรือ งบแปรญัตติที่ได้ปรับลดเอาไว้ ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ว่า กรรมาธิการของเราทั้ง ๖๓ คน พิจารณาด้วยความรอบคอบ พิจารณาภายใต้ การปรึกษาหารือ ภายใต้หลักเกณฑ์และกติกาที่เปึนธรรม เปึนประโยชน์และทั่วถึงกับ พี่น้องประชาชนให้มากที่สุด สิ่งที่สําคัญที่ผมจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ หลักเกณฑ์การใช้งบเพิ่มหรืองบแปรญัตติ ถ้าเปึนหลักเกณฑ์ไปตาม พระราชบัญญัติงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ และระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ในเบื้องต้น ก็เปึนการจัดทําคําขอที่จะใช้งบที่กรรมาธิการได้ปรับลดไว้หรืองบเพิ่มเติม หน่วยงาน หรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้จัดทําคําขอมายังสํานักงบประมาณเพื่อให้คณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติที่จะทําคําขอมายังกรรมาธิการ ในขั้นตอนนี้เปึนส่วนของราชการ ซึ่งมี ระยะเวลาที่กําหนดชัดเจนครับท่านประธาน เขากําหนดสิ้นสุดถ้าผมจําไม่ผิด ในตารางเวลาคือวันที่ ๑๖ สิงหาคม ทุกหน่วยงานต้องส่งคําขอที่จะใช้งบเพิ่มเติมมายัง สํานักงบประมาณเพื่อนําเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนเข้าสู่กรรมาธิการ ในตรงนั้นเองครับเปึนเหตุให้ส่วนราชการที่ส่งมาทั้งหมด ตัวเลขทั้งหมด ๒ แสนกว่าล้านบาทที่จะใช้ของบเพิ่มเติมหรืองบแปรญัตติ ๒ แสนกว่าล้านบาท คณะรัฐมนตรีได้กลั่นกรองและพิจารณาว่ามีความจําเปึน มีความเหมาะสมจริง ๆ โดยคาดการณ์ว่าน่าจะเปึนประมาณ ๒ หรือ ๓ เท่าของงบที่ได้ปรับลดเอาไว้ ซึ่งกราบเรียนกับท่านประธานด้วยความเคารพว่าในช่วงวันที่ ๑๖ สิงหาคม หรือในวันที่ ประมาณ ๑๔ – ๑๕ คณะกรรมาธิการมีตัวเลขคร่าว ๆ พอทราบเปึนสังเขป เพราะว่าเรา ให้สมาชิกได้เข้ามาแปรญัตติตามความเห็นของท่านนั้นคือวันที่ ๑๔ – ๑๕ สิงหาคม ท่านประธานครับ ในส่วนนี้เองเมื่อกรรมาธิการได้ปรับลดงบประมาณทั้งหมดที่เปึนตัวเลข เบ็ดเสร็จก็คือ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าสิ่งที่เราต้องคืนไปในส่วนที่จําเปึนต้องคืนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องก็คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่กรรมาธิการได้ปรับลดมาจํานวน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเงิน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ความหมายก็คือมีการปรับลดแล้วก็ปรับเพิ่มให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปในจํานวนเม็ดเงินที่เท่าเดิม เพราะเปึนไปตามระเบียบ ปฏิบัติและจํานวนสัดส่วนของตัวเลขร้อยละระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กับงบประมาณภาพรวม เพราะฉะนั้นที่เหลือจริง ๆ ก็คือประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านนะครับว่า หลักเกณฑ์ที่ กรรมาธิการ ๖๓ ท่าน นั่นหมายถึงพรรคพลังประชาชน ๒๓ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑๗ ท่าน แล้วก็พรรคร่วมรวมทั้งฝ์ายรัฐบาลที่เราอยู่ด้วยกัน ๖๓ คน เราให้ความเปึนธรรม เราเน้นเหตุผลและความจําเปึนที่จะตอบสนองต่อความต้องการ ของพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด ด้วยเม็ดเงินที่จํากัดนะครับ บางเรื่องเราอยากให้ทั้งหมด แต่ไม่สามารถที่กระทําได้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่กรรมาธิการพยายามจะดู แล้วคิดว่าจะเปึนประโยชน์มากที่สุดกับพี่น้องประชาชนก็คือว่า

๑. เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมีตัวเลขอยู่ในเอกสารเพิ่มเติมตรงนี้ ในส่วนของกระทรวงคมนาคมทั้งหมด ๗,๙๐๐ กว่าล้านบาท ทางหลวงชนบท ๖,๗๐๐ ล้านบาท ทางหลวงแผ่นดิน ๑,๒๐๐ ล้านบาท ตรงนี้กรรมาธิการทุกท่าน เห็นร่วมกันว่ามีความจําเปึน

ส่วนที่ ๒ ที่เราปฏิเสธและหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะใช้เงินงบประมาณ ที่เหลืออยู่ก็คือ สิ่งที่กรรมาธิการร่วมกับทางคณะรัฐมนตรีที่เปึนกรรมาธิการได้เห็น ความสําคัญของหน่วยงานที่ขอใช้มาด้วยเหตุผลความจําเปึนที่ต้องให้จริง ๆ นั่นก็คือ เปึนค่าจ้าง ค่าตอบแทนหรือรายจ่ายที่จําเปึนต้องตั้งขึ้น เพื่อจะเปึนรายจ่ายของบุคคล หรืองบบุคลากร ส่วนใหญ่คณะรัฐมนตรีเสนอมาได้งบประมาณไปทั้งหมด ๑๐,๖๐๐ กว่าล้านบาท ตรงนี้ก็เหลือให้กับกรรมาธิการมาพิจารณารายละเอียดเฉพาะ ประเด็นที่ต้องให้หน่วยงานอื่นไม่เท่าไรครับท่านประธาน เหมือนที่ผมได้ชี้แจง

ส่วนที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ งบที่กรรมาธิการได้ให้ความสําคัญกับ สภาผู้แทนราษฎรของเราคือ รัฐสภา ในการที่จะตั้งงบประมาณในการที่จะก่อสร้าง รัฐสภาแห่งใหม่ที่ขอแปรญัตติมาทั้งหมด ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท เราก็อนุมัติตามนี้ เรื่องน้ําครับ เรื่องน้ําท่านสมาชิกหลายท่านเห็นว่า ทําไมกรมชลประทานถูกปรับลดไป ๘๐๐ กว่าล้านบาท แปรญัตติเพิ่มมา ๔๐๐ กว่าล้านบาท ที่เหลือทําไมไม่เห็นความสําคัญ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ เราเห็นความสําคัญครับ แต่เนื่องจากว่า เม็ดเงินมันมีน้อย เราได้มาแค่ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท กรรมาธิการมาชั่งใจว่า เราจะเอาลงตรงไหน กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ มันมีพื้นที่ชลประทาน ๑๒๐ ล้านไร่ กับพื้นที่ที่อยู่นอกเขตชลประทานมีอีกมาก เพราะฉะนั้นกรรมาธิการ มีมติร่วมกันว่า พื้นที่นอกเขตชลประทานยังมีความสําคัญ เพราะฉะนั้นเราก็เลยเอาไปลง ที่กรมทรัพยากรน้ํา ซึ่งเปึนเรื่องของการพัฒนาแหล่งน้ํา ปรับปรุงแหล่งน้ํา สามารถใช้ เพื่อการเกษตรได้ด้วย ตรงนี้เองก็เปึนเหตุผลหนึ่งที่ทําให้เราเองต้องพยายาม หาหลักเกณฑ์ที่เปึนธรรมและเหมาะสม เพื่อจะจัดสรรให้กับทุกภาคส่วนที่ทําคําขอ งบประมาณในการแปรเพิ่มเข้ามา กราบเรียนท่านประธานเปึนเบื้องต้นนะครับ ส่วนรายละเอียดแต่ละกระทรวง แต่ละกรมก็จะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานต่อไป ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาทิตย์ มีข้อหารือใช่ไหม เชิญครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมหารือ ท่านประธานเรื่องเวลาอภิปรายนิดเดียวเท่านั้นเองว่า ได้คุยกันแล้วนะครับก็คือ พยายาม ที่จะไปดูแลในส่วนของผู้อภิปราย เพราะว่าเรายังเหลืออีกหลายมาตรา แต่ว่าสักครู่นี้ บังเอิญประธานเอ่ยถึงสี่โมงเย็นขึ้นมา ก็เกิดจากว่า ถาม ๆ กันดูว่าน่าจะสักประมาณ เท่าไร ผมก็คํานวณไปตอนนั้นก็สักชั่วโมงเศษก็น่าจะจบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ถ้าถึงสี่โมงแล้ว แล้วเราก็จะป่ดเท่านั้น หมายความว่าเราอาจจะยืดหยุ่นเล็กน้อย ประเด็น ก็คืออย่างนี้ว่า ในการอภิปรายก็ต้องถือว่าเปึนสิทธิของแต่ละท่าน แต่ว่าส่วนของเรา ก็พยายามคุยว่า ก็ให้อยู่ในประเด็นเรื่องของงบประมาณ แต่ว่าที่ต้องจัดระบบ คือผมคิดว่ากรรมาธิการ ถ้าท่านลุกขึ้นชี้แจงไปหลายรอบแล้วก็บอกว่านี่เบื้องต้นเท่านั้น เบื้องปลายยังมีอีกก็จะยาวมาก เพราะฉะนั้นของกรรมาธิการก็จัดระบบสักนิดหนึ่งว่า หลังจากเพื่อนสมาชิกอภิปรายไปถึงสักช่วงเวลาหนึ่ง ท่านก็ลุกขึ้นตอบก็ไม่เห็นเปึนไร เพราะฉะนั้นทุกอย่างก็จะได้ลงตัว แล้วเราก็จะได้เดินหน้าต่อในมาตราอื่น สมาชิก ที่อภิปรายก็จะมีอีก แต่ว่าเขาจะทราบว่าเรื่องของเขาควรจะสั้น ยาว ประมาณแค่ไหน เอาตามความเปึนจริงและเปึนประโยชน์ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ขอเรียนท่านสมาชิกนะครับ ที่ผมกําหนดไว้เปึนกรอบเท่านั้นเอง ขณะนี้มีผู้ประสงค์ จะอภิปรายอีก ๘ ท่าน ๘ ท่านผมคิดว่าเราอภิปรายกันท่านละ ๗ นาที เราก็จะไปจบกัน ประมาณเวลา ๑๖ นาฬิกา ๒๐ นาที เลยเวลาที่เราตกลงกันไว้ก่อน ๘ ท่านก็จะมี คุณวิรัตน์ กัลยาศิริ คุณประพนธ์ นิลวัชรมณี คุณฮอชาลี ม่าเหร็ม คุณอลงกรณ์ พลบุตร คุณอันวาร์ สาและ คุณประกอบ รัตนพันธ์ คุณเชน เทือกสุบรรณ และคุณเจิมมาศ จึงเลิศศิริ นะครับ ขอเชิญคุณวิรัตน์ กัลยาศิริ ครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย กระผมได้ขอสงวนความเห็นโดยขอตัด งบประมาณในยอดรวมไว้ร้อยละ ๒๐ แต่ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้ โอกาส แล้วก็ขอชื่นชมคณะกรรมาธิการทุกท่านนะครับ เพราะเหตุว่าเราประชุมกันตั้งแต่ ๐๙.๐๐ นาฬิกา บางครั้งตีหนึ่ง ตีสอง ก็เห็นว่าคณะกรรมาธิการแต่ละท่านก็ได้ใช้วิริยะ อุตสาหะอย่างเต็มกําลัง แต่อย่างไรก็ตามในคําขอที่มากมายมหาศาลคงไม่สามารถ ตอบสนองความต้องการของทุกภาคส่วนในประเทศไทยได้ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ กระผมได้ขอสงวนโดยขอปรับลดร้อยละ ๒๐ ผมติดใจอยู่หลายประเด็น หลายเรื่อง แต่ว่าจะขออภิปรายเฉพาะสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งกระผมติดใจเปึนกรณี พิเศษ ตามคําชี้แจงของสํานักงานตํารวจแห่งชาติในป้ ๒๕๕๒ ซึ่งตั้งงบประมาณไว้ ๖๙,๐๐๐ ล้านบาทเศษ คณะกรรมาธิการปรับลดไปเพียง ๔๖ ล้านบาท ก็คงเหลือ เม็ดเงินล้วน ๆ ประมาณ ๖๙,๐๐๐ ล้านบาท หรือประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เหตุผลใด ที่กระผมขอปรับลดในส่วนนี้ มีเหตุผลครับท่านประธาน ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ปัญหาใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ปัญหาในกรุงเทพมหานคร ปัญหาหลาย ๆ คดีที่เปึน คดีสําคัญ สํานักงานตํารวจแห่งชาติเข้าไปมีส่วนโดยตรงโดยอ้อมในหลาย ๆ ประเด็น ผมจะขออนุญาตหยิบยกขึ้นมาเปึนบางประเด็น อย่างเช่นว่า ภายในสํานักงานตํารวจ แห่งชาติได้อาศัยบางคดีเพื่อที่จะก้าวกระโดดขึ้นมารับตําแหน่งสูงขึ้น ผมยกตัวอย่าง เปึนรูปธรรมเลยครับท่านประธาน คดีเล่าต๋า คดีเล่าต๋าผมไม่ลงลึกมาก แต่ว่า อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าตํารวจจับ ตอนนั้น ป.ป.ส. ถ้าเข้าใจไม่ผิด ตอนนั้น ท่านเพรียวพันธุ์ ดามาพงษ์ เปึนผู้รับผิดชอบ ป.ป.ส. แล้วก็ภายใต้การกํากับดูแลของ ท่านชิดชัย วรรณสถิตย์ แต่การจับเล่าต๋าอ้างว่าเล่าต๋าเปึนสมุนมือขวาของขุนส่า เหวยเซี๊ยะกัง ผลปรากฏอัยการฟัอง ฟัองแล้วอย่างไร ศาลชั้นต้นยกฟัอง ศาลอุทธณ์ ยกฟัอง ศาลฎีกายกฟัอง กรณียกฟัองลักษณะนี้เปึนคดียาเสพติดไม่มีสิทธิได้รับชดเชย ในการถูกจับกุม คุมขังเพราะเปึนคดียาเสพติดไม่ใช่คดีอาญา ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คืออะไร มีนายตํารวจชั้นผู้ใหญ่จาก พลตํารวจตรี เปึน พลตํารวจโท พลตํารวจโท เปึน พลตํารวจเอก หลายคน หลายคนเข้ามามีบทบาท บางคนเข้ามามีบทบาทในอดีตรัฐบาลที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นประการแรกก็คือว่าการปฏิบัติโดยขาดหลักขาดเกณฑ์ ขาดพยานหลักฐาน แต่ก็มีการอ้างขึ้นในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลว่าถูกซ้อมในระหว่างจับกุม ผลของ คดีก็ทราบแล้วว่าศาลฎีกายกไปเรียบร้อยแล้วเหมือนกับที่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ แต่ผู้ที่ เข้าไปทําคดีได้ดิบได้ดีกันเปึนแถวจากคดีที่ไม่ถูกต้อง คดีที่ ๒ ที่ผมติดใจมากหลาย มาตรฐาน ก็คือคดีเกี่ยวกับข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กราบเรียนท่านประธานครับ ดา ตอร์ป่โด ใช้เวลาฟัองประมาณ ๑๔ วัน นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกแห่งสภานี้ ภายในประมาณ ๗ วัน แต่กราบเรียนของท่านจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีท่านหนึ่ง จนบัดนี้ยังไม่ถึงไหน ลักษณะอย่างนี้ทําให้เราเห็นว่ามาตรฐานของสํานักงานตํารวจ แห่งชาติเปึนอย่างไร หรือกรณีต่อไป กรณีเว็บไซต์หมิ่นเบื้องสูง มาถึงปัจจุบันจํานวน ๓๐ กว่าเว็บ รู้กันอยู่ว่า เว็บเหล่านี้เข้ามาเผยแพร่ได้ก็ผ่านบริษัทที่มีดาวเทียม ผ่านเกตเวย์ (Gateway) ๗ – ๘ แห่ง ต้องตั้งคําถามว่าได้มีเจ้าหน้าที่ตํารวจหรือหน่วยงานของตํารวจได้ติดตาม เรื่องนี้หรือไม่ ทําไมไม่จัดการให้เรียบร้อยทั้งที่เรื่องนี้เกิดขึ้นนานแล้ว เปึนกรณีเว็บหมิ่น เบื้องสูง กรณีต่อไปเจ้าหน้าที่ตํารวจชอบทําคดีการเมืองตามคําสั่งของเจ้านาย ผมมี ตัวอย่างเพราะว่าผมเปึนกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กรณีอุดรธานี กรณีบุรีรัมย์ กรณีมหาสารคาม ชัดเจนมากว่าเจ้าหน้าที่ ตํารวจปล่อยปละละเลยถึงขนาด หรือกรณีที่คนของพรรคประชาธิปัตย์ถูกทําร้าย ในขณะที่ไปปราศรัยที่จังหวัดเชียงใหม่ ตอนนั้นเข้าใจว่าท่านโกวิท วัฒนะ รับผิดชอบอยู่ ตอนนี้ท่านโกวิทมาเปึน มท. ๑ แล้ว คดีไปถึงไหน หรือกรณีปุิยปลอม กระทบชาวบ้าน กระทบพี่น้องเกษตรกรมากมายมหาศาล มาถึงวันนี้ไม่มีคนติดคุกสักคน อ้างว่าขาดอายุ ความ นี่คือสิ่งที่สังคมสอบถาม อีกเรื่องหนึ่ง กรณีอุ้มฆ่าทนายสมชาย ฟัองตํารวจไป บางคนใกล้ชิดกับผู้มีอํานาจในอดีต ถามว่าคดีนี้สํานักงานตํารวจแห่งชาติดําเนินการ ไปได้แค่ไหน เพียงใด หรือกรณีรุกป์า ป์าไม้ดําเนินการ ๒,๕๐๐ คดี จับได้ ๑,๒๐๐ คน อีกครึ่งหนึ่งจับไม่ได้ เพราะอะไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่กระผมยกขึ้นมาเปึนตัวอย่างนี้ให้เห็นว่า สํานักงานตํารวจแห่งชาติไม่มีคุณภาพ ไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะเอาเงินไปใช้จ่ายได้ ผมดู หนังสือเอกสารที่ชี้แจงมาว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาติมียุทธศาสตร์ที่ ๑ แผนงานแก้ไข ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องกราบเรียนว่าในฐานะที่ผมติดตาม เหตุการณ์ใน ๓ จังหวัดภาคใต้มานาน ๓ จังหวัดภาคใต้ที่สงบแต่เดิม มี ศอ.บต. มี พตท. ๔๓ พลตํารวจโทท่านหนึ่ง ผมไม่เอ่ยชื่อเพราะว่าเปึนบุคคลภายนอก พลตํารวจโท ท่านนั้นนําเสนอพันตํารวจโทซึ่งมีอํานาจ บอกว่าทหารออกไปเถอะ ตํารวจรับผิดชอบได้ หลังจากทหารออกไป มีการอุ้มฆ่าสายลับของทหาร ๑๐๐ กว่าคน ถามว่าทําไมผมทราบ ผมยกคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนไปที่ศาลากลาง จังหวัดยะลา ในห้องประชุมไม่มีใครรับว่ามีการอุ้มฆ่า แต่พอออกมานอกห้อง นายตํารวจ ผู้ใหญ่ก็บอกว่าอุ้มจริง ตายจริง เพราะฉะนั้นปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องยอมรับว่า เจ้าหน้าที่ตํารวจผู้ใหญ่มีส่วนสําคัญในการก่อให้เกิดปัญหานี้ขึ้น ในการใช้รัฐตํารวจ แทนที่จะใช้นิติรัฐในการแก้ไขปัญหา

แผนงานที่ ๒ แก้ไขปัญหายาเสพติดเร่งด่วน ปราบปรามผู้มีอิทธิพล ที่อื้อฉาวที่สุดก็คงเปึนเจ้าหน้าที่ตํารวจบางคน เอายาเสพติดมาเปึนเครื่องมือในการ หาเงินโดยการรีด โดยการไถจากผู้ที่จับ ลักษณะอย่างนี้ไม่น่าจะให้งบประมาณเลย กรณีการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ อันนี้ยิ่งแล้วใหญ่ เหตุการณ์ใน ๓ จังหวัดภาคใต้ พลตํารวจโทท่านนั้นที่นําเสนอพันตํารวจโทก็เสียหาย แต่เหตุการณ์ ในกรุงเทพมหานครยิ่งเจ็บปวดมากที่สุด ผมต้องขออนุญาตยกเว้น พลตํารวจโท อัศวิน ขวัญเมือง ขออนุญาตยกเว้น พลตํารวจโท อดุลย์ แสงสิงแก้ว ท่านอัศวิน ในฐานะที่ท่านรับผิดชอบ อดีตเคยรับผิดชอบในกรุงเทพมหานคร แต่ว่าถูกเด้งออกไปเพราะว่าไม่สนองผู้มีอํานาจ ท่านอดุลย์ แสงสิงแก้ว คงไม่มีใครกล้าเปลี่ยน เพราะถ้าเปลี่ยนภาคใต้คงจะลุกเปึนไฟ มากกว่านี้ ตํารวจที่ดีก็ต้องขอชมเชยครับ แต่ว่านอกจากที่กล่าวแล้วต้องขอกราบเรียนว่า น่าอนาถพอสมควร เหตุผลทําไมที่ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ การชุมนุมของ ทั้ง ๒ กลุ่มหรือกี่กลุ่มก็แล้วแต่ จะเปึนกลุ่มพันธมิตร จะเปึนกลุ่ม นปก. เปึนสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ ชุมนุมได้ชุมนุมเอา เอาเลย ขอให้เปึนการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธก็เชิญได้ แต่เจ้าหน้าที่ตํารวจมีหน้าที่อะไร ท่านประธานเปึนนายทหาร ชั้นผู้ใหญ่ก็คงมีภารกิจ รู้ภารกิจกัน เจ้าหน้าที่ตํารวจก็คือว่าทําอย่างไรที่ไม่ให้กลุ่มชน ในการชุมนุมต้องไม่เข้าใกล้กันถ้ามีการเข้าใกล้กันก็จะต้องตั้งด่านสกัดกั้นลวดหนามเพิ่ม กําลังหรือเพิ่มกระบอง ต้องกราบเรียนข้อเท็จจริงว่าจากสนามหลวงมาที่ทําเนียบเดินใช้ เวลาเปึนชั่วโมง สามารถเรียกวิทยุเอาลวดหนามมาสกัด ๓ - ๔ ชั้น เอายางรถยนต์เก่า มาสกัด แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าไม่ได้ทําอะไรทั้งสิ้น ปล่อยให้เดินเข้ามาเฉย ๆ ไม่ได้สกัดกั้น ไม่ได้วางลวดหนาม ไม่ได้ขอกําลังเพิ่ม ไม่ได้เพิ่มกระบอง ไม่ได้เพิ่มโล่ ไม่ได้เพิ่มสิ่ง กีดขวาง เหมือนกับจงใจให้ ๒ กลุ่มนี้เผชิญหน้ากัน ซึ่งก็อ่านได้ไม่ยากว่าเหตุอะไรจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าผมจะกล่าวว่าจงใจจะให้เกิดปัญหาเพื่อต้องการออกพระราชกําหนด ฉุกเฉินเกินเลยไปหรือไม่ แต่สังคมคิดในลักษณะอย่างนั้น อย่างไรก็ตามสุดท้ายเมื่อออก พระราชกําหนดฉุกเฉินมอบภารกิจให้กับทหาร แต่ฝ์ายทหารก็บอกว่าก็ยังทําตาม กฎหมายจะใช้วิธีเจรจาไม่ยอมทําตามที่รัฐบาลต้องการ ก็คือต้องการที่จะให้สลายกลุ่ม ชุมนุมให้ได้ เพราะฉะนั้นผมถึงอยากจะกราบเรียนว่าในความรู้สึก ผมเห็นว่างบประมาณ ที่ผมขอปรับลดไปร้อยละ ๒๐ ไม่ได้เกินเลย แค่ผมหยิบยกขึ้นมาหน่วยงานเดียวคือ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผมเพิ่งไปต่างประเทศมาครับท่านประธาน เราไปดูปรากฏว่า ไม่มีตํารวจจราจรเลย ถามว่าทําไมไม่มีตํารวจจราจร เขาใช้กล้องซีซีทีวี (CCTV) ซึ่งไม่ต้องจ่ายเบี้ยเลี้ยง ไม่ต้องขึ้นเงินเดือน ไม่ต้องซื้อเสื้อฝน กล้องซีซีทีวีเอาไปทําอะไร ใครขับรถเร็ว ใครฝ์าไฟแดง ใบเสร็จส่งถึงบ้านภายใน ๓๐ วัน ถ้าไม่จ่ายค่าปรับไปศาล แล้วก็มีหลักฐานยืนยันโดยเอกสาร เพราะฉะนั้นทั้งหลายทั้งปวงที่ผมกราบเรียนเหล่านี้ มีความจําเปึนเห็นว่าในส่วนราชการหลาย ๆ ส่วน การใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า ผมจึงมีความเห็นว่าควรจะต้องปรับลดรายได้ร้อยละ ๒๐ ของงบประมาณ ขอบคุณครับ ท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ยกมือเพิ่มอีก ๒ ท่านนะครับ ท่านต่อไปจะเปึนคุณประพนธ์ นิลวัชรมณี ให้คุณเชน เทือกสุบรรณ แทนใช่ไหม เชิญคุณเชนครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี 🔗

ผมขออนุญาตสลับกับ ท่านประพนธ์ครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธานอภิปราย ในมาตรา ๓ ในงบประมาณแผ่นดินที่รัฐบาลได้ตั้งไว้เปึนงบขาดดุล ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท มากทีเดียวท่านประธานครับ ผมได้ขอปรับลดไว้นิดเดียว โดยผมตัดเฉพาะ ตามที่ผมเห็นคิดแล้วก็ประมาณ ๔๕ ล้านบาทเศษ ๔๖ ล้านบาท ก็ตรงกันกับกรรมาธิการ ที่ได้ปรับลดในครั้งนี้ใกล้เคียงกัน ท่านประธานครับ แต่ที่น่าแปลกใจก็คือว่างบประมาณที่กรรมาธิการได้ตัดลดแล้วก็เสนอ เข้าไปใหม่ ท่านประธานครับ ผมไม่แน่ใจว่าบางครั้งเราไม่รู้ตัดลดทําไม อย่างเช่นงบกลาง ซึ่งมีอยู่ถึง ๒๔๙,๕๖๕ ล้านบาท ปรับลดออกไปแล้วแปรญัตติเข้ามาอีก ๓,๑๑๕ ล้านบาท ท่านประธานครับ งบประมาณก้อนนี้ การจัดงบประมาณของรัฐบาลครั้งนี้ผมเห็นได้ชัดว่า เราจัดงบประมาณมากองไว้ที่งบกลางมากเกินไปครับท่านประธาน มากกว่ากระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ เอากระทรวงกลาโหมกับกระทรวงศึกษาธิการมาบวกกัน ท่านประธาน ลองนึกภาพดูสิครับ สิ่งที่เห็นอย่างนี้ผมคิดว่าการจัดงบประมาณครั้งนี้ผมติดใจมาก ท่านประธานครับ การจัดงบประมาณแล้ว โดยเฉพาะงบประมาณแผ่นดินในครั้งนี้ ท่านประธานดูให้ดีนะครับ แม้ว่าเราจะคิดว่าการจัดงบประมาณเราจะทําให้เปึนสมัยใหม่ เพิ่มขึ้น เปึนงบประมาณที่แสดงโครงการ แสดงผลลัพธ์ แต่ต้องกราบเรียนท่านประธาน จริง ๆ ครับ ตามบัญชีงบประมาณวันนี้ยังเปึนงบประมาณแบบแสดงรายการเดิม ๆ เปึนงบประมาณที่ไม่สามารถแสดงให้พี่น้องประชาชน หรือแม้กระทั่งผู้แทนราษฎรของเรา เห็นว่าทิศทางของการพัฒนาที่ออกมาสู่ผลลัพธ์ที่เราปรารถนาได้อย่างไร ถ้ามองดูเรื่อง การกระจายงบประมาณแผ่นดิน ท่านประธานครับ ท่านประธานเปึน ส.ส. ในต่างจังหวัด เหมือนผม ต้องยอมรับความเปึนจริงว่างบประมาณของรัฐบาลในครั้งนี้มุ่งเน้นในการ พัฒนาในสังคมเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงเทพมหานคร ยิ่งทําให้เกิดปัญหาของ กรุงเทพมหานครมากเพิ่มขึ้น เพราะว่าเราทุ่มงบประมาณมาลงสู่กรุงเทพฯ เราทําให้สังคม ของเมืองกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัดห่างไกลกันออกไปทุกที สังคมเมืองกับชนบท แน่นอน ในอนาคตก็จะมีพี่น้องประชาชนในชนบทอพยพเข้าสู่กรุงเทพฯ มากขึ้น แล้วก็สร้างปัญหา กรุงเทพฯ อย่างไม่รู้จบ ท่านประธานครับ เมื่อมาดูงบประมาณที่ทางกรรมาธิการให้กับ งบแปรญัตติที่ตัดลดออกไปแล้วก็นําเข้ามาใหม่ ท่านประธานครับ เปึนเรื่องที่น่าติดใจมาก หลายรายการทีเดียวครับ อย่างของการท่องเที่ยวและกีฬา ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า นานาชาติ แม้ว่าตั้งไว้เพียง ๓๘๑ ล้านบาท แต่ท่านประธานครับ เปึนงบผูกพันซึ่งรวม ไปถึง ๒,๒๐๐ กว่าล้านบาท แล้วที่น่าสังเกตมากที่สุดก็คือว่างบประมาณประเภทนี้ ท่านประธานครับ งบประมาณที่เพิ่มขึ้นนี่เพิ่มขึ้นยังไม่พอนะครับ แต่ไปใส่เปึนงบผูกพัน เข้าไปอีกหลายป้ อีกหลายงบประมาณ ผมไม่แน่ใจว่ากรรมาธิการได้ดูดีหรือเปล่า ในเรื่องเหล่านี้ น่าจะเปึนงบประมาณที่รัฐบาลแปรญัตติเพิ่มขึ้นมาเฉพาะอันที่มันจําเปึน ท่านประธาน ผมยกตัวอย่างงบที่จําเปึน ท่านประธานเปึนทหาร งบกระทรวงกลาโหม มี ๑๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ วันนี้ผมเชื่อว่าไม่ได้แก้ไขปัญหาของ กระทรวงกลาโหมเท่าที่ควร เปึนงบของสํานักปลัดกับกองทัพไทย ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว ของกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพบก ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท กองทัพเรือ ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท กองทัพอากาศ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานครับ กองทัพไทยของเราวันนี้เราเปึนกองทัพที่อุ้ยอ้าย เรามีภารกิจ มีกําลังพลมาก เรามีที่เปึน ภาระมาก แต่กําลังหลัก กําลังรบจริง ๆ หน่วยรบของเราต้องเรียนท่านประธานว่าเราขาด ความทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเห็นชัด ๆ ท่านประธาน อาวุธประจํากาย ของทหาร เอ็ม (M) ๑๖ ตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนาม ท่านประธาน ๓๐ กว่าป้ เกือบ ๔๐ ป้ และที่หนักกว่านั้นท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานครับ การฝ๊กรบ การอบรมฝ๊กกําลังคนวันนี้เราขาดแม้กระทั่งกระสุนที่จะฝ๊ก ไปใช้ไนฟี โหลด (Knife Load) มาฝ๊ก ผมคิดว่านี่มันไม่ใช่ภารกิจเราต้องการที่ลดกองทัพให้เล็กลง มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ผมยกตัวอย่างบางตัวอย่างท่านประธาน อย่างเช่น เฮลิคอปเตอร์ ที่จะช่วยภารกิจของ กองทัพอากาศ ถ้าจะช่วยภารกิจในการกู้ภัยทางทะเล สมมุติว่าที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีที่อยู่ ท่านประธานทราบไหมครับเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพของราไม่มีเฮลิคอปเตอร์ที่สามารถมี เครื่องช่วยบินกลางคืนได้เลย มีประสิทธิภาพที่จะกู้ภัยต่าง ๆ ไม่มีครับ ถ้าไปเทียบกับ งบประมาณส่วนอื่น ๆ แล้วมาดูงบประมาณของส่วนกระทรวง ทบวง กรม อื่น ๆ ที่ใช้จ่าย อย่างฟุ์มเฟ๋อย ผมคิดว่าเราหลงลืมภารกิจของเราหรือเปล่า เราคิดเพียงว่า วันนี้สิ่งที่ผม อยากเห็นแปรญัตติของทหารเข้าไปอีก ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมนึกว่าจะไปใช้จ่าย ในส่วนที่จะสนับสนุนในการสื่อสารเทคโนโลยีที่ทันสมัย หรือในเรื่องที่ขาดแคลนของ กองทัพ แต่ไปจ่ายในงบประมาณประจําเหมือนกันครับ เมื่อไปดูในงบประมาณของ กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ในงบที่แปรญัตติเข้าไป ส่วนใหญ่เปึนงบประมาณที่เปึน งบประมาณประจํา ซึ่งควรจะตั้งในงบประมาณปกติ แต่ว่ามาอยู่ในงบแปรญัตติที่ควรจะ เปึนเรื่องเร่งด่วน เรื่องที่จําเปึนที่จะต้องใช้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้ คงต้องถามกรรมาธิการว่า เราได้ดูอย่างนี้ไหม สิ่งสําคัญท่านประธานครับที่น่าตกใจมาก ที่สุดก็คือว่า งบประมาณของส่วนราชการต่าง ๆ หลายกระทรวง ทบวง กรม มีการเช่ารถ แล้วก่อหนี้ผูกพันเยอะ แล้วผมต้องถามสํานักงบประมาณด้วยว่า เดิมสํานักงบประมาณ ไม่ให้ก่อหนี้เกิน ๓ ป้ ทําสัญญาเช่ารถ ๕ ป้ได้หรือ ผมไม่ทราบว่าเปึนอย่างไรในวันนี้ คงต้องขอคําตอบจากกรรมาธิการส่วนรายละเอียดผมค่อยอภิปรายในงบประมาณ ในมาตราต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณฮอชาลี ม่าเหร็ม ครับ ท่านประพนธ์อยู่หรือครับ เดี๋ยวพอดีผมไม่เห็นคุณประพนธ์ เมื่อสักครู่นี้เรียกชื่อไปแล้วตอนคุณเชนนะครับ คุณประพนธ์อยู่ไหมครับ

นายประพนธ์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

อยู่ครับ ผมสลับกับคุณเชน ไม่เปึนไรครับท่าน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ขอคุณฮอชาลีก่อนนะครับ เดี๋ยวท่านประพนธ์ทีหลังครับ

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ เปึนกรรมาธิการ และผมเองก็ได้สงวนความเห็นเอาไว้ในมาตรา ๓ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิกก็ได้พูดในภาพรวมในหลาย ๆ ประเด็น กระผมเอง ก็มองเห็นว่าในการทํางานของกระผมร่วมกับท่านกรรมาธิการหลายท่านในช่วง ๒ - ๓ เดือนที่ผ่านมา และผมก็มีความเห็นว่าในงบประมาณ ๑.๘ ล้านล้านบาท ซึ่งเรา กําลังมาพิจารณากันในวาระ ๒ ตรงนั้น ผมสนใจในงบประมาณซึ่งแก้ไขปัญหาในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ จากที่ได้รวบรวมในทุกกระทรวง ทบวง กรมนะครับท่านประธาน ๑๑ กระทรวง กับอีก ๑ กรม ก็คือ กรมตํารวจ ซึ่งไม่สังกัดกระทรวงใดทั้งสิ้น เรามี งบประมาณในการแก้ไขปัญหาที่ลงไปในพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ทั้งหมด ๒๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท นั่นคือสิ่งที่เปึนงบประมาณ เปึนเม็ดเงิน เปึนภาษีอากรของพี่น้องประชาชนลงไปในพื้นที่ใน ๓ จังหวัด แล้วก็ลงไปทํานองลักษณะ แบบนี้มาเปึนเวลาหลายป้ ท่านประธานครับ เหตุผลที่กระผมได้ขอสงวนเอาไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากว่า ๑. ความเปึน ส.ส. ในพื้นที่ และ ๒. การเราได้พบในบางสิ่ง บางอย่างในการทํางานในฐานะซึ่งเปึนกรรมาธิการ ประเด็นที่ ๑ ที่เราพบก็คือว่า ๑. ความไม่เปึนเอกภาพของส่วนราชการต่าง ๆ ซึ่งลงไปทํางานในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ผมขอยกตัวอย่างในเรื่องของการข่าว ซึ่งเปึนปัจจัยสําคัญ เปึนประเด็น สําคัญ เปึนสิ่งสําคัญที่จะใช้ในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทางด้าน การข่าว เรามีหลายข่าวซึ่งเปึนหน่วยงานที่เข้ามาชี้แจงในกรรมาธิการ ไม่ว่าจะเปึน ข่าวกรอง หรือศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติทางกองทัพบก ของตํารวจ และ แม้กระทั่งของกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายใน ซึ่งแต่ละกรม แต่ละส่วนนั้น มีการตั้งงบประมาณไว้สําหรับในเรื่องของการข่าว การหาข่าวในพื้นที่ แต่ผมเองก็ได้ซักกับบรรดาผู้ซึ่งเข้ามาชี้แจงว่าเราทํางานกันอย่างไร เราแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้กันอย่างไร จนกระทั่งว่าฝ์ายการข่าวไม่รู้เลยหรือว่ามีใครก็ไม่รู้ ๓ คน มาออกในสื่อของรัฐบาลอย่างช่อง ๕ ได้ ท่านประธานคงจะได้เห็นว่าในช่วง ประมาณหลายเดือนที่มาผ่านมีการประสานงานจากบางท่านจากผู้หลักผู้ใหญ่ใน บ้านเมืองบางท่าน แล้วก็ได้มีการยืนยันชัดเจนว่า ๓ คนนี้ ซึ่งใส่แว่นตาสีดํา และหนวดก็ดู ทํานองเหมือนกับเปึนหนวดปลอม แล้วก็ไปแถลงข่าวอัดเทปวิดีโอที่บางแห่ง และก็ส่งมา ให้ในช่อง ๕ ซึ่งเปึนทรัพยากรเปึนภาษีอากรของพี่น้องประชาชนได้ออกทางช่อง ๕ แล้วบอกว่าจะยุติการสู้รบ จะยุติการหลั่งเลือด จะยุติการสู้รบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ กลายเปึนความหวังของคนทั่วทั้งประเทศ และก็สื่อต่างประเทศไม่ว่าจะเปึน ซีเอ็นเอ็น (CNN) บีบีซี (BBC) หรือแม้กระทั่งว่าอัลจาซีรา (ALJAZEERA) ซึ่งเปึนสื่อซึ่ง ถ่ายทอดไปยังโลกอาหรับก็บอกว่าขณะนี้ได้มีผู้นําแห่งการต่อสู้ผู้ก่อการในพื้นที่ได้ออกมา ยืนยันว่าจะมีการยุติ แต่ผมซักถามส่วนราชการไม่ว่าจะเปึนสํานักข่าวกรองแห่งชาติ หรือทางตํารวจ ทางทหาร เขาบอกว่าไม่รู้เรื่อง มันเปึนไปได้อย่างไร หน่วยงานซึ่งดูแลเรื่อง ข่าวกรองใหญ่ อย่างท่านเขียนนโยบายในเรื่องของข่าวกรองอย่างชัดเจน แต่ปล่อยให้ สิ่งเหล่านี้ได้ปรากฏออกมา นี่คือสิ่งที่มันเปึนความผิดพลาดที่ผมเห็นว่านั่นคือการขาด เอกภาพในการทํางานในพื้นที่ตรงนั้น

อีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าในเรื่องของความไม่เปึนเอกภาพในบางเรื่อง ผมยกตัวอย่างเช่น ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีกล้องวงจรป่ด ท่านประธานครับ สํานักงานปลัดกระทรวงก็มีกล้องวงจรป่ดซึ่งจัดซื้อจัดจ้างบริษัทของตัวเอง กรมการปกครองก็มีกล้องวงจรป่ดซึ่งจัดซื้อจัดจ้างโดยบริษัทของตัวเอง ซึ่งตั้งงบประมาณ จากแต่ละกรม ทางเทศบาลก็มี ทาง อบจ. ก็มี ทาง ศอ.บต. ก็มี ปรากฏว่ากล้องก็กระจาย กันเต็มอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่สิ่งหนึ่งซึ่งผมถามตัวแทนจาก กรมการปกครองบอกว่ากล้องทั้งหมดนั้นได้มีการบูรณาการข้อมูล ได้มีการเชื่อมโยง เพื่อที่จะให้ได้ความเร็วในการติดตามจับผู้ก่อการร้ายผู้ก่อเหตุได้หรือไม่ เขาบอกว่า ไม่สามารถจะเชื่อมโยงกันได้ เพราะเปึนคนละบริษัทกัน นี่คือสิ่งที่เปึนข้อบกพร่อง ที่งบประมาณแต่ละป้ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เราทุ่มลงไปนั้นมันไม่ได้ประสิทธิภาพ ไม่ได้ประสิทธิผลเท่าที่ควร นี่คือสิ่งที่เปึนเหตุผลที่ผมบอกว่าขอกันเอาไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ มีการปรับลดในส่วนนี้

ท่านประธานที่เคารพครับ อีกประเด็นหนึ่งเวลาสั้นนะครับ ในเรื่องของการ สัมมนา ปัจจุบันนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้เดือนกันยายนเกือบจะสิ้นป้งบประมาณ ในป้ ๒๕๕๑ ผมเองได้รับเสียงสะท้อนจากบรรดาผู้นํา โต๊ะครูในโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลามบอกว่าตอนนี้นักเรียนไม่เปึนอันทําอะไรแล้ว เพราะเปึนเปัาหมายของ โครงการอบรมสัมมนาเพื่อที่จะให้งบประมาณป้ ๒๕๕๑ ซึ่งได้ตั้งเอาไว้แล้ว ไม่ว่าจะเปึน ของ ศอ.บต. ไม่ว่าจะเปึนของทหาร ของส่วนราชการต่าง ๆ ต้องเอากลุ่มเปัาหมายเหล่านี้ ไปอบรมไปทัศนศึกษาพาไปทัศนาจรพาไปดูงาน เพื่อที่จะเปึนไปตามโครงการที่ได้วาง เอาไว้ ตอนนี้แต่ละพื้นที่แต่ละหมู่บ้านก็จะมีคนซึ่งทําหน้าที่ในการอบรม จะมีกลุ่มแม่บ้าน ถ้าว่ามีการอบรมสัมมนาจากงบของความมั่นคงก็เอาชุดนี้ไป แต่ละคนไม่ต้องทําอะไรแล้ว คือทําหน้าที่ในการอบรมทัศนศึกษาและก็ไปเที่ยวแล้วกลับมา คนที่ได้ผลประโยชน์ก็คือ เจ้าของรถทัวร์ คนที่ได้ผลประโยชน์ก็คือโรงแรม คนที่ได้ผลประโยชน์ก็คือร้านอาหาร แต่ชาวบ้านได้แค่เบี้ยเลี้ยงวันละ ๑๐๐ บาท ๒๐๐ บาท และก็ค่าอาหารแค่นั้นเอง นี่คือ งบประมาณที่ทุกส่วนราชการทุ่มเทลงไป นั่นคือภาพรวม นั่นคือเหตุผลที่ผมบอกว่าผมจะ ขอกันตรงนี้เอาไว้ในส่วนตรงนี้นะครับ แต่สิ่งที่ควรน่าจะทํา ซึ่งผมเองก็ได้เสนอในที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการเสนอในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการว่าทําไมเราไม่ให้ความสําคัญ กับงบประมาณในการเยียวยาผู้ที่ถูกผลกระทบจากภัย ถูกผลกระทบจากบาดเจ็บล้มตาย ให้มากกว่านี้ ในเรื่องของการศึกษาพวกเด็กกําพร้า แม่หม้ายต่าง ๆ เราน่าจะมีการ ตั้งงบประมาณส่วนนี้มากกว่างบประมาณในการที่จะอบรมสัมมนาและก็สร้างเสริม แกนนําถอดถอนอะไรต่าง ๆ นี้ อย่าให้มันมากกว่าสิ่งเหล่านี้ หรือให้เพิ่มงบในส่วนของ การประชาสัมพันธ์ สื่อของรัฐในพื้นที่มีนะครับ ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเปึนช่อง ๑๑ ซึ่งเปึนเอ็นบีที และก็สถานีวิทยุของกองทัพเรือ กองทัพบก กองทัพอากาศ เราสามารถ ที่จะใช้สิ่งเหล่านี้ให้เปึนประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะหัวใจสําคัญก็คือในเรื่องของความคิด ในเรื่องของอุดมการณ์ เรื่องความคิดถ้าหากว่า เราทําความเข้าใจเอาหลักเกณฑ์ของศาสนาที่ถูกต้องมาทําความเข้าใจโดยผ่านสื่อของรัฐ แล้วก็จะได้ผลมากกว่าการที่จะทําในสิ่งเหล่านี้ นี่คือสิ่งที่ผมได้เรียนกับท่านประธานถึงการทํางานของพวกกระผมในคณะกรรมาธิการ แล้วก็ผมเห็นว่าทั้งหมดทั้งมวลใน ๒๗,๐๐๐ กว่าล้านบาทตรงนี้ เราสามารถที่จะปรับ ลดลงมา แล้วก็สามารถจะประหยัดงบประมาณของประเทศโดยได้ผลงาน ได้ประสิทธิภาพของงานเท่าเดิมใน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณประพนธ์ นิลวัชรมณี ครับ

นายประพนธ์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม ประพนธ์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ผมต้องขอนิดนะครับ วันนี้คือทางเพื่อนฝูง ประชาชนทางกรุงเทพฯ และทางแถว ๆ ภาคใต้ก็โทรมาว่าเขาผิดหวังนิดหนึ่งว่าวันนี้รัฐสภาน่าจะใช้เวลาในวันนี้ ในการที่จะแก้ปัญหาเหตุการณ์เมื่อวันอาทิตย์ เพราะว่าท่านผู้อํานวยการรักษาการตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน หรือท่าน ผบ.ทบ. ได้ตอบผู้สื่อข่าวว่ากรณีการแก้ปัญหาวิกฤติในครั้งนี้นั้น ท่านได้พูดต่อผู้สื่อข่าวว่ามันคงเปึนเรื่องของทางการเมือง ของทางระบบรัฐสภาที่ต้อง แก้ปัญหาตรงนี้ครับ แต่ในเมื่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าวาระของการพิจารณา งบประมาณนั้นสําคัญกว่า ผมก็ต้องยอมรับและเคารพครับ ท่านประธานครับ ผมนั้นอดีต ก็เคยเปึนข้าราชการครับ อยู่กรมทางหลวง ตําแหน่งสุดท้ายก่อนลาออกมาเมื่อสัก ๕ ป้ที่แล้ว ก็คือเปึนรองอธิบดีกรมทางหลวงครับ ท่านประธานครับ ผมก็อยู่กับงบประมาณ ท่านก็เข้าใจ นะครับว่า กรมทางหลวงนั้นมีงบประมาณเยอะ มีแผนงานทั้งของชนบท ทั้งของเมืองเปึน จํานวนมากครับ ป้หนึ่งหลายหมื่นล้านบาท เมื่อก่อนการจัดงบประมาณนั้นก่อนป้ ๒๕๔๕ ท่านประธานครับ การจัดงบประมาณนั้นมักจะเปึนไปตามของหลักวิชาการ หลักการของ แต่ละหน่วยงานนั้นว่ามีความจําเปึน มีความสําคัญแค่ไหน แต่พอหลังจากป้ ๒๕๔๕ มาแล้ว ผมช้ําอกช้ําใจครับ เพราะการตั้งงบประมาณนั้นขาดความเปึนธรรมครับ ซึ่งด้วย เกิดความช้ําใจอยู่สัก ๒ ป้ ๓ ป้ ผมก็ลาออกมาเพื่อความสบายใจ แต่หลังจากที่มาเปึน ผู้แทนราษฎรแล้วเมื่อป้ ๒๕๔๘ ยิ่งหนักลงไปอีกครับท่านประธาน ป้งบประมาณ ๒๕๔๘ ปรากฏว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเอางบไปทําเองหมดเลย ผมกับ กรมทางหลวงผมยังติดต่อกันทุกวันครับ ยังติดต่อกันทุกเดือน อันนี้ไม่ต้องไปขอร้อง รัฐบาล อย่าไปโกรธเจ้าหน้าที่ เพราะว่าคนที่คบผมรู้เรื่องทุกอย่าง โดยเฉพาะที่ได้ ประสานงานติดต่อกันมาตลอดนั้นเขาได้เกษียณ ไปแล้วนะครับ เปึนข้อเท็จจริงนะครับ ท่านประธาน ก่อนหน้านั้นขนาดว่าพรรคประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาล งบประมาณของ กรมทางหลวง แต่ผมไม่อยากพูดถึงกรมอื่น เพราะว่าผมไม่รู้รายละเอียดจริง แต่งบ ของกรมทางหลวงนี้ได้จัดสรรไปทั่วทุกภาคอย่างเปึนธรรม งบที่ไปต่างจังหวัด งบที่ไป ภูมิภาค ผมขอเรียนว่าไปพิสูจน์ได้เลยครับ ไม่ว่างบของสํานักงานทางหลวง ที่นครศรีธรรมราช ซึ่งคุมหลายจังหวัด งบของกรมทางหลวงที่ไปภูมิภาค ที่นครศรีธรรมราช ซึ่งคุมหลายจังหวัดเหมือนกันครับ พอ ๆ กัน ประมาณงานพอ ๆ กัน นะครับ สมัยนั้นจะให้ตามความสําคัญพอ ๆ กัน ที่นครราชสีมาได้พันล้านบาท นครศรีธรรมราชก็ได้ไป ๙๐๐ กว่าล้านบาท เกือบพันล้านบาท พอ ๆ กัน เราให้ ความสําคัญเท่ากัน แต่มายุคหลังโดยเฉพาะป้ ๒ ป้นี้ งบของทางภาคใต้ทางสํานักงานสงขลาซึ่งมีหลายจังหวัด ๕ - ๗ จังหวัด ได้งบไปทั้งสํานักงานประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท ขณะที่แค่จังหวัดเดียวของ ทางภาคอื่นแค่จังหวัดเดียวได้ไป ๒๐๐ – ๓๐๐ ล้านบาท นี่คือความช้ําใจของเจ้าหน้าที่ ของพวกกระผมซึ่งเปึนตัวแทนของประชาชนครับ ผมได้ขอตัดแม้แต่โครงการที่เห็นชัดเลย สมัยท่านชวนเปึนนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์นั้น โครงการสร้างถนน ๔ เลน ทําทั่วประเทศและก็เสร็จพร้อม ๆ กันทั่วประเทศไม่ได้ลําเอียง ท่านประธานครับ ผมจึงได้ ขอตัดงบกลางไว้จํานวน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะงบกรณีใช้ยามฉุกเฉินและจําเปึน ท่านประธานครับ ผมมีข้อมูลและเหตุผลว่าทําไมต้องขอตัดตรงนี้ ที่จริงควรจะตัดสัก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ําไป ท่านประธานครับ งบรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ งบเพื่อรองรับ กรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน จํานวน ๔๙,๐๐๐ ล้านบาท คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ปรับ ลดลงไป ๓,๐๐๐ ล้านบาท คือประมาณ ๖ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมว่ายังน้อยไป เพราะอะไร จากข้อมูลของการใช้จ่ายงบประมาณในกรณีฉุกเฉินและยามจําเปึน ป้งบประมาณ ๒๕๔๒ ใช้จ่ายไปในทุกกรณีไม่ว่าเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ อุทกภัย ภาวะภัยแล้ง หรือกรณีภัยพิบัติทั้งหลายนั้นใช้ไปแค่ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๓ ใช้ไปแค่ ๒,๑๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๔ ใช้ไปแค่ ๓,๖๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๕ ใช้ไปแค่ ๒,๘๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๗ ใช้ไปแค่ ๓,๑๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๗ ใช้ไปแค่ ๖,๖๐๐ ล้านบาท ในป้ ๒๕๔๘ นั้นใช้ไปถึง จะเปึนจํานวน ๑๗,๙๐๐ ล้านบาทก็จริง แต่ว่าป้ ๒๕๔๘ ท่านประธานจําได้ ป้ ๒๕๔๘ คือป้ที่เจอภัยสึนามิ ถ้างบฉุกเฉินจําเปึนยามปกติเพียงแค่ ๙,๙๐๐ ล้านบาท เพราะว่า สึนามิได้ใช้จ่ายไปถึงเฉพาะสึนามิ ซึ่งเปึนกรณีภัยพิบัติที่นาน ๆ ครั้ง หลายสิบป้ครั้งหรือ เปึนร้อยป้ครั้งไป ๘,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าไม่ทราบว่าทางกรรมาธิการวิสามัญดูกันมา อย่างไร ยังอุตส่าห์ตั้งไปอีก ๔๙,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งงบฉุกเฉินนี้ ท่านประธานครับ ใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉินหรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หลังจากที่มีภัยพิบัติแก้ปัญหา เฉพาะหน้าแล้ว มีการฟุ๋นฟูเพื่อคืนสู่สภาพเดิมหรือเพื่อชดใช้พี่น้องประชาชน ใช้งบประมาณปกติในงบประมาณปกติของป้ถัดไป เพราะฉะนั้นผมจึงว่างบเพื่อรองรับ กรณีฉุกเฉินตั้งไปทําไม ในเมื่อข้อมูลจากการใช้จ่ายประจําป้ของงบประมาณก็เห็นอยู่แล้ว ว่าใช้ป้หนึ่งไม่เกิน ๑ ล้านบาท ท่านประธานครับ ทุกเช้าที่ท่านประธานมานั่งเปึนประธานที่นี่ ท่านคงปวดหัวกับเรื่องของคําปรึกษาของท่าน ส.ส. ไม่ว่าฝ์ายรัฐบาลหรือฝ์ายค้านทุกวัน ท่านคงได้ยินเรื่องน้ําไม่พอ ไฟไม่พอ ถนนหนทางไม่พอ สิ่งเหล่านี้ประชาชนในภูมิภาคในที่ห่างไกล ต้องได้รับการดูแลจากภาครัฐเสมอหน้ากัน เขาเสียภาษีเหมือนกันทุกคนล่ะครับ มายุคหลังนี้ผมจําได้สมัยท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ขอโทษที่เอ่ยนาม ท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านมีนโยบายเลยว่าไฟฟัา แสงสว่างไม่ว่าประชาชนอยู่ตรงไหน ป์าดงตรงไหน ท่านก็จะวางเสาพาดสายต่อไฟ ไปให้ได้ใช้ทุกครัวเรือน แต่มายุคหลัง ๒๕๔๕ เปึนต้นมา มีการวางหลักเกณฑ์ว่าหมู่บ้าน ไหนต้องการไฟ ต้องมีการสํารวจเช็คตรวจสอบว่าลงทุนแล้วต้องไม่ต่ํากว่า ๒๐,๐๐๐ บาท บ้าง ไม่ต่ํากว่า ๓๐,๐๐๐ บาทบ้าง การลงทุนนะครับ ไม่สูงกว่านั้น จึงจะให้การไฟฟัา ขยายออกไปได้ รัฐจึงจะลงทุนให้ มันเหมือนกับเปึนเรื่องของไฟฟัา ประปา เรื่องของถนนหนทาง เรื่องของโทรศัพท์มันเปึนสาธารณูปโภคจําเปึนของพี่น้องประชาชน ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เพราะเขาเสียภาษีเหมือนกัน สาธารณูปโภคทั้งหลายนั้น ประเทศไหน ชาติไหน เขาถือว่าอย่างที่ผมกล่าวแล้วว่าประชาชนทุกคนควรได้รับการดูแล เหมือนกัน แต่มาตั้งกฎเกณฑ์เปึนนักธุรกิจไปแล้ว โดยเฉพาะภาคใต้เขาทําสวน ไม่ว่า สวนยาง สวนปาล์มไม่ค่อยมีนายทุนหรอกครับ มีแต่ประชาชนซึ่งไม่ได้ร่ํารวย ก็มีคนละ ๕ ไร่ ๑๐ ไร่ ๒๐ ไร่ เขาก็ไปทําในที่ห่างไกล เขาทําสวน ๑๐ ไร่ก็มีบ้านหลังหนึ่ง ๒๐ ไร่ มีบ้านหลังหนึ่งอยู่ห่าง ๆ กัน แต่พวกนี้เสียภาษีนะครับ อย่าไปจํากัดว่าการลงทุน ต้องเท่านั้นเท่านี้ ไม่เกินเท่านั้นเท่านี้จึงจะลงทุนให้ ผมว่าไม่เปึนธรรม ท่านประธานครับ ผมจึงขอตัดงบกลางลง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอลงกรณ์ พลบุตร ท่านสมาชิกครับ ผมจะไม่ตัดเวลาการอภิปรายท่านนะครับ แต่ตั้งเวลาเอาไว้เพื่อบอกให้รู้ว่า ๗ นาทีแล้ว ท่านจะได้ควบคุมตัวเองครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการ แล้วต้องขอขอบคุณที่ท่านได้ทําหน้าที่ แทนพวกเรา แล้วก็นํารายงานในการพิจารณาในชั้นของคณะกรรมาธิการมาเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง แต่ก่อนอื่นกระผมต้องเรียนท่านประธานเพื่อเปึนข้อซักถาม ต่อคณะกรรมาธิการในประเด็นซึ่งได้เคยพูดมาหลายครั้งในการพิจารณางบประมาณ รายจ่ายประจําป้ ทั้งนี้เพราะว่ากระผมได้ขอแปรญัตติในการตัดงบประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งความจริงแล้วถ้าท่านประธานจะได้พิจารณาถึงตัวร่าง พ.ร.บ. ที่นําเสนอต่อสภานั้น จะมีการเขียนถึงหลักการ แต่หลักการนั้นได้กําหนดตัวเลขของงบประมาณรายจ่ายไว้ คือ ๑.๘ ล้านล้านบาท กระผมไม่แน่ใจว่ารายงานของคณะกรรมาธิการที่นําเสนอต่อสภา และพวกกระผมได้มีการขอแปรญัตติตัดงบประมาณจะเปึนการไปปรับเปลี่ยนหลักการ ของร่าง พ.ร.บ. หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อได้มีการดําเนินการมาในชั้นนี้ กระผม ก็ใคร่ขอตั้งคําถามไว้หลายประเด็นทีเดียวครับ แต่เปึนประเด็นของการที่เปึนเหตุผลว่า ทําไมกระผมจึงได้ขอให้มีการปรับลดยอดรวมวงเงินของงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ ด้วยเหตุผล ๓ – ๔ ข้อด้วยกัน และคงต้องขอคําชี้แจงจากคณะกรรมาธิการ เนื่องจากว่าในกระบวนการและวิธีการงบประมาณของเราที่ผ่านมา แม้แต่ทุกวันนี้จะเปึน การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ แต่ความจริงแล้วถือว่า เปึนการทําหน้าที่เพียงด้านเดียว ความจริงเราควรจะต้องทําการพิจารณาในส่วนของรายรับด้วย เพราะว่าด้านหนึ่ง คือรายรับหรือรายได้ที่เอามาเปึนงบประมาณรายจ่ายนั้น มีความสําคัญมาก เนื่องจากว่า โครงสร้างหลักของรายรับที่จะมาเปึนรายจ่ายงบประมาณนั้นจะมาจาก ๒ ส่วนสําคัญ ๆ ๑. ก็คือภาษี ๒. ก็คือเงินกู้ และคาดว่าการจัดทํางบประมาณรายจ่ายประจําป้ยังจะเปึน การจัดงบประมาณแบบขาดดุล อย่างเช่นป้นี้ก็เปึนการจัดงบประมาณแบบขาดดุล คือมีรายรับที่ประมาณการป้หน้าว่าเราจะจัดเก็บไม่พอ เพราะฉะนั้นต้องกู้เงิน ๒ แสนกว่าล้านบาท มาป่ดรายจ่าย ป่ดหีบงบประมาณ ถามบอกว่ารายรับดังกล่าวนั้น มาจากไหน แน่นอนที่สุดเงินกู้ก็เปึนภาระของประเทศที่จะผูกพันภาระของประชาชนต่อไป รายรับทางด้านของภาษี แน่นอนก็มาจากภาษีทางตรง ทางอ้อม รายได้จากรัฐพาณิชย์ ตลอดจนรายได้จากการขายสิ่งของและบริการและค่าฤชาธรรมเนียมของภาครัฐ เบ็ดเสร็จแล้วการจัดงบประมาณรายจ่ายประจําครั้งนี้จึงมีโครงสร้าง ๑.๘ ล้านล้านบาท เปึนเงินกู้ ๒.๔ แสนล้านบาท และเปึนภาษี ๑.๕ ล้านล้านบาท การเพิ่มวงเงินงบประมาณ ในวงรวมเพิ่มขึ้นจากป้งบประมาณป้ ๒๕๕๑ กว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ กระผมขอตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ประมาณ ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ด้วยเหตุผลว่าไม่ต้องการเพิ่มภาระ ในการที่จะไปเก็บภาษีจากพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการ และไม่ต้องการไปเพิ่ม ภาระในเรื่องของเงินกู้ซึ่งมีความผูกพันต่อประเทศของเราในอนาคต เนื่องจากว่า การประมาณการที่กระผมได้ดูแล้วว่า เวลาที่เราเสนองบประมาณเข้ามาและให้ กรรมาธิการไปดู เราก็จะเปึนการประมาณการทั้งสิ้น เพราะป้งบประมาณกับป้ปฏิทิน มันไม่ตรงกัน เราเริ่มป้งบประมาณตั้งแต่ ๑ ตุลาคม แต่ปฏิทินนั้นเริ่ม ๑ มกราคม การประมาณการดังกล่าวนั้นกระผมไม่แน่ใจว่าเมื่อกรรมาธิการเสียงข้างมากยังยืนยัน ที่ตัวเลขเดิม คือ ๑.๘ ล้านล้านบาท นั่นหมายความว่าท่านยังยืนยันสมมุติฐานว่าเราจะ จัดเก็บรายได้ตามประมาณการทางเศรษฐกิจ ตามประมาณการของภาวะเศรษฐกิจโลก และขีดความสามารถของคนไทยในการจ่ายทั้งภาษีทางตรง ทางอ้อม ได้เหมือนเดิม อย่างนั้นหรือ ตรงนี้เปึนข้อคําถามที่สําคัญว่า ผมไม่เห็นรายงานจากคณะกรรมาธิการ แม้แต่บรรทัดเดียวว่าท่านได้มีการทบทวนประมาณการรายรับแต่อย่างใด แต่การที่เพิ่ม งบประมาณไปถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์นั้น แน่นอนในอีกด้านหนึ่งก็คือการเพิ่มภาระในการ ไปเก็บภาษี ไม่อยากบอกว่าไปขูดรีดภาษีหรือรีดเลือดกับปู ในยามที่ภาวะเศรษฐกิจนั้น มีปัจจัยเสี่ยง แล้วนั่นคือข้อสมมุติฐานที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า ปัจจัยเสี่ยง ๒ ปัจจัยที่สําคัญมากขณะนี้ คือปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจและปัจจัยเสี่ยงทางการเมือง แต่ท่านไม่ได้ไปปรับเปลี่ยนประมาณการ ตัวเลขของการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ คาดในป้นี้และป้หน้าเหมือนเดิม ตัวเลขและเหตุผลที่มาของบประมาณโดยการอ้าง บอกว่าในป้ ๒๕๕๑ การลงทุนภาคเอกชนยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ไม่เปึนความจริงเลย ไตรมาสที่ ๒ ของป้นี้ สํานักงานเศรษฐกิจการคลังและสภาพัฒน์ ออกมาชัดเจนว่า การขยายตัวการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวแบบหดตัว ขยายตัวแบบลดลง และห่วงกังวล อย่างชัดเจนว่าในไตรมาสที่ ๓ และ ๔ นั้น อาจจะถึงขั้นของการชะงักงันของการลงทุน ภาคเอกชน ตรงนี้เองคือสิ่งที่ผมต้องเรียนถามกรรมาธิการว่าท่านได้มีการไปพิจารณา หรือไม่อย่างไร เพราะว่าในเรื่องของปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจนั้น วันนี้อย่าพูดถึงเรื่อง การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่มันจะขยายตัวในอัตราเพิ่มเลยครับ วันนี้เราต้องคํานึงถึง ปัญหาเสรีภาพทางเศรษฐกิจแล้ว เรากําลังมีปัญหาเสรีภาพทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่ การขยายตัวทางเศรษฐกิจ นั่นก็คือฐานของการยืนของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เรามุ่งหวังว่าประมาณการของ รายรับจากการจะไปเก็บภาษี ภาษีทางตรง ซึ่งก็คือภาษีรายได้บุคคลธรรมดา นิติบุคคล เปึนต้น หรือภาษีทางอ้อมจากการบริโภค จากภาษีมูลค่าเพิ่มและอื่น ๆ นั้น ท่านคิดว่า จะเก็บได้ตามที่คิดหรือไม่และรวมไปถึงรายได้หลักอีกประการก็คือรัฐพาณิชย์จากการ บริการของบรรดาหน่วยที่ทํากําไร ทําธุรกิจของรัฐ เช่นรัฐวิสาหกิจเปึนต้น จะได้ถึง ๘๐,๐๐๐ – ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังที่คิดหรือไม่อย่างไร เพราะฉะนั้นประเด็นนี้จึงเปึนเรื่อง สําคัญมากเท่ากับว่าที่ท่านไม่ได้พิจารณาในส่วนนี้ ท่านยังยืนในตัวเลขรายจ่ายเดิม ท่านกําลังสร้างภาระบนบ่าของคนไทยและผู้ประกอบการไทย

ประการที่ ๒ ก็คือว่าในท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจของเราซึ่งได้รับผลกระทบ จากเงินเฟัอ จากต้นทุนพลังงาน ต้นทุนอาหาร ตลอดจนในเรื่องของปัญหาที่มีผลกระทบ จากภาวะเศรษฐกิจโลก ผมคิดว่ากรรมาธิการที่ไปเปึนตัวแทนของเรานั้นควรจะต้องตอบ เช่นกัน ป้ ๒๕๕๑ เปึนช่วงของการถดถอยทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศเปึนครั้งแรก ในรอบทศวรรษที่สหภาพยุโรปมีการหดตัวทางเศรษฐกิจ และท่านต้องเข้าใจโครงสร้าง เศรษฐกิจประเทศไทยว่า รายได้ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ของเรานั้นมาจากรายได้ จากการส่งออก และทุกคนได้รับผลกระทบหมดจากปัญหาพิษซับไพรม์ (Sub prime) ของสหรัฐและรวมไปถึงวิกฤติพลังงาน วิกฤติอาหาร ได้รับผลกระทบไปทั่วญี่ปุ์นก็ยัง ไม่ฟุ๋นตัว ยุโรปหดตัว สหรัฐอเมริกาก็ร่อแร่ ผมไม่เห็นการชี้แจงหรือคําอธิบายใด ๆ ที่บ่งบอก ว่าท่านได้มีการทบทวนสิ่งเหล่านี้เลย และรวมไปถึงเรื่องของปัญหาใหญ่สุดคือ ปัจจัยเสี่ยงทางการเมือง วิกฤตการณ์ทางการเมืองของเรานั้นยืดเยื้อมา ๒ ป้กว่า วันนี้ มองไปข้างหน้าก็ยังมืดมน-อนธการ ยังไม่รู้ว่าวิกฤติการณ์จะจบลงเมื่อใดและจบลง อย่างไร วันนี้ลักษณะการเกิดการประท้วงต่อต้านรัฐบาลหรือการที่เกิดการเผชิญหน้าของ ประชาชน ๒ กลุ่ม ได้ทําให้ปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองนั้นรุนแรงมากขึ้น การลดอันดับ ตราสารหนี้ ตราสารการเงินตลอดจนการจัดชั้นประเทศไทยนั้นเปึนปัญหาอย่างยิ่ง ไม่ว่าโดยสถาบันอย่าง เอสแอนด์พี (S&P) หรือว่าเพิร์ก และอื่น ๆ ดังนั้นสิ่งที่เปึน ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้มันได้กระทบต่อความเชื่อมั่น ผมเชื่อว่าทุกคนคงประจักษ์ โดยเฉพาะ สภาที่สภาผู้แทนราษฎรในประเด็นปัญหาความเชื่อมั่น ไม่มีผู้ประกอบการคนใดที่คิดถึง การลงทุนและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ผู้บริโภคชะลอการบริโภค ท่านไปดูตลาด อสังหาริมทรัพย์สิครับ นั่นคือการบริโภคซึ่งต้องคิดระยะยาว เพราะว่ามันผูกพันภาระ ในระยะยาว ตรงนี้เองคือสิ่งที่ผมไม่แน่ใจว่ากรรมาธิการได้นําสิ่งเหล่านี้มาประกอบ การพิจารณาหรือไม่

และที่สําคัญอีกประการก็คือ คําถามที่อยากจะเรียนถามว่าในงบประมาณ รายจ่ายที่ตั้งสูงถึง ๑.๘ ล้านล้านบาท และจะเริ่มมีผลตั้งแต่ ๑ ตุลาคม เปึนต้นไปนั้น มันตอบโจทย์อะไรต่อปัญหาใหญ่ของประเทศ ก็คือเรื่องของการเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศไทย เราได้พูดในสภาแห่งนี้หลายครั้งและในวาระที่ ๑ นั้นเราก็ ได้มีการพูดถึงว่าขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศที่เรียกว่า เนชั่นแนล คอมเพทิทีฟเนส (National competitiveness) นั้น มันลดลงอย่างต่อเนื่อง ป้ ๒๕๔๘ เรา อยู่ในลําดับที่ ๒๕ ป้ ๒๕๔๙ เราลดอันดับมาอยู่ลําดับที่ ๒๙ และป้ ๒๕๕๐ ลําดับของเรา ตกมาอยู่ที่ลําดับที่ ๓๓ จากทั้งหมด ๕๕ ประเทศ เฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียนซึ่งเขาจัด เฉพาะ ๕ ประเทศ ใน ๑๐ ประเทศที่มีสถานภาพทางเศรษฐกิจใกล้เคียงกันก็คือ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟ่ลิปป่นส์ มาเลเซียและไทย เราอยู่ลําดับ ๓ ใน ๕ ประเทศ แต่ว่าป้หลังสุดนั้น ลําดับของเราตกมากที่สุดเปึนลําดับบ๊วยสุดครับ นั่นหมายความขีดความสามารถในการ แข่งขันของเรานั้นมันลดลงอย่างน่ากลัว ถามบอกว่างบประมาณแผ่นดินจะต้องมี การปรับตัวเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างและระบบอย่างไรหรือไม่ ถ้าเราพิจารณางบประมาณเพียงแค่ป้ต่อป้ก็เท่ากับตําข้าวสารกรอกหม้อ ใช้ป้นี้หมด ป้หน้าตั้งใหม่ ๆ แต่ไม่ได้ดูว่าบ้านเราจะเข้มแข็งเพิ่มขึ้นอย่างไรในเมื่อมันเริ่มผูกพัน เมื่อเทียบกับบ้านอื่นที่อยู่ใกล้เคียง และผมย้ําอีกครั้งว่าโครงสร้างเศรษฐกิจของเรานั้น พึ่งพารายได้หลักจากการส่งออก ถ้าเราไม่เข้มแข็งแน่นอนที่สุดอนาคตก็อยู่ลําบากครับ ประการสําคัญก็คือว่างบประมาณรายจ่ายป้นี้สะท้อนในการที่เราปรับตัวสู่ทิศทางในการ แก้ไขสิ่งที่เราเรียกว่าความตีบตันของการพัฒนาประเทศหรือไม่ เราพูดกันแต่เพียงว่า งบประมาณนั้นจัดตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ จัดตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ อย่างป้นี้ก็บอกว่าจัดตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ ซึ่งเริ่มมา ๒ ป้แล้ว จะสิ้นในอีก ๒ ป้ข้างหน้า แล้วก็จัดตามแนวนโยบาย ของรัฐบาล แต่ถามบอกว่าทิศทางของประเทศได้มีการทบทวนหรือไม่ ถ้าเราไม่เริ่มต้น วันนี้ให้เกิดจุดเปลี่ยนแปลง โอกาสข้างหน้างบประมาณจะไม่ใช่เครื่องมือในการขับเคลื่อน ไปสู่ความรุ่งเรือง แต่ไปสู่ความหายนะ ที่ผมกล่าวอย่างนี้เพราะว่าหลายสิบป้ที่เราพัฒนา มาโดยใช้งบประมาณแต่ละป้และเพิ่มขึ้นทุกป้นั้น วันนี้เราถูกเรียกว่าเราเปึนเศรษฐกิจ แบบแซนด์วิช (Sandwich) คือจะสู้ประเทศที่เขาพัฒนาแล้วก็ไม่ได้ ไม่ว่าจะเปึนญี่ปุ์น สหรัฐอเมริกา ยุโรป แต่ขณะเดียวกันเราก็ลงไปแข่งกับประเทศที่เขามีศักยภาพอาจจะล้า หลังกว่าเราแต่มีค่าแรงถูกกว่าเรา อย่างกัมพูชา ลาว พม่า ไม่ได้ เราจึงถูกมองว่าเรากําลัง พัฒนาไปสู่จุดอับของการพัฒนา แต่งบประมาณแผ่นดินในแต่ละป้นั้นจะเปึนเหมือน เชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนในการเปลี่ยนทิศทางของประเทศ ผมไม่เห็นเหตุผล คําชี้แจงใด ๆ หรือการพิจารณาใด ๆ ของคณะกรรมาธิการในระดับการมองอย่าง ยุทธศาสตร์และทิศทางของการใช้เครื่องมือของงบประมาณไปสู่จุดเหล่านั้น สุดท้าย ก็คือว่าเราได้สร้างความโปร่งใสในการบริหารงบประมาณเพื่อให้ประเทศของเรานั้น มีธรรมาภิบาลและนั่นคืออีกด้านหนึ่งของประสิทธิภาพของภาครัฐ ตัวเลขของ ความโปร่งใสของประเทศไทยลดต่ําลงเช่นเดียวกับประสิทธิภาพขีดความสามารถในการ แข่งขันของประเทศ ป้ ๒๕๔๘ เรามีความโปร่งใสอยู่ในลําดับที่ ๕๙ คะแนนไม่ต้องพูดถึง หรอกครับ คะแนนเต็ม ๑๐ นั้นเราได้ ๓.๘ ป้ ๒๕๔๙ ลําดับของเราอยู่ที่ลําดับที่ ๖๓ เราได้ คะแนน ๓.๖ คะแนน น้อยลงไปอีก ป้ ๒๕๕๐ เราตกอันดับไปอยู่ลําดับที่ ๘๔ เลยครับ คะแนนก็น้อยลงไปเหลือแค่ ๓.๓ ตรงนี้บอกอะไร ตรงนี้ล่ะครับบอกว่าใน ๑ ป้ งบประมาณการบริหารงบประมาณที่เราอนุมัติจากสภามีความโปร่งใสมากน้อยแค่ไหน ประสิทธิภาพการใช้งบประมาณนั้นเปึนอย่างไร และก็วัดได้อย่างน้อยการจัดอันดับของ องค์การความโปร่งใสระหว่างประเทศในแต่ละป้จะเปึนตัวดัชนีชี้วัด นั่นคือความสูญเสีย ของงบประมาณ เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลดังกล่าวกระผมจึงจําเปึนต้องตัดงบประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะ ๑. ก็คือว่า ไม่เชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงมากมายนั้น จะสามารถเปึนไปตามที่ได้เสนองบประมาณขอรายจ่ายจํานวน ๑.๘ ล้านล้านบาท เพราะ ไม่เชื่อว่ารายรับจะเปึนเช่นนี้ และที่สําคัญคือมันไม่อยู่บนฐานของความเปึนจริง ไม่อย่างนั้นเราต้องไปรีดเลือดกับปู รีดเลือดกับประชาชน รีดเลือดกับผู้ประกอบการ ของเรา ซึ่งวันนี้มองไม่เห็นอนาคตข้างหน้าเลย ๒. ก็คือว่างบประมาณที่กรรมาธิการ ไปพิจารณาไม่ได้บ่งบอกว่าเราจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง อย่างต่อเนื่องได้อย่างไร และ ๓. ก็คือว่า เรื่องของความโปร่งใสในการสร้างประสิทธิภาพ การบริหารงบประมาณนั้นไม่มีคําอธิบายใด ๆ ทั้งสิ้นว่าจะมีหลักประกันใด ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นจึงขอให้กรรมาธิการช่วยกรุณาชี้แจงต่อที่ประชุม ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปคุณอันวาร์ สาและ ครับ

นายอันวาร์ สาและ ปัตตานี 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ครับ วันนี้ที่เรามา พิจารณากันในสภาวันนี้นะครับในเรื่องของงบประมาณในมาตรา ๓ ซึ่งเปึนยอดเงินรวม ทั้งหมด ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนงบประมาณที่สูงกว่าเมื่องบประมาณที่แล้วประมาณเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ต้องยอมรับว่าเรากําลังพิจารณาในเรื่องของการใช้จ่ายของประเทศอยู่ท่ามกลาง ภาวการณ์ที่มีความร้อนแรงของอารมณ์ของพี่น้องประชาชนชาวไทย ไม่ว่าจะเปึนคนที่อยู่ ในส่วนกลางของประเทศหรือไม่ว่าคนที่อยู่ในส่วนที่มีปัญหาในเรื่องของทางใต้ แต่ผมคิดว่าวันนี้ปัญหาในความแตกแยกมันได้ขยายไปทั้งหมดทั่วประเทศแล้ว ผมคิดว่า วันนี้งบประมาณต่าง ๆ ที่เราพิจารณา ในเบื้องต้นผมได้ปรับลดไว้ที่ ๘ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณรวมทั้งหมด ซึ่งมีมูลค่าทั้งหมดประมาณ ๑ แสนกว่าล้านบาท แต่ผมคิดว่าในภาวการณ์อย่างนี้ ถ้าผมทราบว่าวันนี้เหตุการณ์จะเปึนอย่างนี้ ผมคิดว่า ตอนแปรญัตติคงไม่ใช่ ๘ เปอร์เซ็นต์แล้วล่ะครับ เพราะปัญหาในวันนี้ผมคิดว่า ผมไม่สามารถที่จะไว้ใจในการทํางานของผู้ที่นํารัฐนาวาของประเทศไทยไปได้ ผมเข้าใจครับ คณะกรรมาธิการงบประมาณที่ผ่านมา ซึ่งเปึนเพื่อนสมาชิกได้ทํางานกันอย่างหนัก ซึ่งอดตาหลับขับตานอนเปึนเดือน ๆ แต่วันนี้ผมคิดว่าสิ่งเหล่านั้นจะไม่เกิดประโยชน์และ เกิดผลอะไรกับเราเลยถ้าสมมุติว่าในกระบวนการคิดของผู้นําที่จะเอารัฐนาวาของเรา ฝ์าในภาวะวิกฤติไปวันนี้ ยังมีกระบวนการคิด ผมคิดว่าการคิดของท่านมีปัญหา ในระบบ ความคิดนี้นะครับ อย่างเช่น เราจะได้เห็นหลาย ๆ ครั้งในภาพที่ออกทางสื่อ ไม่ว่าจะเปึน การพูดถึงผู้ที่มีความแตกต่างกันในเรื่องของความคิดที่ไม่เห็นพ้องต้องกัน ผู้นําของเราเอง กลับบอกให้เลือกข้าง กลับตอกย้ําในความแตกแยก จนผมคิดว่าวันนี้มันเลยลามไป ไม่ได้ต่างกันเลยความแตกแยกผมคิดว่าวันนี้มันก็เกินพอแล้ว แต่วันนี้ถ้าสมมุติว่า งบประมาณ สิ่งที่เรากําลังพิจารณาจะทําให้เปึนเชื้อไฟที่มันเกิดความแตกแยกเพิ่มเติม ผมว่าเราก็คงไม่น่าจะมานั่งพิจารณาในส่วนของงบประมาณที่เรานั่งคุยกันในสภาวันนี้ ในประเด็นของทางผู้นําของเรา วันนี้ผมจะเจาะลึกที่ผู้นํา เพราะคิดว่าตัวหลักสําคัญ ตัวจักรสําคัญที่จะขับเคลื่อนต่าง ๆ ได้อยู่ที่นี่ การรับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในทุก ๆ ครั้ง เราจะได้เห็นท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ผมจะเปึนคนรับผิดชอบเอง ในบางครั้งก่อนที่ท่านจะพูดคํานี้ บางเหตุการณ์ท่านต้องดูก่อนว่า ในการรับผิดชอบของท่าน ในบางครั้งมันทําให้เกิดการส่งเสริมการทําผิดให้เกิดในเจ้าหน้าที่บางกลุ่มให้ทํางาน ตรงนั้นผิดพลาดมากขึ้นไปอีก เพราะว่าจากทุกครั้งที่ท่านบอกไว้ว่า อะไรก็แล้วแต่ ผมยกตัวอย่างในกรณีในพื้นที่ ๓ จังหวัด ผมคิดว่าท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิกของเรา ที่อยู่ในที่ประชุมหรือแม้กระทั่งพี่น้องที่อยู่ทางบ้าน คงจะจําเหตุการณ์ในเรื่องของ การแถลง ในเรื่องของการหยุดยิงในพื้นที่ ผมไม่ได้เห็นนายกรัฐมนตรีท่านได้มาออกแสดง ความรับผิดชอบในเหตุการณ์นี้เลย ทําไมหรือครับ เหตุการณ์นี้เดิมทีทางเจ้าหน้าที่ ที่เขาทํางานกัน ไม่ว่าจะเปึนเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตํารวจ เขาบอกว่าเรากําลังเดิน ในแนวทางที่ถูกต้องแล้ว เหตุการณ์ลดน้อยลง ถึงแม้ว่าความรุนแรงอาจจะเพิ่มขึ้น ผมยังคิดว่าเห็นใจเจ้าหน้าที่ที่เกิดขึ้นวันนั้น แต่ท่านทราบไหมครับ เมื่อมีการแถลง ในวันนั้นเกิดขึ้นมา เหตุการณ์กลับเพิ่มความถี่ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเปึนเท่าตัว ผมถามว่านายกรัฐมนตรีท่านได้แสดงความรับผิดชอบอะไรในเหตุการณ์วันนั้นไหม เพราะคนที่แถลงในวันนั้นเขาอยู่ฝัืงทางรัฐบาลของท่าน แต่ก็ไม่ได้มีการแถลงรับผิดชอบอะไรเลย นี่ครับผมคิดว่าการคิดของท่านนายกรัฐมนตรี มีปัญหา วันนี้ท่านก็แอ่นอกรับอีกครับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ท่านยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง แต่ก็อีกนั่นล่ะครับก็คงจะเหมือนเดิม ความแตกแยกที่เกิดขึ้นในส่วนของทั่วประเทศ เดิมที ผมเปึนผู้แทนราษฎร ในพื้นที่ของจังหวัดชายแดนใต้ ผมคิดว่าวันนั้นกับวันนี้ไม่ได้แตกต่าง กันเลยครับในพื้นที่ทั่วประเทศของเรา พื้นที่ในจังหวัดชายแดนใต้ที่เกิดการฆ่ากันทุกวันนี้ เกิดความคิดที่มีความต่างในเรื่องของแนวคิด ทําไมถึงเปึนอย่างนั้น เพราะว่าเดิมที การสร้างเงื่อนไขก็เกิดจากเจ้าหน้าที่นี่ แล้วก็สร้างให้เกิดความแตกร้าว ร้าวฉานให้เกิดในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่เองไม่ว่าจะเปึนทางรัฐบาล เจ้าหน้าที่เขาก็ตั้งใจทํางาน แต่ในเมื่อผมคิดว่า ตัวที่คุมนโยบาย คนที่คุมนโยบายถ้ามันผิดพลาดเหมือนซีอีโอ (CEO) ของบริษัทครับ ถ้าแนวคิดข้างบนผิดพลาดมาแล้วข้างล่างถึงจะทําดีอย่างไรก็มีปัญหาครับ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่านายกรัฐมนตรีเองคงจะต้องตระหนักในประเด็นเหล่านี้ด้วย

ประเด็นอีกประเด็นหนึ่ง ผมจะเจาะลึกในเรื่องของการแก้ปัญหาภาคใต้ วันนี้คนภาคใต้ยังฆ่ากันอยู่ จากแนวความคิดที่ต่างกัน แต่ผมไม่คิดว่าวันหนึ่งซึ่งจะเปึน ตรงกับที่ว่าเรานั่งคุยกันในสภานี้นั่งพิจารณางบประมาณ วันนี้คนที่กรุงเทพฯ เขาเกิดการ ฆ่ากันตายระหว่างคนไทยด้วยกันอีกแล้ว ไม่ได้ต่างกันแล้วครับ การป่ดโรงเรียน เราได้ เห็นว่าเด็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เดี๋ยวป่ดเดี๋ยวเป่ด วันนี้โรงเรียนในกรุงเทพฯ ก็ไม่ได้ต่างกัน เดี๋ยวโรงเรียนหยุด แล้วผมคิดว่าอย่างนี้ลูกหลานพี่น้องของประชาชน ชาวไทยอนาคตจะเปึนอย่างไรถ้าสมมุติว่าเหตุการณ์อย่างนี้ยังเกิดขึ้นอยู่ นั่นหมายถึงว่า ทางรัฐบาลเองไม่สามารถที่จะควบคุม หรือไม่สามารถที่จะดูแลให้ภาวการณ์ปกติ เกิดขึ้นได้ในสังคมนี้แล้ว เพราะฉะนั้นในเมื่อไม่สามารถที่จะควบคุมอะไรต่าง ๆ ตรงนี้ ได้แล้ว งบประมาณที่เราคิดว่าเราจะพิจารณาให้ผ่านไปได้เราจะมั่นใจขนาดไหนครับว่า มันจะเกิดประโยชน์เกิดผลต่อพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ ผมดูงบประมาณของป้นี้ที่ใช้ ลงไปในพื้นที่ภาคใต้ อย่างกรณีที่สมาชิกบางท่านได้พูดถึงแล้ว ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท ผมขอ เรียนตามตรงนะครับท่านประธาน ผมไม่เห็นว่าโอกาสที่จะแก้ปัญหาในภาคใต้จะมองเห็น ทางแสงสว่าง ผมคิดว่าวันนี้ภาคใต้ไม่สงบแล้วครับ เพราะว่าอะไรถ้าเราเปรียบเทียบ การให้อาหารกับสัตว์ ถ้าให้อาหารเกิน ให้เหลืออีเหละเขระขระมันก็จะเปึนอาหารของสัตว์ อีกจําพวกหนึ่ง อย่างเช่น จําพวกหนู จําพวกแมลงสาบ ผมไม่อยากให้หนูกับแมลงสาบ มันเกิดขึ้นที่พื้นที่ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งวันนี้มันเปึนแล้วครับ เพราะเศษอาหาร ที่มันลงไปมากจนเกินไปนี่ครับ การทํางานทับซ้อนกันของเจ้าหน้าที่ ก็ต้องยอมรับว่าวันนี้ ปัญหาชายแดนภาคใต้ ท่านนายกรัฐมนตรีมีความสําคัญมาก เพราะว่าสํานัก งบประมาณที่ไปที่สํานักนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดูแลโดยตรงอยู่แล้ว โดยเฉพาะสํานักงานตํารวจแห่งชาติก็มีความสําคัญในพื้นที่ตรงนี้ และอีกกระทรวงหนึ่ง ซึ่งมีความสําคัญไม่แพ้กันก็คือกระทรวงกลาโหม ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็เปึนรัฐมนตรี อยู่ที่นี่ด้วย ผมถามว่าวันนี้งบประมาณที่เราพิจารณา อย่างกรณีที่ ๒๗,๐๐๐ ล้านบาทนี้ มีนโยบายอะไรที่ชัดเจนให้กับภาคใต้ไหมครับท่านนายกรัฐมนตรีเดิมทีได้แต่งตั้ง คณะรัฐมนตรี ท่านเห็นไหมครับว่ากรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ผ่านมา ก็มีปัญหากับพื้นที่ ไม่กล้าลงพื้นที่ ก็มีปัญหาแล้วครั้งหนึ่ง แล้วในวันนี้เองผมคิดว่า คงไม่กล้าที่จะไปวิพากษ์วิจารณ์ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนใหม่ แต่ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีเอง กระบวนความคิดของท่านมีปัญหาจริง ๆ ท่านคุม ๒ กระทรวงหลักที่มีอํานาจในการแก้ปัญหาในเรื่องภาคใต้ แต่วันนี้ถามว่าอะไร ที่เกิดขึ้นที่นั่นครับ การใช้อัตรากําลัง ๔๕,๐๐๐ คน ที่เพิ่มขึ้นในภาคใต้ การเพิ่ม งบประมาณมากเปึนพิเศษที่อยู่ในภาคใต้ ผมคิดว่าอันนี้เปึนเกียรติประวัติที่ไม่ดี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนนี้กําลังทําให้ภาพพจน์ของความอ่อนแอ ของกระทรวงนี้เกิดขึ้น งบประมาณที่มากเปึนพิเศษ เจ้าหน้าที่ที่มากเปึนพิเศษ แต่วันนี้ สถิติที่เกิดขึ้นกลับเพิ่มขึ้น นี่คือความอ่อนแอ นี่คือการสร้างความอ่อนแอในระบบโดยที่ ท่านนายกรัฐมนตรีเองเปึนผู้ดูแลอยู่ วันนี้ท่านลองไปดูสิครับ นโยบายการแก้ปัญหา ภาคใต้ถ้าเรามองดูนะครับ นี่เปึนในส่วนของมูลนิธิเฟดดริค เอฟเวอร์เรจ เขาผนึก นักวิชาการผ่านนโยบายของรัฐบาลร่วมกับรองคณบดีของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ศรีสมภพ จิตภิรมย์ศรี ขออภัยที่ได้เอ่ยนามท่าน แต่ผมคิดว่าอันนี้เปึนสิ่งที่ท่านทําในสิ่งที่ดี ก็ควรที่จะยกย่องในที่นี้ รองคณบดีของคณะ รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กล่าวว่า ขณะนี้โครงสร้างอํานาจรัฐในการ ปกครองล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าทหาร ตํารวจ หรือฝ์ายปกครอง เพราะยังไม่สามารถ แก้ปัญหาทางสังคมได้ เมื่ออํานาจรัฐอ่อนแอ จึงเกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา การแก้ปัญหา จะต้องทําให้รัฐเปึนมิตรและเปึนส่วนหนึ่งของประชาชน วันนี้รัฐเปึนมิตรกับประชาชนไหม ไม่ต้องไปพูดถึงใน ๕ จังหวัดหรอกครับ ใกล้ ๆ ส่วนกลางของประเทศนี้ ในกรุงเทพฯ เอง วันนี้ประชาชนมองเจ้าหน้าที่รัฐอย่างไร ผมคิดว่างบประมาณมีความสําคัญในการพัฒนา ในทุก ๆ ด้านของประเทศ ซึ่งอาจจะเปึนเส้นเลือดหลักที่จะทําให้ประเทศขับเคลื่อนไป ด้านไหนก็ได้ ที่จะสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในประเทศ แต่ถ้า สมมุติว่าคนที่เปึนหัวจักรสําคัญที่จะนํารัฐนาวานี้มีปัญหา ระบบความคิดมีปัญหา ผมคิดว่า อันนั้นอาจจะเปึนสิ่งที่เราต้องระมัดระวังและก็เปึนสิ่งที่น่ากลัว ผมยังคิดว่าสมัยก่อนนะครับ กรณีที่คนสมัยก่อนนี่ถึงแม้อาจจะเปึนสิ่งที่ถูกหรือผิด ผมก็ไม่แน่ใจ ให้ทางพวกเรา ได้วิเคราะห์กันเองนะครับ คนสมัยก่อน คนบางคนจะร่ําเรียนในบางด้าน คนรุ่นก่อนบางคน ที่ไม่เหมาะสม เขาจะตัดตอน บางเรื่องบางประเด็นถ้าถามเรื่องสิทธิ เขามีสิทธิที่จะเรียนรู้ แต่ถ้าสมมุติว่าสิทธิของการเรียนรู้ของเขาในภาวการณ์ระดับความคิดของเขามีปัญหา ผมคิดว่าอันนี้อันตราย สิทธิถ้าอยู่กับคนที่มีระบบความคิดที่อันตราย แล้วมีอํานาจ อยู่ในมือด้วย มันไม่ได้ก่อให้เกิดสิ่งที่ดีต่อประเทศชาติเลย เพราะฉะนั้นถึงเวลาแล้ว ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีเองจะต้องไตร่ตรองให้รอบคอบว่าสภาวการณ์ปัจจุบันนี้ ที่เกิดขึ้น ท่านจะต้องพิจารณาตัวเองอย่างไร และผมคิดว่างบประมาณที่ผมได้แปรญัตติ ไว้ ผมก็คิดว่าการลดของผมในงบประมาณรวมที่ ๘ เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่ายังน้อยไป เพราะว่าถ้าเงินเหล่านั้น ถ้าเกิดไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องหรือผิดพลาด มันจะสร้างปัญหาที่ เกิดขึ้นตามมาอีกมหาศาลต่อพี่น้องประชาชน ท้ายนี้ผมก็คิดว่าการแก้ปัญหาต่าง ๆ คงไม่ได้เปึนมิติของเจ้าหน้าที่รัฐหรือกระทรวง ๒ กระทรวงที่ผมได้กล่าวถึง อย่างเช่น สํานักนายกรัฐมนตรีและก็กระทรวงกลาโหม แต่ผมคิดว่ารัฐเองต้องมองในเรื่องของการ แก้ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ตอนนี้มีปัญหามากซอฟท์โลน (Soft loan) กําลังจะถึง กําหนดงวดที่จะต้องชําระ และวันนี้เขาจะมีอีกไหม ผมคิดว่ารัฐบาลก็ต้องพิจารณา เหมือนกันที่จะต้องเพิ่มหรือขยายให้เขา และการจ่ายตรงนั้นในเมื่อรัฐแก้ปัญหา ให้เขาไม่ได้ การจ่ายคืนให้เขา รัฐบาลเองจะต้องมีกฎเกณฑ์ว่าถ้าสมมุติเขาให้จ่าย ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก่อนได้ไหม เพราะวันนี้เขาจะตายกันอยู่แล้ว ผมยังคิดว่าภาษีงบประมาณ ที่เกิดจากภาษีในพื้นที่ ๑,๗๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าถ้าเปึนเม็ดเงินแล้วเราคิดว่าน้อยมาก ถ้าคิดกับมวลรวมของประเทศ อันไหนที่ช่วยเขาได้ให้เขาอยู่รอดมีชีวิตได้ตอนนี้ผมคิดว่ายกให้เขาเถอะครับ แล้วก็ ดูมาตรการไหนที่สามารถจะช่วยเหลือได้ และคิดว่างบประมาณวันนี้ผมคิดว่าถ้าสมมุติ ว่านายกรัฐมนตรียังมีแนวความคิดเหมือนเดิม ผมคิดว่าผมไม่ไว้วางใจให้ท่านได้บริหาร งบประมาณจํานวนเงินก้อนนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ วิปรัฐบาลแจ้งมาว่าเกินเวลาไปพอสมควรนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ต้องกํากับเวลาให้มันอยู่ในกรอบที่เราสามารถดําเนินการได้ในเวลาจํากัดนะครับ ยังเหลืออีก ๔ ท่านขอให้จบประมาณ ๑๗.๐๐ นาฬิกา ท่านช่วยบริหารกันเอง คุณประกอบ รัตนพันธ์ ครับ

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนาวาตรี สุธรรม มีอะไรครับ

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร

ท่านประธานครับ ผม นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องเวลาในการอภิปรายครับ เพราะว่าผมรับทราบจาก ประธานวิปฝ์ายค้านแจ้งให้กับสมาชิกว่ายังไม่ได้ตกลงอะไรกับฝ์ายรัฐบาลเรื่องเวลา ก็ให้อิสระเราในการอภิปรายได้อย่างเต็มที่ เพราะว่าเราต้องการสะท้อนปัญหาของพี่น้อง ประชาชนทั้งในพื้นที่ของเราด้วยนะครับ ซึ่งมีมากมายทีเดียวที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา ให้กับทางรัฐบาลแล้วก็ทางคณะกรรมาธิการที่ได้จัดสรรงบประมาณลงไปให้ได้ทราบ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าในเรื่องเวลาผมขออนุญาตตรงนี้ไว้ก่อนครับ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่ได้ตกลงเวลาผมว่าอย่างนี้ก็แล้วกัน เอาท่านละประมาณสัก ๑๐ นาทีนะครับ แต่ท่านจะสังเกตดูว่าผมไม่เคยตัดเวลาท่านใดเลย เพียงแต่ว่ากําหนดไว้เปึนกรอบให้ท่าน ได้รู้ว่าขณะนี้ท่านใช้เวลาไปเท่าไรแล้ว เชิญคุณประกอบ รัตนพันธ์ ครับ

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้แปรญัตติในมาตรา ๓ ถึงงบประมาณในภาพรวม ๑.๘๓๕ ล้านล้านบาท ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในมาตรา ๓ เปึนการพูดทั่วไป ลงในภาพรวม ผมจะใช้เวลาอยู่ในกรอบเวลาให้ได้ เพราะว่าผมได้สงวนไว้หลายมาตราครับ เฉพาะมาตรานี้เปึนมาตราโดยทั่วไป และผมกราบเรียนว่าเปึนมาตราที่มีความสําคัญที่สุด มาตราหนึ่งก็เพราะอะไรครับ ก็เพราะว่าในการใช้จ่ายงบประมาณนั้น ผมเรียนว่า หลักสําคัญที่สุด คณะกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ จะต้องมีหลักคิด ที่สําคัญที่สุดก็คือเรื่องหลักธรรมาภิบาล ผมกราบเรียนว่าถ้าคณะกรรมาธิการไม่ได้ นําหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการกระจายเม็ดเงินไปสู่ภูมิภาคอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน และไม่สามารถดูแลเม็ดเงินนั้นเกิดประสิทธิภาพ ผมกราบเรียนว่าจะเปึนปัญหา อย่างแน่นอน บังเอิญผมได้ตรวจสอบในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ ของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ แล้วก็ต้องตัดสินใจที่จะพิจารณาตัดลดเม็ดเงิน งบประมาณทั้งหมดลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับในการตัดลดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ผมกราบเรียนว่ามันเปึนเรื่องที่ไม่ใช่ว่านึกได้ นึกตัด หรือว่าตัดเพื่อที่จะ ได้มีโอกาสมาอภิปรายงบประมาณในสภา แต่ผมกราบเรียนว่าเปึนเรื่องยากมากที่เราจะ ตัดงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ การพิจารณา งบประมาณในมาตรา ๓ ผมยึดหลักเรื่องของธรรมาภิบาล และในเรื่องธรรมาภิบาล ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพียง ๒ เรื่องเท่านั้น ก็คือเรื่องหลักความเสมอภาค และเรื่องของหลักความโปร่งใส เรื่องหลักความเสมอภาคผมได้ตรวจสอบงบประมาณ เกือบทุกมาตรา ทุกกระทรวง แต่ว่ามาสะดุดกระทรวงหนึ่งซึ่งเปึนการเพิ่มงบประมาณ ให้กับงบประมาณรายจ่ายของแต่ละจังหวัดในมาตรา ๒๙ จริง ๆ แล้วมาตราอื่น เช่นเดียวกันครับ แต่ว่าผมจะเอาไปพูดในการอภิปรายในมาตราต่าง ๆ แต่ว่าตรงนี้ ที่สะดุด เพราะว่าคณะกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายได้พิจารณาตัดเม็ดเงินของ รายจ่ายตามมาตรา ๒๙ ตัดเสร็จแล้วก็เพิ่มมาใหม่ เหมือนที่เพื่อนกรรมาธิการหลายท่านให้ข้อสังเกตว่าบางครั้งตัดแล้วก็เพิ่ม แทบไม่มี ประโยชน์อะไรเลย แต่ว่าในงบประมาณของจังหวัด รายจ่ายของจังหวัดนั้น ผมกราบเรียน ว่ามันค่อนข้างจะมีปัญหาในหลักคิดของคณะกรรมาธิการว่าเมื่อท่านตัดมาแล้วท่านมี หลักอะไรในการเพิ่มงบประมาณให้กับจังหวัดทุกจังหวัด บางจังหวัดท่านประธานครับ ได้ร้อยกว่าล้าน เพิ่มกลับไปร้อยกว่าล้านบาทนะครับ บางจังหวัดได้ส ๑๐ ล้านบาท ผมก็ ไปตรวจสอบดูว่าเราจะให้ตามความสําคัญของโครงการหรือเปล่า หรือให้ตามจํานวน ประชากรหรือเปล่า หรือให้จากเงินภาษีที่เก็บได้จากจังหวัดนั้นหรือเปล่า ก็ไม่ใช่ ผมดู ไม่ออกจริง ๆ ครับ ก็เลยอยากจะกราบเรียนคณะกรรมาธิการว่าท่านใช้หลักคิดอย่างไร ในการตัดงบประมาณรายจ่ายแล้วก็เพิ่มไปให้แต่ละจังหวัดในสัดส่วนที่ไม่มีความเปึนธรรม ที่ผมกราบเรียนตรงนี้เพราะว่าการใช้จ่าย การจัดสรรงบประมาณถ้าเกิดขาดหลักเสมอ ภาคแล้วมันก็ไม่ต้องพูดถึงแล้วครับ ผมไม่อยากให้การจัดตั้งงบประมาณป้นี้เหมือนกับที่ เขาเคยนินทาว่าจังหวัดไหนไม่เลือก ส.ส. ฝ์ายรัฐบาล จังหวัดนั้นได้น้อย จังหวัดนั้นมาที หลัง จังหวัดไหนมี ส.ส. ของฝ์ายรัฐบาล จังหวัดนั้นได้มาก อย่างนี้ผมคิดว่ามันต้องยกเลิก ต้องยกเลิกครับ มันใช้ไม่ได้จริง ๆ ผมก็สงสัย เมื่อดูเพียงมาตราเดียวเท่านั้นเองครับก็คือ งบประมาณจังหวัดซึ่งอยู่ในอํานาจของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด อยู่ภายในจังหวัดย่อมรู้อะไรควรไม่ควรในการพัฒนานะครับ แต่ว่าท่านตัดแล้วก็ท่านเพิ่ม ให้นี่ใช้หลักการอะไร

ผมขออนุญาตอย่างนี้ท่านประธานครับ ในจังหวัดที่ได้งบประมาณมาก นะครับ ท่านลองดูสิครับ อันดับ ๑ เลยครับ ๑๗๕ ล้านบาท เพิ่มให้เลยนะครับคือจังหวัด อุบลราชธานี จังหวัดขอนแก่นได้ ๑๓๘ ล้านบาท จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ ๑๓๘ ล้านบาท เพิ่มนะครับ จังหวัดยโสธร ๑๑๙ ล้านบาท จังหวัดนครปฐม ๑๑๘ ล้านบาท จังหวัดสมุทรสาคร ๑๐๒ ล้านบาท นิดเดียวครับ จังหวัดเล็ก ๆ ๑๐๐ กว่าล้าน แต่หลาย จังหวัดครับที่ได้ ๑๐๐ กว่าล้านบาท ๙ จังหวัด นอกนั้น ๑๑ จังหวัดได้ ๑๐ ล้านบาท เท่ากัน ได้ ๑๐ ล้านบาทเพิ่ม ๑๐ ล้านบาท ผมถามว่าท่านใช้หลักอะไร หรือหลักคิดง่าย ๆ ว่าอันนี้เอาไป ๑๐ ล้านบาท อันนี้ให้ ๑๐๐ ล้านบาท อันนี้ ๕๐ ล้านบาท ไม่ได้ดูข้อเท็จจริง ถ้าดูข้อเท็จจริงมันไม่ลง ๑๐ ล้านบาท ไม่ลง ๑๐๐ ล้านบาทอย่างแน่นอน นี่เพียง มาตราเดียวที่เปึนข้อสังเกตนะครับ

ส่วนที่ ๒ ท่านประธานครับ ในส่วนของความโปร่งใส ผมกราบเรียนว่าวันนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตัดสินใจตัดเลยครับ ๕ เปอร์เซ็นต์ ๘ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะอะไรครับ เพราะเขามีความเชื่อว่าประเทศเรานั้นเปึนประเทศที่ขาดความโปร่งใส ขาดความโปร่งใสครับ ทางราชการตั้งงบประมาณมาเผื่อตัด เพราะฉะนั้นตัดไว้ก่อน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สอดรับกับวัฒนธรรมการคอร์รัปชันของสังคมไทย ท่านประธานคงนึกได้ นะครับว่าพวกเรามีความเชื่อ การคอร์รัปชันเหมือนวัฒนธรรมครับ คือสืบทอดกันมา ยาวนาน วัฒนธรรม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์หลายคนบอกว่าน้อยครับวันนี้ การกระจายอํานาจไปสู่ท้องถิ่นหลายคนบอกว่านั่นคือการกระจายคอร์รัปชั่น ตรงนี้ที่ผม กราบเรียนคือเรามีความเชื่อครับ มีความเชื่อลึก ๆ ว่าบ้านเมืองเรานั้นมีการคอร์รัปชั่น เมื่อมีการคอร์รัปชั่นก็ตัดไปได้เลยไม่ต้องคิดอะไรมาก ผมก็ตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ไว้ก่อน เพราะเชื่อว่าส่วนราชการตั้งงบประมาณเผื่อการโกงไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่านโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อสภาแห่งนี้เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ นโยบาย ๒๗ หน้า ท่านประธานลองดูสิครับ รัฐบาลชุดนี้ให้ความสําคัญเรื่องการคอร์รัปชั่น เรื่องความโปร่งใสเพียง ๒ บรรทัด ไม่ให้ความสําคัญในเรื่องการดูแลบ้านเมือง การจัดสรร งบประมาณการบริหารราชการแผ่นดินให้มีธรรมาภิบาล ไม่มีเลยท่านประธานไปดู ข้อสังเกต ผมสังเกต ๒ - ๓ เรื่องครับ

คือเรื่องที่ ๑. ในนโยบายรัฐบาลนั้นไม่ได้พูดถึงองค์กรอิสระที่มีบทบาท สําคัญต่อการตรวจสอบการคอรัปชั่น ไม่ว่า กกต. ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ ก็ถือว่า เปึนองค์กรอิสระตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ การแถลงของรัฐบาลต่อสภาแห่งนี้ไม่ได้ เน้นเลยครับว่าทําอย่างไร ช่วยเสริมสร้าง ช่วยสนับสนุน ให้องค์กรอิสระไม่ว่า กกต. ไม่ว่า ป.ป.ช. ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญให้เขามีความแข็งกล้า มีความเชื่อมั่นในการปราบปราม การทุจริต นอกจากไม่ส่งเสริมแล้วท่านประธานครับ แนวโน้มของรัฐบาลยังส่อไปที่ทําให้ องค์กรเหล่านี้อ่อนแอไปแทรกแซง อย่างนี้ผมเลยกราบเรียนท่านว่า ผมไม่เชื่อ

เรื่องที่ ๒ ท่านครับ ถ้าท่านประธานไปตรวจสอบดูในนโยบายรัฐบาล ในเรื่องกระบวนการยุติธรรม เริ่มตั้งแต่ตํารวจ อัยการ ศาล กระทรวงยุติธรรม นโยบาย รัฐบาลไม่พูดถึงเรื่องนี้เลยครับ เพราะมองว่าเรื่องการโกงกินนั้นเปึนวัฒนธรรม ซึ่งน่าเสียดายมาก ๒ - ๓ เรื่องในสภา ผมอยากถามคณะกรรมาธิการงบประมาณ นะครับว่า ท่านจะพูดเรื่องนี้ไหมที่เราพูดและตกใจมากในสภาแห่งนี้คือการเรียก งบประมาณรายจ่ายป้ ๒๕๕๑ มากองไว้ และไปใช้เพื่อการคอร์รัปชัน โครงการที่เพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพูดมากที่สุดก็คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรียกงบประมาณเข้ามาส่วนกลาง ๑,๐๐๐ ล้านบาทเมื่อปลายป้ ไปทําฝายแม้ว ฝายละ ประมาณ ๕,๐๐๐ บาท ไปจ้างประชาชนไปทําประมาณ ๑,๐๐๐ บาท โกง ๔,๐๐๐ บาท โกง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ผมเสียดายครับผมตัดเพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ที่จริงเฉลี่ยน่าจะตัด มากกว่านี้ กรณีการทุจริตในมหาวิทยาลัยราชมงคลศรีวิชัย ผมถามว่าวันนี้ทาง สภาคณาจารย์เขาร้องเรียนมาที่ สกอ. นานแล้วครับ ร้องเรียนมาที่กระทรวงศึกษาธิการ แต่เขาโทรศัพท์บอกผมว่าวันนี้เขายังไม่ได้รับคําตอบเลย สิ่งเหล่านี้คณะกรรมาธิการ งบประมาณเคยพูดจาปราศรัยกันไหม เคยเรียกมาถามหรือไม่ เรื่องของความ โปร่งใส ท่านประธานครับ นอกจากในบ้านเมืองเราแล้วผมกราบเรียนท่านประธานว่า แม้แต่ต่างประเทศเขาก็ดูถูกดูแคลนคนไทยว่าประเทศไทยเปึนประเทศคอร์รัปชั่น เพิร์ก ที่ท่านอลงกรณ์ได้กราบเรียนเมื่อสักครู่ครับ เขาศึกษาประเทศเอเชีย ๑๓ ประเทศจาก นักธุรกิจนานาชาติที่ไปลงทุนในประเทศเอเชีย ถามว่าประเทศไหนโกงที่สุด ประเทศไทย มาอันดับ ๒ รองจากผมไม่เอ่ยชื่อประเทศเพื่อนบ้าน แต่ของเราโกงมากที่สุดมาลําดับ ๒ องค์กรโปร่งใสนานาชาติวิจัยศึกษาก็รายงานว่าประเทศไทยของเรา ๑๐ ป้ย้อนหลัง คะแนนความโปร่งใส ๑๐ คะแนนคือประเทศไหนไม่คอร์รัปชั่นเลยได้ ๑๐ ท่านเชื่อไหม ๑๐ ป้ย้อนหลังประเทศไทยไม่ถึงครึ่งครับ ได้ ๓.๕ ๒.๗ ๒.๕ อันนี้คืออะไรครับ นี่คือ วัฒนธรรมการคอร์รัปชั่นของประเทศไทย ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ถ้าเกิดคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ได้เรียกส่วนราชการมาสอบถามถึงโครงการป้ที่แล้วว่ามีความโปร่งใสมากขนาดไหน ผมกราบเรียนว่าป้นี้ไม่มีข่าวหนังสือพิมพ์เลยครับ ไม่มีข่าวเลยว่ากรรมาธิการเอาใจใส่ เพื่อซักฟอกในเรื่องนี้ ก็ทําให้ส่วนราชการนักการเมืองร่วมกันโกง ผมเคยพูดสภาแห่งนี้ ท่านประธานจําได้ว่าประเทศไทยจะฉิบหาย ขออภัยครับ ถ้าเกิดนักการเมืองรวมหัว กับข้าราชการและพ่อค้าคดโกงประเทศชาติ เราไปไม่ได้แน่นอน เพราะฉะนั้นผมเลย กราบเรียนท่านประธานว่าหลักธรรมาภิบาล คณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ได้สอบถามผู้มาชี้แจงงบประมาณหรือไม่ว่าแต่ละกระทรวง ทบวง กรม นั้น ท่านใช้ หลักธรรมาธิบาลในการจัดสรรงบประมาณลงสู่จังหวัดอย่างไร และท่านได้สอบถาม ในเรื่องของการคดโกงคอร์รัปชั่นโครงการต่าง ๆ ในประเทศเราหรือไม่ และท่านได้ถาม หรือไม่ว่าการคอร์รัปชั่นนั้นเปึนสิ่งเลวร้ายที่สุดในประเทศ ส่วนราชการจะปกปัองอย่างไร ต้องกราบเรียนท่านประธานถามไปยังกรรมาธิการด้วยความเคารพครับ ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณนคร มาฉิม ครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๓ ผมแปรญัตติขอปรับลดไว้ร้อยละ ๑๕ ของ งบประมาณที่ตั้งไว้ ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมมาพิจารณาดูในรายละเอียดว่าทิศทาง ในการบริหารและก็จัดสรรงบประมาณทั้งหมดที่เปึนเงินภาษีและก็เปึนเงินกู้ยืมในนาม ของประเทศ ทั้งหมดคณะกรรมาธิการมีทิศทางในการที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยของเรา ไปในทิศทางใด ท่านประธานที่เคารพครับ แบบที่เพื่อนสมาชิกได้กราบเรียนท่านไปแล้ว ก็คือทุกบาททุกสตางค์ที่เปึนงบประมาณแผ่นดินคือเลือดเนื้อหยาดเหงื่อของคนไทย ทั้งประเทศ ทั้งที่ได้มาจากภาษีทางตรงและก็ภาษีทางอ้อม ภาษีทางตรงก็คือหักจาก เงินเดือนของข้าราชการประจําหรือแม้กระทั่งพวกเราที่เปึน ส.ส. ก็ต้องถูกหักโดยตรง อยู่แล้วทุกเดือน ประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อเดือน แล้วก็ภาษีทางอ้อมก็คือภาษีต่าง ๆ ที่เก็บ คือภาษีแบบภาษีแวต (VAT) ๗ เปอร์เซ็นต์ เราซื้อสินค้าตั้งแต่เครื่องอุปโภคบริโภค ทุกอย่าง ก็คือประชาชนทั้งหมดจะต้องร่วมกันเสียเรียกว่าภาษีทางอ้อม รวมกันมาแล้วก็ คืองบประมาณแผ่นดินทั้งหมด ท่านประธานที่เคารพครับ การใช้งบประมาณแผ่นดิน สภาคือตัวแทนของคนไทยทั้งประเทศ จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ รอบด้าน เปึนธรรม แล้วก็ยั่งยืน แล้วก็สะท้อนกลับงบประมาณไปก่อให้เกิดประโยชน์สุขให้กับพี่น้อง ประชาชนให้เต็มเม็ดเต็มหน่อย แล้วก็ให้มากที่สุด บนพื้นฐานของความมั่นคงทั้ง ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง แล้วก็ยั่งยื่นด้วยในทุก ๆ ด้าน ทิศทางในการบริหารจัดการ งบประมาณของรัฐบาลที่เสนอต่อสภา แล้วก็ตัวแทนของรัฐบาลและก็ตัวแทนของสภาที่ ไปเปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําป้ ๒๕๕๒ ที่เปึนตัวแทนของพวกเราท่านเองไม่ได้สะท้อน ไม่ได้พูดถึงประเด็น ปัญหาที่เราตั้งข้อสังเกตในการพิจารณาตั้งแต่วาระที่ ๑ มาเลย กลับไปเห็นพ้องต้องกัน ทั้งหมดโดยปราศจากการกําหนดยุทธศาสตร์อย่างมีทิศทาง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมตั้งข้อสังเกตสั้น ๆ งบประมาณที่ตั้งไว้ทั้งหมดนี้ เปึนรายจ่ายประจํา ๗๒.๘ เปอร์เซ็นต์ คิดเปึนเงิน ๑,๓๓๖,๔๖๕,๙๐๐,๐๐๐ บาท ๗๒.๘ เปอร์เซ็นต์ คืองบรายจ่ายประจํา ก็เปึน เงินเดือนเปึนบําเหน็จบํานาญเปึนสวัสดิการต่าง ๆ ตามที่กฎหมายบัญญัติ งบในการ พัฒนา งบในการพัฒนาเรามีแค่เพียงเท่านี้ครับ ท่านประธานครับ มีแค่เพียง ๒๒.๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ก็คือ ๔๐๗,๓๑๗,๘๐๐,๐๐๐ บาท แล้วที่นี้เราจะขับเคลื่อน ประเทศไทยของเราไปในทิศทางไหน ท่านประธานครับ ย้อนกลับมาดูฐานประชากร โดยรวมของประเทศ ท่านประธานครับ ลูกหลานของคนไทยทั้งประเทศที่อายุต่ํากว่า ๑๕ ป้ ๑๓,๖๓๕,๐๐๐ คน เราจะพัฒนาส่งเสริมสนับสนุนให้ลูกหลานของเราเดินไปในทิศทางใด เราต้องการสร้าง ทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรของคนในชาติเหล่านี้ เดินไปให้เปึนผู้เชี่ยวชาญด้านไหน ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านเทคโนโลยี ด้านอุตสาหกรรม ด้านการเกษตร หรือด้านบริการ ต่าง ๆ อย่างไรให้สอดคล้องกับภาวการณ์ของโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก ถ้าเกิด ว่าทรัพยากรบุคคลของเราด้อยคุณภาพกว่าประเทศอื่น เราเปึนทาสเขาครับ ทั้งวัฒนธรรม ทั้งสังคม แต่ถ้าเกิดว่าเราสร้างทรัพยากรมนุษย์ของเรานะครับคนในชาติให้เข้มแข็งมี ภูมิต้านทานที่ดี มีความรู้ไม่เปึนรองใครในโลกนี้ ผมเชื่อว่าประเทศไทยคือมหาอํานาจ ประเทศหนึ่งในช่วงวัยทํางานครับ อายุ ๑๕ ถึง ๕๙ ป้ ๔๒,๔๔๔,๐๐๐ คน รัฐบาล มียุทธศาสตร์อย่างไรที่จะกระจายงบประมาณออกไปทั้งหมด เพื่อที่จะสร้างเงิน สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพให้เกิดขึ้นกับประชาชนทุกภาคส่วนอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน โดยไม่แบ่งภาค โดยไม่แบ่งจังหวัด โดยไม่แบ่งว่าฝ์ายค้านหรือรัฐบาลอย่างเท่าเทียมกัน ผู้ที่มีวัยสูงอายุก็คือพ่อ แม่ของพวกเรา อายุ ๖๐ ป้ขึ้นไป ๗,๐๔๒,๐๐๐ คน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเองตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ เปึนผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ แล้วก็ผ่าน ความเห็นชอบ แล้วก็บังคับใช้ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ แนวนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์เองที่ได้ เสนอต่อคนไทยทั้งประเทศในการเลือกตั้ง วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา เราก็ตั้งไว้ว่า นโยบายถ้าผู้สูงอายุทุกคน ท่านคือผู้มีพระคุณต่อแผ่นดิน ต่อพวกเรา ต่อลูกหลานทุกคน ควรที่จะได้รับการดูแลจากภาครัฐ ๗ ล้านกว่าคน อย่างน้อยที่สุดให้ได้รับเบี้ยยังชีพ เดือนละสัก ๕๐๐ เพื่อตอบแทนบุญคุณของท่านบ้าง ให้ท่านได้มีโอกาสที่จะมีเงินทอง พอใช้จ่ายบ้าง ให้รัฐดูแลท่านบ้าง ๗ ล้านกว่าคน ถ้าเกิดว่าตั้งงบประมาณไว้ ประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้งบประมาณ ผู้สูงอายุทุกคนจะได้รับการดูแลทั้งประเทศ แต่ก็ ไม่มีครับ ในภาพรวมแล้วไม่มี ในรัฐบาลปัจจุบัน ผมเลยเสียใจว่า แล้วรัฐบาลมีนโยบาย ที่จะวางยุทธศาสตร์เรื่องนี้อย่างไร ที่จะดูแลด้านสวัสดิการ ดูแลพ่อ แม่ ดูแลปู์ ย่า ตา ยาย ของพวกเรา ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งนี้คือข้อเท็จจริงที่เปึนอยู่ แล้วก็คณะกรรมาธิการ ของสภาเราก็ไม่ได้สนองตอบต่อข้อคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภาโดยภาพรวม ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในด้านเศรษฐกิจ เราควรที่จะพัฒนาประเทศของเราให้เดินไปในทิศทางไหน ผมยกตัวอย่างเช่น สิงคโปร์ เขามีการบริการที่เปึนหนึ่ง มีธรรมาภิบาลที่เยี่ยมในระดับโลก ญี่ปุ์นเขาเปึนอุตสาหกรรม เปึนมหาอํานาจด้านเศรษฐกิจของโลก ยุโรปเขาพัฒนา ทรัพยากรบุคคลของเขาให้เปึนหนึ่ง แต่ประเทศไทยของเราครับท่านประธาน จุดแข็งของ เรามากที่สุดก็คือประเทศเราชื่อว่าสุวรรณภูมิ ประเทศของเรามีความเข้มแข็งในด้าน การเกษตร เรามีการพัฒนาแหล่งน้ําให้เกิดขึ้นอย่างทั่วถึง เปึนธรรม เท่าเทียม แล้วก็ขยาย โอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจในด้านนี้ให้กับเรามากน้อยแค่ไหน แต่พอมาดูงบประมาณ รวมทั้งประเทศ ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาทแล้วนะครับ กรรมาธิการไม่ได้นําเรื่องนี้สนองต่อ ความต้องการของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ไม่ได้สนองตอบต่อเปัาประสงค์ที่ผู้แทน ปวงชนทั้งสภามอบหมาย เพื่อที่จะให้ท่านผลักดัน ขับเคลื่อน และก็ให้รัฐบาลให้ ความสําคัญในการพัฒนาแหล่งน้ํา แล้วก็ทรัพยากรน้ําทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ํา ๖๐,๐๐๐ กว่า ลุ่มน้ําย่อย ท่านประธานครับ ถ้าเกิดว่าเรามีเปัาหมาย มียุทธศาสตร์ที่จะพัฒนาประเทศ ของเรานี่นะครับ ให้เปึนอู่ข้าวอู่น้ํา หรือเปึนครัวของโลก มันจะสะท้อนผ่านมาจากการใช้ งบประมาณรายจ่ายในแต่ละป้เพื่อขับเคลื่อนประเทศของเราไปสู่เปัาหมายอันนั้น ตามแผนการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เช่นเดียวกันครับ ส่วนใหญ่ การใช้จ่ายงบประมาณจะเปึนการใช้จ่ายแบบฉาบฉวย ท่านประธานครับ อย่างเช่น เอาเงินไปให้เปึนกองทุน ซึ่งถามว่าดีไหม ดีบางส่วน แต่ว่าก็มี ผลเสียในระยะยาว แล้วก็บางส่วนก็คือไม่ยั่งยืนและก็ก่อภาระหนี้สินในภาคประชาชน เพิ่มมากขึ้น อันนี้ก็คือสิ่งที่อยากจะฝากและก็อยากจะขอคําตอบจากคณะกรรมาธิการ ผ่านท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ แผนในการพัฒนาการเมือง เรามีการกําหนด ในการใช้จ่ายพัฒนาบ้านเมืองของเราไปในทิศทางไหน แล้วท่านได้ประเมินหรือไม่ว่า การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินของเราในแต่ละป้ มันก่อให้เกิดความแตกแยกหรือ ความสมัครสมานสามัคคีกันแน่ ผมยกตัวอย่างเรื่องที่ผ่านมา แล้วก็การใช้งบประมาณ แผ่นดินที่ผ่านมาจากผู้นําท่านหนึ่ง อดีตผู้นําว่าถ้าจังหวัดนี้ไม่เลือกรัฐบาลแบบที่พูด ๆ กัน ก็เอาไว้ทีหลัง คือเปึนพลเมืองชั้น ๒ แต่ถ้าเกิดว่าจังหวัดนี้เลือกฝ์ายรัฐบาลพัฒนาเปึน ที่หนึ่งในทุก ๆ ด้าน การใช้งบประมาณในทํานองนี้ก่อให้เกิดปัญหาความแตกแยกของคน ในชาติหรือเปล่า แล้วก็นํามาซึ่งปัญหาความขัดแย้งอย่างรุนแรงจนไม่เคยเกิดขึ้น ในประวัติศาสตร์ทางการเมืองเช่นที่ผ่านมาจนถึงวิกฤตการณ์ในทางการเมืองเช่นที่เปึนอยู่ ในปัจจุบันหรือไม่ เปึนสิ่งที่น่าคํานึงและก็น่าคิด ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้น ผมจะใช้เวลาในมาตรา ๓ นี้อย่างจํากัดเพื่อเคารพต่อสภา แต่ว่าอยากจะให้เห็นภาพรวม ทั้งหมดก่อน ส่วนรายละเอียดทั้งหมดผมจะขอสงวนสิทธิในการที่จะอภิปรายในแต่ละ มาตรา ในแต่ละกระทรวง กราบขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์ดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญคุณเจิมมาศ จึงเลิศศิริ

นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน เจิมมาศ จึงเลิศศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้สงวนคําแปรญัตติในมาตรา ๓ ไว้นะคะ โดยขอปรับลดลง ร้อยละ ๒๐ เนื่องจากว่าดิฉันเห็นว่าการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลนั้นยังไม่เหมาะสม และก็ยังไม่สอดคล้องกับการบริหารพัฒนาประเทศ จึงขอปรับลดลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เห็นว่าการจัดสรรงบประมาณนั้นในบางเรื่องนั้นรัฐบาลยังใช้จ่ายงบประมาณ อย่างฟุ์มเฟ๋อย ยังไม่เหมาะสม แต่ในบางเรื่องนั้นยังให้งบประมาณน้อยเกินไป ดิฉันขอพูดในส่วนของผู้พิการ ซึ่งดิฉันดูแล้วผู้พิการนั้นได้รับงบประมาณน้อยมาก ทางรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณให้ผู้พิการในหมวดส่งเสริมพัฒนาสถาบันครอบครัว เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ และผู้พิการในกระทรวงพัฒนาสังคม แต่ดิฉันมองว่าการที่ เราจะพัฒนาคนพิการให้ยั่งยืนทั้งระบบนั้นไม่เพียงที่เราจะต้องพัฒนาแค่ในกระทรวง พัฒนาสังคมเท่านั้น แต่ว่าเราจะต้องมองถึงรากฐาน ก็คือการพัฒนาด้านการศึกษาให้กับ พวกเขาด้วย โครงการศึกษาพิเศษยังมีจํานวนไม่เพียงพอ แล้วก็การที่คนพิการเขาจะหา สถานที่เรียนหนังสือนี่นะคะหายาก ผู้ปกครองเองต้องช่วยเหลือกันเองในการที่จะหา สถาบันที่เหมาะสมให้กับลูกหลานที่เปึนเด็กพิการ แล้วก็การที่เราช่วยพัฒนาเขาอย่าง ยั่งยืนในทุก ๆ ภาคส่วนในทั้งระบบนั้น เขาก็ต้องการสิ่งอํานวยความสะดวกที่จะให้เขาอยู่ ในสังคมได้อย่างมีความสุข เพราะฉะนั้นดิฉันจึงขออนุญาตท่านประธาน ขออภิปราย ในมาตรา ๓ ซึ่งเปึนภาพรวมของหลาย ๆ กระทรวงด้วยกัน คนพิการในประเทศไทยนั้น ทราบไหมว่ามีจํานวนเท่าไร ที่มาจดทะเบียนกับกระทรวงนั้นทั้งคนหูหนวก เปึนใบ้ คนตาบอด คนพิการแขน ขาและพิการทางสติปัญญา ประมาณเกือบ ๒ ล้านคน ที่มาขึ้นทะเบียนกับ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แต่ว่าที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนอีกจํานวน เท่าไร เราก็ยังไม่ทราบ เนื่องจากเขาคงเห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถช่วยเหลือเขาได้จริงจัง เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่เห็นความสําคัญที่จะต้องมาขึ้นทะเบียนคนพิการ เราจึงมีตัวเลข ในระบบเพียงเกือบ ๒ ล้านคนเท่านั้น ซึ่งดิฉันคิดว่าจะต้องมีมากกว่านี้ แล้วก็คนพิการเหล่านี้เมื่อเราเปรียบเทียบเขากับ กลุ่มต่าง ๆ ในสังคม เขาถือว่าเปึนคนที่ด้อยโอกาสที่สุด เปึนคนที่ตัวเล็กที่สุดในสังคม เสียงเบาที่สุด แต่วันนี้ดิฉันขอเปึนตัวแทนพวกเขาพูดดัง ๆ ให้กับรัฐบาลได้ทราบว่า ตรงนี้ ยังมีคนตัวเล็ก ๆ ที่รอคอยความช่วยเหลือจากท่านอยู่ การจัดสรรงบประมาณนั้นควรจะ คํานึงถึงความสําคัญของผู้พิการเหล่านี้ ยกตัวอย่างเช่น งบประมาณในส่วนของ ภาครัฐวิสาหกิจ โครงการเมกะโปรเจคท์ใหญ่ ๆ ของรัฐบาลที่ผ่านมา ไมว่าจะเปึน สนามบินสุวรรณภูมิ หรือโครงการรถไฟฟัา อันนี้ดิฉันขอพูดเพื่อเปึนอุทธาหรณ์ว่า ปัญหาเคยเกิดขึ้นมาแล้ว เพราะฉะนั้นในงบประมาณที่เราจะจัดสรรในอนาคต ในป้ ๒๕๕๒ นี้ มีโครงการเมกะโปรเจกท์ อย่างเช่น โครงการรถไฟฟัา เราเตรียม ความพร้อมให้กับผู้พิการเหล่านี้มากน้อยเพียงใด ดิฉันได้เคยพาผู้พิการไปที่สนามบิน สุวรรณภูมิตอนที่เพิ่งทําการสร้างเสร็จใหม่ ๆ ไปทดลองการใช้สิ่งอํานวยความสะดวกของ สนามบินสุวรรณภูมิสําหรับผู้พิการ เชื่อไหมคะ โครงการเปึนแสน ๆ ล้านบาท แต่เขาลืม ที่จะวางแผนสร้างสิ่งอํานวยความสะดวกที่เหมาะสมให้กับผู้พิการ น่าอับอายมาก โครงการระดับชาติ ระดับโลกอย่างนี้คนพิการเองเขาไปทดลองใช้ แม้กระทั่งลิฟต์ เวลาเข้าไปในลิฟต์ถ้าเปึนคนตาบอดเขาไม่สามารถเข้าไปลําพังคนเดียวได้ เพราะว่าลิฟต์ นั้นไม่มีเสียงบอก หรือเสียงเตือนว่าตอนนี้กําลังขึ้นหรือลง หรือถึงชั้นไหนแล้ว มีแต่ตัวเลข เพราะฉะนั้นคนตาบอดก็ใช้ลิฟต์ที่สนามบินสุวรรณภูมินั้นไม่ได้ คนหูหนวกเวลาเครื่องบิน จะขึ้นมีการเรียกเตือน เขาก็ต้องเคยเฝัาดูจอซึ่งมีอยู่เพียงไม่กี่จุดว่าเครื่องจะขึ้นหรือยัง เพราะไม่อย่างนั้นเขาจะต้องตกเครื่อง เพราะเขาไม่ได้ยินเสียงเตือน แม้แต่ในห้องน้ํา ห้องสําหรับผู้พิการมีค่ะ แต่เปึนห้องที่เล็กแคบเขาไม่สามารถที่จะหมุนตัวได้ รถเข็นเข้าไป ก็ไม่สามารถจะหมุนตัวได้สะดวก อ่างล้างหน้าก็อยู่สูงเกินไป ขอบอ่างก็คมบาดมือเวลา ล้างมือ อันนี้เปึนสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เรามองข้ามไม่เห็นความสําคัญ เวลาเราสร้างโครงการ ใหญ่ ๆ แต่ว่าเพิ่มเงินอีกเพียงไม่เท่าไร แต่ว่าให้สิ่งอํานวยความสะดวกที่เหมาะสมกับ พวกเขาก็ลืมเห็นความสําคัญของพวกเขาไป หรือแม้แต่โครงการรถไฟฟัาทราบไหมคะว่า เขาลืมอะไรสําหรับผู้พิการ ลืมสร้างลิฟต์ให้ค่ะ มีแต่บันไดเลื่อน แล้วผู้พิการที่ไปด้วยลําพัง คนเดียวเขาจะขึ้นอย่างไร มีลิฟต์ค่ะ มีเพียงบางสถานที่เปึนสถานีหลัก ๆ เท่านั้น อย่างเช่น สยามสแควร์ ที่อนุสาวรีย์ คนพิการเขาบอกว่าเขาขึ้นได้ที่มีลิฟต์ แต่เขาลงไม่ได้ เพราะว่า สถานีนี้ไม่ได้มีทุกสถานีให้เขาลง เพราะฉะนั้นถ้าเขาขึ้นไปเขาก็ต้องขึ้นจากสถานีหนึ่ง ไปลงอีกสถานีหนึ่งที่เปึนสถานีหลักเท่านั้น แล้วเขาจะต้องนั่งรถต่อแล้วเขาจะขึ้นทําไม เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่ต้องขึ้นให้ลําบากดีกว่า อันนี้เรามองข้ามไป ดิฉันก็ขอให้การจัดสรร งบประมาณของรัฐบาลในอนาคตนั้นอย่าลืมนึกถึงตรงนี้ เพราะดิฉันเห็นการตั้งที่ปรึกษา ในแต่ละโครงการใหญ่ ๆ นั้น ค่าที่ปรึกษานั้นเปึนหลักพันล้านบาท ซึ่งไม่น่าจะมองข้าม สิ่งเหล่านี้ไปเลย แล้วก็คนพิการเองเขาก็ต้องการให้ความสําคัญกับการส่งเสริมการศึกษา การฝ๊กอาชีพ เมื่อพูดถึงเรื่องการฝ๊กอาชีพนั้น ดิฉันขอพูดแทนเขาหน่อยว่าจะมี พระราชบัญญัติขอทานที่สงวนอาชีพไว้สําหรับคนพิการ พระราชบัญญัติขอทาน ซึ่งคนพิการเขาบอกว่าเขาไม่ต้องการ เขาบอกว่าช่วยไปพูดดัง ๆ หน่อยว่าเขาไม่ต้องการ พระราชบัญญัติขอทาน เพราะว่าคนพิการไม่จําเปึนต้องเปึนคนพิการ คนที่มีการศึกษา มีความรู้ เขามีเกียรติ มีศักดิ์ศรีค่ะ มีความสามารถที่เขาจะได้ทํางานช่วยเหลือตนเองได้ ทําไมจะต้องไปจํากัดเขาแค่อาชีพขอทานเท่านั้น อันนี้เราอย่ามองข้ามนะคะ เพราะฉะนั้น ดิฉันเองขอกราบเรียนท่านว่า คนพิการเหล่านี้เขาไม่ต้องการความเห็นใจ ความสงสาร หรือว่ารอเพียงเบี้ยยังชีพเดือนละ ๕๐๐ บาท จากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ซึ่งเขาบอกว่าเขาได้กันแค่ประมาณ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ได้ไม่ทั่วถึง แล้วก็ต้องมานั่งรอ แต่ว่าพวกเขาเหล่านั้นต้องการโอกาส ไม่ได้ต้องการความสงสาร แต่ต้องการโอกาสค่ะ เราจะสร้างโอกาสให้เขาที่สามารถที่จะช่วยเหลือตัวเอง ให้เขายืน หยัดอยู่ในสังคมได้อย่างมีเกียรติและมีศักดิ์ศรี พวกเขานั้นเปึนผู้พิการก็จริง แต่เขาพิการ เพียงร่างกาย แต่จิตใจไม่พิการ ดิฉันว่าพวกเขายังดีกว่าคนที่ร่างกายแข็งแรงแต่จิตใจ พิการ ทําร้ายได้แม้กระทั่งเด็ก ผู้หญิง คนแก่ ที่ไม่มีทางสู้ ไม่มีอาวุธ ก็ขอฝากไว้สําหรับ รัฐบาลที่จะจัดสรรงบประมาณ ดิฉันไม่ได้อยากจะขอตัดงบประมาณในส่วนของคนพิการ ดิฉันต้องการให้ปรับลดในส่วนที่ฟุ์มเฟ๋อย แต่ว่าพยายามจัดสรรเพิ่มให้กับผู้พิการเหล่านี้ เพื่อให้เขาสามารถยืดหยัดในสังคมอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรีเท่าเทียมพวกเราทุก ๆ คนค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญนายแพทย์ บัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้สงวนคําแปรญัตติปรับลด งบประมาณใน มาตรา ๓ คืองบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ ลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จากยอด ๑๘ แสน ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ด้วยเหตุผลหลัก ๒ ประการ

ประการที่ ๑ การจัดลําดับความสําคัญของงบประมาณไม่เหมาะสมและ ไม่สอดคล้อง

ประการที่ ๒ ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการภาครัฐบาลยังไม่เปึนที่ น่าพอใจ

ในเรื่องของความไม่เหมาะสมและไม่สอดคล้องของการจัดสรรงบประมาณ รายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ นั้น ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตดังนี้ ในส่วนของงบประมาณ ๑๐๐ บาทนั้น เท่าที่ผมได้ไปวิเคราะห์ดูแล้ว พบว่างบประมาณถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนงบ เงินเดือนของข้าราชการ ซึ่งประชาชนนั้นจะต้องมีความลําบากเหนื่อยยากเพื่อเสียภาษี แล้วนําภาษีนั้นมาเปึนเงินเดือนของข้าราชการ หากข้าราชการไม่นําเม็ดเงินภาษีจํานวนนี้ ไปบริหารให้เหมาะสมสอดคล้องและมีประสิทธิภาพแล้ว ถือว่าประชาชนนั้นเหนื่อยฟรีกับ การเสียภาษีใน ๑ ป้ ในประเทศไทยนั้นมีประชากร ๖๐ กว่าล้านคน จํานวนงบประมาณ นั้น ๑๘ แสนล้านเศษ เฉลี่ยแล้วประชาชนแต่ละคนจะได้รับอานิสงส์จากงบประมาณนี้ ประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าบาท ประมาณ ๓,๐๐๐ บาทนี้ จะเปึนงบเงินเดือนสัก ๒,๐๐๐ บาท อีก ๑,๐๐๐ บาทนั้นก็เปึนงบพัฒนา เพราะฉะนั้นจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องหาความ มีประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณเปึนอย่างยิ่ง และต้องมีความเหมาะสม มีความสอดคล้อง จะต้องตอบคําถามประชาชนให้ได้ว่าผู้แทนของพี่น้องนั้นไปบริหาร งบประมาณ ซึ่งเปึนหน้าที่หลักจะบริหารอย่างไรให้ตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชนเปึน ส่วนใหญ่ ผมได้ศึกษาและก็ได้พิจารณางบประมาณแล้วพบว่าส่วนใหญ่ทิศทางในการใช้ งบประมาณเปึนไปเพื่อการดําเนินการก่อสร้างและพัฒนาทางวัตถุเปึนส่วนใหญ่ ซึ่งพี่น้อง ประชาชนคงไม่ได้คาดหวังที่อยากจะเห็นตึกรามบ้านช่องใหญ่โตหรือมีวัตถุต่าง ๆ ผุดขึ้นมาในประเทศนี้เปึนจํานวนมาก พี่น้องประชาชนคงอยากจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเปึนคุณภาพชีวิตที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา คุณภาพชีวิตที่เกี่ยวกับทางด้าน สุขภาพอนามัย หรือคุณภาพชีวิตที่จะเห็นการกินดีอยู่ดีและก็มีความสุขในการดําเนินชีวิต ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตลงในรายละเอียด ๓ ประเด็นว่าเหตุผลใดจึงได้ดําเนินการ แปรญัตติปรับลดงบประมาณลง

เรื่องที่ ๑ คือเรื่องของสุขภาพอนามัย

เรื่องที่ ๒ เรื่องสวัสดิการผู้สูงอายุ และ

เรื่องที่ ๓ เรื่องการศึกษา

เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้พูดถึงเรื่องของคุณภาพชีวิตในแง่มุมอื่น ๆ ผมก็จะนําเสนอในแง่มุมที่แตกต่าง ตลอดในระยะเวลา ๑๐ ป้ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า พี่น้องประชาชนในประเทศไทยของเราได้รับบริการทางด้านสุขภาพที่ไม่ได้มีการพัฒนา ตามการเจริญทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการส่งเสริมสุขภาพ ให้แข็งแรง เรามีกิจกรรมหรือมีนวัตกรรมต่าง ๆ น้อยมากที่จะทําให้เปึนการรับประกันว่า พี่น้องนั้นมีความแข็งแรงทางด้านสุขภาพมากขึ้น พี่น้องยังเผชิญกับโรคเจ็บไข้ได้ป์วย ง่าย ๆ ที่ปัองกันได้เปึนจํานวนมาก ไม่ว่าจะเปึนโรคไข้เลือดออกซึ่งเปึนโรคที่เกิดขึ้นตาม ฤดูกาล แล้วก็เปึนโรคที่เรารู้เทคโนโลยีในการที่จะควบคุมปัองกัน เด็ก ๆ ลูกหลานไทย ของเรานั้นยังเผชิญกับโรคไข้เลือดออกเปึนจํานวนมากในพื้นที่ที่ผมดูแลอยู่ถึงกับมี ผู้เสียชีวิต ๒ รายในฤดูกาลที่ผ่านมา นั่นย่อมหมายความว่าพี่น้องไม่ได้รับหลักประกันใน เรื่องของสุขภาพอนามัยที่ดีเพียงพอ ในเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บอันเนื่องจากการบริโภค พี่น้องประชาชนเผชิญกับโรคอ้วนเปึนจํานวนมากและนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งโรคอ้วนนั้นเปึนที่ทราบกันแน่ชัดแล้วว่าจะเปึนต้นเหตุของเบาหวาน จะเปึนต้นเหตุ ของโรคไขมันในโลหิตสูง จะเปึนต้นเหตุของโรคความดันสูง และโรคอื่น ๆ ทําไมเราถึงไม่มี มาตรการที่เปึนรูปธรรมชัดเจนที่จะดูแลพี่น้องตั้งแต่เยาวชน ตั้งแต่วัยเด็กให้เขามีสุขภาพ ที่ดีที่เปึนการปัองกันโรคอย่างเปึนรูปธรรม ไม่ใช่การมองสุขภาพเปึนเรื่องของ การรักษาพยาบาลเปึนสําคัญ ซึ่งผมอยากจะชี้ให้ทุกท่านนะครับได้ทราบว่าปัจจุบันนั้น ประเทศไทยใช้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือเรียกว่าบัตรทอง ซึ่งงบประมาณที่จัดสรร ให้นั้นดูเหมือนกับว่าแต่ละป้ได้ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น จากป้ ๒๕๕๑ ๒,๑๐๐ บาทต่อหัวประชากร ป้ ๒๕๕๒ คาดว่าจะได้ ๒,๒๐๒ บาทต่อหัว ส่วนที่เพิ่มขึ้นมานี้ผมวิเคราะห์ดูแล้วพี่น้องไม่ได้อะไรเพิ่มขึ้นเลย เพราะว่างบรายหัว ที่นํามาใช้ในการรักษาพยาบาลสําหรับโครงการหลักประกันสุขภาพนั้น ได้ผูกเงินเดือน ของแพทย์ พยาบาล เข้าไปด้วย ซึ่งเงินเดือนของแพทย์ พยาบาล นั้นก็เปึนข้าราชการ จะต้องมีการปรับเงินเดือนขึ้นทุกป้ ตรงนี้ก็เปึนข้อน่าห่วงใยเปึนอย่างยิ่งว่าทําไมกระทรวง สาธารณสุขจึงจะต้องเอางบเงินเดือนนั้นไปผูกกับงบที่รัฐบาลจัดสรรไปให้เพื่อเปึนงบ ค่ายา ค่าเครื่องมือแพทย์ จากข้อมูลของจังหวัดที่ผมอยู่ งบประมาณจากรายหัว ที่สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจัดสรรไปให้ ก็เปึนงบเงินเดือนเสียประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นใน ๒,๒๐๒ บาทที่จะได้รับจากส่วนกลางนั้นก็จะตกไปถึง ประชาชนเพียงแค่ประมาณ ๘๘๐ บาทเท่านั้น ซึ่งพี่น้องประชาชนเขาจะบอกว่าไป โรงพยาบาลก็จะได้แต่ยาพาราเซตามอล (Paracetamal) ๘๐๘ บาท ในภาคเช้านั้น ท่านผู้อภิปราย ท่านนายแพทย์วรงค์ได้เรียนต่อที่ประชุมนี้ว่างบของกรมบัญชีกลาง ที่จัดสรรให้ข้าราชการและครอบครัวนั้น ตกต่อหัวนั้นนับหมื่นบาท อะไรมันจะมีความ แตกต่างเรื่องคุณภาพชีวิต สุขภาพของพี่น้องประชาชนถึงขนาดนี้ นี่คือความไม่เหมาะสม อย่างยิ่งในการที่จะจัดสรรงบประมาณสู่พี่น้องประชาชนตามรัฐธรรมนูญที่ว่ามีความ พอเพียงเท่าเทียมเสมอภาค อะไรครับคือความพอเพียงและเสมอภาค

อีกส่วนหนึ่งซึ่งเปึนส่วนที่รองลงมาของผู้ใช้แรงงานประกันสังคมซึ่งถูกหัก รายหัวทุก ๆ เดือน ซึ่งในส่วนนี้แต่ละคนจะถูกหักต่อเดือนในอัตราสูงสุดก็ ๗๕๐ บาท ต่อป้เขาก็หลายพันบาทต่อคน แต่เขาเหล่านั้นเมื่อไปโรงพยาบาลของรัฐบาล โรงพยาบาล ของรัฐบาลนั้นเอารายได้จากประกันสังคมไปคลุกรวมกับผู้ป์วยประกันสุขภาพถ้วนหน้า แล้วก็ให้บริการที่ต่ําเท่าเทียมกัน ผมขอเน้นว่าให้บริการที่ต่ําเท่าเทียมเสมอภาคกัน เพราะว่าเปึนไปไม่ได้เลยที่โรงพยาบาลจะมีรายได้ ใบเสร็จรับเงินไม่ต้องเขียน ไม่มีรายได้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอหมดเวลาแล้วครับ

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

ผมขออนุญาตอีก ๒ ประเด็นแล้วจะ สรุปครับ เมื่อโรงพยาบาลไม่มีรายได้การพัฒนาก็ไม่เกิดขึ้น ๑๐ ป้ที่ผ่านมานี้เราต้อง ยอมรับว่าผู้แทนราษฎรก็ไม่กล้าไปรักษาในโรงพยาบาลรัฐ ต้องไปโรงพยาบาลเอกชนซึ่งแพง เปึนอันมาก และพี่น้องส่วนใหญ่จะได้รับสวัสดิการในส่วนนี้ได้อย่างไร นี่ก็คือความ ไม่เหมาะสมในการจัดสรรงบประมาณ

ในส่วนของผู้สูงอายุ ไม่มีหลักประกันใดเลยที่พี่น้องประชาชนผู้สูงอายุหรือ ผู้ด้อยโอกาส หรือคนพิการ เมื่อแขน ขาไม่มีแรง สายตาไม่ดีแล้วก็ถูกทอดทิ้งไปตาม ยถากรรม ไม่มีเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ กระผมและพรรคประชาธิปัตย์เสนอนโยบายที่จะมี เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ แล้วก็ได้ทุกคนได้เสมอภาค จะมากจะน้อยผมขอฝากทางกรรมาธิการ และรัฐบาลช่วยรับไว้พิจารณา ถ้าว่าไม่ได้มีการเริ่มต้นในการตั้งนโยบาย ป้ต่อไปก็ไม่มี ต้นขั้วในการที่จะดําเนินการ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอสมควรแล้วครับ คุณหมอ

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

ประเด็นสุดท้ายครับ ในประเด็นเรื่อง ของการ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สุดท้าย สุดท้าย ๒ ครั้ง แล้วครับ

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

ในประเด็นสุดท้ายก็คือเรื่องของ การศึกษานั้นก็เปึนที่ทราบกันแล้วว่าในชนบทพี่น้องที่พอที่จะมีฐานะก็ไม่กล้าให้ลูกหลาน เรียนในชนบท เพราะไม่มั่นใจในระบบการศึกษาที่จะดูแลตั้งแต่วัยเด็กเล็กขึ้นไป เพราะฉะนั้นในเรื่องของสุขภาพก็ดี ผู้สูงอายุก็ดี เรื่องของการศึกษาก็ดี นี้คือ ความเสมอภาคกันตามรัฐธรรมนูญ แต่ในงบประมาณที่จัดไว้ในป้ ๒๕๕๒ เพราะฉะนั้นในเรื่องของสุขภาพก็ดี ผู้สูงอายุก็ดี เรื่องของการศึกษาก็ดี นี่คือความ เสมอภาคกันตามรัฐธรรมนูญ แต่ในงบประมาณที่จัดไว้ในป้ ๒๕๕๒ นี้ ไม่ตอบคําถาม เหล่านี้ ผมจึงจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องแปรญัตติตัดลดงบประมาณในส่วนนี้ลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านสุธรรม ระหงษ์ แล้วก็คุณสมบูรณ์ ป่ดท้ายครับ

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ เนื่องจากว่าได้ทราบจากวิปในเรื่อง เวลา ก็ขออนุญาตผมจะใช้เวลาให้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดครับท่านประธาน แล้วก็ จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในมาตรานี้ ส่วนมาตราอื่น ๆ ที่ผมได้ขอแปรญัตติไว้ก็จะใช้เวลา อย่างจํากัด กราบเรียนท่านประธานครับ ในการพิจารณางบประมาณในชั้นกรรมาธิการ วิสามัญ ผมเข้าใจดีว่าทางคณะกรรมาธิการทุกท่านก็ได้ทุ่มเทแล้วก็เสียสละเวลาพิจารณา งบประมาณกันตลอด ๒ เดือน บางคืนก็อยู่กันถึงสว่างก็มี อันนี้ก็ชื่นชมท่านนะครับ ที่ท่านทํางานอย่างเข้มแข็ง แล้วก็เปึนตัวแทนของพวกเรา ก็อยากจะสอบถามไปยัง คณะกรรมาธิการทั้ง ๖๓ ท่านเหมือนกันว่า ที่ท่านได้ดู ผมก็คาดว่าท่านคงได้ดู งบประมาณในป้นี้อย่างรอบคอบทีเดียว ก็คงจะไม่มีงบประมาณในส่วนที่ไร้ประโยชน์ ในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ที่ว่างบประมาณที่ไม่ก่อเกิดประโยชน์เปึนงบประมาณประเภทไหน ก็คืองบประมาณประเภทที่เอาไปโฆษณาหน่วยราชการ ซึ่งผมคิดว่าคงไม่ก่อเกิดประโยชน์ อะไร หรือไม่ก็เปึนงบประมาณที่ใช้ไปในสิ่งที่ไม่จําเปึน แล้วก็ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะใช้ งบประมาณในส่วนราชการนั้น ๆ ท่านประธานครับ ในขณะนี้นอกสภาของเราใกล้ ๆ ที่ทําเนียบ ก็มีเหตุการณ์อย่างที่ทุกท่านก็ทราบดี วันนี้ครับท่านประธาน ในช่วงนี้ หลายพื้นที่มีข่าวว่าส่วนราชการบางส่วนได้ใช้อํานาจหน้าที่ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ครับท่านประธาน ไปกะเกณฑ์ผู้คนพี่น้องประชาชนมา ทั้งที่เต็มใจแล้วก็ไม่เต็มใจ และบางครั้งก็มีค่าใช้จ่ายให้ ตอนนี้ ๕๐๐ บาทครับท่านประธาน บอกว่าให้เตรียมไว้ และจะมาให้กําลังใจรัฐบาล อันนี้ผมก็กราบเรียนว่า ถ้าหากว่ามีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นจริง ครับท่านประธาน เปึนที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง และผมคิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้น ในพื้นที่ผม จังหวัดสมุทรสาครก็ได้ข่าวนี้ครับท่านประธาน ผมก็ขออนุญาตใช้สภาแห่งนี้ฝากไปถึง ผู้ที่เกี่ยวข้อง ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ท่านต้องไปหาข่าวดูว่ามีไหม ถ้าพี่น้องประชาชนมาด้วยความเต็มใจ ไม่เปึนไรครับ ท่านประธาน เปึนสิทธิที่ทําในกรอบของกฎหมาย แต่ว่าถ้าหากส่วนราชการไปดําเนินการ อย่างที่ผมกล่าวสักครู่ อันนี้ก็ขอให้ได้เลิกเสียเถอะครับท่านประธาน และถ้าหากว่า ท่านยังไม่ทราบ ท่านต้องถามนายอําเภอ ถามผู้กํากับการแต่ละ สภ. ทั้งเมืองกระทุ่มแบน บ้านแพ้วว่ามีหรือไม่ ถ้ามี ท่านต้องสกัดกั้นเรื่องดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้นครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ ในส่วนของงบประมาณในมาตรานี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมนึกว่าจบแล้ว เห็นขอบคุณ ผมก็นึกว่าจบแล้ว ต่อครับ

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร 🔗

ท่านประธานครับ ขออภัย ผมไม่ได้ยินที่ท่านประธานได้กล่าว ขออภัยนะครับ ท่านประธานว่าอะไร ขออนุญาต ในมาตรานี้ครับท่านประธาน ผมได้ปรับลดลงไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน และผมได้ให้ความสําคัญกับการพิจารณางบประมาณโดยสํานักงบประมาณ อยากจะพูดถึง ธรรมาภิบาลในการทํางานของสํานักงบประมาณ ที่ต้องพูดเรื่องนี้เพราะว่า เมื่อเช้า ท่าน ส.ส. สุวโรชก็ได้ขึ้นมากล่าวถึงโรงหีบน้ํามันปาล์มของท่าน นี่ล่ะครับสะท้อนให้เห็นถึงหลักเกณฑ์หรือไม่มีหลักเกณฑ์ก็ไม่ทราบในการพิจารณา งบประมาณในชั้นปรับเพิ่มขึ้นไปนี้นะครับ ผมก็ยังไม่ได้คําตอบที่ชัดเจนว่าโรงหีบน้ํามัน ปาล์มของท่าน ส.ส. สุวโรช ที่ชุมพรได้หรือเปล่า ก็เห็นไปเจรจากันหลังบัลลังก์ครับ ก็ไม่ทราบว่าได้หรือไม่ได้ และมีหลักเกณฑ์อะไร เมื่อสักครู่หมอชลน่านมาชี้แจงก็พอเข้าใจ ได้ครับ ก็ขอบพระคุณท่าน แต่นั่นมันหลักเกณฑ์ครับ แต่ในทางปฏิบัติจริง ๆ ท่านให้ หรือไม่ให้ครับ และท่านให้ท่านไปปรับลดอะไรมา ผมก็อยากจะทราบเหมือนกัน และผม เห็นถึงความจําเปึนของท่าน ส.ส. สุวโรช ที่ต้องมี เพราะท่านเรียกร้องเรื่องนี้มานาน ติดตามมานาน ก็ให้ท่านเถอะครับ แต่ผมก็อยากทราบว่าหลักเกณฑ์เหมือนกันว่ามีเช่นไร

ท่านประธานครับ เรื่องธรรมาภิบาลนี่จําเปึนจริง ๆ โดยเฉพาะในหน่วยงาน ของท่าน ของสํานักงบประมาณที่ท่านเปึนคนจัดสรรงบประมาณของส่วนราชการ ทั้งประเทศ ถ้าท่านประธานได้ดูนะครับ เราใช้เวลากับการพิจารณางบประมาณนี่มาก ทั้งในส่วนของวาระ ๑ ๒ ๓ วันนี้ก็เช่นเดียวกัน เราพิจารณากันรอบคอบนะครับ ส.ส. ทั้งหมด กรรมาธิการ ผ่านจาก ส.ส. ๑ ๒ ๓ ไป ส.ว. ถึงจะผ่านมาเปึนกฎหมายบังคับใช้ ท่านประธานครับ ระยะหนึ่งหลังจากงบประมาณผ่านสภาเกิดอะไรขึ้น อยากถามว่า กรรมาธิการได้ไปดูไหมว่าที่ผ่าน ๆ มานี่งบประมาณที่ถือว่าเปึนกฎหมายที่สําคัญของเรา เมื่อผ่านสภาไปแล้วมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ทราบดีครับว่าท่านสามารถทําได้ และเห็นด้วยถ้าหากว่ามีเหตุผลเพียงพอ เช่นว่าอาจจะมีปัญหาเรื่องค่าก่อสร้างที่เพิ่ม สูงขึ้นไม่สามารถเป่ดประมูลได้ หรือว่ากรรมสิทธิ์ในที่ดินอะไรต่าง ๆ อย่างนี้มีเหตุผล ฟังได้ครับ แต่ที่เหลือล่ะครับ มันโอนไปที่พื้นที่ท่านรัฐมนตรีหรือครับ หรือว่าโอนไปที่สํานัก งบประมาณต้องการให้ไป อันนี้ผมก็อยากจะทราบว่าหลักเกณฑ์ เหตุผล ในการพิจารณา ของท่านมีหลักเกณฑ์อะไร ท่านตอบด้วยนะครับ นี่เองเปึนเหตุผลหนึ่งที่ทําให้มีข้อสงสัย มากในการทํางานของผู้บริหารบางคนของสํานักงบประมาณบางคนครับ ผมเน้นครับท่าน ประธาน ไม่ใช่ทุกคน นอกเหนือจากข้อครหาที่ว่ามีบางคนมีผลประโยชน์ทับซ้อน นี่ก็เปึนที่ ทราบกันโดยทั่วไป อันนี้ผมก็อยากเห็นความชัดเจนตรงนี้ นี่เองเปึนสาเหตุที่ผมก็สนับสนุน คํากล่าวของท่าน ส.ส. ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ว่างบประมาณฉบับนี้เปึนฉบับหลุมดํา ท่าน ประธานครับ เราจะแก้ไขอย่างไร เราต้องมีกลไกสักกลไกหนึ่ง มีเครื่องมือสักสิ่งหนึ่งที่จะต้อง สามารถจะตรวจสอบแล้วก็รายงานต่อสภาของเราที่ได้อนุมัติงบประมาณต่าง ๆ นี้ไปให้ เราได้ทราบว่าป้ที่ผ่านมาท่านได้ไปทําอะไรกับงบประมาณที่เราได้อนุมัติไปแล้ว เรื่องนี้ ท่านประธานทราบดีครับ ผมทราบว่าท่านประธานเชี่ยวชาญเรื่องงบประมาณเคยประชุม กับท่าน เห็นฝ้ไม้ลายมือท่าน ชื่นชมท่านครับ แต่ว่าวันนี้ผมอยากเห็นเครื่องมือที่มี ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการงบประมาณนับล้านล้านบาทของเรา ท่านประธานครับ ในงบประมาณที่เราได้จัดทํานี้ผมคิดว่าถ้าหากว่าเรามีระบบที่สามารถจะย้อนกลับมา รายงานให้สภาเราทราบอีกครั้งหนึ่งงบประมาณของเราก็จะใช้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็ เปึนประโยชน์อย่างยิ่งในการพิจารณางบประมาณป้ต่อ ๆ ไปของเราครับ เครื่องมือนั้นมัน จะต้องบอกถึงประสิทธิภาพการใช้งานของหน่วยงานต่าง ๆ ว่ามีประสิทธิภาพมากน้อย เพียงใด นอกเหนือจากรายงานของสํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน และของคณะกรรมาธิการ สามัญประจําสภา ซึ่งถือว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งทั้ง ๒ หน่วยงาน ท่านประธานครับ ถ้าหากว่าการพิจารณางบประมาณเปึนแบบนี้ผมคิดว่าคําพูดท่านกอร์ปศักดิ์ไม่ผิดจาก ความเปึนจริง เรามีส่วนน้อยมาก เรา ผมหมายถึงว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีส่วนน้อย มากที่จะไปปรับปรุงแก้ไขงบประมาณที่เสนอจากคณะรัฐมนตรีและให้สํานักงบประมาณ ได้พิจารณาไปแล้ว น้อยมากจริง ๆ และไม่ค่อยเกิดประโยชน์มากนัก ผมอยากจะเห็นงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ การใช้เม็ดเงินภาษีอากรของพี่น้อง ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดทั่วถึงและเปึนธรรม การปรับเปลี่ยนงบประมาณ การโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณนี่แหละครับ งบประมาณเหลือจ่ายที่ท่านชินวรณ์ ได้กล่าวสักครู่ นี่แหละครับมันซุกมันซ่อนอยู่ ทําให้พวกเราไม่รู้ไม่เห็น และมันทําให้เกิด ความไม่เปึนธรรม ไม่ยุติธรรมขึ้นในสังคมของเรา ก็ขอเรียกร้องความโปร่งใสในการ ทํางานของท่านด้วย สิ่งที่มันเกิดขึ้นก็คือว่าหลังจากนั้นมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง งบประมาณไป ทําให้บางครั้งสิ่งที่เราดูทั่วถึงกันอย่างดีแล้ว มันก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาในบางพื้นที่ก็ไม่สามารถจะไปแก้ไขได้เพราะไม่มี งบประมาณ ผมยกตัวอย่างเลย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลาแล้ว

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร

ผมอยู่จังหวัดสมุทรสาครครับ ท่านประธาน สมุทรสาครเปึนจังหวัดปริมณฑลท่านประธาน ท่านประธานไปหลายครั้ง เคยไปกับผมด้วยในคณะกรรมาธิการ แต่ท่านประธานดูเถอะครับ นี่อดรนทนมาหลายป้ คําพูดท่านนายกรัฐมนตรีบอกอดกลั้น สมุทรสาครของผมเปึนจังหวัดปริมณฑล แต่ว่า การพัฒนานั้นล่าช้ากว่าจังหวัดปริมณฑลอื่น ๆ มากทีเดียว ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ไม่ทราบว่า มันเพราะอะไร ก็ต้องการอยากจะแก้ไข ที่ผ่านมาไม่ว่า ข้างหน้าต้องดีกว่านี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลาแล้วท่าน

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร

ท่านประธาน อย่างที่ผม กราบเรียนท่านประธาน ขอบพระคุณว่าผมขออนุญาตใช้เวลาในมาตรานี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอามาตราอื่นเสริมก็ได้

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร

ก็จะขออนุญาตในครั้งนี้ ท่านประธาน มาตรานี้จะใช้เวลานิดหนึ่ง ส่วนมาตราอื่น ๆ ก็จะใช้เวลาอย่างจํากัด ขอบพระคุณครับท่านประธาน สมุทรสาครผมท่านประธาน มีมูลค่าการส่งออกป้หนึ่ง ๗ แสนล้านบาท ภาษีที่จัดเก็บจากสมุทรสาครไปเปึนอันดับต้น ๆ ในจังหวัดต้น ๆ ของ ประเทศ แต่สิ่งที่กลับไปถึงพี่น้องประชาชนในจังหวัดสมุทรสาครนั้นน้อยมากทีเดียว เพราะฉะนั้นปัญหาต่าง ๆ ก็จึงยังค้างคาอยู่ ไม่ได้รับการแก้ไข หลัก ๆ เลยท่านประธาน ผมครั้งเดียวเลยท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เกินเวลาไปเกือบ ๒ นาทีแล้ว รักษาเวลา เพราะว่าเพื่อนของท่านเองหลายคนยกมืออยู่ข้างหลัง

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร

ขอบพระคุณท่านประธาน ก็จะใช้ เวลาอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ท่านประธานให้โอกาสผมเถอะครับ แล้วมาตราอื่น ๆ ผม ก็จะใช้เวลาอย่างจํากัดจริง ๆ ปัญหาที่สําคัญในจังหวัดสมุทรสาครท่านประธาน ปัญหา สิ่งแวดล้อม สัปดาห์ที่ผ่านมากระทู้เรื่องสิ่งแวดล้อมของผมเข้า แต่รัฐมนตรีไม่ได้มาตอบ ก็คงมีราชการจําเปึน ก็คงจะไปตอบในสัปดาห์ต่อไปถ้ามีโอกาส

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอความกรุณา มันเกินแล้ว ผมให้เวลาเกินไปตั้ง ๒ นาทีกว่าแล้ว ขอความกรุณาคุณสุธรรม

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร

ขอบพระคุณท่านประธาน คืออย่างนี้ท่านประธาน ผมกราบเรียนว่าผมก็ใช้เวลาในมาตรานี้มาก ผมก็กราบเรียน ท่านประธานแล้ว มาตราอื่น ๆ ผมก็จะใช้เวลาให้ลดลงไป

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปเปึนของ คุณสมบูรณ์ คุณสุธรรมครับ ขอคุณสมบูรณ์ต่อ

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร

ขอบพระคุณครับท่านประธาน เสร็จแล้วจากผมเดี๋ยวก็ต่อท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ท่านประธาน ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาที่สําคัญคือเรื่องน้ํา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสมบูรณ์ว่าอย่างไร จะให้เวลาเขาไหม

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธาน ก็คงตามสิทธิของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ขอแปรญัตติ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สิทธิ ทุกคนก็มีมติกันแล้ว และเกินเวลาไป ๓ นาทีแล้ว ขอความกรุณาเถอะครับคุณสุธรรม อย่าให้เสียระบบ มีอะไร ท่านอภิปรายแล้ว ท่านจุติ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ อยากกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ คือท่านประธาน อาจจะไม่ทราบแผนงานพวกผม บังเอิญมาตรา ๓ มันพูดได้กว้างครับท่านประธาน และมาตราอื่น ๆ เมื่อมันแคบลงแล้ว มีผู้อภิปรายน้อยมาก หลังจากนี้ไปมันจะเร็วขึ้นและ ท่านประธานได้กรุณาเมตตาให้พวกผมได้ใช้เวลาให้เปึนประโยชน์ แล้วก็มาตราอื่น ๆ แทนที่เขาจะพูด ๑๐ มาตรา ๑๕ มาตรา ก็จะชดเชยให้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ในประวัติศาสตร์ของการ พิจารณางบประมาณ มาตรา ๓ ไม่เคยเกิน ๓ ชั่วโมง อันนี้ ๗ ชั่วโมง เกือบร่วม ๘ ชั่วโมง

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

เพราะว่าป้นี้มันเข้มข้น ก็เลยเรียน ท่านประธานไว้บันทึกเปึนหลักฐาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ถ้าคุณสมบูรณ์ไม่ยอม คุณสมบูรณ์ก็ลุกขึ้นได้ คุณสุธรรมก็ช่วยกรุณานั่งลงครับ เชิญคุณสมบูรณ์ ครับ

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ใช้เวลาสั้น ๆ สัก ๕ นาทีได้ไหมครับ ผมก็จะรีบสรุปเลย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ได้ครับ ขอความกรุณา เถอะครับ เพราะว่าเพื่อนหลายคนเขารักษาเวลากันมากครับ แล้วท่านเปึนนายทหาร นะครับ

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร

ผมก็ไม่ทราบว่าเราได้ตกลงกัน เรื่องเวลาอย่างไรครับ ไม่มีนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เขาตั้งไว้ ๑๐ นาที ผมเอา ตามเวลาครับ

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร

เวลาที่ท่านประธานกําหนด จากไหนครับ เพราะว่าผมทราบจากประธานวิปก็บอกว่าเวลาไม่ได้จํากัด

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

วิปมีมติกันทั้ง ๒ ฝ์าย

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร

ผมก็อยากทราบจากวิปครับว่า กําหนดเวลาอย่างไรครับ จะได้วางแผนการอภิปรายถูกครับ เพราะเท่าที่ผมทราบก็ไม่มี การกําหนดเวลาครับท่านประธาน ผมยังยืนยันครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จะขอกี่นาที

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร

ผมขอ ๕ นาทีครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าทุกคนขอได้เหมือนคุณ ก็สิ้นเดือนนี้ก็ไม่จบพระราชบัญญัติงบประมาณครับ ก็ต้องมีระเบียบวินัยครับ

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร

คืออย่างนี้ครับท่านประธาน ผมเคารพครับ ถ้าเรามีมติว่าเราจะให้เวลาสมาชิกแต่ละท่านเท่าไร แต่ครั้งนี้เมื่อสักครู่ ท่านประธานวิปไปบอกผมนะครับ บอกว่าได้คุยกันไว้แล้ว ผมก็ยังไม่ได้รับแจ้งจาก ประธานวิปของผมเลยครับทางฝ์ายค้านว่ากําหนดเวลาไว้อย่างไร ถ้าท่านประธานกําหนด นะครับ แล้วเปึนที่ตกลงกันเรียบร้อยระหว่างวิปทั้ง ๒ ฝ์าย ผมก็จะปฏิบัติตาม แต่ขณะนี้ เท่าที่ผมรับแจ้งมายังไม่มีครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

วิปรัฐบาลว่าอย่างไรครับ ชี้แจงหน่อย เดี๋ยวผมจะผิดมติวิปอีกไม่ได้

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคพลังประชาชน ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ในเบื้องต้น ได้บริหารเวลาจริง ๆ สรุปแล้ว มาตรา ๓ เราจะต้องขอลงมติกันตอน ๔ โมงเย็น บัดนี้เวลา ก็ล่วงเลยมา ท่านประธานก็อนุโลมให้พวกเราตามที่ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้กล่าวไว้ว่าใน มาตรา ๓ นั้นมันครอบคลุมไปทุกเรื่อง ส่วนมาตราอื่น ๆ นั้น พูดง่าย ๆ ว่า จะกระชับ บางทีท่านไม่ได้เตรียมอภิปรายก็จะไม่มีการอภิปรายกันบ้างอย่างนี้ครับ กระผมก็ไม่ขัดข้องครับท่านประธาน และเมื่อคุณสุธรรมจะใช้เวลาตรงนี้ให้เปึนประโยชน์ จริง ๆ ผมก็ไม่ขัดข้องครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้นไม่ให้เสียเวลา ครับ เชิญคุณสุธรรมต่อเมื่อวิปฝ์ายรัฐบาลว่าอย่างนั้น

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร 🔗

กราบขอบพระคุณท่านประธาน ท่านประธานครับผมขออนุญาตเรียนเรื่องปัญหา เนื่องจากว่าเมื่อสักครู่ผมกล่าวแล้วว่า การพิจารณางบประมาณในขั้นนี้มันไม่สามารถจะไปปรับเปลี่ยนอะไรได้มาก ผมจะพูดถึง ข้อมูลเพื่อสะท้อนไว้ในป้ต่อ ๆ ไป และทางสํานักงบประมาณและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผมคาดว่าขณะนี้ฟังอยู่ครับ จะได้เปึนข้อมูลในการพิจารณาในป้ต่อ ๆ ไป ปัญหาที่สําคัญ เรื่องสิ่งแวดล้อมในจังหวัดสมุทรสาครและมีผลต่อเนื่องมาก หลัก ๆ นะครับ สาเหตุก็คือ มีโรงงานอุตสาหกรรมไปตั้งอยู่มาก วันนี้ประมาณ ๕,๐๐๐ โรงครับ มีประชากรแฝง มีแรงงานต่างด้าว มีชุมชนเดิม วันนี้นับล้านคนทีเดียวมีแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ผิดกฎหมาย ๓ สัญชาติ จํานวนนับแสนคน วันนี้ก็เกือบ ๔ แสนแล้วครับ ท่านลองหลับตา นึกดูว่าปัญหาที่ทับถมกันมาสมุทรสาครรับไว้เยอะครับ วันนี้น้ําเสีย ลุ่มน้ําท่าจีนเปึนหนึ่ง ในลุ่มน้ําที่คุณภาพน้ําต่ําสุด บ้านผมอยู่ริมแม่น้ํานี่แหละครับ วันนี้ไม่สามารถใช้อุปโภค บริโภคได้ หลัก ๆ ก็มาจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่รับผิดชอบปล่อยลงมา อีกส่วนหนึ่ง มลพิษทางอากาศ ท่านประธานครับ วันนี้โรงงานอุตสาหกรรมปรับเปลี่ยนรูปแบบการ ผลิตมาใช้ถ่านหิน และไม่มีระบบกําจัดของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้น ทั้งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทั้งฝุ์นละอองที่เกิดจากถ่านหิน อันนี้แหละครับทําความ เดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนอย่างมาก ขยะครับท่านประธาน ผมจะพูดสรุปเลย นะครับ วันนี้ปัญหาขยะล้นเมือง และวันนี้ทางกระทรวงมหาดไทยได้จัดสรรงบประมาณ ไปตั้งแต่ป้ที่แล้วครับ ไปทําศูนย์คัดแยกขยะ แต่พี่น้องประชาชนคัดค้านครับ ตอนนี้ ยังคัดค้านอยู่ที่หมู่ ๓ ตําบลหลักสาม อําเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ทราบว่า ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็ไปรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในวันอาทิตย์นี้ครับ ก็ขอให้ไปรับฟังอย่างโปร่งใสและแท้จริง ซึ่งโดยส่วนตัวผมแล้วไปฟังพี่น้องประชาชนมา เขาคัดค้านครับ เขาไม่อยากให้ทําครับ ทําประชาพิจารณ์ถึงไม่สําเร็จจนปัจจุบัน ป้นี้ ก็ทราบว่าไม่สําเร็จก็ขอขยายกันไป นี่คือส่วนเรื่องขยะ

ปัญหาสิ่งแวดล้อมส่งผลทั้งทางตรง ทางอ้อม ท่านประธานครับ ทางตรง คือพี่น้องประชาชนที่อยู่อาศัยในสมุทรสาครปัญหาเขาที่อยู่หลับนอน การประกอบอาชีพ เดือดร้อนหมด ลงมาถึงปากอ่าวครับท่านประธาน น้ําเสียจากลุ่มน้ําท่าจีนลงมา สมุทรสาคร ๗๐ กิโลเมตรไหลปากอ่าวมาที่อ่าวไทย ๑๑ ตําบล บริเวณปากอ่าว ตําบล พันท้ายนรสิงห์ โคกขาม มหาชัย ท่าจีน ท่าฉลอม บางหญ้าแพรก บ้านบ่อ บางกระเจ้า บางโทรัด กาหลง นาโคก เดือดร้อนหมดท่านประธานครับตรงนี้ อันนี้ก็เปึนปัญหา ที่ขาดแคลนงบประมาณไปแก้ไข

เรื่องต่อไป ปัญหาต่อไป แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง วันนี้ยังไม่ สามารถแก้ไขได้เลยครับ ด้วยนโยบายของรัฐที่ผมคิดว่าแก้ไขไม่ได้หรอกครับถ้าใช้ นโยบายลักษณะอย่างนี้ ต้องมีการแก้ไขกันอีกมากทีเดียวนะครับ ปัญหาการขาดแคลน สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โทรศัพท์ครับ ท่านประธานครับ สมุทรสาครผมใช้โทรศัพท์ ทางไกล ๐๓๔ ครับ เรียกร้องมานานให้เปึน ๐๒ จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้ และไม่คาดว่าจะได้ ในเร็ว ๆ นี้ครับ นี่ก็เปึนปัญหาหลัก ๆ และก็ยังขาดแคลนด้วย เรื่องน้ําประปา เราเห็น ท่อเมน (Main) ประปาภูมิภาค ประปานครหลวงอยู่ติดกันไม่สามารถนํามาใช้ได้ครับ อันนี้ก็เปึนปัญหาเพราะขาดแคลนงบประมาณไปสนับสนุน ขนส่งมวลชนไม่มีครับ ที่มีประสิทธิภาพไม่มี อันนี้ก็น่าเสียดายนะครับ เพราะว่าเราก็อยู่ใกล้ แต่ว่า ขสมก. ไปบริการก็ขาด ๆ เกิน ๆ ครับ ขาดคือไปไม่ถึงที่เราจะไป ในเส้นทางที่ควรจะไปก็ไม่ไป นะครับ ไปตามซอกตามซอย อันนี้ก็ต้องแก้ไขโดยด่วน

ด้านการศึกษา ท่านประธานครับ สมุทรสาครนั้นประชากรแฝงเยอะ โรงเรียนแออัดจริง ๆ นะครับ หลายสิบป้ไม่ได้รับงบประมาณไปก่อสร้างเพิ่มเติมครับ บางห้องเรียนตอนนี้ ๔๐ ถึง ๕๐ คน ซึ่งมันมากเกินไป ครูก็ขาดแคลนจํานวนมาก ไม่มี การเพิ่มเติมลงไป ที่สําคัญนะครับปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ปุิย ยาราคาแพง ผมเคยยื่น กระทู้ไปแล้วที่นี่นะครับ ก็ยังไม่เห็นผลในทางปฏิบัติ นอกจากปุิย ยาราคาแพงแล้ว ราคา พืชผลทางการเกษตร เราพูดถึงเรื่องยางพารา เรื่องกาแฟ เรื่องอื่น ๆ เรื่องปาล์มน้ํามัน ไม่มีใครพูดถึง องุ่น ฝรั่ง มะม่วง ชมพู่บ้านผม กล้วยไม้บ้านผม นี่ก็มาจากแถวทางผม นี่แหละครับ แต่ยังมีความเสี่ยงสูงในเรื่องราคา ก็ฝากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนะครับ ผมไม่ใช้เวลามากไปกว่านี้ท่านประธานครับ แต่กราบเรียนว่าทั้งหลายทั้งปวงที่ผมได้ อภิปรายนี้นะครับทราบดีกว่าในครั้งนี้แก้ไขไม่ได้ ผมฝากไว้ในครั้งหน้า และฝากถึงสํานัก งบประมาณในการทํางานของท่านเรื่องธรรมาภิบาล สิ่งต่าง ๆ นี้ผมคิดว่าคงจะฝากเปึน ข้อสังเกตในการพิจารณางบประมาณของเราด้วย ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมนึกว่าจะยาวกว่านี้ เชิญคุณสมบูรณ์ต่อครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิงหน่อยได้ไหมครับ เดี๋ยวจะเสียหายครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พาดพิงก็เอาไว้ตอนหลัง นะครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ท่านครับ แล้วไว้ตอนหลังไว้เมื่อไรครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไว้ตอนที่ผมชี้ให้ท่านพูด

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ก็นี่ไงครับ ก็ผมขออนุญาตท่าน แล้วครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตอนนี้ท่านยังไม่ได้ ยกมือ แล้วลุกขึ้น แล้วก็พูดเลย

(นายสุวโรช พะลัง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ก็ผมยกมือแล้วนะครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นั่งลงก่อนสิครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ได้ครับ แล้วผมยกมือครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณสุวโรช พาดพิง ตอนไหน ใครเปึนคนพาดพิงครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ก็แค่นี้เองครับ ความจริงไม่ได้ยุ่งยาก อะไรเลย ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สุวโรช พะลัง ครับ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ท่าน ส.ส. สุธรรม ได้กรุณาอภิปรายแล้วก็พาดพิงผม เพราะฉะนั้นผมจะขออนุญาต ท่านประธานใช้สิทธิพาดพิงตรงนี้เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย คือผมไม่ได้รับราชการ ไม่มีปัญหาหรอกครับ แต่คนอื่นครับ จะขออนุญาตชี้แจง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือท่านพูดมากที่สุด ในเรื่องนี้ ผมฟังตลอดตั้งแต่ต้นมาเลย

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

แล้วท่านไม่ให้ผมพูดในสภา แล้วพูด ที่ไหนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ผมให้พูดแล้วครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ก็นี่ไงครับ จะขออนุญาตชี้แจงใช้สิทธิ พาดพิงตรงนี้หน่อยได้ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ได้สัก ๑ นาทีครับ เชิญครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ได้ครับ ขอบคุณครับท่านครับ คงไม่ใช้ ถึง ๑ นาทีหรอกครับ คือตามที่ท่าน ส.ส. สุธรรม ได้กรุณาพาดพิงว่าหลังจากที่ผม อภิปรายเสร็จแล้วไม่ทราบว่าจะได้งบประมาณหรือไม่ แล้วผมเข้าไปคุยกันหลังบัลลังก์ ท่านประธาน ตรงนี้ครับต้องกราบเรียนเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันครับว่าผมเอา เอกสารที่ได้ทําถึงผู้อํานวยการสํานักงบประมาณในช่วงที่แปรญัตติในชั้นกรรมาธิการ ไปให้กับท่าน และอีกเรื่องหนึ่งก็คือผมไม่มีสิทธิที่จะไปแตะกับงบประมาณใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะผิดตามกฎหมายรัฐธรรมนูญนะครับ ถ้าหากได้โรงหีบน้ํามันปาล์มมา โรงสกัด น้ํามันปาล์มตรงนี้ก็ได้กับสหกรณ์นิคมท่าแซะ ไม่ใช่เปึนกรรมสิทธิ์ของผมครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รู้ว่าผิดกฎหมาย รัฐธรรมนูญแล้วพูดทําไมครับ เชิญคุณสมบูรณ์ครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ที่ผมต้องพูด เพราะว่าถ้าไม่พูดมันจะผิดครับ ผมต้องพูดให้เข้าใจว่าผมไม่ได้ไปขอเงิน ของบประมาณ นะครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

บันทึกไว้แล้วครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้มาพูดถึงงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ มีคํากล่าวโบราณว่าไว้ว่า ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ ถ้าจะดูงบประมาณต้องดู ที่กรรมาธิการครับ กรรมาธิการทั้งหมด ๖๓ ท่านครับท่านประธาน ดูตามรูปแล้วก็น่าให้ ความเคารพ น่าเชื่อถือมากครับ ในการทํางานของท่าน ผมเห็นใจเลยครับใช้เวลา ๒ เดือนเศษ ๆ ตั้งแต่เช้าจรดค่ํามืดดึกดื่น รัฐบาลก็ของบมาครับ งบประมาณรายจ่าย คนที่จ่ายคือรัฐบาล ก็จะขอกับสภาของเรา สภาของเราก็เลยมอบหมายให้ท่านได้เปึน ผู้พิจารณาว่า โครงการใดเห็นควรสนับสนุน โครงการใดเร่งด่วน โครงการใดไม่จําเปึน ชะลอไว้ก่อน โครงการนี้ค่อยทําป้หน้าได้ไหม ให้ท่านไปพิจารณา เพราะว่างบประมาณ รายจ่ายนะครับ รัฐเปึนคนจ่าย แต่ใครเปึนคนจ่ายครับ พี่น้องประชาชนเปึนคนจ่าย มัน ๒ จ่ายครับ แต่จ่าย ๑ คือรัฐบาลเปึนคนจ่ายงบประมาณ จ่ายเงิน แต่คนที่เสียเงินมา คือพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นหน้าที่ของกรรมาธิการจึงเปึนหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่มาก มีหน้าที่ปกปัองผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทุกคน เมื่อสักครู่ตอนเที่ยงผมเห็น กรรมาธิการบางท่านเข้าไปสั่งก๋วยเตี๋ยวครับ ท่านประธานครับ ยังเลือกเลยครับว่า เครื่องในอันนี้ไม่เอา ตับไม่เอา ไส้เอา เนื้อสดเอา ขนาดก๋วยเตี๋ยวยังต้องเลือก ต้องพิจารณาว่าอันนี้เอาอันนี้ไม่เอา งบประมาณตั้ง ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็คง คิดว่าอันไหนเอาอันไหนไม่เอา ที่ไม่เอาเนื่องจากมันจะเปึนภาระงบประมาณพี่น้อง ประชาชนจะได้ไม่ต้องเสียเงินเยอะ เสร็จแล้วงบประมาณทั้งหมดในป้นี้เท่าไรครับ ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท คืองบที่รัฐบาลจะได้จ่ายในป้ ๒๕๕๒ ครับ เปึนรายจ่ายประจํา เสีย ๑,๓๓๖,๒๖๙,๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนเงินเดือนข้าราชการบ้าง ค่าตอบแทนบ้าง ร้อยละ ๗๒.๘ ครับท่านประธาน เปึนงบรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง วันนี้ท่านประธาน ครับ ผมเรียนจบทางครูมา กําลังจะมาอภิปรายเรื่องเศรษฐศาสตร์ให้พี่น้องประชาชน ได้ทราบ แต่เปึนการบอกทางลัดทางเศรษฐศาสตร์แบบง่าย ๆ ครับ รายจ่ายเพื่อชดใช้ เงินคงคลังเพิ่งจ่ายป้นี้ครับเปึนครั้งแรก เหตุผลเนื่องจากรัฐบาลเก่า ๆ ที่มาก่อนหน้านี้ ใช้เงินคงคลังเยอะเกินไป ถ้าพูดง่าย ๆ คือคลังเราร่อยหรอลงไปเรื่อย ป้นี้ต้องหาเงิน งบประมาณไปใส่กลับไป ๒๗,๕๔๐,๒๐๐,๐๐๐ บาท งบไปเหลือที่ลงทุนครับ ๔๗,๕๑๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท เปึนงบลงทุนเพียงร้อยละ ๒๒.๒ เท่านั้นเอง เห็นไหมครับ พอมีค่าใช้จ่ายชดใช้เงินคงคลังเพิ่มขึ้นก็ทําให้งบลงทุนซึ่งเปึนงบที่จะพัฒนาประเทศ ลดน้อยลง ท่านประธานครับ เสร็จแล้วมันมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นมาป้ ๒๕๕๒ เยอะกว่าเดิมอีก ก็คือการชําระคืนต้นเงินกู้ หมายความว่ารัฐเคยผูกพันไปกู้ไว้เท่าไร วันนี้ภาระงบประมาณของเราก็คือต้องจ่ายคืน เงินต้น ป้ที่แล้วจ่าย ๔๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ ป้นี้เปึน ๖๓,๖๗๖,๑๐๐,๐๐๐ บาท ภาระเพิ่มขึ้นครับ เนื่องจากมีคนไปกู้มาเยอะ คือเคยใช้จ่ายกันแบบฟุ์มเฟ๋อย ก็วันนี้ยังคิดว่าทําอย่างไรก็เลยต้องไปใช้คืนเงินต้น ทีนี้พอค่าใช้จ่ายเราตั้งไว้ถึง ๑,๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราจะหารายได้จากไหนครับ รายได้ส่วนแรกก็คือจากการเก็บ ภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ มีบางสมัยเขาบอกกันว่าพี่น้อง ประชาชนถูกเก็บภาษีกันแม้แต่พ่อค้าก๋วยเตี๋ยว แม่ค้าขนมจีน กรมสรรพากรส่งคน ไปตรวจเลยว่าขายได้เท่าไร กําไรเท่าไร คิดมาเปึนเปอร์เซ็นต์ เก็บมาเปึนภาษี เอามา เพื่ออุดหนุนให้กับรัฐบาลไปบริหารประเทศครับ บางป้มีการคาดกันว่ารายได้ป้นี้จะได้ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท บางป้ก็กําหนดว่า ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ป้นี้ก็เช่นเดียวกันครับ ๑,๕๘๕,๕๐๐ ล้านบาท คิดว่าจะเก็บภาษีได้ขนาดนี้ มีคนพูดกันว่าคนจนโดยส่วนใหญ่ เปึนเงินของคนจนทั้งนั้นครับ คนรวย ๆ เขามีช่องทางที่จะหลบหลีกหลบเลี่ยงไม่ต้อง เสียภาษี ท่านประธานเชื่อไหมครับ คนบ้านผมกรีดยางได้วันละเท่าไรก็แล้วแต่นะครับ เขายังเก็บภาษีเลยครับ เวลาจะขายยางครั้งหนึ่งเขาเก็บไป ๑.๔๐ บาทต่อกิโลกรัม เราเสียภาษีกันด้วยความสบายใจผมฝากว่ารายได้ทั้งหมด ยังมีรายได้ที่มหาศาล อีกส่วนหนึ่ง นั่นก็คือการเก็บรายได้จากคนรวยทั้งหลาย ท่านไปดูกฎหมายเถอะครับ ใครที่เก่งในการเลี่ยงภาษีท่านต้องพยายามเก็บมาให้ได้ เพื่อจะไปลดอะไรครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมบูรณ์ครับ ตอนนี้ การอภิปรายของท่านเหมือนกับการอภิปรายวาระ ๑ แล้วครับ ตอนนี้เรามาแปรญัตติ งบประมาณที่ปรับลดนะครับ ท่านปรับลดตรงไหน มาตรานี้เปึนยอดเงินเท่าไร อะไรต่าง ๆ จึงจะถูกต้องนะครับ เพราะท่านเปึนครูบาอาจารย์ ทําข้อสอบให้ถูกด้วยครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ครับ ท่านประธานครับ เวลาเขาสอน มี ๕ ขั้นตอนครับท่านประธาน ขั้นที่ ๑ อธิบาย และจะเข้าขั้นที่ ๒ แล้วครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คืออภิปรายมันครั้งแรก วาระที่ ๑ ผ่านไปแล้ว ตอนนี้เปึนวาระที่ ๒ ครับ ท่านอาจารย์ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ครับท่านประธาน ผมเลยบอกว่าเวลา สอนเขาจะสอนขั้นแรกคือการอธิบายครับ อธิบายนะครับ ผมเลยจะบอกว่ารายได้ คาดว่าเก็บได้ ๑,๕๘๕,๕๐๐ ล้านบาท แต่ว่าเขาตั้งงบไว้ ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ที่ขาดทําอย่างไร ก็เลยต้องไปกู้อย่างไรครับ ไปกู้กัน ๒๔๙,๕๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ล่ะครับ ที่บอกว่ากรรมาธิการทั้งหลายไปพิจารณาตัดงบประมาณแล้วเอาไปไหน ท่านประธาน ผลปรากฏคณะกรรมาธิการของเราใช้เวลา ๒ เดือนเศษ ไปตัดลดทั้งหมด ๔๕๐,๐๐๙,๕๘๕,๗๐๐ บาท ยอดนี้ครับที่ตัดลด และผมกําลังจะพูดว่ายอดรวมที่ท่าน ตัดลดนี้จริง ๆ แล้วผมกําลังชื่นชมมากเลยครับ ว่าถ้าเกิดท่านตัดลด ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเอาไปช่วยประเทศชาติ ช่วยประชาชน ก็คือเอาไปลดกับเงินกู้ที่เราจะกู้ เรากู้ตั้ง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับท่านประธาน ตอนนี้เนื่องจากคณะกรรมการเห็นว่า บางอย่างฟุ์มเฟ๋อยเกินไป ไม่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ อาจจะทํางานไม่ได้ และก็ไม่เหมาะสมกับงาน เพราะฉะนั้นขอตัดงบประมาณทั้งหมด ๔๕,๐๐๐ บาท ตัดไปไหนครับท่านประธาน ผมกําลังเล่าให้ฟัง พูดให้ฟัง ถ้าเกิด ๔๕,๐๐๐ บาท ท่านเอาไปตัดยอดกู้ครับ เราจะได้ไม่ต้องไปกู้เขา ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย แต่ท่านเอาไปไหนครับ ผลปรากฏท่านตัด ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็เอามาโปะอีกที่หนึ่งเรียกว่าแปรญัตติงบประมาณ แล้วตรงนี้ แหละครับที่ผมบอกว่าเปึนธรรมไหม พอ นายสุวโรช พะลัง ครับขึ้นมาบอกว่าโรงสกัด น้ํามันปาล์มจําเปึนที่จะต้องใช้ ท่านกรรมาธิการก็บอกว่าผมไปดูอีกที น่ากลัวจะมี อย่างนั้นผมบอกด้วยครับบ้านผมก็มีปาล์ม โรงสกัดน้ํามันปาล์มจําเปึนมากครับ เพราะว่า โรงสกัดน้ํามันปาล์มของเอกชนจะมีสวนปาล์มของเขา วันใดก็แล้วแต่ถ้าเกิดปาล์มมันล้น เขาก็ไม่ซื้อของชาวบ้าน ถ้าวันนี้ปาล์มเข้าโรงงานไม่พอ เขาก็ซื้อของชาวบ้าน ไม่มีของรัฐ เพราะฉะนั้นผมอยากได้ท่านให้ผมไหม เอาหลักเกณฑ์อะไรมาว่ากันครับตรงนี้ ผมเลย บอกว่า ๔๕,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านตัด คิดว่ามันไม่มีประโยชน์ ท่านเอาไปชดเชยเงินกู้ เลยครับ ผมจะชมท่านเลยว่านี่คือทําเพื่อประชาชน ผมพยายามดูกรรมาธิการ หลายท่านครับ สงวนคําแปรญัตติด้วย ผมชื่นชมนะครับ ท่านปวีณครับ บอกว่าขอตัด หมดเลยครับ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หมวดครุภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ ผมเลยบอกว่า โอ้นี่สุดยอด ยานยนต์ทั้งหลายตัด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย เพราะมันงบประมาณเอามาช่วย เพื่อไว้สําหรับไม่ต้องกู้ แต่ผมก็ไม่แน่ใจนะครับ ท่านบอกว่าตัดยานยนต์ เราไปเช่ากัน ดีกว่า รัฐบาลนี้ชอบเรื่องเช่า ตอนนี้จะเช่ารถเมล์ ๔,๐๐๐ คันนะท่านประธาน แต่ท่าน เอาไปไหน ก็มาดูครับ ทีนี้มาดูว่าตัดลดแล้วไปเพิ่มที่ไหน ไม่พูดล่ะครับ รายได้จาก การท่องเที่ยวประเทศไทยครับ ท่านประธานไปดูสถิติเลยครับไปเที่ยวทางทะเลเสีย ส่วนใหญ่ ประเทศไทยมีวางแผนว่าเราจะสร้างหอประชุมนานาชาติที่ใหญ่ที่สุด ที่จังหวัด ภูเก็ต วางแผนกันมาหลายป้ วันนี้ไปไหนรู้ไหมท่านประธาน แปรญัตติไปลงที่จังหวัด เชียงใหม่ สนับสนุนกันเหลือเกิน ไนท์ ซาฟารี (Night Safari) ไปลงนั่น พืชสวนโลก ไปลงนั่น วันนี้หอประชุมนานาชาติไปโน่นอีก แล้วรู้สึกจะเปึนกรรมาธิการชุดแรกครับ ที่ท่านเก่งมาก ท่านสามารถทํางบผูกพันได้ ท่านจะใช้เงินประเทศไทยไปขนาดไหนครับ ในหลวงยังบอกว่าเราฟุ์มเฟ๋อยแล้วครับ ผมเลยบอกว่าผมขอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ช่วยดูเวลาหน่อยนะครับ ท่านสมบูรณ์ช่วยดูเวลาหน่อย

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ครับท่านประธานครับ ผมเลยบอกว่า ผมขอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน เหตุผลที่ผมตัดนะครับ เพราะว่าเงิน ๔๕,๐๐๐ ล้านบาทครับท่าน ผมคิดว่าตรงที่ท่านแปรญัตติทั้งหลายนะครับ ตัดลดแล้ว ไปเพิ่มให้กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ บางทีมันน่าน้อยใจนะครับ ถ้าผมเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ถูกตัดไป ๒๓๐ ล้านบาท ไม่ได้กลับมาสักบาทหนึ่ง กระทรวงพลังงานกําลังมีปัญหาเรื่องพลังงานของประเทศ ถูกตัดไป ๒๐๗ ล้านบาท ไม่ได้กลับมาสักบาทหนึ่ง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โลกกําลังก้าวหน้า แต่เรานิยมความล้าหลังหรือเปล่าไม่รู้ เราตัดเขามาเลย ๓๒๕ ล้านบาท ไม่ให้กลับสักบาทหนึ่ง โชคดีครับ หน่วยงานของรัฐสภาครับท่านประธาน ถูกตัดไป ๑๐ ล้านบาท ได้กลับมา ๔,๑๗๐ ล้านบาท ถือว่ากําไร ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปดู คงจะเร่งด่วนสร้างสภาใหม่ครับ ก็เปึน ที่น่าชื่นชม ถ้าผมเกิดมีโอกาสได้นั่ง ในพระที่นั่งอนันตสมาคม คงเปึนศิริมงคลสําหรับผมมาก เพราะผมถือว่าขลังมาก แต่ของเรากําลังจะไปที่ตะเกียกตะกาย ที่เกียกกายครับ สภากาชาดครับถูกตัดไป ๔ ล้านบาท หน่วยงานที่สําหรับไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เวลาเกิดภัยไม่ได้กลับ สักบาทหนึ่ง กองทุนและเงินทุนหมุนเวียนครับ ถูกตัดไป ในนี้ลงเยอะเหลือเกินครับ ผมว่าตัวเลขน่าจะผิด ท่านดูด้วยนะครับ เพราะว่าในนี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านตัดใช่ไหม

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กรรมาธิการตัดครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กรรมาธิการตัดก็เรื่อง ของเขา ทีนี้ที่ท่านตัดน่ะท่านไม่พูดเลย

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

นี่ครับ ผมตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านประธาน ๑๘๓,๕๐๐ ล้านบาท ท่านประธานจําไว้ ไปบวกกับ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท จะได้เท่าไรครับ ๒ แสนกว่าล้านบาท เห็นไหมมันใกล้ ๆ กับเงินกู้พอดีเลย ท่านจะได้ทํา งบประมาณสมดุล แล้วท่านเอาไปให้ทําไมรัฐบาล ท่านดูครับ บริหารมา ๗ เดือนแล้ว วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ แถลงนโยบายตรงนี้ด้านขวาของท่านประธาน เราจะทํางานเร่งด่วน ในป้แรก บรรทัดแรกเลยครับ บอกว่าจะสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในสังคม เปึนอย่างไรครับ เอาเงินให้รัฐบาลเสร็จแล้วเกิดปัญหา มีการประท้วงไม่พอใจรัฐบาล อาจจะมีการโกงกิน หรืออาจจะมีการทําอะไรก็แล้วแต่ เรากําลังเดือดร้อน ข้าวก็แพง อาหารก็แพง น้ํามันก็แพง แต่รัฐบาลจะแก้แต่รัฐธรรมนูญคนเลยมารวมกันเปึนแสน สุดท้ายบุกยึดที่ราชการ ใครที่บุกยึดที่ราชการผู้นําทั้งหลายมีข้อหากบฏ นี่คือ ทางเจ้าหน้าที่ราชการ เราให้เงินเดือนไปหลายล้านบาท สุดท้ายเมื่อไม่กี่วัน เรามา ประชุมกันในสภาหาวิธีกัน กลับไปถึงผลปรากฏว่ามีคนสั่งให้ นปก. บุกมาปะทะกัน ฆ่ากันตาย ผู้นํา นปก. มีการสอบสวนไหม ถูกดําเนินคดีหรือเปล่า ทําให้คนตายเลย ขณะที่เขายึดสถานที่ราชการข้อหากบฏ อันนี้พาคนมาตายเลย สอบสวนกันแล้วครับ ใครเปึนคนอยู่เบื้องหลัง แล้วเราจะให้เงินนายกรัฐมนตรีไปบริหาร

(นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมบูรณ์มีผู้ประท้วง เชิญครับผู้ประท้วง ประท้วงอะไรครับ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุดรธานี พรรคพลังประชาชน ผมอันดับแรกขอประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อที่ ๘ ท่านประธานช่วยกรุณาหันหน้ามาทางด้านนี้บ้างครับ ผมยกมือประท้วงหลายครั้ง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เห็นท่านประท้วง เจ้าหน้าที่หลายคนช่วยดูอยู่แล้ว ผมก็ให้ท่านพูดแล้ว ก็จะให้ผมดูไปอย่างไรอีกครับ เชิญเถอะครับ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

ผู้อภิปรายกําลังอภิปรายขณะนี้ ผมอยากให้อยู่ในประเด็นนะครับ เพราะตอนนี้นอกประเด็นแล้วใช้เวลามาค่อนข้าง ยาวนานแล้วจะได้ลงมติ มิฉะนั้นเงินทองงบประมาณก็จะไม่ได้บริหารบ้านเมืองครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอวินิจฉัยว่า ให้คุณสมบูรณ์พูดต่ออีกเล็กน้อยก็สรุปได้แล้วนะครับคุณสมบูรณ์ กินเวลาเพื่อนไปเยอะ เชิญครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานคือผู้ชนะในใจผมเลยครับ ท่านชื่อชัย ชนะเลยครับ ท่านวินิจฉัยถูกต้องครับ ผมจะบอกให้ท่านทราบว่าเงินทั้งหลาย ผมเห็นท่านคณะกรรมาธิการ ท่านวิทยาเห็นด้วย ๔๕,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เอากลับไปชดใช้เงินกู้เถอะครับ รวมทั้งที่ผมตัดงบประมาณอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์นี้เอามาใช้เงินกู้ดีกว่า เราอย่าเปึนหนี้เขาเลยครับ หนี้เราต้องเสียเงินต้น เท่าไร เหมือนที่ผมบอกหลายแสนล้านบาท เพราะฉะนั้นเงินส่วนนี้ถ้าเกิดท่านเอาไปให้ รัฐบาล ๗ เดือนแล้ว เราเห็นผลแล้วครับว่าเขาทําอะไรไม่ได้เกิดประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนชาวไทยเลย ท่านจะเอาป๋นไปให้โจรหรือ แล้วโจรอาจจะเอาป๋นนั้นฆ่าประชาชน ของเราเอง เพราะฉะนั้นผมขอตัดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เหลืออีก ๒ คนเท่านั้น ขอความกรุณาเถอะครับ เพราะ ๗ – ๘ ชั่วโมงแล้วครับ มาตราเดียว ผมก็พยายาม ทุกวิถีทางเหลืออีก ๒ ท่านครับ เพราะว่าเขายกแล้ว คุณสมควร โอบอ้อม กับคุณสัมพันธ์ ๒ ท่าน เชิญคุณสมควรสั้น ๆ หน่อยนะครับ เอาเนื้อ

นายสมควร โอบอ้อม นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สมควร โอบอ้อม จังหวัดนครสวรรค์ เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอใช้เวลาของสภาไม่นานนัก วันนี้สภาเราก็ได้มาร่วมพิจารณาที่กรรมาธิการ ได้พิจารณางบประมาณ ๒๕๕๒ ก็เอาง่าย ๆ ว่า ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมเองได้ขอตัดไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จะได้ ๑๘๓,๕๐๐ ล้านบาท ฉะนั้นผมว่าเห็นกรรมาธิการได้ตัดไว้ ๔๕,๐๐๙ ล้านบาทนิดหน่อย ก็ถือว่าถ้าเทียบเปึนเปอร์เซ็นต์แล้วก็นิดเดียวเอง ฉะนั้นงบประมาณที่ผมเองได้เสนอตัดไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ รวมมีผู้ตัดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์นั้นก็ ๔๐ กว่าคน ๔๕ คน ที่ร่วมกันตัดงบประมาณ ฉะนั้นผมคิดว่า สําคัญมากครับ ๑๘๓,๕๐๐ ล้านบาท ก็ถือว่าเปึนเลือดและเนื้อของพี่น้องเราชาวไทย ที่ได้ประกอบสัมมาอาชีพ แล้วก็เสียภาษี แล้วก็เข้ามาสู่เปึนงบประมาณที่จะนํามาเพื่อจะ พัฒนาประเทศของเรา ผมขอนิดเดียวครับ ไม่อะไรมาก เดี๋ยวไว้เข้าสู่ในประเด็นในเรื่อง ของแต่ละมาตรา ผมขอฝากอย่างนี้ว่าตามที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเช่ารถเมล์ ๔,๐๐๐ คัน ผมฝากนิดเดียวครับ เมื่อไม่กี่วันนี้ผมได้ไปที่จังหวัดอุดรธานี ไปที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ จังหวัดอุดรธานี ได้ไปดูอาจารย์ที่เขาได้ค้นคว้าแล้วก็ทําไฮโดรเจน ไฮโดรเจนนั้น ถือว่าเปึนความสําคัญต่อโลกเลยทีเดียว เพราะไฮโดรเจนนั้นเปึนพลังงานที่สะอาด ถ้านํามาใช้ในเครื่องยนต์ต่าง ๆ นั้นก็จะทําให้ใช้คําว่าแทบจะไม่มีต้นทุนในเรื่องของ เชื้อเพลิงเลย แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมสรุปครับว่า ก่อนที่จะนํารถเมล์ ๔,๐๐๐ คัน เข้ามาใช้ ถ้าเผื่อเรานําไฮโดรเจนนั้นมาพัฒนา แล้วก็มาใช้ในรถของเราที่อยู่ ในประเทศไทย ก็จะไม่ต้องไปสิ้นเปลืองงบประมาณใด ๆ แล้วจะทําให้ผู้ประกอบการนั้น ประสบความสําเร็จ เพราะต้นทุนไม่มี แล้วก็อันตรายนั้นก็ไม่มี น้ํา ๑ ลิตรครับ ท่านประธานที่เคารพ ตามที่ผมได้ไปสอบถาม ได้ดูถึงรายละเอียดแล้วสามารถที่จะให้ รถเก๋งของเราวิ่งได้ ๑,๐๐๐ กิโลเมตร เปึนไปได้ครับ ผมเห็นแล้วเข้าใจอย่างนั้น เอาล่ะ รายการอื่น ๆ เอาไว้ให้ผมเข้าสู่ในมาตราแต่ละมาตรา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ

นายสมควร โอบอ้อม นครสวรรค์

ขอท่านประธานอีกนิดหนึ่ง ผมจะลืมไป พอดีที่ท่านประธานได้มอบให้ผมว่าให้ช่วยดูระบบเสียงในห้องประชุม ผมก็เรียนกับท่านประธานว่าผมก็ดําเนินการเต็มกําลัง เต็มความสามารถของผม ขอบคุณ ท่านประธานที่ได้ให้โอกาสผม ก็ขอเรียนว่าทางห้องประชุมนั้นผมยังไม่กล้าที่จะเดิน ไปได้ทั่วครับ เพราะว่ากลัวเหมือนกัน เพราะว่าทดสอบขณะที่ไม่มีคนอยู่ในห้อง กับมีคน อยู่ในห้องก็แตกต่างกัน ผมก็เลยใช้เฉพาะซีกนี้ที่ได้ดําเนินการไปแล้ว ซีกโน้นไม่กล้าเข้าไป ก็กลัวเหมือนกัน ก็เรียนท่านประธานอย่างนั้น แล้วแต่ท่านประธานจะได้สั่งการก็แล้วกัน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ขอขอบคุณ คุณสมควร ช่วยดูแล ตอนนี้เสียงก็เริ่มแปร่งแล้วครับ ช่วยดูแลหน่อยครับ ช่วยดูแลให้เรียบร้อย ในทุกสมัยนะครับ ในระหว่างที่เราเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มอบหมายให้ท่านสมควร เปึนกรณีพิเศษเรื่องนี้ ถือว่าเปึนอานิสงส์ของท่านด้วย เชิญคุณสัมพันธ์คนสุดท้ายครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมเปึนคนหนึ่งที่ได้ตัดในเรื่องของงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ อันเนื่องมาจากซึ่งจาก การที่ได้ดูงบประมาณ และได้ศึกษาดูแล้ว งบประมาณป้ ๒๕๕๒ นั้น ซึ่งทางรัฐบาล ได้ตั้งงบประมาณถึง ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะเห็นได้ว่าโดยเฉพาะป้นี้ ทางรัฐบาลได้ตั้งงบสูงกว่าป้ ๒๕๕๑ ซึ่งป้ที่แล้วนั้นได้ตั้งแค่ ๑,๖๖๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเห็นได้ว่าการตั้งงบประมาณป้ ๒๕๕๒ กับป้ ๒๕๕๑ นั้นแตกต่างกันถึง ๑๐.๕ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน ซึ่งมีเงินยอดต่างถึง ๑๗๕,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งเหล่านี้ที่ผมเปึนห่วงก็คือเกี่ยวกับเรื่องการที่รัฐบาลนั้นจะต้องหาเงินให้ได้เท่ากับ ยอดของงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ จะเห็นได้ว่างบประมาณป้ ๒๕๕๒ จากการที่เพิ่มสูงถึง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปัญหาที่เดือดร้อนที่จะต้อง กระทบกระเทือนก็คือเรื่องของกรมสรรพากรที่จะต้องหาเงินเพิ่มให้กับทางรัฐบาลอีก ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วทางกรมสรรพากรนั้นไปเก็บงบประมาณตรงไหน จะเห็นได้ ว่าทุกป้ผมเปึนผู้แทนปวงชนชาวไทยนั้นทางพ่อค้าตามตลาดหรือพ่อค้าหาบเร่ แผงลอย รถเข็นต่าง ๆ ก็บ่นกันไปหมดว่าถึงเวลาป้หนึ่ง ๆ การประเมินการค่าภาษีจะเก็บเพิ่มเปึน จํานวนมากโดยไปเพิ่มจากตามตลาดร้านค้า ซึ่งจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนี้ห้างร้านที่เปึน ร้านส่งไม่ว่าจะเปึนบิ๊กซี โลตัส คาร์ฟู อะไรต่าง ๆ มีทั่วทุกระแหงไปทั่วประเทศหมด ทุกจังหวัดหมด และสร้างความเดือดร้อนให้กับร้านค้าแต่เวลาจะเก็บภาษีเพิ่มก็กลับไป เก็บกับตามร้านค้าต่าง ๆ เหล่านี้ก็ต้องฝากเรียนกับทางรัฐบาลก็น่าเปึนห่วงที่เกี่ยวกับเรื่อง สรรพากรจะได้ไปเก็บภาษี แล้วมันก็จะไปถึงเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ของงบประมาณของ รัฐบาลถึง ๘ ยุทธศาสตร์ แล้วก็อีก ๑ ภาคของรัฐในเรื่องของการทํายุทธศาสตร์ งบประมาณในป้ ๒๕๕๒ จะเห็นได้หลาย ๆ ยุทธศาสตร์ ผมจะยกตัวอย่างเปึน บางยุทธศาสตร์ที่ค่อนข้างยังมีปัญหา เช่น อย่างยุทธศาสตร์เรื่องของการพัฒนา ด้านสังคมและคุณภาพชีวิต ซึ่งจะเล็งไปถึงเกี่ยวกับเรื่องทางด้านการศึกษาจะเห็นได้ว่า รัฐบาลนั้นไม่ได้เน้นเท่าที่ควรเกี่ยวกับการพัฒนาคน การพัฒนาด้านการศึกษา โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการจัดการศึกษาภาคบังคับ ๑๒ ป้ และภาคบังคับพื้นฐาน ๑๔ ป้ ก็คือ ในเรื่องของชั้นอนุบาลด้วย แล้วบอกว่าให้การศึกษานั้นได้เรียนฟรีทุกชั้น ทุกขั้นตอนหมด แต่พอถึงเวลาจริง ๆ การศึกษาที่จะดําเนินการเรียนฟรี การศึกษาฟรีก็ไม่ได้เปึนอย่างที่ได้ ประกาศไว้ ทุกพรรคเวลาหาเสียงก็บอกว่าจะจัดการศึกษาให้ฟรีหมด แต่ถึงเวลาก็ไม่ได้ ดําเนินการตามนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ว่าจะเปึนเรื่องการจัดสรรเงินทุนเพื่อการศึกษา หรือทุนพัฒนาทางการศึกษาเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพการจัดการศึกษาการเรียน การสอนของโรงเรียน โรงเรียนต่าง ๆ นั้นงบน้อยมากไม่พอที่จะดําเนินการจัดการศึกษา ให้มีประสิทธิภาพได้อย่างนี้เปึนต้นนะครับ หรือแม้กระทั่งเรื่องยุทธศาสตร์โครงสร้างของ เศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างสมดุล ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของทางด้านการเกษตรนะครับ จะเห็นว่า ในกระทรวง ทบวง กรม ที่จัดไปไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย แต่เวลาจัดงบประมาณป้นี้เพิ่มขึ้นประมาณ การรายจ่ายเพิ่มขึ้น แต่เวลาในงบของกระทรวงโดยเฉพาะเรื่องของภาคการเกษตร จะเห็นว่าการเกษตรนั้นก็ยังมีปัญหา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่น่าเปึนห่วงอย่างยิ่ง ในปัจจุบันก็คือเรื่องความเสี่ยงภัยในเรื่องของปัญหาการเกษตร ซึ่งรัฐนั้นได้มีนโยบายไว้ แต่เวลาทํางบประมาณจริง ๆ ความเสี่ยงภัยอันเกิดจากภัยธรรมชาติถึงเวลาไม่ว่าจะเปึน การเกษตรทุกอย่างเกิดภัยธรรมชาติจะได้รับค่าชดเชยชดใช้จากทางรัฐอย่างเช่น ถ้าเปึนเรื่องของการทําไร่ ทํานา การเกษตรก็ได้ค่าชดใช้เพียงไร่ละประมาณไม่เกิน ๕๐๐ บาท อย่างนี้เปึนต้น ซึ่งน้อยมากกับการที่เกษตรกรนั้นได้ลงทุนไปเปึนจํานวนมาก ฉะนั้นรัฐ ก็น่าจะต้องจัดในเรื่องของการเสี่ยงภัยหรือว่าภัยที่เกิดจากธรรมชาตินั้นให้คุ้มค่า ตัวอย่างเช่นการทําแบบลักษณะของประกันภัยรถยนต์ ซึ่งการลงทุนของเกษตรกรมีเท่าไร น่าจะมีการชดเชยให้คุ้มค่าอย่างนั้นเปึนต้น หรือแม้กระทั่งเรื่องของยุทธศาสตร์เรื่องของ การบริหารการจัดการที่ดี อย่างเช่นเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างนี้นะครับ การส่งเสริมการกระจายอํานาจก็ไม่ได้ทําอย่างเต็มที่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าเปึนการอภิปราย วาระที่ ๑ แล้วครับ ขอให้เปึนเนื้อเงินนะครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

อันนี้เปึนยุทธศาสตร์กว้าง ๆ ครับ ผมจบตรงนี้แล้วนะครับ จะเรียนให้เห็นว่าแม้กระทั่งเรื่องของงบประมาณในป้นี้ที่จัดให้กับ ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นก็เพียง ๒๕.๒๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่ได้เพิ่มขึ้นตามที่ กฎหมายกระจายอํานาจได้กําหนดไว้ถึง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ถึงแม้ว่าจะแก้กฎหมายว่า ให้เพิ่มขึ้นทุกป้เพียงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเท่านั้นนะครับ ก็ถือว่าไม่ได้เปึนการที่จัดสรร งบประมาณที่กระจายให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างแท้จริง อันนี้ก็คือ เปึนยุทธศาสตร์ตัวอย่างคร่าว ๆ ที่ผมยกตัวอย่างซึ่งมีถึง ๘ ยุทธศาสตร์ในการบริหาร การจัดการงบประมาณของทางรัฐบาล และผมจะได้ลงรายละเอียดในการที่ผมขอสงวน คําแปรญัตติแต่ละมาตราต่อไปครับ ขอบคุณท่านครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ จบการอภิปรายใน มาตรา ๓ นะครับ เนื่องจากมาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข แต่มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ ผมจะขอถามมติจากที่ประชุม ว่าจะเห็นควรให้คงไว้ตามร่างเดิมของคณะกรรมาธิการ หรือเห็นด้วยกับที่กรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ ขอเชิญท่านสมาชิก เข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ

(ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนลงมติ)

ก่อนลงมติเพื่อให้เปึน การลงมติที่ชอบด้วยกฎหมาย ผมอยากจะขอความกรุณาให้ท่านสมาชิกได้ช่วยแสดงตน ก่อนที่จะลงมติครับ กรุณาเสียบบัตรแสดงตนนะครับ ผมขอเรียนให้เพื่อนสมาชิกที่เคารพ ทุกท่านได้ทราบ คือเมื่อมีการแปรญัตติก็ต้องถามแต่ละมาตราต้องอยู่ลงมติทุกมาตรา ทุกท่านอย่าลืมนะครับ ท่านเสียบบัตรแสดงตนแล้วนะครับ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่าน เสียบบัตรแสดงตนแล้วนะครับ เสร็จแล้วนะครับ ช่วยกดบัตรแสดงตนเลยครับ เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)
นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ท่านประธานคะ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ พอดีบัตรอาจจะมีปัญหานะคะ พอเสียบเข้าไปปุ็บมันจะขึ้นไม่เห็นด้วยค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือไม่ชอบเสียบ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

เสียบ ๔ ช่อง ๕ ช่องแล้วค่ะ ขึ้นไม่เห็นด้วยทุกช่องเลยค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวค่อยบอกตอนหลัง นับผลได้ แสดงผลมา จํานวนผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๓๕ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุมแล้ว แต่ถ้าการโหวตถ้าไม่เกินกึ่งหนึ่งของจํานวนก็ตกไปเหมือนกันนะครับ

ต่อไป ผมจะถามที่ประชุมนะครับ ผู้ใดเห็นควรให้คงไว้ตามร่างเดิม ๆ ของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการขอสงวน ความเห็นหรือผู้แปรญัตติขอสงวนความเห็นของคําแปรญัตติโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิครับ ผมลืมครับ กรรมาธิการมีอะไรชี้แจงไหมครับ ไม่มีนะครับ ท่านกรรมาธิการท่านมีอะไรที่จะชี้แจงไหม ครับ ญัตตินะครับ คือท่านไม่ชี้แจงนะครับ ผมขอถามญัตติอีกครั้งหนึ่ง ผู้ใดเห็นควรให้ คงไว้ตามร่างเดิมของมาตรา ๓ ของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใด เห็นด้วยกับกรรมาธิการขอสงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ชัดนะครับ โปรดใช้สิทธิทุกท่านครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ใช้แล้วนะครับ เจ้าหน้าที่ แสดงผล มีผู้เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ๒๓๔ เสียง ไม่เห็นด้วย ๙๙ เสียง งดออกเสียง ๒ เสียง เกือบขีดเส้นตายแล้ว

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่

ท่านประธานครับ ผม สาคร เกี่ยวข้อง จากพรรคประชาธิปัตย์ กระบี่ ไม่เห็นด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เห็นด้วย

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่

กดแล้วสัญญาณไม่ขึ้นครับท่านประธาน หมายเลข ๐๓๘๐ ครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เปึน ๑๐๐ นะครับ

นายประพร เอกอุรุ สงขลา

ท่านประธานครับ ผม ประพร เอกอุรุ ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา ไม่เห็นด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๑๐๑ ครับ

นายประพร เอกอุรุ สงขลา

หมายเลข ๐๑๗๙ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

บัดนี้ผลไม่ครบกึ่งหนึ่งเลย จะให้ผมทําอย่างไร เสียงข้างมากธรรมดา เลขา บอก คนแก่ก็หลง ๆ ลืม ๆ ขออภัย ก็ถือว่า มาตรา ๓ เห็นควรคงไว้ตามร่างเดิมของคณะกรรมาธิการนะครับ

ก่อนจะผ่านไป มาตรา ๔ ผมขอแจกเอกสารก่อนขึ้น มาตรา ๔ เจ้าหน้าที่ กรุณาแจกด้วย ใบแก้ข้อความแจกหรือยัง ช่วยแจกทุกคนครับ มาตรา ๔ เปึนมาตรา ที่สําคัญด้วยงบกลาง ก็ขอให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติโปรดกรุณาอยู่กันให้พร้อมเพรียง นะครับ ต่อไป มาตรา ๔ เชิญเลขา ครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๔ งบกลาง มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเราได้ปฏิบัติมาแล้ว ให้กรรมาธิการเสียงข้างน้อยพูดเสร็จ แล้วก็ท่านสมาชิกผู้แปรญัตติพูดเสร็จ แล้วก็สลับกันไปอย่างนี้นะครับ เชิญคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ ติดใจไหมครับ ถ้าไม่ติดใจผมผ่านนะครับ เชิญท่านพิเชษฐครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกระบี่ ในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยครับ ผมได้สงวนคําแปรญัตติในการที่จะตัดงบกลางไว้ร้อยละ ๒๐ ในทุกมาตรา แต่ว่าผมจะไม่อภิปรายทุกมาตรานะครับ เฉพาะงบกลาง คิดว่า มีส่วนเกี่ยวข้องที่สําคัญแล้วก็จําเปึนที่จะให้ที่ประชุมนี้รับทราบ งบกลางป้นี้ตั้งไว้ทั้งหมด ๒๔๐,๙๔๐,๖๓๖,๙๐๐ บาท เรียนว่าถ้าคิดตามสัดส่วนงบประมาณแล้ว งบกลาง เปึนอัตราสัดส่วนถึง ๑๓.๖ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมด คือ ๑๓.๖ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณ ๑,๘๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทตามที่เราพิจารณากันอยู่นี้ งบกลาง มีการเติบโตขึ้นมาอย่างน่าเปึนห่วงตามลําดับ จากเมื่อประมาณ ๑๐ ป้ที่แล้ว ที่ท่านประธานก็นั่งเปึนกรรมาธิการงบประมาณเราจะเห็นว่างบกลาง มีตัวเลขอยู่เพียงแค่ ๓๐,๐๐๐ – ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท บัดนี้งบกลางเติบโตมาถึง ๑๓.๖ เปอร์เซ็นต์ดังกล่าวนี้ ก็เปึนที่วิพากษ์วิจารณ์หลายคนก็เปึนห่วงกันอยู่ ในห้องประชุมงบประมาณกระผม ได้ใช้สิทธิกรรมาธิการขอตัดงบกลางไปแล้วบางส่วน แต่ว่าตัดไปเพียงแค่ประมาณ ยังไม่ถึงร้อยละ ๗ ก็ขอความกรุณาที่จะอธิบายเพิ่มเติมในห้องงบประมาณนี้ครับ ถ้าท่านประธานจะกรุณาดูหนังสือรายงานของคณะกรรมาธิการเล่ม ๒ ตั้งแต่หน้า ๒ เปึนต้นไป ค่าใช้จ่ายงบกลางตามที่ปรากฏทั้งหมด ๑๒ รายการ คิดว่ามีข้อสําคัญที่ ที่ประชุมนี้พึงพิจารณา ส่วนแรกที่สุดก็คือใน (๑) ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาศักยภาพของ หมู่บ้านและชุมชน หรือที่เราเรียกว่า เอสเอ็มแอล ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ป้นี้ตั้งงบประมาณไว้ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ผมได้ใช้สิทธิในฐานะกรรมาธิการตัดในห้อง ประชุมไปแล้ว ๔,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขสุดท้ายที่เหลือเข้ามาในห้องงบประมาณนี้ ก็เหลือเพียงแค่ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท มีความจําเปึนที่จะต้องชี้แจงประกอบ ก็คือว่างบพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนหรือเรียกว่าเอสเอ็มแอล เพิ่งปรากฏ ในงบประมาณป้นี้ แต่ในงบประมาณป้ที่แล้วเปึนงบประมาณที่รัฐบาลที่ผ่านมาเรียกว่า งบอยู่ดีมีสุข ในงบอยู่ดีมีสุขในงบประมาณงบกลางป้ที่แล้วตั้งไว้ประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่ผลปรากฏว่าจากรัฐบาลที่ผ่านมา ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทป้ที่แล้ว ใช้ไปเพียงแค่ไม่ถึง ๔,๐๐๐ ล้านบาทเอง มีงบประมาณเหลืออยู่อีกประมาณ ๑๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท รัฐบาลนี้ปัจจุบันป้นี้ก็ได้ไปเปลี่ยนงบอยู่ดีมีสุขมาเปึนงบ เอสเอ็มแอล นอกจากตั้งไว้ในงบประจําป้ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาทแล้วยังได้โยกงบประมาณ จากงบอยู่ดีมีสุขใช้ไปแล้วถึง ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ได้มีการใช้ล่วงหน้าด้วยงบป้ที่แล้วไป ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีข้อน่าเปึนห่วงก็คือท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลนี้ เข้ารับหน้าที่เมื่อแถลงนโยบายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และก็มาคิดทํางบประมาณในเรื่อง เอสเอ็มแอลในเดือนมีนาคมแต่เพียงแค่ไม่ถึง ๑ เดือน รัฐบาลได้จ่ายงบประมาณ ที่โยกจากอยู่ดีมีสุขไปถึง ๔,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ ล้านบาทที่ทําพิธีเรียกว่ายิงงบประมาณไปยัง หมู่บ้านตามที่เคยเปึนข่าวในหนังสือพิมพ์ เพราะฉะนั้นก็มีความเปึนห่วงว่ารัฐบาลนี้ใช้เวลาเพียงแค่ ๑ เดือนเศษ ๆ พิจารณา ในโครงการเอสเอ็มแอล แล้วก็จ่ายไปหมู่บ้านต่าง ๆ โดยที่ขาดการไตร่ตรอง ก็ได้มีการ เปลี่ยนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องใช้ความรอบคอบ ใช้งบประมาณเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเมื่องบ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ได้มีการโยกงบป้ที่แล้วมาประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ารวมจริง ๆ ก็เปึนประมาณ ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท ผมจึงได้ใช้สิทธิของกรรมาธิการปรับไป ในห้องพิจารณา ๔,๐๐๐ ล้านบาท ด้วยความเห็นชอบของผู้เกี่ยวข้องที่มาชี้แจง งบประมาณด้วย ก็คือท่านรองเลขาธิการสํานักนายกรัฐมนตรี ผู้ทําหน้าที่ดูแลงบเอสเอ็ม แอล ตรงนี้อาจจะมีกรรมาธิการบางท่านเปึนห่วงว่าทําไมงบเอสเอ็มแอลไปปรับลดจาก ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท มาเหลือ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็เรียนว่ามาเหลือ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เพราะมีการใช้ไปก่อนจากงบอยู่ดีมีสุขไปประมาณ๔,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว แต่จริง ๆ แล้ว ท่านประธานที่เคารพ ผมมีความเปึนห่วงว่าสําหรับระยะเวลางบประมาณที่เหลืออยู่ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ก็ยังมากเกินไป เพราะวิธีการดําเนินการถึงเกือบ ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้าน ทั่วประเทศ ขณะที่ยังขาดความพร้อม ยังไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมเลย งบจํานวนนี้ เชื่อว่าสุดท้ายแล้วมันก็ยังจะเหลือ หรือถ้าจ่ายไปหมดก็จะเปึนการจ่ายงบประมาณไป อย่างไม่มีคุณภาพ ก็จําเปึนต้องชี้แจงที่ประชุมเพื่อได้รับทราบ

ใน (๒) และ (๓) เปึนค่าใช้จ่ายตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ๒,๓๐๐ ล้านบาท กับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเสด็จพระราชดําเนินและต้อนรับประมุข ต่างประเทศ คณะกรรมาธิการไม่ได้แตะต้องเลย ผมเองก็ไม่แตะต้องเลยงบประมาณ ส่วนนี้

ใน (๔) คือค่าชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้าง เดิมตั้งเอาไว้ ๑,๐๐๐ ล้านบาท มีการแสดงความเห็นติติงกันในที่ประชุมกรรมาธิการงบประมาณว่า สาเหตุหนึ่ง ที่งบประมาณป้ที่แล้ว งบลงทุนใช้กันไม่ค่อยทันเพราะว่าราคากลางตั้งเอาไว้ในข้อจํากัด ในป้ที่แล้วที่ผ่านมาป้หนึ่ง อิฐขึ้นราคา หิน ปูน ทราย เหล็กเส้นทุกอย่างขึ้นราคาไปหมด เพราะฉะนั้นค่าชดเชยสิ่งก่อสร้างที่ภาษาก่อสร้างเรียกว่าค่าเค ตั้งไว้เพียง ๑,๐๐๐ ล้านบาท เกรงว่าจะไม่พอและจะมีปัญหาการจัดการงบประมาณป้ใหม่นี้ เราก็จะ ไม่เข้าเปัาอีก ในที่สุดก็ได้มีการแปรญัตติตามคําขอของรัฐบาลเพิ่มมา ๑,๐๐๐ ล้านบาท เปึนตัวเลข ๒,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่ปรากฏในหน้า ๒

ท่านประธาน มีตัวเลขใน (๕) ก็ขอเรียนว่า เงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจําเปึน ตัวเลขนี้คือตัวเลขที่อยู่ในอํานาจการสั่งการของนายกรัฐมนตรีทั้งหมด สํารองไว้เผื่อเกิดกรณีฉุกเฉินจําเปึน เช่น ภัยพิบัติ น้ําท่วม ภัยแล้ง หรือกรณีที่อุบัติภัย ต่าง ๆ และสิ่งที่จําเปึนนอกเหนือจากการคาดหมาย เงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจําเปึน เติบโตขึ้นมาอย่างน่าเปึนห่วง เมื่อไม่ถึง ๑๐ ป้ที่แล้ว เงินสํารองจ่าย เพื่อกรณี (๕) นี้ มีเพียงป้ละประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง แต่ต่อมาก็มีการ สํารองขึ้นมาถึง ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ในป้งบประมาณป้นี้ตามที่ปรากฏ จากการสอบถาม ทางสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและดูตัวเลขการเบิกจ่ายในป้ที่ผ่าน ๆ มา มีข้อน่าสนใจและน่าเปึนห่วงก็คือว่า ทุกป้ตั้งไว้สูงเกินไป การใช้จ่ายเมื่อมาถึงประมาณ เดือนมิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม กันยายนแล้ว ยังเหลืออยู่เกือบครึ่งทุกป้ แต่พอ ใกล้ป้งบประมาณเข้าจริง ๆ เงินพวกนี้เหลือมาก ก็จะมีรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ ใครต่อใคร ไปขอใช้งบประมาณนี้ โดยที่ไม่ใช่เข้ากรณีฉุกเฉินหรือไม่เข้ากรณีจําเปึน เปึนตัวเลข ค่อนข้างจะมาก ในงบประมาณเมื่อป้ที่ผ่านมา ตั้งตัวเลขไว้ประมาณ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ป้นี้ตั้งเปึน ๔๘,๐๐๐ ล้านบาท จากการสอบถามแล้ว จาก ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ป้ที่แล้ว จนกระทั่งพิจารณางบประมาณจะเข้าสู่เดือนสิงหาคมแล้ว ยังเหลืองบตรงนี้อยู่อีกร่วม ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นในป้นี้ ผมจึงได้ใช้สิทธิกรรมาธิการปรับลดงบตรงนี้ ไปอีกประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ขอปรับ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามตัวเลขที่จําเปึน แต่สุดท้ายได้มีการร้องขอจากผู้มาชี้แจงว่าถ้าตัด ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เกรงว่า จะมากเกินไป ขอเพียงแค่ประมาณสัก ๓,๐๐๐ ล้านบาทก็พอ

เหตุผลคิดว่าท่านสมาชิกทุกท่านคงสนใจนะครับ เพราะรัฐบาลเกรงว่า ป้ ๒๕๕๒ อาจจะมีการเลือกตั้งใหม่ จึงขอวงเงินไว้ประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านบาท สํารองไว้ เผื่อจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในป้ ๒๕๕๒ ตัวเลขตรงนี้ก็เลยยอมให้ปรับ เพียงแค่ประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท จริง ๆ แล้วตัวเลขตรงนี้ควรจะปรับมากกว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ตามตัวเลขที่พวกผมสงวนคําแปรบัญญัตติไว้ มีข้อสังเกต คืองบสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึนดังกล่าวนี้เปึนงบที่น่ากลัวครับ ขาดการ ตรวจสอบ และเปึนการใช้จ่ายที่ไม่ค่อยรอบคอบเลย และทุกป้ใช้จ่ายไม่ทันก็มาเบิกจ่าย เร่งจ่ายกันเพื่อให้ตัวเลขหมดไปในปลายป้ทุกป้ ตัวเลขตรงนี้ผมคิดว่าผมยังอยากใช้สิทธิ ตัดให้เหลือแค่ประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทตามเดิม ตัวเลขต่อมา ท่านประธานที่เคารพ ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ ตั้งไว้เดิม ๔๘,๖๐๐ ล้านบาท มีกรรมาธิการในห้องนี้และท่านสมาชิกในห้องบางท่านได้กรุณา อภิปรายไปแล้วตอนเช้าว่า ค่าใช้จ่าย ในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐตั้งไว้สูง แต่ทุกป้จ่ายเกือบหมดเพราะขาดการตรวจที่รอบคอบ ท่านประธานจะดูว่าถ้าเรามีข้าราชการอยู่ประมาณ ๒ ล้านคน เฉพาะค่ารักษาพยาบาล ๒ ล้านคน ตกเข้าไป ๔๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าถัวเฉลี่ยแต่ละคนตกต่อหัวเข้าไป ๒๔,๐๐๐ บาทครับ แต่ขณะที่กองทุนประกันสังคม ค่ารักษาพยาบาล ประชาชนทั่วไป มีการเรียกร้องพยายามจนขนาดนี้ได้แค่ ๒,๐๐๐ บาทต่อหัว แต่เฉพาะข้าราชการวิ่งเข้าไป ถึงรายละประมาณ ๒๔,๐๐๐ บาท จริงอยู่อาจจะเกี่ยวข้องว่าเปึนการใช้สิทธิแทนคู่สมรส หรือบุตรบ้าง แต่ถ้าคํานวณถึงคู่สมรสและบุตรของข้าราชการถัวเฉลี่ยแล้วก็เปึนดังที่ ท่านกรรมาธิการ นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้อภิปรายไปแล้วว่าจะตกถัวเฉลี่ยหัวละ ๙,๐๐๐ บาทครับ เพราะฉะนั้นงบประมาณในเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ข้าราชการและลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ ก็ฝากสภาพิจารณาว่าต่อไปพึงพิจารณา เรื่องนี้ให้เข้มงวด มิฉะนั้นเมื่อมีวงเงินจํานวนมาก ก็ค่อนข้างจะหละหลวม มีข้าราชการ จํานวนมากใช้สิทธิในการรักษาพยาบาลในขณะที่ไม่จําเปึน ข้าราชการจํานวนหนึ่ง ไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่มีโรงพยาบาลชั้นหนึ่ง ถือโอกาสเข้าพักในโรงพยาบาลและ รักษาพยาบาลใช้สิทธิเบิก ในขณะเดียวกันก็ประหยัด ค่าโรงแรม ค่าใช้จ่ายที่พาลูกเมีย ไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่นนี้มีตัวเลขเคยมีปรากฏว่าจํานวนคืนของห้อง ตามโรงพยาบาลที่ไปรักษาในโรงพยาบาลเอกชนเกินกว่าที่เปึนจริงก็มี สิ่งเหล่านี้ผมเตือน กรมบัญชีกลางไปว่าเรามีการหละหลวมในการดูงบประมาณตรงนี้มากในภาวะเศรษฐกิจ เช่นนี้ อยากที่จะให้ใช้ความรอบคอบ เข้มงวดดูค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการและ ลูกจ้างเหล่านี้ด้วย อะไรที่มีเหตุมีผลสมควร คณะกรรมาธิการไม่ขัดข้องหรอกครับ แต่ในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ต้องดูจุดรั่วไหล

ในรายการต่อใน (๗) ท่านประธานครับ เงินเบี้ยหวัด บําเหน็จ บํานาญ ป้นี้ ตั้งขึ้นมา ๘๒,๐๐๐ ล้านบาท ผมขอตัดในห้องงบประมาณไปประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่ากลับมีการแปรญัตติเพิ่มขึ้นมาโดยผ่าน ครม. ในรายการหนึ่ง ตัวเลขกลับมากกว่า ที่ตัดเสียอีก จาก ๘๒,๐๐๐ ล้านบาท ตัดไปแล้วกลายเปึนแปรญัตติเพิ่มเปึน ๘๓,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มมาอีก ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ มีข้อบกพร่อง จุดอ่อนที่น่าสนใจเกี่ยวกับเงินเบี้ยหวัด บําเหน็จ บํานาญ คณะกรรมาธิการพบว่า ในโครงการเออร์ลี่ รีไทร์ (Early Retire) หรือโครงการเกษียณอายุก่อนกําหนด มีข้าราชการจํานวนหนึ่งมาเข้าโครงการ แล้วก็ส่วนใหญ่เปึนข้าราชการที่อยู่ในระดับ ข้าราชการชั้นสูงจํานวนหนึ่ง เมื่อขอเออร์ลี่ รีไทร์ หรือขอเกษียณก่อนกําหนดแล้วก็รับเงิน ของขวัญ รับเงินบําเหน็จอะไรต่อไปแล้ว แต่กลับมีการจ้างกลับมาเปึนที่ปรึกษา ในกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ในค่าจ้างที่สูงกว่าเงินเดือนเดิมอีกเกือบเท่าตัว สิ่งเหล่านี้ก็เปึนสิ่งที่รัฐบาลพึงจะต้องพิจารณา แต่ปรากฏว่าเบี้ยหวัด บําเหน็จ บํานาญ หลังจากที่ผมตัดไป ๒,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว กลับมีการแปรญัตติเพิ่มขึ้นมาโดย ครม. เข้ามา ในห้องนี้เพิ่มเข้ามาอีก ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท สุดท้ายแทนที่จะน้อยลง ตัวเลขกลับ เพิ่มขึ้นครับ จาก ๘๒,๔๕๐ ล้านบาท เปึน ๘๓,๔๗๙ ล้านบาท ผมยังมีความเห็นว่า เงินเบี้ยหวัด บําเหน็จ บํานาญเหล่านี้ไม่ควรเกิน ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท และก็จําเปึนจะต้อง พิจารณาด้วยว่าข้าราชการจํานวนที่ขอใช้สิทธิเกษียณอายุออกไปและกลับไปจ้างกลับมา ในฐานะที่ปรึกษาบ้าง ในฐานะตําแหน่งอะไรบ้าง โดยอัตราเงินเดือนเกินกว่าเดิมตั้งเท่าตัว เช่นนี้เปึนสิ่งที่รัฐบาลจําเปึนจะต้องดูแลอย่างเข้มงวดเสียแล้ว

ใน (๘) ครับท่านประธานครับ เงินช่วยเหลือข้าราชการ ลูกจ้างและ พนักงานของรัฐ ไม่อยากบอกว่าเปึนงบหาเสียง แต่ป้ที่ผ่านมาขณะที่เราเปึนห่วงว่า งบประจําเงินเดือนของข้าราชการค่าตอบแทนสูงขึ้นมามาก แต่อยู่ ๆ ก็มีการไปประกาศ ขึ้นเงินช่วยเหลือให้กับข้าราชการคนละ ๑,๐๐๐ บาท และจากนั้นไม่พอจาก ๑,๐๐๐ บาท ก็เพิ่มมาเปึน ๑,๕๐๐ บาท แต่ถึงแม้จะเปึน ๑,๕๐๐ บาท คูณด้วยจํานวน ข้าราชการและลูกจ้างในตัวเลขของผมแล้วมันก็ไม่ควรถึง ๕,๓๘๕ ล้านบาท ตามที่รัฐบาล ตั้งไว้ ตัวนี้ส่วนหนึ่งผมก็ปรับลดไปในห้องงบประมาณประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท แต่ตัวเลขก็ยังสูง สูงกว่าที่จําเปึน แต่ก็ไม่ติดใจ

ท่านประธานครับ มีใน (๙) เรื่องเลื่อนเงินเดือนและเงินปรับวุฒิข้าราชการ ตรงนี้เปึนที่วิพากษ์วิจารณ์กันอยู่มากครับ ตั้งมา ๖,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็ใช้สิทธิขอปรับ ลงไป ๑,๐๐๐ ล้านบาทในห้อง โดยทําความเข้าใจกับผู้มาชี้แจงไล่เรียงตัวเลขที่เปึนจริง กันแล้ว สุดท้ายก็ปรากฏว่าตัวเลขจริง ๆ แล้วไม่ถึง ๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่ก็มีตั้งกันมา ๖,๐๐๐ ล้านบาท ก็ปรากฏในงบประมาณหน้าที่ ๓ ว่าคงเหลือ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขนี้ ก็ยังสูงกว่าที่เปึนจริง สมควรที่จะต้องพิจารณาต่อไปอย่างเข้มงวดในป้ต่อ ๆ ไป เงินส่วนนี้ เงินปรับวุฒิข้าราชการ ท่านประธานครับ ถ้าเกี่ยวกับข้าราชการชั้นผู้น้อยซี ๕ ซี ๖ ซี ๗ ซี ๘ เราก็จะไม่ว่ากัน แต่พวกนี้รวมมาถึงข้าราชการ ซี ๑๐ ซี ๑๑ ด้วย ซี ๑๐ ซี ๑๑ ผมยกตัวอย่างแม้กระทั่งผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติที่มีเงินเดือน เงินประจําตําแหน่ง ค่อนข้างจะสูง เงินรับรอง เงินราชการลับแล้ว ยังมีเงินปรับวุฒิตรงนี้อีกจํานวนหนึ่ง ผมไม่อยากเห็นว่าข้าราชการผู้ใหญ่มาใช้เงินจํานวนนี้แล้วเบียดบังส่วนที่ข้าราชการผู้น้อย พึงจะได้ ถ้าจะมีการปรับวุฒิ เลื่อนเงินเดือน หรือช่วยเหลือข้าราชการชั้นผู้น้อยคิดว่า กรรมาธิการและตัวกระผมเองจะไม่รังเกียจเลย แต่ในลักษณะการกระทําขณะนี้ มันกระจุกตัวอยู่ชั้นบนในระดับซี ๙ ซี ๑๐ ซี ๑๑ ค่อนข้างจะสูงและก็มาเบียดบัง ข้าราชการในระดับเล็ก ๆ ข้างล่างครับ

ในรายการที่ ๑๐ เงินสํารอง เงินสมทบ และเงินชดเชยของข้าราชการ ก็เช่นเดียวกันครับ มีลักษณะตามที่ผมกราบเรียนมาแล้ว ตั้งไว้ ๒๗,๙๐๐ ล้านบาท ผมได้ใช้สิทธิกรรมาธิการในห้องตัดไป ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็คงเหลือตัวเลข ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเมื่อเหลือแค่นี้เองผมก็ไม่ติดใจ แต่ก็เรียนว่าในป้ต่อ ๆ ไป ในขณะที่ เราพูดกันถึงว่างบประจําเบียดงบลงทุนเข้าไปทุกทีแล้ว งบประจําขณะนี้ตกเข้าไป ๗๒ เปอร์เซ็นต์ ๗๓ เปอร์เซ็นต์ และงบลงทุนก็ถูกเบียดต่ําลงไปทุกวัน ๆ แต่ในแต่ละป้ ผมไม่อยากบอกว่าช่วงใกล้เลือกตั้ง หรือสังหรณ์ใจว่าจะมีการเลือกตั้งจะมีการเอาเงิน ไปใช้ขึ้นเงินเดือนกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ขึ้นอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งมันเปึนภาระ เปึนภาระแก่การคลังในระยะยาวและเปึนวินัยที่ไม่ดีเลย ไม่อยากเห็น รัฐบาลไหนก็ตามใช้วิธีการเช่นนี้ครับ

ในขณะเดียวกันในรายการใน (๑๒) ค่าใช้จ่ายการปรับเงินเดือน ค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐ เงินส่วนนี้จาก ๘,๔๒๑ ล้านบาท ลงมาเหลือ ๗,๖๓๕ ล้านบาท ผมเรียนว่าตรงนี้ไม่ใช่ผมไปตัด แต่จากการได้ตัวเลขใช้จ่ายที่เปึนจริง และในป้งบประมาณที่ผ่านมากับแนวโน้มที่จะต้องใช้ในป้หน้านี้เปึนสิ่งที่ข้าราชการยอม ผู้มาชี้แจงยอม ยอมรับตัวเลขและก็ยอมลดลงมา ผมตัดในงบกลางตรงนี้ในคืนนั้นทั้งหมด ประมาณ ๑๗,๓๐๐ ล้านบาท การตัดงบประมาณจากงบกลางดังกล่าวนี้ไม่ได้กระทบกระทรวง ทบวง กรม ไม่ได้ทําให้ กรมไหนเดือดร้อน ไม่ได้ทําให้ส่วนไหนเดือดร้อน เพราะจากงบกลางที่อยู่ในอํานาจของ ท่านนายกรัฐมนตรี แต่สุดท้ายแล้วมีการอุทธรณ์ว่าในชั้นอนุกรรมาธิการคณะต่าง ๆ ไปตัดค่าใช้จ่ายงบของข้าราชการในแต่ละกรมมากเกินไปจนเขาเดือดร้อน สุดท้ายก็ได้ใช้ เงินจํานวนนี้ล่ะครับให้หน่วยราชการที่คิดว่ากระทบเสียหายแปรญัตติเข้ามา แสดงเหตุ แสดงผล และก็พยานหลักฐาน เอกสารที่เกี่ยวข้องให้ไว้วางใจว่าเขาจะต้องใช้ถึงขนาดนั้นจริง ก็ในที่สุดในส่วนที่ขออุทธรณ์เข้ามาก็ได้คืนเข้าไปส่วนหนึ่ง เปึนเงินสักประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ๗,๐๐๐ ล้านบาทครับ สุดท้ายงบจํานวนนี้ก็เหลืออยู่สักประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเห็นว่างบการจ่ายงบกลางขาดความรอบคอบครับท่านประธาน ตั้งกันตามประเพณี ป้ไหนตั้งเอาไว้เท่าไร แต่ละป้พอสิ้นป้ก็พยายามจะเบิกจ่ายให้หมด เพราะเกรงว่าถ้าเบิกจ่ายไม่หมดต่อไปกรอบงบประมาณของตนเองจะถูกลดลง และกรอบการก้าวหน้าของตัวงบประมาณตรงนั้นจะถูกลดลงก็มีการพยายามใช้ให้หมด ฉะนั้นก็เกิดเปึนปัญหาว่างบประมาณ ๑ ล้าน ๘ แสนกว่าล้านบาท เปึนงบกลางเข้าไปถึง ๑๖ เปอร์เซ็นต์ เกือบ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาทอย่างนี้ล่ะครับ เปึนการไม่มีวินัยการคลัง และยากแก่การตรวจสอบอย่างสิ้นเชิง

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอสงวนความเห็นในส่วนที่ว่า งบประมาณบางส่วนที่ผมปรับลดไปแล้ว ด้วยการทําความตกลงกับผู้ชี้แจง ด้วยการยอมรับด้วยตัวเลขที่เปึนจริง สุดท้ายในห้องปรับไปเช่นนั้นแล้ว ก็กลับมีการ แปรญัตติเพิ่มกลับเข้าไปอีก แปรญัตติเพิ่มกลับเข้าไปอีกและก็สุดท้ายก็ได้มีการเพิ่มไป ตามจํานวนที่แปรญัตติ ผมคิดว่างบกลางนี้เราหละหลวมมากครับ และจะต้องแก้ไขมาก ถ้าภาวะป้นี้เราคิดว่างบประมาณเพิ่มมา ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ไปอยู่ที่งบกลาง เสียเกือบ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ขณะที่งบลงทุนเราบอกว่า ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ดูตัวเลขเหมือนเพิ่มเข้ามาเล็กน้อยแต่ถ้าตามสัดส่วนงบประมาณแล้ว งบลงทุนลดมาตั้ง ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ นั่นก็คือว่างบกลางเบียดบังงบของแผ่นดินเปึนส่วนมาก สิ่งเหล่านี้ เปึนสิ่งที่จะต้องพิจารณาอย่างเข้มงวด ไม่ว่ารัฐบาลนี้หรือรัฐบาลไหนต่อไปในข้างหน้า ผมยังสงวนสิทธิที่จะขอตัดลดงบประมาณตรงนี้อีกสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญ คุณผุสดี ตามไท ครับ

นางผุสดี ตามไท แบบสัดส่วน 🔗

ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันอยากจะขออนุญาตอย่างนี้ค่ะ ได้สงวนคําแปร ญัตติขอลดงบประมาณตรงส่วนนี้ ซึ่งเปึนการตั้งงบประมาณรายจ่ายงบกลางไว้ ดิฉัน เคยเข้าใจว่าการตั้งงบประมาณรายจ่ายงบกลางตรงนี้ และก็โดยแยกไว้ต่างหาก จากงบประมาณรายจ่ายประจําป้นั้นก็ด้วยวัตถุประสงค์ที่เพื่อจะให้มีความยืดหยุ่นในการ ใช้งบประมาณ เนื่องจากว่าในช่วงระหว่างป้นะคะ ก็มีหลายครั้งหลายหนที่อาจจะเกิดเหตุ ที่ไม่ได้คาดคิดล่วงหน้า ดังนั้นจึงจําเปึนที่ต้องตั้งงบนี้ไว้ แต่ท่านประธานคะ เวลาดูตัวเลข แล้วก็ตกใจมากเลย การจัดตั้งงบประมาณงบกลางนี้สูงเปึนที่ ๒ รองจาก กระทรวงศึกษาธิการ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วน่าจะเปึนเรื่องของการที่สํารองหรือว่าตั้งเอาไว้ เพื่อเหตุฉุกเฉินและการที่ไม่ได้คาดคิด และเปึนเรื่องจําเปึนเท่านั้นเอง อย่างไรก็ตามดิฉัน อยากจะขออนุญาตอย่างนี้นะคะว่า เรียนท่านประธานได้มีผู้ที่ทําการวิจัยศึกษา เปรียบเทียบการใช้จ่ายงบกลางไว้และก็มีข้อสังเกตที่น่าตกใจหรือข้อค้นพบก็ได้ค่ะ ก็ขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าที่จริงในช่วงป้ ๒๕๔๔ ก็มีการตั้งงบกลางไว้ เพียงแค่ประมาณ ๘๖,๐๐๐ ล้านบาท มาในช่วงป้ ๒๕๔๕ กระโดดขึ้นไปเปึน ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาตัวเลขกลม ๆ นะคะ แล้วก็มาป้ ๒๕๔๗ ไปถึง ๒๔๖,๐๐๐ ล้านบาท มาป้นี้ก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย ท่านประธานคะ สิ่งที่เขาค้นพบนั้นเขาค้นพบว่าการใช้จ่ายงบกลางตรงนี้มีการถูกใช้ไป ในโครงการที่ก่อให้เกิดภาระผูกพันอย่างต่อเนื่องในเรื่องงบประมาณนะคะ จะเปึน โครงการมาก ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการพัฒนาดาวเทียม เรื่องการจัดหาป๋นใหญ่ เขา และอีกหลายโครงการ อันนี้ก็เปึนตัวอย่าง อีกอย่างหนึ่งเขาก็ค้นพบว่ามีการใช้งบที่ผิด วัตถุประสงค์ ใช้งบอย่างฟุ์มเฟ๋อย แล้วก็ใช้งบประมาณในโครงการที่ซ้ําซ้อนกันกับ งบประมาณรายจ่ายประจํา ยิ่งไปกว่านั้นการค้นพบตรงนี้ก็บอกว่าการจัดสรรงบประมาณ และการใช้ก็เปึนไปในลักษณะที่ไร้ทิศทางและขาดประสิทธิภาพ ที่สําคัญเขายังบอกอีกว่า เปึนการกระจายงบประมาณไปสู่ประชาชนอย่างไม่เท่าเทียม ท่านประธานค่ะ ยังมีข้อสังเกตต่อไปอีกว่าในการใช้จ่ายงบประมาณงบกลางตรงนี้ก็มักจะไม่ค่อยได้มี การประเมินคุณภาพและก็ประสิทธิผลอย่างจริงจัง และก็ไม่ได้มีการผ่านการตรวจสอบ ตามกระบวนการงบประมาณแบบปกติ ทั้งหมดนี้เปึนในภาพรวมนะคะ ซึ่งอยากจะ เรียนไว้ และก็อยากจะฝากไว้ว่าทางรัฐบาลเมื่อจะจําเปึนต้องใช้งบส่วนนี้ ก็อยากจะให้ ได้ใช้วิจารณญาณกลั่นกรอง แล้วก็คิดเอาว่าโครงการแต่ละโครงการนั้นคุ้มค่าหรือไม่ เพียงใด เพราะนี่คือเงินภาษีของประชาชนทุกคน

ท่านประธานคะ ดิฉัน ขออนุญาตลงไปที่เรื่องของค่าใช้จ่ายในการพัฒนา ศักยภาพหมู่บ้านและชุมชนนะคะ แม้อันนี้จะสอดคล้องกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล นะคะ และกรรมาธิการก็ได้มีการ ปรับลดตัวเลขลงไปแล้ว แต่ก็ยังมีข้อกังวลอีกเช่นกัน ที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตฝากไว้เปึนข้อสังเกตนะคะ ท่านประธานค่ะ ข้อกังวลเหล่านี้ ไม่ได้มาจากความฝันหรือมาจากทุกข์ที่คิดเอาเอง แต่ข้อกังวลเหล่านี้มาจากรายงาน การติดตามผล แล้วก็เปึนการศึกษาการดําเนินงานโครงการ ทั้งหน่วยงานของภาครัฐ คือสํานักประเมินผล สํานักงบประมาณ สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน แล้วก็ มีวิทยานิพนธ์ของนิสิตหลายคนนะคะ ระดับปริญญาโท คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ซึ่งข้อค้นพบและข้อติดตามก็มีอย่างนี้ การติดตามก็คือติดตามในช่วง ป้๒๕๔๗ – ๒๕๔๙ นะคะ บอกว่ายังมีงบประมาณคงเหลือที่ไม่ได้สามารถเบิกจ่ายได้อีก ถึง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ เกิดจากอะไรคะท่านประธาน ก็มาจากเรื่องของความรีบเร่ง แล้วก็ ทําให้หมู่บ้านและก็ชุมชนนั้นขาดความพร้อม ยังไม่ได้มีการรวบรวมความต้องการของ ประชาชนในพื้นที่ นอกจากนั้นก็ยังพบอีกนะคะว่าการดําเนินโครงการนั้นไม่เปึนไป ตามขั้นตอนแล้วก็หลักเกณฑ์ ในหลายที่ทีเดียว และแม้ในบางที่ที่มีการดําเนินการไป ตามขั้นตอนและหลักเกณฑ์แล้วก็ตาม ก็ยังมีข่าวว่าทางราชการนั้นก็ยังจะไปหัก เปอร์เซ็นต์อีกด้วยนะคะ ซึ่งทําให้ตัวเม็ดเงินนั้นไม่ได้ถึงประชาชนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย โครงการในบางโครงการก็ไม่บรรลุวัตถุประสงค์นะคะ มีความล่าช้าไปถึง ๑๗ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็โครงการทําให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นเพียง ๐.๘๖ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ชุมชนสามารถ บริหารจัดการแบบคิดเองทําเองได้ตามจุดประสงค์ก็เพียง ๓๗ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานคะ แต่อย่างไรก็ตามก็มีบางโครงการที่ประสบผลสําเร็จ แต่หลายโครงการก็ล้มเหลว ในภาพรวมโครงการมากกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์เปึนโครงการเกี่ยวกับเรื่องสาธารณูปโภค พื้นฐาน ซึ่งก็ไปเกี่ยวกับการก่อสร้างสะพาน ถนน ศาลา ทํานบกั้นน้ํา ซึ่งโครงการเหล่านี้ ท่านประธานคะ มักจะล้มเหลวเพราะว่าใช้งบประมาณไปในการปลูกสร้าง แล้วก็สาเหตุ ที่ล้มเหลวก็คือความไม่คงทนถาวรของสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งไม่ได้มาตรฐานและก็มีคุณภาพต่ํา วันนี้กรรมาธิการก็ได้ปรับแก้งบประมาณไปแล้ว แต่ว่าก็ยังคงต้องระวังนะคะ อย่าให้ ซ้ํารอยเดิม ต้องใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า ดิฉันเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งเลยนะคะท่านประธาน หากจะสามารถดําเนินโครงการ ให้เปึนไปตามวัตถุประสงค์ ก็คือว่ามุ่งที่จะพัฒนาศักยภาพของคนให้ร่วมคิดร่วมวิเคราะห์ ทํางานด้วยกันเปึนหมู่คณะ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของคนในชุมชนในการมีส่วนร่วม ตั้งแต่การตัดสินใจ การบริหารจัดการทรัพยากร งบประมาณ ตลอดจนการแก้ไขปัญหา ในหมู่บ้านและชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ ท่านประธานคะ งบประมาณส่วนนี้ เปึนโครงการที่จัดสรรงบประมาณตรงให้กับหมู่บ้านและก็ให้กับชุมชน ดิฉันจะชื่นชม แล้วก็ขอบคุณเปึนอย่างยิ่ง หากรัฐบาลจะได้นําผลของการติดตามประเมินแล้วก็ การศึกษาเปรียบเทียบไปใช้ในการบริหารจัดการ เพื่อให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล แล้วก็คุ้มค่า อย่าทําความผิดซ้ํารอยเดิม และสําคัญท่านประธานคะ อย่าให้ เปึนไปอย่างที่รายงานนี้ระบุไว้นะคะว่ามีหลายฝ์ายทีเดียวที่กังวลว่ารัฐบาลจะนําเงิน งบประมาณตรงนี้ค่ะ ซึ่งเปึนภาษีของทุกคนไปใช้ในการหาเสียงเพื่อแลกกับคะแนนนิยม แล้วก็กําลังปลูกฝังวัฒนธรรมที่ผิดให้แก่สังคม นั่นก็คือต้องพึ่งพาคนอื่นตลอดเวลา แล้วก็ ไม่เข้มแข็งและไม่สามารถยืนอยู่บนลําแข้งของตนเองได้อย่างที่วัตถุประสงค์ของโครงการ ได้ระบุไว้ ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธานคะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญคุณเฉลิมลักษณ์ครับ

นางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันได้มีโอกาสที่จะพิจารณา งบประมาณของประเทศ ซึ่งมีวงเงินเปึนจํานวนถึงล้านล้านบาทในแต่ละป้ แต่ท่านประธานก็คงจะทราบว่าการพิจารณางบประมาณนั้น โดยเฉพาะในวาระแรก เราจะถูกจํากัดด้วยเวลา เพราะฉะนั้นการที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละท่านจะ พิจารณาในรายละเอียดนั้นยาก จึงเปึนที่มาที่ทําให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละท่าน จะต้องฝากการพิจารณา การดูแลรายละเอียดในงบประมาณในส่วนของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ นั้นให้เปึนภาระหน้าที่ของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณในแต่ละป้ ซึ่งจริง ๆ แล้วดิฉันก็ให้ความวางใจกรรมาธิการชุดนี้พอสมควรนะคะ แต่ว่า เมื่อท่านกรรมาธิการได้พิจารณางบประมาณเสร็จแล้ว แล้วส่งงบประมาณที่พิจารณา เสร็จแล้วนั้นกลับเข้ามาสภาอีกครั้งหนึ่งในวันนี้ ดิฉันก็เห็นว่ากรรมาธิการยังไม่ได้ พิจารณาให้ละเอียดรอบคอบจริง ๆ จึงจําเปึนที่จะต้องสงวนคําแปรญัตติไว้ และก็จะต้อง อภิปรายในวันนี้อีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานคะ ดิฉันได้สงวนคําแปรญัตติไว้ในมาตรา ๔ คืองบกลาง ที่ต้องสงวนคําแปรญัตติไว้ เพราะว่าวันนี้ค่ะ ทางกรรมาธิการยังพิจารณา ให้งบกลางในป้นี้ถึง ๒๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งดิฉันมีความรู้สึกว่าจริง ๆ แล้วงบกลาง มันไม่ควรจะมากขนาดนี้ อย่างที่เพื่อนสมาชิกท่านก่อนหน้านี้ได้พูดแล้วว่าประมาณเกือบ ๒ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณทั้งหมด เหตุผลที่ดิฉันคิดว่างบกลางไม่ควรจะมากอย่างนี้ เพราะว่าถ้าเรามาดูในคําจํากัดความของงบกลางค่ะท่านประธาน งบกลางนั้นจริง ๆ แล้ว ควรจะเปึนงบประมาณที่ไม่สามารถที่ระบุหน่วยงานที่จะตั้งงบประมาณนั้นได้ และไม่สามารถที่จะระบุได้ว่าในแต่ละป้เราจะต้องใช้งบประมาณนั้นเท่าไร อย่างไรนะคะ ยกตัวอย่าง เช่น งบที่ควรจะอยู่ในงบกลาง เช่น เบี้ยหวัด เงินบําเหน็จ เงินบํานาญ หรือค่ารักษาพยาบาล อย่างนี้เปึนต้น แต่เมื่อดิฉันได้หันกลับมาดูในร่างพระราบัญญัติ งบประมาณที่ทางกรรมาธิการได้ส่งมานะคะ เราเห็นทั้งหมด ๑๒ ข้อ ที่ถูกบรรจุในงบกลาง มีอยู่หลายข้อที่ไม่ควรจะถูกบรรจุในงบกลาง อย่างเช่น งบพัฒนากองทุนหมู่บ้านและ ชุมชนเมือง ซึ่งในส่วนนี้ใช้งบประมาณถึง ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันเลยมองว่านี่อาจจะ เปึนความไม่ละเอียดรอบคอบของกรรมาธิการที่จะต้องลงมาอภิปรายกันอีกครั้งหนึ่ง ประเด็นแรกนะคะที่ดิฉันยังไม่เห็นด้วย

ส่วนประเด็นที่ ๒ ท่านประธานคะ ดิฉันได้ไปดูในส่วนของงบสํารองจ่าย กรณีเพื่อฉุกเฉินหรือจําเปึนในส่วนนี้ ท่านประธานคะ กรรมาธิการได้ให้มีงบในส่วนนี้ถึง ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าดิฉันคิดว่า คําว่า ฉุกเฉิน นั้น ถ้าเรามาดูในพจนานุกรมมันก็ น่าจะหมายถึงเหตุสุดวิสัยหรือเหตุธรรมชาติที่เราไม่สามารถที่จะห้ามมันได้ เช่น น้ําท่วม ไฟไหม้ หรือโรคระบาด อย่างนี้เปึนต้น แต่เท่าที่ดิฉันได้ลงไปดูในรายละเอียดในการใช้ งบประมาณในส่วนเงินสํารองจ่ายเพื่อฉุกเฉินหรือจําเปึนนั้น ดิฉันเห็นว่าการใช้ งบประมาณนี้ไม่ถูกต้องไม่น่าจะเหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราได้ติดตามข่าว ท่านประธานคะ เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ที่ผ่านมานี้วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เราเห็น ว่าทาง ครม. ได้มีมติที่จะอนุมัติงบประมาณในส่วนของเงินสํารองจ่าย กรณีเพื่อฉุกเฉิน หรือจําเปึนนี้ถึง ๓,๘๗๔ ล้านบาท เพื่อที่จะเปึนการให้อุดหนุนกับรัฐวิสาหกิจ ๓ แห่ง ด้วยกัน ก็คือการประปาส่วนภูมิภาค การรถไฟ แล้วก็ ขสมก. คือขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ ถึง ๓,๘๗๔ ล้านบาท เพื่อที่จะนําไปทําโครงการ ๖ มาตรการ ๖ เดือนฝ์าวิกฤติเพื่อไทย ทุกคน ดิฉันถามว่าโครงการอย่างนี้ท่านประธาน มาใช้อยู่ในเงินสํารองจ่ายเพื่อฉุกเฉิน เหมาะหรือไม่ ถ้าถามดิฉันว่าไม่เหมาะ เพราะนี่มันไม่ใช่เรื่องฉุกเฉิน แล้วถ้าเราไปดู ท่านประธานคะ โครงการนี้เปึนโครงการเหมือนที่ท่านสมาชิกพูดก่อนหน้านี้ อาจจะเปึน เพราะว่างบสํารองจ่ายเพื่อฉุกเฉินหรือจําเปึนนั้นในแต่ละป้มากเกินไป แล้วก็ไม่ต้องการ ที่จะให้ในป้ต่อ ๆ ไปนั้นถูกตัด เพราะฉะนั้นจึงจําเปึนต้องใช้ให้หมด จึงนํามาใช้ไม่ว่า จะเปึนเรื่องอะไรก็พยายามใส่เข้ามาในส่วนนี้ ดิฉันมาดูว่างบนี้สมควรที่จะใช้ไหม เพราะว่างบประมาณจริง ๆ แล้วการใช้ก็ต้องเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ แต่ท่านประธานมาดูในส่วนของการประปาส่วนภูมิภาค ได้นํางบส่วนนี้ไปทําโครงการ น้ําประปาฟรี ก็คือน้ําประปาฟรีสําหรับครัวเรือนที่ใช้น้ําไม่เกิน ๕๐ ลูกบาศก์เมตร ครัวเรือนไหนใช้ไม่เกิน ๕๐ ลูกบาศก์เมตรฟรีทั้งหมด แต่ดิฉันถามว่าเพื่อคนจนจริงไหม เรามาดูว่าคนจนอยู่ตรงไหนบ้าง คนจนมันมีทั่วไปหมด ทั้งในเมือง ทั้งในชนบท แต่การประปาส่วนภูมิภาคนั้นถ้าเราไปสํารวจดู เราจะเห็นว่าจะอยู่ในเฉพาะเขตชุมชน เมืองเท่านั้น เขตชนบทไม่สามารถที่จะเข้าไปถึง เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนคนยากจน ในเขตชนบทเขาใช้น้ําอย่างไร เขาก็จะใช้น้ําประปาหมู่บ้าน น้ําประปาชุมชน น้ําประปา ในเขตชนบทเขาใช้น้ําอย่างไร เขาก็จะใช้น้ําประปาหมู่บ้าน น้ําประปาชุมชน น้ําประปา ของเทศบาล ซึ่งเขาเหล่านี้ก็เปึนคนจนแล้วแต่ละครัวเรือนเขาก็ไม่เคยใช้เกิน ๕๐ ลูกบาศก์เมตร แต่วันนี้โครงการเหล่านี้ที่รัฐบาลได้เอางบประมาณไปใช้นั้นไม่สามารถที่จะทําให้เขา เหล่านี้ได้ประโยชน์จากโครงการเหล่านี้ ก็ถือว่าเปึนการใช้งบที่ไม่ควร นี่ในส่วนของ การประปา ส่วนที่ ๒ ก็คือนําไปให้ขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ ก็ทําโครงการเดียวกัน ท่านประธานคะ ๖ มาตรการ ๖ เดือน ฝ์าวิกฤติเหมือนกัน ถามว่าในกรุงเทพฯ เรามีถนน ที่มีรถเมล์วิ่งอยู่ประมาณ ๑๐๘ สายแต่โครงการนี้นําไปทําเพียงแค่ ๗๓ สายเส้นทาง และพี่น้องประชาชนคนจนที่ขึ้นรถเมล์ในสายทางอื่น ๆ นอกเหนือจาก ๗๐ สายเส้นทาง เขาก็ไม่ได้ใช้สิทธิเหล่านี้ เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านี้ดิฉันถึงมองว่ามันเปึนโครงการที่พอคิด ก็ทํา โดยที่ไม่ได้หวังผลประโยชน์สําหรับพี่น้องประชาชนคนยากคนจนจริง ๆ เปึนโครงการที่ทําขึ้นเพียงเพื่อ ถ้าดิฉันดูช่วงที่ประกาศโครงการนี้เปึนช่วงที่กระแส ความนิยมของรัฐบาลนี้กําลังตกต่ํา ไม่ว่าจะเปึนกระแสความนิยมของตัวนายกรัฐมนตรี หรือความนิยมของรัฐมนตรีแต่ละท่าน แล้วช่วงนั้นก็มีปัญหาอย่างมาก ในเรื่องไม่สามารถ แก้ไขปัญหาค่าครองชีพให้พี่น้องประชาชนได้ ทําให้กระแสความนิยมของรัฐบาลช่วงนั้นตกต่ํา ก็เลยประกาศโครงการอย่างนี้เปึนการลด แลก แจก แถม นะคะ ดิฉันถึงมองว่าอย่างนี้เปึนการใช้งบประมาณที่ไม่ถูกวัตถุประสงค์ แล้วก็ไม่เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง และไม่คุ้มค่ากับงบประมาณ ที่จ่ายไปค่ะท่านประธาน ด้วยเห็นอย่างนี้ ท่านประธานคะ ดิฉันจึงไม่เห็นด้วย ที่กรรมาธิการได้ผ่านร่างงบประมาณในส่วนของงบกลางถึง ๒๔๙,๔๐๐ กว่าล้านบาท ให้มา แล้วก็ในส่วนของงบสํารองจ่ายเพื่อฉุกเฉินกรณีจําเปึนนั้นถึง ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันจึงขอสงวนที่จะปรับลดลงอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญคุณไพจิต ศรีวรขาน ครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตแก้ไขนิดหนึ่งได้ไหมครับ กระผม พิเชษฐ ครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตแก้ไขเมื่อสักครู่ที่อภิปรายว่าผมได้สงวนสิทธิปรับลดไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ความจริงผมสงวนสิทธิปรับลดเพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ร้อยละ ๑๐ ผมได้ปรับลด ในห้องงบประมาณไปแล้วประมาณร้อยละ ๔ ก็ยังคงสงวนสิทธิในการที่จะปรับลด อยู่อีกเพียงแค่ร้อยละ ๖ แค่นั้นเองครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครั้งแรกผมจะทักท้วงท่าน ผมก็ไม่กล้าทักท้วง เพราะท่านประสบการณ์งบประมาณมาก เห็นในหนังสือนี้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วท่านว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เชิญคุณไพจิตครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน มาตรา ๔ นี้ ผมได้สงวนความเห็นในการขอปรับลดงบประมาณ งบกลางจํานวน ๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจากเดิมนี้ก็เปึนยอดที่แม้จะเทียบในงบรวมถึง ๒๔๙,๕๖๕ ล้านบาท ก็ถือว่า เปึนจํานวนที่เห็นว่าน่าจะต้องได้เอาไปใส่ในงานที่มีความจําเปึนที่ควรจะต้องให้เปึน ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด แม้จะเห็นว่ายอดเงินจํานวนของงบกลางนี้ ค่อนข้างมาก แต่ก็เปึนการเติบโตในการทํานโยบายในการแก้ปัญหาของฝ์ายบริหารที่ได้ พัฒนามาอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลา ๗ – ๘ ป้ที่ผ่านมา ท่านประธานครับ งบฉุกเฉินจําเปึน ๔๘,๐๐๐ ล้านบาทนี้ก็ยังมีความจําเปึน แต่ก็ได้เห็นว่างบประมาณที่ควรที่จะได้รับ การปรับลดลง ความจริงยอดนี้ผมขอปรับลด ๕,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านปรับลด ๕๐๐ ล้านบาทครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

๕,๐๐๐ ล้านบาทครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๕๐๐ ล้านบาทในหนังสือนี้

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม 🔗

เพื่อที่จะให้เห็นว่าเพื่อที่จะเปึน อุทาหรณ์ว่าเงินจํานวนนี้ขอได้โปรดใช้ด้วยความระมัดระวังในการที่จะดูแลแก้ปัญหา ทั้งหลาย ซึ่งผมเชื่อว่าในการบริหารราชการแผ่นดินของฝ์ายบริหารมีความจําเปึนต้องใช้ ท่านประธานครับ เผอิญกรรมาธิการได้ปรับลดที่เห็นในการพิจารณาแล้วเปึนจํานวน ๓,๐๐๕ ล้านบาทเศษ ก็ถือว่าได้ปรับตามเจตนารมณ์ที่ผมขอปรับลดไว้แล้ว แต่ก็เปึน ที่น่าเสียดายครับท่านประธาน แม้เงินยอดที่ปรับไปถึง ๑๑,๗๔๐ ล้านบาท จากงบกลาง ๒๔๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษนี่นะครับ ปรับไป ๑๑,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ก็ถือว่าปรับมาก โดยภาระการพิจารณางบประมาณไม่เคยมีเห็นปรับลดกันมากขนาดนี้ ท่านประธานครับ ที่น่าแปลกใจผมเห็นปรับลดเงินพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนตามแนวปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงหรือเอสเอ็มแอล นี่ก็ตกใจเหมือนกันครับท่านประธาน ว่ากรรมาธิการ ในส่วนที่ดูนโยบายนี้ดูจะไม่เข้าใจปัญหาของการใช้เงินตรงนี้หรืออย่างไร ความคิดตรงนี้ เดิม ฯพณฯ อดีตนายกรัฐมนตรีนี้ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมพี่น้องคนยากจนตามจังหวัด ต่าง ๆ ที่เรารู้จักกันว่าเปึนทัวร์นกขมิ้น และเห็นว่าเมื่อได้มีการกระจายอํานาจออกไปให้ องค์การบริหารส่วนตําบลในการพัฒนาหมู่บ้านแล้ว ในส่วนภาคของประชาชนที่มีปัญหา จริง ๆ ก็จะให้มีคณะกรรมการหมู่บ้านเพื่อที่จะให้ได้รับเงินในการที่จะไปพัฒนาแก้ปัญหา ท่านประธานครับ เราเปึนผู้แทนราษฎรเราจะเห็นว่าเขามีความจําเปึนที่ต้องใช้อยู่ ผมได้บอกว่าที่เดิมที่ใช้ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท เราได้สนองงานให้กับพี่น้องประชาชน ๑ แสนบาท ๒ แสนบาท ๒๕๐,๐๐๐ บาท ๓ แสนบาท อะไรทํานองแบบนี้ พอมาถึง คราวนี้ได้ยอดเงิน ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็น้อยใจอยู่แล้วว่ามีน้อย ก็อยากปรับยอดอื่น ๆ มาใส่ตรงยอดนี้ให้มากขึ้น เปึน ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่า กรรมาธิการกลับไปปรับลดลงให้น้อยลงอีก มันเปึนการทําลายความรู้สึกดี ๆ ต่อกันกับ คนยากคนจน ในช่วงที่เราเดินหาเสียงเราก็เห็นว่าเขาต้องการตรงนี้ มันคนละเรื่องกับ โครงการอยู่ดีมีสุขครับท่านประธาน ที่บอกไปกินเปอร์เซ็นต์ ไปทําอะไรนั่น นั่นคือรัฐบาล ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไปบริหารก็อยู่ภายใต้กรอบการจัดการของฝ์ายปกครอง ก็ต้อง เสียค่าใช้จ่าย แต่เอสเอ็มแอลเปึนโครงการที่ตรงไปถึงพี่น้องประชาชน แล้วสามารถ แก้ปัญหาได้ มีผลงานมากมายนะครับ ผมอยากให้ทบทวน แล้วไม่เห็นด้วยที่จะต้อง ไปปรับลดเขา สืบสานความคิดแนวทางที่เราถือว่าฐานของสังคมคือรากหญ้า ท่านประธานครับ คนยากคนจนที่มีความจําเปึน ศักยภาพเหล่านี้ลองทําเถอะครับ มันจะได้ช่วยทําให้เขาเก่งกล้าสามารถแก้ปัญหาได้ องค์การบริหารส่วนตําบล หรือองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นมีขีดจํากัดอยู่เช่นเดียวกัน แต่ว่าพอไปถึงเอสเอ็มแอลจะมี คณะกรรมการหมู่บ้านที่มีศักยภาพ มีการประชาคม มีประชาธิปไตยในด้านประชาชน เทียบเปึนมูลค่าทางการเมืองแล้วประมาณค่าไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมก็เลยเห็นว่า ไม่น่าที่จะลดความสําคัญลง แทนที่จะได้เพิ่มเปึน ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจะได้ให้หมู่บ้านละ ๒ แสนบาท ๓ แสนบาท ๔ แสนบาท ๕ แสนบาท สุดแท้แต่ ที่จะทําได้ วันนี้ตอบผมสิครับว่าเมื่อปรับลดลงแล้ว อย่ามาตอบผมว่าเขาทําโครงการ ยังไม่เสร็จ พัฒนาไม่ทัน เตรียมไม่ถึง ผมไม่เชื่อหรอกครับ แปลว่าฟังความเห็นของ ฝ์ายประจําเขามา แล้วก็เอามาใช้นโยบายนี้กับตัวแทนของภาคประชาชน เปึนการ ใช้ดุลพินิจที่ขาดเหตุขาดผล ท่านประธานครับ ทําผิดทําใหม่ แล้วก็ปรับให้ถูกต้องเสีย อะไรที่มันไม่ถูกก็ปรับเข้าไป แล้วทําให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ขอฝากเรื่องนี้นะครับ แล้วก็กรุณาได้ตอบให้ชัดด้วยว่า เมื่อท่านปรับลดลงเหลือ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจะไป จ่ายเขาได้เท่าไร ๕๐,๐๐๐ บาท ๗๐,๐๐๐ บาท ๑ แสนบาท ๑๕๐,๐๐๐ บาท ๒ แสนบาท แล้วเมื่อไรจะถึง ๒ แสนบาท ๓ แสนบาท ๕ แสนบาท ผมคิดว่าอันนี้คือคําตอบที่ต้องตอบ กับพี่น้องประชาชนในการเดินทางไปสู่ประชาชน นักการเมืองเวลาเราไปพูดอะไร ทราบปัญหาอะไร เมื่อมีโอกาสต้องทําทันที วันนี้ ๗ เดือนที่เราทํามา เราพยายามปรับลด เงินมา ก็บอกว่าจะได้ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ถึงที่สุดบอกว่าเหลืออีก ๘,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ทราบว่าใช้ไป ๔,๐๐๐ ล้านบาท เหลืออีก ๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ อยู่ระหว่าง การดําเนินการอยู่ ก็เปึนธรรมดาครับ ท่านประธานครับ เมื่อมาปรับโครงการ เตรียมโครงการอาจจะช้า แต่ป้ต่อไปเริ่มต้นงบประมาณก็สามารถที่จะบริหารได้ อย่าได้ คิดว่าเขาไม่มีความสามารถที่จะทํา ผมฝากเรื่องนี้ด้วยครับ โดยเฉพาะกรรมาธิการในส่วน ของพรรคพลังประชาชนได้จริงจังกับเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด พยายามพูดกันในพรรค พยายามพูดสะท้อนให้เห็นว่าจะต้องทํานโยบายเหล่านี้ให้เปึนจริงเปึนจัง เพราะการสืบ สานความคิดจะผ่านงบประมาณในการที่จะพัฒนาให้กับพี่น้องประชาชน ผมขอความ ชัดเจนในเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณชินวรณ์ บุณยเกียรติ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมได้ ขอแปรญัตติงบประมาณใน มาตรา ๔ คืองบกลางไว้ร้อยละ ๘ งบประมาณ ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ให้ความสนใจ และติดตามในการจัดตั้งงบประมาณของรัฐบาลนี้ โดยเฉพาะในมาตรา ๔ คืองบกลาง ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าจริง ๆ ใน มาตรา ๔ ในป้นี้ก็ต้องยอมรับนะครับ ว่ารัฐบาลได้ไปตัดลดรายการที่เปึนข้อสงสัยไปหลายรายการ ในป้งบประมาณ ๒๕๕๑ นั้น เรามีทั้งหมด ๑๖ รายการ ซึ่งที่ตัดออกไปในป้นี้ก็มีรายการ ค่าใช้จ่ายการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ค่าใช้จ่ายในการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขระดับจังหวัด ค่าใช้จ่ายในการดําเนินการรักษาความมั่นคง ของประเทศ และก็เงินราชการลับในการรักษาความมั่นคงของประเทศ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในส่วนของงบกลางในช่วง ๔ – ๕ ป้ที่ผ่านมาก็เปึนส่วนของงบประมาณ ที่ได้ตั้งขึ้นมาและก็มีข้อถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในบางป้นั้นเห็นได้อย่าง ชัดเจนว่าในสภาได้เรียกงบประมาณที่มาตั้งในส่วนนี้ว่า งบผี คือไม่มีแผนงานโครงการ ที่จะมารองรับ จัดตั้งงบประมาณเอาไว้เพื่อให้อํานาจนายกรัฐมนตรีเพื่อได้ใช้งบประมาณ ก้อนนี้อย่างไม่มีแผนงานโครงการ และก็นําไปสู่ปัญหาในเรื่องของการใช้งบประมาณ ที่ไม่โปร่งใส แต่ว่าในป้นี้รัฐบาลได้จัดตั้งงบประมาณสําหรับงบกลางไว้เหลือเพียง ๑๒ รายการ ก็มีบางรายการที่ผมคิดว่าผมไม่จําเปึนที่จะต้องพูดถึง เพราะเพื่อนสมาชิก ได้มีการพูดถึงไปบ้างแล้ว โดยเฉพาะรายการที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติวิธีการ งบประมาณ ซึ่งแน่นอนเราต้องยอมรับความเปึนจริงว่าในหมวดงบกลางนี้โดยวิธีการ พระราชบัญญัติงบประมาณก็จะพบว่าเปึนงบประมาณที่จัดตั้งไว้ ๒ ส่วนที่สําคัญ เดิมทีเดียว

ส่วนแรกก็คือเปึนงบประมาณที่ไม่สามารถจําแนกเปึนหมวดอื่น ๆ ได้ ก็นําไปไว้ที่งบกลาง ไม่ว่าจะเปึนในส่วนของเงินชดเชย เงินเบี้ยหวัด บําเหน็จ บํานาญ เงินช่วยเหลือข้าราชการ เงินเลื่อนเงินเดือนหรือเงินปรับปรุงวุฒิข้าราชการ เหล่านี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมคิดว่ามีความชัดเจนนะครับ

ในส่วนที่ ๒ ที่จัดตั้งงบประมาณไว้ในงบกลางตามวิธีการงบประมาณก็คือ ในเรื่องของงบสํารองจ่ายกรณีฉุกเฉิน นั่นก็คือว่างบประมาณที่จะต้องตั้งเอาไว้สําหรับ ในกรณีที่เกิดอุบัติภัยต่าง ๆ ซึ่งที่เราไม่สามารถจะคิดล่วงหน้าได้ จําเปึนต้องสํารองไว้ ใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉินและจําเปึน แต่ผมเข้าใจว่าเนื่องจากว่าการใช้งบประมาณงบกลาง ในช่วงตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ เปึนต้นมาได้มีความผันแปรไปเปึนอย่างมากครับ ได้มีการจัดตั้ง งบกลางเพื่อไปดําเนินการที่จะสนองตอบต่อนโยบายบางนโยบายที่เปึนนโยบายเร่งด่วน ของรัฐบาล ได้ไปจัดตั้งงบกลางไว้ในส่วนของโครงการบางโครงการที่ต้องการจะหลีกเลี่ยง วิธีการงบประมาณ และการตรวจสอบวิธีการงบประมาณ การจัดตั้งรายรับของวิธีการ งบประมาณ เช่น เงินกองทุนหมู่บ้านละ ๑ ล้านบาท เหล่านี้เปึนต้นนะครับ ซึ่งในภายหลัง เราก็ต้องจัดตั้งงบประมาณซึ่งเปึนเงินภาษีของพี่น้องประชาชนไปใช้จ่ายเปึนเงินต้น และดอกเบี้ยให้กับธนาคารป้ละเปึน ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเกือบทุกป้ครับ

ท่านประธานที่เคารพครับในส่วนของงบกลางป้นี้รัฐบาลได้ตั้งเอาไว้ถึง ๒๔๙,๕๖๕ ล้านบาทครับ ผมกราบเรียนว่าเมื่อสักครู่ได้ฟังเพื่อนสมาชิกในสภานี้ในฐานะ ที่เปึนกรรมาธิการได้อภิปราย เราก็พบความเปึนจริงว่า ในป้นี้ก็ยังมีบางส่วนที่กรรมาธิการ จะต้องชี้แจงต่อสภาเพื่อให้เกิดความชัดเจน ถึงแม้ว่าในหลายรายการได้มีการปรับลด โดยคณะกรรมาธิการไปแล้วนะครับ แต่ว่าผมเรียนกับท่านประธานว่ายังมีส่วนที่เปึน ปัญหาในส่วนของการที่จะดําเนินการให้การใช้จ่ายงบประมาณที่เปึนงบกลางนี้ให้เกิด ประโยชน์สูงสุดนะครับ มีประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานคือในกรณี ที่เรียกว่าเปึนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนตามแนวปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งป้นี้ท่านได้เพิ่มคําที่ว่า ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ขึ้นมา ตรงนี้ครับทําให้เปึนประเด็นที่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่า มันเปึนส่วนที่พวกเรา ให้ความเปึนห่วงเปึนอย่างยิ่งนะครับว่า การจัดสรรงบประมาณในหมวดดังกล่าวนี้จะเปึน ส่วนที่ทําให้เกิดปัญหาในการที่จะตรวจสอบและไม่เปึนไปตามเปัาหมายที่ได้กําหนดเอาไว้ ซึ่งแน่นอนว่าการจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนนั้น ในช่วงหลังนี้หลายหมู่บ้านไม่สามารถที่จะทําแผนในการรองรับเพื่อที่จะให้เกิดการพัฒนา หมู่บ้านและชุมชนตามความคาดหวังที่จะให้ชุมชนและหมู่บ้านนั้นได้พัฒนาอย่างยั่งยืน จากผลของการศึกษาและผลของการวิจัยเราพบความเปึนจริงว่าหลายหมู่บ้านนั้นไม่มี ความพร้อมที่จะนํางบประมาณดังกล่าวไปใช้ในการพัฒนาเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน อย่างแท้จริง หรือเปึนการพัฒนาเพื่อรองรับให้เกิดรายได้เพิ่มเติมขึ้นกับชุมชนอย่างแท้จริง ท่านประธานที่เคารพครับ จากการศึกษานั้นพบว่าในจํานวนหมู่บ้านที่ได้รับการจัดสรร งบประมาณในหลายหมู่บ้านนั้นส่วนใหญ่ก็ไปทําในส่วนของงบประมาณเกี่ยวกับ สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ แล้วก็ไม่สามารถดําเนินการได้ทันตามที่กําหนดเอาไว้ โดยเฉพาะป้นี้ ที่ผมอยากจะเรียนถามท่านกรรมาธิการว่า เมื่อท่านได้เพิ่มเติมว่าโครงการค่าใช้จ่าย ในการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนเมืองตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้น ผมอยากทราบตัวบ่งชี้และตัวชี้วัดที่ท่านได้กําหนดใหม่ว่าท่านจะทําอย่างไรครับให้การใช้ งบประมาณดังกล่าวนี้ไปในแนวทางที่เรียกว่า ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งผม ไม่อยากจะกราบเรียนว่า ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นั้นหมายความว่าอย่างไร แต่ผมคิดว่าในสภาแห่งนี้เราก็คงจะมีความเข้าใจอย่างชัดเจน แต่ผมอยากจะเรียนถาม กรรมาธิการว่าท่านได้มีตัวชี้วัดไหมครับว่า ๑. งบประมาณดังกล่าวนี้ไปเพิ่มรายได้ให้กับ พี่น้องประชาชนอย่างไรบ้าง ๒. งบประมาณดังกล่าวนี้ไปดําเนินการในการรักษา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง และที่สําคัญที่สุดก็คือว่างบประมาณ ดังกล่าวนี้ไปทําให้เกิดความเชื่อมโยงกับงบประมาณที่เปึนโครงการของจังหวัดที่ได้มีการ จัดตั้งในป้นี้เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ําซ้อนกัน ตรงนี้ผมคิดว่าทางคณะกรรมาธิการ ต้องมีการศึกษานะครับ เพราะในส่วนนี้ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ที่ท่านได้ดําเนินการ จัดตั้งงบประมาณในส่วนของเอสเอ็มแอลนี้นะครับ

ในส่วนที่ ๒ ที่เราไม่สามารถได้รับคําชี้แจงจากตัวเลขก็คืองบประมาณ ในกรณีสํารองจ่ายในกรณีฉุกเฉินครับ ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานว่าความจริง งบประมาณก้อนนี้พูดได้อย่างเต็มปากว่าเปึนงบประมาณที่เปึนส่วนของอํานาจของ ท่านนายกรัฐมนตรี ในช่วงป้ที่ผ่านมาเราพบว่ารัฐบาลได้ใช้งบประมาณในส่วนนี้ ไปเพื่อดําเนินการที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาล ถึงแม้ว่าจะเปึนนโยบายเพื่อฟุ๋นฟู และฝ์าวิกฤติทางเศรษฐกิจ แต่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าภาวะฉุกเฉินและ ความจําเปึนอาจจะเกิดขึ้นได้อย่างไม่แน่นอน ไม่มีใครที่จะคาดการณ์ได้นะครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าถ้าหากรัฐบาลเอางบประมาณดังกล่าวนี้ไปใช้เพื่อสนองตอบ ต่อนโยบาย ถ้าเกิดภาวะฉุกเฉินและความจําเปึนรัฐบาลจะดําเนินการอย่างไรนะครับ นี่คือในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรณีของงบสํารองจ่ายและในกรณีฉุกเฉินนะครับ

อีกส่วนหนึ่งครับที่มีการซักถามกันมากก็คือว่า ท่านได้ไปจัดตั้งงบกลางไว้ ในส่วนของเงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้างครับ งบประมาณก้อนนี้ได้มีเรื่องร้องเรียนเข้ามา ในช่วงที่ผมเปึนกรรมาธิการติดตามงบประมาณก็ดี หรือแม้แต่ในช่วงหลังก็ดีครับ ว่าตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนสิงหาคม ป้ ๒๕๓๒ นั้น สามารถที่จะดําเนินการในการ ที่จะช่วยเหลือผู้รับเหมาก่อสร้างที่เกิดขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจหรือความเปลี่ยนแปลง ทางภาวะเศรษฐกิจให้ช่วยเหลือเปึนเงินค่าชดเชยได้ เนื่องจากว่าแนวโน้มราคาน้ํามัน ที่สูงขึ้นนะครับ ซึ่งป้นี้ท่านได้ตั้งไว้ถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท และก็มีกรณีที่ได้มีการพูดถึงว่า งบประมาณดังกล่าวนี้นําไปสู่การวิ่งเต้นของผู้รับเหมาก่อสร้าง นําไปสู่การหา ผลประโยชน์ของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผมอยากจะเรียนถามว่าในช่วงป้ที่ผ่านมาท่านได้ ดําเนินการที่จะไปช่วยเหลือโดยใช้งบประมาณก้อนนี้อย่างไรบ้าง และในป้นี้ได้มีมาตรการ ที่จะรองรับในการที่จะให้เงินก้อนนี้เกิดประโยชน์ในการที่จะไปฟุ๋นฟูหรือว่าไปช่วยเหลือ ในการที่จะให้ผู้รับเหมาสามารถที่จะรับเหมาก่อสร้างไม่ให้โครงการของส่วนราชการ ต่าง ๆ นั้นเกิดความเสียหายครับ ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียน ๓ ประเด็นครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง 🔗

ท่านต่อไปครับ คุณเจะอามิง โตะตาหยง เชิญครับ ด้วยเหตุผลที่ผมจะต้องปรับลด งบกลางเปึนงบที่สมาชิกได้ติดตามตลอดและเปึนงบที่ จะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ท่านประธานครับ สําหรับป้นี้ในแผนงาน มาตรา ๔ งบประมาณ รายจ่ายงบกลางได้มีแผนงานไว้ทั้งหมด ๑๒ แผนงาน และสําหรับป้นี้งบกลางรัฐบาล ได้เสนอเพิ่มขึ้นถึง ๖,๗๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ งบกลางที่ได้เสนอไว้ ที่รัฐบาล ได้เสนอผ่านไปทางกรรมาธิการ ผมมีความจําเปึนที่จะต้องปรับลด เพราะว่าผมไม่ค่อย ไว้วางใจในการนํางบประมาณไปใช้ และที่สําคัญที่สุดก็คือว่าทุกครั้งงบประมาณ ค่อนข้างที่จะหมกเม็ด เพราะในแผนงานบางครั้งที่ผมดูในงบประมาณป้นี้ รัฐบาลได้เสนอ งบประมาณไว้อย่างขาดวินัยทางการเงินการคลัง ในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ํา รัฐบาล กลับไปใช้จ่ายเงินงบประมาณอย่างฟุ์มเฟ๋อย ในขณะที่ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ซึ่งอยู่ในภาวะ ความตกต่ํา รัฐบาลจะต้องมีความระมัดระวังมากกว่านี้ แต่ในป้นี้รัฐบาลกลับไปใช้จ่าย ที่ค่อนข้างจะฟุ์มเฟ๋อย ผมกลับไปดูในเนื้องานของรัฐบาลที่ได้เสนอในแผนงาน กลับไม่มีเนื้องาน เงินเปึนแสน ๆ ล้านที่ได้ขอผ่านจากสภาไป แต่ในเนื้องานจริง ๆ ไม่มีอะไรที่น่าสนใจ แต่สิ่งที่น่าสนใจกลับไปโป์งอยู่ที่งบประมาณ เขาเรียกว่า เมกะโปรเจกต์ที่รัฐบาลได้นําเสนอ ในการจัดสรรงบประมาณป้ ๒๕๕๒ รัฐบาลได้กําหนด ยุทธศาสตร์ส่วนใหญ่เปึนการสนองนโยบายของรัฐบาล ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้อง จัดตั้งโครงการเบิกจ่ายงบประมาณตามที่กระทรวงหรือคณะรัฐมนตรีพิจารณาหรืออนุมัติ หลายโครงการที่เปึนโครงการน่าจับตามอง ผมไม่ทราบว่าทางกรรมาธิการได้มีการสอบถาม ในขั้นกรรมาธิการหรือไม่ อย่างในกรณีโครงการที่รัฐบาลได้เสนอเปึนโครงการที่แปลก และน่าจะยากต่อการติดตามเรื่องค่าใช้จ่ายงบประมาณ โดยการใช้โครงการของโครงการ คูปองแจกคนจน ซึ่งเปึนโครงการที่เพิ่งเกิดขึ้นมาใหม่ ภายใต้นโยบายของ นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมไม่ทราบว่าในคณะกรรมาธิการงบประมาณได้สอบถามเรื่องเหล่านี้หรือไม่ เพราะถ้าดูแล้ว โครงการที่ได้มีไว้ ผมเชื่อครับว่ากําลังที่จะใช้งบกลางนี้เพื่อไปเปึนในการหาเสียง ท่านกรรมาธิการได้สอบถามเรื่องนี้ในการประชุมของคณะกรรมาธิการหรือไม่ อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความเปึนห่วง ย้อนกลับไปดูในแง่ของการใช้งบประมาณ ของรัฐบาล เปึนการใช้งบประมาณที่เติบมาก เปึนการใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่มี ความระมัดระวัง และทุกภาคส่วนได้เตือนต่อรัฐบาลตลอดว่า ในการใช้จ่ายงบประมาณ ของรัฐบาล ณ ต่อแต่นี้ไปจะต้องมีความระมัดระวังกับการใช้จ่ายงบประมาณ นักวิชาการ ก็เตือนรัฐบาลว่าหากมีการใช้จ่ายงบประมาณกันมากมาย โดยไม่คิดถึงกรอบและวินัย ทางการเงิน การคลังแล้ว วันหนึ่งจะเกิดเหตุการณ์วิกฤติทางการเงิน การคลังขึ้นมาอีก สิ่งเหล่านี้ทางกรรมาธิการได้สอบถามในขั้นกรรมาธิการหรือไม่ อย่างไร ผมเรียนถามทาง กรรมาธิการ ถ้าท่านได้สอบถาม ขอความกรุณาได้แจ้งต่อที่ประชุมเพื่อให้เพื่อนสมาชิก ได้รับรู้รับทราบด้วย ที่เปึนห่วงมากที่สุดครับท่านประธาน งบกลาง ผมดูในงบประมาณ ไล่มาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๑ เปึนต้นมา ย้อนกลับไป แม้กระทั่งปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็โยงขึ้นไปของบกลาง แม้กระทั่งงบของ กระทรวงศึกษาธิการ ผมจะยกย้อนต่อไปครับ ย้อนกลับไปในป้ ๒๕๕๑ ว่าเปึน งบประมาณที่น่าติดตามและเปึนห่วง กระทรวงศึกษาธิการได้ขอใช้งบประมาณโดยใช้ งบกลาง ๔๗๘ ล้านบาท เพื่ออะไรครับ เพื่อความปลอดภัยครูใต้ เพื่อความปลอดภัยไม่ว่า เพราะว่าครูที่อยู่ในภาคใต้ ในขณะนี้ไม่มีความปลอดภัยอยู่แล้ว แต่การใช้จ่าย งบประมาณผมเชื่อครับว่าไม่ได้ไปถึงมือของครูในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถึงแม้อาจจะถึง แต่ว่าไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย สิ่งที่เปึนห่วงมากที่สุดเรื่องงบกลางคือเนื้องานไม่มี สิ่งเหล่านี้ เปึนห่วง แล้วกลับไปดูอีกครับ การขอเงินไปช่วยในกระทรวงศึกษาธิการขอจากงบกลาง ต่อมาก็ได้ขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ๙๐๐ กว่าล้านบาท เพื่ออะไรครับ เพื่อเอามาพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามยุทธศาสตร์ ที่กระทรวงจัดทําไว้และผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี อย่างนี้มีไล่มาตลอดตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๕๑ และสิ่งที่ผมเปึนห่วงต่อไปว่าในป้ ๒๕๕๒ ก็จะเกิดปัญหานี้ขึ้นมาอีก และขอแต่ละเรื่องไม่ใช่น้อยครับ อย่างในป้ ๒๕๕๐ ขอ ๑,๘๗๑ ล้านบาท ในป้ ๒๕๕๑ ๒,๕๐๕ ล้านบาท เพื่ออะไรครับ เพื่อขยายการศึกษาในภาคใต้ให้ทั่วถึงและให้มีคุณภาพ สูงขึ้น โดยช่วงงบประมาณในการปรับปรุงสถานศึกษาทุกระดับทั้งรัฐและเอกชน รวมทั้ง การศึกษาปอเนาะและการศึกษาอิสลามประจํามัสยิด ปรับปรุงหลักสูตรโรงเรียนในพื้นที่ โดยใช้หลักสูตรสองภาษาสอดคล้องกับวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ แต่ท่านประธานครับ งบประมาณในป้ที่ผมกล่าวถึงนี้นะครับ ถ้าตรวจสอบดูว่าในการสอบของโอเน็ท (ONET) เอเน็ท (ANET) ของนักศึกษาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ มันไม่ได้มีการพัฒนาขึ้นเลยครับ จากการใช้งบประมาณจํานวนมาก ที่บอกว่าจะไปพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาคุณภาพทางการศึกษา กลับเปึนว่าโอเน็ท เอเน็ท ผลการศึกษาของนักศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในการศึกษาต่ออยู่ลําดับ สุดท้ายของประเทศครับ สิ่งเหล่านี้ครับที่ผมเปึนห่วง เปึนห่วงเพราะว่าตัวเงินจริง ๆ มันไม่ใช่ตัวที่จะแก้ปัญหาเสมอไป ผมฝากท่านประธานและฝากไปถึงทางกรรมาธิการ ได้กรุณาตอบผมหน่อยครับว่าท่านได้สอบถามเรื่องเหล่านี้ในที่ประชุมของ คณะกรรมาธิการหรือไม่ ผมอยากจะเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า งบกลาง เรื่องซีซีทีวีซึ่งมีการขอจากงบกลาง และขอกันหลายส่วนครับ แม้กระทั่ง ในกระทรวงมหาดไทย ซึ่งผมจะต้องไปติดตามอีกครั้งหนึ่งในงบของกระทรวงมหาดไทย สําหรับงบของงบกลางก็มีการขอทุกหน่วยงาน ณ วันนี้จะมุ่งไปปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้หมด แต่เนื้องานจริง ๆ ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนไม่มีครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน

ผมขออนุญาตลําดับท่านที่จะอภิปรายนะครับ จากนี้ก็จะเปึนท่านชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ต่อด้วยท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ท่านสมควร โอบอ้อม นะครับ เรียนเชิญท่านชาญชัยครับ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นครนายก 🔗

ท่านประธานครับ ผม ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครนายก ท่านประธาน ผมขออนุญาตเรียนถามสํานักงบประมาณนิดหนึ่งครับในฐานะกรรมาธิการ ซึ่งผมดู รายละเอียดเกี่ยวกับงบกลาง ผมได้ขอแปรญัตติตัดงบประมาณงบกลางของส่วนนี้ไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมกราบเรียนอย่างนี้ ผมได้รับการชี้แจงจากกรมทรัพยากรน้ําเกี่ยวกับ เรื่องมีงบประมาณอยู่ ๔,๔๗๗ ล้านบาท ในขณะนั้นผมได้รับการแต่งตั้งจากกรรมาธิการ งบประมาณให้เปึนอนุกรรมาธิการพิจารณาเรื่องน้ํา ได้มีเอกสารเรื่องนี้เข้ามาสู่ คณะอนุกรรมาธิการน้ํา เราได้สอบถามว่าในหนังสืองบประมาณมีหรือไม่ ได้รับคําตอบว่าไม่มี

ประการที่ ๒ เรื่องนี้นําเสนอเข้ามาแล้วจะพิจารณาอย่างไร ในจํานวนเงิน ๔,๔๗๗ ล้านบาท ก็ได้รับคําตอบว่าจะใช้งบประมาณจากงบกลางหรืองบกู้ยังไม่แน่ใจ มติ ครม. ได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ประชุมกันที่ทําเนียบ โดยมีท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีกับคณะกรรมการน้ํา ได้พิจารณาอนุมัติงบดังกล่าวไว้ ๔,๔๗๗ ล้านบาท ซึ่งเปึนงบแยกออกมาจากงบก้อนใหญ่ ที่เกิดขึ้นจํานวนเงิน ๑๔,๙๔๒ ล้านบาท แยกเปึน ๓ ป้ ป้ ๒๕๕๒ ป้ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๒ อย่างที่ผมกราบเรียนถามท่านประธานไปยังสํานักงบประมาณซึ่งในฐานะ เปึนกรรมาธิการด้วย คือ ๔,๔๗๗ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๓ ๕,๔๓๖ ล้านบาท และป้ ๒๕๕๔ ๕,๐๒๙ ล้านบาท งบตรงนี้เกิดขึ้นมาด้วยวิธีการอย่างไร ผมไม่ทราบ แต่เปึนอํานาจของ นายกรัฐมนตรีกับคณะกรรมการน้ํา และถ้ากําหนดไว้ในป้ ๒๕๕๒ ผมมาดูในงบกลาง มันไม่มี รายละเอียด เมื่อไม่มีรายละเอียด ผมไม่แน่ใจว่าจะไปเอางบจากสํารองกรณีฉุกเฉิน หรือจําเปึนมาใช้หรือไม่ ผมอยากทราบคําถามอันนี้เปึนคําถามที่ ๑ นะครับ เพราะว่า ถ้าหากว่าไม่อย่างนั้นผมจะอภิปรายไปเสร็จเรียบร้อย มันจะเสียเวลาทั้งสภา ต้องใช้เวลา ในการอภิปรายในการพิจารณาเรื่องงบประมาณในเรื่องของหมวดที่ ๔ ถ้าไม่ใช่ ไปใช้ ในงบเงินกู้ก็ต้องอยู่ที่กระทรวงการคลัง หรือไม่ขณะนี้เปึนความสับสนของสมาชิก หลายท่าน แต่งบจํานวนดังกล่าวก็ไปปรากฏอย่างนี้ครับ มติ ครม. นี้ไปอนุมัติต่ออีก ในเรื่องเดียวกัน แล้วมีข่าวออกมาเมื่อ ๒ – ๓ วันก่อนหน้านี้ ตอนที่กําลังพิจารณา งบประมาณ การอนุมัติงบประมาณ ผมได้ถามเจ้าหน้าที่สํานักงบประมาณว่า ถ้ากรณีอย่างนี้กรณีที่เกิดขึ้นแบบที่ผมกราบเรียน แล้วถ้าเกิดว่า ครม. จะเอา จะทํา อย่างไร ก็บอกเปึนอํานาจของนายกรัฐมนตรี ถ้ากรณีอย่างนี้เกิดขึ้นก็แสดงว่าต้องไปลักไก่ เอางบประมาณอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งสภาไม่สามารถตรวจสอบได้เลย อันนี้เปึน ประเด็นหนึ่งนะครับ ถ้าสภานี้เปึนฝ์ายตรวจสอบและอนุมัติการใช้เงินงบประมาณ ทุกบาททุกสตางค์ ถ้าทําในกรณีเช่นนี้เท่ากับแสดงว่า ผมใช้คําว่า ลักไก่ ไม่ผิด ทีนี้ การลักไก่นี้ทําให้เกิดปัญหาตามมา งบไม่ใช่นิดหน่อย ท่านอนุมัติต่อไปอีกทั้งหมด ๗๖,๗๖๐ ล้านบาท ไปทําอะไรครับ ท่านกําลังจะไปซื้อน้ําจากประเทศลาว ลูกบาศก์เมตร ละ ๒ บาทกว่า ท่านจะไปเจาะอุโมงค์ข้ามแม่น้ําโขงมา วางท่อใต้ดินเข้ามาอีก งบประมาณนั้นจะใช้ป้ ๒๕๕๒ ถึงป้ ๒๕๕๖ ผมก็ดูในงบประมาณท่านก็ไม่มี ก็เกิดความ สงสัย เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ให้สภาแห่งนี้ได้รับทราบว่าการใช้งบประมาณของท่าน ๒ งบ ที่ผมกราบเรียนมานี้ เข้าไป ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท จะตรวจสอบกันได้เมื่อไรครับ ถ้ามติ ครม. เข้าไปแล้ว และรองรับเรียบร้อยแล้ว ท่านจะเอาเงินที่ไหนไปใช้ แล้วพวกผม จะต้องตามไปดูกันในบัญชีไหน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในโครงการทั้งหมดที่เกิดขึ้น ที่ผมขอตัดงบประมาณในส่วนนี้ ผมพูดถึงประเด็นเฉพาะงบฉุกเฉิน ผมได้รับข้อมูล อย่างนี้ครับ ๕ ป้ที่ผ่านมา น้ําท่วม แล้ง อุทกภัย วาตภัย ๕ ป้ ๒ กระทรวงคือกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ใช้งบประมาณไปทั้งหมด ไปซื้อผ้าห่ม ซื้อข้าวไปแจก ซื้อน้ําไปแจก อาหารอุปโภคบริโภคไปแจก ทั้งหมด ๕ ป้ เปึนเงิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ามี ฐานตัวเลขอย่างนี้แล้วผมไม่เข้าใจว่าตั้งงบกลางไว้ป้นี้ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เฉพาะป้ ด้วยเหตุผลอะไร มันมีตัวเลขฐานในการพิจารณางบประมาณกับเหตุที่เกิดขึ้นแต่ละที่ ในประเทศไทย เพราะฉะนั้นกระทรวงมหาดไทยก็ดีที่ซีอีโอเอาเงินไปช่วยในการบรรเทา สาธารณภัย กรมบรรเทาสาธารณภัยไปทําแก้ปัญหาเฉพาะหน้า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดเอาพันธุ์ไม้พันธุ์กล้าอะไรลงไปช่วย หรือว่าแม้กระทั่งสุดท้ายเอาเงินไปแจกเลย เพื่อแก้ปัญหา เอาไปซื้อกันเองเลย ทั้งหมดทุจริตกันมากมาย สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้น เกิดแล้วเกิดอีก ป้แล้วป้เล่า มันแก้ไม่ได้ครับ มันเกิดปัญหาทุจริตตามมาจนกระทั่งเปึน เรื่องปกติ เปึนเรื่องปกติที่ท่านนายกรับมนตรีได้พูดเอาไว้ว่าเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ฉ้อราษฎร์บังหลวงเปึนเรื่องธรรมดาเหมือนไข้หวัดใหญ่ พวกผมยังมาตีโพยตีพาย ให้เหมือนไข้หวัดนก ถ้าแนวคิดอย่างนี้ผมว่าประเทศนี้ไปไม่ได้แน่ ท่านพูดวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๐ บันทึกอันนี้ต้องเก็บใส่กระเปิาตลอดว่าเมื่อไรพฤติกรรมและแนวคิด มาตรฐานตรงนี้จะเปลี่ยนแปลง ถ้าเปึนอย่างนั้นผู้บริหารหัวหน้ารัฐบาลคิดอย่างนั้น งบประมาณที่ผ่านไปให้ก็สรุปว่า ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านทุจริตกันแน่นอน ทุจริตกัน ตรงนี้มันไม่ใช่เงินภาษีที่เราเก็บมาจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมันมาจากพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศ ชาวไร่ ชาวนาต้องใช้เงินส่วนนี้มากองกันด้วยจากการซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค จะซื้อข้าวของมากินมาใช้ต้องเสียภาษีร้อยละ ๗ บาท ทุกคนเสียหมดครับอย่าคิดว่า เขาไม่ได้เสีย ความมีส่วนได้ส่วนเสียมันเกิดขึ้นทั้งหมด พวกเราในฐานะผู้แทนราษฎร อยากจะทําความเข้าใจกับสํานักงบประมาณในฐานะกรรมาธิการ และกรรมาธิการ ได้ทราบเรื่องนี้หรือไม่ ผมเข้าใจว่าเรื่องนี้ผมได้พูดในที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการแล้ว บอกว่าถ้าเกิดไม่มีเงินแล้วเอางบตัวนี้มาเสนอทําไม แต่ว่าเท่าที่ทราบ ขณะนี้จะลักไก่ทําแล้วผมเชื่อได้นะครับ อะไรจะเกิดขึ้นท่านมีเงินไปทําแน่ ทั้งที่บอกพวก เราไม่มีทํา แล้วผมจะตามดูด้วย แล้วเปึนเรื่องที่แปลกครับ ท่านกระจุกตัวมากเลย ถ้า เกิดขึ้นจริงท่านไปกระจุกตัว ท่านไม่ได้ให้ความเปึนธรรมกับเงินภาษีที่ประชาชนเสียมาให้ เพื่อจะเอามาใช้ในการพัฒนาแหล่งน้ํา ถามว่าจําเปึนในการพัฒนาแหล่งน้ําไหมครับ จําเปึนครับ ขณะนี้ผมได้ทําหน้าที่ในส่วนหนึ่งเพื่อจะแก้ไขปัญหาคือการศึกษาของ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องน้ําของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจําเปึนจะต้องพูดกันให้ชัด ลงไปเลยครับ ขณะนี้ได้ศึกษาใกล้แล้วเสร็จ ติดปัญหามากครับ กฎหมาย ๔๙ ฉบับ เกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาน้ําขัดขวางกันกลายเปึนเรื่องของข้อกฎหมายที่ทําให้การพัฒนา ไม่เปึนระบบเกิดความแบ่งแยกไม่บูรณาการ ทุกกระทรวง ทบวง กรม บอกเลยครับ เปึนปัญหาอุปสรรคเรื่องการบูรณาการ ถามว่าเกิดจากอะไร เกิดจากกฎหมายที่แบ่งแยก กันออกไป ๒. ขณะนี้กําลังสร้างปัญหาขึ้นมาอีก แบ่งแยกไม่พอมาแก่งแย่ง เรื่องงบประมาณกันอีกครับ ซ้ําซ้อนในพื้นที่ซ้ําแล้วซ้ําอีก นายกรัฐมนตรีเห็นชอบที่จะให้ กรมทรัพยากรน้ําทําซ้ําเข้าไปใน อบต. อีก ไปทําซ้ําเข้าไปอีก บอกว่าเอามาจากไหน บอก อบต. อบต. ก็จะเสนอที่จะเอางบประมาณตัวเองทําได้อีกงบประมาณที่ให้ อบต. ไปทั้งหมดทั่วประเทศ ๑๑๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมติดตามเรื่องตัวเลขพวกนี้ แล้วผมสับสนกับท่านมาก แผนการทํางบประมาณที่คณะกรรมาธิการไปทํา ผมเข้าใจว่า สิ่งที่ผมพูดมีบางท่านทราบ แต่ว่ากรรมาธิการอาจจะซักไม่ละเอียด ผมถึงจําเปึนต้องมา ถามว่า ๑. งบประมาณตัวนี้อยู่ตรงไหนแน่ ๒. ถ้าอยู่แล้วผมจะตามได้อย่างไร เอกสาร ท่านไม่มีให้ผมสักชิ้นหนึ่งเลย คําตอบตรงนี้ต้องขอความชัดเจนนะครับ

เรื่องที่ ๒ งบที่จะไปขอซื้อน้ําจากประเทศลาวลูกบาศก์เมตรละ ๒ บาท ๕๐ สตางค์ จริงหรือไม่และจะไปขุดอุโมงค์คลองป่ดใต้ดิน ฝังท่อมาเพื่อจะ มาเติมน้ําใส่ในอ่างเก็บน้ําประเทศไทยนั้น คําถามคือว่าท่านจะทําอย่างไรต่อไปครับ ในเมื่อประเทศไทยมีน้ําฝนตกมาจากฟัา ที่เหลือลงไปจากใต้ดินระเหยขึ้นไปบนอากาศ เหลืออยู่ประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เรากักเก็บน้ําได้ประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร เรามีน้ําต้องทิ้งแม่น้ําโขงจากจํานวน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ทิ้งแม่น้ําสาละวินไหลลงหุบเขา แล้วก็ไปทิ้งลงแม่น้ําพม่า สาละวินด้วยกันอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือลงอ่าวไทย แล้วก็ มาลงแม่น้ําเจ้าพระยาอีก ๖๐ – ๗๐ เปอร์เซ็นต์ คําถามว่าท่านรู้ไหมครับว่าน้ําเหลือ จนกระทั่งต้องทิ้งแล้วก็ท่วมกันไป แล้วก็เอาเงินไปแจก ไปแจก ไปแจก แล้วก็ซื้อของ ไปทุจริตโกงกันอุตลุตไปหมดเลย คําถามต่อมาว่าแล้วเมื่อท่านจัดงบประมาณแบบนี้ ท่านกรรมาธิการไปศึกษาและไปดู คําถามว่าถ้าเปึนอย่างนี้ต่อไปจะปล่อยให้ประเทศไทย เปึนอย่างนี้หรือครับ ถึงขนาดต้องไปซื้อน้ําจากลาวครับ แล้วมีน้ําทิ้ง ๒๕๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เก็บได้ประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้าน แล้วทิ้งทะเลเฉย ๆ ไปอีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เราไม่มีที่เก็บน้ําครับท่าน แต่ขณะนี้จะไปดูดน้ํา จะซื้อน้ําจากลาวมาเพื่อจะมาเติมเปึนแทงก์น้ํา เอาอ่างเก็บน้ําเปึนแทงก์น้ําแทนแล้วครับ มันผิดนะครับ ผมเข้าใจว่าท่านกําลังไปในทิศทางที่ไม่ถูก ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ตรงนี้ผมต้องการความชัดเจน เพราะว่าผมจะใช้เวลาไม่มากเกินไปและอยากจะให้เวลา ตรงนี้เปึนประโยชน์กับคนอื่น เรื่องนี้สําคัญนะครับท่านประธานครับ ยังไม่ทันไรครับ ไปตกลงเซ็นสัญญากับลาว เซ็นเอ็มโอยู (MOU) แล้วไม่ผ่านสภาด้วยครับ และจ้างบริษัท ที่จะจ้างเปึนบริษัทที่ออกแบบ เลอะเทอะตั้งแต่เริ่มแรก เห็นชัดเจนครับ ทั้งหมดทั้งหลาย ทั้งปวงท่านทําไปตามอํานาจอําเภอใจ อย่างนี้จะยุ่งกันใหญ่ สํานักงบประมาณในฐานะ ที่มีหน้าที่กรรมาธิการมีหน้าที่ไปตรวจสอบเรื่องนี้ มีหน้าที่ไปเก็บข้อมูลเรื่องนี้ แล้วก็ กลับมาชี้แจงกับเรา ต้องขอบคุณในฐานะที่ท่านทํางานมา ๒ เดือนกว่า แต่ว่าผม มานําเรียนท่านประธานฝากไปทางกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกได้ทราบว่าเรื่องน้ํา เปึนเรื่องใหญ่มาก ผมอยากจะเห็นความชัดเจนในการบริหารจัดการทั้งเงิน กับงบประมาณ อันนี้เปึนเรื่องที่ผมอยากจะรู้รายละเอียด ส่วนถ้าไม่ใช่อยู่ในงบกลาง ผมจะขออนุญาตว่าจะได้ไปพูดในส่วนของงบของหนี้สาธารณะ จะได้ทราบกันว่า หนี้สาธารณะเราจะไปกันถึงไหน และจะเอาเงินไปใช้หนี้อย่างไร ผมมีอีกนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ งบกลางเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านหมดเวลาแล้วนะครับ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นครนายก

ผมขออนุญาตท่านประธาน นิดหนึ่งครับ ผมคงจะบริหารเวลาด้วยความรวดเร็ว เศรษฐกิจพอเพียง ถ้าเรายังเอาเงิน ไปให้พี่น้องประชาชนเปึนหนี้ ไม่ใช่เศรษฐกิจพอเพียงครับ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง ถ้าท่านจะเติมหนี้ให้พี่น้องประชาชน ไม่ใช่เศรษฐกิจพอเพียงครับ เศรษฐกิจ พอเพียงคือการช่วยตัวเองให้ได้ การใช้ความเปึนจริงคือธรรมชาติ ใช้สิ่งที่เหลือใช้ ใช้สิ่งที่เปึนประโยชน์ ใช้สิ่งที่ต้องทิ้ง ไม่ว่าผักตบชวา ไม่ต้องใช้เงินอีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท ไปเก็บครับ เอามาทําเปึนปุิยหมักได้ สิ่งเหล่านี้ท่านลองคิดกลับนะครับ แต่ถ้าเกิด จะเหวี่ยงเงินเข้าไปเพื่อให้เปึนหนี้ขึ้น ประเทศนี้ล่มจมแน่ครับ ผมอยากจะฝากว่า ถ้าตรงนี้ท่านยังใช้งบประมาณแบบนี้ผมไม่เห็นด้วยครับ ผมถึงอยากจะตัดงบประมาณ ส่วนนี้เพื่อไม่ให้เกิดเปึนปัญหากับอนาคต และก็ไม่ให้เกิดปัญหากับพี่น้องประชาชน และขอความชัดเจนกรณีเรื่อง ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมทั้ง งบประมาณที่ ครม. อนุมัติแล้ว แต่ไม่มีอยู่ในหนังสือเล่มไหนเลย ผมตรวจสอบแล้วครับ ผมอยากเห็นความชัดเจนครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุติครับ เนื่องจากผมได้ขานชื่อ ๒ ท่านไปก่อนแล้วนะครับ ขอความกรุณานะครับ เชิญท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ครับ เชิญครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชาชน กระผมขอขอบพระคุณที่ให้โอกาสกระผมได้อภิปรายในช่วงนี้ ตามที่กระผมได้สงวน คําแปรญัตติไว้นั้น เพราะว่ากระผมเห็นว่าการจัดสรรงบประมาณงบกลางมีบางส่วนที่ ไม่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องแผนงานโครงการ เอสเอ็มแอล ซึ่งเปึนนโยบายสําคัญของรัฐบาล เปึนนโยบายที่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้รับประโยชน์ ถ้าดูตามรูป ตามงบประมาณที่ออกมานั้น ตั้งไว้ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท เงิน ๑๙,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ผมว่า ยังไม่เพียงพอ เพราะว่าถ้าเผื่อว่าจัดให้หมู่บ้านละ ๒ แสนบาท ๒๕๐,๐๐๐ บาท ๓ แสนบาท โดยประมาณ ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้าน จะต้องใช้เงินประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งตั้งไว้ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาทนั้นก็ยังไม่พอ แต่ความจริงรัฐบาลที่เคยแถลงไว้ มีเปัาหมาย จะจัดให้หมู่บ้านละ ๓ แสนบาท ๕ แสนบาท ๗ แสนบาท ตามขนาดของหมู่บ้าน ซึ่งถ้าเปึนตามนี้จะต้องใช้เงินงบประมาณถึง ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ยิ่งไม่พอใหญ่ครับ ตั้งไว้ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง แต่ปรากฏว่าคณะกรรมาธิการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณป้นี้ยังได้ไปตัดลดงบประมาณจาก ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ตัดมาอีก ๔,๐๐๐ ล้านบาท เหลือเพียง ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งผมเห็นชัดเจนว่าตรงนี้ เปึนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ทําให้งบประมาณไม่สนองนโยบาย ของรัฐบาล สิ่งนี้เปึนสิ่งที่ผมเองกังวลใจว่านโยบายรัฐบาลที่สําคัญคือนโยบาย เอสเอ็มแอลทั้ง ๆ ที่รัฐบาลก็พยายามจัดสรรมาแล้ว คณะกรรมาธิการยังมาตัดลดอีก ผมกราบเรียนว่าเอสเอ็มแอลเปึนงบประมาณพัฒนาหมู่บ้านที่เป่ดโอกาสให้ พี่น้องประชาชนในหมู่บ้านได้มีโอกาสเลือกสรรว่าโครงการใดที่มีความจําเปึนในแต่ละ หมู่บ้านที่จะใช้งบประมาณดังกล่าว เปึนการฝ๊กพี่น้องประชาชนให้รู้จักวิธีการ ใช้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจํากัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดตรงกับความต้องการของหมู่บ้าน และชุมชน โครงการนี้จึงเปึนสิ่งที่กระผมเห็นว่าการจัดงบประมาณครั้งนี้ ไม่ได้เปึนไปตาม นโยบายของรัฐบาลและเปึนการทําให้รัฐบาลไม่สามารถดําเนินงานตามแผนงานนี้ได้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็คงจะหนักใจแทนรัฐบาลที่จะไปหาเงินดังกล่าวว่าจะหาเงิน ยอดใดมานะครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับก็คือแผนงานเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน ซึ่งเปึนส่วนหนึ่งของเงินงบกลาง มาตรา ๔ ตั้งไว้ ๔๘,๐๐๐ ล้านบาท ถูกตัดลดไป ๓,๐๐๐ ล้านบาท เหลือเพียง ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ในงบกลาง สํารองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึนนั้น ถือว่าเปึนเรื่องที่รัฐบาลรับผิดชอบต่อประชาชน รัฐบาลต้องการที่จะให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่รับภัยพิบัติไม่ว่าจะเปึนวาตภัย หรืออุทกภัย หรือจะเปึนภัยอื่น ๆ ในปัจจุบันนี้ภาวะโลกร้อนทําให้ธรรมชาติแปรปรวน ความผิดปกติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนพายุ แผ่นดินไหว น้ําท่วม ฝนแล้ง เกิดขึ้นมาก จะเห็น ได้จากประเทศเพื่อนบ้านของเรา พม่าที่อยู่ติดกับเราครับ พายุที่เข้ามาทําความสูญเสีย รัฐบาลพม่าเองไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ประเทศจีนแม้จะเปึนประเทศใหญ่มีปัญหา เรื่องแผ่นดินไหว ของเราที่ผ่านมายังโชคดี แต่ประเทศไทยนั้นก็คงประมาทไม่ได้ จําเปึนจะต้องจัดสรรงบประมาณดังกล่าว รัฐบาลได้จัดสรรมา ๔๘,๐๐๐ ล้านบาท คณะกรรมาธิการมาตัดลดลงไปครับ ผมคิดว่าสิ่งนี้เปึนสิ่งที่ไม่สนองนโยบายของรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนในช่วงที่มีการปฏิวัติรัฐประหารในช่วง ป้ ๒๕๕๐ มีปัญหาน้ําท่วม ภัยแล้ง ปรากฏว่ารัฐบาลไม่ได้เตรียมการดังกล่าว การดูแล พี่น้องประชาชน งบภัยแล้ง น้ําท่วม ช่วงปฏิวัติรัฐประหารปรากฏว่าตกค้างมา ไม่ได้ช่วยเหลือพี่น้อง จนรัฐบาลชุดนี้เข้ามาจึงจัดงบประมาณเข้าไปช่วยครับ น้ําท่วมป้นี้ ไปช่วยเหลือเอาป้หน้า ฝนแล้งป้นี้ไปช่วยเหลือเอาป้หน้า นั่นคือตัวอย่างที่เห็นชัดเจนว่ารัฐบาลในช่วงปฏิวัติรัฐประหารไม่ได้เตรียมการในเรื่องนี้ จึงเกิดปัญหาดังกล่าว แต่รัฐบาลชุดนี้ได้เตรียมการแล้ว ตั้งงบประมาณแล้ว คณะกรรมาธิการยังมาลดงบประมาณอีก ผมคิดว่าตรงนี้ไม่ถูกครับ ก็ฝากไว้ว่าจะแก้ไข อย่างไร คณะกรรมาธิการได้โปรดพิจารณา ผมคงจะใช้เวลาเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมควร โอบอ้อม เชิญครับ ท่านสมควร โอบอ้อม ครับ อยู่ไหมครับ เชิญครับ

นายสมควร โอบอ้อม นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ กระผม สมควร โอบอ้อม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเองมีเปัาหมายและวัตถุประสงค์ที่ตัด งบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ใน ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านล้านบาท เพื่อที่จะได้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จะมีเหลือประมาณสัก ๑๘๓,๕๐๐ ล้านบาท นั่นเปึนเปัาหมายที่ผมเองตั้งใจไว้ และส่วน มาตรา ๔ ผมเองได้ดูงบ ผมจะเอาเฉพาะตรงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพของ หมู่บ้านและชุมชน เอสเอ็มแอล นะครับ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผมเห็นด้วย กับการที่รัฐบาลจะได้จัดสรรงบประมาณลงไปพัฒนาในหมู่บ้านในตําบลต่าง ๆ นะครับ ผมเห็นด้วยและก็เห็นความสําคัญเปึนอย่างยิ่งว่ามีความจําเปึนที่จะต้องจัดงบประมาณ ไปให้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งครับ งบประมาณที่ทางรัฐบาลตั้งไว้ ๑๙,๐๐๐ ล้านล้านบาทนั้น ทางกรรมาธิการก็ตัดลงไป ๔,๐๐๐ ล้านล้านบาท ก็ถือว่าเกินกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ทําไมต้องตัดเยอะอย่างนั้น สําหรับผมเองตัดลงมา ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็สัก ๑,๙๐๐ ล้านล้านบาท ฉะนั้นตัดตรงนี้ผมเองก็ไม่ถึงกับว่าจะใส่ใจอะไรมากนัก แต่ผมเห็น ความสําคัญว่าการจัดงบประมาณลงไปยังหมู่บ้าน ที่จริงแล้วผมเห็นว่าองค์กรที่จะใช้ งบประมาณนั้นสําคัญมากครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท้องถิ่นของเราก็มีอยู่แล้วนะครับ อย่างเช่น อบต. เราก็มีอยู่แล้ว องค์การบริหารส่วนตําบล ทําไมถึงจะต้องจัดงบประมาณนี้ ไปยังหมู่บ้านตรง ๆ แทนที่พี่น้องที่อยู่ในหมู่บ้านนั้นจะทํางานประกอบสัมมาอาชีพกัน ไม่ต้องมาเปึนภาระเกี่ยวกับการมาใช้งบประมาณ ในการที่จะดําเนินการก่อสร้าง ในการที่จะจัดซื้อนะครับ ผมคิดว่าตรงนี้เปึนการที่ใช้คําว่า ใช้คนฟุ์มเฟ๋อยเกินไป ทั้งที่จริงแล้ว องค์การบริหารส่วนตําบลมีพร้อมอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะเปึนเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ต่าง ๆ มีพร้อมอยู่แล้ว เราทําไมไม่ใช้องค์กรอย่างนั้น ที่จริงแล้วผมเห็นความสําคัญอย่างนี้ มากกว่า แทนที่จะใช้องค์กรต่าง ๆ ของเรานั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะองค์การ บริหารส่วนตําบลเท่าที่ผมสังเกตดูก็ไม่ได้มีงานอะไรมากมายนักนะครับ แต่บังเอิญ จะเปึนแนวคิดอย่างไรถึงได้จัดการแนวนี้ เอางบประมาณลงไปยังหมู่บ้านตรง ๆ อีก ผมเองผมไม่เห็นด้วยนะครับ แต่การที่จะนํางบประมาณไปยังหมู่บ้านนั้น ผมถือว่า มีความสําคัญมากนะครับ นี่คือประเด็นที่ผมให้ความสําคัญ ถ้าเผื่อรัฐบาลมีความมุ่งมั่น ที่จะจัดงบประมาณไปโดยเจตนาบริสุทธิ์นั้นผมเองก็ภูมิใจแล้วก็ดีใจ แต่ถ้าเผื่อรัฐบาลไหน ก็ตามมีความมุ่งมั่นแล้วก็มีเจตนาที่จะเอางบประมาณไปเพื่อจะได้รับความนิยม ได้ความชื่นชอบนั้น ผมคิดว่าเปึนการอะไรครับ ถ้าใช้คําอย่างนี้จะผิดไหม เปึนการทําลาย การพัฒนาประเทศ ทําให้คนเข้าใจผิดนั้นผมถือว่าเปึนเรื่องที่ผมไม่เห็นด้วย เพราะงบประมาณแต่ละบาทแต่ละสตางค์นั้นมาจากชีวิตความยากลําบากของคน บนแผ่นดินไทยทั้ง ๖๐ กว่าล้านคน บางคนก็อยู่ด้วยความยากลําบาก แต่ก็ต้องทํางาน แล้วก็เสียภาษีนะครับ ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านล้านบาท นั้น ถ้าบอกว่าเฉลี่ยต่อคน ๖๓ ล้านคน เกือบ ๓๐,๐๐๐ ท่านประธานครับ ไม่ล้อเล่นครับ บางท้องที่ก็บอกว่า ที่นี่มีโรงงานมากมาย แต่ละป้ในแต่ละจังหวัดได้ภาษีเข้ารัฐบาลมากมาย แต่ผม ก็กล้าเรียนกับท่านประธานครับว่าพี่น้องในบ้านผมนั้นที่ไม่ได้เสียภาษีโดยตรง ให้กับรัฐบาล แต่ที่จริงแล้วเขาไม่มี เงินเหลือนี่แหละเขาเสียภาษีหมดแล้ว ที่ทํางานก็ต้องได้จากคน ทั้งประเทศครับ ที่ทํางานแล้วก็ซื้อกินซื้อใช้ นั่นเขาก็เสียภาษีให้โดยทางอ้อมอยู่แล้ว ก็เรียนท่านประธานอย่างนั้น อย่างไรก็ตามผมก็ไม่เห็นด้วยกับท่านกรรมาธิการที่ตัดไป ๔,๐๐๐ ในงบของเอสเอ็มแอลตรงนี้นะครับ ก็ขอฝากไว้เพียงเท่านี้ ใช้เวลาเพียงเท่านี้ แล้วเดี๋ยวมาตราอื่น ๆ ก็ขอทําความเข้าใจด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตอ่านรายชื่อผู้ที่จะอภิปรายนะครับ ต่อไปจะเปึนท่านจุติ ไกรฤกษ์ ต่อด้วยท่านประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ และท่านนิยม เวชกามา เรียนเชิญท่านจุติครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย ผมตัดประเด็นหลายประเด็นออกนะครับ เหลือประเด็นเดียวครับ ท่านประธาน ที่จะขออภิปรายขอปรับลด เพราะว่ายังติดใจว่าโครงการจัดสรรงบประมาณ เพื่อเปึนเงินเพิ่มพิเศษสําหรับผู้บริหาร และเงินรางวัลสําหรับหน่วยงานนะครับ ซึ่งเงิน ก้อนนี้ผมทราบว่าเปึนความประสงค์ดีของโครงการของรัฐบาลที่คิดว่ามีความจําเปึน จะต้องให้เปึนขวัญกําลังใจกับข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ผมคิดว่า เงินจํานวนนี้เมื่อทําไปแล้วไม่เกิดความคุ้มค่าครับ สาเหตุที่ไม่เกิดความคุ้มค่าก็เพราะว่า ถึงแม้ว่าโครงการนี้ในทางวิชาการนั้นจะเปึนการให้กําลังใจ มีโบนัสสําหรับข้าราชการ ซึ่งข้าราชการนั้นเปรียบเทียบกับเอกชนไม่ได้เลย แต่ผลปฏิบัติของโครงการนี้ครับ ท่านประธาน ผมกราบเรียนท่านประธานตรง ๆ ว่าข้าราชการเอง ระดับกลางนะครับ บอกกับผมฝากมาเลยบอกว่า โครงการนี้อย่ามีเลย ที่อย่ามีเลยเพราะอะไรครับ เพราะว่า โบนัสในส่วนนี้ มันงบมีถึงแม้ว่าจะเปึนเงินหลายพันล้านบาท แต่ว่าไม่ทั่วครับ เมื่อไม่ทั่วถึงแล้วก็ไม่เปึนธรรม เมื่อไม่ทั่วถึงไม่เปึนธรรมแล้วก็กลายเปึนสร้างระบบ อุปถัมภ์ขึ้นในหน่วยงาน ทําให้เกิดความแตกแยกสามัคคีในหน่วยราชการเอง ไม่เปึนผลดี ต่อการดําเนินงานเลย เพราะว่าพอถึงสิ้นป้กันนั้นก็จะมีการพิจารณาผลงานของ ข้าราชการแต่ละท่านนะครับ จากระดับล่าง ระดับกลาง ระดับสูง แต่ปรากฏว่าเงินที่ไปให้ เปึนโบนัสข้าราชการนั้น ถึงแม้ว่าจะไปให้ระดับล่างนั้นก็เปึนจํานวนเงินเพียงน้อยนิด เงินนั้นก็ไปสําหรับผู้บริหารก็เยอะนะครับ ซึ่งตรงนี้ข้าราชการเขาฝากมาว่าไม่เห็นด้วย แต่ในขณะเดียวกันเมื่อที่ ก.พ.ร. คณะกรรมการพัฒนาข้าราชการพลเรือนนํางบประมาณ นี้เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการ ก็บอกว่าได้ทําสํารวจความเห็นของข้าราชการ ส่วนใหญ่เห็นด้วยว่า อยากที่จะมีงบประมาณตรงนี้ แต่ผมถามท่านประธานเลยครับมีใคร บ้างไม่อยากได้สตางค์ อยากได้สตางค์ทุกคน แต่สิ่งที่ข้าราชการเขาบอกว่า สิ่งที่ เขาอยากได้มากกว่าเงินก็คือ เขาอยากได้ศักดิ์ศรีของข้าราชการในพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวคืนมา เขาอยากได้ระบบคุณธรรมให้แผ่กว้างขยายขึ้น ระบบอุปถัมภ์ ให้ลดลง แล้วก็หายไปจากการประเมิน เขาต้องการเห็นความสุขในการทํางานให้กับ ประชาชน ขอเห็นความสุขในการทํางานให้กับสังคม ขอให้คนดีนั้นสามารถอยู่ในระบบได้ สิ่งเหล่านี้เปึนความจําเปึนมากกว่าเงินโบนัสข้าราชการ ผมไม่เห็นด้วยเลยว่าจะมาตั้ง โครงการนี้เอาเงินมาก้อนหนึ่งมาจูงใจเพื่อให้ข้าราชการนั้นทําดี มีผลงาน ผมเชื่อว่าคนที่ ทํางานในระบบราชการนั้นเงินไม่ใช่เปึนปัจจัยหลักครับ เพราะถ้าเผื่อเงินเปึนปัจจัยหลัก แล้วป์านนี้เขาไปอยู่ภาคเอกชนหมดแล้ว ผมเปรียบเทียบท่านประธานได้ ยกตัวอย่าง ข้าราชการกระทรวงการคลัง ข้าราชการสํานักงบประมาณ ข้าราชการฝ์ายกฎหมาย ถ้าออกจากราชการเมื่อไรไปทํางานภาคเอกชนครับท่านประธาน ได้เงินเดือน แสนกว่าบาท ยิ่งถ้าเผื่อไปทําในวงการการเงินด้วยแล้ว โบนัสทีหนึ่ง ๑๔ เดือนครับ ฉะนั้น เงินก้อนนี้ที่บอกว่าเอามาแล้ว เพื่อปัองกันสมองไหลแล้ว ในทางปฏิบัติจริง ๆ แล้วอาจจะ กลับตรงกันข้าม เพราะว่าเงินที่ให้เปึนโบนัสข้าราชการนั้น ระดับบริหารก็ตามไม่พอ ไม่พอที่จะดึงเขา แต่ว่าระบบคุณธรรมต่างหากที่จะดึงให้เขาอยู่ในราชการ ผมเชื่อครับว่า คนระดับผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ถ้าไปทํางานเอกชนครับ ได้เงินเดือน ๒ แสนบาท ๓ แสนบาท แต่ว่าพึงพอใจที่จะทํางานตรงนี้ เพราะว่ามีความสุขกับการเปึนข้าราชการ ดังนั้นตรงนี้ครับผมอยากจะขอให้แก้ไขว่า ก.พ.ร. ไปจ้างผู้ประเมิน ไปจ้างเอกชน มาประเมินคือทริส (TRIS) แล้วการประเมินนั้นก็ประเมินในเชิงปริมาณ มิได้ประเมิน ในเชิงคุณภาพ ก็ทําให้มีปัญหาในการจัดลําดับว่าผู้ที่สมควรจะได้รับโบนัสนั้นคือใครบ้าง ก่อให้เกิดความแตกแยกความสามัคคีในหน่วยงานทั้งหมด สิ่งที่ผมเสนอก็คือว่าโครงการ นี้น่าจะมีการทบทวนในอนาคต ไม่น่ามีต่อไป แต่ว่าขอให้ไปเน้นว่าจะทําอย่างไรจะทําให้ ศักดิ์ศรีของข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นคืนมาให้เกิดระบบคุณธรรม แล้วก็ให้คนทํางานนั้นมีความสุขว่าทํางานแล้วประเทศชาตินั้นได้ผลประโยชน์ จากที่เขาทํา จากสมองของเขา จากความคิดของเขา สิ่งนั้นเปึนสิ่งที่สําคัญกว่า ผมจึงได้ ขออนุญาตปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ว่าโครงการนี้ไม่สมควรจะมีเลย แล้วน่าจะ ทบทวนในป้หน้า ๆ ว่าตรงนี้ไปปรับในส่วนอื่นที่เปึนสวัสดิการเขา ระบบคุณธรรมเขาจะมี ประโยชน์กว่าและจะรักษาสมองไหลไว้ได้มากกว่าเงินที่จะมาล่อครับ เพราะว่าเงินนั้น ไม่ใช่ทุกสิ่งครับ แต่ศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ ศักดิ์ศรีความเปึนข้าราชการ และความสุข ในการทํางาน ระบบคุณธรรมมีมากกว่า ผมจึงขออนุญาตบันทึกไว้ว่าผมนั้นไม่เห็นด้วย กับโครงการนี้เลย แล้วอยากจะให้ทบทวนในอนาคต แต่เนื่องจากผมเปึนเสียงข้างน้อยนั้น ผมก็แพ้คะแนนในที่ประชุม ผมจึงอยากบันทึกเอาไว้เปึนหลักฐาน เพราะว่าผมจะสู้ต่อไป ว่าตรงนี้ไม่ควรมีครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้มีการแปรญัตติเข้ามา ผมได้ แปรญัตติเกี่ยวกับงบกลาง ในหมวดที่ ๖ คือค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้างและพนักงานของรัฐ ซึ่งตั้งงบไว้ ๔๘,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นทุกป้ครับท่านประธาน งบประมาณส่วนนี้ถ้าเปรียบเทียบกับประชาชนคนธรรมดาที่ใช้บัตรทอง ท่านประธานครับ ต่อหัวที่ประชาชนคนธรรมดาที่ใช้บัตรทองคือ ๒,๒๐๒ บาท แต่ว่าของข้าราชการ ได้ถึง ๔๘,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ เมื่อเทียบกันแล้วเฉลี่ยออกมา ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท ของข้าราชการ ผมเคยเปึนข้าราชการครับ รับราชการเปึนนายแพทย์ ป้หนึ่งผมใช้นะครับ เคยเบิกไม่ถึง ๕,๐๐๐ บาทสักป้ แต่ผมไม่ทราบว่าตั้งงบประมาณ ประมาณ ๔๘,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเพิ่มขึ้นมาทุกป้ ๆ ผมถึงอยากถามกรรมาธิการงบประมาณว่า ประชาชนคนธรรมดากับข้าราชการ มันทําไมถึงแตกต่างกันมากมาย ทําไมประชาชน คนธรรมดาได้ใช้งบเพียง ๒,๒๐๒ บาท ทําไมข้าราชการถึงได้ ๒๐,๐๐๐ กว่าบาทต่อคน ถึงอยากกราบเรียนว่างบประมาณส่วนนี้ ผมขอแปรญัตติตัดไป ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะอะไรครับท่านประธาน ปรากฏว่าบัตรทองของประชาชน ๒,๒๐๒ บาท เขายังไป รวมถึงหมอ เงินเดือนหมอ เงินเดือนข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขอีก ต้องมาแบ่งเปึน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ กับ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เฉลี่ยจริง ๆ ประชาชนได้งบประมาณในการ รักษาพยาบาลไม่เกิน ๑,๕๐๐ บาทต่อคน ทําไมล่ะครับ เมืองไทยทําไมทําให้คนไทย มีความเสมอภาคกันไม่ได้หรือ ทําไมข้าราชการจะประหยัดขึ้นกว่านี้ไม่ได้หรือ ผมดูแล้ว ท่านประธานครับ มันสมควรที่จะปรับลดส่วนนี้ ตอนนี้ต้องยอมรับว่าข้าราชการกระทรวง สาธารณสุขรู้สึกอึดอัดใจมาก เพราะอะไรครับ ปรากฏว่าเอาเงินเดือนไปรวมกับค่ารักษา ของคนไข้ ทําให้หมอต่าง ๆ และข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข หมดกําลังใจ ผมเปึน ประธานกรรมาธิการการสาธารณสุขได้รับเรื่องร้องเรียนนี้บ่อยครั้ง บอกว่าเมื่อไรจะแยก ผมได้นําเสนอต่อปลัดกระทรวง ท่านก็บอกว่าติดที่ พ.ร.บ. ไม่สามารถแก้ไขได้ ท่านประธานครับ ผมว่าถึงเวลาที่เราจะต้องแก้ไข ถ้าใช้งบประมาณมากมายขนาดนี้ บ้านเมืองจะเสียหายมากกว่านี้ เพราะอะไรครับ ข้าราชการต้องรู้จักประหยัดบ้าง วันนี้ต่อหัว ๒๐,๐๐๐ กว่าบาทแล้ว ถ้าไปเปรียบเทียบกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ระดับ ซี ๑๐ ซี ๑๑ ขนาดเปึน ส.ส. ป้หนึ่งได้แค่ ๒๐,๐๐๐ บาท เหมาจ่าย แต่ว่าข้าราชการระดับสูงก็สูงขึ้นไปอีก มีสิทธิพิเศษ บางคนถึง ๔๐,๐๐๐ – ๕๐,๐๐๐ บาท ซึ่งมันมากเกินไปครับท่านประธาน ผมถึงอยากตัดส่วนนี้ เพื่ออะไรครับ เพื่อนําไปปรับปรุง ตอนนี้ต้องยอมรับว่าค่าหัว ๒,๒๐๒ บาทที่บัตรทองทําให้ โรงพยาบาลขาดประสิทธิภาพ เครื่องมือเครื่องใช้เก่า ต้องอาศัยเงินบริจาค หมอเดี๋ยวนี้ นะครับโรงพยาบาลต้องขอบริจาคจากประชาชน ฟังดูแล้วมันเศร้าใจ เราจําเปึนที่จะต้อง มีเครื่องมือแพทย์ เช่น ที่โรงพยาบาลชัยภูมิ เครื่องฟอกไตนี้ต้องอาศัยจากเงินบริจาคครับ รัฐบาลให้ไป ๒ – ๓ เครื่อง นอกนั้นเปึนเงินบริจาคหมด ตอนนี้ ๑๒ เครื่องที่ฟอกไต ได้จาก เงินบริจาค ๘ เครื่องครับท่านประธาน ผมฟังแล้ว ผมดูแล้ว อยากกราบเรียนท่านประธาน ว่า เงินส่วนนี้อยากให้เอาไปปรับปรุงจัดสวัสดิการให้แพทย์ สาธารณสุข ต้องยอมรับครับ ว่าหมอ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขกว่าจะมีเงินทํางาน ๗ ป้ไม่มีทางได้ เงินเดือนเปึนแสนครับ ไม่เหมือนตุลาการ ถ้า ๗ ป้ปุ็บปรับเลยครับ จาก ๓๐,๐๐๐ – ๔๐,๐๐๐ บาทขึ้นไปแสนกว่าบาท แต่หมอตอนเรียนภูมิใจครับ แต่หลังจาก เรียนแล้วมันไม่ค่อยภูมิใจ เพราะเงินเดือนไม่มากเหมือนฝ์ายตุลาการ ถึงอยากฝากท่าน ประธานว่างบประมาณที่พอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรักษาพยาบาลน่าจะพอ ๆ กัน อย่าไปเอาเปรียบประชาชนมากเกินไป

และอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากฝาก พอดีทางกรรมาธิการได้ไปปรับลด งบประมาณของเอสเอ็มแอล เพื่อนสมาชิกหลายคนนะครับ ผมอยากฝากข้อคิดเห็น เงิน เอสเอ็มแอลเมื่อเปรียบเทียบกับโครงการอื่น ๆ ท่านประธานครับ ตอนนี้ให้แค่ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ตัดไปตั้ง ๔,๐๐๐ ล้านบาท ตัดไปทําไมครับ ทําไมล่ะครับ คนจนไม่มีสิทธิจะได้ใช้เงินหรืออย่างไร เอสเอ็มแอลนี้เปึนการสอนให้เขารู้ว่า เขามีเงินก้อนหนึ่งเขาจะทําอย่างไร เขาจะคิดอย่างไร เหมือนแก้วสารพัดนึก นึกจะทํา อะไรของเขา เขาจะได้ทํา อยากได้สร้างสิ่งที่เขาควรจะได้สร้าง เขาไม่มีโอกาสเหมือนคน รวยในเมืองหลวงครับ กู้จากธนาคาร บางคนใช้ลายเซ็นก็กู้ได้เลย ประชาชนคนธรรมดา ไม่มีสิทธิครับ ไม่มีสิทธิเลยที่จะเอาลายเซ็นไปกู้เงินได้ แต่ว่าเศรษฐีในเมืองเขาได้ใช้เงิน ทําไมเราไม่ให้เขาได้ใช้บ้าง กับงบประมาณเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งรัฐบาลชุดก่อนได้ใช้ ผมอยากกราบเรียนพี่น้องผมได้ติดตามเงินเอสเอ็มแอล เมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณ ขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ปรากกว่าเอสเอ็มแอลมีการรั่วไหลน้อยกว่าอย่างมากเลย เพราะเอสเอ็มแอลเขาจะมีกรรมการ เขาจะดูแลเงินอย่างดี หลายท่านบอกทําไมไม่เอา ผ่านองค์การบริหารท้องถิ่น สตง. ก็มาบอกครับ องค์การบริหารส่วนถิ่นนี่ต้องยอมรับมันมี จุดรั่วไหลเกือบ ๓๐ – ๔๐ เปอร์เซ็นต์มันรั่วไหล แต่เอสเอ็มแอลที่มันใช้ไปผมอยากฝาก บอกท่านประธานว่าเปึนโครงการที่พูดกันง่าย ๆ การทุจริตน้อย เพราะประชาชนเขาดูทุก โครงการนี่ประชาชนเขาดู แล้วก็หลายฝ์ายช่วยกันดู ทั้งอําเภอก็ดู ถึงอยากกราบเรียน ท่านประธานว่างบส่วนนี้ผมรู้สึกอึดอัดใจกับกรรมาธิการในส่วนของพรรคพลังประชาชน เราไปปราศรัยหาเสียงตลอดเราจะให้งบเขา แล้วท่านมาตัด ผมรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งครับท่านประธาน ถ้าท่านไปดูงบของซีอีโอ ท่านจะเห็นเลยครับ ความแตกต่างกันอย่างมาก จังหวัดไหนที่กรรมาธิการอยู่ ท่านประธานครับ งบประมาณ ขึ้นไปสูงจนน่าตกใจ เกือบทุกจังหวัดครับที่มีกรรมาธิการอยู่ ท่านประธานไปเป่ดดูนะครับ จังหวัดชลบุรีไม่มีกรรมาธิการได้ ๑๐ ล้านบาท จังหวัดที่มีกรรมาธิการงบประมาณ ๑๐๐ กว่าล้านบาทขึ้นไปทุกคน ทําไมล่ะครับ มันเกิดอะไรขึ้น สภาผู้แทนราษฎรเคยมีแบบนี้มานานแล้วครับ ผมเคยเปึนกรรมาธิการ ๓ สมัย ผมคัดค้าน ตลอดครับ ถ้าทําแบบนี้ไม่ไหวครับ ฝากท่านประธานผ่านไปถึงกรรมาธิการงบประมาณ อย่าเอาเปรียบเพื่อนฝูงมากเกินไป ผมไม่เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งนะครับ ในเรื่องงบประมาณ ที่ท่านตัดออกจากเอสเอ็มแอล แล้วไปใส่ซีอีโอแล้วเกิดการเอาเปรียบ เอารัดเอาเปรียบกัน เกินกว่าเหตุ บางคนได้ ๑๗๕ ล้านบาท บางคนได้ ๑๐ ล้านบาท ท่านเอาหลักฐานอะไร เอาอะไรมาวัดว่าจังหวัดนี้มันไม่จําเปึนต้องได้เงินงบประมาณ เอาอะไรมาวัดครับ อยากฝากท่านประธานผ่านไปถึงกรรมาธิการ ทําแบบนี้ผมไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร พวกเรา ส่งท่านขึ้นไปเปึนกรรมาธิการ ท่านต้องมีความยุติธรรมครับ ไม่ว่าฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ทุกคนครับ ไม่ใช่เฉพาะฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายค้านก็เอาด้วย เอาด้วยกับเขาเหมือนกัน พูดไม่ออก ผมบอกได้เลยจังหวัดกระบี่ ไม่อยากจะพูดนะครับ งงเลย ชลบุรีได้อย่างไร ๑๐ ล้านบาท ถึงฝากบอกท่านประธานผ่านไปถึงเพื่อนกรรมาธิการครับ อย่าเห็นมือยาว แล้วสาวได้สาวเอา ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณนิยม เวชกามา ครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขต ๑ พรรคพลังประชาชน ต้องขอขอบคุณท่านประธานเปึนอย่างยิ่ง ผมเองเปึนคนหนึ่งที่เสนอคําแปรญัตติ เพื่อขอตัดลดงบประมาณตรงส่วนนี้ ในมาตรา ๔ เปึนงบประมาณรายจ่ายงบกลาง แต่เมื่อผมได้มาตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งเมื่อวานนี้อย่างละเอียด ในมาตรา ๔ มีอยู่ ๑๒ ย่อหน้า ๑๒ วรรค ในจํานวนนี้ผมเห็นด้วย เพราะว่าหลังจากที่คณะกรรมาธิการ ไปปรับลดลงมาแล้ว ผมอยู่ในเกณฑ์ที่พอใจ แต่มี ๒ ข้อ ผมขอแสดงความคิดเห็น ในจํานวน ๑๒ วงเล็บ คือ (๑) เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายเงินพัฒนาหมู่บ้าน หรือเรียกว่า เงินเอสเอ็มแอล เงินจํานวนนี้จริง ๆ แล้วเปึนเงินที่เข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจในหมู่บ้าน เงินเอสเอ็มแอลเปึนโครงการของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผมคิดว่าผมได้เปึน ส.ส. วันนี้ ก็คือเงินเอสเอ็มแอลนี่ล่ะครับ เงินกองทุนหมู่บ้าน ๑ ล้านบาทด้วย แต่ปรากฏว่า ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ว่า วันนี้คณะกรรมาธิการซึ่งเปึนซีกหนึ่งของพรรคพลังประชาชน เงิน ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งตั้งเปึนงบของรัฐบาลตั้งงบไว้ก็ไม่พออยู่แล้วครับ เงิน ๒ แสนล้านบาท ๓ แสนล้านบาท ที่ว่านี่มันไม่พออยู่แล้วในงบประมาณส่วนนี้ กลับไปตัดลงไปอีกตั้ง ๔,๐๐๐ ล้านบาท ก็เหลือแค่ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ยิ่งไม่พอเข้าไปอีก ผมจึงไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทําไมต้องตัดงบส่วนนี้ด้วย ส่วนในข้ออื่นผมพอใจ หลายหมู่บ้าน ในเขตเลือกตั้งผมใน ๘ อําเภอ ๖๐๐ กว่าหมู่บ้าน กําลังรอความหวังจากเงินเอสเอ็มแอล แล้วผมกราบเรียนท่านประธานว่าเงินเอสเอ็มแอลเปึนเงินที่ลงไปสู่หมู่บ้านแล้วถึง หมู่บ้านจริง ๆ ถึงชาวบ้านจริง ๆ ชาวบ้านได้ประโยชน์จริง ๆ แต่ไม่เหมือนเงินส่วนอื่น ซึ่งขาดหายไป เรียกว่าไอติมเหลือแต่ไม้ แต่ว่าเงินตรงนี้ชาวบ้านได้รับเต็ม ๆ เพราะการทํา อะไรก็ตาม โครงนี้ในหมู่บ้านเขาตั้งกรรมการเขาดูแลกันเอง ๑๔ – ๑๕ คน ซึ่งเปึน กรรมการอยู่ เขาดูแลกันเอง เพราะฉะนั้นเงินนี้ประโยชน์เต็ม ๆ มันเปึนเงินกระตุ้น เศรษฐกิจ หลายหมู่บ้านซึ่งรอเงินเอสเอ็มแอลเพื่อไปทําที่พักศพ ไปทําศาลากลางหมู่บ้าน ไปทําที่ประชาคม วันนี้ความหวังคงหายไปแล้ว พี่น้องชาวบ้านผมตอนนี้เขาคิดอะไรกัน ไม่รู้ เพราะว่าเห็นว่าเงินตรงนี้ตัดไปตั้ง ๔,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว อันนี้จึงเปึนเงื่อนไขหนึ่ง ที่ขอฝากท่านประธานว่า คณะกรรมาธิการที่ไปแก้ไขปรับลดเยอะส่วนนี้ทําไมต้อง ปรับลดด้วย ผมฝากด้วย เพราะว่าท่านคงลืมไปแล้วว่าตอนท่านไปหาเสียง ไปปราศรัย ในหมู่บ้าน ท่านไปรับปากรับคําชาวบ้านมาว่าเงินเอสเอ็มแอล ๒ แสนล้านบาท ๓ แสนล้านบาท ๕ แสนล้านบาท ไปถึง ๗ แสนล้านบาท ท่านบอกว่าหลังจากนั้นไป แต่วันนี้ ๒ แสนล้านบาทก็ไม่ได้ครับ ความหวังชาวบ้านหายไปแล้ว

อีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งผมต้องขอพูดถึงด้วยเพราะว่าเปึนส่วนหนึ่งที่เปึน กําลังใจของข้าราชการ ผมรับราชการมา ๓๑ ป้ ก่อนที่จะลาออกมาสมัครผู้แทนราษฎร ผมทราบว่าข้าราชการเปึนความหวังหนึ่งคือเงินเดือนเท่านั้น ผมเองข้าราชการครูบ้าน นอกแล้วมาอยู่กระทรวงพาณิชย์ตอนหลัง เปึนประกันภัยจังหวัดเงินเดือนก็ไม่กี่บาท แต่ก็ หวังจากเงินเดือนครับแต่ละป้ แต่ละเดือน และความก้าวหน้า ผมมาเห็นใน (๙) ท่านตัด ไปตั้ง ๑,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งความเปึนจริงในเรื่องนี้ข้ออื่นผมไม่ติดใจ แต่ท่านผู้ทรงเกียรติพูด เมื่อสักครู่ว่าหลายอันมันก็เกินไป ไปวางเงินไว้สูงน่าจะตัดลงมา แต่ในด้านเกี่ยวกับ เงินเลื่อน เงินเดือนและเงินปรับวุฒิของราชการผมก็ยังเห็นว่าไม่ควรตัด ทําไมถึงเห็นว่า ไม่ควรตัดจากที่ผมเคยรับราชการมา ๓๑ ป้ ตั้งแต่ครูบ้านนอกมาจนเปึนหัวหน้า ส่วนราชการจังหวัดไม่มีเงินอย่างอื่นเลยครับท่านประธาน ก็เงินเดือนนี่ล่ะ แล้วการศึกษา ระหว่างรับราชการอยู่ทุกคนก็พยายามที่จะปรับตัวเองจากที่เรียนศึกษากันมา เมื่อมี วุฒิสูงขึ้นเงินเดือนก็ต้องน่าจะปรับด้วย ไม่ควรจะไปตัดเขาในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นผมจึง ฝากท่านประธานว่า ถ้าคราวต่อไปงบประมาณใดก็แล้วแต่ในส่วนที่เปึนกําลังใจ ของข้าราชการผมว่าอย่างไรก็ต้องให้เขา เขาเรียนมาเพิ่มวุฒิมาจากที่ว่าคนบรรจุมา ปวช. จบ ปวช. ปวส. เงินเดือนระดับนี้เมื่อจบปริญญาตรี ปริญญาโท ก็ต้องปรับให้เขา นั่นเปึน ความหวังหนึ่งของข้าราชการ แต่ ณ วันนี้เห็นงบประมาณตัวนี้แล้วผมก็ใจหาย เพราะอย่างน้อยก็หายไป ๑,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมฝากด้วยว่าในที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเข้าไปมีบทบาทเปึนกรรมาธิการต้องคิดถึงหัวอกของ ข้าราชการบ้างในส่วนนี้ ส่วนในข้ออื่นผมบอกว่า ๑๙ ข้อ ผมติดใจแค่ ๒ ข้อ ข้ออื่นผมเห็นด้วย ปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง ๑๕ เปอร์เซ็นต์บ้าง ๓ เปอร์เซ็นต์ ๔ เปอร์เซ็นต์ ผมเห็นด้วย ทั้งนั้น เพราะว่าบางอย่างมันเกินไปที่ไปเพิ่มแบบข้าราชการบางอย่างที่ไม่มีความจําเปึน อันนี้ผมจึงฝากถึงผู้แทนราษฎรทุกท่านว่าอย่างน้อยข้าราชการเขาก็มีความหวัง คือเงินเดือน โดยเฉพาะครูบ้านนอกหนี้สินเยอะ ๆ ก็เพราะเขาเงินเดือนไม่พอใช้ ต้องหา อย่างอื่น ทําให้คุณภาพของโรงเรียนต่ําลงไปด้วย เพราะว่าเอาเวลาที่จะมาสอนเด็กอย่างเดียว ต้องไปค้า ไปขาย เปึนขายประกันบ้าง อะไรบ้างลักษณะนี้ ซึ่งเปึนเรื่องที่ไม่ดีนัก พูดง่าย ๆ ไม่ดีนัก มันเปึนเรื่องของคนต้องหาเงินมาเติมเงินเดือน เพราะเงินเดือนไม่พอใช้ แต่ ณ วันนี้ผมเห็นที่กรรมาธิการตัดออกไปตั้ง ๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็ใจหาย เพราะ ขวัญกําลังใจของข้าราชการหายไปด้วย ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิเชษฐ มีอะไรครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกระบี่ ผมขออนุญาตรบกวนนิดเดียว เพื่อความเข้าใจอันดีนะครับ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งก็ได้กรุณากล่าว พาดพิงถึงกรรมาธิการจากจังหวัดกระบี่เสมือนหนึ่งว่าไปเอาเปรียบเขาในเรื่องงบประมาณ ผมเรียนว่า ๑๔ ป้ที่ผมอยู่ในห้องงบประมาณผมไม่เคยเอาเปรียบใครเลยครับ การดู งบประมาณต้องดูทั้ง ๒ เล่มครับ ทั้งในเล่มที่ ๓ รายการปรับลดและเล่มที่ ๔ รายการเพิ่ม จังหวัดกระบี่มียอดรายการเพิ่มขึ้นมา เพราะว่ามีรายการปรับลดลง ๕๐ ล้านบาท เพื่อไป เปลี่ยนแปลงรายการมาตามความเห็นของกรรมาธิการนะครับ ก็มีลดไป ๕๐ ล้านบาท และก็ไปเพิ่มไว้ในรายการเพิ่ม ไม่ได้ไปเอาเปรียบใครทั้งสิ้นครับ เพื่อโปรดทําความเข้าใจ อีกส่วนหนึ่งที่เกินจาก ๕๐ ล้านบาท ก็คือว่าเนื่องจากกรรมาธิการเห็นว่ากลุ่มจังหวัด ไม่มีกฎหมายรองรับ ไม่ได้เปึนฐานะนิติบุคคล งบประมาณที่ไปตั้งไว้ที่จังหวัดหลักก็ได้มี การเฉลี่ยออกมาตามปกติธรรมดาทุกอย่างครับ จังหวัดกระบี่ไม่ได้เอาเปรียบใครทั้งสิ้น ขอบพระคุณครับท่าน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเธียรชัยครับ ท่านเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ เสร็จแล้วก็ท่านสุดท้าย ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เชิญครับ

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ตาก 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมทําหน้าที่แปรญัตติในเรื่องงบฉุกเฉินนะครับ ซึ่งเปึนส่วนหนึ่งของ งบกลาง ผมได้เสนอให้แปรญัตติตัดงบประมาณในส่วนนี้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เหตุที่ผมต้องตัดสูงขนาดนี้เพราะผมมีความรู้สึกว่างบประมาณที่จัดตั้งขึ้นเมื่อตรวจดูแล้ว จะเห็นว่ารัฐบาลได้ตั้งงบประมาณในวงเงินที่สูงเกินกว่ารายได้ที่ได้ จําเปึนที่จะต้อง ไปกู้เงินจากเงินนอกงบประมาณเพื่อที่มาจัดทํางบประมาณให้สมดุล การจัดงบประมาณ ฉุกเฉินนั้น เหตุที่ตัดมากนั้นผมมีความคิดว่า ๑. มันเปึนเรื่องของเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น ไม่มีใครรู้แน่ว่าจะเปึนจํานวนยอดเงินเท่าไร อาจจะตั้งไปถึง ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑ แสนล้านบาท เท่าไรก็ได้ ถ้าจะต้องตั้งงบประมาณสูงขนาดนี้ ผมเกรงว่าจะเปึนปัญหา ต่อการหารายได้เพื่อกลับมาใช้ในการใช้จ่ายงบประมาณของประเทศและเปึนภาระต่อไป นอกจากนี้ได้มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายถึงการใช้งบประมาณในส่วนนี้ ซึ่งค่อนข้างตรวจสอบยากเพราะเปึนอํานาจของนายกรัฐมนตรีแต่ฝ์ายเดียว ก็จะเปึนเรื่อง ที่น่าเปึนห่วง ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าเรายังมีในกฎหมายหลายเรื่อง ที่เรายังไม่สามารถให้กับพ่อแม่พี่น้อง ราษฎรของเราได้อย่างทั่วถึงและเปึนธรรม ผมยกตัวอย่างเช่นเงินในกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้สูงอายุขณะนี้หลายท้องที่ทั่วประเทศ ได้รับเงินอย่างไม่ทั่วถึง บางคนได้ บางคนไม่ได้ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมได้ไปพบปะพ่อแม่ พี่น้องที่จังหวัดตากในงานเทกระจาด ได้สอบถามผู้สูงอายุประมาณ ๑๐ พบว่ามี ๓ คน ที่ได้รับเงินประมาณ ๓,๐๐๐ บาทต่อ ๖ เดือน นอกนั้นไม่ได้รับ ทุกคนก็จะเกิดความรู้สึก ที่ไม่ดีต่อการบริหารจัดการของบ้านเมือง ผมได้สอบถามเขาบอกว่าไม่เคยได้รับเลยตั้งแต่ อายุ ๖๑ – ๖๒ ป้มานี้ ทําให้เกิดอะไรขึ้นครับ มันเปึนผลทําให้เกิดสภาวะที่ว่าคนเกิดความ แตกแยกกันครับ ในหมู่บ้านนี่มีความรู้สึกว่าถ้าใครเข้าหาคนที่มีอํานาจกว่ามันก็จะได้ ผมคิดว่านี่คือต้นทุนทางเศรษฐกิจของประเทศเราอันหนึ่ง ถ้าท่านประธานจําได้ มันเหมือนกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากแท็กซี่ มิเตอร์ (Taxi meter) นะครับ สมัยก่อน แท็กซี่ มิเตอร์มีโควตา พอมันเกิดมีโควตาขึ้นมาปัูบมันก็ทําให้ใบอนุญาตมีค่า จนต่อมาเมื่อเป่ดแท็กซี่เสรีขึ้นมาภาวะนี้ก็หมดไป นี่ก็คือต้นทุนอันหนึ่งซึ่งผมคิดว่า ในสภาวะที่รัฐบาลจําเปึนที่จะต้องใช้เงิน ต้องใช้เงินให้ถูกต้องตามที่กฎหมายมีรองรับ ขณะนี้ประเทศของเราก็ถือว่าอยู่ในระยะของผู้สูงอายุนะครับ เปึนสังคมของผู้สูงอายุ ระยะแรกเริ่ม เพราะว่ามีประชาชนที่เปึนผู้สูงอายุเกิน ๖๐ ป้มากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ของจํานวนประชากรนะครับ นี่คือปัญหา ผมจึงกราบเรียนว่างบประมาณที่ท่านตั้ง ในส่วนงบกลาง ที่กรรมาธิการได้ตั้งมาในส่วนงบกลางท่านตั้งสูงไป โดยเฉพาะงบฉุกเฉิน มันไม่มีเหตุผลมากเพียงพอ ด้วยปรัชญาอันนี้อีกอย่างหนึ่งก็คือว่าเหตุทุกอย่างนะครับ ที่จะถือว่าเปึนเหตุฉุกเฉินมีโอกาสเกิดขึ้นได้ไหมถ้าเราตั้งคําถาม มันมีโอกาสเกิดขึ้นได้ มีโอกาสเกิดได้กี่เปอร์เซ็นต์ มันก็ห้าสิบห้าสิบล่ะครับ เหมือนโยนเหรียญมันก็มี ๒ หน้า มันมีโอกาสเกิดเท่า ๆ กัน เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องไปกลัวครับ แต่ว่าเราต้องมีระบบ บริหารจัดการที่ดีที่มีประสิทธิภาพเมื่อมีภัยพิบัติเกิดขึ้นมา ผมเชื่อในเรื่องของหลักการ บริหารจัดการมากกว่า เรื่องจํานวนตัวเงินไม่ใช่เปึนเรื่องสําคัญ

ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของงบประมาณในส่วนที่ว่าฉุกเฉินนี้ ผมคิดว่าถ้าเราตัดส่วนนี้ไปแล้วอาจจะไปเติมให้ในส่วนของกรมชลประทาน ซึ่งพ่อแม่ พี่น้องของเรามีปัญหาในเรื่องของการใช้น้ําเพื่อเอามาทําการเกษตร มาทําการอุปโภค บริโภคอีกมากมาย ซึ่งมีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วนะครับ ผมคิดว่าผมคงจะ ไม่อภิปรายซ้ํา นั่นก็คือว่าต้องจัดการใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ให้อย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ เพื่อแสดง ให้เห็นถึงว่าเราไปเรียกเก็บเงินภาษีอากรจากประชาชนมาทุกบาททุกสตางค์ เราต้อง มีจิตสํานึกที่จะต้องใช้เงินทุกบาททุกสตางค์อย่างคุ้มค่า เพื่อให้คนที่เขาเสียสตางค์ภาษี เขาเกิดความรู้สึกที่ดี ทําให้ถึงจุดนี้ผมก็เลยมีความคิดเสนอไป ซึ่งก็คงไม่เกี่ยวกันก็คือว่า ภาระภาษีส่วนบุคคล ไม่ว่าใครจะมีเงินเท่าไรในระดับที่ สมมุติว่าไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องเสียภาษี แต่เราเก็บภาษีเขาอาจจะได้จากทางอ้อมก็คือภาษีแวท (VAT) ซึ่งผล จากการที่เราไม่เก็บภาษีในระยะนี้มันอาจจะทําให้เงินของการคลังลดน้อยลง แต่ท่าน อย่าลืมว่าประชาชนก็จะเข้าสู่เงินออมมากขึ้น มีเงินออมมากขึ้น แล้วก็สามารถ ที่จะนําเงินนั้นไปใช้ในกระบวนการตัดสินใจว่าเขาจะใช้การออมหรือจะใช้เงิน ถ้าเขา ใช้เงินมากเขาต้องเสียภาษีแวทมาก ก็ตรงตามกับเศรษฐกิจพอเพียง เพราะปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงก็คือว่าอยากจะให้มีใช้ไว้อย่างพอเพียง เพราะฉะนั้นถ้าใครไม่อยากใช้ คุณก็เก็บไว้ ก็เปึนเงินออม นี่ก็จะทําให้การออมของประเทศเรามั่นคงแข็งแรงขึ้น ผมก็ขอแสดงความคิดเห็นแค่นี้ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ผู้อภิปรายท่านสุดท้ายก่อนที่จะมีการลงมติ เรียนเชิญท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้แปรญัตติใน มาตรา ๔ ไว้บางงบ บางส่วนของค่าใช้จ่ายใน ๑๒ หมวดค่าใช้จ่าย มีค่าใช้จ่ายที่กระผมไม่ได้เสนอ ให้คณะกรรมาธิการตัดงบเลยก็คือ ค่าใช้จ่ายตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ซึ่งงบประมาณในป้ ๒๕๕๒ มีจํานวน ๒,๓๐๐ ล้านบาท พร้อมทั้งค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ การเสด็จพระราชดําเนินและต้อนรับประมุขต่างประเทศจํานวน ๕๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ เนื่องจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริเปึนโครงการที่พี่น้อง พสกนิกรชาวไทยทั้งหลายได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของเราเปึนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องน้ํา ได้ไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่จังหวัดตรังครับท่านประธาน มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ หลายแห่งด้วยกัน โดยเฉพาะที่อําเภอสิเกา เขาช่องจันทร์ บริเวณดังกล่าวเปึนพื้นที่ การท่องเที่ยว ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม พร้อมทั้งบริเวณดังกล่าวเปึนที่ตั้ง ของตําบลไม้กวาด พี่น้องประชาชนทั้งหลายได้ใช้น้ําจากโครงการพระราชดําริที่นี่ล่ะครับ เขาช่องจันทร์ ซึ่งได้มีโครงการสร้างมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๓ สมัยนั้นมีผู้บริหารท้องถิ่น นายกองค์การบริหารส่วนตําบล ได้นําเสนอโครงการผ่าน ฯพณฯ ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ก็นําเข้าสู่โครงการพระราชดําริ ก็เลยได้ใช้น้ํา จนปัจจุบันนี้ก็สามารถ ที่จะอํานวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนในบริเวณเขตตําบลไม้กวาด เขตการท่องเที่ยวบริเวณหาดปากเม็งกันอย่างสะดวก ในส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายเรื่องอื่น ที่อยู่ในงบกลาง กระผมอยากจะขอให้ท่านประธานได้สอบถามไปยังคณะกรรมาธิการอยู่ ๒ – ๓ กลุ่มด้วยกัน เรื่องแรกคือค่าใช้จ่ายสําหรับเปึนเงินสํารอง เงินสมทบและเงินชดเชย ให้กับข้าราชการที่เปึนสมาชิกกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ หรือสมาชิก กบข. ๒๕๓๙ ครับท่านประธาน คือข้าราชการที่จะบําเหน็จบํานาญ เดิมเปึน พ.ร.บ. ข้าราชการ บําเหน็จบํานาญ ก่อนป้ ๒๕๓๙ เขาจะมีการคิดบําเหน็จบํานาญอีกแบบหนึ่ง หลังจากมี พระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการป้ พ.ศ. ๒๕๓๙ ก็เปลี่ยนการคิด เรื่องบําเหน็จบํานาญอีกแบบหนึ่ง ท่านประธานครับ พอมีกองทุน กบข. มันเลยมีคําว่า เงินสมทบและเงินชดเชย ก่อนหน้านี้ มันไม่มีเงินสมทบและเงินชดเชย เหตุผลเพราะว่าใครจะเกษียณเขาก็คิด โดยการคํานวณจากเงินเดือนสุดท้ายของข้าราชการคูณด้วยอายุราชการ แล้วก็หารด้วย ๕๐ ออกมาเท่าไรก็ได้รับเงินส่วนนั้นไปเพื่อยังชีพ หลังจาก ๖๐ ป้เปึนต้นไป พอมีกองทุน กบข. ครับ หลักเกณฑ์การให้บําเหน็จบํานาญเปลี่ยนไป ก็คือจากที่เคยให้บํานาญเดือน สุดท้ายนะครับมาเปลี่ยนเปึนเฉลี่ย ๖๐ เดือน ท่านประธานครับ พอเฉลี่ย ๖๐ เดือน คูณด้วยอายุราชการ แล้วก็หารด้วย ๕๐ เหมือนเดิมทําให้ผลประโยชน์การที่ข้าราชการ บํานาญจะได้รับลดลงไปเปึนจํานวนมากเลยครับ เพราะว่าเงินเดือนสุดท้ายของ พ.ร.บ. เดิมกับการเฉลี่ย ๖๐ เดือนนี้มันต่างกันแน่นอนครับ ต่างกันเปึนยอดเงินแต่ละเดือนนี่ หลายหมื่นด้วยกัน แต่ว่าในส่วนตรงนี้ทางรัฐก็เลยได้ชดเชยโดยการให้ข้าราชการสมทบ เงินเข้าไป ๓ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าถ้าเกิดข้าราชการมีเงินเดือน ๑,๐๐๐ บาท ก็คือ สมทบเข้าไปในกองทุน ๓๐ บาท ส่วนราชการหรือรัฐก็สมทบให้อีก ๓๐ บาท พร้อมทั้ง ชดเชยให้อีก ๒๐ บาท หมายความว่าผม นายสมบูรณ์ ขณะที่เปึนข้าราชการนะครับ เงินเดือน ๑,๐๐๐ บาท ก็ใส่เงินเข้าไปในกองทุน ๓๐ บาท รัฐใส่มาให้ ๕๐ บาท มีเงินอยู่ ๘๐ บาท พอผมจะเกษียณครับ รับบําเหน็จนี่ผมจะได้เงินชดเชยก้อนนี้ไป เงินชดเชยก้อน นี้มันจะไปชดเชยกับเงินบํานาญที่เคยได้เงินเดือนสุดท้ายคูณด้วยอายุราชการ หารด้วย ๕๐ ส่วนที่มันหายไปจะมาได้เงินชดเชยตรงนี้ครับท่านประธาน แต่ว่าขณะนี้ผมเรียน ท่านประธานว่าข้าราชการที่สังกัด กบข. เริ่มมีความรู้สึกว่าเขาได้รับสิทธิน้อยลง ได้รับสิทธิ น้อยลงก็คือเนื่องจากเงินบํานาญที่ไปเฉลี่ย ๖๐ เดือนนั้นทําให้เงินบํานาญเขาน้อยแล้ว เงินชดเชยเปึนเงินที่เขาออกเอง ท่านประธานครับ เงินชดเชยคือเงินที่เขาออกเอง เพราะฉะนั้นเขาถือว่านี่คือเงินของเขา เพราะฉะนั้นต้องเพิ่มเรื่องเงินบํานาญให้เขากลับมา เหมือนเดิม ผมก็ได้เตรียมนําเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญ ข้าราชการ ป้ ๒๕๓๙ เพื่อให้ข้าราชการบํานาญทั้งหลายได้รับสิทธิเข้ามาเหมือนเดิม ผม อยากถามว่า ทางคณะกรรมาธิการครับ ได้สอบถามคณะกรรมการผู้บริหารของกองทุน กบข. บ้างไหมครับ ขณะนี้มีเงินอยู่เปึน ๓ แสน ถึง ๔ แสนล้านบาทนะครับ กองทุน กบข. สามารถไปลงทุนเรื่องใดก็ได้นะครับหลายเรื่อง ถ้าเกิดได้กําไร ถ้าเกิดมาตอบแทนคืนกับ ข้าราชการที่เขาสมทบเงินลงไปก็ไม่เปึนไร แต่ถ้าเกิดเอามาไว้เปึนกองทุนเฉย ๆ ไม่ตอบ แทนกับข้าราชการก็ถือว่าลงทุนเปล่า และก็เขาอาจจะเกิดการสูญเสียจากทางรายได้ที่ เขาพึงมีจาการออมในกองทุน กบข. เพราะฉะนั้นขณะนี้เงินมีเยอะแล้ว รัฐอาจจะ ไม่จําเปึนที่จะต้องไปชดเชยนะครับ เอาเงินจากกองทุน กบข. ได้ ผมเลยสอบถามว่า ท่านได้สอบถามหรือไม่ เงินงบประมาณส่วนนี้ถ้าเกิดตัดไปเปึนงบประมาณส่วนอื่น ในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนก็จะเปึนสิ่งที่ดี

ส่วนต่อไปครับ ก็คือค่าใช้จ่ายในเรื่องกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน สํารองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินและจําเปึนครับ ท่านประธานครับ แน่นอนครับ สิ่งที่ไม่ได้คาดคิดหรือสิ่งที่ มันเกิดเหตุการณ์กรณีภัยพิบัติหรือน้ําท่วมต่าง ๆ นั้นบางทีเราก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้ เพราะฉะนั้นจําเปึนที่จะต้องมีเงินสํารองไว้ ท่านประธานครับ ในป้ ๒๕๔๗ วันที่ ๒๖ ธันวาคม ท่านประธานคงจําได้ว่าเกิดเหตุการณ์ใหญ่ขึ้นมาในเมืองไทยของเราก็คือสึนามิ (Tsunami) ถล่ม ๖ จังหวัดฝัืงอันดามัน ท่านประธานครับ ในป้ดังกล่าวเราได้รับ การช่วยเหลือจากทางต่างประเทศเปึนจํานวนมหาศาลเช่นเดียวกัน ซึ่งในขณะนั้นจริงอยู่รัฐบาลไม่ยอมรับเงินที่ต่างประเทศให้การช่วยเหลือ เนื่องจากคิดว่า ตนเองนั้นมีเงินมากเพียงพอแล้ว ผลปรากฏครับท่านประธาน มีหลายภาคส่วนของพี่น้อง ประชาชนที่ยังเดือดร้อนและไม่ได้รับการดูแลแก้ไขจากทางภาครัฐ โดยเฉพาะ จากเหตุการณ์สึนามิ ขณะนี้ทุกหมู่บ้าน ทุกตําบลที่อยู่ริมชายฝัืงทะเลได้ของบประมาณ มากับทางภาครัฐโดยเฉพาะ ๑. ก็คือหอเตือนภัย เหตุผลเพราะว่าถ้าเกิดไม่มีการเตือนภัย เกิดสึนามิเดินทางมา ๕๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงด้วยความเร็ว มันก็จะถึงฝัืงไทยเวลา ไม่ถึง ๑ ชั่วโมง ถ้าเกิดกรณีเกิดแผ่นดินไหวในทะเลบริเวณเกาะสุมาตราเช่นเดิมนี้ มันก็ ใช้เวลาเพียงแค่ ๑ ชั่วโมง บางแห่งไม่มีเครื่องเตือนภัย เขาก็ขอมา ตอนนี้ผ่านมาเปึนเวลา ๓ – ๔ ป้แล้ว รัฐยังไม่สามารถจัดให้ได้เลย ท่านประธาน เมื่อเตือนภัยแล้ว เกิดกรณี รัฐประกาศว่าขณะนี้มีสึนามิเกิดขึ้น มีแผ่นดินไหวรุนแรงอาจจะเกิดสึนามิอีกภายใน ๑ ชั่วโมงนี้ บางแห่งท่านครับ เปึนหมู่บ้านชายทะเล มันไม่มีที่หนีภัยเลย ท่านประธานเคย ไปเที่ยวบริเวณชายฝัืงทะเลไหมครับ หมู่บ้านชาวประมง เปึนบ้านชั้นเดียว มีใต้ถุนทรงสูง ขึ้นมาแค่นั้นเอง เวลาสึนามิมาไม่รู้จะวิ่งไปไหน มันไม่มีภูเขาบริเวณใกล้ ๆ ดังกล่าว บางแห่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านถึง ๓ กิโลเมตร ผมยกตัวอย่าง ที่หมู่บ้านมดตะนอย ตอนนี้ เขาของบสร้างอาคารหลบภัยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นฝากท่านกรรมาธิการด้วยว่า ที่เขาขอมาสําหรับไว้ปัองกันตนเองนั้น ท่านจัดสรรงบให้เขาหรือเปล่า ผมก็เรียนว่า สิ่งนี้เปึนสิ่งสําคัญ น่าเอ็นดูนะครับพี่น้อง โดยเฉพาะมาตรการภาครัฐที่ไปช่วยเหลือ ๖ มาตรการ พี่น้องชาวชายฝัืงทะเลของผม ชาวเกาะไม่ได้รับการช่วยเหลือเลย รถไฟ ก็ไม่มี ในเกาะไม่มีรถไฟอยู่แล้ว และมีรถไฟที่ฝัืงอันดามันมีอยู่จังหวัดเดียว จังหวัดตรัง บ้านผม แต่ว่าชั้น ๓ ไม่ฟรีจริงท่านประธาน น้ําในเกาะไม่มีระบบประปาภูมิภาคไปถึง ไฟฟัาเคยได้ใช้สมัยท่านชวนเอาไปใช้เครื่องปัืน เพราะฉะนั้นขอให้ทางภาครัฐ กรรมาธิการ ได้ติดตามเรื่องนี้ให้ด้วย และถ้าให้ดี ควรจะมอบไปให้กับกรมอาชีวะ มี ฟ่กซ์ อิท เซ็นเตอร์ (Fix it center) ซึ่งเปึนโครงการที่ดีมาก ผมก็ขอฝากท่านประธานไว้ตรงนี้

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิก ขณะนี้การอภิปรายของกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นและท่านสมาชิก ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ผมจะเป่ดโอกาสให้ท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงตอบข้อซักถามต่าง ๆ เชิญท่านกรรมาธิการ

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ ฐานะกรรมาธิการ มีประเด็นที่สําคัญที่จะ ตอบท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในกรณีของโครงการเอสเอ็มแอล ซึ่งหลายท่านมีความเปึน ห่วง แม้กระทั่งตัวกระผมเองก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกับท่านในตอนแรกเหมือนกัน แต่ขอ อนุญาตนําเรียนว่า ท่านบอกว่าทําไมกรรมาธิการในส่วนของพรรคพลังประชาชนไม่ได้ ตรวจสอบรายละเอียดบ้างเลยหรือไม่ อย่างไร จะขอทราบข้อเท็จจริง ประเด็นนี้ได้มีการ สอบถามในรายละเอียดเบื้องต้นว่า ขออนุญาตนําเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติให้ทราบว่า กรรมาธิการได้รับคําชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของสํานักนายกรัฐมนตรีว่า รายละเอียดของโครงการที่ผ่านมาตั้งแต่ป้งบประมาณ ๒๕๕๑ ว่า หมู่บ้านและชุมชน ที่สามารถจัดงบประมาณให้ทําโครงการทั้งหมด ๓๙,๑๘๐ แห่ง นั่นหมายถึงว่าใน ป้งบประมาณ ๒๕๕๑ ใช้เงินประมาณ ๙,๘๐๐ ล้านบาท ส่วนป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ตั้งงบประมาณไว้๑๙,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็กรรมาธิการได้สอบถามรายละเอียดก็ได้รับแจ้งว่าได้มีเงินนะครับ เนื่องจากว่า เปลี่ยนผ่านจากรัฐบาล สนช. มาเปึนสมัย ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช ว่ามีเงินที่สามารถ ปรับเปลี่ยนจากโครงการอยู่ดีมีสุขซึ่งเปึนเงินประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ในป้ ๒๕๕๑ สามารถนํามาใช้กับโครงการเอสเอ็มแอล ซึ่งตั้งงบประมาณไว้ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อหักลบแล้วกรรมาธิการก็ปรับลดออกไปเนื่องจากมีเงินค้างจากป้ ๒๕๕๑ ลบออกไป ๔,๐๐๐ ล้านบาท ก็เหลือ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นไม่เกิดการกระทบกระเทือน แต่อย่างใด เพราะฉะนั้นจํานวนหมู่บ้านที่ตั้งเปัาหมายไว้ในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ นั้น ก็สามารถที่จะใช้เงินตามที่ผมได้นําเรียนว่าเมื่อปรับลดไป ๔,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว ได้รับเงินไป ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท บวกกับเงินที่อยู่ดีมีสุขมีอยู่ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ก็พอดี ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท จึงนําเรียนชี้แจงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้รับทราบโดยทั่วกันนะครับ

สําหรับโครงการใน (๙) เงินเลื่อนเงินเดือนและเงินปรับวุฒิข้าราชการ ที่ท่านเปึนห่วงว่าทําไมถึงปรับไป ๑,๐๐๐ ล้านบาท กรรมาธิการได้สอบถามข้อเท็จจริง แล้วว่าการเบิกจ่ายเงินซึ่งป้งบประมาณอย่างที่ท่าน ส.ส. ได้เปึนห่วง สมาชิกในสภาแห่งนี้ ได้เปึนห่วงว่างบประมาณตั้งขาดดุลอยู่แล้ว ๒๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และมี การเบิกจ่ายเงินในป้ ๒๕๕๒ ในป้นี้ ก็เลยตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าในเรื่องของ การเบิกจ่ายจริงนั้นท่านเบิกจ่ายเพียงใด ก็ได้รับคําชี้แจงแล้ว เปึนเหตุแห่งการปรับลดไป ๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็ไม่เกิดผลกระทบแต่อย่างใดสําหรับโครงการใน (๙) คือเงินเลื่อน เงินเดือนและปรับวุฒิข้าราชการ สําหรับเงินใช้จ่ายในกรณีเงินสํารองจ่ายใน (๕) รายจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึนนะครับก็ขออนุญาตนําเรียนว่ากรรมาธิการก็ได้แสดงความ คิดเห็นในส่วนนี้ไว้ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน โดยเฉพาะท่านสุดท้ายท่านสมบูรณ์ ว่างบฉุกเฉินนั้นมีความจําเปึน กรรมาธิการก็มีความเปึนห่วงว่าหากเกิดกรณีภัยพิบัติ โดยเฉพาะที่ผ่านมาแล้วมีภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ในประเทศไทยก็มีบ่อยครั้ง และสําคัญที่สุด เรื่องเงินฉุกเฉินนั้นไม่ได้จ่ายเรื่องภัยพิบัติอย่างเดียว สามารถไปจ่ายในกรณีวิกฤติต่าง ๆ เกิดขึ้น โดยเฉพาะปัจจุบันมีวิกฤติน้ํามันบ้าง วิกฤติเศรษฐกิจที่รัฐบาลสามารถที่จะไป กระตุ้นหรือปรับปรุงในโครงการต่าง ๆ ได้ เพื่อให้เปึนประโยชน์เปัาหมายที่นโยบายรัฐบาล มีไว้ อีกทั้งยังสามารถไปใช้กับหน่วยงานกระทรวง ทบวง กรม ที่มีความจําเปึน และเร่งรัด ในการดําเนินการในภารกิจได้ กรรมาธิการก็เห็นว่ามีความจําเปึน ส่วนประเด็นอื่น ๆ นั้น เดี๋ยวผมขออนุญาตให้สํานักงบประมาณได้ตอบข้อชี้แจง โดยเฉพาะของท่านชาญชัย กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายบัณฑูร สุภัควณิช กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานและ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติที่เคารพครับ ประเด็นที่ท่าน ส.ส. ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ สอบถามเกี่ยวกับเรื่องของแนวทางการจ่ายค่าน้ําจากโครงการผันน้ํา เขื่อนน้ํางึม ประเทศลาว ซึ่งท่านได้มีคําถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ๒ – ๓ ประเด็นนะครับ

เรื่องแรกว่าจะจ่ายน้ําอย่างไร อันนี้ก็คงเปึนเพียงแนวความคิดที่ทาง สภาพัฒน์ ซึ่งเปึนฝ์ายเลขานุการของคณะกรรมการซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธานว่า มีความคิด ๒ ความคิดนะครับเกี่ยวกับเรื่องการจ่ายค่าน้ํา อาจจะเปึนการแลกเปลี่ยนกับ ค่าก่อสร้างฝายและเส้นทางคมนาคมให้กับลาวก็ได้ หรือถ้าหากจะต้องซื้อน้ําในข้อมูล เบื้องต้นต้องซื้อลูกบาศก์เมตรละ ๑๐ สตางค์ ซึ่งทั้ง ๒ แนวทางนี้ยังไม่ได้ข้อยุตินะครับ

สําหรับโครงการ ๑๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ท่านได้หยิบยกมาสอบถามว่า ใช้เงินจากแหล่งใดนั้น อันนี้ก็เปึนเรื่องโครงการที่ทางสภาพัฒน์ได้มีการประชุมร่วมกับ ท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อเปึนการแก้ไขเรื่องฟุ๋นฟูบูรณะแหล่งน้ําที่เสื่อมโทรมในประเทศ เพื่อให้สามารถกักเก็บน้ําไว้ใช้ในยามหน้าแล้งได้ อันนี้ก็เปึนเพียงข้อเสนอแนะ ซึ่งอันนี้ ไม่ได้ใช้จากงบประมาณแผ่นดินนะครับ อาจจะต้องใช้เงินเมกะโปรเจกต์ ซึ่งเปึนการขอใช้ จากเงินกู้นะครับ แล้วก็ป้ ๒๕๕๒ เรายังไม่ได้ตั้งงบประมาณ

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งประมาณ ๖๗,๐๐๐ ล้านบาท ที่ท่านได้หยิบยกขึ้นมา อันนี้ก็เปึนโครงการซึ่งได้มีการหยิบยกขึ้นมาเสนอ โครงการผันน้ําจากแม่น้ําโขงนะครับ อันนี้โครงการประมาณ ๖๗,๐๐๐ ล้านบาท เปึนโครงการขนาดใหญ่ซึ่งจะผันน้ําไปสู่ หนองหานมาสู่ห้วยหลวง ทางจังหวัดหนองคาย แล้วก็ไปสู่เขื่อนลําปาวที่จังหวัดกาฬสินธุ์ อันนี้ก็คงจะขยายเขตของการให้บริการด้านน้ําในพื้นที่ทําการเกษตรได้ประมาณสัก ๓.๓ ล้านไร่ อันนี้ก็เปึนโครงการที่อยู่ในลําดับที่จะเสนอขอเปึนเงินกู้นะครับ ยังไม่ได้ มีการตั้งงบประมาณแต่อย่างใด แต่ในป้ ๒๕๕๒ ท่านอาจจะเห็นว่ามีบางโครงการ ที่อาจจะเสนอขอตั้ง ซึ่งอาจจะเกี่ยวเนื่องนะครับ เปึนการที่จะทําให้ธรรมชาติหรือ ความชุ่มชื้นในพื้นที่หนองหานเพื่อไม่ให้เกิดความแห้งแล้งก็อาจจะมีการขุดลอกหนอง เพื่อความชุ่มชื้น เพื่อเปึนการฟุ๋นฟูระบบนิเวศวิทยาในบริเวณดังกล่าว ก็ใช้เงินประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท โดยจัดเปึนงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ประมาณสัก ๒๐๐ ล้านบาท เท่านั้นเองครับ ขออนุญาตกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ มาตรานี้ก็ต้องลงมตินะครับ ขอเรียนเชิญท่านสมาชิกอยู่นอกห้องประชุม เข้ามาเพื่อลงมติครับ

(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ท่านสมาชิกครับ เนื่องจาก มาตรา ๔ ท่านกรรมาธิการได้มีการแก้ไข และมีกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยสงวนความเห็น มีเพื่อนสมาชิกสงวนคําแปรญัตติ ก็จําเปึนต้องถามมติ ว่าจะเห็นด้วยตามที่กรรมาธิการได้แก้ไข หรือจะเห็นด้วยตามกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่สงวนคําแปรญัตติ หรือตามที่เพื่อนสมาชิกได้สงวนคําแปรญัตติไว้นะครับ ก่อนลงมติ ผมขออนุญาตตรวจสอบองค์ประชุมโดยการให้ท่านทั้งหลายได้แสดงตนก่อน กรุณาเสียบ บัตรแสดงตนด้วย ถ้าพร้อมแล้วจะได้ให้ท่านได้แสดงตน เพราะองค์ประชุมมีความสําคัญ และขอความกรุณาท่านสมาชิก วันนี้คงจําเปึนต้องดึกดื่นหน่อยนะครับ คงต้องพร้อมที่จะ ลงมติ องค์ประชุมเราต้องไม่น้อยกว่า ๒๓๕ เสียงครับ พร้อมหรือยังครับ ถ้าพร้อมแล้ว ขอความกรุณาท่านกดแสดงตนด้วยครับ เชิญครับท่าน

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)

ขอยุติการแสดงตนนะครับ ขอผลรวมคะแนนการแสดงตนด้วยครับ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ที่ได้แสดงตน ๓๑๓ ท่านนะครับ ก็ถือว่าครบองค์ประชุม

ต่อไปนี้ผมขอถามมติในที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ได้ แก้ไขไว้ตามร่างของกรรมาธิการ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยที่ขอสงวน หรือเห็นด้วยกับผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคําแปรญัตติ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียงก็กรุณากดปุ์ม งดออกเสียง เชิญลงมติครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ขอป่ดการลงมติ ขอผลครับ ผลการลงมติในมาตรา ๔ จากผู้เข้าประชุมทั้งหมด ๓๑๘ ท่าน เห็นด้วยตามที่กรรมาธิการได้แก้ไข ๒๒๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๙๕ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี เชิญครับ

นายนาราชา สุวิทย์ สงขลา

ท่านประธานครับ พอดีบัตรหายครับ ผม นาราชา สุวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา ไม่เห็นด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เห็นด้วยเพิ่มมาอีก ๑ ท่านนะครับ ขอผลอีกทีครับ ก็เปึนไม่เห็นด้วย ๙๕ บวก ๑ เปึน ๙๖ ท่าน ก็ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยที่จะให้เปึนไปตามที่คณะกรรมาธิการ ได้แก้ไข มาตรา ๔ มานะครับ

ต่อไปจะเปึนการพิจารณาใน มาตรา ๕ ครับ สํานักนายกรัฐมนตรี มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ ขอเชิญท่านผู้แปรญัตติ และผู้ที่สงวนไว้นะครับ เชิญท่านเจือครับ

นายเจือ ราชสีห์ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่ครับ กระผม เจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ มาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรี กระผมได้ปรับลดไว้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน จากที่ตั้งไว้ ๒๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท สํานักนายกรัฐมนตรีผมมีอยู่ ๒ ประเด็น ประเด็นแรกอยากเรียน กับท่านประธานว่าสํานักนายกรัฐมนตรีนั้น นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช เปึนผู้บังคับบัญชา ตัดไว้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้คิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่มีความชอบธรรมที่จะนําเงิน งบประมาณไปบริหารประเทศแล้ว นายกออกคําสั่ง สั่งการอะไร ขาดความเชื่อถือมาก นายกได้ออกพระราชกําหนดการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินเหมือนเปึนการจงใจสร้าง สถานการณ์ขึ้นมาครับ ผมฟังวิทยุแห่งประเทศไทยเมื่อเช้า วันที่ ๒ ตอน ๗ โมงเช้า รายงานข่าวบอกว่าตอนที่ม็อบมาชนม็อบ ตํารวจไม่มีเลยครับ วิทยุแห่งประเทศไทยนั้น เปึนของหน่วยงานราชการเปึนผู้บอกนะครับท่าน ไม่มีตํารวจอยู่เลย แล้วก็เกิดมีการ ประกาศพระราชกําหนดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา ขณะนี้เมื่อประกาศไปแล้วไม่มีผู้ปฏิบัติ สนองนโยบายนายกรัฐมนตรีครับ ผบ.ทบ. ท่านบอกว่าเรื่องนี้ต้องให้ทางสภานิติบัญญัติ เปึนผู้แก้ปัญหา

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย บรรยากาศกําลังดี มันไม่ใช่เวทีที่จะมาไม่ไว้วางใจหรือว่าพูดนอกประเด็นนะครับ ผมประท้วงท่านผู้อภิปราย ในข้อ ๖๑ ขอให้เข้าประเด็นด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขอวินิจฉัยครับ ท่านผู้อภิปรายครับ ขอความกรุณาให้ตรงประเด็นเลยว่าที่ท่าน ได้แปรญัตติและสงวนไว้ที่จะปรับลด ท่านปรับลดด้วยเหตุอะไรบ้าง ซึ่งจริง ๆ แล้ว ตอนท่านแปรญัตติไว้ เหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ก็ยังไม่เกิดนะครับ ขอความกรุณาท่าน จะได้ราบรื่นนะครับ เชิญครับ

นายเจือ ราชสีห์ สงขลา 🔗

ผมกําลังอธิบายเรื่องการปรับลด ๑๕ เปอร์เซ็นต์ครับ เพราะว่าผมบอกว่าทานนายกรัฐมนตรีบริหารราชการแผ่นดินไม่ได้ แล้วครับท่าน ใจเย็น ๆ นิดหนึ่งนะครับ เพราะว่ากว่าจะโน้มน้าวให้เพื่อนสมาชิก ได้เห็นด้วยในสิ่งที่ผมได้ปรับลดงบประมาณต้องขออนุญาตอธิบายเหตุผลหน่อยครับ ท่านประธานทราบไหมครับ ผลจากการประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฉบับนี้ไม่มีใครเชื่อถือ แต่ว่าสิ่งที่ทําได้อย่างเดียว ท่านครับ โรงเรียนในกรุงเทพมหานคร ในสังกัด กรุงเทพมหานครกับสังกัดกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้นที่หยุดโรงเรียน ผมก็เลยบอกว่า ถ้าผมเพิ่มงบประมาณได้ น่าจะเอางบส่วนนี้ไปให้กับทางโรงเรียนเพื่อสอนพิเศษให้กับ นักเรียนยังดีกว่า นั่นคือผลพวงที่มีปัญหาครับ ท่านครับ ต้องยอมรับในความเปึนจริง สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นไปรายงานข่าวทั่วโลกบอกว่าต่างประเทศไม่ได้มาบ้านเรา เพราะว่ากลัวครับ มีความเสียหายมาก ต้องเรียนกับท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ว่าความเสียหายครั้งนี้ใครจะรับผิดชอบให้ได้ ผมเองก็เลยไม่ไว้วางใจนะครับ ในงบประมาณนี้ก็ต้องปรับลด นั่นคือประเด็นที่ ๑ ครับที่จะต้องเรียนต่อท่านประธาน

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าในหน่วยงานสํานักนายกรัฐมนตรี มีสํานัก คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์อยู่ครับ สภาพัฒน์ เมื่อก่อน สมัย พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เปึนนายกรัฐมนตรีก็ดี สมัยท่านชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรีก็ดี สภาพัฒน์ฯ ได้วางแนวทางในการพัฒนาประเทศไว้อย่างยั่งยืน ไว้อย่างดีมากครับ แต่มาระยะหลัง ๆ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ เปึนต้นมา สภาพัฒน์ฯ ก้มหน้า ก้มตารับใช้นักการเมืองที่ตั้งใจจะทุจริตกันอย่างเอาจริงเอาจังมาก เหตุผลที่ผมพูดอย่างนี้ ท่านประธานครับ โครงการรถเมล์ ๖,๐๐๐ คัน ซึ่งสภาพัฒน์ฯ ได้ให้ความเห็น ได้เห็นด้วย โครงการนี้มาตลอด ผมไม่แน่ใจว่าคณะกรรมาธิการได้ถามสภาพัฒน์แค่ไหนว่า คุณพิจารณาเรื่องนี้มาได้อย่างไร คนที่บ้านผมเขารู้ว่าราคารถเมล์นี้ ๔ ล้านบาท ถ้าซื้อขาดนะครับ แต่พอเช่า ๑๐ ป้ ราคา ๑๘ ล้านบาท เขาบอกว่าเขาไม่ต้องเรียนถึง เมืองนอก เขาบวกเลขถูก สภาพัฒน์ฯ ให้ความเห็นมาได้อย่างไร กรรมาธิการได้ถาม เรื่องนี้หรือเปล่าโชคดีมาก ๆ นะครับ โครงการนี้ท่าน พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีได้ไปดูแล ได้ไปตรวจสอบ ได้ตัดจํานวนรถเมล์ลงมาเหลือ ๔,๐๐๐ คัน ประหยัดงบไป ๔๙,๐๐๐ ล้านบาท จากโครงการเดิม ๖,๐๐๐ คัน ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นคือหน่วยงานสภาพัฒน์ฯ ที่ได้ให้ความเห็นชอบ แต่ว่าพอตอนรองนายกรัฐมนตรี มาพิจารณาไม่กี่วัน เห็นถึงความประหยัดได้ แล้วสภาพัฒน์ไปทําอะไรอยู่ อันนี้กรรมาธิการ ได้ถามหรือเปล่าครับ แล้วเงินที่จะลงทุน ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมไม่แน่ใจว่าจะเอาเงิน ส่วนไหนมาลงทุน ขสมก. ตอนที่ไปชี้แจงกับผมในฐานะกรรมาธิการคมนาคมเราได้ถาม ว่าเงินที่เปึนหนี้อยู่ตอนนี้ ขสมก. เปึนหนี้อยู่ ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะทําอย่างไร ท่านผู้อํานวยการบอกพวกเราว่าจะต้องใช้ภาษีอากรของพี่น้องประชาชนมาเพื่อชําระหนี้ อันนี้ก็เหมือนกันครับ พวกผมต้องเรียนเตือนกรรมาธิการไว้ก่อน เพราะว่ากรรมาธิการ งบประมาณพวกผมยกมือให้ไป ได้ถามไหมครับ ได้ถามสภาพัฒน์ฯ ไหมครับว่า ถ้าโครงการนี้ ๑๐ ป้ ถ้ามีปัญหาขาดทุนขึ้นมาจะเอาเงินส่วนไหนมาชดใช้ ผมว่าไม่พ้น ภาษีอากรของพี่น้องประชาชนนั้นอีก ผมคิดว่าเรื่องนี้เราต้องเรียนกันให้ชัด เมื่อเช้าท่าน ส.ส. เชน เทือกสุบรรณ ได้ถามสํานักงบประมาณว่าตอนนี้เช่ารถ ๓ ป้ ผิดกฎหมายไหม พอมาดูโครงการนี้ครับ ๑๐ ป้ สํานักงบงบประมาณได้ให้ข้อสังเกต เรื่องนี้ไว้บ้างแค่ไหน อันนี้ต้องเรียนถามเพราะว่าเปึนเรื่องที่สุ่มเสี่ยงมากครับ พรรคประชาธิปัตย์เราได้ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น พรรคประชาธิปัตย์ได้เป่ดอภิปราย ไม่ไว้วางใจในโครงการนี้ครับ ท่านประธานครับ โดยท่านถาวร เสนเนียม เราถือว่า เรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญมาก เปึนเรื่องใหญ่มากครับ แต่ว่าสภาพัฒน์ฯ ซึ่งมีหน้าที่ในการที่จะกลั่นกรอง ในการที่จะทํางานแทนพวกเรา ท่านได้ ทําหน้าที่แค่ไหน จริง ๆ แล้วถ้าสภาพัฒน์ฯ ทํางานดีพวกผมไม่ต้องมาเหนื่อย ไม่ต้องมา ตรวจสอบถึงขนาดนี้หรอกครับ อันนี้ก็ต้องฝากท่านกรรมาธิการไว้ด้วยว่าวันนั้นตอนที่ มาชี้แจง ท่านได้ถามไว้แค่ไหน เราก็ถามว่ารถเมล์ ๖,๐๐๐ คันนี่คุณคิดมาได้อย่างไร เขาบอกว่า เพราะว่ามาจากการปรับปรุงเส้นทาง ๑๔๕ เส้นทาง ๑๔๕ เส้นทางเอาข้อมูล มาเมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๓๖ ปรากฏว่าป้ พ.ศ. ๒๕๔๙ ตอนนายกรัฐมนตรีทักษิณนี่ครับ จะทํา รถเมล์แค่ ๒,๐๐๐ คัน ตอน พลเอก สุรยุทธ์ จะบอกว่าเอาของเก่ามาปรับปรุง พอมาป้นี้ครับ เพิ่มเปึน ๖,๐๐๐ คัน แต่ว่าปรับปรุงเส้นทางนั้น ๑๔๕ เส้นทาง เอาข้อมูลมาเมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๓๖ สิ่งที่สุ่มเสี่ยงมาก ๆ ข้อมูลบอกว่าเราจะมีผู้โดยสารวันหนึ่ง ๒ ล้านคน ซึ่งไม่ มีตัวเลขรองรับหรอกครับ ปัญหาจราจรในกรุงเทพมหานครที่พวกเราได้เตือนเอาไว้ว่า เปึนเรื่องใหญ่มาก เรื่องเหล่านี้ครับ ทางกรรมาธิการงบประมาณต้องถามจากสภาพัฒน์ฯ ว่าคุณได้ดูโครงการนี้ดีแล้วหรือยัง เงินงบประมาณ เม็ดเงินมีความสําคัญมากครับ ผมเลยต้องฝากเรียนกับทางกรรมาธิการงบประมาณให้ช่วยตรวจสอบ เพราะว่าหลังจากนี้ เมื่อผ่านคณะรัฐมนตรีไปแล้วสภาพัฒน์ฯ ต้องไปติดตามการทําทีโออาร์ (TOR) การทํา โครงการต้องเข้าไปติดตามผลหลังจากนี้นะครับเพื่อให้พวกเราได้ประหยัดงบประมาณ ให้มากกว่านี้อีก ผมอยากจะเรียนฝากว่าโครงการนี้ยังไม่เรียบร้อยนะครับ ต้องตามต่อ และพวกผมพรรคประชาธิปัตย์และพวกผมเองก็ต้องตามต่อว่าโครงการนี้ แล้วผลที่สุด จะเปึนประโยชน์จริง ๆ กับพี่น้องประชาชน หรือว่าจะมีเงินตกหล่นที่เขานินทากันไว้ว่า เกือบหมื่นล้านบาท เพื่อจะไปตั้งพรรคการเมืองจริงหรือไม่ ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนริศ ขํานุรักษ์ ครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ขอแปรญัตติปรับลด งบประมาณของสํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สํานักนายกรัฐมนตรีไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ ทั้ง ๆ ที่คณะกรรมาธิการได้ปรับลดลงไปแล้วส่วนหนึ่ง เหตุที่กระผมขอ ปรับลดลงจากงบประมาณที่คณะกรรมาธิการได้ปรับลดลงแล้วนั้น เหตุเพราะว่า งบประมาณเปึนเครื่องมือที่จะใช้แก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศชาติและประชาชน เหตุเพราะว่าข้าราชการเปึนเครื่องมือที่สําคัญในการใช้งบประมาณที่จะแก้ไขปัญหาและ พัฒนาประเทศชาติและประชาชน และ ก.พ. หรือสํานักงานคณะกรรมการข้าราชการ พลเรือนเปึนหลักของข้าราชการ และเปึนหลักในการใช้งบประมาณนะครับ เหตุที่กระผม เรียนว่า ก.พ. เปึนหลัก และจําเปึนจะต้องปรับลด เพราะว่าบทบาทในระยะเวลาที่ผ่านมา ของสํานักงาน ก.พ. ๑. ก.พ. ไม่ทําหน้าที่ปกปัองคนดี อ่อนแอเกินไปครับ สําหรับ ข้าราชการในยุคแบบนี้ ยุคปัจจุบันนี้ ถ้า ก.พ. ไม่เข้มแข็ง ก็ถูกฝ์ายการเมือง ก็ถูกฝ์ายที่มี อิทธิพล ก็ถูกฝ์ายที่เปึนฝ์ายที่แสวงหาผลประโยชน์เข้าไปแทรกแซงได้ ยกตัวอย่าง คนดีหลายคน ที่ถูกกระทบจากการไม่เข้มแข็งของ ก.พ. เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาท่านประธาน คงจําได้ อธิบดีกรมสนธิสัญญา ปลัดกระทรวงร่อนหนังสือภายในกระทรวง บอกว่า เปึนคนดี แต่ถูกย้าย เหตุที่ถูกย้าย เพราะว่ามีผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งขอเอกสารเรื่องทุจริต ในบางเรื่อง และท่านไม่ให้ อธิบดีคนดังกล่าวเปึนคนทําเรื่องเกี่ยวกับเขาพระวิหาร เปึนผู้เชี่ยวชาญในการเจรจามา ตั้งแต่ต้น แต่ถูกย้าย เพราะไม่ให้ความร่วมมือกับกลุ่มผลประโยชน์กับผู้มีอิทธิพล ถูกย้ายไป แล้วย้ายคนอื่นมาแทน ทําให้กรณีเขาพระวิหารเปึนปัญหา เราไม่แน่ใจว่า ปัญหานั้นจะแก้คืนได้อย่างไร แต่ว่าเปึนเพราะว่า ก.พ. ไม่สามารถปกปัองคนดีได้ ขณะนี้ ได้กลับมาอยู่ที่เดิมแล้วนะครับ มีการแก้ไขให้กลับมาอยู่ที่เดิมแล้ว นี่คือพิสูจน์ได้ว่า ในวันที่เขาถูกย้ายไป ก.พ. ไม่ได้ปกปัองเลย นี่คนที่ ๑ แล้วก็เมื่อวาน ท่านประธานครับ มีข่าวหนังสือพิมพ์ นี่เว็บไซต์มติชนครับ สมัครพิลึก เด้งปลัดมหาดไทยก่อนฉีกทิ้ง มีข่าวว่า ย้ายนายพงศ์โพยม มีเลขคําสั่งเรียบร้อย คําสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๙๘/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๒ ให้นายพงศ์โพยม วาศภูติ ปลัดกระทรวงมหาดไทยที่จะเกษียณในวันที่ ๓๐ ย้ายไปปฏิบัติ ราชการที่สํานักนายกรัฐมนตรี และก็ต่อมายกเลิกคําสั่ง โดยมีเหตุผลว่าสั่งอะไรไม่ทํา หนําซ้ํายังท้วงข้อเสนอให้ยึดทีวีช่องหนึ่ง และก็ยังไม่ย้าย เพียงแต่ว่าตั้งแต่เช้าที่มีคําสั่งย้าย จนฉีกคําสั่งทิ้ง ก.พ. อยู่ไหนครับ ไม่ปกปัองข้าราชการ ที่จริงบทบาทเหล่านี้ต้องเปึน บทบาทของ ก.พ. แล้วก็หากวันนี้ข่าวลือว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ลาออก หากข่าวลือนี้เปึนจริงนะครับ ๑. ในเหตุผลนั้นก็คือมีการแทรกแซงการโยกย้าย แต่งตั้งในกระทรวงการต่างประเทศด้วย รัฐมนตรีออกมาปกปัองเรื่องนี้ นี่บทบาท ก.พ. ไม่มีเลยในการปกปัองคนดี ๒. ก.พ. ไม่กล้าลงโทษคนชั่ว หลายเรื่องคนชั่วมีผลสอบสวน แล้ว ก.พ. ไม่กล้าลงโทษ ยกตัวอย่างเรื่องหนึ่ง อนุ ก.พ. ให้ข้าราชการกระทําผิดร้ายแรง คนหนึ่งไล่ออก แต่ว่า ก.พ. ใหญ่ไม่กล้า ไม่กล้าแม้มาร่วมประชุม องค์ประชุม ก.พ. มี ๒๐ กว่าคน มาประชุมเพียง ๑๐ กว่าคน แล้วลงมติ ๗ ต่อ ๔ และก็ไม่กล้าไล่ออก เพียงให้ออก แล้วข้าราชการคนนั้นก็ให้ออก และก็ออกจากข้าราชการไป มีคําร่ําลือกันว่า ถูกแทรกแซงจากฝ์ายการเมือง ผมเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ว่าหลังจากข้าราชการคนนี้ ให้ออกไปแล้วกลับมาเปึนที่ปรึกษาของรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ แล้วกลับมาเปึนที่ปรึกษา ของคณะทํางานในคณะรัฐบาลนี้หลายคน ผมจึงเชื่อเปึนอื่นไม่ได้ว่ามีคนเข้าไปแทรกแซง การทํางานของ ก.พ. แต่ว่าผมไม่โทษใคร ผมโทษ ก.พ. ว่าไม่กล้าลงโทษคนชั่ว แล้วอ่อนแอเกินไปที่จะปกปัองคนดี ๓. ก.พ. ไม่ทําให้ข้าราชการและระบบการทํางานของ ข้าราชการในประเทศไทยทันสมัยขึ้น เปรียบเทียบระหว่างข้าราชการกับภาคเอกชน เปรียบเทียบข้าราชการประเทศต่อประเทศ เอาเปึนว่าเวียดนามแล้วกัน เรายังล้าหลังกว่า ก.พ. ควรเข้าไปมีบทบาทในการทําให้หน่วยงานราชการทันสมัยขึ้นนะครับ เพื่อที่จะ พัฒนาเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองให้ได้มากกว่านี้ ๔. ระบบบรรจุ ระบบโยกย้าย แต่งตั้งยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาการซื้อขายตําแหน่งเรียกรับเงินได้ บางคนโต้ครับ บอกว่าไม่มีซื้อขายตําแหน่งข้าราชการ มีแต่ให้เช่า เมื่อข้าราชการซื้อตําแหน่ง เมื่อข้าราชการบรรจุ จ่ายเงินและบรรจุได้ เมื่อข้าราชการซื้อตําแหน่งและเติบโตได้ คนเหล่านี้ไปแสวงหาผลประโยชน์เมื่อได้อํานาจแล้วธรรมชาติก็คือไปหาเงิน เมื่อได้เงิน แล้วก็มาซื้ออํานาจอีกครั้งหนึ่งเปึนวัฏจักรที่เลวร้ายอยู่ในระบบราชการไทย ก.พ. ไม่เข้าไป มีบทบาทสําคัญในการที่จะทําให้สิ่งเหล่านี้หยุดยั้งลง ถ้าในระบบข้าราชการการบรรจุ แต่งตั้ง การโยกย้ายแต่งตั้งยังไม่สามารถหยุดยั้ง ถ้าในระบบข้าราชการ การบรรจุแต่งตั้ง การโยกย้ายแต่งตั้ง ยังไม่สามารถหยุดยั้ง เรื่องผลประโยชน์ได้ ไม่มีวันที่ข้าราชการจะได้รับการพัฒนา ไม่มีวันที่ประเทศไทย จะเติบโตได้ นี่เปึนเรื่องที่ ๔ นะครับ

เรื่องที่ ๕ บทบาทของ ก.พ. ต่อการส่งเสริมพัฒนาข้าราชการ โดยเฉพาะ ทุนไปเรียนต่างประเทศนี้บทบาทน้อยลงทุกขณะ เดิมเมื่อ ๒๐ ป้ ๓๐ ป้ที่แล้ว ก.พ. มีบทบาทให้คนไปเรียนหนังสือเพิ่มเติมความรู้ เพื่อมาพัฒนาประเทศชาติบ้านเมือง แต่วันนี้ไม่มีครับ น้อยมาก นักเรียนที่ไปจบเมืองนอกนี้ไม่เคยเจอ ก.พ. เลยนะครับ กลับมาแล้วก็ทําหน้าที่ในประเทศไป โดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจาก ก.พ. จึงไม่มี ความผูกพันกับระบบราชการสําหรับข้าราชการในยุคปัจจุบัน

สุดท้ายผมคิดว่าจนถึงขณะนี้ข้าราชการได้สูญเสียจากการทํางานที่ ไม่เข้มแข็งของ ก.พ. ไม่ว่าจะเปึนการปกปัองคนดี ไม่ว่าจะเปึนการไม่กล้าลงโทษคนชั่ว ไม่ว่าจะเปึนการปล่อยให้มีคนเข้าไปแทรกแซงระบบราชการ ทําให้ข้าราชการได้สูญเสีย ศักดิ์ศรีลงไปเปึนอย่างมากนะครับ ไม่เปึนข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปึนรัฐบาลของพรรคการเมือง ดีที่สุดแล้วเปึนข้าราชการของรัฐบาล แต่เปัาหมายจริง ๆ ต้องเปึนข้าราชการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วก็จะทํางานให้กับพี่น้อง ประชาชนได้ เพราะข้าราชการทุกวันนี้ภักดีและศิโรราบกับฝ์ายการเมือง ไม่ยอมที่จะ ต่อสู้เพื่อปกปัองคนดี และไม่กล้าที่จะทําลายคนชั่ว ผมจึงขออนุญาตท่านประธาน และกรรมาธิการที่จะขอตัดปรับลดงบประมาณในส่วนของสํานักงานคณะกรรมการ ข้าราชการพลเรือน สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรีลงจํานวน ๕ เปอร์เซ็นต์ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไปครับ เชิญท่านเจะอามิง โตะตาหยง ครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้ให้ความสนใจในการที่จะดูงบประมาณของสํานักนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะ ในป้นี้สํานักนายกรัฐมนตรีได้เพิ่มงบประมาณจากป้ที่แล้วถึง ๑,๒๐๐ ล้านกว่าบาท ท่านประธานครับ ที่ผมจําเปึนที่จะต้องให้ความดูแลเปึนพิเศษ ว่าด้วยงบประมาณของ สํานักนายกรัฐมนตรี และผมได้ขอปรับลดไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมมีเหตุผลประกอบครับ ท่านประธาน พอผมดูในรายละเอียดของสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ผมให้ความสนใจ มากที่สุดก็คือกับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าด้วยการจัดสรร งบประมาณ ณ วันนี้ ในป้นี้สิ่งที่สําคัญที่สุดคืองบประมาณถ้าเราจะมองดูว่าการแก้ไข ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ถ้าจะดูแล้วในงบประมาณจะมุ่งสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มากที่สุด แต่เมื่อผมกลับไปดูในเนื้องานเกือบทุกกระทรวง กรม กอง กลับไปดูว่า ในเนื้องานจริง ๆ ของสํานักงานที่ได้ของบประมาณอย่างสภาผู้แทนราษฎรนั้นไม่มีเนื้อ งานเลยครับ เนื้องานกับตัวเงินนี้ไม่คุ้มกัน โดยเฉพาะสํานักนายกรัฐมนตรีที่ผมเปึนห่วง มากที่สุด เพราะเท่าที่ผมรู้มา ผมได้ตรวจสอบงบประมาณผมไล่หลังกลับไป ในป้งบประมาณ ๒๕๕๑ ก็ได้มีการจัดสรรงบประมาณ ๗,๕๐๐ ล้านบาท ไว้ในงบกลาง และมีการเบิกไม่หมดด้วยครับท่านประธาน มาในป้นี้ ป้ ๒๕๕๒ รัฐบาลก็ได้จัดอีก ๗,๕๐๐ ล้านบาท ไว้ที่สํานักนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ ครับว่า การติดตามงบประมาณ พวกผมในฐานะเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งอยู่ใน พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ผมไม่ทราบว่าทางกรรมาธิการ ได้สอบถามในที่ประชุมของกรรมาธิการไว้หรือไม่ว่า งบประมาณที่สํานักนายกรัฐมนตรี ที่ได้จัดไว้ในงบกลางและสํานักนายกรัฐมนตรี ในป้ ๒๕๕๑ มีงบเหลือจ่ายถึง ๑,๕๐๐ ล้านบาท ผมถามว่ามีความจําเปึนอะไรป้นี้ถึงได้ ตั้งไว้อีกถึง ๗,๕๐๐ ล้านบาท ในขณะเดียวกันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หน่วยงาน ซึ่งมีความรับผิดชอบกับความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เขาขาดแคลน ขาดแคลน ทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ แต่สํานักงบประมาณไม่ได้จัดให้เขาเลย ผมขออนุญาตเรียนผ่านไป ทางกรรมาธิการ ท่านได้กรุณาสอบถามสํานักงบประมาณหรือไม่ครับ อย่างเช่นรถกวาดตะปู เรือใบ ซึ่งมีความจําเปึนที่จะต้องไปดูแลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในขณะที่เกิด เหตุการณ์ความไม่สงบ แต่ละครั้งจะมีการโปรยตะปูเรือใบกันเยอะแยะ แต่ว่ารถกวาด ตะปูเรือใบ ท่านไม่เคยจัดสรรงบประมาณจากสํานักนายกรัฐมนตรีไปเลย เครื่องกู้วัตถุ ระเบิดที่จะให้กับกําลังพลที่ไปดูแลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมถามว่าทางกรรมาธิการ ได้ให้ความสําคัญเรื่องนี้ไหม แล้วเงินที่เหลือไว้ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ไว้ทําอะไร ไว้ให้ สํานักนายกรัฐมนตรีไว้แทะเล็มเล่นไว้อย่างนั้นหรือครับ ทางกรรมาธิการได้กรุณา สอบถามไหมครับ กรุณาชี้แจงให้พวกผมได้สบายใจหน่อย ที่ผมต้องตัดงบปรับลดลงไป ก็ด้วยเหตุผลนี้ครับ สิ่งที่ดี ๆ สิ่งที่สําคัญ ๆ นี่ หน่วยงานของรัฐไม่ได้ไปดูแลเลย ท่านทราบ ไหมครับว่าในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ขาดเครื่องไม้เครื่องมือที่จะต้องแก้ไขปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้อย่างเครื่องฟ้โด้ เพื่อตรวจแยกสารปนเปุ๋อนตามวัตถุพยานที่เจ้าหน้าที่ ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ท่านเคยให้ความสําคัญไหมครับ ทางกรรมาธิการได้เคยให้ความสําคัญ ไหมครับ หน่วยงานที่รับผิดชอบได้เคยให้ความสําคัญไหมครับ เงินมีไม่ใช่เงินไม่มี เงินมี แล้วไม่จัดให้เขา ผมว่าจะมีงบประมาณไว้ทําไม ป้นี้จัดไว้ทําไม ที่จริงน่าจะตัดให้หมดเลย ท่านประธานครับ ความสําคัญในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ วันนี้ ถ้าดูงบประมาณแล้วเกือบทุกหน่วยงานมุ่งไปยังจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าดูแล้ว จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เงินเยอะจริง ๆ แต่งบเยอะจริง ๆ ถ้าไล่ไปดูตามกระทรวง กรม กอง กลับไปเปึนงบของบุคลากรมากกว่าการพัฒนา งบมากกว่างบลงทุนครับ ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่พวกผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่สบายใจ ว่าสํานัก งบประมาณต้องไปดูแลหน่อย ต้องไปดูแลแล้วไม่ใช่ดูแลธรรมดา ต้องดูแลเปึนกรณีพิเศษ สํานักงบประมาณช่วยตอบผมหน่อยครับ ว่าเงิน ๑,๕๐๐ ล้านบาท ที่ตั้งไว้จะทําอะไร จัดสรร ให้เขาได้ไหม ไม่ใช่รู้จักแต่ตั้ง ตั้งงบประมาณแล้วใช้ไม่เปึนตั้งไว้ทําไมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ แม้กระทั่งเสื้อกันกระสุนยังจัดให้กับหน่วยกองกําลังซึ่งอยู่ใน พื้นที่ไม่ได้ ผมถามว่าของบจากสภาไปไว้ทําอะไร ผมได้ไปเยี่ยมเยียนในพื้นที่ในฐานะที่ เปึนประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ท่านเชื่อไหมว่าหน่วยที่ไปกอบกู้ระเบิด ซึ่งเมื่อมีเหตุที่ต้องแจ้งว่ามีการวางระเบิดขึ้น หน่วยกองกําลังที่ไปนี้ไม่มีเครื่องกันกระสุน เครื่องปัองกันตัวเลยครับ ท่านไม่เห็นใจคนเหล่านั้นเลยหรือครับ หรือว่ามีแต่ใส่ตัวเลข คิดแต่เพียงอย่างเดียวคิดเปึนอย่างเดียวคือใส่ตัวเลขใช่ไหมครับสํานักงบประมาณครับ ผมฝากผ่านไปทางท่านประธานผ่านไปถึงทางกรรมาธิการ โดยเฉพาะสํานักงบประมาณ ช่วยตอบให้ผมได้สบายใจหน่อย ตอบให้สมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรเขาได้สบายใจ หน่อยได้ไหมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านเคยฟังไหมครับว่าในสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ บางครั้งจะมีการวางระเบิดการจุดชนวนวัตถุระเบิด แต่ถามว่ารัฐบาลเมื่อของบ จากสภาไปแล้ว สภาอนุมัติไปแล้วมีไหมที่คิดจะไปซื้อเครื่องตัดสัญญาณมือถือ หรือสัญญาณรีโมท (Remote) ให้กับหน่วยงานในพื้นที่ไหมครับ ผู้คนซึ่งเปึนเจ้าหน้าที่ เสียชีวิตกันมากมายเกิดจากการวางระเบิดโดยการใช้รีโมท ใช้โทรศัพท์มือถือ แต่ถามว่า รัฐมีเงินแล้วไม่จัดให้ เอาล่ะวันนี้ไม่เปึนไรเพราะว่าคนที่นั่งอยู่ข้างบนไม่ได้มีญาติพี่น้อง อยู่ทางใต้ไม่ได้ไปเสียชีวิตกับเขาด้วยใช่ไหมถึงไม่เดือดร้อน อย่างนี้ครับที่พวกผม ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งอยู่ชายแดนภาคใต้ไม่สบายใจ อย่างนี้เขาเรียกว่า เอางบนี้ไปหลอก สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนเหยื่อ คนภาคใต้เปึนเหยื่อ เหยื่อทั้งสถานการณ์ เหยื่อทั้งงบประมาณของรัฐบาลภายใต้การนําของคุณสมัคร สุนทรเวช ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง 🔗

ท่านประธานครับ ผมสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้เสนอแปรญัตติ ให้มีการปรับลดงบประมาณในส่วนของ มาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งความจริงก็มี หลายหน่วยงานลงจํานวน ๘ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าที่ผมสนใจมากเปึนพิเศษนั้น ก็คือ งบประมาณในส่วนของกรมประชาสัมพันธ์ครับ กรมประชาสัมพันธ์เปึนหน่วยงานหนึ่ง ที่สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี ตั้งงบประมาณไว้ในป้ ๒๕๕๒ ๑,๕๑๕ ล้านบาทเศษ มีการ ปรับลด โดยคณะกรรมาธิการไปแล้ว ๒๘ ล้านบาทเศษ ผมมีความเห็นว่าการปรับลดของ คณะกรรมาธิการนั้นปรับลดในจํานวนที่น้อยเกินไป และไม่สอดคล้องกับปัญหารวมถึง ทิศทางที่ควรจะเปึนการพัฒนากรมประชาสัมพันธ์ในอนาคต ผมต้องเรียนท่านประธานว่า การอภิปรายของผมนั้นไม่ได้เปึนการอคติกับกรมประชาสัมพันธ์แต่ประการใด ผมเข้าใจ ว่ามีข้าราชการ มีนักสื่อสารมวลชนที่เปึนนักวิชาชีพอยู่ในกรมประชาสัมพันธ์จํานวนหลายคน ด้วยกัน ซึ่งเปึนข้าราชการที่มีความตั้งใจในการทําหน้าที่ในวิชาชีพของตัวเองอย่างดียิ่ง แต่หลายป้ที่ผ่านมาฐานะการทํางาน จุดยืนของกรมประชาสัมพันธ์ได้เปลี่ยนแปลงไป ไม่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์ ทั้งยังมีช่องทางที่เอื้อให้ฝ์ายการเมือง เข้ามามีบทบาทในการแทรกแซงชี้นํา จนกระทั่งกรมประชาสัมพันธ์สูญเสียฐานะ ความเปึนกลางในฐานะที่เปึนสื่อของรัฐไปอย่างค่อนข้างจะสิ้นเชิง ในบางครั้งบางคราว ที่มีฝ์ายการเมืองที่มีความเข้าอกเข้าใจในเรื่องภารกิจของกรมประชาสัมพันธ์ และการ นําเสนอข่าวสารให้เปึนไปตามกฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและกฎกระทรวง ในการจัดตั้งกรมประชาสัมพันธ์ ไม่เข้าไปแทรกแซงสั่งการโยกย้ายข้าราชการ แทรกแซง เรื่องของข่าว ในระยะเวลานั้นกรมประชาสัมพันธ์ก็สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ในการ นําเสนอข่าวสารต่อประชาชนได้อย่างดี แต่ในห้วงระยะเวลาเกือบ ๑๐ ป้ที่ผ่านมานี้ กรมประชาสัมพันธ์ซึ่งมีสถานีวิทยุโทรทัศน์ มีสํานักข่าวที่มีประสิทธิภาพ มีอุปกรณ์ เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพจากการลงทุนโดยเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชนจํานวน มากนับเนื่องเปึนเงินหลายหมื่นล้านบาท รวมถึงมีสถานีวิทยุที่มีเครือข่ายครอบคลุม ทั่วทั้งประเทศทั้งที่ดําเนินการจัดการโดยกรมประชาสัมพันธ์เอง และที่มีสัมปทาน ให้กับหน่วยงานอื่น ๆ รวมทั้งองค์กรภาคเอกชนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย แต่ว่าเกือบ ๑๐ ป้ ที่ผ่านนี้ท่านประธานครับ ได้มีการเข้าไปแทรกแซงสั่งการ การนําเสนอข่าวต่าง ๆ ของกรมประชาสัมพันธ์ จนกระทั่งก่อให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมายว่ากรมประชาสัมพันธ์นั้นถึงเวลา ที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยน งบประมาณที่มีการเสนอตั้งมาถึง ๑,๕๑๐ กว่าล้านบาทนั้น ที่ผมติดใจคงไม่ใช่เปึนงบประมาณที่เกี่ยวกับเงินเดือนบุคลากรแต่ประการใด แต่เปึน งบประมาณที่เกี่ยวกับงบลงทุนครับ อย่างน้อยที่สุดในโครงการที่มีการเรียกว่าเปึนการไป พัฒนาอุปกรณ์เครื่องส่ง รวมถึงมีการจัดซื้ออุปกรณ์การถ่ายทอดการทําข่าวทั้งหลาย และที่สําคัญคือโครงการจัดตั้งสํานักข่าวแห่งชาติของรัฐบาล ซึ่งใช้วงเงินทั้งสิ้น ๕๐ ล้านบาท ส่วนโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของการพัฒนาเครือข่ายวิทยุและอุปกรณ์ ทั้งหลายและโทรทัศน์ในส่วนกรมประชาสัมพันธ์นั้นตั้งไว้ถึง ๗๙ ล้านบาท ผมกราบเรียน ท่านประธานเรื่องนี้ก็เพราะว่าผมเห็นว่างบประมาณในส่วนที่เปึนงบลงทุนต่าง ๆ เหล่านี้ จําเปึนต้องปรับลดลงมากกว่านี้อีก แต่กรรมาธิการไม่ได้ปรับลดลงเลยครับ ที่จําเปึนต้อง ปรับลดลงก็เพราะว่าการเข้าไปแทรกแซงสั่งการของฝ์ายการเมืองอันเนื่องมาจาก โครงสร้างของกรมประชาสัมพันธ์ซึ่งเปึนหน่วยราชการและจําเปึนต้องขึ้นตรง ต่อนักการเมืองซึ่งเปึนรัฐมนตรีนั้น ทําให้ความเปึนสื่อสารมวลชนของรัฐสูญเสีย และเสียหายไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะการนําเสนอข่าวของสถานีวิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ ซึ่งขณะนี้ถูกเปลี่ยนแปลงชื่อเรียกว่าเอ็นบีทีนั้น มีความเปลี่ยนแปลงอย่างน่ากลัวมากครับ สถานีโทรทัศน์แห่งนี้ก่อตั้งเมื่อป้ ๒๕๒๘ โดยความตั้งใจให้เปึนวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ หลายป้ต่อมาสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ เติบโตขึ้นในกฎกระทรวงซึ่งมีการแบ่งส่วนราชการนั้นมีการเขียนวัตถุประสงค์ของ กรมประชาสัมพันธ์เอาไว้ข้อหนึ่งซึ่งเปึนข้อวัตถุประสงค์ที่สําคัญ ในจํานวนทั้งสิ้นที่เขียน วัตถุประสงค์เอาไว้ถึง ๗ ข้อนั้น ในข้อหนึ่งมีการเขียนว่า ดําเนินการประชาสัมพันธ์ นโยบายและการดําเนินงานของรัฐบาลเพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดี ความมั่นคงของ ประเทศ และเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ ความสัมพันธ์อันดีกับต่างประเทศ อีกข้อหนึ่งระบุ ถึงการส่งเสริมเผยแพร่ข่าวสารความรู้เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข มีอยู่ข้อหนึ่งครับที่ผมคิดว่าสําคัญมากก็คือ ต้องผลิต เผยแพร่ ให้บริการเอกสารและสื่อโสตทัศนศึกษา รวมทั้งจัดทําข้อมูลสารสนเทศ ประสานความร่วมมือด้านประชาสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และสื่อมวลชน การพูดถึงการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างภาครัฐกับประชาชน และระหว่างประชาชนต่อประชาชน นี่เปึนภารกิจที่สําคัญของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งครอบคลุมถึงสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยด้วยงบลงทุน ในป้ ๒๕๕๒ มีการ เขียนถึงการพัฒนาระบบโครงข่ายทั้งหลายที่เปึนอุปกรณ์ที่เพิ่มเติมขึ้น และ ๒. พูดถึง การจัดตั้งสํานักข่าวแห่งชาติ สํานักข่าวแห่งชาติเท่าที่ผมติดตามโครงการนี้เปึนการลงทุน จัดซื้อโครงข่ายเครือข่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เพื่อจัดเก็บข้อมูลทั้งหลาย และมีการเชื่อมต่อกันระหว่างสถานีวิทยุทั้งหลาย สิ่งที่ผมกังวลเปึนอย่างนี้ครับ ในช่วง ระยะเวลาที่รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศมีการปรับเปลี่ยนสถานีวิทยุโทรทัศน์กลายเปึน เอ็นบีที แต่ที่น่าตกใจก็คือมีการจัดจ้างบริษัทเอกชนเข้ามารับหน้าที่ในการผลิตรายการ โดยตรงและได้เวลาออกอากาศของสถานีไป โดยมีการจ่ายส่วนแบ่งส่วนหนึ่งให้กับรัฐครับ แต่เรื่องนี้มีข้อครหาชัดเจนว่ามีความไม่ชอบมาพากล มีความไม่โปร่งใส มีเรื่องของการ ทุจริตคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นเปึนข้อหา ถ้าท่านประธานจําได้พวกเราลุกขึ้นอภิปรายในสภานี้ ก็ตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้ครับ แล้วก็มีการยื่นถอดถอนรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นคือ รัฐมนตรีจักรภพ เพ็ญแข ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน ในเนื้อความ ที่บรรยายเรื่องการถอดถอนนั้นพูดถึงการฝ์าฝ๋นกฎหมาย พูดถึงการฝ์าฝ๋นรัฐธรรมนูญ เรื่องหนึ่งที่มีการบรรจุเอาไว้ก็คือสัญญาที่ไม่โปร่งใสในการจัดจ้างบริษัทเอกชนที่เข้ามา ทํางาน อีกสักครู่จะมีเพื่อนสมาชิกได้อธิบายขยายความรายละเอียดและซักถามกรรมาธิการด้วย แต่ผมเรียนท่านประธานสั้น ๆ นะครับว่า ข้อสงสัย ข้อกล่าวหาเหล่านี้ก็ถูกส่งไปที่ สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินเช่นเดียวกัน และขณะนี้ก็มีความคืบหน้าไปมาก กรณีเรื่องถอดถอนทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ได้เชิญพวกเราไปให้ปากคําเรียบร้อยแล้ว เรื่องดังกล่าวเปึนเรื่องซึ่งนอกเหนือจากกรมประชาสัมพันธ์ สถานีวิทยุโทรทัศน์ถูกครหา เรื่องความเปึนกลาง แล้วยังมีเรื่องการหาประโยชน์ของบริษัทเอกชนที่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย การใช้เงินภาษีของรัฐไปจัดซื้ออุปกรณ์ทั้งหลายไปทําสํานักงานข่าวนั้น จะมีประเด็น คําถามว่าเปึนการไปให้บริการเอกชน ซึ่งเข้ามาเช่าเวลาออกอากาศทางสถานี โดยใช้ เงินลงทุนของรัฐหรือไม่ ถ้าใช่ เงินภาษีประชาชนเหล่านี้ก็เปึนการสูญเสียไปโดยเปึนการ เอื้อกับธุรกิจเอกชน ซึ่งผมคิดว่าไม่ถูกต้องแล้วก็ไม่สมควร ถ้าบริษัทเอกชนเขาเช่าเวลา ที่จะเข้ามาทําข่าว เสนอผลประโยชน์ตอบแทนของรัฐในส่วนหนึ่ง โดยโปร่งใส โดยถูกต้อง แล้วเขาก็จ่ายไป เงินลงทุนต่าง ๆ ของเขาก็ควรจะเปึนฝ์ายของเอกชนไปลงทุน ผมไม่เห็นด้วย กับการที่จะใช้อุปกรณ์ของทางราชการ แล้วก็มีการแสวงหาประโยชน์จากเงินของราชการ ที่ไปลงทุนในอุปกรณ์เหล่านั้น แต่นี่เปึนส่วนเดียวเท่านั้นครับที่ผมเห็นว่ากรรมาธิการ ปรับลดน้อยไป ความจริงเรื่องงบลงทุนทั้งหลายควรยุติไว้ก่อน เพราะอย่างน้อยที่สุด กรมประชาสัมพันธ์นี่ผมคิดว่าถึงเวลาที่เราต้องปฏิรูปสื่อและปฏิรูปกรมประชาสัมพันธ์ ทั้งระบบ สถานีวิทยุโทรทัศน์ต้องแยกออกมาครับ และอาจจะต้องตั้งเปึนองค์กรอิสระ ที่มีความเปึนกลาง คล้าย ๆ กับทีพีบีเอส (TPBS) ในขณะนี้ ในส่วนข้าราชการ กรมประชาสัมพันธ์เดิมซึ่งมีความเชี่ยวชาญ เพราะภารกิจหนึ่งของท่านคือ เปึนหน่วยงาน ที่ปรึกษาด้านการประชาสัมพันธ์ให้กับรัฐ อันนี้ก็ต้องไปทบทวนครับ เพราะต้องคงงาน ของเขาไว้ กรมประชาสัมพันธ์ที่มีสํานักข่าวหรือมีส่วนประชาสัมพันธ์จังหวัดต่าง ๆ เหล่านั้นอาจต้องคงไว้ แต่ต้องปรับเปลี่ยนภารกิจ แต่ผมก็ไม่แน่ใจนักนะครับ ก็จะถาม กรรมาธิการด้วยว่าได้ถามกรมประชาสัมพันธ์หรือเปล่าว่า มีกี่หน่วยงานราชการที่มา ปรึกษากรมประชาสัมพันธ์ในเรื่องการประชาสัมพันธ์หน่วยงานของรัฐ เพราะถ้าไปดู งบประมาณของหน่วยงานราชการต่าง ๆ ไม่มีครับ น้อยมาก ส่วนใหญ่ก็จัดจ้าง บริษัทภายนอก แล้วหลาย ๆ ที่ก็มีข้อครหาเรื่องความทุจริต เรื่องความไม่โปร่งใสเกิดขึ้น แต่ประเด็นที่ผมติดใจที่สุดท่านประธานครับ คือความเปึนกลางในขณะนี้ ประเด็นที่ผมต้อง ยกให้กับท่านประธานเห็นก็คือว่า ข้อครหาเรื่องความไม่เปึนกลางสถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ และเครือข่ายกรมประชาสัมพันธ์ที่ถูกแทรกแซงนั้น มีการพูดถึงมาตั้งแต่ยุคของรัฐบาล ชุดที่แล้วก่อนหน้านี้ไปประมาณ ป้ ๒๕๔๔ ถึง ป้ ๒๕๔๘ ครับการนําเสนอข่าวสารไม่เปึน กลาง ไม่รอบด้าน ไม่เปึนธรรม มุ่งเสนอข่าวด้านเดียวและให้ร้ายกับฝ์ายที่เห็นไม่ตรงกัน กับรัฐบาล แต่กรณีการปรับเปลี่ยนมาเปึนเอ็นบีทียิ่งเลวร้ายกว่า ผมกราบเรียนเรื่องนี้ เพื่อที่จะ นอกจากเสนอให้ปรับลดงบประมาณที่ลดลง แล้วก็หวังว่าเพื่อนสมาชิกส่วนหนึ่ง จะให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว ผมคิดว่าสัญญาที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเอกชนที่เข้ามาทํา ควรยุติไว้ก่อน ผมเรียนท่านประธานว่า เรื่องของการปรับเปลี่ยนเปึนเอ็นบีทีนี้ มาจากดําริ ของนายกรัฐมนตรีครับ ไปพูดในรายการสนทนาประสาสมัครเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ถ้าท่านประธานจะแย้งว่าเกี่ยวอะไรกับงบประมาณนี้ เกี่ยวแน่ครับ เพราะเวลาไปลงทุนทํา สํานักข่าวแห่งชาติก็ดี ไปปรับปรุงโครงข่ายทั้งหลายก็ดี การปรับเปลี่ยนเปึนเอ็นบีที ดึงเอกชนโดยสัญญาเข้ามา และผมตั้งข้อสังเกตว่า ไปใช้ประโยชน์จากงบประมาณ เหล่านี้โดยไม่เปึนธรรมกับประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครบอกว่า ถึงเวลาที่ต้อง จัดการกับสถานีวิทยุโทรทัศน์ที่โจมตีรัฐบาลหรือทําหน้าที่ไม่เปึนกลาง ท่านบอกว่าสถานี ที่เปึนกลางและดีที่สุด หารายได้ตัวเองมาดูแลเองได้ทั้งหมด ถูกทําลายและถูกยึด นั่นแหละความเปึนธรรมไม่มีในโลกนี้ ท่านพูดอีกว่าอีก ๑ ถึง ๒ วัน จะต้องทําให้ดูว่า คนที่มีฝ้มือต้องมีช่องทํางาน ให้เขาทํางานโดยอิสระ แล้วดูว่าสาธารณะกับที่มีอิสระ โดยไม่ต้องเอาเงินของรัฐป้ละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท มาทําอันไหนจะดีกว่ากัน ท่านพูดไว้ เมื่อ ๑๐ กุมภาพันธ์ครับ ก่อนหน้าที่รัฐบาลนี้จะแถลงนโยบายกับรัฐสภาในวันที่ ๑๗ – ๑๘ ด้วยซ้ําไป หลายฝ์าย ก็ตีความครับว่านี่เปึนหาช่องลงให้กับคนของอดีตสถานีโทรทัศน์ไอทีวี (ITV) ผมเรียน เพื่อให้ความเปึนธรรมกับอดีตพนักงานไอทีวีครับว่าหลายคนที่ผมรู้จักเขาเปึน นักสื่อมวลชนโดยจิตวิญญาณ แต่หลายคนผมกล้าจะตั้งข้อสังเกตว่าขายวิญญาณไปแล้ว ครับ ในวันที่สถานีโทรทัศน์ไอทีวีซึ่งถูกตั้งขึ้นในสมัยรัฐบาลชวนให้เปึนสถานีโทรทัศน์อิสระ ทางความคิดนั้น ต่อมาถูกเอกชนเข้าไปครอบครอง ครอบงํา ซื้อกิจการไว้เกือบทั้งหมด และเปลี่ยนแปลงไป เอาใจพรรคการเมืองซึ่งเกี่ยวข้องกับคนซึ่งครอบครองสถานีโทรทัศน์ ไอทีวี ต่อมาความคิดของท่านนายกรัฐมนตรีสมัครก็เปึนจริง เมื่อมีการตั้งรัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรีคือคุณจักรภพ ประทานโทษที่เอ่ยนามท่านอีกครั้ง ท่านเริ่ม ดําเนินการตามแผนขั้นแรกด้วยการสั่งย้ายอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์คนเดิมออกไปแล้วตั้ง รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ขึ้นมา หลังจากนั้นก็ปรับเปลี่ยนโลโก (Logo) ชื่อของ สถานีโทรทัศน์เปึนเอ็นบีที และเปึนที่มาของการจัดจ้างบริษัทเอกชนซึ่งมีข้อกล่าวหาต่าง ๆ เอาล่ะครับข้อกล่าวหาทุจริต ข้อกล่าวหาไม่โปร่งใสไปว่ากันใน ป.ป.ช. สตง. ตรวจสอบไป แต่ปัญหาใหญ่ที่มันเกิดขึ้นก็คือว่า ท่านนายกรัฐมนตรีมีนโยบายเรื่องเอ็นบีทีบอกต้องเปึนกลาง ผมเห็นในเอกสารที่ชี้แจงครับ บอกว่าเอ็นบีทีจะต้องมีความเปึนกลางเพื่อเปึนสื่อในการ สร้างสรรค์ความเข้าใจอันดีงามระหว่างประชาชน แต่พฤติกรรมที่มันเกิดขึ้นในขณะนี้ มันไม่ใช่ครับ การนําเสนอข่าวของสถานีเอ็นบีทีซึ่งต้องตั้งข้อสังเกต ซึ่งไม่ใช่ผม ทุกฝ์าย ที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการจากทีดีอาร์ไอ (TDRI) ผมมีเอกสารอยู่ครับแล้วก็ไม่เสียเวลาอ่าน พูดด้วยซ้ําไปว่าเหมือนเอาสถานีโทรทัศน์ พีทีวี (PTV) ซึ่งเปึนของคนในรัฐบาลชุดนี้ และเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใหญ่ของรัฐบาลมาจัดรายการในสถานีโทรทัศน์ ฟรี ทีวี (Free TV) ของรัฐด้วยซ้ําไป หลายรายการมีลักษณะลําเอียง ท่านประธานอย่าตัด เวลาผมเลยนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เกินมาหลายนาทีแล้วครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

วันนี้เปึนสิทธิของสมาชิกที่สงวน คําแปรญัตติทุกคนครับ และผมอยู่ในประเด็นตลอด ไม่ได้ไปไหนเลยครับ ผมต้องเรียน ท่านประธานต่อครับว่าความไม่เปึนกลางอันนี้ไม่ใช่ข้อกล่าวหาที่ไม่ตรงกับเรื่องของ งบประมาณนะครับ ภารกิจที่เขียนในกฎกระทรวงนั้นชัดเจน ในเวลางบประมาณรัฐบาล ไปใช้ก็ชัดเจน แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นในเวลานี้ ในเวลาที่บ้านเมืองมีวิกฤติ ผมถามว่า สถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีเสนอข่าวอย่างเปึนกลางรอบด้านแค่ไหนครับ ผมจะไม่พูดล่ะครับว่า การกลั่นแกล้งคู่ต่อสู้ของคนของพรรคการเมืองใหญ่รัฐบาลซึ่งคุมช่อง ๑๑ นั้นมีการเสนอ สารคดีเรื่องทุจริตของท่านอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอภิรักษ์ด้วยซ้ําไป ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า เปึนช่วงของโครงการ ช่วงของการเลือกตั้ง และคุณอภิรักษ์เองก็ไม่ได้ทําอย่างที่ว่า เปึนเพียงข้อกล่าวหาธรรมดา แต่นี่เล็ก ๆ ครับ แต่ที่ใหญ่กว่านั้นคือการขยายความขัดแย้ง ให้บานปลายในบ้านเมือง ไม่ได้ถามผมฝ์ายการเมืองนะครับ ถามคนที่มีใจเปึนธรรมทั้ง ประเทศว่าเกือบ ๑๐ วันที่ผ่านมานี้เอ็นบีทียืนข้างไหน ผมว่าเรื่องนี้เรื่องใหญ่นะครับ เอา ง่ายที่สุดคืนที่มีการปะทะกันที่สะพานมัฆวาน ในเวลาที่สื่อทุกสื่อรายงานตรงกันว่า ๒ ฝ์ายปะทะต่างมีอาวุธ สถานีเอ็นบีทีรายงานว่าอย่างไรครับ บอกกลุ่มพันธมิตรมีอาวุธ ครบมืออย่างนั้นอย่างนี้ แต่อีกฝ์ายหนึ่งหาไม้ที่เก็บได้ริมทาง ผมถามท่านประธานครับ ใช้ความคิดวิญ็ูชนถามว่าเก็บไม้ริมทางกรุงเทพฯ เก็บตรงไหน ภาพที่ขึ้นหน้า ๑ หนังสือพิมพ์เช้าวันนี้คือมีดสปาร์ตา (Sparta) ครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะกล่าวหากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เรากําลังถามหาความเปึนกลางของเอ็นบีที สถานีโทรทัศน์ที่ตั้งขึ้นโดยเงินภาษี ประชาชน และวันนี้จะเอาเงินภาษีนี้ไปเพิ่มเติมการนําเสนอข่าวเช่นนี้อีก ผมคิดว่าไม่เปึนธรรม กับประชาชนครับ นี่คือสาระใหญ่ของการจําเปึนต้องพูดถึงการปรับรื้อกรมประชาสัมพันธ์ ครั้งใหญ่ครับ เมื่อใดก็ตามที่ฝ์ายการเมืองขาดความเปึนธรรม ฝ์ายการเมืองไม่มี ความสํานึก ไม่ละอาย แล้วไปครอบครอง ครอบงําสั่งการสถานีวิทยุโทรทัศน์ เครือข่ายวิทยุที่มาจากภาษี ประชาชนให้รับใช้ฝ์ายการเมือง ไม่ใช่รับใช้รัฐ รับใช้ฝ์ายการเมือง วันนั้นภาษีประชาชน ที่จ่ายให้เขาคือการตอบสนองกลับที่ไม่เปึนธรรมเลย ผมอยากถามกรรมาธิการเหมือนกัน ว่าท่านผ่านมาได้อย่างไร ไม่รู้สึกหรือว่าภารกิจกรมประชาสัมพันธ์มันบิดเบี้ยวไปแล้ว วันนี้มันถูกทําลายไปแล้ว วันนี้สถานีเอ็นบีทีถ่ายทอดอยู่ท่านประธาน เมื่อเช้าผมลุกขึ้น หารือพูดถึงสถานการณ์ ยังพูดไม่ทันจบ เอ็นบีทีตัดเลย แล้วไปขึ้นสปอต (Spot) ผมถาม ว่ามีสิทธิทําเช่นนั้นหรือ นี่คือประเด็นที่เกิดขึ้นกับความบิดเบี้ยวในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ประชาชน ผมก็ไม่ได้บอกว่าอีกสถานีโทรทัศน์หนึ่งที่เขาเปึนเคเบิลทีวี เขาจะทําถูกต้องไป ทั้งหมดก็เพื่อความเปึนธรรม แต่นี่คือฟรีทีวี เงินภาษีประชาชนหลายหมื่นล้านที่ตั้งกันมา หลายป้ วันนี้ถูกย่ํายีเช่นนี้ กรรมาธิการยอมได้อย่างไรให้รัฐบาลทําอย่างนั้น

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสาทิตย์ขอความกรุณารวบรัดหน่อยนะครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

แล้วก็งบสํานักข่าวแห่งชาติที่จะไปตั้ง ผมก็คิดว่าต้องหยุดไว้ก่อน จะอย่างไรก็ตามก็ต้องทบทวนกันเรื่องนี้ กราบเรียน ท่านประธานว่าผมเรียนอีกครั้งหนึ่งว่าผมไม่ได้มีอคติกับคนข่าวในเอ็นบีทีหรือข้าราชการ กรมประชาสัมพันธ์ ผมเห็นว่าคนดีมีอีกมาก แต่วันนี้สิ่งที่ไม่ถูกต้องรัฐบาลต้องทบทวน ต้องหยุด แล้วไม่ทําให้สถานีโทรทัศน์ของรัฐ ณ วันนี้กลายเปึนสถานีปลุกระดมเสียเอง ผมจะไม่พูดถึงรายการบางรายการ ที่มีคนของรัฐบาลอย่างชัดเจน คนของพรรคการเมือง เข้าไปทํา แล้วเสนอความเท็จข้างเดียวตลอดเวลา ผมไม่พูดถึงเพราะมีคนพูดไปเยอะแล้ว แต่ทั้งหมดนี้จะนํามาสู่ว่าการปรับลดงบประมาณกรมประชาสัมพันธ์ต้องมีเหตุมีผล ผมก็มีเหตุมีผลที่เสนอเช่นนี้ ก็ขึ้นกับเพื่อนสมาชิกว่าจะลงมติเช่นไร ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอความกรุณา เราเฉลี่ยเวลาท่านละ ๑๐ นาที ฉะนั้น เพื่อไม่ให้ท่านหลัง ๆ จะต้องถูกตัด เวลาไปเยอะ ขอความกรุณาท่านรวบรัดตรงประเด็น ต่อไปเชิญคุณหมอวรงค์

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธาน ี

ท่านประธาน ขออนุญาตหารือ ท่านประธานนิดหนึ่ง ท่านประธาน ผม วิเชียร ขาวขํา

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

หารือนะครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้ เปึนการพิจารณาวาระที่ ๒ เพราะฉะนั้นท่านประธานกรุณาควบคุมให้ดําเนินการประชุม ไปตามวาระที่ ๒ จริง ๆ ไม่ใช่อภิปรายไม่ไว้วางใจ วาระที่ ๑ ก็ว่าไปแล้ว วันนี้เปึนวาระที่ ๒ ท่านประธาน ขอบคุณครับ

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงหรือ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธาน ขอใช้สิทธิพาดพิง ท่านประธาน คือตามที่คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านถูกพาดพิงหรือ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ใช่ ถูกครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ

นายจตุพร พรมหพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ขอกราบเรียนกับท่านประธานว่าถ้อยคําที่ทางผู้ได้อภิปรายบอกว่าไปจัดรายการ ในลักษณะกล่าวความเท็จทั้งสิ้น ผมบอกว่าใครที่ถูกกล่าวความเท็จก็ควรจะไปดําเนินคดี ประเด็นต่อมาเรื่องการเสนอข่าว ท่านประธานที่เคารพ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่าน มีผู้ประท้วง เดี๋ยวผมฟังผู้ประท้วงนิด เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมก็ฟังมาพร้อม ๆ กัน ผมได้ฟัง ว่าท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้พูดถึงแต่เรื่องเอ็นบีที เขาไม่ได้พาดพิงอะไรใคร เพราะฉะนั้นท่านต้องพิจารณาก่อนว่าการพาดพิงนั้นมีจริงหรือไม่ ถ้าท่านให้สิทธิพาดพิง ได้ตลอดเวลาหรือพูดอะไรที่ดูเหมือนว่าจะไม่ถูกใจตัวเองแล้วก็ต้องลุกขึ้นมา เราก็จะ ประชุมกันไม่ตลอดรอดฝัืง ขอให้ท่านพิจารณาด้วย ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขออนุญาตท่านจตุพร ผมก็นั่งฟังตลอด ท่านผู้อภิปรายก็ไม่ได้พาดพิงโดยระบุชื่อ ของท่าน จะพูดถึงสถานีโทรทัศน์ซึ่งท่านอาจจะจัดรายการอยู่แต่ไม่ได้พาดพิงโดยตรง ไปยังท่าน ใคร่ขอความกรุณา ผู้ฟังที่เขาฟังอยู่พอทราบนะครับว่าผู้อภิปรายได้อภิปราย อย่างไรบ้าง ผมให้โอกาสท่านนิดเดียว อย่ายาว สั้น ๆ จะได้เดินต่อ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ผมเมื่อเช้านี้ท่านประธาน พูดกับท่านประธานก่อน เมื่อเช้าผมบอกว่าท่านประธานควรให้ความยุติธรรมกับผม เสร็จแล้วมีการประท้วงมากมาย ท่านประธานเพิ่งทําหน้าที่ครั้งแรก หลังจากได้รับ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ผมก็ไม่ต้องการทําบรรยากาศให้เสียก็ยุติยอมถอยมา แต่เมื่อสักครู่นี้ใครล่ะครับ ไปจัดแล้วสร้างความเท็จ คนในสภาและคนประเทศนี้เขาก็กินข้าวกันทั้งหมด เขาก็รู้ว่า กล่าวถึงใคร ผมก็นั่งอยู่ในสภา เพราะฉะนั้นผมบอกกล่าวไปว่าถ้าอะไรเปึนความเท็จ แล้วเห็นและพาดพิงถึงใครก็ใช้สิทธิทางกฎหมายไป ประเด็นต่อมาท่านประธาน ขออนุญาตนิดเดียวก็คือว่ามีดยาวที่ลงหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ท่านประธานลองไปดู เถอะครับว่าท้ายที่สุดภาพนี้เปึนการตัดต่อ เพราะว่าเปึนภาพที่ส่งลงหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ มือจะกลายเปึนคนละคนกัน ที่ผมพูดเรื่องนี้ท่านประธานที่เคารพ เพราะว่ามีการกล่าว

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วงนะครับ เชิญท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานครนะครับ ท่านคงได้ยินอย่างที่ผมได้ยิน นะครับว่าไม่เกี่ยวกับคุณที่ลุกขึ้นมาอภิปราย ณ ขณะนี้ ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวกับเขาครับ หรือว่าเขาเปึนคนถือมีดสปาร์ต้าหรือเปล่าครับ เขาเปึนคนไปควบคุมการชุมนุมครั้งนั้น หรือเปล่า ถ้าเกี่ยวกับเขาเขาก็จะได้อภิปรายครับ แต่ถ้าไม่ใช่ท่านต้องให้เขานั่งลงนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอความกรุณานะครับ ท่านจตุพรครับ ท่านก็ได้ชี้แจงในประเด็นที่ท่านคิดว่าพาดพิง ถึงท่านแล้วนะครับ ส่วนสปาร์ตานั้นจะจริงหรือไม่จริง จะตัดต่อหรือไม่ผมว่าพี่น้อง ประชาชนที่เห็นภาพก็คงจะวินิจฉัยได้นะครับ ขอความกรุณาเถอะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานฟังผมให้จบสิครับว่า มีการพาดพิงยาว ๆ กันเรื่องการกล่าวความเท็จ โดยโยงหลายเรื่องรวมกัน ผมบอกว่า เมื่อเช้านี้มีคนพาดพิงถึงผม ผมก็ชี้แจง พอเริ่มต้นก็มีการตัดสิทธิกัน เพราะฉะนั้น เมื่อกล่าวหาคนอื่นเขาได้ผมก็นั่งฟังด้วยความสงบ แปลความกันว่าถ้ากล่าวหาคนอื่น แล้วเวลาคนอื่นเขาตอบโต้รับกันเปึนทางกันแบบนี้ ผมบอกว่าควรให้ความเปึนธรรม กับคนอื่น ถ้ากล่าวหาคนอื่นเขาได้เวลาเขาชี้แจงก็ควรจะอดทนฟังคนอื่นเขา

(นายธนิตพล ไชยนันท์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ เชิญครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ ครับ ผมเชื่อว่าเรื่องนี้ท่านประธานก็ได้วินิจฉัยแล้ว และผมก็ทราบว่า ท่านประธานก็รู้ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับท่านผู้อภิปรายเลย เพราะฉะนั้นคําวินิจฉัยของ ท่านประธานถือเปึนสิทธิขาดครับ ท่านสั่งให้นั่งก็ต้องนั่งครับ ผมขอให้ท่านประธาน สั่งด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมไม่สั่ง ผมขอความกรุณานะครับ ท่านจตุพรได้ชี้แจงครบถ้วนกระบวนความแล้วนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานฟังผมนิดหนึ่ง นะครับท่านประธาน เมื่อก่อนเข้าผมก็พยายามนั่งอดทนบอกว่าคนในกลุ่ม นปก. ตํารวจ ต้องมีการสอบสวน ผมบอกกับท่านประธานมาตั้งแต่ต้นเลยว่าผมพยายาม สดับความอดทน เพราะฉะนั้น

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ผม อรรถพร พลบุตร ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ครับ ขอประท้วงท่านประธาน ตามข้อ ๘ (๓) ท่านได้วินิจฉัยแล้วครับให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านนี้หยุดพูด ขอให้ บังคับให้เปึนไปตามนั้นครับ ถ้าท่านอยากพูดตามใจของท่านโดยละเลยกฎระเบียบ ท่านออกไปพูดข้างนอกหรือที่เวทีของ นปก. ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาล่ะครับ ท่านจตุพรครับ ขอความกรุณานะครับจะได้ดําเนินการต่อครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ และสุดท้าย ผมจะต้องเปึนฝ์ายยอมใช่ไหม ที่เขาบอกว่าผมแสดงอย่างนี้ต้องไปเวที นปก. แล้วก่อนหน้านี้ก็พาดพิงผมลักษณะอย่างนี้ ผมบอกว่าผมยังไม่ได้ไปสนามหลวงเลย และรวมกระทั่งว่าที่เดินมาผมก็ไม่ได้ไปไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขา แต่เปึนความรู้สึก

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจตุพรครับ ขอความกรุณาเถอะครับ เพื่อความเรียบร้อยในที่ประชุมเราจะได้ ดําเนินการประชุมต่อนะครับ บรรยากาศก็เดินมาดีนะครับขอความกรุณาเถอะครับ ประท้วงหรือเปล่าครับ

(นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันนั่งฟังมาตลอด นะคะ วันนี้ดิฉันไม่มีเสียงที่จะพูด แต่ดิฉันทนไม่ได้ที่ประธานวินิจฉัยแล้ว ประธานเพิ่งมา เปึนวันแรกน่าจะให้เข้มแข็งกว่านี้นะคะ ดิฉันก็ไม่อยากจะพูด ถ้าท่านเปึนแล้วท่าน เปึนอย่างนี้ท่านพักไปก่อน ให้ท่านอภิวันท์ขึ้นแทนค่ะ จะได้เด็ดขาดเสียทีหนึ่ง ถ้าอย่างนี้ ประชุมกันไม่ได้หรอกค่ะ

(นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีประท้วงอีกแล้ว เชิญครับ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรรณ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุดรธานี พรรคพลังประชาชน ท่านประธาน ผมประท้วงผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ ลุกขึ้นมาตอนแรกผมคิดว่าจะประท้วง แต่มาอภิปรายเอง แล้วยังมีการใช้คําพูดกับท่านประธานโดยไม่เหมาะสมครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้นะครับ เพื่อความสงบเรียบร้อยในการประชุม ผมคิดว่าขอความกรุณา ท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ ท่านจตุพรครับ ผมทราบว่าท่านก็อยากชี้แจงแล้วท่านก็ได้ ชี้แจงไปพอสมควรแล้ว ยาวด้วย ขอความกรุณาเถอะครับท่านจตุพร

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานต้องให้โอกาส ผมด้วย เวลาฟากพรรคประชาธิปัตย์ประท้วงท่านประธานให้เป่ดเสียง และเสร็จแล้ว ผมต้องเปึนฝ์ายเสียสละ

(นายอภิชาติ สุภาแพ่ง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะประท้วงหรือเปล่าครับ มีผู้ประท้วง เชิญครับ

นายอภิชาติ สุภาแพ่ง เพชรบุรี

ท่านประธานครับ ผมครับ ทางนี้ครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ทีละท่านนะครับ ทีละท่าน ท่านสุชาติรอทางนี้ก่อนนะครับ เชิญครับ ท่านผู้ประท้วงทางนี้ เชิญครับ

นายอภิชาติ สุภาแพ่ง เพชรบุรี

ท่านประธานครับ ผม อภิชาติ สุภาแพ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดเพชรบุรี ท่านประธานครับ ท่านประธานต้องใช้ข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัดนะครับ เพราะผมสังเกตมา ตั้งแต่เช้าแล้ว โดยเฉพาะท่านผู้อภิปราย ท่านประธานไม่ว่าคนไหนก็ไม่ฟัง ป่ดไมค์ก็ยังพูด ถ้าจะแสดงพฤติกรรมแบบนี้ สภาอันทรงเกียรตินะครับ ไม่ใช่สภาอันธพาล ไม่ใช่สภาโจร

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมเข้าใจประเด็นแล้วครับ ขอความกรุณานั่งลงครับ ผมเข้าใจประเด็นแล้วครับ เดี๋ยวจะต้องถอนคําพูดกันอีกแล้วครับ เชิญท่านนั่งลงได้แล้วครับ เชิญครับ นั่งลงเถอะครับ

(นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านสุชาติ ท่านประท้วงอะไรครับ เดี๋ยวจะได้วินิจฉัยไปพร้อมกันเลย เชิญครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคพลังประชาชน จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ผมขอประท้วง ท่านประธานนะครับไปยังผู้ประท้วงทุกคน เพราะวันนี้เราประชุมงบประมาณนะครับ มาสู่ วาระที่ ๓ แล้ว ไม่รู้กี่ชั่วโมง ผมก็นั่งฟังตั้งแต่เช้านะครับ ทุกคนฝ้ปากดีทั้งนั้นเลยท่านครับ เพราะว่ามันถ่ายทอดสดอยู่ท่านประธานครับ อยากจะออกทีวี ทีฝัืงโน้นเหน็บแนม คนอื่นเขา โอ้โฮอย่างกับอะไรเลย ไม่มีใครโกรธ พอฝัืงนี้ออกไปหน่อยหนึ่งจะเปึนจะตาย ให้ได้ท่านประธานครับ ผมฝากท่านประธานนะครับว่าวันนี้ข่าวออกไปข้างนอก สถานการณ์บ้านเมืองไม่ดีเลย ดีหรือไม่ดีไม่ว่าท่านประธาน ถ้าอยู่ในสภาถ้าไม่เอาสภาไว้ ระวังยุบสภาท่านประธาน ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขออนุญาตวินิจฉัยนะครับ ท่านนั่งลงเถอะครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านจตุพร ท่านลุกขึ้นมาท่านขอใช้สิทธิพาดพิงนะครับ ซึ่งท่านก็ได้ใช้สิทธิของท่านไปแล้ว ได้อภิปราย ได้ชี้แจงไปแล้ว ซึ่งผมก็ได้วินิจฉัยว่าเมื่อท่านชี้แจงแล้วก็ขอความกรุณาท่าน ได้นั่งลง ก็เผอิญมีท่านผู้อื่นได้ประท้วงขึ้นมาอีกนะครับ วันนี้ผมก็คิดว่าทุกอย่างทั้ง ๒ ฝ์าย ก็ได้ตอบโต้ชี้แจงกันแล้วพอสมควร ก็อยากขอความกรุณานะครับ ท่านจตุพรครับ ท่านจะ ประท้วงนะครับ เชิญท่านประท้วงครับ

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายจตุพร พรหมพันธ์ แบบสัดส่วน

ขออนุญาตประท้วงท่านประธาน ด้วยความเคารพอย่างยิ่งครับท่านประธาน ผมไม่ต้องการให้มีมาตรฐานในสภาแห่งนี้ ถ้าบุคคลอื่นมากล่าวหาบุคคลอื่น แล้วเขาได้ไปชี้แจง และขณะเดียวกันบุคคลฝ์ายนั้น ก็ขัดขวาง แล้วท่านประธานก็ใช้วิธีว่าต่อไปนี้เราหาความสงบ ก็ขอให้ทุกฝ์ายได้นั่งลง เพราะฉะนั้นอีกฝ์ายหนึ่งก็กล่าวหาคนอื่นคาอยู่ เหมือนกรณีเมื่อเช้า แต่ผมบอกว่า เอาล่ะ บรรยากาศต้องการจะไปอย่างนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่าท่านประธานต้องเข้าใจว่าทุกคน ก็มีความรู้สึกเหมือนกัน ท่านประธานควรจะเตือนเวลาคนลุกขึ้นมาประท้วงบอกว่านี่ไม่ใช่ สภาโจรหรืออะไร ผมบอกว่าใครจะมาพูดอะไรในสภานี้ก็พูดไปเถิด แต่ว่าอย่ามา เหยียบย่ําสภา สภานี้จะอยู่กี่วันไม่สําคัญ แต่ว่าอย่าคิดคนอื่นเขาจะเปึนอย่างนั้น ผมชิงชัง คนที่ไปฆ่าคนอื่นเขา แล้วไปนั่งร้องไห้ในงานศพ มันสมเพชเวทนา ขอบพระคุณ ท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาล่ะครับ ผมว่าขอความกรุณาเถอะครับท่านครับ จะได้ต่อ ประท้วงอีกแล้วครับ เชิญครับ

(นายสมควร โอบอ้อม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมควร โอบอ้อม นครสวรรค์

ผมฟังท่านประธานวินิจฉัยอยู่ มีประเด็นหนึ่งครับที่ท่านสมาชิกได้พาดพิงว่า ฝัืงนี้ ผมขออนุญาตว่าอย่าใช้คําว่า ฝัืง ครับ ใครทําอะไร ใครพูดอย่างไร ขอให้ตรงไปอย่างนั้น ผมอยู่ฝัืงนี้ ผมก็ไม่สบายใจครับ ก็เรียนท่านประธานอย่างนั้น คําว่า ฝัืง อย่าใช้เลยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปไม่เปึนฝัืงเปึนฝ์ายแล้วนะครับ อยู่สภานิติบัญญัติด้วยกัน สภาผู้แทนด้วยกัน เชิญท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานนะครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขออนุญาตทําความเข้าใจ กันด้วยนะครับ เราพยายามที่จะทําให้การประชุมนั้นดําเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง แล้วก็เคารพท่านประธานเปึนอย่างยิ่งครับ พวกเราทุกคนท่านให้นั่งเรานั่งนะครับ ๕ - ๖ คนที่พยายามจะทําให้เปึนแบบนั้น เราทุกคนฟังท่านนะครับ แล้วยังโดนพาดพิงอีกว่า เราอยากออกทีวี ผมออกทีวีมา ๑๘ ป้ครับ ไม่ได้อยากออกทีวีเพิ่มเท่าไรหรอกครับ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้วนะครับ ขอบคุณมากครับ เชิญท่านตรงไปนะครับ พอแล้วครับ ท่านประท้วง เรื่องอะไรครับ

(นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ยืนและยกมือขึ้น)
นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ขออนุญาตเรียนหารือ ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ วันนี้ผมยังไม่ได้รบกวนเวลาสภานี้เลยครับ เพื่อที่จะได้ เปึนระเบียบแล้วก็เพื่อการประชุมของเราจะได้ดําเนินต่อไปด้วยความเรียบร้อยครับ ท่านประธาน คือท่านประธานที่ผ่านมานี้ผมขอเรียนว่าท่านประธานได้ปล่อยให้ ผู้ที่อภิปราย อภิปรายผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ นะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นขออนุญาต ให้ท่านประธานใช้ ข้อ ๘ เพื่อความสงบเรียบร้อย ดังนั้นการอภิปรายของผู้ที่จะอภิปราย ต่อไป ขอให้ท่านเข้าประเด็น อย่าใช้ความสามารถและลีลาโวหารของท่าน ความสามารถ ในการพูดของท่านดึงเรื่องโน้นเรื่องนี้เข้ามาเหมือนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อเปึนเช่นนั้นแล้วก็ไปกระทบกระเทียบเปรียบเปรยคนโน้นคนนี้ เมื่อสักครู่นี้ผมได้ยิน ได้ยินเลยครับว่าที่เอ็นบีทีมีผู้เสนอ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาล่ะครับเข้าใจประเด็นนะครับ ขอความกรุณาครับ ผมทราบแล้วครับว่าท่านต้องการ ให้ที่ประชุมได้อภิปรายโดยยึดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ อย่างเคร่งครัดนะครับ ก็ขอความกรุณา ทุกท่านนะครับ ต่อไปนี้อภิปรายในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณที่ท่านได้สงวน คําแปรญัตติไว้ เรามีทั้งหมด ๓๕ มาตรา ขณะนี้ถึง มาตรา ๕ คงต้องใช้เวลากันอีกนาน ก็อยากจะเรียนเชิญท่านผู้อภิปรายท่านต่อไปครับ ท่านนายแพทย์วรงค์ เรียนเชิญครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมเปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ได้สงวนคําแปรญัตติของ มาตรา ๕ ไว้ ซึ่งทราบว่าในมาตรานี้เปึนมาตราที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานในสังกัดสํานัก นายกรัฐมนตรี ผมอยากจะให้ท่านประธานตั้งใจฟังผมนะครับ เพราะมิฉะนั้นแล้วเดี๋ยว อาจจะมีสมาชิกบางคนกล่าวหาว่าผมอภิปรายไม่ตรงประเด็น ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่า ในการที่ผมสงวนคําแปรญัตติครั้งนี้ไว้ ผมสงวนไว้ตัดลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลในการ ตัดลดของผม เพราะผมสังเกตดูแล้วว่าพฤติกรรมในการบริหารราชการแผ่นดินของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นไว้ใจไม่ได้ ผมย้ํานะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นในการทํางานของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรีนั้นไว้ใจไม่ได้ เหมือนกับท่านประธานกําลัง มอบหมายให้ใครคนใดคนหนึ่งไปทําหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าคนคนนั้นทําหน้าที่ แบบไว้ใจไม่ได้ ท่านประธานคงไม่สามารถจะมอบเงินให้เขาเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ท่านต้องตัดลดเขาครับ ผมจะขอพาดพิงไปที่หน่วยงานสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีครับ ผมอยากจะเรียนประธานจากใจเลยว่า สิ่งที่ผมจะพาดพิงถึงอันนี้ไม่ได้หมายความว่า ผมกําลังจะรื้อฟุ๋นตะเข็บเก่าครับ เพราะทราบว่าท่านรัฐมนตรีท่านนี้ ได้ลาออก จากตําแหน่งตั้งแต่วันที่ ๘ พฤษภาคม ป้ พ.ศ. ๒๕๕๑ แล้ว ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะระบุไปที่ ตัวบุคคล แต่สิ่งที่ผมไม่ไว้ใจในการทํางานของหน่วยงานนี้ เนื่องจากว่าผมจะตัดลด งบประมาณ เหตุผลมันมีอยู่ว่าเมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ได้มีประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรีในสังกัด ข้อความ ข้อความหนึ่งเขียนว่า บัดนี้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควร ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไป ดังรายนามที่กล่าว ผมไม่ระบุ นะครับ ปัญหาเกิดขึ้นมาว่าหลังจากที่คณะรัฐมนตรีชุดนี้บริหารราชการแผ่นดิน ไประยะเวลาหนึ่ง ก็ได้มีการตรวจสอบพบว่ามีรัฐมนตรีบางท่านขาดคุณสมบัติการเปึน รัฐมนตรี สิ่งที่เกิดขึ้นมันปฏิเสธความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานในสังกัด สํานักนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพนะครับ เนื่องจากว่าเรื่องนี้ผมเคย แถลงข่าวผ่านมาแล้วครั้งหนึ่ง แล้วท่านก็ลาออกไปแล้วไม่เปึนไร แต่ผมจะชี้ให้เห็นว่า สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่เปึนหน่วยงานในการตรวจเอกสารคนที่จะมา ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีครับ นี่คือเอกสารที่ผมเอาขึ้นมาโชว์ให้ดูครับ ซึ่งผมเคยโชว์ ผ่านสื่อมวลชนไปแล้วครับ เอกสารชุดนี้มีจุดบกพร่องอยู่ ๕ จุด ครับ ผมยกตัวอย่างให้ฟัง สั้น ๆ ครับ จุดที่ ๑ เปึนจุดที่ชี้ให้เห็นว่าท่านรัฐมนตรีท่านนี้เคยจบการศึกษาเมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๒๗ แต่เลขหมายประจําตัวนักศึกษาบ่งบอกป้ ค.ศ. ๒๐๐๘ หรือป้ พ.ศ. ๒๕๕๑ เปึนข้อบกพร่องข้อที่ ๑ นะครับ เดี๋ยวผมจะโยงให้ดูนะครับ จุดบกพร่องข้อที่ ๒ ชื่อสถาบันที่รัฐมนตรีท่านนี้จบการศึกษาก็สะกดผิด ผมไม่ลงรายละเอียดนะครับ จุดบกพร่องข้อที่ ๓ อายุของรัฐมนตรีท่านนี้ในป้ พ.ศ. ๒๕๒๗ ท่านผู้นี้ควรจะอายุ ๒๔ ป้ แต่เขียนอายุ ๔๘ ป้ หมายถึงว่าเปึนป้ปัจจุบัน จุดบกพร่องข้อที่ ๔ สะกดชื่อ นามสกุลผิด แล้วท่านทราบไหมครับว่าหลังจากเกิดเรื่องขึ้นมาทั้งนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานสังกัด ที่เกี่ยวข้องก็คือสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่มีหน้าที่ในการดูแลไม่ได้มีการเคลื่อนไหว อะไรในการดูแลเลย ผมจําได้ว่าสื่อมวลชนถามเขา ถามว่าทําไมท่านไม่ดําเนินการ ตรวจสอบให้ถูกต้อง ท่านคนที่เกี่ยวข้องบอกว่าไม่ได้มีหน้าที่ในการตรวจสอบ ความถูกต้องครับ มีหน้าที่ในการตรวจสอบเอกสารเฉย ๆ ผมเห็นดูแล้วทําให้ผมไม่แน่ใจ ว่าขนาดในการตรวจสอบเอกสารของคนที่สําคัญที่สุดของประเทศ ๓๖ คน มีนายกรัฐมนตรี ๑ คน และคณะรัฐมนตรี ๓๕ คน ท่านยังตรวจผิดครับ ผมให้ เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คน ดู ทุกคนมองเลยครับว่ามันเปึนไปไม่ได้ที่ว่าหน่วยงาน ในสังกัดนายกรัฐมนตรีจะตรวจเอกสารคนที่จะมาเปึนรัฐมนตรีผิดพลาดครับ เหมือนกับ มีความจงใจที่จะไม่ตรวจสอบครับ ในระหว่างช่วงนั้นผมก็ไปตรวจในเว็บไซต์ ของสํานักงาน ก.พ. จริง ๆ แล้วสํานักงาน ก.พ. เขาก็พร้อมที่จะตรวจสอบเอกสาร ผมเห็น เอกสารชิ้นหนึ่งของสํานักงาน ก.พ. ลงวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๓๙ ในเอกสารชิ้นนี้ได้ทํา หนังสือเวียนไปถึงกระทรวง ทบวง กรม และจังหวัด เรื่องการตรวจสอบเอกสาร

(นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอวรงค์ครับ มีผู้ประท้วงครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ผม อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคพลังประชาชนครับ ท่านประธานครับ ผมฟังมาตั้งหลายนาทีแล้วครับ มันเข้ากับประเด็นว่าเขาจะตัดงบประมาณตรงไหน ถ้าเกิดว่าจะอภิปรายว่าทํางานผิดพลาด ก็สามารถที่จะไปกล่าวร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ ตํารวจได้นะครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ไม่เกี่ยวกับการที่จะอภิปรายเกี่ยวกับ เรื่องงบประมาณจะตัดลดงบประมาณก็ตัดไปเลยว่าเปึนอย่างไรทําไมถึงต้องตัดลด งบมันมากเกินไปอย่างไรอะไรทํานองนั้น เจ้าหน้าที่น้อยแล้วก็ได้เงินมากหรืออย่างไรครับ ท่านประธานครับ อันนี้ผมขออนุญาตจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะวินิจฉัยนะครับ ผมได้ฟังคุณหมอวรงค์บอกว่าจะตัดงบประมาณของ สํานักนายกรัฐมนตรี แต่ก่อนที่จะตัดก็จะอธิบายเหตุผลว่าทํางานบกพร่องอย่างไร ซึ่งขณะนี้คุณหมอกําลังอภิปรายนะครับว่าบกพร่องอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามขอให้ เข้าประเด็นเลยนะครับว่าบกพร่องอย่างไร เพราะว่าพูดยาวคนจับประเด็นไม่ได้ครับ ขอคุณหมอรวบรัดด้วยนะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน นะครับว่าให้ตั้งใจฟังครับ แล้วจะรับรู้ว่านี่คือความบกพร่อง ผมกําลังจะชี้ให้เห็นง่าย ๆ ว่า เอกสารแค่นี้ หน่วยงานในสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรีตรวจไม่ได้หรือว่าไม่ถูกต้อง นอกจาก ตรวจไม่ได้แล้วเวลาเกิดปัญหาขึ้นมาไม่เคยมีคําตอบกับสังคมนะ ผมกําลังจะชี้ให้เห็นว่า เพราะพฤติกรรมอย่างนี้ของหน่วยงานนี้ ทําให้ผมไม่เชื่อว่าจะบริหารราชการแผ่นดินได้ดี ผมจึงมีความจําเปึนต้องตัดงบประมาณลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และสิ่งที่ผมไม่สบายใจก็ต้องโยงไปที่นายกรัฐมนตรี เพราะว่านายกรัฐมนตรีต้องเปึนคนที่ รับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ท่านทราบไหมครับว่าในระหว่างที่เกิดเหตุการณ์ในการ ตรวจสอบเอกสาร ไม่มีหน่วยงานใดออกมารับผิดชอบ ไม่มีความกระตือรือร้นเกิดขึ้น ในสังคม ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่า ถ้าคน ๆ นี้มาเปึนเสมียนประจําสํานักนายกรัฐมนตรี แล้วก็บอกว่าเอกสารมีปัญหา แล้วก็ไม่มีคนสนใจผมจะเฉย ๆ ครับ แต่คน ๆ นี้มาเปึน ๑ ใน ๓๖ คนที่ทรงอิทธิพลของประเทศไทย เปึนถึงรัฐมนตรีนะครับ ผมถือว่าต้องเปึน หน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการที่จะตรวจสอบแล้วก็บอกกับสังคมว่าถูกหรือผิด จนกระทั่งรัฐมนตรีท่านนี้ลาออกจากตําแหน่งด้วยข้อหาสุขภาพ ผมถือว่าตรงนี้เปึน ความบกพร่องที่ผมถือว่าเราต้องตัดลดงบประมาณครับ ถ้าไม่ตัดงบประมาณปล่อยให้ ปัญหาราชการแผ่นดินไปภายใต้งบประมาณขนาดนี้มันไม่น่าไว้วางใจครับ และผมยังเชื่อ ว่ายังมีอีกหลาย ๆ เรื่องที่เราไม่ทราบ แล้วก็ทําให้เกิดความเสียหายแก่ระบบราชการครับ ผมจึงมีประเด็นอีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะพาดพิงคือหน่วยงานในสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี เช่นกันครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานวิปฝ์ายค้าน คือ ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้พาดพิงไปแล้ว ผมถือว่าสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ก็ต้องพาดพิงครับ คือถ้าทํางานดี เราก็ต้องยกย่องชมเชย ทํางานไม่ดีเราตําหนิและตัดงบมันเปึนเรื่องปกติในการบริหาร ราชการแผ่นดิน ทุกหน่วยงานในสังกัดที่รัฐบาลต้องดูแลใช้จ่ายเงินภาษีของประชาชน ทั้งสิ้น วันนี้เอ็นบีทีมีปัญหาจริง ๆ ครับท่าน แต่โดยส่วนตัวผมกับคนเอ็นบีที ที่เปึนข้าราชการจํานวนไม่น้อยผมเคารพนับถือครับ แล้วผมเรียนกับท่านประธาน มีกรรมาธิการงบประมาณ เนื่องจากผมเปึนกรรมาธิการงบประมาณครับ มีกรรมาธิการ งบประมาณหลายท่านได้ตัดงบเอ็นบีทีออกไปนะครับ แต่ผมเปึนคนเอาข้อมูลที่ถูกต้อง โดยเฉพาะเอ็นบีทีที่จังหวัดพิษณุโลก ได้ทําการขยายโน่นขยายนี่ และหลายคนไม่เข้าใจ เพราะถือว่าเอกชนเข้ามาเกี่ยวข้อง ต้องตัดงบประมาณ แต่หลังจากผมฟังคําชี้แจงแล้ว ผมเปึนคนไปเอาข้อมูลจากเอ็นบีทีพิษณุโลกมาอธิบายให้กับกรรมาธิการรับทราบว่า เขามีความจําเปึนต้องใช้ แล้วทุกคนก็ให้ผ่านหมด ฉะนั้นผมไม่ได้มีเจตนาที่ให้ร้าย แต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เปึนสิ่งที่ทําให้เกิดปัญหานี่เราต้องแก้ไขครับ วันนี้ปัญหาของเอ็นบีที ทุกที่ ทุกสิ่ง ทุกคนบอกเหมือนกันว่าเสนอข่าวไม่ตรงไปตรงมาผมยกตัวอย่างให้เห็น อย่างนี้ว่าวันศุกร์ที่ ๒๙ เหตุการณ์เวลาประมาณ ๒ ทุ่มเศษ ๆ หน้า บช.น. ขณะนั้น มีผู้รายงานสดของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที รายงานเหตุการณ์สดไปยังผู้ดําเนินรายการ ที่สถานีตอน ๒ ทุ่มเศษ ๆ ขณะที่มีการรายงานสดนั้นมีการโยนกันไป โยนกันมาแล้วบอก ว่าเสียงดังที่เกิดขึ้นเปึนเสียงประทัด ผมก็มีความรู้สึกตกใจ เพราะภาพที่สอดเข้ามาหรือ ภาพอินเสิร์ท (Insert) เปึนภาพควันที่พวยพุ่งออกมา และมีการโยนกันไปโยนกันมาบอก ว่าเปึนมือที่สามทํา ซึ่งยังไม่รู้เลยว่าใครเปึนคนทํา ขณะเดียวกันก็มีการโยนกันไป เพื่อเปึนการชี้นําว่าไม่ใช่แก๊สน้ําตา ผมดูโทรทัศน์อยู่ผมไม่เชื่อครับ เหตุการณ์นั้น ผมก็เลย บิดไปดูช่องอื่น ปรากฏว่าช่องอื่นรายงานเหมือนกันหมดเลยว่าเปึนการยิงแก๊สน้ําตา และก็โดยเฉพาะช่องทีวีไทย หรือไทยพีบีเอส ผมยกย่องเขานะครับ เพราะเขาเอาภาพช้า มาฉายให้ดูครับ ฉายให้กับท่านผู้ชมทางบ้านดูว่าภาพช้า แก๊สน้ําตาเนื่องจากลูกนี้ ลูกมันโตครับ ออกจาก บช.น. แล้วไปชนเสาไฟฟัา แล้วก็เด้งกลับมาสู่ประชาชน แล้วก็ แตกออกมา ดังนั้นผมกําลังจะชี้ให้เห็นว่าเอ็นบีทีมีความบกพร่องที่ต้องตัดงบประมาณ เพราะว่าไม่สามารถเสนอข่าวให้กับประชาชนได้อย่างตรงไปตรงมาครับ แล้วอยากจะ กราบเรียนท่านประธานครับ ถ้าท่านมีโอกาสได้เจอกับผู้บริหารเอ็นบีที ท่านได้โปรดส่ง ทีมงานนักข่าวครับ แล้วผมเชื่อว่าพวกนี้ไม่ใช่ข้าราชการครับ ผมยังเชื่อว่าข้าราชการยังมี ความซื่อสัตย์สุจริต แต่ไม่สามารถที่จะดําเนินการให้แบบตรงไปตรงมาได้ แต่คนที่ เกี่ยวข้องผมไม่ระบุนะครับ ผมว่าเขาต้องไปดูงานนะครับ ผมแนะนําให้เขาจัดทีมไปดูงาน ที่ช่องทีวีไทย หรือช่องเนชั่นก็ได้ เพราะมีทั้งราชการและเอกชนครับ ผมเชื่อว่า ๒ ช่องนี้ น่าจะเปึนแบบอย่างในการเสนอข่าวที่ดี เพราะว่ามีทั้งบวกทั้งลบ ทั้ง ๒ หน่วยงานครับ ภาพของรัฐที่มีบวกก็มี ลบก็มี ภาพของผู้ชุมนุมบวกก็มี ลบก็มีครับ หลายคนเคยท้วงผม ผมจําได้เคยมีการกล่าวปรึกษาหารือ เขาก็พาดพิงผมว่า อยากจะให้เอ็นบีทีเสนอข่าวแบบ เอเอสทีวี หรืออย่างไร ใจผมไม่สนใจหรอกครับว่าเอเอสทีวี จะเสนอข่าวอย่างไร เหตุผล ที่ผมไม่สนใจ เพราะเอเอสทีวี เขาเปึนของเอกชนครับ ถ้าสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีเปึนของ เอกชนผมจะไม่พาดพิงหรอกครับ แต่วันนี้เอ็นบีทีใช้เงินภาษีของพี่น้องประชาชนครับ และพวกเราคือตัวแทนประชาชน มีหน้าที่ในการอนุมัติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเอาไป บริหารจัดการเพื่อประโยชน์ของประชาชน การที่เอ็นบีทีทําอย่างนี้ไม่มีความเปึนกลาง ที่เกิดขึ้นครับ เราจะอนุมัติให้อย่างนี้เต็มที่เลย ดั้งนั้นผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ในฐานะที่เปึนคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยรับไม่ได้กับการที่จะบริหารหรือปล่อยให้ งบประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ของสํานักนายกรัฐมนตรีไปทั้งหมด จําเปึนต้องลด งบประมาณลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการบริหารราชการแผ่นดิน ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณธีระ สลักเพชร ครับ

นายธีระ สลักเพชร ตราด 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ธีระ สลักเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดตราด ผมขอแปรญัตติ ในมาตรานี้ มาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรี แต่เปึนหน่วยงานสํานักงานกองทุนสนับสนุน การวิจัยที่เรารู้จักกันดีในชื่อของ สกว. หน่วยงานนี้เปึนหน่วยงานที่ก่อตั้งขึ้นในป้ ๒๕๓๕ ในสมัยของท่านนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน และผมเองก็ชื่นชมองค์กรนี้มากที่เขา มุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาองค์กรนี้เกี่ยวข้องกับการวิจัย แล้วก็ถ้าประเมินผลเรื่องของงานเขา ถือว่าประสบความสําเร็จมากให้องค์ความรู้ในระดับท้องถิ่น ในระดับประเทศ โดยมองถึง การพัฒนาประเทศ โดยใช้ฐานความรู้ ป้นี้งบที่ขอมา ๑,๔๐๐ ล้านบาท ต้องขอบคุณทาง คณะกรรมาธิการไม่ได้ตัดเลย แต่ที่ผมขอแปรญัตติตัดลงมาเพื่ออยากจะพูดถึงเรื่องของ องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย เพราะว่าผมค่อนข้างจะกังวล เพราะว่าหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยไม่ว่าสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือแม้กระทั่ง คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ซึ่งอยู่ในมาตราที่หลังจากนี้ แล้วก็จะมีหน่วยงานวิจัย ที่เกี่ยวข้องอีกหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์และกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็หน่วยงานในทบวงมหาวิทยาลัยที่อยู่ในมหาวิทยาลัยทั้งหมด เพราะว่าเขาจะมีงบที่ เกี่ยวข้องกับงานวิจัย ถ้ามองถึงงานวิจัยของประเทศในตอนนี้ ผมมองว่าเราพัฒนาช้ามาก ตัวเลขงบของการวิจัยของประเทศไทยในวันนี้ประมาณสัก ๐.๒๕ - ๒.๒๖ ไม่ถึง ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ถ้าเปรียบเทียบกับต่างประเทศ ผมถือว่าตัวเลขตรงนี้น้อยมาก เรื่องของการวิจัย เรื่องของการพัฒนามีความจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับงบประมาณ มาก มีเจ้าหน้าที่จากสํานักงบประมาณที่เปึนคณะกรรมาธิการ ผมต้องฝากท่าน ผมทราบ ว่าทาง สกว. ของบไปที่สํานักงบประมาณในชั้นต้นมากกว่า ๑,๔๐๐ ล้านบาท แต่ว่า ถูกตัดไปพอสมควร แต่อย่างไรก็ตามในชั้นของกรรมาธิการก็ไม่ตัดงบส่วนนี้ได้มาเต็ม ๑,๔๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยของประเทศ เขาตั้งดัชนีชี้วัดไหมว่า ในป้ ๒๕๕๓ ในงบป้หน้า ตัวเลขน่าจะขยับขึ้นเปึน ๑.๓ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ถามว่าสูงไหม ถ้าเปรียบเทียบกับต่างประเทศไม่สูงนะครับ แต่ถ้าหากว่าวันนี้งบประมาณป้ ๒๕๕๒ เรายังได้ไม่ถึง ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ป้หน้าผมถือว่าเปัาหมายตรงนี้ที่ตั้งไว้ไม่มีทาง ประสบความสําเร็จหรอกครับ ถ้าเปรียบเทียบบุคลากรด้านวิจัย ด้านพัฒนาอาร์แอนด์ดี (R&D) ของเมืองไทย วันนี้มีไม่ถึง ๑ คนต่อประชากร ๑๐,๐๐๐ คน ตัวเลขอยู่ประมาณ ๐.๙๔ ต่อประชากร ๑๐,๐๐๐ คน ถือว่าต่ํามาก ๆ ครับ มีตัวเลขที่น่าอ้างอิงอย่างญี่ปุ์นก็มี ๑๐.๔ คนต่อประชากร ๑ คน เกาหลีใต้ ๖.๘ คนต่อประชากร ๑๐,๐๐๐ คน แต่คนไทย เรามีนักวิจัย นักพัฒนาเพียงแค่ ๐.๙๔ คนต่อประชากร ๑ คน เรื่องนี้เปึนเรื่องที่น่าเปึนห่วง ผมเองต้องฝากข้าราชการจากสํานักงบประมาณที่ท่านต้องทํางานตรงนี้ต่อเนื่อง สําหรับเรื่องของงานวิจัย เงินทุกบาททุกสตางค์เก็บจากประชาชนมา วันนี้ถ้าเราลองสมมุติจินตนาการ ตรงนี้ มีเงินกองอยู่ ๑.๘๓ ล้านล้านบาทกองอยู่ตรงนี้ และพวกเราคือตัวแทนประชาชน วันนี้ ถ้ามองให้ดี สิ่งที่ยังขาดมาก ๆ คือการวิจัยประเภทเรื่องของการประยุกต์ความรู้ เพื่อต่อยอดให้เกิดในเชิงพาณิชย์นี่เปึนสิ่งที่มีความจําเปึนที่ต้องให้ความเข้มข้นในเรื่องนี้ ผมย้ําถึงตรงนี้ได้ไปดูตัวเลขตัวหนึ่งนะครับ แม้กระทั่งเรื่องของบุคลากรนะครับ บุคลากร ที่ช่วยงานด้านวิจัย เรื่องของการพัฒนาเมืองไทยเราก็มีน้อยมาก ๆ ถ้าเทียบกับมาเลเซียนี้ วันนี้เราน้อยกว่าเขาประมาณถึง ๓ เท่านะครับ มาเลเซียมีมากกว่าเราถึง ๓ เท่า เพราะฉะนั้นเรื่องตรงนี้เปึนเรื่องที่น่ากังวลนะครับ เพราะถ้าหากว่าตัวเลขที่เราตั้งไว้ ในป้ ๒๕๕๓ ป้หน้านี้ ตัวเลข ๑.๓ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี นั่นหมายถึงว่าเมืองไทยจะต้อง มีนักวิจัย ๘ คนต่อประชากร ๑๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมพูดมาถึงตรงนี้ ผมว่าในงบป้หน้านี้ผมว่าวังเวงนะครับ อยากให้สํานักงบประมาณ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ให้ความสําคัญเรื่องนี้ เพราะว่าถ้าเราจะก้าวเข้าไปสู่ประเทศที่มีการพัฒนาที่ดีกว่านี้ เราต้องให้งบในด้านนี้มากกว่านี้ แต่อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณทางคณะกรรมาธิการ ที่เห็นความสําคัญเรื่องนี้ไม่ได้ตัดเลย ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้แปรญัตติไว้ใน มาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรีไว้ในหลาย หน่วยงานนะครับ รวมแล้วเสนอปรับลดไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าที่ต้องการจะเน้น เปึนพิเศษเพื่อไม่ให้เสียเวลาเพื่อนสมาชิกก็คือ เฉพาะที่กรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเพื่อน สมาชิกหลายคนก็ได้หยิบยกประเด็นของกรมประชาสัมพันธ์ขึ้นมาอภิปราย ในงบประมาณของกรมประชาสัมพันธ์ต้องบอกว่าเปึนความจําเปึนที่จะต้องปรับลดลง จากงบประมาณที่ตั้งไว้เสนอเข้ามาในวาระที่ ๑ ๑,๕๑๕ ล้านกว่าบาท ผมได้เสนอขอตัด ไป ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเปึนตัวเลขการขอปรับที่มากที่สุดในบรรดาผู้ที่เสนอปรับลด ในส่วนของกรมประชาสัมพันธ์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือประมาณ ๔๕๔ ล้านบาท แต่ว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายนี้ไม่เห็นด้วย ปรับลดลง เพียง ๑.๘ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๒๘ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพ กระผมมีเหตุผล ๒ ข้อที่จะเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการถึงเหตุผลในการต้องขอปรับ ลดจํานวนมาก แล้วต้องขอบอกเปึนเบื้องต้นว่าประเด็นที่นําเสนอเหล่านี้เปึนความ ปรารถนาดีต่อกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเปึนองค์กรสื่อมวลชนของรัฐที่มีนักวิชาชีพทางด้าน สื่อสารมวลชน นักบริหารองค์กรสื่อสารมวลชนของรัฐทําหน้าที่ การขอปรับลดครั้งนี้ การอภิปรายครั้งนี้ไปเปึนด้วยความปรารถนาดีและต้องการที่จะเฆี่ยนตี ต้องการที่จะ ตําหนิการทํางานด้วยความรักด้วยความห่วงใยจริง ๆ เหตุผล ๒ ข้อก็คือ ข้อที่ ๑ มีความ ไม่เหมาะสมในการจัดสรรงบประมาณ ถ้าเกิดอนุมัติไปแล้วจะทําให้รัฐเสียหาย ราชการ เสียประโยชน์และบริษัทเอกชนจะได้ประโยชน์ ประการที่ ๒ ก็คือความไม่มีประสิทธิภาพ ในการบริหารจัดการงบประมาณของผู้บริหารในกรมประชาสัมพันธ์ ทําให้ผมเกิดความ ไม่แน่ใจว่าให้งบไปแล้วจะสามารถเอาไปใช้จ่ายได้เกิดประโยชน์สูงสุดจริงหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ในนโยบายรัฐบาล ข้อ ๘.๓ บอกไว้ว่า จะส่งเสริมให้ประชาชน มีโอกาสได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารจากทางราชการและสื่อสาธารณะอื่นได้อย่างกว้างขวาง ถูกต้อง เปึนธรรม และรวดเร็ว ภารกิจในการสานต่อนโยบายรัฐบาลข้อนี้อยู่ที่ กรมประชาสัมพันธ์ แต่ไปดูที่กรมประชาสัมพันธ์เขามีวิสัยทัศน์ของเขา บอกว่าเปึนองค์กรหลัก ด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารมวลชนแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสรับรู้ ข้อมูลข่าวสาร เกิดความรู้ความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาประเทศ เพื่อความเข้มแข็งของสังคมไทย ฟังดูแล้วก็เลื่อนลอย ไม่ทันสมัยแล้ว ก็ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปึนจริงในปัจจุบัน วันนี้สิ่งที่สังคมเรียกร้องต่อ กรมประชาสัมพันธ์ก็คือว่า กรมประชาสัมพันธ์ต้องมีวิสัยทัศน์ที่ต้องเปึนแบบอย่างของ องค์กรสื่อสารมวลชนในประเทศนี้ ต้องเปึนแบบอย่างที่ยึดมั่นในหลักการแห่งวิชาชีพ สื่อสารมวลชนให้เปึนที่ปรากฏ และให้เปึนแบบอย่างของสื่อสารมวลชนในประเทศนี้ นี่คือวิสัยทัศน์ที่ควรจะเปึน แต่กรมประชาสัมพันธ์ทําได้เพียงแค่ว่าจะให้ประชาชนรับรู้ ข้อมูลข่าวสารเท่านั้นเอง ซึ่งไม่รู้ว่าเปึนข้อมูลข่าวสารแบบไหน อย่างไร มาดูในพันธกิจ บอกว่าจะบริหารจัดการสื่อสารมวลชนภาครัฐให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด อันนี้ต้องบอก สรุปเลยว่าสอบตก เพราะกรมประชาสัมพันธ์ได้ยกช่อง ๑๑ ให้กับบริษัท ดิจิตอล มีเดีย โฮลดิ้ง (Digital media holding) ซึ่งเปึนบริษัทเอกชนเข้ามารับสัมปทานทําข่าวไป อย่างเบ็ดเสร็จ ได้ยกให้วิทยุเอฟเอ็มและเอเอ็มจํานวนมาก ให้สัมปทานกับบริษัทเอกชน ไปบริหารจัดการ ภารกิจในการบริหารจัดการสื่อสารมวลชนภาครัฐให้เกิดประสิทธิภาพ สูงสุด ไม่ได้อยู่ในมือของกรมประชาสัมพันธ์และพนักงานในกรมประชาสัมพันธ์อีกแล้ว ถูกผ่องถ่ายให้ไปอยู่ในมือของเอกชนทั้งสิ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ในชั้นวาระที่ ๑ ชั้น รับหลักการ ผมได้อภิปรายและได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงบของกรมประชาสัมพันธ์ แล้วก็เน้นหนักในงบอยู่หมวดหนึ่งเรียกว่างบรายจ่ายอื่น ซึ่งตั้งไว้จํานวน ๑๔๔,๕๔๓,๖๐๐ บาท เปึนค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราว ๙,๕๔๓,๖๐๐ บาท งบของโครงการพัฒนาประสิทธิภาพสถานีวิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ ๘๕ ล้านบาท และโครงการจัดตั้งสํานักข่าวแห่งชาติ ของรัฐบาล ๕๐ ล้านบาท วันนี้คณะกรรมาธิการงบประมาณได้ไปปรับลดในส่วนของ โครงการพัฒนาประสิทธิภาพสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง ๑๑ ปรับลดไป ๔,๖๐๐,๐๐๐ บาท ในส่วนของงบค่าใช้จ่ายเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราว ๙,๕๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ปรับลดไป ๑,๔๓๑,๐๐๐ กว่าบาท ส่วนโครงการจัดตั้ง สํานักข่าวแห่งชาติของรัฐบาลไม่แตะต้องเลยแม้แต่บาทเดียว ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราว ผมได้พลิกดูแล้ว งานส่วนใหญ่ก็คือการไปทําข่าว ไปทําสารคดี ไปเพิ่มพูนความรู้ของเพื่อนร่วมวิชาชีพ ในกรมประชาสัมพันธ์ในส่วนข่าวสารต่าง ๆ ของกรมประชาสัมพันธ์ ๙,๕๐๐,๐๐๐ บาท ไปปรับลดเขาเสีย ๑,๔๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ไม่ควรไปตัดอย่างยิ่ง เปึนเรื่องที่ต้องสนับสนุนและเพิ่มให้มากกว่านี้ด้วยซ้ํา เพราะการไปเป่ดโลกไปเห็น สิ่งต่าง ๆ ในต่างประเทศ แล้วนํามารายงานเปึนข่าว เปึนสารคดีในแง่มุมต่าง ๆ เปึนภารกิจที่ส่วนข่าวสารของกรมประชาสัมพันธ์ควรจะได้ทําอย่างเต็มที่เต็มประสิทธิภาพ แต่ในส่วน ๒ โครงการที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือ เรื่องของโครงการพัฒนาประสิทธิภาพ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยหรือช่อง ๑๑ วันนี้จํานวน ๘๕ ล้านบาทนั้น วันนี้ก็คือ การที่มอบหมายภารกิจส่วนใหญ่ของช่อง ๑๑ ให้กับบริษัท ดิจิตอล มีเดีย โฮลดิ้ง เข้าไปดูแลบริหารจัดการในการผลิตข่าวสารทั้งหมด วันละเกือบ ๑๐ ชั่วโมง ท่านประธานที่เคารพครับ เอ็นบีทีเปึนสถานีโทรทัศน์สาธารณะของรัฐบาล นี่เปึนความ ต้องการของรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และประกาศอยู่ตลอดเวลาว่าต้องการทําให้ สถานีโทรทัศน์แห่งนี้เปึนสถานีโทรทัศน์สาธารณะของรัฐบาลแข่งกับสถานีของไทยหรือ ทีพีบีเอส วันนี้ได้เห็นชัดแล้วว่าเอ็นบีทีภายใต้การบริหารดูแลของผู้บริหาร กรมประชาสัมพันธ์คนหนึ่งและโดยส่วนใหญ่แล้วตกอยู่ในมือของบริษัทเอกชนที่เข้ามารับ สัมปทาน ได้สะท้อนให้เห็นแล้วว่าไม่เพียงแต่จะเปึนโทรทัศน์ที่ไม่สามารถจะเปึนโทรทัศน์ สาธารณะในความหมายของโทรทัศน์สาธารณะทั่วไปแล้ว ยังเปึนสถานีโทรทัศน์ ที่เปึนสื่อสารมวลชนได้ยากลําบากด้วยซ้ําไป สถานะของเอ็นบีทีเวลานี้ก็คือการเปึน กระบอกเสียงของรัฐบาลด้านเดียวเท่านั้นเอง นี่เปึนเรื่องที่น่าเสียดาย เปึนเรื่องที่น่าเสียใจ อย่างยิ่ง วันนี้เอ็นบีทีถูกยึดครอง ถูกดูแลโดยการทําข่าว การผลิตรายการต่าง ๆ โดยบริษัทเอกชนข้างนอกและบริษัท ดิจิตอล มีเดีย โฮลดิ้ง ที่เข้ามาดูแลนั้นก็ดึงเอาบุคคล ซึ่งอ้างว่าเปึนมืออาชีพทั้งหลายในแวดวงโทรทัศน์เข้ามาทําหน้าที่ แล้วก็แสดงให้เห็นแล้ว ว่าไม่สามารถที่จะทําหน้าที่เปึนสื่อมวลชนของรัฐได้ หากแต่ทําหน้าที่เปึนเพียงบริษัท ที่รับจ้างผลิตรายการที่มีความคิด ความอ่านของตัวเอง และไม่ได้ยึดมั่นในจรรยาวิชาชีพ แห่งสื่อสารมวลชนอย่างน่าเสียดายอย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้รายการต่าง ๆ ในเอ็นบีทีต้องบอกว่าถูกจัดขึ้นมาเพื่อทั้งผังรายการ ทั้งรายการข่าว ทั้งรายการอื่น ๆ จัดมาเพื่อที่จะสนองตอบนโยบายของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว บทบาทความเปึน สื่อมวลชนที่บอกว่าต้องอยู่เปึนกลาง ต้องรักษาสมดุลของข้อมูลข่าวสารที่รอบด้าน เปึนธรรมจริง ๆ หายไป ข่าวสารหรือรายการที่มีลักษณะขัดแย้งกับรัฐบาล ข่าวสาร ที่ไม่เปึนประโยชน์กับรัฐบาลหรือจะทําให้เสถียรภาพของรัฐบาลมีปัญหาไม่ถูกนําเสนอ ในสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ ตรงนี้เปึนเรื่องสําคัญวันนี้ เอ็นบีที นอกจากจะเปึนกระบอกเสียง ของรัฐบาลแล้วก็เลยกลายเปึนเวทีของกลุ่มบริษัทเอกชน กลายเปึนที่ทํามาหากินของ บริษัทเอกชนที่มีโอกาสเข้าไปรับสัมปทานทําธุรกิจในสถานีแห่งนี้ คําถามก็คือว่าผู้บริหาร ของกรมประชาสัมพันธ์นั่งทนดูอยู่เฉย ๆ ได้อย่างไร เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกอย่างน้อย ๒ ท่าน ก็ได้นําเสนอปรากฏการณ์ของเอ็นบีทีที่ได้แสดงออกในช่วงที่เกิดสถานการณ์ ฉุกเฉิน เกิดสถานการณ์จลาจลว่าเอ็นบีทีได้แสดงบทบาทอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ เอ็นบีทีถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าเปึนตัวการแห่งการยั่วยุให้ประชาชนเกิดความ ไม่พอใจต่อรัฐบาล ยิ่งยั่วยุยิ่งออกข่าวมากเท่าไร ยิ่งสร้างความร้าวฉาน ยิ่งสร้างความ แตกแยกทางความคิดมากขึ้นเท่านั้น ปรากฏการณ์ที่มีผู้ไปบุกยึดหรือแสดงความไม่พอใจ ต่อ เอ็นบีที ผมดูแล้วมีลักษณะที่ไม่ต่างกับเมื่อครั้งที่กรมประชาสัมพันธ์ถูกนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน เดินขบวนแล้วก็ไปบุกทําลายเมื่อเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ไม่แตกต่าง อะไรกับเหตุการณ์ช่วงพฤษภาทมิฬที่สื่อมวลชนของรัฐเสนอข่าวด้านเดียวและนําไปสู่ ความรุนแรง วันนี้สภาพเช่นนั้นเกิดขึ้นกับองค์กรสื่อมวลชนของรัฐที่ชื่อ เอ็นบีที เปึนเรื่องที่ อันตรายอย่างมากครับ ถามว่าในสถานการณ์ที่บ้านเมืองกําลังต้องการความสงบ ราบเรียบ ต้องการให้ภาวะที่เกิดความขัดแย้งเกิดการต่อสู้กันหันกลับมาสู่ภาวะปกติ สถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีได้ทําอะไรที่มีส่วนช่วยเหล่านี้บ้าง เปล่าเลยครับ กลับกลายเปึนว่า เอ็นบีทียิ่งละเมิดจริยธรรมทางด้านสื่อสารมวลชนรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ การเสนอข่าวสารในช่วง ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาถูกวิพากษ์วิจารณ์มาก การเสนอข่าว ด้านเดียวไม่พอ เสนอข่าวบิดเบือนต่อข้อเท็จจริงที่สถานีโทรทัศน์อื่น ๆ เขาได้นําข้อมูล ข่าวสารมาแสดงให้เห็นอยู่แล้ว เอ็นบีทีก็ยังเสนอข่าวบิดเบือน อย่างเช่นกรณีที่เกิดขึ้น หน้ากองบัญชาการตํารวจนครบาล เถียงอยู่นั่นแหละครับว่าเหตุที่เกิดควัน ระเบิดควัน ที่เห็นไม่ใช่แก๊สน้ําตาเปึนเพียงประทัด เถียงกันอยู่นั่นแหละครับแล้วไม่ยอมรับ และเมื่อ ข้อเท็จจริงปรากฏออกมายอมรับก็ยอมรับแค่ครึ่งเดียวบอกว่าถึงแม้จะเปึนแก๊สน้ําตา ถึงแม้จะเปึนระเบิดที่ออกมาก็ไม่ใช่มาจากฝัืงของตํารวจ แต่เปึนฝัืงผู้ชุมนุมเปึนผู้ที่ขว้าง เข้าไป สิ่งเหล่านี้ได้ทําให้ภาพลักษณ์ของเอ็นบีทีเสียหายและไม่เปึนที่เชื่อถือ ผู้บริหารของ กรมประชาสัมพันธ์ก็ยังคงละเลยไม่เข้าไปดูแล ถามว่าเมื่อมอบหมายให้บริษัท ดิจิตอล มีเดีย โฮลดิ้ง เข้ามาดูแลเรื่องข่าวแล้ว กรมประชาสัมพันธ์สามารถเข้าไปบริหารจัดการ ไปดูแลได้หรือไม่ ผมก็ไปพลิกดูสัญญาที่ทํากันไว้ สามารถที่จะทําได้ครับ บริษัทที่รับจ้าง ทําข่าวจะต้องรับทราบนโยบายการผลิตรายการข่าวประจําวันจากกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อนําไปวางแผนขั้นตอนการผลิตรายการ การกําหนดประเด็น หัวข้อ และเนื้อหา ตลอดจนวิทยากรร่วมรายการแต่ละตอน และผลิตรายการตามนโยบาย ที่กรมประชาสัมพันธ์กําหนด ถามว่าผู้บริหารกรมประชาสัมพันธ์ได้ทําอะไรกับเรื่อง แบบนี้บ้าง ถ้าหากว่าเกิดมีความผิดพลาดขึ้นมา ถ้าหากว่าบริษัทที่ไปรับจ้างทําข่าว ไปทําในสิ่งที่ไม่เหมาะสม ละเมิดจริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพในการทํางานข่าว กรมประชาสัมพันธ์ก็สามารถที่จะยกเลิกรายการได้โดยไม่ถือว่าเปึนการผิดสัญญา แต่น่าเสียดายครับ ความผิดพลาดเหล่านั้นยังปรากฏออกมาเรื่อย ๆ โดยที่ผู้บริหาร กรมประชาสัมพันธ์ไม่เข้าไปดูแล ไม่เข้าไปแตะต้อง นี่คือเหตุผลที่ผมถึงต้อง นําเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าท่านปล่อยให้ กรมประชาสัมพันธ์ได้รับงบประมาณจํานวนมากมายมหาศาลเหล่านี้ได้อย่างไร โดยที่ เห็นอยู่ชัด ๆ แล้วว่าผู้บริหารของกรมประชาสัมพันธ์ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะกํากับ ให้งานของกรมประชาสัมพันธ์ดําเนินไปตามนโยบายของรัฐบาลได้ ทั้งหมดนี้ผมถึง กราบเรียนกับท่านประธาน

อีกโครงการหนึ่ง โครงการสุดท้ายก็คือการสนับสนุนการจัดตั้ง สํานักข่าวแห่งชาติของรัฐบาล สํานักข่าวมีอยู่แล้วครับ สํานักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ สํานักข่าวไทย นี่เปึนสํานักข่าวของประเทศไทยอยู่แล้วได้รับความเชื่อถือมายาวนาน วันนี้ กรมประชาสัมพันธ์มีดําริที่จะจัดตั้งสํานักข่าวแห่งชาติของรัฐบาลขึ้นมา เปึนของรัฐบาล โดยเฉพาะ บอกว่าเพื่อเปึนแหล่งข้อมูลข่าวสารในประเทศที่ใช้สําหรับค้นคว้าศึกษาอ้างอิง เชื่อถือได้ เชื่อถือได้อย่างไรครับ เพราะแนวความคิดที่จะจัดตั้งสํานักข่าวแห่งชาติขึ้นมา ก็จะเอาบุคคลภายนอกเข้ามาเปึนผู้ผลิตข่าวและเนื้อหาทั้งหมด และใช้เนื้อหาข่าวสาร ทั้งหมดนี้แหละเปึนตัวแทน เปึนแหล่งข้อมูลข่าวสารของชาติ นี่เปึนเรื่องที่น่าอันตรายมาก จึงอยากจะต้องให้ทบทวนในเรื่องนี้ด้วย งบประมาณถึง ๕๐ ล้านบาท ท่านไม่แตะเลย นี่คือประเด็นปัญหาทั้งหมดที่ผมอยากจะฝากกราบเรียนไปยังท่านประธานเพื่อให้ คณะกรรมาธิการได้ตอบข้อสงสัยของผมในประเด็นนี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยังเหลือผู้ที่แสดงความประสงค์จะอภิปรายที่ได้จดเข้าชื่อไว้แล้วนะครับอีก ๗ ท่าน เริ่มจากคุณนิยม เวชกามา คุณอรรถพร พลบุตร คุณรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล คุณอลงกรณ์ พลบุตร คุณเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ และคุณชาญชัย แล้วเดี๋ยวก็จะจดไปเรื่อย ๆ นะครับ ท่านสมาชิกครับผมตั้งใจว่าวันนี้เราจะพยายามให้จบ มาตรา ๖ คือกระทรวงกลาโหม ภายใน ๒๔.๓๐ น. ก็ยังพอมีเวลา จะขอให้ท่านอภิปรายกันสักท่านละ ๑๐ นาที ผมจะไม่ตัด การอภิปรายแต่จะให้กรอบไว้ว่าประมาณท่านละ ๑๐ นาที เชิญคุณนิยม เวชกามา ครับ ท่านสุธาจะขออภิปรายหรือเปล่าครับหรือขอชี้แจง เชิญท่านสุธา ครับ คุณนิยมรอสักนิด นะครับ

(นายสุธา ชันแสง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุธา ชันแสง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุธา ชันแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพ กระผมขออนุญาตที่จะใช้สิทธิถูกพาดพิง ถึงแม้ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติจะอภิปรายโดยมิได้เอ่ยนาม แต่ก็เปึนที่ทราบกันอยู่ว่า รัฐมนตรีที่ลาออก เนื่องจากปัญหาสุขภาพนั้นมีเพียงผู้เดียวคือผม ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามคือ คุณหมอวรงค์ แล้วก็ต้องขอบคุณท่านที่ได้พูดถึง ทําให้ผมเองได้มีโอกาสได้ชี้แจง เรื่องที่เกิดขึ้น ผมถูกกล่าวหามาโดยตลอด ถูกตั้งข้อสงสัย ผมเองเนื่องจากว่ามีปัญหา ด้านสุขภาพจึงไม่ได้ชี้แจงทําความเข้าใจ ก็ถือโอกาสนี้ที่จะกราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพว่า ผมได้เดินทางไปศึกษาที่ประเทศฟ่ลิปป่นส์เมื่อป้ ๒๕๒๔

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอดีตรัฐมนตรีสุธานั่งก็ได้นะครับ เพราะว่าสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง นั่งอภิปรายก็ได้ครับ

นายสุธา ชันแสง กรุงเทพมหานคร

ขอบพระคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขออนุญาตสมาชิกฝ์ายค้านนะครับ ให้โอกาสท่านรัฐมนตรีด้วย สุขภาพไม่ค่อยดีครับ

นายสุธา ชันแสง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่กระผม จะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานก็คือ เรื่องวุฒิการศึกษาจากรีพับบลิกัน คอลเลจ (Republican college) ท่านประธานที่เคารพ ดังที่กระผมได้กราบเรียนท่านประธาน เมื่อสักครู่ว่า ผมถูกตั้งข้อสังเกต ผมถูกตั้งข้อสงสัยในเรื่องนี้มาเปึนเวลานาน แล้ววันนี้ ก็เปึนโอกาสที่ผมเองจะได้ถือโอกาสใช้สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ได้ชี้แจง ได้ทําความเข้าใจ กับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ สิ่งที่ผมได้ยื่นในเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติ ของการเปึนรัฐมนตรีนั้น ผมได้ใช้วุฒิการศึกษาจากประเทศฟ่ลิปป่นส์ ก็คือรีพับบลิกัน คอลเลจ สิ่งที่ได้ส่งให้ทางสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้ตรวจสอบก็คือใบประกาศใบนี้ พร้อมกับทรานสคริปท์ (Transcript) ซึ่งผมถืออยู่ในมืออันนี้นะครับ ทาง สลน. ได้ดําเนินการตรวจสอบ แล้วก็มีหนังสือไปสอบถามยัง ก.พ. ซึ่ง ก.พ. ก็ได้ทําหนังสือยืนยัน มายังสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีว่า ทาง ก.พ. ได้รับรองวุฒิการศึกษานี้ที่เทียบเท่า ปริญญาตรี ซึ่งก็เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ กระผมต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ จะออกใบประกาศแผ่นนี้ได้นั้น ซึ่งใบที่ผมถืออยู่นี้เปึนใบแทนใบประกาศเดิม ซึ่งทุกที่ แม้กระทั่งมหาวิทยาลัยในเมืองไทย คนที่ทําใบประกาศหายหรือว่าอยู่ในสภาพชํารุด ก็สามารถที่จะขอใบแทนใบประกาศได้ ท่านประธานที่เคารพครับ การจะขอใบแทน ใบประกาศจะต้องได้รับความเห็นชอบ คือได้รับการอนุญาตจากคณะกรรมการการศึกษา ขั้นสูงของกระทรวงศึกษาธิการของฟ่ลิปป่นส์เสียก่อน โดยการขอเลขหมายที่จะกํากับ ใบประกาศ ซึ่งทางรีพับบลิกัน คอลเลจ ซึ่งกระผมเองได้เคยไปศึกษานั้นก็ได้ขอ สเปเชียล ออร์เดอร์ (Special order) ซึ่งเปึนเลขหมายในการที่จะกํากับใบประกาศ เมื่อได้รับ เลขหมายแล้วทางรีพับบลิกัน คอลเลจ จึงจะสามารถที่จะออกประกาศได้ หลังจากออก ประกาศแล้วจะต้องส่งกลับไปให้กับ คอมมิสชั่น ออน ไฮเออร์ เอดูเคชั่น (Commission on highere ducation) ได้ตรวจสอบว่าถูกต้องตามที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นสูงได้ กําหนดไว้หรือไม่ในเรื่องของเอกสารเมื่อตรวจสอบแล้วทาง คอมมิสชั่น ออน ไฮเออร์ เอดูเคชั่น ก็จะออกหนังสือรับรองซึ่งเปึนหนังสือฉบับนี้ เมื่อออกหนังสือรับรองซึ่งเปึน หนังสือฉบับนี้แล้วนั้นก็จะต้องส่งให้กับกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเปึนแผนกที่ดูแล นักศึกษาที่ศึกษาอยู่ในฟ่ลิปป่นส์เปึนผู้เซอร์ทิฟาย (Certify) อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็คือเอกสาร อันนี้ เปึนเอกสารที่ทางกระทรวงการต่างประเทศฟ่ลิปป่นส์ได้เซอร์ทิฟาย ก็จะมีรายชื่ออยู่ ตรงด้านล่าง ซึ่งเปึนเอกสารที่เย็บติดนะครับ ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ หลังจากนั้นเอกสารจะสมบูรณ์ก็จะต้องได้รับการรับรองจากสถานทูตไทยในฟ่ลิปป่นส์ ซึ่งท่านจะเห็นตราครุฑทางด้านซ้ายซึ่งเปึนเอกสารที่ได้รับการรับรองจากสถานทูตของ ประเทศไทยและในฟ่ลิปป่นส์นะครับ ซึ่งเอกสารทั้งหมดเปึนเอกสารที่ถูกต้อง มีการ ประทับตรารับรองความถูกต้อง แล้วก็เปึนตรานูน ซึ่งเปึนของมหาวิทยาลัย กระผมขออนุญาตเรียนว่าเอกสารทั้งหมดนี้ ทางสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีเอกสารสําเนาทั้งหมด ซึ่งต้องเรียนท่านสมาชิกสภาผู้มีเกียรติว่าทางสํานักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีเองก็ได้ตรวจสอบ แล้วก็ผมเองไม่ได้มีโอกาสได้ชี้แจงเนื่องจากปัญหา สุขภาพหลังจากที่ได้ลาออกจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์แล้วนั้น ก็ไม่ได้ออกไปไหน มาสภาก็คงมาในระยะเวลาเพียงสั้น ๆ เนื่องจากว่าผมต้องทานยาเปึนประจํา ก็ถือโอกาสนี้ที่จะกราบเรียนท่านประธาน พร้อมที่ จะส่งเอกสารให้กับท่านประธานเพื่อได้ตรวจสอบดูในเรื่องของตราประทับรับรอง ในเรื่อง ของวุฒิการศึกษาที่กระผมได้ใช้ยื่นประกอบในการเปึนรัฐมนตรี ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านประธานสภาที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้ให้เวลาผมในการชี้แจง แล้วก็ขอขอบคุณคุณหมอวรงค์ซึ่งได้พูดถึงเรื่องนี้ ทําให้ผมเองได้มีโอกาสได้ชี้แจง ซึ่งก็คงหาโอกาสอย่างนี้ได้ยากนักครับ ก็ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เรื่องนี้คิดว่าพวกเราทุกคนคงไม่มีใครติดใจสงสัยท่านรัฐมนตรีนะครับ แล้วก็พวกเรา ทุกคนขอให้ท่านรักษาสุขภาพ พักผ่อนเยอะ ๆ ขอให้หายเร็ว ๆ คุณหมอวรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมเปึนหมอ วันนี้ลาออกมาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ความรู้สึกของ จิตวิญญาณของความเปึนหมอยังมีอยู่ ผมต้องกราบขออภัย ต้องกราบขอโทษผ่านไปยัง ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยังท่านอดีตรัฐมนตรี คือผมไม่ทราบว่าท่านมีสุขภาพ ที่ไม่ดี คือต้องกราบขออภัยจริง ๆ ถ้าทราบว่าท่านมีสุขภาพที่ไม่ดี ผมในจิตวิญญาณของ ความเปึนแพทย์คงไม่รบกวนให้คนป์วยต้องเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้ ดังนั้นอยากจะ กราบเรียนว่าผมแสดงความรู้สึกไปต้องการจะสื่อไปถึงหน่วยราชการที่จะต้องแสดงความ รับผิดชอบต่อสังคมให้เกิดความชัดเจนว่าอะไรเปึนอะไร แต่พอดีเห็นท่านอดีตรัฐมนตรี ต้องมาชี้แจงด้วยตนเองในลักษณะที่สุขภาพที่ไม่ค่อยดีเท่าไร เห็นแล้วไม่สบายใจ ไม่ว่าสิ่งนี้ จะถูกผิดอย่างไรผมคงไม่ชี้แจง ถ้าทราบอย่างนี้ไม่ชี้แจง แต่อยากจะกราบเรียนกับท่านประธาน ว่าไม่มีเจตนา แล้วต้องกราบขออภัยท่านรัฐมนตรีอย่างจริงใจนะครับ ต้องขออภัยด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอขอบคุณคุณหมอวรงค์ด้วยครับที่มีความเข้าใจนะครับ ก็ขอให้ท่านรัฐมนตรี พักผ่อนมาก ๆ หายเร็ว ๆ ต่อไปเชิญคุณนิยม เวชกามา เมื่อกี้นี้ท่านประธานกระซิบมาว่า วันนี้พยายามให้จบ มาตรา ๑๐ นะครับคุณหมอชลน่านประท้วงอะไรครับ

(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธาน ผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน จังหวัดน่าน ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมขออนุญาตใช้ข้อบังคับในการประท้วงผู้ที่ได้กําลังอภิปรายในกรณีที่เกิดขึ้น ผมประท้วง ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ครับผมเข้าใจว่าน่าจะมีการทําผิดข้อบังคับ อยากให้ท่านประธาน ได้กรุณาวินิจฉัย

ประเด็นที่ ๑ ที่ผมคิดว่าเปึนการทําผิดข้อบังคับ นั่นก็คือการได้นําเอา เอกสารเข้ามาอ้างอิงในสภา ซึ่งจะเปึนหลักฐานที่จริงหรือไม่ ผมไม่แน่ใจ อาจจะเปึน หลักฐานที่จริงนะครับ แต่ว่ายังไม่มีการพิสูจน์ เพราะฉะนั้นกรณีถ้าผู้ที่ถูกพาดพิงมาชี้แจง แล้วมีเอกสารประกอบที่จะนําเรียนกับท่านประธาน ท่านประธานก็ต้องรับไว้เพื่อจะ พิจารณา แต่เอกสารของคุณหมอ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ ท่านคุณหมอวรงค์เอง ท่านประธานก็รับไว้เพื่อพิจารณา ประเด็นที่ผมอยากให้ท่านประธานพิจารณาเนื่องจากว่า การใช้เอกสารพยานหลักฐานใด ๆ มาประกอบคําอภิปรายในสภา และเปึนเหตุให้ผู้อื่น ต้องมาชี้แจง ผมคิดว่าไม่เปึนธรรม และจะได้เปึนแบบอย่างในการที่จะต้องดูแลกัน ในการอภิปรายของพวกเรา ท่านประธานด้วยความเคารพครับ การอภิปรายเรื่องงบประมาณผมเองไม่ใช้สิทธิ ฐานะเปึนกรรมาธิการ ขอใช้สิทธิในฐานะเปึนสมาชิก หลายครั้งครับ หลายเรื่องที่เรา พยายามฟังว่าสมาชิกได้นําเสนอข้อมูลเพื่อในการปรับลดงบประมาณนั้น เปึนงบประมาณอยู่ตรงไหน หมวดอะไร จริงอยู่ครับอาจจะเปึนภาพรวม ร้อยละ ๒๐ ร้อยละ ๕ ร้อยละ ๘ แต่บางครั้งเรามองไม่ออกเลยครับไปปรับลดตรงไหน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตกลงคุณหมอประท้วงเรื่องอะไรนะครับ เรื่องเอกสารเรื่องแรกใช่ไหมครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ถูกต้องครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

แล้วเรื่องที่ ๒

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

เรื่องที่ ๒ คือเอกสารหรือถ้อยคําต่าง ๆ ที่พยายามใช้ประกอบ ก็อยากให้ประธานช่วยวินิจฉัย ผมเอาเฉพาะประเด็นแรกก็ได้ครับ อยากจะให้ประธานช่วยวินิจฉัยว่าจะรับเอกสารไปพิจารณา แล้วกรณีถ้ามีวิธีการ จะดําเนินการอย่างไรให้เปึนไปตามข้อบังคับ ผมคิดว่าท่านประธานต้องดําเนินการ ผมไม่ได้ติดใจผู้ใดทั้งสิ้น แต่อยากจะให้การประชุมของเราเปึนไปด้วยข้อบังคับครับ กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ เอกสารที่หมอวรงค์เอามาอ่านเมื่อสักครู่นี้เปึนเอกสาร ทางราชการครับ เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้เรียกให้เอาเอกสารมาตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ผมว่านี่คือน้ําใจของพวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อหมอวรงค์รู้ว่า ผู้ที่ถูกพาดพิงนั้นไม่สบายท่านก็ขอโทษนะครับ ผมว่าก็เปึนเรื่องที่เรามีน้ําใจต่อกัน สําหรับเอกสารของท่านรัฐมนตรีถ้าท่านเต็มใจจะยื่นมาผมก็ยินดีรับไว้นะครับ เพราะฉะนั้นจะรับเอกสารไว้ทั้ง ๒ ฝ์าย ส่วนข้อ ๒ นั้น การอภิปรายเพื่อจะตัดลด งบประมาณก็จะต้องชี้แจงว่าสาเหตุที่ตัดลดงบประมาณมีอะไรบ้าง แต่เนื่องจากว่า เวลาของเรามีจํากัดนะครับ ก็จะกําลังดี เพราะว่ามีโน้ต (Note) ขึ้นมาจากท่านประธานว่า วันนี้จะพยายามให้จบ มาตรา ๑๐ ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะจบหรือเปล่านะครับ ถ้าจบ มาตรา ๑๐ ต้อง ๐๖.๐๐ นาฬิกา ครับ เชิญคุณนิยม เวชกามา ครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขต ๑ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ ผมเปึนหนึ่งในจํานวนผู้ยื่นขอแปรญัตติ โดยขอตัด งบประมาณที่ตั้งไว้ใน มาตรา ๕ หน่วยงานที่สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งตาม พระราชบัญญัติฉบับนี้มี ๑๘ หน่วยงาน ผมเองคงขอนําเรียนถึงเหตุผลที่ตัด ในข้อที่ ๒ ของกรมประชาสัมพันธ์ผมเสนอตัดในจํานวนนี้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ โดยมีเหตุผลดังที่ผม ขอกราบเรียนดังต่อไปนี้ ผมเองต้องขอกราบเรียนก่อนว่าเหตุผลอาจจะมองคนละมุมกับ ทางผู้ทรงเกียรติที่ได้ขอตัดไปแล้ว ผมเองในฐานะเปึนผู้แบกกล้องของไอทีวี แล้วก็ เปึนนักข่าวตั้งแต่ป้ ๒๕๓๙ ตั้งสถานีไอทีวี จนกระทั่งลาออกมาสมัครผู้แทน เมื่อ ๒๓ ธันวาคม ดังนั้น ผมในฐานะผู้สื่อข่าวในภูมิภาค ซึ่งบรรดานักข่าวหนังสือพิมพ์ก็ดี ทีวีก็ดี ย่อมรู้จักกันเปึนอย่างดี ดังนั้นที่ผมเองเสนอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ณ วันนี้ไม่ได้ หมายถึงว่าผมมีเหตุผลอย่างอื่นที่เสนอตัด เพราะว่ารู้กันอยู่ว่าช่อง ๑๑ คือ กรมประชาสัมพันธ์เพราะเปึนสื่อของรัฐ ร้อยเปอร์เซ็นต์ เปึนที่รู้กันดีในหมู่นักข่าวด้วยกัน ช่อง ๑๑ ก็คือกรมประชาสัมพันธ์คือปากเสียงของรัฐบาล นักข่าวทําข่าวด้วยกันรู้ว่าอะไร ควรส่งข่าว อะไรส่งแล้วได้ออก อะไรส่งแล้วไม่ได้ออก อันนี้คือเปึนเหตุผล แต่ที่ผม เสนอตัดนั่นหมายถึงว่าเพื่อให้มีระเบียบในการใช้เงินของกรมประชาสัมพันธ์ เพราะรู้กัน อยู่ว่าเครื่องมือในการทําข่าวไม่มีช่องไหนในภูมิภาค มีความสามารถดีเท่ากับช่อง ๑๑ เมื่อสัก ๑๐ ป้ที่ผ่านมามีกล้องตัวละ ๕ – ๖ แสนบาท ช่องอื่นไม่มีหรอกครับในภูมิภาค ใครซื้อตัวละ ๓๐,๐๐๐ – ๔๐,๐๐๐ ก็เก่งแล้ว อันนี้ถึงนําเสนอว่าเพื่อให้เปึนระเบียบ ในการใช้เงินของช่อง ๑๑ แต่ ณ วันนี้ช่อง ๑๑ ไม่ใช่ช่อง ๑๑ ครับ เปึนเอ็นบีที ผมเห็นว่าเอ็นบีทียุคนี้เปึนยุคที่ดีที่สุด ไม่เหมือนช่อง ๑๑ เมื่อสมัยก่อน ผมเองก็ออกมาก่อนแล้ว แต่ขอนําเรียนว่าเอ็นบีที ณ วันนี้ผมคิดว่าไม่ยิ่งหย่อนกว่าช่องอื่น ซึ่งสมัยก่อนช่อง ๑๑ เขาจะดูช่อง ๑๑ ก็หมายถึง ว่าไม่มีช่องอื่นจะดูแล้ว แต่ ณ วันนี้ไม่ใช่ครับ เอ็นบีทีดีที่สุดต้องให้เกียรติเขา โดยวิญญาณของนักข่าวผมเองก็ดูจนเวลาสุดท้ายก่อนที่จะถูกยึดวันนั้นก่อนจะป่ดสถานี ผู้ประกาศข่าวหญิง ชาย ๒ คน เอาจนเวลาสุดท้าย จนนักข่าวนักรบศรีวิชัยไปยึด วันนั้น ผมนั่งดู เป่ดดูจนยึด ฉะนั้นจึงให้เห็นว่านี่คือวิญญาณของนักข่าว เพราะวันนี้นักข่าว ช่างภาพก็ดีของเอ็นบีทีคือนักข่าวของไอทีวีที่ยกทีมมาอยู่ ณ วันนี้ จิตวิญญาณ ของนักข่าวไอทีวีตั้งแต่ยุคตั้งสถานี ป้ ๒๕๓๙ ซึ่งผู้บริหารยุคนั้นคือสุทธิชัย หยุ่น วิญญาณจริง ๆ ครับผมขอบอก เพราะฉะนั้นวันนั้นกลุ่มนั้นคือมาอยู่ตรงนี้ ผมถือว่า เปึนกลุ่มที่มีวิญญาณความเปึนนักข่าว ผมถึงกราบเรียนว่า ณ วันนี้กรมประชาสัมพันธ์ ก็ดูห่าง ๆ ผมจึงเห็นว่าทีวีในวันนี้ เอ็นบีทีเปึนช่องที่ให้ความเปึนกลางพอสมควร ณ วันนี้ ผมยังเป่ดดูเลยว่าเอ็นบีทีเปึนทีวีที่มาตรฐานแล้ววันนี้ ไม่เหมือนแต่เก่า ถ้าเปึนช่อง ๑๑ ใช่ครับ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ข่าวด้านเดียวแน่นอน แต่วันนี้ไม่ใช่ครับ และบุคลากรในช่อง เอ็นบีทีหรือช่อง ๑๑ เดิม วันนี้ยกทีมมาทําครับ เลือด วิญญาณผมรู้เพราะว่ากลุ่มนี้ อยู่ด้วยกัน ผมก็ทําไอทีวีตั้งแต่ตั้งสถานีจนมาเปลี่ยนชื่อเปึนไทยพีบีเอสอะไรเยอะแยะ ตอนหลัง ซึ่งตอนหลังผมก็ห่างออกมาแล้ว จึงขอกราบเรียนว่า ณ วันนี้คงไม่เปึนอย่างที่ คิดก็ได้ ผมก็ดูอยู่ ทุกวันนี้ก็เป่ดดูอยู่ ส่วนไอทีวี ณ วันนี้ก็คงเปึนอีกทีมหนึ่งซึ่งเปึนผู้บริหาร คนเก่านั่นล่ะครับ เพราะถือว่าคนบริหารไอทีวีเก่า ผมเองที่นําเสนอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผลอย่างไม่ใช่มองความไม่เปึนกลาง แต่ว่าตัดโดยเห็นว่าเพื่อเปึนวินัยในการ ใช้เงินของกรมประชาสัมพันธ์เท่านั้น เพราะเปึนที่รู้ว่าเครื่องมือในการทําข่าวของช่อง ๑๑ แต่เก่า เดิมทีเดียวจะแพงมาก ซื้อเกินกว่าความเปึนจริงครับท่านประธาน เพราะเปึนเงิน ภาครัฐมาซื้อ กล้องตัวหนึ่งก็หลายแสนบาท ณ วันนั้น แต่วันนี้ก็เปึนภาคเอกชน บริหารแล้ว ผมจึงคิดว่าเอ็นบีทีนี้จะให้เปึนจําเลยคงไม่ใช่ครับ เพราะว่าเอ็นบีทีวันนี้ ไม่เหมือนแต่เก่าแล้ว ไม่เหมือนช่อง ๑๑ แต่เก่า เปึนช่องเอกชนที่ทําข่าวเคียงบ่าเคียงไหล่ กับภาคเอกชนอื่นครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมต้องขอพูดถึงในวันนี้นอกจากกรมประชาสัมพันธ์ซึ่งวันนี้ ผมขอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ตามที่ขอแปรญัตติไว้ ส่วนอีกเรื่องที่ผมต้องพูดถึงวันนี้ก็เปึนเรื่อง ที่เกี่ยวกับข้อ (๔) ซึ่งผมเห็นว่าเปึนเรื่องที่แปลกอยู่ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมไม่ได้แปรญัตติตัด แต่ผมสงสัย ต้องถามกรรมาธิการในเรื่องที่เปึนเรื่องแปลกที่ผมคิดว่าหมายถึงว่าในข้อ (๔) เรื่องสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (๒) แผนงานเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการจัดการ และการตลาดชุมชน คือ ๑ ตําบล ๑ ผลิตภัณฑ์ มันเปึนเรื่องแปลกที่ผมต้องพูดถึงวันนี้คือ ถูกตัดงบประมาณไปหมดเลย ตั้งไว้ ๔๐๐ ล้านบาท ผมเลยไม่เข้าใจว่าคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ตัดเพราะเหตุผลอะไร ผมว่าผมดูในนี้ถูกตัดไปเลย ๔๐๐ ล้านบาท ถูกตัดไป แสดงว่า โอทอป (OTOP) ไม่มีแล้วใช่ไหมครับ ผมเลยสงสัยเท่านั้นเอง เพราะว่าในเนื้อหาจริง ๆ ทําไมต้องตัดด้วย ตัดไปหมดเลย ผมดูในหนังสือที่ให้มา ตัดไป ๔๐๐ ล้านบาท ที่ขอไว้ตัดหมดเลย อันนี้ต้องถามข้อข้องใจว่าทําไมต้องตัด ตัดเพราะเหตุผลอะไรครับ ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญคุณอรรถพร พลบุตร แล้วต่อไปจะเปึนอาจารย์รัชฎาภรณ์ครับ คุณอรรถพรครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้ขอแปรญัตติงบประมาณรายจ่าย ประจําป้ ๒๕๕๒ ในมาตรา ๕ ซึ่งเปึนงบประมาณรายจ่ายของสํานักนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานในสังกัด ในส่วนของ กรมประชาสัมพันธ์ซึ่งในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ นี้ได้จัดสรรเงินไว้ เปึนงบประมาณทั้งสิ้น ๑,๔๘๖ ล้านบาทครับ ท่านประธานที่เคารพครับ โดยข้อเท็จจริงงบประมาณ ๑,๔๘๖ ล้านบาทนั้น ไม่ได้มากไปเลยนะครับ สําหรับการตอบสนองต่อเปัาหมายของ กรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเปึนพันธกิจนั่นคือการเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐบาล และประชาชน และระหว่างประชาชนด้วยกัน ซึ่งนั่นก็คือเอกภาพของความเปึนชาติ ถ้าจะต้องใช้เงินงบประมาณมากกว่านี้นับสิบนับร้อยเท่า เพื่อให้ภารกิจตรงนี้ ประสบความสําเร็จก็ยังไม่มากจนเกินไปครับ เพราะสิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่มีความสําคัญ สูงสุดจริง ๆ แต่ถ้ากรมประชาสัมพันธ์ไม่ได้ปฏิบัติภารกิจตามเปัาหมายนี้อย่างสมบูรณ์ หรือกระทําหน้าที่ในทิศทางตรงข้าม งบประมาณแม้แต่บาทเดียวก็มากจนเกินไป ท่านประธานครับ กรมประชาสัมพันธ์ก่อตั้งตั้งแต่ ป้ ๒๔๗๖ ๑ ป้หลังจากสถาปนา การปกครองในระบอบประชาธิปไตย วันนี้มีอายุ ๗๕ ป้ ถ้าเปรียบเปึนคนก็คือคนที่เปึน ผู้ใหญ่ คนที่มีประสบการณ์ มีนิติภาวะ และมีความรับผิดชอบ สามารถที่จะเปึนเสาหลัก เสาหนึ่งในการค้ําจุนสังคมและชุมชนให้ก้าวหน้าไปสู่ความวัฒนาสถาพร แต่น่าเสียดาย ว่าในวัย ๗๕ ป้ของกรมประชาสัมพันธ์ วันนี้กรมประชาสัมพันธ์เปึนคนที่สิ้นเรี่ยวสิ้นแรง เดินไม่ทันคนอื่นและที่สําคัญที่สุดเปึนคนซึ่งก้มหัวให้กับผู้มีอํานาจทุกยุคทุกสมัย แล้วด้วย การก้มหัวให้กับผู้มีอํานาจตลอดมานั้นเอง ที่ทําให้กรมประชาสัมพันธ์นั้นห่างไกลต่อ จิตวิญาณของตนเองไปจนสุดกู่ กู่ไม่กลับแล้วครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เรายอมรับความจริงว่ากรมประชาสัมพันธ์เปึนส่วนราชการของรัฐนะครับ ด้วยความ เข้าใจตรงนี้ก็เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่ากรมประชาสัมพันธ์จึงต้องเปึน กระบอกเสียงของรัฐ สิ่งเหล่านี้คลาดเคลื่อนต่อความเปึนจริง ไม่ว่ากรมประชาสัมพันธ์ จะอยู่ในฐานะของส่วนราชการสังกัดกระทรวง ทบวง กรมใดหรือใครเปึนฝ์ายการเมือง ที่ควบคุม แต่สถานะหนึ่งซึ่งปฏิเสธไม่ได้นั่นคือความเปึนสื่อมวลชน ซึ่งอยู่ภายใต้ การคุ้มครองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๔๖ ซึ่งบัญญัติเอาไว้ว่า ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานราชการ หน่วยงาน ของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจในกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ หรือสื่อมวลชนอื่น ๆ ย่อมมีเสรีภาพเช่นเดียวกับพนักงานหรือลูกจ้างของเอกชนแต่ต้องไม่ขัดต่อจริยธรรม แห่งการประกอบวิชาชีพ แต่ที่เหนือกว่าบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญคือจิตวิญญาณ คือจรรยาบรรณ คืออุดมการณ์และความรับผิดชอบต่อภาระหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ของ ความเปึนสื่อมวลชน เราจึงได้ยินประวัติศาสตร์ของโจเซฟ พูลิตเซอร์ ประวัติศาสตร์ ของอิศรา อมันตกุล ประวัติศาสตร์ของคุณอารีย์ ลีวีระ ที่สละชีวิตตัวเองเพื่อรักษา จรรยาบรรณ และนั่นคือการคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนเปึนหลัก เราจะได้ยินตํานาน ในวงการสื่อมวลชนที่คนหนังสือพิมพ์ คนสื่อโทรทัศน์จํานวนมากมายยอมตกงาน เพราะไม่ยอมก้มหัวให้คนที่มีอํานาจคือนายทุนเจ้าของผู้ประกอบการ ยอมมาหิวโหย แล้วก็ไม่ได้หิวโหยคนเดียวครับ ลูกเมียก็ท้องกิ่ว ก็เพื่อธํารงรักษา คุณค่าแห่งจรรยาบรรณ ซึ่งนั่นก็คือประโยชน์ของประชาชนในท้ายที่สุดนั่นเอง น่าเสียดายว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา เราไม่เห็นภาพเหล่านี้ในกรมประชาสัมพันธ์ สิ่งที่เรามองเห็นภาพที่ปรากฏ ในกรมประชาสัมพันธ์คืออะไร เราเห็นกรมประชาสัมพันธ์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุได้ทําหน้าที่เปึนกระบอกเสียงในการสร้างภาพสร้างข้อมูล ที่ถูกกําหนดโดยฝ์ายการเมือง โดยไม่ได้สนใจว่าการนําเสนอเหล่านั้นมันขัดต่อหลักการจรรยาบรรณและความเปึนสื่อ และบางครั้งได้มีส่วนกระหน่ําซ้ําเติมให้สถานการณ์ของบ้านเมืองมีความขัดแย้งเลือกข้าง มากยิ่งขึ้น เราได้เห็นการปรากฏตัวของผู้ดําเนินรายการโทรทัศน์บางคน บางกลุ่ม ใช้อคติในการดําเนินรายการอย่างน่ารังเกียจ และในวงการสื่อถ้าเราอยู่ในโลก แห่งความเปึนจริงรวมทั้งสาธารณชนก็รู้ดีว่าบุคคลบางกลุ่มบางคนเหล่านี้มีเส้นทาง มาอย่างไร รับใช้ใคร และคนเหล่านี้ครับ ที่ได้ทําลายภาพลักษณ์องค์กรของกรม ประชาสัมพันธ์ไปจนหมดสิ้น เราเห็นอะไรครับ เราเห็นภาพของฝ์ายการเมืองที่เข้าไป แทรกแซง ดังที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ๒ ท่าน ก่อนหน้าผมได้กล่าวไปแล้ว ในการร่วมผลิตรายการข่าว มีการเอื้ออํานวยประโยชน์แก่วงศ์วานว่านเครือสร้างระบบ สัญญาที่รัฐเสียเปรียบ วันนี้นําไปสู่การยื่นถอดถอนรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ เมื่อเดือน เมษายนเราได้เห็นฝ์ายการเมืองลงไปแทรกแซงวิทยุชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาค อีสาน ไปใช้ลักษณะของการบีบบังคับให้เปึนเครือข่ายประชาสัมพันธ์ของรัฐ ทั้ง ๆ ที่กรม ประชาสัมพันธ์ควรจะเปึนแม่แบบ แม่บท ในการส่งเสริมให้วิทยุชุมชนเหล่านี้ได้เปึนเวที กลางของพี่น้องประชาชนในแต่ละชุมชน เปึนสถาบันอิสระของพี่น้องประชาชนในแต่ละ ชุมชนตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ดังที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติ ๒ ท่านหรือ ๓ ท่าน ได้กล่าวไปแล้ว ในช่วงวิกฤติของบ้านเมืองเราก็ได้เห็น สถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีซึ่งอยู่ในการดูแลของกรมประชาสัมพันธ์ได้มีส่วนในการสร้างเสริม สถานการณ์ให้มีความแตกแยกขัดแย้งมากยิ่งขึ้น ประชาชนหวังจะได้เห็นการสะท้อนภาพ ที่เปึนจริงในทุกแง่ทุกมุม อาจจะโน้มเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งมากเปึนพิเศษ ซึ่งเปึนเงื่อนไข บังคับ แต่ก็ต้องเปึนการนําเสนอพลังแห่งความเปึนจริงให้ประชาชนตระหนักถึง สถานการณ์ที่เปึนจริงเพื่อนําไปสู่ความเข้าใจร่วมกันและความคลี่คลายสถานการณ์ แต่มันไม่ได้เปึนอย่างนั้นครับ ในที่สุดวันหนึ่งก็มีประชาชนคนธรรมดาคนหนึ่งก็ต้องสังเวย ชีวิตในสงครามประชาธิปไตยและตกเปึนเหยื่อของสถานการณ์ ท่านประธานสิ่งเหล่านี้ น่าสลดใจ ผมจึงขออนุญาตท่านประธานสภากราบเรียนอย่างตรงไปตรงมาว่าถ้าเปรียบ กรมประชาสัมพันธ์เปึนสื่อมวลชน ซึ่งเปึนกระจกสะท้อนภาพ ภาพสะท้อนที่เรามองเห็น จากกรมประชาสัมพันธ์ไม่ใช่สถานการณ์ที่เปึนจริงของแผ่นดิน สถานการณ์ที่เปึนจริง ของปัญหาสู่ความเข้าใจร่วมกัน แต่ภาพที่เห็นเปึนภาพสะท้อนในกระจก ก็คือภาพของ บุคลิกภาพ และภาวะวิสัยของความเปึนผู้นําที่บกพร่องของนายกรัฐมนตรีครับ จะเชื่ออะไรก็เชื่อไปเถอะครับ จะเชื่อทฤษฎีสื่อซึ่งยึดถือกันมาแต่ครั้งโบราณที่บอกว่า คําโกหก ถ้าโกหกซ้ํา ๆ โกหกทุกวัน ในที่สุดคําโกหกก็จะกลายเปึนความเชื่อและกลายเปึน ความจริง ความเชื่ออย่างนี้ใช้ไม่ได้ครับ เพราะประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์ซ้ําแล้วซ้ําอีกว่า ในที่สุดพลังนุภาพแห่งความจริงนั้นคือผู้ที่ถูกต้องและชนะที่สุดในท้ายที่สุดเสมอ ผมจึง ต้องอภิปรายเพื่อขอปรับลดงบประมาณของกรมประชาสัมพันธ์ลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในฐานะของตัวแทนของชาวบ้าน ซึ่งเสียภาษีอากรเปึนงบดําเนินการของ กรมประชาสัมพันธ์ ตัดลดงบลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อเปึนการประท้วงต่อการปฏิบัติภารกิจ หน้าที่ความเปึนสื่อของกรมประชาสัมพันธ์ และถ้าเปึนไปได้ผมขอนําเสนอต่อ คณะกรรมาธิการงบประมาณ เอาส่วนที่ตัดลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ครับ ๑๐๐ กว่าล้านบาทนี้ จะไปเปึนงบกลางเข้าสู่กองทุนอะไรก็แล้วแต่เพื่อเยียวยา ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากปัญหาวิกฤติของบ้านเมือง และเปึนกองทุนสําหรับการปฏิรูป สื่อของรัฐเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์อย่างที่เคยเกิดขึ้น ขีดเขียนโดยกรมประชาสัมพันธ์ ได้เกิดขึ้นซ้ําแล้วซ้ําอีกครับ ขอขอบคุณที่ท่านประธานได้กรุณาอนุญาต ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขออนุญาตสมาชิกด้วยนะครับ เริ่มมีซ้ําประเด็นหลายท่านแล้วนะครับ เกี่ยวกับ เรื่องจริยธรรมจรรยาบรรณของเอ็นบีทีนะครับ ก็ต้องขอไปประเด็นอื่นบ้างนะครับ เชิญท่านกรรมาธิการ เผดิมชัย ครับ

นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เผดิมชัย สะสมทรัพย์ ในฐานะเปึนกรรมาธิการนะครับ บังเอิญเรื่องนี้อาจจะเกี่ยวพัน นิดหน่อยนะครับกับเรื่องงบประมาณ แต่จริง ๆ แล้วเกี่ยวพันโดยตรงกับสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ผมอยากฝากให้ท่านประธานให้เรียนไปถึงท่านผู้นําฝ์ายค้านด้วยครับ บังเอิญ เมื่อสักครู่นี้ผมลงไปเข้าห้องน้ํา แล้วรับประทานน้ําเย็นที่ข้างนอก ก็มีโอกาสได้ยิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านหนึ่งไปปรากฏตัวอยู่ที่เอเอสทีวี ผมเคยฟังท่านมา หลายครั้งครับ คือนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แต่ผมไม่ได้ติดใจครับว่าวันนี้เปึนวัน พิจารณางบประมาณแผ่นดินนายสมเกียรติจะมาหรือไม่มา จะเคารพสภาหรือไม่ ไม่ได้ เกี่ยวพันกับผม แต่สิ่งหนึ่งที่เกี่ยวพันในฐานะผมเปึนกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ผมทนไม่ได้ครับที่เอาเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร เอาสมุดของงบประมาณขึ้นไปชูอยู่ กลางเวที บอกวันนี้พวกเราเอางบประมาณ ๒ แสนกว่าล้านบาท งบกลาง เอาไปถลุงกัน ให้ ส.ส. ทุกคน เอาไปหมกเม็ด ๒๐๐ – ๓๐๐ ล้านบาท ไม่ว่ามุมโน้นมุมนี้ ผมว่าวิธีการ แบบนี้ผู้นําฝ์ายค้าน ผมอยากให้ท่านประธานช่วยเตือนด้วย ผมทนไม่ได้ เพราะผมเปึน ผู้แทนราษฎรมาหลายครั้ง หลายป้ หลายหน ไม่เคยตําหนิเพื่อนผู้แทนราษฎรด้วยกัน ทั้งสิ้น แต่ถ้าวันนี้ถ้าเขาจะสวมหมวกใบไหนให้เลือกใบนั้น ในสภาผู้แทนราษฎร ไม่อยาก ให้มีคนมีความประพฤติอย่างนี้ ถ้ารักสภาก็อยู่สภา แต่ถ้าไม่รักสภาออกไปก็อย่าเอาเรื่อง ของสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ภารกิจที่สําคัญก็คือมาร่วมกันพิจารณางบประมาณ ท่านรู้ได้ อย่างไร แล้วก็เอางบประมาณออกไปเหมือนเผาบ้านของตัวเอง โดยที่ไม่รู้อะไรเลย สิ่งเหล่านี้ผมอยากตําหนิ ผมเคารพในความเปึนเพื่อนทั้งหมดในเพื่อนสมาชิก ๔๘๐ คน วันนี้อาจจะเหลือ ๑๖๓ คน ๑ คนสําหรับนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ไม่ใช่ผู้แทนราษฎร ขอบคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ท่านประธานลุกขึ้นตรงนี้ เนื่องจากว่ามีการพาดพิงถึงสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ และมีการถ่ายทอดสดทั่วประเทศ ถ้าหากว่าไม่ลุกขึ้นชี้แจงก็อาจจะเกิดความเสียหาย กับเพื่อนสมาชิก ความจริงกับเพื่อนสมาชิกที่ลุกขึ้นอภิปรายเมื่อสักครู่นี้ กระผมเอง ก็ไม่เคยมีความเห็นที่ขัดแย้งอะไรกัน เพียงแต่ประเด็นที่เกิดขึ้นนี้ผมคิดว่าต้องให้ ความเปึนธรรมกับสมาชิกทุกคนด้วย เพราะถ้าหากว่าเขาประสงค์ที่จะทําหน้าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ต้องดูว่าเขามาประชุมสม่ําเสมออย่างไรหรือไม่ ผมเข้าใจว่า ที่ผ่านมาอาจารย์สมเกียรติ ก็มาประชุมอย่างสม่ําเสมอ และเมื่อถูกพาดพิงอย่างไร ก็ลุกขึ้นมาอภิปราย ส่วนการไปทําภารกิจของท่านภายนอกสภา ก็เปึนเรื่องที่ท่านจะต้อง รับผิดชอบไปในส่วนที่ท่านพูด ซึ่งผมก็คิดว่าคําพูดของท่านทุกอย่างท่านก็ต้องรับผิดชอบ ถ้าหากว่ามีสิ่งใดที่ไม่ถูกต้อง ผู้ได้รับผลกระทบก็สามารถจะดําเนินการตามที่ตัวเอง เห็นควรหรือเหมาะสมได้ พรรคประชาธิปัตย์เรานี่ผมเรียนท่านประธานสั้น ๆ เท่านั้นเองว่า เราให้อิสระกับสมาชิก ในการดําเนินการตามกรอบรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เราก็มีหน้าที่ ในการปกปัองผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นความเห็นส่วนตัวของท่าน กระผมก็เคารพ เพราะถ้าท่านเห็นว่าไม่เหมาะสมอย่างไรก็เปึนสิทธิของท่าน ก็ถือโอกาสนี้ กราบเรียนและก็ยืนยันว่าสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ทุกท่านก็พยายามทําหน้าที่ อย่างดีที่สุดเพื่อให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ในเรื่องนี้ผมอยากจะเรียนชี้แจงพี่น้องประชาชนนะครับว่าผมมั่นใจว่าสภาของเรามีคนดี มากกว่าคนไม่ดีนะครับ เชิญอาจารย์รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบสัดส่วน กลุ่มที่ ๓ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ดิฉันได้เสนอให้มีการปรับลดงบประมาณของ สํานักนายกรัฐมนตรีลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หลายประเด็นท่าน ส.ส. หลายท่านก็ได้กล่าว ไปแล้ว ดิฉันอยากจะเน้นย้ําในเรื่องของสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่มีแผนงานแรกเลยนะคะ แผนงานสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟุ๋นฟูประชาธิปไตย แล้วในรายละเอียดก็บอกว่าแผนงานผลผลิตก็คือการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งดิฉันถือว่าเปึนเรื่องที่สําคัญ แล้วก็เปึนหลักหนึ่งในหลักของ ธรรมาภิบาลในการบริหารบ้านเมือง บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ข้อ ๑ เลยก็คือ การมีส่วนร่วมของประชาชน แล้วถ้าแผนงานนี้มาอยู่ในสํานักนายกรัฐมนตรี สํานักนายกรัฐมนตรี ข้าราชการผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายต้องเข้าใจ ความเข้าใจในที่นี้ มันอาจจะเปึนเรื่องใหม่ดิฉันพูดเสมอว่าในสังคมประชาธิปไตยเราต้องยอมรับยอมให้ คนอื่นคิดแตกต่างจากเรา แล้วการที่เราถือว่าเรามีอํานาจรัฐหรือรัฐบาลถือว่ามีอํานาจรัฐ อยู่ในมือจะทําอะไรก็ได้ คงไม่ได้แล้ว สมัยนี้ต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ที่จริง สํานักนายกรัฐมนตรีเปึนเจ้าของระเบียบด้วย เจ้าของระเบียบของการมีส่วนร่วมของ ประชาชน ที่จริงก่อนป้ ๒๕๔๐ ก็มีระเบียบว่าด้วยการประชาพิจารณ์ แล้วพอรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ออกมาบอกว่าจะต้องออกกฎหมายให้ประชาชนมีส่วนร่วม แต่ความไม่เข้าใจ ของข้าราชการ ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายทําให้กฎหมายนั้นยกร่างออกมาแล้ว ไม่เสร็จ เพราะว่าพอเอาไปรับฟังความคิดเห็นพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชน มีความเห็นกลับมามากมาย มันก็เลยกลับไปใช้ตั้งเปึนระเบียบของสํานักนายกรัฐมนตรี อีกรอบหนึ่ง ถึงอย่างนั้นก็ตามดิฉันก็ยังเข้าใจว่าจากที่ติดตามเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งหลายก็ยังไม่เข้าใจในเรื่องนี้ ถึงได้เรียนว่าพอมาถึงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เขากําหนด เรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนไว้มากกว่าเดิม แล้วกว้างขวางกว่าเดิมด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ ของรัฐทุกหน่วยงานจําเปึนที่จะต้องเข้าใจและก็เรียนรู้ ต้องรีบที่จะออกกฎหมาย มารองรับด้วย เพราะไม่เช่นนั้นการกระทําใด ๆ เวลาเราทํากิจการใดก็ตามกระทบกับ พี่น้องประชาชนเราไม่ค่อยสนใจ แล้วโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ดิฉันตั้งข้อสังเกต ตั้งแต่แรกแล้ว ตอนที่แถลงนโยบายมีนโยบายว่าด้วยเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน ยกเอารัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๖ มาตรา ๕๗ มาตรา ๖๖ มาตรา ๖๗ รวมทั้ง มาตรา ๘๕ มาตรา ๘๖ มาตรา ๘๗ ที่ว่าด้วยเรื่องแนวนโยบายการมีส่วนร่วม แล้วเมื่อยก ออกมาแล้ว แต่เวลาปฏิบัติจริงหลังจากแถลงนโยบายไม่ถึงเดือน ท่านก็ออกมาให้ข่าวว่า การที่จะทําโครงการอะไรก็ตาม แล้วต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ (EIA) มันทําให้เปึนอุปสรรคในการขัดขวางการพัฒนา ดิฉันตัดข้อความเหล่านั้นเอาไว้ เพราะว่าดิฉันให้ความสําคัญในเรื่องนี้ หลังจากนั้นเมื่อเร็ว ๆ นี้เอง ถ้าเราไม่สนใจเรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชน รับรองค่ะสภาใหม่สร้างไม่ได้ นักเรียนโรงเรียนโยธินบูรณะ มาที่สภา แล้วก็มาบอกว่าเขาอยากจะแสดงความคิดเห็นท่านประธานก็ได้ลงไปนั่ง พับเพียบพูดคุยกับเขาอย่างดี แต่ท่าทีของท่านนายกรัฐมนตรีต่อเรื่องการมีส่วนร่วม หลายคนบอกว่าทําไมไม่ฟังนักเรียนบ้าง ท่านบอกเต็มปากเต็มคํา ท่านพูดเต็มปากเต็มคําว่า ท่านไม่จําเปึนต้องฟัง โรงเรียนนี้มีเนื้อที่อยู่ ๘ ไร่ ย้ายไปใหม่ ๑๖ ไร่ แล้วก็เดินไปอีกแค่ ๒ กิโลเมตรแค่นั้นเอง แล้วก็มีเงินตั้ง ๑,๐๐๐ ล้านบาทให้สร้างโรงเรียน ทําไมจะต้องฟัง ต่อให้มีเงินเท่าไรก็ต้องฟัง ชุมชนที่เกียกกายต้องไปคุยกับเขาด้วย แม้ว่าจะคุยกันได้ว่า จะตกลงกันว่าจะชดเชยอย่างไร แต่สิ่งที่เขากังวลก็จําเปึนต้องไปคุย เพราะฉะนั้นดิฉัน ก็เลยเรียนว่าดิฉันเปึนห่วง แล้วก็อยากจะให้ความสําคัญนะคะว่าถ้าสมมุติว่าเงิน ๕๘ ล้านบาท ถ้าเราออกกฎหมายไปรับฟังความเห็นประชาชนออกกฎหมายด้วย แล้วให้ความรู้เผยแพร่ความรู้เหล่านี้ไปด้วยไม่พอหรอกค่ะ น้อยเกินไป น้อยมากเลย แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ทั้งหลาย เจ้าหน้าที่ของรัฐ ข้าราชการทั้งหลายไม่เข้าใจ เงิน ๕๘ ล้านบาท ก็มากเกินไปในการที่จะให้ไปดําเนินการ แล้วก็ตั้งเอาไว้อย่างนี้ แม้กระทั่งการมีส่วนร่วม เบื้องต้นเลยก็คือการให้ข้อมูลข่าวสาร รัฐบาลนี้ยังทําน้อยมากเลย เช่นกรณีเรื่องเขื่อน ซึ่งดิฉันจะไม่พูดในรายละเอียด แต่ดิฉันจะไปพูดในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และก็ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่จะทําเขื่อนกั้นแม่น้ําโขงที่จะมีอยู่ ๘ เขื่อน แล้วก็ประชาชนไม่ทราบเลย ในพื้นที่ที่ดิฉันไปที่อําเภอโขงเจียมที่จะสร้างเขื่อน ประชาชน กําลังตื่นกลัวมาก หวาดกลัวมาก แล้วก็มีบริษัทเอกชนลงไปปัวนเปุ้ยนอยู่แถวนั้นแล้ว แต่พอถามข้าราชการทั้งหลายก็บอกว่า ข้าราชการทั้งหลายก็ไม่ทราบ อันนี้เปึนเรื่องข้อมูล ข่าวสารธรรมดามากเลย เพราะฉะนั้นดิฉันก็เสนอแนะว่า ๕๘ ล้านบาท ท่านมีอยู่ ๕๘ ล้านบาท ก็เอาไปพูดคุยกันเสีย เวลารัฐมนตรี รัฐบาลเข้ามาถ้าข้าราชการเข้าใจ ต้องติวเรื่องนี้ ต้องทําความเข้าใจเรื่องนี้กับรัฐมนตรีทุกท่านเลยค่ะ ว่าในกระทรวง ของท่านนี้ ถ้าจะทํากิจการอะไรก็ตาม ถ้าจะพบกับพี่น้องประชาชนต้องศึกษาผลกระทบ สิ่งแวดล้อม และสังคม และสุขภาพด้วย ไม่อย่างนั้นรัฐธรรมนูญก็บอกว่าประชาชน สามารถฟัองร้องให้หน่วยงานนั้นดําเนินการได้ แล้วหลายหน่วยงานก็พยายามที่จะทํา ดิฉันไปดูที่สํานักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งอยู่ในสํานักนายกรัฐมนตรีนี้ บางทีดิฉันก็ยังมองว่าหน่วยงานที่เปึนส่วนกลางอย่างนี้พยายามที่จะทํางานซ้ําซ้อนกับ หน่วยราชการ อย่างเช่น แผนงานส่งเสริมและพัฒนาสถาบันครอบครัว เด็ก เยาวชน สตรี ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ซึ่งจะไปซ้ํากับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แล้วไม่ใช่ลักษณะของการวางแผน เวลาเขียนนี้ไม่ใช่ลักษณะของการศึกษา แต่เปึนการส่งเสริม ก็คือการกระทําซึ่งมันก็จะไปซ้ําซ้อนกัน หรือแม้กระทั่งมีโครงการศึกษาวิเคราะห์ เสนอแนะ แนวทางการรักษาฟุ๋นฟูและพัฒนาย่านประวัติศาสตร์บริเวณพื้นที่ถนนราชดําเนิน โดยการ มีส่วนร่วมของชุมชน ดิฉันคิดว่าหน่วยงานของรัฐนี้ต้องเคารพท้องถิ่นด้วย แถวราชดําเนิน มีกรรมการเกาะรัตนโกสินทร์ กทม. นี้ดําเนินการที่จะพัฒนาพื้นที่เหล่านี้อยู่แล้ว ถ้าสภาพัฒน์จะไปทํานี้ต้องถามว่าจะทําอย่างไร แล้วถ้ารัฐนี้ไม่เคารพท้องถิ่น ไม่ให้ ท้องถิ่นตัดสินใจเอง สภาพัฒน์ก็จะไปศึกษาว่าจะพัฒนาพื้นที่ราชดําเนินอย่างไร รัฐมนตรี บางท่านมาถึงก็บอกราชดําเนินนี้จะมีนโยบายที่จะทําเปึนซองลิเซ่อะไรนี้ เพราะฉะนั้นก็ จะอยู่ที่นโยบายของรัฐบาล ถ้าไม่เคารพท้องถิ่นนี้ก็จะทําไม่ได้ รวมทั้งแม้กระทั่ง ก.พ.ร. สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ซึ่งดิฉันเคยไปร่วมที่จะไปอบรม ไปเผยแพร่ ไปรณรงค์เรื่องการมีส่วนร่วม โดยที่หน่วยราชการนี้ต้องเป่ดหาช่องทางให้ประชาชนเข้า มาร่วม แล้วก็ต้องไปรณรงค์ให้ประชาชนหาทางที่จะเข้าไปร่วมกับราชการแล้วจะมาเจอ กัน ก็ยังคิดแค่โครงการส่งเสริมการจัดตั้งเครือข่ายภาคประชาชน การที่มีส่วนร่วมไม่ต้อง ไปจัดตั้งเครือข่ายให้เปึนเครือข่ายที่แน่นอน ที่ชัดเจน เพียงแต่ต้องระดมประชาชน แล้วก็ฟัง แล้วก็เอามาร่วมในการตัดสินใจด้วย ซึ่งจะมีหลายระดับหลายชั้นในการ มีส่วนร่วม เพราะฉะนั้นเงิน ๕๘ ล้านบาทนี้ของสํานักนายก หรือเงิน ๕ ล้านบาท ของ ก.พ.ร. นี้ควรจะต้องเอามานั่งทบทวนทวน แล้วก็ตั้งต้นใหม่ ทําความเข้าใจที่ถูกต้อง แล้วข้าราชการทั้งหลายนี้เริ่มต้น ถ้าได้เรียนรู้แล้ว แล้วถ้าได้คุยกันศึกษากัน ศึกษาอบรม แล้วอาจจะต้องไปทดลองปฏิบัติจริงที่ชุมนุมที่เกียกกายก่อนก็ได้ ดูสิว่าการเรียนเหล่านี้ การอบรมรณรงค์เหล่านี้มันจะเข้าไปสู่จิตวิญญาณหรือเลือดเนื้ออยู่ในเลือด อยู่ใน ชีวิตจิตใจของข้าราชการหรือไม่ ถ้าไม่อย่างนั้น ท่านประธานที่เคารพ ถ้าสํานักนายกรัฐมนตรี ถ้าจะเปึนเจ้าของเรื่องนี้เองยังไม่เข้าใจกระบวนการมีส่วนร่วม ไม่เคารพประชาชน การพัฒนาของเราต่อไปนี้ก็จะไม่ราบรื่น แล้วก็จะไม่พัฒนาอย่างที่ตั้งใจ ขอบคุณค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ รักษาเวลาได้ดีมาก คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคงอภิปรายใน มาตรา ๕ ซึ่งต่างกับ ทุกท่านครับ เรื่องที่ผมจะอภิปรายก็คือเรื่องของสํานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ป้นี้ตั้งงบไว้ ๗๑๐ ล้านบาทเศษ ผมขอตัดทั้งหมด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ ๒๐ แต่ท่านประธานทราบไหมครับ ถ้าเกิดผมเปึนกรรมาธิการนะครับ ท่านประธาน ผมอาจจะตัดมากกว่านี้เลย หลังจากที่ผมเห็นรายงานของสํานักงานบริหาร และพัฒนาองค์ความรู้ ผมเลยไม่แน่ใจว่าท่านกรรมาธิการทั้งหลายได้ดูองค์กรนี้ไหมครับ หรือคิดว่าไม่เปึนไร เวลาเราไม่ค่อยพอ เราผ่าน ๆ ไปเถอะ ไปดูคณะกรรมาธิการนะครับ ปรับลดของ สํานักนายกรัฐมนตรีงบ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตัดไปร้อยละ ๑.๐๖ มาดูที่ฐานะกรมนี้ สํานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ที่ผมพูดถึงนี้ ปรับลดไป ๔๐ กว่าล้านบาท ร้อยละ ๕.๗๒ เหลือ ๖๐๐ กว่าล้านบาทครับท่านประธาน จริง ๆ แล้วที่ผมเสนอตัดงบ กรมนี้แล้วต้องการอภิปรายให้ท่านประธานได้ทราบ เพราะว่าสํานักงานบริหารและพัฒนา องค์ความรู้นี้ เปึนเรื่องที่มีคนคิดขึ้นมาก็คือคุณสิริกร ซึ่งคิดในขณะที่เปึนรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เอาเข้ามติ ครม. วันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ พออีกสักพักหนึ่งวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๔๗ ก็เลยผ่านมติ ครม. ตั้งสํานักงานนี้ขึ้นมา ท่านครับในสํานักงานนี้มีทั้งหมด ๘ หน่วยงานด้วยกัน คือสํานักงานบริหารและ พัฒนาองค์ความรู้ ผมอยากเรียนให้ท่านทราบสักนิดหนึ่งครับ เพราะว่าน่าสนใจมากครับ ในหน่วยงานนี้ มีศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษแห่งชาติ ชื่อน่าฟังมากครับ อุทยานการเรียนรู้ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ศูนย์ความเปึนเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทย ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนา พลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม สถาบันวิทยาการการเรียนรู้ แต่สิ่งที่ผมติดตามมากครับ ท่านประธาน ก็คืออุทยานการเรียนรู้สมัยนั้น ที่ผมติดตามเพราะอะไรครับ เพราะมีการ เป่ดตัวที่เซ็นทรัลเวิลด์ พลาซ่า ชั้น ๖ สํานักงานนี้เป่ดตัว เพราะฉะนั้นน่าสนใจครับ ในงาน มีการจัดทําห้องสมุดที่มีชีวิต ท่านประธานเคยเห็นไหมครับ ห้องสมุดที่มีชีวิตอยู่ที่ เซ็นทรัลเวิลด์พลาซ่า ชั้น ๖ มีการจัดฉายภาพยนตร์จารึกประวัติศาสตร์เรื่องสุริโยทัย วันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๘ ห้องมินิเธียเตอร์ ชั้น ๖ เซ็นทรัลเวิลด์ พลาซ่า โครงการที่ ๓ ที่อุทยานการเรียนรู้ที่ทําน่าสนใจมากครับ โครงการสัปดาห์สื่อสารหรรษา มีนิทรรศการ วิวัฒนาการโทรศัพท์มือถือและซุ้มกิจกรรมต่าง ๆ ของเอไอเอส โดยเปึนความร่วมมือ ระหว่างกรรมการสํานักงานอุทยานการเรียนรู้ และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จํากัด (มหาชน) น่าสนใจ ป้นั้นเขาเลยให้งบไป ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับท่านประธาน งานที่ออกมาผมก็ไม่แน่ใจว่าทางคณะกรรมาธิการสอบถามเขาไหมครับว่า ที่เราจะให้งบ เขาไปนี้ ๖๐๐ – ๗๐๐ ล้านบาทนี้ เขาเอาไปทําอะไรบ้าง ถ้าผมถามกรรมาธิการตอนนี้ ให้ยืนขึ้นตอบ ให้ท่านมีเอกสารนี่ล่ะครับ ตอบมาเลยครับว่าผลงานของสํานักงานนี้ มีอะไรบ้าง ผมเคยเปึนข้าราชการผมไม่อยากจะตําหนิหน่วยงานครับ ท่านครับ แต่ว่าเนื่องจากหน่วยงานนี้เปึนที่สนอง เปึนที่ปูนบําเหน็จบํานาญของฝ์ายการเมือง โดยเฉพาะครับ ท่านรู้ไหมว่าแต่ละหน่วยงานผมอยากจะแจ้งงานให้ท่านประธานได้ทราบ สถาบันวิทยาการการเรียนรู้มีหน้าที่ทําถุงของขวัญวันเกิดแก่เด็ก ตอนนี้ไม่รู้เปึนอย่างไร แล้ว มีการรับช่วงดูแลพัฒนาเด็กที่มีความสามารถพิเศษ ต่อยอดกันแค่ไหนก็ไม่รู้ มีโครงการกรุงเทพฯ เมืองแฟชั่น (Fashion) ไปรับงานเขามา มีห้องสมุดที่มีชีวิตที่ผม บอกแล้วครับท่านประธาน แล้วก็มีเรื่องของศูนย์คุณธรรม ท่านครับดูงานแล้วมันก็น่าสนใจนะ ที่ผมบอกว่าเปึนแหล่งปูนบําเหน็จการเมืองเพราะอะไร ครับท่านประธาน ดูตําแหน่งเนื่องจากงบต่าง ๆ แต่ละป้ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานทราบไหมครับว่าเขาเอาไปทําอะไรบ้าง มีอยู่ป้หนึ่งผมยกตัวอย่าง ป้ ๒๕๔๙ ตามรายงานของ สตง. ท่านครับเปึนงบประมาณของ สตง. ซึ่งเปึนงบของบุคลากรเกือบ ทั้งสิ้นเลยครับ มีค่าเงินเดือน มีเบี้ยเลี้ยงประชุม มีค่าตอบแทน ท่านทราบไหมครับว่า เงินเดือนของผู้บริหารที่นี่เดือนละเท่าไรครับท่านประธาน เดือนละ ๒๕๐,๐๐๐ บาท ประธานทํางานเปึนประมุขของผมครับได้เดือนละเท่าไรครับ ๑ แสนบาทเศษ โน้นครับ ๒๕๐,๐๐๐ บาท ผมเปึนผู้แทนราษฎรครับก็คงได้น้อยกว่าท่านประธานทํางาน กันตั้งแต่เช้าจรดค่ํา เช้าจรดค่ําเราเหลือเงินเดือนกันหักภาษีแล้วเหลือไม่เท่าไรหรอกครับ ไม่เพียงพอที่จะใช้จ่ายในพื้นที่ แต่ที่นี่ครับท่านเปึนประธาน เปึน ผอ. ๒๕๐,๐๐๐ ถึง ๓ แสนบาท เบี้ยประชุมครั้งละ ๒๕,๐๐๐ บาท ท่านประธานแล้วมีรายได้ตอบแทนอีก ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน งานล่ะครับท่านกรรมาธิการเคยถามไหมครับว่าเขามีงาน อะไรขึ้นมาบ้าง ตําแหน่งใน ๑ หน่วยงานนะครับมีทั้งหมด ๘ หน่วยงานเหมือนที่ผมบอก มีผู้อํานวยการสํานักงานเงินเดือน ๒๕๐,๐๐๐ ถึง ๓ แสนบาท มีทั้งหมด ๗ คน ใช้เงินไป ๒.๔ ล้านบาท ผู้บริหารระดับสูงเปึนรองผู้อํานวยการเงินเดือน ๑๐๐,๐๐๐ ถึง ๒๕๐,๐๐๐บาท มี ๑๐ คน ผู้อํานวยการฝ์ายเดือนละ ๘๐,๐๐๐ ถึง ๑๕๐,๐๐๐ บาท มี ๑๑ คน ที่ปรึกษาตั้งได้อีก ๙ คน เงินเดือน ๒๕,๐๐๐ ถึง ๑๕๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมถามว่ากรมนี้ สํานักงานนี้ ท่านเคยถามไหมครับว่า คุณเอาเงินไปทําอะไรกัน สุดท้ายครับท่านประธานสาระสําคัญผลปรากฏว่าพอตั้งมาเสร็จ แนวคิดของใครก็ไม่รู้ ที่ผมบอกว่ามีการสนองตอบปูนบําเหน็จต่อทางการเมืองเหตุผล เพราะว่ามีการตั้งเหรัญญิกของพรรคการเมืองเข้าไปเปึนประธานควบตําแหน่ง ผู้อํานวยการรับกันเท่าไรไม่รู้ครับ เดือนละ ๒ แสนบาท ถึง ๓ แสนบาท เท่าไรก็ไม่รู้ แต่ปัญหาสําคัญคือเปึนเหรัญญิกของพรรคการเมือง ตอนนี้ถูกปลดแล้วครับเนื่องจาก พรรคถูกยุบ ท่านทราบไหมครับ การไปเปึนกรรมการในองค์การมหาชนมันมีกฎหมาย พ.ร.บ. พ.ร.บ. องค์การมหาชนป้ ๒๕๔๒ ครับท่านประธาน เรื่องประธานกรรมการและ กรรมการขององค์การมหาชนที่ซึ่งไม่ใช่กรรมการโดยตําแหน่งต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ หมายความว่าใครจะเข้าไปเปึน ประธานกรรมการ มีวงเล็บบอกครับท่านประธาน (๑) เขาบอกว่ามีสัญชาติไทยอะไรทั้งหลายก็แล้วแต่ แต่ (๖) น่าสนใจครับเขาบอกว่าไม่เปึนผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการ หรือผู้ดํารงตําแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง เขาวางล็อกไว้แล้ว เขากันไว้แล้ว แต่ผลปรากฏว่าหน่วยงานนี้ในรัฐบาลดังกล่าวตั้งเข้าไป สมมุติเงินเดือนแค่ ๒๕๐,๐๐๐ บาทครับท่านประธาน ป้ละ ๓ ล้านบาท ท่านได้ถามไหมครับท่านประธาน กรรมาธิการทั้งหลายครับ ที่เขาอยู่ผิดกฎหมายท่านเอาเงินคืนกลับมาหรือยัง ป้ละ ๓ ล้านบาทกว่านะครับ ไปสร้าง ห้องสมุดซึ่งเขากําลังทําห้องสมุดมีชีวิตนะครับ ไปสร้างห้องสมุดให้เด็กนักเรียนผมว่า ได้เปึนสิบแห่งเลย ความรู้จะได้เกิดกับเด็กทั้งหลายมันไม่ได้เกิดครับ เหตุผลเพราะว่า เอาเรื่องต่าง ๆ ไปปูนบําเหน็จทางการเมือง ไปไห้พวกให้พ้องได้รับเงินเดือนหลังจาก ออกจากงานแล้ว ปลดจากตําแหน่งรัฐมนตรีก็ไปเปึนตรงนี้ดีกว่าจะได้มีเงินมาใช้ จะได้ทํา หลายอย่างครับท่านประธาน มันหดหู่ครับ กรรมาธิการสอบถามไหมครับ สอบถาม หรือเปล่าครับว่าเงินดังกล่าวได้กลับมาแล้วหรือยัง แล้วให้ไปอีก ๖๐๐ – ๗๐๐ ล้านบาท เอาไปทําอะไร งานที่คิดว่าจะเกิดป้ ๒๕๕๒ มันจะเกิดอะไรบ้าง และขณะนี้หน่วยงานนี้ ถูกฟัองเต็มไปหมดครับ ศาลปกครองก็ฟัอง ท่านอ่านเอกสารดูเถอะครับ อีกประมาณ ๖๐ – ๗๐ ล้านบาท ที่โดนฟัองอยู่ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสมาชิกทั้งหลาย ไม่เรียกว่า ฝัืงโน้นหรอกครับ ทั้งหมดในสภานี้ครับต้องช่วยพิจารณาด้วยครับ เงิน ๖๐๐ กว่าล้านบาท ที่จะเอาไปให้สํานักงานซึ่งไม่ได้ทําอะไรเลย ถ้าเกิดมีท่านก็บอกครับผมให้ความเปึนธรรม แต่ว่า ณ วันนี้คือมันเปึนการสนองตอบต่อทางการเมืองทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นเอาเงินภาษี ประชาชนผมกลับมาครับ ผมก็ขอตัด จริง ๆ แล้วก็คืออยากจะตัดทั้งหมด แต่เนื่องจาก ยังมีเจ้าหน้าที่อยู่ ๒๐๐ กว่าคนในหน่วยงานนี้ เพราะฉะนั้นก็ให้เงินเดือนเขาเถอะครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอลงกรณ์ พลบุตร ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ได้แปรญัตติในการปรับลดงบประมาณรายจ่ายใน มาตรา ๕ ของสํานักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานในกํากับ ๕ เปอร์เซ็นต์ จากวงเงินงบประมาณ ๒๕,๗๕๘ ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมาธิการได้มีการปรับลด ๑๘๑ ล้านบาท ทําให้เหลือวงเงินงบประมาณ ๒๕,๕๗๗ ล้านบาท กระผมได้ให้ความสําคัญต่องบประมาณของสํานักนายกรัฐมนตรี เพราะถือว่าเปึนหน่วยงานสําคัญที่สุดเสมือนเปึนหัวใจในการบริหารประเทศ และจัดได้ว่า เปึนมาตราซึ่งมีการเพิ่มของวงเงินงบประมาณเมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณรายจ่าย ประจําป้ ๒๕๕๑ สูงที่สุดในทุกกระทรวง ทบวง กรม นั่นคือมีการเพิ่มงบประมาณจาก ป้ ๒๕๕๑ จํานวน ๑๓,๕๐๐ ล้านบาท เปึน ๒๕,๗๐๐ ล้านบาท หรือคิดเปึนเปอร์เซ็นต์ ของการเพิ่ม ๘๗.๖๘ เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างไรก็ตามกระผมคงต้องมีเหตุผลในการที่จะขอให้ มีการตัดงบประมาณดังกล่าวลง ๕ เปอร์เซ็นต์โดยรวม และขณะเดียวกันก็ได้เข้าไป ตรวจสอบดูถึงการเพิ่มของงบประมาณว่าทําไมสํานักนายกรัฐมนตรีจึงมีการเพิ่ม งบประมาณเกือบเท่าตัวและถือว่าได้รับการจัดสรรงบประมาณมากที่สุด ก็ปรากฏว่า มีหน่วยงานอย่าง กอ.รมน. กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในที่ได้เข้ามาอยู่ ในสังกัดของสํานักนายกรัฐมนตรี ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท นอกจากนั้นที่ได้รับเพิ่มอย่างมากคือสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีอีกเกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งความจริงแล้วท่านประธานครับ เปรียบเทียบไปถึงบางกระทรวง อย่างกระทรวงพลังงานได้ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่นี่เปึนเพียงหน่วยงานหนึ่ง ใน ๑๘ หน่วยงานของสํานักนายกรัฐมนตรี ก็ได้รับการจัดสรรมากกว่า นั่นหมายความว่า ภายใต้การกํากับดูแลของท่านนายกรัฐมนตรี หน่วยงานนี้ถือเปึนกองบัญชาการ ของรัฐบาล แต่การที่กระผมจําเปึนเหลือเกินในการที่จะต้องตัดงบประมาณดังกล่าวนั้น อยากจะเรียนว่ายังไม่มีใครพิจารณาตัดงบจากสํานักงบประมาณเลยนะครับ ใน ๑๘ หน่วยงานนั้น มีหน่วยงานสําคัญหลายหน่วยงาน มีสํานักงานปลัด สํานักนายกรัฐมนตรี สํานักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สํานักงานเลขาธิการ คณะรัฐมนตรี แล้วก็มีสํานักงานข่าวกรองแห่งชาติและอีกหลายหน่วยงาน ในจํานวนนี้ก็มี ที่เราเรียกว่า คลังสมอง เปึนหน่วยงานของการวางแผนในด้านยุทธศาสตร์และทิศทาง การพัฒนาของประเทศ นั่นคือ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ ส่วนอีกหน่วยงานหนึ่งที่กุมหัวใจของการบริหารงบประมาณก็คือ สํานักงบประมาณ ผมฟังมาตลอดวันยังไม่มีใครตัดงบของสํานักงบประมาณเลย ผมจะตัดจากงบประมาณในวันนี้ แต่ก็จะให้เหตุผล ให้เหตุผลเพราะว่าหลายครั้งหลายป้ ในการพิจารณางบประมาณในแต่ละป้นั้น ตลอดจนการทําหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทําหน้าที่ในการอนุมัติให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณในแต่ละป้ และให้ความเห็นชอบการนําภาษีของประชาชนไปใช้ ตลอดจนมีหน้าที่ในการควบคุม การบริหารราชการแผ่นดิน เราได้เห็นโครงการที่มีการทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่โปร่งใส แต่ดูประหนึ่งว่าสํานักงบประมาณก็ดีหรือว่าสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติก็ดี ไม่ได้ใส่ใจต่อการนําข้อมูลและการทําหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภาไปประกอบการพิจารณาในการจัดสรรงบประมาณ เราจึงได้เห็นแผนงาน โครงการ ซึ่งมีรอยมลทินมัวหมองก็ยังมีการจัดสรรงบประมาณ การพิจารณาในขั้นตอน ของการให้ความเห็นชอบในเรื่องของโครงการสําคัญ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทั้งเรื่อง เมกะโปรเจกท์ ก็ดี โครงการความร่วมมือระหว่างประเทศก็ดี และขณะนี้ก็ยังมีโครงการ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรเองได้มีการตั้งกระทู้ถามสด ได้มีการยื่นเรื่องต่อสํานักงาน ตรวจเงินแผ่นดิน ยื่นเรื่องไปถึง ป.ป.ช. ยื่นถอดถอนรัฐมนตรี อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ถึง ๒ – ๓ ท่าน เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่โครงการเหล่านี้หรือหน่วยงานเหล่านี้ก็ไม่ เคยมีการพิจารณาในการลงโทษ เพราะฉะนั้นจึงทําให้ประเทศของเรานั้นกลายเปึน ประเทศที่อยู่ในอันดับต่ํามากในเรื่องของธรรมาภิบาล ผมเรียนท่านประธานตรงนี้ก็จําเปึน จะต้องยกตัวอย่างให้ชัดเจนว่ามีเหตุผลกลใดในการที่จะตัดงบประมาณ

๑. ก็คือในเรื่องของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีความรับผิดชอบโดยตรง และได้มีการของบประมาณรายจ่ายประจําป้ในครั้งนี้ด้วย ความจริงกรมประชาสัมพันธ์นั้น ก็ถือว่าเปึนหน่วยงานสําคัญในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ของทางราชการ และถือเปึนสื่อของรัฐ โดยมีการตั้งของบประมาณเปึนจํานวน ๑,๔๐๐ ล้านบาท หลังจาก ที่คณะกรรมาธิการได้มีการพิจารณาเสร็จสิ้นลง แต่มีโครงการหนึ่งที่ผมจําเปึนต้องตัดทิ้ง และเห็นว่าไม่เกิดประโยชน์เลย นั่นก็คือ โครงการพัฒนาประสิทธิภาพสถานีวิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศไทยช่อง ๑๑ โดยอ้างว่าเปึนแผนการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๕๑ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายที่จะพัฒนาสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง ๑๑ ให้เปึน สถานีแห่งความเปึนกลาง โปร่งใส ฉับไวทุกสถานการณ์ โดยมีการตั้งงบในส่วนนี้ไว้ ๘๕ ล้านบาท เพื่อซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ ความจริงที่กระผมได้หยิบยกโครงการ และแผนงานส่วนหนึ่งของกรมประชาสัมพันธ์มาเรียนท่านประธานก็เพราะว่าภายใต้ การดําเนินการของช่อง ๑๑ ในปัจจุบันนั้น กล่าวได้ว่าการจัดงบดังกล่าวนั้นส่อความ ฉ้อฉล ไม่รักษาผลประโยชน์ของรัฐและภาษีของประชาชน ภายใต้การดําเนินการของ สถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ เอ็นบีทีตามสัญญาการร่วมผลิตข่าวและรายการประเภทข่าวนั้น มีสัญญาผูกพัน ๒ ป้ ตั้งแต่วันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๑ เปึนต้น ภายใต้เงื่อนไขที่รัฐเสียเปรียบพวกเราจึงได้ยื่นเรื่องต่อ สตง. เมื่อเดือนที่แล้วผมก็ต้อง ไปให้ปากคําต่อ ป.ป.ช. เกี่ยวกับเรื่องของสัญญาดังกล่าวที่เห็นว่าส่อว่ามีการกระทํา ที่ผิดกฎหมาย นั่นคือพระราชบัญญัติความผิดว่าด้วยการเสนองานต่อรัฐหรือกฎหมายฮั้ว และ ๒ ก็คือรัฐเสียประโยชน์ เนื่องจากว่าการที่ให้บริษัทเอกชนเข้ามาร่วมผลิตข่าวโดยที่ ได้เวลาในการออกอากาศ โดยเฉพาะเปึนช่วง ไพรม์ ไทม์ (Prime time) ๙ ชั่วโมงครึ่ง จาก ๑๘ ชั่วโมง เกินกึ่งหนึ่งนั้นมีพฤติกรรมของการจัดหาที่ไม่เป่ดกว้าง ป่ดกั้น และส่อว่า ๒ บริษัทที่เสนอตัวเข้ามานั้นมีความสัมพันธ์กัน แต่อย่างไรก็ตามสัญญา ซึ่งมีมูลค่า ถ้าหากว่าคํานวณตามเวลาโฆษณาและอัตราค่าโฆษณานาทีละ ๕๐,๐๐๐ – ๑๐๒,๐๐๐ บาท ตลอดระยะเวลาของสัญญานั้นเปึนเงินสูงถึง ๓,๐๐๐ ล้านบาท หรือป้ละ ๑,๕๐๐ ล้านบาท แต่สัญญานั้นจ่ายค่าตอบแทนให้รัฐ เพียง ๔๕ ล้านบาทต่อป้ ภายใต้ข้อเสนอค่าตอบแทนให้กรมประชาสัมพันธ์ ๔๕ ล้านบาท ต่อป้นั้น ได้ขอที่จะไม่ส่งหลวง และหมุนกลับไปจ่ายเปึนค่าจ้างเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ของ บริษัทนั้นเอง โดยเฉพาะผู้ประกาศข่าวนั้น ก็ได้เกินกว่ากึ่งหนึ่งของเงินค่าตอบแทน ในสัญญา มูลค่าสัญญาดังกล่าวสูงมาก แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีการทําสัญญาหนังสือ ค้ําประกันสัญญาที่เรียกว่า แบงก์ การันตี (Bank Guarantee) แต่อย่างใด กระผมเชื่อว่า บริษัทที่เข้ามา เข้ามาและทําการผลิตข่าว และรายการประเภทข่าวนั้น ซึ่งตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายนเปึนต้นมา และพอถึงวันที่ ๑ กรกฎาคมก็ได้เพิ่มเวลาอีกจํานวนมาก โดยที่ ไม่ได้มีการเป่ดประมูลหรือเป่ดการจัดหาอย่างเป่ดกว้าง ทั้งที่เรามีบริษัทผู้ผลิตรายการ เหล่านี้เปึนจํานวนมากในประเทศไทย กระผมเชื่อว่ากรมประชาสัมพันธ์ไม่ได้รักษา ประโยชน์ของรัฐและการซื้อเครื่องมืออุปกรณ์นั้นปรากฏว่าก็ซื้อไปให้บริษัทเหล่านี้ ใช้นั่นเอง เนื่องจากในสัญญาการเข้ามาร่วมผลิตข่าวนั้นหิ้วกระเปิาเข้ามาเท่านั้นเองครับ เครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ ตลอดจนรถกรมประชาสัมพันธ์ก็เช่าให้ รถเสียกรมก็ต้อง ซ่อมให้ และจะซื้ออุปกรณ์ใหม่เข้าไปเสริมให้ กระผมเห็นว่าในส่วนนี้ไม่สมเหตุสมผล ความจริงก็เห็นใจครับ บรรดาเจ้าหน้าที่ พนักงาน ลูกจ้าง หรือแม้แต่เพื่อนพ้องน้องพี่ ที่เปึนนักข่าว ผู้ประกาศข่าวเขาต้องมีอาชีพ ต้องทํามาหากิน แต่ขณะเดียวกันการทํา หน้าที่สื่อมวลชนโดยเฉพาะเปึนสื่อของรัฐนั้น ก็จะต้องมีความเปึนกลางอย่างที่ ทางกรมประชาสัมพันธ์ได้ประกาศไว้ แต่หลายครั้งหลายหนที่เกิดความเคลือบแคลงว่า ท่านไม่ได้ทําหน้าที่อย่างนั้น มิหนําซ้ํายังถูกกล่าวหาตลอดเวลาว่ากลายเปึนเครื่องมือ ทางการเมืองไป ซึ่งน่าเสียดาย เพราะว่าเงินแต่ละบาทแต่ละสตางค์ในงบประมาณ แต่ละป้ หรือว่าการจัดตั้งกรมประชาสัมพันธ์นั้นมาจากภาษีของประชาชนทั้งสิ้น ผมคงจบ เฉพาะในส่วนของกรมประชาสัมพันธ์ไว้เท่านี้ เพียงแต่ให้เห็นว่าการจัดซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ ก็เพื่อที่จะไปสนองตอบต่อบริษัทเอกชน และข้อสัญญา ในเรื่องของการร่วมผลิตข่าว แบ่งปันกันด้วยผลประโยชน์โดยค่าโฆษณา เวลาโฆษณา ๑๐ นาทีต่อชั่วโมงนั้น บริษัทเอกชนได้ ๗ นาที กรมประชาสัมพันธ์ได้ ๓ นาที เชื่อไหมครับว่าผมได้สอบถาม ท่านอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ แล้วก็ผู้อํานวยการวิทยุโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ ๓ นาที ของกรมนั้นไม่เคยได้แม้แต่สลึงเดียว โฆษณาที่มาจากรัฐวิสาหกิจ มาจากหน่วยราชการ ของรัฐแท้ ๆ กลับไปลงในซีกโควตาของบริษัทเอกชน ตรงนี้เองครับ ที่เรียนว่าเปึนเรื่องของ การเอื้อประโยชน์เกินไปทําให้รัฐเสียประโยชน์อย่างยิ่ง และจะมาของบประมาณในการที่ จะไปดําเนินการอย่างนั้นอีก ก็ขอใช้สิทธิในการตัดงบประมาณในส่วนนี้

ส่วนที่ ๒ คือ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือที่เรียกว่า สภาพัฒน์ ความจริงหน่วยงานนี้ถือว่าเปึน ธิงค์ แทงค์ (Think Tank) เปึนคลังสมอง คนเก่งมากมายครับ ได้รับความชื่นชมตลอดว่าเปึนหน่วยงานที่มีคนที่มีความรู้ความสามารถ เช่นเดียวกับ สํานักงบประมาณ ท่านว่าที่ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณก็คงจะไม่โกรธผม ที่ผมต้อง ขออนุญาตตัดงบประมาณหน่วยงานของท่านด้วย ทั้งนี้เพราะว่ามีโครงการซึ่งเหมือนกับ กรมประชาสัมพันธ์นี้ และเราได้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีการยื่นถอดถอนรัฐมนตรี โครงการนี้ก็เช่นกัน และเปึนโครงการซึ่งยืดเยื้อมาก มีการดําริของท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ท่านเปึนผู้อํานวยการสูงสุดของสํานักนายกรัฐมนตรี ในการที่จะให้มีการจัดหา รถเมล์เอ็นจีวี (NGV) ๖,๐๐๐ คัน หลังจากนั้น กระทรวงคมนาคมโดยรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมก็พยายามนําเสนอโครงการนี้ โดยที่จะต้องผ่านการพิจารณาของ สภาพัฒน์ แต่ผมเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เปึนเรื่องที่เราได้มีการอภิปราย มีการตั้งกระทู้ถามตั้งแต่เดือนมิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม และเข้ามาสู่ช่วงของการ พิจารณางบประมาณ และเมื่อวานนี้เองคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการนี้ มันมีประเด็นที่สําคัญก็คือว่า ขสมก. หรือองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ มีหนี้สะสมจาก การบริหารขาดทุนถึง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท และเมื่อป้ที่แล้ว ในรัฐบาลของ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ขสมก. ได้เสนอโครงการในการที่จะจัดซื้อหรือจัดเช่ารถเมล์จีน ขสมก. นี้ เปึนรถแอร์ ๒,๐๐๐ คัน แต่ก็ส่อความไม่โปร่งใส ส่อว่าจะทําให้รัฐเสียหายจากราคาที่ กะกันไว้ว่าจะแพงมาก ในที่สุดก็มีการทักท้วง ผมเองก็เปึนคนหนึ่งที่ทักท้วงในโครงการนี้ และท้ายที่สุดก็ยุบโครงการนี้ไป ก็หันมาพิจารณาในเรื่องการเปลี่ยนเครื่องยนต์ โดยมีการ ปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ซึ่งถูกกว่าแล้วก็สามารถที่จะใช้งานได้และประหยัดเชื้อเพลิง แต่อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเลือกตั้ง หลังจากท่านนายกรัฐมนตรีมีดําริในนโยบาย ให้จัดหารถเมล์เอ็นจีวี ๖,๐๐๐ คัน ก็มีการเดินเรื่องนี้ขึ้นมา โดยจะมีลักษณะของการเช่า ๖,๐๐๐ คัน โดยเช่า ๑๐ ป้ แล้วก็ตีตัวเลขออกมาเปึนเงินถึง ๑.๑ แสนล้านบาท มีเสียงคัดค้านมากมาย แม้แต่ใน ขสมก. เอง ในระหว่างก่อนที่จะมีการดําริ โดยท่านนายกรัฐมนตรี เขาได้ดําเนินการเป่ดการประมูลนานาชาติ ที่เรียกว่า อินเตอร์ เนชั่นแนล บิดดิ้ง (International bidding) โดยที่จะมีการใช้การปรับปรุงเครื่องยนต์ โดยบริษัทชั้นนําของโลกเข้ามากันเปึนสิบบริษัท ได้มาผ่านการทดสอบในภาคสนาม ไปปรับเปลี่ยนเครื่องเพื่อให้สามารถใช้ก๊าซธรรมชาติ คือเอ็นจีวี ผ่านการทดสอบ ภาคสนามทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว ในที่สุดก็ขึ้นทะเบียน บริษัทที่ได้ผ่านเกณฑ์การรับรอง ในเรื่องนี้ โดยจะปรับเปลี่ยน ซึ่งจะใช้ต้นทุนที่ต่ํามากไม่กี่พันล้านบาท สําหรับ การปรับเปลี่ยนรถ ขสมก. ในการมาใช้ก๊าซเอ็นจีวี แต่จู่ ๆ กลายเปึนว่าเปึนโครงการเช่า จริง ๆ ก็เหมือนซื้อแต่ว่าเปึนการเช่า ๖,๐๐๐ คัน แต่ก่อนที่จะมีการตัดสินในเรื่องนี้ ได้มีการนําเสนอคณะรัฐมนตรีหลายครั้ง แล้วก็ถอนออกมาเพราะว่ามีหลายฝ์าย ไม่เห็นด้วย จนกระทั่งให้คณะกรรมการกลั่นกรองซึ่งมีท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ดูแล เข้าไปพิจารณา ท้ายที่สุดเมื่อวานนี้ ตกลงกันเรียบร้อย ลดจาก ๖,๐๐๐ คัน เหลือ ๔,๐๐๐ คัน แต่ค่าเช่าวันละ ๕,๑๐๐ บาทเหมือนเดิม วงเงิน ๖๗,๐๐๐ ล้านบาท ในระยะ ๑๐ ป้ ผมติดตามเรื่องนี้ด้วยความห่วงใย เพราะว่าความจริงแล้วถือได้ว่าสภาพัฒน์ไม่ได้รับฟังความเห็นของผู้ประกอบการในการ ประกอบรถในประเทศไทยเลย ประเทศไทยมีศักยภาพครับ ความจริงเรื่องนี้ถ้าหากว่า ไม่เอาโครงการในการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์เอ็นจีวี ซึ่งใช้เงินเพียงไม่กี่พันล้านบาท จะมา ใช้ในวิธีการที่นําเข้าคลัตช์ ซี (Clutch C) รถพร้อมเครื่องยนต์ แล้วก็มาให้โรงงานประกอบ ตัวถังรถ เรามีศักยภาพไม่ว่าจะเปึนแถวราชบุรี แถวฉะเชิงเทรา แถวชลบุรี หรือโคราช มีศักยภาพที่จะต่อรถเหล่านี้ได้ป้ละ ๑,๕๐๐ คัน แต่ถ้าเข้ามาทั้งคันท่านทราบไหมครับว่า ถ้าเข้ามาโดยเสียภาษี ๓ ล้านกว่าบาท คณะรัฐมนตรีได้ยกเว้นภาษีไปแล้วในเรื่องนี้ ยกเว้นภาษีเหลือคันละ ๒.๑ ล้านบาทเท่านั้นเองครับ แล้วทําไมเช่ากัน ๑๘ ล้านบาท ล่ะครับ ราคาค่าเช่ารถคันหนึ่ง ๑๘ ล้านบาท ตลอดอายุสัญญา แต่ถ้าจัดซื้อ ๒.๑ ล้านบาท นี่คือตัวเลขของรองนายกรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลของท่าน ซื้อมาวิ่งได้ ๓ ป้ โละทิ้งก็ยังใช้เงินเพียงแค่ ๖ ล้านกว่าบาทเท่านั้นเอง ซากรถ ๓ ป้ ยังขายได้คันละ ไม่ต่ํากว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นผมจึงเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการได้ชี้แจงว่าทําไม ท่านไม่พิจารณาในสิ่งเหล่านี้ในงานที่หน่วยงานดูแล และปล่อยปละละเลยทั้งที่เรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ไม่ใช่เรื่องที่ใช้เงินน้อย ๆ และที่สําคัญ ส.ส. รัฐบาลผมก็เรียกร้องให้ คุณศักดา คงเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน ออกมาเป่ดโปงสิครับว่า แก็ง ออฟ โฟร์ ที่อยู่เบื้องหลังได้หัวคิวคันละ ๑ ล้าน ๔,๐๐๐ คัน ก็ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ออกมาเป่ดเผยสิครับ ท่านหยุดไปทําไมพวกเราให้กําลังใจและอยากดูเหมือนกันว่า โครงการเหล่านี้ที่มีการกินหัวคิวโดยแก๊ง ออฟ โฟร์ มีใครบ้าง บริษัทไหนบ้างและจะไป ซ้ําเติมคนกรุงเทพมหานครด้วยการหากินกับโครงการ ท้ายที่สุดก็ไปอยู่ในค่าโดยสารของ พี่น้องประชาชน ทั้งรถร้อน รถแอร์ และการสะสมของการขาดทุน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ท้ายที่สุดก็ต้องมาของบประมาณในการไปตัดนั่นล่ะครับ สํานักงบประมาณก็ต้อง พิจารณาโครงการเหล่านี้เปึนเรื่องซึ่งผมคิดว่าเราจะติดตามต่อไปละขอคําชี้แจง จากคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากด้วย รวมทั้งสภาพัฒน์ฯ สํานักงบประมาณ ถ้าชี้แจงได้ ครบถ้วนไม่ติดใจก็ไม่ตัดครับ แต่ผมจําเปึนต้องตัดตอนนี้ โดยเฉพาะสํานักงบประมาณ นะครับ ยังมีเรื่องต้องสะสางกันหลายโครงการหลังจากนี้ ก็ขอขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เฉพาะมาตรา ๕ ยังเหลืออีก ๖ ท่านนะครับ คือคุณเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ คุณชาญชัย อิสระเสนารักษ์ คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย คุณชนินทร์ รุ่งแสง คุณสมควร โอบอ้อม และ ท่านสุดท้ายคุณองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผมอยากจะขอเวลาสักท่านละ ๗ นาทีนะครับ แต่ก็ไม่เคยตัดการอภิปรายครับเปึนกรอบไว้เพื่อเราจะได้ลงมติตอนเวลา ๐๑.๑๐ นาฬิกา เชิญคุณเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์

นางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะดิฉันได้ปรับลดงบประมาณในมาตรานี้ไว้อยู่ หลายส่วนด้วยกัน แต่ด้วยเวลาเที่ยงคืนดิฉันจึงขออภิปรายในแค่ ๒ ประเด็น

ประเด็นแรกก็คือในส่วนของสํานักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ

ประเด็นที่ ๒ ก็คือในส่วนขององค์การบริหารพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยว อย่างยั่งยืน ท่านประธานคะสํานักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการนั้น หน้าที่หลัก ของเขาก็คือการไปหางานหรือการไปเชิญชวนหน่วยงานต่างประเทศ หรือบริษัทใหญ่ ๆ ในต่างประเทศให้เขาได้มาจัดสัมมนาหรือจัดประชุมในประเทศไทย ซึ่งงานนี้เปึนงานที่ ดิฉันเข้าใจว่ายากพอสมควร และเปึนงานที่มีการแข่งขันสูง เพราะเดี๋ยวนี้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เปึนที่ประจักษ์แล้วว่าเปึนนักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายสูงมาก และมากที่สุดในทุกกลุ่มของนักท่องเที่ยวด้วยกัน เพราะฉะนั้นวันนี้คู่แข่งของประเทศเรา มีมากมาย ไม่ว่าจะเปึนมาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ ฮ่องกง ซึ่งต่างก็แย่งชิงนักท่องเที่ยว กลุ่มนี้ ดิฉันก็ได้มาดูว่าในการทํางานของสํานักนี้นะคะคุ้มค่ากับงบประมาณที่ได้จัดสรร ไปหรือไม่ ดิฉันได้ไปดูแล้ว ท่านประธานคะ ส่วนใหญ่จะเปึนงบบุคลากร แล้วก็เปึนงบจัด อบรมสัมมนาเพื่อที่จะเตรียมความพร้อมของบุคลากรในการที่จะรองรับนักท่องเที่ยว กลุ่มนี้ ซึ่งตรงนี้ดิฉันก็เข้าใจนะคะ และก็ให้ความสําคัญว่าจําเปึนที่จะต้องกระทํา แต่ดิฉัน มองว่าวันนี้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานนี้ ท่านประธานคะ แม้ว่าจะมีความสามารถเพียงใด ก็ตามถ้าเขาเดินออกไปจากประเทศไทยเพื่อไปเชิญชวนหน่วยงานหรือบริษัทต่าง ๆ ในต่างประเทศให้มาจัดประชุมและสัมมนาในเมืองไทยนั้นโดยไปมือเปล่า ดิฉันมองว่า ไม่สําเร็จ เพราะฉะนั้นดิฉันถึงมองว่าสําหรับในป้หน้าการตั้งงบประมาณของหน่วยงานนี้ สิ่งหนึ่งที่จะต้องให้ความสําคัญก็คือการตั้งยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง นั่นก็คือการที่จะต้องให้มี พื้นที่ที่จะรองรับเวลาเราไปเชิญชวนให้เขามาจัดประชุมสัมมนาในบ้านเรา ให้เขามีพื้นที่ ที่จะเลือกได้หลาย ๆ แห่ง ดิฉันยกตัวอย่างเช่น อย่างในประเทศไทยเรา ท่านประธานคะ ภูมิอากาศแตกต่างกัน ภาคเหนืออากาศหนาว มีหมอก ทะเล ภูเขาไม่มีทะเลนะคะ ภาคใต้มีทะเล มีหาดทราย มีแสงแดด อะไรอย่างนี้นะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันมองว่าวันนี้ ทางสํานักงานจะต้องผลักดันให้มีความพร้อมในสถานที่ประชุมในทุกภาคของประเทศ ไม่ว่าภาคเหนือ ภาคใต้ หรือกรุงเทพมหานคร ตอนนี้กรุงเทพฯ เรามีศูนย์ประชุมใหญ่ ๆ สําหรับรองรับนักท่องเที่ยวเหล่านี้แล้ว เชียงใหม่กําลังสร้างอยู่แล้วมีโอกาสที่จะเสร็จในป้ ๒ ป้นี้ข้างหน้า วันนี้อีกแห่งหนึ่งที่ยังไม่มีคือภาคใต้ ซึ่งภาคใต้นั้นมีการสํารวจกันแล้วว่า รายได้จากนักท่องเที่ยว ๘๐ เปอร์เซ็นต์คือทางใต้ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจําเปึนที่สุด ท่านประธานคะ ที่จะต้องมีศูนย์ประชุมใหญ่ ๆ อย่างนั้นอยู่ที่ภาคใต้ โดยเฉพาะที่ภูเก็ต ซึ่งเปึนเมืองท่องเที่ยวหลัก ดิฉันมองว่าถ้ามีวัตถุดิบอย่างนี้นะคะพร้อมที่จะให้สํานัก ส่งเสริมการจัดประชุมได้ถือติดไปเวลาจะออกไปต่างประเทศเพื่อไปขายสถานที่ ที่จะให้เขามาจัดประชุมในประเทศไทยเรานั้น อย่างนี้จะทําให้ความสําเร็จเกิดขึ้นได้มาก นะคะ เพราะดิฉันมองว่าผู้ที่มาประชุมนอกจากประชุมแล้วก็คือมาท่องเที่ยวด้วย ท่านประธานคะ อีกอย่างหนึ่งที่ดิฉันอยากจะให้สํานักส่งเสริมการจัดประชุมได้ให้ ความสําคัญก็คือว่าวันนี้การบูรณาการในหน่วยงานที่ดูแลเรื่องการท่องเที่ยวจําเปึนมาก ที่จะต้องทําร่วมกัน ไม่อย่างนั้นก็จะเปึนการสิ้นเปลืองงบประมาณอย่างมาก ดิฉัน ยกตัวอย่างเช่นวันนี้หน่วยงานที่จะต้องดูแลเรื่องการท่องเที่ยว ท่านประธานคะ มีทั้ง ททท. มีทั้งสํานักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ มีทั้งการบินไทย มีทั้งองค์การพัฒนา พื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งดิฉันจะพูดในโอกาสหลังนี้นะคะ เหล่านี้มี หน้าที่ที่จะต้องไปทําการตลาดเรื่องการท่องเที่ยวทั้งสิ้น ถ้าไม่มีการบูรณาการที่ดีดิฉันเห็นว่า จะเปึนการสิ้นเปลืองงบประมาณนะคะ แล้วสิ่งหนึ่งที่เราจําเปึนจะต้องให้มีการบูรณาการ ก็คือว่าไม่อย่างนั้นตัวเลขนักท่องเที่ยวจะผิดพลาดไปมาก เพราะแต่ละหน่วยงานก็จะบอก ว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มาโดยเขา แล้วก็จะลงเปึนเรคคอร์ด (Record) ไว้ว่าของหน่วยงานนี้ เท่าไรคน แล้วก็เอามารวมกันทําให้ตัวเลขการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวของประเทศ ผิดพลาดค่ะ ก็อยากให้ท่านประธานได้ฝากถึงกรรมาธิการนะคะว่าในป้ต่อ ๆ ไปนั้นได้ให้ ความสําคัญในการจัดงบประมาณของสํานักส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการ ในประเด็นนี้ด้วยค่ะ

ส่วนประเด็นที่ ๒ ท่านประธานคะ ที่ดิฉันให้ความสําคัญและก็จะต้อง ขออภิปรายในวันนี้ก็คือองค์การบริหารพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งหน่วยงานนี้ ท่านประธานคะ หน้าที่ของเขาก็คือมีหน้าที่ต้องประสานหน่วยงานที่มี หน้าที่ในเรื่องการท่องเที่ยวทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น แล้วก็ที่สําคัญที่สุด เขาจะต้องประสานการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนที่แหล่ง ท่องเที่ยวนั้นตั้งอยู่นะค่ะ แต่ที่ดิฉันต้องพูดเพราะว่าเท่าที่ได้ติดตามดูการทํางานของ หน่วยงานนี้ท่านประธานคะ ไม่ว่าหน่วยงานนี้จะลงไปประกาศพื้นที่พิเศษที่ไหน มีปัญหา ทุกที่ ดิฉันยกตัวอย่าง เช่น พื้นที่แรกที่ทางหน่วยงานนี้ได้ประกาศที่จะลงไปช่วยดูแลแก้ไข ปัญหานั้นก็คือเกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงนะคะ และก็เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี หรือที่กําลัง จะทําที่พัทยาที่ภูเก็ต แล้วก็เคยประกาศที่จะทําที่พีพีนะคะ เรามาดูว่าเกาะช้างนั้นคือ พอเสร็จแล้วในพื้นที่ประชาชนก็มีปัญหา ที่ดิฉันพอรับทราบว่าอาจจะมีปัญหาน้อยมาก ก็คือเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเพราะว่าพี่น้องประชาชนในเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเราคงทราบกัน ว่าเปึนสัตว์นะคะ แต่ว่าพีพีพอเริ่มประกาศจะไปทําหรือไปดูแลในพื้นที่พีพีพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ก็ประท้วง พัทยาดิฉันยังไม่ทราบว่าเปึนอย่างไร แต่ภูเก็ตที่จะไปประกาศพื้นที่ ที่อ่าวภูเก็ต ดิฉันบอกได้เลยว่าวันนี้ท่านประกาศไม่ได้ เพราะพี่น้องประชาชนเขาไม่เห็น ด้วย เพราะอะไรคะท่านประธาน เพราะว่าองค์กรนี้ขาดการที่จะไปส่งเสริมให้ พี่น้องประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมอย่างมากที่สุด ซึ่งที่จริงเปึนเรื่องหลักเพราะว่า ถ้าหน่วยงานนี้ไปประกาศพื้นที่ไหนเปึนพื้นที่พิเศษแล้วไปพัฒนาอย่างไรแล้ว เมื่อเสร็จ สมบูรณ์แล้วเขาจะต้องถ้อยออกมา แล้วก็ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ดูแลต่อไป แต่อย่างของภูเก็ตดิฉันได้มีโอกาสไปสังเกตการณ์ด้วย ถ้ามีการประกาศพื้นที่อ่าวภูเก็ต ซึ่งมันจะมีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนในจังหวัดภูเก็ตมาก เพราะว่าพื้นที่ตรงนั้น พี่น้องคนภูเก็ตได้ไปใช้ในชีวิตประจําวันของเขาไม่ว่าจะออกกําลังกาย ไม่ว่าจะไปเที่ยว สนุกสนานเฮฮานะคะ แต่ว่า อปท. ไม่ได้ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่างจริงจัง เท่าที่ดิฉัน ได้สังเกตดูนะค่ะ ก็เพียงเพื่อลงไปแล้วก็จะบอกว่าผมอยากจะทํานั่นทํานี่ขอให้พี่น้องหรือ ประชาชนในจังหวัดเห็นด้วยที่จะมาทํา ซึ่งตรงนี้พี่น้องประชาชนในภูเก็ตยังไม่เห็นด้วย และก็ยังรอที่จะให้ อปท. ได้ลงไปทําความเข้าใจแล้วก็ลงไปรับฟังความคิดเห็นของ พี่น้องคนภูเก็ตว่าสิ่งที่เขาอยากได้คืออะไร ไม่ใช่ อปท. อยากได้อะไร ขอบคุณ ท่านประธานค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณชาญชัย อิสระเสนารักษ์ครับ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นครนายก 🔗

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ จังหวัดนครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยผมได้แปรญัตติ มาตรา ๕ นี้ไว้ด้วยการปรับลดงบประมาณลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับเพื่อให้เวลากระชับ ผมจะพูดทีเดียวในส่วน มาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรีทั้งหมด ๔ หน่วยงาน ประกอบด้วยสํานักนายกรัฐมนตรี สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ รวมทั้งสํานักงบประมาณ แล้วก็ถ้ามีเวลาเหลือผมจะขออนุญาตพูดต่อ ตรงคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ คือ ก.พ.ร. ผมขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับ เพื่อให้เหตุผลในการที่ปรับลดงบประมาณลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ผมยกตัวอย่างนิดหนึ่ง เรื่องผลงานของสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สํานักงานเลขาธิการนี้มีความสําคัญเปึน ศูนย์รวมการประชุม แล้วก็เปึนเรื่องของเอกสารสําคัญหลาย ๆ เรื่องจะต้องผ่านตรงนี้ ไม่ว่าหน่วยงานใด ๆ ที่จะเอางบประมาณไปใช้ แล้วมีปัญหาเกิดขึ้นมามากมาย ผมกราบเรียนเท่านี้ครับ ถ้าผมกราบเรียนไปย้อนหลังหน่อยหนึ่ง ท่านประธาน ผมกราบเรียนท่านเลยว่าไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องงบประมาณเก่ามาพูดนะครับ แต่ว่ามันเปึน เหตุทําให้จนปัจจุบันนี้ โครงการแอร์พอร์ต ลิงค์ (Airport Link) เรายังต้องใช้งบประมาณ ปัจจุบันไปใช้หนี้ตรงที่เกิดความผิดพลาดตรงนั้นอีกมากมายมหาศาล มติ ครม. วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๔๘ ก่อนเลือกตั้งวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ ผมกราบเรียนท่านประธาน ไปถึงคณะกรรมาธิการไม่ทราบว่าเรื่องนี้เปึนข่าวคราว จนกระทั่งมีการดําเนินคดีไปทางหลายส่วนในการตรวจสอบ แม้แต่สภานี้ ผมพูดถึง ๒ ครั้งนะครับ แต่ไม่เคยลงรายละเอียดอย่างครั้งนี้ เพียงแต่เพื่อจะให้กรรมาธิการได้ทราบ ว่าในส่วนนี้ท่านได้สอบถามผมเรียนกรรมาธิการก็ได้สอบถามแล้วก็จะแก้ไขปัญหานี้ อย่างไร เพราะนั่นมันเปึนปัญหาเข้าไปถึงอนาคตอีกหลายป้ข้างหน้า เรื่องของเรื่องคือ เปึนอย่างนี้ครับ หน่วยงานเลขาคณะรัฐมนตรีก่อนที่จะเอาเรื่องเข้าต้องมีเรื่องมา แต่มตินี้ไม่มีเรื่องครับ ท่านรัฐมนตรีขออนุญาตเอ่ยอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เข้าไปใน ครม. เสนอด้วยปากเปล่า อ้างมติ ครม. ย้อนหลังไปเกือบป้หนึ่ง ป้ ๒๕๔๗ แต่ไม่มี เรื่องนําเข้านะครับ ถามว่าผมพูดทําไมเอง ผมไม่อยากไปอ่านรายละเอียดในมติ ครม. ในนั้นเลขา คณะรัฐมนตรีได้ตอบมาถึงกระทรวงคมนาคม เนื่องด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้หยิบยกเอาเรื่องดังกล่าวมติเมื่อป้ ๒๕๔๗ เดือนสิงหาคม ขึ้นมาวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๗ ขึ้นมาหารือขอเปลี่ยนแปลงมติ ครม. ใหม่ เปลี่ยนอะไรครับ ไปเปลี่ยนเงื่อนไขทีโออาร์ การประกวดราคา ของโครงการที่ประกวดราคาระบบขนส่งมวลชนแอร์พอต ลิ้งค์ระหว่าง สุวรรณภูมิกับมักกะสัน เปลี่ยนตรงไหนครับ เปลี่ยนจากเดิมทีเสร็จแล้วรถไฟจ้างให้มาใคร ก็แล้วแต่ประมูลได้ จ้างแล้วเสร็จถึงจะจ่ายเงิน มาเปลี่ยนใหม่กําหนดเวลา ว่าให้เหลือ ๙๙๐ วัน แล้วก็จ่ายเงิน ถามไปเปลี่ยนอย่างนั้นเพราะอะไรครับ เนื่องจากว่า กระทรวงการคลังได้ไปออกหนังสือให้เอกชนรับรองจะจ่ายเงินให้ท่าน เกิดเรื่องนี้ ขึ้นมาได้ครับ ระบบราชการ จนกระทั่งเปึนเหตุให้ต้องมาเปลี่ยนมติ ครม. เพื่อให้เกิดความ ชัดเจน นั่นคือความต้องการของเอกชนนะครับ ไม่ใช่ความต้องการของรัฐ เพราะเรา ประกาศทีโออาร์ไปว่าต้องเปึนอย่างนี้ ทุกรายต้องปฏิบัติตาม ในขณะเดียวกับบริษัทที่ ประมูลได้คือบริษัท ชิโนทัย บีกิน กับ ซีเมนต์ ไม่สามารถมีวงเงินที่จะไปกู้เงินแบงก์ได้ จึงจําเปึนต้องมาเปลี่ยนมติ ครม. ใหม่ อันนั้นหมายถึงว่าเขาผิดแล้วนะครับ ไม่ผ่านวงเงิน ไม่ผ่านทีโออาร์แล้ว การประมูลนั้นไม่ควรจะเกิดขึ้นแล้ว แต่คณะรัฐมนตรี เลขาธิการ คณะรัฐมนตรียอมให้เรื่องนี้ผ่านเข้าไป แล้วไปผลักดันให้เกิดเคลื่อนจนกระทั่งเกิด สัญญาขึ้นมาได้ อันนั้นผิดกฎหมายฮั้วครับ ผมเรียนท่านอย่างนี้เลย อย่างนี้เกิดขึ้นมา จนกระทั่งวันนี้เราต้องไปเอางบประมาณแผ่นดิน ไปกู้เงินธนาคารเพื่อไปใช้หนี้ ธนาคารหนึ่งแต่ในขณะเดียวกันในนั้นเปึนมติที่ไปทําให้เกิดการทุจริตเกิดขึ้นด้วย เพราะว่าไปเอาเงินกู้จากธนาคารไปใช้เงินกู้ที่เคยเกิดขึ้นจากอีกธนาคารคือกรุงไทย กรุงไทยไปใช้กสิกรไทย กับอีก ๘ แบงก์ที่เปึนแกนนํา และเกิดปัญหาตามมาครับ คือเอาเงินไปใช้หนี้ทุจริตที่เขามีการกล่าวหาว่า ๑,๑๖๖ ล้านบาท ค่าธรรมเนียมธนาคาร แต่ขณะเดียวกันธนาคารออกใบเสร็จให้ได้ ๔๗๑ ล้านบาท มีการทุจริตเกิดขึ้น ๑,๑๖๖ ล้านบาท ขณะนี้เปึนคดีเปึนเรื่องเปึนราวในการตรวจสอบอยู่ ผมตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ใน ฐานะที่ตรวจสอบว่าควรจะต่อสัญญาหรือไม่ เปึนปัญหามากครับ จนกระทั่งวันนี้โครงการ ดังกล่าวเลื่อนจากกําหนดสัญญาเดิมไปถึงเกือบ ๖๐๐ วัน และยังไม่สามารถดําเนินการ ได้ ผมเชื่อว่าจะมีปัญหาตามมาอีก รถไฟปรับไม่ได้ เปลี่ยนแปลงทีโออาร์ไปเปลี่ยนแปลง เงื่อนไขจนกระทั่งรถไฟปรับบริษัทที่ประกวดราคาไม่ได้ วันละ ๑๒ ล้านบาท ๑๒ คูณ ๕ เท่ากัน ๖๐ ๗,๐๐๐ ล้านกว่าบาท เข้าไปแล้วครับ รัฐเสียเปรียบอะไรเกิดขึ้น เปึนเรื่อง การไปร่วมกันทําให้เกิดความฉ้อฉลเกิดขึ้น อันนี้ผมฝากนะครับ เปึนเรื่องที่ต้องตําหนิ สภาพัฒน์ฯ ด้วยเรื่องอย่างนี้ผ่านไม่ได้เพราะนั่งอยู่ใน ครม. เรื่องอย่างนี้ผ่านไม่ได้ สํานักงบประมาณนั่งอยู่ใน ครม. เรื่องอย่างนี้ก็ต้องผ่านไม่ได้เพราะมันไปผูกพัน งบประมาณตามหลังมาอีก ผมถึงกราบเรียนว่านี่คือเรื่องที่ไม่ทํา แต่มาเรื่องที่ทําก็คือใช้ เวลาให้เปึนประโยชน์กับทางสมาชิกอีกหลายท่าน มติ ครม. วันที่ ๑๗ มิถุนายน เพิ่งผ่านมานี้ครับ มติ ครม. นี้ ตั้งแต่เรื่องเช่ารถ ๖,๐๐๐ คัน มติ ครม. เกี่ยวกับเรื่องไปเพิ่ม ราคากลาง ไปเพิ่มกรอบวงเงินในการประมูลจัดซื้อจัดจ้างเกี่ยวกับเรื่องระบบราง ๙ สาย หลาย ๆ สีนะครับ ผมไม่ต้องอภิปรายให้ฟัง แต่ว่ามันจะเปึนเรื่องเหมือนกับที่เกิดขึ้น ในอดีตครับ ขณะเดียวกันสํานักงบประมาณได้คอมเมนท์ (Comment) เอาไว้ว่า ผมฝาก สํานักงบประมาณนะครับ เรื่องนี้ถ้าหากท่านพลาดไปผมว่าเรื่องใหญ่ หลายโครงการ ที่เพิ่มราคากรอบวงเงินไปให้ เฉพาะสายสีม่วงซึ่งประกวดราคาไปเสร็จเรียบร้อย ให้ราคากรอบวงเงินเพิ่มอีก ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท วันนี้น้ํามันลงมา ๑๐๕ เหรียญดอลลาร์ ต่อบาร์เรล ท่านคอมเมนท์ไว้นะครับว่าให้ไปพิจารณาราคาใกล้เคียงวันที่เป่ดซองประกวด ราคาด้วย เพราะฉะนั้นถ้าตรงนี้พลาดไปสํานักงบประมาณจะต้องพิจารณาแล้ว สภาพัฒน์ก็ต้องดูรายละเอียดอีกแล้วครับ ถ้าเปึนไปตามอย่างที่เขาคาดการณ์ แล้วมีฮั้วล็ อกใบเสร็จว่าบริษัทไหนได้ อันนี้เจบิก (JBIC) ต้องรับผิดชอบ ผมกราบเรียนว่า ผมทําหนังสือเจบิก และทําหนังสือไปถึงประธานเจบิกใหญ่ที่ญี่ปุ์นว่าถ้าท่านให้ปล่อย เงินกู้แล้วมีการทุจริตอย่างนี้ แล้วผมชี้ได้ว่าสัญญาที่ ๑ ต้องเปึนบริษัทอะไรได้ สัญญาที่ ๒ เปึนชื่อบริษัทอะไรได้ สัญญาที่ ๓ เปึนชื่อบริษัทอะไรได้ ผมให้ข่าวไปแล้วครับ ท่านประธานก็ลองติดตามดูก็แล้วกัน เพราะสิ่งที่ผมพูดไว้ ถ้าเปึนจริงติดข้างฝาไว้ได้เลย ว่าสัญญาที่ ๑ คือบริษัทอิตาเลียนไทย สัญญาที่ ๒ คือ ช. การช่าง สัญญาที่ ๓ ระหว่าง ชิโนทัย กับบริษัทฤทธา ซึ่งยังตกลงรายละเอียดกันยังไม่จบ เอาล่ะครับถ้าเป่ดเทคนิค มาเมื่อไร่ละก็จะจบเมื่อนั้น ผมกราบเรียนว่าสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้น แล้วมันเสียหาย กับบ้านเมือง ๓ – ๔ หน่วยงานที่ผมกราบเรียนท่าน ท่านคือด่านกําแพงสําคัญที่จะยอมให้ ฝ์ายการเมืองมาสั่งท่านแบบประเภทผิดแล้วผิดอีกอย่างนั้นไม่ได้อีกแล้ว ผมกราบเรียน ท่านว่ากรรมาธิการได้ซักถามท่านขนาดไหน ผมไม่ทราบ แต่ผมฝากสํานักงบประมาณ ในฐานะที่นั่งเปึนกรรมาธิการด้วยว่าท่านต้องช่วยดูแลตรวจสอบเรื่องนี้แทนสภา ในขณะที่ สภาไม่มีเวลาไปตรวจสอบตลอดเวลาได้ เพราะว่าเรื่องทั้งหลายจะต้องมีผ่านเข้ามา ที่สํานักงบประมาณในเรื่องการหารืออีกครั้งหนึ่ง ผมเชื่อแน่ว่าตอนจะเข้าเพื่อขออนุมัติ ตอนนี้เปึนเรื่องที่จะต้องตรวจกันแล้วละครับว่าไอเท็ม (Item) แต่ละไอเท็มคืออะไรกันแน่ แล้วในนั้นท่านให้รายละเอียดไว้เยอะพอสมควรนะครับ ขอเดิมท่านเพิ่มให้แค่ ๘ เปอร์เซ็นต์กว่า ของใหม่นี่ท่านเพิ่ม ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งผิดปกติมากครับ ผมเคยถอด รายละเอียดเรื่องนี้มาแล้วมาอภิปรายไม่ไว้วางใจกัน เราก็พูดกับรัฐมนตรีนะครับ รัฐมนตรี บอกว่าจะไปแก้ไข แต่สุดท้ายก็เอาอย่างนี้จริง ท่านผู้ว่าวันนี้ก็ไปลงสมัครเปึนผู้ว่า กทม. ก็จะทิ้งปัญหาไว้ตรงนี้จะเปึนอย่างไรเกิดขึ้น ก็เดี๋ยวจะติดตามดู ผมกราบเรียนว่าตรงนี้ ทั้งหมดทั้งหลาย ทั้งปวงนั้น ที่ผมปรับลดงบประมาณไป ๒๐ เปอร์เซ็นต์ต้องการจะหารือ กับกรรมาธิการพิจารณางบประมาณว่าได้ซักถามหรือไม่ ถ้าได้ซักถามแล้วเรื่องนี้จะไป ปรากฏผลเปึนอย่างไร และวันข้างหน้าเราจะแก้ปัญหาอย่างนี้อย่างไร แล้วผมเชื่อได้ว่า เรื่องนี้มีการทุจริตเกิดขึ้นแน่ ถ้าท่านไม่ช่วยกันดูแลอย่างนี้นะครับ ผมว่าพวกเรา ไม่สามารถที่จะไปติดตามเรื่องได้ตลอดเวลา ผมกราบเรียนท่านว่าหลายเรื่องเราพูดกัน ในสภาแห่งนี้ แต่ข้างนอก ฝ์ายบริหารไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา มีอย่างเดียวคือข้าราชการ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต้องช่วยสภาด้วยครับ ต้องขอเวลาให้ท่านไปตรึกตรอง แล้วดูรายละเอียดพวกนี้ แล้วก็จะเปึนประโยชน์กับในวันข้างหน้าที่เราจําเปึนจะต้องเชิญ ท่านมาคุยกันในกรรมาธิการแต่ละคณะ ที่อาจจะต้องเชิญท่านมาเกี่ยวพันกับเรื่อง จะเกิดการทุจริตกันแบบไหนก็แล้วแต่ ผมกล้ายืนยันกับท่านว่าเกิดเรื่องแน่ครับ ก็คง จะมีเวลาที่จะให้เพื่อนสมาชิกได้ใช้เวลาให้เปึนประโยชน์ ผมก็กราบเรียนท่านว่าทั้ง ๒ มติ นี้นะครับ คือแค่ตัวอย่างครับ ยังมีอีกหลายมติที่ผมไปอ่านดูแล้วเรื่องพิสดารมาก ๆ แล้วก็ สําคัญด้วยในหน่วยงานคือสภาพัฒน์ หลายเรื่องครับ ไม่รู้เรื่อง แต่อยากจะทํา พอเข้าไปทํา พอถามรายละเอียดต้องไปเรียกคนอื่นมาชี้แจง แต่อํานาจตัวเองจะเอา แล้วไปสั่งการเขาอย่างโน้นอย่างนี้วุ่นวายกันไปหมดครับ กลายเปึนสิ่งที่จะเปึนอะไร ก็ไม่ทราบ ในระบบราชการ จนกระทั่งโครงสร้างของ ก.พ.ร. ผมว่าวันนี้ผิดครับ ระบบ ไม่สามารถปัองกันแก้ไขอะไรได้เลย กลับเปึนการแก่งแย่ง แล้วก็สร้างความปวดเศียร เวียนเกล้า ผมว่าสํานักงบประมาณท่านต้องปวดเศียรเวียนเกล้ามากพอสมควร สิ่งเหล่านี้ ผมอยากจะให้ท่านประธานถึงกรรมาธิการและส่วนที่เกี่ยวข้องได้รีบแก้ไขด้วยครับ มันเปึนปัญหาเรื้อรังต่อไปไม่ได้แล้ว บ้านเมืองอยู่ในขณะนี้มันไม่จะล่มจมนะครับ มันไม่ใช่ ใกล้ล่มจมแล้ว มันถึงขั้นล่มจมไปแล้ว จนกระทั่งเห็นภาพชัดเจนแล้วว่าเราใช้งบประมาณ กันแบบไหน ทุกเรื่อง ทุกโครงการขณะนี้เงินทั้งหมดที่ผมกราบเรียนท่านเปึนเงินกู้ทั้งหลาย ไม่ผ่านตัวเลขในหนังสือเลย แล้วมีการทุจริตกันมากมาย แล้วก็เดี๋ยวนี้พัฒนาไปไกลมาก ไม่ได้เอา ๑๐๐ - ๒๐๐ ล้านบาทแล้วครับ เปึนพันล้านบาทครับ แล้วจะเกิดขึ้น สายบางซื่อ – รังสิต ผมไม่อยากเรียกสีนะครับ ผมมึนหัวไปด้วยกับสีทั้งหลาย ตรงนั้นบวก ไปเยอะมากครับ ผมฝากด้วยนะครับว่าท่านกรรมาธิการ ถ้าหากว่าทางสํานักงบประมาณ ในการที่ท่านได้ดูแลในเรื่องนี้ต้องฝากว่าขอให้ท่านดูรายละเอียดเรื่องนี้ให้ดีครับ พวกผม มีรายละเอียดพอสมควร แล้วเราจะได้พูดจากันวันหลังอีกทีหนึ่งครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทน ราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญ คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ซึ่งถูกประกาศพระราชกําหนดสถานการณ์ฉุกเฉินเปึนวันที่ ๓ นะครับ ผมเชื่อว่ารัฐบาลน่าจะยกเลิกพระราชกําหนดนี้โดยเร็ว เพราะว่าประชาชนคิดอย่างนั้น ผมขออนุญาตที่จะต้องอภิปรายเรื่องของมาตรา ๕ เรื่องของสํานักนายกรัฐมนตรีด้วย ระยะเวลาสั้น ๆ ท่านให้ผม ๗ นาที ผมขอ ๓ นาทีเท่าที่กรมประชาสัมพันธ์เคยได้ ก็แล้วกัน ผมขออนุญาตตั้งเวลาใหม่เปึน ๓ นาทีได้เลยครับ สํานักนายกรัฐมนตรี หน่วยงาน ๓ หน่วยงานแรกที่ผมต้องขอฝากไว้ สํานักข่าวกรองแห่งชาติ สํานักงาน สภาความมั่นคงแห่งชาติ กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ๓ หน่วยงานนี้พิสูจน์ความสามารถของท่านในเหตุการณ์ ๒ – ๓ วันที่ผ่านมาแล้วว่า ท่านจะต้องปรับปรุงพัฒนาประสิทธิภาพของหน่วยงานของท่านขนาดไหน นอกจากนั้น เรื่องของกรมประชาสัมพันธ์ ผมฝากกับกรมประชาสัมพันธ์ ๒ - ๓ ข้อเท่านั้นเองนะครับ

ข้อที่ ๑ กรมประชาสัมพันธ์ต้องถามตัวเองว่าเปึนหน่วยงานของรัฐ รัฐ หมายถึง รัฐบาล หรือ หมายถึง ประชาชน ผมเชื่อว่าคนของกรมประชาสัมพันธ์จะตอบ ว่าเปึนของประชาชน

ข้อที่ ๒ เงินที่กรมประชาสัมพันธ์จะได้รับนั้นเปึนเงินของรัฐบาลหรือของ ประชาชน ผมเชื่อว่ากรมประชาสัมพันธ์จะตอบว่าเงินนั้นเปึนของประชาชน

ข้อที่ ๓ เมื่อท่านจะเสนอข่าว ท่านจะเสนอข่าวให้กับใคร รัฐบาล หรือประชาชน ถ้าท่านตอบไม่ได้ก็กลับไปดู ข้อที่ ๑ และข้อที่ ๒ ใหม่อีกครั้งหนึ่ง ในเรื่อง ของงบประมาณท่านประธานครับ ผมได้ขอแปรญัตติเอาไว้ สงวนความเห็นไว้ในหน้า ๔๖ โดยได้เสนอความเห็นใน ๓ – ๔ ประเด็นด้วยกัน ผมขออนุญาตไปทีละประเด็น กิจกรรม ซึ่งบอกว่าเปึนที่ปรึกษาดําเนินการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อในรูปต่าง ๆ นั้น มีงบประมาณ ๑,๓๘๐ กว่าล้านบาท ข้อนี้ผมฝากคําถามว่าถ้าท่านจะเปึนที่ปรึกษาในการประชาสัมพันธ์ แล้ว ทําไมหน่วยงานของรัฐจึงต้องตั้งค่าใช้จ่ายในกรมต่าง ๆ ไปซื้อการจัดทํารายการกับ กรมประชาสัมพันธ์อีก ผมขอให้ท่านกรุณาตัดตรงนี้ทิ้งไปให้ได้ ประเด็นที่ ๒ และ ๓ เปึนเรื่องของห้องส่งขนาดเล็กในการผลิตรายการของ สทท. พิษณุโลก และ สทท. นครศรีธรรมราช ประเด็นนี้มาอธิบายกันในกรรมาธิการแล้ว ผมไม่ติดใจผมคืนให้ครับ ประเด็นต่อไปประสิทธิภาพของสถานีวิทยุโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ ๘๕ ล้านบาท ผมยังต้องถาม อยู่ดีว่า ๘๕ ล้านบาทนี้ บริษัท ดิจิตอล มีเดีย โฮลดิ้ง ได้ไปหรือไม่ ได้ใช้หรือไม่ครับ

แล้วอีกประเด็นหนึ่งก็คือการจัดตั้งสํานักข่าวแห่งชาติของรัฐบาล ๕๐ ล้านบาท มีหน่วยงานนั้นเอามาอธิบายว่าสํานักข่าวแห่งชาติ คือการทํารายการภาษาอังกฤษ ผมคิดว่ารายการภาษาอังกฤษท่านสามารถทําได้โดยไม่ต้องตั้งสํานักงานใหม่ ท่านมี โทรทัศน์อาเซียนอยู่แล้ว ขอให้ท่านลองไปดูว่าทําอย่างไรให้ประหยัดและมีประสิทธิภาพ มากที่สุด

ประเด็นสุดท้ายที่ผมขอฝากเอาไว้สําหรับทางกรมประชาสัมพันธ์ ก็คือ เราได้เรียกร้องกันมานานว่าท่านจะต้องทํารายการให้เปึนกลาง เปึนธรรม ท่านมีรายการ นายกรัฐมนตรีพูดกับประชาชน ท่านต้องมีรายการผู้นําฝ์ายค้านพูดกับประชาชนด้วย ไม่ว่ากรมประชาสัมพันธ์นั้นจะอยู่ภายใต้รัฐบาลใดก็ตาม ถ้าท่านมีรายการให้นายกรัฐมนตรีได้ ท่านต้องมีรายการให้กับผู้นําฝ์ายค้านได้ ผมขอฝากให้ท่านได้ทบทวนสัญญาต่าง ๆ ที่ทํากับบริษัทเอกชนด้วยว่าถ้าไม่จําเปึนแล้วท่านจะยกเลิกได้หรือไม่ รัฐบาลทําเองได้ คนของกรมประชาสัมพันธ์มีความสามารถมากพอที่จะเปึนมืออาชีพได้ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญ คุณชนินทร์ รุ่งแสง ครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องที่จะพูดก็คงจะเปึนเรื่องที่สําคัญและก็คงเปึนเรื่องที่ ไม่ซ้ํากับประเด็นที่ยังไม่มีผู้ใดที่ได้พูดถึง ก็คงจะใช้เวลาที่มีอยู่อย่างจํากัดให้คุ้มค่าที่สุด ผมเองเปึนผู้หนึ่งที่ได้แปรญัตติเพื่อที่จะปรับลดงบประมาณของสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งจริง ๆ แล้วเจตนาก็คงจะไม่ได้ต้องการที่จะปรับลดในทุกส่วน ในทุกองค์กรของที่ขึ้นอยู่ กับสํานักนายกรัฐมนตรี เพียงแต่เห็นว่างบประมาณที่ใช้เพิ่มเติมยังไม่เหมาะสม ยังไม่มี การเพิ่มในส่วนที่ควรจะเพิ่ม แต่ว่าไปเพิ่มในส่วนที่ไม่ควรจะเพิ่ม องค์กรที่ผมจะพูดถึงก็คือ เรื่องของสํานักงานคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งต้องกราบเรียนจริง ๆ ว่างบประมาณที่ได้จัดสรร ลงไปถึงแม้จะมีการเพิ่มเติมเล็กน้อยจากกรรมาธิการเบ็ดเสร็จรวมยอดแล้วก็คือประมาณ ๑๘๖ ล้านบาท ซึ่งต้องกราบเรียนว่า คําว่า ผู้บริโภคในประเทศไทย แน่นอนที่สุดผมคิดว่า ประชาชนทุกคนก็คือผู้บริโภค ๖๐ กว่าล้านคน กับงบประมาณ ๑๘๖ ล้านบาท เทียบแล้ว รัฐบาลใช้งบประมาณไม่ถึง ๓ บาทต่อคน ในการที่จะดูแลเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจําวันของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นผมเองไม่สบายใจ และในฐานะที่ผมเองอยู่ในคณะกรรมาธิการคุ้มครอง ผู้บริโภค ซึ่งเห็นเรื่องของปัญหาต่าง ๆ ของหน่วยงาน ของประชาชนที่มาร้องเรียน ผ่านคณะกรรมาธิการ ซึ่งการร้องเรียนต่าง ๆ นั้นย่อมสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องของปัญหา และข้อบกพร่องของสํานักงานคุ้มครองผู้บริโภค ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของสถิติที่ได้ยินจากการ มารายงานของสํานักงานคุ้มครองผู้บริโภคเองก็ตาม น่าตกใจครับท่านประธานครับ ในช่วงป้ที่ผ่านมามีมาร้องเรียนทั้งสิ้นนี้ ๔,๐๐๐ กว่าราย ซึ่งถามว่ามันเปึนจํานวนที่น้อย แล้วเราสบายใจหรือเปล่า ต้องเรียนว่ามันไม่ใช่ เพราะว่าปัญหาจริงๆ แล้วนี้ผู้บริโภคนั้น ไม่สามารถที่จะสามารถเข้าถึงในเรื่องของกระบวนการร้องเรียน เข้าถึงในการที่จะ เรียกร้องสิทธิต่าง ๆ ของผู้บริโภคได้ เพราะฉะนั้นเปึนสิ่งหนึ่งที่รัฐบาลที่กํากับดูแลเรื่องของ การคุ้มครองผู้บริโภคนั้นจะต้องตระหนักถึงและเอาใจใส่ในการเข้าถึงเรื่องของสื่อต่าง ๆ ในการที่จะเรียกร้องสิทธิในฐานะผู้บริโภค ปัญหาใหญ่ ๆ ที่เข้าสู่คณะกรรมาธิการมีอยู่ หลายเรื่อง จริง ๆ แล้วก็ต้องฝากท่านประธานไปถามท่านกรรมาธิการด้วยว่า ได้มีการสอบถามหน่วยงานก็คือสํานักงานคุ้มครองผู้บริโภคหรือเปล่า ในฐานะที่มาขอ งบประมาณไปใช้นี้ ว่าได้ดําเนินการแก้ไขอย่างไร ปัจจุบันนี้ปัญหาใหญ่ประการหนึ่งก็คือ เรื่องของการที่จะให้ผู้คนนั้นหันมาใช้พลังงานทางเลือก ก็คือใช้ก๊าซเอ็นจีวี ต้องเรียนว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เสมือนสํานักงานคุ้มครองผู้บริโภคนั้นไม่ได้แสดงบทบาทที่แท้จริง แล้วปัจจุบันนี้ก็เกิดปัญหากับผู้ที่ใช้รถแล้วปรับเปลี่ยนมาใช้ถังก๊าซเอ็นจีวี ซึ่งต้องเรียนว่า ผู้คนส่วนใหญ่ถ้าหากได้รู้ข้อมูลมาก่อน หน่วยงานราชการเอาใจใส่ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง แล้วนี้ ผมคิดว่าหลาย ๆ คนคงจะเปลี่ยนใจ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของพลังงานที่ถ้าหาก เปลี่ยนมาใช้ก๊าซเอ็นจีวี แล้วนี้จะมีพลังงานที่สูญเสียไป หรือว่าขณะนี้ความไม่พร้อมของ หน่วยงานของรัฐในการให้บริการตามสถานีบริการต่าง ๆ นั้นเทียบแล้วค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่สูญเสียไปกับการประหยัดพลังงาน ค่าเชื้อเพลิงประมาณครึ่งหนึ่ง ของที่ได้เสียไปแล้วนี้ สุดท้ายแล้วประชาชน จริง ๆ แล้วอาจจะไม่ได้คุ้มค่ากับถึงแก๊สที่เปลี่ยนไปด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าหาก สคบ. ได้ทํางานเชิงรุกจริง ๆ นี่ประชาชนก็จะไม่ตกเปึนเหยื่อ ต้องเรียกว่าไม่ตกเปึนเหยื่อเพราะว่าขาดความรู้ความเข้าใจหรือข้อมูล ขณะนี้ สคบ. ทําตัวเหมือนกับเปึนผู้ที่รอรับเรื่องร้องเรียนอย่างเดียว คือเมื่อเกิดเหตุแล้ว ก็เหมือนกับ คนตายแล้วก็เอาพวงหรีดไปวาง ซึ่งไม่มีประโยชน์ สคบ. ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการ ในการทํางานเชิงรุกให้มากกว่านี้ ในการข้อมูลผู้บริโภคไปถึงเวลาแก้ไขปัญหาให้ผู้บริโภค มีอีกหลาย ๆ เรื่องที่ร้องเรียนเข้ามาในคณะกรรมาธิการและสะท้อนให้เห็นถึงการทํางาน ของ สคบ. ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของลูกหนี้ขณะนี้ลูกหนี้ถือว่าเปึนผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ที่ยังมีการ ดูแลเอาใจใส่จากภาครัฐเท่าที่ควร แล้ว สคบ. ถือว่าเปึนหน่วยงานที่สําคัญที่จะต้อง มาดูแลเรื่องนี้ คณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคได้พิจารณาเรื่องนี้แล้วมีมติว่าเรื่องของ กฎหมายที่สําคัญ ก็คือเรื่องของกฎหมายลูกหนี้ที่จะต้องไปคุ้มครองเรื่องของการทวงหนี้ อย่างเปึนธรรมนั้น ควรจะต้องเกิดขึ้น แล้วในที่สุดผลจากการพิจารณาพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้เสนอเรื่องของกฎหมายคุ้มครองลูกหนี้โดยการเสนอกฎหมายอย่างเปึนธรรม เข้าสู่สภา ซึ่งจริง ๆ แล้วการเสนอกฎหมาย การปรับเปลี่ยนกฎหมายเพื่อให้เกิดความ เปึนธรรมกับผู้บริโภคนั้น หน้าที่หรือว่าหน่วยงานที่จะต้องตระหนักตรงนี้ก็ควรจะเปึน สคบ. แต่ว่าเราไม่เห็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้ทํางานเชิงรุก ทํางานก็คือรับเรื่อง ร้องเรียนแล้วไปแก้ไขปัญหาไปวัน ๆ หนึ่ง สคบ. จําเปึนจะต้องพิจารณาตัวเอง จําเปึน จะต้องทบทวนในเรื่องของบทบาท ผมเองไม่อยากจะไปโทษเรื่องของหน่วยงานเสียทีเดียว มันเปึนเรื่องของผู้ที่เขากํากับดูแลรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ผมเข้าใจว่าดูแลเรื่องของกฎหมาย ของรัฐบาลก็อาจจะไปเอาใจใส่ในเรื่องของกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพวกพ้องหรือ ผู้มีพระคุณมากเกินไป ไม่ว่าจะเปึนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องเรียนว่างานอีกงานหนึ่ง สคบ. ท่านดูแลนี้ท่านจะต้องมาเอาใจใส่ให้มากกว่านี้ ไม่ว่าจะดูเรื่องของบุคลากร ซึ่งจริง ๆ แล้วผู้บริโภคของประเทศนี้มีบุคลากรใน สคบ. ดูแลกันเพียงแค่ ๘๐ คน ผมคิดว่ายังไม่พอ ในส่วนของต่างจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดได้แต่งตั้งเปึนคณะกรรมการประจําจังหวัด แต่ต้องเรียนว่าจากข้อมูลมีการประชุมกันไม่สม่ําเสมอ บางจังหวัดมีการประชุมกัน ๓ เดือนครั้ง เพราะฉะนั้นตรงนี้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจําเปึนจะต้องไปขันน็อต จําเปึนจะต้อง ไปกวดขันให้มากยิ่งขึ้น ต้องเรียนย้ําอีกทีว่าเรื่องของผู้บริโภคนั้นเปึนคนกลุ่มใหญ่ รัฐบาลจําเปึนจะต้องให้การสนับสนุนส่งเสริมนะครับ ต้องย้ําอีกทีว่าผมเองได้แปรญัตติ เพื่อปรับลดตรงนี้ไม่ใช่ปรับลดของ สคบ. แต่ว่าปรับลดในหน่วยงานอื่น ๆ ในสังกัดของ สํานักนายกเพื่อที่จะมาสนับสนุนส่งเสริมในงานของ สคบ. ให้ดูแลรับผิดชอบประชาชนที่ เปึนผู้บริโภคส่วนใหญ่กลุ่มใหญ่ของประเทศต่อไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ รักษาเวลา ได้ดีมาก ต่อไปคุณสมควร โอบอ้อม ครับ

นายสมควร โอบอ้อม นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม สมควร โอบอ้อม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ มาตรา ๕ งบประมาณรายจ่ายของสํานักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานในกํากับ ท่านประธานครับ ๒๕,๗๐๐ ล้านบาทกว่านั่นคืองบที่ตั้งไว้ แล้วท่านกรรมาธิการก็ได้มาปรับเหลือ ๒๕,๕๐๐ ล้านบาทกว่า ๆ ผมคิดว่าสําหรับผมเอง ตั้งไว้แล้วคือที่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ทุกกระทรวงนะครับ ฉะนั้นท่านประธานครับ ผมก็จะใช้ เวลาที่มีอยู่นี้ก็จะใช้เวลาให้น้อยที่สุด ผมขอพูดสัก ๒ – ๓ หน่วยงานครับ ก็ขอพูดเกี่ยวกับ กรมประชาสัมพันธ์ งบประมาณของกรมประชาสัมพันธ์ที่กรรมาธิการท่านได้ตัดไว้ก็คือ ๑,๔๘๖ ล้านกว่าบาท จากเดิม ๑,๕๑๕ ล้านบาทกว่า ๆ ถ้า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จะได้สัก ๑๕๐ กว่าล้านบาท ถ้า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นผมคิดว่ากรมประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่อง ๑๑ เดิม เมื่อสักครู่นี้ผมได้ฟังท่านสมาชิกได้พูด ผมก็เข้าใจ ไม่ต่างกันเท่าไร ผมคิดว่าคําว่า เปึนกลางจากสื่อ ที่ใช้งบประมาณของแผ่นดินก็คือ เงินที่เปึนภาษี งบประมาณจากแผ่นดินก็เงินจากคนทุกคนบนแผ่นดินที่ได้เสียภาษีกัน เข้ามา ฉะนั้นผมคิดว่าสําคัญที่สุด สื่อของรัฐที่ใช้เงินจากแผ่นดินต้องทําหน้าที่ ให้ตรงไปตรงมา คําว่า เปึนกลาง เท่าที่ผมได้เห็นก็ยังไม่เห็นคําว่า เปึนกลางของสื่อ เพราะว่าถ้าเปึนกลางจริง ๆ นั้น ผมคิดว่าอย่างที่สมาชิกก็ได้อภิปรายไปแล้ว ๑ ชั่วโมง ถ้ารัฐบาล ๑ ชั่วโมง ก็ให้ฝ์ายค้านสัก ๑ ชั่วโมง นั่นเปึนกลาง แต่ว่าที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ แล้วก็ยังไม่เปึนอย่างนั้น แถมเท่าที่ผมเองได้เห็นด้วยตาก็ยังใช้คําว่าสื่อไม่ตรงกับ ความเปึนจริงอีก นั่นก็เปึนประเด็นที่สําคัญมาก ฉะนั้นผมขอใช้คําว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ที่จริงแล้วยังน้อยไป แต่ผมเสนอตัดไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เพียงเท่านั้น ผมคิดว่าสื่อของรัฐ ที่เสนอข่าวออกไปที่มันไม่ตรงกับความเปึนจริงนั้นทําให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง ที่สุด ที่ผมได้เห็นแล้วผมเข้าใจอย่างนั้นจริง ๆ นั่นคือช่อง ๑๑ แล้วขอมาดูตรงสํานักงาน เลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง (๑) แผนงานสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ของคนในชาติและฟุ๋นฟูประชาธิปไตย ก็ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่มีข้อความ เดียวกันที่ผมได้เป่ดดู ท่านประธานที่เคารพครับ คําว่า ประชาธิปไตย ผมเองต้องเรียนกับ ท่านประธานว่าเมื่อก่อนนั้นผมก็ไม่ค่อยคุ้นเคย ไม่ค่อยรู้จักสักเท่าไร แล้วก็ไม่ค่อยเห็น ความสําคัญของการไปใช้สิทธิเลือกตั้งในทุกระดับด้วยซ้ําไป ก่อน ๆ นั้นผมไม่เห็น ความสําคัญ ก่อน ๆ นั้นผมก็คิดอยู่เหมือนกันว่าใครเปึนผู้แทนก็คงเหมือนกัน นั่นคือความคิดและความเข้าใจของผม จนกระทั่งมาถึงวันนี้ครับผมก็จึงได้เข้าใจและก็มั่นใจว่าใครเปึนผู้แทน นั้นก็คิดว่า ก็ไม่ต่างกันเท่าไร แต่สําคัญที่สุดครับถ้าเรามีรัฐบาลอย่างไร ประเทศของเราก็จะเปึน อย่างนั้น ฉะนั้นการฟุ๋นฟูประชาธิปไตยในหน่วยงานต่าง ๆ ผมคิดว่าไม่เปึนไปตามเอกสาร ที่เขียนว่ามีการฟุ๋นฟูประชาธิปไตย เพราะผมว่าประชาธิปไตยของเราถอยหลังด้วยซ้ําไป ฉะนั้นคําว่า ประชาธิปไตย ตามความเข้าใจของผมท่านประธานที่เคารพครับ ผมว่าไม่ใช่ เปึนการเลือกตั้งและก็ได้เปึนผู้แทนราษฎรอย่างเดียวนั่นคือความเข้าใจของผม สําคัญที่สุดของคําว่า ประชาธิปไตย ผมอยากเห็นคนไปใช้สิทธิมีอิสระ ผมอยากเห็นครับ เพราะอยากเห็นการจัดการว่าต้องอย่างนั้นอย่างนี้ต้องทําตามการจัดการ ผมไม่อยากเห็น อย่างนั้น และก็ไม่อยากให้เปึนอย่างนั้น แต่ที่ผมได้ยินแล้วก็ค่อนข้างจะไม่ค่อยมีครับ ในการที่คนไปใช้สิทธิแล้วมีอิสระผมกล้าพูดอย่างนี้ครับว่าไม่มี หายากจริง ๆ ฉะนั้น ผมจึงขอใช้คําว่าในมาตรา ๕ ก็ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็ขอตัดไว้นะครับตามที่ผมเองนั้น ได้ขอแปรญัตติไว้ สําหรับสํานักงานเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีเมื่อสักครู่นี้ก็ท่านรัฐมนตรี ก็มาชี้แจง ฉะนั้นประเด็นนี้ผมก็คงจะขออนุญาตว่าไม่อภิปรายก็แล้วกัน จะได้ใช้เวลา เพียงเท่านี้ ก็ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป เชิญคุณองอาจ คล้ามไพบูลย์ ครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากกรุงเทพมหานคร เขต ๑๒ ท่านประธานครับ ปกติผมไม่ค่อยลุกขึ้น อภิปรายเรื่องราวต่าง ๆ ในสภานี้บ่อยครั้งนัก แต่หลายครั้งที่อภิปรายนั้นล้วนแล้วแต่เปึน เรื่องที่มีความสําคัญและก็เปึนประโยชน์และก็ทําหน้าที่ในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ก่อนเข้ามาในห้องประชุมนี้เกือบทั้งวันสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านบอกว่า ให้รีบทําหน้าที่ในการพิจารณางบประมาณ ใครที่ยังไม่เคยอภิปรายในสภาเลย ขอให้รีบ เข้ามาอภิปรายครั้งนี้ เพราะการอภิปรายครั้งนี้อาจจะเปึนการอภิปรายครั้งสุดท้าย ในการ พิจารณางบประมาณครั้งนี้ เพราะการยุบสภาอาจจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ อาจจะเกิดขึ้น ในวันพรุ่งนี้ตอน ๗ โมงเช้า ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีนัดหมายกับสื่อมวลชนที่จะแถลงข่าว ประมาณ ๗ โมงเช้า หรือ ๗ โมง ๓๐ นาที แต่ท่านประธานครับผมไม่ได้มาอภิปรายครั้งนี้ เพราะจะต้องเปึนการอภิปรายครั้งสุดท้ายก่อนที่จะไม่มีสภานี้ให้อภิปรายในสมัยนี้ ใน ส.ส. ชุดนี้ ในรัฐบาลชุดนี้ แต่ผมอภิปรายเพราะว่าสํานักนายกรัฐมนตรีซึ่งมีการปรับลด งบประมาณลงไปจํานวนหนึ่งนั้น เปึนหน่วยงานเล็ก ๆ ที่มีความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง เปึนหน่วยงานเล็ก ๆ ที่มีความสําคัญถึงขนาดส่งผลกระทบถึงความเปลี่ยนแปลง ในบ้านเมืองนี้ เปลี่ยนแปลงความคิดความอ่านของผู้คนในสังคมไทยได้พอสมควร เพราะในสํานักนายกรัฐมนตรีมีหน่วยงานที่ชื่อว่ากรมประชาสัมพันธ์ มีภาระหน้าที่ทํางาน เปึนสื่อของรัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ คําว่า สื่อของรัฐ นั้นแน่นอนที่สุดครับแตกต่าง จากสื่อเอกชนทั่วไป สื่อเอกชนทั่วไปไม่ว่าจะเปึนสื่อชนิดใดก็ตามเขาทําดีไม่ดีอย่างไร ประชาชนจะเปึนคนพิจารณาว่าจะสนับสนุนติดตามข้อมูลข่าวสารจากสื่อนั้น ๆ หรือไม่ อย่างไร แต่สื่อของรัฐนั้นมีภาระหน้าที่ มีวิสัยทัศน์ มีพันธกิจชัดเจนที่จะต้องกระทําในฐานะ ที่เปึนสื่อของรัฐ ในฐานะที่เปึนกรมประชาสัมพันธ์ ท่านประธานครับหลายท่านลุกขึ้นมา อภิปรายตําหนิติเตียน เจ้าหน้าที่ข้าราชการในกรมประชาสัมพันธ์หลายคนจํานวนมากว่า ปฏิบัติหน้าที่เสมือนหนึ่งเปึนทาสรับใช้นักการเมือง เสมือนหนึ่งทําตัวเปึนทาสน้ําเงินบ้าง เปึนอะไรต่าง ๆ นานาบ้าง ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่ตําหนิข้าราชการเหล่านั้นครับ ข้าราชการนั้นแน่นอน ที่สุดเขาอยากทําในสิ่งที่ดีที่สุด เหมาะสมที่สุด แต่เพราะมีนักการเมืองบางคนบางส่วน ที่พยายามใช้อํานาจหน้าที่ของตนเองนั้นเข้าไป ทําให้ข้าราชการบางส่วนต้องประพฤติ ปฏิบัติในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม อะไรบ้างครับท่านประธานที่ผมอยากจะกราบเรียน ในระยะเวลาอันค่อนข้างจํากัดนี้ ผมอยากจะชี้ให้ท่านประธานเห็นพฤติกรรม ของกรมประชาสัมพันธ์ที่กํากับดูแลทั้งวิทยุโทรทัศน์ และวิทยุ วิสัยทัศน์ของ กรมประชาสัมพันธ์บอกว่าเปึนองค์กรหลักด้านการประชาสัมพันธ์และสื่อสารมวลชน แห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เกิดความรู้ความเข้าใจ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาประเทศเพื่อความเข้มแข็งของสังคมไทย ท่านประธานตามผมไปดูครับว่าพฤติกรรมของกรมประชาสัมพันธ์เปึนเหมือนวิสัยทัศน์ ที่ได้ประกาศไว้นี้หรือไม่ พันธกิจของกรมประชาสัมพันธ์ครับ ดําเนินการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสรับรู้ เกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถใช้ข้อมูลข่าวสารของรัฐ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ข้อ ๒ ให้คําปรึกษา เสนอแนะนโยบาย ประสาน สนับสนุนการดําเนินงานประชาสัมพันธ์ภาครัฐอย่างเปึน ระบบครบวงจรทั้งในประเทศและต่างประเทศ ท่านประธานครับ ข้อ ๒ นี้ บอกให้คําปรึกษา เสนอแนะนโยบาย ประสานและสนับสนุนการดําเนินงาน การประชาสัมพันธ์ภาครัฐ แต่ผมเห็นว่าพันธกิจของกรมประชาสัมพันธ์ในข้อนี้ตรงกันข้าม หลายครั้งเราพบว่ากรมประชาสัมพันธ์รับคําปรึกษาหรือคําสั่งที่มิชอบมากกว่าจะเปึน ผู้ให้คําปรึกษาเสนอแนะนโยบาย ประสานหรือสนับสนุนการดําเนินงานประชาสัมพันธ์ ของรัฐเปึนพันธกิจที่ตรงกันข้ามกับที่ประกาศไว้เลยครับ และพันธกิจที่ตรงกันข้ามเหล่านี้ ครับท่านประธานที่เคารพ เกิดอะไรขึ้นบ้างครับ การไม่ทําตามพันธกิจนี้ก็ชี้ให้เห็นว่า กรมประชาสัมพันธ์นั้นทําในสิ่งที่ไม่ควรทําอยู่ ๓ – ๔ ด้านด้วยกัน ด้านที่ ๑ สนองคําสั่ง ที่มิชอบ เดี๋ยวผมจะชี้ให้เห็นว่าสนองคําสั่งที่มิชอบนั้นมีผลอะไร ด้านที่ ๒ มอบภาพลบ ให้ฝ์ายตรงข้ามกับรัฐบาลเปึนเนืองนิตย์ ข้อที่ ๓ เอาเปรียบคู่แข่งขันทางการเมือง ข้อที่ ๔ ความไม่เท่าเทียมในการใช้สื่อของรัฐ ข้อที่ ๔ นี้ผมไม่พูดซ้ําหลายท่านได้พูดไปแล้ว ท่านนายกมีรายการสนทนาประสาสมัคร ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ทําหนังสือขอเวลาเช่นเดียวกับที่ท่านนายกรัฐมนตรีมี ถึงวันนี้กรมประชาสัมพันธ์ยังไม่มี คําตอบ นี่อย่างไรครับคือความไม่เท่าเทียมกันในการใช้สื่อของรัฐ ย้อนไปข้อที่ ๓ เอาเปรียบ คู่แข่งขันทางการเมือง รับสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไม่ทันข้าม ๒ – ๓ วัน ยังไม่ทันจบเลยสมัครกันไปถึงวันที่ ๕ สื่อของรัฐที่เรียกว่ากรมประชาสัมพันธ์เสนอสกู๊ป (Scoop) ข่าวผู้สมัครผู้ว่ากทม. ของพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน บิดเบือน ก่อให้เกิดความรู้สึกด้านลบต่อผู้สมัคร ถ้าคนที่ทํางานที่นั่นจะบอกว่าสิ่งที่เสนอข่าว เปึนการเสนออย่างถูกต้องตรงไปตรงมา ขอความกรุณาท่านมายืนยันกับผมว่าคําพูด ที่ท่านพูด ข้อมูลที่ท่านนําเสนอนั้นเปึนการเสนอด้านลบต่อผู้สมัครหรือไม่ ตรงนี้ล่ะครับ ที่เปึนเรื่องที่ผมเห็นว่าเปึนการเอาเปรียบคู่แข่งขันทางการเมือง ข้อที่ ๒ มอบภาพลบ ให้ฝ์ายตรงข้ามรัฐบาลอยู่เปึนเนืองนิตย์ เรื่องนี้ไม่ต้องอธิบายครับ ใครติดตามรายการ บางรายการในช่องทีวีที่อยู่ในความดูแลของกรมประชาสัมพันธ์จะเห็นชัด แต่ข้อที่ร้ายแรง ที่สุดคือข้อที่ ๑ ครับ สนองคําสั่งที่มิชอบ สนองคําสั่งที่มิชอบเกิดผลอย่างไรครับ เกิดผล ตรงที่ว่าทําให้เกิดการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร และทําให้พี่น้องประชาชนได้รับข้อมูล ข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง ท่านประธานครับ ปัญหาที่เกิดเปึนวิกฤติทางการเมืองในบ้านเมือง ของเราในขณะนี้เพราะพี่น้องประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง เมื่อเขาได้รับ ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง ความคิดที่ไม่ถูกต้องก็เกิดขึ้น เมื่อความคิดที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้น การประพฤติปฏิบัติ การกระทําที่ไม่ถูกต้องก็ตามมาอีก เพราะฉะนั้นท่านประธานสภา ที่เคารพรักครับ ผมถึงบอกว่าวิกฤติในบ้านเมืองนี้นั้นส่วนหนึ่งเกิดจากการกระทําของ หน่วยงานเล็ก ๆ ในสํานักนายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่ากรมประชาสัมพันธ์ ไม่ว่าท่านจะรู้ หรือไม่รู้ก็ตาม ไม่ว่าท่านจะจงใจหรือไม่จงใจก็ตาม แต่ความประพฤติปฏิบัติของท่านนั้น ผมอยากจะกราบเรียนว่าเปึนความประพฤติปฏิบัติที่ท่านกําลังมีส่วนอย่างสําคัญในการ สร้างเสริมให้เกิดวิกฤติขึ้นในบ้านเมืองของเรา ท่านประธานสภาที่เคารพครับ วิกฤติต่าง ๆ เหล่านี้ที่เกิดขึ้นจากสื่อของรัฐที่เรียกว่า กรมประชาสัมพันธ์ ทีวีที่เรียกว่า เอ็นบีที และวิทยุอีกหลายคลื่นครับก่อให้เกิดผลกระทบ ๓ ด้านใหญ่ ๆ ด้วยกันครับ ด้านที่ ๑ ส่งเสริมการเลือกข้างแบ่งฝ์ายของพี่น้องประชาชน ในประเทศ ด้านที่ ๒ สร้างความรู้สึกโกรธแค้นชิงชังในหมู่ประชาชนและด้านที่ ๓ ก่อให้เกิดบาดแผลร้าวลึกจนยากจะเยียวยา ท่านประธานสภาที่เคารพ สังคมเรานั้น ต้องการความสมานฉันท์ ต้องการอยู่กันอย่างสงบสุข เมื่อใดก็ตามที่สื่อของรัฐประพฤติ ปฏิบัตินอกเหนือจากวิสัยทัศน์ นอกเหนือจากพันธกิจที่เขาควรประพฤติปฏิบัติ ผมจะไม่แปลกใจเลยครับว่าทําไมเวลาบ้านเมืองมีวิกฤติขึ้นมาคราวใด พี่น้องประชาชน จึงมุ่งหน้าไปที่กรมประชาสัมพันธ์ ทําไมไม่มุ่งหน้าไปที่หน่วยงานอื่น ๑๔ ตุลาคม ทําไมต้องไปเผากรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งได้รับฉายาว่ากรมกร๊วกในสมัยนั้น เหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ ทําไมหน่วยงาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เวลาเกินเพื่อนไป ๒ นาที

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ที่เรียกว่า กรมประชาสัมพันธ์ จึงถูกเผาครับ และแน่นอนที่สุดครับ ผมในฐานะประชาชนคนไทยที่เสียภาษีคนหนึ่ง เช่นเดียวกับท่านประธานและเช่นเดียวกับคนอื่น ผมไม่อยากเห็นใครไปทําลาย ทําร้าย กรมประชาสัมพันธ์หรือหน่วยงานในสังกัดของกรมประชาสัมพันธ์ แต่เพราะ กรมประชาสัมพันธ์ได้บิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ได้ให้ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง จนกระทั่ง พี่น้องประชาชนมีความรู้สึกว่าไม่อยากเห็นหน่วยงานนี้ประพฤติปฏิบัติเช่นนั้นอีกต่อไป การกระทําต่าง ๆ ในอดีตจนกระทั่งถึงปัจจุบันด้วยการเข้าไปเผา การไปทําลายต่าง ๆ จึงเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นท่านประธานสภาที่เคารพครับ การปรับลดงบประมาณ ของหน่วยงานนี้นั้นจะมากหรือน้อย จะเพิ่มกันขนาดไหนก็ตาม ผมขอกราบเรียนครับ อาจจะไม่ช่วยทําให้การทํางานของกรมประชาสัมพันธ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกรมนี้ ดีขึ้น ตราบใดที่นักการเมือง รัฐมนตรีและโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ สมัคร สุนทรเวช ยังมีความรู้สึกว่า มีความจําเปึนที่จะต้องใช้อํานาจโดยมิชอบของตัวเอง เข้าไปกระทําการ ต่าง ๆ นานาเพื่อให้บรรลุเปัาหมายทางการเมืองของตนเอง และนั่นคือความชั่วร้าย ของบ้านเมืองนี้ที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งจากการกระทําของกรมประชาสัมพันธ์ในสังกัด สํานักนายกรัฐมนตรีครับท่านประธาน ขอบพระคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เกิน ๓ นาทีกว่า ไม่เปึนไร เพราะท่านบอกว่าพูดครั้งสุดท้าย เชิญคุณนคร มาฉิม ครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของ มาตรา ๕ ผมพูดเฉพาะสํานักงานคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหน่วยงานเดียว ท่านประธานที่เคารพ เราภาคภูมิใจกับบุคลากรที่อยู่ในสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ หลายท่านชื่นชมว่าบุคลากรที่มาอยู่ในสํานักนี้ แล้วก็สังกัด สํานักนายกรัฐมนตรีคือมันสมองของประเทศ แต่สิ่งที่ผมต้องพูดแล้วก็ขอปรับลด งบประมาณในส่วนนี้ไว้ร้อยละ ๒๐ ของงบประมาณที่ตั้งไว้ก็เพราะว่า แผนพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในแต่ละฉบับที่หน่วยงานนี้นํามา แล้วก็เปึนแผนแม่บท ในการพัฒนาประเทศ ท่านประธานที่เคารพ ดูจากตัวหนังสือ ดูจากยุทธศาสตร์ ดูจาก แผนงาน ดูจากการนําเสนอแล้วสละสลวยมาก แล้วก็เปึนการใช้ภาษาที่สูงส่งเปึนอย่างยิ่ง แต่น่าแปลกใจไหมครับท่านประธานครับ หลังจากที่มีการบังคับแล้วก็ใช้แผนของ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมาถึงปัจจุบัน เปึนฉบับที่ ๑๐ ฉบับที่ ๘ เราใช้บังคับตั้งแต่ เริ่มใช้ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ ถึงป้ ๒๕๔๔ แผนพัฒนาฉบับที่ ๙ ป้ ๒๕๔๕ ถึงป้ ๒๕๔๙ โดยเน้นไปที่คนเปึนศูนย์กลางของการพัฒนา ในส่วนของแผนที่ ๙ ก็คือเน้น คือได้อัญเชิญปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเปึนปรัชญา ในการพัฒนาประเทศ แต่ก็ให้เน้นคนเปึนศูนย์กลางในการพัฒนา ในแผนพัฒนา ฉบับที่ ๑๐ จะมีผลตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๐ ถึงป้ ๒๕๕๔ ยังคงอัญเชิญปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาเปึนแนวปฏิบัติในการพัฒนาแบบบูรณาการเปึนองค์รวม เน้นคนเปึนศูนย์กลางในการ พัฒนา ท่านประธานครับ สังเกตไหมครับว่าหลังจากที่เราใช้แผนอันนี้ต่อเนื่องกันมาถึง ๑๐ ฉบับ ๑๐ แผนนะครับ หนี้สินภาคครัวเรือนของประชาชนเพิ่มมากขึ้นทุกป้ ผมขออนุญาตเรียนข้อมูลจากส่วนราชการนะครับ หนี้สินภาคครัวเรือนในป้ ๒๕๔๓ ๖๘,๔๐๕ บาทต่อหนึ่งครัวเรือน ป้ ๒๕๔๗ ๑๐๔,๕๗๑ บาทต่อ ๑ ครัวเรือน ป้ ๒๕๕๐ ๑๑๖,๖๘๑ บาทต่อ ๑ ครัวเรือน หนี้ภาคประชาชนเพิ่มขึ้นทุกป้ ในขณะเดียวกันครับ คนรวยยิ่งรวยขึ้น แต่คนจนยิ่งจนลง แล้วก็ขาดโอกาสในการที่จะพัฒนาชีวิตครอบครัว ฐานะความเปึนอยู่ของคนยากจนให้อยู่ในระดับกลาง และขึ้นไปในระดับบนได้ยากยิ่งขึ้น การกระจุกตัวในเรื่องสินทรัพย์ ท่านประธานที่เคารพครับ การกระจุกตัวของที่ดินนะครับ ไปกระจุกตัวอยู่กับกลุ่มของคนมีเงินไม่กี่ตระกูล คนจนแทบจะไม่มีที่ดินจะอยู่อาศัย ที่จะ ปลูกที่อยู่อาศัย เปึนสิ่งที่น่ากังวลใจมาก ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอเสนอหลักการนี้ ก่อนที่จะสรุปว่าเปึนไปได้ไหม ผมเชิญส่วนราชการต่าง ๆ ในฐานะเปึนคณะกรรมาธิการ แก้ไขปัญหาที่ดินทํากิน ทุกอย่างจะไปจบและก็ถูกหยุดอยู่ที่สภาพัฒน์ทั้งหมด ถ้าเกิดว่า สภาพัฒน์เป่ดช่องแล้วก็ผลักดันแผนยุทธศาสตร์ในการที่จะพัฒนาที่ดินของชาตินะครับ กระจายการถือครองให้เกิดขึ้นอย่างเปึนธรรม กระจายความมั่งคั่งให้เกิดขึ้นกับคนในชาติ อย่างเท่าเทียมกัน ท่านประธานที่เคารพครับ สินทรัพย์ของคนยากคนจน สินทรัพย์ของคน ในชาติจะถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดมูลค่าของสินทรัพย์ที่ประเทศไทยเรายัง ขาดอยู่ไม่น้อยกว่า ๖ ล้านล้านบาท อันนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตเพิ่มว่า แผนในการพัฒนา ทรัพยากรน้ํา แผนในการพัฒนาระบบชลประทาน สภาพัฒน์ฯ เองก็ยังไม่มีความชัดเจน เราอาจจะภูมิใจแล้วก็ชื่นชมกับลูกหลานของเราบางคนที่ไปสอบได้เหรียญทองโอลิมป่ก ในทางวิชาการ แต่อันนั้นคือส่วนน้อยครับ แต่ลูกหลานของเราคนส่วนใหญ่ยังขาดโอกาส สถิติที่น่าใจหายก็คือคนไทยส่วนใหญ่โดยเฉลี่ยแล้วป้หนึ่งอ่านหนังสือแค่เพียง ๓ บรรทัด น่าตกใจไหมครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ต่อไปนี้ก่อนที่จะเปึนแผนแม่บทผมขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดว่าควรที่จะให้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา เช่นเดียวกับอารยประเทศ ผมไปเยี่ยมแล้วก็ไปปรึกษากับคณะกรรมาธิการของสภาหลาย ประเทศ อย่างเช่นที่ญี่ปุ์น คือสภาไดเอท (Diet) เขากําลังพิจารณาเลย เขามีแผนในการ พัฒนาระยะสั้น ๕ ป้ ๑๐ ป้ ระยะกลาง ๑๕ ป้ ๒๐ ป้ ระยะยาวถึง ๕๐ ป้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นไม่ว่าใคร พรรคไหนจะมาเปึนรัฐบาลเขาจะมีกรอบในการ พัฒนาสังคม พัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาบ้านเมืองของเขาอย่างเปึนแผนแม่บท แล้วก็เดินไป ในครรลองที่ถูกต้อง แต่ของเราถ้าเกิดว่ากระจุกอยู่เฉพาะอันนี้ แล้วสภาไม่มีบทบาท ในการที่จะกํากับแผนในการพัฒนาชาติต่อไปเปึนสิ่งที่น่าเสียดาย เพราะฉะนั้นกราบเรียน ท่านประธานเปึนประเด็นสุดท้ายว่าต่อไปนี้ถ้าเกิดว่าหลังจากที่แผนผ่านความเห็นชอบ ของคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผ่านความเห็นชอบจากรัฐบาล โดยสํานักนายกรัฐมนตรีแล้วควรที่จะผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาเพื่อให้ผู้แทนปวงชน ทั้งหมดได้มีส่วนเสริมเติมแต่งให้สมบูรณ์ แล้วก็ให้ตรงประเด็น แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด เพื่อพัฒนาชาติของเราให้ดียิ่งขึ้น ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมาก การอภิปราย การแปรญัตติในมาตรา ๕ สิ้นสุดลงแล้ว ต่อไปเนื่องจากว่ามาตรา ๕ มีการแก้ไข ก็จะมี การลงมติ ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติ

(ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนลงมติ)

ท่านสมาชิกครับ ช่วยปลุก กันด้วย เห็นใจเพื่อนสมาชิกที่รักทุกท่าน คือเราจําเปึนที่จะต้องดําเนินการเพราะว่า ๓๕ มาตรา เพิ่งถึงมาตรา ๕ แล้วเรามีเวลาประชุม ๒ วัน เพราะวันศุกร์วุฒิสมาชิกท่านก็ ประชุม ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกที่ยังไม่ตื่น ช่วยปลุกกันให้ตื่นด้วย เนื่องจากว่าผมได้ดู ในห้องประชุมแล้ว เพื่อนสมาชิกก็ยังไม่ตื่นกันมาหมด ก็มีความจําเปึน เนื่องจากว่า มีการแก้ไขก็จะต้องมีการโหวต วันนี้วันที่ ๔ แล้ว ผมขอเลื่อนการพิจารณาไปพรุ่งนี้ ๐๙.๓๐ นาฬิกา ขอป่ดประชุม

เลิกประชุมเวลา ๐๑.๑๔ นาฬิกา ของวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๑