อันวาร วิจารณ์รัฐบาลแก้ปัญหาใต้ล้มเหลว ชี้ใช้งบสูงไร้ประสิทธิภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๓ กันยายน ๒๕๕๑

อันวาร สาและ วิจารณ์ความล้มเหลวของรัฐบาลในการแก้ปัญหาภาคใต้ โดยชี้ว่านโยบายใช้งบประมาณสูงแต่ไร้ประสิทธิภาพ สร้างความอ่อนแอให้ระบบรัฐ และเรียกร้องให้แก้ไขโครงสร้างอำนาจที่ล้าหลังเพื่อฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย

นายอันวาร์ สาและ ปัตตานี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ครับ วันนี้ที่เรามา พิจารณากันในสภาวันนี้นะครับในเรื่องของงบประมาณในมาตรา ๓ ซึ่งเปึนยอดเงินรวม ทั้งหมด ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนงบประมาณที่สูงกว่าเมื่องบประมาณที่แล้วประมาณเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ต้องยอมรับว่าเรากําลังพิจารณาในเรื่องของการใช้จ่ายของประเทศอยู่ท่ามกลาง ภาวการณ์ที่มีความร้อนแรงของอารมณ์ของพี่น้องประชาชนชาวไทย ไม่ว่าจะเปึนคนที่อยู่ ในส่วนกลางของประเทศหรือไม่ว่าคนที่อยู่ในส่วนที่มีปัญหาในเรื่องของทางใต้ แต่ผมคิดว่าวันนี้ปัญหาในความแตกแยกมันได้ขยายไปทั้งหมดทั่วประเทศแล้ว ผมคิดว่า วันนี้งบประมาณต่าง ๆ ที่เราพิจารณา ในเบื้องต้นผมได้ปรับลดไว้ที่ ๘ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณรวมทั้งหมด ซึ่งมีมูลค่าทั้งหมดประมาณ ๑ แสนกว่าล้านบาท แต่ผมคิดว่าในภาวการณ์อย่างนี้ ถ้าผมทราบว่าวันนี้เหตุการณ์จะเปึนอย่างนี้ ผมคิดว่า ตอนแปรญัตติคงไม่ใช่ ๘ เปอร์เซ็นต์แล้วล่ะครับ เพราะปัญหาในวันนี้ผมคิดว่า ผมไม่สามารถที่จะไว้ใจในการทํางานของผู้ที่นํารัฐนาวาของประเทศไทยไปได้ ผมเข้าใจครับ คณะกรรมาธิการงบประมาณที่ผ่านมา ซึ่งเปึนเพื่อนสมาชิกได้ทํางานกันอย่างหนัก ซึ่งอดตาหลับขับตานอนเปึนเดือน ๆ แต่วันนี้ผมคิดว่าสิ่งเหล่านั้นจะไม่เกิดประโยชน์และ เกิดผลอะไรกับเราเลยถ้าสมมุติว่าในกระบวนการคิดของผู้นําที่จะเอารัฐนาวาของเรา ฝ์าในภาวะวิกฤติไปวันนี้ ยังมีกระบวนการคิด ผมคิดว่าการคิดของท่านมีปัญหา ในระบบ ความคิดนี้นะครับ อย่างเช่น เราจะได้เห็นหลาย ๆ ครั้งในภาพที่ออกทางสื่อ ไม่ว่าจะเปึน การพูดถึงผู้ที่มีความแตกต่างกันในเรื่องของความคิดที่ไม่เห็นพ้องต้องกัน ผู้นําของเราเอง กลับบอกให้เลือกข้าง กลับตอกย้ําในความแตกแยก จนผมคิดว่าวันนี้มันเลยลามไป ไม่ได้ต่างกันเลยความแตกแยกผมคิดว่าวันนี้มันก็เกินพอแล้ว แต่วันนี้ถ้าสมมุติว่า งบประมาณ สิ่งที่เรากําลังพิจารณาจะทําให้เปึนเชื้อไฟที่มันเกิดความแตกแยกเพิ่มเติม ผมว่าเราก็คงไม่น่าจะมานั่งพิจารณาในส่วนของงบประมาณที่เรานั่งคุยกันในสภาวันนี้ ในประเด็นของทางผู้นําของเรา วันนี้ผมจะเจาะลึกที่ผู้นํา เพราะคิดว่าตัวหลักสําคัญ ตัวจักรสําคัญที่จะขับเคลื่อนต่าง ๆ ได้อยู่ที่นี่ การรับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในทุก ๆ ครั้ง เราจะได้เห็นท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ผมจะเปึนคนรับผิดชอบเอง ในบางครั้งก่อนที่ท่านจะพูดคํานี้ บางเหตุการณ์ท่านต้องดูก่อนว่า ในการรับผิดชอบของท่าน ในบางครั้งมันทําให้เกิดการส่งเสริมการทําผิดให้เกิดในเจ้าหน้าที่บางกลุ่มให้ทํางาน ตรงนั้นผิดพลาดมากขึ้นไปอีก เพราะว่าจากทุกครั้งที่ท่านบอกไว้ว่า อะไรก็แล้วแต่ ผมยกตัวอย่างในกรณีในพื้นที่ ๓ จังหวัด ผมคิดว่าท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิกของเรา ที่อยู่ในที่ประชุมหรือแม้กระทั่งพี่น้องที่อยู่ทางบ้าน คงจะจําเหตุการณ์ในเรื่องของ การแถลง ในเรื่องของการหยุดยิงในพื้นที่ ผมไม่ได้เห็นนายกรัฐมนตรีท่านได้มาออกแสดง ความรับผิดชอบในเหตุการณ์นี้เลย ทําไมหรือครับ เหตุการณ์นี้เดิมทีทางเจ้าหน้าที่ ที่เขาทํางานกัน ไม่ว่าจะเปึนเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตํารวจ เขาบอกว่าเรากําลังเดิน ในแนวทางที่ถูกต้องแล้ว เหตุการณ์ลดน้อยลง ถึงแม้ว่าความรุนแรงอาจจะเพิ่มขึ้น ผมยังคิดว่าเห็นใจเจ้าหน้าที่ที่เกิดขึ้นวันนั้น แต่ท่านทราบไหมครับ เมื่อมีการแถลง ในวันนั้นเกิดขึ้นมา เหตุการณ์กลับเพิ่มความถี่ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเปึนเท่าตัว ผมถามว่านายกรัฐมนตรีท่านได้แสดงความรับผิดชอบอะไรในเหตุการณ์วันนั้นไหม เพราะคนที่แถลงในวันนั้นเขาอยู่ฝัืงทางรัฐบาลของท่าน แต่ก็ไม่ได้มีการแถลงรับผิดชอบอะไรเลย นี่ครับผมคิดว่าการคิดของท่านนายกรัฐมนตรี มีปัญหา วันนี้ท่านก็แอ่นอกรับอีกครับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ท่านยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง แต่ก็อีกนั่นล่ะครับก็คงจะเหมือนเดิม ความแตกแยกที่เกิดขึ้นในส่วนของทั่วประเทศ เดิมที ผมเปึนผู้แทนราษฎร ในพื้นที่ของจังหวัดชายแดนใต้ ผมคิดว่าวันนั้นกับวันนี้ไม่ได้แตกต่าง กันเลยครับในพื้นที่ทั่วประเทศของเรา พื้นที่ในจังหวัดชายแดนใต้ที่เกิดการฆ่ากันทุกวันนี้ เกิดความคิดที่มีความต่างในเรื่องของแนวคิด ทําไมถึงเปึนอย่างนั้น เพราะว่าเดิมที การสร้างเงื่อนไขก็เกิดจากเจ้าหน้าที่นี่ แล้วก็สร้างให้เกิดความแตกร้าว ร้าวฉานให้เกิดในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่เองไม่ว่าจะเปึนทางรัฐบาล เจ้าหน้าที่เขาก็ตั้งใจทํางาน แต่ในเมื่อผมคิดว่า ตัวที่คุมนโยบาย คนที่คุมนโยบายถ้ามันผิดพลาดเหมือนซีอีโอ (CEO) ของบริษัทครับ ถ้าแนวคิดข้างบนผิดพลาดมาแล้วข้างล่างถึงจะทําดีอย่างไรก็มีปัญหาครับ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่านายกรัฐมนตรีเองคงจะต้องตระหนักในประเด็นเหล่านี้ด้วย

ประเด็นอีกประเด็นหนึ่ง ผมจะเจาะลึกในเรื่องของการแก้ปัญหาภาคใต้ วันนี้คนภาคใต้ยังฆ่ากันอยู่ จากแนวความคิดที่ต่างกัน แต่ผมไม่คิดว่าวันหนึ่งซึ่งจะเปึน ตรงกับที่ว่าเรานั่งคุยกันในสภานี้นั่งพิจารณางบประมาณ วันนี้คนที่กรุงเทพฯ เขาเกิดการ ฆ่ากันตายระหว่างคนไทยด้วยกันอีกแล้ว ไม่ได้ต่างกันแล้วครับ การป่ดโรงเรียน เราได้ เห็นว่าเด็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เดี๋ยวป่ดเดี๋ยวเป่ด วันนี้โรงเรียนในกรุงเทพฯ ก็ไม่ได้ต่างกัน เดี๋ยวโรงเรียนหยุด แล้วผมคิดว่าอย่างนี้ลูกหลานพี่น้องของประชาชน ชาวไทยอนาคตจะเปึนอย่างไรถ้าสมมุติว่าเหตุการณ์อย่างนี้ยังเกิดขึ้นอยู่ นั่นหมายถึงว่า ทางรัฐบาลเองไม่สามารถที่จะควบคุม หรือไม่สามารถที่จะดูแลให้ภาวการณ์ปกติ เกิดขึ้นได้ในสังคมนี้แล้ว เพราะฉะนั้นในเมื่อไม่สามารถที่จะควบคุมอะไรต่าง ๆ ตรงนี้ ได้แล้ว งบประมาณที่เราคิดว่าเราจะพิจารณาให้ผ่านไปได้เราจะมั่นใจขนาดไหนครับว่า มันจะเกิดประโยชน์เกิดผลต่อพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ ผมดูงบประมาณของป้นี้ที่ใช้ ลงไปในพื้นที่ภาคใต้ อย่างกรณีที่สมาชิกบางท่านได้พูดถึงแล้ว ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท ผมขอ เรียนตามตรงนะครับท่านประธาน ผมไม่เห็นว่าโอกาสที่จะแก้ปัญหาในภาคใต้จะมองเห็น ทางแสงสว่าง ผมคิดว่าวันนี้ภาคใต้ไม่สงบแล้วครับ เพราะว่าอะไรถ้าเราเปรียบเทียบ การให้อาหารกับสัตว์ ถ้าให้อาหารเกิน ให้เหลืออีเหละเขระขระมันก็จะเปึนอาหารของสัตว์ อีกจําพวกหนึ่ง อย่างเช่น จําพวกหนู จําพวกแมลงสาบ ผมไม่อยากให้หนูกับแมลงสาบ มันเกิดขึ้นที่พื้นที่ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งวันนี้มันเปึนแล้วครับ เพราะเศษอาหาร ที่มันลงไปมากจนเกินไปนี่ครับ การทํางานทับซ้อนกันของเจ้าหน้าที่ ก็ต้องยอมรับว่าวันนี้ ปัญหาชายแดนภาคใต้ ท่านนายกรัฐมนตรีมีความสําคัญมาก เพราะว่าสํานัก งบประมาณที่ไปที่สํานักนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดูแลโดยตรงอยู่แล้ว โดยเฉพาะสํานักงานตํารวจแห่งชาติก็มีความสําคัญในพื้นที่ตรงนี้ และอีกกระทรวงหนึ่ง ซึ่งมีความสําคัญไม่แพ้กันก็คือกระทรวงกลาโหม ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็เปึนรัฐมนตรี อยู่ที่นี่ด้วย ผมถามว่าวันนี้งบประมาณที่เราพิจารณา อย่างกรณีที่ ๒๗,๐๐๐ ล้านบาทนี้ มีนโยบายอะไรที่ชัดเจนให้กับภาคใต้ไหมครับท่านนายกรัฐมนตรีเดิมทีได้แต่งตั้ง คณะรัฐมนตรี ท่านเห็นไหมครับว่ากรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ผ่านมา ก็มีปัญหากับพื้นที่ ไม่กล้าลงพื้นที่ ก็มีปัญหาแล้วครั้งหนึ่ง แล้วในวันนี้เองผมคิดว่า คงไม่กล้าที่จะไปวิพากษ์วิจารณ์ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนใหม่ แต่ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีเอง กระบวนความคิดของท่านมีปัญหาจริง ๆ ท่านคุม ๒ กระทรวงหลักที่มีอํานาจในการแก้ปัญหาในเรื่องภาคใต้ แต่วันนี้ถามว่าอะไร ที่เกิดขึ้นที่นั่นครับ การใช้อัตรากําลัง ๔๕,๐๐๐ คน ที่เพิ่มขึ้นในภาคใต้ การเพิ่ม งบประมาณมากเปึนพิเศษที่อยู่ในภาคใต้ ผมคิดว่าอันนี้เปึนเกียรติประวัติที่ไม่ดี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนนี้กําลังทําให้ภาพพจน์ของความอ่อนแอ ของกระทรวงนี้เกิดขึ้น งบประมาณที่มากเปึนพิเศษ เจ้าหน้าที่ที่มากเปึนพิเศษ แต่วันนี้ สถิติที่เกิดขึ้นกลับเพิ่มขึ้น นี่คือความอ่อนแอ นี่คือการสร้างความอ่อนแอในระบบโดยที่ ท่านนายกรัฐมนตรีเองเปึนผู้ดูแลอยู่ วันนี้ท่านลองไปดูสิครับ นโยบายการแก้ปัญหา ภาคใต้ถ้าเรามองดูนะครับ นี่เปึนในส่วนของมูลนิธิเฟดดริค เอฟเวอร์เรจ เขาผนึก นักวิชาการผ่านนโยบายของรัฐบาลร่วมกับรองคณบดีของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ศรีสมภพ จิตภิรมย์ศรี ขออภัยที่ได้เอ่ยนามท่าน แต่ผมคิดว่าอันนี้เปึนสิ่งที่ท่านทําในสิ่งที่ดี ก็ควรที่จะยกย่องในที่นี้ รองคณบดีของคณะ รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กล่าวว่า ขณะนี้โครงสร้างอํานาจรัฐในการ ปกครองล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าทหาร ตํารวจ หรือฝ์ายปกครอง เพราะยังไม่สามารถ แก้ปัญหาทางสังคมได้ เมื่ออํานาจรัฐอ่อนแอ จึงเกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา การแก้ปัญหา จะต้องทําให้รัฐเปึนมิตรและเปึนส่วนหนึ่งของประชาชน วันนี้รัฐเปึนมิตรกับประชาชนไหม ไม่ต้องไปพูดถึงใน ๕ จังหวัดหรอกครับ ใกล้ ๆ ส่วนกลางของประเทศนี้ ในกรุงเทพฯ เอง วันนี้ประชาชนมองเจ้าหน้าที่รัฐอย่างไร ผมคิดว่างบประมาณมีความสําคัญในการพัฒนา ในทุก ๆ ด้านของประเทศ ซึ่งอาจจะเปึนเส้นเลือดหลักที่จะทําให้ประเทศขับเคลื่อนไป ด้านไหนก็ได้ ที่จะสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในประเทศ แต่ถ้า สมมุติว่าคนที่เปึนหัวจักรสําคัญที่จะนํารัฐนาวานี้มีปัญหา ระบบความคิดมีปัญหา ผมคิดว่า อันนั้นอาจจะเปึนสิ่งที่เราต้องระมัดระวังและก็เปึนสิ่งที่น่ากลัว ผมยังคิดว่าสมัยก่อนนะครับ กรณีที่คนสมัยก่อนนี่ถึงแม้อาจจะเปึนสิ่งที่ถูกหรือผิด ผมก็ไม่แน่ใจ ให้ทางพวกเรา ได้วิเคราะห์กันเองนะครับ คนสมัยก่อน คนบางคนจะร่ําเรียนในบางด้าน คนรุ่นก่อนบางคน ที่ไม่เหมาะสม เขาจะตัดตอน บางเรื่องบางประเด็นถ้าถามเรื่องสิทธิ เขามีสิทธิที่จะเรียนรู้ แต่ถ้าสมมุติว่าสิทธิของการเรียนรู้ของเขาในภาวการณ์ระดับความคิดของเขามีปัญหา ผมคิดว่าอันนี้อันตราย สิทธิถ้าอยู่กับคนที่มีระบบความคิดที่อันตราย แล้วมีอํานาจ อยู่ในมือด้วย มันไม่ได้ก่อให้เกิดสิ่งที่ดีต่อประเทศชาติเลย เพราะฉะนั้นถึงเวลาแล้ว ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีเองจะต้องไตร่ตรองให้รอบคอบว่าสภาวการณ์ปัจจุบันนี้ ที่เกิดขึ้น ท่านจะต้องพิจารณาตัวเองอย่างไร และผมคิดว่างบประมาณที่ผมได้แปรญัตติ ไว้ ผมก็คิดว่าการลดของผมในงบประมาณรวมที่ ๘ เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่ายังน้อยไป เพราะว่าถ้าเงินเหล่านั้น ถ้าเกิดไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องหรือผิดพลาด มันจะสร้างปัญหาที่ เกิดขึ้นตามมาอีกมหาศาลต่อพี่น้องประชาชน ท้ายนี้ผมก็คิดว่าการแก้ปัญหาต่าง ๆ คงไม่ได้เปึนมิติของเจ้าหน้าที่รัฐหรือกระทรวง ๒ กระทรวงที่ผมได้กล่าวถึง อย่างเช่น สํานักนายกรัฐมนตรีและก็กระทรวงกลาโหม แต่ผมคิดว่ารัฐเองต้องมองในเรื่องของการ แก้ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ตอนนี้มีปัญหามากซอฟท์โลน (Soft loan) กําลังจะถึง กําหนดงวดที่จะต้องชําระ และวันนี้เขาจะมีอีกไหม ผมคิดว่ารัฐบาลก็ต้องพิจารณา เหมือนกันที่จะต้องเพิ่มหรือขยายให้เขา และการจ่ายตรงนั้นในเมื่อรัฐแก้ปัญหา ให้เขาไม่ได้ การจ่ายคืนให้เขา รัฐบาลเองจะต้องมีกฎเกณฑ์ว่าถ้าสมมุติเขาให้จ่าย ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก่อนได้ไหม เพราะวันนี้เขาจะตายกันอยู่แล้ว ผมยังคิดว่าภาษีงบประมาณ ที่เกิดจากภาษีในพื้นที่ ๑,๗๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าถ้าเปึนเม็ดเงินแล้วเราคิดว่าน้อยมาก ถ้าคิดกับมวลรวมของประเทศ อันไหนที่ช่วยเขาได้ให้เขาอยู่รอดมีชีวิตได้ตอนนี้ผมคิดว่ายกให้เขาเถอะครับ แล้วก็ ดูมาตรการไหนที่สามารถจะช่วยเหลือได้ และคิดว่างบประมาณวันนี้ผมคิดว่าถ้าสมมุติ ว่านายกรัฐมนตรียังมีแนวความคิดเหมือนเดิม ผมคิดว่าผมไม่ไว้วางใจให้ท่านได้บริหาร งบประมาณจํานวนเงินก้อนนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน