สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๓ กันยายน ๒๕๕๑

ประกอบ รัตนพันธ์ พูดถึงการบริหารงบประมาณ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของหลักธรรมาภิบาลในการจัดสรรงบประมาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความเสมอภาคและความโปร่งใส และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการงบประมาณสอบถามเรื่องการคอร์รัปชั่นในกระบวนการยุติธรรมและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสังเกตว่าไม่สมเหตุสมผลในการจัดสรรงบประมาณของจังหวัดที่ได้รับงบประมาณมากน้อย

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้แปรญัตติในมาตรา ๓ ถึงงบประมาณในภาพรวม ๑.๘๓๕ ล้านล้านบาท ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในมาตรา ๓ เปึนการพูดทั่วไป ลงในภาพรวม ผมจะใช้เวลาอยู่ในกรอบเวลาให้ได้ เพราะว่าผมได้สงวนไว้หลายมาตราครับ เฉพาะมาตรานี้เปึนมาตราโดยทั่วไป และผมกราบเรียนว่าเปึนมาตราที่มีความสําคัญที่สุด มาตราหนึ่งก็เพราะอะไรครับ ก็เพราะว่าในการใช้จ่ายงบประมาณนั้น ผมเรียนว่า หลักสําคัญที่สุด คณะกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ จะต้องมีหลักคิด ที่สําคัญที่สุดก็คือเรื่องหลักธรรมาภิบาล ผมกราบเรียนว่าถ้าคณะกรรมาธิการไม่ได้ นําหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการกระจายเม็ดเงินไปสู่ภูมิภาคอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน และไม่สามารถดูแลเม็ดเงินนั้นเกิดประสิทธิภาพ ผมกราบเรียนว่าจะเปึนปัญหา อย่างแน่นอน บังเอิญผมได้ตรวจสอบในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ ของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ แล้วก็ต้องตัดสินใจที่จะพิจารณาตัดลดเม็ดเงิน งบประมาณทั้งหมดลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับในการตัดลดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ผมกราบเรียนว่ามันเปึนเรื่องที่ไม่ใช่ว่านึกได้ นึกตัด หรือว่าตัดเพื่อที่จะ ได้มีโอกาสมาอภิปรายงบประมาณในสภา แต่ผมกราบเรียนว่าเปึนเรื่องยากมากที่เราจะ ตัดงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ การพิจารณา งบประมาณในมาตรา ๓ ผมยึดหลักเรื่องของธรรมาภิบาล และในเรื่องธรรมาภิบาล ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพียง ๒ เรื่องเท่านั้น ก็คือเรื่องหลักความเสมอภาค และเรื่องของหลักความโปร่งใส เรื่องหลักความเสมอภาคผมได้ตรวจสอบงบประมาณ เกือบทุกมาตรา ทุกกระทรวง แต่ว่ามาสะดุดกระทรวงหนึ่งซึ่งเปึนการเพิ่มงบประมาณ ให้กับงบประมาณรายจ่ายของแต่ละจังหวัดในมาตรา ๒๙ จริง ๆ แล้วมาตราอื่น เช่นเดียวกันครับ แต่ว่าผมจะเอาไปพูดในการอภิปรายในมาตราต่าง ๆ แต่ว่าตรงนี้ ที่สะดุด เพราะว่าคณะกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายได้พิจารณาตัดเม็ดเงินของ รายจ่ายตามมาตรา ๒๙ ตัดเสร็จแล้วก็เพิ่มมาใหม่ เหมือนที่เพื่อนกรรมาธิการหลายท่านให้ข้อสังเกตว่าบางครั้งตัดแล้วก็เพิ่ม แทบไม่มี ประโยชน์อะไรเลย แต่ว่าในงบประมาณของจังหวัด รายจ่ายของจังหวัดนั้น ผมกราบเรียน ว่ามันค่อนข้างจะมีปัญหาในหลักคิดของคณะกรรมาธิการว่าเมื่อท่านตัดมาแล้วท่านมี หลักอะไรในการเพิ่มงบประมาณให้กับจังหวัดทุกจังหวัด บางจังหวัดท่านประธานครับ ได้ร้อยกว่าล้าน เพิ่มกลับไปร้อยกว่าล้านบาทนะครับ บางจังหวัดได้ส ๑๐ ล้านบาท ผมก็ ไปตรวจสอบดูว่าเราจะให้ตามความสําคัญของโครงการหรือเปล่า หรือให้ตามจํานวน ประชากรหรือเปล่า หรือให้จากเงินภาษีที่เก็บได้จากจังหวัดนั้นหรือเปล่า ก็ไม่ใช่ ผมดู ไม่ออกจริง ๆ ครับ ก็เลยอยากจะกราบเรียนคณะกรรมาธิการว่าท่านใช้หลักคิดอย่างไร ในการตัดงบประมาณรายจ่ายแล้วก็เพิ่มไปให้แต่ละจังหวัดในสัดส่วนที่ไม่มีความเปึนธรรม ที่ผมกราบเรียนตรงนี้เพราะว่าการใช้จ่าย การจัดสรรงบประมาณถ้าเกิดขาดหลักเสมอ ภาคแล้วมันก็ไม่ต้องพูดถึงแล้วครับ ผมไม่อยากให้การจัดตั้งงบประมาณป้นี้เหมือนกับที่ เขาเคยนินทาว่าจังหวัดไหนไม่เลือก ส.ส. ฝ์ายรัฐบาล จังหวัดนั้นได้น้อย จังหวัดนั้นมาที หลัง จังหวัดไหนมี ส.ส. ของฝ์ายรัฐบาล จังหวัดนั้นได้มาก อย่างนี้ผมคิดว่ามันต้องยกเลิก ต้องยกเลิกครับ มันใช้ไม่ได้จริง ๆ ผมก็สงสัย เมื่อดูเพียงมาตราเดียวเท่านั้นเองครับก็คือ งบประมาณจังหวัดซึ่งอยู่ในอํานาจของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด อยู่ภายในจังหวัดย่อมรู้อะไรควรไม่ควรในการพัฒนานะครับ แต่ว่าท่านตัดแล้วก็ท่านเพิ่ม ให้นี่ใช้หลักการอะไร

ผมขออนุญาตอย่างนี้ท่านประธานครับ ในจังหวัดที่ได้งบประมาณมาก นะครับ ท่านลองดูสิครับ อันดับ ๑ เลยครับ ๑๗๕ ล้านบาท เพิ่มให้เลยนะครับคือจังหวัด อุบลราชธานี จังหวัดขอนแก่นได้ ๑๓๘ ล้านบาท จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ ๑๓๘ ล้านบาท เพิ่มนะครับ จังหวัดยโสธร ๑๑๙ ล้านบาท จังหวัดนครปฐม ๑๑๘ ล้านบาท จังหวัดสมุทรสาคร ๑๐๒ ล้านบาท นิดเดียวครับ จังหวัดเล็ก ๆ ๑๐๐ กว่าล้าน แต่หลาย จังหวัดครับที่ได้ ๑๐๐ กว่าล้านบาท ๙ จังหวัด นอกนั้น ๑๑ จังหวัดได้ ๑๐ ล้านบาท เท่ากัน ได้ ๑๐ ล้านบาทเพิ่ม ๑๐ ล้านบาท ผมถามว่าท่านใช้หลักอะไร หรือหลักคิดง่าย ๆ ว่าอันนี้เอาไป ๑๐ ล้านบาท อันนี้ให้ ๑๐๐ ล้านบาท อันนี้ ๕๐ ล้านบาท ไม่ได้ดูข้อเท็จจริง ถ้าดูข้อเท็จจริงมันไม่ลง ๑๐ ล้านบาท ไม่ลง ๑๐๐ ล้านบาทอย่างแน่นอน นี่เพียง มาตราเดียวที่เปึนข้อสังเกตนะครับ

ส่วนที่ ๒ ท่านประธานครับ ในส่วนของความโปร่งใส ผมกราบเรียนว่าวันนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตัดสินใจตัดเลยครับ ๕ เปอร์เซ็นต์ ๘ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะอะไรครับ เพราะเขามีความเชื่อว่าประเทศเรานั้นเปึนประเทศที่ขาดความโปร่งใส ขาดความโปร่งใสครับ ทางราชการตั้งงบประมาณมาเผื่อตัด เพราะฉะนั้นตัดไว้ก่อน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สอดรับกับวัฒนธรรมการคอร์รัปชันของสังคมไทย ท่านประธานคงนึกได้ นะครับว่าพวกเรามีความเชื่อ การคอร์รัปชันเหมือนวัฒนธรรมครับ คือสืบทอดกันมา ยาวนาน วัฒนธรรม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์หลายคนบอกว่าน้อยครับวันนี้ การกระจายอํานาจไปสู่ท้องถิ่นหลายคนบอกว่านั่นคือการกระจายคอร์รัปชั่น ตรงนี้ที่ผม กราบเรียนคือเรามีความเชื่อครับ มีความเชื่อลึก ๆ ว่าบ้านเมืองเรานั้นมีการคอร์รัปชั่น เมื่อมีการคอร์รัปชั่นก็ตัดไปได้เลยไม่ต้องคิดอะไรมาก ผมก็ตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ไว้ก่อน เพราะเชื่อว่าส่วนราชการตั้งงบประมาณเผื่อการโกงไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่านโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อสภาแห่งนี้เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ นโยบาย ๒๗ หน้า ท่านประธานลองดูสิครับ รัฐบาลชุดนี้ให้ความสําคัญเรื่องการคอร์รัปชั่น เรื่องความโปร่งใสเพียง ๒ บรรทัด ไม่ให้ความสําคัญในเรื่องการดูแลบ้านเมือง การจัดสรร งบประมาณการบริหารราชการแผ่นดินให้มีธรรมาภิบาล ไม่มีเลยท่านประธานไปดู ข้อสังเกต ผมสังเกต ๒ - ๓ เรื่องครับ

คือเรื่องที่ ๑. ในนโยบายรัฐบาลนั้นไม่ได้พูดถึงองค์กรอิสระที่มีบทบาท สําคัญต่อการตรวจสอบการคอรัปชั่น ไม่ว่า กกต. ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ ก็ถือว่า เปึนองค์กรอิสระตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ การแถลงของรัฐบาลต่อสภาแห่งนี้ไม่ได้ เน้นเลยครับว่าทําอย่างไร ช่วยเสริมสร้าง ช่วยสนับสนุน ให้องค์กรอิสระไม่ว่า กกต. ไม่ว่า ป.ป.ช. ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญให้เขามีความแข็งกล้า มีความเชื่อมั่นในการปราบปราม การทุจริต นอกจากไม่ส่งเสริมแล้วท่านประธานครับ แนวโน้มของรัฐบาลยังส่อไปที่ทําให้ องค์กรเหล่านี้อ่อนแอไปแทรกแซง อย่างนี้ผมเลยกราบเรียนท่านว่า ผมไม่เชื่อ

เรื่องที่ ๒ ท่านครับ ถ้าท่านประธานไปตรวจสอบดูในนโยบายรัฐบาล ในเรื่องกระบวนการยุติธรรม เริ่มตั้งแต่ตํารวจ อัยการ ศาล กระทรวงยุติธรรม นโยบาย รัฐบาลไม่พูดถึงเรื่องนี้เลยครับ เพราะมองว่าเรื่องการโกงกินนั้นเปึนวัฒนธรรม ซึ่งน่าเสียดายมาก ๒ - ๓ เรื่องในสภา ผมอยากถามคณะกรรมาธิการงบประมาณ นะครับว่า ท่านจะพูดเรื่องนี้ไหมที่เราพูดและตกใจมากในสภาแห่งนี้คือการเรียก งบประมาณรายจ่ายป้ ๒๕๕๑ มากองไว้ และไปใช้เพื่อการคอร์รัปชัน โครงการที่เพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพูดมากที่สุดก็คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรียกงบประมาณเข้ามาส่วนกลาง ๑,๐๐๐ ล้านบาทเมื่อปลายป้ ไปทําฝายแม้ว ฝายละ ประมาณ ๕,๐๐๐ บาท ไปจ้างประชาชนไปทําประมาณ ๑,๐๐๐ บาท โกง ๔,๐๐๐ บาท โกง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ผมเสียดายครับผมตัดเพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ที่จริงเฉลี่ยน่าจะตัด มากกว่านี้ กรณีการทุจริตในมหาวิทยาลัยราชมงคลศรีวิชัย ผมถามว่าวันนี้ทาง สภาคณาจารย์เขาร้องเรียนมาที่ สกอ. นานแล้วครับ ร้องเรียนมาที่กระทรวงศึกษาธิการ แต่เขาโทรศัพท์บอกผมว่าวันนี้เขายังไม่ได้รับคําตอบเลย สิ่งเหล่านี้คณะกรรมาธิการ งบประมาณเคยพูดจาปราศรัยกันไหม เคยเรียกมาถามหรือไม่ เรื่องของความ โปร่งใส ท่านประธานครับ นอกจากในบ้านเมืองเราแล้วผมกราบเรียนท่านประธานว่า แม้แต่ต่างประเทศเขาก็ดูถูกดูแคลนคนไทยว่าประเทศไทยเปึนประเทศคอร์รัปชั่น เพิร์ก ที่ท่านอลงกรณ์ได้กราบเรียนเมื่อสักครู่ครับ เขาศึกษาประเทศเอเชีย ๑๓ ประเทศจาก นักธุรกิจนานาชาติที่ไปลงทุนในประเทศเอเชีย ถามว่าประเทศไหนโกงที่สุด ประเทศไทย มาอันดับ ๒ รองจากผมไม่เอ่ยชื่อประเทศเพื่อนบ้าน แต่ของเราโกงมากที่สุดมาลําดับ ๒ องค์กรโปร่งใสนานาชาติวิจัยศึกษาก็รายงานว่าประเทศไทยของเรา ๑๐ ป้ย้อนหลัง คะแนนความโปร่งใส ๑๐ คะแนนคือประเทศไหนไม่คอร์รัปชั่นเลยได้ ๑๐ ท่านเชื่อไหม ๑๐ ป้ย้อนหลังประเทศไทยไม่ถึงครึ่งครับ ได้ ๓.๕ ๒.๗ ๒.๕ อันนี้คืออะไรครับ นี่คือ วัฒนธรรมการคอร์รัปชั่นของประเทศไทย ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ถ้าเกิดคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ได้เรียกส่วนราชการมาสอบถามถึงโครงการป้ที่แล้วว่ามีความโปร่งใสมากขนาดไหน ผมกราบเรียนว่าป้นี้ไม่มีข่าวหนังสือพิมพ์เลยครับ ไม่มีข่าวเลยว่ากรรมาธิการเอาใจใส่ เพื่อซักฟอกในเรื่องนี้ ก็ทําให้ส่วนราชการนักการเมืองร่วมกันโกง ผมเคยพูดสภาแห่งนี้ ท่านประธานจําได้ว่าประเทศไทยจะฉิบหาย ขออภัยครับ ถ้าเกิดนักการเมืองรวมหัว กับข้าราชการและพ่อค้าคดโกงประเทศชาติ เราไปไม่ได้แน่นอน เพราะฉะนั้นผมเลย กราบเรียนท่านประธานว่าหลักธรรมาภิบาล คณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ได้สอบถามผู้มาชี้แจงงบประมาณหรือไม่ว่าแต่ละกระทรวง ทบวง กรม นั้น ท่านใช้ หลักธรรมาธิบาลในการจัดสรรงบประมาณลงสู่จังหวัดอย่างไร และท่านได้สอบถาม ในเรื่องของการคดโกงคอร์รัปชั่นโครงการต่าง ๆ ในประเทศเราหรือไม่ และท่านได้ถาม หรือไม่ว่าการคอร์รัปชั่นนั้นเปึนสิ่งเลวร้ายที่สุดในประเทศ ส่วนราชการจะปกปัองอย่างไร ต้องกราบเรียนท่านประธานถามไปยังกรรมาธิการด้วยความเคารพครับ ขอบคุณมากครับ