สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๓ กันยายน ๒๕๕๑

นคร มาฉิม หารือเรื่องการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดิน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพิจารณาและจัดสรรงบประมาณอย่างรอบคอบและยั่งยืน เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขให้กับประชาชน

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๓ ผมแปรญัตติขอปรับลดไว้ร้อยละ ๑๕ ของ งบประมาณที่ตั้งไว้ ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมมาพิจารณาดูในรายละเอียดว่าทิศทาง ในการบริหารและก็จัดสรรงบประมาณทั้งหมดที่เปึนเงินภาษีและก็เปึนเงินกู้ยืมในนาม ของประเทศ ทั้งหมดคณะกรรมาธิการมีทิศทางในการที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยของเรา ไปในทิศทางใด ท่านประธานที่เคารพครับ แบบที่เพื่อนสมาชิกได้กราบเรียนท่านไปแล้ว ก็คือทุกบาททุกสตางค์ที่เปึนงบประมาณแผ่นดินคือเลือดเนื้อหยาดเหงื่อของคนไทย ทั้งประเทศ ทั้งที่ได้มาจากภาษีทางตรงและก็ภาษีทางอ้อม ภาษีทางตรงก็คือหักจาก เงินเดือนของข้าราชการประจําหรือแม้กระทั่งพวกเราที่เปึน ส.ส. ก็ต้องถูกหักโดยตรง อยู่แล้วทุกเดือน ประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อเดือน แล้วก็ภาษีทางอ้อมก็คือภาษีต่าง ๆ ที่เก็บ คือภาษีแบบภาษีแวต (VAT) ๗ เปอร์เซ็นต์ เราซื้อสินค้าตั้งแต่เครื่องอุปโภคบริโภค ทุกอย่าง ก็คือประชาชนทั้งหมดจะต้องร่วมกันเสียเรียกว่าภาษีทางอ้อม รวมกันมาแล้วก็ คืองบประมาณแผ่นดินทั้งหมด ท่านประธานที่เคารพครับ การใช้งบประมาณแผ่นดิน สภาคือตัวแทนของคนไทยทั้งประเทศ จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ รอบด้าน เปึนธรรม แล้วก็ยั่งยืน แล้วก็สะท้อนกลับงบประมาณไปก่อให้เกิดประโยชน์สุขให้กับพี่น้อง ประชาชนให้เต็มเม็ดเต็มหน่อย แล้วก็ให้มากที่สุด บนพื้นฐานของความมั่นคงทั้ง ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง แล้วก็ยั่งยื่นด้วยในทุก ๆ ด้าน ทิศทางในการบริหารจัดการ งบประมาณของรัฐบาลที่เสนอต่อสภา แล้วก็ตัวแทนของรัฐบาลและก็ตัวแทนของสภาที่ ไปเปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําป้ ๒๕๕๒ ที่เปึนตัวแทนของพวกเราท่านเองไม่ได้สะท้อน ไม่ได้พูดถึงประเด็น ปัญหาที่เราตั้งข้อสังเกตในการพิจารณาตั้งแต่วาระที่ ๑ มาเลย กลับไปเห็นพ้องต้องกัน ทั้งหมดโดยปราศจากการกําหนดยุทธศาสตร์อย่างมีทิศทาง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมตั้งข้อสังเกตสั้น ๆ งบประมาณที่ตั้งไว้ทั้งหมดนี้ เปึนรายจ่ายประจํา ๗๒.๘ เปอร์เซ็นต์ คิดเปึนเงิน ๑,๓๓๖,๔๖๕,๙๐๐,๐๐๐ บาท ๗๒.๘ เปอร์เซ็นต์ คืองบรายจ่ายประจํา ก็เปึน เงินเดือนเปึนบําเหน็จบํานาญเปึนสวัสดิการต่าง ๆ ตามที่กฎหมายบัญญัติ งบในการ พัฒนา งบในการพัฒนาเรามีแค่เพียงเท่านี้ครับ ท่านประธานครับ มีแค่เพียง ๒๒.๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ก็คือ ๔๐๗,๓๑๗,๘๐๐,๐๐๐ บาท แล้วที่นี้เราจะขับเคลื่อน ประเทศไทยของเราไปในทิศทางไหน ท่านประธานครับ ย้อนกลับมาดูฐานประชากร โดยรวมของประเทศ ท่านประธานครับ ลูกหลานของคนไทยทั้งประเทศที่อายุต่ํากว่า ๑๕ ป้ ๑๓,๖๓๕,๐๐๐ คน เราจะพัฒนาส่งเสริมสนับสนุนให้ลูกหลานของเราเดินไปในทิศทางใด เราต้องการสร้าง ทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรของคนในชาติเหล่านี้ เดินไปให้เปึนผู้เชี่ยวชาญด้านไหน ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านเทคโนโลยี ด้านอุตสาหกรรม ด้านการเกษตร หรือด้านบริการ ต่าง ๆ อย่างไรให้สอดคล้องกับภาวการณ์ของโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก ถ้าเกิด ว่าทรัพยากรบุคคลของเราด้อยคุณภาพกว่าประเทศอื่น เราเปึนทาสเขาครับ ทั้งวัฒนธรรม ทั้งสังคม แต่ถ้าเกิดว่าเราสร้างทรัพยากรมนุษย์ของเรานะครับคนในชาติให้เข้มแข็งมี ภูมิต้านทานที่ดี มีความรู้ไม่เปึนรองใครในโลกนี้ ผมเชื่อว่าประเทศไทยคือมหาอํานาจ ประเทศหนึ่งในช่วงวัยทํางานครับ อายุ ๑๕ ถึง ๕๙ ป้ ๔๒,๔๔๔,๐๐๐ คน รัฐบาล มียุทธศาสตร์อย่างไรที่จะกระจายงบประมาณออกไปทั้งหมด เพื่อที่จะสร้างเงิน สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพให้เกิดขึ้นกับประชาชนทุกภาคส่วนอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน โดยไม่แบ่งภาค โดยไม่แบ่งจังหวัด โดยไม่แบ่งว่าฝ์ายค้านหรือรัฐบาลอย่างเท่าเทียมกัน ผู้ที่มีวัยสูงอายุก็คือพ่อ แม่ของพวกเรา อายุ ๖๐ ป้ขึ้นไป ๗,๐๔๒,๐๐๐ คน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเองตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ เปึนผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ แล้วก็ผ่าน ความเห็นชอบ แล้วก็บังคับใช้ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ แนวนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์เองที่ได้ เสนอต่อคนไทยทั้งประเทศในการเลือกตั้ง วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา เราก็ตั้งไว้ว่า นโยบายถ้าผู้สูงอายุทุกคน ท่านคือผู้มีพระคุณต่อแผ่นดิน ต่อพวกเรา ต่อลูกหลานทุกคน ควรที่จะได้รับการดูแลจากภาครัฐ ๗ ล้านกว่าคน อย่างน้อยที่สุดให้ได้รับเบี้ยยังชีพ เดือนละสัก ๕๐๐ เพื่อตอบแทนบุญคุณของท่านบ้าง ให้ท่านได้มีโอกาสที่จะมีเงินทอง พอใช้จ่ายบ้าง ให้รัฐดูแลท่านบ้าง ๗ ล้านกว่าคน ถ้าเกิดว่าตั้งงบประมาณไว้ ประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้งบประมาณ ผู้สูงอายุทุกคนจะได้รับการดูแลทั้งประเทศ แต่ก็ ไม่มีครับ ในภาพรวมแล้วไม่มี ในรัฐบาลปัจจุบัน ผมเลยเสียใจว่า แล้วรัฐบาลมีนโยบาย ที่จะวางยุทธศาสตร์เรื่องนี้อย่างไร ที่จะดูแลด้านสวัสดิการ ดูแลพ่อ แม่ ดูแลปู์ ย่า ตา ยาย ของพวกเรา ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งนี้คือข้อเท็จจริงที่เปึนอยู่ แล้วก็คณะกรรมาธิการ ของสภาเราก็ไม่ได้สนองตอบต่อข้อคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภาโดยภาพรวม ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในด้านเศรษฐกิจ เราควรที่จะพัฒนาประเทศของเราให้เดินไปในทิศทางไหน ผมยกตัวอย่างเช่น สิงคโปร์ เขามีการบริการที่เปึนหนึ่ง มีธรรมาภิบาลที่เยี่ยมในระดับโลก ญี่ปุ์นเขาเปึนอุตสาหกรรม เปึนมหาอํานาจด้านเศรษฐกิจของโลก ยุโรปเขาพัฒนา ทรัพยากรบุคคลของเขาให้เปึนหนึ่ง แต่ประเทศไทยของเราครับท่านประธาน จุดแข็งของ เรามากที่สุดก็คือประเทศเราชื่อว่าสุวรรณภูมิ ประเทศของเรามีความเข้มแข็งในด้าน การเกษตร เรามีการพัฒนาแหล่งน้ําให้เกิดขึ้นอย่างทั่วถึง เปึนธรรม เท่าเทียม แล้วก็ขยาย โอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจในด้านนี้ให้กับเรามากน้อยแค่ไหน แต่พอมาดูงบประมาณ รวมทั้งประเทศ ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาทแล้วนะครับ กรรมาธิการไม่ได้นําเรื่องนี้สนองต่อ ความต้องการของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ไม่ได้สนองตอบต่อเปัาประสงค์ที่ผู้แทน ปวงชนทั้งสภามอบหมาย เพื่อที่จะให้ท่านผลักดัน ขับเคลื่อน และก็ให้รัฐบาลให้ ความสําคัญในการพัฒนาแหล่งน้ํา แล้วก็ทรัพยากรน้ําทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ํา ๖๐,๐๐๐ กว่า ลุ่มน้ําย่อย ท่านประธานครับ ถ้าเกิดว่าเรามีเปัาหมาย มียุทธศาสตร์ที่จะพัฒนาประเทศ ของเรานี่นะครับ ให้เปึนอู่ข้าวอู่น้ํา หรือเปึนครัวของโลก มันจะสะท้อนผ่านมาจากการใช้ งบประมาณรายจ่ายในแต่ละป้เพื่อขับเคลื่อนประเทศของเราไปสู่เปัาหมายอันนั้น ตามแผนการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เช่นเดียวกันครับ ส่วนใหญ่ การใช้จ่ายงบประมาณจะเปึนการใช้จ่ายแบบฉาบฉวย ท่านประธานครับ อย่างเช่น เอาเงินไปให้เปึนกองทุน ซึ่งถามว่าดีไหม ดีบางส่วน แต่ว่าก็มี ผลเสียในระยะยาว แล้วก็บางส่วนก็คือไม่ยั่งยืนและก็ก่อภาระหนี้สินในภาคประชาชน เพิ่มมากขึ้น อันนี้ก็คือสิ่งที่อยากจะฝากและก็อยากจะขอคําตอบจากคณะกรรมาธิการ ผ่านท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ แผนในการพัฒนาการเมือง เรามีการกําหนด ในการใช้จ่ายพัฒนาบ้านเมืองของเราไปในทิศทางไหน แล้วท่านได้ประเมินหรือไม่ว่า การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินของเราในแต่ละป้ มันก่อให้เกิดความแตกแยกหรือ ความสมัครสมานสามัคคีกันแน่ ผมยกตัวอย่างเรื่องที่ผ่านมา แล้วก็การใช้งบประมาณ แผ่นดินที่ผ่านมาจากผู้นําท่านหนึ่ง อดีตผู้นําว่าถ้าจังหวัดนี้ไม่เลือกรัฐบาลแบบที่พูด ๆ กัน ก็เอาไว้ทีหลัง คือเปึนพลเมืองชั้น ๒ แต่ถ้าเกิดว่าจังหวัดนี้เลือกฝ์ายรัฐบาลพัฒนาเปึน ที่หนึ่งในทุก ๆ ด้าน การใช้งบประมาณในทํานองนี้ก่อให้เกิดปัญหาความแตกแยกของคน ในชาติหรือเปล่า แล้วก็นํามาซึ่งปัญหาความขัดแย้งอย่างรุนแรงจนไม่เคยเกิดขึ้น ในประวัติศาสตร์ทางการเมืองเช่นที่ผ่านมาจนถึงวิกฤตการณ์ในทางการเมืองเช่นที่เปึนอยู่ ในปัจจุบันหรือไม่ เปึนสิ่งที่น่าคํานึงและก็น่าคิด ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้น ผมจะใช้เวลาในมาตรา ๓ นี้อย่างจํากัดเพื่อเคารพต่อสภา แต่ว่าอยากจะให้เห็นภาพรวม ทั้งหมดก่อน ส่วนรายละเอียดทั้งหมดผมจะขอสงวนสิทธิในการที่จะอภิปรายในแต่ละ มาตรา ในแต่ละกระทรวง กราบขอบพระคุณครับ