นิยม เวชกามา หารือเรื่องการขอแปรญัตติตัดงบประมาณของกรมประชาสัมพันธ์ โดยอ้างเหตุผลว่าช่อง 11 ที่เป็นช่องสัญญาณของกรมประชาสัมพันธ์ในปัจจุบันไม่ใช่ช่องสัญญาณที่ดีที่สุดเหมือนสมัยก่อน และมีการใช้เงินเกินความจำเป็นในการซื้อเครื่องมือในการทําข่าว นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการลดงบประมาณ 10% ของกรมประชาสัมพันธ์และถามความเข้าใจเกี่ยวกับการตัดงบประมาณ 400 ล้านบาทของโครงการ โอทอป
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขต ๑ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ ผมเปึนหนึ่งในจํานวนผู้ยื่นขอแปรญัตติ โดยขอตัด งบประมาณที่ตั้งไว้ใน มาตรา ๕ หน่วยงานที่สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งตาม พระราชบัญญัติฉบับนี้มี ๑๘ หน่วยงาน ผมเองคงขอนําเรียนถึงเหตุผลที่ตัด ในข้อที่ ๒ ของกรมประชาสัมพันธ์ผมเสนอตัดในจํานวนนี้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ โดยมีเหตุผลดังที่ผม ขอกราบเรียนดังต่อไปนี้ ผมเองต้องขอกราบเรียนก่อนว่าเหตุผลอาจจะมองคนละมุมกับ ทางผู้ทรงเกียรติที่ได้ขอตัดไปแล้ว ผมเองในฐานะเปึนผู้แบกกล้องของไอทีวี แล้วก็ เปึนนักข่าวตั้งแต่ป้ ๒๕๓๙ ตั้งสถานีไอทีวี จนกระทั่งลาออกมาสมัครผู้แทน เมื่อ ๒๓ ธันวาคม ดังนั้น ผมในฐานะผู้สื่อข่าวในภูมิภาค ซึ่งบรรดานักข่าวหนังสือพิมพ์ก็ดี ทีวีก็ดี ย่อมรู้จักกันเปึนอย่างดี ดังนั้นที่ผมเองเสนอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ณ วันนี้ไม่ได้ หมายถึงว่าผมมีเหตุผลอย่างอื่นที่เสนอตัด เพราะว่ารู้กันอยู่ว่าช่อง ๑๑ คือ กรมประชาสัมพันธ์เพราะเปึนสื่อของรัฐ ร้อยเปอร์เซ็นต์ เปึนที่รู้กันดีในหมู่นักข่าวด้วยกัน ช่อง ๑๑ ก็คือกรมประชาสัมพันธ์คือปากเสียงของรัฐบาล นักข่าวทําข่าวด้วยกันรู้ว่าอะไร ควรส่งข่าว อะไรส่งแล้วได้ออก อะไรส่งแล้วไม่ได้ออก อันนี้คือเปึนเหตุผล แต่ที่ผม เสนอตัดนั่นหมายถึงว่าเพื่อให้มีระเบียบในการใช้เงินของกรมประชาสัมพันธ์ เพราะรู้กัน อยู่ว่าเครื่องมือในการทําข่าวไม่มีช่องไหนในภูมิภาค มีความสามารถดีเท่ากับช่อง ๑๑ เมื่อสัก ๑๐ ป้ที่ผ่านมามีกล้องตัวละ ๕ – ๖ แสนบาท ช่องอื่นไม่มีหรอกครับในภูมิภาค ใครซื้อตัวละ ๓๐,๐๐๐ – ๔๐,๐๐๐ ก็เก่งแล้ว อันนี้ถึงนําเสนอว่าเพื่อให้เปึนระเบียบ ในการใช้เงินของช่อง ๑๑ แต่ ณ วันนี้ช่อง ๑๑ ไม่ใช่ช่อง ๑๑ ครับ เปึนเอ็นบีที ผมเห็นว่าเอ็นบีทียุคนี้เปึนยุคที่ดีที่สุด ไม่เหมือนช่อง ๑๑ เมื่อสมัยก่อน ผมเองก็ออกมาก่อนแล้ว แต่ขอนําเรียนว่าเอ็นบีที ณ วันนี้ผมคิดว่าไม่ยิ่งหย่อนกว่าช่องอื่น ซึ่งสมัยก่อนช่อง ๑๑ เขาจะดูช่อง ๑๑ ก็หมายถึง ว่าไม่มีช่องอื่นจะดูแล้ว แต่ ณ วันนี้ไม่ใช่ครับ เอ็นบีทีดีที่สุดต้องให้เกียรติเขา โดยวิญญาณของนักข่าวผมเองก็ดูจนเวลาสุดท้ายก่อนที่จะถูกยึดวันนั้นก่อนจะป่ดสถานี ผู้ประกาศข่าวหญิง ชาย ๒ คน เอาจนเวลาสุดท้าย จนนักข่าวนักรบศรีวิชัยไปยึด วันนั้น ผมนั่งดู เป่ดดูจนยึด ฉะนั้นจึงให้เห็นว่านี่คือวิญญาณของนักข่าว เพราะวันนี้นักข่าว ช่างภาพก็ดีของเอ็นบีทีคือนักข่าวของไอทีวีที่ยกทีมมาอยู่ ณ วันนี้ จิตวิญญาณ ของนักข่าวไอทีวีตั้งแต่ยุคตั้งสถานี ป้ ๒๕๓๙ ซึ่งผู้บริหารยุคนั้นคือสุทธิชัย หยุ่น วิญญาณจริง ๆ ครับผมขอบอก เพราะฉะนั้นวันนั้นกลุ่มนั้นคือมาอยู่ตรงนี้ ผมถือว่า เปึนกลุ่มที่มีวิญญาณความเปึนนักข่าว ผมถึงกราบเรียนว่า ณ วันนี้กรมประชาสัมพันธ์ ก็ดูห่าง ๆ ผมจึงเห็นว่าทีวีในวันนี้ เอ็นบีทีเปึนช่องที่ให้ความเปึนกลางพอสมควร ณ วันนี้ ผมยังเป่ดดูเลยว่าเอ็นบีทีเปึนทีวีที่มาตรฐานแล้ววันนี้ ไม่เหมือนแต่เก่า ถ้าเปึนช่อง ๑๑ ใช่ครับ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ข่าวด้านเดียวแน่นอน แต่วันนี้ไม่ใช่ครับ และบุคลากรในช่อง เอ็นบีทีหรือช่อง ๑๑ เดิม วันนี้ยกทีมมาทําครับ เลือด วิญญาณผมรู้เพราะว่ากลุ่มนี้ อยู่ด้วยกัน ผมก็ทําไอทีวีตั้งแต่ตั้งสถานีจนมาเปลี่ยนชื่อเปึนไทยพีบีเอสอะไรเยอะแยะ ตอนหลัง ซึ่งตอนหลังผมก็ห่างออกมาแล้ว จึงขอกราบเรียนว่า ณ วันนี้คงไม่เปึนอย่างที่ คิดก็ได้ ผมก็ดูอยู่ ทุกวันนี้ก็เป่ดดูอยู่ ส่วนไอทีวี ณ วันนี้ก็คงเปึนอีกทีมหนึ่งซึ่งเปึนผู้บริหาร คนเก่านั่นล่ะครับ เพราะถือว่าคนบริหารไอทีวีเก่า ผมเองที่นําเสนอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผลอย่างไม่ใช่มองความไม่เปึนกลาง แต่ว่าตัดโดยเห็นว่าเพื่อเปึนวินัยในการ ใช้เงินของกรมประชาสัมพันธ์เท่านั้น เพราะเปึนที่รู้ว่าเครื่องมือในการทําข่าวของช่อง ๑๑ แต่เก่า เดิมทีเดียวจะแพงมาก ซื้อเกินกว่าความเปึนจริงครับท่านประธาน เพราะเปึนเงิน ภาครัฐมาซื้อ กล้องตัวหนึ่งก็หลายแสนบาท ณ วันนั้น แต่วันนี้ก็เปึนภาคเอกชน บริหารแล้ว ผมจึงคิดว่าเอ็นบีทีนี้จะให้เปึนจําเลยคงไม่ใช่ครับ เพราะว่าเอ็นบีทีวันนี้ ไม่เหมือนแต่เก่าแล้ว ไม่เหมือนช่อง ๑๑ แต่เก่า เปึนช่องเอกชนที่ทําข่าวเคียงบ่าเคียงไหล่ กับภาคเอกชนอื่นครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมต้องขอพูดถึงในวันนี้นอกจากกรมประชาสัมพันธ์ซึ่งวันนี้ ผมขอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ตามที่ขอแปรญัตติไว้ ส่วนอีกเรื่องที่ผมต้องพูดถึงวันนี้ก็เปึนเรื่อง ที่เกี่ยวกับข้อ (๔) ซึ่งผมเห็นว่าเปึนเรื่องที่แปลกอยู่ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมไม่ได้แปรญัตติตัด แต่ผมสงสัย ต้องถามกรรมาธิการในเรื่องที่เปึนเรื่องแปลกที่ผมคิดว่าหมายถึงว่าในข้อ (๔) เรื่องสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (๒) แผนงานเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการจัดการ และการตลาดชุมชน คือ ๑ ตําบล ๑ ผลิตภัณฑ์ มันเปึนเรื่องแปลกที่ผมต้องพูดถึงวันนี้คือ ถูกตัดงบประมาณไปหมดเลย ตั้งไว้ ๔๐๐ ล้านบาท ผมเลยไม่เข้าใจว่าคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ตัดเพราะเหตุผลอะไร ผมว่าผมดูในนี้ถูกตัดไปเลย ๔๐๐ ล้านบาท ถูกตัดไป แสดงว่า โอทอป (OTOP) ไม่มีแล้วใช่ไหมครับ ผมเลยสงสัยเท่านั้นเอง เพราะว่าในเนื้อหาจริง ๆ ทําไมต้องตัดด้วย ตัดไปหมดเลย ผมดูในหนังสือที่ให้มา ตัดไป ๔๐๐ ล้านบาท ที่ขอไว้ตัดหมดเลย อันนี้ต้องถามข้อข้องใจว่าทําไมต้องตัด ตัดเพราะเหตุผลอะไรครับ ขอบคุณมากครับ