อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ อภิปรายเรื่องงบประมาณกรมประชาสัมพันธ์ และการจัดตั้งสํานักข่าวแห่งชาติของรัฐบาล โดยเรียกร้องปรับลดงบประมาณและทบทวนแนวคิดนี้ เนื่องจากอาจนำไปสู่การควบคุมข้อมูลข่าวสารที่ไม่เชื่อถือได้
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้แปรญัตติไว้ใน มาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรีไว้ในหลาย หน่วยงานนะครับ รวมแล้วเสนอปรับลดไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าที่ต้องการจะเน้น เปึนพิเศษเพื่อไม่ให้เสียเวลาเพื่อนสมาชิกก็คือ เฉพาะที่กรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเพื่อน สมาชิกหลายคนก็ได้หยิบยกประเด็นของกรมประชาสัมพันธ์ขึ้นมาอภิปราย ในงบประมาณของกรมประชาสัมพันธ์ต้องบอกว่าเปึนความจําเปึนที่จะต้องปรับลดลง จากงบประมาณที่ตั้งไว้เสนอเข้ามาในวาระที่ ๑ ๑,๕๑๕ ล้านกว่าบาท ผมได้เสนอขอตัด ไป ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเปึนตัวเลขการขอปรับที่มากที่สุดในบรรดาผู้ที่เสนอปรับลด ในส่วนของกรมประชาสัมพันธ์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือประมาณ ๔๕๔ ล้านบาท แต่ว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายนี้ไม่เห็นด้วย ปรับลดลง เพียง ๑.๘ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๒๘ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพ กระผมมีเหตุผล ๒ ข้อที่จะเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการถึงเหตุผลในการต้องขอปรับ ลดจํานวนมาก แล้วต้องขอบอกเปึนเบื้องต้นว่าประเด็นที่นําเสนอเหล่านี้เปึนความ ปรารถนาดีต่อกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเปึนองค์กรสื่อมวลชนของรัฐที่มีนักวิชาชีพทางด้าน สื่อสารมวลชน นักบริหารองค์กรสื่อสารมวลชนของรัฐทําหน้าที่ การขอปรับลดครั้งนี้ การอภิปรายครั้งนี้ไปเปึนด้วยความปรารถนาดีและต้องการที่จะเฆี่ยนตี ต้องการที่จะ ตําหนิการทํางานด้วยความรักด้วยความห่วงใยจริง ๆ เหตุผล ๒ ข้อก็คือ ข้อที่ ๑ มีความ ไม่เหมาะสมในการจัดสรรงบประมาณ ถ้าเกิดอนุมัติไปแล้วจะทําให้รัฐเสียหาย ราชการ เสียประโยชน์และบริษัทเอกชนจะได้ประโยชน์ ประการที่ ๒ ก็คือความไม่มีประสิทธิภาพ ในการบริหารจัดการงบประมาณของผู้บริหารในกรมประชาสัมพันธ์ ทําให้ผมเกิดความ ไม่แน่ใจว่าให้งบไปแล้วจะสามารถเอาไปใช้จ่ายได้เกิดประโยชน์สูงสุดจริงหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ในนโยบายรัฐบาล ข้อ ๘.๓ บอกไว้ว่า จะส่งเสริมให้ประชาชน มีโอกาสได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารจากทางราชการและสื่อสาธารณะอื่นได้อย่างกว้างขวาง ถูกต้อง เปึนธรรม และรวดเร็ว ภารกิจในการสานต่อนโยบายรัฐบาลข้อนี้อยู่ที่ กรมประชาสัมพันธ์ แต่ไปดูที่กรมประชาสัมพันธ์เขามีวิสัยทัศน์ของเขา บอกว่าเปึนองค์กรหลัก ด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารมวลชนแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสรับรู้ ข้อมูลข่าวสาร เกิดความรู้ความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาประเทศ เพื่อความเข้มแข็งของสังคมไทย ฟังดูแล้วก็เลื่อนลอย ไม่ทันสมัยแล้ว ก็ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปึนจริงในปัจจุบัน วันนี้สิ่งที่สังคมเรียกร้องต่อ กรมประชาสัมพันธ์ก็คือว่า กรมประชาสัมพันธ์ต้องมีวิสัยทัศน์ที่ต้องเปึนแบบอย่างของ องค์กรสื่อสารมวลชนในประเทศนี้ ต้องเปึนแบบอย่างที่ยึดมั่นในหลักการแห่งวิชาชีพ สื่อสารมวลชนให้เปึนที่ปรากฏ และให้เปึนแบบอย่างของสื่อสารมวลชนในประเทศนี้ นี่คือวิสัยทัศน์ที่ควรจะเปึน แต่กรมประชาสัมพันธ์ทําได้เพียงแค่ว่าจะให้ประชาชนรับรู้ ข้อมูลข่าวสารเท่านั้นเอง ซึ่งไม่รู้ว่าเปึนข้อมูลข่าวสารแบบไหน อย่างไร มาดูในพันธกิจ บอกว่าจะบริหารจัดการสื่อสารมวลชนภาครัฐให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด อันนี้ต้องบอก สรุปเลยว่าสอบตก เพราะกรมประชาสัมพันธ์ได้ยกช่อง ๑๑ ให้กับบริษัท ดิจิตอล มีเดีย โฮลดิ้ง (Digital media holding) ซึ่งเปึนบริษัทเอกชนเข้ามารับสัมปทานทําข่าวไป อย่างเบ็ดเสร็จ ได้ยกให้วิทยุเอฟเอ็มและเอเอ็มจํานวนมาก ให้สัมปทานกับบริษัทเอกชน ไปบริหารจัดการ ภารกิจในการบริหารจัดการสื่อสารมวลชนภาครัฐให้เกิดประสิทธิภาพ สูงสุด ไม่ได้อยู่ในมือของกรมประชาสัมพันธ์และพนักงานในกรมประชาสัมพันธ์อีกแล้ว ถูกผ่องถ่ายให้ไปอยู่ในมือของเอกชนทั้งสิ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ในชั้นวาระที่ ๑ ชั้น รับหลักการ ผมได้อภิปรายและได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงบของกรมประชาสัมพันธ์ แล้วก็เน้นหนักในงบอยู่หมวดหนึ่งเรียกว่างบรายจ่ายอื่น ซึ่งตั้งไว้จํานวน ๑๔๔,๕๔๓,๖๐๐ บาท เปึนค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราว ๙,๕๔๓,๖๐๐ บาท งบของโครงการพัฒนาประสิทธิภาพสถานีวิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ ๘๕ ล้านบาท และโครงการจัดตั้งสํานักข่าวแห่งชาติ ของรัฐบาล ๕๐ ล้านบาท วันนี้คณะกรรมาธิการงบประมาณได้ไปปรับลดในส่วนของ โครงการพัฒนาประสิทธิภาพสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง ๑๑ ปรับลดไป ๔,๖๐๐,๐๐๐ บาท ในส่วนของงบค่าใช้จ่ายเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราว ๙,๕๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ปรับลดไป ๑,๔๓๑,๐๐๐ กว่าบาท ส่วนโครงการจัดตั้ง สํานักข่าวแห่งชาติของรัฐบาลไม่แตะต้องเลยแม้แต่บาทเดียว ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราว ผมได้พลิกดูแล้ว งานส่วนใหญ่ก็คือการไปทําข่าว ไปทําสารคดี ไปเพิ่มพูนความรู้ของเพื่อนร่วมวิชาชีพ ในกรมประชาสัมพันธ์ในส่วนข่าวสารต่าง ๆ ของกรมประชาสัมพันธ์ ๙,๕๐๐,๐๐๐ บาท ไปปรับลดเขาเสีย ๑,๔๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ไม่ควรไปตัดอย่างยิ่ง เปึนเรื่องที่ต้องสนับสนุนและเพิ่มให้มากกว่านี้ด้วยซ้ํา เพราะการไปเป่ดโลกไปเห็น สิ่งต่าง ๆ ในต่างประเทศ แล้วนํามารายงานเปึนข่าว เปึนสารคดีในแง่มุมต่าง ๆ เปึนภารกิจที่ส่วนข่าวสารของกรมประชาสัมพันธ์ควรจะได้ทําอย่างเต็มที่เต็มประสิทธิภาพ แต่ในส่วน ๒ โครงการที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือ เรื่องของโครงการพัฒนาประสิทธิภาพ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยหรือช่อง ๑๑ วันนี้จํานวน ๘๕ ล้านบาทนั้น วันนี้ก็คือ การที่มอบหมายภารกิจส่วนใหญ่ของช่อง ๑๑ ให้กับบริษัท ดิจิตอล มีเดีย โฮลดิ้ง เข้าไปดูแลบริหารจัดการในการผลิตข่าวสารทั้งหมด วันละเกือบ ๑๐ ชั่วโมง ท่านประธานที่เคารพครับ เอ็นบีทีเปึนสถานีโทรทัศน์สาธารณะของรัฐบาล นี่เปึนความ ต้องการของรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และประกาศอยู่ตลอดเวลาว่าต้องการทําให้ สถานีโทรทัศน์แห่งนี้เปึนสถานีโทรทัศน์สาธารณะของรัฐบาลแข่งกับสถานีของไทยหรือ ทีพีบีเอส วันนี้ได้เห็นชัดแล้วว่าเอ็นบีทีภายใต้การบริหารดูแลของผู้บริหาร กรมประชาสัมพันธ์คนหนึ่งและโดยส่วนใหญ่แล้วตกอยู่ในมือของบริษัทเอกชนที่เข้ามารับ สัมปทาน ได้สะท้อนให้เห็นแล้วว่าไม่เพียงแต่จะเปึนโทรทัศน์ที่ไม่สามารถจะเปึนโทรทัศน์ สาธารณะในความหมายของโทรทัศน์สาธารณะทั่วไปแล้ว ยังเปึนสถานีโทรทัศน์ ที่เปึนสื่อสารมวลชนได้ยากลําบากด้วยซ้ําไป สถานะของเอ็นบีทีเวลานี้ก็คือการเปึน กระบอกเสียงของรัฐบาลด้านเดียวเท่านั้นเอง นี่เปึนเรื่องที่น่าเสียดาย เปึนเรื่องที่น่าเสียใจ อย่างยิ่ง วันนี้เอ็นบีทีถูกยึดครอง ถูกดูแลโดยการทําข่าว การผลิตรายการต่าง ๆ โดยบริษัทเอกชนข้างนอกและบริษัท ดิจิตอล มีเดีย โฮลดิ้ง ที่เข้ามาดูแลนั้นก็ดึงเอาบุคคล ซึ่งอ้างว่าเปึนมืออาชีพทั้งหลายในแวดวงโทรทัศน์เข้ามาทําหน้าที่ แล้วก็แสดงให้เห็นแล้ว ว่าไม่สามารถที่จะทําหน้าที่เปึนสื่อมวลชนของรัฐได้ หากแต่ทําหน้าที่เปึนเพียงบริษัท ที่รับจ้างผลิตรายการที่มีความคิด ความอ่านของตัวเอง และไม่ได้ยึดมั่นในจรรยาวิชาชีพ แห่งสื่อสารมวลชนอย่างน่าเสียดายอย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้รายการต่าง ๆ ในเอ็นบีทีต้องบอกว่าถูกจัดขึ้นมาเพื่อทั้งผังรายการ ทั้งรายการข่าว ทั้งรายการอื่น ๆ จัดมาเพื่อที่จะสนองตอบนโยบายของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว บทบาทความเปึน สื่อมวลชนที่บอกว่าต้องอยู่เปึนกลาง ต้องรักษาสมดุลของข้อมูลข่าวสารที่รอบด้าน เปึนธรรมจริง ๆ หายไป ข่าวสารหรือรายการที่มีลักษณะขัดแย้งกับรัฐบาล ข่าวสาร ที่ไม่เปึนประโยชน์กับรัฐบาลหรือจะทําให้เสถียรภาพของรัฐบาลมีปัญหาไม่ถูกนําเสนอ ในสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ ตรงนี้เปึนเรื่องสําคัญวันนี้ เอ็นบีที นอกจากจะเปึนกระบอกเสียง ของรัฐบาลแล้วก็เลยกลายเปึนเวทีของกลุ่มบริษัทเอกชน กลายเปึนที่ทํามาหากินของ บริษัทเอกชนที่มีโอกาสเข้าไปรับสัมปทานทําธุรกิจในสถานีแห่งนี้ คําถามก็คือว่าผู้บริหาร ของกรมประชาสัมพันธ์นั่งทนดูอยู่เฉย ๆ ได้อย่างไร เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกอย่างน้อย ๒ ท่าน ก็ได้นําเสนอปรากฏการณ์ของเอ็นบีทีที่ได้แสดงออกในช่วงที่เกิดสถานการณ์ ฉุกเฉิน เกิดสถานการณ์จลาจลว่าเอ็นบีทีได้แสดงบทบาทอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ เอ็นบีทีถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าเปึนตัวการแห่งการยั่วยุให้ประชาชนเกิดความ ไม่พอใจต่อรัฐบาล ยิ่งยั่วยุยิ่งออกข่าวมากเท่าไร ยิ่งสร้างความร้าวฉาน ยิ่งสร้างความ แตกแยกทางความคิดมากขึ้นเท่านั้น ปรากฏการณ์ที่มีผู้ไปบุกยึดหรือแสดงความไม่พอใจ ต่อ เอ็นบีที ผมดูแล้วมีลักษณะที่ไม่ต่างกับเมื่อครั้งที่กรมประชาสัมพันธ์ถูกนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน เดินขบวนแล้วก็ไปบุกทําลายเมื่อเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ไม่แตกต่าง อะไรกับเหตุการณ์ช่วงพฤษภาทมิฬที่สื่อมวลชนของรัฐเสนอข่าวด้านเดียวและนําไปสู่ ความรุนแรง วันนี้สภาพเช่นนั้นเกิดขึ้นกับองค์กรสื่อมวลชนของรัฐที่ชื่อ เอ็นบีที เปึนเรื่องที่ อันตรายอย่างมากครับ ถามว่าในสถานการณ์ที่บ้านเมืองกําลังต้องการความสงบ ราบเรียบ ต้องการให้ภาวะที่เกิดความขัดแย้งเกิดการต่อสู้กันหันกลับมาสู่ภาวะปกติ สถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีได้ทําอะไรที่มีส่วนช่วยเหล่านี้บ้าง เปล่าเลยครับ กลับกลายเปึนว่า เอ็นบีทียิ่งละเมิดจริยธรรมทางด้านสื่อสารมวลชนรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ การเสนอข่าวสารในช่วง ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาถูกวิพากษ์วิจารณ์มาก การเสนอข่าว ด้านเดียวไม่พอ เสนอข่าวบิดเบือนต่อข้อเท็จจริงที่สถานีโทรทัศน์อื่น ๆ เขาได้นําข้อมูล ข่าวสารมาแสดงให้เห็นอยู่แล้ว เอ็นบีทีก็ยังเสนอข่าวบิดเบือน อย่างเช่นกรณีที่เกิดขึ้น หน้ากองบัญชาการตํารวจนครบาล เถียงอยู่นั่นแหละครับว่าเหตุที่เกิดควัน ระเบิดควัน ที่เห็นไม่ใช่แก๊สน้ําตาเปึนเพียงประทัด เถียงกันอยู่นั่นแหละครับแล้วไม่ยอมรับ และเมื่อ ข้อเท็จจริงปรากฏออกมายอมรับก็ยอมรับแค่ครึ่งเดียวบอกว่าถึงแม้จะเปึนแก๊สน้ําตา ถึงแม้จะเปึนระเบิดที่ออกมาก็ไม่ใช่มาจากฝัืงของตํารวจ แต่เปึนฝัืงผู้ชุมนุมเปึนผู้ที่ขว้าง เข้าไป สิ่งเหล่านี้ได้ทําให้ภาพลักษณ์ของเอ็นบีทีเสียหายและไม่เปึนที่เชื่อถือ ผู้บริหารของ กรมประชาสัมพันธ์ก็ยังคงละเลยไม่เข้าไปดูแล ถามว่าเมื่อมอบหมายให้บริษัท ดิจิตอล มีเดีย โฮลดิ้ง เข้ามาดูแลเรื่องข่าวแล้ว กรมประชาสัมพันธ์สามารถเข้าไปบริหารจัดการ ไปดูแลได้หรือไม่ ผมก็ไปพลิกดูสัญญาที่ทํากันไว้ สามารถที่จะทําได้ครับ บริษัทที่รับจ้าง ทําข่าวจะต้องรับทราบนโยบายการผลิตรายการข่าวประจําวันจากกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อนําไปวางแผนขั้นตอนการผลิตรายการ การกําหนดประเด็น หัวข้อ และเนื้อหา ตลอดจนวิทยากรร่วมรายการแต่ละตอน และผลิตรายการตามนโยบาย ที่กรมประชาสัมพันธ์กําหนด ถามว่าผู้บริหารกรมประชาสัมพันธ์ได้ทําอะไรกับเรื่อง แบบนี้บ้าง ถ้าหากว่าเกิดมีความผิดพลาดขึ้นมา ถ้าหากว่าบริษัทที่ไปรับจ้างทําข่าว ไปทําในสิ่งที่ไม่เหมาะสม ละเมิดจริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพในการทํางานข่าว กรมประชาสัมพันธ์ก็สามารถที่จะยกเลิกรายการได้โดยไม่ถือว่าเปึนการผิดสัญญา แต่น่าเสียดายครับ ความผิดพลาดเหล่านั้นยังปรากฏออกมาเรื่อย ๆ โดยที่ผู้บริหาร กรมประชาสัมพันธ์ไม่เข้าไปดูแล ไม่เข้าไปแตะต้อง นี่คือเหตุผลที่ผมถึงต้อง นําเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าท่านปล่อยให้ กรมประชาสัมพันธ์ได้รับงบประมาณจํานวนมากมายมหาศาลเหล่านี้ได้อย่างไร โดยที่ เห็นอยู่ชัด ๆ แล้วว่าผู้บริหารของกรมประชาสัมพันธ์ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะกํากับ ให้งานของกรมประชาสัมพันธ์ดําเนินไปตามนโยบายของรัฐบาลได้ ทั้งหมดนี้ผมถึง กราบเรียนกับท่านประธาน
อีกโครงการหนึ่ง โครงการสุดท้ายก็คือการสนับสนุนการจัดตั้ง สํานักข่าวแห่งชาติของรัฐบาล สํานักข่าวมีอยู่แล้วครับ สํานักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ สํานักข่าวไทย นี่เปึนสํานักข่าวของประเทศไทยอยู่แล้วได้รับความเชื่อถือมายาวนาน วันนี้ กรมประชาสัมพันธ์มีดําริที่จะจัดตั้งสํานักข่าวแห่งชาติของรัฐบาลขึ้นมา เปึนของรัฐบาล โดยเฉพาะ บอกว่าเพื่อเปึนแหล่งข้อมูลข่าวสารในประเทศที่ใช้สําหรับค้นคว้าศึกษาอ้างอิง เชื่อถือได้ เชื่อถือได้อย่างไรครับ เพราะแนวความคิดที่จะจัดตั้งสํานักข่าวแห่งชาติขึ้นมา ก็จะเอาบุคคลภายนอกเข้ามาเปึนผู้ผลิตข่าวและเนื้อหาทั้งหมด และใช้เนื้อหาข่าวสาร ทั้งหมดนี้แหละเปึนตัวแทน เปึนแหล่งข้อมูลข่าวสารของชาติ นี่เปึนเรื่องที่น่าอันตรายมาก จึงอยากจะต้องให้ทบทวนในเรื่องนี้ด้วย งบประมาณถึง ๕๐ ล้านบาท ท่านไม่แตะเลย นี่คือประเด็นปัญหาทั้งหมดที่ผมอยากจะฝากกราบเรียนไปยังท่านประธานเพื่อให้ คณะกรรมาธิการได้ตอบข้อสงสัยของผมในประเด็นนี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ