สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๓ กันยายน ๒๕๕๑

องอาจ คล้ามไพบูลย์ พูดถึงปัญหาการปฏิบัติงานของกรมประชาสัมพันธ์ โดยกล่าวหาว่ากรมประชาสัมพันธ์ปฏิบัติงานไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม และไม่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และพันธกิจที่ได้ประกาศไว้

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากกรุงเทพมหานคร เขต ๑๒ ท่านประธานครับ ปกติผมไม่ค่อยลุกขึ้น อภิปรายเรื่องราวต่าง ๆ ในสภานี้บ่อยครั้งนัก แต่หลายครั้งที่อภิปรายนั้นล้วนแล้วแต่เปึน เรื่องที่มีความสําคัญและก็เปึนประโยชน์และก็ทําหน้าที่ในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ก่อนเข้ามาในห้องประชุมนี้เกือบทั้งวันสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านบอกว่า ให้รีบทําหน้าที่ในการพิจารณางบประมาณ ใครที่ยังไม่เคยอภิปรายในสภาเลย ขอให้รีบ เข้ามาอภิปรายครั้งนี้ เพราะการอภิปรายครั้งนี้อาจจะเปึนการอภิปรายครั้งสุดท้าย ในการ พิจารณางบประมาณครั้งนี้ เพราะการยุบสภาอาจจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ อาจจะเกิดขึ้น ในวันพรุ่งนี้ตอน ๗ โมงเช้า ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีนัดหมายกับสื่อมวลชนที่จะแถลงข่าว ประมาณ ๗ โมงเช้า หรือ ๗ โมง ๓๐ นาที แต่ท่านประธานครับผมไม่ได้มาอภิปรายครั้งนี้ เพราะจะต้องเปึนการอภิปรายครั้งสุดท้ายก่อนที่จะไม่มีสภานี้ให้อภิปรายในสมัยนี้ ใน ส.ส. ชุดนี้ ในรัฐบาลชุดนี้ แต่ผมอภิปรายเพราะว่าสํานักนายกรัฐมนตรีซึ่งมีการปรับลด งบประมาณลงไปจํานวนหนึ่งนั้น เปึนหน่วยงานเล็ก ๆ ที่มีความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง เปึนหน่วยงานเล็ก ๆ ที่มีความสําคัญถึงขนาดส่งผลกระทบถึงความเปลี่ยนแปลง ในบ้านเมืองนี้ เปลี่ยนแปลงความคิดความอ่านของผู้คนในสังคมไทยได้พอสมควร เพราะในสํานักนายกรัฐมนตรีมีหน่วยงานที่ชื่อว่ากรมประชาสัมพันธ์ มีภาระหน้าที่ทํางาน เปึนสื่อของรัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ คําว่า สื่อของรัฐ นั้นแน่นอนที่สุดครับแตกต่าง จากสื่อเอกชนทั่วไป สื่อเอกชนทั่วไปไม่ว่าจะเปึนสื่อชนิดใดก็ตามเขาทําดีไม่ดีอย่างไร ประชาชนจะเปึนคนพิจารณาว่าจะสนับสนุนติดตามข้อมูลข่าวสารจากสื่อนั้น ๆ หรือไม่ อย่างไร แต่สื่อของรัฐนั้นมีภาระหน้าที่ มีวิสัยทัศน์ มีพันธกิจชัดเจนที่จะต้องกระทําในฐานะ ที่เปึนสื่อของรัฐ ในฐานะที่เปึนกรมประชาสัมพันธ์ ท่านประธานครับหลายท่านลุกขึ้นมา อภิปรายตําหนิติเตียน เจ้าหน้าที่ข้าราชการในกรมประชาสัมพันธ์หลายคนจํานวนมากว่า ปฏิบัติหน้าที่เสมือนหนึ่งเปึนทาสรับใช้นักการเมือง เสมือนหนึ่งทําตัวเปึนทาสน้ําเงินบ้าง เปึนอะไรต่าง ๆ นานาบ้าง ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่ตําหนิข้าราชการเหล่านั้นครับ ข้าราชการนั้นแน่นอน ที่สุดเขาอยากทําในสิ่งที่ดีที่สุด เหมาะสมที่สุด แต่เพราะมีนักการเมืองบางคนบางส่วน ที่พยายามใช้อํานาจหน้าที่ของตนเองนั้นเข้าไป ทําให้ข้าราชการบางส่วนต้องประพฤติ ปฏิบัติในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม อะไรบ้างครับท่านประธานที่ผมอยากจะกราบเรียน ในระยะเวลาอันค่อนข้างจํากัดนี้ ผมอยากจะชี้ให้ท่านประธานเห็นพฤติกรรม ของกรมประชาสัมพันธ์ที่กํากับดูแลทั้งวิทยุโทรทัศน์ และวิทยุ วิสัยทัศน์ของ กรมประชาสัมพันธ์บอกว่าเปึนองค์กรหลักด้านการประชาสัมพันธ์และสื่อสารมวลชน แห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เกิดความรู้ความเข้าใจ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาประเทศเพื่อความเข้มแข็งของสังคมไทย ท่านประธานตามผมไปดูครับว่าพฤติกรรมของกรมประชาสัมพันธ์เปึนเหมือนวิสัยทัศน์ ที่ได้ประกาศไว้นี้หรือไม่ พันธกิจของกรมประชาสัมพันธ์ครับ ดําเนินการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสรับรู้ เกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถใช้ข้อมูลข่าวสารของรัฐ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ข้อ ๒ ให้คําปรึกษา เสนอแนะนโยบาย ประสาน สนับสนุนการดําเนินงานประชาสัมพันธ์ภาครัฐอย่างเปึน ระบบครบวงจรทั้งในประเทศและต่างประเทศ ท่านประธานครับ ข้อ ๒ นี้ บอกให้คําปรึกษา เสนอแนะนโยบาย ประสานและสนับสนุนการดําเนินงาน การประชาสัมพันธ์ภาครัฐ แต่ผมเห็นว่าพันธกิจของกรมประชาสัมพันธ์ในข้อนี้ตรงกันข้าม หลายครั้งเราพบว่ากรมประชาสัมพันธ์รับคําปรึกษาหรือคําสั่งที่มิชอบมากกว่าจะเปึน ผู้ให้คําปรึกษาเสนอแนะนโยบาย ประสานหรือสนับสนุนการดําเนินงานประชาสัมพันธ์ ของรัฐเปึนพันธกิจที่ตรงกันข้ามกับที่ประกาศไว้เลยครับ และพันธกิจที่ตรงกันข้ามเหล่านี้ ครับท่านประธานที่เคารพ เกิดอะไรขึ้นบ้างครับ การไม่ทําตามพันธกิจนี้ก็ชี้ให้เห็นว่า กรมประชาสัมพันธ์นั้นทําในสิ่งที่ไม่ควรทําอยู่ ๓ – ๔ ด้านด้วยกัน ด้านที่ ๑ สนองคําสั่ง ที่มิชอบ เดี๋ยวผมจะชี้ให้เห็นว่าสนองคําสั่งที่มิชอบนั้นมีผลอะไร ด้านที่ ๒ มอบภาพลบ ให้ฝ์ายตรงข้ามกับรัฐบาลเปึนเนืองนิตย์ ข้อที่ ๓ เอาเปรียบคู่แข่งขันทางการเมือง ข้อที่ ๔ ความไม่เท่าเทียมในการใช้สื่อของรัฐ ข้อที่ ๔ นี้ผมไม่พูดซ้ําหลายท่านได้พูดไปแล้ว ท่านนายกมีรายการสนทนาประสาสมัคร ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ทําหนังสือขอเวลาเช่นเดียวกับที่ท่านนายกรัฐมนตรีมี ถึงวันนี้กรมประชาสัมพันธ์ยังไม่มี คําตอบ นี่อย่างไรครับคือความไม่เท่าเทียมกันในการใช้สื่อของรัฐ ย้อนไปข้อที่ ๓ เอาเปรียบ คู่แข่งขันทางการเมือง รับสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไม่ทันข้าม ๒ – ๓ วัน ยังไม่ทันจบเลยสมัครกันไปถึงวันที่ ๕ สื่อของรัฐที่เรียกว่ากรมประชาสัมพันธ์เสนอสกู๊ป (Scoop) ข่าวผู้สมัครผู้ว่ากทม. ของพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน บิดเบือน ก่อให้เกิดความรู้สึกด้านลบต่อผู้สมัคร ถ้าคนที่ทํางานที่นั่นจะบอกว่าสิ่งที่เสนอข่าว เปึนการเสนออย่างถูกต้องตรงไปตรงมา ขอความกรุณาท่านมายืนยันกับผมว่าคําพูด ที่ท่านพูด ข้อมูลที่ท่านนําเสนอนั้นเปึนการเสนอด้านลบต่อผู้สมัครหรือไม่ ตรงนี้ล่ะครับ ที่เปึนเรื่องที่ผมเห็นว่าเปึนการเอาเปรียบคู่แข่งขันทางการเมือง ข้อที่ ๒ มอบภาพลบ ให้ฝ์ายตรงข้ามรัฐบาลอยู่เปึนเนืองนิตย์ เรื่องนี้ไม่ต้องอธิบายครับ ใครติดตามรายการ บางรายการในช่องทีวีที่อยู่ในความดูแลของกรมประชาสัมพันธ์จะเห็นชัด แต่ข้อที่ร้ายแรง ที่สุดคือข้อที่ ๑ ครับ สนองคําสั่งที่มิชอบ สนองคําสั่งที่มิชอบเกิดผลอย่างไรครับ เกิดผล ตรงที่ว่าทําให้เกิดการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร และทําให้พี่น้องประชาชนได้รับข้อมูล ข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง ท่านประธานครับ ปัญหาที่เกิดเปึนวิกฤติทางการเมืองในบ้านเมือง ของเราในขณะนี้เพราะพี่น้องประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง เมื่อเขาได้รับ ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง ความคิดที่ไม่ถูกต้องก็เกิดขึ้น เมื่อความคิดที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้น การประพฤติปฏิบัติ การกระทําที่ไม่ถูกต้องก็ตามมาอีก เพราะฉะนั้นท่านประธานสภา ที่เคารพรักครับ ผมถึงบอกว่าวิกฤติในบ้านเมืองนี้นั้นส่วนหนึ่งเกิดจากการกระทําของ หน่วยงานเล็ก ๆ ในสํานักนายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่ากรมประชาสัมพันธ์ ไม่ว่าท่านจะรู้ หรือไม่รู้ก็ตาม ไม่ว่าท่านจะจงใจหรือไม่จงใจก็ตาม แต่ความประพฤติปฏิบัติของท่านนั้น ผมอยากจะกราบเรียนว่าเปึนความประพฤติปฏิบัติที่ท่านกําลังมีส่วนอย่างสําคัญในการ สร้างเสริมให้เกิดวิกฤติขึ้นในบ้านเมืองของเรา ท่านประธานสภาที่เคารพครับ วิกฤติต่าง ๆ เหล่านี้ที่เกิดขึ้นจากสื่อของรัฐที่เรียกว่า กรมประชาสัมพันธ์ ทีวีที่เรียกว่า เอ็นบีที และวิทยุอีกหลายคลื่นครับก่อให้เกิดผลกระทบ ๓ ด้านใหญ่ ๆ ด้วยกันครับ ด้านที่ ๑ ส่งเสริมการเลือกข้างแบ่งฝ์ายของพี่น้องประชาชน ในประเทศ ด้านที่ ๒ สร้างความรู้สึกโกรธแค้นชิงชังในหมู่ประชาชนและด้านที่ ๓ ก่อให้เกิดบาดแผลร้าวลึกจนยากจะเยียวยา ท่านประธานสภาที่เคารพ สังคมเรานั้น ต้องการความสมานฉันท์ ต้องการอยู่กันอย่างสงบสุข เมื่อใดก็ตามที่สื่อของรัฐประพฤติ ปฏิบัตินอกเหนือจากวิสัยทัศน์ นอกเหนือจากพันธกิจที่เขาควรประพฤติปฏิบัติ ผมจะไม่แปลกใจเลยครับว่าทําไมเวลาบ้านเมืองมีวิกฤติขึ้นมาคราวใด พี่น้องประชาชน จึงมุ่งหน้าไปที่กรมประชาสัมพันธ์ ทําไมไม่มุ่งหน้าไปที่หน่วยงานอื่น ๑๔ ตุลาคม ทําไมต้องไปเผากรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งได้รับฉายาว่ากรมกร๊วกในสมัยนั้น เหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ ทําไมหน่วยงาน