สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๓ กันยายน ๒๕๕๑

ชนินทร์ รุ่งแสง หารือเรื่องงบประมาณสํานักงานคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งไม่เพียงพอ และไม่สามารถดูแลผู้บริโภคได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปรับเปลี่ยนกฎหมายเพื่อคุ้มครองลูกหนี้ และการสนับสนุนการใช้ก๊าซเอ็นจีวี

นายชนินทร์ รุ่งแสง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องที่จะพูดก็คงจะเปึนเรื่องที่สําคัญและก็คงเปึนเรื่องที่ ไม่ซ้ํากับประเด็นที่ยังไม่มีผู้ใดที่ได้พูดถึง ก็คงจะใช้เวลาที่มีอยู่อย่างจํากัดให้คุ้มค่าที่สุด ผมเองเปึนผู้หนึ่งที่ได้แปรญัตติเพื่อที่จะปรับลดงบประมาณของสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งจริง ๆ แล้วเจตนาก็คงจะไม่ได้ต้องการที่จะปรับลดในทุกส่วน ในทุกองค์กรของที่ขึ้นอยู่ กับสํานักนายกรัฐมนตรี เพียงแต่เห็นว่างบประมาณที่ใช้เพิ่มเติมยังไม่เหมาะสม ยังไม่มี การเพิ่มในส่วนที่ควรจะเพิ่ม แต่ว่าไปเพิ่มในส่วนที่ไม่ควรจะเพิ่ม องค์กรที่ผมจะพูดถึงก็คือ เรื่องของสํานักงานคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งต้องกราบเรียนจริง ๆ ว่างบประมาณที่ได้จัดสรร ลงไปถึงแม้จะมีการเพิ่มเติมเล็กน้อยจากกรรมาธิการเบ็ดเสร็จรวมยอดแล้วก็คือประมาณ ๑๘๖ ล้านบาท ซึ่งต้องกราบเรียนว่า คําว่า ผู้บริโภคในประเทศไทย แน่นอนที่สุดผมคิดว่า ประชาชนทุกคนก็คือผู้บริโภค ๖๐ กว่าล้านคน กับงบประมาณ ๑๘๖ ล้านบาท เทียบแล้ว รัฐบาลใช้งบประมาณไม่ถึง ๓ บาทต่อคน ในการที่จะดูแลเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจําวันของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นผมเองไม่สบายใจ และในฐานะที่ผมเองอยู่ในคณะกรรมาธิการคุ้มครอง ผู้บริโภค ซึ่งเห็นเรื่องของปัญหาต่าง ๆ ของหน่วยงาน ของประชาชนที่มาร้องเรียน ผ่านคณะกรรมาธิการ ซึ่งการร้องเรียนต่าง ๆ นั้นย่อมสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องของปัญหา และข้อบกพร่องของสํานักงานคุ้มครองผู้บริโภค ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของสถิติที่ได้ยินจากการ มารายงานของสํานักงานคุ้มครองผู้บริโภคเองก็ตาม น่าตกใจครับท่านประธานครับ ในช่วงป้ที่ผ่านมามีมาร้องเรียนทั้งสิ้นนี้ ๔,๐๐๐ กว่าราย ซึ่งถามว่ามันเปึนจํานวนที่น้อย แล้วเราสบายใจหรือเปล่า ต้องเรียนว่ามันไม่ใช่ เพราะว่าปัญหาจริงๆ แล้วนี้ผู้บริโภคนั้น ไม่สามารถที่จะสามารถเข้าถึงในเรื่องของกระบวนการร้องเรียน เข้าถึงในการที่จะ เรียกร้องสิทธิต่าง ๆ ของผู้บริโภคได้ เพราะฉะนั้นเปึนสิ่งหนึ่งที่รัฐบาลที่กํากับดูแลเรื่องของ การคุ้มครองผู้บริโภคนั้นจะต้องตระหนักถึงและเอาใจใส่ในการเข้าถึงเรื่องของสื่อต่าง ๆ ในการที่จะเรียกร้องสิทธิในฐานะผู้บริโภค ปัญหาใหญ่ ๆ ที่เข้าสู่คณะกรรมาธิการมีอยู่ หลายเรื่อง จริง ๆ แล้วก็ต้องฝากท่านประธานไปถามท่านกรรมาธิการด้วยว่า ได้มีการสอบถามหน่วยงานก็คือสํานักงานคุ้มครองผู้บริโภคหรือเปล่า ในฐานะที่มาขอ งบประมาณไปใช้นี้ ว่าได้ดําเนินการแก้ไขอย่างไร ปัจจุบันนี้ปัญหาใหญ่ประการหนึ่งก็คือ เรื่องของการที่จะให้ผู้คนนั้นหันมาใช้พลังงานทางเลือก ก็คือใช้ก๊าซเอ็นจีวี ต้องเรียนว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เสมือนสํานักงานคุ้มครองผู้บริโภคนั้นไม่ได้แสดงบทบาทที่แท้จริง แล้วปัจจุบันนี้ก็เกิดปัญหากับผู้ที่ใช้รถแล้วปรับเปลี่ยนมาใช้ถังก๊าซเอ็นจีวี ซึ่งต้องเรียนว่า ผู้คนส่วนใหญ่ถ้าหากได้รู้ข้อมูลมาก่อน หน่วยงานราชการเอาใจใส่ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง แล้วนี้ ผมคิดว่าหลาย ๆ คนคงจะเปลี่ยนใจ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของพลังงานที่ถ้าหาก เปลี่ยนมาใช้ก๊าซเอ็นจีวี แล้วนี้จะมีพลังงานที่สูญเสียไป หรือว่าขณะนี้ความไม่พร้อมของ หน่วยงานของรัฐในการให้บริการตามสถานีบริการต่าง ๆ นั้นเทียบแล้วค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่สูญเสียไปกับการประหยัดพลังงาน ค่าเชื้อเพลิงประมาณครึ่งหนึ่ง ของที่ได้เสียไปแล้วนี้ สุดท้ายแล้วประชาชน จริง ๆ แล้วอาจจะไม่ได้คุ้มค่ากับถึงแก๊สที่เปลี่ยนไปด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าหาก สคบ. ได้ทํางานเชิงรุกจริง ๆ นี่ประชาชนก็จะไม่ตกเปึนเหยื่อ ต้องเรียกว่าไม่ตกเปึนเหยื่อเพราะว่าขาดความรู้ความเข้าใจหรือข้อมูล ขณะนี้ สคบ. ทําตัวเหมือนกับเปึนผู้ที่รอรับเรื่องร้องเรียนอย่างเดียว คือเมื่อเกิดเหตุแล้ว ก็เหมือนกับ คนตายแล้วก็เอาพวงหรีดไปวาง ซึ่งไม่มีประโยชน์ สคบ. ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการ ในการทํางานเชิงรุกให้มากกว่านี้ ในการข้อมูลผู้บริโภคไปถึงเวลาแก้ไขปัญหาให้ผู้บริโภค มีอีกหลาย ๆ เรื่องที่ร้องเรียนเข้ามาในคณะกรรมาธิการและสะท้อนให้เห็นถึงการทํางาน ของ สคบ. ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของลูกหนี้ขณะนี้ลูกหนี้ถือว่าเปึนผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ที่ยังมีการ ดูแลเอาใจใส่จากภาครัฐเท่าที่ควร แล้ว สคบ. ถือว่าเปึนหน่วยงานที่สําคัญที่จะต้อง มาดูแลเรื่องนี้ คณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคได้พิจารณาเรื่องนี้แล้วมีมติว่าเรื่องของ กฎหมายที่สําคัญ ก็คือเรื่องของกฎหมายลูกหนี้ที่จะต้องไปคุ้มครองเรื่องของการทวงหนี้ อย่างเปึนธรรมนั้น ควรจะต้องเกิดขึ้น แล้วในที่สุดผลจากการพิจารณาพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้เสนอเรื่องของกฎหมายคุ้มครองลูกหนี้โดยการเสนอกฎหมายอย่างเปึนธรรม เข้าสู่สภา ซึ่งจริง ๆ แล้วการเสนอกฎหมาย การปรับเปลี่ยนกฎหมายเพื่อให้เกิดความ เปึนธรรมกับผู้บริโภคนั้น หน้าที่หรือว่าหน่วยงานที่จะต้องตระหนักตรงนี้ก็ควรจะเปึน สคบ. แต่ว่าเราไม่เห็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้ทํางานเชิงรุก ทํางานก็คือรับเรื่อง ร้องเรียนแล้วไปแก้ไขปัญหาไปวัน ๆ หนึ่ง สคบ. จําเปึนจะต้องพิจารณาตัวเอง จําเปึน จะต้องทบทวนในเรื่องของบทบาท ผมเองไม่อยากจะไปโทษเรื่องของหน่วยงานเสียทีเดียว มันเปึนเรื่องของผู้ที่เขากํากับดูแลรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ผมเข้าใจว่าดูแลเรื่องของกฎหมาย ของรัฐบาลก็อาจจะไปเอาใจใส่ในเรื่องของกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพวกพ้องหรือ ผู้มีพระคุณมากเกินไป ไม่ว่าจะเปึนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องเรียนว่างานอีกงานหนึ่ง สคบ. ท่านดูแลนี้ท่านจะต้องมาเอาใจใส่ให้มากกว่านี้ ไม่ว่าจะดูเรื่องของบุคลากร ซึ่งจริง ๆ แล้วผู้บริโภคของประเทศนี้มีบุคลากรใน สคบ. ดูแลกันเพียงแค่ ๘๐ คน ผมคิดว่ายังไม่พอ ในส่วนของต่างจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดได้แต่งตั้งเปึนคณะกรรมการประจําจังหวัด แต่ต้องเรียนว่าจากข้อมูลมีการประชุมกันไม่สม่ําเสมอ บางจังหวัดมีการประชุมกัน ๓ เดือนครั้ง เพราะฉะนั้นตรงนี้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจําเปึนจะต้องไปขันน็อต จําเปึนจะต้อง ไปกวดขันให้มากยิ่งขึ้น ต้องเรียนย้ําอีกทีว่าเรื่องของผู้บริโภคนั้นเปึนคนกลุ่มใหญ่ รัฐบาลจําเปึนจะต้องให้การสนับสนุนส่งเสริมนะครับ ต้องย้ําอีกทีว่าผมเองได้แปรญัตติ เพื่อปรับลดตรงนี้ไม่ใช่ปรับลดของ สคบ. แต่ว่าปรับลดในหน่วยงานอื่น ๆ ในสังกัดของ สํานักนายกเพื่อที่จะมาสนับสนุนส่งเสริมในงานของ สคบ. ให้ดูแลรับผิดชอบประชาชนที่ เปึนผู้บริโภคส่วนใหญ่กลุ่มใหญ่ของประเทศต่อไปครับ