สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๓ กันยายน ๒๕๕๑

จุติ ไกรฤกษ์ แถลงว่าได้นำเสนอเรื่องงบประมาณรายจ่าย และหารือเรื่องงบประมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยแนะนำให้พิจารณาเพิ่มเงินเดือนในลักษณะของงบช่วยค่าครองชีพเป็นกรณีพิเศษในยามวิกฤติเศรษฐกิจ และหารือเรื่องประชากรสูงอายุในประเทศไทย โดยแนะนำให้ดูรายจ่ายประจํา เพื่อไม่ให้เพิ่มรายจ่ายที่ไม่จำเป็น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องงบประมาณที่ใช้ในภาครัฐ โดยชี้ว่าการจ้างเหมาการบริการทำให้อัตรากำลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก และขอให้ทุกหน่วยงานติดไว้พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับการใช้เงินอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันการใช้เงินไม่ระมัดระวังและไม่คุ้มค่า

นายจุติ ไกรฤกษ์ กรรมาธิการ

ผมได้สงวนไว้นะครับท่านประธาน ผมกลับไปที่งบประมาณรายจ่าย คือรายจ่ายประจําครับท่านประธาน

ในงบส่วนกลาง ซึ่งผมอยากจะกราบเรียนที่ประชุมว่า เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําป้เปึนเวลา ๒ ป้ เพราะเราไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ก็ปรากฏว่ารายจ่ายประจํานั้นอาจจะถูกตรวจสอบ ไม่ละเอียดถี่ถ้วน แล้วก็วัตถุประสงค์ของการตรวจสอบหรือความเข้มงวดของการ ตรวจสอบนั้นอาจจะไม่เข้มเท่ากับสภาผู้แทนราษฎร พวกเรานั้นได้พยายามดูว่าเม็ดเงินนี้ ได้ไปถึงมือประชาชนมากน้อยขนาดไหน พวกเราได้ไปดูว่าต้นทุนต่อหน่วยในการ ดําเนินงานของหน่วยราชการได้เหมาะสมหรือไม่ อย่างที่ท่านประธานกรรมาธิการ วิสามัญได้กล่าวกราบเรียนสภาแล้วว่า รายจ่ายที่ไม่จําเปึนนั้นได้ตัดออก แต่ผมมี ข้อสังเกตอย่างนี้ซึ่งอยากจะบันทึกไว้ในที่ประชุมก็คือว่า ข้อสังเกตว่างบดําเนินการสูงขึ้น สูงขึ้นตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ จนถึงปัจจุบันนี้ งบดําเนินการสูงขึ้น คือ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ประเด็นที่ อยากจะกราบเรียนก็คือว่า รายจ่ายประจํามีถึง ๗๒.๘ เปอร์เซ็นต์ และสิ่งที่อยากจะฝาก ท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญซึ่งดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ด้วย คือว่าวันนี้รายจ่ายประจําเยอะมากแล้ว แล้วพอถึงเวลา ท่านต้องการกระตุ้น เศรษฐกิจ ท่านกําลังจะไปคิดอยู่เสมอว่าจะเพิ่มเงินเดือนให้ข้าราชการ เพิ่มเงินเดือน ให้ข้าราชการ ผมนั้นคิดว่ามันมีวิธีอื่นที่เปึนภาระกับงบประมาณน้อยกว่านี้ไหม ในยุคที่ ข้าวยากหมากแพง แน่นอนข้าราชการซึ่งมีเงินเดือนน้อยอยู่แล้ว มีความลําบาก แต่ถ้าเผื่อ ท่านไปเพิ่มเปึนเงินเดือน ท่านก็จะเพิ่มในสัดส่วนของรายจ่ายประจําเพิ่มมากขึ้น ๆ ทุก ๆ ป้ ท่านเกษียณไปแล้ว เลิกไปแล้ว ก็ยังเปึนภาระงบประมาณอยู่ เพราะว่ามันเปึน รายจ่ายประจํา ผมจึงขอฝากเปึนข้อสังเกตว่าในการที่รัฐบาล ในการที่กระทรวงการคลัง สํานักงบประมาณจะพิจารณาเพิ่มเงินเดือน อยากจะขอดูว่าพิจารณาด้วยว่าเปึนเรื่อง งบช่วยค่าครองชีพเปึนกรณีพิเศษในยามวิกฤติเศรษฐกิจได้ไหม เมื่อวิกฤติเศรษฐกิจนั้น ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ตรงนี้ก็งดไป เพราะจะไม่เปึนภาระกับรายจ่ายประจํา ซึ่งจะต้องเปึน ภาระของกระทรวงการคลังที่ต้องหาเงินมาให้มากขึ้น ๆ แล้วก็จะไม่พอเพียง

นอกจากนั้น ประเด็นของผมที่มองไปในอนาคตอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่า สังคมไทยเริ่มเข้าสู่ยุควัยทองเยอะ ก็คือในที่สุดประชากรของประเทศไทยจะเข้าไปสู่ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีกําลังวังชาก็จะน้อยลง แล้วต้องเลี้ยงคนแก่ ผู้สูงอายุมากขึ้น ดูจากสถิติได้ว่าจาก ๕ ล้านคนเศษ เมื่อ ๓ – ๔ ป้ที่แล้ว วันนี้เปึน ๗ ล้าน ๒ แสนคนแล้ว แล้วก็จะเพิ่มขึ้น เรื่อย ๆ ไป ผมจึงอยากจะฝากในประเด็นตรงนี้ว่าให้ดูรายจ่ายประจํา อันไหนถ้าไม่จําเปึน ไม่อยากจะให้เพิ่มไปอยู่ในหมวดรายจ่ายประจํา ให้เปึนเฉพาะกิจหรือว่าชั่วคราว นั่นเปึน ประเด็นที่ ๑ ของผม

ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะฝากดู คือเรื่องของงบดําเนินการ ท่านประธาน อาจจะไม่ได้นั่งอยู่ในที่ประชุมตลอดเวลา แต่ว่าท่านประธานมีรัฐมนตรีช่วยว่าการนั่งเปึน ประธานอยู่ สิ่งที่พบเห็น ไม่สบายใจมากคือเรื่อง งบดําเนินการ งบดําเนินการในภาพ ที่เห็นนี้ มันจะเห็นว่าเรานั้นควบคุมค่าใช้จ่ายในกําลังคนภาครัฐได้ แต่แท้จริงแล้ว ไม่ได้ เราควบคุมได้เฉพาะอัตราข้าราชการ เราควบคุมได้เฉพาะลูกจ้างประจํา แต่ว่า หน่วยราชการต่าง ๆ นี้ก็ไปเลี่ยง เลี่ยงด้วยวิธีว่าไปจ้างเหมาการบริการ ซึ่งการจ้างเหมา การบริการนั้นรวมถึงการจ้างลูกจ้างด้วย แน่นอนท่านอาจจะบอกว่าการจ้างลูกจ้าง อย่างนั้นเหมือนกับเอาท์ซอร์สซิ่ง (Outsourcing) เปึนการลดต้นทุนต่อหน่วยในเรื่อง ของสวัสดิการ แต่ถ้าเผื่อท่านไปดูตัวเลข ท่านจะพบว่าอัตรากําลังของจ้างเหมานั้นเพิ่มขึ้น มากมายมหาศาลเลย แล้วก็ควบคุมไม่ได้ และผมก็จําเปึนที่จะต้องกราบเรียนที่ประชุม ด้วยว่าในส่วนนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ขอตัวเลขผ่านสํานักงบประมาณ สํานัก งบประมาณก็ได้ขอตัวเลขผ่านไปทุกหน่วยราชการว่ากรุณาส่งอัตรากําลังจ้างเหมาของ ทุกส่วนราชการมาให้กับคณะกรรมาธิการผ่านสํานักงบประมาณด้วย เพื่อจะได้พิจารณา ว่ายอดรวมเพิ่มทั้งหมดเท่าไร ก็ปรากฏว่าขอไปทุกหน่วยงาน ได้รับตอบกลับมาไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เมื่อไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สํานักงบประมาณ นั้นไม่สามารถทํารายงานได้ว่าอัตรากําลังที่เพิ่มขึ้นจากการจ้างเหมานั้นเพิ่มมากน้อย ขนาดไหน ผมบอกได้นะครับหลายพันอัตราเลย ผมคิดว่าถ้าเผื่อดูอาจจะตกใจเปึนหมื่น ก็ได้ เพราะว่าอย่างแม้กระทั่งองค์กรมหาชนบางแห่งมีอัตราจ้างเพียงแค่ ๑๖๐ อัตรา แต่หมายถึงพนักงานของเขาเอง องค์การมหาชนมี ๑๖๐ อัตรา แต่มีอัตราจ้างสูงถึง ๔๑๙ อัตรา มากกว่าบุคลากรงบรายจ่ายประจําของเขาที่เขามีอีก นี่เปึนข้อที่น่าจะต้อง ระมัดระวังเปึนอย่างยิ่ง นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าขอให้ทุกคนนั้น ได้รับใส่เกล้าไว้เถอะครับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านทรงห่วงบอกว่า บ้านเดี๋ยวนี้ ใกล้ล่มจมแล้วเพราะการใช้เงินไม่ระวัง ท่านก็ระวังให้ก็ขอขอบใจที่ท่านระวังการใช้เงิน ผมยังอยากจะให้สํานักงบประมาณ อยากจะให้กระทรวงการคลัง และทุกหน่วยงานได้ เอาพระราชดํารัสนี้ไปติดไว้ครับ ติดไว้ที่กองคลังทุกแห่ง ติดไว้ที่ฝ์ายตรวจสอบทุกแห่งว่า คนหา หาเลือดตาแทบกระเด็น คนใช้ใช้ไม่ระมัดระวังแล้วก็ไม่นึกถึงความคุ้มค่า อยากจะ ให้พระราชดํารัสนี้มีไปทุกส่วนของกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้กุมนโยบาย ทุก ๆ กรมครับ ท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียนในเรื่องนี้เปึนประเด็นพอสังเขป เพียงแค่นี้ และผมหวังว่าคําบันทึกของผมนี้จะได้รับการปฏิบัติจากสํานักงบประมาณและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานนะครับ เพื่อประหยัดในสัดส่วนของงบประมาณ รายจ่ายประจําไม่ให้เพิ่มสูงกว่า ๗๒.๘ เปอร์เซ็นต์ ในภายภาคหน้า เพราะว่าเราต้องการ เห็นเม็ดเงินนั้นตกไปถึงการพัฒนาประชาชน ถึงมือประชาชนคนยากคนจนคนด้อยโอกาส และผมเชื่อว่าถ้าเราทําสําเร็จก็จะมีเงินเพิ่มมากขึ้น ไม่เช่นนั้นแล้วรัฐบาลไทยก็จะไม่ผิด อะไรกับสภาพของ อบต. ซึ่งมีงบประมาณดูเยอะ แต่พอหลังจากจ่ายเงินเดือนหมดแล้ว ไม่มีเงินพัฒนาตําบลเลย ผมไม่อยากให้เปึนเช่นนั้น ผมจึงกราบเรียนขอให้ที่ประชุมนี้ได้ บันทึกความเห็นของผมไปด้วยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ