เทพไท เสนพงศ์ อภิปรายเรื่องรัฐบาลที่ขาดจิตสานึกในการบริหารราชการแผ่นดิน และไม่สนใจกระแสความรู้สึกของประชาชน เทพไท เสนพงศ์ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีปฏิบัติตามหลักจริยธรรม และไม่ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธาน ผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเปึนผู้หนึ่งที่ได้สงวนคําแปรญัตติในมาตรา ๓ โดยขอปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จากงบประมาณทั้งหมด ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมเรียนกับท่านประธาน นะครับว่า ตอนที่มีการพิจารณางบประมาณฉบับนี้ผมได้มีความประสงค์ที่จะปรับลด งบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ในทุกมาตรา แต่ว่าวันนี้ ผมกลับเปลี่ยนใจครับท่านประธาน เมื่อได้ดูสถานการณ์บ้านเมืองซึ่งผมมีความรู้สึกว่าผมไม่น่าจะไว้วางใจให้รัฐบาลชุดนี้ ได้ใช้งบประมาณ ๑ ล้าน ๘ แสนล้านบาท เข้าบริหารราชการแผ่นดิน ผมเลยตัดสินใจว่า ผมไม่เห็นชอบที่จะให้งบประมาณฉบับนี้ให้รัฐบาลไปใช้ ถ้าท่านประธานจะสังเกต เห็นว่าวันนี้พวกผมหลายท่าน หลายคนได้แต่งชุดดําเข้าประชุมในสภาแห่งนี้ ต้องเรียนกับ ท่านประธานว่านี่ไม่ใช่แฟชั่นที่โลกกําลังนิยม ไม่ใช่ครับท่านประธาน แต่เปึนความรู้สึก ที่แสดงออกให้เห็นว่าพวกผมรู้สึกไม่สบายใจกับสถานการณ์บ้านเมืองในวันที่เรามา พิจารณาเรื่องงบประมาณในสภาแห่งนี้ ขอเรียนให้ท่านประธานได้ทราบว่า สาเหตุที่ผม ไม่สามารถที่จะอนุมัติให้รัฐบาลไปใช้งบประมาณฉบับนี้ โดยมีเหตุผลอยู่ ๓ ข้อครับ ท่านประธาน ซึ่งผมจะชี้แจงให้ที่ประชุมทราบ เพราะผมไม่ไว้วางใจให้งบประมาณจํานวนมหาศาล ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ อยู่ในมือรัฐบาลที่ไม่มีความชอบธรรม ที่ประชาชนขาดศรัทธา โดยผมขอชี้แจงเหตุผล ประกอบ ๓ ข้อ คือ
๑. รัฐบาลชุดนี้เปึนรัฐบาลที่ขาดจิตสํานึกในการเปึนรัฐบาลที่ดีในการ บริหารราชการแผ่นดิน ได้ละเมิดกฎหมาย ไม่มีสป่ริต (Spirit) ในการบริหารราชการ แผ่นดิน ผมขอยกตัวอย่างให้ท่านเห็นก็คือว่า ในวันที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัย ว่าข้อตกลงที่รัฐบาลชุดนี้ไปทํากับประเทศกัมพูชาขัดกับ มาตรา ๑๙๐ ซึ่งผมคิดว่าถ้าเปึน รัฐบาลหลาย ๆ ประเทศในโลกนี้คงไม่มีใครที่จะทนเปึนรัฐบาลต่อไปได้ครับ ต้องแสดง สป่ริต ต้องลาออกจากการเปึนรัฐบาลบริหารราชการแผ่นดิน แต่วันนี้ท่านประธานคงเห็น ว่านายกรัฐมนตรีคนนี้ได้ลุกขึ้นมาพูดอย่างหน้าตาเฉยว่า รัฐบาลไม่จําเปึนต้องแสดง ความรับผิดชอบใด ๆ ทั้ง ๆ ที่เปึนเรื่องใหญ่มากนะครับท่านประธานที่การปฏิบัติ หรือการทํางานของรัฐบาลขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าเปึนความที่ไม่ชอบธรรมของรัฐบาลชุดนี้ก็คือ ถ้าท่านประธานทราบข่าวว่ามีการชี้มูลความผิดกรณีหวยบนดินของรัฐมนตรี ๓ คน แล้วก็ ศาลได้รับฟัอง โดยสป่ริตก็คือว่าท่านรัฐมนตรีไม่ควรที่จะปฏิบัติหน้าที่ แต่รัฐบาลชุดนี้ ก็ปล่อยให้รัฐมนตรีทั้ง ๓ ท่านปฏิบัติหน้าที่ต่อไปโดยไม่สนใจกระแสความรู้สึกของพี่น้องประชาชน
อีกเรื่องหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ที่ผมจะอธิบายเพื่อสนับสนุนเหตุผล ของผมก็คือ การแต่งตั้งรัฐมนตรีที่มีการวินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติในการเปึนรัฐมนตรี กลับมาเปึนรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งโดยที่กระแสสังคมความรู้สึกของคนในสังคมทั้งประเทศ เห็นว่าเปึนเรื่องที่ไม่สง่างาม แต่รัฐบาลก็ไม่สนใจกระแสความรู้สึกของประชาชน
สําหรับเรื่องที่ ๒ ครับที่ผมเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีความชอบธรรมที่จะ บริหารราชการแผ่นดินโดยใช้งบประมาณ ๑ ล้าน ๘ แสนล้านบาท ก็คือว่านายกรัฐมนตรี จงใจหรือมีเจตนาที่จะฝ์าฝ๋นบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๖ ครับท่านประธาน ผมขออนุญาตอ่านบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๖ ให้ท่านประธานได้ฟัง เพื่อที่จะให้ เห็นว่านายกรัฐมนตรีคนนี้ในฐานะเปึนหัวหน้ารัฐบาลจงใจหรือมีเจตนาฝ์าฝ๋นบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ นั่นก็คือ มาตรา ๔๖ ระบุว่า พนักงานหรือลูกจ้างของเอกชนที่ประกอบกิจการ หนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือสื่อมวลชนอื่น ย่อมมีเสรีภาพในการ เสนอข่าวและแสดงความคิดเห็นภายใต้ข้อจํากัดตามรัฐธรรมนูญ โดยไม่ตกอยู่ภายใต้ อาณัติของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าของกิจการนั้น แต่ต้อง ไม่ขัดต่อจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพ และมีสิทธิที่จะจัดตั้งองค์กรเพื่อปกปัองสิทธิ เสรีภาพและความเปึนธรรม รวมทั้งมีกลไกควบคุมกันเองขององค์กรวิชาชีพ วรรคสองครับ
ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือ รัฐวิสาหกิจ ในกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือสื่อมวลชนอื่น ย่อมมีเสรีภาพ เช่นเดียวกับพนักงานหรือลูกจ้างของเอกชนตามวรรคหนึ่ง วรรคสามครับ ท่านประธานครับ ซึ่งเปึนวรรคสําคัญ
การกระทําใด ๆ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าของกิจการ อันเปึนการขัดขวางหรือแทรกแซง การเสนอข่าวหรือแสดงความคิดเห็นในประเด็นสาธารณะของบุคคลตามวรรคหนึ่งหรือ วรรคสองให้ถือว่าเปึนการจงใจใช้อํานาจหน้าที่โดยมิชอบและไม่มีผลใช้บังคับ เว้นแต่เปึนการกระทําเพื่อให้เปึนไปตามกฎหมายหรือจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพ ครับท่านประธาน ที่ผมยกมาตรานี้ขึ้นมาก็คือว่า ในวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เวลา ๐๘.๓๐ นาฬิกา ถึง ๐๙ .๓๐ นาฬิกา ในรายการสนทนาประสาสมัคร ท่านนายกรัฐมนตรีได้ใช้ช่องทางของรายการนี้ครับ ประกาศว่าจะให้มีการจัดรายการ ความจริงวันนี้ขึ้นมา โดยมีการตั้งคําถามจากผู้ชมทางบ้านมายังนายกรัฐมนตรีว่าจะ จัดการกับเอเอสทีวี (ASTV) ในการออกอากาศ ๒๔ ชั่วโมงอย่างไร นายกรัฐมนตรีตอบ ทันทีเลยว่า ต้องแก้ไขครับ ต่อไปนี้ผมจะตอบโต้ทุกวันครับ คอยดูก็แล้วกันตั้งแต่พรุ่งนี้ เวลา ๔ ทุ่ม ช่องนี้นะครับ ทุก ๆ วัน วันละชั่วโมงคอยติดตามดูนะครับ พรุ่งนี้ ๔ ทุ่มครับ