สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๓ กันยายน ๒๕๕๑

สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล หารือเรื่องงบประมาณปี 2552 และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่รัฐบาลตั้งงบประมาณสูงเกินไป ทำให้เกิดปัญหาที่กระทบกระเทือน เช่น การเก็บภาษีเพิ่ม ทำให้ร้านค้าเดือดร้อน และไม่ส่งเสริมการกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมเปึนคนหนึ่งที่ได้ตัดในเรื่องของงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ อันเนื่องมาจากซึ่งจาก การที่ได้ดูงบประมาณ และได้ศึกษาดูแล้ว งบประมาณป้ ๒๕๕๒ นั้น ซึ่งทางรัฐบาล ได้ตั้งงบประมาณถึง ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะเห็นได้ว่าโดยเฉพาะป้นี้ ทางรัฐบาลได้ตั้งงบสูงกว่าป้ ๒๕๕๑ ซึ่งป้ที่แล้วนั้นได้ตั้งแค่ ๑,๖๖๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเห็นได้ว่าการตั้งงบประมาณป้ ๒๕๕๒ กับป้ ๒๕๕๑ นั้นแตกต่างกันถึง ๑๐.๕ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน ซึ่งมีเงินยอดต่างถึง ๑๗๕,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งเหล่านี้ที่ผมเปึนห่วงก็คือเกี่ยวกับเรื่องการที่รัฐบาลนั้นจะต้องหาเงินให้ได้เท่ากับ ยอดของงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ จะเห็นได้ว่างบประมาณป้ ๒๕๕๒ จากการที่เพิ่มสูงถึง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปัญหาที่เดือดร้อนที่จะต้อง กระทบกระเทือนก็คือเรื่องของกรมสรรพากรที่จะต้องหาเงินเพิ่มให้กับทางรัฐบาลอีก ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วทางกรมสรรพากรนั้นไปเก็บงบประมาณตรงไหน จะเห็นได้ ว่าทุกป้ผมเปึนผู้แทนปวงชนชาวไทยนั้นทางพ่อค้าตามตลาดหรือพ่อค้าหาบเร่ แผงลอย รถเข็นต่าง ๆ ก็บ่นกันไปหมดว่าถึงเวลาป้หนึ่ง ๆ การประเมินการค่าภาษีจะเก็บเพิ่มเปึน จํานวนมากโดยไปเพิ่มจากตามตลาดร้านค้า ซึ่งจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนี้ห้างร้านที่เปึน ร้านส่งไม่ว่าจะเปึนบิ๊กซี โลตัส คาร์ฟู อะไรต่าง ๆ มีทั่วทุกระแหงไปทั่วประเทศหมด ทุกจังหวัดหมด และสร้างความเดือดร้อนให้กับร้านค้าแต่เวลาจะเก็บภาษีเพิ่มก็กลับไป เก็บกับตามร้านค้าต่าง ๆ เหล่านี้ก็ต้องฝากเรียนกับทางรัฐบาลก็น่าเปึนห่วงที่เกี่ยวกับเรื่อง สรรพากรจะได้ไปเก็บภาษี แล้วมันก็จะไปถึงเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ของงบประมาณของ รัฐบาลถึง ๘ ยุทธศาสตร์ แล้วก็อีก ๑ ภาคของรัฐในเรื่องของการทํายุทธศาสตร์ งบประมาณในป้ ๒๕๕๒ จะเห็นได้หลาย ๆ ยุทธศาสตร์ ผมจะยกตัวอย่างเปึน บางยุทธศาสตร์ที่ค่อนข้างยังมีปัญหา เช่น อย่างยุทธศาสตร์เรื่องของการพัฒนา ด้านสังคมและคุณภาพชีวิต ซึ่งจะเล็งไปถึงเกี่ยวกับเรื่องทางด้านการศึกษาจะเห็นได้ว่า รัฐบาลนั้นไม่ได้เน้นเท่าที่ควรเกี่ยวกับการพัฒนาคน การพัฒนาด้านการศึกษา โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการจัดการศึกษาภาคบังคับ ๑๒ ป้ และภาคบังคับพื้นฐาน ๑๔ ป้ ก็คือ ในเรื่องของชั้นอนุบาลด้วย แล้วบอกว่าให้การศึกษานั้นได้เรียนฟรีทุกชั้น ทุกขั้นตอนหมด แต่พอถึงเวลาจริง ๆ การศึกษาที่จะดําเนินการเรียนฟรี การศึกษาฟรีก็ไม่ได้เปึนอย่างที่ได้ ประกาศไว้ ทุกพรรคเวลาหาเสียงก็บอกว่าจะจัดการศึกษาให้ฟรีหมด แต่ถึงเวลาก็ไม่ได้ ดําเนินการตามนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ว่าจะเปึนเรื่องการจัดสรรเงินทุนเพื่อการศึกษา หรือทุนพัฒนาทางการศึกษาเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพการจัดการศึกษาการเรียน การสอนของโรงเรียน โรงเรียนต่าง ๆ นั้นงบน้อยมากไม่พอที่จะดําเนินการจัดการศึกษา ให้มีประสิทธิภาพได้อย่างนี้เปึนต้นนะครับ หรือแม้กระทั่งเรื่องยุทธศาสตร์โครงสร้างของ เศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างสมดุล ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของทางด้านการเกษตรนะครับ จะเห็นว่า ในกระทรวง ทบวง กรม ที่จัดไปไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย แต่เวลาจัดงบประมาณป้นี้เพิ่มขึ้นประมาณ การรายจ่ายเพิ่มขึ้น แต่เวลาในงบของกระทรวงโดยเฉพาะเรื่องของภาคการเกษตร จะเห็นว่าการเกษตรนั้นก็ยังมีปัญหา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่น่าเปึนห่วงอย่างยิ่ง ในปัจจุบันก็คือเรื่องความเสี่ยงภัยในเรื่องของปัญหาการเกษตร ซึ่งรัฐนั้นได้มีนโยบายไว้ แต่เวลาทํางบประมาณจริง ๆ ความเสี่ยงภัยอันเกิดจากภัยธรรมชาติถึงเวลาไม่ว่าจะเปึน การเกษตรทุกอย่างเกิดภัยธรรมชาติจะได้รับค่าชดเชยชดใช้จากทางรัฐอย่างเช่น ถ้าเปึนเรื่องของการทําไร่ ทํานา การเกษตรก็ได้ค่าชดใช้เพียงไร่ละประมาณไม่เกิน ๕๐๐ บาท อย่างนี้เปึนต้น ซึ่งน้อยมากกับการที่เกษตรกรนั้นได้ลงทุนไปเปึนจํานวนมาก ฉะนั้นรัฐ ก็น่าจะต้องจัดในเรื่องของการเสี่ยงภัยหรือว่าภัยที่เกิดจากธรรมชาตินั้นให้คุ้มค่า ตัวอย่างเช่นการทําแบบลักษณะของประกันภัยรถยนต์ ซึ่งการลงทุนของเกษตรกรมีเท่าไร น่าจะมีการชดเชยให้คุ้มค่าอย่างนั้นเปึนต้น หรือแม้กระทั่งเรื่องของยุทธศาสตร์เรื่องของ การบริหารการจัดการที่ดี อย่างเช่นเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างนี้นะครับ การส่งเสริมการกระจายอํานาจก็ไม่ได้ทําอย่างเต็มที่