สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๓ กันยายน ๒๕๕๑

วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องการตรวจสอบเอกสารของนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานในสังกัด และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบให้ถูกต้อง โดยมีเหตุผลจากการตรวจสอบเอกสารของรัฐมนตรีที่พบว่ามีข้อบกพร่อง

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมเปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ได้สงวนคําแปรญัตติของ มาตรา ๕ ไว้ ซึ่งทราบว่าในมาตรานี้เปึนมาตราที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานในสังกัดสํานัก นายกรัฐมนตรี ผมอยากจะให้ท่านประธานตั้งใจฟังผมนะครับ เพราะมิฉะนั้นแล้วเดี๋ยว อาจจะมีสมาชิกบางคนกล่าวหาว่าผมอภิปรายไม่ตรงประเด็น ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่า ในการที่ผมสงวนคําแปรญัตติครั้งนี้ไว้ ผมสงวนไว้ตัดลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลในการ ตัดลดของผม เพราะผมสังเกตดูแล้วว่าพฤติกรรมในการบริหารราชการแผ่นดินของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นไว้ใจไม่ได้ ผมย้ํานะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นในการทํางานของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรีนั้นไว้ใจไม่ได้ เหมือนกับท่านประธานกําลัง มอบหมายให้ใครคนใดคนหนึ่งไปทําหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าคนคนนั้นทําหน้าที่ แบบไว้ใจไม่ได้ ท่านประธานคงไม่สามารถจะมอบเงินให้เขาเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ท่านต้องตัดลดเขาครับ ผมจะขอพาดพิงไปที่หน่วยงานสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีครับ ผมอยากจะเรียนประธานจากใจเลยว่า สิ่งที่ผมจะพาดพิงถึงอันนี้ไม่ได้หมายความว่า ผมกําลังจะรื้อฟุ๋นตะเข็บเก่าครับ เพราะทราบว่าท่านรัฐมนตรีท่านนี้ ได้ลาออก จากตําแหน่งตั้งแต่วันที่ ๘ พฤษภาคม ป้ พ.ศ. ๒๕๕๑ แล้ว ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะระบุไปที่ ตัวบุคคล แต่สิ่งที่ผมไม่ไว้ใจในการทํางานของหน่วยงานนี้ เนื่องจากว่าผมจะตัดลด งบประมาณ เหตุผลมันมีอยู่ว่าเมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ได้มีประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรีในสังกัด ข้อความ ข้อความหนึ่งเขียนว่า บัดนี้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควร ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไป ดังรายนามที่กล่าว ผมไม่ระบุ นะครับ ปัญหาเกิดขึ้นมาว่าหลังจากที่คณะรัฐมนตรีชุดนี้บริหารราชการแผ่นดิน ไประยะเวลาหนึ่ง ก็ได้มีการตรวจสอบพบว่ามีรัฐมนตรีบางท่านขาดคุณสมบัติการเปึน รัฐมนตรี สิ่งที่เกิดขึ้นมันปฏิเสธความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานในสังกัด สํานักนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพนะครับ เนื่องจากว่าเรื่องนี้ผมเคย แถลงข่าวผ่านมาแล้วครั้งหนึ่ง แล้วท่านก็ลาออกไปแล้วไม่เปึนไร แต่ผมจะชี้ให้เห็นว่า สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่เปึนหน่วยงานในการตรวจเอกสารคนที่จะมา ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีครับ นี่คือเอกสารที่ผมเอาขึ้นมาโชว์ให้ดูครับ ซึ่งผมเคยโชว์ ผ่านสื่อมวลชนไปแล้วครับ เอกสารชุดนี้มีจุดบกพร่องอยู่ ๕ จุด ครับ ผมยกตัวอย่างให้ฟัง สั้น ๆ ครับ จุดที่ ๑ เปึนจุดที่ชี้ให้เห็นว่าท่านรัฐมนตรีท่านนี้เคยจบการศึกษาเมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๒๗ แต่เลขหมายประจําตัวนักศึกษาบ่งบอกป้ ค.ศ. ๒๐๐๘ หรือป้ พ.ศ. ๒๕๕๑ เปึนข้อบกพร่องข้อที่ ๑ นะครับ เดี๋ยวผมจะโยงให้ดูนะครับ จุดบกพร่องข้อที่ ๒ ชื่อสถาบันที่รัฐมนตรีท่านนี้จบการศึกษาก็สะกดผิด ผมไม่ลงรายละเอียดนะครับ จุดบกพร่องข้อที่ ๓ อายุของรัฐมนตรีท่านนี้ในป้ พ.ศ. ๒๕๒๗ ท่านผู้นี้ควรจะอายุ ๒๔ ป้ แต่เขียนอายุ ๔๘ ป้ หมายถึงว่าเปึนป้ปัจจุบัน จุดบกพร่องข้อที่ ๔ สะกดชื่อ นามสกุลผิด แล้วท่านทราบไหมครับว่าหลังจากเกิดเรื่องขึ้นมาทั้งนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานสังกัด ที่เกี่ยวข้องก็คือสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่มีหน้าที่ในการดูแลไม่ได้มีการเคลื่อนไหว อะไรในการดูแลเลย ผมจําได้ว่าสื่อมวลชนถามเขา ถามว่าทําไมท่านไม่ดําเนินการ ตรวจสอบให้ถูกต้อง ท่านคนที่เกี่ยวข้องบอกว่าไม่ได้มีหน้าที่ในการตรวจสอบ ความถูกต้องครับ มีหน้าที่ในการตรวจสอบเอกสารเฉย ๆ ผมเห็นดูแล้วทําให้ผมไม่แน่ใจ ว่าขนาดในการตรวจสอบเอกสารของคนที่สําคัญที่สุดของประเทศ ๓๖ คน มีนายกรัฐมนตรี ๑ คน และคณะรัฐมนตรี ๓๕ คน ท่านยังตรวจผิดครับ ผมให้ เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คน ดู ทุกคนมองเลยครับว่ามันเปึนไปไม่ได้ที่ว่าหน่วยงาน ในสังกัดนายกรัฐมนตรีจะตรวจเอกสารคนที่จะมาเปึนรัฐมนตรีผิดพลาดครับ เหมือนกับ มีความจงใจที่จะไม่ตรวจสอบครับ ในระหว่างช่วงนั้นผมก็ไปตรวจในเว็บไซต์ ของสํานักงาน ก.พ. จริง ๆ แล้วสํานักงาน ก.พ. เขาก็พร้อมที่จะตรวจสอบเอกสาร ผมเห็น เอกสารชิ้นหนึ่งของสํานักงาน ก.พ. ลงวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๓๙ ในเอกสารชิ้นนี้ได้ทํา หนังสือเวียนไปถึงกระทรวง ทบวง กรม และจังหวัด เรื่องการตรวจสอบเอกสาร