ฮอชาลี ม่าเหร็ม หารือเรื่องงบประมาณที่จัดสรรแก้ไขปัญหาที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นย้ำว่าเงินที่ทุ่มไปนั้นไม่ได้ผลตามที่ควร และเสนอคำแนะนำแก้ไขปัญหาความไม่เป็นเอกภาพในการจัดซื้อจัดจ้างกล้องวงจรป้องกัน พร้อมเสนอเพิ่มงบประมาณในการเยียวยา และการศึกษาเด็กกําพร้า แม่หม้าย
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ เปึนกรรมาธิการ และผมเองก็ได้สงวนความเห็นเอาไว้ในมาตรา ๓ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิกก็ได้พูดในภาพรวมในหลาย ๆ ประเด็น กระผมเอง ก็มองเห็นว่าในการทํางานของกระผมร่วมกับท่านกรรมาธิการหลายท่านในช่วง ๒ - ๓ เดือนที่ผ่านมา และผมก็มีความเห็นว่าในงบประมาณ ๑.๘ ล้านล้านบาท ซึ่งเรา กําลังมาพิจารณากันในวาระ ๒ ตรงนั้น ผมสนใจในงบประมาณซึ่งแก้ไขปัญหาในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ จากที่ได้รวบรวมในทุกกระทรวง ทบวง กรมนะครับท่านประธาน ๑๑ กระทรวง กับอีก ๑ กรม ก็คือ กรมตํารวจ ซึ่งไม่สังกัดกระทรวงใดทั้งสิ้น เรามี งบประมาณในการแก้ไขปัญหาที่ลงไปในพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ทั้งหมด ๒๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท นั่นคือสิ่งที่เปึนงบประมาณ เปึนเม็ดเงิน เปึนภาษีอากรของพี่น้องประชาชนลงไปในพื้นที่ใน ๓ จังหวัด แล้วก็ลงไปทํานองลักษณะ แบบนี้มาเปึนเวลาหลายป้ ท่านประธานครับ เหตุผลที่กระผมได้ขอสงวนเอาไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากว่า ๑. ความเปึน ส.ส. ในพื้นที่ และ ๒. การเราได้พบในบางสิ่ง บางอย่างในการทํางานในฐานะซึ่งเปึนกรรมาธิการ ประเด็นที่ ๑ ที่เราพบก็คือว่า ๑. ความไม่เปึนเอกภาพของส่วนราชการต่าง ๆ ซึ่งลงไปทํางานในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ผมขอยกตัวอย่างในเรื่องของการข่าว ซึ่งเปึนปัจจัยสําคัญ เปึนประเด็น สําคัญ เปึนสิ่งสําคัญที่จะใช้ในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทางด้าน การข่าว เรามีหลายข่าวซึ่งเปึนหน่วยงานที่เข้ามาชี้แจงในกรรมาธิการ ไม่ว่าจะเปึน ข่าวกรอง หรือศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติทางกองทัพบก ของตํารวจ และ แม้กระทั่งของกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายใน ซึ่งแต่ละกรม แต่ละส่วนนั้น มีการตั้งงบประมาณไว้สําหรับในเรื่องของการข่าว การหาข่าวในพื้นที่ แต่ผมเองก็ได้ซักกับบรรดาผู้ซึ่งเข้ามาชี้แจงว่าเราทํางานกันอย่างไร เราแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้กันอย่างไร จนกระทั่งว่าฝ์ายการข่าวไม่รู้เลยหรือว่ามีใครก็ไม่รู้ ๓ คน มาออกในสื่อของรัฐบาลอย่างช่อง ๕ ได้ ท่านประธานคงจะได้เห็นว่าในช่วง ประมาณหลายเดือนที่มาผ่านมีการประสานงานจากบางท่านจากผู้หลักผู้ใหญ่ใน บ้านเมืองบางท่าน แล้วก็ได้มีการยืนยันชัดเจนว่า ๓ คนนี้ ซึ่งใส่แว่นตาสีดํา และหนวดก็ดู ทํานองเหมือนกับเปึนหนวดปลอม แล้วก็ไปแถลงข่าวอัดเทปวิดีโอที่บางแห่ง และก็ส่งมา ให้ในช่อง ๕ ซึ่งเปึนทรัพยากรเปึนภาษีอากรของพี่น้องประชาชนได้ออกทางช่อง ๕ แล้วบอกว่าจะยุติการสู้รบ จะยุติการหลั่งเลือด จะยุติการสู้รบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ กลายเปึนความหวังของคนทั่วทั้งประเทศ และก็สื่อต่างประเทศไม่ว่าจะเปึน ซีเอ็นเอ็น (CNN) บีบีซี (BBC) หรือแม้กระทั่งว่าอัลจาซีรา (ALJAZEERA) ซึ่งเปึนสื่อซึ่ง ถ่ายทอดไปยังโลกอาหรับก็บอกว่าขณะนี้ได้มีผู้นําแห่งการต่อสู้ผู้ก่อการในพื้นที่ได้ออกมา ยืนยันว่าจะมีการยุติ แต่ผมซักถามส่วนราชการไม่ว่าจะเปึนสํานักข่าวกรองแห่งชาติ หรือทางตํารวจ ทางทหาร เขาบอกว่าไม่รู้เรื่อง มันเปึนไปได้อย่างไร หน่วยงานซึ่งดูแลเรื่อง ข่าวกรองใหญ่ อย่างท่านเขียนนโยบายในเรื่องของข่าวกรองอย่างชัดเจน แต่ปล่อยให้ สิ่งเหล่านี้ได้ปรากฏออกมา นี่คือสิ่งที่มันเปึนความผิดพลาดที่ผมเห็นว่านั่นคือการขาด เอกภาพในการทํางานในพื้นที่ตรงนั้น
อีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าในเรื่องของความไม่เปึนเอกภาพในบางเรื่อง ผมยกตัวอย่างเช่น ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีกล้องวงจรป่ด ท่านประธานครับ สํานักงานปลัดกระทรวงก็มีกล้องวงจรป่ดซึ่งจัดซื้อจัดจ้างบริษัทของตัวเอง กรมการปกครองก็มีกล้องวงจรป่ดซึ่งจัดซื้อจัดจ้างโดยบริษัทของตัวเอง ซึ่งตั้งงบประมาณ จากแต่ละกรม ทางเทศบาลก็มี ทาง อบจ. ก็มี ทาง ศอ.บต. ก็มี ปรากฏว่ากล้องก็กระจาย กันเต็มอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่สิ่งหนึ่งซึ่งผมถามตัวแทนจาก กรมการปกครองบอกว่ากล้องทั้งหมดนั้นได้มีการบูรณาการข้อมูล ได้มีการเชื่อมโยง เพื่อที่จะให้ได้ความเร็วในการติดตามจับผู้ก่อการร้ายผู้ก่อเหตุได้หรือไม่ เขาบอกว่า ไม่สามารถจะเชื่อมโยงกันได้ เพราะเปึนคนละบริษัทกัน นี่คือสิ่งที่เปึนข้อบกพร่อง ที่งบประมาณแต่ละป้ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เราทุ่มลงไปนั้นมันไม่ได้ประสิทธิภาพ ไม่ได้ประสิทธิผลเท่าที่ควร นี่คือสิ่งที่เปึนเหตุผลที่ผมบอกว่าขอกันเอาไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ มีการปรับลดในส่วนนี้
ท่านประธานที่เคารพครับ อีกประเด็นหนึ่งเวลาสั้นนะครับ ในเรื่องของการ สัมมนา ปัจจุบันนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้เดือนกันยายนเกือบจะสิ้นป้งบประมาณ ในป้ ๒๕๕๑ ผมเองได้รับเสียงสะท้อนจากบรรดาผู้นํา โต๊ะครูในโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลามบอกว่าตอนนี้นักเรียนไม่เปึนอันทําอะไรแล้ว เพราะเปึนเปัาหมายของ โครงการอบรมสัมมนาเพื่อที่จะให้งบประมาณป้ ๒๕๕๑ ซึ่งได้ตั้งเอาไว้แล้ว ไม่ว่าจะเปึน ของ ศอ.บต. ไม่ว่าจะเปึนของทหาร ของส่วนราชการต่าง ๆ ต้องเอากลุ่มเปัาหมายเหล่านี้ ไปอบรมไปทัศนศึกษาพาไปทัศนาจรพาไปดูงาน เพื่อที่จะเปึนไปตามโครงการที่ได้วาง เอาไว้ ตอนนี้แต่ละพื้นที่แต่ละหมู่บ้านก็จะมีคนซึ่งทําหน้าที่ในการอบรม จะมีกลุ่มแม่บ้าน ถ้าว่ามีการอบรมสัมมนาจากงบของความมั่นคงก็เอาชุดนี้ไป แต่ละคนไม่ต้องทําอะไรแล้ว คือทําหน้าที่ในการอบรมทัศนศึกษาและก็ไปเที่ยวแล้วกลับมา คนที่ได้ผลประโยชน์ก็คือ เจ้าของรถทัวร์ คนที่ได้ผลประโยชน์ก็คือโรงแรม คนที่ได้ผลประโยชน์ก็คือร้านอาหาร แต่ชาวบ้านได้แค่เบี้ยเลี้ยงวันละ ๑๐๐ บาท ๒๐๐ บาท และก็ค่าอาหารแค่นั้นเอง นี่คือ งบประมาณที่ทุกส่วนราชการทุ่มเทลงไป นั่นคือภาพรวม นั่นคือเหตุผลที่ผมบอกว่าผมจะ ขอกันตรงนี้เอาไว้ในส่วนตรงนี้นะครับ แต่สิ่งที่ควรน่าจะทํา ซึ่งผมเองก็ได้เสนอในที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการเสนอในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการว่าทําไมเราไม่ให้ความสําคัญ กับงบประมาณในการเยียวยาผู้ที่ถูกผลกระทบจากภัย ถูกผลกระทบจากบาดเจ็บล้มตาย ให้มากกว่านี้ ในเรื่องของการศึกษาพวกเด็กกําพร้า แม่หม้ายต่าง ๆ เราน่าจะมีการ ตั้งงบประมาณส่วนนี้มากกว่างบประมาณในการที่จะอบรมสัมมนาและก็สร้างเสริม แกนนําถอดถอนอะไรต่าง ๆ นี้ อย่าให้มันมากกว่าสิ่งเหล่านี้ หรือให้เพิ่มงบในส่วนของ การประชาสัมพันธ์ สื่อของรัฐในพื้นที่มีนะครับ ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเปึนช่อง ๑๑ ซึ่งเปึนเอ็นบีที และก็สถานีวิทยุของกองทัพเรือ กองทัพบก กองทัพอากาศ เราสามารถ ที่จะใช้สิ่งเหล่านี้ให้เปึนประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะหัวใจสําคัญก็คือในเรื่องของความคิด ในเรื่องของอุดมการณ์ เรื่องความคิดถ้าหากว่า เราทําความเข้าใจเอาหลักเกณฑ์ของศาสนาที่ถูกต้องมาทําความเข้าใจโดยผ่านสื่อของรัฐ แล้วก็จะได้ผลมากกว่าการที่จะทําในสิ่งเหล่านี้ นี่คือสิ่งที่ผมได้เรียนกับท่านประธานถึงการทํางานของพวกกระผมในคณะกรรมาธิการ แล้วก็ผมเห็นว่าทั้งหมดทั้งมวลใน ๒๗,๐๐๐ กว่าล้านบาทตรงนี้ เราสามารถที่จะปรับ ลดลงมา แล้วก็สามารถจะประหยัดงบประมาณของประเทศโดยได้ผลงาน ได้ประสิทธิภาพของงานเท่าเดิมใน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณครับท่านประธาน