สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๓ กันยายน ๒๕๕๑

ประพนธ์ นิลวัชรมณี แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ โดยระบุว่าในอดีตการจัดสรรงบประมาณมีความเป็นธรรม แต่ปัจจุบันมีความไม่เท่าเทียมกัน โดยเฉพาะภาคใต้ที่ได้รับการสนับสนุนน้อยกว่าภาคอื่น และขอให้ลดการใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่จำเป็น

นายประพนธ์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม ประพนธ์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ผมต้องขอนิดนะครับ วันนี้คือทางเพื่อนฝูง ประชาชนทางกรุงเทพฯ และทางแถว ๆ ภาคใต้ก็โทรมาว่าเขาผิดหวังนิดหนึ่งว่าวันนี้รัฐสภาน่าจะใช้เวลาในวันนี้ ในการที่จะแก้ปัญหาเหตุการณ์เมื่อวันอาทิตย์ เพราะว่าท่านผู้อํานวยการรักษาการตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน หรือท่าน ผบ.ทบ. ได้ตอบผู้สื่อข่าวว่ากรณีการแก้ปัญหาวิกฤติในครั้งนี้นั้น ท่านได้พูดต่อผู้สื่อข่าวว่ามันคงเปึนเรื่องของทางการเมือง ของทางระบบรัฐสภาที่ต้อง แก้ปัญหาตรงนี้ครับ แต่ในเมื่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าวาระของการพิจารณา งบประมาณนั้นสําคัญกว่า ผมก็ต้องยอมรับและเคารพครับ ท่านประธานครับ ผมนั้นอดีต ก็เคยเปึนข้าราชการครับ อยู่กรมทางหลวง ตําแหน่งสุดท้ายก่อนลาออกมาเมื่อสัก ๕ ป้ที่แล้ว ก็คือเปึนรองอธิบดีกรมทางหลวงครับ ท่านประธานครับ ผมก็อยู่กับงบประมาณ ท่านก็เข้าใจ นะครับว่า กรมทางหลวงนั้นมีงบประมาณเยอะ มีแผนงานทั้งของชนบท ทั้งของเมืองเปึน จํานวนมากครับ ป้หนึ่งหลายหมื่นล้านบาท เมื่อก่อนการจัดงบประมาณนั้นก่อนป้ ๒๕๔๕ ท่านประธานครับ การจัดงบประมาณนั้นมักจะเปึนไปตามของหลักวิชาการ หลักการของ แต่ละหน่วยงานนั้นว่ามีความจําเปึน มีความสําคัญแค่ไหน แต่พอหลังจากป้ ๒๕๔๕ มาแล้ว ผมช้ําอกช้ําใจครับ เพราะการตั้งงบประมาณนั้นขาดความเปึนธรรมครับ ซึ่งด้วย เกิดความช้ําใจอยู่สัก ๒ ป้ ๓ ป้ ผมก็ลาออกมาเพื่อความสบายใจ แต่หลังจากที่มาเปึน ผู้แทนราษฎรแล้วเมื่อป้ ๒๕๔๘ ยิ่งหนักลงไปอีกครับท่านประธาน ป้งบประมาณ ๒๕๔๘ ปรากฏว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเอางบไปทําเองหมดเลย ผมกับ กรมทางหลวงผมยังติดต่อกันทุกวันครับ ยังติดต่อกันทุกเดือน อันนี้ไม่ต้องไปขอร้อง รัฐบาล อย่าไปโกรธเจ้าหน้าที่ เพราะว่าคนที่คบผมรู้เรื่องทุกอย่าง โดยเฉพาะที่ได้ ประสานงานติดต่อกันมาตลอดนั้นเขาได้เกษียณ ไปแล้วนะครับ เปึนข้อเท็จจริงนะครับ ท่านประธาน ก่อนหน้านั้นขนาดว่าพรรคประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาล งบประมาณของ กรมทางหลวง แต่ผมไม่อยากพูดถึงกรมอื่น เพราะว่าผมไม่รู้รายละเอียดจริง แต่งบ ของกรมทางหลวงนี้ได้จัดสรรไปทั่วทุกภาคอย่างเปึนธรรม งบที่ไปต่างจังหวัด งบที่ไป ภูมิภาค ผมขอเรียนว่าไปพิสูจน์ได้เลยครับ ไม่ว่างบของสํานักงานทางหลวง ที่นครศรีธรรมราช ซึ่งคุมหลายจังหวัด งบของกรมทางหลวงที่ไปภูมิภาค ที่นครศรีธรรมราช ซึ่งคุมหลายจังหวัดเหมือนกันครับ พอ ๆ กัน ประมาณงานพอ ๆ กัน นะครับ สมัยนั้นจะให้ตามความสําคัญพอ ๆ กัน ที่นครราชสีมาได้พันล้านบาท นครศรีธรรมราชก็ได้ไป ๙๐๐ กว่าล้านบาท เกือบพันล้านบาท พอ ๆ กัน เราให้ ความสําคัญเท่ากัน แต่มายุคหลังโดยเฉพาะป้ ๒ ป้นี้ งบของทางภาคใต้ทางสํานักงานสงขลาซึ่งมีหลายจังหวัด ๕ - ๗ จังหวัด ได้งบไปทั้งสํานักงานประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท ขณะที่แค่จังหวัดเดียวของ ทางภาคอื่นแค่จังหวัดเดียวได้ไป ๒๐๐ – ๓๐๐ ล้านบาท นี่คือความช้ําใจของเจ้าหน้าที่ ของพวกกระผมซึ่งเปึนตัวแทนของประชาชนครับ ผมได้ขอตัดแม้แต่โครงการที่เห็นชัดเลย สมัยท่านชวนเปึนนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์นั้น โครงการสร้างถนน ๔ เลน ทําทั่วประเทศและก็เสร็จพร้อม ๆ กันทั่วประเทศไม่ได้ลําเอียง ท่านประธานครับ ผมจึงได้ ขอตัดงบกลางไว้จํานวน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะงบกรณีใช้ยามฉุกเฉินและจําเปึน ท่านประธานครับ ผมมีข้อมูลและเหตุผลว่าทําไมต้องขอตัดตรงนี้ ที่จริงควรจะตัดสัก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ําไป ท่านประธานครับ งบรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ งบเพื่อรองรับ กรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน จํานวน ๔๙,๐๐๐ ล้านบาท คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ปรับ ลดลงไป ๓,๐๐๐ ล้านบาท คือประมาณ ๖ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมว่ายังน้อยไป เพราะอะไร จากข้อมูลของการใช้จ่ายงบประมาณในกรณีฉุกเฉินและยามจําเปึน ป้งบประมาณ ๒๕๔๒ ใช้จ่ายไปในทุกกรณีไม่ว่าเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ อุทกภัย ภาวะภัยแล้ง หรือกรณีภัยพิบัติทั้งหลายนั้นใช้ไปแค่ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๓ ใช้ไปแค่ ๒,๑๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๔ ใช้ไปแค่ ๓,๖๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๕ ใช้ไปแค่ ๒,๘๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๗ ใช้ไปแค่ ๓,๑๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๗ ใช้ไปแค่ ๖,๖๐๐ ล้านบาท ในป้ ๒๕๔๘ นั้นใช้ไปถึง จะเปึนจํานวน ๑๗,๙๐๐ ล้านบาทก็จริง แต่ว่าป้ ๒๕๔๘ ท่านประธานจําได้ ป้ ๒๕๔๘ คือป้ที่เจอภัยสึนามิ ถ้างบฉุกเฉินจําเปึนยามปกติเพียงแค่ ๙,๙๐๐ ล้านบาท เพราะว่า สึนามิได้ใช้จ่ายไปถึงเฉพาะสึนามิ ซึ่งเปึนกรณีภัยพิบัติที่นาน ๆ ครั้ง หลายสิบป้ครั้งหรือ เปึนร้อยป้ครั้งไป ๘,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าไม่ทราบว่าทางกรรมาธิการวิสามัญดูกันมา อย่างไร ยังอุตส่าห์ตั้งไปอีก ๔๙,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งงบฉุกเฉินนี้ ท่านประธานครับ ใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉินหรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หลังจากที่มีภัยพิบัติแก้ปัญหา เฉพาะหน้าแล้ว มีการฟุ๋นฟูเพื่อคืนสู่สภาพเดิมหรือเพื่อชดใช้พี่น้องประชาชน ใช้งบประมาณปกติในงบประมาณปกติของป้ถัดไป เพราะฉะนั้นผมจึงว่างบเพื่อรองรับ กรณีฉุกเฉินตั้งไปทําไม ในเมื่อข้อมูลจากการใช้จ่ายประจําป้ของงบประมาณก็เห็นอยู่แล้ว ว่าใช้ป้หนึ่งไม่เกิน ๑ ล้านบาท ท่านประธานครับ ทุกเช้าที่ท่านประธานมานั่งเปึนประธานที่นี่ ท่านคงปวดหัวกับเรื่องของคําปรึกษาของท่าน ส.ส. ไม่ว่าฝ์ายรัฐบาลหรือฝ์ายค้านทุกวัน ท่านคงได้ยินเรื่องน้ําไม่พอ ไฟไม่พอ ถนนหนทางไม่พอ สิ่งเหล่านี้ประชาชนในภูมิภาคในที่ห่างไกล ต้องได้รับการดูแลจากภาครัฐเสมอหน้ากัน เขาเสียภาษีเหมือนกันทุกคนล่ะครับ มายุคหลังนี้ผมจําได้สมัยท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ขอโทษที่เอ่ยนาม ท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านมีนโยบายเลยว่าไฟฟัา แสงสว่างไม่ว่าประชาชนอยู่ตรงไหน ป์าดงตรงไหน ท่านก็จะวางเสาพาดสายต่อไฟ ไปให้ได้ใช้ทุกครัวเรือน แต่มายุคหลัง ๒๕๔๕ เปึนต้นมา มีการวางหลักเกณฑ์ว่าหมู่บ้าน ไหนต้องการไฟ ต้องมีการสํารวจเช็คตรวจสอบว่าลงทุนแล้วต้องไม่ต่ํากว่า ๒๐,๐๐๐ บาท บ้าง ไม่ต่ํากว่า ๓๐,๐๐๐ บาทบ้าง การลงทุนนะครับ ไม่สูงกว่านั้น จึงจะให้การไฟฟัา ขยายออกไปได้ รัฐจึงจะลงทุนให้ มันเหมือนกับเปึนเรื่องของไฟฟัา ประปา เรื่องของถนนหนทาง เรื่องของโทรศัพท์มันเปึนสาธารณูปโภคจําเปึนของพี่น้องประชาชน ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เพราะเขาเสียภาษีเหมือนกัน สาธารณูปโภคทั้งหลายนั้น ประเทศไหน ชาติไหน เขาถือว่าอย่างที่ผมกล่าวแล้วว่าประชาชนทุกคนควรได้รับการดูแล เหมือนกัน แต่มาตั้งกฎเกณฑ์เปึนนักธุรกิจไปแล้ว โดยเฉพาะภาคใต้เขาทําสวน ไม่ว่า สวนยาง สวนปาล์มไม่ค่อยมีนายทุนหรอกครับ มีแต่ประชาชนซึ่งไม่ได้ร่ํารวย ก็มีคนละ ๕ ไร่ ๑๐ ไร่ ๒๐ ไร่ เขาก็ไปทําในที่ห่างไกล เขาทําสวน ๑๐ ไร่ก็มีบ้านหลังหนึ่ง ๒๐ ไร่ มีบ้านหลังหนึ่งอยู่ห่าง ๆ กัน แต่พวกนี้เสียภาษีนะครับ อย่าไปจํากัดว่าการลงทุน ต้องเท่านั้นเท่านี้ ไม่เกินเท่านั้นเท่านี้จึงจะลงทุนให้ ผมว่าไม่เปึนธรรม ท่านประธานครับ ผมจึงขอตัดงบกลางลง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณครับท่านประธาน