สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล หารือเรื่องการลดค่าใช้จ่ายที่จัดสรรในงบกลาง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินและต้อนรับประมุขต่างประเทศ และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการสอบถามคณะกรรมการผู้บริหารของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการเกี่ยวกับการลงทุนของกองทุน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเตรียมการและความพร้อมในการป้องกันภัยพิบัติ เช่น สึนามิ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการมีเงินสำรองและอุปกรณ์ป้องกันภัยพิบัติ เช่น หอเตือนภัย และการสนับสนุนจากภาครัฐ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้แปรญัตติใน มาตรา ๔ ไว้บางงบ บางส่วนของค่าใช้จ่ายใน ๑๒ หมวดค่าใช้จ่าย มีค่าใช้จ่ายที่กระผมไม่ได้เสนอ ให้คณะกรรมาธิการตัดงบเลยก็คือ ค่าใช้จ่ายตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ซึ่งงบประมาณในป้ ๒๕๕๒ มีจํานวน ๒,๓๐๐ ล้านบาท พร้อมทั้งค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ การเสด็จพระราชดําเนินและต้อนรับประมุขต่างประเทศจํานวน ๕๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ เนื่องจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริเปึนโครงการที่พี่น้อง พสกนิกรชาวไทยทั้งหลายได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของเราเปึนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องน้ํา ได้ไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่จังหวัดตรังครับท่านประธาน มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ หลายแห่งด้วยกัน โดยเฉพาะที่อําเภอสิเกา เขาช่องจันทร์ บริเวณดังกล่าวเปึนพื้นที่ การท่องเที่ยว ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม พร้อมทั้งบริเวณดังกล่าวเปึนที่ตั้ง ของตําบลไม้กวาด พี่น้องประชาชนทั้งหลายได้ใช้น้ําจากโครงการพระราชดําริที่นี่ล่ะครับ เขาช่องจันทร์ ซึ่งได้มีโครงการสร้างมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๓ สมัยนั้นมีผู้บริหารท้องถิ่น นายกองค์การบริหารส่วนตําบล ได้นําเสนอโครงการผ่าน ฯพณฯ ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ก็นําเข้าสู่โครงการพระราชดําริ ก็เลยได้ใช้น้ํา จนปัจจุบันนี้ก็สามารถ ที่จะอํานวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนในบริเวณเขตตําบลไม้กวาด เขตการท่องเที่ยวบริเวณหาดปากเม็งกันอย่างสะดวก ในส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายเรื่องอื่น ที่อยู่ในงบกลาง กระผมอยากจะขอให้ท่านประธานได้สอบถามไปยังคณะกรรมาธิการอยู่ ๒ – ๓ กลุ่มด้วยกัน เรื่องแรกคือค่าใช้จ่ายสําหรับเปึนเงินสํารอง เงินสมทบและเงินชดเชย ให้กับข้าราชการที่เปึนสมาชิกกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ หรือสมาชิก กบข. ๒๕๓๙ ครับท่านประธาน คือข้าราชการที่จะบําเหน็จบํานาญ เดิมเปึน พ.ร.บ. ข้าราชการ บําเหน็จบํานาญ ก่อนป้ ๒๕๓๙ เขาจะมีการคิดบําเหน็จบํานาญอีกแบบหนึ่ง หลังจากมี พระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการป้ พ.ศ. ๒๕๓๙ ก็เปลี่ยนการคิด เรื่องบําเหน็จบํานาญอีกแบบหนึ่ง ท่านประธานครับ พอมีกองทุน กบข. มันเลยมีคําว่า เงินสมทบและเงินชดเชย ก่อนหน้านี้ มันไม่มีเงินสมทบและเงินชดเชย เหตุผลเพราะว่าใครจะเกษียณเขาก็คิด โดยการคํานวณจากเงินเดือนสุดท้ายของข้าราชการคูณด้วยอายุราชการ แล้วก็หารด้วย ๕๐ ออกมาเท่าไรก็ได้รับเงินส่วนนั้นไปเพื่อยังชีพ หลังจาก ๖๐ ป้เปึนต้นไป พอมีกองทุน กบข. ครับ หลักเกณฑ์การให้บําเหน็จบํานาญเปลี่ยนไป ก็คือจากที่เคยให้บํานาญเดือน สุดท้ายนะครับมาเปลี่ยนเปึนเฉลี่ย ๖๐ เดือน ท่านประธานครับ พอเฉลี่ย ๖๐ เดือน คูณด้วยอายุราชการ แล้วก็หารด้วย ๕๐ เหมือนเดิมทําให้ผลประโยชน์การที่ข้าราชการ บํานาญจะได้รับลดลงไปเปึนจํานวนมากเลยครับ เพราะว่าเงินเดือนสุดท้ายของ พ.ร.บ. เดิมกับการเฉลี่ย ๖๐ เดือนนี้มันต่างกันแน่นอนครับ ต่างกันเปึนยอดเงินแต่ละเดือนนี่ หลายหมื่นด้วยกัน แต่ว่าในส่วนตรงนี้ทางรัฐก็เลยได้ชดเชยโดยการให้ข้าราชการสมทบ เงินเข้าไป ๓ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าถ้าเกิดข้าราชการมีเงินเดือน ๑,๐๐๐ บาท ก็คือ สมทบเข้าไปในกองทุน ๓๐ บาท ส่วนราชการหรือรัฐก็สมทบให้อีก ๓๐ บาท พร้อมทั้ง ชดเชยให้อีก ๒๐ บาท หมายความว่าผม นายสมบูรณ์ ขณะที่เปึนข้าราชการนะครับ เงินเดือน ๑,๐๐๐ บาท ก็ใส่เงินเข้าไปในกองทุน ๓๐ บาท รัฐใส่มาให้ ๕๐ บาท มีเงินอยู่ ๘๐ บาท พอผมจะเกษียณครับ รับบําเหน็จนี่ผมจะได้เงินชดเชยก้อนนี้ไป เงินชดเชยก้อน นี้มันจะไปชดเชยกับเงินบํานาญที่เคยได้เงินเดือนสุดท้ายคูณด้วยอายุราชการ หารด้วย ๕๐ ส่วนที่มันหายไปจะมาได้เงินชดเชยตรงนี้ครับท่านประธาน แต่ว่าขณะนี้ผมเรียน ท่านประธานว่าข้าราชการที่สังกัด กบข. เริ่มมีความรู้สึกว่าเขาได้รับสิทธิน้อยลง ได้รับสิทธิ น้อยลงก็คือเนื่องจากเงินบํานาญที่ไปเฉลี่ย ๖๐ เดือนนั้นทําให้เงินบํานาญเขาน้อยแล้ว เงินชดเชยเปึนเงินที่เขาออกเอง ท่านประธานครับ เงินชดเชยคือเงินที่เขาออกเอง เพราะฉะนั้นเขาถือว่านี่คือเงินของเขา เพราะฉะนั้นต้องเพิ่มเรื่องเงินบํานาญให้เขากลับมา เหมือนเดิม ผมก็ได้เตรียมนําเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญ ข้าราชการ ป้ ๒๕๓๙ เพื่อให้ข้าราชการบํานาญทั้งหลายได้รับสิทธิเข้ามาเหมือนเดิม ผม อยากถามว่า ทางคณะกรรมาธิการครับ ได้สอบถามคณะกรรมการผู้บริหารของกองทุน กบข. บ้างไหมครับ ขณะนี้มีเงินอยู่เปึน ๓ แสน ถึง ๔ แสนล้านบาทนะครับ กองทุน กบข. สามารถไปลงทุนเรื่องใดก็ได้นะครับหลายเรื่อง ถ้าเกิดได้กําไร ถ้าเกิดมาตอบแทนคืนกับ ข้าราชการที่เขาสมทบเงินลงไปก็ไม่เปึนไร แต่ถ้าเกิดเอามาไว้เปึนกองทุนเฉย ๆ ไม่ตอบ แทนกับข้าราชการก็ถือว่าลงทุนเปล่า และก็เขาอาจจะเกิดการสูญเสียจากทางรายได้ที่ เขาพึงมีจาการออมในกองทุน กบข. เพราะฉะนั้นขณะนี้เงินมีเยอะแล้ว รัฐอาจจะ ไม่จําเปึนที่จะต้องไปชดเชยนะครับ เอาเงินจากกองทุน กบข. ได้ ผมเลยสอบถามว่า ท่านได้สอบถามหรือไม่ เงินงบประมาณส่วนนี้ถ้าเกิดตัดไปเปึนงบประมาณส่วนอื่น ในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนก็จะเปึนสิ่งที่ดี
ส่วนต่อไปครับ ก็คือค่าใช้จ่ายในเรื่องกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน สํารองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินและจําเปึนครับ ท่านประธานครับ แน่นอนครับ สิ่งที่ไม่ได้คาดคิดหรือสิ่งที่ มันเกิดเหตุการณ์กรณีภัยพิบัติหรือน้ําท่วมต่าง ๆ นั้นบางทีเราก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้ เพราะฉะนั้นจําเปึนที่จะต้องมีเงินสํารองไว้ ท่านประธานครับ ในป้ ๒๕๔๗ วันที่ ๒๖ ธันวาคม ท่านประธานคงจําได้ว่าเกิดเหตุการณ์ใหญ่ขึ้นมาในเมืองไทยของเราก็คือสึนามิ (Tsunami) ถล่ม ๖ จังหวัดฝัืงอันดามัน ท่านประธานครับ ในป้ดังกล่าวเราได้รับ การช่วยเหลือจากทางต่างประเทศเปึนจํานวนมหาศาลเช่นเดียวกัน ซึ่งในขณะนั้นจริงอยู่รัฐบาลไม่ยอมรับเงินที่ต่างประเทศให้การช่วยเหลือ เนื่องจากคิดว่า ตนเองนั้นมีเงินมากเพียงพอแล้ว ผลปรากฏครับท่านประธาน มีหลายภาคส่วนของพี่น้อง ประชาชนที่ยังเดือดร้อนและไม่ได้รับการดูแลแก้ไขจากทางภาครัฐ โดยเฉพาะ จากเหตุการณ์สึนามิ ขณะนี้ทุกหมู่บ้าน ทุกตําบลที่อยู่ริมชายฝัืงทะเลได้ของบประมาณ มากับทางภาครัฐโดยเฉพาะ ๑. ก็คือหอเตือนภัย เหตุผลเพราะว่าถ้าเกิดไม่มีการเตือนภัย เกิดสึนามิเดินทางมา ๕๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงด้วยความเร็ว มันก็จะถึงฝัืงไทยเวลา ไม่ถึง ๑ ชั่วโมง ถ้าเกิดกรณีเกิดแผ่นดินไหวในทะเลบริเวณเกาะสุมาตราเช่นเดิมนี้ มันก็ ใช้เวลาเพียงแค่ ๑ ชั่วโมง บางแห่งไม่มีเครื่องเตือนภัย เขาก็ขอมา ตอนนี้ผ่านมาเปึนเวลา ๓ – ๔ ป้แล้ว รัฐยังไม่สามารถจัดให้ได้เลย ท่านประธาน เมื่อเตือนภัยแล้ว เกิดกรณี รัฐประกาศว่าขณะนี้มีสึนามิเกิดขึ้น มีแผ่นดินไหวรุนแรงอาจจะเกิดสึนามิอีกภายใน ๑ ชั่วโมงนี้ บางแห่งท่านครับ เปึนหมู่บ้านชายทะเล มันไม่มีที่หนีภัยเลย ท่านประธานเคย ไปเที่ยวบริเวณชายฝัืงทะเลไหมครับ หมู่บ้านชาวประมง เปึนบ้านชั้นเดียว มีใต้ถุนทรงสูง ขึ้นมาแค่นั้นเอง เวลาสึนามิมาไม่รู้จะวิ่งไปไหน มันไม่มีภูเขาบริเวณใกล้ ๆ ดังกล่าว บางแห่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านถึง ๓ กิโลเมตร ผมยกตัวอย่าง ที่หมู่บ้านมดตะนอย ตอนนี้ เขาของบสร้างอาคารหลบภัยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นฝากท่านกรรมาธิการด้วยว่า ที่เขาขอมาสําหรับไว้ปัองกันตนเองนั้น ท่านจัดสรรงบให้เขาหรือเปล่า ผมก็เรียนว่า สิ่งนี้เปึนสิ่งสําคัญ น่าเอ็นดูนะครับพี่น้อง โดยเฉพาะมาตรการภาครัฐที่ไปช่วยเหลือ ๖ มาตรการ พี่น้องชาวชายฝัืงทะเลของผม ชาวเกาะไม่ได้รับการช่วยเหลือเลย รถไฟ ก็ไม่มี ในเกาะไม่มีรถไฟอยู่แล้ว และมีรถไฟที่ฝัืงอันดามันมีอยู่จังหวัดเดียว จังหวัดตรัง บ้านผม แต่ว่าชั้น ๓ ไม่ฟรีจริงท่านประธาน น้ําในเกาะไม่มีระบบประปาภูมิภาคไปถึง ไฟฟัาเคยได้ใช้สมัยท่านชวนเอาไปใช้เครื่องปัืน เพราะฉะนั้นขอให้ทางภาครัฐ กรรมาธิการ ได้ติดตามเรื่องนี้ให้ด้วย และถ้าให้ดี ควรจะมอบไปให้กับกรมอาชีวะ มี ฟ่กซ์ อิท เซ็นเตอร์ (Fix it center) ซึ่งเปึนโครงการที่ดีมาก ผมก็ขอฝากท่านประธานไว้ตรงนี้