สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๓ กันยายน ๒๕๕๑

เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ เสนอแปรญัตติตัดงบประมาณในส่วนงบกลาง โดยเฉพาะงบฉุกเฉิน 50% และเสนอแนวคิดเรื่องภาษีแวท (VAT) เพื่อเพิ่มการออมของประชาชนและสนับสนุนเศรษฐกิจพอเพียง

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ตาก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมทําหน้าที่แปรญัตติในเรื่องงบฉุกเฉินนะครับ ซึ่งเปึนส่วนหนึ่งของ งบกลาง ผมได้เสนอให้แปรญัตติตัดงบประมาณในส่วนนี้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เหตุที่ผมต้องตัดสูงขนาดนี้เพราะผมมีความรู้สึกว่างบประมาณที่จัดตั้งขึ้นเมื่อตรวจดูแล้ว จะเห็นว่ารัฐบาลได้ตั้งงบประมาณในวงเงินที่สูงเกินกว่ารายได้ที่ได้ จําเปึนที่จะต้อง ไปกู้เงินจากเงินนอกงบประมาณเพื่อที่มาจัดทํางบประมาณให้สมดุล การจัดงบประมาณ ฉุกเฉินนั้น เหตุที่ตัดมากนั้นผมมีความคิดว่า ๑. มันเปึนเรื่องของเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น ไม่มีใครรู้แน่ว่าจะเปึนจํานวนยอดเงินเท่าไร อาจจะตั้งไปถึง ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑ แสนล้านบาท เท่าไรก็ได้ ถ้าจะต้องตั้งงบประมาณสูงขนาดนี้ ผมเกรงว่าจะเปึนปัญหา ต่อการหารายได้เพื่อกลับมาใช้ในการใช้จ่ายงบประมาณของประเทศและเปึนภาระต่อไป นอกจากนี้ได้มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายถึงการใช้งบประมาณในส่วนนี้ ซึ่งค่อนข้างตรวจสอบยากเพราะเปึนอํานาจของนายกรัฐมนตรีแต่ฝ์ายเดียว ก็จะเปึนเรื่อง ที่น่าเปึนห่วง ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าเรายังมีในกฎหมายหลายเรื่อง ที่เรายังไม่สามารถให้กับพ่อแม่พี่น้อง ราษฎรของเราได้อย่างทั่วถึงและเปึนธรรม ผมยกตัวอย่างเช่นเงินในกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้สูงอายุขณะนี้หลายท้องที่ทั่วประเทศ ได้รับเงินอย่างไม่ทั่วถึง บางคนได้ บางคนไม่ได้ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมได้ไปพบปะพ่อแม่ พี่น้องที่จังหวัดตากในงานเทกระจาด ได้สอบถามผู้สูงอายุประมาณ ๑๐ พบว่ามี ๓ คน ที่ได้รับเงินประมาณ ๓,๐๐๐ บาทต่อ ๖ เดือน นอกนั้นไม่ได้รับ ทุกคนก็จะเกิดความรู้สึก ที่ไม่ดีต่อการบริหารจัดการของบ้านเมือง ผมได้สอบถามเขาบอกว่าไม่เคยได้รับเลยตั้งแต่ อายุ ๖๑ – ๖๒ ป้มานี้ ทําให้เกิดอะไรขึ้นครับ มันเปึนผลทําให้เกิดสภาวะที่ว่าคนเกิดความ แตกแยกกันครับ ในหมู่บ้านนี่มีความรู้สึกว่าถ้าใครเข้าหาคนที่มีอํานาจกว่ามันก็จะได้ ผมคิดว่านี่คือต้นทุนทางเศรษฐกิจของประเทศเราอันหนึ่ง ถ้าท่านประธานจําได้ มันเหมือนกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากแท็กซี่ มิเตอร์ (Taxi meter) นะครับ สมัยก่อน แท็กซี่ มิเตอร์มีโควตา พอมันเกิดมีโควตาขึ้นมาปัูบมันก็ทําให้ใบอนุญาตมีค่า จนต่อมาเมื่อเป่ดแท็กซี่เสรีขึ้นมาภาวะนี้ก็หมดไป นี่ก็คือต้นทุนอันหนึ่งซึ่งผมคิดว่า ในสภาวะที่รัฐบาลจําเปึนที่จะต้องใช้เงิน ต้องใช้เงินให้ถูกต้องตามที่กฎหมายมีรองรับ ขณะนี้ประเทศของเราก็ถือว่าอยู่ในระยะของผู้สูงอายุนะครับ เปึนสังคมของผู้สูงอายุ ระยะแรกเริ่ม เพราะว่ามีประชาชนที่เปึนผู้สูงอายุเกิน ๖๐ ป้มากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ของจํานวนประชากรนะครับ นี่คือปัญหา ผมจึงกราบเรียนว่างบประมาณที่ท่านตั้ง ในส่วนงบกลาง ที่กรรมาธิการได้ตั้งมาในส่วนงบกลางท่านตั้งสูงไป โดยเฉพาะงบฉุกเฉิน มันไม่มีเหตุผลมากเพียงพอ ด้วยปรัชญาอันนี้อีกอย่างหนึ่งก็คือว่าเหตุทุกอย่างนะครับ ที่จะถือว่าเปึนเหตุฉุกเฉินมีโอกาสเกิดขึ้นได้ไหมถ้าเราตั้งคําถาม มันมีโอกาสเกิดขึ้นได้ มีโอกาสเกิดได้กี่เปอร์เซ็นต์ มันก็ห้าสิบห้าสิบล่ะครับ เหมือนโยนเหรียญมันก็มี ๒ หน้า มันมีโอกาสเกิดเท่า ๆ กัน เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องไปกลัวครับ แต่ว่าเราต้องมีระบบ บริหารจัดการที่ดีที่มีประสิทธิภาพเมื่อมีภัยพิบัติเกิดขึ้นมา ผมเชื่อในเรื่องของหลักการ บริหารจัดการมากกว่า เรื่องจํานวนตัวเงินไม่ใช่เปึนเรื่องสําคัญ

ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของงบประมาณในส่วนที่ว่าฉุกเฉินนี้ ผมคิดว่าถ้าเราตัดส่วนนี้ไปแล้วอาจจะไปเติมให้ในส่วนของกรมชลประทาน ซึ่งพ่อแม่ พี่น้องของเรามีปัญหาในเรื่องของการใช้น้ําเพื่อเอามาทําการเกษตร มาทําการอุปโภค บริโภคอีกมากมาย ซึ่งมีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วนะครับ ผมคิดว่าผมคงจะ ไม่อภิปรายซ้ํา นั่นก็คือว่าต้องจัดการใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ให้อย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ เพื่อแสดง ให้เห็นถึงว่าเราไปเรียกเก็บเงินภาษีอากรจากประชาชนมาทุกบาททุกสตางค์ เราต้อง มีจิตสํานึกที่จะต้องใช้เงินทุกบาททุกสตางค์อย่างคุ้มค่า เพื่อให้คนที่เขาเสียสตางค์ภาษี เขาเกิดความรู้สึกที่ดี ทําให้ถึงจุดนี้ผมก็เลยมีความคิดเสนอไป ซึ่งก็คงไม่เกี่ยวกันก็คือว่า ภาระภาษีส่วนบุคคล ไม่ว่าใครจะมีเงินเท่าไรในระดับที่ สมมุติว่าไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องเสียภาษี แต่เราเก็บภาษีเขาอาจจะได้จากทางอ้อมก็คือภาษีแวท (VAT) ซึ่งผล จากการที่เราไม่เก็บภาษีในระยะนี้มันอาจจะทําให้เงินของการคลังลดน้อยลง แต่ท่าน อย่าลืมว่าประชาชนก็จะเข้าสู่เงินออมมากขึ้น มีเงินออมมากขึ้น แล้วก็สามารถ ที่จะนําเงินนั้นไปใช้ในกระบวนการตัดสินใจว่าเขาจะใช้การออมหรือจะใช้เงิน ถ้าเขา ใช้เงินมากเขาต้องเสียภาษีแวทมาก ก็ตรงตามกับเศรษฐกิจพอเพียง เพราะปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงก็คือว่าอยากจะให้มีใช้ไว้อย่างพอเพียง เพราะฉะนั้นถ้าใครไม่อยากใช้ คุณก็เก็บไว้ ก็เปึนเงินออม นี่ก็จะทําให้การออมของประเทศเรามั่นคงแข็งแรงขึ้น ผมก็ขอแสดงความคิดเห็นแค่นี้ ขอบคุณครับ