สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๓ กันยายน ๒๕๕๑

เจือ ราชสีห์ เสนอการปรับลดงบประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ พร้อมเรียกร้องรัฐบาลรับผิดชอบต่อผลกระทบจากการประกาศฉุกเฉิน และเสนอการตรวจสอบโครงการรถเมล์ 6,000 คัน โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับขาดทุนและการใช้ภาษีอากรของประชาชน

นายเจือ ราชสีห์ สงขลา

ผมกําลังอธิบายเรื่องการปรับลด ๑๕ เปอร์เซ็นต์ครับ เพราะว่าผมบอกว่าทานนายกรัฐมนตรีบริหารราชการแผ่นดินไม่ได้ แล้วครับท่าน ใจเย็น ๆ นิดหนึ่งนะครับ เพราะว่ากว่าจะโน้มน้าวให้เพื่อนสมาชิก ได้เห็นด้วยในสิ่งที่ผมได้ปรับลดงบประมาณต้องขออนุญาตอธิบายเหตุผลหน่อยครับ ท่านประธานทราบไหมครับ ผลจากการประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฉบับนี้ไม่มีใครเชื่อถือ แต่ว่าสิ่งที่ทําได้อย่างเดียว ท่านครับ โรงเรียนในกรุงเทพมหานคร ในสังกัด กรุงเทพมหานครกับสังกัดกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้นที่หยุดโรงเรียน ผมก็เลยบอกว่า ถ้าผมเพิ่มงบประมาณได้ น่าจะเอางบส่วนนี้ไปให้กับทางโรงเรียนเพื่อสอนพิเศษให้กับ นักเรียนยังดีกว่า นั่นคือผลพวงที่มีปัญหาครับ ท่านครับ ต้องยอมรับในความเปึนจริง สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นไปรายงานข่าวทั่วโลกบอกว่าต่างประเทศไม่ได้มาบ้านเรา เพราะว่ากลัวครับ มีความเสียหายมาก ต้องเรียนกับท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ว่าความเสียหายครั้งนี้ใครจะรับผิดชอบให้ได้ ผมเองก็เลยไม่ไว้วางใจนะครับ ในงบประมาณนี้ก็ต้องปรับลด นั่นคือประเด็นที่ ๑ ครับที่จะต้องเรียนต่อท่านประธาน

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าในหน่วยงานสํานักนายกรัฐมนตรี มีสํานัก คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์อยู่ครับ สภาพัฒน์ เมื่อก่อน สมัย พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เปึนนายกรัฐมนตรีก็ดี สมัยท่านชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรีก็ดี สภาพัฒน์ฯ ได้วางแนวทางในการพัฒนาประเทศไว้อย่างยั่งยืน ไว้อย่างดีมากครับ แต่มาระยะหลัง ๆ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ เปึนต้นมา สภาพัฒน์ฯ ก้มหน้า ก้มตารับใช้นักการเมืองที่ตั้งใจจะทุจริตกันอย่างเอาจริงเอาจังมาก เหตุผลที่ผมพูดอย่างนี้ ท่านประธานครับ โครงการรถเมล์ ๖,๐๐๐ คัน ซึ่งสภาพัฒน์ฯ ได้ให้ความเห็น ได้เห็นด้วย โครงการนี้มาตลอด ผมไม่แน่ใจว่าคณะกรรมาธิการได้ถามสภาพัฒน์แค่ไหนว่า คุณพิจารณาเรื่องนี้มาได้อย่างไร คนที่บ้านผมเขารู้ว่าราคารถเมล์นี้ ๔ ล้านบาท ถ้าซื้อขาดนะครับ แต่พอเช่า ๑๐ ป้ ราคา ๑๘ ล้านบาท เขาบอกว่าเขาไม่ต้องเรียนถึง เมืองนอก เขาบวกเลขถูก สภาพัฒน์ฯ ให้ความเห็นมาได้อย่างไร กรรมาธิการได้ถาม เรื่องนี้หรือเปล่าโชคดีมาก ๆ นะครับ โครงการนี้ท่าน พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีได้ไปดูแล ได้ไปตรวจสอบ ได้ตัดจํานวนรถเมล์ลงมาเหลือ ๔,๐๐๐ คัน ประหยัดงบไป ๔๙,๐๐๐ ล้านบาท จากโครงการเดิม ๖,๐๐๐ คัน ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นคือหน่วยงานสภาพัฒน์ฯ ที่ได้ให้ความเห็นชอบ แต่ว่าพอตอนรองนายกรัฐมนตรี มาพิจารณาไม่กี่วัน เห็นถึงความประหยัดได้ แล้วสภาพัฒน์ไปทําอะไรอยู่ อันนี้กรรมาธิการ ได้ถามหรือเปล่าครับ แล้วเงินที่จะลงทุน ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมไม่แน่ใจว่าจะเอาเงิน ส่วนไหนมาลงทุน ขสมก. ตอนที่ไปชี้แจงกับผมในฐานะกรรมาธิการคมนาคมเราได้ถาม ว่าเงินที่เปึนหนี้อยู่ตอนนี้ ขสมก. เปึนหนี้อยู่ ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะทําอย่างไร ท่านผู้อํานวยการบอกพวกเราว่าจะต้องใช้ภาษีอากรของพี่น้องประชาชนมาเพื่อชําระหนี้ อันนี้ก็เหมือนกันครับ พวกผมต้องเรียนเตือนกรรมาธิการไว้ก่อน เพราะว่ากรรมาธิการ งบประมาณพวกผมยกมือให้ไป ได้ถามไหมครับ ได้ถามสภาพัฒน์ฯ ไหมครับว่า ถ้าโครงการนี้ ๑๐ ป้ ถ้ามีปัญหาขาดทุนขึ้นมาจะเอาเงินส่วนไหนมาชดใช้ ผมว่าไม่พ้น ภาษีอากรของพี่น้องประชาชนนั้นอีก ผมคิดว่าเรื่องนี้เราต้องเรียนกันให้ชัด เมื่อเช้าท่าน ส.ส. เชน เทือกสุบรรณ ได้ถามสํานักงบประมาณว่าตอนนี้เช่ารถ ๓ ป้ ผิดกฎหมายไหม พอมาดูโครงการนี้ครับ ๑๐ ป้ สํานักงบงบประมาณได้ให้ข้อสังเกต เรื่องนี้ไว้บ้างแค่ไหน อันนี้ต้องเรียนถามเพราะว่าเปึนเรื่องที่สุ่มเสี่ยงมากครับ พรรคประชาธิปัตย์เราได้ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น พรรคประชาธิปัตย์ได้เป่ดอภิปราย ไม่ไว้วางใจในโครงการนี้ครับ ท่านประธานครับ โดยท่านถาวร เสนเนียม เราถือว่า เรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญมาก เปึนเรื่องใหญ่มากครับ แต่ว่าสภาพัฒน์ฯ ซึ่งมีหน้าที่ในการที่จะกลั่นกรอง ในการที่จะทํางานแทนพวกเรา ท่านได้ ทําหน้าที่แค่ไหน จริง ๆ แล้วถ้าสภาพัฒน์ฯ ทํางานดีพวกผมไม่ต้องมาเหนื่อย ไม่ต้องมา ตรวจสอบถึงขนาดนี้หรอกครับ อันนี้ก็ต้องฝากท่านกรรมาธิการไว้ด้วยว่าวันนั้นตอนที่ มาชี้แจง ท่านได้ถามไว้แค่ไหน เราก็ถามว่ารถเมล์ ๖,๐๐๐ คันนี่คุณคิดมาได้อย่างไร เขาบอกว่า เพราะว่ามาจากการปรับปรุงเส้นทาง ๑๔๕ เส้นทาง ๑๔๕ เส้นทางเอาข้อมูล มาเมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๓๖ ปรากฏว่าป้ พ.ศ. ๒๕๔๙ ตอนนายกรัฐมนตรีทักษิณนี่ครับ จะทํา รถเมล์แค่ ๒,๐๐๐ คัน ตอน พลเอก สุรยุทธ์ จะบอกว่าเอาของเก่ามาปรับปรุง พอมาป้นี้ครับ เพิ่มเปึน ๖,๐๐๐ คัน แต่ว่าปรับปรุงเส้นทางนั้น ๑๔๕ เส้นทาง เอาข้อมูลมาเมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๓๖ สิ่งที่สุ่มเสี่ยงมาก ๆ ข้อมูลบอกว่าเราจะมีผู้โดยสารวันหนึ่ง ๒ ล้านคน ซึ่งไม่ มีตัวเลขรองรับหรอกครับ ปัญหาจราจรในกรุงเทพมหานครที่พวกเราได้เตือนเอาไว้ว่า เปึนเรื่องใหญ่มาก เรื่องเหล่านี้ครับ ทางกรรมาธิการงบประมาณต้องถามจากสภาพัฒน์ฯ ว่าคุณได้ดูโครงการนี้ดีแล้วหรือยัง เงินงบประมาณ เม็ดเงินมีความสําคัญมากครับ ผมเลยต้องฝากเรียนกับทางกรรมาธิการงบประมาณให้ช่วยตรวจสอบ เพราะว่าหลังจากนี้ เมื่อผ่านคณะรัฐมนตรีไปแล้วสภาพัฒน์ฯ ต้องไปติดตามการทําทีโออาร์ (TOR) การทํา โครงการต้องเข้าไปติดตามผลหลังจากนี้นะครับเพื่อให้พวกเราได้ประหยัดงบประมาณ ให้มากกว่านี้อีก ผมอยากจะเรียนฝากว่าโครงการนี้ยังไม่เรียบร้อยนะครับ ต้องตามต่อ และพวกผมพรรคประชาธิปัตย์และพวกผมเองก็ต้องตามต่อว่าโครงการนี้ แล้วผลที่สุด จะเปึนประโยชน์จริง ๆ กับพี่น้องประชาชน หรือว่าจะมีเงินตกหล่นที่เขานินทากันไว้ว่า เกือบหมื่นล้านบาท เพื่อจะไปตั้งพรรคการเมืองจริงหรือไม่ ขอขอบคุณท่านประธานครับ