สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๓ กันยายน ๒๕๕๑

จุติ ไกรฤกษ์ หารือเรื่องการประเมินผลงานข้าราชการ โดยเน้นย้ำว่าเงินโบนัสไม่ใช่ปัจจัยหลักในการทํางาน และเสนอให้เปลี่ยนแนวทางประเมินผลงานจากเชิงปริมาณเป็นเชิงคุณภาพ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมและไม่สร้างความแตกแยกในหน่วยงาน

นายจุติ ไกรฤกษ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย ผมตัดประเด็นหลายประเด็นออกนะครับ เหลือประเด็นเดียวครับ ท่านประธาน ที่จะขออภิปรายขอปรับลด เพราะว่ายังติดใจว่าโครงการจัดสรรงบประมาณ เพื่อเปึนเงินเพิ่มพิเศษสําหรับผู้บริหาร และเงินรางวัลสําหรับหน่วยงานนะครับ ซึ่งเงิน ก้อนนี้ผมทราบว่าเปึนความประสงค์ดีของโครงการของรัฐบาลที่คิดว่ามีความจําเปึน จะต้องให้เปึนขวัญกําลังใจกับข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ผมคิดว่า เงินจํานวนนี้เมื่อทําไปแล้วไม่เกิดความคุ้มค่าครับ สาเหตุที่ไม่เกิดความคุ้มค่าก็เพราะว่า ถึงแม้ว่าโครงการนี้ในทางวิชาการนั้นจะเปึนการให้กําลังใจ มีโบนัสสําหรับข้าราชการ ซึ่งข้าราชการนั้นเปรียบเทียบกับเอกชนไม่ได้เลย แต่ผลปฏิบัติของโครงการนี้ครับ ท่านประธาน ผมกราบเรียนท่านประธานตรง ๆ ว่าข้าราชการเอง ระดับกลางนะครับ บอกกับผมฝากมาเลยบอกว่า โครงการนี้อย่ามีเลย ที่อย่ามีเลยเพราะอะไรครับ เพราะว่า โบนัสในส่วนนี้ มันงบมีถึงแม้ว่าจะเปึนเงินหลายพันล้านบาท แต่ว่าไม่ทั่วครับ เมื่อไม่ทั่วถึงแล้วก็ไม่เปึนธรรม เมื่อไม่ทั่วถึงไม่เปึนธรรมแล้วก็กลายเปึนสร้างระบบ อุปถัมภ์ขึ้นในหน่วยงาน ทําให้เกิดความแตกแยกสามัคคีในหน่วยราชการเอง ไม่เปึนผลดี ต่อการดําเนินงานเลย เพราะว่าพอถึงสิ้นป้กันนั้นก็จะมีการพิจารณาผลงานของ ข้าราชการแต่ละท่านนะครับ จากระดับล่าง ระดับกลาง ระดับสูง แต่ปรากฏว่าเงินที่ไปให้ เปึนโบนัสข้าราชการนั้น ถึงแม้ว่าจะไปให้ระดับล่างนั้นก็เปึนจํานวนเงินเพียงน้อยนิด เงินนั้นก็ไปสําหรับผู้บริหารก็เยอะนะครับ ซึ่งตรงนี้ข้าราชการเขาฝากมาว่าไม่เห็นด้วย แต่ในขณะเดียวกันเมื่อที่ ก.พ.ร. คณะกรรมการพัฒนาข้าราชการพลเรือนนํางบประมาณ นี้เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการ ก็บอกว่าได้ทําสํารวจความเห็นของข้าราชการ ส่วนใหญ่เห็นด้วยว่า อยากที่จะมีงบประมาณตรงนี้ แต่ผมถามท่านประธานเลยครับมีใคร บ้างไม่อยากได้สตางค์ อยากได้สตางค์ทุกคน แต่สิ่งที่ข้าราชการเขาบอกว่า สิ่งที่ เขาอยากได้มากกว่าเงินก็คือ เขาอยากได้ศักดิ์ศรีของข้าราชการในพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวคืนมา เขาอยากได้ระบบคุณธรรมให้แผ่กว้างขยายขึ้น ระบบอุปถัมภ์ ให้ลดลง แล้วก็หายไปจากการประเมิน เขาต้องการเห็นความสุขในการทํางานให้กับ ประชาชน ขอเห็นความสุขในการทํางานให้กับสังคม ขอให้คนดีนั้นสามารถอยู่ในระบบได้ สิ่งเหล่านี้เปึนความจําเปึนมากกว่าเงินโบนัสข้าราชการ ผมไม่เห็นด้วยเลยว่าจะมาตั้ง โครงการนี้เอาเงินมาก้อนหนึ่งมาจูงใจเพื่อให้ข้าราชการนั้นทําดี มีผลงาน ผมเชื่อว่าคนที่ ทํางานในระบบราชการนั้นเงินไม่ใช่เปึนปัจจัยหลักครับ เพราะถ้าเผื่อเงินเปึนปัจจัยหลัก แล้วป์านนี้เขาไปอยู่ภาคเอกชนหมดแล้ว ผมเปรียบเทียบท่านประธานได้ ยกตัวอย่าง ข้าราชการกระทรวงการคลัง ข้าราชการสํานักงบประมาณ ข้าราชการฝ์ายกฎหมาย ถ้าออกจากราชการเมื่อไรไปทํางานภาคเอกชนครับท่านประธาน ได้เงินเดือน แสนกว่าบาท ยิ่งถ้าเผื่อไปทําในวงการการเงินด้วยแล้ว โบนัสทีหนึ่ง ๑๔ เดือนครับ ฉะนั้น เงินก้อนนี้ที่บอกว่าเอามาแล้ว เพื่อปัองกันสมองไหลแล้ว ในทางปฏิบัติจริง ๆ แล้วอาจจะ กลับตรงกันข้าม เพราะว่าเงินที่ให้เปึนโบนัสข้าราชการนั้น ระดับบริหารก็ตามไม่พอ ไม่พอที่จะดึงเขา แต่ว่าระบบคุณธรรมต่างหากที่จะดึงให้เขาอยู่ในราชการ ผมเชื่อครับว่า คนระดับผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ถ้าไปทํางานเอกชนครับ ได้เงินเดือน ๒ แสนบาท ๓ แสนบาท แต่ว่าพึงพอใจที่จะทํางานตรงนี้ เพราะว่ามีความสุขกับการเปึนข้าราชการ ดังนั้นตรงนี้ครับผมอยากจะขอให้แก้ไขว่า ก.พ.ร. ไปจ้างผู้ประเมิน ไปจ้างเอกชน มาประเมินคือทริส (TRIS) แล้วการประเมินนั้นก็ประเมินในเชิงปริมาณ มิได้ประเมิน ในเชิงคุณภาพ ก็ทําให้มีปัญหาในการจัดลําดับว่าผู้ที่สมควรจะได้รับโบนัสนั้นคือใครบ้าง ก่อให้เกิดความแตกแยกความสามัคคีในหน่วยงานทั้งหมด สิ่งที่ผมเสนอก็คือว่าโครงการ นี้น่าจะมีการทบทวนในอนาคต ไม่น่ามีต่อไป แต่ว่าขอให้ไปเน้นว่าจะทําอย่างไรจะทําให้ ศักดิ์ศรีของข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นคืนมาให้เกิดระบบคุณธรรม แล้วก็ให้คนทํางานนั้นมีความสุขว่าทํางานแล้วประเทศชาตินั้นได้ผลประโยชน์ จากที่เขาทํา จากสมองของเขา จากความคิดของเขา สิ่งนั้นเปึนสิ่งที่สําคัญกว่า ผมจึงได้ ขออนุญาตปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ว่าโครงการนี้ไม่สมควรจะมีเลย แล้วน่าจะ ทบทวนในป้หน้า ๆ ว่าตรงนี้ไปปรับในส่วนอื่นที่เปึนสวัสดิการเขา ระบบคุณธรรมเขาจะมี ประโยชน์กว่าและจะรักษาสมองไหลไว้ได้มากกว่าเงินที่จะมาล่อครับ เพราะว่าเงินนั้น ไม่ใช่ทุกสิ่งครับ แต่ศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ ศักดิ์ศรีความเปึนข้าราชการ และความสุข ในการทํางาน ระบบคุณธรรมมีมากกว่า ผมจึงขออนุญาตบันทึกไว้ว่าผมนั้นไม่เห็นด้วย กับโครงการนี้เลย แล้วอยากจะให้ทบทวนในอนาคต แต่เนื่องจากผมเปึนเสียงข้างน้อยนั้น ผมก็แพ้คะแนนในที่ประชุม ผมจึงอยากบันทึกเอาไว้เปึนหลักฐาน เพราะว่าผมจะสู้ต่อไป ว่าตรงนี้ไม่ควรมีครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ