นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แปรญัตติตัดลดงบประมาณรายจ่าย ประจําปี ๒๕๕๒ ลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และอภิปรายเหตุผลในการปรับลดลง โดยเน้นบทบาทของกองทัพที่ถูกกระทบกระเทือนหลังจากการยึดอํานาจเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับภารกิจและความสามารถของกองทัพในการปกป้องชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และเรียกร้องให้กองทัพแสดงบทบาทในการปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างจริงจัง นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ยังหารือเรื่องการรับบุคคลเข้ารับราชการในกองทัพ การขาดความเข้าใจระหว่างประชาชนและกองทัพ และการยุติธรรมในระบอบประชาธิปไตย พร้อมทั้งเรียกร้องให้สถาบันตุลาการเข้มแข็งในการปกป้องระบอบประชาธิปไตย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้แปรญัตติตัดลดงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ ลง ในภาพรวม ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ในแต่ละกระทรวง ทบวง กรมนั้น ผมก็ได้แปรญัตติไว้ เกือบทุกมาตรา แต่ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าผมจะขออนุญาตใช้โอกาส ในการอภิปรายแสดงความคิดเห็นเฉพาะมาตรา ๓ มาตราเดียว และขออนุญาตที่จะ อภิปรายรวมไปในทุกมาตราที่ผมได้ปรับลดไว้ในลักษณะที่เปึนภาพรวม เหตุผลที่ผมได้ ปรับลดงบประมาณลงจากภาพรวม ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่าโดยภาพรวมแล้ว การใช้งบประมาณของรัฐหรือของรัฐบาลไม่ประสบความสําเร็จในหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน จึงจําเปึนต้องตัดปรับลดงบประมาณลง ประการแรก ผมกราบเรียนท่านประธานว่า หน่วยงานที่ผมขออนุญาตกราบเรียนแล้วก็พูดถึงที่จําเปึนต้องปรับลดงบประมาณคือ บทบาทของกองทัพ โดยเฉพาะกระทรวงกลาโหม กระผมคิดว่าในระยะ ๒ ป้ที่ผ่านมา บทบาทของกองทัพได้ถูกกระทบกระเทือนเปึนอย่างยิ่ง และประสิทธิภาพของกองทัพ ในการทําภารกิจของกองทัพจริง ๆ นั้น บัดนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปตามพัฒนาการของ บ้านเมือง ๒ ป้ที่ผ่านมาบทบาทของกองทัพถูกกระทบกระเทือน ส่วนหนึ่งเนื่องจากต้อง ยอมรับว่าเกิดจากการยึดอํานาจเมื่อ ๒ ป้ที่แล้ว และเหตุผลในการยึดอํานาจของกองทัพ นั้นมิได้ดําเนินการตามเหตุผลที่ได้ประกาศไว้ในการยึดอํานาจ หลังจากนั้นบทบาทของ กองทัพก็ได้ถูกลดทอนลงเรื่อยมา ผมกราบเรียนท่านประธานว่าหลังจากที่มีการเลือกตั้ง ในระบอบประชาธิปไตย เรามีรัฐสภาแห่งนี้ในวันนี้แล้วก็ตามแต่ว่าบทบาทและภารกิจของ กองทัพก็ยังถูกกระทบกระเทือนอยู่ วันนี้ผมมีความรู้สึกคล้าย ๆ กับว่ากองทัพหรือผู้คน ในกองทัพนั้นเหมือนกําลังฝันร้ายอยู่เปึนฝันร้ายจากการยึดอํานาจเมื่อ ๒ ป้ที่แล้ว และมี ความรู้สึกต่อไปว่าคนในกองทัพวันนี้เหมือนกับรู้สึกว่าไม่อยากจะนอนอีกต่อไป เพราะว่า ถ้าท่านนอนหลับอีกสักครั้งหนึ่งท่านจะฝันร้ายถึงอดีตที่ผ่านมา ผมเรียนว่าวันนี้กองทัพ เริ่มอ่อนแอลงหลังจากมีการยึดอํานาจและมีการเลือกตั้ง
ประการแรก ผมคิดว่ากองทัพเริ่มอ่อนแอในภารกิจของการปกปัองชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ถึงแม้ว่ากองทัพหรือกระทรวงกลาโหมเปึนบทบาท ของข้าราชการเพียงหน่วยเดียวที่พอจะพูดได้อย่างเต็มปากว่าเปึนหน่วยงานที่มีภารกิจ ในการปกปัองชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์มากกว่าภาครัฐมากกว่ากระทรวง ทบวง กรมอื่น ๆ ก็ตาม แต่ว่าในขณะนี้ผมมีความรู้สึกว่าจําเปึนต้องปรับลดงบประมาณของ กองทัพลงในทุกภาคส่วนลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ภารกิจของกองทัพในการปกปัองชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์เริ่มอ่อนแอลงครับ ความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้คนในกองทัพนั้น ลดน้อยถอยลง ผมยกตัวอย่างท่านประธาน ๒ – ๓ ประเด็นครับ ใน ๒ – ๓ ประเด็นที่ผม กําลังจะกล่าวต่อไปนี้ ผมคิดว่ากองทัพบกพร่อง กองทัพไม่กล้ายืนหยัดในความเปึนจริง ในความถูกต้องเพื่อปกปัองชาติ
ประการแรก ในขณะที่เรามีข้อพิพาทกับประเทศกัมพูชาเรื่องเขตแดน ปราสาทพระวิหาร ท่านประธานจะเห็นว่ากองทัพโดยเฉพาะกรมแผนที่ทหารมีบทบาท และหน้าที่โดยตรงที่จําเปึนต้องให้ความเปึนจริงกับประเทศ จําเปึนต้องให้ความเปึนจริง กับคนไทยในประเทศนี้ว่าเส้นอาณาเขต เขตแบ่งระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาอยู่ ตรงไหน แต่ว่าในขณะที่เรามีข้อพิพาทระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา เรื่องปราสาทพระวิหารนั้น ท่านประธานจะเห็นว่ากรมแผนที่ทหารไม่ได้แสดงบทบาท ในการปกปัองอธิปไตยหรือดินแดนของชาติอย่างที่ควรจะเปึน อาจจะพูดได้ว่ากรมแผนที่ ทหารหรือหน่วยงานของกองทัพที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ได้แสดงความคิดเห็นเลยครับ จนกระทั่งต้องให้องค์กรอิสระ จนกระทั่งต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญออกมาตัดสินว่ากติกา หรือข้อตกลงสนธิสัญญาที่ประเทศไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศไปทําไว้กับประเทศ กัมพูชานั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าถ้ากองทัพได้แสดงบทบาทอย่างตรงไปตรงมาและ ให้ความจริงกับกระทรวงการต่างประเทศ วันนี้ครับ ประเทศเราจะไม่เสียหายขนาดนี้ นั่นเปึนประการแรก ที่ผมคิดว่าบทบาทของกองทัพในการปกปัองชาติไม่เข้มข้นเท่าที่ควร
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อนายกรัฐมนตรีได้ดํารงตําแหน่ง ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านประธานจะจําได้ว่ามีกรณีที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ อย่างยิ่ง เรื่องการรับบุคคลเข้ารับราชการในกองทัพ มีบุคคลท่านหนึ่ง ผมขออนุญาตที่จะไม่เอ่ยนามท่านหรอกครับ ได้ยื่นคําร้องขอกลับเข้ารับ ราชการ มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาก ผมเองเปึนคนตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้ในสภา ผู้แทนราษฎร แต่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีหรือใครก็ตามที่เกี่ยวข้องได้ออกมายืนยันว่า การรับบุคคลดังกล่าวกลับคืนกองทัพนั้นทําถูกต้องตามกฎหมายของกองทัพทุกประการ ผมเปึนคดีความกับผู้ที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้อยู่ ๒ – ๓ คดีในขณะนี้ แต่ไม่เปึนไรครับ เรื่องนี้ต้อง มีการพิสูจน์ ผมกราบเรียนท่านประธานไปถึงบุคคลที่ออกมาให้ข่าวและกระทบกระเทียบ ผมตลอดเวลา รองโฆษกกระทรวงกลาโหมครับ ผมจําชื่อท่านไม่ได้ แต่ว่ารองโฆษก กระทรวงกลาโหมท่านนี้แหละครับ ออกมาบอกว่าการรับบุคคลคืนสู่กองทัพในครั้งนั้น ทําถูกต้องตามขั้นตอนของกองทัพทุกประการ แต่วันนี้ท่านประธานจะเห็นว่าคณะกรรมการ ปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาไต่สวนว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้นได้ลงนามแต่งตั้งบุคคลคืนสู่กองทัพน่าจะผิดต่อ กฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ นี่เปึนตัวอย่างที่ ๒ ที่ผมคิดว่ากองทัพได้ละเลยในการ พูดความจริงกับประชาชน กองทัพได้ละเลยในการปฏิบัติตามหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา นี่คือความอ่อนแอของกองทัพที่จําเปึนต้องปรับลดงบประมาณลง ท่านประธานที่เคารพ ผมมีอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องกราบเรียนท่านประธาน วันนี้ผมคิดว่ากระทรวงกลาโหมหรือ บทบาทของกองทัพนั้น กําลังถึงจุดเปลี่ยนแปลงที่กลับมาสร้างชื่อเสียงอีกครั้งหนึ่ง ถ้าท่านทําภารกิจนี้ลุล่วงได้ผมคิดว่าเกียรติยศชื่อเสียงของกองทัพจะกลับคืนมา วันนี้ กองทัพได้เข้าไปทําหน้าที่ในการคลี่คลายสถานการณ์ในภาวะวิกฤติของประเทศใน สถานการณ์ฉุกเฉินในขณะนี้ ผมคิดว่าบทบาทของผู้นํากองทัพเมื่อ ๒ – ๓ วันที่ผ่านมานั้น เปึนบทบาทที่พูดตรงไปตรงมาว่าน่าชมเชยครับ ขอให้ท่านรักษาสถานการณ์นี้ไว้ วันนี้กองทัพอยู่กึ่งกลางระหว่างความขัดแย้งของคนในชาติ ถ้ากองทัพเอนเอียงไปข้างใด ข้างหนึ่ง แล้วไม่มีความเปึนธรรมในการดําเนินการเรื่องนี้แล้ว ความเสื่อมเสียจะนํามาสู่ กองทัพอย่างหาที่สุดมิได้ กองทัพอยู่กึ่งกลางที่ปัองกันไม่ให้ผู้คนในประเทศนี้เข้าสู่การ ทําร้ายซึ่งกันและกัน ผมกราบเรียนท่านประธานถึงตรงนี้ผมพูดในสภานี้มาหลายครั้งครับ ผมดีใจที่วันนี้กองทัพอยู่กึ่งกลางความขัดแย้งของผู้คนในสังคม สิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากไป ถึงผู้นํากองทัพ ผู้บัญชาการทหารบกหรือใครก็ตาม ผมเคยขอร้องผู้คนที่มีความขัดแย้งกัน ในบ้านเมืองนี้มาหลายครั้งแล้ว ท่านประธานจะเห็นว่าความแปลกประหลาดของคนไทย ในประเทศนี้ วันนี้มีอยู่อย่างหนึ่ง เวลามีความขัดแย้งเกิดขึ้นคนไทยที่มีความขัดแย้งกันจะ ถือสัญลักษณ์ ๒ สิ่งเข้าประหัตถ์ประหารกัน สัญลักษณ์แรกคือธงชาติ ฝ์ายหนึ่งถือธงชาติ เหมือนจะออกไปทําศึกสงคราม อีกฝ์ายหนึ่งก็ถือธงชาติออกไปฆ่ากันกลางถนน ราชดําเนิน ผมคิดว่าผู้นํากองทัพเมื่อท่านอยู่จุดกึ่งกลางของความขัดแย้งในสังคมวันนี้ ท่านไปบอกผู้คนที่ขัดแย้งกันในสังคมได้ไหม เวลาท่านเข้าประหัตประหารกันในทาง ความคิดที่แตกแยกกัน อย่านําธงชาติไปต่อสู้กันได้ไหม ธงชาติเปึนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ครับ ธงชาติเปึนสัญลักษณ์ของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่ควรจะเอาธงชาติไปตี ศีรษะใคร ไม่ควรจะเอาธงชาติไปฆ่าใครในประเทศนี้เด็ดขาด แต่ว่าถ้าในขณะนี้ คนในประเทศนี้มีความขัดแย้ง เราขัดแย้งกับต่างชาติ ท่านถือธงชาตินําทัพไปเถอะครับ ธงชาติคือสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่วันนี้คนละเลยสิ่งเหล่านี้ กองทัพต้องเริ่มต้นทําความเข้าใจ กับผู้คนที่มีความขัดแย้งกันอย่างนี้ครับ
เรื่องที่ ๒ ที่ผมคิดว่ากองทัพต้องเริ่มทําความเข้าใจกับผู้คนที่ขัดแย้งกันใน สังคม วันที่คนขัดแย้งกันและออกมาฆ่ากันกลางถนน นอกจากคนจะถือธงชาติไปฆ่ากัน แล้ว วันนี้ทั้ง ๒ ฝ์ายต่างถือพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถือทําไม ถือพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้วไปฆ่ากัน ทําอย่างนี้ไม่ได้ แต่ถ้าประเทศนี้มีศึกสงคราม เอาเถอะครับ ท่านถือธงชาติ ท่านถือ พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อเปึนขวัญ เปึนสิริมงคลของ ท่าน ในการต่อสู้กับอริราชศัตรูผมไม่ว่าหรอกครับ ขอ ๒ เรื่อง ผู้คนที่ขัดแย้งในสังคมวันนี้ ผมคิดว่าคนที่ขัดแย้งในสังคมวันนี้สักส่วนหนึ่ง สัก ๑ หรือ ๒ คนก็ยังดี ที่ฟังผมพูดอยู่ใน สภาแห่งนี้ เมื่อท่านขัดแย้งกันนํากําลังเข้าประหัตถ์ประหารกัน ผมขอสัก ๒ เรื่อง อย่านํา ธงชาติเปึนอาวุธในการฆ่ากัน
ประการที่ ๒ ท่านไม่ควรถือพระบรมฉายาลักษณ์ขององค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวในการนําทัพเข้าไปฆ่ากันกลางถนนราชดําเนินในขณะนี้ กองทัพยืน อยู่จุดกึ่งกลางของผู้คนที่กําลังขัดแย้งกัน กองทัพต้องทําสิ่งเหล่านี้ อย่าให้เกิดสิ่งเหล่านี้ ขึ้นในบ้านเมือง นั่นเรื่องที่ผมคิดว่าถ้ากองทัพทําไม่ได้ บทบาทของกองทัพก็จะอ่อนแอลง แล้วผมขออนุญาตที่จะตัดงบประมาณของภาครัฐหรือกระทรวงกลาโหมในส่วนนี้ลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผลที่ผมคิดว่าภารกิจของกองทัพไม่บรรลุผลสําเร็จ ในหลาย ๆ เรื่องครับ
ประการที่ ๓ ที่ผมคิดว่าโดยภาพรวม ความจริงไม่อยากจะตัดหรอกครับ แต่ใช้โอกาสนี้พูดถึงกระบวนการยุติธรรมหรือฝ์ายตุลาการ ผมก็พูดในสภานี้หลายครั้ง เหมือนกับแผ่นเสียงตกร่อง ผมเคยพูดมาหลายครั้งว่าในกระบวนการระบอบ ประชาธิปไตยมันมี ๓ อํานาจ วันนี้มันพิการพิกลไปแล้ว ๒ อํานาจ อํานาจบริหาร อํานาจนิติบัญญัติ วันนี้มันใช้ไม่ได้หรอกครับ เราจะพูดอย่างไรก็ตาม ทั้ง ๒ อํานาจ มันแก้วิกฤติของบ้านเมืองไม่ได้ อํานาจตุลาการเท่านั้น แต่ว่าผมกราบเรียนว่า ในสถานการณ์ที่ประเทศวิกฤติในขณะนี้ ผมคิดว่าในขณะนี้ตุลาการสักท่านหนึ่งเถอะครับ ที่กําลังฟังผมอภิปรายอยู่ ท่านต้องเข้มแข็ง แล้วเราในสภาแห่งนี้ทุกคนไม่ควรจะ ไปทําลายความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อสถาบันตุลาการ แล้วจะประท้วงผมอย่างไรก็ตาม ผมขออภัยเถอะครับ การที่สภาแห่งนี้ได้คว่ํากฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมือง นั่นเปึนการกําลังก้าวก่าย นั่นเปึนการทําลายความน่าเชื่อถือของ ศาลฎีกาอย่างรุนแรงที่สุด แต่ว่าสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นแล้วเราไม่สามารถอธิบาย ต่อศาลฎีกาได้ เราไม่สามารถอธิบายต่อผู้คนในประเทศนี้ได้เลยครับว่า ทําไมรัฐสภา ของเราไปคว่ํากฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งในทางการเมือง แต่ว่า ในทางตรงกันข้ามครับ ผมคิดว่าเมื่อ ๒ อํานาจของเรามีปัญหา เราควรที่จะสนับสนุน ให้สถาบันตุลาการมีความเข้มแข็งในการปกปัองระบอบประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น ผมถึง กราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่อยากจะตัดงบประมาณส่วนนี้ แต่จําเปึนต้องพูดถึง กระบวนการยุติธรรมว่าในขณะนี้ทุกภาคส่วนต้องให้กระบวนการยุติธรรมเข้มแข็ง และเดินไปได้ และฝ์ายตุลาการกระบวนการยุติธรรมต้องปรับทัศนคติหรือวิธีการทํางาน ของท่าน ในขณะที่บ้านเมืองวิกฤติท่านจะใช้เวลาในการพิจารณาคดีอย่างยืดยาว เหมือนในอดีตไม่ได้ กระบวนการยุติธรรม ความเปึนธรรมต้องมาทันเวลาในเวลาวิกฤติ ของประเทศครับ
ประเด็นต่อไปที่ผมกราบเรียนพูดเสียตอนนี้ เพื่อผมจะไม่ใช้โอกาสอภิปราย ในมาตราต่อไป คือภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศ ท่านประธานคงจะเห็นด้วยกับ กระผมว่าภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศนั้นวันนี้ล้มเหลวในการปฏิบัติภารกิจ เพื่อเกียรติภูมิของประเทศ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอะไรหรอกครับ แต่ว่าวันนี้จําเปึนต้องปรับลด งบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศลง เพราะว่าท่านไม่สามารถที่จะปกปัอง ผลประโยชน์ของประเทศชาติได้
ประเด็นสุดท้ายที่ผมกราบเรียนท่านประธานครับ สํานักงานอัยการสูงสุด ท่านประธานที่เคารพครับ เรามีวิกฤติตุลาการเราเกิดขึ้นแล้ว วิกฤติตุลาการ วิกฤติภาครัฐ เราเกิดขึ้นในหลาย ๆ ครั้งแล้วครับ ผมทํานายทายทักเสียตรงนี้เลยครับ ถ้าสํานักงาน อัยการสูงสุดไม่ปรับบทบาทท่าทีในการอํานวยความยุติธรรมให้กับประชาชน วิกฤติ อัยการจะเกิดขึ้นในประเทศนี้ไม่นานก็ช้า ถ้าสํานักงานอัยการสูงสุดหรือผู้ใดผู้หนึ่ง ที่เกี่ยวข้องในสํานักงานอัยการสูงสุดฟังผมอยู่ ท่านขีดเส้นใต้ กาดอกจันไว้ได้เลยครับ ท่านกําลังท้าทายอํานาจของประชาชน กระบวนการยุติธรรมวันนี้เขาไม่ค่อยเชื่อถือ สํานักงานอัยการสูงสุดเท่าไรหรอกครับ แต่ว่าในขณะเดียวกันผมสัมผัสกับอัยการเล็ก ๆ อัยการชั้นผู้น้อยในต่างจังหวัด อัยการจังหวัด รองอัยการจังหวัด อัยการที่อยู่ในศาลต่าง ๆ ในภูมิภาค เขาทําหน้าที่อย่างน่าชมเชย แต่ว่าผู้บริหารระดับสูงของสํานักงานอัยการสูงสุด ในขณะนี้มีข้อครหาว่าท่านได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ ท่านถูกฝ์าย การเมืองครอบงําหรือไม่ ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานฟังสักเรื่องหนึ่ง ในกรณีที่ครั้งหนึ่ง พรรคประชาธิปัตย์ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้งฟัองเพื่อให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ผมบังเอิญโชคดีได้เปึนทนายความว่าความในเรื่องนี้ด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง ต้องขนเอกสารสํานวนส่งสํานักงานอัยการสูงสุดเปึนรถกระบะ เต็มรถกระบะ แต่ว่า ท่านประธานครับ สํานักงานอัยการสูงสุดใช้เวลาไม่เกิน ๔๘ ชั่วโมงครับ อ่านเอกสาร ๑ รถกระบะแล้วสั่งฟัองให้มีการยุบพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เกิน ๔๘ ชั่วโมง มนุษย์ที่ไหนสามารถอ่านเอกสาร ๑ คันรถกระบะแล้วมีคําวินิจฉัยได้ไม่เกิน ๒ วัน น่ากังขา เปึนอย่างยิ่งโชคดีเราเปึนผู้บริสุทธิ์โชคดีเราต่อสู้คดีนี้มาด้วยมติเปึนเอกฉันท์ ๙ ต่อ ๐ แต่ว่าบทบาทของอัยการสูงสุดในวันนี้ผู้คนเขากําลังเคลือบแคลงสงสัยหลายเรื่องที่ คณะกรรมการ คตส. ก็ดี ป.ป.ช. ส่งฟัองก็ดีหลายเรื่องท่านไม่สั่งฟัอง และในหลายเรื่องที่ ท่านไม่สั่งฟัองนั้นศาลฎีกาลงโทษก็หลายเรื่อง ผมกําลังดูการอํานวยความยุติธรรมของ สํานักงานอัยการสูงสุดอยู่ วันนี้มีหลายเรื่องต้องเข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกา มีหลายเรื่อง ต้องเข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ท่านทําตรงไปตรงมาถ้าท่านไม่ทํา ตรงไปตรงมาผู้บริหารระดับสูงของอัยการสูงสุด ๔ – ๕ คน จะทําลายเกียรติภูมิของ สํานักงานอัยการสูงสุดแล้วเชื่อผมเถอะครับไม่กี่ป้ข้างหน้าถ้าพฤติกรรมยังเปึนอย่างนี้อยู่ เกิดขึ้นแล้วต้องให้สภาแห่งนี้ไปครับเข้าไปแก้วิกฤติจะเกิดวิกฤติตุลาการจะเกิดวิกฤติ อัยการเกิดขึ้น แล้วต้องอาศัยสภาแห่งนี้เข้าไปแก้วิกฤติอัยการอีกครั้งหนึ่ง โดยภาพรวม ผมกราบเรียนท่านประธานเฉพาะองค์กรที่ผมสัมผัสเห็นและประชาชนเห็นด้วยว่า มีหลายองค์กรที่ทํางานไม่บรรลุผลตามภารกิจจําเปึนต้องปรับลดลงมา ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของภาพรวมครับ กราบขอบพระคุณครับ