วิรัตน กัลยาศิริ อภิปรายขอสงวนความเห็นและเสนอปรับลดงบประมาณสำนักงานตำรวจแห่งชาติร้อยละ 20 โดยชี้ว่าหน่วยงานขาดประสิทธิภาพจากการใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า พร้อมยกกรณีความล้มเหลวในการจัดการชุมนุมและการใช้เทคโนโลยีอย่าง CCTV แทนการจ้างเจ้าหน้าที่เป็นตัวอย่างประกอบ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย กระผมได้ขอสงวนความเห็นโดยขอตัด งบประมาณในยอดรวมไว้ร้อยละ ๒๐ แต่ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้ โอกาส แล้วก็ขอชื่นชมคณะกรรมาธิการทุกท่านนะครับ เพราะเหตุว่าเราประชุมกันตั้งแต่ ๐๙.๐๐ นาฬิกา บางครั้งตีหนึ่ง ตีสอง ก็เห็นว่าคณะกรรมาธิการแต่ละท่านก็ได้ใช้วิริยะ อุตสาหะอย่างเต็มกําลัง แต่อย่างไรก็ตามในคําขอที่มากมายมหาศาลคงไม่สามารถ ตอบสนองความต้องการของทุกภาคส่วนในประเทศไทยได้ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ กระผมได้ขอสงวนโดยขอปรับลดร้อยละ ๒๐ ผมติดใจอยู่หลายประเด็น หลายเรื่อง แต่ว่าจะขออภิปรายเฉพาะสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งกระผมติดใจเปึนกรณี พิเศษ ตามคําชี้แจงของสํานักงานตํารวจแห่งชาติในป้ ๒๕๕๒ ซึ่งตั้งงบประมาณไว้ ๖๙,๐๐๐ ล้านบาทเศษ คณะกรรมาธิการปรับลดไปเพียง ๔๖ ล้านบาท ก็คงเหลือ เม็ดเงินล้วน ๆ ประมาณ ๖๙,๐๐๐ ล้านบาท หรือประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เหตุผลใด ที่กระผมขอปรับลดในส่วนนี้ มีเหตุผลครับท่านประธาน ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ปัญหาใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ปัญหาในกรุงเทพมหานคร ปัญหาหลาย ๆ คดีที่เปึน คดีสําคัญ สํานักงานตํารวจแห่งชาติเข้าไปมีส่วนโดยตรงโดยอ้อมในหลาย ๆ ประเด็น ผมจะขออนุญาตหยิบยกขึ้นมาเปึนบางประเด็น อย่างเช่นว่า ภายในสํานักงานตํารวจ แห่งชาติได้อาศัยบางคดีเพื่อที่จะก้าวกระโดดขึ้นมารับตําแหน่งสูงขึ้น ผมยกตัวอย่าง เปึนรูปธรรมเลยครับท่านประธาน คดีเล่าต๋า คดีเล่าต๋าผมไม่ลงลึกมาก แต่ว่า อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าตํารวจจับ ตอนนั้น ป.ป.ส. ถ้าเข้าใจไม่ผิด ตอนนั้น ท่านเพรียวพันธุ์ ดามาพงษ์ เปึนผู้รับผิดชอบ ป.ป.ส. แล้วก็ภายใต้การกํากับดูแลของ ท่านชิดชัย วรรณสถิตย์ แต่การจับเล่าต๋าอ้างว่าเล่าต๋าเปึนสมุนมือขวาของขุนส่า เหวยเซี๊ยะกัง ผลปรากฏอัยการฟัอง ฟัองแล้วอย่างไร ศาลชั้นต้นยกฟัอง ศาลอุทธณ์ ยกฟัอง ศาลฎีกายกฟัอง กรณียกฟัองลักษณะนี้เปึนคดียาเสพติดไม่มีสิทธิได้รับชดเชย ในการถูกจับกุม คุมขังเพราะเปึนคดียาเสพติดไม่ใช่คดีอาญา ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คืออะไร มีนายตํารวจชั้นผู้ใหญ่จาก พลตํารวจตรี เปึน พลตํารวจโท พลตํารวจโท เปึน พลตํารวจเอก หลายคน หลายคนเข้ามามีบทบาท บางคนเข้ามามีบทบาทในอดีตรัฐบาลที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นประการแรกก็คือว่าการปฏิบัติโดยขาดหลักขาดเกณฑ์ ขาดพยานหลักฐาน แต่ก็มีการอ้างขึ้นในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลว่าถูกซ้อมในระหว่างจับกุม ผลของ คดีก็ทราบแล้วว่าศาลฎีกายกไปเรียบร้อยแล้วเหมือนกับที่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ แต่ผู้ที่ เข้าไปทําคดีได้ดิบได้ดีกันเปึนแถวจากคดีที่ไม่ถูกต้อง คดีที่ ๒ ที่ผมติดใจมากหลาย มาตรฐาน ก็คือคดีเกี่ยวกับข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กราบเรียนท่านประธานครับ ดา ตอร์ป่โด ใช้เวลาฟัองประมาณ ๑๔ วัน นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกแห่งสภานี้ ภายในประมาณ ๗ วัน แต่กราบเรียนของท่านจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีท่านหนึ่ง จนบัดนี้ยังไม่ถึงไหน ลักษณะอย่างนี้ทําให้เราเห็นว่ามาตรฐานของสํานักงานตํารวจ แห่งชาติเปึนอย่างไร หรือกรณีต่อไป กรณีเว็บไซต์หมิ่นเบื้องสูง มาถึงปัจจุบันจํานวน ๓๐ กว่าเว็บ รู้กันอยู่ว่า เว็บเหล่านี้เข้ามาเผยแพร่ได้ก็ผ่านบริษัทที่มีดาวเทียม ผ่านเกตเวย์ (Gateway) ๗ – ๘ แห่ง ต้องตั้งคําถามว่าได้มีเจ้าหน้าที่ตํารวจหรือหน่วยงานของตํารวจได้ติดตาม เรื่องนี้หรือไม่ ทําไมไม่จัดการให้เรียบร้อยทั้งที่เรื่องนี้เกิดขึ้นนานแล้ว เปึนกรณีเว็บหมิ่น เบื้องสูง กรณีต่อไปเจ้าหน้าที่ตํารวจชอบทําคดีการเมืองตามคําสั่งของเจ้านาย ผมมี ตัวอย่างเพราะว่าผมเปึนกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กรณีอุดรธานี กรณีบุรีรัมย์ กรณีมหาสารคาม ชัดเจนมากว่าเจ้าหน้าที่ ตํารวจปล่อยปละละเลยถึงขนาด หรือกรณีที่คนของพรรคประชาธิปัตย์ถูกทําร้าย ในขณะที่ไปปราศรัยที่จังหวัดเชียงใหม่ ตอนนั้นเข้าใจว่าท่านโกวิท วัฒนะ รับผิดชอบอยู่ ตอนนี้ท่านโกวิทมาเปึน มท. ๑ แล้ว คดีไปถึงไหน หรือกรณีปุิยปลอม กระทบชาวบ้าน กระทบพี่น้องเกษตรกรมากมายมหาศาล มาถึงวันนี้ไม่มีคนติดคุกสักคน อ้างว่าขาดอายุ ความ นี่คือสิ่งที่สังคมสอบถาม อีกเรื่องหนึ่ง กรณีอุ้มฆ่าทนายสมชาย ฟัองตํารวจไป บางคนใกล้ชิดกับผู้มีอํานาจในอดีต ถามว่าคดีนี้สํานักงานตํารวจแห่งชาติดําเนินการ ไปได้แค่ไหน เพียงใด หรือกรณีรุกป์า ป์าไม้ดําเนินการ ๒,๕๐๐ คดี จับได้ ๑,๒๐๐ คน อีกครึ่งหนึ่งจับไม่ได้ เพราะอะไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่กระผมยกขึ้นมาเปึนตัวอย่างนี้ให้เห็นว่า สํานักงานตํารวจแห่งชาติไม่มีคุณภาพ ไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะเอาเงินไปใช้จ่ายได้ ผมดู หนังสือเอกสารที่ชี้แจงมาว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาติมียุทธศาสตร์ที่ ๑ แผนงานแก้ไข ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องกราบเรียนว่าในฐานะที่ผมติดตาม เหตุการณ์ใน ๓ จังหวัดภาคใต้มานาน ๓ จังหวัดภาคใต้ที่สงบแต่เดิม มี ศอ.บต. มี พตท. ๔๓ พลตํารวจโทท่านหนึ่ง ผมไม่เอ่ยชื่อเพราะว่าเปึนบุคคลภายนอก พลตํารวจโท ท่านนั้นนําเสนอพันตํารวจโทซึ่งมีอํานาจ บอกว่าทหารออกไปเถอะ ตํารวจรับผิดชอบได้ หลังจากทหารออกไป มีการอุ้มฆ่าสายลับของทหาร ๑๐๐ กว่าคน ถามว่าทําไมผมทราบ ผมยกคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนไปที่ศาลากลาง จังหวัดยะลา ในห้องประชุมไม่มีใครรับว่ามีการอุ้มฆ่า แต่พอออกมานอกห้อง นายตํารวจ ผู้ใหญ่ก็บอกว่าอุ้มจริง ตายจริง เพราะฉะนั้นปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องยอมรับว่า เจ้าหน้าที่ตํารวจผู้ใหญ่มีส่วนสําคัญในการก่อให้เกิดปัญหานี้ขึ้น ในการใช้รัฐตํารวจ แทนที่จะใช้นิติรัฐในการแก้ไขปัญหา
แผนงานที่ ๒ แก้ไขปัญหายาเสพติดเร่งด่วน ปราบปรามผู้มีอิทธิพล ที่อื้อฉาวที่สุดก็คงเปึนเจ้าหน้าที่ตํารวจบางคน เอายาเสพติดมาเปึนเครื่องมือในการ หาเงินโดยการรีด โดยการไถจากผู้ที่จับ ลักษณะอย่างนี้ไม่น่าจะให้งบประมาณเลย กรณีการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ อันนี้ยิ่งแล้วใหญ่ เหตุการณ์ใน ๓ จังหวัดภาคใต้ พลตํารวจโทท่านนั้นที่นําเสนอพันตํารวจโทก็เสียหาย แต่เหตุการณ์ ในกรุงเทพมหานครยิ่งเจ็บปวดมากที่สุด ผมต้องขออนุญาตยกเว้น พลตํารวจโท อัศวิน ขวัญเมือง ขออนุญาตยกเว้น พลตํารวจโท อดุลย์ แสงสิงแก้ว ท่านอัศวิน ในฐานะที่ท่านรับผิดชอบ อดีตเคยรับผิดชอบในกรุงเทพมหานคร แต่ว่าถูกเด้งออกไปเพราะว่าไม่สนองผู้มีอํานาจ ท่านอดุลย์ แสงสิงแก้ว คงไม่มีใครกล้าเปลี่ยน เพราะถ้าเปลี่ยนภาคใต้คงจะลุกเปึนไฟ มากกว่านี้ ตํารวจที่ดีก็ต้องขอชมเชยครับ แต่ว่านอกจากที่กล่าวแล้วต้องขอกราบเรียนว่า น่าอนาถพอสมควร เหตุผลทําไมที่ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ การชุมนุมของ ทั้ง ๒ กลุ่มหรือกี่กลุ่มก็แล้วแต่ จะเปึนกลุ่มพันธมิตร จะเปึนกลุ่ม นปก. เปึนสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ ชุมนุมได้ชุมนุมเอา เอาเลย ขอให้เปึนการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธก็เชิญได้ แต่เจ้าหน้าที่ตํารวจมีหน้าที่อะไร ท่านประธานเปึนนายทหาร ชั้นผู้ใหญ่ก็คงมีภารกิจ รู้ภารกิจกัน เจ้าหน้าที่ตํารวจก็คือว่าทําอย่างไรที่ไม่ให้กลุ่มชน ในการชุมนุมต้องไม่เข้าใกล้กันถ้ามีการเข้าใกล้กันก็จะต้องตั้งด่านสกัดกั้นลวดหนามเพิ่ม กําลังหรือเพิ่มกระบอง ต้องกราบเรียนข้อเท็จจริงว่าจากสนามหลวงมาที่ทําเนียบเดินใช้ เวลาเปึนชั่วโมง สามารถเรียกวิทยุเอาลวดหนามมาสกัด ๓ - ๔ ชั้น เอายางรถยนต์เก่า มาสกัด แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าไม่ได้ทําอะไรทั้งสิ้น ปล่อยให้เดินเข้ามาเฉย ๆ ไม่ได้สกัดกั้น ไม่ได้วางลวดหนาม ไม่ได้ขอกําลังเพิ่ม ไม่ได้เพิ่มกระบอง ไม่ได้เพิ่มโล่ ไม่ได้เพิ่มสิ่ง กีดขวาง เหมือนกับจงใจให้ ๒ กลุ่มนี้เผชิญหน้ากัน ซึ่งก็อ่านได้ไม่ยากว่าเหตุอะไรจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าผมจะกล่าวว่าจงใจจะให้เกิดปัญหาเพื่อต้องการออกพระราชกําหนด ฉุกเฉินเกินเลยไปหรือไม่ แต่สังคมคิดในลักษณะอย่างนั้น อย่างไรก็ตามสุดท้ายเมื่อออก พระราชกําหนดฉุกเฉินมอบภารกิจให้กับทหาร แต่ฝ์ายทหารก็บอกว่าก็ยังทําตาม กฎหมายจะใช้วิธีเจรจาไม่ยอมทําตามที่รัฐบาลต้องการ ก็คือต้องการที่จะให้สลายกลุ่ม ชุมนุมให้ได้ เพราะฉะนั้นผมถึงอยากจะกราบเรียนว่าในความรู้สึก ผมเห็นว่างบประมาณ ที่ผมขอปรับลดไปร้อยละ ๒๐ ไม่ได้เกินเลย แค่ผมหยิบยกขึ้นมาหน่วยงานเดียวคือ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผมเพิ่งไปต่างประเทศมาครับท่านประธาน เราไปดูปรากฏว่า ไม่มีตํารวจจราจรเลย ถามว่าทําไมไม่มีตํารวจจราจร เขาใช้กล้องซีซีทีวี (CCTV) ซึ่งไม่ต้องจ่ายเบี้ยเลี้ยง ไม่ต้องขึ้นเงินเดือน ไม่ต้องซื้อเสื้อฝน กล้องซีซีทีวีเอาไปทําอะไร ใครขับรถเร็ว ใครฝ์าไฟแดง ใบเสร็จส่งถึงบ้านภายใน ๓๐ วัน ถ้าไม่จ่ายค่าปรับไปศาล แล้วก็มีหลักฐานยืนยันโดยเอกสาร เพราะฉะนั้นทั้งหลายทั้งปวงที่ผมกราบเรียนเหล่านี้ มีความจําเปึนเห็นว่าในส่วนราชการหลาย ๆ ส่วน การใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า ผมจึงมีความเห็นว่าควรจะต้องปรับลดรายได้ร้อยละ ๒๐ ของงบประมาณ ขอบคุณครับ ท่านประธาน