รายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา
ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันอังคารที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๑
ณ ตึกรัฐสภา
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม อิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําปาง พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต หารือแล้วก็ต้องเรียนก่อนนะครับว่า สิ่งที่จะหารือนี้ไม่เปึนการไปหยิบยกกรณีเหตุการณ์ เมื่อวานเพื่อให้เปึนประเด็น แต่ผมอยากจะหารือแล้วก็นําเสนอครับท่านประธาน เหตุการณ์เมื่อวานนี้ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีตลอดถึงท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ ผมคิดว่าวันนี้ทุกภาคส่วนกําลังเฝัาติดตามครับ โดยเฉพาะ ถือว่าเปึนประวัติศาสตร์ของการเมืองไทยครับท่านประธาน ผมอยากเรียนอย่างนี้ครับ วันนี้สภาของเราเปึนสภาซึ่งพี่น้องประชานักเรียน นักศึกษาได้เฝัาติดตามการทํางาน ของพวกเรา กรณีเมื่อวานนี้ท่านประธานครับ คนที่จะมาดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือบุคคลที่เปึนอดีตนายกรัฐมนตรีได้มีวิวาทะในเรื่องของประวัติศาสตร์ของการเมืองไทย และเปึนประวัติศาสตร์ซึ่งเมื่อเช้าผมฟังข่าวติดตาม มีทุกภาคส่วนที่ให้ความสนใจ สื่อมวลชนเองบางฉบับก็เอาเหตุการณ์บันทึกการดําเนินการทางการเมืองของ ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครตั้งแต่ป้ ๒๕๑๘ เรียงลําดับขึ้นมา ที่ผมนําเสนอตรงนี้ ผมอยากจะให้สภาแห่งนี้ซึ่งเราจะมีคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองซึ่งมีอํานาจหน้าที่ ในการที่จะศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมเผยแพร่การปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยครับท่านประธาน วิวาทะของท่านนายกรัฐมนตรีและท่านอดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวานนี้จะได้ข้อยุติหรือไม่อย่างไร ตรงนั้นเปึนประเด็นซึ่งทุกคนเฝัาจับตาครับท่านประธาน
ท่านอิทธิรัตน์ครับ ผมอยากจะ ขอปรึกษาหารือว่าท่านกําลังจะชี้บอกถึงเรื่องอะไรบ้างครับ เอาตรงประเด็นนิดหนึ่ง เดี๋ยวเราจะได้เข้าสู่
ก็อยากจะ นําเสนอว่าวันนี้ทุกภาคส่วนเฝัาจับตาครับ เรามีสภาแล้วเราจะมีกรรมาธิการสามัญ ที่เกี่ยวกับการพัฒนาการเมือง แล้ววันนี้ประวัติศาสตร์ต้องชัดเจนโดยเฉพาะกรณี ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ เมื่อวานนี้ชัดเจนครับถ้าเปึนการชกบนเวทีนี่ขอโทษครับ
เอาละผมจับประเด็นได้แล้วครับ
โดนน็อค (Knock) แล้วครับ
ขอบคุณท่าน
ขอบคุณ ท่านประธานครับ
ขอเชิญนั่งก่อนนะครับ คือเรื่องนี้
(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (พัทลุง) ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประธานครับ
เดี๋ยวผมขอสักครู่ครับท่านนิพิฏฐ์ ขอเวลานิดหนึ่ง บรรยากาศในช่วงเช้าวันนี้ก็กําลังสดชื่นกันอยู่เพราะเมื่อคืนเราได้พักผ่อน กันเต็มที่แล้วนะครับ อยากจะให้เปึนบรรยากาศที่เราเรียกว่า เมื่อสักครู่นี้ผมได้เรียนแจ้ง ต่อพี่น้องสื่อมวลชนนะครับว่า เนื้อหาสาระของการอภิปราย เมื่อวานนี้เปึนในทางที่ สร้างสรรค์อย่างมากไม่เคยมีมาก่อนแล้วทุกฝ์ายก็ให้ความร่วมมือที่ดีต่อกัน แล้วเมื่อวาน หลายฝ์ายก็มีการคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์จะมีการประท้วงอะไรต่าง ๆ ผมบอกว่า เมื่อวานนี้ไม่มีเลยนะครับ มีในส่วนของพรรคพลังประชาชนในส่วนของการคัดค้าน ๒ ท่าน ซึ่งก็เปึนเรื่องที่พาดพิงถึงกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เปึนบรรยากาศที่ทําให้ประชาชน มีความสุขและสบายใจกันมาก ผมคิดว่าวันนี้ก็พอหอมปากหอมคอแล้วนะครับ
ท่านประธานครับ
ผมไม่ทราบว่าท่านนิพิฏฐ์มีอะไร เชิญครับ
ผมไม่ได้ ประท้วงท่านประธาน แต่ว่าผมขออนุญาตพูด
ปรึกษาหารือ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมได้ฟังเพื่อนสมาชิกแสดงความเห็นเมื่อสักครู่ ด้วยความไม่สบายใจอย่างยิ่งว่าเมื่อวานนั้นเปึนการวิวาทะ ผมไม่คิดว่าเมื่อวาน เปึนการแสดงวิวาทะหรืออะไรนะครับ แต่เปึนการพูดกันถึงเหตุผลหรือข้อเท็จจริง ในประวัติศาสตร์ ผมคิดว่าสภานี้ต้องยอมรับความจริง ทุกคนในสภานี้มีปัญญาครับ แต่ว่าบางคนฟังแล้วไม่เกิดปัญญานั่นเปึนเรื่องของมนุษย์ เรื่องของบุคคล ท่านประธาน ที่เคารพครับ ความจริงเราต้องยอมรับครับว่า ในอดีตมีความเปึนมาอย่างไร และผมคิดว่า ความจริงตรงนั้นล่ะครับเปึนสิ่งที่เราต้องบอกลูกหลานว่า ๒๐ ป้ ๓๐ ป้ที่แล้ว อะไรเกิดขึ้น ในบ้านเมือง ใครทําอะไรเกิดขึ้นในบ้านเมือง บ้านเมืองไปไม่ได้เพราะเราลืมกําพืดนะครับ เราต้องทราบอดีตเพื่อกําหนดในอนาคตได้ครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่าใช้สติปัญญา ไตร่ตรองเรื่องในอดีต เมื่อวานไม่ใช่วิวาทะครับ และไม่มีใครน็อคใครหรอกครับ สิ่งที่บุคคล ทําไว้นั่นแหละผมว่าจะเปึนเครื่องชี้เจตนาว่าใครน็อคใครเมื่อวานครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ผมขอครับ
ท่านประธานครับ
เดี๋ยวให้ท่านสังศิตก่อน แล้วผม จะเป่ดโอกาสให้ท่านต่อ ท่านสังศิตเชิญเลยครับ ท่านสมาชิกครับ ผมเข้าใจในความรู้สึก ของทุกท่าน แล้วก็อยู่ในสภานี้มา ๑๐ กว่าป้ก็เข้าใจนะครับ แต่วันนี้เราขอเอาสิ่งที่เปึน ความจําเปึนเนื้อหาสาระในการที่เราจะอภิปรายกันในวันนี้เปึนหลักก่อน ส่วนอื่นเดี๋ยวเรา มาว่ากัน เชิญท่านสังศิตครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะที่ทํางานเปึนประธานคณะกรรมาธิการการคลัง การธนาคารและสถาบันการเงินของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ใคร่ขอกราบเรียน ท่านประธานให้ทราบว่า ทางกรรมาธิการได้ทํารายงานผลการศึกษาไว้หลายฉบับ ซึ่งผมและคณะกรรมาธิการมั่นใจว่าน่าจะเปึนประโยชน์กับรัฐบาลโดยตรง จึงใคร่ขอ กราบเรียนว่ามีรายงานการพิจารณาศึกษาระบบงบประมาณของประเทศ ฉบับที่ ๑ เรื่องสภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจและข้อเสนอแนะในการจัดทํางบประมาณ ป้ ๒๕๕๑ และ ๒. รายงานการพิจารณาศึกษาระบบงบประมาณของประเทศ ฉบับที่ ๒ เรื่องการใช้ บังคับกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ท่านประธานครับ รายงานทั้ง ๒ ฉบับนี้ เปึนการศึกษาเพื่อที่จะแก้ไขจุดอ่อนของกฎหมายพิจารณางบประมาณแผ่นดินของไทย ซึ่งได้ออกมาตั้งแต่ป้ ๒๕๐๒ หรือประมาณ ๕๐ ป้ล่วงมาแล้ว กฎหมายมีความล้าสมัย เนื่องจากมีองค์กรต่าง ๆ เกิดขึ้นเปึนจํานวนมาก เช่น องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น องค์กรอิสระ องค์กรมหาชนและหน่วยงานใหม่ ๆ จํานวนมากที่ พ.ร.บ. งบประมาณ แผ่นดิน ป้ ๒๕๐๒ ไม่สามารถที่จะเข้าไปทําหน้าที่ตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นรายงานการศึกษาทั้ง ๒ ฉบับจะเปึนประโยชน์กับรัฐบาล รัฐบาลสามารถ จะนําไปใช้ในการทํางานได้เปึนอย่างดี เนื่องจากในการศึกษารายงานทั้ง ๒ ฉบับ เราได้เชิญนักวิชาการทางด้านเศรษฐศาสตร์การคลังที่เปึนนักวิชาการชั้นเยี่ยม ของประเทศจํานวนมาก รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิที่เปึนนักบริหารจัดการจากกระทรวงต่าง ๆ เข้ามาร่วมในการจัดทํา จึงขอฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลด้วยครับ
ในเรื่องที่ ๒ สิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการการคลังได้ทําการศึกษาและได้ นําเสนอต่อรัฐบาลในชุดที่แล้วก็คือ เรื่องของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามแนวเศรษฐกิจ พอเพียง ซึ่งเปึนการทํางานร่วมกันระหว่าง ๔ ธนาคาร คือธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร ธนาคารเอสเอ็มอี (SME) ธนาคารออมสิน และธนาคาร อาคารสงเคราะห์ ในมาตรการเหล่านี้มีข้อที่สําคัญก็คือเปึนการใช้นโยบายทางเศรษฐกิจ ที่จะทําให้เกษตรกรและผู้ที่เข้าร่วมกับโครงการของ ๔ ธนาคารสามารถที่จะพึ่งตนเองได้ มากกว่าที่จะหวังเพียงแต่พึ่งรัฐบาล ผมคิดว่าโครงการนี้ซึ่งมียอดเม็ดเงินทั้งสิ้นกว่า ๑ แสนล้านบาท เปึนโครงการที่ทั้ง ๔ ธนาคารมีความพร้อมแล้วก็สามารถที่จะดําเนินการ ได้ทันที เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐบาลได้นํามาพิจารณาแล้ว หากมีการนําไปปฏิบัติก็จะสามารถ ทําให้เม็ดเงินออกไปสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยที่มีตัวทวีคูณทางเศรษฐกิจอย่างน้อยอีก ๓ หรือ ๔ เท่า ก็จะมีเม็ดเงินเข้าไปไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ ๓ – ๔ แสนล้านบาท ที่สําคัญก็คือโครงการต่าง ๆ เหล่านี้เปึนโครงการที่ผู้บริหารคือตัวกรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้อํานวยการได้เห็นพ้องร่วมกัน แล้วที่สําคัญก็เปึนการทํางานโดยมีการแบ่งงานกันทํา ระหว่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารเอสเอ็มอี ไม่เปึนการเข้าไปแข่งขันกันเอง อันนี้ก็จะเปึนประโยชน์กับทางรัฐบาลเปึนอย่างยิ่ง ในรายงานอีกฉบับหนึ่งก็คือ รายงานการพิจารณาศึกษาการดําเนินงานของธนาคาร อิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่งทางคณะกรรมาธิการการคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน เห็นว่าน่าที่จะมีการปรับปรุงประสิทธิภาพของธนาคารแห่งนี้ เพื่อที่จะเพิ่มขีดความสามารถ ในการที่จะดึงทรัพยากรต่าง ๆ จากต่างประเทศให้สามารถที่จะเข้ามาในธนาคารแห่งนี้ ผมและคณะมีความมั่นใจว่าจะเปึนประโยชน์กับประชาชนเปึนอย่างยิ่ง แล้วที่สําคัญ ก็จะเปึนประโยชน์กับรัฐบาลและประเทศโดยตรง มีรายงานอีก ๓ ฉบับที่ผมคิดว่า จะเปึนประโยชน์กับรัฐบาลเช่นเดียวกัน ที่สําคัญก็จะเปึนการเพิ่มรายได้ให้แก่รัฐ เพราะว่า นโยบายของรัฐที่ได้แถลงมานั้นก็เปึนการเน้นในเรื่องของการใช้จ่ายเปึนหลักยังไม่ได้ พูดถึงเรื่องของหารายได้ เพราะฉะนั้นในรายงานฉบับแรกคือรายงานการพิจารณา ศึกษาร่างกฎหมายว่าด้วยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งมีทั้งการทํารายงานขึ้นก่อน หลังจากนั้นจึงได้มีการร่างเปึนกฎหมายขึ้นมา ในตัวกฎหมายฉบับนี้จะช่วยลดช่องว่าง ระหว่างคนมีกับคนไม่มีในสังคมไทยได้ เนื่องจากว่าจะมีการเก็บภาษีอย่างเปึนธรรม นอกจากนี้รายได้ที่จัดเก็บในเรื่องของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะเต็มเม็ดเต็มหน่วย ยิ่งกว่ากฎหมายฉบับเดิมซึ่งเปึนกฎหมายที่ค่อนข้างล้าสมัยแล้วก็ไม่สามารถจะเก็บภาษี ได้อย่างเหมาะสม อย่างเช่น ภาษีคอนโดมิเนียมซึ่งเกิดขึ้นแล้วกฎหมายเก่าก็ไม่สามารถ จะไปเก็บภาษีจากที่พักเหล่านี้ซึ่งมีมูลค่าสูง เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับที่คณะกรรมาธิการ การคลังได้จัดเตรียมไว้ให้แก่รัฐบาลก็จะสามารถทําให้รัฐบาลมีเครื่องมือที่จะเก็บภาษี ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย และที่สําคัญก็คือจะเปึนการไปลดภาระทางการคลังของรัฐบาล ที่จะต้องไปหาเงินอุดหนุนให้แก่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เงินจํานวนหลายหมื่นล้าน ที่รัฐบาลสามารถจะเก็บได้จากภาษีฉบับนี้ นอกจากนี้ยังมีรายงานการพิจารณาศึกษา กฎหมายว่าด้วยสุราและภาษีเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการก็ได้เชิญ นักวิชาการชั้นเยี่ยมทางด้านการคลังจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย จากนิด้า จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แล้วก็จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เข้ามาร่วมในการทําแล้วก็ได้มีข้อเสนอแนะ รวมทั้งยังมีพระราชบัญญัติในเรื่องนี้ที่ได้ผ่าน สภานิติบัญญัติแห่งชาติในวาระที่ ๑ ไปแล้ว แต่ไม่สามารถจะกลับเข้ามาได้ทันในวาระที่ ๒ ก็จะเปึนการพูดถึงเรื่องของการจัดเก็บภาษีแอลกอฮอล์ที่ให้ความสําคัญกับเรื่องของดีกรี (Degree) มากกว่าเรื่องของการให้อํานาจวินิจฉัยแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอธิบดีกรมสรรพสามิต ผมคิดว่าธรรมาภิบาลของกฎหมายฉบับนี้จะทําให้ผู้บริโภค ได้รับประโยชน์มากขึ้นจากการที่แอลกอฮอล์ที่มีดีกรีมากก็จะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น แอลกอฮอล์น้อยก็เสียภาษีที่ต่ําลง ในขณะที่กฎหมายฉบับเก่านั้นให้อํานาจเพียงคน ๒ คน ก็คือตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกับอธิบดีกรมสรรพสามิตเท่านั้น เพราะฉะนั้น ภาษีฉบับนี้นอกจากจะเปึนการลดอุบัติเหตุของคนไทยจํานวนมากที่เกิดจากการดื่ม แอลกอฮอล์แรง ๆ แต่ว่ารัฐบาลเก็บภาษีในราคาถูก อันนี้ก็จะช่วยลดอุบัติเหตุแล้วก็ ความเจ็บป์วยต่าง ๆ ของผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ ผมมั่นใจว่าถ้าได้มีการทบทวนกฎหมาย ฉบับนี้ก็จะทําให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นล้านต่อป้เช่นเดียวกัน
ในเรื่องที่ ๓ เปึนรายงานการพิจารณาการศึกษาเรื่องการค้าเกี่ยวกับยาสูบ คือเรื่องของโรงงานยาสูบ ซึ่งมีการผูกขาดในการค้าบุหรี่ของโรงงานยาสูบทําให้รัฐบาล สูญเสียรายได้ไปเปึนจํานวนมาก ในเรื่องนี้ทางคณะกรรมาธิการได้มีการตั้งคณะขึ้นมา ทําการศึกษาเปึนเอกสารเรียบร้อย รวมทั้งได้พยายามผลักดันกฎหมายสรรพสามิต ในเรื่องนี้ด้วย แต่ว่ายังไม่สามารถเอากลับเข้ามาในสภาในวาระที่ ๒ ได้ ก็ขอฝาก รัฐบาลด้วยว่าถ้าหากได้มีการไปปรับปรุงโครงสร้างของบุหรี่แล้วก็ไม่ได้ทําให้ยอดบุหรี่ ขายเพิ่มขึ้นนะครับ แต่เรื่องของความเปึนธรรม การกระจายรายได้ และผมมั่นใจว่ารายได้ ของโรงงานบุหรี่ก็จะเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม เพราะฉะนั้นในรายงานฉบับต่าง ๆ ที่ได้มี การศึกษาไปแล้วก็จะช่วยทําให้รัฐสามารถประหยัดงบประมาณต่าง ๆ ลงไปได้ รวมทั้ง เปึนการเพิ่มรายได้ให้แก่รัฐบาล สําหรับนโยบายของรัฐบาล ท่านประธานครับ ผมคิดว่า มีนโยบายต่าง ๆ เปึนจํานวนมาก อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่านโยบายจะเปึนเรื่องที่มีความสําคัญ แล้วเราเองก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปถึงกระบวนการกําหนดนโยบายเหล่านั้นได้ แต่ที่สําคัญ ที่สุดก็คือกรอบในการบริหารนโยบายจะเปึนอย่างไร ผมคิดว่ากรอบธรรมาภิบาล ควรจะเปึนหัวใจสําหรับการบริหารจัดการนโยบายของรัฐบาล เพราะว่าในประเทศไทย บางรัฐบาลก็บริหารงานด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสแต่อาจจะไม่มี ประสิทธิภาพ สําหรับรัฐบาลปัจจุบันผมเกรงว่าจะเน้นเรื่องของประสิทธิภาพโดยขาด ความระมัดระวังเรื่องของความโปร่งใส เพราะฉะนั้นผมอยากจะเห็นรัฐบาลมีภูมิคุ้มกัน ในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยการใช้หลักธรรมาภิบาลมาเปึนเกราะปัองกันตัวเอง นโยบายประชานิยมเปึนนโยบายที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์และได้รับความชื่นชม ในเวลาเดียวกัน ผมใคร่ที่จะขอฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลว่า ในการบริหารนโยบาย ประชานิยมนั้นมีกรอบอยู่ ๔ กรอบที่อยากจะฝากให้รัฐบาลช่วยดูแลก็คือ
กรอบที่ ๑ ในการบริหารนโยบายนั้นควรจะส่งเสริมให้ประชาชนสามารถ พึ่งตนเองได้มากกว่าที่จะหวังพึ่งรัฐบาลในระยะยาว
กรอบที่ ๒ ผมอยากจะเห็นนโยบายของรัฐบาลในเรื่องนี้สร้างความปรองดอง ระหว่างผลประโยชน์ระยะสั้นที่ประชาชนได้รับกับสิ่งที่ประเทศไทยโดยรวมจะได้รับ ในระยะยาว
กรอบที่ ๓ ผมอยากจะเห็นรัฐบาลนําเอาหลักธรรมาภิบาลมาเปึนการบริหาร จัดการทั้งในภาครัฐและภาคประชาชน
กรอบที่ ๔ อยากจะเห็นรัฐบาลนําเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเรื่องของ การพึ่งตนเองมาให้ประชาชนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลนําไปใช้ประโยชน์ ท่านประธานครับ นโยบายของรัฐบาลเรื่องหนึ่งที่เปึนนโยบายที่ดีก็คือเรื่องของการบริหาร จัดการที่ดี อย่างไรก็ตามผมมีความเห็นอย่างนี้ครับว่า ในเอกสารที่รัฐบาลได้ทําไว้นั้น เน้นในเรื่องของการพัฒนาความรู้ความสามารถในการปฏิบัติราชการ พัฒนาคุณภาพชีวิต ของข้าราชการในลักษณะที่เปึนปัจเจกบุคคลมากกว่าที่จะมุ่งพัฒนาธรรมาภิบาล ในเชิงโครงสร้างและตัวระบบ ผมคิดว่าการพัฒนาตัวบุคคลก็เปึนเรื่องสําคัญ แต่เรื่องของ การพัฒนาโครงสร้างและระบบธรรมาภิบาลก็มีความสําคัญเช่นเดียวกัน จากเอกสาร ของรัฐบาลซึ่งมีอยู่ ๒๗ หน้า โดยเฉลี่ยประมาณหน้าละ ๒๘–๒๙ บรรทัด รวม ๆ แล้ว ก็ประมาณสัก ๗๘๐ กว่าบรรทัด มีนโยบายที่ว่าด้วยการปราบปรามทุจริตเพียง ๒ บรรทัด ข้อความเปึนอย่างนี้ครับท่านประธาน ปัองกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างจริงจัง เพื่อให้ภาคราชการเปึนที่เชื่อถือไว้วางใจ แก่ประชาชน ท่านประธานครับ จุดอ่อนของนโยบายแบบนี้ก็คือการที่รัฐบาลหวังที่จะไป ดูแลข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐมิให้กระทําการทุจริต แต่ข้าราชการนั้นจะสามารถ ทุจริตได้ก็มีแต่การทุจริตในขนาดเล็กและขนาดย่อมเท่านั้นเอง แต่จะไม่สามารถควบคุม การทุจริตขนาดใหญ่ซึ่งเปึนปัญหาของประเทศมากกว่าการทุจริตขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งการทุจริตขนาดใหญ่นั้นโดยทั่วไปก็จะเปึนการร่วมมือกันระหว่างนักการเมือง นักธุรกิจ และข้าราชการ
ประการที่สอง นโยบายนี้จะไม่สามารถปัองกันการทุจริตเชิงโครงสร้าง ซึ่งเปึนรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างพรรคการเมืองกับกลุ่มธุรกิจได้ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมคิดว่ารัฐบาลต้องระมัดระวังเปึนอย่างยิ่งก็คือเรื่องของการที่จะบริหารจัดการภาครัฐ และภาครัฐวิสาหกิจ มีข่าวที่ไม่ค่อยน่าสบายใจนักก็คือเรื่องของการที่จะมีการแต่งตั้ง บอร์ด (Board) รัฐวิสาหกิจ โดยที่รัฐบาลเพียงแต่กล่าวว่ารัฐบาลนั้น กฎหมายเพียงแต่ ห้ามบุคคลเหล่านี้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ไม่ได้ห้ามเปึนกรรมการรัฐวิสาหกิจ ท่านประธานครับ ใน พ.ร.บ. คุณสมบัติมาตรฐานสําหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ออกโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีข้อหนึ่งที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า จะต้องไม่เคยถูก ไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากงานเพราะทุจริตต่อหน้าที่ของตัวเอง ท่านประธานครับ แม้กระทั่งพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ถูกไล่ออก ปลดออกเพราะทุจริตต่อหน้าที่ ไม่ว่าจะเปึน การทุจริตทางด้านการเงิน คือ อีโคโนมิค คอร์รัปชัน (Economic corruption) ก็ดี หรือแอดมินิสเทรทีฟ คอร์รัปชัน (Administrative corruption) ก็ดี ก็ยังเปึนไม่ได้ เพราะฉะนั้น โพลิติคอล คอร์รัปชัน (Political corruption) หรือการทุจริตทางการเมืองมีความร้ายแรงกว่า ก็อยากจะให้ท่านได้คํานึงถึงเรื่องของคุณธรรมและจริยธรรมในการทํางานด้วย ท่านประธานครับ เรื่องของการบริหารจัดการที่ดีควรจะใช้กับทุก ๆ นโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของตํารวจซึ่งเปึนเรื่องที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้แต่งตั้งคณะกรรมการ พัฒนาระบบงานตํารวจ มีการผลักดันพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับคือ พระราชบัญญัติตํารวจ แห่งชาติ และพระราชบัญญัติคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์เกี่ยวกับตํารวจ แต่ว่า กฎหมายฉบับนี้ผ่านได้แค่วาระแรกแล้วก็ไม่สามารถที่จะผ่านวาระ ไม่ได้กลับเข้ามา อยู่ในสภา ผมอยากจะขอฝากเสนอรัฐบาลด้วยว่า กฎหมายฉบับนี้จะเปึนการแก้ปัญหา การทุจริตเชิงโครงสร้างของระบบตํารวจได้ดี แล้วก็จะเปึนหลักประกันให้แก่พี่น้อง ประชาชนมากกว่า สิ่งที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้ทําไปโดยการเพิ่มจํานวนของนายพลตํารวจ ขึ้นอีกเปึนจํานวนมาก เปึนการขยายโครงสร้างของระบบตํารวจซึ่งจะไม่แก้ปัญหาอะไร ให้แก่ระบบตํารวจ รวมทั้งไม่แก้ปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชนด้วย ท่านประธานครับ มีเรื่องที่ผมอยากจะฝากเรียนถามไปถึงทางพรรครัฐบาล เนื่องจากมีข่าว ออกมาว่าจะมีการทบทวนกฎหมายการเงิน การคลัง ที่ทาง สนช. ได้ออกไปแล้วจํานวน มากกว่า ๒๐ ฉบับ แล้วก็ยังค้างอยู่อีก ๖ ฉบับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านว่า วิธีการ ทํางานของคณะกรรมาธิการการคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงินนั้นก่อนที่จะมี การผลักดันกฎหมาย ก่อนที่จะมีการพิจารณากฎหมายนั้นถ้าอยู่ในวิสัยทําได้เราจะมี การตั้งคณะขึ้นมาพิจารณาให้มีการศึกษาเรื่องต่าง ๆ อย่างที่ผมได้เรียนท่านประธาน ไปแล้วว่า ไม่ว่าจะเปึนการศึกษาเรื่องงบประมาณของประเทศก็ดี เรื่องของการศึกษา กฎหมายภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้าง เรื่องภาษีแอลกอฮอล์ก็ดี เรื่องของยาสูบก็ดี เพราะฉะนั้น เราทํางานด้วยความระมัดระวังเปึนอย่างยิ่ง นอกจากนี้เราก็อาศัยนักวิชากาผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เปึนอิสระและมีความเปึนกลางทางการเมืองเข้ามามีส่วนร่วม เราให้ภาคประชาชน ที่ไม่แสวงหากําไร เช่น สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคาร แห่งประเทศไทย สมาคมประกันชีวิต สมาคมประกันวินาศภัย องค์การพัฒนาเอกชน สหภาพแรงงานและองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคได้เข้ามามีส่วนร่วม เราใช้การประชุม ทางวิชาการ การสัมมนาและการทําประชาพิจารณ์ และอาศัยสมาชิกสภานิติบัญญัติ แห่งชาติที่เปึนนักการเงิน การธนาคารที่มีอยู่จํานวนมากเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมกังวลใจก็คือการพูดถึงว่าใน พ.ร.บ. ธนาคารแห่งประเทศไทย แล้วก็ พ.ร.บ. กบข. พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เปึนต้น ที่มีการอ้างถึงว่าจะถูกรื้อนั้น ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าทุก พ.ร.บ. เราเน้นเรื่องของธรรมาภิบาลเปึนหัวใจ ในการพิจารณา ตัวอย่างเช่น พ.ร.บ. ธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น พวกเรามีความมั่นใจว่า มีธรรมาภิบาลยิ่งกว่าเดิม เนื่องจากว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เปึนอิสระจะมาทําหน้าที่ เปึนประธานกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยแทนผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นอกจากนี้การแต่งตั้งประธานกรรมการและคณะกรรมการก็มาจากคณะกรรมการสรรหา เช่นเดียวกันครับ การพ้นจากตําแหน่งของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยนั้นเราเห็นว่า ไม่จําเปึนว่าจะต้องถึงขั้นที่มีการทุจริต จึงควรที่จะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปลดออกจากตําแหน่ง เราเห็นว่าเพียงแต่มีความไม่เหมาะสมคือมีการหย่อนสมรรถภาพ ในการทํางานก็ควรที่จะปลดออกจากตําแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย แต่แน่นอนครับรัฐมนตรีก็ต้องสามารถให้เหตุผลความจําเปึนถึงขั้นนั้นได้ เพราะฉะนั้น เราก็พยายามที่จะถ่วงดุลระหว่างอํานาจของฝ์ายการเมืองกับเทคโนแครท (Technocrat) คือ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เช่นเดียวกันใน พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เราได้มีการเปลี่ยนตําแหน่งของประธาน ก.ล.ต. จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปึนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เปึนอิสระ เนื่องจากว่ามีข่าวอื้อฉาวมาตลอดว่า เมื่อเอา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปเปึนประธานควบคุม กํากับดูแลตลาดหลักทรัพย์ ก็จะมีปัญหาเรื่องราคาหุ้นที่ถูกปัืนอยู่เปึนประจํา เพราะฉะนั้นต่างประเทศก็มีความกังวลใจ กฎหมายฉบับนี้ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันมาเปึนเวลากว่า ๑๐ ป้ก็ไม่ได้มีการแก้ไข เพราะฉะนั้นทาง สนช. ก็ได้มีการแก้ไขโดยการให้มีการเปลี่ยนแปลงตําแหน่งของประธาน จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปเปึนกรรมการที่เปึนอิสระ ในกฎหมายฉบับอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกันนะครับ เราก็ได้ระมัดระวังในการที่จะสร้างมาตรฐานของกฎหมายการเงิน ต่าง ๆ ให้มีมาตรฐานที่อยู่ในระดับเดียวกันเพื่อทําให้โครงสร้างพื้นฐานทางด้านการเงิน ของประเทศมีความแข็งแรง เรามีความมั่นใจว่ากฎหมายการเงินที่ออกไปจํานวนเกือบ ๓๐ ฉบับรวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการเงินอีก ๘ ฉบับจะเปึนโครงสร้างพื้นฐาน ทางการเงินที่สําคัญสําหรับรัฐบาลชุดปัจจุบันซึ่งเปึนรัฐบาลแรกที่จะได้รับประโยชน์ จากกฎหมายต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วก็ทําให้กฎหมายเหล่านี้เปึนเครื่องมือที่รัฐบาลจะสามารถ บริหารจัดการเรื่องของการเงิน การคลังของประเทศได้ดียิ่งกว่ารัฐบาลที่ผ่านมาโดยตลอด ก็ขอกราบเรียนท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับท่านอาจารย์สังศิต เป็ะเลยครับเวลาตรง เชิญท่านอาจารย์ดอกเตอร์ไตรรงค์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ไตรรงค์ สุวรรณคีรี สมาชิกรัฐสภา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานอยู่ในสภานี้มานานพอสมควรคงจะเคยได้ยินว่า ผมพูดอย่างน้อย ๓ ครั้งว่า การจัดทํานโยบายเศรษฐกิจจะต้องคํานึงถึงเปัาหมายทางด้านเศรษฐกิจซึ่งเหมือนกัน ทุกรัฐบาลทั่วโลกไม่ว่าจะเปึนประเทศที่เจริญแล้ว หรือว่าด้อยพัฒนา หรือแม้แต่สังคมนิยม คนที่สนใจในรายละเอียดก็ไปขอดูได้ในรายงานการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ถ้าเผื่อเขายังไม่เผาทิ้งไปแล้ว แต่เข้าใจว่าทิ้งไปแล้ว เพราะว่า ๑๐ ป้เขาเผาหนหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมจึงมีความจําเปึนที่ต้องขออนุญาตท่านประธานพูดซ้ําอีกครั้งหนึ่งว่า การจัดทํานโยบายทางด้านเศรษฐกิจ ๔ ประการจะขาดไม่ได้
ประการแรก เราจะต้องคิดเสียว่าเราจะให้รายได้ประชาชาติมันเพิ่ม กี่เปอร์เซ็นต์หรือประมาณเท่าไร อันนี้ต้องเปึนเปัาหมายตั้งเอาไว้
ประการที่ ๒ เพื่อที่จะให้ได้อัตราความเจริญของรายได้ประชาชาติเช่นนั้น เราจะต้องให้มีการจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติที่เรามีอยู่อย่างจํากัดไม่ว่าจะเปึนดิน เปึนน้ํา เปึนคน เปึนทุน เปึนเทคโนโลยีจัดสรรมันอย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
ประการที่ ๓ ต้องคํานึงถึงการจัดการระบบเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพ เพราะว่าถ้าเผื่อปล่อยให้หลาย ๆ อย่างมันเปลี่ยนแปลงวูบวาบมันเปึนอันตราย ต่อการดําเนินธุรกิจและการดําเนินนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ
ประการสุดท้าย เราต้องมีเปัาหมายว่าเราจะเอาผลผลิตที่เพิ่มขึ้นหรือรายได้ ประชาชาติที่เพิ่มขึ้นนั้นกระจายไปในหมู่พี่น้องประชาชนและมีความเปึนธรรมให้มากที่สุด อย่างไร
นี่คือ ๔ ประการที่เหมือนกันทั้งโลก ผมอ่านดูนโยบายของรัฐบาลหลายเที่ยว ต้องยอมรับว่าเปึนนโยบายที่ใช้ได้ เพราะว่าได้ระบุถึงเปัาหมายเศรษฐกิจไว้ในหลายประการ ได้ย้ําถึงเปัาหมายว่าจะทําให้การเจริญทางเศรษฐกิจเปึนอย่างไร ไม่ได้พูดเรื่องการจัดสรร ทรัพยากรธรรมชาตินะครับ แต่การที่พูดว่าจะให้ ระบบเศรษฐกิจอยู่ภายใต้ระบบเสรี ปัองกันการผูกขาดทุกชนิด นั่นคือการบอกแนวทาง ในการจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ประการที่ ๓ คือนโยบาย ของรัฐบาลได้พูดถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ มีอยู่ประการเดียวครับที่ไม่พูดถึงเลย อ่านกี่เที่ยวก็ไม่พบ ไม่ได้พูดเรื่องการกระจายรายได้ของพี่น้องประชาชนเลย ทั้ง ๆ ที่ ในรัฐธรรมนูญว่าด้วยนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ เขาระบุว่ารัฐบาลต้องทํานะครับ แต่รัฐบาล ไม่ได้ให้ความสนใจในบทบัญญัติอันนี้ของรัฐธรรมนูญเลย ทําเสมือนว่าการกระจาย รายได้ในประเทศไทยมันยอดเยี่ยมกระเทียมดองอยู่แล้ว หรือว่าดีที่สุดอยู่แล้ว มันไม่ใช่ครับ ท่านประธาน ผมจะวาดภาพให้ท่านประธานเห็นว่าจากการศึกษาของนักเศรษฐศาสตร์ ไม่ว่าจะเปึนคนไทยหรือชาวต่างชาติอย่างที่เขาตีพิมพ์กัน ปรากฏว่าประเทศไทย เปึนประเทศที่มีการกระจายรายได้ที่ติดกลุ่มเลวที่สุดในโลก เคียงบ่าเคียงไหล่กับ ประเทศในลาตินอเมริกา เคียงบ่าเคียงไหล่กับประเทศโคลัมเบีย เคียงบ่าเคียงไหล่กับ ประเทศเม็กซิโก เคียงบ่าเคียงไหล่กับประเทศอาร์เจนตินาเจ้าพ่อผู้ให้กําเนิดนโยบาย ประชานิยมด้วย ประเทศไทยเราติดกลุ่มนะครับ ติดกลุ่มเลวที่สุดในโลก ทําไมถึงติดกลุ่ม เลวที่สุดในโลก เขาคํานวณอย่างไรครับ เมื่อผมพูดถึงจุดนี้หมายความว่าเราก็มาพูด เรื่องความยากจนของพี่น้องประชาชน ต้องทําความเข้าใจเสียก่อนว่าความยากจน มี ๒ อย่าง ความยากจนสมบูรณ์หรือว่าสัมบูรณ์กับความยากจนสัมพัทธ์ เพราะผม ไม่อยากใช้ภาษาอังกฤษ ความยากจนสัมบูรณ์คืออะไร ความยากจนสัมบูรณ์ก็คือ ความยากจนที่มันจน มันจนเพราะไม่มีอะไรจะบริโภค มีอาหารกินไม่พอ มีเครื่องนุ่งห่ม ไม่พอ ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัยไม่พอ ไม่ได้มาตรฐานของความเปึนมนุษยชาติที่สมศักดิ์ศรี เรียกว่าความยากจนสัมบูรณ์ เราต้องยอมรับว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจเรามีทั้งหมด ๑๐ ฉบับ ถึงปัจจุบันนี้ได้ผลมากเลยครับ เราทําให้ความยากจนสัมบูรณ์ของพี่น้อง ประชาชนลดลงมาตามลําดับ เมื่อ ๓๐ ป้ที่แล้วคนไทย ๔๕ เปอร์เซ็นต์ที่อยู่ภายใต้เส้น ความยากจน ปัจจุบันนี้ท่านประธานทราบไหมกี่เปอร์เซ็นต์ ๑๑ เปอร์เซ็นต์เองครับ บางคนที่ไปพูดว่ามีแผนพัฒนาเศรษฐกิจยิ่งพัฒนาคนยิ่งยากจน พูดก็ไม่รู้เรื่อง เราต้อง ยอมรับว่าประเทศเรามีความสําเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจป้หนึ่งเฉลี่ยแล้วประมาณ ๖–๗ เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าอัตราความเจริญของชาวโลกทั้งโลกตลอดมาเปึนเวลา ๓๐–๔๐ ป้แล้ว ทั้งโลกนี่เจริญประมาณ ๒–๓ เปอร์เซ็นต์แค่นั้น แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้น กับประเทศไทยในปัจจุบันนี้คือปัญหาของความยากจนสัมพัทธ์ครับ ความยากจนสัมพัทธ์ คือการเปรียบเทียบรายได้ของประชาชนที่อยู่กันในประเทศไทยนี้ ๖๐ กว่าล้านว่า มันแตกต่างกันเท่าไร วิธีคํานวณ ท่านประธานครับ ผมเปึนคนพูดของยากให้เปึนของง่าย คนในประเทศไทยนี่เอาคนที่รวยที่สุดวางไว้ข้างบน แล้วคนที่รวยถัดลงมาก็เรียง ๆ กัน มันจะเปึนรูปพีระมิด ในที่สุดก็เปึนรูปสามเหลี่ยมพีระมิด คนจนที่สุดอยู่ข้างล่าง เราเอา คนที่รวยที่สุด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ข้างบนแล้วเอารายได้ของเขารวมกันแล้วตั้งไว้กองหนึ่ง แล้วเอาคน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ที่ยากจนที่สุดอยู่ข้างล่างที่ฐานพีระมิด แล้วเอารายได้ของเขา ทั้งหมดมารวมกันตั้งไว้อีกกองหนึ่งเปึนกองที่ ๒ ท่านทราบไหมครับว่า กองที่ ๑ มากกว่า กองที่ ๒ กี่เท่า ปัจจุบันนี้ ๑๒ เท่านะครับ ปัจจุบันนี้ ๑๑ เท่ากว่า ๆ มันจะวิ่งอยู่ระหว่าง ๑๑ กับ ๑๕ เท่าตลอดระยะเวลามา ๒๐–๓๐ ป้แล้วไม่เคยเปลี่ยนแปลง เพราะไม่มี คนสนใจมันจริง ๆ เพราะว่าไม่มีคนสนใจมันจริง ๆ เราถึงต้องติดกลุ่มประเทศที่มี การกระจายรายได้ที่เลวที่สุดอย่างที่ผมกราบเรียนให้ท่านประธานทราบเมื่อกี้ เพราะเรา ไม่ได้สนใจเหมือนอย่างนโยบายรัฐบาล เมื่อไม่พูดเปึนนโยบายแผนปฏิบัติการมันก็ ไม่ออกมา มาตรการก็ไม่ออกมา การกระจายรายได้เขาไม่มีวันที่จะดีขึ้น ไม่มีวันที่จะดีขึ้น ยกตัวอย่างในปัจจุบันนี้ ขออนุญาตครับ ผมยกตัวอย่าง ปัจจุบันนี้ค่าเงินบาทแข็ง มาคุยกัน เรื่องค่าเงินบาท ค่าเงินบาทแข็งนี่หมายความว่าอย่างไร หมายความว่าเงินดอลลาร์อ่อนตัว แปลว่าค่าของเงินดอลลาร์พอวัดเปึนเงินบาทก็น้อยลงมา เมื่อก่อนเคยเปึน ๔๐ บาท ต่อ ๑ ดอลลาร์ มันก็ลดลงมาเปึน ๓๙ ๓๘ ๓๗ ๓๖ ปัจจุบันเหลือ ๓๒ กว่า ๆ เขาเรียกว่า ค่าเงินบาทแข็งหรือค่าดอลลาร์อ่อน พูดคําไหนก็ได้มันมีค่าเหมือนกัน วิธีที่จะเข้าใจ ค่าเงินบาทสําหรับพี่น้องประชาชนที่ไม่ได้เรียนมาต้องคิดว่าเงินบาทมันเหมือนกับ พืชเกษตร และเปึนสินค้าชนิดหนึ่ง เงินดอลลาร์ก็เหมือนกันวิธีคิดเอาเงินดอลลาร์ดีกว่า เงินดอลลาร์เหมือนกับพืชเกษตรชนิดหนึ่ง พืชเกษตรไม่ว่าจะเปึนลําไยทางภาคเหนือ หรือลองกองทางภาคใต้ถ้าปริมาณมันมากราคาเปึนอย่างไรครับ ราคามันก็ตก ถ้าปริมาณ ที่ออกมามันน้อยราคามันก็เพิ่ม หลักง่าย ๆ ปัจจุบันนี้ดอลลาร์มันไหลเข้ามาในประเทศ เยอะมากเพราะมันหนีสหรัฐอเมริกามา เพราะว่าเศรษฐกิจของเขาที่นั่นกําลังที่จะถดถอย มันก็หนีเข้ามาในประเทศไทย เข้ามาเพราะมันได้มั่นใจมากกว่า รายได้กําไรมากกว่า อัตราดอกเบี้ยก็สูงกว่า หุ้นก็ปัืนง่ายกว่า ในที่สุดปัจจุบันนี้เงินดอลลาร์ที่กองอยู่ที่ ธนาคารชาติเท่าไรรู้ไหมครับ แสนกว่าล้านบาท มีสมาชิกพูดไปแล้วเมื่อวานแสนกว่าล้านบาท มากที่สุดตั้งแต่ตั้งฟัาตั้งแผ่นดินในประเทศไทยมาไม่เคยมีเงินกองทุนสํารองเงินตรา ต่างประเทศสูงขนาดนี้ เมื่อปริมาณมันมากอย่างนี้ราคามันก็ตกอย่างที่ผมกราบเรียน ท่านประธานแล้ว ๓๙ ๓๘ ๓๗ จนเหลือ ๓๒ กว่า ๆ ผมถามว่าใครเสียหายครับ นักอุตสาหกรรมเสียหายไหมครับ นิดหน่อย ถึงไม่ค่อยจะร้องแรกแหกกระเชอกันเท่าไร เพราะทําไมครับ เพราะอุตสาหกรรมในประเทศไทยเราซื้อวัตถุดิบและชิ้นส่วนประกอบ เยอะมากในจํานวนมูลค่าของมันที่เปึนสินค้าสําเร็จรูป ๖๐ ๗๐ ๘๐ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ ๘๐–๙๐ เปอร์เซ็นต์ เราขายไปต่างประเทศได้มาสักล้านหนึ่ง ตกอยู่ในประเทศไทยแสน ๒ แสนแค่นั้น นอกนั้นก็ต้องส่งไปให้ประเทศอื่น เพราะฉะนั้น เวลาค่าเงินดอลลาร์มันถูกลงหรือค่าเงินบาทมันแพงขึ้น เวลาเขาไปซื้อของพวกนี้เขาก็ใช้ เงินบาทน้อยลง เมื่อก่อนเคยใช้ ๔๐ บาท ซื้อสินค้าแลกได้ ๑ ดอลลาร์ แล้วไปซื้อสินค้า มาจากต่างประเทศ ปัจจุบันใช้แค่ ๓๒–๓๓ บาท ต้นทุนการผลิตมันก็ลดลง เพราะฉะนั้น ก็เอาการลดลงของต้นทุนการผลิตเนื่องจากค่าเงินบาทแข็งนั้นก็ไปถัวเฉลี่ยกับกําไร ที่ลดลงจากการขายสินค้าสําเร็จรูป เขาถึงไม่เดือดร้อนนะครับ แต่คนที่เดือดร้อนที่สุด ที่เสียหายมากที่สุดคือใครครับ คือผู้ที่ผลิตและใช้วัตถุดิบภายในประเทศเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ คือพวกไหนครับ เกษตรกรครับ เกษตรกรทั้งประเทศไม่ว่าจะเปึนชาวนา ชาวไร่ ไม่ว่าจะเปึน ชาวประมงทั้งหมด รวมทั้งนักอุตสาหกรรมที่นําสินค้ามาแปรรูปเปึนสินค้าอุตสาหกรรมด้วย ที่เรียกว่า อุตสาหกรรมการเกษตร เพราะว่าเขาไม่ได้ประโยชน์เรื่องต้นทุนลด เขาก็ต้องแบกรับภาระ ขาดทุนเต็ม ๆ เลย แต่ทําไมชาวไร่ ชาวนาถึงไม่โวยป้นี้ ป้ที่ผ่านมาสังเกตไหมว่าไม่โวย ที่ไม่โวย ๑. เพราะไม่ค่อยมีตัวแทน ไม่มีองค์กรชาวนา ถ้าผู้แทนพวกเราถึงเปึนลูกชาวไร่ ชาวนาไม่ช่วยพูดท่านก็จะไม่มีตัวแทนเลย ไม่เหมือนสหภาพแรงงานเขามี แต่ที่เขาไม่โวย อีกข้อหนึ่งก็เพราะว่าป้ที่ผ่านมาสินค้าเกษตรเกือบทุกชนิดราคาดีทั้งนั้น ยกเว้นพืช ผัก ผลไม้ ทําไมราคาดี ดีมาก ๆ เลยนะครับป้ที่แล้ว เหตุผล ๒–๓ ข้อ
ประการที่ ๑ ภาวะโลกร้อน ทําให้พื้นที่ทั่วโลกหลายแห่งผลิตสินค้าเกษตร ไม่ได้เพราะไม่มีน้ํา
ประการที่ ๒ เพราะว่าน้ํามันมันแพง ทุกประเทศจึงพยายามที่จะผลิต ไบโอดีเซลจึงซื้อสินค้าจากประเทศไทยที่สามารถจะเอาไปทําไบโอดีเซลได้
ประการที่ ๓ คือว่าทิศทางทางการค้าเรามันเปลี่ยน ผมเคยพูดในสภานี้ ก่อนที่เขาจะยึดอํานาจกันผมเคยปราศรัย พูดในสภานี้อาจจะยังอยู่ว่าทิศทางทางการค้า ของประเทศไทยในสมัยนั้น พูดง่าย ๆ เราส่งสินค้าไป ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ส่งไปไหนครับ สมัยนั้น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ไปอเมริกา ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ไปยุโรป ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ไปญี่ปุ์น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ไปประเทศอาเซียน อีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ประเทศที่เหลือแอฟริกา ตะวันออกกลาง รัสเซียนี่ง่าย ๆ เพื่อให้จําได้ง่าย ๆ มันไม่เป็ะอย่างนี้ครับ แต่ว่ามันใกล้เคียง แต่ปัจจุบันนี้มันเปลี่ยน ทิศทางในการค้าเปลี่ยน ปัจจุบันนี้เราค้ากับประเทศเอเชีย รอบ ๆ เราเท่าไรท่านประธานรู้ไหมครับ ๗๗ เปอร์เซ็นต์ครับ อเมริกาเหลือ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ยุโรป ๑๒ เปอร์เซ็นต์ เราค้ากับจีน อินเดีย ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลี มาเลเซีย ฟ่ลิปป่นส์ อินโดนีเซีย รวมกันแล้วญี่ปุ์นบวกเข้าไป ถ้าไม่รวมญี่ปุ์นด้วยก็ได้ ๕๕ เปอร์เซ็นต์ รวมญี่ปุ์นเข้าไปด้วยก็ได้ ๗๗ เปอร์เซ็นต์ เพราะไปญี่ปุ์นประมาณ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ทิศทางการค้ามันเปลี่ยน แล้วประเทศที่ผมพูดถึงประมาณ ๑๑–๑๒ ประเทศ ไม่ว่าจะเปึนอินเดีย ไม่ว่าจะเปึนจีนหรือประเทศต่าง ๆ ที่ผมพูดถึง ป้ที่ผ่านมารายได้ ประชาชาติเขาเพิ่มมาก กําลังพุ่ง เขาเลยซื้อสินค้าจากเรามาก ราคาถึงสูงครับ แต่จริง ๆ มันไม่เปึนอย่างนั้นหรอกครับ ชาวไร่ชาวนาได้รับบางส่วนจริงในการพยุงราคา แต่ที่อยู่ในพุงชาวนาส่วนหนึ่ง แต่จํานวนหนึ่งซึ่งเยอะพอสมควรไปอยู่ในพุงคนอื่น นี่คือปัญหาการพยุงราคาที่เราทํามาโดยตลอด ผมถึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า มันถึงเวลาที่จะต้องดูแลคนพวกนี้ กรรมกรเรามีพระราชบัญญัติประกันสังคมดูแลเขา ชาวนาไม่มีเลยครับ ชาวไร่ชาวนาคนในต่างจังหวัดประมาณ ๒๐ กว่าล้าน ไม่มี ถึงเวลา ท่านอภิสิทธิ์พูดไปเมื่อวานว่าถึงเวลาที่เราต้องใช้ระบบเขาเรียกอะไร สวัสดิการสังคม เข้ามาดูแล มีความจําเปึนต้องทํา ต้องเปลี่ยนวิธีดูแล ถ้าอยากช่วยเหลือชาวไร่ชาวนา ที่ยากจนต้องเปลี่ยนวิธีครับ ที่ต้องเปลี่ยนวิธีก็เพราะว่าเหตุผลอันที่ ๑ ผมพูดไปแล้ว เมื่อกี้รั่วไหลเยอะครับ ไหน ๆ รัฐบาลจะต้องเสียสตางค์แล้ว เสียสตางค์ในสิ่งที่ไม่รั่วไหล วิธีที่จะทําให้ไม่รั่วไหลให้ทําอย่างประเทศฝรั่งเศสและประเทศญี่ปุ์นเขาทํา เขาทําอย่างไรครับ เขาจ่ายสตางค์โดยตรงเลยให้กับชาวไร่ชาวนาที่ยากจน เขาเรียกว่า ไดเรคท์ เปย์เมนท์ (Direct payment ) ขอประทานโทษถ้าต้องใช้ภาษาอังกฤษสักคําหนึ่ง ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะ เข้าใจไม่ตรงกัน ไดเรคท์ เปย์เมนท์จ่ายโดยตรงให้ชาวไร่ชาวนาไปเลย ทําไมเขาต้องทํา อย่างนั้น เพื่อหลีกหนีกฎข้อบังคับของดับเบิลยูทีโอ (WTO) การพยุงราคาสินค้าเกษตร ต่อไปนี้ทําไม่ได้แล้วนะครับ เมื่อก่อนเราทําได้ป้หนึ่งเปึนหมื่น ๆ ล้าน แสน ๆ ล้าน ดับเบิลยูทีโอตามกฎเกณฑ์เขา เราเหลือไม่กี่พันล้านนะครับ แล้วอีกไม่กี่ป้ก็จะเหลือศูนย์ เราต้องเตรียมวิธีการอื่นไว้ รัฐบาลนี้ควรจะเตรียมไว้เลย การใช้ระบบไดเรคท์ เปย์เมนท์ ชาวนาผลิตข้าวได้กี่เกวียนเป่ดบัญชีให้เขาเลยครับ ชาวนาแต่ละครอบครัวเป่ดบัญชีไว้ ที่ธนาคารเลยครับ เกวียนหนึ่งให้กี่บาทโอนเงินเข้าเลย ไม่ต้องผ่านหัวคะแนนเดี๋ยวมัน เม้มเสียอีก ตรงไปเลยครับ ตรงไปให้ชาวไร่ชาวนาเลยอย่าผ่านมือ แล้วเขาได้เต็ม ๆ เลย อย่างที่เขาทําที่ฝรั่งเศส อย่างที่เขาทําที่ญี่ปุ์น อย่างนี้ครับ ผมว่ามีความจําเปึนจะต้องทํา แต่ว่าที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่า เรามาพูดเรื่องค่าเงินบาทที่มันแข็งเมื่อกี้นี้ แล้วก็ ชาวไร่ชาวนาเสียเปรียบ ผมถึงบอกว่ามันความรับผิดชอบของรัฐบาลที่จะต้องกําหนดว่า อัตราแลกเปลี่ยนควรจะอยู่ตรงไหนถึงจะมีความเปึนธรรมในการกระจายรายได้แบ่งปัน ผลประโยชน์กันระหว่างชาวไร่ ชาวนากับพวกนักอุตสาหกรรม ถ้ารัฐบาลไม่ตัดสินใจ ใครตัดสินใจล่ะประเทศนี้ ผมถามให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเปึนคนกําหนดอยู่คนเดียว หรือครับ ไม่ได้นะครับ เพราะธนาคารแห่งประเทศไทย บุคลากรทั้งธนาคารไม่มีใครเลย ที่จะมาจากประชาชน เปึนลูกจ้างธรรมดานี่เอง ไม่มีจุดยึดโยงกับประชาชน นี่คือหลักการ ประชาธิปไตย คนที่จะกําหนดนโยบายให้กับประเทศนี้จะต้องมีจุดยึดโยงประชาธิปไตย เพราะเราเปึนประเทศเสรีประชาธิปไตย คนที่จะใช้อํานาจอธิปไตยของปวงชนได้คือผู้ที่ มาจากการเลือกตั้งเท่านั้นเราถึงต้องเปึนคนกําหนด นี่เปึนหลักการประชาธิปไตยครับ ท่านประธานครับ ผมไปเรียนกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมไปเรียนกฎหมายมหาชน จากมหาวิทยาลัยรามคําแหง จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เขาก็สอนอย่างนี้ ผมถามว่า อาจารย์ที่อื่นเขาสอนอย่างไร เขาบอกสอนอย่างนี้แหละ เพราะนี่คือหลักประชาธิปไตย คือต้องยึดโยงกับพี่น้องประชาชน เดี๋ยวท่านประธานไม่เชื่อเวลาผมพูดหลักกฎหมาย ผมจบปริญญาตรีกฎหมาย เพิ่งรับปริญญาตรี รับพระราชทานจากสมเด็จพระเทพฯ มา เมื่อวันที่ ๑๒ นี้เองนะครับ ผมไปแอบเรียนตอนแก่ที่มหาวิทยาลัยรามคําแหง นี่คือ หลักกฎหมาย เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องกําหนดว่าอัตราควรจะเปึนเท่าไรที่ยุติธรรม สําหรับประเทศนี้ ทุกประเทศเขามีอัตรา เขาเรียกว่าอัตรานโยบาย ผมจะอ่านประเทศ ให้ท่านประธานฟังก็ได้ ผมไปศึกษามานี่ไม่ใช่เราอยู่ไปไม่รู้เรื่องกันเลย นี่ปล่อยกัน ผมไปศึกษามา ประเทศดังต่อไปนี้เปึนประเทศที่แทรกแซงทั้งนั้น บอกว่าอัตราลอยตัว แต่เปึนอัตราลอยตัวที่ตัวเองแทรกแซง แล้วรัฐบาลจะเปึนคนกําหนดร่วมกับธนาคาร ประเทศจีนนี่ไม่ต้องพูด จีนไม่ลอยเลย คุม แทรกแซงเต็ม ๆ จีนเขาไม่ลอยค่าเงินของเขา แต่นอกนั้นอินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลี มาเลเซีย ฟ่ลิปป่นส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทยแลนด์ ฮ่องกง ยกเว้นประเทศเดียวที่ผมศึกษาคือนิวซีแลนด์ไม่เคยแตะเลย ปล่อยให้มันเปึนไป ตามกลไกตลาดเขาไม่ยุ่งแต่นอกนั้นเขายุ่งทั้งนั้นแหละครับ เพราะรัฐบาลเขาต้องถือ อํานาจอธิปไตยของพี่น้องประชาชนกําหนดว่าจะแบ่งสันปันส่วนทรัพยากรธรรมชาติ ของประเทศ ความมั่งคั่งของประเทศแบ่งกันอย่างไรถึงจะยุติธรรม นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่มา น้องผมเอง อยากจะให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังไปดูว่าจะทําอย่างไรได้ ไปดูพระราชบัญญัติเงินตราว่ามาตรา ๘ กับมาตรา ๓๐ ช่วยอะไรได้บ้างในสิ่งที่ผมพูด ถ้ามันทําไม่ได้เพราะกฎหมายมันขัดขวาง ดอกเตอร์ปิวยสอนผมว่า ถ้าเราจะทําอะไรก็ตามเพื่อผลประโยชน์ของคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง กับผลประโยชน์ของเราให้ทํา ถ้าคนเขาบอกว่าทําไม่ได้เพราะขัดกฎหมาย แก้กฎหมายไตรรงค์ กฎหมายมนุษย์เขียน มนุษย์ต้องแก้ เพื่อความสุขของประชาชน นี่อาจารย์ผมสอน ก็ให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังไปดูเสีย แต่ว่าที่ทําได้มันมีมาตรการอย่างอื่น ผมพูดได้ กระทรวงการคลัง จะพูดได้หรือเปล่าไม่รู้ คือกระทรวงการคลังมีหน้าที่ในการกําหนดนโยบายให้ธนาคารแห่ง ประเทศไทยไปปฏิบัติ แต่เสรีภาพในการเลือกเครื่องมือเพื่อจะให้ถึงเปัาหมายนั้นอย่าไป แตะเขา นั่นเขาเรียกว่าเสรีภาพในทางการเงินทั่วโลก ภาษาอังกฤษเขาเรียก อินสทรูเมนทัล ฟรีดอม (Instrumental freedom) เปึนเสรีภาพในการใช้เครื่องมือ อันนี้ต่างหากที่พวกเรา ปนกันหมด คนในธนาคารชาติบางคนก็ไม่เข้าใจ อย่ามาแตะ เรื่องของกู กูจะทํา เอ็งไม่ได้ มาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลนี้มาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลนี้รับผิดชอบต่อสภา สภานี้ รับผิดชอบต่อประชาชน เราต้องใหญ่กว่า เราต้องกําหนดได้ ไปศึกษาเรื่องนี้แล้วไปดูว่า ทําได้ ไม่ได้ ผมเปึนฝ์ายค้านผมเสนอได้เลย ความรู้สึกของผมน่าจะลดอัตราดอกเบี้ย เพราะถ้าลดอัตราดอกเบี้ยมาเท่ากับส่งเสริมการลงทุนในประเทศ เมื่อส่งเสริมการลงทุน ในประเทศ ความต้องการจะใช้ดอลลาร์เพื่อซื้อเครื่องจักรเครื่องมือ ก็จะมากขึ้น เมื่อมากขึ้น ปริมาณดอลลาร์ก็ลดลง เมื่อจํานวนลองกองลดลง ราคาเปึนอย่างไร ราคาลองกอง ก็สูงขึ้น ราคาลําไยก็สูงขึ้นถ้าปริมาณลดลง ก็สูงขึ้นจาก ๓๒ บาท เปึน ๓๓ บาท ๓๔ บาท แล้วจะให้มันอยู่ตรงไหน กระทรวงการคลังกําหนดสิครับว่าจะให้มันอยู่ตรงไหน ต้องบริหารอย่างนี้ ไม่อย่างนั้นได้อํานาจมาหาเสียงเหนื่อยแทบตายแล้วไม่ใช้อํานาจ ในสิ่งที่ถูกต้องมานั่งทําไม ออกไปให้ผมเปึนดีกว่า แต่ผมเชื่อว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังคนนี้ถึงไม่ได้เรียนเศรษฐศาสตร์มา แต่คนเปึนรัฐมนตรีไม่จําเปึน ต้องเรียนนะครับ ฟังคนอื่นเยอะ ๆ ใช้คนให้เปึน มีลักษณะความเปึนผู้นํา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง คุณหมอเลี๊ยบนี่ใช้ได้ เพราะว่ามีความนุ่มนวล รู้จักถนอมคําพูด ไม่กร่าง ไม่ซ่า รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ คนอย่างนี้ทํางานแล้วจะสําเร็จ คนอื่นควรจะเอาอย่าง โดยเฉพาะคนที่ซ่า ๆ ไม่อย่างนั้นไม่สําเร็จ
เรื่องต่อไปที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานคือผมเปึนห่วง ผมไม่ได้ เปึนห่วงรัฐบาลอย่างเดียว ผมเปึนห่วงประเทศด้วยครับ อนาคตของประเทศ ผมเปึนห่วงมาก เพราะผมเปึนคนศึกษาในเรื่องนี้ ผมเปึนคนมีเขาเรียกว่า แมคโคร ฟ้ลลิง (Macro feeling) มันแปลไม่ได้ถึงต้องใช้ภาษาอังกฤษ คือความรู้สึกทางด้านเศรษฐศาสตร์มหภาค คือผมเรียน ทางด้านนี้มาผมจะมีความรู้สึกตลอด เหมือนอัตราค่าเงิน ถ้าถามผมผมบอกได้เลยว่า ควรจะอยู่ตรงไหน คนที่เปึนเหมือนผมในกระทรวงการคลังมีหลายคนที่ธนาคารชาติ มีหลายคนก็เรียนแมคโคร ฟ้ลลิง สอนกันไม่ได้เรื่องนี้ครับ การรู้อะไรมันควรจะเปึนเท่ากับ เท่าไร ถึงต้องให้คนที่มีประสบการณ์มานั่งเปึนรัฐมนตรี เพราะถึงจุด ๆ หนึ่งต้องใช้ ประสบการณ์ในการตัดสินไม่ใช่เป่ดตําราตัดสิน ประสบการณ์ตัดสิน ผมมีความเปึนห่วงว่า ประเทศเรากําลังจะแย่ในอนาคตนี้ เพราะผมไปดูโครงสร้างทางการคลัง โครงสร้าง ทางการคลังในปัจจุบันนี้น่าเปึนห่วงมาก น่าเปึนห่วงจริง ๆ ครับ เพราะว่าความเรียกร้อง หรือแรงกดดันในรัฐบาลต้องใช้จ่ายมือเติบมันมีสูงมาก ไม่ว่าใครขึ้นมาเปึนรัฐบาล ผมไม่ได้หมายถึงรัฐบาลนี้รัฐบาลเดียว ความกดดันมันหลายทางครับ ทางแรก ความกดดันจากรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นโยบายพื้นฐานแห่งรัฐกําหนด มากมายก่ายกองให้รัฐบาลต้องทําแล้วต้องมาแถลงแผนปฏิบัติการและรายงานผลทุกป้ ต่อรัฐสภา ท่านต้องทํานะครับ ให้สวัสดิการคนแก่ ให้สวัสดิการเด็ก คนพิการ มากมาย ท่านไปดูเถอะครับ จ่ายเงินเปึนหมื่น ๆ แสน ๆ ล้านนั่นมีความกดดัน ซึ่งเราไม่ว่าก็ถูกต้อง ผมชอบอยู่แล้วเรื่องการกระจายรายได้เปึนธรรม อันที่ ๒ ความกดดันเรื่องนโยบาย เมื่อนโยบายประชานิยมประชาชนชอบ เขาถึงเลือกพวกท่านมาเยอะเพราะเขาชอบ เพราะฉะนั้นท่านก็ต้องทําต่อ นักการเมืองก็ต้องทําตามใจประชาชน นี่คือความกดดัน จะต้องใช้จ่ายมือเติบอีก ความกดดันเหล่านี้จะทําให้เราต้องใช้จ่ายเยอะ แต่มีกรอบว่า เราใช้จ่ายเยอะไม่ได้อยู่ ๒ กรอบ ๑. วินัยทางการเงิน การคลัง ซึ่งเปึนโยบาย รัฐบาลนี้ ได้พูดไว้ในนโยบายทางการเงิน การคลัง ชัดเจนว่ารัฐบาลนี้จะรักษาไว้ซึ่งวินัยทางการเงิน การคลัง เพื่อรักษาความยั่งยืนทางการคลัง ความยั่งยืนทางการคลัง การคลังนี่นายกรัฐมนตรีแถลงไปแล้วคนทั้งประเทศยังไม่รู้ แปลว่าอะไรถ้าผมไม่ช่วย ความยั่งยืนทางการคลัง หมายความว่า เราสามารถจะดําเนิน นโยบายทางการคลังบริหารประเทศไปได้โดยไม่มีอุปสรรคติดขัด อุปสรรคติดขัด เช่นว่า อยู่ ๆ รัฐบาลไม่มีสตางค์จ่ายเงินเดือนข้าราชการอย่างนี้ครับ นี่คือความไม่ยั่งยืน ทางการคลัง คือการสะดุดทางด้านการคลัง เพราะบริหารกันไม่ดี เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ผมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ต้องยืมเงินธนาคารไปจ่ายเงินข้าราชการป่ดความลับกัน เกือบตายเพราะไม่มีเงินเลย หรือประการที่ ๒ เช่นว่าอยู่ ๆ ไม่มีสตางค์ใช้หนี้ รัฐบาล เปึนหนี้เขาเยอะ แต่พอถึงเวลาที่จะต้องคืนหนี้ไม่มีสตางค์ เจ๊งแล้วรัฐบาล นี่คือไม่มี ความยั่งยืนทางการคลัง เพื่อให้มีความยั่งยืนทางการคลังเขาถึงต้องกําหนดวินัย ทางการคลังไว้ ๔ – ๕ ประการ ซึ่งเปึนมาตรฐานของยุโรป ของอียู (EU) กระทรวงการคลัง เอามาใช้ เช่น
๑. รัฐบาลจะก่อหนี้สาธารณะเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ประชาชาติ ไม่ได้
๒. รัฐบาลจะต้องใช้จ่ายงบลงทุนเกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ แผ่นดินทุกป้ อันนี้แรงกดดันจากงบประมาณเราต้องใช้จ่าย เห็นไหม งบลงทุนต้องเกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ
๓. รัฐบาลจะกู้หนี้ยืมสินเกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณแผ่นดินไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณแผ่นดินเขาให้ได้ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่า มาตรฐานของอียูให้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์
เพื่อความปลอดภัย ผมแถมให้อีกข้อหนึ่งครับ การคลังไม่เคยพูดเรื่องนี้ ไม่มีใครพูดเรื่องนี้ วินัยทางการคลังอีกข้อหนึ่ง ต้องรักษาเงินคงคลังอย่างน้อย ๕ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณแผ่นดิน ถ้าใครอยากรู้ว่าทําไมต้องเปึน ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะมันยาว เรื่องยาวแล้วสูตรก็ยาวด้วย ต้องมาคุยกับผมหลังเวทีแล้วผมจะบอกให้ว่าทําไมต้องเปึน ๕ เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันนี้น่าห่วงนะครับ เราเหลืออยู่ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทในขณะที่ งบประมาณแผ่นดิน ๑.๖ ล้านล้านบาท ไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ มีอะไรเกิดช็อก (Shock) ขึ้นมา ในประเทศนี้รัฐบาลอาจจะไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนข้าราชการได้นะครับ อย่าว่าแต่จะจ่าย ค่าผู้รับเหมาก่อสร้างทําถนนก็จ่ายไม่ได้ เพราะอย่างน้อยต้อง ๕ เปอร์เซ็นต์ มันมีสูตรคํานวณ ทีนี้แรงกดดันค่าใช้จ่ายมันสูง มาดูทางด้านรายได้ของรัฐบาล รายได้นะครับ ผมไม่พูด รายรับ ต้องเข้าใจให้ตรงกัน ตามกฎหมายนี่รายรับรวมถึงเงินกู้ด้วย ที่ผมพูดคือรายได้ ไม่รวมเงินกู้ รายได้คือภาษีอากรประเทศไทย ๙๐ เปอร์เซ็นต์มาจากภาษีอากร อีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์มาจากกําไรรัฐวิสาหกิจซึ่งก็ต่ํา ประเทศอื่นเขา ๒๐ – ๓๐ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลเขามีความสามารถในการหารายได้ ของเราไม่ พึ่งอยู่กับภาษีอย่างเดียว ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ใน ๙๐ เปอร์เซ็นต์นี้มาจากภาษีทางตรง ๒๔ เปอร์เซ็นต์ มาจากภาษี ทางอ้อม ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ประเทศที่เจริญแล้วเปึนอย่างไร กลับหัวกลับหางนะครับ ประเทศที่เขาเจริญแล้วภาษีทางอ้อมต้อง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ภาษีทางตรงต้อง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะภาษีทางอ้อมเปึนภาษีที่ไม่ยุติธรรม เช่น ภาษีวีเอที (VAT) คนยากจน คนขอทาน เวลาซื้อของก็ถูกเก็บ ๗ เปอร์เซ็นต์ เศรษฐีเวลาไปซื้อของก็ถูกเก็บ ๗ เปอร์เซ็นต์เหมือนกัน เปึนภาษีที่ไม่ยุติธรรม ประเทศที่เจริญแล้วจึงต้องให้รายได้รัฐบาล จํานวนเปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่ตกอยู่ที่ภาษีทางตรง แต่ของเรานี่ ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เปึนภาษีทางตรง แล้วประเทศด้อยพัฒนาในเอเชียเขาดีกว่าเรา เขา ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ไปจาก ภาษีทางตรง ของเรากําลังจะเปึน เดี๋ยวอีกหน่อยนักวิชาการจะบรรจุว่าโครงสร้าง ทางรายได้ของเราจะเลวที่สุดในโลกอีกแล้วถ้าเราไม่ปรับปรุง แล้วในรายได้ที่ได้มา ๙๐ เปอร์เซ็นต์ทั้งหมดที่เปึนภาษีอากรที่แบ่งว่าเปึนภาษีอากรจากทางตรง ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ และภาษีทางอ้อม ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ภาษีทางตรง ท่านประธานทราบไหมครับว่า ใครเปึนคนจ่าย นิดเดียวครับ เมื่อวานคุณกรณ์ให้ตัวเลขมาดีแล้ว ภาษีทางตรงมาจาก ๒ ทาง ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากับภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จ่ายทั้งประเทศ ๕ ล้าน ๕ แสนคนเท่านั้นเองใน ๖๓ ล้านคน จ่ายแค่นั้นแหละครับ ขีดความสามารถถึงที่จะต้องจ่ายมีแค่นั้น แล้วภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เก็บมาได้ทั้งหมด ใครเปึนคนจ่าย พี่น้องครับ ขอโทษท่านประธานครับ หาเสียงเพลิน ภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทเพียง ๕,๐๐๐ บริษัทที่จ่าย ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ของรัฐบาลจากส่วนนี้ ๙๐ เปอร์เซ็นต์มาจาก ๕,๐๐๐ บริษัทเอง ส่วนอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์เก็บจากบริษัท และห้างหุ้นส่วนทั้งหมดเท่าไร ท่านประธานทราบไหมครับ ๑๕๐,๐๐๐ ราย จ่ายแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๕,๐๐๐ บริษัทรับผิดชอบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือโครงสร้าง ของประเทศไทยไม่เหมือนเพื่อน ไปไม่รอดแล้วท่านประธานครับ ท่านจะมาขูดรีดคนพวกนี้ที่เขาเสียภาษีนี่คนดีทั้งนั้นนะครับ ท่านจะเพิ่มอัตราเท่าไร อัตรามันสูงกว่าเพื่อนอยู่แล้วในปัจจุบันนี้มันไม่มีทาง รัฐบาลต้องไปหาฐานภาษีที่อื่น ที่ผมพูดทั้งหมดอยากบอกให้รัฐบาลเตรียมหาฐานภาษีถ้าจะรักชาติ ถ้าช่วยชาติ ผมอยากจะพูดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ไปศึกษา แล้วใช้เสียงส่วนใหญ่ ดีแล้วที่เราได้เสียงเยอะเรามาเปึนรัฐบาลสามารถจะผ่านกฎหมายที่ยาก ๆ ได้ กรุณาทํา เถอะครับ ใช้เสียงส่วนใหญ่ให้เปึนประโยชน์กับประเทศ อนาคตเราเจ๊งแน่ถ้าเผื่อไม่หา ฐานภาษีใหม่มันไปไม่รอดหรอกครับ นักวิชาการเขาเปึนห่วงแต่ไม่มีใครมีโอกาสได้พูด เหมือนผม นักวิชาการอย่างดีก็พูดให้ผมฟัง แล้วผมก็มาพูดให้ท่านประธานฟังอีกที เพื่อถ่ายทอดไปยังรัฐบาล จึงขอความกรุณาหน่อยครับรัฐบาล ผมจริง ๆ นะนี่ ขอท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เด็กกว่าผมหลายป้ ถ้าทําให้ผมมีความมั่นใจว่า ฐานภาษีอนาคตของประเทศมันจะสามารถพัฒนาได้ ไม่ใช่อยู่ ๆ อีกไม่กี่ป้เราก็ไปไม่รอด แล้วครับ เราไม่สามารถ งบลงทุนจะหมดเลยเพราะว่างบประจําจะกินหมด แล้วก็ พัฒนาประเทศไม่ได้ถ้าไม่หาฐานภาษีใหม่ ถ้าทํานี่ผมพร้อมจะไปไหว้ช่วยทําเถอะครับ เพราะผมเล่นการเมืองผมอยากให้ชาติมันดี ถ้าใครทําในสิ่งที่ผมเห็นว่ามันเปึนประโยชน์ กับชาติจริง ๆ ผมพร้อมจะไหว้ ถึงเด็กกว่าผมผมก็ไหว้ได้ ผมเปึนคนถืออาวุโสนะ แต่ผมไม่ใช่คนคลั่งอาวุโส ความอาวุโสไม่ใช่เรื่องเดียวที่จะทําให้ผมนับถือคนมันต้อง องค์ประกอบอย่างอื่นด้วย ผมไหว้ได้แม้แต่เด็ก หาเสียงผมไหว้แม้แต่วัวไหว้มาแล้ว เพราะนึกว่าเปึนพระมาแดง ๆ มา ไหว้มาแล้ว ผมต้องกราบเรียนท่านประธานแค่นี้ครับ ความเปึนทุกข์ผมได้พูดแล้วครับ ผมฝากไว้ให้รัฐบาลช่วยดูแลด้วย ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่มา ท่านนายกรัฐมนตรีมาหรือเปล่าครับ ผมอยากจะบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรี ตอนจะเปึนนี่ผมค้าน ผมไม่เห็นด้วยเพราะผมกลัว ท่านประธานครับ ผมกลัวจะเกิด ความวุ่นวายขึ้นมาในประเทศ แต่หลังจากที่ท่านได้รับการโปรดเกล้าฯ แล้ว ผมดู หลายอย่างท่านเปลี่ยนไปตอนนี้ผมสนับสนุนเลย เพราะอย่างไรผมก็รู้จักกับท่านมา ๓๐ กว่าป้ คนชอบ ๆ กันให้เปึนนายกรัฐมนตรีดีกว่าคนที่ผมไม่ชอบ ผมก็เลยอยากจะ อวยพรให้ท่านนายกรัฐมนตรีอยู่กับพวกผมนาน ๆ ชาติมันจะได้มั่นคง เราไม่ต้อง เปลี่ยนบ่อยให้อยู่นาน ๆ อวยพรให้อยู่เปึนนายกรัฐมนตรีนาน ๆ ครับ ผมอวยพรจริง ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับคําวินิจฉัยของศาลหลาย ๆ คดีนะครับ ขอบพระคุณมาก ท่านประธานครับ
เชิญท่านวิทยา บุรณศิริ ครับ
ท่านประธานครับผมขอนิดเดียว ด้วยความเคารพท่านพี่ก็แล้วกัน พี่ไตรรงค์ สุวรรณคีรี เปึนพี่ชายจริงๆ เพราะน้องชายของท่านนั่นเรียนนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่นเดียวกัน เมื่อสักครู่ผมออกไปข้างนอกห้องประชุมไปรับเอกสารที่ข้างล่าง มีโทรศัพท์ จากอาจารย์ท่านหนึ่งให้ผมบอกท่านสมาชิกที่อภิปราย ผมเกรงใจไม่กล้าบอกตอนที่ ท่านกําลังแสดงความคิดเห็นเพราะไม่อยากจะขัด ท่านอาจารย์ท่านนี้เปึนอาจารย์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกน้องเชาวรินช่วยบอกอาจารย์ไตรรงค์ที เวลาอภิปรายในสภาพูดช้า ๆ แล้วให้ชัดถ้อยชัดคําตามอักขรวิธี ผมมานั่งฟัง เอ๊ะ ตรงไหน ได้คําสุดท้ายครับ ตรงฝากท่านนายกรัฐมนตรี ขวาก ขอให้ใช้คําว่า ฝาก ขอบคุณครับ
ท่านวิทยาเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็ต้อขอขอบพระคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้มีโอกาสอภิปรายในส่วนนโยบายของรัฐบาล ก็ขออนุญาต ขอมีส่วนร่วมว่าคําอภิปรายของผมมิใช่เปึนประเด็นที่จะสอนท่านรัฐมนตรี หรือว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แต่ด้วยความจําเปึนที่พรรคพลังประชาชนที่ผมสังกัดอยู่เวลาออกไป พบประชาชนได้มีโอกาสพูดนโยบายไว้กับประชาชน จึงเปึนความจําเปึนที่ผมคงจะต้อง ขอสะท้อนและแสดงออกในสิ่งที่รัฐบาลได้แถลงไว้กับสภาแห่งนี้ ก็ถือว่าพูดแล้วทําจริง ในส่วนที่ตัวกระผมขอแสดงความคิดเห็นซึ่งเปึนประเด็นสําคัญก็คือ เรื่องของนโยบาย เร่งด่วนที่จะเริ่มดําเนินการในช่วงของป้แรก สิ่งนี้เปึนสิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือการเพิ่มศักยภาพของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ด้วยความเปึนห่วงในส่วนของสมาชิกหลาย ๆ ท่านนะครับว่า ภาพรวมของรัฐบาล จะไม่สนใจเรื่องการเงินหรือจะไม่กระจายเงินเข้าไปสู่ชุมชนหรือหมู่บ้าน อันนี้คงเปึนไป ไม่ได้นะครับว่าเปึนความโชคดีของรัฐบาลพรรคพลังประชาชน เนื่องว่ากรอบในเรื่องของ การเงินในระบบของราชการนั้นได้ถูกจัดทําไว้ในอดีตสมัย ขออนุญาตเอ่ยนามท่านก็คือ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ตรงนี้เปึนส่วนหนึ่งที่บังเอิญพรรคพลังประชาชน มีส่วนที่คิดแล้วเหมือนกัน และรับนโยบายบางส่วนในส่วนที่ดีที่เปึนประโยชน์กับประชาชน เพราะฉะนั้นการที่เราจะเพิ่มศักยภาพในเรื่องของกองทุนหมู่บ้านจนพัฒนาไปสู่ ของธนาคารประชาชนประจําหมู่บ้านนั้นเปึนเรื่องที่ดี เพราะว่าปัจจุบันนั้นเงินนอกระบบ ได้กลับคืนมาสู่สภาพของสังคมคนไทยมากแล้วครับ สิ่งนี้เปึนสิ่งสําคัญที่สุด กระบวนการ ประชาชนที่เราได้เคยให้แนวไว้และมีกรอบความคิดจนบัดนี้ประชาชนนั้นเขาพูดแทนเรา ได้หมดแล้วครับ ตรงนี้ต้องเร่งรัดครับ เรื่องโครงการเอสเอ็มแอล (SML) ก็เปึนสิ่งที่ดี หลาย ๆ แห่งไม่ได้รับการดูแลจากองค์กรปกครองท้องถิ่น ประชาชนขอไปแล้วไม่เคยได้ ผมกลับเห็นว่าเปึนสิ่งที่ดี เมื่อวานนี้มีเพื่อนสมาชิกได้กล่าวว่าอาจจะเปึนเรื่องไม่ดี แต่ผมมองอีกมุมหนึ่งก็คือเปึนเรื่องที่ดี ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ ทรัพยากรในท้องถิ่นของเขาโดยเงินที่คิดและมีกรอบ คณะกรรมการที่ร่วมกันคิด บูรณาการ จัดการงบประมาณที่จัดส่งไปให้ อันนี้เปึนเรื่องที่ดีนะครับ
สิ่งสําคัญต่อไปที่ผมอยากจะเรียนตามตรงว่า ในโครงการที่อยากจะให้ สานต่อจากธนาคารประชาชน สิ่งนี้ต้องอธิบายนะครับว่า ถ้าแม้นเงินทุนที่เราเคยจัดสรร ไปในอดีตมันไม่พอเพียงใดรัฐจะต้องจัดการให้ จัดการให้เขาแบบพอเพียง เนื่องจากว่า มีระบบบัญชีที่ประชาชนเริ่มเรียนรู้ได้เอง เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ผมอยากจะเรียนตามตรงว่า วันที่ผมได้รับให้มีโอกาสแถลงนโยบายในฐานะเปึนตัวแทนของพรรคการเมือง ได้รับ ๕ นาที วันนี้ ๗ นาที ผมก็ว่าเปึนเรื่องที่ยากครับ สิ่งที่อยากจะฝากไว้ในเรื่องของ การเร่งด่วนในข้อ ๑.๑๑ สร้างระบบประกันความเสี่ยงให้เกษตรกรเพื่อลดความเสี่ยง เกี่ยวกับเรื่องผลกระทบจากภัยธรรมชาติ ผมอยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ของรัฐบาลนะครับว่า มีแนวทางการศึกษาปัจจุบันนี้เรื่องของการทําแก้มลิง ที่จังหวัด ของผมเองครับ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บังเอิญผมก็ได้รับมอบหมายจากเพื่อนสมาชิก ในจังหวัดเดียวกันให้พูดเรื่องนี้ด้วย ผมขออนุญาตนําเสนออย่างเปึนระบบเพื่อเปึน แนวทาง มิได้สอนท่านรัฐมนตรีแต่บอกให้ท่านรัฐมนตรีในฐานะที่ท่านดําเนินการเรื่องของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือผู้เกี่ยวข้อง โครงการแก้มลิงนั้นนับว่าเปึนประโยชน์ครับ แต่ว่าปัจจุบันการศึกษาเรื่องโครงการแก้มลิงนั้นเปึนประโยชน์ทางเดียวคือเรื่องของ การบริหารเรื่องน้ํา แต่เรียนท่านประธานที่เคารพนะครับว่า การทําโครงการแก้มลิงนั้น ถ้าแก้ให้เปึนระบบก็คือมันสามารถคืนระบบนิเวศกลับมาด้วย ปัจจุบันนั้นปุิยเคมี เปึนปัญหาสําหรับเรื่องข้าว เรื่องปุิยราคาแพง เรื่องของพี่น้องเกษตรกร แต่การแก้ปัญหา นอกจากเรื่องเก็บน้ําไว้ทําแก้มลิงแล้วยังคืนระบบนิเวศกลับไปหาประชาชน นั่นหมายถึงว่า จัดโซนนิ่ง (Zoning) โดยเฉพาะพื้นที่นาปรังก็จะได้ประโยชน์สําหรับพี่น้องชาวบ้าน หรือชาวจังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสุพรรณบุรี นอกจากกักเก็บน้ํานะครับ ระบบนิเวศจะกลับคืนมา ลดค่าใช้จ่าย เรื่องครัวเรือน เมื่อท่านกักเก็บน้ําเสร็จ ผัก ปลา อาหาร กุ้ง หอย ปู ปลามันก็กลับมา สู่ระบบ ประชาชนก็สามารถลดต้นทุนในครัวเรือนได้ เพราะว่าได้จับอาหารจากผัก ปลากิน พลิกฟุ๋นดินกลับคืนมาสู่ธรรมชาติ เนื่องจากปัจจุบันปุิยเคมีที่เกษตรกรได้นําไปใช้ หรือการทํานาแบบนาปรังไม่มีการพักดินเลย ถ้าเราทําโครงการเหล่านี้เปึนแก้มลิงด้วย จัดโซน (Zone) แปลงนานั้นปล่อยน้ําเข้านาเสร็จดินก็จะได้พักตัว ระบบนิเวศก็จะได้กลับคืนมา ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนก็สามารถเปึนไปได้ เราก็จะได้ไม่ต้องไปทําเปึนโครงการ แก้ปัญหาเรื่องดิน สุดท้ายสําหรับประเด็นนี้ก็คือ เพิ่มผลผลิตโดยใช้กลไกของธรรมชาติ เพราะว่าจากที่น้ําหลากแล้วทําให้เกิดปุิยที่มาจากตามน้ํา สิ่งนี้ก็จะได้คืนกลับมา เพราะว่าปัจจุบันเริ่มไปศึกษาว่าทําโครงการแก้มลิงจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้ไร่ละ ๔,๐๐๐ บาท อันนี้เปึนสิ่งที่ผิดครับ เพราะว่าโครงการนี้ไม่มีต้นทุนของการต้องไปหว่าน เมล็ดพันธุ์ข้าว ไม่ต้องปลูกข้าว ไม่ต้องใส่ปุิย เพราะฉะนั้นผมว่าโครงการนี้น่าจะให้มี การศึกษาโดยคืนระบบนิเวศ โดยการแก้ปัญหาในข้อ ๑.๑๑ คือสร้างระบบประกัน ความเสี่ยงให้เกษตรกร เพื่อลดความเสี่ยงอันเนื่องมาจากผลกระทบจากภัยพิบัติ ธรรมชาติ สิ่งนี้ผมอยากจะเสนอไว้ ก็เสียดายนะครับด้วยเวลามีน้อยซึ่งเตรียมเรื่องไว้เยอะ ขอขอบคุณครับท่านประธาน
ผมเห็นใจมากเลยนะครับ แล้วบางครั้งผมอาจจะแอบอะลุ้มอล่วยแต่ให้อยู่ในเวลา เพราะบางครั้งประโยคไม่ทันจบ แล้วก็เร่งก็จะทําให้บรรยากาศไม่ดีต้องขอโทษด้วย เชิญท่านณรงค์ โชควัฒนา สนช. เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณรงค์ โชควัฒนา สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่วุฒิสภา ขออนุญาต อภิปรายในนโยบายข้อ ๓ เศรษฐกิจ โดยเฉพาะ ๓.๒ นโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ๓.๒.๑ ๓.๒.๒ เกี่ยวกับภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมเท่านั้นนะครับ
ประเด็นแรก อยากจะขอให้ความเห็นคือเปัาหมายของการปรับโครงสร้าง ที่เขียนว่า ยุทธศาสตร์จะให้เปึนศูนย์กลางการผลิตอาหารของโลก เปัาหมายในลักษณะนี้ เคยมีหลายรัฐบาลได้พูดถึงการจะให้ประเทศไทยเปึนครัวของโลกก็ดี ผลิตอาหารเลี้ยง คนทั้งโลกก็ดี ขอกราบเรียนว่าถ้าเราจะผลิตอาหารเปึนศูนย์กลางการผลิตอาหารของโลกแล้ว เกษตรกรผู้ผลิตยังยากจนมีหนี้สินและมีความทุกข์จะมีประโยชน์อะไรครับ วันนี้ประเทศไทย ของเราผลิตแล้วก็ส่งออกข้าวเปึนอันดับ ๑ ของโลก แต่เกษตรกรก็ยังมีหนี้สินและมีปัญหา มากมาย ขออนุญาตที่จะเรียนว่าเปัาหมายการปรับโครงสร้างการเกษตรที่เคยทํากันมา ส่วนใหญ่ก็จะเน้นให้มีการผลิตได้มาก ๆ ผลิตผลผลิตต่อพื้นที่สูง ๆ เช่นจํานวนตันต่อไร่สูง ซึ่งการผลิตให้มีมากขึ้น ให้ได้มากขึ้น ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้นนั้นไม่ยาก ถ้าใช้ปุิยแล้วลงทุน มากขึ้นในพื้นที่ แต่ว่าสุดท้ายแล้วต้นทุนต่อกิโลกรัมของผลผลิตที่ผลิตได้ ถ้าต้นทุนสูงกว่า ราคาตลาดเกษตรกรก็จะขาดทุน ยิ่งผลิตมากก็ขาดทุนมาก ประเทศอาร์เจนตินามีพื้นที่ การเกษตรเปึน ๕ เท่าของประเทศไทย มีประชากรแค่ ๓๘ ล้านคน มีศักยภาพในการผลิต อาหารเลี้ยงประชากรโลกถึง ๒๒๐ ล้านคนต่อป้ ในยุคซึ่งค่าเงินเปโซของอาร์เจนตินา แข็งมากคือ ๑ เปโซ เท่ากับ ๑ ดอลลาร์ สิ่งที่เกษตรกรชาวอาร์เจนตินาผลิตได้ทั้งหมด ไม่สามารถส่งออกได้เลยเพราะแพงกว่าตลาดโลก และขณะเดียวกันขายในประเทศก็ไม่ได้เพราะสินค้าอาหารที่นําเข้าจากต่างประเทศนั้น ถูกกว่าที่เกษตรกรจะผลิต อัตราแลกเปลี่ยนนั้นถ้าเงินตราของประเทศแข็งมากจะทําให้ ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรสูงแล้วก็ขายไม่ออก เพราะฉะนั้นอาร์เจนตินาเกษตรกร จึงไม่ทําการผลิต ประเทศซึ่งมีศักยภาพที่จะผลิตอาหารเลี้ยงคนถึง ๒๒๐ ล้านคน แต่คนอดอาหารครับ อันนี้คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ ๖–๗ ป้ที่แล้ว ประเทศล้มละลาย ล่มสลายทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะภาคเกษตรแต่เปึนภาคอุตสาหกรรมด้วย เพราะค่าเงินแข็ง ปัจจุบันนี้อาร์เจนตินาค่าเงินอ่อนลง ๓๐๐ เปอร์เซ็นต์ คือ ๓.๑ เปโซ ต่อ ๑ เหรียญอเมริกัน วันนี้คนอาร์เจนตินาผลิตอะไร เกษตรกรผลิตอะไรก็ขายได้ราคาและมีกําไรอย่างสูง เกษตรกรกลายเปึนคนขยันขันแข็งและมีรายได้ดี แล้วก็เลี้ยงคนบนโลกได้ ๒๒๐ ล้านคน ประเทศอาร์เจนตินา ๕ ป้หลังจากค่าเงินอ่อนลง วันนี้การขยายตัวทางเศรษฐกิจประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ จีดีพี (GDP) และติดต่อกันมา ๕ ป้ หนี้ซึ่งติดไอเอ็มเอฟ (IMF) นั้นคืนหมด แล้วก็มีเงินทุนสํารองเงินตราต่างประเทศจากประเทศที่ล้มละลายกลายเปึนมีเงินตรา ต่างประเทศมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของอาร์เจนตินาคล้าย ๆ กับประเทศไทยวันนี้ครับ อันนี้จะเห็นว่าค่าเงินนั้นอย่างที่ท่าน ส.ส. ที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่หนึ่งว่าค่าเงินนั้น มีผลมากกับรายได้ของประชาชนคนไทย ถ้าค่าเงินแข็งคนรวยได้ประโยชน์ครับ คนรวยนั้น มีทรัพย์สมบัติมากตีเปึนเงินตราต่างประเทศ คิดเปึนเงินตราต่างประเทศจะได้มากขึ้น แต่คนจนนั้นรายได้จะตกต่ําและเดือดร้อน อันนี้เปึนสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งโลก วันนี้ค่าเงินบาท ก็ค่อนข้างแข็งกว่าประเทศทุกประเทศในภูมิภาคนี้ และแข็งกว่าประเทศคู่แข่งและคู่ค้า ซึ่งทั้งหมดก็มีผลกระทบทั้งโครงสร้างทางเศรษฐกิจ กับทั้งภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม สําหรับภาคอุตสาหกรรมนั้นการปรับโครงสร้าง มุ่งที่จะขยายการส่งออก ต้องการ การส่งออกขยายตัว มีตัวเลขที่เรียกว่า เอกซพอร์ต โกรธ (Export growth) ขออภัยที่พูด ภาษาอังกฤษครับ เน้นการขยายตัวของตัวเลขการส่งออก การส่งออกที่เพิ่มขึ้นแต่ผู้ส่งออก ขาดทุนเพราะต้นทุนสูงกว่าราคาขาย ไม่ขายก็ไม่ได้ไม่มีอะไรจะกิน ซื้อวัตถุดิบแล้ว จ่ายค่าแรงแล้วค่าเงินแข็งขาดทุนก็ต้องขายครับ ขายดีกว่าไม่ขาย ไม่ต้องเปึนห่วงค่าเงินแข็ง ไม่ต้องเปึนห่วงผู้ส่งออกหรอกครับ ผู้ส่งออกเปึนผู้ที่แข็งแรง เปึนภาคที่แข็งแรงในสังคม ถ้าค่าเงินแข็งมากส่งออกไม่ได้ผู้ส่งออกก็เปลี่ยนตัวเองเปึนผู้นําเข้าเอาสินค้าต่างประเทศ เข้ามาขายในประเทศได้ แต่ขอให้เปึนห่วงผู้ผลิต ผู้ผลิตทั้งภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะผู้ผลิตรายเล็ก ๆ เมื่อค่าเงินแข็งคนที่ส่งออกก็กดราคาสําหรับผู้ผลิต และเมื่อขาดทุนแล้วกู้เงินธนาคารก็ไม่ได้ ธนาคารให้กู้กับคนที่มีกําไรเท่านั้นครับ นอกจาก ไม่ให้กู้ก็ยังเรียกเงินคืนด้วย เพราะฉะนั้นความเดือดร้อนจึงเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์หรือเปัาหมายของการปรับโครงสร้างทั้งภาคเกษตรและ อุตสาหกรรมไม่ใช่ตัวเลขการส่งออก และไม่ใช่เน้นที่จะพยายามส่งออกตามความต้องการ ของตลาด พยายามจะผลิตสินค้าตามความต้องการของตลาด การผลิตสินค้าตาม ความต้องการของตลาดนั้นอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ประเทศที่พัฒนาแล้ว ทั่วโลกต้องการสินค้าวัตถุดิบราคาถูก ๆ จากประเทศกําลังพัฒนา วัตถุดิบสินค้าที่ใช้ ทรัพยากรธรรมชาติราคาถูก ๆ แล้วก็ต้องการขายสินค้าอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูง ๆ ในราคาแพง เพราะฉะนั้นถ้าเรามุ่งผลิตสิ่งที่เปึนสินค้าราคาถูก ๆ ที่เรียกว่าไพรมารี โพรดักท์ (Primary product) หรือสินค้าปฐมภูมิเราจะได้เงินเพียงนิดเดียวครับ ยกตัวอย่าง เครื่องจักร ชุดหนึ่งราคา ๑๐ ล้านบาท เปึนแร่เหล็กสักกี่พันบาทครับ เปึนแร่เหล็กไม่กี่พันบาทนะครับ ถ้าเรามุ่งที่จะส่งออกสินค้าที่อาศัยทรัพยากรธรรมชาติซึ่งมีจํากัด ประเทศไทยของเรานั้น ก็จะเดือดร้อนในอนาคต อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับ วันนี้มีการพูดกันมากว่าควรจะดู โลคัล คอนเทนท์ (Local content) ให้สูง ๆ ส่งออกโดยมีวัตถุดิบซึ่งใช้ทรัพยากรในประเทศ ไม่ใช่นําเข้าจากต่างประเทศ อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าประเทศญี่ปุ์นนั้นไม่มี ทรัพยากรธรรมชาติ ไม่มีแร่เหล็ก ไม่มีน้ํามัน ไม่มีถ่านหิน ไม่มีทองคํา ไม่มีทองแดง ไม่มียูเรเนียม ทุกอย่างนําเข้าทั้งหมด ประเทศญี่ปุ์นนั้นผลิตสินค้าขายไปทั่วโลกจากฝ้มือ และสติปัญญาของคนญี่ปุ์น ใช้ทรัพยากรบุคคลคือคนญี่ปุ์น ใช้ส่งออกฝ้มือแรงงาน และสติปัญญาของคนญี่ปุ์นซึ่งเปึนทรัพยากรที่ใช้ไม่มีวันหมด นอกจากไม่หมดแล้ว ยังดีขึ้นด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นการมุ่งที่จะส่งออกสินค้าวัตถุดิบราคาถูก ๆ ตาม ความต้องการของตลาดโลกนั้นไม่ใช่เปัาหมายของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ของประเทศไทยครับ เราควรจะมุ่งส่งออกสินค้าที่ผลิตจากสติปัญญาฝ้มือของคนไทย ควรจะสนับสนุนส่งเสริมการลงทุนในภาคการผลิตที่ใช้สติปัญญาและฝ้มือแรงงาน ของคนไทยมากกว่าภาคการผลิตที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งมีจํากัดและมีวันหมด เปัาหมายทางยุทธศาสตร์ของการเกษตรก็ดี อุตสาหกรรมก็ดี ควรจะเปึนเปัาหมาย อยู่ที่คน อยู่ที่คนไทย โดยเฉพาะผู้ผลิตให้อยู่ดีกินดีและมีความสุขซึ่งจะทําได้ก็ต่อเมื่อ มีกําไรเท่านั้น การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมที่มักจะพูดกันเสมอคือให้ภาคเอกชน ให้ภาคผู้ผลิตทั้งเกษตรทั้งอุตสาหกรรมพยายามลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพ แล้วก็พัฒนา ทักษะฝ้มือแรงงานที่ปรับใช้เครื่องจักร เครื่องกลและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งทั้งหมดที่เปึน นโยบายในลักษณะนี้ภาคเอกชนเขาทําอยู่แล้วไม่ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายหรือไม่มีนโยบาย เพราะว่าเราวันนี้เศรษฐกิจไทยนั้นอยู่ในเศรษฐกิจโลกที่ต้องแข่งขันกับทุกประเทศในโลก เพราะฉะนั้นภาคเอกชนต้องปรับปรุงด้วยเดิมพัน คือความอยู่รอดของธุรกิจของตัวเอง อยู่แล้ว รัฐบาลเองนั้นมีความเข้าใจในเรื่องนี้น้อยกว่าภาคเอกชนครับ แต่มีโครงสร้างทางเกษตรก็ดี อุตสาหกรรมก็ดี หลาย ๆ อย่างที่ภาคเอกชนไม่มีทางที่จะปรับ ให้ดีขึ้นด้วยตนเองได้ จําเปึนต้องพึ่งนโยบายของรัฐ เช่น โครงสร้างราคา ต้นทุนวัตถุดิบ ถ้าปล่อยให้มีการผูกขาดวัตถุดิบ มีการผูกขาดขึ้นราคามากเกินไป ไม่ว่าจะผลิตเพื่อขาย ในประเทศก็ดี หรือส่งออกก็ดี ก็จะทําไม่ได้ ไม่ว่าวัตถุดิบนั้นจะเปึนปุิยหรือจะเปึนวัตถุดิบ สําหรับสินค้าอุตสาหกรรมก็ดี ต้นทุนในเรื่องดอกเบี้ยซึ่งเปึนต้นทุนของการผลิต ทั้งภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมต้องยอมรับว่าเปึนต้นทุนที่ค่อนข้างสูงครับ ถ้าประเทศไทยเรามีโครงสร้างดอกเบี้ยสูงกว่าประเทศคู่แข่งหรือประเทศคู่ค้ามาก ๆ ผู้ผลิตไทยทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการทางภาคอุตสาหกรรมก็จะเสียเปรียบ ประเทศไทยเรามีอัตราส่วนต่างของดอกเบี้ย ส่วนต่างของดอกเบี้ยคือส่วนต่างระหว่าง ดอกเบี้ยเงินฝากกับดอกเบี้ยเงินกู้ค่อนข้างสูงมาก เพราะธุรกิจธนาคารของเราเปึน ระบบธุรกิจผูกขาด ไม่มีการแข่งขัน ดอกเบี้ยเงินฝากวันนี้ประมาณ ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ วันนี้คนที่จะกู้เงินจากธนาคารต้องกู้ในอัตรา ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ ๘ เปอร์เซ็นต์ ๙ เปอร์เซ็นต์ ยิ่งผู้ผลิตรายย่อยต้องกู้ในอัตราที่สูงมากถึง ๑๒ เปอร์เซ็นต์ก็มี ส่วนต่างตรงนี้ละครับ ที่เปึนภาระอย่างยิ่งที่รัฐต้องเข้ามาดูแล ประเทศต่าง ๆ เขาไม่อนุญาตให้ธนาคารชักส่วนต่าง สูงขนาดนี้ เพราะอันนี้เปึนการเพิ่มต้นทุนและเพิ่มภาระกับผู้ผลิตโดยไม่จําเปึนทําให้ประเทศ ของเรานั้นไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่น และสิ่งนี้เปึนสิ่งที่รัฐต้องทํา เอกชนผู้ผลิต ทําเองไม่ได้ ค่าเงินบาทก็เปึนอีกเรื่องหนึ่งที่รัฐต้องดูแล อย่างที่กราบเรียนนะครับ ถ้าค่าเงินบาทเราแข็งมากคนได้ประโยชน์คือคนรวยครับ ออกไปช้อปปุ่ง (Shopping) ต่างประเทศก็จะซื้อของได้ถูกหมด แต่คนจนนั้นรายได้จะลดลง เพราะฉะนั้นเปึนภารกิจ ที่รัฐต้องดูแลค่าเงินบาทในอัตราที่เหมาะสมคืออย่าให้แข็งค่าเกินกว่าประเทศคู่แข่ง และคู่ค้าในภูมิภาค อย่าทําเหมือนกับประเทศอาร์เจนตินาเมื่อ ๖–๗ ป้ ที่แล้ว ซึ่งเอา เงินเปโซไปผูกติดกับเงินดอลลาร์ ถึงขนาด ๑ เปโซ เท่ากับ ๑ ดอลลาร์ และตอนนั้น เงินดอลลาร์แข็ง ไม่ใช่เหมือนตอนนี้ ตอนนี้ผูกติดกับดอลลาร์ไม่เปึนไร แต่ว่าตอนนั้นไม่ได้ นอกนั้นก็คือค่าใช้จ่ายเรื่องค่าขนส่งค่าพลังงาน ซึ่งทั้งหมดนี้ถ้าจะปรับโครงสร้าง ถ้าจะช่วยให้ภาคการผลิตของประเทศไทย ให้คนไทยส่วนใหญ่มีรายได้ มีอนาคต รัฐบาลต้องดูแลตรงนี้รวมทั้งเรื่องของภาษีอากร การที่เก็บภาษีในอัตราสูงมาก ผู้ประกอบการ ที่เปึนผู้สุจริตเคารพกฎหมายบ้านเมืองก็จะเสียเปรียบผู้ประกอบการที่ทุจริต หลบเลี่ยง กฎหมาย ควรจะเก็บอัตราภาษีที่ต่ําแต่เก็บให้ทั่วถึงมากกว่าที่จะเก็บอัตราสูง ๆ แล้วก็ เก็บให้ทั่วถึงไม่ได้ มีค่าใช้จ่าย ๒ อย่างที่ไม่ควรจะกําหนดให้ต่ําในการผลิตทั้งภาคเกษตร และภาคอุตสาหกรรม ค่าใช้จ่าย ๒ อย่างคือค่าแรงกับค่าสิ่งแวดล้อม เพราะค่าแรงของ คนไทยนั้นคือเปัาหมายของการพัฒนา เราพัฒนาอุตสาหกรรม พัฒนาเกษตรก็เพื่อให้ ค่าแรงสูงขึ้น ค่าแรงคือการกินดีอยู่ดีของคนไทยไม่ควรจะกดให้ต่ํา และไม่ควรจะเอาแรงงานต่างชาติ เข้ามาทําหน้าที่แทน เพราะว่าเขายอมรับค่าแรงที่ผิดกฎหมายและต่ํา ๆ เข้ามา แรงงาน ต่างชาติควรจะสกัดไว้ที่ชายแดนด้วยการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ เอาโรงงานอุตสาหกรรม ไปใส่ตรงนั้น แล้วให้ค่าแรงลอยตัวอยู่ตรงนั้นไม่ควรจะให้เข้ามาถึงกรุงเทพมหานคร และเมืองใหญ่ ๆ แล้วแย่งงานของคนไทยซึ่งควรจะมีค่าแรงสูงกว่านี้ ค่าสิ่งแวดล้อม ก็เหมือนกัน เปึนค่าใช้จ่ายสําหรับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม แต่เปึนสิ่งจําเปึน เพราะว่าสิ่งแวดล้อมนั้นคือคุณภาพชีวิตของลูกไทยหลานไทยในอนาคต เราทําลาย สิ่งแวดล้อมแล้วถ้าจะกลับฟุ๋นฟูในอนาคตต้องใช้เงินมากกว่านี้เปึน ๑๐ เท่าครับ มันไม่คุ้มกัน เพราะฉะนั้นค่าใช้จ่ายทั้งหมดยกเว้นค่าแรงและค่าใช้จ่ายในเรื่องการทํา สิ่งแวดล้อมให้ดีเปึนหน้าที่ของรัฐที่จะจัดโครงสร้างให้ต่ําที่สุด เพื่อจะให้ภาคการผลิต ไม่ว่าจะเปึนภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมของไทย เราสามารถแข่งขันกับนานาประเทศ ในตลาดโลกได้ ขอกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า โดยเฉพาะภาคเกษตร ขอเวลาอีกสักนิดหนึ่ง เพราะว่าเศรษฐกิจเปึนเรื่องซับซ้อนแล้วก็ไม่สามารถที่จะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ได้ ขออนุญาตท่านประธานครับ โดยเฉพาะภาคเกษตรวันนี้การปลูกพืชเพื่อให้ได้ผลนั้น มีปัจจัยเดียวคือมีพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อม ถ้าเราพยายามจะปรับสิ่งแวดล้อม ให้เข้ากับพันธุ์พืชจะใช้เงินมาก จะทําให้ต้นทุนการผลิตสูงมาก เช่น พื้นที่ที่ไม่มีปุิย เราขนปุิยไปใส่ต้นทุนการผลิตก็จะสูงขึ้น เช่น ถ้าเราจะปลูกข้าวซึ่งต้องการที่ราบลุ่ม มีน้ําขัง แต่เราอยากจะไปปลูกบนภูเขาเราสามารถฟันภูเขาเปึนขั้นบันไดแล้วสูบน้ําขึ้นไป ปลูกข้าวบนภูเขาได้ แต่แพงมากครับ การเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมให้เหมาะกับพันธุ์พืชจะทําให้ ต้นทุนเราสูง ในสภาพการแข่งขันปัจจุบันนี้คือการทําร้ายเกษตรกรของเรา เราจะต้อง พยายามปรับพันธุ์ให้เหมาะกับพื้นที่ แต่ละพื้นที่การเกษตรนั้นทั่วประเทศไม่มีที่ไหน เหมือนกันเลย ไม่ว่าจะเปึนคุณภาพของดิน น้ํา อุณหภูมิ ความสูง ต่ํา ลาด เอียง แม้กระทั่งในอําเภอเดียวกัน ตําบลเดียวกัน พื้นที่ก็ไม่เท่ากัน ถ้าเราสามารถปรับพันธุ์ ให้เหมาะสมกับพื้นที่ก็จะเปึนการปลูกที่ประหยัดและมีต้นทุนต่ํา และยังเปึนการที่ว่า ไม่มีใครเลียนแบบได้ เพราะไม่มีประเทศไหนสามารถจัดภูมิประเทศให้เหมือนกับ ภูมิประเทศในประเทศไทยได้ เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากจะเห็นเกษตรกรมีรายได้ดี มีอนาคต ต้องปรับพันธุ์ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมซึ่งเปึนของธรรมชาติของฟรีที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่ปรับ สิ่งแวดล้อมให้เข้ากับพันธุ์ พันธุ์นั้นเปึนการกําหนดมาของตลาดว่าต้องการพืชชนิดนั้น ชนิดนี้ แล้วเราก็มาฝ๋นธรรมชาติปรับปรุงสิ่งแวดล้อมให้เข้ากับพันธุ์พืชที่ตลาดต้องการ อันนี้คือการทําร้ายเกษตรกรของเราทางอ้อม การปรับพันธุ์พืชนั้นเปึนหน้าที่ของรัฐบาล ไม่ใช่หน้าที่ของภาคเอกชน ปรับปรุงพัฒนาพันธุ์ซึ่งจะเพิ่มผลผลิตได้เปึนเท่าตัวในพื้นที่ ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ไม่ควรให้เอกชนเปึนคนรับหน้าที่นี้เพราะเอกชนนั้นไม่สามารถลงทุน พัฒนาพันธุ์แล้วให้เกษตรกรไปปลูกแล้วนําไปปลูกซ้ําอีกเพราะว่าจะขาดทุน เอกชน ก็จะต้องทําไฮบริด (Hybrid) หรือทําเมล็ดพันธุ์ที่เรียกว่า เทอร์มิเนเตอร์ ยีน (Terminator gene) มียีนที่เปึนหมันให้เกษตรกรปลูกครั้งเดียวแล้วก็ปลูกต่อไม่ได้ต้องซื้อเขาเปึนทาสเขาตลอด เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เปึนสิ่งจําเปึนถ้าอยากจะเพิ่มรายได้ให้กับคนไทย ถ้ายึดเอาเศรษฐกิจพอเพียงที่เอาคนไทยเปึนศูนย์กลางของการพัฒนา โดยเฉพาะ คนยากจนอยู่ในภาคเกษตรและภาคประกอบการเล็ก ๆ ทั้งหลายเปึนศูนย์กลางนั้น รัฐบาลต้องดูแลสนับสนุนเงินทุนในการวิจัยของภาครัฐในเรื่องพันธุ์พืชแล้วแจกจ่าย กับประชาชน ขอกราบขอบพระคุณอย่างยิ่งกับท่านประธานที่ให้โอกาสผม ขอบพระคุณ อีกครั้งครับ
ท่านสมาชิกครับ บางเรื่องเปึนเรื่องที่ เปึนเนื้อหาต่อเนื่องและเปึนประโยชน์ ถ้าหากผมจะจบให้ยุติการอภิปรายทันทีประโยชน์ ก็เสีย ผมก็เลยอะลุ้มอล่วย ผมอยากที่จะให้ทางผู้ประสานงานทั้ง ๓ ฝ์าย ถ้าเห็นว่าสมาชิก ท่านใดมีการอภิปรายที่คิดว่าเปึนประโยชน์ต่อบ้านเมืองแล้วไปได้ ถึงแม้ว่าเราไม่ได้เตี๊ยม กันมาก่อนว่าจะพูดคุยอะไรกันยาวแค่ไหน ท่านกรุณาส่งเวลาเพิ่มเติมมาให้ด้วยจะได้ ไม่ไปขัดจังหวะจะได้เดินต่อ แต่ว่าเราคุมตามกรอบเวลาที่เราตกลงกันไว้เพื่อจะได้เกิด ความคล่องตัว ขอบคุณครับ จากนี้ก็คงจะเปึนท่านสาคร เกี่ยวข้อง จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่ง ๑๐ นาทีครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล เพื่อโปรดพิจารณาว่า ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่มีปัญหาเกือบทุกด้านในขณะนี้ การท่องเที่ยวของไทยยังเปึนแหล่งที่มาของรายได้ที่สําคัญทั้งในปัจจุบันและอนาคต จนจัดให้เปึนรายได้ลําดับต้น ๆ ป้หนึ่ง ๆ มีมูลค่าหลายแสนล้านบาท แต่เมื่อมาพิจารณาดู คําแถลงนโยบายของรัฐบาล ผมกลับรู้สึกว่ารัฐบาลยังให้ความสําคัญกับการท่องเที่ยว ของประเทศน้อยมาก คือมีนโยบายเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเพียง ๑๐ กว่าบรรทัด และไม่ได้ ครอบคลุมถึงสภาพปัญหาทั้งหมด ทั้งในด้านการส่งเสริมพัฒนา การแก้ไขปัญหาอุปสรรค และไม่ได้แสดงถึงความตั้งใจ เอาใจใส่ต่อการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง ท่านประธานครับ ประเทศไทยเปึนประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่เปึนปัจจัยสําคัญต่อการท่องเที่ยว หลายหลากมากมาย ไม่ว่าจะเปึนภูเขา ทะเล เกาะแก่ง ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมที่ดีงามอันเปึนที่น่าสนใจ แต่ขณะนี้ปรากฏว่าทรัพยากรที่มีค่าเหล่านี้กําลัง เสื่อมโทรม ขาดการเอาใจใส่ส่งเสริมพัฒนาอย่างจริงจัง หากท่านไม่รีบแก้ไข เปึนห่วงว่า วันข้างหน้าเราจะสูญเสียทรัพยากรและรายได้จํานวนมหาศาลนี้ ท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียนเสนอปัญหาสู่รัฐบาลเพื่อการแก้ไขอย่างรีบด่วน
๑. เรื่องหน่วยงานสนับสนุนและรับผิดชอบเกี่ยวกับการท่องเที่ยว วันนี้ การท่องเที่ยวของประเทศไทยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงอยู่ ๒ หน่วยงานคือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาซึ่งเปึนส่วนราชการ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งเปึนรัฐวิสาหกิจ แต่ขอบเขตอํานาจหน้าที่ของหน่วยงานทั้งสองยังไม่ได้มีการประสานกัน อย่างชัดเจนเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ปัญหาสําคัญที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการ มีการโยน ความรับผิดชอบเพราะต่างฝ์ายก็ต่างขัดสนด้วยงบประมาณและบุคลากรอย่างพอเพียง ผู้ประกอบการทั้งหลายก็ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครในการแก้ปัญหาอุปสรรค และปัญหา เหล่านี้ได้เกิดขึ้นและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่าเปึนห่วงทุกวัน
๒. ความร่วมมือการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบกับ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากการท่องเที่ยวของประเทศไทย สถานที่ท่องเที่ยว ของประเทศไทยเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติมาก อย่างเช่น ทะเล เกาะ แก่ง หาดทราย ภูเขา การพัฒนาและแก้ไขแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ต้องเกี่ยวข้องกับ หน่วยราชการหลายๆ หน่วยงาน เช่น หน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม หน่วยงานของกระทรวงมหาดไทย หน่วยงานของคณะกรรมการ สังกัดนายกรัฐมนตรีอีกหลาย ๆ คณะ ในแต่ละหน่วยงานต่างมีภารกิจเคร่งครัดและรับผิดชอบเฉพาะงานของตนเท่านั้น ต่างก็ หวงในหน้าที่และทรัพยากรของตนเอง ไม่มีการประสานความร่วมมือและการพัฒนา การท่องเที่ยวอย่างเปึนองค์รวม ขอยกตัวอย่างเช่น การสร้างท่าเรือเพื่อการสนับสนุน การท่องเที่ยว ต้องเกี่ยวข้องกับกรมขนส่งทางทะเล กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมอุทยานทางทะเล กรมโยธาธิการและผังเมือง หน่วยงานเหล่านี้ต่างระมัดระวังมุ่งเน้น เฉพาะส่วนงานที่ตนเองรับผิดชอบโดยตรงเท่านั้น ขาดความรู้สึกร่วมที่จะประสานงาน เพื่อการพัฒนาท่องเที่ยวอย่างจริงจัง การขออนุญาตหรือขอการสนับสนุนใด ๆ ขาดความกระตือรือร้นในการเร่งรัดพัฒนาในการร่วมกันพิจารณาและมักจะมีความเห็น ขัดแย้งกันเสมอ ทําให้เกิดความล่าช้าเปึนที่เบื่อหน่ายของผู้ประกอบการและผู้ที่จะ ทําการพัฒนาต่อไป ผมอยากเห็นรัฐบาลนี้มีนโยบายที่สนับสนุนให้มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน กําชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนของราชการ ให้ความร่วมมือรีบเร่งแก้ไขปัญหา การท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด โดยขอให้จัดคณะกรรมการสหบูรณาการเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อระดมทุกหน่วยราชการร่วมมือเปึนอันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยว ของประเทศไทยอย่างรีบด่วน ท่านประธานครับ ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดกระบี่ อันเปึนจังหวัดสําคัญสําหรับการท่องเที่ยวของภาคใต้จังหวัดหนึ่ง ซึ่งอุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติมากมายทั้งทางทะเลและทางบก เหมาะสมกับการท่องเที่ยว ในทุกฤดูกาล แต่การท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่กําลังเกิดปัญหาและอุปสรรคอย่างมากมาย ทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ เริ่มเสื่อมโทรม สิ่งแวดล้อมถูกทําลาย ขาดงบประมาณสนับสนุน ขาดการเอาใจใส่ดูแลอย่างจริงจังจากทางรัฐบาล ปัญหาความไม่สะดวกและเกิด ความเบื่อหน่ายของนักท่องเที่ยว ขอยกตัวอย่างเช่น ปัญหาเกี่ยวกับแพขนานยนต์ซึ่งข้ามไป เกาะลันตาอันเปึนสถานที่ท่องเที่ยวหลักของจังหวัดกระบี่ รถยนต์และนักท่องเที่ยว ที่จะข้ามแพลงไปสู่เกาะลันตาโดยนํานักท่องเที่ยวไปและกลับจากเกาะลันตา ต้องใช้เวลา ถึงประมาณ ๓–๔ ชั่วโมง จนปัจจุบันนี้เปึนเรื่องปกติธรรมดา บ่อยครั้งที่นักท่องเที่ยว ชาวต่างประเทศต้องตกเครื่องบินในการเดินทางกลับประเทศของตนเองเพราะติดแพข้ามเกาะ ทั้งผู้ประกอบการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยว ตลอดจนชาวจังหวัดกระบี่ ชาวอําเภอเกาะลันตา อยากเห็นทางรัฐบาลสั่งการให้ผู้เกี่ยวข้องรีบแก้ไขปัญหานี้โดยด่วนที่สุด
อีกประการหนึ่งที่ผมอยากฝากให้รัฐบาลก็คือ มีโครงการพัฒนาปัจจัยพื้นฐาน การท่องเที่ยวตามจังหวัดสําคัญ ๆ ของประเทศไทย อย่างเช่น ท่าเรือ ท่ารถ โรงพยาบาล และถนนหนทาง สําหรับในภาคใต้สิ่งที่น่าจะพิจารณาให้มีก็คืออยากได้ถนนที่มีคุณภาพสูง เชื่อมระหว่าง ๒ ฝัืงทะเล คือฝัืงทะเลอ่าวไทยและฝัืงทะเลอันดามัน ซึ่งทั้ง ๒ ฝัืงทะเลต่างก็ ประกอบด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญซึ่งจะนํามาซึ่งรายได้ของประเทศ อย่างเช่น เส้นทางเชื่อมระหว่างจังหวัดชุมพรกับจังหวัดระนอง เส้นทางเชื่อมระหว่างจังหวัดสงขลา กับจังหวัดสตูล เส้นทางเชื่อมระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราชกับจังหวัดกระบี่ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเส้นทางระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราชกับจังหวัดกระบี่นั้นปัจจุบันได้มี ถนนคุณภาพสูงเชื่อมต่ออยู่แล้ว คือถนนกระบี่–ขนอม หรือที่เรียกกันว่าถนนเซาท์เทิร์น ซีบอร์ด (Southern Seaboard) แต่ขาดการขนส่ง ขาดพาหนะคุณภาพสูงที่จะสนับสนุน การขนส่งติดต่อ ผมมีความเห็นว่าจากนโยบายรัฐบาลที่จะทําให้มีทางรถไฟเชื่อมถึงจังหวัดที่ยังไม่มี ทางรถไฟ น่าจะมีทางรถไฟเชื่อมต่อเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว เพราะแนวถนนกว้างขวาง และมีการเตรียมการเผื่อไว้ก่อนอยู่แล้วในรัฐบาลก่อนหน้านี้ ทั้งการรถไฟของประเทศไทย ก็ยังมีที่ดินที่เวนคืนเพื่อสร้างสถานีรถไฟแล้วก็รางรถไฟ หากได้รับการพัฒนาเช่นนี้แล้ว ฝัืงอ่าวไทยและฝัืงอันดามันจะเพิ่มศักยภาพถ่ายเทแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวกันได้ ทุกฤดูกาล ทําให้ทรัพยากรการท่องเที่ยวของฝัืงทะเล ๒ ฝัืงของภาคใต้ได้มีแหล่งท่องเที่ยว ที่หลากหลายยิ่งขึ้น อันก่อให้เกิดรายได้เข้าสู่ประเทศอย่างมหาศาล ท่านประธานครับ กระผมจะขออภิปรายในวันที่พิจารณางบประมาณต่อไป และจะขอยื่นญัตติหรือกระทู้ถาม ในปัญหาต่าง ๆ เพื่อให้ทางรัฐบาลทราบถึงปัญหาที่จะแก้ไขในการท่องเที่ยวต่อไป ขอขอบคุณท่านประธานมากครับ
ขอชมเชยนะครับ บริหารเวลาได้ดี ขอบคุณครับ ทางสภาขอต้อนรับนักศึกษาจากสถาบันราชภัฏลําปาง เมเจอร์ (Major) รัฐประศาสนศาสตร์ ซึ่งขณะนี้ท่านอิทธิรัตน์ให้การต้อนรับอยู่ ทางสภาขอต้อนรับด้วยนะครับ ต่อไปท่านพิกิฏ ศรีชนะ พรรคเพื่อแผ่นดิน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายพิกิฏ ศรีชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร เขต ๒ พรรคเพื่อแผ่นดิน ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ทุกท่านแทนพี่น้องชาวอีสานทุกคน ที่ท่านได้ร่างนโยบายออกมาแถลงต่อสภาในวันนี้ ซึ่งผมได้อ่านดูแล้วว่านโยบายที่ท่านร่างออกมาเปึนนโยบายที่ตอบสนองและตรงตาม ความต้องการของพี่น้องประชาชนคนส่วนมากของประเทศ โดยเฉพาะคนจนและในอีก ฐานะหนึ่งที่ผมเปึนสมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดิน ต้องกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี อีกครั้งที่ได้นํานโยบายส่วนหนึ่งของพรรคเพื่อแผ่นดินบรรจุเปึนนโยบายของรัฐบาล ไม่ว่าจะเปึนนโยบายโครงการชลประทานระบบท่อ เพื่อแก้ไขปัญหาความแห้งแล้งของ คนอีสาน การเปลี่ยนกองทุนหมู่บ้านเปึนธนาคารหมู่บ้าน โครงการหมู่บ้านเอสเอ็มแอล และอีกหลาย ๆ โครงการ ท่านประธานครับ วันนี้กระผมมีเรื่องที่จะอภิปรายสนับสนุน นโยบายของรัฐบาลอยู่ ๒ – ๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ เปึนนโยบายเร่งด่วนที่จะต้องดําเนินการภายในป้แรกของรัฐบาล โดยเฉพาะข้อที่ ๑.๕ เรื่องการเพิ่มศักยภาพของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองให้เปึน แหล่งเงินหมุนเวียนในการลงทุน และสร้างงาน สร้างอาชีพ การพัฒนากองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมืองที่มีการบริหารจัดการที่ดี ให้สามารถยกระดับเปึนธนาคารหมู่บ้าน และชุมชน ท่านประธานครับ ที่ผมบอกว่าผมดีใจในเรื่องนี้ ผมต้องกราบเรียนนะครับว่า คนอีสานเปึนคนจน นโยบายนี้เปึนการแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้สิน ความยากจนของคนอีสาน ซึ่งแต่ก่อนที่ผ่านมารัฐบาลก็มีนโยบายเรียกว่ากองทุนหมู่บ้านให้กับทุกหมู่บ้าน แต่ความต้องการของคนแต่ละหมู่บ้านยังไม่เพียงพอ เงินที่จะใช้ในการกู้ยืมเพื่อแก้ไข ปัญหาในครอบครัวไม่พอ หมู่บ้านละ ๑ ล้านบาท ไม่พอแน่นอน ซึ่งรัฐบาลนี้มีนโยบาย เร่งด่วนที่จะเพิ่มปรับปรุงงบประมาณในการอุดหนุนกองทุนหมู่บ้าน ผมอยากจะเสนอแนะอย่างนี้นะครับว่าการที่เราจะแก้ไขปัญหาความยากจนได้ต้องให้ เกษตรกรหรือประชาชนในพื้นที่เขามีเงินหมุนเวียนเพียงพอ แต่ปัจจุบันนี้เงินเหล่านี้ ไม่พอกู้ยืมก็ต้องไปกู้ยืมเงินนอกระบบ ซึ่ง ณ วันนี้ประชาชนคนจนตามชนบทยืมเงินอยู่ ๓ ทางครับ ทางที่ ๑ ยืมจากกองทุนหมู่บ้าน ทางที่ ๒ ยืมจาก ธ.ก.ส. และทางที่ ๓ ยืมจาก นายทุนนอกระบบ ดอกเบี้ยรายวัน ซึ่งปัจจุบันนี้กําลังระบาดหนักโดยเฉพาะแม่ค้าตลาด ต้องยืมดอกเบี้ยรายวันร้อยละ ๒๐ บาท แล้วก็ต้องจ่ายทุกวัน เปึนนายทุนจากต่างจังหวัด หลายจังหวัด แล้วถ้าไม่จ่ายก็ต้องโดนทําร้าย อันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมบ้านเมืองเรา ในปัจจุบัน ก็อยากฝากให้รัฐบาลช่วยแก้ไขในส่วนนี้ด้วยโดยการเพิ่มวงเงินสําหรับหมู่บ้าน ที่มีครัวเรือนไม่เกิน ๑๐๐ หลังคาเรือน น่าจะเพิ่มเปึน ๓ ล้านบาท หมู่บ้านไหนที่เกิน ๑๐๐ หลังคาเรือน แต่ไม่เกิน ๒๐๐ หลังคาเรือน น่าจะเพิ่มเปึน ๔ ล้านบาท ถ้าหมู่บ้านไหน ที่เกิน ๒๐๐ หลังคาเรือนขึ้นไปน่าจะเพิ่มเปึน ๔ ล้านบาท อันนี้ก็อยากกราบเรียน ท่านผู้บริหารประเทศต่อไปนะครับ
อีกส่วนหนึ่งที่อยากเสนอเกี่ยวกับโครงการนโยบายที่ ๒ เกี่ยวกับการสร้าง ระบบประกันความเสี่ยงให้กับเกษตรกร ในส่วนนี้เขียนง่ายแต่ทํายาก ผมต้องกราบเรียนว่า ปัจจุบันเกษตรกรชาวไร่ชาวนามักจะโดนหลอกลวงมาตลอดในเรื่องการส่งเสริมการทํา การเกษตร ไม่ว่าจะเปึนเรื่องยางพารา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องมัน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องอ้อยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมยังชอบที่ท่านรัฐมนตรีหลายท่านมีโครงการที่จะส่งเสริมให้ปลูกมัน ซึ่งใช้ระยะเวลาอันสั้น แล้วปลูกยูคาลิปตัส ซึ่งจริง ๆ แล้วคนอีสานบางทีการปลูกพืช ที่มันเปึนประโยชน์และขายได้ในระยะเวลาอันสั้นก็จะช่วยแก้ไขปัญหาในส่วนนี้ได้นะครับ ขออย่างเดียวว่าให้รัฐบาลศึกษาแล้วก็ประกันในเรื่องของราคาไม่ให้ราคาของพี่น้อง เกษตรกรตกต่ําก็จะแก้ไขปัญหาเรื่องความยากจนในส่วนหนึ่งได้ ซึ่งก็จะเชื่อมโยงกับ โครงการชลประทานระบบท่อที่รัฐบาลต้องการที่จะสนับสนุนเปึนโครงการนโยบายหลัก ของรัฐบาลในส่วนนี้ด้วยนะครับ
ท่านประธานครับ นโยบายอีกนโยบายหนึ่งเกี่ยวกับการพัฒนาสุขภาพ ของประชาชน ซึ่งข้อ ๒.๓ เพิ่มคุณภาพของการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และให้ประชาชนเข้าถึงการบริการอย่างไม่เปึนอุปสรรค ซึ่งในส่วนนี้ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่ากลุ่ม อสม. ซึ่งเปึนกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังของหน่วยงานสาธารณสุข ที่ทํางานแทนตลอดก็อยากให้ท่านรัฐบาลช่วยดูแลด้วยนะครับ อย่างน้อย ๆ น่าจะมี สวัสดิการส่วนหนึ่งเปึนการดูแล อสม. หรือไม่ก็จะเปึนค่าตอบแทนเปึนรายเดือนเพื่อให้ เขามีขวัญกําลังใจในการทํางาน เพราะว่า อสม. ทั่วประเทศประมาณ ๘ แสนคน เขาไม่มีหลักประกันอะไรเลยในชีวิต ถ้าเปึนไปได้นี่ถ้าจะออกเปึนพระราชบัญญัติ เพื่อรับรองในส่วนนี้ก็จะเปึนประโยชน์สูงสุดครับท่านประธานครับ ขอกราบขอบคุณครับ
บริหารเวลาตรงเป็ะครับ ขอบคุณครับ เมื่อกี้ผมขอแก้ไขที่เรียกสถาบันราชภัฏ ขออภัยด้วยนะครับ มหาวิทยาลัย ราชภัฏจากลําปางครับ จากนี้ก็คงเปึนท่านอาจารย์พิชัย วาศนาส่ง จาก สนช. ครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายพิชัย วาศนาส่ง สมาชิกสภานิติบัญญัติ ทําหน้าที่เปึนสมาชิกวุฒิสภา ในขณะนี้ อันที่จริงแล้วกระผมพิจารณานโยบายของรัฐบาลที่เสนอมานั้นมีเรื่องที่น่าสนใจ แล้วก็อยู่ในการพิจารณาของสภานิติบัญญัติด้วยความห่วงใย แต่ขณะที่กระผมเองก็เปึนประธานของคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ เรื่องที่เราห่วงใย แล้วก็ไปปรากฏอยู่ในนี้ด้วยโดยไม่ทันจะรู้กัน แต่เปึนเรื่องที่น่ายินดี นั่นก็คือเรื่องภาวะ โลกร้อน เรื่องภาวะโลกร้อนมันเกิดมาเปึนที่รู้กันประมาณ ๕ ป้มาแล้ว เมื่อเกิดภาวะ ที่เรียกว่าเอลนินโญ (EI-Ninyo) หรือลานินญา (La-Ninya) เกิดพายุในมหาสมุทรแอตแลนติก ตอนใต้บ่อยครั้ง ก็เริ่มสงสัยกันว่าทําไมอากาศในระยะนั้นมันถึงเกิดความแปรปรวนกันขึ้น ก็เลยมาค้นคว้ากันในเรื่องนี้ และต่อมาก็พบว่าย้อนหลังไปอุณหภูมิของโลกมันเริ่มจะร้อน ขึ้นตามลําดับ แล้วก็พิจารณาได้ว่าทุก ๆ ๑๐ ป้อุณหภูมิจะขึ้นประมาณครึ่งองศาเซลเซียส ผมสนใจเรื่องนี้และก็ได้เคยเอาเรื่องนี้มารายงานไว้ในวิทยุที่ผมทํารายการอยู่ ก็รู้สึกว่า จะไม่ค่อยมีใครสนใจกันนักแต่ว่าผมต้องติดตามเรื่องนี้มาและมองเห็นไปข้างหน้าว่า หากไม่มีการดูแลแก้ไขกันก่อนหรือปัองกันกันก่อนแล้วความเดือดร้อนจะเกิดขึ้น อย่างมหาศาลเลยทีเดียว เราพูดว่าโลกร้อน เดือดร้อนมันเดือดร้อนแน่ ๆ ละ เพราะว่า น้ําทะเลมันจะสูงขึ้นตามชายฝัืง เกาะบางเกาะในมหาสมุทรอินเดีย เช่น มัลดีฟส์ น่าจะจมลงไปใต้น้ําเลยทีเดียว หรือว่าเกาะแถววานูอาตูทางมหาสมุทรแปซิฟ่กตอนใต้ ก็จะจมน้ํา และต่อมาประจักษ์พยานก็เห็นชัดเจนว่าเมื่อโลกร้อนขึ้นและถูกอบในภาวะ เรือนกระจกด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ที่ไปรวมตัวกันอยู่นับเปึนหลายสิบล้านตันห่อโลก ทั้งโลกเอาไว้ แสงสว่างผ่านได้แต่คาร์บอนไดออกไซด์หรือมีเทน (Methane) ที่ขึ้นไป เกาะรวมกันอยู่นั้นถูกดึงดูดด้วยแรงดึงดูดของโลก มันไม่กระจายออกไปในอวกาศ มันไม่กระจายก็เพราะว่ามันถูกแรงดึงดูดของโลกดึงเอาไว้เพราะมันมีมวลสารที่ถูกดึงได้ ด้วยเหตุนี้เองที่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันทําให้เกิดการอบโลก แสงผ่านได้แต่ความร้อน มันกระจายออกไปในอวกาศไม่ได้ ด้วยเหตุนี้เองที่ผมนําเอาเรื่องนี้มาเสนอต่อสภานิติบัญญัติ เมื่อผมยังทํางานอยู่ที่นั้นก็ปรากฏว่ามีผู้สนใจกันอยู่มากเลยทีเดียวและเริ่มมีการตื่นตัวกับ เรื่องภาวะโลกร้อนยิ่งขึ้น ผมอยากจะกราบเรียนต่อไปอีกนะครับว่าภาวะโลกร้อน มันทําให้เกิดความเดือดร้อนเห็น ๆ กันอยู่ในขณะนี้ เกิดพายุทอร์นาโด หรือเกิดพายุสลาตันขึ้น ในสหรัฐอเมริกา ในแถบคาริบเบียน และพัดเข้าฝัืงทางด้านหลุยเซียนา เมืองนิวออลีนส์ จมน้ําไปเลยทีเดียวละครับ ต่อมาก็เกิดพายุหนุนเนื่องกันมาอีกบ่อยครั้งมากขึ้น ซึ่งอันนี้ เปึนเรื่องที่น่าห่วงใยเหลือเกิน เพราะว่าอยู่ดี ๆ บ้านเมืองก็ถูกทําลายกันไป ต้องประกาศ ภาวะฉุกเฉิน ต้องให้คนเข้าไปช่วย ผู้คนก็ตายไปหลายคน นี่ก็เปึนเรื่องที่ยังช้า ๆ กันอยู่ ทั่วโลกจะไม่มีใครห่วงใยกัน แต่บรรดาการประชุมที่เกิดขึ้นที่เกียวโต แล้วก็มีพิธีสารเกียวโตขึ้น ยืนยันว่าคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้นจากการที่เราตั้งโรงงานอุตสาหกรรมและเผาถ่านหิน ที่เรียกกันว่าฟอสซิล (Fossil) ซีเรียล (Serial) ก็ปรากฏว่าควันของถ่านหินนี่แหละ มีคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นไปรวมอยู่ที่โน่นเยอะแยะเลย โรงงานอุตสาหกรรมยิ่งมากขึ้น เท่าไร ในสหรัฐอเมริกา ในออสเตรเลีย หรือในสาธารณรัฐประชาชนจีนนี่ยิ่งมากที่สุด เพราะจีนมีถ่านหินมาก โรงไฟฟัาใช้ถ่านหินกันเกือบจะทั้งนั้น อันนี้ละครับที่ปรากฏว่า คาร์บอนไดออกไซด์มันเพิ่ม ก็วิงวอนที่จะให้มีการระงับหรือไม่ ก็ลดการใช้พวกฟอสซิล ซีเรียล และต่อมาก็ยังมีการประกาศว่ารถยนต์ที่วิ่งกันอยู่ในโลกเปึนจํานวนหลายสิบ หลายร้อยล้านคันนี่ละครับเปึนตัวปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศอยู่มาก สรุปได้ความว่ามนุษย์เปึนคนทําให้เกิดเหตุเหล่านี้ขึ้น จึงมีความพยายามจะลดการที่จะให้มี ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มมากขึ้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งไฟไหม้ป์านี่ก็เปึนเหตุ หรือการตัดไม้ทําลายป์ามันทําให้คาร์บอนไดออกไซด์ที่เคยเปึนอาหารของใบพืชมันไม่มี อะไรจะดูดซึมไปมากเท่าที่เคยเปึนมาจากการสมดุลของอากาศในโลกนี้ ก็ปรากฏว่า เมื่อต้นไม้ถูกตัดไปไม่มีอะไรจะดูดคาร์บอนไดออกไซด์ ไม่มีใครจะเพิ่มออกซิเจนให้ ในทางกลับกันทําให้เปึนปัญหาว่าเรื่องการที่โค่นพื้นที่ป์าไม้เพื่อจะเอาพื้นที่มาทํางาน ด้านเกษตรเพื่อจะหาพลังงานทดแทน ปลูกพืช เช่น อ้อยก็ตาม ถั่วเหลืองก็ตาม มันล้วนแต่ โค่นไม้ในป์าและก็เอาที่ราบมาทําทั้งนั้น อันตรายเกิดขึ้นในหลายอย่างหลายประการ เหลือเกิน ที่ทางฝ์ายรัฐบาลกําหนดนโยบายแล้วก็เขียนเอาไว้ อันแรกก็คือในหน้า ๗ ข้อ ๑.๑๙ นั่นชัดเจน ผมจะไม่พูดในรายละเอียดเพราะทุกคนคงจะได้อ่านได้รู้กันแล้ว และต่อมาในหน้า ๑๙ ก็ยังมีข้อ ๔.๔ อีกอันหนึ่งที่ไม่ได้พูดถึงเรื่องโลกร้อนหรอก แต่พูดถึง ภัยที่จะเกิดจากธรรมชาติซึ่งก็หมายถึงโลกร้อนนั่นเอง ผมอยากจะเล่าสถานการณ์ที่มัน เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ก่อนหน้าที่จะถึงวันตรุษจีนประมาณสัก ๗ วัน สิ่งที่ไม่เคยเกิดมาเลย ก็เกิดขึ้น นั่นก็คือมีหิมะและฝนตกเปึนน้ําแข็งในสาธารณรัฐประชาชนจีนทางภาคใต้ หรือตะวันออกเฉียงใต้ ถนนเปึนน้ําแข็งไปหมด หิมะตกปกคลุมทางรถไฟ ไม่สามารถ จะเดินทางขนเอาถ่านหินมาให้กับโรงงานผลิตกระแสไฟฟัา ในตอนนั้นสาธารณรัฐ ประชาชนจีนอยากจะส่งผู้คนที่เข้ามาทํางานอยู่ในเมืองหลวงหรือเมืองใหญ่ ๆ ไม่ว่า จะเปึนที่เซียงไฮ้ เสิ่นเจิ้น หรือปักกิ่ง นานกิง คนที่มาจากต่างจังหวัดและเข้ามาทํางาน หาประโยชน์ในเมืองหลวงหรือเมืองใหม่ในสาธารณรัฐประชาชนจีนต่างคนต่างก็มีรายได้ กันดีมีบ้านช่องอยู่ มีรถยนต์ขับขี่กัน แต่ประชาชนในชนบทที่ยังยากจนห่างไกลกันมาก ก็ปรากฏว่ารัฐบาลจีนมีความคิดขึ้นมาว่าจะใช้ประโยชน์ที่บรรพบุรุษเมื่อ ๓,๐๐๐ ป้ ได้ทํามาแล้วนั่นก็คือขงจื๊อบอกว่า เมื่อถึงตรุษจีนก่อนหน้านั้นคือเขาเรียกสปริง (Spring) ฤดูสปริงกําลังจะมานั้น ให้ลูกหลานทั้งหลายที่เข้ามาทํางานในเมืองใหญ่แล้วมีเงิน มีทอง มีความสําเร็จ หรือว่าใครก็ตาม ถึงจะไม่มีความสําเร็จก็ให้เดินทางกลับไปยังบ้านเดิม เพื่อไปไหว้บรรพบุรุษ แล้วก็จะไปไหว้เทวดาอารักษ์อะไรที่นับถือกันในครอบครัวในถิ่นนั้น ก็ได้ทํากันมาอย่างนั้นในสมัยโบราณ แล้วตอนคอมมิวนิสต์เข้ามาปกครองเรื่องนี้ก็เลิกกันไป ประธานาธิบดีหู จิ่นเทา เห็นเรื่องนี้เปึนเรื่องที่จะมีประโยชน์ให้เอาความเก่ามาใช้ แล้วเดี๋ยวนี้ก็ไม่ต้องไปเชื่อฟังอะไรกันอีกแล้ว คือเชื่อถึงความเปึนจริง จึงได้ทําการ ให้ความสะดวกต่อคนที่จะออกไปยังชนบท ออกไปยังบ้านเดิม รถไฟเพิ่มขบวนขึ้น สนามบินมีเที่ยวบินเพิ่มขึ้นเพื่อจะขนคน ๓ ป้ที่แล้วขนออกไปได้ ๓ ล้านคน นั่นก็คือ เพื่อที่จะเอาคนเหล่านั้นออกไปเพื่อที่จะได้นําเอาความสําเร็จในตัวนี่ไปให้บิดามารดา หรือลูกหลานทั้งหลาย การเอาของขวัญไปให้ปู์ย่าตายายแล้วก็เอาอั่งเปาหรือว่าซองแดง ไปให้ลูกหลานทั้งหลายเปึนการกระจายรายได้ที่ได้ผลมากที่สุด เพราะฉะนั้นของเรา ก็ทํากันอยู่เวลาวันตรุษ เช่น สงกรานต์หรืออะไรต่าง ๆ แต่ความมุ่งหมายก็คงจะเปึน คนละอย่างจะออกไปทางบันเทิง แต่นี่เปึนการนํารายได้ไปกระจาย ทีนี้เมื่อก่อนวันป้ใหม่ สัก ๗ วันในป้นี้ ในปลาย ๆ เดือนมกราคมต่อเดือนกุมภาพันธ์ปรากฏว่าหิมะตกในแถบ ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีนฝนตกหนักมาก เมื่อฝนตกลงมาแล้ว ลมเย็นจัดทําให้น้ําแข็งฉาบลงไปบนผิวถนนรถยนต์วิ่งไม่ได้เลย รถไฟก็วิ่งไม่ได้ คนที่จะขน ออกไปในตอนตรุษจีนทําอะไรไม่ได้เลย แต่นั่นแหละเขาได้ใช้ความพยายามและเปึนที่ รู้กันว่ามันมาจากภาวะโลกร้อนที่อากาศแปรปรวน เมืองหรือจังหวัดหรือมณฑลที่ไม่เคยมี หิมะตกมาเปึนเวลา ๕๓ ป้ กลับมีตกขึ้น ก็เอาง่าย ๆ นะครับ ก่อนหน้านั้นหิมะไปตกที่โอมานใครก็รู้ว่าโอมานอยู่ในเขตที่ร้อนจัด ของแถบอ่าวเปอร์เชียก็มีหิมะตก แล้วเกิดเหตุขึ้นเมื่อเช้าวันนี้ได้ฟังข่าวที่ผมติดตามอยู่ ก็ปรากฏว่าที่ประเทศกรีซกับประเทศตุรกีหิมะตกอีกเหมือนกัน ความพยายามที่จะต้อง ให้มีถ่านหินใช้ด้วยการจะต้องเป่ดทางให้รถไฟวิ่งได้มันทําไม่ได้ ก็เพราะว่าโรงงานถ่านหิน ส่งทางรถไฟไปให้กับโรงงานไม่ได้ ส่งตัวถ่านหินไปให้ยังโรงไฟฟัาไม่ได้ ถ้าไม่มีไฟฟัา รถไฟที่ทั้งหมดเปึนไฟฟัาแล้วมันก็เดินไม่ได้ มันเปึนการเสียหายที่สะท้อนต่อไปอีก อย่างกว้างใหญ่ไพศาลเหลือเกิน นั่นละครับทําให้เครื่องบินบินขึ้นจากสนามบินไม่ได้ รถไฟ รถยนต์ที่จะออกไปชนบทก็ไปไม่ได้ ต้องระดมกําลัง เสียเงินเสียทองไปนับเปึน พันๆ ล้านหยวนถึงได้แก้ปัญหาได้ก่อนที่จะเกิดเหตุ นี่ผมยกตัวอย่างให้เห็นเพียงอันเดียว เท่านั้นที่เกิดเหตุร้ายแรงขึ้นในขณะที่เกิดความเปลี่ยนแปลงของโลกทางอุณหภูมิ และถ้าจะมองลึกลงไปอีก มีพืชอีกหลายชนิดสูญพันธุ์ไปเพราะว่าอาการร้อนของโลก ยกตัวอย่างเช่น ที่เห็นชัด ๆ ก็คือปะการังในแถบเกรท แบร์ริเออร์ รีฟ (Great barrier reef) ซึ่งเปึนแถบปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีปะการังหลายสิบชนิดที่สูญพันธุ์ไปแล้ว เพราะอาการที่น้ํามันร้อนขึ้นนั่นเอง เรื่องนี้เราจะพยากรณ์ไม่ได้ว่าเมื่อไรน้ํามันจะมาท่วม ที่เมืองไทย แต่เขาก็ประมาณเอาว่าอย่างน้อยอีก ๑๐ ป้ข้างหน้า เพราะฉะนั้น ๑๐ ป้ ข้างหน้าจึงจะเห็นว่ามันก็เปึนอีกนาน แต่การเตรียมการในการที่จะปัองกันเรื่องนี้ไม่ใช่ เรื่องที่จะทํากันง่าย ๆ จะต้องมีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ในเรื่องนี้เตรียมการที่จะ รับมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนของเราซึ่งอยู่ชายฝัืง หากินทางการประมงชายฝัืง ซึ่งขณะนี้ก็ลําบากยากแค้นเพราะว่าป์าแสมโกงกางริมชายฝัืงถูกโค่น ถูกทําลายไป ถึงแม้ว่าขณะนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ขออนุญาตเอ่ยพระนามของท่าน ท่านทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ช่วยกันออกไปปลูกป์าชายเลนเพื่อให้มันเกิดสภาพ ของนิเวศที่ดีขึ้นเหมือนอย่างเดิมเปึนการสร้างสมดุล นี่เปึนเรื่องที่น่าห่วงใยสําหรับ บ้านเราว่าชาวประมงจะต้องร่นขึ้นไปอยู่แผ่นดินบนบก ใครจะเปึนคนเตรียมการในเรื่องนี้ แล้วเมื่อขึ้นไปแล้วจะหาอาชีพอะไรให้คนเหล่านั้นทํากันต่อไปเพื่อให้มีรายได้ เพราะการประมงชายฝัืงมันจะเปึนการยุ่งยากที่จะทําไม่ได้ต่อไปอีกนาน แล้วไม่รู้เมื่อใด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่รัฐบาลทําแล้วปรากฏอยู่ทั้งในหน้า ๗ และหน้า ๑๙ คือข้อ ๑.๑๙ กับข้อ ๔.๔ แต่ว่าทั้ง ๒ จุดที่เน้นเอาไว้นี่นะครับ ถ้าหากว่า จะได้เอางานต่าง ๆ เหล่านี้และหน่วยงานทุกอันที่จะมาพร้อมกันที่จะทํางานเพื่อเตรียมการ ในการที่จะปัองกัน ผมจะยกตัวอย่างว่าการปัองกันอย่างที่จีนเขาทํานี่เขาทํากันอย่าง เต็มที่เลยทีเดียวขณะนี้ แม้กระทั่งทหารก็ต้องเอารถถังที่มีตีนตะขาบออกมากระแทก แผ่นน้ําแข็งที่อยู่บนถนนให้แตกเขาถึงจะกวาดได้ ไม่อย่างนั้นมันก็ลื่นไปอย่างนั้นนะครับ, นี่เปึนเรื่องหนึ่งที่ได้พิจารณาวิเคราะห์กันในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ และมีการสัมมนาโดยมีคณะกรรมาธิการคณะอื่น ๆ เช่น คณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วม หรือสิ่งแวดล้อมก็ได้เข้ามาร่วมกันหารือกันในเรื่องนี้แล้วทํารายงาน ซึ่งก็คงจะได้มี การแจกให้ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายได้ทราบกันภายหลัง นั่นเปึนเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนไว้ว่าเปึนเรื่องสําคัญมากสําหรับนโยบาย ซึ่งรัฐควรจะเอาที่เขียนเอาไว้นั้น มาทําเปึนรูปธรรมให้ได้รอบคอบมากที่สุดและกว้างขวางครอบคลุม นึกถึงหัวอกของคน ทุก ๆ คน เพราะเดี๋ยวนี้อยากจะกราบเรียนว่าคนพวกหนึ่งที่มีฐานะดีแทนที่เขาจะอยู่เฉย ๆ เขาไปซื้อที่แถวเชียงราย แถวปากช่อง อะไรอย่างนี้นะครับ เวลานี้ที่ขึ้นราคาเยอะเลย ทีเดียว เพราะเขารู้และเขาเชื่อว่าถ้ามันท่วมมาถึงมันอาจจะถึงกรุงเทพฯ ถึงปทุมธานี หรืออาจจะเลยขึ้นไปกว่านั้นก็ได้ ใครที่จะมีเงินมีทองไปนี่ไปได้ แต่คนที่ยากจนจะอยู่อย่างไร การเตรียมการที่จะให้คนเหล่านี้มีน้ําจืดบริโภคจะทําอย่างไร การปัองกันโรคภัยไข้เจ็บ ที่เกิดขึ้นจากน้ําเสียที่คนถ่ายลงไปในน้ํา ทิ้งขยะลงไปในน้ํามันจะกระจายไปทั่วแผ่นดิน เพราะว่าน้ํามันเจิ่งไปหมดทุกหนทุกแห่ง เชื้อโรคก็ไปได้ทั้งนั้น แล้วนอกจากนั้นก็ยังมี สิ่งเสียหายที่จะเกิดขึ้นอย่างโบราณวัตถุสถานที่อาจจะต้องจมน้ําแล้วเสียคุณค่าไป นี่เปึนเรื่องที่น่าห่วงใยมากที่สุด ซึ่งถ้าหากว่าในรัฐบาลที่กําลังจะบริหารประเทศต่อไปนี้ หันมาสนใจในเรื่องนี้แล้วทําให้ประชาชนทั่วไปมีความเข้าใจ แล้วก็มีความร่วมมือ ระหว่างกันในการที่จะตั้งเปึนกองอาสาสมัครหรืออะไรก็ตามแต่ เพื่อเตรียมการว่า หากน้ําท่วมขึ้นมาตรงไหน ที่ไหนจะเกิดความเดือดร้อน เตรียมการเอาไว้ก่อนเฉพาะจุดนั้น ถ้ามันท่วมมากขึ้นอีก แล้วเหตุน้ําท่วมนี้ต้องพูดได้ว่ามันเกิดแน่ ๆ ก็เพราะว่าน้ําแข็ง ที่ขั้วโลกเหนือละลาย เมื่อเช้านี้ก็ได้ดูภาพยนตร์ที่ฝรั่งเศสเขาไปสํารวจมาเห็นเลยว่า ถล่มลงมาเปึนกระบิ ๆ จากขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ก็เปึนอย่างเดียวกัน นี่เปึนเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วเมื่อน้ําเพิ่มขึ้นน้ําทะเลมันก็จะถูกวิจลด้วยก้อนน้ําแข็งที่ถล่มลงไปแล้วก็ละลาย กลายเปึนน้ํา มันเพิ่มปริมาณของน้ําในทะเลให้สูงขึ้น แล้วน้ําในทะเลที่สูงขึ้นนั่น ปริมาณน้ํามากความร้อนมันไปอบให้เกิดไอน้ําแล้วเกิดเมฆมีมากขึ้นบนฟัา เรื่องเหล่านี้ ก็คงจะมีรายละเอียดอีกมากเหลือเกินถ้าหากจะดูในแฟัมที่ผมได้เก็บเอกสารต่าง ๆ เอาไว้ ก็คงจะเห็นได้นะครับ เพราะฉะนั้นจึงขอสนับสนุนในเรื่องนี้ แต่ขอให้มีการจัดองค์กร ที่จะรับผิดชอบโดยตรงในเรื่องภาวะโลกร้อนแล้วก็ทําการประสานงานกับองค์กรระหว่าง ประเทศที่มีการประชุมกันอยู่เปึนประจํา ไม่เบลเยียมบ้าง ก็ไปที่สหรัฐอเมริกาบ้าง ที่ปักกิ่งบ้าง ที่เกียวโตบ้าง นี่เปึนเรื่องที่สําคัญและน่าที่จะตระหนักว่าเราจะห่วงเรื่อง เศรษฐกิจอะไรก็ตาม แต่เราต้องห่วงเรื่องความเปึนอยู่ของประชาชนและความเดือดร้อน ของประชาชนเปึนสําคัญด้วย นั่นเปึนเรื่องแรกที่ผมขอตั้งข้อสังเกตแล้วก็อยากจะเรียนว่า ท่านได้กําหนดเอาไว้แล้วในแผนงานที่มีอยู่เปึนนโยบายแล้ว แต่ความชัดเจนว่าจะมอง ไปถึงโลกร้อนลึกแค่ไหน ต้องเอาไปทําเปึนรูปธรรมให้มันเกิดขึ้นให้จงได้ อันนี้เปึนวอร์นนิง (Warning) หรือเปึนการเตือนอันหนึ่งที่อยากจะเรียน ในการอภิปรายต่อไปนี้ผมเชื่อว่า เพื่อนร่วมงานของผมในคณะกรรมาธิการการต่างประเทศจะช่วยพูดถึงเรื่องที่ผมเห็นว่า เปึนเรื่องที่ทางรัฐบาลได้กําหนดนโยบายไว้ดีมากก็คือ เรื่องการผูกมิตรกับเพื่อนบ้าน คณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสภานิติบัญญัติ ได้พิจารณาถึงเรื่องนี้โดยที่ไทย โดยทางภูมิรัฐประศาสนศาสตร์หรือจีโอโพลิติคส์ (Geopolitics) มันเปึนศูนย์กลางที่ทุกหน ทุกแห่งมารวมกันอยู่ถ้าจะเอากรุงเทพมหานครเปึนศูนย์ ๓ ชั่วโมงไปถึงฮ่องกง ๓ ชั่วโมง ลงไปถึงสิงคโปร์หรือถึงอินโดนีเซีย หรือว่าอีก ๔ ชั่วโมงจะไปถึงเดลลี ระยะบินจาก กรุงเทพมหานครออกไปมันสั้นเท่า ๆ กันหมดเลย แล้วรอบ ๆ นี้มีประชากรเบ็ดเสร็จ เกือบจะครึ่งหนึ่งของประชากรในโลกเสียด้วยซ้ําไป ภูมิอากาศก็เหมาะที่จะทําการ ขยายผลอะไรต่าง ๆ ได้ในทางผลิตภัณฑ์ทางเกษตร คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ก็ได้เสนอว่าน่าที่จะมีการพิจารณาด้วยการที่ให้ศูนย์การผลิตสินค้าเกษตรที่อยู่ใน ย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือแถบที่เราอยู่กันในปัจจุบันนี้ที่เรียกว่า สุวรรณภูมิ ไม่ว่า จะเปึนลาว เขมร พม่าแล้วก็กัมพูชา เวียดนาม ไทยควรจะได้ร่วมกันเปึนอันหนึ่งอันเดียว ที่จะคิดอะไรต่าง ๆ ไปพร้อม ๆ กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อธารน้ําแข็งจากภูเขาหิมาลัย ซึ่งเปึนต้นของแม่น้ําโขงกําลังละลายลงมาเรื่อย ๆ แล้วขณะนี้สาธารณรัฐประชาชนจีน ก็ทําเขื่อน ๒ เขื่อน เพื่อจะกันเอาน้ําจืดไว้ใช้ น้ําในแม่น้ําโขงมีแต่วันที่จะลดลงไป มีนโยบายบางอันที่น่าสนใจซึ่งก็ได้เคยพูดกันมาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว แล้วก็น่าที่จะให้ นักวิชาการดําเนินการต่อไป คือจะเอาน้ําจืดจากแม่น้ําโขงเอามาเก็บไว้ใช้เวลาแห้งแล้ง กันดารในประเทศไทยได้อย่างไร การที่จะเสริมเขื่อนปากมูลก็ตาม
กรุณาสรุปได้แล้วครับ
ครับ เพราะเห็นว่า อันนี้เปึนเรื่องที่น่าที่จะได้ดําเนินการต่อไปด้วยกับการที่ผูกมิตรกับเพื่อนบ้าน อีกเรื่องหนึ่ง ถ้าจะสรุปให้ลงเวลาก็อยากจะเรียนว่า สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติครั้งที่แล้วได้ใช้ ความพยายาม ซึ่งกระผมเองก็ได้ใช้ความพยายามนี้มาในขณะที่เปึนวุฒิสภาเมื่อสัก ๑๐ กว่าป้ก่อน ทํากันมาเปึนขั้นเปึนตอนหลายครั้งเหลือเกิน สร้างรัฐสภาให้กับสภา ซึ่งเปึนตัวแทนของประชาชนนี้ไม่สําเร็จมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งนี้ ได้ดําเนินการโดยมีท่านรองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คุณพจนีย์ ธนวรานิช กระผมเองก็เปึนรองประธานให้ท่านได้ช่วยกันดําเนินการ แล้วในที่สุดเราก็สามารถที่จะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรองประธานพจนีย์ท่านก็ได้เจรจากับทางกระทรวงกลาโหมจนได้ ที่ดินแน่ชัดแล้วไม่มีใครจะมาเบี่ยงเบนอะไรไปได้อีกแล้ว ที่อยู่ริมถนนติวานนท์ในจังหวัด นนทบุรี ซึ่งมีทางคมนาคมค่อนข้างสะดวกและอยู่ชิดกับแม่น้ําด้านหนึ่ง ถนนใหญ่ อีกด้านหนึ่ง อันนี้ก็ขอฝากไว้ด้วยนะครับ ถ้าหากว่ารัฐบาลจะดําเนินการต่อไปตามที่ได้ ดําเนินการจนกระทรวงกลาโหมได้ยอมให้ใช้ที่ดินแปลงนั้นเอามาเปึนประโยชน์ ในการสร้างรัฐสภา มีขนาดใหญ่และเหมาะสมไม่ตีบตันเหมือนที่นี่ และอยากจะเรียนว่า ภาพที่นี่ไม่ใช่ภาพดีที่ผมเห็นมาเปึนเวลา ๑๐ กว่าป้แล้ว คือผู้ที่เปึนผู้ช่วยยืนกันอยู่ ตามระเบียงหรือตามทางเดินของสภานี้แล้วก็ไม่มีที่นั่งที่ลุกเลย ไม่ได้มีการเตรียมการ ในเรื่องนี้ไว้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต่อไปจะต้องแก้ปัญหาให้หมด เพราะฉะนั้นก็เปึนเรื่องที่ ผมอยากจะสรุปไว้ นอกจากนั้นแล้วคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภานิติบัญญัติ แห่งชาตินี้ก็ขอเรียนว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ให้ทางคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ พิจารณาเรื่องการส่งตัวบุคคลไปเปึนเลขาธิการของอาเซียน ซึ่งคณะกรรมาธิการ การต่างประเทศก็เปึนผู้เสนอสมาชิกในคณะกรรมาธิการท่านหนึ่งคือ ท่านสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แล้วชื่อนี้ก็ได้รับเลือกเปึนเลขาธิการ ขององค์กรแล้ว ผมก็จะมีเรื่องกราบเรียนแต่เพียงเท่านี้ที่อยากจะให้ทางรัฐบาลได้ทราบ ความเคลื่อนไหวและสภาเปึนผู้รับรู้ เพื่อที่จะช่วยกันดําเนินการต่อไป ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ กับประชาชนและประเทศชาติของเราในวันข้างหน้าขอบพระคุณครับ
เชิญคุณเฉลิมลักษณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันได้อ่านนโยบายของรัฐบาลแล้ว เห็นว่ามีหลายประเด็นที่จะต้องอภิปราย แต่ด้วยเวลาที่จํากัด ดิฉันก็จะขอใช้เวลาของ สภาแห่งนี้อภิปรายเฉพาะประเด็นในเรื่องของการท่องเที่ยวค่ะ ท่านประธานคะ รัฐบาล ได้เขียนนโยบายการท่องเที่ยวไว้ ๒ ส่วนค่ะ
ส่วนแรก อยู่ในนโยบายเร่งด่วนที่จะต้องทําให้เสร็จภายใน ๑ ป้ รัฐบาล บอกไว้ว่าในป้ ๒๕๕๑ ถึงป้ ๒๕๕๒ จะทําให้เปึนป้แห่งการท่องเที่ยวไทย แล้วก็ได้เขียน นโยบายการท่องเที่ยวไว้ในส่วนของนโยบายเศรษฐกิจในภาคของการท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งเท่าที่อ่านดูก็เปึนการเขียนโดยภาพรวม ๆ อ่านแล้วก็ไม่เห็นว่ารัฐบาลจะทําอะไร เปึนรูปธรรมที่ชัดเจน ดิฉันจึงเห็นว่าการเขียนนโยบายอย่างนี้จะทําให้ภาคเอกชนแล้วก็ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็ภาครัฐส่วนอื่น ๆ ไม่สามารถที่จะช่วยกันพัฒนาการ ท่องเที่ยวไปในทิศทางเดียวกันได้ ที่ดิฉันต้องพูดถึงเอกชนแล้วก็องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น วันนี้เปึนที่ทราบกันว่าการท่องเที่ยวไม่อาจที่จะพัฒนาไปได้โดยกระทรวง การท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยเอกชนซึ่งเปึนผู้ประกอบธุรกิจด้านนี้โดยตรง และต้องอาศัยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เขาเปึนผู้ดูแลรักษาแหล่งท่องเที่ยวนั้น ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้านโยบายรัฐบาลไม่ชัดเจน การจะผลักดันการท่องเที่ยวให้เปึนไป ในทิศทางเดียวกันก็เปึนไปไม่ได้ อย่าว่าแต่หน่วยงานเอกชนหรือท้องถิ่นจะเดินไป ทางเดียวไม่ได้เลย ดิฉันติดตามข่าวค่ะ ท่านรัฐมนตรีเคยให้สัมภาษณ์ว่าป้ ๒๕๕๑ ป้ ๒๕๕๒ ท่านจะทําให้เปึนป้แห่งการท่องเที่ยวไทย แต่ผู้ว่า ททท. ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ เหมือนกันบอกว่าป้ ๒๕๕๑ ถึงป้ ๒๕๕๓ ท่านจะทําให้เปึนท่องเที่ยวอีสาน ททท. มีหน้าที่ ทําการตลาด แล้วก็ทําหน้าที่โปรโมท (Promote) ประชาสัมพันธ์ วันนี้ ททท. บอกจะทํา เฉพาะอีสาน แต่รัฐมนตรีบอกว่าจะทําทั้งประเทศ มันก็เลยไปคนละทิศละทาง ดิฉันไม่ใช้ เวลามากเพราะว่าเวลาจํากัด ดิฉันขอเสนอท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีเลย แล้วกันนะคะว่า ถ้าอยากให้ป้ ๒๕๕๑ ถึงป้ ๒๕๕๒ เปึนป้แห่งการท่องเที่ยวไทยอย่างที่ ท่านคาดหวังท่านจะต้องทําอะไรบ้าง ดิฉันคิดว่าวันนี้สิ่งแรกที่ท่านต้องทําก็คือทํานโยบาย เรื่องการท่องเที่ยวประเทศไทยทั้งประเทศให้ชัดเจน ให้เปึนไปในทิศทางเดียวกัน โดยเรื่องนี้ ต้องให้ความสําคัญกับคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติตามพระราชบัญญัติ นโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับใหม่ที่มีท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธานและมีรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้อง มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีภาคเอกชนเปึนคณะกรรมการตรงนั้นด้วย เพราะฉะนั้นข้อมูลเหล่านี้อยู่ในคณะกรรมการชุดนี้รู้หมดแล้ว ประกาศเสร็จก็ทํานโยบาย ทันทีนะคะ
ส่วนที่ ๒ ที่อยากจะเสนอแนะท่านก็คือถ้าต้องการให้ป้ ๒๕๕๑ เปึนป้ ท่องเที่ยวไทย นโยบายหนึ่งที่ท่านละเว้นไม่ได้ก็คือประกาศให้อันดามันเปึนวาระแห่งชาติ แห่งการท่องเที่ยวของประเทศไทย ดิฉันพูดอย่างนี้ไม่ใช่ว่าจะเปึนตัวแทนจากกลุ่มจังหวัด ภาคใต้กลุ่มอันดามันหรอกนะคะ แต่ว่าเราทราบกันดีจากสถิติว่ารายได้จากการท่องเที่ยว ของประเทศวันนี้ ๑ ใน ๓ ของรายได้มาจากกลุ่มอันดามัน เพราะฉะนั้นเลี่ยงไม่พ้นค่ะ ถ้าจะทําให้ประเทศไทยเปึนเมืองท่องเที่ยวแห่งชาติ เปึนการท่องเที่ยวแห่งชาติในป้หน้านั้น ต้องให้ความสําคัญกับกลุ่มอันดามัน ส่วนจะฟุ๋นฟู จะพัฒนากลุ่มอันดามันอย่างไร ดิฉันจะไม่พูดในรายละเอียด เพราะคิดว่าตรงนี้ก็คงจะต้องไปบรรจุอยู่ในแผนงบประมาณ ป้หน้า ซึ่งไม่กี่เดือนก็จะถึงแล้วนะคะ
ส่วนที่ ๓ นอกจากให้ความสําคัญกับกลุ่มอันดามันซึ่งเปึนแหล่งรายได้หลัก ของการท่องเที่ยวแล้วยังต้องให้ความสําคัญกับแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ วันนี้อย่างที่ทาง ททท. เขาบอกว่าจะให้ความสําคัญกับทางอีสานเปึนแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรม ประเพณี เราก็ระบุไปให้ชัดนะคะว่าจะให้ความสําคัญกับจังหวัดไหนก่อนหลัง เพื่อที่ทุกองคาพยพ ของการท่องเที่ยวก็จะได้ดําเนินไปในทิศทางเดียวกัน
ส่วนที่ ๔ ทางรัฐบาลจะต้องประกาศให้ชัดในนโยบายในส่วนอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวโดยตรง แต่เปึนการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางอ้อมว่าท่านจะลงทุน ในโครงการไหน ที่ไหน อย่างไร ดิฉันยกตัวอย่างนะคะว่า ทางภาคตะวันออกท่านจะผันน้ํา ดูแล้วจะเปึนนโยบายของรัฐบาลด้วย จะผันน้ําจากแม่น้ําโขงมาสู่ภาคตะวันออก เพื่อรองรับการท่องเที่ยวในฝัืงนั้นอย่างไร จะทําระบบท่อส่งน้ําจากเขื่อนเชี่ยวหลานไปที่ จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ไหม หรือว่าจะขยายสนามบินในแหล่งท่องเที่ยว หลัก ๆ ไม่ว่าจะเปึนจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดภูเก็ต อําเภอหาดใหญ่ กรุงเทพฯ เพื่อที่จะ รองรับนักท่องเที่ยวอย่างเพียงพออย่างไร ตรงนี้เปึนเรื่องนโยบายที่รัฐบาลต้องชัดเจน เพราะถ้าท่านทําสิ่งเหล่านี้ชัดก็จะทําให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวกับการท่องเที่ยวได้วางแผน การท่องเที่ยวของเขาได้ถูก ท่านประธานคะ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ดิฉันได้เสนอว่ารัฐบาล จะต้องทํา แต่ในขณะเดียวกันปัญหาของการท่องเที่ยวก็มี เพราะฉะนั้นเปึนเรื่องที่ ท่านก็จะต้องแก้ไขหลายเรื่อง แต่ดิฉันจะยกประเด็นที่ทําให้ลดความเชื่อมั่นทางการท่องเที่ยว ของเราลงไปในวันนี้ เรื่องแรกก็คือเรื่องโครงการบัตรอีลิท การ์ด (Elite card) หรือบัตรเทวดา ที่พวกเราเรียกกัน ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันทราบว่าโครงการนี้ไม่ได้เกิดในรัฐบาลนี้ เปึนโครงการที่เกิดตั้งแต่ในสมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณซึ่งท่านได้คิดแล้วก็ทําเลย ทันที โดยที่ไม่ได้มีการศึกษาความเปึนได้อย่างรอบคอบมันทําให้เกิดปัญหาในปัจจุบันนี้ ท่านประธานคะ โครงการนี้ทําให้รัฐต้องเสียงบประมาณในการลงทุนเบื้องต้นไปไม่ต่ํากว่า ๕๐๐ ล้านบาท แล้วยังต้องมีค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ ค่าทําการตลาด ค่าเงินเดือน ลูกจ้าง ข้าราชการที่ต้องเสียไป แต่ถามว่าผลที่ได้มาสําหรับโครงการนี้คืออะไรคะ วันนั้น รัฐบาลวางเปัาไว้ว่า ๔ ป้ จะต้องขายให้ได้ ๑ ล้านสมาชิก สมาชิกบัตรหนึ่งราคา ๑ ล้านบาท ก็คือ ๔ ป้ให้ได้ ๑ ล้านล้านบาท แต่ถามว่าวันนี้ ๔ ป้แล้ว ขายบัตรสมาชิกได้ดิฉันดูแล้ว ตัวเลขสุดท้าย ๒,๐๐๐ กว่าสมาชิก ไม่เกิน ๓,๐๐๐ แต่เราต้องเสียอะไรบ้างคะ เราต้องเสีย อย่างที่บอกก็คือเงินในการลงทุน ค่าโฆษณา ค่าการตลาด เงินเดือนลูกจ้าง แต่สิ่งที่ได้ เท่านี้แล้วสิ่งที่ได้ที่รัฐบาลคาดหวังจากการขายบัตรสมาชิกนอกจากค่าสมาชิกตอนที่ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณได้พูดตอนจะทําโครงการนี้ก็คือว่า หวังว่าจะได้เงินลงทุนจาก เศรษฐีต่างชาติ เพราะตั้งเปัาว่าบัตรนี้จะขายให้เฉพาะเศรษฐีต่างชาติ เพื่อให้คนเหล่านั้น นําเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เปึนการเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง เปึนรายได้นอกเหนือจาก ค่าบัตรสมาชิก แต่วันนี้จากการลงไปดูก็จะเห็นว่าจริง ๆ แล้วผิดเปัาหมาย สมาชิกส่วนใหญ่ ไม่ได้เปึนนักท่องเที่ยว ไม่ได้เปึนเศรษฐีจากต่างประเทศ แต่ส่วนใหญ่จะเปึนชาวต่างชาติ ที่พํานักอยู่ในประเทศไทยอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ที่เราคาดหวังว่าจะได้รายได้จาก ต่างประเทศมาลงทุนในประเทศมันไม่ได้อย่างที่ต้องการ สิ่งนี้ก็คือ
หมดเวลาแล้วครับ
ขอสรุปนิดหนึ่งนะคะท่านประธาน นิดเดียวค่ะ ก็คือปัญหาที่ทางรัฐบาลจะต้องแก้ไข ดิฉันถึงอยากให้ท่านให้ความสําคัญกับเรื่องนี้เพราะว่าเปึนการได้ไม่คุ้มทุน เราต้องให้ เขาใช้สิทธิทรัพยากรธรรมชาติตลอดชีวิต เราต้องให้เขาใช้ช่องทางพิเศษในการเข้าออก ประเทศซึ่งเปึนการนํามาถึงการทําผิดกฎหมาย อย่างที่รู้ ๆ กันว่าวันนี้ช่องทางการเข้าออก พิเศษของบัตรอีลิท การ์ดนี่เองที่ทําให้มีการทุจริตในโครงการบางกอกฟ่ล์มเกิดขึ้น แล้วปัญหานี้ดิฉันอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีให้ความสําคัญอย่างจริงจัง หาคนผิดมาลงโทษ ให้ได้ เพราะถ้าท่านปล่อยไว้แล้วก็ปล่อยให้คนผิดลอยนวลไปจะเปึนเยี่ยงอย่างของ คนอื่น ๆ แล้วก็จะส่งผลต่อการท่องเที่ยวของประเทศ ถ้าท่านได้ทําอย่างนี้ดิฉันก็หวังว่า ป้ ๒๕๕๑ ก็จะเปึนป้ท่องเที่ยวไทยอย่างที่รัฐบาลคาดหวัง ขอบคุณค่ะ
เชิญคุณเกียรติกร พากเพียรศิลปี
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายเกียรติกร พากเพียรศิลปี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปราจีนบุรี พรรคมัชฌิมาธิปไตย ทําหน้าที่ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ผมมีเรื่องที่จะอภิปรายเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาล มี ๔ เรื่องครับ
๑. เรื่องโครงสร้างพื้นฐานและระบบบริหารการจัดการขนส่งมวลชนสินค้า และบริการ
๒. นโยบายการพัฒนาสุขภาพของประชาชน
๓. นโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดําเนินการในป้แรก
๔. นโยบายที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เรื่องแรก ที่ผมจะอภิปรายมันเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง คือบ้านผมอยู่ จังหวัดปราจีนบุรี ไม่ทราบว่าท่านประธานเคยไปหรือเปล่านะครับ ข้าง ๆ บ้านของกระผม การพัฒนาไปหมดแล้ว ที่จะพูดคือเรื่องถนน ท่านคงรู้จักรังสิต จังหวัดนครนายก เดินทาง ไปถึงหนองชะอม ถนนเปึน ๖ เลน พอมาถึงจังหวัดปราจีนบุรีมันจะย่อเหลือ ๒ เลน ไม่ทราบว่าเปึนอะไรหรือครับ ข้ามถนนจังหวัดปราจีนบุรีไปจังหวัดสระแก้วอีก ๔ เลน หรือ ๖ เลน กลายเปึนว่าจังหวัดปราจีนบุรีถนนเล็กครับ ถ้าท่านมาจากอําเภอแปดริ้ว เข้าเส้น ๓๑๔ ก็ ๔ เลน ไม่ทราบว่าจังหวัดปราจีนบุรีทําไมงบประมาณถึงลงไปน้อยนัก ซึ่งอยากจะฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสันติ พร้อมพัฒน์ ช่วยลงพื้นที่ไปดูว่าความเปึนจริงเปึนอย่างไรนะครับ ถ้าถนนดีทุกอย่างก็ดี เพราะว่าจังหวัดปราจีนบุรีมีแหล่งท่องเที่ยวเยอะ มีทั้งเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติทับลาน บางท่านจะเดินทางไปเที่ยวเขาใหญ่ต้องอ้อม ไม่ไปทางจังหวัด ปราจีนบุรี ที่จริงทางจังหวัดปราจีนบุรีเปึนทางที่ใกล้นะครับ จากจังหวัดนครนายก ถึงจังหวัดปราจีนบุรีแค่ ๓๐ กิโลเมตร จากรังสิตไปถึงจังหวัดนครนายก ๗๕ กิโลเมตร ๑๒๐ กิโลเมตรถึงเขาใหญ่แล้วครับ แต่บางท่านไม่เข้าใจว่าไปเที่ยวเขาใหญ่ไปทาง จังหวัดปราจีนบุรีได้ ต้องอ้อมไปทางปากช่อง คนจังหวัดปราจีนบุรีรายได้เลยตกต่ํา เปึนเมืองเกษตรกรมีพืช มีผลไม้ที่ดี แล้วก็มียา ท่านคงได้ยินโรงพยาบาลเจ้าพระยา อภัยภูเบศร์ ทําสมุนไพรสินค้าโอทอป (OTOP) ดังไปทั่วจังหวัดปราจีนบุรี ดังไปทั่วประเทศไทย เขาถามว่าจังหวัดปราจีนบุรีอยู่ตรงไหน เขารู้จักแต่จังหวัดสระแก้ว ที่จริงจังหวัดสระแก้ว มันมาทีหลังจังหวัดปราจีนบุรีเพราะจังหวัดปราจีนบุรีเกิดก่อน แต่ทุกคนไม่รู้จัก รู้จักแต่ ปิาเหนาะ ขอโทษที่ต้องเอ่ยนามนะครับ ไม่รู้จักปิาหรั่งครับ ก็เปึนสิ่งที่แปลกว่าบ้านเมืองเรา ทุกอย่างในภาคตะวันออกมีจังหวัดผมจังหวัดเดียวที่การเจริญเติบโตช้ามาก ไม่เคยจัดงาน สนามกีฬาก็ไม่มีสนามไฟฟัา ถนนลูกรังมากที่สุดในประเทศไทย ผมวิเคราะห์มาแล้ว สืบมาแล้ว ถนนลาดยางทั้งหมด ๔ เลนเพิ่งจะมี กําลังทําดําเนินการอยู่แค่ ๒๐ กว่ากิโลเมตร แต่ขอโทษทีนะครับจังหวัดสระแก้ว ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร ๔ เลนหมดแล้ว จังหวัดปราจีนบุรี สายเอกสายเส้นสุวรรณศรที่ไปทะลุจังหวัดสระแก้วไปเมืองเศรษฐกิจที่จะทะลุไปกัมพูชา หรือเขมรข้ามจังหวัดปราจีนบุรีไป เส้นจากจังหวัดนครนายกคือหนองชะอม ท่านคงรู้จัก ตลาดผลไม้ไปอําเภอกบินทร์บุรีระยะทางแค่ ๕๙ กิโลเมตร เชื่อไหมครับยังไม่ทําอะไรเลย เพิ่งเริ่มดําเนินการแค่ ๒๐ กว่ากิโลเมตร ที่เหลือเขาบอกว่างบประมาณหมด แล้วเมื่อไร งบประมาณจะมาที่จังหวัดปราจีนบุรีละครับ ผมเกิดมาตั้งแต่เล็กจนโต คนทํางาน ที่จังหวัดปราจีนบุรีเปึนหมวดอยู่ย้ายไปอยู่จังหวัดเชียงใหม่กลับมาขับรถถูกหมดครับ เพราะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย เส้นทางยังเหมือนเดิม ผมก็ฝากถึงรัฐมนตรีแล้วกันว่า ช่วยไปตรวจสอบให้บ้านเมืองมันเจริญเท่า ๆ กัน เพราะเปึนเมืองภาคตะวันออกเหมือนกัน ผมก็ยินดีด้วยครับที่จังหวัดสระแก้วเจริญก็ยินดีกับชาวบ้าน ก็อยากให้ท่านประธานที่เคารพ ฝากถึงท่านรัฐมนตรีด้วยว่าช่วยพัฒนาจังหวัดปราจีนบุรีให้ดีขึ้นนะครับ
อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องนโยบายการพัฒนาสุขภาพของประชาชน ผมก็ฝากถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานะครับ กีฬาปราจีนบุรีทุกวันนี้ กีฬา ทั้งประเทศไทยทุกวันนี้ ผมอยากให้มีสนามไฟฟัากลางคืน เวลานักศึกษาหรือนักเรียน เลิกเรียนแล้วตอนเย็นหาที่ออกกําลังกายไม่ได้ไม่รู้จะไปที่ไหน ก็ไปขับรถเครื่องแข่งกัน แว้น ๆ อยู่ ถ้ามีสนามกีฬาเปึนสนามไฟฟัาผมว่าตกเย็นวัยรุ่นทุกคนก็มาชวนกัน ออกกําลังกาย แต่ทุกวันนี้ตกเย็นวัยรุ่นบอกว่าไปแข่งรถกันที่ไหนดี ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธานครับ ฝากท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับน่าจะบรรจุเปึนวาระเร่งด่วนว่าให้มี สนามฟุตบอลทั่วประเทศไทยให้มีสนามไฟฟัา ๑ สนาม เพราะสมัยก่อนผมเปึน ส.จ. เคยของบประมาณไปที่ท่านนายกรัฐมนตรี ขอโทษที่ต้องเอ่ยนามครับ ๔ ป้ ๘ ป้ก็แล้ว ไม่เคยได้ เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านประธานถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ท่านวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ขอฝากด้วยว่ากีฬาดีพลเมืองก็ดี ทุกวันนี้คนไทย เปึนเจ้าของแมนซิตี้ แต่ผมไม่ขอเอ่ยนามทุกคนรู้ดีนะครับ เปึนตัวอย่างที่ดีของเยาวชน ทั้งประเทศ อยากเห็นนักฟุตบอลคนไทยได้เตะที่ประเทศอังกฤษ เตะฟุตบอลนะครับ ก็เปึนตัวอย่างที่ดี ไม่เกี่ยวกับการเมือง เพราะว่ามันเกี่ยวนิด ๆ แต่ว่าครั้งนี้มันไม่ใช่ครับ เพื่อให้เปึนตัวอย่างของเยาวชนว่าสนามฟุตบอลเมืองนอกที่อังกฤษคนไทยจะได้เตะเมื่อไร ก็รอวันนั้นอยู่ แต่ว่าสนามเมืองไทยถ้ามีไฟฟัาทั้งประเทศไทยทุกสนามแต่ละจังหวัด ผมมั่นใจว่านักกีฬาของเมืองไทยจะนําหน้าจะสู้ชาวต่างประเทศได้ ขอบคุณมากครับ
ต่อไปเชิญคุณประทุมพรครับ
กราบเรียน ท่านประธาน ดิฉัน ประทุมพร วัชรเสถียร สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่ สมาชิกวุฒิสภา ดิฉันจะขอกราบเรียนประเด็นทางด้านการต่างประเทศ ๒–๓ ประเด็น ดิฉันพยายามที่จะใช้เวลาให้น้อยที่สุดและให้ย่นย่อที่จะฟังไม่สับสนที่สุด เพราะว่าขณะนี้ ดิฉันค่อนข้างจะกังวลนิดหนึ่งว่าท่านผู้ที่จะรับฟังสิ่งที่ดิฉันจะขอกราบเรียนไปเปึนภาคปฏิบัติ มีน้อยมากทีเดียว เช่น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ไม่ได้อยู่ที่นี่นะคะ แต่อย่างไรก็ตามดิฉันเชื่อว่าเรื่อง ๒–๓ อย่างซึ่งจะขอเรียนเตือนความจําและจะขอเรียน ให้ท่านได้คํานึงถึงก็คงจะออกไปเปึนนโยบายบ้าง คืออย่างในคําแถลงนโยบายของ คณะรัฐมนตรีในหน้า ๒๑ ข้อ ๖.๑ ที่ได้พูดถึงส่งเสริมและพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศ เพื่อนบ้านโดยส่งเสริมความร่วมมือภาครัฐ เอกชน ประชาชน และสื่อมวลชน เมื่อกี้ ท่านประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสภานิติบัญญัติ ขอเอ่ยนาม คุณพิชัย วาศนาส่ง ก็ได้พูดถึงประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ดิฉันอยากจะขอเรียนเตือนนิดเดียวเท่านั้นว่า ขณะนี้ประเทศไทยเรากําลังมีปัญหาเรื่องเขาพระวิหารกับประเทศกัมพูชา และในกลางป้นี้ คือในเดือนมิถุนายน สมาคมคณะกรรมาธิการมรดกโลกขององค์การยูเนสโก (UNESCO) จะได้มีการประชุมกันที่ประเทศแคนาดา และในเรื่องนี้องค์การยูเนสโกได้บอกเงื่อนเวลา ต่อประเทศไทยและประเทศกัมพูชาแล้วว่าข้อขัดแย้งระหว่าง ๒ ประเทศนี้ให้จัดการ ให้สําเร็จเพื่อที่จะได้นําผลไปพูดคุยกันที่แคนาดา เพื่อที่ว่าเขาพระวิหารนี้จะถูกนํามา บันทึกไว้เปึนมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมหรือไม่ ในเรื่องนี้ก็เลยขอกลับไปถึงเปึนนโยบาย ต่างประเทศหรือว่าเปึนปฏิบัติการทางด้านการต่างประเทศของคณะรัฐบาลชุดปัจจุบันว่า จะทําอย่างไร ก็ขออย่าได้ช้า เพราะเวลานี้ก็เหลือเวลาอีกประมาณสัก ๔ เดือนเท่านั้นเอง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องนี้อยากจะขอให้พิจารณาถึงความเปึนมิตรของ ๒ ประเทศ ในอาเซียนคือไม่ควรที่จะเกิดความขัดแย้งกัน และถ้าบังเอิญเปึนความขัดแย้งทางด้าน เงื่อนประวัติศาสตร์ ดิฉันคิดว่าทางฝ์ายประเทศไทยอาจจะต้องยอม จะเรียกว่าเสียเปรียบ คงไม่เชิง แต่หมายความว่าอาจจะต้องยอมต่อความจริงบางอย่าง เพราะว่าอย่างหนึ่ง วัฒนธรรมทุกอย่างที่ได้ปรากฏบนปราสาทหินนั้นไม่ใช่เปึนวัฒนธรรมไทยแต่เปึน วัฒนธรรมดั้งเดิมของฝ์ายเขมรเก่า ฝ์ายขอมเก่า เพราะฉะนั้นในเรื่องที่จะไปอ้างอิง ความเปึนเจ้าของของตัวปราสาทคงทําไม่ได้ ประการที่ ๒ ก็คือว่าเรื่องนี้ได้ตกลงกันไป ต้องเรียกว่าเรียบร้อยแล้ว ซึ่งภาษากฎหมายระหว่างประเทศเขาใช้คําว่า เฟท แอคคอทพลิ (Fait accompli) คือศาลโลกได้ตัดสินไปแล้วตั้งแต่ ค.ศ. ๑๙๖๒ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะระมัดระวัง ก็คือในเรื่องของการที่ไม่เสียเนื้อที่ดินไปมากกว่าที่ได้ตกลงกันแล้วเท่านั้น แล้วนอกจากนี้ ในเรื่องที่ว่าใครจะเปึนเจ้าของสถานที่ทางวัฒนธรรมนี้คิดว่าก็คงไม่น่าจะเปึนเรื่องใหญ่ ในเมื่อในที่สุดแล้วมนุษยชาตินั่นเองที่เปึนเจ้าของมรดกทางวัฒนธรรมที่บรรพบุรุษ ได้สร้างกันมาไม่ว่าจะเปึนวัฒนธรรมใดก็ตาม ประการที่ ๒ ในคํานําของนโยบายเกี่ยวกับ การต่างประเทศและการเศรษฐกิจระหว่างประเทศนี้ได้มีการบันทึกไว้ในหน้า ๒๑ ว่า รัฐบาลจะดําเนินนโยบายต่างประเทศโดยจะดําเนินบทบาทเชิงรุกในการส่งเสริม ความร่วมมือและขยายความสัมพันธ์อันดีกับนานาประเทศในด้านต่าง ๆ ดิฉันอยากจะขอกราบเรียนในเรื่องซึ่งคิดว่ารัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ ในหลายยุคหลายสมัยอาจจะมองข้าม หรืออาจจะลืม หรืออาจจะนึกไม่ถึงก็คือว่า ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับของประเทศไทยเราที่ได้ปรากฏในสื่อต่างประเทศนั้น ซึ่งขณะนี้ ก็อาจจะผ่านทางสื่อที่เปึนหนังสือพิมพ์ ถ้าเปึนไปจากประเทศไทยก็เปึนหนังสือพิมพ์ ฉบับภาษาอังกฤษ ๒ ฉบับทุกเช้า หรือถ้าเปึนหนังสือพิมพ์ต่างประเทศนั้นก็เปึนสื่อชั้นนํา ในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ แล้วก็คงจะมีประเทศฝรั่งเศส ประเทศอิตาลี ประเทศเยอรมันและประเทศจีน เท่าที่เราได้ยินชื่อหนังสือพิมพ์ที่สําคัญ ๆ ระดับโลก และเวลานี้สื่อทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ ทางด้านอินเทอร์เน็ต ทางด้านไซเบอร์ (Cyber) ก็ไปทั่วในเรื่องต่าง ๆ เหล่านั้นนอกเหนือจากหนังสือพิมพ์โพสต์และเดอะเนชั่นนั้น เปึนการมอง เปึนการตีความ และเปึนการเผยแพร่สื่อโดยนักเขียนชาวต่างประเทศ แม้ว่าเขาจะอยู่ที่เมืองไทยเปึนเวลานานก็ตาม แม้ว่าดิฉันสังเกตว่าภายในเวลาคับขัน ไม่ว่าจะเปึนในช่วงเดือน ๒ เดือนนี้ก็ดี หรือว่าในช่วงของการเกิดการเปลี่ยนแปลง การปฏิรูปเมื่อสัก ๑๕ เดือนที่ผ่านมาก็ดี และรวมทั้งกรณีในป้ ค.ศ. ๑๙๗๓ คือป้ ๒๕๑๖ ป้ ๒๕๑๙ ก็ดี ดิฉันเคยเช็กข่าวต่างประเทศการรายงานข่าวนั้นก็ไม่ได้ผิดจากความจริง เท่าไร แต่อย่างไรก็ตามดิฉันคิดว่านานาชาติน่าจะได้รับสื่อจากการเผยแพร่ของผู้ที่เปึน เจ้าของสื่อ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าคนไทยน่าจะเขียนสื่อที่แพร่ไปทั่วโลกเปึนภาษาต่างประเทศ ให้เขาได้รู้เรื่องจริง เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะขอให้เปึนนโยบาย จะเรียกว่าเปึนวาระ ระดับชาติก็อาจจะเปึนคําซึ่งโก้หรูจนเกินไป แต่น่าจะเปึนเช่นนั้นว่าท่านที่สามารถเผยแพร่ ข้อมูลที่เปึนภาษาอังกฤษเปึนข้อมูลโดยตรงได้นั้นอยากจะขอให้กระทํา และถ้ากระทํา ไม่ได้นั้นอยากจะให้รัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงการต่างประเทศก็ดี หรือกระทรวง วัฒนธรรมก็ดี ได้เห็นความจําเปึนของการแปล ไม่ว่าจะเปึนการแปลหนังสือซึ่งมิใช่เปึน วรรณกรรมโดยตรง จะเปึนแปลข่าว แปลงานเขียนร่วมสมัย หรือแม้กระทั่งเปึนงาน เปึนวรรณกรรมก็ตามนั้น อยากจะให้เปึนการแพร่ไปสู่ประชาชนทั่วไปเพื่อให้เขาเข้าใจว่า ภูมิปัญญาหรือว่าปฏิบัติการของประชาชนชาวไทยนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเท่าที่จะมีข่าวอยู่ใน สื่อต่างประเทศแล้วก็อินเทอร์เน็ตซึ่งฝรั่งเขียนเท่านั้น ดิฉันนึกถึงภาพที่ว่างานเขียนต่าง ๆ ของไทยนั้นไม่จําเปึนจะต้องเปึนนวนิยายเสมอไป เปึนงานเขียนอะไรก็ตาม ถ้าเปึน ภาษาต่างประเทศที่วางขายในต่างประเทศได้นั้น เหมือนกับว่าในร้านหนังสือใหญ่ ๆ ในประเทศไทยจะเปึนเอเชียบุ๊ค จะเปึนคิโนะคุนิยะอะไรก็ตามนั้น เรารู้จักชื่อนักเขียน ประเภทฟ่คชัน (Fiction) ก็ดี หรือว่านอน ฟ่คชัน (Non fiction) ก็ดีนั้น เราคนไทยไปรับอ่าน แต่ในร้านขายหนังสือที่ประเทศอังกฤษ ประเทศอเมริกาจะเปึนบอร์เดอร์ (Boarder) จะเปึนโฟลิโอ (Folio) ที่อังกฤษ บอร์เดอร์ทั่วไปหรืออะไรก็ตามนั้นไม่ค่อยมีงานเขียนที่เปึน ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับประเทศไทย ดิฉันเคยไปคุยกับพวกปริ้นเตอร์ (Printer) หรือพวก พับลิชเชอร์ (Publisher) ต่าง ๆ นั้นเขาก็ลังเลในเรื่องของการมองทางด้านรายได้ นอกจาก มีสํานักพิมพ์อยู่ ๒–๓ สํานักพิมพ์ ซึ่งก็เปึนฝรั่งอีกเหมือนกันที่ทําหนังสือฝรั่งขายเมืองนอกนั้น และโดยมากขณะนี้ก็ค่อนข้างจะเน้นไปทางด้านประวัติศาสตร์ เพราะฉะนั้นเวลานี้ งานเขียนของเรานั้นมันเปึนงานเขียนร่วมสมัยมีเยอะแยะทีเดียว ดิฉันนึกภาพว่าถ้างานเขียน ของเราไปวางขายในร้านขายหนังสือในประเทศอาเซียน เช่น ประเทศสิงคโปร์หรือ ประเทศมาเลเซีย ประเทศฟ่ลิปป่นส์ก็ตาม ที่ใช้ภาษาอังกฤษเปึนภาษาเอกนั้น ดิฉันคิดว่า จะทําให้พวกเขาได้สามารถหยั่งรู้ภูมิปัญญาของคนไทยร่วมสมัยโดยทั่ว ๆ ไปที่ไม่ใช่ เปึนคนไทยที่อยู่ ๆ ก็เปึนข่าวขึ้นมา และเวลาเปึนข่าวนั้นก็มักจะไม่ใช่ข่าวดีเสมอไป อีกอย่างหนึ่งก็ขอพูดในตอนนี้เลยซึ่งไม่ใช่เปึนเรื่องของการต่างประเทศโดยเฉพาะ อยากจะกราบเรียนว่าเปรียบเทียบคนสําคัญหรือว่าประมุข หรือว่าอดีตประมุขกับ ประเทศต่าง ๆ แล้วคนไทยในระดับนั้นเขียนเรื่องเกี่ยวกับตัวเองน้อยมาก ที่เขาเรียกว่า เปึนชีวประวัติก็ตาม หรืออัตชีวประวัติก็ตาม ดิฉันมีความจําเปึนที่จะต้องเขียนหนังสือ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์อังกฤษนั้น สามารถหางานเขียนในจําพวกอัตชีวประวัติหรือ ชีวประวัตินั้นได้เยอะเกินต้องการ แต่ปรากฏว่าท่านผู้นําของไทยแต่ละคนที่ได้ผ่านไปนั้น น้อยท่านที่จะเขียนอะไรไว้ให้ คนรุ่นหลังอ่าน และถ้าเขียนมาแล้วได้มีการแปลออกไปเปึนภาษาต่างประเทศ ดิฉันคิดว่า อันนี้พูดไปจริง ๆ คือการส่งเสริมความร่วมมือและขยายความสัมพันธ์อันดีในด้านที่ พวกเราไม่ค่อยจะคิด มันเปึนเหมือนกับว่าเปึนด้านซอฟท์ ดิโพลมาซี Soft Diplomacy) ซึ่งดิฉันคิดว่าจะได้ประโยชน์มากเท่า ๆ กับสิ่งซึ่งเปึนการทูตโดยตรง หรือจะเรียกว่า เปึนการโฆษณาจากฝ์ายรัฐบาลโดยตรง และดิฉันอยากจะขอจบลงด้วยเมื่อวานนี้ที่ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้พูดถึงเรื่องเอฟทีเอ (FTA) คือเรื่องการเจรจาการค้าเสรี ดิฉันจะ ไม่พูดไปถึงเรื่องโดยตรงเพราะว่าได้มีการพูดกันมาก และเมื่อได้พูดกันถึงเศรษฐกิจกัน ต่อไปก็คงจะมีการนําเรื่องนี้มาพูด แต่อยากจะขอกราบเรียนว่าเมื่อเราได้ไปทําข้อตกลง เอฟทีเอกับประเทศญี่ปุ์นก็ดี และที่ผ่านนั้นกับประเทศออสเตรเลีย ประเทศจีน ประเทศอินเดีย บางส่วนก็ดี และอนาคตอันไกลอาจจะเปึนกับประเทศสหรัฐอเมริกา และขณะนี้เราก็ อยู่ในกลุ่มของประเทศอาเซียนที่ได้ไปตกลงกับกลุ่มของอียู สิ่งเหล่านี้อยากจะขอ กราบเรียนให้รัฐบาลจัดตั้งเปึนคณะเฝัาระวังหรือเฝัาติดตามข้อมูลต่าง ๆ หรือข้อตกลง ต่าง ๆ ว่าให้เปึนไปตามนั้นเปึนทํานองเปึนกลุ่มเอฟทีเอ วอช (FTA Watch) หรืออะไรก็ตาม เพราะ ณ ขณะนี้เปึนเรื่องของเอ็นจีโอ (NGO) ข้างนอกทั้งนั้น แล้วเวลาที่เขาเตือนเรามา ทุกรัฐบาลมักไม่ค่อยพอใจบทบาทของเอ็นจีโอ กลายเปึนว่าไม่ได้มองความหวังดีของเขา เพราะฉะนั้นฝ์ายรัฐบาลเองตั้งเปึนกลุ่มเอฟทีเอ วอชเสียเลย ซึ่งน่าจะประกอบด้วยผู้แทน จากกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปึนอย่างน้อย ซึ่งก็แน่ละอาจจะมี กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงแรงงานอะไรเพิ่มขึ้น ดิฉันคิดว่าอันนี้ก็เปึนเรื่องเกี่ยวกับ นโยบายการต่างประเทศและเสริมด้วยเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ที่อยากจะขอกราบเรียน เปึนการเรียนเตือนมากกว่าจะเปึนการแนะนําหรือเปึนการบังคับ แต่เปึนการเรียนเตือนว่า เรามีอะไรหลายอย่างทีเดียวที่เราได้มองผ่านไป และบางครั้งมองเห็นทางด้านความสัมพันธ์ ทางด้านที่เขาเรียกกันว่า ไฮ โพลิติค (High politic) ไปเน้นเรื่องการเมือง การทหาร หรือความมั่นคงมากเกินไป แต่มิติทางด้านประชาชนต่อประชาชน หรือทางด้านวัฒนธรรม เราไม่ค่อยได้มองนะคะ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งดิฉันขอเน้นอีกทีหนึ่งว่างานแปล การแปล จากงานร่วมสมัยของไทยเรานี่จะเปึนนวนิยาย จะเปึนงานเขียนที่ได้รับรางวัลหรือไม่ได้รับ รางวัล แต่แสดงถึงจิตวิญญาณของคนรุ่นใหม่ที่จะได้รับการแปลออกไป ซึ่งนักแปลมีเยอะแยะ แล้วเขาบอกว่าเขาไม่มีงานที่จะแปลแล้วไม่มีสํานักพิมพ์ที่จะพิมพ์ให้ อยากจะขอให้รัฐบาล เปึนหัวหอกทางด้านนี้ ขอขอบพระคุณค่ะ
เชิญคุณชัยวุฒิครับ
เรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีได้มาแถลงนโยบาย ต่อรัฐสภาแห่งนี้ นโยบายของทางรัฐบาลชุดนี้ได้ครอบคลุมหลายด้านมากพอสมควร โดยเฉพาะนโยบายด้านเศรษฐกิจซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสําคัญเรื่องการเงิน การคลัง การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ หรือแม้แต่ทางด้านโลจิสติค (Logistic) พลังงาน และด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจนั้นทางรัฐบาลได้ให้ความสําคัญ ในหลายภาคส่วน ไม่ว่าด้านการเกษตร ด้านท่องเที่ยว ด้านบริการ ด้านตลาดทุน และที่สําคัญคือในภาคอุตสาหกรรม คงเปึนที่ยอมรับกันว่าสินค้าในภาคอุตสาหกรรม ถือว่าเปึนสินค้าส่งออกที่สําคัญในอดีตจนถึงปัจจุบัน และในอดีตอุตสาหกรรมในประเทศ ของเรานั้นส่วนใหญ่จะเปึนการรับจ้างผลิตสินค้าตามคําสั่งของเจ้าของทรัพย์สิน ทางปัญญาจากต่างประเทศ ซึ่งต้องอาศัยทุน ต้องอาศัยวัตถุดิบ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย จากต่างประเทศ ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์ในส่วนนี้น้อยมากจากวัตถุดิบและแรงงาน ในบางส่วนเท่านั้น ทําให้การพัฒนาด้านอุตสาหกรรมของประเทศเรายังไปค่อนข้างล่าช้า พอสมควร แต่ในปัจจุบันนี้ภาคเอกชนซึ่งมีความแข็งแกร่งได้มีการปรับโครงสร้างพัฒนาหลายอย่าง ขึ้นมาดีมาก โดยมีการพัฒนาองค์ความรู้แม้แต่เทคโนโลยีทันสมัย เพื่อที่จะพัฒนาสินค้า ให้มีคุณภาพมาตรฐานที่ปลอดภัย และเข้าไปสู่การแข่งขันของตลาดโลกได้ รวมทั้ง มีการส่งเสริมที่จะใช้วัตถุดิบภายในประเทศและมีการจ้างงานที่เพิ่มมากขึ้นรวมทั้ง เพิ่มมูลค่าของสินค้าให้มากขึ้น จากการที่ผมได้ดูนโยบายของทางรัฐบาลที่ได้แถลง เมื่อวานนี้ได้มีความครอบคลุมในภาคอุตสาหกรรมได้มากพอสมควร แต่วันนี้ผมเอง ขออนุญาตที่จะเสนอแนะเพิ่มเติมหรือวิพากษ์วิจารณ์ให้ความเห็น รวมทั้งฝากคําถาม ผ่านท่านประธานรัฐสภาไปถึงทางรัฐบาลด้วย
ประการแรก ที่อยากจะพูดถึงก็คือเรื่องของการพัฒนาอุตสาหกรรมให้มี ความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นเพื่อที่จะแข่งขันในตลาดโลกให้มากขึ้น ปัจจุบันนี้อุตสาหกรรม ที่ใช้แรงงานถูกนั้นประเทศไทยเราจะเสียเปรียบจากประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศซึ่งมี แรงงานราคาถูกกว่าเรามาก สิ่งแรกที่อยากจะฝากไปถึงรัฐบาลให้รีบดําเนินการก็คือ ความร่วมไม้ร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิดในการที่จะประชุมร่วมกันปรึกษาหารือกัน เพื่อที่จะร่วมกันแก้ปัญหาให้กับภาคเอกชนในด้านของอุตสาหกรรมให้ตรงกับปัญหา รวดเร็วและแน่นอนยิ่งขึ้น และในการร่วมมือกันนั้นทั้งภาครัฐและเอกชนต้องมีความจริงใจ และจริงจังในการที่จะแก้ปัญหา เพราะภาคเอกชนของเราไม่ว่าในภาคไหน ไม่ว่าธุรกิจ หรือด้านอุตสาหกรรม ภาคเอกชนของเรามีความแข็งแกร่งและมีความสามารถพัฒนา ตัวเองได้ดีอยู่แล้ว ปัญหาในปัจจุบันนี้ของภาคอุตสาหกรรมมีหลายเรื่องครับ ไม่ว่าเรื่อง ผลกระทบทั้งหลายของอัตราแลกเปลี่ยน ผลกระทบของพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ต้นทุน การผลิตไม่ว่าน้ํามันหรือไฟฟัา ผลกระทบเหล่านี้เปึนต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น รัฐบาล มีแนวนโยบายอย่างไรในการที่จะช่วยเหลือระบบอุตสาหกรรมตรงนี้ เพราะผมถือว่า เปึนภาระหนักมากพอสมควร และอีกสิ่งหนึ่งที่ถือว่าเปึนสิ่งที่สําคัญมากพอสมควร ก็คือน้ําในอุตสาหกรรม ปัจจุบันนี้แหล่งน้ําในอุตสาหกรรมถึง ณ วันนี้เริ่มจะไม่พอเพียง และความสะอาดทั้งหลายเริ่มมีปัญหา เนื่องจากโรงงานอุตสาหกรรมบางแห่งซึ่งอาจจะ ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม ทําให้แหล่งน้ําธรรมชาติทั้งหลายเปึนพิษ ซึ่งเกิดปัญหามาก พอสมควร ซึ่งทางกรมโรงงานอุตสาหกรรมคงจะต้องตรวจสอบและดูแลให้กับพี่น้อง ประชาชนอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น และต้นทุนสินค้าที่สําคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ระบบ การขนส่ง ค่าขนส่งทั้งหลายปัจจุบันนี้เปึนต้นทุนที่แพงมาก เพราะส่วนใหญ่ระบบขนส่ง ของเรานั้นยังเปึนด้วยระบบรถยนต์อยู่ เพราะฉะนั้นผมดีใจที่เห็นทางภาครัฐให้ความสําคัญ ในระบบรางรวมทั้งก้างปลาเข้าสู่แหล่งอุตสาหกรรมทั้งหลาย เพราะฉะนั้นเราต้องพัฒนา ร่วมกันกับเอกชนในการที่จะบริการจัดการเรื่องระบบการขนส่งอย่างเต็มรูปแบบเพื่อลด ต้นทุนและความสะดวกและรวดเร็วให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นนโยบายที่ภาครัฐทั้งหลาย รวมทั้งกฎ ระเบียบ ที่อาจจะเปึนปัญหาเราคงต้องร่วมกับเอกชนในการที่จะขจัดปัญหา เหล่านั้นไป เพราะภาครัฐเองในบางครั้งก็เปึนปัญหากับเอกชน เราควรที่จะส่งเสริม ให้ตั้งศูนย์บริการภาครัฐครบวงจรวัน สต็อป เซอร์วิส (One stop service) ให้กับทั้งส่วน อุตสาหกรรมหรือภาคธุรกิจให้สะดวกยิ่งขึ้น ปัญหานโยบายที่ชัดเจนและแน่นอนของ ทางรัฐบาลก็เปึนปัญหาของการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมเช่นเดียวกันครับ ล่าสุด ปัญหาเอทานอลล้นตลาด รัฐบาลให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน เพื่อช่วยเหลือชาวไร่อ้อย หรือแม้แต่ชาวไร่อย่างอื่น มัน หรือข้าวโพดที่จะทําเปึน พืชเศรษฐกิจต่อไป แต่ว่าประเดิมอันแรกโรงงานผลิตเอทานอลเริ่มขึ้นมาแล้ว ปัญหา เอทานอลล้นตลาดก็เพราะว่านโยบายที่ไม่ชัดเจนและแน่นอนของทางรัฐบาล สิ่งเหล่านี้ รัฐบาลต้องกําหนดนโยบายเพื่อให้ความเชื่อมั่นของการลงทุนในการประกอบ อุตสาหกรรมนั้นสามารถเดินไปได้เหมือนอย่างเช่นเอทานอลขณะนี้ยังประสบอยู่ หรือแม้แต่เรื่องของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ําตาล คณะกรรมการอ้อยและน้ําตาลทราย ก่อตั้งกันมาตั้งแต่ป้ ๒๕๒๗ ระบบ ๗๐:๓๐ ที่ดําเนินการกันมา ๒๐ กว่าป้นี้ ถึงเวลา หรือยังที่เราจะต้องมานั่งพิจารณาว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันหรือไม่ ผลประโยชน์ที่ได้กันมานั้นเหมาะสมกับโรงงานอุตสาหกรรมหรือชาวไร่อ้อยและประชาชน ถูกต้องหรือไม่ เราจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นหรือไม่ เพราะในป้ล่าสุดเท่าที่ทราบ ทางกองทุนต้องขอกู้ยืมเงินหลายพันล้านที่จะเข้าไปสนับสนุน การขาดทุนของทั้งโรงงานอุตสาหกรรมและชาวไร่อ้อย ซึ่งถ้าหากพอกพูนกันขนาดนี้ เปึนถึงหมื่น ๆ ล้าน และในอนาคตไม่ทราบว่าจะเปึนอย่างไร เนื่องจากระบบราคา ของเรานั้นยังผูกติดกับราคาน้ําตาลโลกและราคาน้ําตาลภายในประเทศ ซึ่งไม่ได้ขยับ กันมาพอสมควร ผมเองไม่ได้เสนอแนะให้มีการปรับเปลี่ยน แต่เสนอแนะให้มองว่าเรามี การเห็นควร ถึงเวลาหรือยังที่ต้องมีการปรับปรุงโดยยึดประโยชน์ของชาวไร่อ้อยและ โรงงานอุตสาหกรรมเปึนหลัก
เรื่องที่อยากจะให้ดูแลอีกเรื่องหนึ่งก็คือ อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานในประเทศ เพื่อจ้างงานรวมทั้งธุรกิจต่อเนื่อง เพราะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศพอสมควร โดยเฉพาะการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ เราจะทําอย่างไรที่จะส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรม ให้ใช้วัตถุดิบในประเทศให้มากขึ้น โครงการเมกะ โปรเจกท์ของทางรัฐบาลที่จะทํา เราจะมีวิธีการอย่างไรที่จะพยายามทําให้โครงการเหล่านี้มีสัดส่วนการใช้วัตถุดิบ ในประเทศให้มากขึ้นเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมในท้องถิ่น ในนโยบายของรัฐบาลได้มี การพูดถึงเอสเอ็มอีในการที่จะขยายสินเชื่อซึ่งเปึนโครงการที่ดี เพียงแต่เสริมว่าขอให้ การเข้าถึงนั้นเข้าถึงได้สะดวกยิ่งขึ้น การขยายนิคมอุตสาหกรรมใหม่ๆ รวมทั้งการตั้ง เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเฉพาะด้าน เฉพาะที่ เปึนเรื่องที่จําเปึนครับ นิคมอุตสาหกรรม หลายแห่ง ไม่ว่าอีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ซึ่งขณะนี้เกือบจะเต็มโครงการ หรือเซาท์เทิร์น ซีบอร์ด ที่เราจะพัฒนาในทิศทางต่อไปอย่างไร รัฐบาลคงจะต้องดูแลให้มากขึ้น ทางการนิคมอุตสาหกรรม คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และสภาพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติต้องร่วมมือกันดูแลในการที่ตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษด้านอุตสาหกรรมขึ้น เพื่อที่จะขึ้นอยู่กับภูมิภาค วัตถุดิบ หรือแม้แต่แรงงาน เขตอุตสาหกรรมพิเศษชายแดน ผมถือว่าเปึนสิ่งจําเปึนที่จะทําให้สกัดแรงงานต่างด้าวที่อยู่ตามแนวชายแดนที่จะทําให้ ปัญหาของแรงงานต่างด้าวที่จะทะลักเข้าเมืองได้แก้ปัญหาในส่วนนี้ได้ และสามารถจะทํา อุตสาหกรรมเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านได้ด้วย แม้แต่อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมทางการเกษตร อุตสาหกรรมด้านอาหารทะเล หรืออาหารฮาลาล หรือแม้แต่ อัญมณี และนิคมอุตสาหกรรม หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษ อุตสาหกรรมด้านไอที เราจะส่งเสริม มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง นครนายก ให้เปึนนิคมอุตสาหกรรมด้านไอทีโดยเฉพาะ ได้หรือไม่อย่างนี้เปึนต้น ทั้งหมดทั้งปวงต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาที่ต้อง รับผิดชอบต่อสังคมในการที่จะผลิตสินค้าที่มีมาตรฐานและคุณภาพที่ดี และมีความปลอดภัย และทําอย่างไรที่จะคุ้มครองทําให้บุคลากรหรือแรงงานของเราได้รับการพัฒนาและดูแล สวัสดิการที่ดี ได้รับการจ้างงานที่ดี และที่สําคัญที่สุดก็คือสวัสดิการและการมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ปัจจุบันนี้ที่มีปัญหาที่บางสะพานหรือที่ปลวกแดง อุตสาหกรรมเหล็กซึ่งรัฐบาลบอกว่าเปึนอุตสาหกรรมที่ได้เปรียบ ก็ไม่ทราบว่าได้เปรียบ อย่างไร อาจจะได้เปรียบสําหรับผู้ประกอบการ แต่กราบเรียนว่าถ้าเรามีความรับผิดชอบ ต่อสังคมในสิ่งแวดล้อมและประชาชนในพื้นที่ให้มากขึ้นปัญหาที่เกิดขึ้นนี้จะไม่มี การทํา อีไอเอ (EIA) การทําสิ่งแวดล้อม การตั้งโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหลายขอให้ดําเนินการ อย่างจริงใจและจริงจัง อยากให้นึกภาพครับว่าทางภาครัฐหรือเจ้าของโรงงานถ้ามีบ้านเรือน อยู่ติดกับโรงงานท่านจะมีความรู้สึกอย่างไร ถ้าเราเอาใจตรงนี้ไปใส่ใจเขาปัญหาทั้งหลาย ผมคิดว่าก็จะไม่เกิดขึ้น ขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ เพียงเท่านี้ ฝากไปถึงรัฐบาลผ่าน ท่านประธานรัฐสภา ขอขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมสังเกตดู แต่ละท่านก็มีเวลาน้อย แต่มักจะไปเสียเวลากับการอารัมภบทไปเสียครึ่งหนึ่งเสมอ เอาอารัมภบทไว้ตอนท้ายนะครับ เวลาเหลือค่อยอารัมภบท บางทีอาจจะได้เนื้อหนัง มากกว่านี้ ต่อไปเชิญคุณวิชาญครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน วันนี้ขอทําหน้าที่ในสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมได้ดูในเรื่องคําแถลงนโยบายของรัฐ แล้วได้อ่านจนกระทั่งทราบมาว่า ในส่วนของนโยบายที่ทางรัฐบาลได้จัดเพื่อที่จะทําเปึนกรอบให้กับพี่น้องประชาชน ได้ศึกษารวมถึงสภาแห่งนี้ได้รับทราบนั้น ผมมีส่วนหนึ่งซึ่งขออนุญาตว่าเปึนคําเสนอ ให้กับทางรัฐบาลเองได้ดูและได้พิจารณาในส่วนต่าง ๆ ซึ่งจะเปึนประโยชน์ในการที่ จะนําไปใช้ให้เกิดการพัฒนาต่อไป ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะเข้าในเรื่อง เกี่ยวกับการดูของพื้นที่ซึ่งถือว่าเปึนพื้นที่ที่สําคัญ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครนั้น ถ้าเปึนต้นแบบของเขตการปกครองพิเศษแล้วก็เปึนเขตพื้นที่ของเมืองต่าง ๆ ในอนาคต โดยเฉพาะในต่างจังหวัด กรุงเทพมหานครนั้นเปึนเมืองหลวงของประเทศไทย มีพื้นที่ ประมาณ ๑,๕๖๘ ตารางกิโลเมตร ในจํานวนนี้นั้นมีประชากรอยู่โดยประมาณ ๖ ล้านคน แล้วก็มีจํานวนประชากรแฝงถึงประมาณ ๕ ล้านคน ดังนั้นไม่แปลกเลยครับว่าเมืองแห่งนี้ เปึนเมืองที่ใหญ่แล้วก็มีปัญหาพอสมควร ซึ่งหลายครั้งนั้นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หลาย ๆ ท่านได้เข้ามาทําหน้าที่แต่ก็ไม่ประสบความสําเร็จเท่าที่ควรตามนโยบาย ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมมีข้อซึ่งได้นําเรียนไปแล้วว่าในส่วนของการทํา งบประมาณซึ่งเปึนเรื่องสําคัญและการบริหารประเทศนั้นจําเปึนที่จะต้องมีในเรื่องของ งบต่าง ๆ ซึ่งมาลงทุนให้กับส่วนต่าง ๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ สิ่งนี้นั้นต้องขอดูว่า ในส่วนของกรุงเทพมหานครนั้นถึงแม้ว่าเปึนเมืองใหญ่ แต่ไม่มีรูปแบบหรือผังต่าง ๆ เท่าที่ควร ป้ ๒๕๓๕ กรุงเทพมหานครเพิ่งจะมีผังเมืองใช้ แล้วป้นี้ก็เปึนฉบับที่ ๓ ป้ ๒๕๓๕-๒๕๔๒ เปึนฉบับที่ ๒ และ ๒๕๔๙ เปึนฉบับปัจจุบัน ทั้ง ๓ ฉบับ ส่วนต่าง ๆ นั้น ถ้าจะพูดไปแล้วได้กําหนดแนวทางนโยบายการใช้พื้นที่ใช้สอยแบ่งออกเปึน ๓ ส่วน ส่วนแรกก็คือในส่วนของเขตพื้นที่ชั้นในซึ่งยุ่งเหยิงไปด้วยจํานวนประชากรและเขตธุรกิจ เขตพื้นที่ชั้นกลางประกอบไปด้วยเขตที่พักอาศัยและเขตธุรกิจอย่างเบาบาง และเขตสุดท้าย ก็คือเขตชั้นนอกซึ่งเปึนเขตพื้นที่อาศัย แล้วก็เปึนเขตสําหรับให้ใช้ในการเพาะปลูก เกษตรกร ขออนุญาตครับว่าถ้าการลงทุนที่ดีนั้นจะต้องรู้จักการกระจายในส่วนต่าง ๆ ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในเขตแต่ละพื้นที่นั้นถ้าจะจัดเรื่องธุรกิจจะต้องได้รับความสะดวก เช่น ในการลงทุนเรื่องรถขนส่งมวลชน ผมเห็นด้วยครับ ๙ สายที่จะนํามาลงทุนให้กับ คนที่จะเดินทางเข้าออก แต่ต้องต่อเชื่อมออกไปจนถึงเขตรอบนอกและต่อเชื่อมออกไปถึง ปริมณฑล อันนี้ขออนุญาตฝากในส่วนหนึ่งนะครับ แต่ส่วนที่ ๒ คือการลงทุนในเรื่องของ เส้นทางการเดินรถ วันนี้ประมาณ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่โดยประมาณของพื้นที่นั้น ๑๘๕ ตารางกิโลเมตรนั้นเปึนพื้นที่ของเส้นทางเดินรถ แต่จริง ๆ แล้วในสัดส่วนนี้คงจะต้อง ใช้ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นไม่แปลกครับ รถซึ่งมีจํานวนมากซึ่งจะต้องเดินทางอยู่ในช่วง จังหวะต่าง ๆ นั้นรถติดขัดมาก ประกอบกับเส้นทางต่าง ๆ นั้นมีการกีดขวางไม่ว่าในเรื่อง ของรถไฟซึ่งวิ่งตัดกระแสของรถยนต์ จะทําอย่างไรให้มันลอดหรือยกแล้วแต่ทางวิศวกรรม แต่ส่วนหนึ่งนั้นเราตัดถนนขึ้นมาสายหนึ่งมีทั้งงบลงทุนและงบดําเนินการ แต่ไม่ได้ มองเลยครับว่าจะไปบอกประชาชนหรือเปล่า ไม่เคยบอกครับ บอกว่าจะให้ถนนซึ่งลงทุน ไปเปึนพันล้านสามารถให้ประชาชนนั้นมาอยู่อาศัยและกําหนดเขตธุรกิจ เขตอุตสาหกรรม หรือเขตพาณิชย์ต่าง ๆ ผมยกตัวอย่าง อย่างถนนรอบนอกในเขตพื้นที่ผมลงทุนไป ๓,๐๐๐ ล้าน ถนนนิมิตใหม่วันนี้ถูกครอบด้วยพื้นที่ สีเขียวลายในเขตหนองจอก ในเขตลาดกระบัง แล้วหลายคนบอกว่าทําไมไม่เอาพื้นที่เหล่านี้มาจัดทําผังต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์ แต่การลงทุนเกิดขึ้นแล้วครับ แต่ไปทําให้ประชาชนนั้น อยู่ในเขตพื้นที่ถนนเล็ก ๆ ก็เกิดปัญหาว่าประชาชนนั้นจะต้องไปหาน้ําประปาหรือการลงทุน เพิ่มเติมลงไปในส่วนต่าง ๆ แทนที่จะใช้ในส่วนนี้ให้เกิดประโยชน์ ท่านประธานครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนปัญหาที่จะต้องแก้ไข แล้วรวมถึงการเคหะแห่งชาติซึ่งจะต้องมีหน้าที่ ดูแล คนจํานวนมาก ผมเรียนแล้วครับว่า ๕ ล้านคนที่เข้ามาเปึนประชากรแฝงในพื้นที่ ของกรุงเทพมหานครนั้นต้องย้ายสํามะโนครัวมาภายใน ๑๕ วันตามกฎหมาย แต่ไม่มี การย้าย เมื่อไม่มีการย้ายนั้นในเรื่องของงบประมาณต่าง ๆ ก็กลับมามีปัญหาในกรุงเทพฯ เพราะคนเหล่านี้นั้นมาใช้งบประมาณของคนกรุงเทพฯ แต่งบประมาณต่าง ๆ เหล่านั้น ไม่ได้กลับไปสู่การทํางานของกรุงเทพฯ กลับไปมีปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะ ในเรื่องของงบประมาณเหล่านี้เปึนเรื่องสําคัญ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ในเรื่องของการศึกษา การศึกษาถือว่าสําคัญ วันนี้รัฐอุดหนุนเงินต่อหัวต่อรายนั้นน้อยมาก ขาดแคลนบุคลากรครู ไม่ว่าจะเปึนครูในเรื่องของการวิทยาศาสตร์ อุปกรณ์การเรียนการสอนต่าง ๆ ขาดหมด แล้วเงินในส่วนต่าง ๆ นั้นไม่สามารถระดมทรัพยากรได้ เพราะต้องการให้เรียนฟรี ๑๒ ป้ ตรงนี้ต้องแก้ไข ไม่อย่างนั้นบุคลากรต่าง ๆ ครูก็จ้างในราคาในอัตราที่สูง ครูที่จะมาทดแทน กําลังต่าง ๆ ก็หมดไป เพราะว่าบรรดาครูเหล่านี้เปึนอัตราจ้าง เกษียณแล้วต้องไป จ้างกันเอง เงินเดือนก็ต่ําจึงไม่มีใครเข้าไปในเรื่องดังกล่าว ในส่วนนี้มันก็เกี่ยวโยงทําให้เกิด ภาวะที่เรียกว่าประชาชนเกิดปัญหา แล้วครูเหล่านี้ก็สร้างในส่วนต่าง ๆ ซึ่งจําเปึนที่จะต้อง ระดมทรัพยากร ประกอบกับวันนี้ในเรื่องของปัญหาในเรื่องยาเสพติดทวีคูณมากขึ้นครับ ยาเสพติดนั้นเราพยายามปราบแล้วก็แก้ไขในรัฐบาลชุดที่มีการเลือกตั้งเข้ามา รัฐบาล ชุดทักษิณนั้นมีการแก้ไขปัญหาอย่างเปึนรูปธรรม แต่วันนี้ยาเสพติดเพิ่มทวีขึ้นมา ในพื้นที่ของผมเขตลาดกระบังมีการค้ายาเสพติด มีการจับกุมกันจนกระทั่งทําร้ายร่างกาย เจ้าหน้าที่ตํารวจ แต่มีการอบรม เขาบอกว่าจะต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม แต่การมี ส่วนร่วมของภาคประชาชนนั้นอบรมแล้วไปช่วยจับกุมไม่ได้ บางครั้งไปจับกุม ถูกกล่าวโทษผิดตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นต้องไปแก้กฎหมายให้สามารถดําเนินการ ได้บางอย่างภายใต้การกํากับดูแลของเจ้าหน้าที่ตํารวจ คือเรียกง่าย ๆ ว่าต้องให้หน้าที่ และอํานาจ แล้วควรจะต้องสนับสนุนอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ รวมถึงเบี้ยเลี้ยงเพื่อลด ในเรื่องของปัญหาต่าง ๆ เพราะเจ้าหน้าที่ตํารวจนั้นมีจํานวนจํากัด ท่านประธานครับ เมื่อกี้ผมพูดค้างในเรื่องของการเคหะแห่งชาติ การเคหะแห่งชาตินั้นเปึนหน่วยหนึ่ง ที่จะต้องหาคนที่อยู่อาศัยเข้ามาเพื่อคนที่ด้อยโอกาส แต่ส่วนหนึ่งคนที่บุกรุกอยู่ลําคลอง ต่าง ๆ นั้นมีจํานวนประมาณ ๗,๐๐๐ กว่าหลังคาเรือน ต้องเอาคนเหล่านี้ขึ้นไปอยู่ใน แฟลตการเคหะแห่งชาติ เขาอยากจะอยู่ครับ แต่ขาดในเรื่องของสลิป (Slip) ที่เกี่ยวข้อง กับการเดินอัตราเงินต่าง ๆ เพราะฉะนั้นจะทําอย่างไรที่จะต้องแก้ไขให้เกิดการผ่อนชําระ โดยมีสถาบันการเงินนั้นรองรับ อันนี้ต้องให้ไปดูและศึกษาและแก้ไขข้อระเบียบครับ คนเหล่านี้ถ้าขยับขึ้นมาอยู่แฟลตแล้วก็จะหมดปัญหาเรื่องการบุกรุกลําคลอง แล้วต้อง ออกกฎหมายให้เคร่งครัด ถ้าใครที่ดูแลคู คลอง เจ้าพนักงานปกครองจะเปึนหัวหน้าเขต นายอําเภอก็ตาม จะต้องมีบันทึกไว้ครับว่า ถ้าเข้ามารับตําแหน่งแล้วเกิดมีจํานวน เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมนั้นท่านมีความผิดเพราะถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่อย่างนั้น คู คลองเหล่านี้ก็จะมีจํานวนการบุกรุกมากขึ้น ดังนั้นผมคงขออนุญาตครับว่าในเรื่อง ของเมืองนั้นเปึนเรื่องสําคัญ ถ้าจะมาพูดวันเดียวหรือใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีคงเปึน เรื่องยากลําบาก แต่ฝากว่าการทํางานในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้นั้นต้องฝากให้กับทางรัฐบาลว่า ถ้ามีการกระจายอํานาจซึ่งเปึนทางออกที่ถูกที่สุดแล้วดีที่สุดในวันนี้ ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครนั้นไม่สามารถดําเนินการภายใต้กฎหมายได้ ทั้งในเรื่องของอํานาจ ซึ่งจะต้องไปใช้ในส่วนต่าง ๆ ทั้งประปา ไฟฟัา โทรศัพท์ ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่พี่น้องประชาชน ต้องใช้ แต่วันนี้ไม่มีอํานาจจริง ๆ ต้องให้มีการกระจายอํานาจแล้วให้อํานาจต่าง ๆ เหล่านี้ ขึ้นอยู่กับผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วมีการเลือกตั้งในระดับต่าง ๆ ที่เล็กลงไป ระดับเปึนนคร ก็ได้แล้วแต่จะเรียกเพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสเลือก ต้องขอขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญคุณวิทย์ รายนานนท์
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิทย์ รายนานนท์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่ สมาชิกวุฒิสภา ขอเรียนข้อคิดเห็นบางประการเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อ รัฐสภา ดังนี้
ประการแรก ผมมีความเชื่อที่ว่าสรรพสิ่งทั้งหลายซึ่งอาจรวมถึงนโยบาย ของรัฐบาลคงไม่มีสิ่งใดที่มีความสมบูรณ์ครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์ คงจะต้องมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมไปตามกาลเวลาและสภาพการณ์
ประการที่ ๒ ผมมีความเชื่ออีกว่ารัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรีคงจะเปึนผู้ใหญ่ ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงรับสั่งไว้และพิจารณาข้อคิดเห็นของที่ประชุม แห่งนี้ด้วยเหตุและผลและด้วยความรู้สึกที่ดี ด้วยเหตุนี้ผมจึงได้ขอโอกาสต่อท่านประธานสภา ที่จะฝากข้อคิดเห็นของผมไปยังรัฐบาล ซึ่งผมจะขอกล่าวแต่เพียงประเด็นที่สําคัญ และสาระเกี่ยวกับตัวนโยบายเท่านั้นจะไม่ลงรายละเอียดเพื่อมิให้สิ้นเปลืองเวลา และเชื่อว่ารัฐบาลมีประสบการณ์เพียงพอที่จะเข้าใจเรื่องได้ดี แต่ก็ไม่จําเปึนที่จะต้อง เห็นพ้องกับผมเสมอไป เรื่องนโยบายของรัฐบาลนี้ทั้งในป้แรกซึ่งเปึนนโยบายเร่งด่วน และนโยบาย ๔ ป้นั้น ผมมีข้อคิดเห็นดังนี้
๑. นโยบายเร่งด่วน หากจะมีเรื่องของการปัองกันและปราบปรามการทุจริต คอร์รัปชันรวมอยู่ด้วยก็น่าจะเปึนคุณต่อประเทศและรัฐบาล เพราะเปึนปัญหาสําคัญ ของชาติและสังคมไทยให้ความสนใจต่อเรื่องนี้เปึนพิเศษ นอกจากนั้นการปัองกัน และปราบปรามการทุจริตก็ควรจะให้ครบทุกภาคทั้งราชการ การเมืองและเอกชน
๒. นโยบายที่จะดําเนินการในช่วงระยะ ๔ ป้ ผมเชื่อว่าสังคมไทยและ สังคมต่างชาติคงอยากจะเห็นนโยบายและการปฏิบัติของรัฐบาลในอันที่จะส่งเสริม สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะองค์กรอิสระ ถูกกําหนดไว้ด้วย
นโยบายแรงงาน ผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งถ้าจะได้มีการบรรจุ เรื่องเหล่านี้ไว้ในนโยบายหรือการปฏิบัติด้วย
๑. การรักษาตลาดแรงงานและการจัดหาตลาดแรงงานในต่างประเทศ เพิ่มเติม
๒. การควบคุมแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยให้อยู่ในสภาพที่เกื้อกูล ต่อเศรษฐกิจของประเทศ ขณะเดียวกันก็ไม่เปึนภัยต่อความมั่นคงและปัญหาสังคมของชาติ
๓. การแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็กและสตรีเกินขอบเขต
๔. การปรับปรุงค่าจ้างแรงงานตามสภาพการณ์ของค่าครองชีพ
๕. ผมเคยคาดหวังมาหลายป้แล้วว่าไม่ว่าจะเปึนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้ง รัฐบาลที่มาจากพรรคการเมืองพรรคเดียวหรือหลายพรรค รัฐบาลของประเทศ ของผมจะได้มีนโยบายให้มีการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ความต้องการของแรงงาน ในระดับและสาขาต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้ประชาชนคนไทยสถาบันการศึกษาและฝ๊กอบรมของไทยได้ใช้ประโยชน์เพื่อ วางแนวทางในการดําเนินชีวิตและจัดทําหลักสูตรรองรับในอนาคตได้ถูกต้องเหมาะสม ซึ่งจะเปึนคุณประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาสังคมที่สําคัญอีกประการหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้คงไม่ใช่เปึนภารกิจของกระทรวงแรงงานแต่เพียงกระทรวงเดียวเท่านั้น
นโยบายพลังงาน เรื่องการพัฒนาวิจัยพลังงานทดแทน นอกจากพลังงาน นิวเคลียร์และพลังงานอื่น ๆ บางประการแล้วอยากให้รัฐบาลให้ความสนใจเกี่ยวกับ พลังงานน้ํา พลังงานลม พลังงานความร้อนใต้ดิน พลังงานแสงอาทิตย์ด้วย แม้ว่าค่าโสหุ้ย กับพลังงานเหล่านี้จะสูงมาก แต่ก็ยังเปึนที่อุ่นใจว่าในอนาคตสิ่งเหล่านี้คงจะไม่ขาดแคลน หรือหมดไปจากโลกของเรา
นโยบายต่างประเทศ ผมมี ๒ ประเด็น
ประเด็นแรก เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน แม้เรื่องนี้ จะปรากฏอยู่ในคําแถลงนโยบายของรัฐบาลแล้วก็ตาม ผมก็อดที่จะห่วงกังวลมิได้ เพราะเรื่องนี้สําคัญยิ่ง และการดําเนินความสัมพันธ์ก็มิใช่เปึนงานของกระทรวงการต่างประเทศ แต่กระทรวงเดียวเท่านั้น กระทรวงการต่างประเทศเปึนหน่วยงานหลักหน่วยงานหนึ่ง แต่ก็ต้องรับหน้าเสื่อในทุกกรณีที่เหตุการณ์เกิดขึ้น เรื่องประเทศเพื่อนบ้าน ผมอยากจะเรียน สั้น ๆ อย่างนี้ครับ เพื่อนบ้านของเราทั้งหมดอยู่ในอาเซียนด้วยกัน ถ้าความสัมพันธ์ไทย กับประเทศเพื่อนบ้านไม่ดี อาเซียน (ASEAN) ซึ่งเปึนพลังอํานาจทางการเมือง เศรษฐกิจ และการค้าระหว่างประเทศของไทยที่สําคัญที่สุดในประชาคมโลกก็จะอ่อนแอไปด้วย และที่สําคัญก็คือถ้าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเพื่อนบ้านไม่ดี ผลประโยชน์และ การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันในด้านอื่น ๆ ก็จะถูกกระทบไปด้วย อาทิ การค้าชายแดน การลงทุน ความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ถ้าหากมีการสู้รบเกิดขึ้นก็จะต้องเสียค่าใช้จ่าย มีการโยกย้ายประชาชนตามชายแดน และที่สําคัญที่สุดคือความหมางใจระหว่าง คนในชาติด้วยกันและกันไม่ต่ํากว่า ๒ - ๓ เจเนอเรชัน (Generation) อนึ่ง ในขณะนี้มีปัญหา ที่เปราะบางและอ่อนไหวระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอยู่หลายปัญหาซึ่งคงไม่จําเปึน ที่ผมจะต้องนํามากล่าวไว้ ณ ที่นี้
ประเด็นที่ ๒ เกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศ เรื่องการผลักดันบทบาท ของอาเซียนในเวทีระหว่างประเทศ นโยบายของรัฐบาลใด ๆ ก็ตามควรผลักดัน ไม่เฉพาะ ที่ไทยเปึนประธานอาเซียนเท่านั้น ยิ่งในโอกาสนี้โอกาสที่ไทยเปึนเลขาธิการอาเซียน ยิ่งดีใหญ่ ควรจะผลักดันต่อไปและผลักดันไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพราะอาเซียนเปึน พลังอํานาจของไทย นโยบายการบริหารจัดการที่ดี ผมมี ๒ ประเด็นเช่นกัน
เรื่องกฎหมายและการยุติธรรม ผมเชื่อว่าสังคมไทยอยากเห็นการปฏิบัติ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพด้วย นอกเหนือจากเรื่องของความถูกต้อง รวดเร็ว เปึนธรรมและทั่วถึงตามที่ระบุไว้ในคําแถลงนโยบายของรัฐบาลแล้ว
ประเด็นที่ ๒ เรื่องข่าวสารจากทางราชการและสื่อสาธารณะ นอกจาก นโยบายของรัฐบาลที่จะมีการส่งเสริมให้ประชาชนได้มีโอกาสรับรู้อย่างกว้างขวาง ถูกต้อง เปึนธรรมและรวดเร็วแล้ว ผมเชื่อว่าจะเปึนประโยชน์ต่อสังคมไทยอย่างยิ่ง หากรัฐบาล จะมีนโยบายและการปฏิบัติที่ส่งเสริมสนับสนุนให้สื่อทั้งภาครัฐและเอกชนได้เสนอ ข่าวสารอย่างเปึนอิสระแก่ประชาชนควบคู่กันไปด้วย เพราะความเปึนอิสระของสื่อ เปึนเสาหลักที่สําคัญเสาหนึ่งที่คอยค้ําจุนประชาธิปไตยที่แท้จริงให้ยั่งยืน
สุดท้าย ผมหวังว่าข้อคิดเห็นต่าง ๆ ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้คงจะมี ประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย และคงไม่เปึนภาระแก่รัฐบาลจนเกินไปที่จะนําไปพิจารณา และสุดท้ายจริง ๆ ก็คือ นโยบายไม่ว่าจะดีเพียงใด หากการปฏิบัติไม่เปึนไปตามนโยบาย หรือไม่มีการปฏิบัติก็ไม่บังเกิดผล เปรียบเสมือนมีกฎหมายที่ดีแต่การใช้บังคับไม่มี ประสิทธิภาพก็ไม่บังเกิดประสิทธิผล ขอบพระคุณครับ
เชิญคุณธวัชชัยครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายธวัชชัย อนามพงษ์ ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นกระผมขอให้กําลังใจรัฐบาลชุดนี้นะครับ นําโดย ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช ประชาชนเขาก็ให้กําลังใจแต่เขาคอยการแก้ปัญหาอย่างรีบด่วน ไม่ว่าจะเปึน ปัญหาภาคใต้ ปัญหาสินค้าขึ้นราคา ปุิย ยาฆ่าแมลง อาหารกุ้งขึ้นราคาแพง สุด ๆ วันนี้ ผมจะอภิปรายนโยบายภาคอุตสาหกรรม ข้อ ๓.๒.๒.๓ หน้า ๑๔ ก่อนผมจะอภิปราย ผมขอชี้แจงขออนุญาตเอาพลอยทับทิมสยามหรือพลอยแดงมาโชว์หน่อย พลอยแดง เม็ดนี้แพงกว่าเพชรมากเลย เม็ดนี้ ๒,๕๐๐ กะรัต ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อพูดเสร็จ ผมจะมอบให้ที่ประธานรัฐสภา แพงมาก ๆ เลย เพชรนี่สู้ไม่ได้ แล้วอีกเม็ดหนึ่งสีเหลืองนี้ ก็คือสีบุษราคัมของจังหวัดจันทบุรียังอยู่นะครับ อีก ๖ ป้ก็จะหมดแล้ว แต่สีแดงนี้ หมดไปนานแล้วต้องอาศัยจากต่างประเทศ สีน้ําเงิน สีฟัานี้เปึนไพลิน เปึนไพลินนี้ เมืองไทยไม่มีแล้ว มีแต่ต่างประเทศ เพราะฉะนั้นผมจะชี้แจงเรื่องความเปึนมานะครับ พลอยทํารายได้เข้าประเทศป้หนึ่ง ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาท อยู่ลําดับต้น ๆ ของการส่งออก ขออนุญาตนะครับ มีอาชีพนี้หลายแสนคน หลายสิบจังหวัด ขอกราบเรียนนะครับว่า วัตถุดิบบ้านเราไม่มีแล้วต้องอาศัยจากต่างประเทศไม่ว่าแอฟริกา ศรีลังกา มาดากัสการ์ ลําบากมากเลยต้องถูกปล้นถูกจี้ไม่มีใครเหลียวแลน่าสงสารพ่อค้าพลอยมากเลยนะครับ เวลาเอาพลอยก้อนเข้ามาก็ถูกตรวจถูกจี้ ถูกตรวจถูกสอบ เวลานี้ชาวผิวดําเขาเอา พลอยก้อนเข้ามาขายในเมืองไทยดีมากเลย ไม่เสียภาษี แต่เข้ามาจู้จี้จุกจิก มีใต้โต๊ะ แล้วก็จับขังคุกด้วย เพราะฉะนั้นผมขอเรียนนะครับว่า อัญมณีพลอยก้อนนี้เสรีแล้วไม่เสีย ภาษี เจ้าหน้าที่ที่จับก็เตรียมเลิกจับได้แล้ว อีกประเด็นหนึ่งพ่อค้าที่มาซื้อสําเร็จชาวอินเดีย ตอนนี้มีปัญหาเยอะมาก พลอยก้อนเราไม่เสียภาษีนะครับ ศูนย์เปอร์เซ็นต์ แต่พลอยสําเร็จ เวลาเจียแล้วมีปัญหา บางทีก็มีหน่วยงานของรัฐไปไล่จับหาที่มาที่ไป ถ้าสมมุติว่าหาที่มา ที่ไปแบบนี้นะครับ เพื่อน ส.ส. ในสภาก็ใส่พลอยเยอะจะต้องถูกจับเหมือนกัน ปัญหานี้ ผมฝากให้รัฐบาลแก้ปัญหาด่วน เพราะทํารายได้เข้าประเทศสูงมาก
อีกประเด็นหนึ่ง ประเด็นผมคงไม่รบกวนมากคือประเด็นสุดท้าย ผมหวัง เหลือเกินนะครับว่ารัฐบาลชุดนี้ที่นําโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๕ ของประเทศไทย คงแก้ปัญหาได้เพราะมันไม่ได้ยากอะไรเลย ถ้าทําได้ผมจะสนับสนุนให้ท่านเปึนนายกรัฐมนตรีนาน ๆ แต่ถ้าทําไม่ได้ท่านอยู่เปึน นายกรัฐมนตรี ๕ เดือนได้ไหมครับ ให้ลงก่อนได้ไหม ให้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปึนนายกรัฐมนตรีได้ไหมครับ ถ้าได้ก็ขอบพระคุณมาก ผมยังมีเวลาเหลือนะครับ ท่านประธาน คนจันทบุรีฝากมาถึงว่า ครม. ของ ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร ประชุม ครม. สัญจรที่จันทบุรี วันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ อนุมัติตลาดกลางให้ ๕๐๐ ล้านบาท เวลานี้ ก็มีงบสํารวจศึกษาความเปึนไปได้ไปแล้ว ๑๐ กว่าล้านบาท อยู่ ๆ ก็ดรอป (Drop) ไปก่อน คนจันทบุรีสงสัยมากว่า ครม. ไปประชุมหลอกคนจันทบุรีหรืออย่างไร ขอฝากรัฐบาลชุดนี้ แล้วก็ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีต่าง ๆ ด้วยนะครับ เรื่องผลไม้กําลังจะออก ทุกป้นี่ช้ามากเลย ขอกราบเรียนว่ารัฐบาลก็มี ความจริงใจแก้ปัญหาของผลไม้ตกต่ํา ทั้งกุ้ง ทั้งผลไม้ แต่กว่างบจะไปผลไม้หมดแล้ว ป้นี้อย่างไร ๆ ก็แก้ก่อนนะครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญคุณหมอแวครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะ พรรคเพื่อแผ่นดิน จากจังหวัดนราธิวาส ประเด็นที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวนโยบายของรัฐบาล ชุดนี้ในเชิงการสนับสนุน เพียงแต่ว่าตั้งข้อสังเกตเพื่อจะได้ไปกําหนดแนวทางมาตรการ ในการดําเนินการให้เปึนไปตามนโยบาย โดยมุ่งไปประเด็นเกี่ยวกับปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ครับ ซึ่งผมคิดว่าทุกพรรคการเมืองไม่ว่าพรรคฝ์ายรัฐบาลหรือพรรคฝ์ายค้านในช่วง การหาเสียงนั้นได้พูดถึงได้ให้ความสําคัญกับเรื่องเหล่านี้ ดูเสมือนเปึนวาระแห่งชาติ ไปเสียแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ขอเรียนว่ากุญแจสําคัญในการแก้ปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้น ก็คือความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ การก่อเหตุความไม่สงบ ผมคิดว่าไม่ต่ํากว่า ๙๕–๙๘ เปอร์เซ็นต์แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาล ได้ประสบปัญหาในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มาตลอด ๔ ป้นั้น เนื่องจากประชาชนไม่ได้ให้ความร่วมมือ แต่สิ่งที่เราจะต้องเจาะลึกไปอีกก็คือว่าเหตุที่ ประชาชนไม่ได้ให้ความร่วมมือนั้นเนื่องจากประชาชนมีความรู้สึก ๕ ประการด้วยกัน ข้อที่ ๑ ประชาชนในพื้นที่รู้สึกว่าไม่มีศักดิ์ศรี ข้อที่ ๒ ก็คือไม่มีความภาคภูมิใจ ข้อที่ ๓ ก็คือรู้สึกไม่ค่อยมีโอกาสในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะในเรื่องของคุณภาพชีวิต ประชาชน ในพื้นที่รู้สึกไม่ค่อยได้รับความยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรมที่มีอยู่ในพื้นที่ที่มีกฎหมาย เฉพาะมากมายที่ไปเกี่ยวข้องกับชีวิตประจําวันของคนในพื้นที่ สุดท้าย ประชาชนไม่มี ความมั่นใจหากให้ความร่วมมือกับรัฐแล้วจะได้รับความปลอดภัยจากการทําร้ายของ ขบวนการที่มีอยู่เต็มพื้นที่ในขณะนี้ เพราะฉะนั้นผมคงจะเริ่มที่เรื่องของกระบวนการ ยุติธรรม ผมได้อ่านในแนวนโยบายของรัฐบาลก็ขอชื่นชม
ประการแรก ได้ให้ความสําคัญเกี่ยวกับปัญหาภาคใต้จนบรรจุอยู่ใน นโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดําเนินการในป้แรกในข้อที่ ๒ แต่อย่างไรก็ตามพอพลิกไปดู ในหน้า ๒๖ ซึ่งพูดถึงเรื่องกระบวนการยุติธรรมทั้งสิ้น มีการพูดถึงเรื่องของกฎหมายที่ต้อง เปึนไปตามหลักนิติธรรม พูดถึงเรื่องการจัดกระบวนการยุติธรรมให้สอดคล้องกับพื้นที่ วิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น จนกระทั่งการพัฒนากฎหมาย ต่าง ๆ เพื่อสอดคล้อง ในเรื่องเหล่านั้น แต่อย่างไรก็ตามเท่าที่ดูยังไม่มีการพูดถึงในเรื่องของการเยียวยา เพราะวันนี้นอกจากกฎหมาย ป.วิ.อาญา ที่เราใช้ในพื้นที่ในการที่จะเอาผู้ที่กระทําความผิด มาดําเนินคดีนั้น เรายังคงมีกฎหมายเฉพาะอีก ๒ – ๓ ฉบับ โดยเฉพาะ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ซึ่งเรื่องนี้มีผลกระทบต่อการที่จะให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับผลกระทบอย่างมากมาย ผมได้เป่ดในหนังสือเล่มหนึ่งในรายงานผลการสอบสวนและศึกษาสถานการณ์ความไม่สงบ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของ สนช. ที่มีท่าน พลเอก ปานเทพ เปึนประธาน ขอโทษ ที่ต้องเอ่ยนามนะครับ ได้พูดว่าในเรื่องการเยียวยานั้นมีปัญหา ๓ ประการด้วยกัน ๑. คือการเยียวยายังไม่ทั่วถึง ๒. การเยียวยายังขาดความเท่าเทียม ๓. ความล่าช้า ในการเยียวยา อันนี้ปรากฏอยู่ในหน้า ๒๐ ซึ่งเดี๋ยวผมจะมอบให้กับท่านประธาน เพื่อมอบให้กับรัฐบาลไปเปึนแนวทางในการแก้ปัญหาต่อไปครับเนื่องจากเวลาจํากัด
ท่านประธานที่เคารพ อีกอันหนึ่งที่เราจะต้องมุ่งในเรื่องของความยุติธรรม ก็คือการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ต้องยอมรับนะครับ เรามีกฎอัยการศึกใช้ในพื้นที่ เรามี พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เรามี ป.วิ.อาญา อีกหน่อยอาจจะออกกฎหมายฉบับที่ ๔ ฉบับที่ ๕ ก็ได้ แต่สิ่งที่จะต้องคํานึงถึงก็คือว่าการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมนั้นต้องยอมรับว่า ทนายความนั้นมีความสําคัญครับ ผมดูในหนังสือเล่มนี้ในหน้าที่ ๑๓ บอกว่าบทบาทของ ทนายความจากการศึกษากรณีของผู้ต้องสงสัยหรือผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมนั้นปรากฏว่า ทนายความเปึนผู้ที่ได้รับการขอร้องจากผู้ได้รับผลกระทบเพื่อไปแก้ปัญหามากที่สุด แต่เปึนสิ่งที่น่าเสียดายมีกลุ่มทนายความมากมายที่อาสาจะไปให้องค์ประกอบทาง กระบวนการยุติธรรมครบถ้วนนั้นได้ถูกกล่าวหาว่าเปึนทนายโจรบ้าง ไม่ได้รับความช่วยเหลือ ในเรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ดังที่ปรากฏ จนกระทั่งขวัญ กําลังใจในการที่จะปฏิบัติหน้าที่ ช่วยเหลือผู้ต้องสงสัย จําเลยที่ถูกจับกุมและคุมขังนั้นอย่างไม่มีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้น ผมอยากจะฝากให้รัฐบาลช่วยดูแลในเรื่องเหล่านี้ด้วย เพราะมีกลุ่มทนายท้องถิ่นนั้น ได้ทํางานในเรื่องนี้มากมายนะครับ
ประเด็นต่อไปในเรื่องของการเยียวยา โดยเฉพาะผลกระทบจากการที่บังคับใช้ กฎหมาย พ.ร.ก. ฉุกเฉินนั้นมีความจําเปึนต้องเร่งด่วนให้ครอบคลุม รวมทั้งสิ่งสําคัญยิ่ง ก็คือต้องกําหนด มาตรฐาน บรรทัดฐานที่ชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมาย พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่ใช้อยู่ในขณะนี้ เพราะในรายงานที่ปรากฏในหนังสือรายงานผลการสอบสวน ศึกษาสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นได้ระบุว่า มีกรณีตัวอย่างที่เจ้าหน้าที่รัฐได้ อ้างการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินไปควบคุมประชาชนในพื้นที่มากมาย แต่ในที่สุดเกิดการ ฟัองร้องมีการไต่สวนและมีการฟัองร้องเพื่อยกเลิกการใช้กฎหมายในกรณีดังกล่าว ดังนี้
หมดเวลาแล้วครับ
อีก ๑ นาที ท่านประธานขออนุญาตครับ กรณีที่ ๑ คือกรณีศาลจังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร และจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ตัดสินมีคําสั่งเมื่อ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๐ คดีหมายเลขดํา บอกว่า ให้ระงับการฝ๊กอบรมตามโครงการศาสนาและพัฒนาศักยภาพแก่บุคคลซึ่งไม่ยินยอม หรือไม่สมัครใจเข้ารับการอบรม ซึ่งเปึนการควบคุมตัวหลังจากที่บังคับใช้ตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และกรณีที่ ๒ เปึนการออกหมายจับเปึนครั้งที่ ๒ หลังจากที่ได้สิ้นสุดคดีแล้ว ตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ทําให้ศาลจังหวัดยะลาและจังหวัดปัตตานีได้มีคําสั่งให้ไต่สวน ข้อเท็จจริง ในที่สุดก็ให้ยกเลิกการควบคุมตัวและการควบคุมตัวของผู้ต้องหาทั้งหมด อันนี้คือเปึนกรณีตัวอย่างที่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่า เนื่องจาก พ.ร.ก. ฉุกเฉินนั้น เปึนกฎหมายใหม่ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการบังคับใช้ และพื้นที่ ๓ จังหวัดเปึนพื้นที่แรก ที่มีการบังคับใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เพราะฉะนั้นบรรทัดฐานในกรณีที่เกิดความขัดแย้งนั้น ไม่มีบรรทัดฐานที่มาตรฐานไม่เหมือนกับการบังคับใช้กรณี ป.วิ.อาญา ที่เรามีคําตัดสินคดี ของศาลฎีกาเปึนตัวกําหนดในการที่จะดําเนินการให้เปึนไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย เนื่องจากเวลาจํากัด ประเดี๋ยวผมจะมอบเอกสารทั้ง ๒ ฉบับนี้กับท่านประธานให้ไปยัง รัฐบาล ขอบคุณมากครับ
ท่านสมาชิกครับ เอกสารนั้นมอบได้ แต่ที่คุณธวัชชัยมามอบนี้เปึนการมอบให้สภาไม่ได้มอบให้ประธาน เดี๋ยวเลขาธิการมาเอา คืนไป ประธานสภาจะได้ไม่ต้องไปแจ้งทรัพย์สิน ต่อไปเชิญคุณเตือนใจ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน เตือนใจ ดีเทศน์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่สมาชิก วุฒิสภา วันนี้ดิฉันขอเสนอแนะนโยบายด้านความมั่นคง ซึ่งนโยบายความมั่นคงที่ดิฉัน จะพูดถึงนั้นเปึนเรื่องที่สังคมอาจจะมีความเข้าใจน้อยมาก เพราะคนกลุ่มนี้เปึนกลุ่มที่ ด้อยสิทธิและด้อยโอกาสที่สุด ดังที่ท่านประธานมีชัยได้กรุณาตั้งชื่อเขาว่าเปึนคนไทย ที่น่าสงสาร ในนโยบายความมั่นคงของรัฐบาลมิได้พูดถึงยุทธศาสตร์การจัดการปัญหา และแนวทางแก้ไขการไร้สถานะทางกฎหมายและสิทธิของบุคลในประเทศไทย ซึ่งคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๔๘ ยุทธศาสตร์นี้ได้รับความชื่นชมจากกลุ่มนักสิทธิมนุษยชนทั่วโลกว่า เปึนยุทธศาสตร์ที่ให้ความสําคัญต่อศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์และสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ของมนุษย์ทุกคน ดิฉันขอย้ําว่าความมั่นคงในความเข้าใจของผู้ที่ทํางานด้านสิทธิมนุษยชนนั้น หมายถึงความมั่นคงของมนุษย์ทุกคน ซึ่งในประเทศไทยก็คือผู้ที่มาอาศัยอยู่ภายใต้ ร่มพระบรมโพธิสมภารขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัฐบาลที่แล้วได้อนุมัติ งบประมาณ เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๔๙ เพื่อที่จะสนับสนุนให้มีการปฏิบัติตาม ยุทธศาสตร์ดังกล่าวนี้ ดิฉันจึงขอฝากให้คณะรัฐมนตรีชุดนี้จัดงบประมาณให้เพื่อที่จะ สนับสนุนให้ยุทธศาสตร์ที่ดี คือยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหา การไร้สถานะทางกฎหมายและสิทธิของบุคคลในประเทศไทยได้มีผลในทางปฏิบัติ อย่างแท้จริง ท่านประธานคะ สนช. ได้มีมติเห็นชอบวาระสอง วาระสาม ของ พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และ พ.ร.บ. สัญชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๓๑ ดิฉันจึงขอให้รัฐบาลได้ช่วยเร่งรัดการออกกฎกระทรวง ตาม พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร ทั้งหมดจะต้องมีด้วยกัน ๖ กฎกระทรวง และอีก ๗ ระเบียบตาม พ.ร.บ. ทะเบียนราษฎร ส่วน พ.ร.บ. สัญชาติ จะต้องมี ๗ กฎกระทรวง และ ๓ ประกาศตามมาตราต่าง ๆ แล้วก็ขอให้กฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศนั้นสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายเพื่อที่จะให้ผู้ด้อยโอกาสที่สุด ในสังคมได้รับประโยชน์จริง ๆ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันอยากเห็นการบังคับใช้ กฎหมาย ๒ ฉบับนี้ รวมทั้ง พ.ร.บ. คนเข้าเมืองอย่างเข้มงวดกับกระบวนการนํา คนลักลอบเข้าเมือง ทุกครั้งที่มีการสํารวจคนตกหล่นจะพบว่ามีชื่อของคนที่ไม่ได้อยู่จริง ในประเทศไทยเข้ามาร่วมในการสํารวจมีชื่อในทะเบียนราษฎรจํานวนมาก ในนโยบาย ความมั่นคงนี้รัฐบาลได้เขียนเอาไว้ว่าจะจัดการกับการทุจริต ดิฉันก็ขอชื่นชม ขอให้ปฏิบัติ ได้จริง ๆ นะคะ ผู้ที่ควรได้สิทธิตาม พ.ร.บ. ๒ ฉบับนี้จะต้องได้รับสิทธิโดยไม่ต้องเสีย ผลประโยชน์ให้กับใคร ส่วนผู้ที่ไม่ควรได้สิทธิก็ต้องไม่ได้รับสิทธินั้นโดยมีผลประโยชน์ มาเปึนเครื่องตอบแทน ดิฉันขอเสนอให้มีการเร่งสํารวจนักเรียนที่ตกหล่น แม้ว่าจะมี ระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการกําหนดให้มีการสํารวจนักเรียนทุกคนที่เรียน ในสถานศึกษาของรัฐบาลแต่ยังมีเด็กนักเรียนที่ตกหล่นจํานวนมาก ซึ่งเด็กเหล่านี้ก็ไม่มี เลขประจําตัว ๑๓ หลัก ไม่มีบัตรใด ๆ แล้วโรงเรียนตามชายแดนบางโรงเรียนก็ยังไม่ทราบ ข้อมูลจากระเบียบนี้ ก็ขอฝากท่านเลขาธิการ สพฐ. และกระทรวงศึกษาธิการด้วยค่ะ รวมทั้งคนไทยจริง ๆ ที่ติดแผ่นดินที่ตกหล่นก็ควรที่จะเร่งสํารวจด้วย สิ่งที่ สนช. ยังทํา ไม่สําเร็จนะคะ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะฝากให้รัฐบาลนี้ได้ออกกฎหมายเพื่อคืน สัญชาติให้กับคนไทยพลัดถิ่น เมื่อวันแห่งความรักวันที่ ๑๔ ที่ผ่านมาเด็ก ๆ ซึ่งเปึนลูก ของคนไทยพลัดถิ่นที่จังหวัดระนองและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ก็ได้มาร้องเรียนต่อสังคมว่า พวกหนู ๆ เหล่านี้ไม่ได้รับสิทธิในการกู้ยืมเงินแล้วก็ไม่ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานต่าง ๆ นี่ก็เปึน สิ่งที่จะขอกับรัฐบาลนี้นะคะ มีคนอีกกลุ่มหนึ่งภายใต้นโยบายความมั่นคง คือกลุ่มผู้หลบหนี เข้าเมือง ในช่วงของ สนช. เรามีเวลาน้อยมากแค่ ๑ ป้กับ ๓ เดือน เราจึงยังไม่ได้แตะ กลุ่มผู้ที่หนีภัยความตายอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยเขตชายแดน ซึ่งมีประมาณ ๑๐ ค่าย ทั้งที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดตาก จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดราชบุรี กลุ่มคนเหล่านี้บางค่าย เขาอยู่มาแล้วตั้ง ๒๐ ป้ แต่เขามีเพียงปัจจัยขั้นพื้นฐานแห่งความเปึนมนุษย์ คือได้ข้าว ที่องค์กรยูเอ็นหรือองค์กรเอกชนต่างประเทศเอาให้ ก็มีข้าว มีถั่ว มีน้ํามันพืช มีถ่านอะไร เท่านี้เองนะคะ เหมือนนกที่ถูกเลี้ยงไว้ในกรง ดิฉันรู้สึกสมเพชเวทนาว่าทําไมองค์การ สหประชาชาติจึงยังไม่ดูแลคนเหล่านี้ให้ได้กลับไปสู่ประเทศต้นทางของเขา ถ้าประเทศ ต้นทางของเขามีความสันติสุขเกิดขึ้นแล้วประเทศไทยควรจะมีนโยบายการต่างประเทศ ที่จะทําให้องค์การสหประชาชาติได้เข้ามาช่วยผู้ลี้ภัยเหล่านี้ ก่อนหน้านี้ ๒–๓ วัน ดิฉัน เพิ่งได้รับหนังสือจากองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนจะมีการรณรงค์ให้ปลดปล่อยคนที่อยู่ใน ค่ายผู้ลี้ภัยให้เขาได้เปึนอิสระจากการที่เหมือนกับเขาถูกคุมขัง ยกตัวอย่าง เช่น ค่ายบ้านแม่ล่ะที่อําเภอแม่สอด จังหวัดตาก มีประชากร ๔๐,๐๐๐ คน แต่สวัสดิการ ขั้นพื้นฐานมีนิดเดียวก็ขอให้ท่านรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนี้ได้เข้าไปดูแลคนที่อยู่ใน ค่ายผู้ลี้ภัยซึ่งลี้ภัยความตายมา ขอให้นโยบายความมั่นคงให้ความมั่นคงกับคนที่มีโอกาส น้อยที่สุดในโลกนี้ซึ่งอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัย อีกกลุ่มหนึ่งภายใต้นโยบายความมั่นคงที่พูดถึง แรงงานต่างด้าว ดิฉันอยากเห็นรัฐบาลนี้ได้เปลี่ยนทัศนคติให้มองคนที่เปึนแรงงาน ต่างด้าวว่าเขาเปึนผู้ที่มีคุณต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เรามองเขาอย่างเปึน ผู้ที่เข้ามาทํางานที่ไม่มีใครอยากทํางานสกปรก งานหนัก งานที่รายได้ต่ํานะคะ แล้วก็การจัดระบบการลงทะเบียนและควบคุมมิให้มีการเอารัดเอาเปรียบกับแรงงาน ต่างด้าวเหล่านี้ ซึ่งเปึนกระบวนการค้ามนุษย์ที่มีข่าวบ่อย ๆ ว่าเขาถูกพามาตาย รถคว่ําบ้าง หรือว่าตายภายใต้รถที่บรรทุกดอกกุหลาบหรือกะหล่ําปลีที่มีสารพิษไว้ข้างบน แล้วก็ อยากเห็นการให้สวัสดิการกับแรงงานต่างด้าวเท่าเทียมกับแรงงานไทย แล้วอย่าไปกีดกัน การแสดงออกทางวัฒนธรรมของเขา เมื่อเร็ว ๆ นี้ดิฉันเพิ่งได้ไปงานวันที่ระลึกบรรพบุรุษมอญ มานะคะ ซึ่งก็มีการเข้าไปตรวจเพื่อปัองกันไม่ให้แรงงานที่เปึนคนเชื้อสายมอญเข้ามาร่วม ดิฉันเห็นว่าสิทธิทางวัฒนธรรมที่จะสืบทอดไปยังคนรุ่นลูกหลานที่จะได้ดํารงไว้ซึ่งภูมิปัญญา และวัฒนธรรมที่ดีงามควรจะดํารงอยู่แม้เขาเปึนแรงงานต่างด้าวเขาก็มีสิทธิ ควรจะมีสิทธิ ที่จะได้ใช้ภาษาตัวอักษรของเขาเองและการสื่อสารกันเพื่อความเข้าใจที่ดี ในการที่พิจารณา พ.ร.บ. การทํางานของคนต่างด้าว ดิฉันได้เสนอเปึนข้อสังเกตเอาไว้ด้วยว่าการสื่อสาร กฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแรงงานที่เปึนคนชาติพันธุ์ต่าง ๆ หรือเชื้อชาติต่าง ๆ และเราควรจะสื่อสารด้วยภาษาแม่ของเขาเองเพื่อความเข้าใจที่ดีต่อกัน อันนี้ก็เปึน นโยบายเรื่องความมั่นคงนะคะ ท่านประธานคะ ดิฉันขอเสนอข้อเสนอต่อนโยบาย ด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ชีวิตของมนุษย์เรานั้นจะต้องประกอบไปด้วยความดี ความงามของจิตใจ ดิฉันอยากเห็นประเทศไทยเปึนประเทศที่ส่งเสริมการเผยแผ่ศาสนา ทุกรูปแบบ แต่ปัจจุบันนี้เราละเลยผู้เผยแผ่ศาสนาที่เปึนสตรีในคณะอนุกรรมาธิการสตรี ในคณะกรรมาธิการใหญ่คือคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก สตรี เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และความมั่นคงของมนุษย์ ได้เคยเสนอ พ.ร.บ. คุ้มครองนักบวชสตรี แต่เรายังทํางาน ไม่สําเร็จ ก็ขอฝากรัฐบาลต่อไปให้ช่วยส่งเสริมให้นักบวชสตรีซึ่งในประเทศไทยเรา สถาบันแม่ชีไทยได้สํารวจแม่ชีทั่วประเทศเอาไว้ ๑,๕๐๐ รูป แต่แม่ชีเหล่านี้ขาดสวัสดิการ และกฎหมายรับรองจากรัฐบาลในการไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง กระทรวงมหาดไทย ก็บอกว่าผู้หญิงเหล่านี้เปึนนักบวชลงคะแนนเสียงเลือกตั้งไม่ได้ แต่เวลาจะได้รับสวัสดิการ เช่น การเดินทางโดยเครื่องบินหรือรถยนต์ของรัฐบาลก็ไม่ได้รับการให้ลดราคาเหมือนกับ พระภิกษุสงฆ์หรือสามเณร จึงขอฝากให้รัฐบาลซึ่งก็มีรัฐมนตรีหญิงหลายท่านนะคะ เช่น ท่านรัฐมนตรีอนงค์วรรณ ท่านอาจจะไม่ได้อยู่กระทรวงนี้ แต่ว่าในฐานะที่ท่านเปึน ผู้หญิงเปึนเพศแม่ ก็ขอฝากว่า พ.ร.บ. คุ้มครองสถานภาพของนักบวชสตรี ขอให้รัฐ ไปดําเนินการค่ะ แล้วภิกษุณีเราก็มีด้วยแม้ว่ายังไม่เปึนที่ยอมรับในมหาเถรสมาคม แต่ดิฉันได้ทราบข้อมูลว่าภิกษุณีในประเทศไทยทั้งนิกายเถรวาทและมหายานมีถึง ๒๐๐-๓๐๐ ท่าน ซึ่งท่านต้องหลบซ่อนอยู่ เพราะถ้าท่านออกมาประกาศศาสนา ท่านก็จะถูกข้อหาว่าแต่งกายเลียนแบบนักบวช ท่านประธานคะ ดิฉันขอเสนอนโยบาย เรื่องของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งท่านรัฐมนตรีนั่งอยู่นะคะ ขณะนี้พี่น้อง ๑๘ จังหวัดในภาคเหนือโดยเฉพาะพี่น้องที่อยู่บนภูเขากําลังได้รับ ความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากว่านโยบายนี้ก็ได้ส่งเสริมด้วยนะคะ เขียนว่า ให้ยุติ การเผาทุกชนิด ซึ่งไฟนั้นมิใช่จะมีแต่ผลเสีย การวิจัยของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ก็ได้บอกว่า ถ้าเกษตรกรบนพื้นที่สูงซึ่งเขาทําการเกษตรในพื้นที่ลาดชัน ถ้าเขามีความจําเปึนจะต้อง เผาที่ดินก็ใช้หลักวิชาการในการบริหารจัดการการเผาได้ แต่เดิมพี่น้องชนชาติพันธุ์ บนพื้นที่สูงก็ได้ร่วมมือกับหน่วยราชการด้วยดี เขาเผาไร่ในช่วงก่อนวันที่ ๓๑ ธันวาคม ซึ่งพื้นที่พื้นดินและภูมิอากาศก็ยังมีความชุ่มชื้นอยู่ก็จะทําให้การเผาควบคุมอยู่ในบริเวณ ไร่สวนที่ต้องการได้ แต่จนบัดนี้วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์แล้วอากาศจะร้อนขึ้น การที่ไฟ จะควบคุมได้ยากก็จะเปึนไปได้มากขึ้น เมื่อวันที่ ๑๕ นี้เองมีการประชุมผู้นําท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๑๘ จังหวัดที่จังหวัดเชียงราย ดิฉันก็ได้ เสนอไปว่าควรจะอนุโลมให้พื้นที่ยังจําเปึนจะต้องเผา เพื่อควบคุมวัชพืชและแมลงศัตรูพืช ให้ทําได้ แต่ ณ บัดนี้ยังไม่มีมติใด ๆ ออกมา ดิฉันเกรงว่าปัญหาความเดือดร้อนจะลุกลาม แล้วก็ถ้ามีการเผาโดยที่รอให้ถึงเดือนมีนาคมหรือเดือนเมษายนซึ่งป้ที่แล้วมีปัญหามาก ก็ขอให้ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องก็คือฝากเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่างานรณรงค์ ๑๐๐ วันอันตรายซึ่งเริ่มจาก ๑๕ กุมภาพันธ์ ไปถึง ๑๕ พฤษภาคม ต้องเร่งแก้ไขความเดือดร้อน เพราะมิฉะนั้นพี่น้อง ชนชาติพันธุ์ในภาคเหนือจะเดือดร้อนมาก ดิฉันมีข้อมูลจากงานวิจัยโครงการศึกษา สถานภาพและความพร้อมเพื่อรองรับผลกระทบของพิธีสารเกียวโต โดยสํานักงาน คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติหรือ สกว. ได้พบว่าผู้ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุด ข้อมูลป้ ๒๕๔๑ คือสาขาพลังงาน ๑๔๓ ล้านตัน ภาคอุตสาหกรรม ๑๐ ล้านตัน ส่วนภาคเกษตรกรรม ๘๐ ล้านตัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าปริมาณ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคเกษตรกรรมน้อยกว่าภาคสาขาพลังงานซึ่งมีความพร้อม ที่จะแก้ไขปรับปรุงและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าภาคเกษตรกรรม และผลจากการศึกษาก็คาดว่าในป้ ๒๕๖๓ สาขาพลังงานจะปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มขึ้นถึง ๓๖๑ ล้านตัน จึงต้องมีการแก้ไขนะคะ ทีนี้ดิฉันมีข้อเสนอว่าการแก้ปัญหา ๑๐๐ วันอันตรายจากภาวะหมอกควันของภาคเหนือรัฐบาลไม่ควรจะห้ามอย่างเดียว สั่งยุติทันทีไม่ได้ ท่านต้องมีแผน ท่านต้องมียุทธศาสตร์รับรองให้เปึนการลด ละ เลิก ในระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาวเพื่อให้เกษตรกรมีทางออก มีทางเลือก เช่น การวางแผน การจัดโซนนิงพื้นที่ที่จะใช้ในการเพาะปลูกบนพื้นที่สูง ที่ใดที่จะต้องอนุรักษ์ไว้เปึน เขตต้นน้ําลําธาร เปึนพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ หรือพื้นที่ที่จะต้องห้าม การปลูกพืชเชิงเดี่ยวและลดการใช้สารเคมีตาม พ.ร.บ. พัฒนาที่ดิน ซึ่งสภานิติบัญญัติ แห่งชาติมีมติเห็นชอบไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ดิฉันเห็นว่ามติของที่ประชุม ที่จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์นี้ ท่านรัฐมนตรีควรจะนํามากําหนดเปึน นโยบายให้สอดคล้องกับสิ่งที่ผู้นําท้องถิ่นได้เสนอ เพื่อที่จะทําให้การแก้ปัญหา เปึนการแก้ปัญหาจากข้อเท็จจริงและจากข้อเสนอของผู้นําการปกครองท้องถิ่น แล้วก็ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมพัฒนาที่ดินซึ่งท่านก็มีแผน เช่น การใช้น้ํายาสูตร พด. ๑ ๒ ๓ เพื่อช่วยในการย่อยสลายอินทรียวัตถุในไร่ ซึ่งเดิมเกษตรกรจะต้องเผา หรือการปลูกหญ้าแฝก หรือการปลูกพืชบํารุงดินเพื่อที่จะควบคุมพืชที่เปึนวัชพืช นโยบายที่ดีของรัฐบาลที่ดิฉันขอแสดงความชื่นชมเปึนพิเศษ คือนโยบาย ข้อ ๔.๖ ที่ส่งเสริมรัฐและเอกชนทําวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม ส่งเสริมการผลิตวัสดุ ที่ย่อยสลายได้ และหมุนเวียนการใช้วัตถุดิบ ใช้เทคโนโลยีที่สะอาด ดิฉันได้เห็นการผลิตโฟม จากมันสําปะหลังซึ่งสามารถจะย่อยสลายได้ในเวลา ๗ วัน แต่ได้คุยกับผู้ผลิตบอกว่า ราคาของโฟมที่ย่อยสลายได้ใน ๗ วัน แพงกว่าโฟมที่ไม่ย่อยสลายถึง ๓ เท่า จึงขอให้ รัฐบาลกําหนดนโยบายในการสนับสนุนให้ลดภาษีหรือลดดอกเบี้ย แล้วก็ส่งเสริมให้มี การผลิต มีโรงงานผลิตโฟมที่ย่อยสลายได้ หรือถุงพลาสติกที่ย่อยสลายได้ให้ทั่วประเทศ แล้วก็ขอชื่นชมนโยบายที่ว่าที่จะใช้หลักผู้ก่อมลพิษเปึนผู้รับภาระค่าใช้จ่าย ขอให้ปฏิบัติ ได้จริง สิ่งที่ขาดไปในนโยบายเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือเรื่องการจัดการขยะ ยังไม่เห็นว่ามีนโยบายเร่งด่วนเรื่องการจัดการขยะอยู่ตรงไหนนะคะ การจัดการขยะควรจะเปึนวาระเร่งด่วนแห่งชาติ ประเทศไทยของเราเมื่อก่อนนี้มีธรรมชาติ ที่สวยสดงดงาม น้ําบนดอยลําธารเล็ก ๆ ก็ใสสะอาดไหลริน หาดทรายก็สะอาดนะคะ แต่เดี๋ยวนี้ทุกที่ทุกทางมีบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ย่อยสลายเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด วาระแห่งชาติ เรื่องของการจัดการขยะให้นําขยะมาใช้เปึนเชื้อเพลิง หรือใช้ขยะเปึนปุิยอินทรีย์ หรือนํา กลับมาใช้ใหม่ได้อีกเพื่อที่จะไม่มีขยะมากมายก่ายกองอย่างขณะนี้ควรจะเปึนนโยบาย เร่งด่วน สุดท้ายดิฉันขอเสนอว่ารัฐบาลควรจะเปลี่ยนแนวทาง เปลี่ยนแนวคิดปรัชญา ในการพัฒนาประเทศให้ใช้หลักธรรมะ ภูมิปัญญาเพื่อนํามาสู่การพึ่งตนเอง การพึ่งพา ธรรมชาติ การอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติสู่วิถีชีวิตที่เปึนธรรมดาและเรียบง่าย สมดังปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดิฉันอยากเห็นกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ หรือกระทรวงอุตสาหกรรมกําหนดแนวทางเศรษฐกิจของไทยบนพื้นฐาน ของเศรษฐศาสตร์แนวพุทธ นักปรัชญาที่ชื่อว่าชูมาเกอร์ (Schumacher) ได้เขียนหนังสือ เรื่องเศรษฐศาสตร์แนวพุทธ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์กระแสทางเลือกก็ให้ความสนใจ เศรษฐศาสตร์แนวพุทธนั้นเน้นว่า เล็กนั้นงาม การใช้ชีวิตที่มีเหตุผล มีความพอดี มีความเรียบง่าย น่าจะนําพาประเทศไทยไปสู่การเปึนประเทศที่พึ่งตนเองได้ และมีตัวชี้วัด การพัฒนาคือความสุขมวลรวมของมนุษยชาติ มนุษย์ทุกคนในประเทศ และมนุษย์ทุกคน ทั่วโลก ดิฉันไม่เห็นด้วยกับโครงการขนาดยักษ์ทั้งหลาย เช่น โครงการผันแม่น้ําโขงไปสู่ พื้นที่ภาคอีสาน มหาวิทยาลัยขอนแก่นเคยทําแผนการจัดการน้ําในภาคอีสาน ทั้งลุ่มน้ํา โขง ชี มูล เอาไว้แล้ว ขอให้รัฐบาลท่านประสานงานกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นเพื่อที่จะนํา แผนนั้นมาดู นักอนุรักษ์ องค์กรอนุรักษ์ในประเทศไทยได้เสนอว่ารัฐบาลควรจะส่งเสริม โครงการขนาดเล็กที่กระจายการมีส่วนร่วมและการรับผิดชอบไปสู่ชุมชน ซึ่งจะส่ง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า ขอขอบพระคุณค่ะ
เชิญคุณสาทิตย์ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา การอภิปรายนโยบายของรัฐบาลตลอดทั้ง ๑ วันกว่า ๆ ที่ผ่านมา เปึนที่สนใจของพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนเปึนอย่างมาก ทีนี้เกิดคําถามหนึ่งขึ้นมา ซึ่งผมคิดว่าเปึนคําถามที่สําคัญ นั่นก็คือคําถามที่ว่าการอภิปรายนโยบายรัฐบาล ประชาชนหรือสังคมจะได้อะไร ผมคิดว่าคําถามนี้เปึนคําถามที่ท้าทายภารกิจของ นักการเมืองอย่างพวกเราทั้งหลายซึ่งรับอาสาจากประชาชนเข้ามาทําหน้าที่ไม่ว่าจะเปึน ฝ์ายบริหารหรือฝ์ายนิติบัญญัติ ผมปรารถนาที่จะเห็นคณะรัฐมนตรีได้ให้ความใส่ใจ ที่จะรับฟังคําอภิปรายของเพื่อนสมาชิกในสภานี้ในฐานะตัวแทนประชาชน มากกว่าที่นั่ง อยู่ในปัจจุบันขณะนี้ซึ่งต้องถือว่าน้อยมาก เพราะถือว่าเปึนเรื่องที่เปึนจุดเริ่มต้นของ การทําหน้าที่ระหว่างพวกเราทั้ง ๒ ฝ์ายในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ความจริงรัฐมนตรี ซึ่งทําหน้าที่ดูแลเรื่องปัญหาปากท้องประชาชนซึ่งเปึนปัญหาใหญ่สุดขณะนี้สมควร จะอยู่ที่นี่ เพราะประเด็นที่ผมจะพูดต่อไปนี้จะเปึนประเด็นที่ว่าด้วยเรื่องปัญหาปากท้อง ของประชาชน ต้องยอมรับว่าประชาชนที่เขาออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ป้ที่ผ่านมานั้น เขามีความคาดหวังอย่างยิ่งว่ารัฐบาลที่เข้ามาภายหลังการเลือกตั้ง ต้องมี ภารกิจอันสําคัญที่เข้ามาแก้ไขปัญหาซึ่งพวกเขาประสบอยู่ตลอดระยะเวลาช่วงที่ขาดหาย จากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเกือบ ๒ ป้ ผมยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ที่ทําหน้าที่ เปึนฝ์ายค้านนั้นเราจะทําหน้าที่ตรวจสอบในนามของพี่น้องประชาชนและจะปกปัองรักษา ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนอย่างดีที่สุด เราเชื่ออย่างหนึ่งครับว่า นโยบายที่รัฐบาล กําหนดขึ้นนั้นจะต้องกําหนดขึ้นโดยเอาปัญหาของประชาชน เปึนตัวตั้ง ความจริงแล้วสถานการณ์ก่อนหน้าการเลือกตั้งนั้นทุกพรรคการเมืองก็คาดหมาย ไว้ก่อนได้ครับว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับบ้านเมือง สิ่งหนึ่งที่คิดตรงกันก็คือว่า เรารู้ว่าวิกฤติ ทางการเมืองมันถูกซ้ําเติมปัญหาทางเศรษฐกิจ แล้วผลกระทบก็จะเกิดขึ้นกับพี่น้อง ประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องประชาชนผู้ยากจน ผู้มีรายได้น้อยซึ่งเปึนคนส่วนใหญ่ ของประเทศ การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคการเมืองหลัก ๆ ที่แข่งกันจึงยกเอาประเด็น เรื่องเศรษฐกิจชาวบ้านขึ้นมาแข่งกัน พรรคหลักในรัฐบาลขณะนี้คือพลังประชาชน ชูนโยบายเรื่องของลดรายจ่าย ๔ เท่า เพิ่มรายได้ ๔ เท่า ทุกคนจําได้ครับ พรรคประชาธิปัตย์ ในขณะนั้นเราชูประเด็นเรื่องลดรายจ่าย แผนปฏิบัติการเร่งด่วน ๙๙ วัน ทําได้จริง เพราะเรารู้ว่าปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือปัญหาปากท้องประชาชน เราพูดถึงเรียนฟรีจริง อย่างน้อย ๑๒ ป้ ไปถึง ๑๔ ป้ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองที่เกี่ยวกับลูกหลาน ของเขาอันเปึนทุกข์หนักที่สุดของคนเปึนพ่อแม่ เราพูดถึงเรื่องของการลดค่าก๊าซหุงต้ม เราพูดถึงเรื่องของการลดค่าไฟฟัาสําหรับผู้ใช้ไฟฟัาน้อย ลดการนําส่งเงินเข้ากองทุน น้ํามัน แต่ในที่สุดผลการเลือกตั้งก็เปึนอย่างที่ทราบ พรรคพลังประชาชนเปึนพรรคหลักนั้น ก็ได้เปึนรัฐบาลไป แต่ประชาชนก็หวังว่าสิ่งที่ท่านหาเสียงเอาไว้ในตอนเลือกตั้ง ท่านจะต้องปฏิบัติได้จริง ถึงขนาดประชาชนเขาก็ฝากถามนะครับ ลดรายจ่าย ๔ เท่า ลดรายได้ ๔ เท่า วันนี้ปุิยกระสอบละ ๑,๐๐๐ บาท จะเหลือ ๖๐๐ บาทเมื่อไรครับ รายได้ที่เพิ่ม ๔ เท่า วันนี้คนเงินเดือน ๕,๐๐๐ บาท จะเปึน ๒๐,๐๐๐ เมื่อไรครับ นี่คือสิ่งที่ สะท้อนให้เห็นว่าคนเขาตามเราครับ จนกระทั่งเมื่อตั้งรัฐบาลกันเสร็จประเด็นที่ผมคาดหวัง จะเห็นจากนโยบายนี้ที่บอกว่าปัญหาวิกฤติของประเทศของประชาชนคนเดินดินหาเช้า กินค่ําเปึนตัวตั้งนี่ดูจากโพล (Poll) โพลเยอะมากที่ออกมาจากสํานักงานสถิติแห่งชาติก็ดี เอแบค โพลล์ (ABAC Poll) ก็ดี พูดชัดบอกว่าประชาชนต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่ยกปัญหา ราคาสินค้าและค่าบริการที่สูงขึ้นเปึนวาระแห่งชาติ นี่เปึนเอแบค โพลล์ที่ออกมา แม้แต่ กระทั่งโพลที่ไปสํารวจในภาวะตอนวันตรุษจีนก็ยังสํารวจออกมาว่าตรุษจีนป้นี้หงอยมาก ๖๑ เปอร์เซ็นต์ ตอบว่าที่ตรุษจีนป้นี้ไม่คึกคักเพราะสินค้าแพงขึ้นมาก เปึนความคาดหวังว่า รัฐบาลต้องยกเรื่องนี้เปึนเรื่องด่วนแน่ เพราะวิกฤติขนาดนี้คนต้องการให้เปึนวาระแห่งชาติ แม้แต่กระทั่งวันวาเลนไทน์ (Valentine) เขาไปสํารวจกันบอกว่าวาเลนไทน์ป้นี้เปึนอย่างไร เขาบอกว่าปัญหาสินค้าแพงทําความรักเหี่ยว ก็แปลว่าปัญหาสินค้าแพงยุคนายกรัฐมนตรี สมัครนี่ทําเอาความรักก็เหี่ยวไปด้วย อันนี้ก็หวังกันครับจะแก้ พอไปดูของจริงในท้องตลาด ราคาสินค้าเปึนอย่างไร ผมกลับไปดูการสํารวจราคาสินค้าที่เขาจะทําเปึนราคาสินค้า ดัชนีผู้บริโภคตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ จนกระทั่งถึงป้ ๒๕๕๑ น่าตกใจมากครับ ราคาหมูเมื่อป้ ๒๕๔๕ เฉลี่ยกิโลกรัมละ ๗๖.๒๕ บาท วันนี้ป้ ๒๕๕๑ กิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท อะไรมันจะแพง มหาโหดไปขนาดนี้ ไก่สดป้ ๒๕๔๕ เฉลี่ยกิโลกรัมละ ๕๒ บาท ๖๐ สตางค์ วันนี้ ๗๐ บาท ปลากระปิอง ป้ ๒๕๔๕ ๑๒ บาท ๑๖ สตางค์ วันนี้ ๑๖ บาท ข้าวราดแกง ป้ ๒๕๔๕ อยู่ที่ ๒๐ บาท ๔๔ สตางค์โดยเฉลี่ย วันนี้ขึ้นไป ๒๕ บาท อันนี้กับอย่างเดียวครับ กับ ๒ อย่าง ขึ้นไป ๓๐ บาท น้ํามันพืชไม่ต้องพูดถึงเลย ป้ ๒๕๔๕ ๒๙ บาท วันนี้ขึ้นไป ๔๗ บาท ถึง ๔๙ บาท จะขยับขึ้นเปึน ๕๐ บาท ผักคะน้าจาก ๑๒ บาท เมื่อป้ ๒๕๔๕ เปึน ๒๕ บาท ณ ป้นี้ ก๊าซหุงต้มจากถัง ๑๕ กิโลกรัม ป้ ๒๕๔๕ ถังหนึ่ง ๒๐๔ บาท วันนี้ ๒๙๐ บาท ผมทดลองดูวันที่เตรียมการอภิปรายโทรศัพท์ไปสอบถามดูราคาในจังหวัดต่าง ๆ เกือบทั่วทั้งประเทศซึ่งคนเดือดร้อนไปหมด ผมลองถาม สินค้า ๓–๔ ตัวดู ราคาหมูจังหวัดตากกิโลกรัมละ ๑๑๐ บาท จังหวัดอุดรธานี ๑๑๐ บาท จังหวัดระยอง ๑๒๐ บาท จังหวัดตรังบ้านผม ๑๒๐ บาท จังหวัดปราจีนบุรี ๑๒๐ บาท จังหวัดนครศรีธรรมราช ๑๒๐ บาท ราคาไก่สด จังหวัดตาก ๗๐ บาท จังหวัดอุดรธานี ๘๐ บาท แพงกว่าเพื่อนเลย บางที่ก็ ๗๐ บาท บางที่ ๖๐ บาท ปลากระปิอง ๑๐ กว่าบาท ๑๕–๑๖ บาท ข้าวราดแกงเฉลี่ยพอกันเลย ๒๕–๓๐ บาท ราคาน้ํามันพืชไม่ต้องพูดถึงครับ วันนี้ทะลุ ๔๙ บาท ๕๐ บาทไปแล้ว นี่คือความจริงที่โหดร้ายของประชาชน คราวนี้มาดู นโยบายท่าน ผมคาดหวังว่าเป่ดนโยบายเล่มนี้ขึ้นมาวาระเร่งด่วน เรื่องที่ ๑ ข้อที่ ๑ เลย ยกปัญหาสินค้าราคาแพงขึ้นมา แสดงถึงความใส่ใจของนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง แล้วได้คะแนนเสียงมาเยอะด้วย มาเปึนรัฐบาลบริหารประเทศ ไม่มีหรอกครับ ท่านอ้อม ๆ แอ้ม ๆ พูดในนโยบายเร่งด่วนอยู่ ๒ ข้อ ข้อ ๑ ท่านพูดในข้อ ๑.๔ ดําเนินมาตรการแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนประชาชนและผู้ประกอบการ เขียนว่า ดูแลเสถียรภาพของค่าเงินบาท ระดับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและราคาพลังงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและเปึนธรรม แก่ผู้บริโภค จะเกิดคําถามเหมือนกันว่าจะทําอย่างไรครับ เขียนอ้อม ๆ เขียนกว้าง ๆ เขียนไม่มีรูปธรรมอย่างนี้ อ่านไม่เข้าใจ เราเปึนนักการเมืองจะกลับไปบอกชาวบ้าน ที่บ้านเราได้อย่างไร จะเปึนรัฐบาล ฝ์ายค้าน คนบ่นของแพงทั้งนั้น กลับบ้านจะตอบเขาว่า อย่างไรครับ ผมก็ตอบเขาไม่ได้ พอไปดูข้อหลังท่านเขียนไว้ในข้อ ๑.๕ เพิ่มศักยภาพ กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง บอกเปึนแหล่งเงินหมุนเวียนเพื่อสร้างรายได้ ลดรายจ่าย ก็ไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าจะไปทําอย่างไร ไปดูเรื่องให้เกิดการแข่งขันในการค้าที่ เปึนธรรมกับผู้บริโภค ไปเขียนเอาไว้ในนโยบายตลาดการค้า การลงทุน ก็บอกส่งเสริม นโยบายแข่งขันอย่างเสรีและเปึนธรรม ปัองกันการผูกขาดตัดตอน แต่ไม่มีรายละเอียด ในเชิงรูปธรรม วันสองวันที่ผ่านมาคําแถลงก็มีเท่านี้ ผมก็เลยหยิบเรื่องนโยบายของท่าน มาวิเคราะห์ดูใน ๒ ประเด็น ก็คือว่า ๑. รัฐบาลหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเปึนวาระเร่งด่วน มากน้อยแค่ไหน กับ ๒. มีความเปึนรูปธรรมชัดเจนหรือไม่ คําตอบก็คือ ๑. ไม่ได้เห็นว่า เร่งด่วนเพราะให้เวลาตั้งป้หนึ่ง ไม่รู้จะเสร็จเมื่อไร ในเวลาที่คนตื่นขึ้นมาก็ต้องกินต้องอยู่ ทุกวัน ลูกต้องไปโรงเรียน จะพ่อค้าแม่ขาย จะเศรษฐีทุกคนต้องกินต้องอยู่ทั้งนั้น จะรอป้หนึ่งหรือครับ อย่างนี้ชาวบ้านก็ตายก่อน อันที่ ๒ ก็คือบางเรื่องที่สมควรจะพูดถึง เรื่องที่ชาวบ้านหนักใจที่สุดการแข่งขันทางการค้าที่เปึนธรรม เปึนกฎหมายยุคพรรคประชาธิปัตย์ เขาร่างเอาไว้ เปึนรัฐบาลครั้งหลังสุดมีประกาศออกไปแล้ว ๖ ป้ ของรัฐบาลชุด พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร มีการแก้ไขประกาศระเบียบของกระทรวงพาณิชย์แล้ว ไม่มีการไปควบคุมการผูกขาดครอบงําสินค้าในท้องตลาดซึ่งมีการผูกขาดในขณะนั้น นัยว่าเกรงใจกิจการโทรคมนาคมขนาดใหญ่กับเกษตรขนาดใหญ่ อันนี้ก็ยังไม่ได้ทํา ผมก็รอดูอยู่ว่ามันจะชัดเจนวันไหน ปรากฏว่าไม่กี่วันที่ผ่านมานี้มี ๒ เรื่อง ซึ่งวันนี้ ต้องถามกันให้ชัด ที่ได้ยินชัด ๆ ก็คือว่า ๑. ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ซึ่งตอนนี้ ไม่อยู่หรอกครับ ไม่ทราบไปไหน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็ไม่อยู่สักคน ท่านไปพูดว่าต่อไปนี้จะนัดกรมการค้ากับผู้ผลิตหารือเรื่องสินค้าราคาแพงวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์นี้ นัยว่าจะคุยกันเรื่องสินค้า ๓๐ รายการ จะลดราคา จะตรึงราคา จริง ๆ ผมก็ว่ามันเปึนเจตนาดี แต่เจตนาดี ข้าวปลาเปึนของจริง เจตนากินไม่ได้ ประเด็นของวันนี้ ที่ผมจะถามก็คือว่า เกิดปัญหาขึ้นเหมือนกัน พอท่านเป่ดนโยบายไปแล้ว ผู้ประกอบการ พาเหรดกันออกมาเลย ปฏิเสธแนวทางที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เสนอก็ทําท่าว่า จะมีปัญหา แต่วันนี้ผมจะไม่ถามนะครับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กับรัฐบาล จะทําอะไร วันนี้เพื่อประสิทธิภาพในการทําหน้าที่แทนประชาชน ผมถามเรื่องเดียวว่า ของที่ท่านบอกถูกลงวันไหน วันไหนที่แม่บ้านตื่นขึ้นมาไปตลาดราคาหมู ๑๒๐ บาท ลดลงเหลือ ๙๕ บาท ๙๘ บาท เอา ๗๕ สตางค์ก็ได้ วันไหนครับ วันไหนราคาน้ํามันพืช จะถูกลงจาก ๕๐ บาท เหลือ ๓๕ บาท วันไหนน้ําปลาจะถูกลง วันไหนผักคะน้าจะถูกลง สินค้าที่ท่านประกาศไป ๓๓ รายการ ผมทราบว่าพรุ่งนี้รัฐมนตรีจะพาเหรดกันมาตอบ เปึนแถว กรุณานะครับ ไม่ต้องอธิบายหรอกครับ แต่ตอบผมเปึนสัญญาประชาคมในสภานี้ว่าสินค้าถูกลงวันไหนเพราะจากนี้ไป พรรคประชาธิปัตย์เราจะตามเรื่องนี้ตลอด แล้วก็จะรายงานประชาชนที่ท่านบอกไปว่า จะลดราคาสินค้า แท้ที่จริงแล้วเปึนจิตวิทยาหรือท่านทําได้จริง ตอบผมหน่อยนะครับว่า ถ้าท่านเจรจาแก้ปัญหากับผู้ประกอบการได้ คนเงินเดือนน้อยค่าแรงต่ํา ๕,๐๐๐–๖,๐๐๐ ค่าใช้จ่ายเขาจะลดลงเดือนละเท่าไร ตีมาเปึนตัวเลขเลยครับ เพราะนี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริง และเปึนรูปธรรม แล้วเรื่องสินค้าที่จะไปเจรจา ผมพูดก็เหมือนดักคอไว้ก่อนแล้วครับ อย่าใช้ทฤษฎีการตลาดประเภทที่เรียกว่าลอสท์ ลีดเดอร์ (Lost leader) สินค้า ๑๐๐ รายการ ทําเปึนขาดทุน ๓ รายการ อีก ๙๗ ขายบวกกําไรหมดอย่าทํานะครับ นี่มายากลแหกตา ประชาชน อย่าเล่นมายากลแก้ปัญหาของแพงบอกสบู่ถูกลงแกะดูก้อนเล็กกว่าเดิม ซื้อผงซักฟอกบอกถูกลงแกะดูผงน้อยกว่าเดิมอย่าทํา เรื่องที่ ๒ ที่ชัดเจนในไม่กี่วันนี้คือ ทฤษฎีเศษสตางค์ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีไปพูดออกรายการวิทยุ บอกวันนี้ทฤษฎี เศษสตางค์แก้ปัญหาเศรษฐกิจ วันนี้ผมจะไม่ถามหรอกครับ ท่านไม่ต้องอธิบายว่า มันแปลว่าอะไร คนไทยฟังมาหลายสิบป้แล้ว อดีตลูกพรรคท่าน พรรคประชากรไทย เล่าให้ผมฟัง บอกท่านขึ้นเวทีไหนพูดเรื่องเศษสตางค์ทุกครั้งแหละครับ วันนี้ท่านพูดอีก สังคมก็สับสนไม่เข้าใจ ผมไม่ถามว่าแปลว่าอะไร เพราะว่าเดี๋ยวท่านก็ลุกมาอธิบาย เปึนชั่วโมง แต่สิ่งที่ผมจะถามก็คือว่าวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีเสนอความคิดนี้เปึนสิบ ๆ ป้ มาแล้ว เปึนนายกรัฐมนตรีแล้ว กําหนดนโยบายแล้ว ทฤษฎีเศษสตางค์ท่าน วันไหน แม่บ้านตื่นขึ้นมาของถูกครับ วันไหนกําหนดวันออกมาเลย กําหนดสินค้าเปึนประเภท ออกมาเลย ชิมไปบ่นไปนี่พอทนครับ แต่บ่นไปไม่ทําอะไรผมว่าประชาชนก็จะทนไม่ได้ นี่คือประเด็นที่จะต้องหยิบยกขึ้นมาในสภาวันนี้ ผมจึงเรียนท่านประธานว่าวันนี้เรามี นายกรัฐมนตรีที่กินข้าวแกง ครม. ก็ทําท่าว่าจะพาเหรดไปกินข้าวแกงกันหมด มื้ออื่น ผมไม่ทราบนะ แต่คําถามผมคือเมื่อไรคนกินข้าวแกงชาวบ้านคนเดินดินของจะถูกลง เมื่อไรรายได้เขาจะลดจะเพิ่มขึ้น ๔ เท่า เมื่อไรรายจ่ายเขาจะลดลง ๔ เท่า วันนี้ขอทําหน้าที่ แทนประชาชนคนไทยมาทวงสัญญาจากท่านหน่อย ลุกขึ้นให้องอาจในสภานี้ครับ แล้วตอบคําถามทุกข้อให้ตรงประเด็น ผูกสัญญากับประชาชนเอาไว้ แล้วนั่นคือสิ่งที่ พวกเรานักการเมืองจะทําภารกิจได้สมกับที่ประชาชนให้ความไว้วางใจ เราพูดจนจบแล้ว รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องยังไม่มาเลยนะครับ กล้องถ่ายไว้ด้วย
เชิญคุณอารีเพ็ญ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน กลุ่มจังหวัด ที่ ๘ พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมได้อ่านนโยบาย ของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อสภาเมื่อวานนี้แล้ววันนี้เปึนการอภิปรายวันที่ ๒ วันนี้ทาง พรรคพลังประชาชนได้แบ่งเวลาให้กับผู้ที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายคนละ ๗ นาที แต่ผมขออนุญาตจากท่านประธานวิป (Whip) เมื่อกี้นี้ว่าจะขอใช้เวลาสัก ๑๐ นาที เพราะว่าสิ่งที่อยากจะพูดในวันนี้ถ้าใช้เวลาสั้น ๆ พูดไปขาดใจความทําให้ ประชาชนไม่มีความเข้าใจก็ถือว่าเปึนการอภิปรายที่ไม่มีประโยชน์ วันนี้ผมอยากจะ อภิปรายในแง่ของการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายเกี่ยวกับ ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผมคิดว่าหลังจากนี้ไปก็จะมีอีกหลายท่านที่จะได้ อภิปรายในเรื่องนี้อาจจะพูดเข้าในรายละเอียดอีกหลายเรื่องนะครับ ผมขอชื่นชมว่า รัฐบาลนี้ได้เอานโยบายจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาเปึนนโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่ม ดําเนินการภายใน ๑ ป้แรก ซึ่งถ้าเราอ่านนโยบายนี้ เขียนสั้น ๆ กะทัดรัด แต่ความหมายนั้น คลุมมากมายหลายประการทีเดียว อย่างเช่นนโยบายที่ ๘ นโยบายเกี่ยวกับการบริหาร การจัดการที่ดี ๘.๒ กฎหมายและการยุติธรรม ซึ่งมา ๘.๒.๔ เรื่องเสริมสร้างความยุติธรรม ในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยมุ่งพัฒนากฎหมายและระบบงานยุติธรรมที่สอดคล้อง กับพื้นที่ วิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น บังคับการใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ขจัดเงื่อนไข ความไม่ยุติธรรมและพัฒนาระบบการพิสูจน์การกระทําความผิดที่มีประสิทธิภาพ ผมอยากจะแยกเพื่อที่จะอภิปรายให้เห็นในภาพ เพื่อที่อยากจะให้ผู้ที่จะรับนโยบาย ไปสู่การปฏิบัติ และอยากจะให้พี่น้องประชาชนที่ได้ฟัง ได้คาดหวังว่าการอภิปรายในวันนี้ จะหยิบยกเรื่องที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมาพูดให้สภาฟังเพื่อถ่ายทอดไปยัง ทั่วประเทศ จาก ๘.๒.๔ ผมได้แยกออกมาเปึนประเด็น ๆ ดังนี้
เรื่องที่ ๑ พัฒนากฎหมายและระบบงานยุติธรรมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต และวัฒนธรรมท้องถิ่นนี้ ซึ่งเราเปึนนักการเมืองมาหลายสิบป้ชาวบ้านในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ มีความต้องการเหลือเกินที่อยากจะมีศาลชารีอะห์ ซึ่งเปึนศาลศาสนาที่พิจารณา คดีมรดกและครอบครัวตามบทบัญญัติศาสนาอิสลาม ในนโยบายข้อนี้มันสามารถที่จะ เสนอนโยบายเกี่ยวกับการที่ตั้งจะศาลชารีอะห์ขึ้นมาได้ ซึ่งอยากจะให้ท่านผู้ฟังที่อ่านแล้ว อาจจะไม่เข้าใจแต่จะขยายความให้เข้าใจมากขึ้นนะครับ
เรื่องที่ ๒ บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เรื่องนี้เปึนเรื่องหัวใจสําคัญ ของการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจากการศึกษาของคณะกรรมการอิสระ เพื่อความสมานฉันท์ที่รัฐบาลชุด ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้แต่งตั้ง เมื่อป้ ๒๕๔๘ ได้สรุปประเด็นสําคัญว่าความไม่ยุติธรรมนั้นเปึนส่วนหนึ่งที่ทําให้ปัญหา ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นรุนแรงมากขึ้น การใช้บังคับอย่างเคร่งครัดนี้หมายความว่า อยากจะให้การใช้กฎหมายที่นั่นใช้ให้เปึนไปตามกระบวนการยุติธรรม ใช้ตามหลักนิติธรรม ใช้ตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม เพราะว่าขณะนี้ ต้องยอมรับว่ามีการละเมิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างมากมาย ซึ่งผมอยากจะให้ผู้ที่ปฏิบัติ ในขณะนี้ไม่ว่าจะเปึนเจ้าหน้าที่ฝ์ายใดขอให้เราคํานึงถึงว่าขณะนี้เราอยู่ในระบอบ ประชาธิปไตยซึ่งยึดถือรัฐธรรมนูญ ถึงแม้ว่าจะเปึนกฎหมายที่สภา สสร. ที่ตั้งโดย คณะปฏิวัติตั้งขึ้นมา แต่ก็ถือว่ากติกาของบ้านเมืองที่ใช้อยู่ในขณะนี้ให้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เกี่ยวกับกฎหมาย
เรื่องที่ ๓ ขจัดเงื่อนไขความไม่ยุติธรรม เงื่อนไขของความไม่ยุติธรรมนี่แหละ ที่ให้เหตุการณ์มันบานปลาย เหตุการณ์มันรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมได้รับ การร้องเรียนจากคณะองค์กรอิสระหลายเรื่อง นับตั้งแต่เดือนตุลาคม ป้ ๒๕๔๙ หลังจาก ที่มีการปฏิวัติแล้ว ๑ เดือน จนถึงวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ป้นี้ มีคดีเกี่ยวกับการซ้อมทรมาน ผู้ต้องหา ผู้ที่ต้องสงสัย ๓๐ กว่าราย ซึ่งเอกสารนี้ได้ทําเปึนหมวดเปึนหมู่ ผมอยากจะเสนอ ให้กับท่านประธานสภาเพื่อที่จะให้ท่านแจกไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แจกให้กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แจกให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเกี่ยวข้อง ๓ กระทรวงนี้เพื่อรับไปพิจารณาตามความต้องการของคณะผู้ที่ทํางาน เปึนผู้ที่ต้องการที่จะพิทักษ์สิทธิมนุษยชน อย่างเช่น มูลนิธิประสานวัฒนธรรม คณะทํางาน ยุติธรรมเพื่อสันติภาพ มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา สมาคมยุวมุสลิม แห่งประเทศไทย ศูนย์ทนายความมุสลิม คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้เสนอต่อรัฐบาล ประเด็นปัญหากระบวนการยุติธรรม กับการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ยุติการทรมาน การซ้อม ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและยึดหลักนิติธรรม เดี๋ยวผมจะส่งให้ท่านประธาน
เรื่องที่ ๔ พัฒนาระบบการพิสูจน์การกระทําความผิดที่มีประสิทธิภาพ นี่ก็คือปัญหาที่กําลังประสบอยู่ในปัจจุบันเช่นกัน เพราะว่าขณะนี้เครื่องไม้เครื่องมือ ที่จะพิสูจน์การกระทําความผิดของผู้ที่กระทําความผิดนั้นรู้สึกว่ายังขาดประสิทธิภาพ เท่าที่ควร อย่างเช่น เครื่องมือที่ใช้ตรวจเขม่าดินป๋นหรือสารวัตถุระเบิดที่ติดกับผู้ที่ถูก สงสัยว่ากระทําความผิดหลายรายว่าถูกเครื่องมือนี้สามารถที่จะทําให้เอาไปถูกสอบถาม แล้วก็ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว ๒–๓ วัน ทั้ง ๆ ที่ผู้ที่ถูกนําไปควบคุมตัวนั้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ใด ๆ กับที่กระทําความผิด สิ่งเหล่านี้ผมถือว่าเปึนเรื่องของเครื่องมือที่เรานําไปพิสูจน์นั้น ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ท่านประธานที่เคารพ นี่ก็คือในเรื่องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนซึ่งผมก็ได้รับการร้องเรียน มาจากเครือข่ายการเมืองภาคประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีประมาณ ๓๐ เครือข่าย ได้เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาเช่นกัน แล้วผมจะเสนอหนังสือนี้ ยังท่านประธานสภาเพื่อที่ให้ท่านมอบให้กับนายกรัฐมนตรีเช่นกัน เพราะว่าผมจะพูด ในรายละเอียดนั้นเวลาคงจะไม่ทัน ซึ่งผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นถ้าเราจะพูดใช้เวลาชั่วโมง ๒ ชั่วโมงหรือเปึนป้ก็พูดไม่หมด แต่ผมอยากจะให้ข้อคิดว่าการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่จะให้มันครบวงจร รัฐบาลต้องยึดหลัก ๔ แนวทาง ๔ นโยบาย นโยบายที่ ๑ ท่านจะต้องทําอย่างไรเกี่ยวกับ นโยบายการเมืองการปกครอง นโยบายที่ ๒ ในเรื่องของการศึกษา นโยบายที่ ๓ เรื่องของ เศรษฐกิจ เรื่องปากเรื่องท้อง นโยบายที่ ๔ เรื่องการต่างประเทศ ซึ่ง ๔ นโยบายหลักนี้ ถ้ารัฐบาลมีความมั่นคงแล้วก็มีเจตนารมณ์แน่วแน่ในการที่จะแก้ไขแล้วก็ที่จะทําให้ ๔ แนวทางนี้ให้ปรากฏเปึนรูปธรรม ผมเชื่อว่าการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ตลอด ๔ ป้ ของรัฐบาลชุดนี้น่าที่จะทําให้เหตุการณ์ต่าง ๆ นั้นคลี่คลายไปในทางที่ดีได้ อย่างเช่น การเมืองการปกครอง ต้องเข้าใจว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้แท้จริงนั้นคือ เรื่องการเมืองการปกครอง สมัยท่าน จอมพล ป. พิบูลสงคราม หลังจากที่มีกบฏดุซงญอ ป้ ๒๔๙๑ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อที่ต้องการ ศึกษาวางรูปแบบการปกครองในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เปึนที่น่าเสียดายนะครับ ท่านอยู่ไม่นานท่านก็ถูกโค่นล้มจนกระทั่งออกไปสู่ต่างประเทศ นั่นคือแนวคิดของ จอมพล ป. ซึ่งใคร ๆ ก็คิดว่าท่านคือเผด็จการ แต่ท่านก็เริ่มที่จะเข้าใจในการที่จะแก้ไข ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ อันนี้เรื่องด้านการศึกษานะครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้ การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีปัญหา ใคร ๆ ก็มักจะปรามาสว่านักเรียนที่จบ จากจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือว่าคนที่นั่นมีความรู้น้อย ปัญญาสู้คนอื่นไม่ได้ ผมอยากจะเรียนว่าแท้ที่จริงแล้วคนที่นั่นไม่ใช่ว่าปัญญาเขาจะน้อยกว่าที่อื่น แต่ว่า เขาขาดโอกาส เขาขาดหลายสิ่งหลายอย่างที่จะทําให้เขานั้นพัฒนาด้านการศึกษาดีขึ้น ผมอยากจะให้ท่านเข้าใจในคําว่าจากสถานการณ์ที่เปึนอยู่ ตําแหน่งครูที่ขาดแคลน หรือการศึกษาที่ยังไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของเขา ขณะนี้ท่านทราบไหมว่าในจังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นมีการศึกษาในระบบเอกชนสอนศาสนา มีเปึนร้อย ๆ โรงนะครับ ทั่วประเทศมีประมาณ ๕๕๐ กว่าโรง ผมอยากจะเรียนว่าในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น คนที่เรียนที่นี่ส่วนใหญ่นั้นเขาเรียนในเรื่องศาสนาและสายสามัญ คนในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ร้อยเปอร์เซ็นต์ในหมู่บ้านที่เปึนมุสลิม ตั้งแต่เล็กจนกระทั่งโตเรียนออกสู่ต่างประเทศ ความใกล้ชิดกับสังคมเพื่อนร่วมชาติซึ่งต่างศาสนิกนั้นมีน้อยมาก ผมเองยังดีที่เกิด ในเขตเทศบาล ครอบครัว ๓ ครอบครัวที่อยู่ในเขตเทศบาลยังคลุกคลีกับคนต่างศาสนิกได้ ยังมีความรักความเข้าใจในฐานะที่เพื่อนร่วมชาติแม้จะต่างศาสนา แต่คนอีกร้อยกว่าเปอร์เซ็นต์ ที่อยู่ตามหมู่บ้านชนบทเรียน ป. ๑ ถึง ป. ๖ เรียนกับมุสลิมล้วน ๆ จบ ป. ๖ ม. ๑ ถึง ม. ๖ ก็เรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนามุสลิมล้วน ๆ อีก จบ ม. ๖ ไปเรียนต่อ ต่างประเทศมีบ้างประมาณ ๓๐๐–๔๐๐ คน แต่สิ่งที่ไม่ได้เรียนต่างประเทศมีเปึนหมื่น จบ ม. ๖ ของเอกชนสอนศาสนานั้นมีนับเปึนหมื่น คนที่สามารถเรียนต่อต่างประเทศ มีประมาณ ๒๐๐–๓๐๐ คน เพราะฉะนั้นคนอีกเปึนหมื่นคนนี้เปึนสิ่งที่รัฐบาลจะต้อง เอาใจใส่ จะต้องวางระบบการศึกษาอย่างไรที่จะให้คนเหล่านี้มีโอกาสที่จะศึกษาแล้วก็ สามารถที่จะร่วมและเข้าใจกับพี่น้องผู้ที่เปึนเพื่อนต่างศาสนิกได้นะครับ
เกิน ๑๐ นาทีแล้วนะครับ
๑๐ นาที กว่าแล้วใช่ไหมครับ
กว่าแล้วครับ
ขออนุญาต อีก ๒ ประเด็นได้ไหมครับ เพื่อไม่ให้มันขาดตอน
ในเรื่องเศรษฐกิจสั้น ๆ นะครับว่า ขณะนี้นักลงทุนที่จะลงทุนในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ไม่มีใครกล้า ผมอยากจะเสนอแนะให้รัฐบาลนี้ให้รัฐวิสาหกิจของรัฐบาล ไปลงทุนแทนแล้วก็สร้างงานที่นั่น เหมือนกับผมไปต่างประเทศ ไปดูงานหลายแห่งที่เขา พัฒนาเศรษฐกิจ เขาเอาภาครัฐมาลงทุนเพื่อให้พี่น้องประชาชนนั้นมีงานมีการทํานะครับ ในเรื่องของต้นทุนในการผลิตสินค้า จังหวัดชายแดนภาคใต้ติดกับมาเลเซีย มาเลเซีย มีน้ํามันเยอะ เปึนไปได้ไหมครับที่รัฐบาลจะได้ให้จังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนเขต ปลอดภาษีน้ํามันนะครับ ผมให้ข้อคิดเห็นกับรัฐบาล
ในเรื่องการต่างประเทศ การต่างประเทศเราต้องมองถึงโออีซี (OEC) ประเทศมุสลิมซึ่งมี ๗๖ ประเทศ และต้องมองถึงประเทศมาเลเซียที่อยู่ใกล้ชิดกับ ประเทศไทยเรา ผมอยากจะให้เราศึกษา ๒ ส่วนของต่างประเทศนี้ให้มันละเอียดชัดเจน ถ้าเราไม่ศึกษาให้ละเอียดต่อไปปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมันจะเข้าไปสู่ระดับ ต่างประเทศไปสู่ระดับสากล เพราะฉะนั้นผมถึงอยากจะให้รัฐบาลชุดนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านต้องทําความเข้าใจ ต้องเข้าใจฐานะ ความเปึนอยู่ ฐานะของรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้านของเรา บางครั้งข้อจํากัดภายในการเมือง ระหว่างของเขาเองจะมีปัญหาในการที่จะให้ความร่วมมือกับเรา เราต้องเข้าใจ เราอย่า ไปเอาความคิดของคนที่เปึนเจ้าหน้าที่บางคนมักจะมีอะไรก็สาดว่าเปึนประเทศที่อยู่ เบื้องหลังของการก่อการร้าย ผมอยากจะฝากไว้ในประเด็นสั้น ๆ เวลาก็เกินไปแล้วนะครับ ๕ นาที ก็ขอขอบคุณท่านประธานที่ได้อนุญาต ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญคุณพรสิทธิ์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่เคารพ กระผม นายพรสิทธิ์ ศรีอรทัยกุล สนช. ทําหน้าที่วุฒิสภา ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ผมได้ฟัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ของรัฐบาล มีหลาย ๆ เรื่องที่ผมได้ฟังแล้วก็รู้สึกดีใจที่ได้ให้ความสนใจนโยบายเกี่ยวกับ เรื่องพัฒนาบุคลากรทรัพยากรบุคคลแล้วก็เกี่ยวกับเรื่องของการเสริมสร้างคุณภาพชีวิต และสุขภาพด้านที่อยู่อาศัย แล้วก็องค์ความรู้ต่าง ๆ ที่จะให้กับทรัพยากรมนุษย์ตลอดจน ขยายโอกาสที่จะให้ประชาชนได้เข้าถึงแหล่งทุนเกี่ยวกับเรื่องของการพัฒนาทางด้าน การศึกษา อาชีพ แม้กระทั่งพูดถึงเรื่องของการสนับสนุนเอสเอ็มแอลแล้วก็ยังมีนโยบาย ต่างประเทศเรื่องการเงินแล้วก็การคลัง แล้วก็ยังสร้างสรรค์ถึงเกี่ยวกับเรื่องการดูแล เรื่องค่าเงินบาทเพื่อให้นักลงทุนต่าง ๆ ได้เกิดความมั่นใจในการลงทุนและทําธุรกิจการค้า ด้านการผลิตก็ยังพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของการจะสนับสนุนให้ผลิตสินค้าที่มีคุณค่ามากขึ้น แล้วก็การตลาดก็จะหาแหล่งตลาดใหม่ ๆ มากมาย แต่หลังจากที่ผมได้รับใช้ สนช. มาป้เศษ ๆ แล้วในฐานะที่อยู่ในกรรมาธิการการพาณิชย์ได้รับมอบหมายให้ทําการศึกษา เกี่ยวกับเรื่องของอุปสรรคและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องของการทําการค้า หลังจาก การศึกษามา ๑ ป้เศษ ๆ นั้นก็ได้มีการประชุมกันหลายครั้งแล้วก็รวบรวมปัญหามากมาย สิ่งที่สามารถทําได้ลุล่วงไปก็มี ยังไม่ลุล่วงไปก็มีนะครับ ประเด็นสําคัญที่ผมเปึนห่วงมาก ก็คือเรื่องของนโยบายต่าง ๆ นั้น เมื่อเรานําไปสู่ภาคปฏิบัติก็จะเกิดประเด็นปัญหาเกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่นสิ่งที่สําคัญๆ นั้นเกี่ยวกับเรื่องของการวางแผนตั้งแต่ระบบจากทางหนึ่ง ไปอีกทางหนึ่ง หรือต้นน้ําสู่ปลายน้ํานั้นบางเรื่องก็ต้องอาศัยหลายกระทรวงหลายหน่วยงาน ด้วยกันที่จะต้องบูรณาการในการที่จะทําให้เกิดขึ้น แผนงานต่าง ๆ ที่วางไว้จะไม่สัมฤทธิผล ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือ และจากประสบการณ์นั้นที่ทํางานมาใน ๑ ป้ แล้วได้เกิด การแลกเปลี่ยนกับผู้บริหารระดับสูง ก็เข้าใจว่าถ้ามีโอกาสเข้าใจและผู้นําที่ดีในแต่ละ องค์กรเข้าใจสิ่งนั้นก็เกิดขึ้นแล้วก็ทําได้สัมฤทธิผล สิ่งหนึ่งที่ผมได้ศึกษาและดูแล้วนั้น เรื่องของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่มีการวางแผนการพัฒนาประเทศชาติ ก็มีมากพอสมควร แต่มีเรื่องหนึ่งที่กําลังอ่านดูแล้วก็มีประสบการณ์ แล้วก็เห็นว่า ยังไม่สามารถหาเจ้าภาพได้ หรือผู้ที่จะดําเนินตรงนี้ได้ก็คือเรื่องของการค้า การขาย การค้านี่เราพูดกันมามากพอสมควร เพราะก็เปึนปัจจัยสําคัญเกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐกิจ โดยส่วนตัวแล้วก็อยู่ในสายอาชีพการค้ามาตลอด แล้วก็รู้ว่าปัญหาต่างๆ พวกนั้น จะเกิดขึ้นถ้าเราไม่มีการบูรณาการ โลกเรานี้เปลี่ยนแปลงไปมาก วิธีการ กฎเกณฑ์ ที่เขียนไว้ก็จําเปึน สําหรับการค้าที่ผมกําลังจะกล่าวถึงนั้น คือเรื่องของหัวข้อที่บอกว่าเรื่องอํานวยความสะดวก ในการค้า คําว่า อํานวยความสะดวกในการค้าหมายถึงเรื่องอะไรครับ หมายถึงเรื่อง กฎระเบียบหรือวิธีการปฏิบัติหรือในสิ่งต่าง ๆ พวกนี้เอื้ออํานวยและสะดวกต่อทั้งการค้า ระหว่างประเทศ ในประเทศ ต่อพ่อค้าต่าง ๆ หรือหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน กฎเกณฑ์ที่จะเขียนขึ้นมาต่าง ๆ เหล่านั้นให้เกิดความสะดวก เพื่อเปึนการลดต้นทุน อย่างที่ผมกําลังศึกษาอยู่นั้นคือเรื่องที่เขาเขียนกันพูดกันเยอะ เรื่องต้นทุนทางโลจิสติค โลจิสติคนั้นเราพูดกันมาก ทีนี้โลจิสติคเมื่อวานนี้ผมก็มีโอกาสได้ฟังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้อภิปรายหลาย ๆ เรื่อง เกี่ยวกับเรื่องของโลจิสติค โลจิสติคในความหมายนี้มันมี หลาย ๆ อย่าง โลจิสติคเรื่องของการท่องเที่ยว โลจิสติคเรื่องการค้า เรื่องการขนส่งต่าง ๆ พวกนี้มันก็คือโลจิสติคอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นดูจากจีดีพีของเราเมื่อป้ที่แล้วก็ออกมา เกือบ ๘ ล้านล้านบาท ๘ ล้านล้านบาทนั้น ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ๑.๘ ล้านล้านนั้นใช้ใน กิจกรรมของโลจิสติค แต่แน่นอนก็แบ่งออกมาเปึน ๓ ส่วนใหญ่ ๆ เรื่องของการขนส่ง เรื่องของการบริหารจัดการ รูปแบบของการบริหารนั้น ก็เกี่ยวกับเรื่องเปเปอร์ (Paper) ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในการใช้นั้น ถ้าเราคิดจริง ๆ แล้วออกมาเปึนเกือบ ๔ เปอร์เซ็นต์ เท่ากับ เกือบ ๓ แสนล้านบาท พวกนี้ก็เปึนตัวเลขที่ใหญ่มากแล้วก็เปึนต้นทุนอย่างหนึ่งที่ทําให้ เรานี้ความสามารถในการแข่งขันการค้ากับต่างประเทศ เราสามารถทําได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่ ในสิ่งเหล่านี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นผมใคร่ขอฝากจากการศึกษาของผมนั้น แล้วก็ได้ทํา สรุปรูปเล่มส่งทางสภาไปแล้ว แล้วก็หวังเปึนอย่างยิ่งที่คณะรัฐบาลชุดใหม่นี้กระผมมี ความเชื่อมั่นต่อการที่เขียนนโยบายออกมา อ่านดูแล้วคิดว่าคงจะทําได้ ถ้าเกิด ความประสานร่วมมือ แล้วก็กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เขียนไว้ก็สามารถนําไปปฏิบัติจริงได้ ยกตัวอย่างที่ผมประสบระหว่างที่ทํางานนั้นก็คือ อย่างเปึนต้นว่า อุตสาหกรรมของ การส่งออกของประเทศไทย เดิมทีเราส่งกึ่งวัตถุดิบออกไปหรือเปึนวัตถุดิบออกไปเฉย ๆ ซึ่งขณะนี้นักธุรกิจไทยได้พัฒนาในการส่งออกไปนั้นเกี่ยวกับเรื่องของสําเร็จรูปที่สามารถ ขึ้นสู่ห้างได้เลย เพราะฉะนั้นการขึ้นสู่ห้างได้เลยนั้น ถ้าเรายกตัวอย่าง ซึ่งผมเคย ยกตัวอย่างในสภาแห่งนี้ เมื่อคราวที่แล้วโดยการอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องของบาร์บีคิว (Barbecue) ไม้บาร์บีคิว ๑ ชิ้นนี้ องค์ประกอบก็มีเกี่ยวกับเรื่องของเนื้อสัตว์ เนื้อกุ้ง ผัก ผลไม้ ไม้ที่เสียบอยู่ ท่านเข้าใจไหมครับว่ากว่าจะขออนุญาตในการส่งออกได้นั้นอาจจะต้องใช้เวลาเปึนอาทิตย์ เปึนเดือนเพื่อจะขอผ่านหลายกระทรวง แม้กระทั่งกระทรวงเดียวกันเองก็ยังต้องใช้กระดาษ ในการที่จะขออนุญาตนั้นก็ใช้เวลามาก สิ่งเหล่านี้เปึนต้นทุนในการค้า ถ้าเกิดเราจะส่งเสริม การค้าส่งออกแล้ว เราจําเปึนที่จะต้องพัฒนาในเรื่องกฎระเบียบเหล่านี้ให้เกิดความสะดวก ก็หวังเปึนอย่างยิ่งที่การศึกษาของผมที่ทําไว้ ๑ ป้เศษ ๆ นั้น แล้วผมก็เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ ก็สะท้อนภาพเห็นถึงเรื่องของการวางแผน สิ่งใดที่วางแผนที่ดีนั้นแต่เมื่อนําไปปฏิบัติแล้ว ติดด้วยกฎเกณฑ์อื่น ๆ นั้น และหลาย ๆ ครั้งถ้าเปึนพระราชบัญญัติก็จําเปึนจะต้องให้ สมาชิกสภานั้นเปึนผู้กลั่นกรอง แต่ถ้าเปึนกฎระเบียบนั้นผมเชื่อว่าก็สามารถที่จะแก้ไข ในกระทรวงต่าง ๆ ได้อย่างเปึนต้นว่า เรื่องของการขนส่งคอนเทนเนอร์ (Container) ซึ่งความจริงแล้วตู้คอนเทนเนอร์นี้ประเทศไทยก็ไม่ได้ผลิต ก็ผลิตมาจากต่างประเทศ แล้วทั่วโลกเขาใช้ลักษณะสแตนดาร์ด (Standard) เดียวกัน แต่มันจะต่างกันตรงที่ว่า ความสูงจากที่เรากําหนดไว้ทางพระราชบัญญัติการจราจร เรากําหนดไว้เท่าไรก็อยู่ที่ แต่ละประเทศเขาจะกําหนดกัน แต่ตู้นั้นสูงเกือบเท่ากัน ๒.๔๐ เมตร หรือ ๒.๗๐ เมตร แล้วแต่สินค้าที่จะบรรจุ แต่อยู่ที่คัสซี (Chassis) ของรถ ความสูงของรถที่เปึนคัสซี ที่จะใส่ตู้ขึ้นไปก็วัดจากพื้นแล้ว ตามกฎหมายกําหนดไว้ ๔.๒ เมตร ซึ่งดูคัสซีแล้ว มันสูงกว่าปกติ เมื่อการวัดนี้บางครั้งเราใส่ตู้ของ ๒.๗ เมตรขึ้นไปก็เกินความสูงไป ผมเห็นรัฐบาลเขียนว่า อุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุน ก็มีรถยนต์อยู่ด้วย ในนั้นที่ผมอ่านดู แต่ไปอ่านแล้วก็ไปติดขัดที่เรากําลังทําเรื่องอยู่เหมือนกัน บังเอิญ เวลาหมดเสียก่อน แต่ก็เขียนเรื่องเปึนข้อสังเกตเอาไว้ที่จะให้รัฐบาลลองศึกษาดูว่าถ้าเผื่อ เราสนับสนุนรถยนต์ส่งออกนี้ ลองคิดดูนะครับ รถยนต์ที่ถูกขนถ่ายจากโรงงานไปสู่ ท่าเรือนั้นถ้าวัดความสูงแล้วมันสูงแค่ไหน สูงเกินนะครับ พวกเหล่านี้ผิดกฎหมาย ถ้าเผื่อ สมมุติว่าจะแก้ไขได้เรื่องนี้มันก็จะเปึนการอํานวยความสะดวกได้ ผมคงใช้เวลาของผม ๒๐ นาทีนี้ ผมขออนุญาตใช้ ๑๐ นาที เพราะว่าสิ่งที่ผมพูดนั้นก็อย่างที่ได้เรียนไว้ว่า ไม่ว่าอะไรก็ตามแต่ ถ้าการทํางานแล้วเขียนกฎเขียนเกณฑ์ไว้ดี แต่ถ้าเอาไป อิมพลีเมนท์ (Implement) แล้วไม่สามารถเกิดความร่วมมือประสานความเชื่อมโยงระหว่างกระทรวง ต่าง ๆ นั้นแล้วผมก็เชื่อว่าสิ่งที่เขียนไว้ก็คงจะเกิดความลําบาก ขอบคุณครับ
เชิญคุณอภิวัฒน์ เงินหมื่น
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิวัฒน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอํานาจเจริญ พรรคประชาธิปัตย์ สําหรับนโยบายทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ของรัฐบาลที่แถลงมา สาระสําคัญโดยสรุปคือ
ข้อที่ ๑ พัฒนาโครงข่ายสื่อสารความเร็วสูง
ข้อที่ ๒ พัฒนาอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และบุคลากรคอมพิวเตอร์
ข้อที่ ๓ พัฒนาระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์และระบบจีไอเอส (GIS) และเทคโนโลยีอวกาศ
สําหรับนโยบายดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาและแก่นความคิด ของรัฐบาลชุดนี้หลายประการ กล่าวคือ
ประการแรก ไม่มีอะไรใหม่ รัฐบาลชุดนี้เลือกที่จะเปึนผู้ตามมากกว่า ที่จะเปึนผู้นํา เพราะการพัฒนาโครงข่ายสื่อสารความเร็วสูงก็ดี การพัฒนาอุตสาหกรรม คอมพิวเตอร์และบุคลากรก็ดี หรือรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ก็ดี ล้วนแล้วแต่เปึนสิ่งที่รัฐบาล ชุดก่อน ๆ ได้ดําเนินการมาแล้วทั้งสิ้น สิ่งที่ใหม่มีเพียงข้อเดียวคือ เทคโนโลยีอวกาศ แต่ไม่แน่ใจว่าประเทศไทยพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศแข่งขันกับต่างประเทศได้มากน้อย แค่ไหน และจะเปึนประโยชน์ต่อประชากรมากน้อยแค่ไหน ข้อสําคัญคือการพัฒนา ที่ผ่านมาล้วนแต่มีปัญหา โดยเฉพาะการแย่งชิงสัมปทานและผลประโยชน์ของ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ และวาระซ่อนเร้นในการดําเนินการนโยบาย ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลชุดนี้ประเมินผลและหาแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร อาทิ เช่น ระบบ จีไอเอสของท้องถิ่นที่มีการจ้างเหมาราคาแพง การหักเปอร์เซ็นต์กันมากและการตรวจรับงาน กันไปโดยที่มีประสิทธิภาพการทํางานน้อยมาก ท้องถิ่นต่าง ๆ ในปัจจุบันล้วนแล้วแต่ มีระบบจีไอเอส แต่ใช้งานได้ไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของเปัาหมายที่ได้ตั้งไว้
ประการที่ ๒ นอกจากรัฐบาลไม่ได้คิดนวัตกรรมใหม่แล้ว รัฐบาลยังมุ่ง มองแต่เฉพาะการรวมศูนย์อํานาจของภาครัฐ ในแนวนโยบายของรัฐบาลไม่มีคําว่า เอกชนหรือท้องถิ่นหรือภาคอื่น ทั้งที่นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศจะไม่มีวันพัฒนาได้ หากไม่มีหุ้นส่วนในภาคอื่นเลย โดยเฉพาะความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีในปัจจุบันนั้น ล้วนแล้วแต่เกิดจากภาคเอกชนในต่างประเทศโดยทั้งสิ้น ยิ่งเอกชนในประเทศไทยนั้น มีปัญหาว่าจะทําอย่างไรจึงจะทําให้เกิดการริเริ่มและการพัฒนานวัตกรรมที่เหมาะสม สําหรับประเทศไทย ไม่ใช่ปล่อยให้ประเทศไทยทั้งประเทศทําหน้าที่เปึนเพียงนายหน้า นําเข้าเทคโนโลยีและเอามาขายต่อ ข้อสําคัญคือการขายยังมีการหักเปอร์เซ็นต์ หลาย ๆ ขั้นตอน รับซ้อน ทุกขั้นล้วนมีเงินงบประมาณของรัฐบาลหล่นหาย อย่างเช่นกรณี ซีทีเอ็กซ์ ๙๐๐๐ (CTX ๙๐๐๐) เปึนต้น
ประการที่ ๓ หัวใจของการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศอยู่ที่พีเพิล แวร์ (People ware) แต่รัฐบาลไม่ได้พูดถึงการพัฒนาคนเลย กล่าวสั้น ๆ คือการพัฒนาบุคลากร ให้มีศักยภาพได้มาตรฐานและสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ซึ่งแทนที่จะเปึน การรับใช้สังคม รับใช้ประเทศ หรือตอบสนองต่อความต้องการการพัฒนาระบบสารสนเทศ ในภาครัฐ กลับเขียนว่า สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ทั้งที่ความจริงแล้วตลาดเจริญไปมากแต่บุคลากรในภาครัฐและกฎหมายเท่านั้นที่ยัง ตามไม่ทันต้องไล่ตามความเจริญของตลาด เช่น กรณีความล้มเหลวของระบบโครงข่าย สายตรวจวิทยุตํารวจของสํานักงานตํารวจที่ขาดบุคลากรที่มีความรู้และความชํานาญ หรือความล้มเหลวของระบบบัญชี ๓ มิติ ที่เรียกว่า จีเอฟเอ็มไอเอส (GFMIS) ซึ่งมีงานวิจัย มากมายระบุว่าคลังจังหวัดมีบุคลากรที่มีความรู้เรื่องระบบบัญชีนี้จริง ๆ ในจังหวัดเพียง ๒ – ๓ คน และส่วนใหญ่เปึนการรู้ระดับพื้นผิว นอกจากนี้รัฐบาลยังขาดแนวนโยบาย ที่จะพัฒนาและส่งเสริมมหาวิทยาลัยให้เปึนผู้นําทางเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างแท้จริง สภาพปัจจุบันจึงอาศัยการเรียนซอฟต์แวร์ (Software) จากต่างประเทศ รัฐบาลจึงให้ มหาวิทยาลัยและแหล่งผลิตบัณฑิตทางการศึกษามีความรู้เพียงขั้นพื้นฐานและปัอน เข้าสู่ตลาดและอุตสาหกรรมแต่ขาดการวิจัยและการพัฒนาชั้นสูง
ประการที่ ๔ รัฐบาลไม่ได้พูดถึงนโยบายและการส่งเสริมเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ก้าวหน้า อาทิเช่น ระบบอิเล็กทรอนิกส์ รัฐบาลในปัจจุบันนี้พัฒนาไปไกลถึงขั้นบูรณาการ และเอาระบบบริการภาคเอกชนมาไว้ด้วยกัน รวมถึงการใช้ออกเสียงและแสดงความคิดเห็น ซึ่งเปึนประชาธิปไตยทางตรง เช่น ระบบอีดีโมเครซี (e-Democracy) ของญี่ปุ์นหรือระบบ อีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Electronics) ของเยอรมันที่นําเอาอิเล็กทรอนิกส์ เข้าไปบริหารท้องถิ่น และเชื่อมความสัมพันธ์กับชุมชน รัฐบาลเพียงแต่พูดถึงการขยายเครือข่ายความเร็วสูง ซึ่งเปึนแนวนโยบายพื้น ๆ และเปึนสิ่งที่ทําอยู่แล้ว
ประการสุดท้าย รัฐบาลไม่ได้พูดถึงการกระจายทางอํานาจทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเปึนหัวใจสําคัญของระบบการปกครองสมัยใหม่ เพราะจะทําให้การกระจายอํานาจ ไปสู่ท้องถิ่นเกิดขึ้นเปึนรูปธรรมได้ เนื่องจากการกระจายอํานาจทางอิเล็กทรอนิกส์ จะสนับสนุนให้เกิดการกระจายอํานาจทางการคลัง และการกระจายอํานาจด้านข้อมูล ข่าวสาร การตัดสินใจและการบริหารงานในระดับท้องถิ่น และการพัฒนาสังคมท้องถิ่น ให้มีความรู้ นอกจากนี้แล้วรัฐบาลยังไม่ได้กล่าวถึงการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเปึนแนวทาง การพัฒนาประเทศไทยไปสู่สังคมความรู้ได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ประโยชน์ จากข้อมูลในการกําหนดนโยบายจากระดับล่าง
ข้อที่น่าสังเกตอีกประการหนึ่งคือ รัฐบาลไม่ได้พูดเลยแม้แต่น้อยว่า เมื่อสังคมและสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปนั้น นโยบายทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จะเปลี่ยนไปได้อย่างไร เพราะโดยข้อเท็จจริงนั้นนโยบายสารสนเทศมีการแข่งขันที่ รวดเร็วมาก แต่รัฐบาลมักจะคิดเปึนสูตรสําเร็จนั่นคือการติดอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน การซื้อ คอมพิวเตอร์แจก หรือการซื้อโน้ตบุ๊ค (Notebook) แจกนักเรียน ซึ่งเปึนเพียงการแก้ไข ปัญหาในระยะสั้น ส่วนในระยะยาวแล้วก็จะไม่สามารถทําให้การพัฒนาทางด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศไทยดําเนินไปสู่ความเจริญอย่างแท้จริง นั่นคือสิ่งที่ ผมอยากจะฝากไว้สําหรับรัฐบาล โดยสรุปแล้วผมขอตั้งข้อสังเกตว่านโยบายทางด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐบาลแล้วนอกจากไม่ได้มีการคิดอะไรใหม่ ๆ ยังเปึนการเอา เทคโนโลยีที่ล้าหลังมาใช้ซึ่งจะไม่สามารถก่อให้เกิดความเจริญที่ยั่งยืน และโดยเฉพาะ กระผมซึ่งเปึนผู้แทนราษฎรของจังหวัดอีสานและทางภาคอีสานแล้วแทบจะไม่ได้รับ ประโยชน์จากนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐบาลเลย ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปในส่วนของ สนช. นะครับ ท่านทวี สุรฤทธิกุล สนช. เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ทวี สุรฤทธิกุล สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ รักษาการในฐานะสมาชิก วุฒิสภา ทําหน้าที่สมาชิกรัฐสภาในวันนี้ ก่อนอื่นผมต้องขอกราบเรียนว่าในเรื่อง การที่จะมาอภิปรายในวันนี้ ทาง สนช. ได้รับมอบหมายให้เสนอแนะ แล้วก็ดําเนินการ ในเรื่องของข้อเสนอแนะที่เปึนกลางแล้วก็สร้างสรรค์ ผมอยากจะเพิ่มเติมไปด้วยว่า ให้มีการจรรโลงประชาธิปไตยแล้วเราก็จะพูดกันด้วยเหตุด้วยผล ซึ่งก็จะช่วยส่งเสริม ในระบอบรัฐสภาของเรานี้ให้ดียิ่งขึ้น ประเด็นที่กระผมจะมานําเสนอเปึนข้อเสนอแนะ ให้แก่รัฐบาลนั้นก็อยู่ในหมวด ๘ ในเรื่องนโยบายการบริหารจัดการที่ดี โดยจะเน้นในเรื่อง ของข้อ ๘.๑.๒ ไปจนกระทั่งถึงข้อ ๘.๑.๕ ในสาระทั้งหมดนั้นกระผมก็ขอกราบเรียนว่า อาจจะเปึนการสอนหนังสือสังฆราช ซึ่งทางรัฐบาลก็คงจะรู้ดีและคงจะทําหน้าที่นั้น ไปได้ด้วยดีอยู่แล้ว แต่ในส่วนที่อยากจะมานําเสนอแนะ ซึ่งจะขอแยกแยะเปึน ๔ ประเด็นนั้น ก็จะมีในเรื่องหลัก ๆ อยู่ด้วยกันดังนี้
ประเด็นแรก ในเรื่องของนโยบาย อยากจะชื่นชมว่าในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ หมวด ๘ ที่ทางรัฐบาลพูดถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งก็รวมถึงการพัฒนาคุณภาพ ในการทํางานของข้าราชการด้วยนั้น คํากล่าวหรือนโยบายที่ออกมานั้นอาจจะดูเหมือนเปึน น้ําทิพย์ที่ชโลมใจให้กับข้าราชการเปึนอย่างมาก แต่ก็อยากจะกราบเรียนว่าในส่วนนี้ จะต้องเปึนน้ําทิพย์ที่มีผลอย่างจริงจัง อย่าให้กลายเปึนน้ํากรดที่ส่งผลในทางกัดกร่อน ให้เกิดความเสียหายต่อระบบราชการ โดยเฉพาะการให้ความหวังที่อาจจะไม่เปึนจริงได้ ที่ผ่านมาอยากจะกราบเรียนว่าข้าราชการได้รับใช้นักการเมืองหรือรัฐบาลนี้มาเปึนอย่างดี อย่างจะเห็นได้ว่าในส่วนของข้าราชการจํานวนมาก โดยเฉพาะข้าราชการระดับบริหาร ขณะนี้ก็มีความวิตกกังวล โดยเฉพาะในเรื่องของคดีความที่ถูกเข้าไปเกี่ยวข้อง ข้องแวะ อยู่ในข่ายของการทุจริตคอร์รัปชันในหลาย ๆ เรื่อง จากการตรวจสอบของ คตส. เหล่านี้ เปึนต้น เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้เราจะทําอย่างไร รัฐบาลจะทําอย่างไรในการที่จะดําเนินการ ในการที่จะใช้หรือให้ข้าราชการนั้นนํานโยบายปฏิบัติ จะต้องมีความระมัดระวังในการ ที่จะมอบหมายนโยบาย กระผมเข้าใจว่าในปัจจุบันนี้ข้าราชการมีความเฉลียวฉลาด มีความรอบรู้ในเรื่องต่าง ๆ มากขึ้น มีบทเรียนในเรื่องต่าง ๆ มากขึ้น อยากจะเห็นรัฐบาล ในการที่ทําหน้าที่เหล่านี้ด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม มอบหมายนโยบายด้วยความจริงใจ แล้วก็ดําเนินการในการที่จะพิจารณาความดีความชอบอย่างตรงไปตรงมา มิใช่มี การเลือกที่รักมักที่ชัง หรือดําเนินการเฉพาะแก่คนที่สนองต่อนโยบายของรัฐบาล แล้วก็ให้ ความดีความชอบแก่คนเหล่านั้นเท่านั้น กระผมอยากจะชี้ให้เห็นว่าที่ผ่านมานั้น ข้าราชการในกลุ่มระดับล่างที่กําลังจะไต่เต้าขึ้นไประดับบนนั้นก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในเรื่องของการประเมินผลงาน ในเรื่องของการที่จะขึ้นไปสู่ตําแหน่งต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้ก็จะมีระบบระเบียบของ กพร. ในการที่จะเข้าไปควบคุมกํากับตรงนั้น รวมทั้ง ในเรื่องการประเมินหน่วยงานของรัฐบาลด้วย เปึนภาระกับหน่วยงานราชการแล้วก็ ตัวบุคลากรของราชการเหลือเกินในการที่จะต้องประเมินผลงานขึ้นไปสู่ตําแหน่งต่าง ๆ รวมทั้งประเมินผลงานของหน่วยงานเพื่อที่จะรักษาองค์กรนั้นให้อยู่รอด เปึนภาระที่มี ความเปึนกังวลจนกระทั่งเข้าไปในส่วนของงานประจํา ที่ทําให้เกิดภาระในงานประจํา ขึ้นมาเปึนจํานวนมาก ตรงนี้ก็อยากจะให้รัฐบาลได้นําไปพิจารณาเพื่อไม่ให้เกิดแรงบีบคั้น หรือก่อภาระทุกข์ทรมานให้กับข้าราชการมาก กระบวนการในการประเมินนโยบาย หรือการทํางานของข้าราชการนั้น น่าจะมีวิธีการอื่น ๆ เข้ามาประกอบ เช่น ในยุคใหม่นั้นเราใช้การบริหารราชการแบบ ประชาชนมีส่วนร่วม น่าจะมีการรับฟังหรือนําผลความคิดเห็นของประชาชนเข้ามา ร่วมประเมินด้วย อย่างนี้เปึนต้น
ประเด็นที่ ๒ กระผมเข้าใจว่าในคณะรัฐบาลมีรัฐมนตรีจํานวนหนึ่งซึ่งเปึน คนหน้าใหม่แต่ว่าจะต้องมาดําเนินนโยบายในนโยบายเดิม ๆ หรือจะเรียกว่าเปึน สมองลูกเก่าซึ่งมีการปลูกฝังไว้ในนโยบายที่มีแต่เดิมอาจจะมาขยายต่อ กระผมเอง ได้วิพากษ์วิจารณ์นโยบายออกไปทางสื่อบ้างว่าเปึนนโยบายที่ดีแล้วก็เห็นด้วยว่า การขยายต่อนโยบายบางอย่างนั้นก็เปึนสิ่งที่มีประโยชน์ แต่อย่างไรก็ตามอยากจะให้ ความคิดเห็นเปึนข้อเสนอแนะในประเด็นนี้ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติราชการของ ข้าราชการเช่นเดียวกัน รัฐบาลจะต้องให้ความสําคัญกับการบริหารงานอย่างมีส่วนร่วม จากการที่ปรึกษาหารือกับข้าราชการอย่างรอบคอบพร้อมกับร่วมกับประชาชนในการที่จะ ดําเนินนโยบายต่าง ๆ เข้าใจว่าทุกท่านก็ได้ศึกษาในเรื่องของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ซึ่งมี บทบัญญัติในเรื่องการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ซึ่งตรงนี้เปึนการบริหารแนวใหม่ ที่รัฐบาลควรจะให้ความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามการบริหารงานของรัฐบาลนั้น จะต้องมีการระมัดระวังอยู่ใน ๒–๓ เรื่อง ผมอยากยกตัวอย่างว่าเมื่อนโยบายของรัฐบาล มอบหมายไปแล้วอาจจะมีปฏิกิริยาโต้ตอบจากทางราชการในการที่อาจจะสนอง รวมทั้ง เสนอกลับมาซึ่งความคิดเห็นในประสบการณ์ของการทําหน้าที่สมาชิกสภานิติบัญญัติ แห่งชาตินั้น ผมเห็นว่าในเรื่องของการออกกฎหมายบางเรื่องมีการครอบงําทางความคิด ของระบบราชการเข้ามาในรัฐบาลค่อนข้างมาก อย่างเช่นตอนนี้เราไม่แน่ใจในเรื่องของ ระบบการค้าระหว่างประเทศที่อยู่ระหว่างการค้าเสรีกับการปกปัองความเข้มแข็ง ของการค้าในประเทศอย่างในเรื่องของโมเดิร์น เทรด (Modern trade) กับโชห่วย ซึ่งตรงนี้ ล่ะครับในการพิจารณากฎหมายของรัฐบาลเองโดยกระทรวงพาณิชย์ได้นําเสนอประเด็น ซึ่งในความเห็นส่วนตัวของกระผมนั้นมองว่าเปึนเรื่องที่ขัดต่อหลักการการค้าเสรี แล้วนอกจากนั้นยังเปึนเรื่องของการที่พยายามจะดึงประเทศไทยเข้าไปสู่ในระบบล้าหลัง หรือในเรื่องที่ ๒ ก็คือในเรื่องนโยบายประชานิยม กระผมอยากจะเรียนถามรัฐบาล ผ่านท่านประธานไปครับว่า ในการบริหารนโยบายทั้งหลายของด้านประชานิยมนี้จะมี วิธีการในการบริหารจัดการอย่างไร มีแง่คิดอย่างนี้ครับ ในเรื่องของการบริหารนโยบาย ประชานิยมนี้จะต้องระลึกว่าอาจจะมีการดําเนินการในการจัดตั้งองค์กรหรือหน่วยงาน ในการขับเคลื่อนนโยบายเหล่านี้ออกมาเปึนพิเศษอย่างนี้ก็เปึนไปได้ หรือแม้กระทั่ง จะมีการดําเนินการในการจัดวางนโยบายนี้กระจายไปในกลุ่ม กระจายไปในพวกที่มี การจัดแจงแต่งตั้งกันไว้แล้วก็อาจจะเปึนได้ กระผมเห็นว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ล่อแหลม เปึนเรื่องที่สื่อไปในลักษณะของการที่จะทําให้นโยบายนี้บิดเบือนไป คงจะไม่ใช่ ประชานิยมแล้วครับ แต่ก็คงจะเปึนในเรื่องรัฐบาลนิยมเพื่อให้รัฐบาลนั้นได้ประโยชน์ เปึนอย่างมากเท่านั้นเอง ในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน มีอีกเรื่องหนึ่งในเรื่องของระบบราชการ กับนโยบายรัฐบาล กระผมอยากจะพูดถึงหน่วยงานที่สําคัญเปึนต้นน้ําลําธารของ ระบบยุติธรรมอย่างตํารวจ ซึ่งเมื่อเช้านี้ต้องขอประทานโทษที่จะเอ่ยนามก็คือ ท่านอาจารย์สังศิตได้กล่าวไปบางส่วน กระผมเห็นว่าในเรื่องของตํารวจนั้นเปึนสิ่งที่ รัฐบาลทั้งหลายพยายามจะใช้ประโยชน์ค่อนข้างมาก แต่เมื่อในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมา พยายามที่จะแยก ประโยชน์ของการเมืองออกจากประโยชน์ของตํารวจ ก็ปรากฏว่าถูกตํารวจนั่นเองคัดค้าน แล้วก็กลายเปึนประเด็นที่ยืดเยื้อไม่สามารถเสนอกฎหมายให้สําเร็จลุล่วงไปได้ทุกขั้นตอน อีกส่วนหนึ่งก็คือในเรื่องของกรมสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอ (DSI) กระผมเคยได้รับ ความกรุณาจากท่านอดีตรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมในรัฐบาลชุดก่อนโน้นให้เข้าไปเปึน คณะกรรมการคดีพิเศษ สมัยนั้นคดี มีประมาณ ๒๒๐ คดีสามารถสําเร็จไปได้ราว ๑๔–๑๕ คดี ปัจจุบันมีคดีไม่น่าจะต่ํากว่า ๓๐๐–๔๐๐ คดีแล้วที่รับเปึนคดีพิเศษ ตรงนี้ ก็ไม่ทราบว่าได้ดําเนินการเปึนรูปธรรมสําเร็จไปอย่างไร น่าเปึนห่วงครับ องค์กรนี้ตั้งขึ้นมา หวังว่าจะสร้างความยุติธรรมให้ในคดีใหญ่ ๆ คดีนักการเมือง คดีผู้มีอิทธิพล คดีที่เกี่ยวข้อง กับผลประโยชน์ของประชาชนจํานวนมหาศาล เงินเปึนหลายร้อยล้านบาท สิบล้านบาท ที่จะต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ว่ากลายเปึนความอืดอาดล่าช้า เปึนองค์กรระบบราชการ ขนาดใหญ่ขึ้นมาซึ่งน่าเปึนห่วง
เรื่องต่อไปก็คือ ในเรื่องคุณธรรมจริยธรรมของข้าราชการ กระผมอยากจะ กราบเรียนว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องของแม่ปูกับลูกปู เปึนเรื่องที่น่าจะเริ่มต้นจากทางฝ์ายการเมือง ที่จะต้องทําตัวเปึนแบบอย่างที่ดีด้วย เพราะฉะนั้นกระผมได้ทราบจากท่านนายกรัฐมนตรี ที่ได้กล่าวในการแถลงนโยบายว่าท่านจะเน้นย้ําในเรื่องนี้ก็รู้สึกสบายใจก็หวังว่าในการ ดําเนินการของรัฐบาลจะทําตัวเปึนแบบอย่างที่ดีแล้วก็จะทําตัวควบคุมลูกปูคือ ข้าราชการนั้นให้อยู่ในแนวทางที่ดีด้วย กระผมเห็นว่าในเรื่องของการทํางานเพื่อให้ไปสู่ คุณธรรมจริยธรรมที่ดีนั้น ระบบการตรวจสอบของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ดี รวมทั้ง ภาคประชาชนที่กําลังเข้มแข็งเติบโตขึ้นมาก็ดี ล้วนแต่เปึนสิ่งที่อาจจะส่งเสริมโดยที่รัฐบาล ต้องเข้าไปใช้ประโยชน์แล้วก็นํามาตระหนักใคร่ครวญเพื่อที่จะให้ภาคประชาชน รวมทั้ง ใช้องค์กรต่าง ๆ เข้ามาร่วมในการเสริมสร้างจริยธรรมให้แก่ระบบราชการด้วย ผมอยากจะ เล่าเรื่องการทํางานของคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ซึ่งกระผมเปึนอยู่ใน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทราบว่าขณะนี้ก็เปึนกรรมาธิการที่ทั้งฝ์ายค้านแล้วก็ฝ์ายรัฐบาล กําลังจ้องมองแล้วก็หวังจะเข้าไปมีบทบาทในคณะกรรมาธิการชุดนี้ กระผมอยากจะเห็น ความร่วมมือร่วมใจกันของทั้ง ๒ ฝ์าย ในการที่จะใช้กรรมาธิการนี้ดําเนินการสร้าง ความโปร่งใสสร้างประสิทธิภาพของการบริหารราชการ กระผมมีเรื่องค้างคาติดไว้ ๒–๓ เรื่องจากการทํางานของคณะกรรมาธิการนี้ เช่น การตรวจสอบร่างรัฐธรรมนูญ ๒๐ ล้านฉบับ ซึ่งขณะนี้เรื่องอยู่ที่สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็อยากให้ ท่านประธานฝากไปให้รัฐบาลผู้เกี่ยวข้องได้ดําเนินการต่อไปด้วย นอกจากนั้นก็ยังมี ในเรื่องของการตรวจสอบกรณีทุจริตต่าง ๆ อยู่อีกบ้าง ๒–๓ เรื่อง ซึ่งกระผมไม่มีเวลา ที่จะเสนอรายละเอียดที่นี้ได้นําเสนอไปสู่รัฐบาลแล้ว จากผลการตรวจสอบ ๒๔ เรื่อง ได้รับคําตอบจากรัฐบาลเพียง ๒ เรื่อง เพราะฉะนั้นกรรมาธิการเราจะมีความศักดิ์สิทธิ์ หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการติดตามการบริหารที่รัฐบาลจะดําเนินการต่อไปด้วย
ประเด็นสุดท้าย ในเรื่องของการพัฒนาระบบราชการ กระผมอยากจะเห็นว่า ในการที่เราจะพัฒนาระบบราชการนั้นจะต้องดําเนินการไปอย่างเปึนระบบ โดยที่จะต้องมี นโยบายที่แน่ชัด ผมยกตัวอย่างมหาวิทยาลัยในกํากับในรัฐบาลที่ผ่านมาของ พลเอก สุรยุทธ์ ก็ได้ดําเนินการผลักดันไปบางส่วนแล้วก็ยังเหลืออีกบางส่วนที่ยังต้องดําเนินการต่อไป ก็อยากทราบนโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาลด้วยว่าจะดําเนินการอย่างไรในเรื่องนี้ อีกอย่างหนึ่ง ก็คือในเรื่องของอนาคตของระบบราชการ ผมได้ฟังท่านสมาชิกรัฐสภาอภิปรายเมื่อวาน หลายท่านพูดถึงว่าระบบราชการของเรามีความซ้ําซ้อน ขาดเจ้าภาพในนโยบายต่าง ๆ กระผมก็อยากจะมีความเห็นว่าที่จริงแล้วเราอาจจะไปปรับแก้โครงสร้างไม่ได้เพราะเรา อาจจะไม่มีผู้นําที่เด็ดขาด เข้มแข็งมาฟันธงเปลี่ยนแปลงได้จากหน้ามือเปึนหลังมือ อย่างยุคก่อน แต่เราก็อาจจะใช้ลักษณะของการประสานประโยชน์ร่วมกันระหว่างองค์กร หน่วยงานรัฐบาลเหล่านั้นที่สามารถจะเปึนศูนย์กลางแล้วก็กระจายความร่วมมือเข้าไปด้วย กระผมเรียกว่าเปึนการบีบสมองแต่คลายมือ หมายถึงว่าช่วยกันคิดแต่ว่าต้องกระจาย อํานาจและผ่อนคลายอํานาจ หน่วยราชการจะต้องไปสู่การอํานวยการ การประสานงาน มากกว่าการควบคุมหรือการกํากับดูแล
ท่านประธานครับ กระผมมีประเด็นที่ทางข้าราชการฝากมาอีกประเด็นหนึ่ง ท่านสมาชิกทั้งหลายอย่างวันนี้เราประชุมนโยบาย และประมาณเดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคมก็จะประชุมงบประมาณ ข้าราชการจํานวนมากมาอัดกันแน่นอยู่ในสภา เปึนสิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะสิ้นเปลืองในหลาย ๆ เรื่อง อาจจะเปึนเรื่องเล็ก ๆ แต่มันแสดงถึง ความไม่ศิวิไลซ์ (Civilize) ในระบบงานของรัฐบาล ในการที่เราน่าจะมีการประสาน โดยเทคโนโลยีบ้าง หรือในรูปแบบของการใช้คนให้น้อยแต่ได้งานมีประสิทธิภาพให้มาก อันนี้ก็อยากจะฝากเปึนเรื่องที่ดําเนินการ อย่างเรื่องการพิจารณางบประมาณนั้นก็มี อีกส่วนหนึ่ง จะพบว่าเวลาที่เราทําข้อสังเกตมีข้อเสนอแนะอะไรไปก็มักจะถูกเพิกเฉย อย่างเช่นในเรื่องของการที่ให้หน่วยงานราชการปรับปรุงนโยบาย รวมทั้งการใช้จ่ายเงิน ต่าง ๆ ตรงนี้ก็อยากจะฝากทางรัฐบาลได้ไปดูแลกํากับให้เกิดขึ้นด้วย กระผมอยากจะพูดว่า ในการบริหารราชการนั้นเราจะต้องทําให้ระบบอํามาตยาธิปไตยนั้นผ่อนคลาย อํามาตยาธิปไตย คือเรื่องของข้าราชการเปึนใหญ่ เมื่ออํามาตยาธิปไตยผ่อนคลายประชาธิปไตยก็จะเติบโต กระผมขอกราบเรียนว่าในเรื่องของการที่พวกเราซึ่งเปึนฝ์ายการเมือง แล้วก็จะต้องไป กํากับดูแลข้าราชการนั้นก็คงจะต้องมีหลักเกณฑ์หลักการ มีอะไรที่น่าสนใจในการที่จะ ดําเนินการให้ถูกต้อง ผมเห็นอย่างหนึ่งที่ยังเปึนข้อบกพร่องตั้งแต่รัฐธรรมนูญนี้ แล้วก็ ในข้อบังคับของสภาด้วย รัฐธรรมนูญนี้ในมาตรา ๑๗๖ พูดว่าเมื่อรัฐบาลรับหน้าที่แล้ว ภายในสิบห้าวันต้องแถลงนโยบายต่อสภานี้ใช่ไหมครับ แล้วก็ต้องจัดทําแผนการบริหาร ราชการแผ่นดินตามมา แต่ในข้อบังคับ ข้อ ๑๐๓ บอกว่า ในการซักถามนโยบาย ของรัฐบาลนั้นสมาชิกสภาอาจจะซักถามและอภิปรายแผนการปฏิบัติและวิธีการที่จะ ปฏิบัติตามนโยบายนั้น ๆ ด้วยก็ได้ นี่เราไม่มีแผนการไม่เห็นแผนของรัฐบาล ถ้าเปึนไปได้ ฝากท่านประธานไปในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ เมื่อรัฐบาลมีนโยบายควรจะมีแผน การบริหารราชการแนบพร้อมมาด้วยเพื่อให้เกิดการพิจารณาซักถามในแผนการปฏิบัติ และวิธีการ กระผมได้วิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลไปว่าเหมือนกับเปึนแผนที่ ท่องเที่ยว คือเห็นแต่ภาพที่สวยงาม แต่ผมอยากจะเห็นนโยบายของรัฐบาลเปึนแผนที่ ขุมทรัพย์ เปึนลายแทงขุมทรัพย์ที่เราจะได้เห็นผลหรือสิ่งที่เปึนความมั่งคั่ง ความรุ่งเรือง ได้อย่างชัดเจน ด้วยเหตุนี้ก็อยากจะให้รัฐบาลนี้ได้ดําเนินการที่จะสร้างความหวัง ให้เกิดขึ้นเปึนจริง กระผมได้วิพากษ์วิจารณ์ตัวท่านประธานแล้วก็ตัวท่านนายกรัฐมนตรี ในหลักการในเรื่องของคุณสมบัติมาครั้งหนึ่ง ตรงนี้ก็ขอเรียนย้ําว่าบ้านเมืองเราก็ควรจะ มีหลักมีการ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมทําไปมิได้มีความขัดเคืองในส่วนตัว ก็ขอกราบเรียนครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
เวลาพอดีนะครับ ขอบคุณครับ พรรคเพื่อแผ่นดิน ท่านนิมุคตาร์ วาบา เจ้าหน้าที่ดูไมโครโฟนให้ท่านนิมุคตาร์ วาบา ด้วยครับ
ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายนิมุคตาร์ วาบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี พรรคเพื่อแผ่นดิน วันนี้ผมจะขออภิปรายนโยบายของรัฐบาลในเชิงสนับสนุน เพียงแต่ว่าจะเปึนการฝาก ให้รัฐบาลดูแลในการนํานโยบายไปสู่การปฏิบัติ ตามที่ทราบโดยทั่วไปว่าใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นระดับของคุณภาพการศึกษาอยู่ในระดับท้าย ๆ จังหวัดปัตตานีอยู่ใน ระดับท้ายสุด ซึ่งรัฐบาลได้แถลงนโยบายในข้อ ๒.๑ นโยบายการศึกษา ๒.๑.๑ ยกระดับ คุณภาพการศึกษาของคนไทยยังมีบูรณาการและสอดคล้องตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึง อุดมศึกษาทั้งในและนอกระบบการศึกษา และสร้างระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตนะครับ การที่จะยกระดับคุณภาพการศึกษานั้น ความเปึนมาการศึกษาใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ภาคเอกชนได้มีบทบาทตั้งแต่ป้ ๒๕๓๐ เปึนต้นมา ด้วยการสนับสนุนของรัฐบาล ในการที่จะให้การศึกษาที่เปึนปอเนาะเดิมซึ่งเปึนปอเนาะให้มาช่วยสอนในภาคสามัญด้วย เดิมทีสอนแต่ภาคศาสนาทําให้เยาวชนที่ไม่ได้เรียนสายสามัญและเรียนศาสนาอย่างเดียวนั้น หันมาเรียนสายสามัญ ตอนนี้ก็ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของเยาวชนในพื้นที่ที่อยู่ในระบบ การศึกษา เรียนอยู่ในสถาบันปอเนาะซึ่งปัจจุบันเรียกว่าโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม การที่จะยกระดับคุณภาพการศึกษาตรงนี้ในภาคปฏิบัตินั้นทางภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ใช้ความพยายามเนื่องจากในพื้นที่เกิดเหตุการณ์ไม่ปกติมาหลายป้ทําให้ยุ่งยาก ในการที่จะดําเนินการให้ไปอย่างทันใจและรวดเร็ว ผมอยากจะเสนอว่ามีแนวทางหนึ่ง ที่จะยกระดับคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ ๓ จังหวัด จากอยู่ท้ายสุดให้พอที่จะดีขึ้น โดยการที่ให้มีศูนย์วิชาการ ศูนย์กีฬาซึ่งรัฐบาลอาจจะตั้งในแต่ละเขตการศึกษานั้น สัก ๑ แห่ง โดยการที่รัฐบาลจะไปสนับสนุนทุกโรงเรียนนั้นคงเปึนสิ่งที่ต้องใช้งบประมาณมาก และใช้เวลามาก การที่จะปรับปรุงให้เร็วขึ้นนั้นน่าจะเปึนศูนย์วิชาการในทุก ๆ วิชา นักเรียนที่โรงเรียนรัฐบาลเองซึ่งก็มีปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพการศึกษาเช่นกัน ในระดับ ประถมศึกษาที่ครูบาอาจารย์ไม่กล้าที่จะไปสอนอยู่ในขณะนี้นั้นสามารถที่จะนํานักศึกษา ไปเรียนที่ศูนย์ ไปเรียนแล้วก็ไปเกี่ยวกับเรื่องกีฬาด้วยนะครับ ที่ศูนย์ซึ่งในต่างประเทศได้ทํามาได้ดําเนินการประสบผลสําเร็จนะครับ เราน่าจะลงทุน ตรงนี้ให้เกิดอย่างน้อยเขตพื้นที่การศึกษาละ ๑ แห่ง โดยเฉพาะการที่จะจัดคอมพิวเตอร์ ให้แก่ทุก ๆ โรงนั้นคงเปึนไปได้ยาก ต้องใช้งบประมาณเยอะ การที่มาจัดให้มีคอมพิวเตอร์ เพื่อนักเรียนได้เรียนรู้ในแต่ละเขตพื้นที่นั้นก็เปึนสิ่งหนึ่งที่น่าจะทําได้เร็วกว่าที่จะไปทํา ที่จะไปจัดที่แต่ละโรงให้มีขึ้น แล้วสําหรับบุคลากรทางการศึกษาก็เช่นกัน การที่ศูนย์ สามารถที่จะมีครูที่ดี ๆ มีผู้สอนที่ดี ๆ นั้นนักเรียนเพียงแต่เดินทางมาที่ศูนย์ก็สามารถ ที่จะเรียนรู้ที่ศูนย์ทําให้สามารถที่จะยกคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็วนะครับ
อีกประการหนึ่งเกี่ยวกับสังคมใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นที่มีปัญหา อยู่ในขณะนี้ก็คือเกี่ยวกับการไม่ได้รับความเปึนธรรมในสังคม รัฐบาลได้แถลงนโยบาย ในข้อ ๘.๒.๑ จะดูแลให้มีการปฏิบัติและบังคับใช้กฎหมายอย่างถูกต้องรวดเร็ว เปึนธรรม และทั่วถึง ตรงนี้ในขณะนี้ที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ตามที่ก่อนหน้านี้มีผู้อภิปรายว่า ได้เกิดการละเมิดในการบังคับใช้กฎหมาย เพราะฉะนั้นอยากจะฝากให้รัฐบาลช่วยดูแล ในการนํานโยบายไปสู่การปฏิบัติด้วย เหตุที่เกิดนั้นเกิดมาจากอะไร เกิดมาจากเจ้าหน้าที่ ไม่พอ หรือไม่มีคนที่มาช่วยดูแล ใน ๓ จังหวัดนั้นส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่องกฎหมาย เพราะฉะนั้น ขอฝากผ่านท่านประธานไปสู่รัฐบาลนะครับ
หมดเวลาแล้วครับ เมื่อกี้เผื่อให้ เรียบร้อยแล้วครับ
ขอบคุณครับ
ท่านศิริโชค โสภา เชิญท่านต่อ เลยครับ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภา กระผม นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมได้รับมอบหมายจากพรรคประชาธิปัตย์ให้อภิปรายนโยบาย ของรัฐบาลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนโยบายเทคโนโลยี และสารสนเทศ ซึ่งต่อไปนี้ผมจะเรียก สั้น ๆ ว่า นโยบายไอซีที (ICT) ผมเองก็พยายามที่จะดูว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความสําคัญ กับนโยบายด้านไอซีทีแค่ไหนอย่างไร ก็พยายามพลิกอ่านในคําแถลงนโยบายของ คณะรัฐมนตรีก็พบว่ารัฐบาลได้บรรจุไว้ในหน้า ๑๗ แต่ก็บรรยายไว้ใน ๓ ห้วข้อสั้น ๆ ๓ ย่อหน้าก็คือ ๓.๕.๑ ๓.๕.๒ และ ๓.๕.๓ ซึ่งก็รู้สึกผิดหวังแล้วก็เสียดายว่ารัฐบาลนี้ ให้ความสําคัญกับนโยบายไอซีทีนี้น้อยมาก ซึ่งผิดกับขององค์การระหว่างประเทศ อย่างเช่นของคณะกรรมการการค้าและการพัฒนาขององค์การสหประชาชาติหรือที่ เรารู้จักกันในนามอังค์ถัด (UNCTAD) ซึ่งหน่วยงานนี้ให้ความสําคัญกับนโยบายในด้าน ไอซีทีเปึนอย่างมาก มีรายงานหนาถึงเกือบ ๔๐๐ หน้า แล้วก็สรุปได้ชัดว่าเทคโนโลยี ดังกล่าวจะเปึนแรงผลักดันที่สําคัญต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ นอกจากนี้ในรายงาน ก็ยังกล่าวไปถึง อันดับที่แต่ละประเทศประชาชนสามารถเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ สําหรับประเทศที่กําลังพัฒนาอย่างประเทศไทยก็สามารถเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ความเร็วสูง หรือที่เรารู้จักกันในนามบอร์ด แบนด์ (Board band) นี้ก็คือที่อันดับประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็น่าเปึนห่วงครับ แต่ผมไม่แน่ใจครับว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ได้อ่านรายงานของอังค์ถัดหรือยัง แต่ผมเชื่อว่าท่านยังไม่ได้อ่านหรอกครับ เพราะท่านเอง ก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้ามาในกระทรวงนี้ตั้งแต่ต้น ผมคงจะไม่ย้อนอดีตว่ามีการต่อรอง ตําแหน่งรัฐมนตรีไอซีทีนี้ที่ฮ่องกงอย่างไร หรือมีการลงขันในประเทศไทยอย่างไร เพราะถือว่าเปึนเรื่องในอดีตไปแล้ว วันนี้เราจะมาพูดถึงปัจจุบัน เพราะปัจจุบันคนที่เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทรวงไอซีทีก็คือท่านมั่น พัธโนทัย สิ่งที่ต่อไปท่านต้องทําคือ ท่านต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับแวดวงไอซีที สร้างความเชื่อมั่นให้กับข้าราชการ ในกระทรวงไอซีที ก็เปึนเรื่องที่น่าเสียดายเปึนอย่างมาก เพราะวันแรกที่ท่านมั่น พัธโนทัย เข้าไปรับตําแหน่ง เข้าไปทํางานในกระทรวง ท่านก็ได้ยอมรับสารภาพกับข้าราชการ ในกระทรวงไอซีทีแล้วก็ผู้บริหารในหน่วยงานที่อยู่ในการกํากับดูแลของกระทรวงไอซีทีว่า ท่านไม่ตั้งใจมารับตําแหน่งในกระทรวงไอซีที ยอมรับช่วยงานได้แค่บางส่วน ผมขออนุญาต ท่านประธานอ่านคําให้สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์แนวหน้าในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ท่านให้สัมภาษณ์อย่างนี้ ตอนแรกตนไม่ได้เตรียมตัว เนื่องจากไม่คิดว่าจะมาอยู่กระทรวงนี้ แต่ในเมื่อตกลงกันไม่ได้ตนจึงมาเอง ท่านประธานครับ ช่วยกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่า วันนี้รัฐมนตรีไอซีทีชื่อ มั่น พัธโนทัย ไม่ว่าท่านจะชอบหรือไม่ชอบ จะถูกบังคับหรือไม่ ท่านต้องเก็บไว้ในใจ แต่ท่านกลับมายอมรับสารภาพต่อหน้าสื่อมวลชน ต่อหน้าสาธารณชน แล้วอย่างนี้ท่านจะสร้างความมั่นใจให้กับชาวไอซีทีอย่างไรครับ ซึ่งตรงนี้ผมเรียกว่า เปึนเวรกรรมของกระทรวงนี้ เพราะตั้งแต่ต้นเกิดมาก็ไม่ใช่เพื่ออะไร เพื่อผลประโยชน์ ของประเทศชาติ เกิดมาก็เพื่อจะไปแก้ปัญหาให้กับบริษัทมือถือบริษัทหนึ่ง ซึ่งผมเอง ก็ไม่มีอคติกับบริษัทมือถือแม้ว่าจะมีบริษัทในเครือฟัองร้องเรียกค่าเสียหายจากผม เปึนเงิน ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่สุดท้ายก็มีการยืดเยื้อคดีไป ๔–๕ ป้ แต่ก็เปึนเพียงแค่ ฟัองเพื่อแก้เกี้ยว เพราะสุดท้ายโจทก์ก็ถอนฟัองไปโดยไม่มีเงื่อนไข แต่ในข้อเท็จจริง กระทรวงนี้ตั้งขึ้นมาเพื่ออย่างนี้จริง ๆ ครับ ไปแก้กฎหมายในเรื่องของภาษีสรรพสามิตแล้ว ก็ประสบความสําเร็จ ถือว่าเปึนชิ้นงานโบแดงสําหรับกระทรวงไอซีทีนี้ และเจ้ากระทรวง คนเดิมก็ได้รับปูนบําเหน็จบํานาญได้เปึนถึงเลขาธิการพรรค ได้เปึนถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังควบรองนายกรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนนี้ว่า ในเรื่องของภาษีสรรพสามิตเปึนเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์ติติงมาตลอด เราไม่เห็นด้วย แล้วเราก็คัดค้าน แต่ว่าสรุปสุดท้ายวันนี้เกิดอะไรขึ้น ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าเมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๐ คณะรัฐมนตรีของ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้มีมติอย่างเปึนทางการให้ปรับลดภาษีสรรพสามิตกิจการโทรคมนาคมเหลือ ศูนย์เปอร์เซ็นต์ และเหตุผลที่ให้ก็เปึนอย่างนี้ เนื่องจากกระทรวงไอซีทีเล็งเห็นว่า ตลอดระยะเวลา ๔ ป้ที่ผ่านมา หน่วยงานทั้งสองหน่วยงานได้จ่ายภาษีสรรพสามิต ให้กับเอกชนเปึนเงินเกือบ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยการออกพระราชกําหนดภาษีสรรพสามิต ในครั้งนั้นเปึนมติ ครม. ของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งทําให้ หน่วยงานของรัฐเสียเปรียบเปึนอย่างมาก ผมก็ต้องถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ไอซีทีนะครับว่าวันนี้ท่านกล้าลุกขึ้นยืนยันกลางสภาไหมว่าท่านจะยืนตามมติ ครม. ชุดนี้ หรือว่าท่านจะแก้อีกครับ แก้เพื่อเอื้ออํานวยผลประโยชน์ให้กับบริษัทมือถืออีกไหม ก็กราบเรียนท่านรัฐมนตรีช่วยยืนยันกับสภาแห่งนี้ด้วย แล้วเรื่องที่ผมต้องพูดต่อไปก็คือ เรื่องที่ทางกระทรวงไอซีทีนี้ได้ทําการส่งกฎหมาย ได้ทําการส่งสัญญาหลาย ๆ ฉบับ ให้กฤษฎีกาได้ตีความ แล้วกฤษฎีกาก็ได้ส่งกลับมาอยู่ ๒ เรื่องแล้ว ก็คือเรื่องสัญญา ร่วมทุนกับจัสมิน (Jasmin) แล้วอีกชุดหนึ่งก็คือสัญญาของบริษัททรู (True) ซึ่งทั้งสอง กฤษฎีกาเขาตีความหมายว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายนะครับ ก็ยังเหลืออีกหลาย ๆ สัญญาน ไม่ว่าจะเปึนสัญญาของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (Advance Info Service) หรือเอไอเอส (AIS) สัญญาของบริษัท โทเทิล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (Total Access Communication) ในเรื่องการแก้ไขอายุสัญญาสัมปทานและส่วนแบ่งของรายได้ ก็อยากถามท่านรัฐมนตรีครับว่าเรื่องเหล่านี้ท่านจะจัดการอย่างไร กระผมกราบเรียน ท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่ากระผมเปึนห่วงภาพพจน์ของกระทรวงไอซีทีเปึนอย่างมากค เพราะตั้งแต่ตั้งมามีแต่เรื่องฉาวโฉ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ไปค้าความฟัองร้องกับเอกชน เปึนจํานวนมาก ทั้ง กสท. ทั้ง ทศท. นี่ฟัองกันดะไปหมด เหตุที่เปึนอย่างนี้ก็เพราะว่า ท่านไม่ได้ยึดหลักผลประโยชน์ของประเทศ ทุกโครงการส่วนใหญ่ที่ท่านลงทุนไปส่วนใหญ่ จะไม่คุ้มค่าแล้วก็ไม่โปร่งใส สุดท้ายแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือจะมีผู้รับเหมานี่แหละครับ มาล็อบบี้ (Lobby) มาวิ่งเต้นให้เกิดการล็อกสเปกขึ้น เมื่อล็อกสเปกแล้วก็ฮั้วการประมูล เมื่อฮั้วการประมูลเสร็จชนะการประมูลไปแล้ว ก็จะมีอีกฝ์ายหนึ่งมาร้องเรียนให้ล้ม การประมูล เมื่อล้มการประมูลเสร็จก็ฟัองร้องเกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้แหละครับซึ่งเปึนปัญหา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีคงจะต้องเข้ามาแก้ไขให้มันเกิดความชัดเจน เราจะได้ พัฒนาระบบสารสนเทศของประเทศไปได้ ผมก็ขออนุญาตท่านประธายกตัวอย่างสด ๆ ร้อน ๆ ให้ท่านประธานได้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับกระทรวงไอซีที เกิดอะไรขึ้นกับ ทศท. ในมือผมเปึนเอกสารลับฉบับหนึ่ง เปึนเอกสารลงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๐ เลขที่ ทีโอที ชน ๔/๕๘๔ กว่าจะได้เอกสารนี้ด้วยความยากลําบาก เรื่องรายงานผลการจัดหางาน จ้างเหมาติดตั้งระบบโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคม โครงการศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร ถนนแจ้งวัฒนะ ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีคงทราบสิครับว่าศูนย์ราชการแห่งนี้จะเปึน จุดศูนย์รวมของหน่วยงานราชการที่จะต้องเข้าไปทํางาน ศูนย์ราชการนี้การวางระบบ โครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมต้องเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้ เพราะว่าหน่วยงานแรก ที่จะเข้าไปใช้ก็คือศาลปกครอง ท่านทราบไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้น คณะกรรมการจัดซื้อ จัดจ้างสรุปว่าจะต้องซื้อจากบริษัทบริษัทหนึ่งเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนธันวาคม ป้ ๒๕๕๐ แต่ปรากฏว่ามันไปขัดผลประโยชน์กับผู้มีอํานาจ เขาก็เลยจ้องที่จะล้มการประมูล ก็เลยมีการยืดเยื้อจนถึงวันนี้ เดือนกุมภาพันธ์ก็ยังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้าง ใครจะผิด ใครจะถูกไปว่ากันครับ แต่สิ่งที่ตามมาก็คือว่าโครงการนี้เกิดความล่าช้า โครงการนี้ เกิดความล้มเหลวขึ้น วันนี้ถามว่าศาลปกครองจะเข้าไปอยู่เดือนเมษายนจะใช้โทรศัพท์ อะไรครับ จะใช้อินเทอร์เน็ตอย่างไร เพราะผมถามเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่าหลังจากจัดซื้อ จัดจ้างแล้วท่านต้องใช้เวลาอีกกี่วันกว่าจะติดตั้งระบบเสร็จ เขาบอกว่าต้องใช้เวลา อีก ๑๒๐ วัน นับจากวันนี้บวกไป ๑๒๐ วัน ก็เกือบเดือนมิถุนายนไปแล้ว เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีว่าสิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่มีปัญหา เปึนอย่างมากกับการพัฒนาระบบสารสนเทศ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ท่านตั้งสติให้มั่น เหมือนชื่อของท่าน มั่น พัธโนทัย วันนี้ท่านจะต้องวางนโยบายระบบสารสนเทศ เพราะถือว่าเปึนหัวใจหลักของประเทศ วันนี้ท่านจะต้องจัดการกับระบบความไม่โปร่งใส วันนี้แวดวงไอซีทีเขาขนานนามกระทรวงไอซีทีว่ามีมาตรการอยู่ ๒ อย่างครับ เขาเรียกว่า ๒ ต ต แรก ตัดตอน ต ที่ ๒ ตีกิน เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านต้องสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ๒ ป โปร่งใสและปฏิบัติได้ ผมกราบเรียน ท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีครับ เรื่องข่าวลือมันมีเยอะ แล้วเยอะจริง ๆ เพราะหน่วยงานนี้เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มากมายมหาศาล แล้วล่าสุด ก็มีข่าวมาถึงหูผมในฐานะที่เปึนฝ์ายค้านว่าจะมีการเซ็งลี้ตําแหน่งประธานบอร์ดกันครับ ทั้ง กสท. ทั้ง ทศท. ผมก็กราบเรียนท่านรัฐมนตรีช่วยไปดูหน่อยครับ เขาบอกมีมือที่ไม่เห็น เข้ามาจัด แล้วมือที่ไม่เห็นนี่ขอเงินด้วย แล้วขอเงินไม่ใช่น้อย ๆ ประธานบอร์ดก็บอกว่า ขอเงินตําแหน่งละ ๓๐ ล้านบาท ผมไม่ทราบว่าเปึนข้อเท็จจริงอย่างไร แต่เชื่อว่าภาพลักษณ์ อย่างนี้ท่านควรจะจัดการให้เรียบร้อยเสีย ผมก็กราบเรียนท่านประธานอีกครั้งว่าพวกเรา ที่อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ เราตั้งใจครับ เรายึดมั่นในหลักการเพื่อรักษาผลประโยชน์ ให้กับประเทศชาติ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนเลยว่าอันไหนที่ท่านทําดีเราก็สนับสนุน แต่อันไหนที่เราเห็นว่ามันส่อไปในทางทุจริตคอร์รัปชันเราติดตามแน่นอน แล้วก็หวัง เปึนอย่างยิ่งว่าผมกับท่านคงจะไม่เจอกันในงานอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขอบคุณครับ
ต่อไปท่านอัศวิน วิภูศิริ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายอัศวิน วิภูศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคชาติไทย ท่านประธานครับ เรื่องที่ผมจะพูดเปึนนโยบาย ข้อ ๔.๕ ๔.๖ และข้อ ๔.๗ ผมก็คงจะไม่ต้องเสียเวลาที่จะอ่านนโยบายในข้อนั้นให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้รับฟัง เพราะทุกท่านก็มีอยู่ในมือแล้ว ผมดีใจที่รัฐบาลได้ให้ความสําคัญกับด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องของเสียจากภาคอุตสาหกรรมที่เปึนขยะอันตราย ซึ่งมีทั้งที่เปึนอันตราย และไม่อันตราย ผมจะพูดเฉพาะเรื่องขยะอันตรายที่เกิดจากภาคอุตสาหกรรมการผลิต ที่ทั่วโลกเรียกว่า ฮาซาร์ด เวสท์ (Hazard waste) ประเทศไทยได้มุ่งการพัฒนาประเทศ และพัฒนาเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยรัฐบาล ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ มาจนถึงรัฐบาลปัจจุบัน เราก็ยังส่งเสริมการลงทุนทั้งด้านอุตสาหกรรมการผลิตต่าง ๆ อย่างมากมาย ท่านประธานครับ เมื่อเรามีอุตสาหกรรม มีการลงทุนมาก สิ่งที่ตามมาก็คือ ขยะที่เกิดขึ้นจากการผลิต มีทั้งขยะอันตรายและไม่อันตรายตามที่ผมกล่าวมาแล้ว ขยะที่ไม่อันตรายนั้นไม่เปึนไรครับ แต่สําคัญอยู่ที่ขยะอันตรายนั้นมีความสําคัญมาก เราขาดการบริหารจัดการขยะอันตรายเหล่านี้อย่างถูกวิธี ป้หนึ่งเรามีขยะที่เปึนอันตราย ๑ ล้าน ๘ แสนตันต่อป้ อันนี้เปึนข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แต่ขยะเหล่านี้เข้ามาบําบัดอย่างถูกวิธีเพียงประมาณ ๔ แสนตัน อันนี้เปึน ข้อมูลจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม อีก ๑ ล้าน ๔ แสนตันหายไปไหน ๑ ล้าน ๔ แสนตัน เปึนสสารที่ไม่สูญหายไปจากโลกแน่นอน สมมุติว่าถ้าหากมีการนําไป ฝังกลบอย่างไม่ถูกวิธี คือไม่ได้มีการบําบัดก่อน แล้วนําไปฝังกลบ ในอนาคตอาจจะเปึน ภัยอย่างใหญ่หลวงจนสุดที่จะสามารถเยียวยาได้ ถ้าขยะเหล่านี้ถูกนําไปฝังกลบโดย ไม่ทําลายฆ่าพิษเสียก่อน เช่น นําไปฝังกลบกับขยะบ้าน ขยะเทศบาลต่าง ๆ ซึ่งเราก็ ไม่สามารถจะแยกแยะและดูแลได้ ในเมื่อมันปนกันไปแล้วหรือไปขุดหลุมฝังและซ่อนอยู่ ในที่ใดที่หนึ่ง ในระยะเวลา ๑–๑๐ ป้อาจจะไม่เห็นผลแต่อาจจะต้องใช้เวลา ๑๐–๒๐ ป้ เมื่อสารพิษเหล่านี้ได้ละลายและซึมลงไปในดินจนลงไปถึง ชั้นน้ําใต้ดินเจือปนกับน้ําใต้ดินและทําให้น้ําใต้ดินนั้นเปึนพิษ น้ําใต้ดินนั้นเชื่อมโยงถึงกัน ทั่วไปหมด แล้วเมื่อนั้นน้ําใต้ดินก็ไม่สามารถจะนําขึ้นมาใช้ได้ก็จะสร้างความเดือดร้อน แก่ประชาชนที่จะต้องบริโภคน้ําใต้ดิน หรือเมื่อบริโภคไปแล้วก็จะได้รับสารพิษนั้นเข้าไป ทําให้เกิดเปึนโรคมากมายและเปึนอันตรายอย่างใหญ่หลวงต่อสุขภาพ ผมจะยกตัวอย่าง ในต่างประเทศซึ่งเปึนตัวอย่างสารพิษจากปรอท เช่น โรคมินาโมตะในญี่ปุ์น ป้ ค.ศ. ๑๙๕๙ หลังจากสิ้นสุดสงครามโลกได้มีการพัฒนาประเทศโดยการพัฒนาอุตสาหกรรม อย่างมากมาย และมีหมู่บ้านหนึ่งชื่อหมู่บ้านมินาโมตะเปึนหมู่บ้านเล็ก ๆ ทางตอนใต้ ของเกาะประเทศญี่ปุ์นซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่นั้นก็มีอาชีพเปึนชาวประมง แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู่มากมายบนเกาะนั้น วันหนึ่งมีชาวบ้านมาหาหมอเปึนโรค ประหลาดเกิดขึ้นซึ่งไม่เคยพบมาก่อน บางคนก็เดินทรงตัวไม่ได้ แขนสั่น ขาสั่น ปวดท้อง ชาตามแขนตามขาทั่วไปก็ไม่รู้ว่าเปึนเพราะอะไร จนกระทั่งมีชาวบ้านสังเกตเห็นว่าปลา ในน้ําว่ายหงายท้อง นกกินปลาที่บินอยู่บินแล้วหัวทิ่มลงน้ํา แมวของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้ เดินสั่นแล้วก็เซก็เปึนเหมือนกับประชาชนบนเกาะนั้นเช่นกัน สุดท้ายก็ไปตรวจพบว่า ปลาเหล่านั้นได้รับสารพิษไปอย่างมาก เนื่องจากว่ามีโรงงานแห่งหนึ่งได้ปล่อยน้ําเสีย ลงไปในทะเลและทําให้เกิดเปึนพิษแก่ปลาที่อยู่ในน้ํา แล้วประชาชนก็ไปจับปลามากิน ก็ทําให้เกิดเปึนโรคซึ่งเรียกว่า โรคมินาโมตะ คือทั้งหมู่บ้านเปึนหมดและไม่สามารถ ที่จะรักษาหายได้ นี่ผมชี้ให้เห็นว่าเปึนภัยอย่างใหญ่หลวงจากสารพิษอันตรายเหล่านี้ ที่ประชาชนจะบริโภคเข้าไปแล้วเราก็สุดที่จะเยียวยาได้ ประเทศไทยก็มีเช่นเดียวกัน ที่ห้วยคลิตี้ ห้วยคลิตี้นี่อยู่ที่อําเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรีเรานี่เอง มีการทําเหมืองแร่ อยู่บนเหนือห้วยแล้วก็ใช้น้ําแต่งแร่ เขาเรียกว่าแต่งแร่ก็คือโดยการล้างแร่ให้สะอาดก่อน เพื่อที่จะลดน้ําหนักในการขนบรรทุก แล้วน้ําเหล่านั้นก็ไหลมาตามห้วยนั้นเรียกว่า ห้วยคลิตี้ ชาวบ้านที่อยู่ข้างล่างห้วยก็บริโภคน้ํานั้นก็เปึนลักษณะเดียวกัน ก็มีอาการ แขนขาสั่น บริโภคอาหารกินอาหารไม่ได้เพราะเนื่องจากว่าลําไส้เกิดการบีบตัวจาก สารตะกั่วที่รับเข้าไป ทุกวันนี้ที่กระทรวงอุตสาหกรรมก็ยังมีกองทุนห้วยคลิตี้อยู่ที่จะต้อง เยียวยาคนเหล่านี้ และมีข้อมูลว่าหากจะย้ายชาวบ้านเหล่านี้ออกไปโดยใช้เงื่อนไข เดียวกันกับที่เขื่อนราษีไศลต้องใช้เงินถึง ๗๐๐ กว่าล้านบาท นี่แหละครับจึงเห็นว่าเปึน การเสียหายอย่างใหญ่หลวงถ้าหากว่าเราไม่มีการบริหารจัดการขยะอย่างถูกต้อง ขยะเหล่านี้มีทิ้งอยู่ดาษดื่นทั่วไปเพราะเราขาดการที่จะจัดการ ในโรงงาน ๆ หนึ่งนั้น เมื่อมีวัตถุดิบเข้ามาจํานวนกี่ตัน เช่น วัตถุดิบเข้ามา ๑๐๐ ตัน แล้วผลิตเปึนสินค้าออกไป ๙๕ ตัน เราสามารถคํานวณได้แน่นอนครับว่าอีก ๕ ตันนั้นจะต้องเปึนขยะหรือเปึนสิ่งที่เหลือ ที่จะต้องนําไปทิ้ง ถ้าหากว่าเปึนสิ่งที่เปึนพิษก็ต้องนําไปกําจัดอย่างถูกวิธี ถ้าสิ่งที่ไม่เปึนพิษ ก็ไม่เปึนไรนําไปฝังกลบได้ ดังจะเห็นเคยมีข่าวอยู่เรื่อย ๆ ที่จังหวัดอยุธยาก็มีการทํา ลักษณะเช่นนี้ที่มีเด็กรับจ้างลงไปลอกท่อแล้วตายในท่อของโรงงาน ๓ คน นั่นแหละครับ คือการฝังกลบที่ไม่ถูกวิธีและทิ้งเรี่ยราดทั่วไป มันอาจจะแสดงผลในอีก ๒๐ ป้ข้างหน้า แล้วจะเยียวยาไม่ได้ ข้อเสนอแนะครับ ปัจจุบันนี้มีกรมอยู่ ๒ กรมที่รับผิดชอบคือ กรมโรงงานอุตสาหกรรมและกรมควบคุมมลพิษซึ่งอยู่คนละกระทรวง กรมควบคุมมลพิษ อยู่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ที่ กระทรวงอุตสาหกรรม อะไรที่ออกจากท่อ ซึ่งทั้ง ๒ กรมนี้ก็ยังทํางานไม่ได้ไปในทางเดียวกัน โดยกรมควบคุมมลพิษนั้นถือว่าอะไรที่ออกจากท่อของโรงงานไปแล้ว เช่น ถ้าปล่อยน้ํา ออกจากท่อไป ควันพิษที่ปล่อยออกจากท่อไปแล้วเปึนหน้าที่ของกรมควบคุมมลพิษ จะต้องไปควบคุม แต่อะไรที่อยู่ในโรงงานที่ยังไม่ออกจากท่อไปเปึนหน้าที่ของกรมโรงงาน อุตสาหกรรม เพราะฉะนั้นเมื่อกรมควบคุมมลพิษไปตรวจพบว่าโรงงานนี้ได้มีการปล่อย น้ําทิ้งที่เปึนของเสียอันตรายเกิดขึ้น กรมควบคุมมลพิษก็ต้องรายงานไปยังกรมโรงงาน อุตสาหกรรม แล้วกรมโรงงานอุตสาหกรรมจึงจะเข้าไปดําเนินการตรวจสอบและอาจจะ สั่งป่ดโรงงานนั้น เปึนอํานาจหน้าที่ของกรมโรงงานอุตสาหกรรมไม่ได้เปึนอํานาจหน้าที่ ของกรมควบคุมมลพิษ เพราะฉะนั้นผมมีข้อเสนอแนะคือควรจะต้องบูรณาการงาน ด้านการจัดการบริหารกาก เราต้องยอมรับว่ากากขยะอุตสาหกรรมที่เปึนอันตรายนั้น นับวันจะเพิ่มมากขึ้นจะต้องมีการบริหารจัดการอย่างถูกต้องเพื่อเปึนผลประโยชน์ ในอนาคตข้างหน้าที่ไม่ให้ลูกหลานเราจะต้องมารับชะตากรรมอย่างนี้ต่อไป
ส่วนที่ ๒ รัฐบาลจะต้องส่งเสริมให้มีการวิจัย พัฒนาในเรื่องของการรีไซเคิล (Recycle) หรือรียูส (Reuse) นํากลับมาใช้ใหม่ หรือจะแปรรูปไปในสภาพอย่างไรที่ให้เกิด ประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะภาคเอกชนนั้นไม่สามารถที่จะทําการวิจัยได้ด้วยตนเอง ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เพราะเครื่องไม้เครื่องมือและผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ นั้น ในประเทศไทยก็ยังไม่เพียงพอที่จะทํางานด้านนี้ อันนั้นเปึนเรื่องของข้อ ๔.๕ และข้อ ๔.๖
อีกข้อหนึ่งที่ผมน่าสนใจมากคือเรื่องข้อ ๔.๗ ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธาน ได้ฟัง ข้อ ๔.๗ ส่งเสริมการสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการดําเนินกิจกรรม และการปรับพฤติกรรมการผลิตและการบริโภค เพื่อบรรเทาผลจากการเปลี่ยนแปลง ของสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนสนับสนุนการดําเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศ ที่จะนํามาสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ อันนี้ที่ผมจะเน้น ตรงที่ว่าสนับสนุนการดําเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศ นั่นคือผมจะกล่าวถึง อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการปัองกันมลภาวะจากเรือ ค.ศ. ๑๙๗๓ และ ค.ศ. ๑๙๗๘ หรือเราเรียกกันว่า มาร์โพ ๗๓/๗๘ มาร์โพนั้นย่อมาจาก มารีน พอลลูชัน (Marine pollution) ก็คือมลพิษที่มากับเรือ ในป้ ค.ศ. ๑๙๗๓ และป้ ค.ศ. ๑๙๗๘ ได้มีการจัดทําอนุสัญญาขึ้น ภายใต้การอุปถัมภ์ขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศเพื่อปัองกันการรักษาสภาพแวดล้อม ทางทะเลและชายฝัืงให้ปลอดภัยจากมลภาวะที่เกิดจากเรือทุกประเภทที่มีต่อสภาพแวดล้อม ทางทะเลและมลภาวะจากน้ํามันหรือสารเปึนอันตราย เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ป้ ๒๕๒๖ ปัจจุบันมีประเทศที่เปึนภาคีสมาชิก ๑๔๓ ประเทศ ประเทศไทยได้เข้าเปึนสมาชิก ด้วยคณะรัฐมนตรีและรัฐสภามีมติเห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าเปึนภาคีสมาชิกเมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๔๐ เดือนกุมภาพันธ์ และเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๒ ตามลําดับ โดยต้องมี การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องบางฉบับเพื่อให้เปึนไปตามข้อบังคับของอนุสัญญาคือ ป้ ๒๕๕๐ เราจะเข้า แต่เรายังไม่สมบูรณ์จนกว่าเราจะแก้ไขกฎหมายได้นะครับ ได้มีการดําเนินการแก้ไขและเพิ่มเติมข้อบังคับให้สอดคล้องกัน คือข้อบังคับว่าด้วย การตรวจเรือตามมาตรา ๑๖๑ พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ําไทย และการแก้ไข พระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ. ๒๔๘๑ เพื่อให้สามารถลงโทษเรือไทยที่ไปกระทําความผิด ยังนอกประเทศได้ อนุสัญญานี้ก็มีข้อบังคับเกี่ยวกับมลพิษทั้งจากน้ํามัน มลพิษจาก สารเหลวมีพิษ มลพิษจากสารอันตราย มลพิษจากน้ําเสียในเรือ มลพิษจากขยะในเรือ และมลพิษทางอากาศ โดยหลักการก็คือว่ามีการจํากัดปริมาณของเสียที่เรือนั้น จะสามารถปล่อยทิ้งลงทะเลได้ มีมาตรการนะครับ การก่อสร้างคือเรือจะต้องติดตั้ง อุปกรณ์ที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถเก็บของเสียไว้ในเรือได้อย่างปลอดภัย และเมื่อเข้าถึง ท่าเรือจะต้องสามารถสูบถ่ายสิ่งเหล่านั้นขึ้นมาสู่อุปกรณ์รองรับบนฝัืงเพื่อกําจัดอย่าง ถูกต้องต่อไป ก็คือเรือใดที่สร้างมาก่อน ค.ศ. ๑๙๗๓ และ ค.ศ. ๑๙๗๘ นั้นก็จะต้องไปดําเนินการแก้ไข ปรับปรุงเรือ สร้างห้องเก็บขยะ เก็บสิ่งปฏิกูลและของเสียอันตรายเหล่านี้ไว้ในเรือ ให้เพียงพอ และที่สําคัญคือ ข้อกําหนดให้ท่าเรือทุกท่าเรือที่เปึนภาคีต้องจัดเตรียม อุปกรณ์รองรับให้เพียงพอโดยไม่ต้องเสียเวลานาน ก็คือว่าท่าเรือทุกท่าเรือที่เปึนภาคีนี้ จะต้องสร้างเครื่องดูดของเสียออกจากเรือ โดยมีการต่อท่อไปยังท่าเทียบเรือทุกท่า แล้วก็ พร้อมกับมีโรงงานที่จะดูดเรือเข้ามาอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างสิงคโปร์ เมื่อเรือจอด เทียบท่าปัูบก็จะมีการดูดกําจัดของเสียได้ทันที และทางการท่าเรือของสิงคโปร์จะชาร์จ (Charge) ค่าบําบัดทันทีเลย เช่น เรือขนาดนี้มีระวางขับน้ําขนาดนี้จะเดินทางมาเปึน ระยะเวลาเท่านี้ จะต้องมีของเสียกี่ตัน สามารถกําหนดได้ เช่น ๑๐๐ ตัน เขาจะชาร์จทันที เมื่อเรือเทียบท่า เช่น ๑๐,๐๐๐ เหรียญ โดยที่จะมีของเสียมาหรือไม่ นั่นคือ มินิมัม (Minimum) ขั้นต่ําจะต้องมีทันที แต่ถ้ามากกว่านั่นก็จะต้องจ่ายค่าบําบัดตามความเปึนจริง นี่ละครับคือมาตรฐานของท่าเรือทั่วไปที่เขาได้ทํากันแล้ว แต่ประเทศไทยเรายังไม่มีสิ่งนี้ เกิดขึ้นทั้งที่เราได้ไปเซ็นสัญญา อนุสัญญาภาคีตรงนี้เรียบร้อยแล้วเรียกว่า อนุสัญญา มาร์โพล (Marpol) แต่ยังไม่มีการปฏิบัติเกิดขึ้นทุกท่าเรือ เพราะฉะนั้นถามว่าแล้วขยะ ที่มากับเรือทุกวันนี้ทําอย่างไร ก็คือเมื่อเรือระหว่างรอเทียบท่าอยู่ก็จะมีการปล่อยปละละเลย ให้นําเรือเล็กไปรับจ้างขนถ่ายขยะกัน ที่สําคัญคือนําไปบําบัดอย่างไม่ถูกวิธี ไม่มีการบําบัด ทําลายฆ่าพิษต่าง ๆ และรวมทั้งเราก็ต้องสูญเสียเงินตราระหว่างประเทศที่เราจะได้รับ เข้ามาเปึนของรัฐบาลในการท่าเรือที่จะนําไปกําจัดอย่างถูกวิธีได้ และที่สําคัญคือเราจะ ไม่ถูกชาวโลกตําหนิเราว่าเราเปึนท่าเรือที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอันนี้ผมก็จะขอฝากไปยัง รัฐบาลว่าขอให้ให้ความสําคัญกับเรื่องของอนุสัญญามาร์โพล หรือมารีน พอลลูชัน อันนี้ จะเปึนประโยชน์แก่ประเทศไทยอย่างยิ่ง และที่สําคัญคือเราก็จะได้รับการเชิดหน้าชูตาว่า เปึนประเทศที่ทันสมัยของโลก เวลานี้มีเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่ไม่มี ในท่าเรือนั้นไม่ได้ ติดตั้งสิ่งเหล่านี้ ประเทศไทยเปึนหนึ่งในประเทศนั้นครับ นอกนั้นทุกท่าผมเคยศึกษามาว่า มีหมดแล้วทั่วโลก และที่มาตรฐานที่สุดถ้าหากว่าจะไปดูงาน ดูได้ที่ประเทศสิงคโปร์ครับ มีระเบียบและมีแบบแผนมีการปฏิบัติงานอย่างดี มีมาตรฐานที่ทั่วโลกยอมรับ ขอบคุณครับ
ลําดับต่อไป ในส่วนของสนช. พลตํารวจโท สมศักดิ์ แขวงโสภา เชิญครับ
พลตํารวจโท สมศักดิ์ แขวงโสภา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ : กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา กระผม พลตํารวจโท สมศักดิ์ แขวงโสภา สมาชิกสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ ทําหน้าที่วุฒิสมาชิกและสมาชิกรัฐสภา ในช่วงนี้ผมขออภิปรายในนโยบายเร่งด่วน ที่จะดําเนินการในป้แรก คือป้งบประมาณ ๒๕๕๑ ของรัฐบาลใน ๒ หัวข้อด้วยกันครับ ข้อที่ ๑ ก็คือการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟุ๋นฟูประชาธิปไตย และข้อที่ ๒ ก็คือการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จริง ๆ แล้ว ในข้อที่ ๑ กับข้อที่ ๒ มีความเกี่ยวข้องกัน ถ้าเผื่อว่ายังไม่มีความรัก ความสามัคคี ยังไม่มี ความเปึนอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่มีทางที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤติของชาติได้ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งปัญหาวิกฤติในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ประเด็นที่ ๑ ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ผมยินดีเปึนอย่างยิ่งที่ทางรัฐบาลได้น้อมนําเอาแนวทางพระราชทานในเรื่องของ การเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนามาปฏิบัติภารกิจในด้านของความมั่นคงในด้านการพัฒนา โดยมีความสอดคล้องในเรื่องของลักษณะพื้นที่ วิถีชีวิต วัฒนธรรมและความเชื่อของ ประชาชนในพื้นที่
ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของการอํานวยความเปึนธรรมและความยุติธรรม โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน
ประเด็นที่ ๓ ก็คือการสร้างความสมานฉันท์และสันติสุขให้เกิดขึ้น ในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็วที่สุด อันนี้ก็นับว่าเปึนการกําหนดนโยบายและแนวทาง ในการทํางานค่อนข้างจะครอบคลุม
แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ผมมีความไม่ค่อยจะมั่นใจสักนิดหนึ่งก็คือในเรื่องของ ความสมานฉันท์ อาจจะเปึนเรื่องใหม่ในการที่กําหนดศัพท์นี้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะว่าผมอยู่ที่นั่นมา ๒๐ กว่าป้ก็ยังไม่เคยได้มีคํานี้แต่เปึนคําที่มีความหมายมาก เพราะฉะนั้นแนวทางในการสร้างความสมานฉันท์นี่นะครับ ผมขอเรียนว่าจะมี ๙ เรื่อง ที่มีความสําคัญ ๆ แล้วแต่ละเรื่องนี้ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ
ประเด็นที่ ๑ คือการเป่ดเผยความจริงและการทําความจริงให้ปรากฏ ถ้าไม่มีตรงนี้ก็สมานฉันท์กันไม่ได้
ประเด็นที่ ๒ คือความยุติธรรม ซึ่งก็มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันไปบ้างแล้ว ในเรื่องของความไม่เปึนธรรม ซึ่งเปึนปัญหาที่ค่อนข้างสําคัญ
ประเด็นที่ ๓ คือความพร้อมรับผิด
ประเด็นที่ ๔ คือการให้อภัย
ประเด็นที่ ๕ คือการเสริมสร้างการเสวนาระหว่างกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจ
ประเด็นที่ ๖ คือต้องใช้แนวทางสันติวิธีเปึนแนวทางในการแก้ไขปัญหา จะไม่ใช้ความรุนแรง
ประเด็นที่ ๗ คือความทรงจํา ความทรงจําในอดีตก่อให้เกิดอคติอะไร ทั้งหลายนี่ต้องลดลงไป
ประเด็นที่ ๘ คือการใช้จินตนาการในการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่จะใช้วิธีการ เดิม ๆ ต้องมีแนวคิดใหม่ ๆ ในการที่จะแก้ไขปัญหา
ประเด็นที่ ๙ ประเด็นสุดท้ายของการสมานฉันท์นี้ก็คือการยอมรับความเสี่ยง ใด ๆ ที่อาจจะต้องร่วมรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นใน ๙ ประเด็นนี้ ถ้าดูแล้วผมเห็นว่ามันเปึน เรื่องที่ค่อนข้างใหญ่ เพราะฉะนั้นสมานฉันท์ในข้อ ๑.๑ ของนโยบายเร่งด่วนนี้ก็บอกว่า จะสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ และการฟุ๋นฟูประชาธิปไตย สมานฉันท์ ๑ แล้วนะครับ สมานฉันท์ ๒ นี้ก็คือสร้างความสมานฉันท์และสันติสุขให้เกิดขึ้นในจังหวัด ชายแดนภาคใต้โดยเร็วที่สุด เพราะฉะนั้นตรงนี้เปึนนโยบายที่ผมชื่นชม แต่ก็คิดว่าไม่ง่าย ในการที่จะสู่การปฏิบัติ เพราะฉะนั้นก็คงเปึนการบ้านของทางรัฐบาลในการที่จะต้อง ดําเนินการต่อไปนะครับ
เรื่องที่ ๒ ผมเรียนว่าในการกําหนดนโยบายคราวนี้นั้นมีประเด็นที่ยังขาด ความสําคัญอยู่อีกเรื่องหนึ่งซึ่งนับว่ามีความสําคัญยิ่ง ซึ่งก็คือในเรื่องของหลัก รัฐประศาสโนบายของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ ๖ ซึ่งท่านได้เขียนเปึนพระราชหัตถเลขา ที่ ๓/๗๘ ลงวันที่ ๖ กรกฎาคม ป้ ๒๔๖๖ ตรงนี้ มีความชัดเจนในประเด็น ๖ ข้อด้วยกัน ผมคงไม่พูดในรายละเอียดครับ
ข้อที่ ๑ อย่างสรุป ๆ ก็คือการจะต้องละเว้นในการที่จะกดขี่ศาสนาอิสลาม
ข้อที่ ๒ คือการเก็บภาษี ต้องมีความเปึนธรรม และถ้าถัวกันนี้จะต้องไม่สูงกว่า ที่รัฐบาลอังกฤษเก็บ
ข้อที่ ๓ พยายามที่จะไม่ให้มีการกดขี่ข่มเหงพี่น้องประชาชนพลเมืองในพื้นที่
ข้อที่ ๔ ต้องบริการ ดูแล อํานวยความสะดวกแก่ประชาชน อย่าให้ต้องเสียเวลา การปฏิบัติในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในขณะนี้ ผมคิดว่าเจ้าหน้าที่ ข้าราชการ รวมทั้งข้าราชการ ในกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้สังกัดในกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายใน เปึนหน่วยปกติที่อยู่ในพื้นที่ มีความเข้าใจครับ ผมคิดว่าตรงนี้ข้อผิดพลาดแทบจะไม่ค่อยมี เพราะว่ามีการประชุมอบรมสัมมนากันอยู่ตลอดเวลา แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บังคับหน่วย ยิ่งผู้บังคับหน่วยทหาร ผู้บังคับหน่วยตํารวจ อาสาสมัครก็จะมีการกวดขันกันอยู่เสมอครับ
แต่ที่สําคัญก็คือในข้อที่ ๕ กําหนดไว้ว่าในการที่จะส่งข้าราชการไป ปฏิบัติงานในมณฑลปัตตานี พึงเลือกเฟันแต่คนที่มีนิสัยซื่อสัตย์สุจริต สุขุม เยือกเย็น สงบเสงี่ยม มิใช่ส่งไปให้เต็มตามอัตราหรือส่งไปให้เพราะเลว อันนี้เปึนในรัฐประศาสโนบาย เปึนพระราชหัตถเลขาเลยนะครับ และก่อนจะส่งไปนั้นต้องอบรมให้เข้าใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมความเชื่อของพี่น้องในมณฑลปัตตานี และเมื่อส่งไปแล้วเปึนหน้าที่ ของทุกกระทรวง ทบวง กรม จะต้องเข้าไปกํากับดูแลชี้แนะ ถ้ายังขาดตกบกพร่องหรือ ขาดตกบกพร่องมาก ๆ ก็จะต้องมีการลงโทษ ลงทัณฑ์กัน นี่ละครับตรงนี้ผมคิดว่ายังขาด แทบทุกกระทรวง ทบวง กรม ส่งไป เคยมีข่าวนะครับ ผมยังนึกยิ้ม ๆ มีอธิบดีท่านหนึ่ง ท่านบอกว่าลูกน้องท่านไม่ค่อยเอาไหนเลยเดี๋ยวจะส่งไปจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าอย่างนี้นั่นคือการไปซ้ําเติมให้เกิดความบอบช้ํา ให้เกิดความเสียหายในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ซึ่งตรงนี้จะต้องระมัดระวังอย่างมากนะครับ
และในประการที่ ๖ ผมก็เรียนให้จบเสียเลยว่าก็เปึนลักษณะของการที่จะ กําหนดกฎเกณฑ์อะไรก็แล้วแต่ ถ้าเปึนเรื่องเกี่ยวข้องกับความทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ให้ปรึกษากับสมุหเทศาภิบาลเสียก่อน เมื่อเห็นแล้วชอบจึงประกาศใช้ลงไปได้ อันนี้ผมคิดว่า เปึนพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวง รัชกาลที่ ๖ ที่ทรงเห็นปัญหานี้ตลอด แล้วในปัจจุบันนี้ก็ยังมีอยู่ เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียนตรงนี้ เลยครับว่า ในข้อที่ ๕ นั้นก็อยากจะฝากท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรีว่าช่วยกรุณา ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของกระทรวง ทบวง กรมของท่านช่วยพิจารณาตรงนี้เถอะครับ จะเกิดกุศลและจะเกิดความสมานฉันท์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ทีนี้ประเด็นต่อไปผมขอกราบเรียนก็คือว่า ในขณะนี้ก็ต้องยอมรับกําลัง ตํารวจ ทหาร เจ้าหน้าที่อาสาสมัครต่าง ๆ ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่นี่นะครับ ผมคิดว่า มากพอเพียงครับ ในการที่จะปฏิบัติงาน แต่ไม่ค่อยแน่ใจว่าข้าราชการที่อยู่ในพื้นที่จะขาด อัตราแค่ไหน อย่างไร โดยเฉพาะครูนี่ขาดแน่นอนครับ เพราะว่าพี่น้องครูก็ประสบภัย ในการระเบิดบ้าง ยิงบ้าง บังคับขู่เข็ญบ้างอะไรต่าง ๆ นี้เสียชีวิตกันไปมากมายผมเห็นใจ แต่อย่างไรก็ถือว่าขาด และหน่วยอื่น ๆ ก็คิดว่าขาดเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน่วยพลเรือน ตรงนี้ก็คงจะต้องดูแลให้ครบถ้วน เพราะมิฉะนั้นแล้วเสียหาย เสียชีวิต ไปแล้วไม่มีคนมาทดแทน ผมคิดว่าในการทํางานทําไป ๆ คนก็จะท้อถอย แล้วก็ ไม่สามารถที่จะปฏิบัติภารกิจที่สําคัญ ๆ ได้ เพราะว่าได้พูดกันว่ามันจะต้องใช้การมี ส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการที่จะแก้ไขปัญหาในการรักษาความสงบเรียบร้อย การพิทักษ์ทรัพย์สินและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนนะครับ ตรงนี้ผมคิดว่า ฝ์ายทหาร ฝ์ายที่ปฏิบัติในสังกัดของกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในถือว่า เพียงพอ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ก็ต้องมีการระดมกันทั้งประเทศในการที่จะต้องส่งตํารวจ ทหารต่าง ๆ ลงไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่เปึนห่วงของกระผมก็คือเรื่องเอกภาพในการบังคับ บัญชา ผมเองก็ต้องฝากทางรัฐบาลไปด้วยช่วยดูเอกภาพในการบังคับบัญชา ส่วนในเรื่องอื่น เดี๋ยวผมจะค่อยกราบเรียนต่อไปนะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของแนวทางที่จะต้อง แก้ปัญหาผมคิดว่ามันเปึนทั้งข้อคิด ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของผมรวม ๆ ไปเลย เรื่องแรกพูดไปแล้วก็คือในเรื่องของเอกภาพในการบังคับบัญชา
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องการข่าวที่มีความแม่นยํา ถูกต้อง ทันเวลา เปึนสิ่งสําคัญ อย่างยิ่งในการที่เราจะแยกมิตร แยกศัตรู แยกคนดี คนไม่ดี ในการที่จะป่ดล้อม ล้อมจับ หรือการเข้าปฏิบัติการต่าง ๆ ที่ใดก็แล้วแต่ ถ้าเผื่อว่าข่าวที่มีความแม่นยํา ชัดเจนแล้ว มันก็จะทําให้ทํางานได้ไม่ผิดพลาด มันก็ไม่มีเสียงออกมาว่าเปึนการจับผิดตัวหรืออะไร ก็แล้วแต่ อันนี้ผมขอเรียนฝากไว้ด้วยนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าอย่าประเมินขีดความสามารถของผู้ก่อความไม่สงบ ต่ํากว่าที่เปึนจริงโดยเด็ดขาดครับ เพราะว่าไม่ว่าจะเรื่องยุทธวิธีการวางระเบิด การแทรกซึม เข้าไปในหน่วยราชการต่าง ๆ ความแนบเนียนในการที่สร้างข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน ที่เปึนเท็จหลอกลวง ประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะเกิดความสับสน ผมคิดว่า มีอยู่ตลอดแล้วก็ทําได้อย่างแนบเนียน อย่างที่ท่านก็คงจะมีข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ มาแล้ว เพราะนั้นอย่างไรก็แล้วแต่ในข้อนี้ผมเห็นว่าอย่าประมาท ขาดวินัย ไร้ยุทธวิธี โดยเด็ดขาด อย่าประเมินขีดความสามารถของฝ์ายตรงข้ามต่ําจนเกินไปนะครับ
ประเด็นที่ ๓ ผมขอเสนอว่าอย่าเชื่อคําซัดทอดของผู้ต้องหา หรือผู้ต้องสงสัย ให้มากนัก อาจถูกหลอกลวงแล้วก็อย่าซ้อมหรือทรมานผู้ต้องสงสัย หรือผู้ถูกกล่าวหา ให้รับสารภาพโดยเด็ดขาดนะครับ ต้องยึดถือหลักกฎหมาย อันนี้ผมคิดว่ามีความจําเปึนอย่างยิ่งเลยนะครับ เพราะว่าตรงนี้ก็คือศัตรูของความสมานฉันท์ และสันติวิธี อย่าทําเลยครับ ซ้อมไปอย่างนี้ ปล่อยออกมาคนอาจจะเข้าไปอยู่กับ ผู้ก่อความไม่สงบอีกเปึนสิบเปึนร้อย เพราะว่าในความผูกพันในเครือญาติในองค์กรอะไร ก็แล้วแต่ผมคิดว่ามีอยู่ เพราะฉะนั้นอันนี้ต้องกําชับกันอย่างเปึนเรื่องที่สําคัญเลยนะครับ
ประเด็นที่ ๔ ข้าราชการกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่ส่งไปปฏิบัติในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ขอให้คัดหน่อยครับ คัดคนที่ดี มีความรู้ มีความประพฤติดี และยิ่งถ้าเปึนคนที่มีประสบการณ์ ไม่ใช่ว่าส่งไปโดยเพราะว่าสมัครใจจะไป พอเสร็จแล้ว ก็เลื่อนยศ ไม่รู้ว่าติดใจอันนี้ไปด้วยหรือเปล่า ต้องเปึนความเสียสละ เปึนความที่จะเห็น แก่ชาติบ้านเมือง แล้วถ้ามีประสบการณ์ด้วยยิ่งดี แต่ไม่เปึนไรครับ เรื่องประสบการณ์นี้ ถ้ามีความตั้งใจดีอยู่แล้ว ถ้ามีสถาบันการฝ๊กอบรมอย่างดีมีขั้นมีตอนแล้ว แล้วมี การตรวจสอบ มีการประเมินผลก็สามารถที่จะส่งลงไปปฏิบัติงานได้ และอีกประการหนึ่ง ก็คือว่าข้าราชการเหล่านี้ต้องมีการกวดขันกําชับไม่ให้ก่อเงื่อนไข หรือปัจจัยอันเปึน เงื่อนไขที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบ เพราะว่าแค่ข้าราชการที่ไม่รับผิดชอบเพียงคนเดียวนั้น อาจก่อให้เกิดความเสียหายทั้งประเทศได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเขาทําในทาง ตรงกันข้ามก็จะทําให้พี่น้องประชาชนเกิดความอบอุ่น เกิดความรัก เกิดความเชื่อถือ ไว้วางใจไม่หวาดระแวง เพราะประเด็นก็คือความไม่เข้าใจ และความหวาดระแวง เพราะว่าถ้ามีข้าราชการดี ๆ แล้วผมมีความมั่นใจครับ ตรงนี้ก็จะเปึนไปในหลักข้อที่ ๕ ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งผมได้กราบเรียนไปแล้ว แล้วก็ต้องเรียน เปึนคําเตือนครับว่า ถ้าผู้หลักผู้ใหญ่ ทางคณะรัฐมนตรีหรือท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี เดินทางไปตรวจเยี่ยมในพื้นที่ ถ้ามีใครรายงานว่าหน่วยใดก็แล้วแต่ในสถานการณ์ ในจังหวัดชายแดนดีขึ้นเรามาถูกทางแล้ว อะไรทํานองนี้ ท่านก็ฟังหูไว้หูนะครับ อย่าเพิ่ง เชื่อทั้งหมด จะต้องมีการตรวจสอบกัน เพราะว่าปัญหานี้เปึนปัญหาที่ละเอียดอ่อนซับซ้อน แล้วก็เกี่ยวเนื่องกันด้วยหลายปัญหา ผมเรียนว่าปัญหาในเรื่องของ ผู้ก่อความไม่สงบ ในการที่จะแบ่งแยกสังคมมันก็เกี่ยวเนื่องเรื่องยาเสพติด มันก็เกี่ยวเนื่องผู้มีอิทธิพล มันต้องแยกแยะกันให้ชัดเจน บางทีมันผสมกลมกลืนอยู่ในตัวตนคนเดียวกัน เพราะฉะนั้น อันนี้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบนะครับ
ทีนี้ในเรื่องของขวัญกําลังใจ ขวัญกําลังใจของข้าราชการที่ปฏิบัติงานอยู่ใน พื้นที่รวมทั้งพี่น้องประชาชนต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่ามันจะต้องสร้างขวัญสร้างกําลังใจ และโดยเฉพาะข้าราชการที่ทํางานที่เสี่ยง อันนี้ผมหมายถึงข้าราชการทุกส่วนเลยนะครับ ทุกกระทรวง ทบวง กรม จะต้องมีการให้สวัสดิการ มีการตอบแทน ที่ค่อนข้างจะเปึนที่ น่าพอใจ
ประเด็นต่อไปก็คือในเรื่องของการส่งกําลังบํารุงและงบประมาณ โดยเฉพาะหน่วยที่ปฏิบัติต้องใช้กําลังมาก ๆ ต้องใช้งบประมาณนี่ ก็มีคํากล่าวทาง การทหารเขาบอกไว้นะครับว่า การส่งกําลังบํารุงนี่ไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาดในชัยชนะหรือ ความพ่ายแพ้ แต่ถ้าหน่วยใดขาดการส่งกําลังบํารุงนี่แพ้ทันที เพราะฉะนั้นอันนี้ผมก็ ขอฝากเรียนท่านประธานไปยังผู้รับผิดชอบด้วยว่าอย่างไรก็แล้วแต่งบประมาณ เงินทอง เครื่องมือเครื่องใช้ วัสดุอุปกรณ์ น้ํามันรถอะไรอย่าให้ขาดแคลน ให้ไปเถอะครับ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเบี้ยเลี้ยงของทหาร ตํารวจ เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่ หรือเงิน ตอบแทนพิเศษอะไรก็แล้วแต่ พวกนี้ไม่เอาไปไหนหรอกครับ เวลาตั้งฐานปฏิบัติการ ก็ไปซื้อข้าวของของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นั่นล่ะครับ ถึงรากหญ้าเลย และน้ํามันก็แพง ไม่ขับรถออกมาซื้อข้างนอกที่ตลาด ที่อําเภอ ที่อะไรหรอกครับ ขับรถออกมาเผลอ ๆ ถูกดักซุ่มยิงอีก เพราะฉะนั้นเขาจะซื้อแล้วก็ใช้จ่ายในผลผลิตในพื้นที่ของพี่น้องประชาชน นั่นเอง เพราะฉะนั้นอันนี้ผมก็ขอกราบเรียนไว้ด้วยครับ
ในเรื่องของข้อเสนอแนะต่อไปในการแก้ปัญหา ผมเรียนว่าในคณะกรรมาธิการ ความมั่นคงของผม ซึ่งมีทางท่าน พลเอก โชคชัย หงส์ทอง ท่านเปึนประธานคณะกรรมาธิการ ความมั่นคงสามัญประจําสภานี้นะครับ ท่านก็จัดทํารายงานการศึกษาการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผมคิดว่า เปึนรายงานที่น่าสนใจอย่างยิ่ง มันจะมีเรื่องที่หลัก ๆ อยู่ ๒ ประเด็นครับ ๑. นโยบาย ระดับชาติที่ชัดเจนและต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นตรงนี้นโยบายแห่งชาติจะต้องมีความชัดเจน อย่างไรก็แล้วแต่ตั้งแต่ผู้บริหารจนผู้ปฏิบัติระดับรากหญ้า ถ้าเปึนหน่วยปฏิบัติการก็บอก ระดับผู้บังคับหมู่ หมู่นี่สามารถเข้าใจตรงนี้ต้องมีความชัดเจน แล้วต้องมีการทํางาน อย่างต่อเนื่องไม่ใช่เปลี่ยนบ่อย ๆ เมื่อทําไประยะหนึ่งก็ต้องมีการตรวจสอบติดตามผล และมีการประเมินผลแล้วก็กลับเข้ามาในการที่จะแก้ไขปรับปรุงนโยบายให้มันสอดคล้อง ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ตรงนี้ขอกราบเรียนในประเด็นที่ ๑ ที่เปึนเรื่องหลัก ๒. เรื่องยุทธศาสตร์ ๓ ประสานก็จะมีในเรื่องของการสร้างเสริมความเข้มแข็งของฝ์ายเรา ๒. ก็เปึนการเอาชนะฝ์ายก่อความไม่สงบทางด้านความคิด การทหาร และยุทธศาสตร์ที่ ๓ การขจัดปัจจัยที่เปึนเงื่อนไขของปัญหา ผมทิ้งไว้แค่นี้ครับ เอกสารมีความสมบูรณ์แล้ว ท่านประธานคณะกรรมาธิการของกระผมก็จะแจกจ่ายแล้วก็ให้รัฐบาลด้วยครับ
อีกอันหนึ่งเปึนรายงานการศึกษา การสอบสวนและศึกษาสถานการณ์ ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งตรงนี้ก็มี พลเอก ปานเทพ ภูวนารถนุรักษ์ ท่านเปึนประธาน แล้วต่อมาท่านลาออกไปก็จะมี พลเอก สนั่น มะเริงสิทธิ์ เปึนประธาน ซึ่งมีข้อเสนอแนะที่สําคัญ ๆ อยู่ ๘ ข้อด้วยกัน ผมเอาย่อ ๆ เพราะเวลาใกล้หมด ก็คือ ในเรื่องของการพัฒนาอํานวยความยุติธรรมในเรื่องของการฟุ๋นฟู ความไว้วางใจ ด้วยกระบวนการการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม การพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนา ทรัพยากรบุคคล การสร้างความสามัคคีและสันติสุขตามแนวทางของอิสลาม การเสนอ ร่างพระราชบัญญัติเพื่อลดเงื่อนไขความรุนแรงและพัฒนาการใช้สันติวิธี อันนี้มี ๘ ประการ รายละเอียดอยู่ในเอกสาร เอกสารสมบูรณ์น่าสนใจเช่นเดียวกันเหมือนกับฉบับที่แล้ว
อีกเรื่องหนึ่งผมอยากจะเสนอก็คือว่าการที่จะต้องจัดตั้งโรงเรียนสมานฉันท์ ดีกว่าครับ เพราะผมก็ชอบใจนโยบายของรัฐบาลว่ามีสมานฉันท์ ๒ ข้อ มี ๒ ข้อเลย อันนี้ก็เปึนจัดตั้งโรงเรียนสมานฉันท์แล้วกัน โรงเรียนสมานฉันท์นี้ก็คือการสร้างความเข้าใจ ให้กับประชาชนในเรื่องของความคิดความเชื่อเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ ศาสนา และวัฒนธรรมเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนคนไทยซึ่งมีวัฒนธรรมที่หลากหลายอยู่ร่วมกัน อย่างมีความสุขแบบในอดีตที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นตรงนี้อาจจะไปเรียกว่าโรงเรียนการเมือง แต่ผมว่าไม่ถนัด ผมว่าโรงเรียนสมานฉันท์นี้เข้าท่า ก็ขอเสนอไว้นะครับ
ประการสุดท้าย การที่จะอยู่ร่วมกันบนวัฒนธรรมที่หลากหลายโดยไม่ถือเขา ถือเราแต่มีความเอื้อเฟุ๋อเผื่อแผ่ มีความเมตตาต่อกัน ผมคิดว่ามันเปึนวัฒนธรรมไทย โดยรวมของบ้านเรา ผมคิดว่าวัฒนธรรมตรงนี้หายไปควรจะต้องทวงกลับคืนมานะครับ
ในท้ายที่สุดผมเรียนเลยนะครับว่า ผู้ก่อความไม่สงบเที่ยวได้ฆ่าผู้บริสุทธิ์ เด็กเล็ก ผู้หญิง ครูบาอาจารย์ ผมเรียนว่าไม่มีสงครามที่ใดแล้วที่จะฆ่าผู้บริสุทธิ์แล้วจะ ประสบชัยชนะ ขอขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ท่านลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ เชิญครับ ผมขออภัยครับท่านลาภศักดิ์ ผมลืม ๒ ครั้งแล้ว ผมขออภัยด้วยนะครับวันนี้
ไม่เปึนไรครับ
จริง ๆ แล้วท่านรัฐมนตรีขอชี้แจง เมื่อสักครู่หนึ่ง ๒ ครั้งแล้ว ผมขออภัยท่าน ท่านรอสักครู่นะครับ เดี๋ยวขอท่านมั่น แล้วก็ ท่านสุวิทย์ คุณกิตติ ๒ ท่านถัดมาเลยนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม มั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระผมต้องกราบขอโทษที่ขัดลําดับ ของผู้ที่จะอภิปราย เนื่องจากว่ากระผมถูกพาดพิง ความจริงท่านศิริโชค โสภา ขอโทษ ที่ต้องเอ่ยนาม ได้พูดจบผมก็จะพยายามได้ชี้แจงเพราะว่าเปึนเรื่องพาดพิงส่วนตัว บางประการ สําหรับเรื่องนโยบายนั้นผมก็กะว่าจะพูดทีเดียวหลังจากที่หลาย ๆ ท่าน ได้พูดถึงนะครับ ท่านประธานก็ได้กรุณาทําโน้ตตอบมาบอกว่าขอโทษ ผมมีปัญหาตาที่มองไม่เห็นครับ ก็เลยต้องผ่านไป ๒ ท่านกว่าจะมาถึงตาผม ผมขอพูดในเรื่องของการพาดพิงส่วนตัวก็พอ เพราะว่าจะได้ไม่ต้องใช้เวลามาก เข้าใจว่าท่านศิริโชคได้พูดถึงว่ามีการลงขันเพื่อตําแหน่งนี้ ที่ฮ่องกงอะไร ผมขอยืนยันต่อพระสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า ไม่เปึนความจริง ผมอยู่ในพรรคก็เปึนผู้ใหญ่ที่ได้รับความนับถือ แล้วก็กระทรวงของเรา ได้รับการจัดสรรมาจากการเปึนพรรคร่วมรัฐบาล เพราะฉะนั้นก็ไม่มีการไปตกลง เราได้มี คณะกรรมการที่เปึนตัวแทนของพรรคเข้าไปตกลงว่าจะเอากระทรวงใดกันบ้าง เสนอกันไป เสนอกันมาเปึนธรรมดาของการต่อรองในการร่วมรัฐบาล
เรื่องที่ ๒ ที่ท่านศิริโชคเรื่องฮ่องกงเสร็จก็เรื่องว่าผมไม่มีความรู้ อันนี้จริงครับ ผมไม่ได้คิดว่าจะมาเปึน แต่ผมรู้ว่าผมเปึนรัฐมนตรีแน่แต่ไม่รู้กระทรวงไหนครับ ทีนี้ในคืนนั้น ก็เลยบอกว่าเอา คือต่างก็เห็นว่ามันเปึนเรื่องที่กระทรวงนี้มีปัญหาหลายประการ ผมก็เลยบอก ผมมาเปึนเอง แต่ผมมาพูดกับข้าราชการที่ประชุมครั้งแรก ผมก็บอกว่าผมไม่มีพื้นความรู้ จริง ๆ แต่ผมเปึนนักกฎหมาย ผมจบรุ่นเดียวกับอาจารย์ชุมพล ศิลปอาชา เปึนรุ่นน้อง ท่านชวน ท่านสมัครป้หนึ่ง ท่านสมัครจบพร้อมผม ผมได้ที่ ๑ ของรุ่น และผมขอยืนยันว่า เมื่อตอนที่พูดกันนั้นผมบอกผมไม่มีความรู้ แต่ผมมีทั้งจุดอ่อนและจุดแข็ง จุดอ่อนคือ ไม่ค่อยรู้เรื่องว่าโลกไอทีมันไปถึงไหน อันนี้ต้องยอมรับ ส่วนจุดแข็งของผมนั้นก็คือว่า ผมไม่มีเบื้องหลังของใครมาเปึนแบค (Back) ไม่มีบริษัทมือถือ ไม่มีผู้ค้าประกอบกิจการ มาหนุนหลังให้ผมได้เปึน ผมมาเพราะผมตัดสินใจว่าผมจะมา อันนี้ก็คงจะเคลียร์ใจ ท่านศิริโชคและท่านสมาชิกและผู้ฟังทางบ้านว่ามันก็มีทั้งอ่อนและแข็ง แล้วผมก็จะใช้ ความเปึนจุดแข็งของผมที่ท่านศิริโชคฝากความหวัง ผมจะทําให้ดีที่สุด ดีได้แค่ไหนยังไม่รู้ เพราะรัฐมนตรีกระทรวงนี้ไม่มีใครอยู่เกิน ๖ เดือนนะครับ ผมพูดไปแล้วเขาก็หัวเราะกัน แต่แล้วมีสหภาพคนหนึ่งบอกว่ากระทรวงนี้มันแปลก ถ้า ส เสือนี่อยู่ไม่เกิน ๖ เดือน ท่านนับดูสิตั้งแต่คนแรกมาจนผมบอกว่าถ้า ม ม้าอาจจะอยู่นานหน่อย ก็ไม่รู้นะครับ ก็ฝากไว้ในการดูแลของฝ์ายค้านและสื่อและประชาชนทั่ว ๆ ไป ผมก็ฝากนโยบายกับ ข้าราชการในขั้นต้น เพราะว่าตอนนี้ยังพูดว่าเราจะทํานโยบายอย่างโน้นอย่างนี้ยังพูดไม่ได้ เพราะว่าต้องมาขอฉันทานุมัติจากสภาก่อน ผมก็บอกว่าแนวทางของเรา ผมต้องการ วิน วิน วิน เกม (Win Win Win Game) วินแรกคือพับลิค (Public) ต้องได้ ผู้ใช้ต้องได้ ประโยชน์ วินที่ ๒ คือรัฐต้องได้ประโยชน์ และอันที่ ๓ ผู้ประกอบการก็ต้องได้ประโยชน์ด้วย เมื่อ ๓ ประโยชน์ประสานได้ กิจการไอทีของเราก็จะเจริญก้าวหน้า เราห่างมานานแล้ว ล้าหลังเขา ผมพูดในที่ประชุมก็ไม่อยากจะเอ่ยชื่อประเทศในที่ประชุมแห่งนี้ ผมบอกว่า เราล้าหลังแล้วนะ เมื่อ ๘ ป้ที่แล้ว เพื่อนบ้านเรามาเรียนการสื่อสารจากเรามาแปลหนังสือ จากเรา เราแปลจากฝรั่งมาผิด เขาก็แปลผิดไปเหมือนกัน แต่หลังจากบิลเกตส์ (Bill Gates) ไปประเทศของเขาแล้ว ณ บัดนี้เขาเจริญกว่าเรา เขาก้าวหน้ากว่าเรา เราจะพูดถึงว่า เขาไปกันถึง ๓ ป้ ไปถึงอะไรต่าง ๆ เรา ๒ ครึ่งยังไม่ถึง อันนี้สูตรของผมก็จะฝากไว้ว่า ก็ดูว่าผมทําได้แค่ไหน เพราะว่าเราไม่พึ่งผู้ลงทุนต่างประเทศก็เปึนไปไม่ได้ เราจะกลับไปสู่ ความเปึนผูกขาดก็ทําไม่ได้ และอีกประการหนึ่งถ้าเรารังแกเอกชนมาก เขาก็ไปลงทุนที่อื่น บางบริษัทก็บอกว่าไปทําที่ประเทศนั้นได้กําไรดีกว่า ทีนี้กฎเกณฑ์ของรัฐบาลมีมากผมก็เปึนห่วง วันหนึ่งจะต้องคุยกับท่านนายกรัฐมนตรี และสมาชิกฝ์ายค้านให้ทราบว่า ระเบียบจัดซื้อของสํานักนายกรัฐมนตรีเปึนตัวที่ถ่วงให้ ทีโอที (TOT) ทีเอที (TAT) ทํางานไม่ได้ เพราะว่าขั้นตอนการประมูลบางทีป้หนึ่งยังไม่เสร็จ ประมูลแล้วคนแพ้ก็มาร้องขึ้นศาลกันอย่างที่ท่านเห็นเนื่องจากติดเรื่องกฎเกณฑ์ของวัสดุ ในขณะที่บริษัทผู้ประกอบการเอกชนเขาอยากจะซื้อวัสดุอันนี้ เครื่องมืออันนี้ที่จะทันสมัย ทันเขาก็สั่งซื้อได้เลย เราก็ช้ากว่าเขาตลอด เพราะฉะนั้นทําไมรัฐเดินช้ากว่าเขาเพราะอย่างนี้ นี่คือหลักการง่าย ๆ ที่ผมเรียนด้วยความจริงใจ ตรงไปตรงมาว่ามันเปึนอย่างนี้นะครับ แต่จะแก้ได้แค่ไหนก็ยังไม่ทราบ
ประการสุดท้ายเรื่องบอร์ด ท่านศิริโชคบอกว่าเวลานี้มีการวิ่งเต้นมา จริงครับ มีนะครับ ในบอร์ดทีโอที บอร์ดทีเอทีนั้น ผมให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่าผมไม่กดดันใคร ทุกคนต้องมีความสามารถถึงจะมาเปึนบอร์ดได้ ฉะนั้นเวลานี้ก็มีเพียงบอร์ดทีเอทีลาออก เท่านั้นเอง บอร์ดทีโอทีที่ท่าน พลเอก สพรั่ง อยู่ ท่านก็บอกว่าจะออกวันศุกร์นี้หรืออย่างไร ผมไม่ได้กดดันท่าน ผมบอกว่าถ้าจะอยู่จะทําก็มาคุยกัน เพราะว่าจุดเชื่อมเก่ากับใหม่ น่าจะไปด้วยกัน เราสะดุดกันมาทุกที ทุก ๖ เดือนเปลี่ยนรัฐมนตรีก็เปลี่ยนนโยบาย เปลี่ยนอะไร ที่ท่านผู้อภิปรายบอกว่ามันไม่เดิน ไม่อะไร ก็อย่างนี้นะครับ ไทย ๆ ก็ตั้งใจว่า บอร์ดต่าง ๆ เมื่อสภาผ่านเรื่องการแถลงนโยบายของเราไปแล้ว ก็จะจัดสรรหา ซึ่งรัฐธรรมนูญใหม่ให้กระทรวงการคลังเปึนคนคัดเลือก ๑ ใน ๓ เพราะฉะนั้นใครจะเอา สตางค์มาให้คงยังไม่มี ยังไม่มีนะครับ ผมก็สาบานต่อหน้าพระสาทิสลักษณ์ ผมใสสะอาด ไม่มีปัญหาเรื่องเงินเรื่องทอง เพราะฉะนั้นก็คิดว่าพรรคเพื่อแผ่นดินได้ส่งผมมาก็น่าจะ ส่งถูก แต่จะถูกใจท่านพี่น้องแค่ไหนก็ต้องดูอีกที แล้วก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่ให้เวลา เพื่อให้ดําเนินการเข้าลําดับผู้ที่อภิปราย ส่วนประเด็นที่เปึนเรื่องนโยบายอะไร ต่าง ๆ ที่ท่านถามมาผมก็จะขอถามรวมตอบในทีเดียวเลยก็แล้วกัน อาจจะเปึนพรุ่งนี้ครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านลาภศักดิ์เชิญครับ ต่อเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออภิปรายเกี่ยวกับนโยบายที่ ๖ ของรัฐบาลที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อที่ประชุม แห่งนี้ นั่นก็คือนโยบายการต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ท่านประธานครับ คนที่จะมาเปึนเจ้ากระทรวงการต่างประเทศเปึนคนที่สําคัญและมีความหมายมาก กระทรวงการต่างประเทศนี้เปึนกระทรวงคือหน้าตาของประเทศ ผู้ที่จะมาอยู่ในด้านนี้ หรือจะมาทําในหน้าที่นี้นอกเหนือจากการบริหารกระทรวงแล้ว ต้องมีบุคลิก ต้องมี จริยธรรม ต้องมีคุณธรรม ต้องมีความซื่อสัตย์ต่อประเทศ เพราะฉะนั้นผมก็หวังว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่มารับตําแหน่งนี้ก็จะได้ฟังปัญหา ของพวกเราที่ประชุม โดยเฉพาะนโยบายเกี่ยวกับการต่างประเทศ และเศรษฐกิจ ต่างประเทศ สิ่งที่หวังที่สุดนั่นคือท่านรัฐมนตรีอย่าเลือกปฏิบัติเปึนอันขาด มิฉะนั้น จะเสื่อมเสียถึงประเทศชาติมาก ท่านต้องใช้วุฒิภาวะที่ท่านได้เรียนสูง และได้ทุน อันมีเกียรติ เพราะฉะนั้นผมก็หวังว่าประเทศชาติโดยเฉพาะหน้าตาเขาเหล่านี้กําลังฝาก ความหวังกับท่านครับท่านประธาน ในนโยบายของรัฐบาลโดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับทีมเศรษฐกิจ ทีมประเทศไทยนั้น ผมว่า เปึนนโยบายที่ดีมาก ถ้าท่านประธานจําได้ช่วงนั้นในป้ ๒๕๔๒ ท่านรัฐมนตรีปัจจุบันนั้น ก็เคยเปึนเลขานุการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ นั่นก็คือช่วงนั้นเปึนช่วงรัฐบาลชวน ๒ นโยบายนี้ได้นํามาปฏิบัติต่อเนื่องเปึนที่ค่อย ๆ แพร่หลาย โดยเฉพาะทางรัฐบาลพรรคไทยรักไทยก็ได้นํามาต่อยอดเปึนอย่างดีแต่ก็ ไปสะดุดไประยะหนึ่ง อย่างไรก็ตามทีมประเทศไทย หรือว่าทีมไทยแลนด์นี้ ผมก็หวังว่า ทางรัฐบาลต้องใช้ให้เปึนประโยชน์มาก ไม่ว่าจะเปึนการเจรจากรอบการค้าเสรีระหว่าง ประเทศเอฟทีเอหรืออื่น ๆ โดยเฉพาะเรื่องเอฟทีเอนั่นก็คือบางประเทศ ซึ่งเมื่อวานก็มี สมาชิกบางท่านก็ได้กล่าวไว้แล้ว นั่นก็คือความเสียเปรียบในด้านสินค้าทางด้านเกษตร เช่น เอฟทีเอระหว่างไทยกับออสเตรเลีย โคนม โคเนื้อนี้เราเสียหายไปมาก เกษตรกร ผู้เลี้ยงโค ผู้ผลิตโคนมเสียหายมาก เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากท่านคํานึงถึงทีมไทยแลนด์นี้ ให้ดีด้วย และให้มาดูแลผลักดันอย่าให้เราเสียเปรียบมากนัก
และอีกเรื่องหนึ่งที่ผมจะยกตัวอย่างให้เห็น นั่นก็คือแฮปปุ้ ไวเอท (Happy Wyeth) ระหว่างไทยกับจีน ความจริงเปึนเรื่องที่ดีครับเราได้ดุลมาจากประเทศจีน มากขึ้น แต่มันก็มีพืชเกษตรบางรายการ ถึงแม้จะไม่อยู่ในกรอบเอฟทีเอเราก็เสียหายมาก เช่น หอมแดงและกระเทียมราคาตกต่ํา ขณะเดียวกันช่วงตรุษจีน ถ้าท่านประธานสังเกต ผลไม้จากประเทศจีนทะลักเข้ามาสู่ประเทศไทยมาก ส่วนผลไม้ของเราที่จะขายเข้าสู่ ประเทศจีนนั้นต้องใช้เวลาขนส่งเปึนระยะเวลานาน บางครั้งเมื่อไปถึงแล้วเสียหายครับ แล้วก็โดนการกีดกันถึงแม้จะเปึนเอฟทีเอระหว่างประเทศแต่ก็ยังโดนการกีดกันทาง มาตรการต่าง ๆ เพราะฉะนั้นทีมไทยแลนด์นี้ หรือทีมประเทศไทยก็จะต้องทําการบ้าน ให้มากหน่อย โดยเฉพาะทราบว่าป้ ๒๕๕๐ นี้ ทางสํานักงบประมาณได้ให้งบประมาณ ถึง ๒,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเงินนี้สามารถจะทําเชิงรุกให้กับประเทศไทย ได้อย่างดี อีกอย่างหนึ่งก็ต้องฝากด้วยครับเรื่องสินค้าโอทอปซึ่งไม่ได้บรรจุไว้อยู่ในนโยบาย แต่ก็ได้บรรจุในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เพราะทางรัฐบาลได้เขียนชัดเจนเลยครับว่า จะเข้าสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะฉะนั้นหน้าที่ของทีมไทยแลนด์ ก็จะต้องผลักดันสินค้าโอทอปไปด้วย ความจริงสินค้าโอทอปนี้เปึนนโยบายที่พอใช้ได้ ที่ผมว่าพอใช้ได้เพราะทําบางส่วนก็ขาดทุน บางส่วนก็มีกําไร แต่ส่วนมากสิ่งที่ขาดทุน ก็เพราะการตลาดไม่ดีครับ
ท่านประธานครับ ด้วยเวลาจํากัดผมก็ขอเข้ามาสู่นโยบายเรื่อง ๖.๑ ก็คือ นโยบายส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ผมว่าเปึนนโยบายที่ถูกต้อง โดยเฉพาะกรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมือเศรษฐกิจอิระวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง หรือความร่วมมือเศรษฐกิจในอนุภาคกลุ่มแม่น้ําโขง และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ระหว่างอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย หรือที่เราเรียกว่า ไอเอ็มที-จีที (IMT-GT) เพราะเปึน เรื่องที่ดีมาก โครงการเหล่านี้เปึนโครงการที่ดีและได้รับความสนใจ แต่ขอโทษครับ ไม่ได้รับความสนใจจากรัฐบาลชุดที่แล้วโดยเฉพาะรัฐบาลพรรคไทยรักไทยเท่าที่ควร เช่น โครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจอินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทยนี้ ความจริงเกิดขึ้น เมื่อป้ ๒๕๓๖ ช่วงนั้นท่านประธาน ประทานโทษครับ ก็เปึน ส.ส. สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกับผม เพราะท่านคงจะจําได้ดี โครงการนี้เกิดขึ้นก็เพราะเรามีปัญหาเขตแดนทับซ้อน ไม่ว่าจะเปึนทางพื้นดินหรือทางทะเล นั่นก็คือทางภาคใต้นะครับ ผลที่สุดด้วยความเข้าใจ ทั้ง ๓ ประเทศ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ก็ได้ไปพบปะหารือกับท่านอดีต นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ดอกเตอร์มหาธีร์ และอดีตประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ท่านซูฮาร์โต ทั้ง ๓ ท่านนี้ได้ตกลงกันเลยจัดตั้งองค์กรไอเอ็มที-จีที หรือว่าความร่วมมือสามเหลี่ยม เศรษฐกิจระหว่างประเทศขึ้น ประกอบด้วยภาคใต้ ๕ จังหวัด ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา สตูล และ ๔ รัฐจากทางมาเลเซีย ประกอบด้วย รัฐเคดาห์ รัฐเปอร์ลิส รัฐเปรัก แล้วก็รัฐป้นัง และอีก ๒ เกาะของอินโดนีเซีย นั่นคือเกาะอาเจะห์และเมดาน โครงการนี้ ที่ผมชี้ให้เห็นชัดที่สุดที่ได้ผลนั่นก็คือท่อก๊าซ เรามีแหล่งก๊าซธรรมชาติที่อยู่ในเขตทับซ้อน ทางทะเลระหว่างไทยกับมาเลเซีย ด้วยโครงการนี้การเจรจาระหว่างไทยกับมาเลเซีย ก็ได้ผลเปึนอย่างดี ปัจจุบันแหล่งก๊าซธรรมชาติที่อยู่ในละแวกนี้ ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า เจดีเอ (JDA) นี้ ได้นําออกมาใช้เปึนประโยชน์มหาศาลกับประชาชนชาวไทยและประชาชน ชาวมาเลเซีย ท่านประธานครับ โครงการดี ๆ นี้ผมก็อยากฝากทางท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศให้สานต่ออย่างต่อเนื่อง และท่านก็พอรู้ว่าโครงการนี้ทําให้เกิด มิติต่าง ๆ ขึ้น ไม่ว่ามิติทางด้านเศรษฐกิจ มิติทางด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม สังคม และความมั่นคง ถ้าท่านจําได้ช่วงรัฐบาลชวน ๑ นั้นเหตุก่อการร้าย เหตุไม่สงบในภาคใต้ มีประมาณ ๗๐ กว่าครั้ง แต่ด้วยโครงการนี้
ท่านลาภศักดิ์ครับ ผมเติมเวลา ให้ท่านเพื่อให้ท่านสรุปนะครับ ผมขอให้ท่านสรุปเลย
ต้องยอมรับว่าหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ใช้โครงการนี้มาเมื่อป้ ๒๕๔๓ เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ๗๐–๘๐ ครั้ง ก็เหลือไม่เกิน ๗ ครั้ง ความจริงเราไม่ต้องมาพูดเรื่องความมั่นคงเลย ความมั่นคงนี้ถ้าเราใช้โครงการนี้ให้เปึนหลักให้เปึนประโยชน์ ทุกอย่างผมเชื่อว่าดีแน่นอน แต่ที่น่าเสียดายรัฐบาลก็มองว่าใครไม่เลือกเราก็ไม่พัฒนา ใครไม่เลือกเราก็ไม่อยากจะใช้ ของที่คนก่อน ๆ คิดว่าดีแล้วมาสานต่อ เพราะฉะนั้นผมฝากท่านนายกรัฐมนตรีครับ ในเมื่อท่านมาแล้วก็อย่าลืมครับ จะเลือกเขาเลือกเรา เพราะผู้ที่ใช้สิทธิเลือกตั้งเลือกเรา มาเปึนตัวแทนหรือเปึนผู้แทนราษฎรนั้นทุกคนก็คือคนไทย เราไม่มีสิทธิที่จะเลือกปฏิบัติ ผมขอท่านประธานแถมอีกหนึ่งมีคนแฟกซ์ (Fax) มาให้ผม ฝากไปทางท่าน มท. ๑
ท่านมีเอกสารเพิ่มเติมอย่างไร เดี๋ยวเอามาฝากถึงรัฐบาลได้ครับ
มีครับ เพราะว่าฝากท่าน มท. ๑ ว่า โดยเฉพาะเรื่องประเด็นการตั้งและการปกครองพิเศษ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าเรื่องทํานองนี้นั้นไม่อยากให้เปึนนโยบายรายวัน แต่ต้องมี ข้อมูลที่ถูกต้องและรอบคอบ เพราะมีผลกระทบต่อความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศ ผมขอฝากเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านปวีณ แซ่จึง ครับ
ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ ผม ปวีณ แซ่จึง เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน กระผมขอสนับสนุนนโยบายที่รัฐบาลได้เขียนไว้อย่างครอบคลุมทุกด้านและเปึนประโยชน์ ต่อประชาชนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และขอเสนอแนะในเรื่องนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ในข้อ ๑.๑๑ ที่ท่านได้เขียนว่า การสร้างระบบประกันความเสี่ยงให้แก่เกษตรกรและลด ความเสียหายจากภัยธรรมชาติ และการสร้างกลไกในการสร้างเสถียรภาพเรื่องราคา ของสินค้าให้เปึนธรรม กระผมอยากจะกราบเรียนว่าเกษตรกรนั้นเปึนผู้ที่ด้อยโอกาสอยู่แล้ว การที่ได้ให้ความช่วยเหลือในขณะที่เกิดภัยธรรมชาติขึ้นก็ดี ควรจะให้ความช่วยเหลือ อย่างเร่งด่วนและทันต่อเหตุการณ์และตรงเปัาหมายที่เกษตรกรต้องการที่จะให้ ความช่วยเหลือในเรื่องของการสร้างเสถียรภาพของราคาสินค้านั้น เนื่องจากว่าภาคเกษตร เกษตรกรนั้นเปึนผู้ที่จะเสียเปรียบในเรื่องของการกําหนดราคาอยู่เปึนประจํา เพราะฉะนั้น รัฐบาลควรจะได้เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกษตรกรผู้ที่มีส่วนที่จะต้องได้รับประโยชน์ จากรัฐบาลในเรื่องนี้ เช่น เรื่องข้าว เรื่องอ้อย เรื่องกระเทียมและพืชเศรษฐกิจตัวอื่นที่ เกษตรกรควรจะได้รับการดูแล และสิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือควรจะได้มีการคํานึงถึงต้นทุน ในการผลิตที่เกษตรกรได้ลงทุนไป
ข้อ ๑.๑๗ คือวางระบบการถือครองที่ดินและกําหนดแนวเขตในการใช้ที่ดิน ให้ทั่วถึงและเปึนธรรม ในเรื่องนี้ถือว่าเปึนเรื่องสําคัญอย่างยิ่ง ผู้ที่มีโอกาสจะเข้าถึง ในเรื่องนี้ เกษตรกรส่วนหนึ่งก็คือเกษตรกรที่อยู่ในเขตการปฏิรูปที่ดิน นอกจากนั้นก็จะเปึน คนอีกกลุ่มหนึ่งที่ถือครองที่ดินโดยไม่มีเอกสารสิทธิ และไม่ได้อยู่ในเขตที่สาธารณะ และผู้ที่มีเอกสารสิทธิที่เปึน น.ส. ๓ ที่ต้องการจะเปลี่ยนเปึนโฉนดที่ดิน เราต้องยอมรับว่า การที่ได้มีโอกาสได้มีกระดาษสักแผ่นหนึ่ง ได้ถือเปึนกรรมสิทธิ์ของตัวเองว่าเรามีกรรมสิทธิ์ เหนือพื้นดินนี้ก็เกิดความภูมิใจ นอกจากนั้นแล้วเอกสารสิทธิเหล่านี้ก็นําไปเปึนหลักประกัน ในการที่จะเป่ดโอกาสและในการที่จะนําไปเพื่อที่จะให้มีทุนในการประกอบอาชีพของ ตัวเองต่อไป กระผมอยากจะกราบเรียนว่าการปฏิรูปที่ดินในจังหวัดศรีสะเกษนั้นได้ปฏิรูป ที่ดินไปเปึนจํานวนประมาณ ๑ ล้านไร่เศษ จึงจะเหลืออยู่ประมาณ ๗๐,๐๐๐ กว่าไร่ และนอกจากนั้นก็ยังมีเขตพื้นที่ที่ได้เตรียมการไว้แล้วหลายป้ ได้ผ่านกระบวนการ ของท้องถิ่นและจังหวัด ยังรอการประกาศพระราชกฤษฎีกาอยู่ ๖ โครงการด้วยกัน ก็คือ ป์าโนนลาน อี (E) ป์าดงใหญ่ อี ป์าโนนทราย อี ป์ายางชุมน้อยและทุ่งมั่ง อี ป์าแดงแซง อี และป์าดงใหญ่ อี ซึ่งอยู่ในเขตของอําเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ อําเภอบึงบูรพ์ อําเภอยางชุมน้อย อําเภอกันทรารมย์ อําเภอเมือง อําเภออุทุมพรพิสัย ซึ่งมีเกษตรกรที่ยังรอที่จะได้มีโอกาส เข้าไปใช้พื้นที่ มีโอกาสที่จะได้รับแจกเอกสารเข้าไปประกอบอาชีพทางการเกษตร ซึ่งมี หลายตําบลด้วยกัน ก็คือตําบลอีเซ ตําบลเสียว ตําบลเป็าะ ตําบลลิ้นฟัา ตําบลเมืองชุมน้อย ตําบลคูซอด ตําบลรังแร้ง ตําบลอีปาด ตําบลบึงบอน ตําบลคอนกาม และลิ้นฟัา ยางชุมใหญ่ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้เท่าที่ทราบขณะนี้เกษตรกรได้เข้าไปประกอบอาชีพในการปลูกหอม กระเทียม ซึ่งเปึนแหล่งที่ผลิตหอมกระเทียมที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดศรีสะเกษ ก็อยากจะกราบเรียน รัฐบาลว่าควรจะได้เร่งรัดติดตามโครงการเหล่านี้เพื่อให้เกษตรกรเหล่านี้ได้มีโอกาส ที่จะได้รับการแจกเอกสารสิทธิและเอกสารที่เข้าไปประกอบอาชีพในที่ดินเหล่านั้น
ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้น ข้อ ๑.๑๘ การขยายพื้นที่ ชลประทานและเพิ่มประสิทธิภาพระบบชลประทาน ซึ่งผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งในเรื่องนี้ เพราะว่าทุกสิ่งทุกชีวิตน้ําเปึนประโยชน์ และสิ่งที่จําเปึนและสําคัญที่สุดแก่เกษตรกรก็คือน้ํา ซึ่งถือว่าน้ําเพื่อการเกษตรก็เปึนสิ่งที่จําเปึนเหมือนกัน ลุ่มน้ําทั่วประเทศไทยมีทั้งหมด ๒๕ ลุ่มน้ําขนาดใหญ่ ลุ่มแม่น้ํามูลก็เปึนอีกลุ่มน้ําหนึ่งที่ไหลพาดผ่านหลายจังหวัด ในจังหวัดภาคอีสาน เริ่มตั้งแต่จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งในตัวลําน้ํามูลเองได้มีการจัดระบบการเก็บกักน้ํา ไว้เรียบร้อยยังเหลืออยู่เพียงโครงการเดียวก็คือ โครงการฝายหัวนา ซึ่งได้ก่อสร้างเสร็จไป ประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียงการป่ดกั้นลําน้ําเดิมเท่านั้นก็สามารถที่จะเก็บกักน้ํา เพื่อการเกษตรและเพื่อการบริโภคได้อย่างเพียงพอ เนื่องจากว่าอําเภอที่อยู่เหนือเขต ฝายหัวนาที่ตั้งอยู่ที่อําเภอกันทรารมย์นั้น มีอําเภอเมือง อําเภอกันทรารมย์ อําเภอยางชุมน้อย อําเภอราษีไศล และอําเภออุทุมพรพิสัย ซึ่งก็อยากจะกราบเรียนฝากทางรัฐบาลว่า ควรที่จะได้เร่งรัดในการที่จะป่ดฝายหัวนาแห่งนี้ เพื่อที่จะให้เกษตรกรได้ใช้พื้นที่ เพื่อการเกษตรและเปึนการขยายเขตพื้นที่ชลประทาน ซึ่งถือว่าในภาคอีสานของเรานั้น เรามีพื้นที่เพื่อการเกษตรในพื้นที่ที่ได้รับการพัฒนาจากชลประทานแล้วเพียง ๖ ล้านไร่เศษ ถือเปึนเพียง ๒๑ เปอร์เซ็นต์แค่นั้นเอง ภาคเกษตรที่เปึนเกษตรกรของภาคอีสานทั้งหมด ๑๔ ล้านคนเศษ ถ้าเทียบกับ ๖ ล้านไร่ก็ถือว่าคนหนึ่งจะมีพื้นที่ชลประทานที่พัฒนาให้ได้ ใช้น้ําอย่างสมบูรณ์เพียงคนละ ๐.๔๓ ไร่แค่นั้นเองไม่ถึงคนละ ๑ ไร่ เพราะฉะนั้นโอกาส ที่เกษตรกรจะได้มีรายได้เพื่อที่จะได้ดูแลตัวเองได้นั้นก็คงจะเปึนเรื่องของน้ําเปึนใหญ่ เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะฝากในเรื่องของการพัฒนาก็คือการขยายเขตไฟฟัาเพื่อการเกษตร เปึนการลดต้นทุนการผลิต
ท่านปวีณอีกยาวไหมครับ พอดี เวลาหมด แต่เติมเวลาให้ ผมอยากให้ท่านสมาชิกได้กรุณาดูที่ไฟด้วยนะครับ ท่านจะได้มี เวลาสรุปสัก ๑ หรือ ๒ นาที ผมเป่ดไฟ ถ้าไม่นานท่านต่อเลยนะครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ต้องขอบพระคุณมากครับที่ต่อไม่อย่างนั้นผมคงไม่หมดประเด็น การที่ เราจะขยายเขตไฟฟัาเพื่อการเกษตรนั้นไม่ได้หมายความว่าจะให้ทําเฉพาะในพื้นที่ จังหวัดศรีสะเกษ ในพื้นที่ใดทุกภาคส่วนของประเทศไทย ในเขตที่มีเกษตรกรที่ปลูกพืช ไม่ว่าจะเปึนหอม กระเทียม พริกและพืชเศรษฐกิจอื่นนั้นล้วนแล้วแต่ต้องการน้ําทั้งนั้น การใช้ไฟฟัาเพื่อทดแทนน้ํามันนั้นเปึนการแก้ปัญหาให้ประเทศชาติ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ ราคาน้ํามันที่สูงขึ้น มลภาวะและโลกร้อน นอกจากนั้นก็จะเปึนการลดต้นทุนการผลิต ให้กับเกษตรกรของเรา ซึ่งผมถือว่าในเรื่องนี้เราควรจะได้ให้ความสําคัญ ผมขอยกตัวอย่าง ที่อําเภอยางชุมน้อย กับอําเภอกันทรารมย์ อําเภอราษีไศล ที่ได้เคยมีการขยายเขตไฟฟัา เพื่อการเกษตร บริเวณเหล่านี้ผลิตหอมแดง ผลิตพริก ถ้าใช้น้ํามันต่อผลผลิตต่อครั้งต่อไร่ เราจะลงทุนไปถึงไร่ละ ๔,๐๐๐ กว่าบาท แต่ถ้าหากว่าได้ใช้ไฟฟัาในการผลิตนี้ไร่หนึ่ง ต่อผลผลิตต่อครั้งก็จะเพียง ๓๐๐ บาทเศษเท่านั้นเอง เปึนการช่วยเหลือและเปึน การบรรเทาความเดือดร้อนและเปึนการสร้างโอกาสให้กับเกษตรกรของเราอย่างทั่วถึง ทุกคน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมดีใจที่สภาแห่งนี้ถึงแม้ว่าเพิ่งจะได้เข้ามาก็ตาม ที่ได้มองเห็นภาพของท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้พยายามปฏิบัติภารกิจและหน้าที่ เราทุกคน ก็พูดถึงเรื่องสมานฉันท์ แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่าอยากจะฝากให้ทุกท่านได้ใช้เพียง ความคิดระลึกว่าก่อนที่จะเกิดความสมานฉันท์นั้นอยากจะฝากว่า ขอให้ทุกคนนั้น เพียงแต่ได้มีความรู้สึกที่ดีต่อกัน เรานักการเมืองทุกคนเรามีภาระหน้าที่ ต่างคนก็ต่างมี ประชาชนที่จะต้องรับผิดชอบ สิ่งที่เราจะต้องทําก็คือภารกิจและหน้าที่ของเราที่เราจะต้องปฏิบัติให้ลุล่วงไปด้วยดี ไม่ว่าพรรคใดก็ดีเมื่อกลับไปที่บ้านแล้วเราก็ต้องดูพื้นที่ของเราเองความคาดหวังของ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคการเมืองไม่ว่าพรรคใดพรรคหนึ่ง
เอาจบเลยดีไหมครับ
เดี๋ยวก็จบแล้ว ท่านประธานครับ ก็คือความสงบสุขของบ้านเมืองและความผาสุกของประชาชน ขอบคุณ มากครับท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ ผมอะลุ้มอล่วย เพราะว่าเปึนนัดแรก ท่านสมาชิกใหม่ซึ่งเข้ามาในสภานั้นก็เปึนความรู้สึกที่ผมเคยบางครั้ง ก็ต้องใช้เวลานิดหนึ่ง ผมพยายามที่จะจัดเวลา บางท่านใช้เวลาไม่หมด ผมก็เอามาเฉลี่ยให้ แต่จะบริหารไม่ให้เกิน ๓๐ ชั่วโมง อย่างที่เราตกลงกันไว้ ก็เรียนท่านผู้ประสานงานทุกฝ์าย ท่านดอกเตอร์วุฒิพงษ์ครับ เชิญเลยครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา กระผม นายวุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่สมาชิกวุฒิสภาครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลาผมขออนุญาตเข้าในสิ่งที่ผมต้องการ จะอภิปรายเลย วันนี้มีประเด็นอยู่แค่ ๓ ประเด็นด้วยกันนะครับ
ประเด็นแรก เกี่ยวกับเรื่องการแถลงนโยบาย สิ่งแรกก็คงต้องบอกว่าชื่นชม ทําการบ้านการช่องมาดีทีเดียวถึงแม้อาจจะค่อนข้างจะยาวหน่อย เอกสารเมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ วันนี้หนากว่าเยอะกว่า ๒๖ หน้า เอ ๕ ๒๘ หน้า เอ ๔ หัวข้อ ก็ละเอียดกว่า คราวที่แล้วแยก ๕ หัวข้อ ออกมาเปึน ๔๑ หัวข้อย่อย อันนี้ ๘ หัวข้อใหญ่ ๑๙๖ หัวข้อย่อยมีแยกทั้งเร่งด่วน แล้วก็ที่จะทําให้เสร็จใน ๔ ป้หรือว่า ๘ ป้ ในอนาคต แต่ประเด็นแรกที่ผมเปึนห่วงก็คือว่า ผมคิดว่าท่านรัฐบาลหรือท่านผู้นํารัฐบาลอาจจะ ตีโจทย์ผิดเหมือนกับรัฐบาลที่แล้ว โจทย์นี้ไม่ใช่โจทย์ ๔ ป้ ผมคิดว่าอันนี้เปึนโจทย์ ๙ เดือน ที่เขียนตั้งแต่หน้า ๗ ถึงหน้า ๒๗ ที่จะทําใน ๔ ป้ ใช้หน้ากระดาษไป ๒๑ หน้า หรือ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่าเพื่อเปึนการสงวนเวลาเพื่อนสมาชิกไม่ต้องอ่านก็ได้ ผมคิดว่าไม่ได้ใช้หรอกครับ แล้วที่พูดมาทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้มีเจตนาจะแช่ง แต่เปึนการบอกกล่าว เล่าสิบจากการพยากรณ์ด้วยการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์บ้าง ทางรัฐศาสตร์บ้าง บวกกับทางโหราศาสตร์บ้าง คิดว่าคงไม่พ้นสิ้นป้นี้ก็คงจะต้องมีรัฐบาลใหม่ ท่านผู้นํา รัฐบาลอายุ ๗๓ แต่ก็ยังดูเข้มแข็ง มีน้ํามีนวล ชีวิตท่านคงจะยืนยาว แต่ผมเกรงว่า ชีวิตของรัฐบาลท่านคงไม่ยืนยาวเท่ากับชีวิตท่านหรอกครับ ในอีก ๙ เดือนผมคิดว่า เราอาจจะต้องกลับมาปรับแผนอันนี้กันใหม่อีกสักครั้งหนึ่ง เพราะว่าผมว่าถ้าพ่อบ้าน ทราบว่าตัวเองเปึนมะเร็งขั้นสุดท้ายอยู่ได้อีกไม่กี่เดือน ผมว่าอย่าไปคิดเรื่องการขยาย ธุรกิจการค้าเลย น่าจะคิดว่าจะเอาเวลาไม่กี่เดือนที่เหลือมาอยู่กับครอบครัวอย่างไร จัดแจงพินัยกรรมอย่างไรดี ผมคิดว่าอันนี้น่าจะเปึนหน้าที่ที่เหมาะกว่า เพราะในทาง การเมืองแล้วผมคิดว่าวันนี้รัฐบาลนี้คงจะจบก่อนสิ้นป้ ไม่ได้แช่งนะครับ อันนี้เปึน การพยากรณ์ แต่จะจบอย่างไร แล้วจะจบอย่างไรให้สวย แล้วจะจบอย่างไรเกิดประโยชน์ กับประเทศชาติมากที่สุด ผมก็มองเห็นว่าท้ายสุดมันน่าจะจบลงได้ ๓ ทาง
ทางที่ ๑ ก็คือท่านผู้นํารัฐบาล หรือว่ารัฐบาลเปึนฝ์ายเลือกเอง ก็คือจัด ยุบสภา มีการเลือกตั้งใหม่ จัดรัฐบาลกันใหม่ จะเปึนรัฐบาลของท่านหรือรัฐบาลของ ฝ์ายอื่นก็แล้วแต่ นั่นก็เปึนทางที่ ๑
ทางที่ ๒ ก็คือถ้าเกิดความวุ่นมาก แล้วอันนี้ก็ไม่จะดูหมิ่นดูแคลนใคร ๖ พรรคการเมืองเดี๋ยวแบ่งเค้กกันไม่ลงเดี๋ยวก็วุ่นวายหรอกครับ
ท้ายสุดไม่เกินสิ้นป้ก็คงจะเห็นคนแห่ลงมาที่ถนนราชดําเนินหรือ ท้องสนามหลวงกันเปึนการใหญ่จะแก้ปัญหาด้วยการ
(นายสถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ลําพูน) ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีผู้ประท้วงครับ สักแป็บหนึ่ง ท่านอาจารย์วุฒิพงษ์ครับ เดี๋ยวท่านผู้กําลังประท้วงท่านลําดับถัดไปกรุณานั่งก่อน เอาเปึนทีละท่าน เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สถาพร มณีรัตน์ ในนามสมาชิกรัฐสภา ขอประท้วง ตามข้อบังคับ ข้อ ๔๓ ในการอภิปรายต้องอยู่ในประเด็นหรือเกี่ยวกับประเด็นที่กําลัง ปรึกษากันอยู่ ผมเห็นว่าผู้อภิปรายกําลังเปึนนักโหราศาสตร์ไม่ใช่นักรัฐศาสตร์ ผมขอให้ ท่านประธานวินิจฉัยครับ
เชิญนั่งครับ ผมวินิจฉัย ท่านอาจารย์ครับ เมื่อกี้นี้ก็ถือว่าเปึนอารัมภบทไกลไปนิดหนึ่ง ผมว่าเดี๋ยวเข้าประเด็น ในเนื้อหาเรื่องการแถลงนโยบาย เมื่อกี้ไกลไปนิดหนึ่งครับ เดี๋ยวขยับเข้ามาใกล้หน่อย เชิญครับ
ครับ ขอบพระคุณมากครับ ประเด็นหลักก็คือว่าวันนี้ถ้าทางเลือกที่ ๑ ไม่เกิดขึ้นก็คงจะไปสู่ ทางเลือกที่ ๒ ถ้าสมมุติเกิดความวุ่นวายในช่วงนั้น รัฐบาลก็มีทางอยู่ ๒–๓ ทาง จะจัดการ กับคนที่เต็มท้องถนนกันอย่างไร จะเอาม็อบ (Mob) ชนม็อบหรือไม่เอามาชนม็อบ เอาแค่ม็อบมาแหย่ม็อบ แล้วเอาทหารมาตะปบม็อบอีกที อันนั้นก็เปึนสิ่งที่ทําได้ แต่ก็ไม่ดี
(นายทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (อุดรธานี) ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีผู้ประท้วง อาจารย์ครับ เปึนสิทธิของสมาชิกนะครับ ผมปฏิบัติตามข้อบังคับก็ไม่อยากให้กวนใจท่านอาจารย์ เดี๋ยวท่านลองบอกประเด็นของท่านในการที่ประท้วง
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม ทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน อุดรธานี ท่านประธานที่เคารพครับ ขอประท้วงผู้กําลังอภิปรายไม่อยู่ในประเด็นและเสียดสี ตามข้อ ๔๓ วรรคสอง เพราะฉะนั้นขอให้อภิปรายในประเด็น ตรงนี้ถือว่าสภาอันทรงเกียรติ เรากําลังเดินทางมาดีแล้ว ผมนั่งฟังทั้งวันไม่มีอย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นท่านผู้ทําหน้าที่ วุฒิสมาชิกขอให้อยู่ในประเด็นด้วย ขอบคุณมากครับ ให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ
เชิญนั่งครับ ผมวินิจฉัย ประเด็นที่ผมอะลุ้มอล่วยนะครับ แต่ว่าก็ไม่อยากให้ไกลแล้วก็ไม่อยากให้ต่อเนื่อง เพราะถ้าไกลแล้วต่อเนื่องอีกก็จะมีผู้ประท้วงต่ออีก ผมขอท่านอาจารย์ได้กรุณาเข้าประเด็น ในเรื่องของการวิพากษ์หรือการอภิปรายในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย ส่วนเรื่องอายุ ของรัฐบาลนั้น เดี๋ยวเรามีเวลาสัปดาห์ถัดจากที่แถลงนโยบายแล้ว เรายังมีการพูดคุย กันได้อีกเยอะครับ ขอความกรุณาท่านอาจารย์นะครับ
ขอบพระคุณมากครับท่านประธานรัฐสภา ผมก็จะพยายามอยู่ในประเด็น เดี๋ยวถ้าท่านมี ความอดทน มีขันติธรรมสักนิด ทั้งหมดโยงกันหมดละครับ นี่ได้เขียนมาเรียบร้อยแล้วว่า มันเกี่ยวโยงกันอย่างไร ถ้าท่านใจเย็นสักนิดเดี๋ยวก็จะเห็นว่ามันเกี่ยว
ทางที่ ๒ ผมขอย้อนนิดหนึ่งเสียเวลาเพราะว่าโดนประท้วงหลายครั้ง ถ้าสมมุติว่าออกมาเปึนรูปนั้นผมก็คิดว่าสถานการณ์ก็คงจะอัปลักษณ์พอสมควรนะครับ คงมีคนเจ็บตัว มีความวุ่นวาย จะเสียเลือดเสียเนื้อกันหรือเปล่าผมก็ไม่ทราบ
ทางที่ ๓ ที่อาจจะเกิดขึ้นก็คงจะเปึนภาคสองของ ๑๙ กันยายน แต่ผมว่า อาจจะต่างกันเล็กน้อยก็คือว่า วันนั้นประชาชนเอาข้าวเอาดอกไม้มาให้ทหาร วันนี้ผมว่า ถ้าจะเกิดภาคสองของ ๑๙ กันยายน วันนี้เราคงจะเห็นมูลสุนัขปาใส่รถถังกัน ๓ ทางนี่ ผมคิดว่าท้ายสุดเราคงต้องพยายามหมุนพวงมาลัยไปหาทางเลือกที่ ๑ ให้ได้ นั่นก็มาสู่ ประเด็นที่ ๒ จะทําอย่างไรให้ไปถึงที่นั่น
ประเด็นที่ ๒ ของผมก็คือว่าสมานฉันท์ไม่ใช่คําตอบ ที่ผมบอกว่าสมานฉันท์ ไม่ใช่คําตอบก็เพราะว่า ๑. ทําไม่ได้ ๒. ไม่จําเปึนต้องทํา ๓. ทําไปก็ไม่เกิดประโยชน์ ที่ว่าทําไม่ได้แค่เห็นบรรยากาศในห้องประชุมนี้หรือว่าในห้องอาหาร ผมก็รู้แล้วว่ามัน ไม่มีทางเปึนไปได้หรอกครับ โต ๆ กันแล้วอย่าหลอกกันเลย คนดูทีวีกันมากมาย ประชาชนก็ไม่ได้ทานแกลบ เพราะฉะนั้นไม่มีทางทําไม่ได้ ๒. ไม่จําเปึนเรื่องสมานฉันท์ ผมก็ดูบอลพรีเมียร์ ลีก (Premier league) อยู่บ่อย ๆ ก็สนุกสนาน ผมก็ไม่เคยเห็นว่าลิเวอร์พูล กับแมนยูจะต้องมาสมานฉันท์กัน เกมก็สามารถจะสนุกสนานได้อยู่ในเกม ตราบเท่าที่ทุกคนมีกติการ่วมกัน เคารพกติกา มีกรรมการที่ทั้งฝ์ายยอมรับนับถือร่วมกัน และที่สําคัญที่สุดและผมว่าลืมกันอยู่บ่อย ๆ คือการให้เกียรติคนดู เกรงใจแฟนบอลบ้าง เพราะฉะนั้นมาถึงประเด็นนี้ผมอยากเรียนว่าในฐานะของคนซึ่งเปึนคอการเมือง แต่ต้อง เรียนว่าเปึนคอการเมืองอิสระ เราไม่ได้ฝักฝ์ายพรรคใด ไม่ว่าจะเปึนพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคเพื่อแผ่นดินหรืออะไรก็ตามแต่ แล้วเราก็มี ประวัติชี้แจงชัดเจน เราไม่ได้สู้กับพรรคไทยรักไทยเมื่อป้ ๒๕๔๙ เท่านั้น ป้ ๒๕๔๒ ป้ ๒๕๔๓ เราก็สู้กับพรรคประชาธิปัตย์เรื่อง ปรส. เรื่องกฎหมายขายชาติ ๑๑ ฉบับ แล้วก็ เรื่องการขายรัฐวิสาหกิจ ก่อนหน้านั้นก็เคยสู้กับรัฐบาลชวลิตมาเรื่องการป่ดไฟแนนซ์ (Finance) เมื่อป้กลายก็ชนกับผู้มีอํานาจใน คมช. เพราะฉะนั้นสถาบันเล็ก ๆ ของเรา สหัสวรรษ ผมเรียนได้ว่าเราไม่ได้ฝักฝ์ายข้างใด แต่ที่อยากจะเรียนเพราะว่าด้วยความเปึนห่วง ก็คือว่าวันนี้ผมคิดว่าเรามุ่งกันที่เรื่องสมานฉันท์ แต่ผมอยากเรียนและเรียนด้วย ความจริงใจว่าสมานฉันท์ไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะที่นั่งกันอยู่ในห้องนี้ไม่ใช่ทั้งหมด ของประเทศไทย ประเทศไทยไม่ใช่มีเพียงแค่ ๖ หรือ ๗ พรรคการเมือง ผมเรียนท่านได้ แล้วก็ไม่ได้คิดจะดูแคลนใคร พรรคของท่านที่จะโอ่ว่าได้ ส.ส. มา ๑๖๐ กว่าคน หรือว่า ๒๐๐ กว่าคนหรืออะไรก็แล้วแต่ คนจํานวนมากเลือกท่านไม่ได้เพราะรักท่าน แต่อาจจะ เพราะชังอีกฝ์ายหนึ่งมากกว่า คนจํานวนมากเลือกท่านเพราะถูกบังคับให้เลือก ผมคิดว่า กกต. บางทีอาจจะต้องน่าเขียนกฎหมายกันใหม่ว่า การเลือกตั้งเปึนสิทธิไม่ใช่หน้าที่ เพียงเพราะต้องการยอดตัวเลขสวย ๆ บังคับให้คนไปเลือกตั้งไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร ถ้าอยากให้มีการมีส่วนร่วม ไม่ใช่บังคับให้คนไปเลือกตั้ง ต้องกระตุ้นให้เขาไปเลือกตั้ง วันนี้ขอพูดกันตรง ๆ จะกระทบน้ําใจใครบ้างก็ไม่เปึนไร เพราะว่าชีวิตนี้ก็มีศัตรูมา พอสมควรแล้วจะเพิ่มอีกเล็กน้อยก็คงไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงมาก เรียนได้ว่าวันนี้สิ่งที่ เกิดขึ้นก็คือ
(นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
ท่านอาจารย์ครับ มีผู้ประท้วง
ขออนุญาต ท่านประธาน คือความจริงแล้วผมมีคิวตั้งใจจะพูดในวันพรุ่งนี้ แต่ว่าพยายามฟังอภิปราย ตามที่มีเพื่อนได้ร่วมประท้วง เพราะว่าผู้อภิปรายได้พูดในสิ่งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ คําแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี คือผมฟังนะครับ ความจริงแล้วก็ให้ท่านพูดสั่งลาก็ได้ เพราะว่าทําหน้าที่เพียงไม่กี่วัน แต่ทว่าเวทีนี้ สภาแห่งนี้ไม่ใช่ที่ออกมาพูดในสิ่งที่ตัวเองคิด หรือกระทําการที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่พูด ท่านเองเปึนคนเขียนหนังสือคู่มือทรราช แต่ ๑๙ กันยายน ท่านก็ไปอยู่กับทรราช ท่านนั่งอยู่ในบอร์ดทีโอที รักษาการกรรมการ ผู้จัดการ มีปัญหากับ พลเอก สพรั่ง เขารู้กันทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นผมบอกว่าถ้าจะไป ก็ขอให้ไปดี ๆ
ท่านจตุพรครับ ผมวินิจฉัยได้แล้ว เชิญนั่งครับ
ก็ขออนุญาต ท่านประธานว่า ถ้าจะพูดก็ขอให้อยู่ประเด็นคําแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี แล้วผม ไม่ต้องการที่จะมีปัญหาเลย
เชิญนั่งครับ ท่านอาจารย์ครับ ผมขอความร่วมมือท่านอาจารย์ประเด็นที่พูดถึงก็เปึนที่เข้าใจนะครับ แล้วก็ผมคิดว่า เวลาเราจํากัดมาก เราจะมุ่งประเด็นในเรื่องเกี่ยวกับการอภิปรายในประเด็นที่เกี่ยวข้อง กับนโยบายของรัฐบาลที่แถลงไว้ ส่วนเรื่องความคิดเห็นหรือความเปึนห่วงบ้านเมืองนั้น เรามีวิทยุสภา เรามีอะไรต่าง ๆ เราใช้ช่องทางในการที่จะออกความเห็น คือเมื่อสักครู่นี้ ผมฟังประมาณสัก ๑๐ นาที เพื่อให้ท่านอาจารย์ได้โยงว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องนโยบาย รัฐบาลอย่างไร ประมาณ ๑๐ นาที พอไม่ถึงแล้วมีเพื่อนได้ลุกขึ้นมาประท้วงกันเปึนระยะ แล้วก็ใจผมเองผมก็อยากให้บรรยากาศในสภานั้นเปึนไปด้วยความเรียบร้อย แล้วก็คิดว่าที่ท่านอาจารย์พูดมีสาระ แต่ว่าเดี๋ยวเราหาเวลาอื่นได้พูดคุยกัน แต่ตรงนี้เรามี เวลาจํากัดในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการแถลงนโยบาย อยากให้ท่านอาจารย์ได้ทําหน้าที่ ตรงนี้ เชิญต่อเลยครับ
กราบขอบพระคุณมากครับ ผมก็พยายามที่จะอยู่ในประเด็นนะครับ แต่ก็คงต้องเรียนว่า ความคิดเห็นบางคราวมันก็อาจจะไม่จําเปึนที่จะต้องเหมือนกับสมาชิกท่านอื่น แล้วบางคราว การอ่านในเอกสารนี้ สิ่งที่สําคัญที่สุดอาจจะไม่ได้ปรากฏในเอกสารเสียด้วยซ้ํา หรือบางคราว ปรากฏก็อยู่ระหว่างบรรทัด ผมขอเรียนอย่างนี้ว่าวันนี้ในฐานะของนักต่อสู้ทางการเมือง ซึ่งอาจจะไม่ใช้เปึนนักการเมือง เพราะนักการเมืองต่อสู้เพื่อแสวงหาตําแหน่งและ ผลประโยชน์ทางการเมือง แต่นักต่อสู้ทางการเมืองต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง ทางการเมือง เพราะฉะนั้นความคิดเห็นนี้อาจจะแตกต่างกันได้ แต่วันนี้สิ่งที่อยากจะเรียน คือว่า
(ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประธานครับ
ท่านเชาวรินมีอะไรครับ
ท่านประธานครับ
ท่านอาจารย์รอสักครู่ครับ เชิญท่านเชาวรินครับ
ท่านประธานครับ ผมเองไม่ชอบรับบทเรื่องประท้วง เพราะว่าผมเกินวัยตรงนั้นไปแล้ว อ้ายตรงนี้มันไม่ไหว ที่ท่านอภิปรายว่านักการเมือง อ้ายประโยคเมื่อกี้นี้ผมไม่อยากจะพูด ไม่เปึนมงคลกับปากผม ผมขอร้องให้ถอนเสีย ผมลาออกจากตํารวจป้ ๒๕๑๙ สมัครรับเลือกตั้งเปึนนักการเมืองมาถึงปัจจุบันนี้ ๓๒ ป้ ประวัติผมไม่มีด่างพร้อย แล้วไม่ใช่ทําอย่างที่สมาชิกผู้อภิปรายนี้พูดเลย แล้วขอประท้วงอีกประเด็นหนึ่ง การอภิปรายกับประธานต้องอภิปรายด้วยความเคารพ นี่ยืนล้วงกระเปิาออกลูกนักเลง ไม่ถูกครับ ขอให้ประพฤติใหม่ แล้วก็แก้ไขคําพูดเมื่อกี้ด้วย ขอบคุณครับ
ผมวินิจฉัยได้แล้วนะครับ ท่านอาจารย์ครับ เมื่อสักครู่ที่พูดถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองเลวร้าย ซึ่งกราดไป ทั่วไปก็ทําให้เพื่อนสมาชิกไม่สบายใจ ขอถอนคําพูดตรงนั้นนะครับ
ยินดีครับ ท่านประธานครับ
อาจารย์ถอนนะครับ
ครับ
อาจารย์ครับ เราต่อเข้าไป เลยไหมครับ เราเหลือเวลาน้อย ๑๐ นาทีครับ อาจารย์วิพากษ์นโยบายแล้วอภิปราย เชิญครับ
ดีครับ แล้วทีนี้ก็ถ้าจะมีใครประท้วงก็เชิญทีเดียวเลย
เพื่อนสมาชิกขอความร่วมมือ ฟังท่านอีกสักนิดหนึ่ง วันนี้เราอะลุ้มอล่วยกันเพราะว่าเปึนบรรยากาศใหม่ แต่เดี๋ยว ผมจะดูว่าอะไรที่เปึนประเด็นที่เกิดความเสียหาย ผมก็จะช่วยดูแลให้ จะใช้ข้อบังคับ แต่ว่าถ้าเปึนเรื่องทั่วไป ลองฟังดูครับ เผื่อจะได้ความคิดใหม่ ๆ เกิดขึ้นบ้าง บางทีอาจจะ นอกนิดหน่อยแต่ว่าอย่าให้ไกลมากนัก เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมยังมีอีกประเด็นหนึ่ง ท่านกรุณาด้วยนะครับว่า ท่านสมาชิก ที่อภิปรายอย่าเอามือล้วงกระเปิาครับ เพราะข้อบังคับบอกว่าอภิปรายพูดกับประธาน ต้องพูดด้วยอาการสุภาพ ขอนะครับ ขอครับ
ท่านอาจารย์ครับ ไม่ล้วงกระเปิา พูดได้ใช่ไหมครับ
ได้ครับ ยินดีครับ ขออนุญาตต่อแล้วกันนะครับ วันนี้ผมขอเรียนด้วยความกังวลว่าสําหรับคนที่ คอการเมืองที่ไม่ใช่แฟนคลับของพรรคใดพรรคหนึ่ง ไม่ว่าจะเปึน ๖ – ๗ พรรค ที่นั่งอยู่ในนี้ เปึนคอการเมืองอิสระ สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้คือความเบื่อหน่ายการเมือง อิดหนาระอาใจแล้วก็ เกิดความเก็บกดทางการเมือง จนผมว่าตอนนี้อาจจะอยู่ในระยะเปึนโรคซึมเศร้า ทางการเมืองขั้นสุดท้าย ซึ่งอันนี้เปึนความน่ากลัว เพราะมันอาจจะเปึนเชื้อเพลิง ทางการเมืองซึ่งนําไปสู่ความรุนแรงได้ สิ่งที่เปึนความรู้สึกร่วมกันก็คือว่า เอ๊ะ วันนี้ บ้านเมืองนี้กลายเปึนว่าความวุ่นวายทั้งหมดที่เกิดขึ้น มันเกิดจากการต่อสู้กันของ กลุ่มผู้มีอํานาจเพียง ๒ กลุ่ม แล้วก็เปึนคนกลุ่มเล็ก ๆ แต่ละกลุ่มก็มีคนคงไม่เกินสัก ๑ เปอร์เซ็นต์ของประชากร แต่วันนี้ความวุ่นวายที่มันเกิดขึ้นนี้คนที่ต้องแบกรับคือ คนอีก ๙๘ เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ เราเอา ๙๘ เปอร์เซ็นต์ที่เหลือนี่กลายเปึนพรมเช็ดเท้า ทางการเมือง อันนี้เปึนความอึดอัดได้ว่า เอ๊ะ อ้ายเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นนี้เปึนเพราะว่า ผู้มีอํานาจ ๒ กลุ่ม ไม่ว่าจะเรียกว่าทุนเก่า ทุนใหม่ เศรษฐีใหม่ เศรษฐีเก่า ขุนนางกับ ขุนศึก หรือว่าทุนใหม่ นายทุนขุนศึกอะไรก็แล้วแต่ แต่เรื่องวุ่นวายทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นเพียงเพราะว่า ผู้มีอํานาจในแผ่นดิน ๒ กลุ่ม ตกลงกันไม่ได้ว่าคนไทยควรจะดื่มเบียร์ช้างหรือเบียร์สิงห์ดี ถ้าจะใช้โทรศัพท์ควรจะใช้ เอไอเอส (AIS) หรือดีแทค (DTAC) หรือว่าทรู มูฟ (True move) ดี ถ้าจะซื้อหวยควรจะซื้อ หวยบนดินของคุณทักษิณหรือว่าจะเปึนหวยออนไลน์ (Online) ของ พลเอก สุรยุทธ์ ดี รัฐบาลหนึ่งก็ไปยึด กฟผ. เพื่อจะมาขายทํากําไรมากมาย ส่วนอีกรัฐบาลหนึ่งก็ทําให้ กฟผ. เดี้ยง แล้วท้ายสุดก็เอาเอกชนผู้ผลิตไฟฟัาที่เราเรียกว่าไอพีพี (IPP) เข้ามายึดครองแทน ทางเลือกของประชาชนมีแค่นี้หรือ ประชาชนมีทางเลือกเพียงแค่ว่าจะเสียชีวิตด้วย เขี้ยวเสือหรือว่าขากรรไกรจระเข้แค่นี้หรือ ประชาชนเปึนเพียงกบตัวน้อย ๆ มีทางเลือก เพียงว่าตกลงจะให้นกกระสาสีเขียวกิน หรือนกกระสาสีแดงกิน หรือว่าจะเอานกกระสา สีกากี หรือนกกระสาสีเขียวขี้ม้าดี ทางเลือกของประชาชนมีแค่นี้หรือ แล้วผมว่าวันนี้ ความอิดหนาระอาใจอันนี้บ่มเพาะมาเปึนระยะเวลานานพอสมควร ผมเกรงว่าวันนี้ ถ้าเรียนตรง ๆ ผมว่ามันมีกลุ่มคนที่ไม่พออกพอใจการเมืองในขณะนี้เลย แล้วก็เปัาที่พุ่ง เข้ามา ขออภัยนะครับ ไม่ใช่พุ่งมาเข้าที่แค่พลังประชาชน ผมไม่ได้มีเจตนาจะมาดูหมิ่น ดูแคลนพรรคพลังประชาชน แต่ผมมีเจตนาที่จะดูหมิ่นดูแคลนพรรคการเมืองทุกพรรค แล้วผมว่าวันนี้แหละครับเรามาถึงจุดหนึ่งแล้ว การเพียงแต่เปลี่ยนตัวละคร เปลี่ยนพระเอกลิเก พระรอง เปลี่ยนคนรํา ไม่เวิร์ค (Work) อีกต่อไป วันนี้สิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นคือ การเปลี่ยนบทละคร คงจะต้องถึงเวลาเขียนสคริปท์ (Script) กันใหม่แล้ว ผมว่า ความล้มเหลวของรัฐบาลที่แล้วเกิดเพราะว่าความไม่เข้าใจว่าถึงเวลาแล้วแฟนบอล ขอเปลี่ยนบทละคร ไม่ใช่เปลี่ยนตัวละคร แล้วผมว่าเมื่อมาถึงจุดนั้น
ประเด็นที่ ๓ ก็คือว่า แล้วเราจะทําอย่างไรต่อไป ผมก็ขอไว้ ๒–๓ อย่าง
อันที่ ๑ ถ้าเราจะเตะบอลกันใหม่ ผมว่าสนามนี้รกรุงรัง ไม่เรียบ อาจจะ ต้องตีเส้นกันใหม่ ปลูกหญ้ากันใหม่ วันนี้สิ่งแรกก็คือขอให้เขียนกฎกติกากันใหม่ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แม้ผมอยู่ใน สนช. กฎหมายลูก ๓ ฉบับ ไม่ว่าจะเปึนกฎหมาย เลือกตั้ง กฎหมาย กกต. และกฎหมายพรรคการเมือง ต่างเขียนมาเพื่อให้ซับซ้อนเกินเหตุ ด้วยเจตนาซึ่งผมก็อนุมานเอาเองว่า เพื่อที่ผู้คุมกฎจะได้ใช้ประโยชน์จากความซับซ้อนนั้น ผมว่าน่าจะรื้อรัฐธรรมนูญใหม่ แก้กฎหมายลูก ๓ ฉบับใหม่ เปลี่ยน กกต. ใหม่ ตัวกรรมการ ให้ทั้ง ๒ ฝ์าย หรือ ๓ ฝ์าย หรือ ๗ ฝ์ายสบายอกสบายใจ อันที่ ๒ ผมว่าควรจะถึงเวลา ที่จะต้องทําการล้างป์าช้าทางนิติบัญญัติ ช่วงเวลาสุดท้ายของ สนช. มี พ.ร.บ. เข้าไป มากมาย เปึน พ.ร.บ. สําคัญ ๆ ก็มากมาย ผ่านไปแบบรวบรัด
อาจารย์ ผมไม่อยากขัดใจ บางทีถ้อยคําก็ตื่นเต้นไปนิดหนึ่ง อย่างล้างป์าช้านิติบัญญัติอย่างนี้ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับ หลายองค์กร เรื่องของนิติบัญญัติไม่ใช่เฉพาะสภาเราเท่านั้น เราคิดว่าเราควรจะต้อง สังคายนาฝ์ายนิติบัญญัติ ผมขอเปลี่ยนคํานี้ได้ไหมครับ เพราะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวคนอื่นฟัง ก็จะมีประท้วงกันอีก เดี๋ยวเชิญนั่งครับ ผมคิดว่าพอแล้ว เดี๋ยวใกล้จบแล้ว เหลือเวลาอีก ไม่กี่นาที เหลือเวลาสรุปครับอาจารย์ เชิญต่อเลยครับ
ประเด็นที่ ๒ ที่ค้างอยู่เมื่อสักครู่ก็คือล้างกฎหมายซึ่งถูกผ่านไปอย่างรวบรัด รีบเร่ง และลุกลี้ลุกลน มีประมาณสัก ๑๐ ฉบับ ซึ่งผมขอเรียกรวม ๆ ว่า พ.ร.บ. แฮลโลวีน (Halloween) แล้วกัน ก็จะมี พ.ร.บ. ความมั่นคงบ้าง พ.ร.บ.การประกอบวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ พ.ร.บ. การใช้ทรัพยากรน้ํา เอามหาวิทยาลัยออกนอกระบบ โรงไฟฟัานิวเคลียร์ และอะไร อีกมากมาย คุณหมอจอน อึ๊งภากรณ์ ได้พูดถึงเรื่องนี้อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นผมก็จะ ไม่ขยายความ แต่ผมคิดว่าอาจจะต้องใช้คําของท่านประธาน สังคายนาตรงนี้ น่าจะยกเลิก พ.ร.บ. ซึ่งเกิดกลายเปึนแผลเล็ก ๆ ในจิตใจของประชาชนคนไทยจํานวนมาก ควรจะเอาออก ๓. เพื่อให้เกมการต่อสู้ในพรีเมียร์ ลีกนัดหน้าแฟร์ (Fair) ผมคิดว่าฝ์ายรัฐบาลควรจะยก ไม่ดําเนินการทางการเมือง ๒–๓ อัน ซึ่งเปึนคําถามมากมาย คือเรื่องของกองทุนหมู่บ้าน เรื่องเอสเอ็มแอลและอะไรอีกหลาย ๆ อย่าง ซึ่งหลายคนมีความสงสัยว่าโครงการ ประชานิยมนี้เปึนโครงการประชานิยมเพื่อที่จะซื้อเสียงอย่างถูกกฎหมาย ท่านจะประท้วง ก็คงจะว่ากันไปอีกที แต่ผมคิดว่าอันนี้จะทําให้สนามมันเรียบแล้วก็เปึนที่ยอมรับ ทั้ง ๒ ฝ์าย
ข้อสุดท้ายนะครับ ผมมีความเห็นว่าบางทีฝ์ายการเมืองของเราอาจจะต้อง ถึงเวลาที่จะต้องสํารวจตัวเอง ที่ฝรั่งเขาเรียกว่า โซล เซิร์ชชิง (Soul searching) วันนี้ผมเรียน ท่านได้ จะผิดใจอะไรกับใครก็แล้วแต่ แต่ก็คงต้องเรียนได้ว่ามีคนจํานวนมากไม่ต้องการ จะเลือกใครเลย วันนี้เราถูกยัดเยียดมาว่ามันมีอยู่ ๕–๖ พรรค เพราะฉะนั้นก็จะต้อง เลือกกันแค่นี้ ผมว่ามันอาจจะถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องสํารวจตัวเราเองว่าแท้จริงสินค้า ทางการเมืองที่เรานําเสนอต่อผู้บริโภคเขาต้องการจริงหรือเปล่า ผมว่าบางทีการเลือกตั้ง คราวหน้าน่าจะต้องเป่ดโอกาสให้กลุ่มโน โหวต (No vote) มาหาเสียงด้วย ถ้าท่านเป่ด ให้มีแอร์ ไทม์ (Air time) สําหรับคนที่จะมาจากพรรคพลังประชาชน มาจากพรรคประชาธิปัตย์ มาจากพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดิน ควรจะมีสลอท (Slot) เวลาแอร์ ไทม์ ให้กับ คนที่เขาจะมาหาเสียงโน โหวต เพื่อจะบอกท่านว่ามีคนจํานวนเท่าไรในเมืองไทย ที่ไม่ต้องการที่จะเลือกนักการเมืองที่พรรคการเมืองทั้งหลายรวม ๆ กันเสนอเข้ามา ถ้าจะไปไกลกว่านั้น ผมก็คิดว่าคงจะขอไม่ได้หรอกครับ แต่ก็ไหน ๆ แล้วก็ขอพูดเลยแล้วกันว่า
(นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
มีผู้ประท้วงครับ ท่านสุนัยครับ ท่านอาจารย์รอสักครู่นะครับ
๒ ประโยค ก็จบแล้วครับ ถ้าสมมุติเปึนไปได้
ก็มันเปึนตามข้อบังคับครับ
ท่านประธานครับ
ท่านสุนัยมีประเด็นอะไรครับ
ขออนุญาตนิดเถอะครับ ผมสงสารอาจารย์มากเลย ผมเข้าใจว่า คมช. ตั้งท่านมาทํางาน ร่วมด้วยอย่างไรสงสัยจะบ้าด้วยกันทั้ง คมช. เลย
ผมขอถอนคําพูดคําว่า บ้า
ขอโทษครับ เผลอไปท่านประธานครับ คืออย่างนี้ครับ คือผมเข้าใจว่าอาจารย์กําลังหลงมิติบางเรื่อง ผมอยากจะสนับสนุนอาจารย์นะ คือความคิดของอาจารย์มันเลยกรอบไปเยอะทีเดียว แล้วก็ผมก็อัศจรรย์ใจว่าอยากจะให้ สนช. ตรวจสอบสิคนอย่างนี้มีเยอะไหมที่ไม่ยอมรับ ระบบประชาธิปไตยเลย
เอาล่ะ พอแล้วครับ เชิญนั่ง เดี๋ยวผมวินิจฉัยครับ เชิญนั่งครับ ผมขอวินิจฉัยนะครับ เพื่อให้การประชุมสภาเปึนไปด้วย ความเรียบร้อยนะครับ ขอให้อาจารย์วุฒิพงษ์พูดได้อีก ๑ นาทีครับ หมดเวลาครับ ท่านสรุปเลยครับ
ท่านประธานครับ ผมเหลืออยู่ ๑ นาที ๔๗ วินาที ขออนุญาตใช้เท่าที่มี ท้ายสุดถ้าเปึนไปได้ ก็อยากจะขอเพิ่มเติมว่าไม่ใช่เพียงแค่ให้โอกาสกับการหาเสียงแบบโน โหวตเท่านั้น แต่การโน โหวต แท้จริงถ้าพรรคไม่ว่าจะเปึนพรรคพลังประชาชน หรือพรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคอะไรก็ตามแต่ ถ้าใจกว้างพอบอกกับประชาชนสักนิดเถอะครับ ถ้ามันมีโน โหวต เยอะ ๆ แล้วหมายความว่าประชาชนอาจจะต้องการคนอื่นเข้ามาใน ครม. อาจจะต้อง จัดสรรสัดส่วนโควตาของ ครม. ให้กับ ครม. คนนอกตามโน โหวตด้วย อันนั้นก็จะเปึน การท้าทายระบบการเมืองในปัจจุบันอยู่พอสมควร ส่วนว่าจะเปึนใครก็ให้ประชาชนเขาทํา การซาวเสียงกันเอง สวนดุสิตโพลก็มี เอแบค โพลล์ก็มี รามคําแหง โพลล์ก็มีว่าใครเหมาะ ที่เปึนรัฐมนตรีคนนอกที่จะเข้ามา ท้ายสุดโดยสรุปผมอยากจะเรียนว่ามันมีความจําเปึน และผมว่าสิ่งเหล่านี้บางท่านอาจจะคิดว่ามันเปึนเรื่องนอกกรอบและไกลตัว หลายท่าน อาจจะรับไม่ได้ แต่ผมเรียนนะครับ ก็ที่เรียนท่านตั้งแต่ต้นแล้วแต่ต้องพูดอีกครั้ง ผมไม่ใช่ แฟนคลับพรรคประชาธิปัตย์ ผมก็เคยสู้กับพรรคประชาธิปัตย์ เหมือน ๆ ที่ผมเคยสู้กับ พรรคไทยรักไทย ผมเคยสู้กับพรรคชาติไทยก็สู้มาแล้ว สู้กับพรรคความหวังใหม่ก็สู้มา เราไม่ได้ฝักฝ์ายพรรคใดพรรคหนึ่ง เพราะฉะนั้นอันนี้เปึนข้อเสนอเพื่อ ๓ ประโยชน์
อันที่ ๑ ลดการเผชิญหน้าในอนาคต แล้วผมเชื่อว่าจะทําให้กติกาเปึนที่ ยอมรับมากขึ้น
๒. สะท้อนความเปึนจริงในสังคมว่ามันไม่ใช่มีแค่พรรคการเมืองเท่านั้น ที่เสนอ ถ้าสมมุติว่าเสนอสินค้าซึ่งประชาชนไม่รับ เขาก็สามารถที่จะโน โหวตได้ และท้ายสุด ที่สําคัญผมว่ามันจะเปึนการกระตุ้นพรรคการเมืองในระยะยาว เพราะว่าจะเห็นว่าโน โหวต มีอยู่มากมาย
ท่านพูดกับประธานครับ ท่านหันหน้ามาทางประธานครับ
แล้วก็ พยายามที่จะหาสินค้าทางการเมืองเพื่อมาสวมโน โหวต อันนี้
อาจารย์วุฒิพงษ์หันหน้าพูดกับ ประธานครับ
ขอบคุณครับ เรียบร้อยครับ
เดี๋ยวจะกลายเปึนอันนี้กันไป ท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านอภิสิทธิ์ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ที่จริงก็ไม่อยากจะรบกวนเวลาของสภา เพราะว่าเราก็กําลังพิจารณานโยบายของรัฐบาล แต่คิดว่าจําเปึนต้องใช้สิทธิพาดพิงครับ เพราะว่าท่านผู้อภิปรายได้แสดงเจตนาชัดเจนว่า วันนี้ท่านมาดูหมิ่นดูแคลนทุกพรรคการเมือง ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ไม่ได้อยาก ใช้สิทธิในการประท้วงเพราะว่าอยากจะฟังให้ครบถ้วนใจความที่ท่านจะนําเสนอ แล้วก็ กราบเรียนว่าพวกเราหลายคนที่อยู่ในการเมืองเราทราบดี ทุกวงการมันไม่ได้มีแต่คนดี แต่ผมก็ไม่ค่อยเชื่อว่าอาชีพที่เปึนอาชีพที่สุจริตนี่จะมีแต่คนเลว แล้วก็ไม่ได้หมายความว่า ผมเองจะมองว่าคนที่ประท้วงท่านหรือท่านดีกว่ากัน แต่ต้องอยู่ในหลักการครับ กระผม กราบเรียนว่าผมเองก็เปึนนักการเมืองมา ๑๕ ป้ อยากมาเปึนนักการเมือง แต่ไม่ได้อยากมา แสวงหาผลประโยชน์ ถ้าจะแสวงหาตําแหน่งก็มาโดยวิธีการที่ชอบธรรมที่ผมเชื่อ คือผ่านกระบวนการของการเลือกตั้งที่สุจริต แม้แต่การปฏิวัติรัฐประหารที่ผ่านมา แน่นอน ผมยืนอยู่คนละข้างกับรัฐบาลชุดก่อนหน้านั้น และไม่ว่าใครจะกล่าวหาอย่างไรผมไม่เคยมี ความคิดสนับสนุนแนวทางการเปลี่ยนแปลงนอกระบบ และถ้าเขามาให้ตําแหน่งผม ผมก็ไม่รับหรอกครับ นั่นคือจุดยืนของผม แล้วผมก็ยอมรับว่านักการเมืองก็ควรจะสํารวจ ตัวเองอย่างที่ท่านพูด แล้วผมเชื่อว่าหลายคนทําครับ แต่การที่จะมาสรุปในทํานองที่ว่า กติกาซึ่งของเราจะขาดจะเกินแต่ก็เปึนกติกาที่คล้ายคลึงกับวิถีประชาธิปไตยในระบบ สากล เปึนกติกาที่ใช้ไม่ได้เลย แล้วก็มีแต่คนที่ใช้ไม่ได้เลยนี่ผมคิดว่ามันไม่เปึนลักษณะ ของการที่จะทําให้บ้านเมืองเราเดินไปข้างหน้าได้ ท่านอาจจะกล่าวถึงคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งไม่ชอบใจพรรคการเมืองใดเลยก็ตาม กระผมต้องยอมรับว่ามี แล้วประชาชนเหล่านั้น ก็มีสิทธิไปกาในช่องไม่ประสงค์จะลงคะแนนให้ใครอยู่แล้ว แล้วถ้าหากว่าเขามีเปึนกลุ่ม เปึนก้อนขึ้นมาเหมือนปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเปึนในการเลือกตั้งวันที่ ๒ เมษายน หรือการลงมติไม่รับรัฐธรรมนูญในวันที่มีการลงประชามติ ผมก็คิดว่าคนที่มีอํานาจ คนที่เปึนนักการเมืองก็ต้องรับฟัง บ้านเมืองถึงได้มีการปรับมาทุกครั้งที่มีการแสดงออก เช่นนั้น แต่กระผมคิดว่าอันนี้เปึนคนละเรื่องกับการที่จะมาดูหมิ่นดูแคลนกัน ผมกราบเรียนว่า ถ้าท่านลองมาทําพรรคการเมืองท่านจะทราบว่ามันยากลําบากแค่ไหนในการที่เรา อยากได้บุคลากรที่ดี ที่ผมคิดว่าท่านมองว่าเปึนคนที่ควรจะมานั่งตรงนั้นตรงนี้มันไม่ง่าย อย่างที่คิดนะครับ ท่านเห็นไหมครับว่าพอเราเป่ดให้มีการสรรหา สว. คนลงเลือกตั้ง ในกรุงเทพมหานครไม่ถึง ๓๐ วิ่งไปสรรหากันเปึนพัน เพราะอะไรครับ เพราะถ้าท่านมา ลงเลือกตั้งท่านจะรู้ว่า ๑ คะแนนกว่าจะได้มานี่ครับ โดยเฉพาะพวกเราที่มาด้วยวิถีทาง ที่บริสุทธิ์นี่มันหนักหนาสาหัส เอาง่าย ๆ ว่าถ้าผมจะไปขอคะแนนท่านผู้อภิปรายนี่ ผมไม่รู้ว่าต้องใช้เวลากี่วัน แต่ ๑ คะแนนนั้นไม่มีทางเลยที่จะชนะการเลือกตั้ง พวกเรา หลายคนที่นั่งในที่นี้มากันด้วยคะแนนเปึนแสนนะครับ ไม่ว่าคนที่อยู่ในพรรคผม ไม่ว่า คนที่อยู่คนละฝัืงกับพรรคประชาธิปัตย์ อย่างน้อยผมก็เคารพ ในความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะยึดถือวิถีทางที่ยึดโยงกับประชาชน ผมกราบเรียนครับว่าถ้าท่าน จะเสนอในเรื่องของการปฏิรูปการเมืองหรืออะไรก็ตามก็เปึนสิทธิของท่าน ที่จริงท่านมี โอกาสดีกว่าพวกเราป้ที่ผ่านมา การมีส่วนร่วมในการเขียนกติกาทั้งหมด พวกเราแทบไม่มี โอกาสเลย แต่เราก็พยายามประคับประคองว่าอย่างไรที่จะให้มันกลับมาสู่กระบวนการ ที่มันถูก ที่มันดี ที่มันงามนี่ในระยะเวลาประมาณ ๑ ป้แล้วก็ให้ประชาชนตัดสิน เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่าที่ลุกขึ้นมานี่ไม่ประสงค์ที่จะให้เปึนเรื่องตอบโต้ต่อปากต่อคํา กันไม่จบนะครับ แต่ขอความกรุณาว่าให้ความเปึนธรรมกับพวกเราบ้าง ไม่ใช่ทุกคน ที่เลวร้ายและอีกหลาย ๆ คนพยายามจะทําครับ ถ้าเราจะได้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ของสังคมงานของเราก็จะง่ายขึ้นและความสําเร็จก็เกิดขึ้นได้ อย่าคิดว่าเปึนเรื่องที่จะต้อง มาล้างบางหรือมาล้างอะไรกัน เปึนเรื่องที่พวกเราทุกคนมีหน้าที่ต้องทําอย่างสร้างสรรค์ ขอบพระคุณครับ
ต่อเลยนะครับ ดอกเตอร์รัชดาครับ ท่านเชาวรินครับ
ท่านประธานผมขอใช้เวลาเพียงสั้น ๆ นิดเดียวครับ การอภิปรายของสมาชิกที่ก่อนหน้านี้ ได้สร้างความเสียหายให้กับคนที่มีอาชีพเปึนนักการเมือง อีกครั้งหนึ่งที่ผมต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้อภิปรายว่า ผมลาออกจากตํารวจแล้วและมี อาชีพเดียวคืออาชีพนักการเมือง บ่อยครั้งก็ลําบากอยู่เหมือนกัน ผมขออนุญาตท่านประธาน ตรงนี้ขอเอาคําพูดทุกคําพูดของท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เปึนคําอภิปรายของผม และขอต่อท้ายนิดเดียว ท่านประธานครับ หลังจากมีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา วันที่ ๒ มีนาคมแล้ว ขอเสนอแนะด้วยความรักนะครับในฐานะเปึนสมาชิกรัฐสภาด้วยกัน ท่านควรจะหาหมอด้วยครับ ขอบคุณครับ
อันนี้ขอได้ไหมครับ ขอถอนครับ ถอนแล้วก็จบแล้วกันครับ
ผมแนะนําท่านเอง แต่ถ้าท่านประธานคิดว่าไม่เหมาะสม ผมก็ถอนครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ เดี๋ยวอาจารย์วุฒิพงษ์ครับ วันนี้ผมอะลุ้มอล่วยนะครับ ถ้าใช้ข้อบังคับนี่สภาก็จะวุ่นวาย ไม่มีการยอมกัน แต่ว่าเพื่อให้มีรูหายใจได้ออกความคิดเห็นกัน ผมคิดว่าความคิดเห็น ที่ต่างกันนั้นในสังคมประชาธิปไตยนั้นเราก็ต้องยอมรับนะครับว่าประชาชนที่อยู่ทางบ้าน รับชม รับฟังก็จะได้รู้ข้อเท็จจริง ถ้าผมใช้ข้อบังคับทุกกรณีผมคิดว่าบรรยากาศก็จะแย่ ผมต้องขออนุญาตนะครับ ขอถืออํานาจของประธานสภาในการที่จะดูแลรักษา ความเรียบร้อยในสภา ท่านอาจารย์วุฒิพงษ์ครับ ท่านสั้นนะครับ ถ้าท่านยาวผมขออนุญาต ตัดไมค์เลยนะครับ สั้น ๆ แล้วก็จบ ก็ให้โอกาสทุกฝ์าย เชิญครับ
ขออนุญาตเรียนนิดเดียวครับ ไม่ได้เปึนการตอบโต้อะไร เพียงแต่ต้องการที่จะเคลียร์ (Clear) ประเด็น เพราะผมเกรงว่าท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อาจจะเข้าใจผมผิด ความจริงแล้วผมไม่ได้ตีขลุมทั้งหมดเรื่องของนักการเมือง ผมอยากจะเรียนว่าในวันนี้ เราต้องยอมรับว่าการเมืองส่วนหนึ่งมันกลายเปึนธุรกิจที่เราเรียกว่า ธุรกิจการเมือง เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เปึนการที่จะต้องบอกว่าเราคงจะต้องสํารวจตัวเราเอง แล้วสิ่งที่ อยากจะบอกเปึนประเด็นใหญ่ไม่ได้หมายความว่านักการเมืองเลวร้ายอะไร แต่ผมกําลัง บอกว่านักการเมืองกําลังเหมารวมและตีขลุมว่านี่คือประเทศไทย ซึ่งผมบอกว่าไม่ใช่ เพราะว่ามีคนอีกจํานวนมากที่อยู่
อาจารย์ครับ เดี๋ยวจะมีผู้ลุกขึ้นมา ถามว่านักการเมืองที่ตีขลุมนั้นคือใคร อันนี้อาจารย์เข้าใจเอาเอง เพราะฉะนั้นเดี๋ยวประเด็น มันจะไม่จบ ผมคิดว่าท่านอาจารย์พยายามจะอธิบายเพื่อให้รู้ในแนวคิดของท่านอาจารย์ เองนะครับ ผมคิดว่าพอแล้วสมาชิกรับทราบแล้ว แต่ถ้าพูดไปขยายความต่อก็จะกลายเปึน มีคําถามขึ้นมาอีกว่าเปึนใครจะไม่จบครับ เชิญอาจารย์นั่งครับ ผมอนุญาตให้อาจารย์ นานแล้ว ผมขอความร่วมมือ เคลียร์แล้วครับ อันนี้ชัดเจนแล้ว พอแล้วครับ ถือโอกาสหน้า เราจะได้อภิปรายกันต่อ เชิญนั่งครับ เชิญดอกเตอร์รัชดา ธนาดิเรก เชิญอภิปรายต่อเลยครับ
เรียนท่านประธานรัฐสภา ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายครั้งนี้แบบสมานฉันท์นะคะ จากการที่ได้ ศึกษาคําแถลงนโยบายด้านการต่างประเทศของรัฐบาล ดิฉันมีข้อสังเกตอยู่ ๒–๓ ประการ ในภาพรวมนะคะ ส่วนในเรื่องของสิทธิมนุษยชนและเอฟทีเอนั้นเพื่อนสมาชิกท่านอาจารย์ ไกรศักดิ์จะอภิปรายในค่ําของคืนวันนี้นะคะ
ประการที่ ๑ ข้อสังเกตที่พบเกี่ยวข้องกับความสามารถในการผลักดัน นโยบายการต่างประเทศที่ได้กล่าวไว้ว่าจะดําเนินบทบาทเชิงรุกในการส่งเสริม ความร่วมมือกับนานาชาติ ดิฉันได้ไปทบทวนนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบันนี้กับยุค ก่อน ๆ ที่ผ่านมา ดิฉันพบว่ามีความคล้ายคลึงกับสมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณเปึนอย่างยิ่ง ไม่ผิดหรอกค่ะถ้านโยบายที่ได้กําหนดมาก่อนนั้นเปึนนโยบายที่ดีมีความเหมาะสม และสามารถผลักดันให้เกิดผลงานอย่างเปึนรูปธรรมได้ แต่ข้อสังเกตที่ดิฉันค้นพบก็คือว่า นโยบายที่ได้ผลักดันสู่การปฏิบัติในช่วง ๔–๕ ป้ที่ผ่านมานั้นยังขาดความเปึนรูปธรรม นโยบายเชิงรุกบางเรื่องหากไม่พิจารณาถึงความพร้อมของรัฐบาลและบุคลากร อย่างจริงจังแล้ว สิ่งที่คิดว่าจะผลักดันให้เปึนเชิงรุกอาจจะเปึนล้มลุกคลุกคลานได้ ข้อสังเกตที่พบก็คือว่ารัฐบาลมีความตั้งใจดีค่ะที่จะสร้างสัมพันธภาพ สร้างมิตรภาพ กับภาคีต่าง ๆ แต่ว่าในความเปึนจริงเราคงไม่สามารถผลักดันทุกอย่างให้เกิดขึ้น พร้อม ๆ กันได้ ไม่ว่าจะการเปึนสมาชิกในประเทศอาเซียน อาเซียนบวกหนึ่ง อาเซียน บวกสาม มีบิมสเทค (BIMSTEC) คือ ความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอล มีแอคเมคส์ (ACMECS) ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิระวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ไอเอ็มที (IMT) มีภาคี มากมายที่รัฐบาลของเราได้ไปเซ็นลงนามความร่วมมือไว้แล้ว แต่เราทําพร้อม ๆ กัน ทุกอย่างได้ในเวลาเดียวกันหรือคะ ดิฉันเปึนกําลังใจให้กับรัฐบาลที่อยากจะเห็นผลงาน ให้เกิดขึ้นมาอย่างเปึนรูปธรรม แต่อยากจะเสนอว่าท่านน่าจะจัดลําดับความสําคัญ ในนโยบายต่างประเทศให้ชัดเจน ในข้อ ๖.๒ ระบุไว้ว่าต้องการที่จะส่งเสริมความร่วมมือ กับประเทศในเอเชีย ในเอเชียนี้มีประกอบด้วยประเทศมากมาย เอเชียกลุ่มไหนเปึน อาเซียน เปึนเอเปค (APEC) ก็ใช่ เปึนบิมสเทคก็ใช่ ถ้าจัดลําดับความสําคัญแล้วกําหนด ยุทธศาสตร์ให้ชัดเจน ดิฉันคิดว่ายุทธศาสตร์เชิงรุกของเราในอนาคตน่าจะเห็นผลงาน ได้เปึนรูปธรรมมากกว่านี้
อีกเรื่องหนึ่ง ในการที่เราจะผลักดันนโยบายให้เกิดเปึนรูปธรรมนั้น จะต้อง พิจารณาถึงความพร้อมของบุคลากรในกระทรวงการต่างประเทศด้วย บุคลากร ในกระทรวงการต่างประเทศเปึนที่ตระหนักดีว่า เจ้าหน้าที่มีความพร้อมมีศักยภาพสูง แต่ว่าบทบาทของกระทรวงการต่างประเทศในปัจจุบันนี้ไม่ได้มีเพียงเฉพาะในเรื่องของ การทูตเท่านั้น แต่ยังมีในเรื่องของเศรษฐกิจ ในเรื่องของกฎหมายเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงของมนุษย์ แต่ว่ารายงานในแผนแม่บทของกระทรวงการต่างประเทศประจําป้ ๒๕๔๕–๒๕๕๔ พบว่าบุคลากรของกระทรวงการต่างประเทศบางส่วนยังขาดความรู้ เฉพาะด้าน อย่างเช่น ในเรื่องเศรษฐกิจ ในเรื่องกฎหมาย และยังพบอีกว่ามีการจัดสรร บุคลากรไม่ตรงกับตําแหน่ง ซึ่งประเด็นนี้ทําให้ดิฉันเปึนห่วงเปึนอย่างยิ่งว่าหากประเทศ ของเราผลักดันรีบร้อนที่จะไปสร้างพันธมิตรสร้างเครือข่ายลงนามในสนธิสัญญามากมาย แล้วบุคลากรของเราจะมีความพร้อมที่จะสามารถปกปัองสิทธิประโยชน์ของประเทศไทย ได้จริงหรือเปล่า เพราะฉะนั้นอย่ามองแต่เพียงว่ารีบร้อนสร้างให้เกิดผลงาน ผลักดัน ให้สัญญาเกิดขึ้น ควรจะมองที่ความพร้อมของบุคลากรและความชัดเจนของนโยบายด้วย
ประการที่ ๒ ดิฉันอยากจะเสนอต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องเปึนเรื่องของการสร้างความสัมพันธ์ความร่วมมือระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเปึน อาเซียนบวกสาม แอคเมคส์ ก็คือยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ไอเอ็มที หมายถึงแผนงานพัฒนาเศรษฐกิจ ๓ ฝ์าย ภาคีต่าง ๆ ที่พวกเราเข้าไปเปึนสมาชิกพูด แต่เรื่องเศรษฐกิจ พูดแต่เรื่องผลประโยชน์ว่าจะได้เม็ดเงินเท่าไร ประเทศไหนจะได้กําไร จะเกินดุลขาดดุลเท่าไร ทําไมละคะ ทําไมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะต้องเน้น อยู่บนพื้นฐานของความร่ํารวย ทําไมประเทศไทยไม่กําหนดจุดยืนของประเทศว่า เราอยากจะเปึนผู้นําทางการต่างประเทศในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของมนุษย์ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปากท้องกับชีวิตของพี่น้องประชาชนทั้งในและประเทศเพื่อนบ้าน ดิฉันอยากจะเสนอให้พวกเรา ประเทศไทยของเราชูบทบาทว่าเราจะเปึนผู้นําทางการ ต่างประเทศเรื่องการต่อต้านการค้ามนุษย์ เพราะว่ามันเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมนุษยธรรม ประเทศไทยของเราเองเปึนทั้งประเทศต้นทาง ทางผ่าน และปลายทางของการค้ามนุษย์ มีพี่น้องชาวลาว เขมร กัมพูชา ป้หนึ่งนับแสนคนที่ตกเปึนเหยื่อของการค้ามนุษย์ ทําไม เราไม่ชูบทบาทนี้ทั้ง ๆ ที่เราเปึนประเทศที่เกี่ยวข้องแล้วมีศักยภาพที่จะทําได้ อีกมิติหนึ่ง ของการต่างประเทศนอกจากในเรื่องของความมั่นคงของมนุษย์แล้ว เราเปึนประเทศภาคี ในกลุ่มประเทศบิมสเทค ซึ่งประกอบด้วยประเทศบังกลาเทศ อินเดีย พม่า ไทย ศรีลังกา ซึ่งกลุ่มประเทศเหล่านี้เปึนประเทศที่มีพื้นฐานของพุทธศาสนา เราหยุดที่จะมองในมิติ เพียงแค่เศรษฐกิจอย่างเดียวได้ไหมคะ หันมามองในเรื่องของการชูธงว่ากลุ่มประเทศ บิมสเทคจะเปึนประเทศที่ส่งเสริมพุทธศาสนาให้มีความแข็งแกร่งมองเปึนมิติทางศาสนา และวัฒนธรรมได้บ้าง ดิฉันเชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ถ้าเรามองข้ามผ่าน เรื่องผลประโยชน์ หันมามองความสัมพันธ์บนพื้นฐานของสังคมของศาสนา มิตรภาพ ที่เกิดขึ้นมันจะยั่งยืนและถาวรกว่าการที่เราจะมองเพียงแค่เม็ดเงินเท่านั้นนะคะ
ประการที่ ๓ แม้ว่ารัฐบาลอาจจะยังไม่ได้แถลงเปึนนโยบายแต่ก็เปึน ข้อสังเกตเผื่อไว้ในอนาคตว่า ถ้าหากนโยบายการต่างประเทศจะยังคงแนวทางทูตซีอีโอไว้ ดิฉันคิดว่าคงจะต้องมีการพิจารณาในเรื่องของการบริหารจัดการ งบประมาณต้องให้ทูต การบริหารจัดการต้องให้ท่านทูตในแต่ละประเทศมีอํานาจในการตัดสินใจให้คุณให้โทษ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ มิฉะนั้นทูตซีอีโอก็จะมีบทบาทเพียงแค่ประธานบอร์ด แล้วทํา อะไรไม่ได้ ทีมไทยแลนด์ที่รัฐบาลตั้งไว้ว่าจะผลักดันให้เปึนตัวขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุก ก็คงจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้นะคะ
ทั้งหลายทั้งปวงที่พูดไปแล้วก็เปึนข้อห่วงใยที่จะนําเสนอต่อรัฐบาลเพื่อจะเปึน ประโยชน์ในการผลักดันนโยบายการต่างประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดิฉันหวัง เปึนอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะรับฟังข้อเสนอดังกล่าวอย่างจริงจังและนําไปสู่การพัฒนา นโยบายเพื่อคนไทยของเรา ขอบคุณค่ะ
เชิญคุณภิรมย์ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ภิรมย์ พลวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้เปึนวันที่พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง รากหญ้าคนยากคนจนได้มีความหวังกับนโยบายของทางรัฐบาล ซึ่งเปึนนโยบายที่ใกล้ตัว แล้วก็จับต้องได้ แต่สิ่งที่ผมอยากจะนําเรียนกับท่านประธานเพื่อไปส่งต่อกับคณะรัฐบาล นั้นเปึนสิ่งที่พี่น้องประชาชนทางภาคอีสาน หรือภาคเหนือ หรือภาคกลางที่ยังลําบากอยู่ ต้องการฟังคําตอบจากรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายเรื่องการเกษตร ชาวบ้าน ไม่เข้าใจหรอกครับว่าเอฟทีเอคืออะไร การต่างประเทศคืออะไร อยากทราบว่านโยบาย วันนี้ที่รัฐบาลเดิม ก็คือรัฐบาลของอดีตท่านนายกรัฐมนตรีที่ทํามา โครงการดี ๆ หลายอย่าง แต่ที่มีปัญหาที่ทํามาแล้วยังไม่ได้ต่อเนื่องก็คือโครงการโคล้านตัว วันนี้ โครงการโคล้านตัวที่มันตกอยู่กับพี่น้องประชาชนโดยทั่วไป ยังไม่ถึงโคล้านตัว ปัญหา ที่เกิดขึ้นก็คือโคราคาถูกแต่เนื้อราคาแพง ท่านประธานครับ อยากฝากไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่า จะทําอย่างไรโคที่อยู่กับชาวบ้านที่กู้กองทุนเงินล้านมาซื้อแต่ไม่มีที่ขายครับ เพราะฉะนั้น ผมอยากจะฝากท่านรัฐมนตรีเกษตรนะครับว่า ถ้าเราจะเปลี่ยนโคล้านตัวในป้นี้ ขอเปลี่ยนเปึนกระบือล้านตัวได้ไหม บ้านผมเรียกว่าควายครับท่านประธานครับ เพราะว่า อะไรครับ เพราะว่าถึงแม้ว่าปัญหาของโคล้านตัวนั้นขายไม่ออก แต่ถ้าเราทําโครงการ เรื่องกระบือล้านตัวนี่ครับถึงขายไม่ออก ขายไม่ได้ก็ใช้ไถนาได้
อีกประเด็นหนึ่ง โคกับกระบือมันแตกต่างกัน กระบือเวลามันมูลออกมา มัน ๓–๔ เท่าครับ ถ้าหมู่บ้านหนึ่งทุกหลังคาเรือนมีหลังคาเรือนละ ๒ ตัว ก็จะใช้เปึน สัตว์เศรษฐกิจ ท่านประธานครับ ถ้ามีหมู่บ้านละ ๒๐๐ ตัว ๓๐๐ ตัว มันจะทวีคูณขึ้นไป เรื่อย ๆ ปุิยวิทยาศาสตร์ที่ชาวนาซื้อราคาแพงเราก็ไม่ต้องใช้ จึงอยากจะฝากท่านประธาน นําเสนอไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าส่งเสริมเปลี่ยนจาก วัวล้านตัวเปึนกระบือล้านตัวได้ไหม เรื่องน้ําท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายให้กับสื่อ เปึนสิ่งที่พี่น้องประชาชนโดนใจมากที่สุดก็คือผันน้ําจากแม่น้ําโขงมาเพื่อการเกษตร ๑๙ จังหวัดภาคอีสานเรา วันนี้ทุกคนทุกหมู่บ้านจะสอบถามกับผู้แทนราษฎรในภาคอีสาน ทุกคนครับว่า น้ําจากแม่น้ําโขงจะมาถึงเดือนไหน ก็ดีใจนะครับว่าเปึนนโยบายแรก เรื่องแหล่งน้ําสําหรับการชลประทาน พี่น้องภาคอีสาน ชาวนาภาคอีสานไม่ต้องการทํานา ถึงป้ละ ๒ ครั้งหรอกครับ แค่ทําครั้งเดียวแล้วน้ําไม่ท่วม ฝนไม่แล้งก็พอใจแล้ว นี่คือสิ่งที่ พี่น้องประชาชนต้องการถามว่าน้ําจากแม่น้ําโขงจะมาถึงจังหวัดขอนแก่นป้ไหน มาถึง นครราชสีมาเดือนไหน มาถึงจังหวัดชัยภูมิป้ไหน น่าจะมีกําหนดไว้ในแผนปฏิบัติการ อย่างชัดเจน ผู้แทนราษฎรเวลาลงพื้นที่จะได้ตอบปัญหากับชาวบ้านได้ชัดเจน ท่านครับ เรื่องถนนวันนี้ทุกคนที่เปึนผู้แทนราษฎรรับเรื่องราวจากพี่น้องประชาชนเพราะว่า ถนนลาดยางจะถึงบ้านเขาวันไหนเดือนไหน หลายคนสอบตกเพราะไปรับปากว่าจะได้ ถนนลาดยาง แต่ก็ไม่ได้เสียที วันนี้เรามีนโยบายทํารถไฟฟัาสีเขียว สีแดง สีม่วง หรือสีอะไรก็แล้วแต่ ๕ แสนล้านบาท อยากให้ท่านทางฝ์ายรัฐบาลเพิ่มเติมงบประมาณ ไปทําถนนลาดยางระหว่างหมู่บ้าน ไม่ต้องการเยอะหรอกครับ กิโลเมตรละ ๓ ล้านบาท ไม่ต้องถึง ๕ แสนล้านบาทหรอกครับ แค่ ๑ แสนล้านบาทก็จะครอบคลุมทุกจังหวัดได้แล้ว ท่านประธานครับ เรื่องเอกสารสิทธิเปึนสิ่งที่ทรมานจิตใจพี่น้องประชาชนคนยากคนจน ท่านประธานทราบไหมครับว่าจังหวัดนครราชสีมา อําเภอบ้านเหลื่อม ครึ่งหนึ่งของอําเภอ เปึนที่ป์าสงวนแห่งชาติ แต่ว่าพื้นที่ป์าสงวนแห่งชาติอําเภอบ้านเหลื่อมไม่มีต้นไม้ มีแต่อ้อย มีแต่มันสําปะหลัง ที่บางส่วนเปึนที่มีโฉนด แต่ที่ติดกันนั้นเปึนที่ของชาวบ้าน เปึนที่ป์าสงวนแห่งชาติ ที่ของอําเภอแจ้งสนามนาง ถนนลาดยางตัดผ่าน ฝัืงที่อยู่ติดกับ โรงงานน้ําตาลเปึนที่มีโฉนดท่านครับ แต่ฝัืงตรงข้ามของราษฎรเปึนที่ ส .ป .ก. หมด ผมอยากถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าเอาอะไรวัด เปึนมาตรฐานว่าที่ตรงไหน จะเปึนโฉนด ที่ตรงไหนจะเปึนป์าสงวน ที่ตรงไหนจะเปึนที่ ส .ป .ก. ขอกระจายความเปึนธรรม ให้กับพี่น้องประชาชนยากจนครับ นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนฝากความหวังมา ท่านประธานครับ เรื่องการเรียนฟรี ๑๒ ป้ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญว่าไม่ต้องเสียสตางค์ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ความเปึนจริงแล้วอยากให้รัฐบาลเพิ่มเติมเข้ามาว่าความเปึนจริง แล้วมันเสียอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนคนยากคนจนช่วงที่จะมีการเป่ด ภาคเรียนเดือนเมษายน ปัญหาผู้ปกครองบ้านนอกเราจะมีปัญหาเรื่องต้องซื้อสมุดหนังสือ ให้กับเด็กนักเรียน บางทีผู้ปกครองมีลูก ๔ คน ต้องใช้ ๓ ,๐๐๐–๔ ,๐๐๐ บาท คนรวย ไม่เปึนไรครับ นี่คนยากจนต้องกู้หนี้ยืมสินไป ฝากท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการว่า นโยบายมาตรการเร่งด่วนช่วงมีนาคมก่อนจะเป่ดเทอมนี้สั่งการไปเลยครับว่าอย่าเพิ่งให้ ผู้ปกครอง อย่าให้โรงเรียนจัดขายสมุด หนังสือ เพราะป้นี้มันลําบากพี่น้องประชาชน ผู้ปกครองลําบากครับ ไหน ๆ เจ้าก็เรียน ๑๒ ป้แล้ว เปลี่ยนรัฐบาลใหม่แล้ว ป้นี้ลองสั่งการ ไปเลยครับว่ามันจะได้ช่วยเหลือให้กับผู้ปกครองได้ลืมตาอ้าปากบ้าง นี่คือสิ่งที่ผม อยากจะฝากท่านประธานครับ โครงการเอสเอ็มแอลของรัฐบาลชุดเดิมที่ทํามาสมัยท่าน พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร เปึนโครงการที่ทําให้การพัฒนาเข้าถึงหมู่บ้าน เปึนการพัฒนาที่โดนใจชาวบ้าน มากที่สุด เพราะว่าแล้วแต่ประชาคมหมู่บ้านจะพิจารณาเอาว่าจะทําโครงการอะไร พอมารัฐบาลของท่านสุรยุทธ์ก็เปลี่ยนเปึนพอ ๆ เปลี่ยนเปึนอยู่ดีกินดี ซึ่งมันทําให้หมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน กํานัน วุ่นวายเรื่องเอกสาร พอมาถึงนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ ชุดของ ท่านสมัคร สุนทรเวช นี่ครับ บรรจุไว้ในแผนเร่งด่วน ผมอยากฝากท่านประธานด้วยครับว่า เอสเอ็มแอลต่อไปนี้ขอว่าไม่ต้องกําหนดกรอบแนวทางในการดําเนินการ เนื่องจากว่า ปัญหาของแต่ละหมู่บ้าน ๔๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ๗๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านไม่เหมือนกัน ให้เงินไปเถอะครับ ๓ แสน ๕ แสน ๗ แสน แล้วแต่ผู้ใหญ่บ้านกับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือประชาชนในหมู่บ้านตัดสินใจว่าจะทําอะไร บางหมู่บ้านเคยได้รับงบประมาณ จากสมัยรัฐบาลที่แล้ว สมัยชุดก่อนชุดของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ มั่นใจว่าจะได้ ป้ละ ๒ แสน ๓ ป้ ก็เลยตกลงไปสร้างเมรุ วันนี้ยังไม่ได้เผาเลยครับบางบ้านครับ เพราะรอโครงการเอสเอ็มแอลอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งหนึ่งที่ผมอยากฝากให้ ท่านประธานว่า
เลยเวลาไปแล้วนะครับ
โครงการ หลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างมันน่าที่จะจับต้องได้เปึนรูปธรรมได้ จึงฝากท่านประธานไว้ ให้กับท่านคณะรัฐบาลชุดนี้ต่อไปครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณสมเกียรติ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สมเกียรติ อ่อนวิมล สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่วุฒิสภาครับ ประเด็นที่ผมจะอภิปรายพาดพิงถึงนโยบายของรัฐบาลในหน้า ๓ ข้อ ๑.๑ นโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดําเนินการในป้แรก คือ ๑.๑ สร้างความปรองดอง สมานฉันท์ของคนในชาติและฟุ๋นฟูประชาธิปไตย โดยการเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกัน ของประชาชนในชาติให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีเปึนอันหนึ่งอันเดียวกัน และยึดมั่น ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ประเด็นที่ ผมจะเน้นแล้วคิดว่าอยากจะขอให้รัฐบาลได้ขยายความหรือว่าทํางานในรายละเอียด มากกว่านี้ก็คือ เรื่องการยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุข อันนี้คือหมายความว่ารัฐบาลเขียนนโยบายนี้โดยสมมุติฐานว่ามีระบอบ ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แล้วพร้อมที่จะยึดมั่น แต่ในทรรศนะของผม ผมคิดว่าถ้าดู สถานภาพในปัจจุบันของประชาธิปไตยในเชิงปรัชญาและการมีวิวัฒนาการของ ประชาธิปไตย ในประเทศไทยนั้นยังอยู่ในระหว่างที่เพียงอยู่ในจุดเริ่มต้นที่จะต้องค้นหา ความหมายที่แท้จริง และมีความเข้าใจร่วมกัน เพื่อจะได้ช่วยกันสร้างชาติต่อไป ผมจะเริ่ม อย่างนี้ครับว่า ในละตินอเมริกาครั้งหนึ่งเคยมีสงครามกลางเมืองหรือมีข้อขัดแย้ง ในเชิงอุดมการณ์ว่าด้วยเรื่องเสรีนิยมกับอนุรักษ์นิยม มีนักเขียนรางวัลโนเบล (Nobel) ชาวโคลัมเบียคนหนึ่งก็ตั้งข้อสงสัยและตั้งข้อสังเกตในงานวรรณกรรมของเขาบอกว่า ผมไม่เข้าใจว่าทําไมมนุษย์จะต้องรุนแรงฆ่าฟันกันเพียงเพื่อที่จะแย่งชิงอํานาจในสิ่งที่ จับต้องไม่ได้ คือหมายความว่าในสังคมประชาธิปไตยนั้นก็มีข้อแตกแยกและถกเถียงกันว่า จะเปึนแบบเสรีนิยมหรือว่าอนุรักษ์นิยม ก็เลยไม่เข้าใจว่าทะเลาะกันไปทําไม เหมือนเมื่อวาน ผมเฝัาสังเกตข้อขัดแย้งซึ่งไม่มากนัก แต่ว่าในเชิงปรัชญาก็น่าสนใจว่า ถกเถียงกันมาก ระหว่าง ๒ ฝ์ายในสภานี้ว่ามีคนตายกันกี่คนในข้อขัดแย้งในกระบวนการวิวัฒนาการ ประชาธิปไตยของไทย ผมคิดว่านั่นไม่ใช่ประเด็นใหญ่แม้ว่าจะสําคัญก็ตาม แต่ว่า ประเด็นใหญ่ในการที่รัฐบาลจะสร้างประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในสังคมของเราก็คือว่า ไม่ใช่ว่าตายกี่คน แต่ว่าทําไมต้องตายด้วย ในการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งเดียวกันที่เรา ต้องการก็คือสิ่งที่เราจับต้องไม่ได้ มันเปึนอุดมการณ์ครับ คือประชาธิปไตยซึ่งเรายัง เถียงกันอยู่ว่ามันอยู่ตรงไหนแน่ เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่ารัฐบาลนั้นก็เริ่มต้นดีแล้ว ที่เขียนเรื่องนี้ไว้ในข้อแรกของนโยบาย เพียงแต่ว่ามันเปึนสมมุติฐานที่สมมุติว่า เปึนประชาธิปไตยแล้วจึงต้องยึดมั่นอย่างที่เปึนอยู่ ผมคิดว่าในขณะนี้ปัญหาของประชาธิปไตยในประเทศไทยคือการเรียนรู้หรือการศึกษา ทําความเข้าใจว่ามันคืออะไร และควรจะนิยามมันว่าอย่างไร ประชาธิปไตยในขณะนี้ เปึนปัญหาของคํานิยามในประเทศไทย คือปัญหาที่ทําให้เกิดความขัดแย้งและเกิด ความชะงักงันในการพัฒนาประชาธิปไตยจนกระทั่งมีการยึดอํานาจบ้าง มีการปกครอง โดยใช้ประชาธิปไตยที่ประชาชนส่วนหนึ่งอึดอัดไม่พอใจจึงมีการประท้วงกันบ้าง สืบเนื่องมาจากว่าเวลาเราคิดว่าเปึนประชาธิปไตยแล้วในบางช่วงเราใช้นโยบาย แบบทุนนิยมเสรี แล้วก็มีนักธุรกิจซึ่งมีเสรีภาพในการที่จะมาประกอบกิจกรรมทางการเมือง เข้ามาทําหน้าที่หลังจากการเลือกตั้ง แล้วเราก็นิยามมันว่าเท่ากับประชาธิปไตย ซึ่งไม่ผิด แต่เปึนเพียง ๑ นิยามเท่านั้น แต่ฝ์ายทหารที่มองเห็นว่าทุนนิยมของนักธุรกิจการเมือง ไม่เท่ากับประชาธิปไตย จึงยึดอํานาจ แล้วก็บอกว่าขอดึงกลับสู่ประชาธิปไตย ก็จะเห็นว่า ทั้ง ๒ ฝ์ายมีเหตุผลในเชิงปรัชญาในความชอบธรรม ทหารก็บอกว่าไม่ใช่เผด็จการ ซึ่งผม ก็คิดว่าไม่ใช่เผด็จการ แต่ว่าเปึนการให้คํานิยามว่าที่ผ่านมามันไม่ใช่ประชาธิปไตย จึงขอดึงกลับ ตกลงทั้ง ๒ ฝ์ายไม่ผิดเลยถ้าจะนิยามในเชิงปรัชญาว่าตัวเองนั้นเปึน ผู้จรรโลงหรือสร้างสรรค์ประชาธิปไตย แต่เมื่อเกิดความขัดแย้งว่าต่างฝ์ายต่างบอกว่า ไม่ใช่ ขอดึงกลับ ผมจึงคิดว่าจึงเปึนความชะงักงันในทางประวัติศาสตร์ของวิวัฒนาการ ประชาธิปไตย ผมถึงอยากให้รัฐบาลชุดนี้ทําเรื่องนี้อย่างจริงจัง แม้ว่ามันจะเปึนสิ่งที่ อาจจะเรียกว่าเปึนนามธรรมจับต้องไม่ได้ วัดไม่ได้ หรือนักวิชาการในครั้งที่ผมเรียนจบ แล้วมารับราชการเปึนอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนวันที่ ๑๔ ตุลาคม ป้ ๒๕๑๖ ไม่กี่เดือนหรอกครับ งานอภิปรายในช่วงนั้นในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง จะพูดว่าประชาธิปไตยกินได้ แปลว่าจับต้องได้ แต่มันเปึนนามธรรมครับ เพราะว่า มันทําให้เกิดความสุขโดยไม่ต้องอิ่มท้อง แต่มันเปึนความสุขใจ ผมอยากให้ทั้ง ๒ ฝ์าย คือนักการเมืองในสภานี้หรือนอกสภา พรรคการเมืองต่าง ๆ ร่วมกับข้าราชการทุกส่วน โดยเฉพาะผู้ที่ใช้อํานาจหรือมีพลังอยู่ในมือ ร่วมกันนิยามให้มันชัดเจนจะได้เกิดความสุข จึงอยากจะเสนอรัฐบาลว่าวิธีสร้างสังคมประชาธิปไตยให้เปึนรูปธรรม ถึงจับต้องไม่ได้ แต่ก็รู้สึกได้ว่าเรากําลังจะสร้างความสุข ข้อที่ ๑ เพื่อนสมาชิกสภานิติบัญญัติของผม อาจจะพูดไปแล้วเมื่อสักพักหนึ่งซึ่งผมก็เห็นด้วย ก็คือการแก้ไขโครงสร้างที่สําคัญในสังคม เราในช่วง ๔ ป้ข้างหน้าของรัฐบาลชุดนี้ โครงสร้างใหญ่ก็คือรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่า รัฐธรรมนูญที่ร่างมาในป้ ๒๕๕๐ ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้ไม่ใช่เพราะผมไม่ใช่เปึนคนร่าง จึงไม่อยากเห็นว่าให้มันอยู่ต่อไปนะครับ ผมเปึนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเมื่อป้ ๒๕๔๐ จะดี จะไม่ดีมากน้อยแค่ไหน แต่ว่าฐานของการร่างนั้นมาจากประชาชน เหมือนทุกท่าน ที่ไม่ใช่ สนช. ในสภานี้ครับ ท่านย่อมมีความอิ่มเอมใจมากกว่าผม เพราะว่าท่านมีฐาน มาจากประชาชน ไม่ว่าจะมาจากประชาชนอย่างไรก็ตาม จากกลุ่มไหน ด้วยเหตุผล อย่างไร ด้วยนโยบายหรือด้วยความรู้สึก หรือความชื่นชมหรือไม่อย่างไรก็ตาม ฐานของ การเปึนประชาธิปไตยสูงกว่า ผมอยากให้แก้ ไม่รู้จะแก้อย่างไรครับ เพราะว่าฐาน มันแก้ไม่ได้ ถ้าย้อนกลับไปอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีเคยพูดไว้ก่อนที่จะมาตั้ง พรรคพลังประชาชน หรือแม้กระทั่งพูดหลังจากพรรคได้รับชัยชนะแล้วในเรื่องการแก้ไข รัฐธรรมนูญ หรือว่ากลับไปใช้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ป้ ๒๕๔๐ แล้วขัดเกลาสิ่งที่ เห็นว่าสังคมควรจะต้องแก้ ก็ลองดูครับ แต่ว่าต้องแก้โครงสร้างตรงนี้ เพราะเปึนเรื่อง ของความรู้สึกว่าเปึนของประชาชนหรือไม่ สําหรับผมก็เห็นว่ามันเพี้ยนไปจากฐานของ ประชาธิปไตยตั้งหลายข้อ หลายมาตรา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการจํากัดสิทธิเสรีภาพในการ ประกอบอาชีพอย่างพวกผมที่เปึนสื่อสารมวลชนยังถูกจํากัดมิให้เล่นการเมือง ยกเว้น ถ้าเราจะสละทรัพย์สินหรือว่าหุ้นส่วนที่เกี่ยวข้องในธุรกิจสื่อสารมวลชนแล้วจึงจะมา เล่นการเมืองได้ ก็เปึนอาชีพ ๒ อาชีพที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ห้ามมิให้เปึนประชาชน ในระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ คือพวกประกอบกิจการโทรคมนาคมกับสื่อสารมวลชน อันนี้เปึนเรื่องน่าเศร้า อีกเรื่องหนึ่งซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้จํากัดสิทธิของความเปึนผู้มีส่วนร่วมทางการเมือง ซึ่งเปึนสิทธิพื้นฐานของทุกคนก็คือ ความเปึนเครือญาติเดียวกัน พ่อ แม่ ลูก เมียเล่นได้ คนเดียวในระบบการเมืองที่อยู่เกี่ยวข้องกับวุฒิสภา อันนี้ผมคิดว่าเพี้ยนไปจากฐานของ ความเปึนประชาธิปไตยที่สังคมทั้งโลกเขาให้ทุกคนมีสิทธิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าจะสืบต่อ ทายาท อุดมการณ์ อุดมคติที่ครอบครัวสร้างไว้จนเปึนหลักเปึนฐานน่ายกย่อง แล้วมา ตัดกันอย่างนี้ก็ไม่ได้นะครับ เปึนเรื่องของประชาชนต่างหากที่จะเลือก มีอีกหลายเรื่อง เช่น แนวนโยบายพื้นฐานซึ่งมีมากจนกระทั่งสีสันในการริเริ่มใหม่ ๆ ของนักการเมืองนั้น แทบจะเรียกได้ว่าถูกจํากัดจนเกือบหายไปเลย เมื่อไม่นานที่ผ่านมาในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เราได้ผ่านพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมืองนะครับ ซึ่งผมคิดว่าก็เปึนจุดเริ่มแม้ว่า ผมเองอาจจะไม่ได้เห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ในทุกรูปแบบของพระราชบัญญัติฉบับนั้น แต่ก็เปึนจุดเริ่มที่ประชาชนจะมามีส่วนร่วมได้มากขึ้นในสภาพัฒนาการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตย ซึ่งรัฐสภาใหม่ชุดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานรัฐสภาได้พูดในวันที่ รับตําแหน่งนะครับ ตําแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภาว่าจะต้องเปึน การเมืองของการมีส่วนร่วมของประชาชนมากขึ้น อันนี้ก็ถือว่าถ้าพูดในเชิงวิชาการ และประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยถือว่าเปึนประชาธิปไตยแบบใหม่ล่าสุดที่โลกตะวันตก วิจัยค้นคว้ามาในรอบประมาณสัก ๒๐ ป้ที่ผ่านมา ถือว่าถ้าจะถึงขั้นสมบูรณ์ต้องมี ส่วนร่วมมากขึ้นจะได้เปึนประชาธิปไตยที่เรียกว่าเข้มแข็งนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ในเชิงของโครงสร้าง ผมคิดว่ารัฐบาลชุดนี้จะต้องแก้ปัญหา เรื่องการศึกษาพื้นฐานว่าด้วยเรื่องประชาธิปไตย และการศึกษาพื้นฐานว่าด้วยทุกเรื่อง ที่ทําให้คนไทยทุกคนเปึนมนุษย์ที่สมบูรณ์เท่ากันสมมุติว่าใช้คําว่า พวกเรา ซึ่งเปึนผู้นํา ทางการเมืองในชุมชนที่ถือว่าเปึนผู้นํานะครับ คือพวกผู้แทนราษฎร รัฐบาล รัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี แล้วก็ผู้นําขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เปึนประชาธิปไตยทั้งหลาย อบต. อบจ. นี่ถือว่าเปึนผู้นําในเชิงปรัชญาทางการเมือง ประชาชนต้องมีการศึกษา พื้นฐานสูงพอที่จะเท่ากันกับผู้นําทางการเมือง แล้วต้องมีการศึกษาพื้นฐานในด้าน ประชาธิปไตยอย่างเปึนวิชาการจริง ๆ ตั้งแต่เข้าโรงเรียนป้แรก จนกระทั่งสิ้นชีวิต เมื่อป้สุดท้ายของการเปึนคนไทยอยู่ ไม่ว่าจะอยู่หรือไม่อยู่ในมหาวิทยาลัยก็ตาม เพราะว่า ประชาธิปไตยมันเรียนรู้ได้ทั้งในโรงเรียนซึ่งต้องเรียน ถ้าไม่เรียน ผมคิดว่าไม่ได้เพราะว่า ประชาธิปไตยไม่ใช่ปรัชญาของไทยหรือชาวตะวันออก ประชาธิปไตยเปึนปรัชญา ตะวันตกแท้ ๆ เปึนของฝรั่ง ไม่ใช่ของเราเลย มันยากมากที่วัฒนธรรมตะวันออก อย่างพวกเราจะเข้าถึงมันได้ภายในเวลา ๗๕–๗๖ ป้ ถ้าผมวัดประชาธิปไตยของ ประเทศไทยในประวัติศาสตร์ ๗๕ ป้ที่ผ่าน มานี้เท่ากับสหรัฐอเมริกาเมื่อ ๑๗๐ กว่าป้ ที่แล้วเท่านั้นเองครับ เพราะว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนยังไม่เริ่ม ของเขาเริ่มโดย การมีส่วนร่วมของประชาชนเมื่อประมาณสัก ๑๕๐ ป้ที่แล้ว เขามีรัฐธรรมนูญ แล้วเขาก็มี ความขัดแย้งรุนแรง มีสงครามกลางเมืองแต่เรายังไม่มีสงครามกลางเมือง ไม่ได้อยากให้มี แต่ว่าบางครั้งประวัติศาสตร์ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ว่าของเรานั้นอาจจะอาศัยความเปึน ชาวตะวันออก และปรัชญาของเรานี้ทําให้หลีกเลี่ยงความรุนแรง ซึ่งเราก็หลีกเลี่ยง ความรุนแรงได้มากพอใน ๒–๓ ครั้งที่ผ่านมา แม้ว่าจะดูเหมือนมากสําหรับเราที่เคยมีมา แต่ว่าถ้าเทียบกับโลกแล้วเรายังน้อยมากที่จะเผชิญกับความรุนแรงในความขัดแย้ง ในประชาธิปไตยหรือเพื่อค้นหาประชาธิปไตย พูดถึงเรื่องการศึกษาพื้นฐานนี้ผมคิดว่า รัฐบาลต้องแก้ไขหลักสูตรการศึกษาในโรงเรียนจนถึงระดับมหาวิทยาลัย นอกจากนั้น ก็เปึนการศึกษานอกโรงเรียน ก็คือว่าให้วิถีชีวิตของประชาชนทุกคน ทุกชุมชน หมู่บ้าน ให้เปึนเหมือนกับ ขอประทานโทษที่ต้องอ้างโลกตะวันตก แต่ว่ามันเปึนหน้าที่จริง ๆ ต้องบอกว่ามันไม่ใช่ของเราอยู่แล้ว ก็คือว่าให้ประชาธิปไตยนี่เริ่มที่หมู่บ้าน มันเหมือนกับ ตอนที่อเมริกาเปึนอาณานิคมแล้วเขาเริ่มธรรมนูญหมู่บ้านหรือว่าชุมชนหมู่บ้านก่อน แล้วจึงค่อยเกิดรัฐบาลกลาง พูดง่าย ๆ คือประชาชนสั่งให้พวกเรามาอยู่ที่สภา ไม่ใช่เรา ไปขอร้องประชาชนให้เลือกให้เรามาอยู่ที่สภา หรือถ้าจะใช้คําไม่สุภาพก็คือว่าสั่ง หรือจัดการให้มีการเลือกเรามาอยู่ที่สภา อย่างนี้มันก็เปึนประชาธิปไตยที่ไม่ใช่เริ่มจาก ประชาชน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าวิถีชีวิตของหมู่บ้านเปึนประชาธิปไตย พวกเราจะเกรงใจ กลัว แล้วก็จะต้องพะวงอยู่เสมอว่าการดําเนินชีวิตของผู้นําทางการเมือง ของพวกเราในสภานี้หรือในรัฐบาล จะถูกประชาชนตรวจสอบและถอดถอนได้ทุกเมื่อ เมื่อเราลืมไปว่าเราคือผู้ตามประชาชนนะครับ ไม่ใช่ผู้นํา ผมอยากเห็นว่าเราไม่เคอะเขิน จะเรียนรู้ประชาธิปไตยจากโลกตะวันตกเพราะว่าเราต้องยอมรับตั้งแต่แรกว่ามันเปึนของ นครรัฐเอเธนส์ของกรีซตั้งแต่ต้น เราก็เรียนรู้แบบอังกฤษ เรียนรู้แบบอเมริกามา เพราะฉะนั้นผมฝันว่าสักวันหนึ่งชาวนา ชาวไร่จะรู้จักชื่อนักปราชญ์ นักปรัชญาตะวันตก ที่เปึนนักปรัชญาทางการเมืองหลาย ๆ คน เหมือนกับที่เราเรียกชื่อปุิย ยาฆ่าแมลง เปึนภาษาอังกฤษได้ ไม่ว่าจะเปึนฟูราดาน (Furadan) หรือว่าพาราไธออน (Parathion) ถ้าเกิดชาวบ้านที่จังหวัดสุพรรณบุรีของผมพูดถึงเพลโต (Plato) โสกราตีส (Socrates) โทมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson) วินสตัน เชอร์ชิล (Winston Churchill) ปรีดี พนมยงค์ ชวน หลีกภัย สมัคร สุนทรเวช อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เราค้นหาปรัชญาทางการเมือง ของผู้นําเหล่านี้ออกมาให้เปึนส่วนหนึ่งของวิชาความรู้ที่เรียนกัน ผมคิดว่าประชาชนเขาก็ จะเท่าเรา แต่จะเหนือกว่าเราเล็กน้อยเพราะเขาส่งให้เรามาอยู่ที่นี่เพื่อมาดูแลบ้านเมือง ของเขา อันนี้เปึนหน้าที่ของรัฐบาลชุดนี้จะต้องรีบทํา เพราะว่ามันเปึนโอกาสอันดีมาก ๆ ที่ท่านกลับมาเชื่อมประวัติศาสตร์ที่หยุดไปประมาณเกือบ ๒ ป้ ซึ่งผมก็มาอยู่ตรงช่วง เชื่อมต่อนั้นในสภาแห่งนี้ บางทีก็รู้สึกเคอะเขิน แต่บางทีก็มีคํานิยามเรื่องประชาธิปไตยว่า มันคงเปึนนิยามของเรากระมังที่เรามาแล้วเราชี้แจงได้ว่าเราเปึนส่วนหนึ่งของขบวนการ ผมอยากเห็นว่าโครงสร้างต่อไปคือว่าผู้นําทางการเมืองของเราที่พูดเมื่อกี้นี้ ตั้งแต่ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีทุกคน สมาชิกรัฐสภาทั้ง ๒ สภา ไปจนกระทั่งถึงสภาตําบลแล้วก็ จังหวัด คือผู้นําทางการเมืองทุกระดับ ขอให้เราดําเนินชีวิตเปึนแบบอย่างของปรัชญา ประชาธิปไตยที่โลกวิวัฒนาการมา ๒,๕๐๐ ป้จริง ๆ แล้วก็ยังไม่มีใครค้นพบจุดสมบูรณ์ ที่สุดของประชาธิปไตย ต้องใช้ชีวิต ต้องกิน ต้องอยู่ ต้องเดิน นั่ง นอนและฝันให้เปึน ประชาธิปไตย ต้องทําสงครามและสร้างสันติภาพด้วยหลักประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ถ้าต้องทําสงครามแล้วต้องมีจิตสํานึกจากหัวใจว่าการกระทําอะไรที่ผิดเพี้ยนไปจาก จริยธรรมที่ไม่ต้องเขียนไว้ในข้อบังคับจริยธรรมของสภาแห่งนี้ ซึ่งมักจะต้องเขียนใหม่ ทุกครั้งเมื่อมีสภาใหม่ ไม่ต้องเขียนก็ได้ ไม่ต้องอ่านกฎหมายก็ได้ครับ อะไรก็ตามที่รู้สึกว่า ไม่ดีผิดไปจากจริยธรรมเชิงประชาธิปไตยไม่ต้องมีกฎหมาย ก็ตัดสินใจได้ว่าตัวเองจะต้อง ปฏิบัติตัวหรือถอยออกไปเพื่อตั้งต้นชีวิตใหม่อย่างไร อันนี้จะเปึนตัวอย่าง แล้วก็ขอให้มี ความทุกข์เพื่อจะได้ให้สังคมเข้าใจว่าความทุกข์นั้นเพื่อให้เกิดความสุขในเชิงปรัชญา แล้วกินได้ ประชาธิปไตยจริง ๆ
ประเด็นสุดท้าย ในเรื่องการสื่อสารมวลชน ซึ่งจริง ๆ เปึนเรื่องใหญ่ถ้าพูดถึงว่า เปึนอาชีพของผม แล้วก็รัฐบาลชุดนี้ก็ดูจะพะวงอยู่ในเรื่องการสื่อสารมวลชน แต่ว่ารัฐบาล ชุดนี้ไม่ได้เขียนนโยบายด้านการสื่อสารมวลชนไว้มากพอที่จะให้อภิปรายได้ หรือการที่ ไม่เขียนมากพออาจจะเปึนจุดทําให้ต้องอภิปรายเยอะก็ได้ ข้อ ๘ .๓ ส่งเสริมให้ประชาชน มีโอกาสได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารจากทางราชการและสื่อสาธารณะอื่นได้อย่างกว้างขวาง ถูกต้อง เปึนธรรม และรวดเร็ว เปึนหัวข้อใหญ่ข้อเดียวและไม่มีรายละเอียด ซึ่งจาก ประสบการณ์ในการที่อยู่ในสภามาตั้งแต่สภาร่างรัฐธรรมนูญและวุฒิสภาตอนที่ผมเปึน ตัวแทนจังหวัดสุพรรณบุรี แล้วก็มาอยู่ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพียงไม่ถึง ๑๐ ป้ แต่ว่า การอภิปรายนโยบายของรัฐบาลทุกรัฐบาลที่ผมมีโอกาสทําที่ผ่านมา ผมคิดว่าส่วนใหญ่ จะเปึนพิธีกรรม คือหมายความว่าเราอภิปรายไปตามความรู้ที่เรามี ส่วนรัฐบาลนั้นอาจจะ เขียนขาด เขียนหล่น เขียนเกิน หรือเขียนไม่เปึนระบบ จัดหัวข้อไม่ถูกใจ รัฐบาลชี้แจง ได้เสมอว่าเดี๋ยวทําให้ บังเอิญเรื่องนี้มันไม่จําเปึน แล้วก็ถึงแม้จะสําคัญแต่ก็เปึนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมจึงไม่ขอตําหนิว่าอะไรหายไป หรืออะไรสั้นไป แต่ว่าเรื่องสื่อสารมวลชน หรือการปฏิรูปสื่อนั้นผมคิดว่ารัฐบาลไม่เขียนก็ไม่ว่ากัน เพราะว่าจริง ๆ ไม่ต้องเขียนก็ได้ เพราะว่าสื่อสารมวลชนมันเปึนวิวัฒนาการที่ปฏิรูปตัวเองไปตลอดเวลา แล้วรัฐบาลชุดนี้ หรือชุดไหนอยากจะจัดกระบวนการสื่อสารมวลชนใหม่ หรือไม่อยากจัดก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะว่าถึงท่านไม่จัดคนอื่นก็จัดได้ และถึงท่านไม่คุมสื่อสารมวลชนก็คุมได้ หรือถ้า สื่อสารมวลชนไม่คุมตัวเองประชาชนก็คุมได้ แต่มันค่อยเปึนค่อยไปนะครับ รัฐบาล ซึ่งกระผมอยากจะกราบเรียนว่าผมได้ฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงในสภาและได้ ติดตามฟังคําให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ผมอภิปราย คือประเด็น ในเรื่องของการศึกษาทั้ง ๓ ท่านแล้ว กระผมมีข้อสังเกตและข้อวิพากษ์นโยบายของ รัฐบาล ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ประเด็นทางด้านการศึกษานั้นจริง ๆ ทางหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้กรุณาอภิปรายตั้งข้อสังเกตต่อสภานี้ไปเมื่อวานนี้ ในเรื่องของโอกาสทางการศึกษาและในเรื่องคุณภาพของการศึกษาไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าหลังจากนี้เพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ของเราจะได้ร่วมกันวิพากษ์วิจารณ์ นโยบายของรัฐบาลในประเด็นที่เปึนเรื่องของสังคมและคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะ เรื่องการศึกษา ซึ่งผมถือว่าเปึนเรื่องที่มีความสําคัญที่สุด และเมื่อกี้ถ้าเพื่อนสมาชิก ในสภานี้ได้ฟังเพื่อนสมาชิกที่พูดก่อนหน้าผมจะเห็นว่าการพัฒนาคนนั้นเปึนเรื่องสําคัญ ในกระบวนการประชาธิปไตยและผมคิดว่าการพัฒนาคนนั้นเปึนเรื่องสําคัญของ กระบวนการในการพัฒนาประเทศครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อผมได้ดูเอกสาร ในการแถลงนโยบายและได้ฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงก็จะพบความเปึนจริงที่ผม อยากจะเรียนเปึนข้อสังเกตก่อนในเบื้องต้นก็คือว่า
ประการแรก รัฐบาลนี้ไม่ได้ให้ความสําคัญกับเรื่องการศึกษาและเรื่อง การพัฒนาคน เพราะไม่ได้กําหนดนโยบายเรื่องการศึกษาไว้เปึนเรื่องเร่งด่วน ผมอยากจะ กราบเรียนว่าจริง ๆ แล้ววันนี้พี่น้องประชาชนค่อนข้างจะมีความคาดหวังต่อเรื่องโอกาส ทางการศึกษาสูงมากครับ และคิดว่ารัฐบาลนี้น่าที่จะกําหนดไว้เปึนเรื่องเร่งด่วน ทั้งนี้ ก็เพราะว่าอะไรครับ ทั้งนี้ก็เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ก็ได้กําหนดไว้ชัดเจน ที่จะให้รัฐนั้นต้องจัดการศึกษาฟรี ๑๒ ป้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็ได้มามีบทบัญญัติในทํานองเดียวกันที่จะต้องให้พี่น้องประชาชนนั้นได้รับสิทธิในทาง การศึกษาอย่างน้อยไม่ต่ํากว่า ๑๒ ป้ พี่น้องประชาชนก็คาดหวังว่าเป่ดภาคเรียนนี้คงจะ ได้รับการศึกษาฟรีและไม่คิดค่าใช้จ่าย และผมเชื่อว่าพรรคการเมืองหลายพรรคในช่วงหาเสียงก็ได้มีนโยบายที่ตรงกันว่า เราจะจัดการศึกษาฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แต่นี่ข้อสังเกตผมประการแรกก็คือว่า แสดงว่า เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๑ ที่จะถึงนี้คงจะไม่มีการที่จะจัดการศึกษาฟรีจริง นักเรียน ๑๖.๓ ล้านคนก็ต้องรอความหวังนี้ พี่น้องผู้ปกครองก็ต้องรอรับภาระนี้กันต่อไป และผมคิดว่ารัฐมนตรีต้องชี้แจงเรื่องนี้ให้ชัดเจน และอย่าเอาประเด็นเรื่องว่า ๑๒ ป้ จะเริ่มต้นจากไหนไปถึงไหน เรื่องนี้เปึนข้อยุติไปแล้วตั้งแต่ร่างรัฐธรรมนูญนะครับ
ประการที่ ๒ เมื่อผมฟังท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบทั้ง ๓ ท่านได้อภิปราย หรือได้ให้สัมภาษณ์แล้ว ผมอยากเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีด้วย ความปรารถนาดีว่าไปคนละทิศละทาง ผมเรียนว่าจริง ๆ แล้วการเปลี่ยนแปลง ทางการศึกษานั้นต้องเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ ถ้าวันนี้รัฐมนตรียังไม่ยอมรับความเปึนจริงว่า การที่เราจะนําพาการศึกษาไปสู่การพัฒนาคุณภาพในการพัฒนาคน แล้วเราไม่กล้า เปลี่ยนแปลงทั้งระบบ หรือท่านรัฐมนตรีทั้ง ๓ ท่านยังไม่มีกรอบความคิดเหมือนกันว่า การเปลี่ยนแปลงทางการศึกษานั้น ในการปฏิรูปทางการศึกษานั้นต้องเปลี่ยนแปลง ทั้งระบบและต้องเข้าใจการศึกษาเปึนองค์รวมแล้ว ผมคิดว่ายากที่จะนําการพัฒนา การศึกษาไปสู่ความสําเร็จได้ครับ
ประการที่ ๓ ที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่า ผมคิดว่าการปฏิรูปการศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของชาตินั้น ผู้บริหารกระทรวงต้องเปึนผู้นําในการ เปลี่ยนแปลง ในเรื่องนี้จริง ๆ ถ้าเราไปอ่านหนังสือของสํานักงานสภาการศึกษาแห่งชาติ เราจะพบความเปึนจริงว่าเงื่อนไขแห่งความสําเร็จของการปฏิรูปทางการศึกษานั้นก็คือว่า นักการเมืองหรือว่ารัฐมนตรีที่รับผิดชอบต้องเปึนผู้นําในการเปลี่ยนแปลง แล้วก็ต้องกล้า ที่จะเปลี่ยนแปลงให้เปึนไปตามเงื่อนไขของความสําเร็จที่แท้จริง นั่นคือการพัฒนาคน ให้เปึนคนดีมีคุณธรรม เปึนคนเก่ง เปึนคนคิดดีทําดี มีความเปึนไทยและมีความสามารถ ที่จะปรับตัวได้ในโลกโลกาภิวัตน์นี้ หรือพูดสั้น ๆ ก็คือว่าต้องทําให้คนเปึนคนเก่ง คนดี และมีความสุขจริง ๆ แต่ที่ผ่านมานั้นเราละเลยครับ ผมอยากจะฝากท่านรัฐมนตรี ซึ่งจริง ๆ ท่านก็เปึนคนบ้านเดียวกับกระผมนะครับ แต่ผมเรียนว่า ๕ ป้ที่ผ่านมานั้น เรายอมรับว่าการศึกษาของเรา สังคมของเรานั้นตกต่ําไปมาก ทั้งนี้เพราะอะไรครับ เพราะว่าการบริหารกระทรวงศึกษาธิการในช่วงที่ผ่านมานั้นได้ขาดความเชื่อมั่น และทําลายระบบความเชื่อมั่นทั้งหมดลงไป สิ่งที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตและไม่อยากให้ เกิดขึ้นในคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ในรัฐมนตรีที่บริหารกระทรวงชุดนี้ก็คือว่า ท่านต้องสร้าง ความเชื่อมั่นในกระทรวงศึกษาธิการให้เกิดมา ให้เกิดขึ้น และท่านต้องเปึนผู้นําในการ เปลี่ยนแปลง ๕ ป้ที่ผ่านมานั้นได้ทําลายความเชื่อมั่น ความศรัทธาในกระทรวงศึกษาธิการ ลงอย่างย่อยยับและพังทลายลงอย่างน่าเสียใจเปึนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกรณีที่ผมอยากจะ กราบเรียนและฝากท่านรัฐมนตรีว่าอย่าให้เกิดขึ้นเปึนอันขาด นั่นก็คือว่าการที่ไปใช้ ข้าราชการผู้ใหญ่เพื่อผลประโยชน์ในทางการเมือง โดยเฉพาะเรื่องที่อภิปรายในสภา ท่านประธานคงจําได้ มีการหยิบยกขึ้นมาอภิปรายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในยุคนั้นไปใช้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เพื่อให้มีการทุจริต การสอบเข้ามหาวิทยาลัย นําข้อสอบไปให้กับลูกของนักการเมือง เราสั่งสมความเชื่อมั่นนี้ มาหลายสิบป้ในกระทรวงศึกษาธิการ จนระบบสอบเอนทรานซ์ (Entrance) ของเราเปึนที่ ยอมรับว่าให้ความเปึนธรรม แต่ท่านประธานครับในยุคนั้นนักการเมืองไปใช้ข้าราชการ ชั้นผู้ใหญ่มาดําเนินการเพื่อที่จะลอกข้อสอบจนเปึนข่าวที่อื้อฉาว และเปึนข่าวที่นํามาสู่ การอภิปรายในสภา ซึ่งผมคิดว่าการเปลี่ยนระบบเอนทรานซ์มาเปึนระบบแอดมิชชัน (Admission) ก็เปึนเรื่องที่เปึนจุดวิกฤติจากความเชื่อมั่น ความศรัทธานี้ และผมคิดว่า คงเปึนบทพิสูจน์ได้ชัดเจนนะครับว่า บุคคลที่เปึนข้าราชการผู้ใหญ่ดังกล่าวนั้นช่วงหลัง ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เปึนผู้ช่วยรัฐมนตรี ซึ่งเปึนเรื่องที่เรียกว่าฟัอง และเปึนที่ไม่สามารถ ยอมรับได้ ผมเคารพรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยการส่วนตัว แต่ผมคิดว่า ท่านคงไม่ทําสิ่งอัปยศเหล่านี้ให้เกิดขึ้นกับในวงการศึกษาของเรา ผมฝากกราบเรียน ท่านไว้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของสาระที่ผมอยากจะวิพากษ์ในช่วงเวลา ที่จํากัดนี้มีอยู่ ๓–๔ เรื่องครับ
เรื่องแรก ที่จะย้ําคือเรื่องโอกาสทางการศึกษา ๑๒ ป้ ขอให้ฟรีจริงครับ เครื่องแบบนักเรียน หนังสือเรียน รองเท้า อาหารกลางวัน สิ่งที่เปึนความจําเปึนพื้นฐาน ทั้งหมดขอให้ท่านได้จัดการให้ฟรีจริง และวันนี้ต้องไม่น้อยกว่า ๑๒ ป้ เพราะผมคิดว่า ข้อยุตินั้นเกิดความชัดเจนแล้ว ก็คือว่านักเรียนควรจะได้รับฟรีจริงตั้งแต่ระดับประถม ป้ที่ ๑ ถึงมัธยมปลายและควรจะให้ฟรีจนไปถึงระดับปฐมวัย ซึ่งอยู่ในนโยบายที่ท่าน เขียนไว้ด้วย แต่ท่านไม่ได้กําหนดไว้ให้ชัดเจนว่าเราจะดําเนินการในสิ่งเหล่านี้ให้มี คุณภาพได้อย่างไร ผมอยากจะเรียนว่าจริง ๆ เรื่องฟรีนี้ ท่านรองเลขาธิการ สพฐ. ขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนามท่าน ดอกเตอร์สมเกียรติ ชอบผล ได้ให้สัมภาษณ์ เมื่อวานนี้ว่า ถ้าจะให้ฟรีตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญแล้วต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น ๒๐,๑๓๒ ล้านบาท ผมไม่แน่ใจว่ารัฐมนตรีจะรับทราบเรื่องนี้หรือไม่ และมีความจริงใจ ที่จะให้พี่น้องประชาชนได้รับการฟรีจริงหรือไม่ หรือเพียงแต่ว่าจะคิดในเรื่องของ การประชานิยม ไม่คิดในเรื่องของการที่จะพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการพัฒนาคน อย่างแท้จริง ผมอยากจะกราบเรียนว่านี่คือตัวเลขเพียงค่าใช้จ่ายที่ให้โรงเรียนดํารงอยู่ได้ แค่ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าท่านต้องการที่จะให้ฟรีจริงและพัฒนาการศึกษาไปสู่ ความสําเร็จจริง ผมอยากเห็นรัฐบาลนี้ได้จัดตั้งงบประมาณและนํานโยบายไปสู่ การปฏิบัติอย่างแท้จริงนะครับ
เรื่องที่ ๒ ที่เปึนห่วงกันมากคือเรื่องคุณภาพการศึกษาครับ ผมอยากจะ เรียนว่าจริง ๆ แล้วเราต้องยอมรับความเปึนจริงเช่นเดียวกันว่า รัฐบาลได้แถลงนโยบาย เมื่อวานว่าจะยกระดับคุณภาพการศึกษาของคนไทยอย่างมีบูรณาการและสอดคล้องกัน ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับอุดมศึกษาซึ่งก็สวยหรูนะครับ แต่ท่านทราบไหมครับว่า ในช่วง ๕ ป้ที่ผ่านมานั้น จากการประเมินของหน่วยงานระดับสากลที่เราเรียกว่า ไอเอ็มดี (IMD) มีการประเมินการศึกษาไทยในเวทีโลกเมื่อป้ ๒๕๔๙ ครอบคลุม ๕๓ ประเทศ ซึ่งจัดทําโดยสภาการศึกษา ท่านรัฐมนตรีครับ ผมอยากเรียนว่าวันนี้เราพบความเปึนจริงว่า คุณภาพของการศึกษาไทยนั้นน่าเปึนห่วงมากครับ เพราะอยู่ในลําดับที่ ๔๘ ในจํานวน ๖๑ ประเทศ ถ้ามาดูในการประเมินวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ แล้วเราได้คะแนนเพียง ๔๑๗ คะแนน ซึ่งต่ํากว่าค่าเฉลี่ยของโออีซีดี (OECD) ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่อง คุณภาพนั้นจริง ๆ นอกจากตัวเลขแล้วยังมีปัญหาเชิงพฤติกรรมมากเลยทีเดียวครับ เด็กจบการศึกษาระดับประถมศึกษาอ่านหนังสือไม่ออก เด็กจบระดับมัธยมศึกษา ไม่สามารถค้นพบตัวเองได้ คนที่จบระดับอุดมศึกษาไม่มีงานทํา เด็กติดเกม ติดคอมพิวเตอร์ ติดเพื่อน เด็กชอบความสะดวก ความง่าย ๆ มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยที่สมควร นี่ท้าทาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการครับ ผมอยากจะฝากคําถามสิ่งเหล่านี้ไว้ว่าท่านจะ ปรับปรุงอย่างไร การสอนคณิตศาสตร์ ปรับปรุงอย่างไรเรื่องการสอนภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ จะให้นักเรียนทุกคนได้รับการสอนจากครูที่มีคุณภาพได้อย่างไร จะมี เงินกองทุนเพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษาได้อย่างไร และจะปรับปรุงหลักสูตรเพื่อปฏิรูป การเรียนรู้เพื่อสร้างสังคมแห่งความเปึนไทย เพื่อสร้างคนที่มีคุณธรรมและจริยธรรม นี่ท้าทายมากครับ ยิ่งในระดับอาชีวศึกษานั้นผมอยากฝากเปึนคําถามผ่านท่านประธานว่า ท่านต้องยกระดับทักษะฝ้มือระดับอาชีวศึกษาอย่างเปึนจริง ท่านรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า อีก ๓ เดือนคอยดูผลงานจะไม่มีการเรียนพิเศษแล้วหลังจากเวลาเรียน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ผมคิดว่ามันเปึนเรื่องที่ท้าทายว่าท่านจะทําได้จริงหรือเปล่า ท่านอย่าเอางบประมาณ รายหัวของอาชีวะมาจัดกิจกรรมเพื่อสร้างภาพให้สํานักงานเลขาธิการเลยครับ ท่านเอา ทุนเหล่านี้ไปฝ๊กทักษะจริง ๆ ให้นักเรียนและมีหน่วยวัดมาตรฐาน แล้วให้ค่าตอบแทน ตามฝ้มือในระดับมหาวิทยาลัยครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าเปึนเรื่อง ที่น่าเปึนห่วงเรื่องคุณภาพค่อนข้างมากทีเดียวว่าเราควรเน้นบทบาทมหาวิทยาลัย ในเชิงคุณภาพในการเปึนแหล่งความรู้ใหม่ได้อย่างไรครับ สร้างคนที่มีความสามารถ ในการแก้ปัญหาของประเทศได้อย่างไร แล้วก็ตลอดถึงการพัฒนาคุณภาพมหาวิทยาลัย ที่เกิดใหม่ นี่ผมโดนฝากมามากเลยครับ มหาวิทยาลัยราชภัฏในต่างจังหวัด มหาวิทยาลัย ราชมงคลหรือแม้แต่วิทยาลัยอาชีวศึกษา ท่านอย่าพูดเพียงแต่ว่าหาเสียงแล้วก็ ตั้งเปัาหมายเพื่อใช้ครูเปึนฐานทางการเมือง ผมคิดว่านั่นคือการพูดที่คนที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการนั้นจะต้องมองโดยภาพรวมมากยิ่งขึ้นครับ
เรื่องที่ ๓ คือคุณภาพครู ผมขออนุญาตที่จะย้ําว่าไม่มีทางที่เราจะปฏิรูป การศึกษาได้สําเร็จ ถ้าเราไม่สามารถปฏิรูปครูได้สําเร็จ ผมไม่มีเวลาที่จะอภิปรายในเรื่องครู แต่ว่าผมฝากท่านรัฐมนตรีสั้น ๆ ว่า ๑. อย่าเอาครูมาเปึนฐานทางการเมืองครับ ๒. ก็คือว่าอย่าทําตนเองเปึนครู เหมือนกับอดีตนายกรัฐมนตรีที่ไปเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ แล้วไปสอนผิด ๆ ถูก ๆ เปึนบรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้อง ท่านไม่ต้อง เปึนครู ท่านเปึนอดีตปลัด ท่านพูดผมชอบใจว่าท่านไม่เข้าใจในเรื่องการศึกษา แต่ผมคิดว่า ท่านสามารถบริหารกระทรวงศึกษาธิการได้โดยความคิดของผม แต่ผมย้ําว่าอย่าไปเอาครู มาเปึนฐานทางการเมือง สิ่งที่ต้องทําทันทีก็คือว่า สิทธิประโยชน์ของครูตามกฎหมาย ท่านเร่งรัดให้เขาเถอะครับ วิทยฐานะท่านรีบประเมินผล โดยระบบประจักษ์ โดยระบบ คุณธรรม ไปวัดที่ตัวนักเรียน การแก้ไขปัญหาหนี้สินครู รัฐมนตรีช่วยว่าการออกมา สัมภาษณ์แบบทุกคนก็รู้กัน ครูมีหนี้สิน ๑.๕ แสนราย มีหนี้สิน ๕ แสนล้านบาท แต่สิ่งที่ ผมคิดว่าครูอยากจะทราบคือท่านจะเข้าไปสู่การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไรครับ และที่สําคัญที่สุดคือท่านจะต้องแก้ปัญหาการกระจายอัตรากําลังครู การแก้ปัญหา การขาดแคลนครู โดยเฉพาะครูที่ไม่ตรงกับสาขาวิชาที่ไปสอนต้องทําทันที และต้องเริ่ม ทุนวิจัยให้กับเพื่อนครูเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริงนะครับ
เรื่องสุดท้าย ที่อยากจะเรียนผ่านท่านรัฐมนตรีก็คือว่า เรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้แถลงเมื่อวานนี้ว่า จะเพิ่มโอกาสให้เยาวชนในการศึกษาต่อผ่านกองทุนให้กู้ยืมที่ผูกพัน กับรายได้ในอนาคต ผมอยากจะเรียนท่านประธานนะครับว่า จริง ๆ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ รัฐมนตรีว่าการเองก็ออกมาพูดว่า ท่านจะต้องผลักดันเรื่องให้มีทุนสําหรับกองทุนกู้ยืม ให้นักเรียนได้กู้ยืมโดยใช้กองทุน กรอ. เรื่องนี้ผมอยากจะกราบเรียนว่าต้องทําความเข้าใจ ให้ตรงกันก่อนก็คือว่าทุกฝ์ายทุกคน ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านไม่ต้องมาพูดหรือไม่ต้อง แถลงข่าว ผมว่าตรงกันก็คือว่า ทุกคนต้องการให้นักเรียนนั้นมีทุนเพื่อเป่ดโอกาสให้แก่ เยาวชนได้ศึกษาต่อ ตรงนี้ไม่มีใครขัดข้องครับ แต่ท่านอย่าลืมสิครับว่าเงินกองทุนกู้ยืม เพื่อการศึกษาที่เพื่อนสมาชิกพูดเมื่อวานนี้ว่า กศย. ความจริง กศย. ไม่ใช่นะครับ กยศ. คือเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ได้ดําเนินการจัดตั้งเมื่อป้ ๒๕๓๘ โดย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีขณะนั้น แล้วก็ได้มีการจัดตั้งงบประมาณ ป้ ๒๕๓๙ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ผมเปึนกรรมาธิการร่างกฎหมายเงินกองทุนกู้ยืม ในขณะนี้นายแพทย์ธาดา มาร์ติน ได้แถลงเมื่อวันที่ ๑๓ ว่า ได้มีเงินกองทุนกู้ยืมที่นักเรียนได้ผลประโยชน์ไปแล้วตอนนี้ ๒.๗ ล้านราย เงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา มีกฎหมายรองรับเปึนที่เรียบร้อย และกองทุนนี้ ได้ดําเนินการมาแล้ว ๑๒ ป้ ตอนเราร่างเราคิดว่าถ้ากองทุนนี้ดําเนินการครบ ๑๓ ป้ จะเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนลูกคนยากคนจนได้มีเงินกองทุนที่จะกู้ยืมเรียนได้ครับ แต่ในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาไปเปลี่ยนให้ลูกคนรวยหรือให้คนที่มีโอกาส ไม่ใช่ลูกคนจน กู้ยืมเรียนได้ด้วย เปลี่ยนมาเปึน กรอ. ซึ่งผมก็จริง ๆ ไม่ขัดข้องนะครับ ถ้าเรามี งบประมาณที่จะเพียงพอ แต่วันนี้เราไม่น่ามาถกเถียงกันว่าเราจะใช้ชื่ออย่างไร สิ่งที่อยากจะทําผมเรียนว่าเงินกองทุน กยศ. นั้นมีกฎหมายรองรับ มีกฎหมายรองรับแล้ว ท่านจะปรับปรุงเพื่อจะให้ลูกคนที่รวยกว่าได้กู้ไปด้วยโดยกู้เฉพาะค่าเล่าเรียน ตรงนี้ ผมคิดว่าไม่มีใครขัดข้อง แต่ผมขอความกรุณาท่านประธานผ่านไปรัฐมนตรีครับ ลูกคนจนต้องได้รับเงินกองทุนกู้ยืมและมีเงินที่เกี่ยวเนื่องกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจําวัน ด้วยครับ เพราะคนยากคนจนนั้นเขาไม่สามารถพอที่จะมีเงินอุดหนุนไปใช้ในการให้ ศึกษาต่อ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านได้ดูแลตรงนี้ และผมคิดว่าในขณะนี้เรามีเงินก้อนนี้ อยู่แล้ว ๓ แสนกว่าล้านบาท จากการเริ่มต้นที่ผมคิดว่าทุกคนก็รู้ว่าเปึนอย่างไร ผมไม่อยากจะให้รัฐมนตรีต้องมาพูดถึงว่าสิ่งเหล่านี้ก่อเกิดมาจากพรรคผมนะครับ แต่ผมอยากจะเรียนว่าสิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่เราสามารถร่วมกันเดินหน้าได้ ถ้าเราหวัง ผลประโยชน์ของลูกหลานของเราในอนาคต และเราเชื่อมั่นว่าการพัฒนาคนนั้น เปึนเครื่องมือที่สําคัญ ท่านประธานครับ ลูกคนยากคนจนอย่างพวกผมนั้นกว่าจะเดิน ขึ้นมาสู่บนจุดที่ได้รับการศึกษาถึงปริญญาตรี ปริญญาโทเปึนเรื่องยาก ผมคิดว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านเปึนคนบ้านเดียวกับผม กว่าท่านจะเดิน มาถึงจุดนี้ ผมคิดว่าท่านก็คงตระหนักในเรื่องนี้ แต่ว่าท่านอย่าให้การเมืองมาครอบ และที่สําคัญที่สุดผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่าข้าราชการระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ หลายท่านนั้นเปึนคนดี แต่ช่วงที่ผ่านมานั้นถูกการเมืองนั้นเข้าไปเกี่ยวข้อง และที่สําคัญ ที่สุดก็คือว่าบางช่วงถูกการเมืองล้วงลูก กระทําสิ่งที่เปึนอัปยศตามที่ผมได้กราบเรียน ต่อท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีแล้ว ผมเชื่อมั่นเหลือเกินครับว่า วันนี้หลังจากเรา แถลงนโยบายตรงนี้ ก็จะเปึนจุดร่วมกันที่ผมอยากเห็นว่าเดือนพฤษภาคมนี้ ลูกหลาน ของเราจะได้รับการศึกษาที่ฟรีจริง และที่สําคัญที่สุดเราได้มาร่วมกันในการที่จะพัฒนา การศึกษาของชาติ ซึ่งไม่มีหนทางใดที่เราจะพัฒนาคนของเราเพื่อให้เปึนเครื่องมือในการพัฒนาประเทศ หนทางเดียวเท่านั้นคือทางฝ์ายรัฐบาลหรือฝ์ายค้านเราต้องทําเรื่องนี้ให้เปึนวาระแห่งชาติ และต้องผลักดันไปร่วมกันโดยไม่คิดว่าครูและการศึกษานั้นเปึนฐานทางการเมือง แต่ครูและการศึกษานั้นเปึนปัญญา เปึนปัญญานิยมที่จะช่วยสร้างชาติในอนาคตร่วมกัน ขอบคุณครับ
เกินไป ๓ นาทีนะครับ ผมคิดว่า อย่างนี้ผมก็ไม่อยากจะตัดบท เพราะทุกคน ทุกพรรคมีเวลาอยู่แล้ว ถ้าเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ คิดว่าที่พูดอาจจะกินเวลาของเพื่อนมากไปก็สะกิดกันเองก็แล้วกัน เพราะเวลาเขาจะนับไป ทุกวินาทีนะครับ ต่อไปคุณชัยวุฒิครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสิงห์บุรี พรรคชาติไทย ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า วันนี้หลังจากได้ฟัง แถลงนโยบายของรัฐบาล ผมรู้สึกดีใจที่ในที่สุดการเมืองไทยก็มีทางออก มีรัฐบาลที่มาจาก การเลือกตั้ง มีนโยบายที่จะมาแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ซึ่งหลังจากรัฐบาลได้แถลงนโยบาย ก็จะได้เริ่มทํางาน ทําหน้าที่แก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมืองของเราต่อไป และเร่งดําเนินการ ตามนโยบายเหล่านี้ให้ดีที่สุดเพื่อประโยชน์ของประชาชน แต่อย่างไรก็ดีผมได้ศึกษา นโยบายหลายข้อพบว่ามีบางเรื่องที่เขียนไว้แล้วผมไม่สบายใจจึงอยากจะฝากทาง ท่านประธานผ่านไปทางรัฐบาล โดยเฉพาะนโยบาย ข้อ ๑.๑๑ เปึนเรื่องการสร้างระบบ ประกันความเสี่ยงให้เกษตรกร ความเสี่ยงคือ ความสูญเสีย ความเสียหายที่เกิดขึ้น อย่างไม่แน่นอน ซึ่งวันนี้ผมคิดว่าความเสี่ยงมันเริ่มจะเปึนความแน่นอนแล้ว เพราะ ๓–๔ ป้ที่ผ่านมาเปึนตัวอย่าง เกษตรกร พี่น้องชาวไร่ ชาวนาที่บ้านนี่ผมเจ๊งทุกป้ เพราะน้ําท่วมทุกป้ ป้ ๒๕๔๙ ก็น้ําท่วม ป้ ๒๕๕๐ ก็น้ําท่วม ไร่นาเสียหายหมดนะครับ ถึงไม่ท่วมก็มีปัญหาภัยธรรมชาติ เช่น เพลี้ยระบาด หนูนาระบาด ผลผลิตไม่ได้ ตามเปัาหมาย ขาดทุนทุกคนครับ ตอนนี้ทุกคนรอแต่พักหนี้ อยากพักหนี้ อยากแก้ปัญหา เรื่องหนี้สินเพราะว่าไปไม่รอดแล้ว ผมคิดว่าการใช้คําว่า ประกันความเสี่ยง ให้กับพี่น้อง เกษตรกรเปึนคําที่น่าเปึนห่วง เพราะการประกันความเสี่ยงหมายความว่า เราต้องให้มี ความเสียหายเกิดขึ้นรัฐบาลก็จะมาประกัน มาช่วยเหลือ แต่เกษตรกรไม่ต้องการสิ่งนั้น ต้องการการปัองกันปัญหา ปัองกันความเสียหายที่จะเกิดกับพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะ ปัญหาหลัก ๆ บางเรื่องเปึนปัญหาที่ถ้ารัฐบาลตั้งใจทําเปึนนโยบายแห่งชาตินี่แก้ปัญหาได้ ผมยกตัวอย่าง เช่น ปัญหาน้ําท่วม เปึนภัยธรรมชาติที่เกิดเกือบทุกป้แล้วนะครับ ไม่ใช่เฉพาะ ที่ราบลุ่มแม่น้ําเจ้าพระยาหรือแม่น้ําภาคกลางหรือที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ปัญหาน้ําท่วม จริง ๆ คนที่อยู่ในที่ลุ่มริมแม่น้ําเขาทราบดีครับ น้ํามันก็เอ่อล้นตลิ่งเปึนประจําทุกป้ เปึนธรรมชาติของมัน แต่ในช่วงหลังมานี่ เอาว่า ๑๐ กว่าป้หลังมานี่มันผิดธรรมชาติ ผิดธรรมชาติทั้งเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป ซึ่งนักวิชาการก็บอกว่าเปึนภาวะ โลกร้อน ความร้อนของโลกก็ทําให้ไอน้ําในทะเลระเหยขึ้นมามาก เกิดความชื้นในอากาศมาก ทําให้ฝนตกมากเวลามีช่วงฤดูกาลของมรสุมในฤดูฝน เพราะไอน้ําในอากาศมาก แต่อีกปัจจัยหนึ่งผมคิดว่านอกจากน้ําฝนที่มากแล้วมันเปึนเรื่องของโครงสร้างระบบ ชลประทาน ถนนหนทาง รวมถึงบ้านเมืองของเราที่มีการพัฒนาแล้วไปบิดเบือนระบบ ธรรมชาติ หลายพื้นที่ไม่เคยน้ําท่วมเดี๋ยวนี้ก็น้ําท่วม หลายพื้นที่น้ําท่วมประจํากลับไม่ท่วม เพราะมีการสร้างระบบชลประทาน มีการสร้างถนน สร้างประตูระบายน้ํา สร้างคันกั้นน้ํา เต็มไปหมดแต่ไม่เปึนระบบ พื้นที่ที่ไม่ได้อยู่ในแนวคันกั้นน้ําก็จะน้ําท่วมซ้ําซาก ท่วมจนคนอยู่ไม่ได้ ส่วนพื้นที่ที่อยู่ใน แนวปัองกันก็ท่วมบ้างไม่ท่วมบ้าง อย่างไรก็ดีปัญหารุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะวันนี้เนื่องจาก ระบบการปัองกันน้ําท่วมที่ไม่มีการวางแผนอย่างบูรณาการทําให้น้ําทั้งหมดถูกบีบจาก ภาคเหนือทั้งหมด ถูกบีบลงมาสู่เขื่อนเจ้าพระยาแล้วไหลลงสู่แม่น้ําเจ้าพระยา ถูกบีบด้วย ระบบชลประทาน ด้วยคันกั้นน้ํา ด้วยสิ่งต่าง ๆ ที่ผมได้กล่าวมานี้ เพราะฉะนั้นปริมาณน้ํา ที่ไหลผ่านแม่น้ําเจ้าพระยา ผ่านลุ่มเจ้าพระยาก็เพิ่มขึ้นทุกป้ จากเมื่อก่อนน้ําท่วม ๑๐ ป้ครั้ง ๕ ป้ครั้ง ทีนี้ท่วมทุกป้ครับ ท่วมจนวันนี้คนที่อยู่ริมแม่น้ําเจ้าพระยาเวลาน้ําท่วมเสร็จ เขาต้องปรับปรุงบ้านกัน เดี๋ยวนี้เขาไม่ปรับปรุง เขาไม่ทาสี เขาไม่ดูแลบ้านแล้ว เพราะเขา กะว่าป้หน้าก็ท่วมอีก เปึนปัญหาใหญ่ครับ แต่ปัญหาที่หนักกว่านั้นคือว่าวันนี้เมื่อเกิด น้ําท่วมนี่มันไม่ได้ท่วมเฉพาะบ้านเรือนราษฎร ท่วมพื้นที่นาด้วย พื้นที่การเกษตร เพราะว่า เมื่อระดับน้ําในเจ้าพระยาสูงขึ้นน้ําในพื้นที่นาซึ่งเมื่อมีฝนตกหรือมีน้ําจากทางเหนือไหลลง มาก็จะต้องไหลระบายลงสู่แม่น้ํา แต่วันนี้ก็มีปัญหาอีกเพราะว่าเมื่อมีการสร้างคันกั้นน้ํา และมีปัญหาว่าน้ําในระดับแม่น้ําเจ้าพระยาสูงมากน้ําก็ไม่สามารถระบายออกจาก พื้นที่นาได้ สุดท้ายพื้นที่นาก็เสียหายอีก เสียหายทั้งหมดไม่มีการบริหารจัดการ แล้วปัญหาที่ผมเปึนห่วงมากตอนนี้คือปัญหาทางสังคม เปึนความขัดแย้งของประชาชน ในพื้นที่ เพราะว่าวันนี้ทุกจังหวัดไปถามดูเวลามีปัญหาน้ําท่วมจะมีคนอยู่ ๒ กลุ่ม กลุ่มที่อยู่ในคันกั้นน้ําหรือคนที่น้ําไม่ท่วมก็จะมาปัองกันไม่ให้น้ําออกไปท่วมพื้นที่เขา แต่คนที่อยู่นอกคันกั้นน้ํา เช่น อยู่ริมแม่น้ําแล้วไม่มีการปัองกันนี่น้ําจะท่วมมาก บางที ท่วมสูง ๒–๓ เมตร มิดหัวนะครับ ซึ่งปกติไม่เคยเกิดเหตุการณ์อย่างนั้น แต่เนื่องจาก ระดับน้ําขึ้นมาสูงเท่ากับคันกั้นน้ํานั่นแหละครับ น้ําจะขึ้นมาสูง ๒–๓ เมตร ก็เกิด ความเครียดความตึงเครียด อีกคนหนึ่งก็พยายามกันน้ําไม่ให้ออกไป คนที่อยู่ในพื้นที่ น้ําท่วมก็อยากจะให้น้ําออกไปเพราะคิดว่าจะบรรเทาความเดือดร้อนเขาบ้าง หลายพื้นที่ มีการยิงกันนะครับ มีการฆ่าฟันกันนะครับ เจ้าหน้าที่ตํารวจต้องมาคุมครับ มาคุมพื้นที่ ที่เปึนคันกั้นน้ําที่เปึนจุดวิกฤติ เพราะประชาชนยิงกันฆ่ากันเพราะเรื่องน้ําท่วม ผมจึง คิดว่าปัญหาน้ําท่วมนี่ไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ นะครับ เปึนปัญหาที่ตอนนี้รัฐบาลต้องเข้ามา ดูแลแล้วครับ ต้องมีคณะกรรมการเข้ามาบริหารจัดการปัญหาน้ําท่วมในทุกลุ่มน้ํา อย่างเปึนระบบ พื้นที่ไหนที่เปึนพื้นที่ชุมชนที่ต้องสร้างคันกั้นน้ํา โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ํา เจ้าพระยาริมตลิ่งต่าง ๆ นี่ต้องทําไหมครับ ต้องทําก็รีบทํา ศึกษา อย่างเช่นผมยกตัวอย่าง บางที่เปึนเขตชุมชน เปึนเทศบาล เปึนตลาด มีอําเภอ มีที่ว่าการอําเภอ มีโรงพยาบาล มีธนาคาร มีศูนย์การค้าต่าง ๆ มากมาย มีคนเปึนหมื่น อย่างเช่นที่เทศบาลตําบลอินทร์บุรี น้ําท่วมทุกป้ ทุกครั้งที่ท่วมแล้วท่วมหนัก เมื่อ ๒ ป้ที่ผ่านมา ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ท่านก็ไปเยี่ยมน้ําท่วมที่อินทร์บุรีไปกับผมท่านยังตกใจว่าทําไมเมืองที่เปึนเมือง เปึนตึก เปึนห้างร้านมากมายนี่น้ําท่วมเหมือนเมืองใต้บาดาลเลย อยู่กันได้อย่างไร ทุกคนก็เรียกร้องว่า ถ้ารัฐบาลจะมีนโยบายได้ไหมในการทําระบบปัองกันน้ําท่วมในพื้นที่ชุมชน พื้นที่ที่มี ความสําคัญทางเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันพื้นที่ที่เปึนพื้นที่ทางด้านการเกษตร รัฐบาลจะดูแลอย่างไร วันนี้พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อนเพราะน้ําท่วมอย่างไม่มีระบบ ไม่มีการปัองกัน ผมว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องมาคุยกันว่าเมื่อน้ํามาน้ําจะไปที่ไหนได้บ้าง พื้นที่ลุ่ม พื้นที่ที่ต้องน้ําท่วม รัฐบาลจะดูแลอย่างไร จัดเงินชดเชยอย่างไร วันนี้ประชาชน ไม่รู้เลยว่ารัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชยอย่างไร ไม่มีระบบ ถ้าเราประกาศให้เขาทราบว่าพื้นที่ ที่น้ําจะท่วมให้เขาหยุดการทํานาได้ไหมในช่วงนี้ ให้เงินชดเชยเขาครับ ชดเชยรายได้ ผมว่าพี่น้องเกษตรกร พี่น้องชาวนาเข้าใจครับ แล้วเขาจะไม่ทํานาด้วย เขาจะยินดีรับน้ํา แต่เราต้องมีการพูดคุยกัน มีการวางแผนอย่างเปึนระบบ ที่สําคัญผมคิดว่านอกจาก เราดูแลเรื่องปัญหาน้ําท่วมเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรแล้ว ปัญหาปัจจุบันเรื่องหนึ่ง ซึ่งเปึนเรื่องใหญ่มากคือปัญหาต้นทุนการผลิตของพี่น้องเกษตรกร เราพูดถึงราคาน้ํามัน เชื้อเพลิง ราคาแก๊สหุงต้มแพงเปึนห่วงกันทั้งประเทศ แต่รัฐบาลยังไม่พูดถึงราคาปุิยเคมี ราคาสารเคมีที่ใช้ของเกษตรกรนี่เยอะมาก คนหนึ่งใช้ต่อไร่หลายพันบาท ปัจจุบันราคาปุิยขึ้นมาเท่าตัวในช่วงเวลา ๒–๓ ป้ แล้วเมื่อไม่กี่ป้นี้ปุิยยูเรียลูกละ ๕๐ กิโลกรัม อยู่ที่ประมาณ ๓๐๐–๔๐๐ บาท พี่น้องชาวนาบ่นกันแล้วว่าแพงเหลือเกิน วันนี้ขึ้นไป ๘๐๐ บาทแล้ว ขึ้นมาเท่าตัว อัตราการขึ้นนี่ขึ้นมากกว่าน้ํามันเชื้อเพลิงอีก ผมคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องเข้ามาดูแลเรื่องราคาปุิยเคมี ช่วยเหลือเกษตรกรทั้งประเทศ จริงอยู่เราอาจจะพึ่งปุิยอินทรีย์หรือสารอื่น ๆ เข้ามาใช้ แต่ว่าอย่างไรก็ตามมันหนีไม่พ้น ผมได้ข่าวมาว่ารัฐบาลก็คิดอยู่ว่าจะเข้ามาแทรกแซง ฝากไปทางรัฐบาลว่าเราต้องดูแล เรื่องปุิยให้มีแทรกแซงกลไกตลาด วันนี้ผู้นําเข้าปุิยเคมีมีอยู่ไม่กี่รายเอง ซึ่งอาจจะมี การสมยอมราคาค้ากําไรเกินควรหรือไม่ รัฐบาลต้องเข้าไปดู หามาตรการในการดูแล เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ก็ขอฝากนโยบายในการดูแลพี่น้องชาวไร่ ชาวนา เกษตรกร แล้วก็ขอให้รัฐบาลตั้งใจดูแลเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ําท่วมให้ดีที่สุด ขอบคุณครับ
เชิญคุณภัทรครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม ภัทร คําพิทักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่ วุฒิสมาชิก ความจริงมีเรื่องหลาย เรื่องที่สามารถที่จะอภิปรายได้และผมคิดว่าเปึนประเด็น ที่น่าสนใจ เช่น นโยบายเอื้ออาทรซึ่งมีปัญหาอยู่ แล้วก็ทางรัฐบาลก็จะดําเนินการต่อ แต่ในส่วนของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ท่านประธานก็กรุณาหารือนะครับ เราก็พยายามที่จะพูดถึงข้อแนะนําต่าง ๆ ที่เราควรจะมีส่งให้รัฐบาลต่อไป เรื่องที่ผมจะพูด ต่อไปนี้เปึนเรื่องที่ท่านอาจารย์สมเกียรติ อ่อนวิมล ประทานโทษที่เอ่ยชื่อท่าน ท่านได้ อภิปรายไปแล้ว จะไม่อภิปรายก็ได้ ถ้าเปึนเรื่องที่รัฐบาลถ้าทําแล้วทําดีก็คงจะไม่มีปัญหา เรื่องนั้นคือเรื่องสื่อมวลชนครับ ซึ่งเปึนเรื่องที่อยู่ในวงการวิชาชีพของผมเอง ปัญหาของ เรื่องสื่อมวลชนเปึนที่น่ายินดีที่เมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรีและท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดคุยกันแล้วก็มีความสําคัญนะครับ ความสําคัญของการพูดคุยเมื่อวานนี้แม้ว่าจะมีการกําหนดนโยบายดังกล่าวไว้เพียง ๒ ประโยค ในข้อ ๘.๓ ความสําคัญที่ไม่ได้อยู่ในตัวอักษรก็คือว่ามีการตรวจสอบ ซึ่งกันและกัน และเปึนเรื่องที่สังคมให้ความสนใจอันนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญมาก ถัดไปก็คือ ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะกําหนดไว้เพียง ๒ บรรทัด ในเรื่องนโยบายดังกล่าว แต่ผม ขอเรียนว่ามันมีอยู่ ๓ ประเด็นที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลก็คงจะต้องให้ความสนใจมาก เปึนพิเศษ ๑. นโยบาย ๒ บรรทัดดังกล่าวในข้อ ๘.๓ ๒. นโยบายที่ท่านกําหนดว่าจะให้มี การสมานฉันท์ เปึนนโยบายเร่งด่วนคือสร้างความปรองดองแห่งชาติ ให้เกิดความเข้าใจ ร่วมกันของประชาชนในชาติ ให้เกิดความสมานสามัคคีเปึนอันหนึ่งอันเดียวกัน อันที่ ๓ ถ้าท่านไปดูรัฐธรรมนูญ หมวด ๓ รัฐธรรมนูญที่หลายคนในที่นี้รังเกียจว่ามันมีที่มา ที่ไม่ชอบ แต่ก็เปึนรัฐธรรมนูญที่ก่อให้เกิดการเลือกตั้งในคราวนี้ ขณะเดียวกันก็เปึน รัฐธรรมนูญที่ผมเชื่อว่า และหลาย ๆ คนก็ได้พูดว่าในหมวด ๓ ซึ่งว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพ ของประชาชนนั้น เปึนหมวดที่มีความก้าวหน้ามากกว่ารัฐธรรมนูญฉบับใด ๆ สิทธิที่ กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีอยู่ ๑๒ ประการ ๑๒ ข้อย่อยที่อยู่ในหมวด ๓ นี้ล้วนแต่เปึน เรื่องที่ก้าวหน้า ทั้ง ๓ ประการทั้งหมดนี้จะต้องอาศัยเรื่องสื่อมวลชนเปึนตัวขับเคลื่อนให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นนโยบายไม่ว่าท่านจะเขียนอยู่เพียง ๒ บรรทัดหรือไม่ก็ตาม หากเจตนารมณ์ ของรัฐบาลจะบริหารบ้านเมืองโดยมุ่งหวังให้เกิดความปรองดอง มุ่งหวังให้เกิดธรรมาภิบาล ตามรัฐธรรมนูญตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวต่อที่ประชุมนี้ไปเมื่อวาน ท่านต้องอาศัย ทั้ง ๓ ประการ และอาศัยสื่อมวลชนเปึนเสาหลัก ที่สําคัญปรัชญาที่เหนืออื่นใด ท่านทูตวิทย์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติอีกท่านหนึ่งท่านได้พูดไปเมื่อวานแล้วครับ ท่านว่า สื่อมวลชนเปึนเสาหลักอันหนึ่งที่จะพัฒนาประชาธิปไตยให้เกิดขึ้น หลายท่านพูดถึง ความเปึนประชาธิปไตยจากการเลือกตั้งคราวนี้ แต่ผมคิดว่าถ้าเรายังไม่ได้ทําความเข้าใจ ในเรื่องบทบาทของสื่อมวลชนมากพอ เราก็คงไม่อาจจะวางเสาหลักที่ก่อให้เกิด การเปลี่ยนแปลงในเรื่องเปึนประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึง เรื่องสื่อมวลชนค่อนข้างมากหลังจากที่ท่านได้เข้ารับตําแหน่ง แม้ว่านโยบายจะกําหนดไว้ สั้นเพียงนิดเดียวและไม่ได้เปึนนโยบายที่เร่งด่วน แต่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กําหนดเรื่องนี้ ในที่สาธารณะเสมือนเปึนเรื่องเร่งด่วน ขณะเดียวกันท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ก็ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ในเชิงที่จะจัดระบบสื่อมวลชนบ้าง จัดระเบียบสื่อมวลชนบ้าง ประเด็นดังกล่าวก่อให้เกิดความสับสนแล้วก็เกิดความคลางแคลงใจในหมู่สังคม และในหมู่สื่อมวลชนพอสมควร ทั้ง ๒ ท่านที่ได้กล่าวไปแล้วนี้ในส่วนของท่านนายกรัฐมนตรี ผมเห็นด้วย แล้วก็ขอเรียนตามตรงเลยว่าสนับสนุนท่านถ้าหากจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ ให้เปึนที่ยอมรับมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามความไม่ชัดเจนจากที่ ทั้ง ๒ ท่านได้กล่าวในที่สาธารณะนี้เองทําให้เกิดความคลางแคลงใจขึ้นในสังคม ไม่ต้อง ไปโทษอื่นใดนะครับ แล้วก็ไม่ต้องไปย้อนดูด้วยว่าสมัย ๖ ตุลาคมนั้นใครป่ดหนังสือพิมพ์ ที่มีวิวาทะไปเมื่อวานนี้ เพราะว่าสิ่งที่ป่ดหนังสือพิมพ์นั้นจะเปึนมือที่มองไม่เห็นเหมือนที่ ท่านนายกรัฐมนตรีพูดบ่อย ๆ แต่มันเปึนมือที่มองไม่เห็นในสมัย ๖ ตุลาคมหรือไม่ นั่นเรื่องหนึ่ง แต่ภาพหลอนของคนมีอยู่ ๒ ประการ ๑. ประชาชนรู้สึกว่ารัฐบาลทุกชุดที่ เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินมักจะใช้สื่อของรัฐเปึนเครื่องมือของพรรคการเมือง ข้อนี้เมื่อคืนท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีได้ออกโทรทัศน์เพื่อชี้แจงในเรื่อง การจัดระบบสื่อ พิธีกรทางสถานีโทรทัศน์ก็ได้ถามท่านว่าจะเอาพนักงานไอทีวี (iTV) เข้ามาทํางานในสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ ใช่หรือไม่ และแค่นี้จะเปึนการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ช่อง ๑๑ ได้รับความสนใจมากขึ้นหรือเปล่า คําถามของท่านพิธีกรดังกล่าวนี้ สะท้อนให้เห็นว่าความรู้สึกนึกคิดและความหวาดผวาของคน ของข้าราชการก็ดี ของประชาชนก็ดี ในการที่พรรคการเมืองมักจะเอาสื่อของรัฐไปเปึนสื่อของพรรคการเมืองนั้น ยังมีอยู่ในหมู่ของประชาชนและหมู่ของข้าราชการ ขณะเดียวกันความคลางแคลงใจ ของสื่อมวลชนเองย่อมเกิดขึ้น เพราะว่าเรามีประสบการณ์โดยตรงในเรื่องนี้ตลอดมาว่า รัฐบาลใด ๆ ก็ตามที่ขึ้นมามักจะพยายามควบคุมสื่อมวลชน ท่านทั้งหลายครับ ผมคิดว่า การเปลี่ยนแปลงหรือเจตนารมณ์ของรัฐบาลนั้นจะไม่เปึนปัญหาเลยถ้าได้วางอยู่บน หลักสําคัญประการหนึ่งก็คือว่า การเปลี่ยนแปลงหรือการปรับปรุงต่าง ๆ นั้น หรือ ๓ ข้อที่ว่า ได้แก่นโยบาย ๘.๓ การปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญในหมวด ๓ และในเรื่อง ของรัฐธรรมนูญ นโยบายเร่งด่วนของท่านเรื่องปรองดองแห่งชาติ ๓ ประการนี้ถ้าวางอยู่ บนหลักของที่ว่าให้เปึนเสรีภาพของประชาชน โดยนําหน้าโดยเสรีภาพของสื่อมวลชนแล้ว ปัญหาต่าง ๆ จะไม่เกิดขึ้น สิ่งที่รัฐบาลจะทํา ผมคิดว่าน่าจะพิจารณาอยู่ใน ๒ ประการ ก็คือด้านหนึ่งเปึนการเปลี่ยนแปลงในทางด้านโครงสร้าง ๒. เปึนการเปลี่ยนแปลง ในทางด้านทัศนคติ ผมรับฟัง สดับตรับฟังสิ่งที่รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีท่านได้พูดถึงเรื่องการจัด ระบบสื่อ ในรอบสัปดาห์ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา รวมทั้งสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดต่อ ที่สาธารณะแล้ว ผมคิดว่าประเด็นที่ท่านพูดถึงนั้นจะเน้นหนักไปทางด้านทัศนคติมากกว่า ท่านพูดถึงการเพิ่มตัวละครมากขึ้น ผู้เล่นมากขึ้นในวงการสื่อมวลชน เพื่อที่จะให้มี ความเปึนกลาง เปึนธรรม ความเปึนกลางและเปึนธรรมนี้ถ้าพูดไปก็อาจจะเปึนปัญหา ที่ถกเถียงกันไปอีกว่า ถ้าเปึนความเปึนกลางและเปึนธรรมในทรรศนะของท่านนายกรัฐมนตรี นี้จะมีความเปึนกลางและเปึนธรรมในสายตาของคนอื่นหรือไม่ เมื่อคืนก็มีคนถามว่า เมื่อจัดเวลาให้ฝ์ายรัฐบาลแล้วจะจัดเวลาให้ฝ์ายค้านหรือเปล่าอย่างนี้เปึนต้น อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าเรื่องทัศนคติปล่อยมันไปเถอะ มีการตรวจสอบจากสื่อ มีการตรวจสอบจากผู้อ่าน มีการตรวจสอบจากสังคมเอง แต่สิ่งที่รัฐบาลควรจะให้ความสนใจเปึนพิเศษก็คือ การปรับปรุงในเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งกําลัง จะหมดอายุในไม่กี่วันข้างหน้านี้ ในรอบป้ที่ผ่านมาจะเปึนบรรยากาศของคณะปฏิวัติ หลายคนรังเกียจว่าไม่เปึนประชาธิปไตย แต่ผมขอเรียนท่านอย่างหนึ่งว่าสภานิติบัญญัติ แห่งชาติได้มีการแก้ไขปัญหาในเชิงโครงสร้างในเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน และสิทธิ ของสื่อมวลชนไปมากทีเดียว เราได้ยกเลิกกฎหมายที่เกี่ยวข้องและเปึนโซ่ตรวนของ การจํากัดเสรีภาพของหนังสือพิมพ์อย่างน้อย ๕ ฉบับ คือ พ.ร.บ. การพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๘๕ พ.ร.บ. การพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๘๘ ประกาศ คณะปฏิรูปการปกครอง ลงวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ และคําสั่งคณะปฏิรูปการปกครอง แผ่นดิน ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ บางฉบับออกในสมัยที่ท่านนายกรัฐมนตรีในยุค ปัจจุบันเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หนึ่งในฉบับนั้นเปึนการประกาศให้ ๕ บุคคลได้มีหน้าที่ในการเซนเซอร์ (Sensor) ข่าว เราได้ยกเลิกกฎหมายเหล่านี้ ได้ออก พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ซึ่งจัดระบบสื่อมวลชน ทางวิทยุและโทรทัศน์ใหม่ ในระยะต่อไปรัฐบาลชุดนี้จะทําหน้าที่สําคัญต่อไปอีกคือจัดสรร เรื่อง กสทช. ซึ่งจะเปึนคนที่ให้สัมปทานสื่อรายต่อ ๆ ไปในอนาคต นี่เปึนเหตุผลที่ว่าทําไม ท่านเขียนนโยบายน้อยเกินไปแล้วจึงถูกท้วง เพราะท่านกําลังจะทําหน้าที่ที่สําคัญครับ
ประการถัดไป แม้ว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะได้ยกเลิกกฎหมายที่เปึน อุปสรรคต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชนไปพอสมควร แต่ก็ยังมีกฎหมาย อีกหลายฉบับที่เปึนปัญหาอยู่ ซึ่งผมคิดว่าถ้ารัฐบาลพยายามจะจัดระบบท่านนายกรัฐมนตรี กําลังจะจัดระบบควรจะนําไปพิจารณา กฎหมายเหล่านั้นมีอะไรครับ พ.ร.บ. บริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งให้อํานาจรัฐในการเซนเซอร์ข่าว พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ซึ่งป่ดปาก สื่อมวลชนไม่ให้วิพากษ์วิจารณ์หรือการนําเสนอพระสงฆ์ที่ไม่ได้เปึนพระสงฆ์ที่แท้จริง ทําผิดพระธรรมวินัย อย่างนี้เปึนต้น มีกฎหมายอีก ๒–๓ ฉบับ ซึ่งผมคิดว่าถ้าทางรัฐบาล ได้ให้ความสนใจในการจัดระบบสื่อแล้วมาแก้ไขตรงนี้เสีย ท่านเองก็จะได้รับการสรรเสริญว่า จะเปึนคุณูปการ แล้วก็เปึนผู้ที่ริเริ่มที่ก่อให้เกิดความมั่นคงในหมู่ของสื่อมวลชนและนําไปสู่ ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามมีกรอบอยู่ ๒–๓ ประการที่ผมคิดว่าผมใคร่จะ เสนอแนะท่านรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีไว้ ประกอบการพิจารณาเพื่อที่ท่านจะได้ดําเนินการเรื่องนี้ต่อไป ความทั้งหมดนั้น ผมขอเรียนว่าถ้าท่านได้ทําตามที่ว่าแล้วปัญหาเรื่องการปรับปรุงเรื่องสื่อมวลชนก็คงจะ ไม่มีอุปสรรคอะไรนัก
ข้อแรก ผมคิดว่าท่านต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด ในช่วงที่ เริ่มต้นที่ท่านพูดถึงเรื่องการจัดระบบสื่อ จัดระเบียบสื่อ ผมเรียนตามตรงว่าท่านไม่ได้ดู กฎหมายเลยครับ ซึ่งน่าตกใจว่าท่านที่มาจากการเลือกตั้งไม่ได้ดูกฎหมาย ท่านพูดถึงเรื่องสถานีโทรทัศน์ สื่อสาธารณะ พูดถึงการจะเข้าไปมีส่วนร่วมอะไรต่าง ๆ ซึ่งผมขอเรียนว่ากฎกติกาต่าง ๆ ได้เปลี่ยนแปลงไปพอสมควร เพราะฉะนั้นขอให้ท่านดูรัฐธรรมนูญเอาไว้
ข้อที่ ๒ เรื่องของความโปร่งใส เนื่องจากการจัดระบบสื่อต่อไปนี้จะมี การให้สัมปทานเรื่องโทรทัศน์และวิทยุต่อไป ผมขอเรียนว่าถ้าท่านทําด้วยความโปร่งใส ไม่ได้เอาพรรคเอาพวกเพียงแต่ลําพัง เรื่องนี้จะผ่านไปได้แล้วก็เปึนไปได้ด้วยดีครับ แต่ถ้าในทางตรงกันข้ามผมคิดว่าปัญหานี้จะเปึนปัญหาที่หนักหน่วงสําหรับรัฐบาล โดยรวมต่อไป
ข้อที่ ๓ ท่านควรจะคํานึงถึงการมีส่วนร่วมครับ ท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่ ในห้องนี้โดยเฉพาะที่มาจากพรรคพลังประชาชน โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรีซึ่งพยายามที่จะประกาศว่าจะจัดระบบสื่อเอง ท่านคงเจ็บปวด ในช่วงที่ท่านได้อยู่ในบรรยากาศของการรัฐประหาร ผมคิดว่าทุกท่านที่เข้ามาเปึนรัฐบาล แล้วออกไปเปึนฝ์ายค้าน หรือออกไปโดยที่ไม่มีตําแหน่งมักจะเจ็บปวดเสมอในเรื่องของ สื่อมวลชน เพราะอะไรครับ เพราะใครเข้ามาก็ใช้สื่อของรัฐมาเปึนกระบอกเสียงของตนเอง และย่ํายีคนอื่น ผมขอเรียนแนะนําว่าท่านแปลพลังของความเจ็บปวดไปสู่ความถูกต้อง เถอะครับ แปลในสิ่งที่ถูกทําให้มันเกิดขึ้น อย่าได้ไปซ้ํารอยในอดีตของความผิดพลาด ที่เกิดขึ้นมาจะโดยรัฐบาลใดก็ตาม เอาสื่อที่ถูกต้องไปเปึนสื่อของคนอย่างแท้จริง เราจะทําได้อย่างไรครับ เราจะทําได้ก็โดยให้ทุกฝ์ายได้เข้าถึงสื่อและใช้สื่อมวลชน อย่างทั่วถึง สร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมให้เกิดขึ้น กระบวนการที่มีส่วนร่วมที่เกิดขึ้นนี้ มีอยู่ในสถานีโทรทัศน์สาธารณะ มีสภาผู้ชม มีกระบวนการสรรหา คณะกรรมการบริหาร แต่กระบวนการที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดถึง และรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี พูดถึงว่าจะจัดระบบสื่อนั้น ผมเรียนตามตรงว่าไม่มีหลักประกันให้กับสาธารณชนเลย ไม่มีกระบวนการที่ว่าเลย ถ้าท่านพูดถึงกระบวนการนี้สังคมจะอุ่นใจมากขึ้นครับ
ข้อที่ ๔ ประชาชนจะต้องมีส่วนกํากับดูแลมีการประเมินผลทีวีสาธารณะ ขึ้นต่อรัฐสภา มีการประเมินผล เพราะฉะนั้นกระบวนการเหล่านี้ต้องใส่เข้าไปในสิ่งที่ ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีจะทําต่อไปครับ
ข้อสุดท้าย เรื่องท่าทีต่อความเปึนจริงครับ เรื่องนี้มีความสําคัญค่อนข้างสูง ท่านนายกรัฐมนตรีมีท่าทีต่อความเปึนจริง ซึ่งน่าประหลาดใจนะครับ ในขณะที่ท่านให้ สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศถึงเรื่องเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ว่ามีผู้เสียชีวิตเพียง ๑ คน สื่อได้เอาภาพข่าวมาลง ท่านก็ยังยืนยันอยู่เหมือนเดิม ท่าทีที่ท่านได้ใช้ในสภาเมื่อวาน ก็คือท่านสาบานครับ ซึ่งผมคิดว่าอันนี้เปึนเรื่องที่น่าประหลาดใจสําหรับผม ผมคิดว่า สําหรับผมแล้วผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีควรจะตระหนักประการหนึ่งก็คือว่า ตอนนี้ สังคมฝากความหวังไว้ที่ท่านว่า การที่ท่านเปึนตัวของตัวเองมากขึ้น ๆ สังคมแบกความหวัง หวังว่าท่านจะเปลี่ยนแปลง ตัวท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็เปลี่ยนแปลง ท่านประกาศว่า ท่านจะเปลี่ยนแปลงนะครับ อันนี้เปึนภาพที่ทับซ้อนกันอยู่ ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งที่ผมรู้สึกได้ ในฐานะที่เปึนสื่อมวลชนและเปึนส่วนหนึ่งของรัฐสภานี้ก็คือว่า ด้านหนึ่งมีบรรยากาศ ของชัยชนะของการเลือกตั้ง ของความฮึกเหิมว่าได้ชัยชนะจากการเลือกตั้งจากประชาชนมา อีกด้านหนึ่งมีความหวังฝากไว้กับตัวท่านนายกรัฐมนตรีว่า ท่านนายกรัฐมนตรีจะนําไปสู่ กระบวนการสมานฉันท์อย่างแท้จริง ท่านนายกรัฐมนตรีจะเปึนตัวของตัวเองไม่เปึน นอมินี (Nominee) ของใคร แล้วก็ทําให้เกิดการเปลี่ยนผ่านบ้านเมืองไปในทางที่ถูกต้องได้ ๒ ส่วนนี้มันค่อนข้างที่จะขัดกันนะครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีมีท่าทีต่อความเปึนจริง โดยที่ลืมไปว่าท่านแบกความหวังของคนว่าท่านกําลังเปลี่ยนแปลงและจะนําไปสู่ การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของบ้านเมืองแล้ว ผมว่ามันเปึนปัญหาครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรี ทําแบบนี้คนก็จะสงสัยว่าเวลาท่านบริหารราชการแผ่นดินท่านรับฟังข้อมูลแบบไหน ท่านตัดสินใจด้วยการใช้ข้อมูลแบบไหน ผมเองผมคงไม่มีสติปัญญาที่จะไปแนะนําท่านได้ เพราะว่าผมอายุน้อยกว่าท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เสียอีกนะครับ ผมก็ได้เอามาทบทวนดูว่าถ้าเปึนผม ผมจะทําอย่างไร ประการเดียวที่ผมคิดว่าผมจะทําได้ ถ้าผมเปึน ซึ่งคงไม่มีโอกาสและไม่มีวาสนา เพียงแต่ทบทวนเพื่อที่จะเรียนรู้ตัวเอง ผมคิดว่า สังคมไทยให้โอกาสครับ ผิดแล้วเราขอโทษได้ ผมเคยพูดผิดหลายอย่างผมก็ขอโทษ สื่อมวลชนเขียนผิดก็ลงคําขอให้อภัย แล้วเราก็ผ่านไปได้ด้วยดี ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรี ก็คงมีวิจารณญาณของท่าน แต่ผมคิดว่าถ้าท่านมีท่าทีต่อความเปึนจริงในทางที่นึกถึง ความคาดหวังของคนแล้ว การเปลี่ยนผ่านต่าง ๆ จะเปึนไปได้ด้วยดีแล้วก็จะไม่มีปัญหา ขอขอบพระคุณครับ
เชิญคุณประกอบครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ เมื่อวานผมได้นั่งฟังท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบาย แล้ว ๒ วันนี้ผมได้ศึกษานโยบาย ของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายด้านการศึกษา กระผมเศร้าใจมากครับ เพราะว่า เรื่องการศึกษานั้นเปึนเรื่องใหญ่ พวกเรารู้ว่าการศึกษาสร้างคน เพื่อให้คนไปสร้างชาติ แต่แล้วน่าเสียดายนโยบายการศึกษาของรัฐบาลชุดนี้ไม่มีอะไรบ่งชี้ที่เปึนรูปธรรม ทั้งนโยบายเร่งด่วน ๑ ข้อ นโยบายปกติที่ต้องทําภายใน ๔ ป้ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ท่านดูครับ กําปัุนทุบดิน คลุมเครือไม่นําไปสู่การปฏิบัติที่เปึนรูปธรรม ท่านประธานครับ เรื่องการศึกษา มันเปึนเรื่องใหญ่มากถ้ารัฐบาลไม่ใส่ใจ ไม่ให้ความสําคัญ ผมคิดว่าประเทศเราคงไป ไม่รอด นโยบายที่ทางรัฐบาลเขียนมาทั้งหมดมันไม่นําไปสู่การคลี่คลายปัญหาของชาติ และไม่นําไปสู่การเสริมสร้างศักยภาพทางการศึกษาที่ไปรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ผมดูนโยบายทั้ง ๗ ข้อไม่มีอะไรเลยที่เปึนแนวปฏิบัติของการศึกษา ทั้งระดับปฐมวัย อนุบาล การศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา และอุดมศึกษาทั้ง ๗ ข้อ พูดคลุม ๆ และคลุมเครือ มีปัญหามาก ผมเลยตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ให้ ความสําคัญเรื่องการศึกษาของชาติอย่างแน่แท้ นโยบายที่ดีจะต้องคลี่คลายปัญหา ที่กําลังประสบ วันนี้ปัญหาการศึกษาของชาติมากมายเหลือเกินทั้งระดับพื้นฐาน ระดับอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา นอกจากคลี่คลายปัญหาของชาติแล้วต้องนําไปสู่ การเสริมสร้างศักยภาพ กําหนดทิศทางการพัฒนาประเทศชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือนโยบายที่ดี แต่หลังจากได้วิเคราะห์ได้ดูนโยบายแล้ว ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผิดหวังครับ ผมขออนุญาตวิเคราะห์ให้ท่านดูการศึกษาหลัก ๆ ทั้ง ๓ ระบบ เริ่มจาก การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาขั้นพื้นฐานนี่ปรัชญาในการจัดการศึกษา ผมเข้าใจว่า ท่านประธานก็ทราบ เพื่อนสมาชิกก็ทราบ คือการศึกษาที่ให้ความรู้คู่คุณธรรม สอนเด็ก ให้เก่ง ดี มีความสุข นี่คือหลักการที่สําคัญ ถ้าเราได้ดูสถิติการวิจัย การศึกษาค้นคว้า พบว่าระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของเราทั้งในเรื่องของความรู้ ทั้งในเรื่องของคุณธรรม ย่ําแย่ ผมมีตัวเลขที่ให้ท่านประธานได้รับทราบ และผมคิดว่า ท่านตกใจครับ มีผลงานวิจัยชิ้นหนึ่ง ไม่ใช่ผลงานวิจัยครับท่านประธาน เปึนผลการทดสอบ ระดับชาติ คือสอบเอ็นที (NT) เมื่อป้ ๒๕๔๙ ของนักเรียนระดับ ป. ๖ กับระดับ ม. ๓ ปรากฏอย่างนี้ครับ คะแนนเฉลี่ยของวิชาแกนวิชาหลักทั้ง ๔ วิชา ในระดับ ป.๖ คือ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ คะแนนเฉลี่ยไม่ถึงครึ่ง มีตัวเลข ที่ปรากฏชัด ในระดับ ป. ๖ ภาษาไทยคะแนนเฉลี่ยได้ ๔๒.๗๔ เปอร์เซ็นต์ คะแนนคณิตศาสตร์ ๓๘.๘๔ เปอร์เซ็นต์ วิชาวิทยาศาสตร์ได้เพียงร้อยละ ๔๓.๑๗ วิชาภาษาอังกฤษร้อยละ ๓๔.๕๑ แล้วที่น่าตกใจครับ วิชาภาษาไทยคนที่ต่ําสุดได้ ๑ คะแนน คณิตศาสตร์ ๐ คะแนน วิทยาศาสตร์ ๐ คะแนน อังกฤษ ๐ คะแนน ถ้าดูในระดับชั้น ม. ๓ ปรากฏว่าคะแนนเฉลี่ย ภาษาไทยได้ร้อยละ ๔๓.๙๔ คะแนนคณิตศาสตร์ ๓๑.๑๕ วิทยาศาสตร์ ๓๙.๓๔ คะแนน ภาษาอังกฤษ ๓๐.๘๕ สังคม ๔๑.๖๘ ตกหมดทุกวิชา สอดรับกับที่ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้กราบเรียนเมื่อสักครู่ครับว่าเมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ ศักยภาพการแข่งขัน ของเรานั้นอยู่ที่โหล่ น่าห่วงมากท่านประธาน ในระดับมัธยมศึกษาป้ที่ ๓ คะแนน ภาษาไทย คนได้น้อยสุดได้ ๒ คะแนน คณิตศาสตร์ ๑ คะแนน วิทยาศาสตร์ได้ ๑ คะแนน ภาษาอังกฤษได้ ๒ คะแนน สังคมได้ ๑ คะแนน รัฐบาลไม่ได้เขียนเรื่องคุณภาพการศึกษา ในนโยบายไว้อย่างชัดเจน เพียงแตะนิดหนึ่งกว้าง ๆ พูดทั้งระดับปฐมวัย พื้นฐาน อาชีวศึกษา อุดมศึกษา เหมือนกับว่าไม่ใส่ใจในเรื่องของคุณภาพ น่าเปึนห่วงมาก ดูในเรื่องของคุณธรรมจากผลงานวิจัย ผมกราบเรียนท่านประธานว่ามันเปึนที่ประจักษ์ ของสังคม ไม่ว่าในเรื่องของยาเสพติด ชู้สาว การแต่งกาย เปึนเรื่องที่น่าเปึนห่วง แต่ว่า ทําไมรัฐบาลชุดนี้ซึ่งได้รับเสียงข้างมากจากพี่น้องประชาชนไม่ดูแลบุตรหลานของท่าน ไม่กําหนดในนโยบายไว้อย่างชัดเจนว่าจะกําหนดทิศทางในการจัดการศึกษาสนองตอบ ให้ผู้ปกครองมีความสุขได้อย่างไร ถ้ามาดูการศึกษาอาชีวศึกษา ผมกราบเรียนว่า ท่านไปเอานโยบายรองของอาชีวศึกษามาเปึนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล คือเรื่อง ฟ่กอิท เซนเตอร์ (Fix–it Center) ศูนย์สร้างซ่อม ที่จริงเรื่องนี้เปึนเรื่องรองของอาชีวศึกษา แต่ประเด็นหลักของอาชีวศึกษาท่านไม่ให้ความสําคัญ ท่านถือว่าเปึนเรื่องปกติ ไม่ว่า เรื่องการยกทักษะฝ้มือแรงงานในระดับ ปวช. ที่เราเรียกว่าช่างฝ้มือ ระดับ ปวส. ที่เรียกว่า ช่างเทคนิค ระดับปริญญาตรีที่กําลังจะเป่ดตาม พ.ร.บ. ใหม่ ระดับเทคโนโลยีไม่ได้เขียน ไว้เลย ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี เสียดายที่ท่านลุกขึ้นไปแล้ว อยากให้ท่านได้ให้ความสําคัญกับอาชีวศึกษา เพราะว่าอาชีวศึกษานั้นมีความสําคัญ ต่อการพัฒนาประเทศชาติอย่างมาก รัฐต้องวางแผนผลิตฝ้มือแรงงานเพื่อสอดรับกับ ตลาดแรงงานของประเทศ และส่งนักเรียนของเราไปสู่แรงงานต่างประเทศ ถ้าเกิดว่า อาชีวศึกษาสามารถที่จะวางแผนพัฒนาการศึกษาอาชีวศึกษาให้ประสบความสําเร็จ ตามที่ผมกราบเรียน ผมคิดว่าอาชีวศึกษาคงจะก้าวหน้า เรื่องที่ ๒ เรื่องอาชีวศึกษา วันนี้ พ.ร.บ. อาชีวศึกษาได้คลอดแล้ว ผ่านสภาแห่งนี้ไปแล้ว แต่ยังไม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ผมเข้าใจว่าในป้การศึกษาหน้าคงจะผ่านและใช้ได้กลายเปึนสถาบันอาชีวศึกษา ผมถามว่าวันนี้กระทรวงศึกษาธิการได้คิดที่จะรองรับ วางแผน ตั้งงบประมาณ บริหาร จัดการรองรับเพื่อที่จะให้อาชีวศึกษานี่ได้เป่ดปริญญาตรีอย่างไร เพราะว่าถ้าปล่อย ตามยถากรรมเหมือนอุดมศึกษาจะมีปัญหามาก ในเรื่องของผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ที่เกิดบัณฑิตทั้งสองจากผลงานวิจัย ผมเสียดายเวลากําลังจะหมด ที่จริงผมเอา อุดมศึกษาให้ท่านดูว่าวันนี้ระดับอุดมศึกษาเราก็ย่ําแย่เหมือนกับมัธยมศึกษาจาก การประเมิน สมศ. ปรากฏว่าหลายมหาวิทยาลัยอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ผ่านการประเมิน เปึนเรื่องที่น่าตกใจมากครับ ผมเลยฝากรัฐบาลชุดนี้ให้ดูแลเอาใจใส่ในเรื่องการศึกษา เปึนพิเศษ เพราะว่าการศึกษาสร้างชาติครับ ขออภัยครับ การศึกษาสร้างคนเพื่อที่จะให้ คนไปสร้างชาติครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ
คุณโสภณครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคพลังประชาชน ขออภิปรายสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลและฝากข้อสังเกตในการ แถลงนโยบายครั้งนี้ ท่านประธานครับ วันนี้กระผมดีใจและภูมิใจ และผมเชื่อว่าสมาชิก พรรคพลังประชาชนก็เปึนเหมือนผม คือได้เห็นนโยบายที่พวกกระผมได้ออกไปรณรงค์ บอกชาวบ้านว่าถ้าเลือกพวกกระผมแล้ว เลือกพรรคพลังประชาชนแล้วจะได้เห็นนโยบาย ที่ประชาชนชื่นชอบกลับคืนมา วันนี้ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคก็เปลี่ยนมาเปึนบัตรประชาชน รักษาทุกโรค โครงการเอสเอ็มแอลกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองหรือเรียกว่า กองทุน เงินล้าน การปราบปรามยาเสพติด การพักหนี้เกษตรกร การสร้างถนนในหมู่บ้าน หรือการดูแลสวัสดิการของ อสม. หรือเบี้ยยังชีพของคนชรา ล้วนแต่จะต้องนํามาปรับปรุง ใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เบี้ยยังชีพที่เขาทะเลาะกันในหมู่บ้าน เพราะงบประมาณมันไม่พอ ถ้าจะเอาอายุเปึนเกณฑ์ก็ไม่ได้ เขาก็ต้องไปดูองค์ประกอบอื่น นอกจากอายุมากแล้วเข้าเกณฑ์ ๖๐ ป้แล้วต้องดูบอกว่ามีคนเลี้ยงหรือเปล่า ยากจน หรือเปล่า คนก็เลยแย่งกันจนก็มีปัญหา ผมเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ถ้าจัดเบี้ยยังชีพไปครบคน ก็ไม่แย่งกันจนหรอก ประเด็นที่ผมจะกราบเรียนตั้งเปึนข้อสังเกตแก่สภานี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ นโยบายเร่งด่วนที่จะกระทําในป้นี้คือนโยบายข้อ ๑.๑
๑.๑.๑ การสร้างระบบประกันความเสี่ยงให้เกษตรกร ผมเห็นว่าเปึนนโยบาย ที่ดีมาก กระผมขอยกตัวอย่างสนับสนุนนโยบายที่จะต้องสร้างระบบประกันความเสี่ยง ให้แก่เกษตรกร ๒ ป้ที่แล้วครับ อ้อยมีราคาตันละ ๘๐๐-๑,๐๐๐ มาวันนี้อ้อยมีราคา คนก็แห่กันไปไถนาปลูกอ้อย เพราะคิดว่าอ้อยจะมีราคา พอมาวันนี้อ้อยตันละ ๖๐๐ บาท ชาวบ้านก็ขาดทุน อีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องวัว เมื่อรัฐบาลที่แล้วส่งเสริมให้เลี้ยงวัว คนก็ไป เลี้ยงวัว ที่จริงเปึนนโยบายที่ดีครับ ภาคอีสานต้องเลี้ยงวัว แต่พอมารัฐบาลไม่ส่งเสริมวัว ก็ลงราคาจากที่เขาซื้อวัวตัวละ ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ มาวันนี้วัวเหลือราคาแค่ตัวละ ๔,๐๐๐–๕,๐๐๐ ชาวบ้านขาดทุนเพราะไม่มีหลักประกัน ความเสี่ยง ฉะนั้นในเรื่องนี้รัฐบาลต้องช่วย เพราะว่าเดี๋ยวนี้โครงการนี้กําลังมีปัญหา ท่านต้องช่วยเรื่องอ้อยและเรื่องวัวนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมจะกราบเรียนคือเรื่องระบบชลประทาน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เห็นว่าระบบชลประทานจะต้องเอาน้ําโขงมาใช้ก็เปึนเรื่องที่ดี แต่อย่าลืมนะครับวันนี้เรามี ลําน้ําหลัก ลําน้ํารองอยู่แล้ว ผมอยากให้ทางรัฐบาลได้มีแผนแม่บทที่จะร่วมกับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นทําลําน้ํา ลําน้ําหลักนี่ให้รัฐบาลส่วนกลางรับผิดชอบ เมื่อมีลําน้ําหลัก แล้วก็ให้ท้องถิ่นเขาเอาไปดําเนินการให้ประชาชนใช้ ฉะนั้นเราจะแก้ปัญหาซ้ําซากอยู่ อย่างนี้เราก็จะชดเชยภัยแล้งอยู่ตลอด เหมือนเมื่อวานนี้มีท่านอภิปรายว่าที่อําเภอลําปลายมาศ มีอิทธิพลไปสั่งให้แล้ง ไม่แล้ง ที่จริงเรื่องแล้งนี่นาแปลงหนึ่งมันมีทั้งแล้ง ทั้งท่วม เพราะมัน มีทั้งนาดอนและนาลุ่มซึ่งเปึนปัญหาในการชดเชยภัยแล้ง ก็กราบเรียนท่านประธานว่า ป้นี้จังหวัดบุรีรัมย์แล้งแต่ยังไม่ได้รับการชดเชยภัยแล้ง
ประเด็นที่ ๓ ที่ผมจะต้องกราบเรียนท่านประธานคือ เรื่องการศึกษา ที่จริงเขียนไว้ดีครับ วันนี้จะต้องเพิ่มเติม งบประมาณจะต้องจัดให้เพียงพอ จะต้องจัด อัตรากําลังครูให้พอ จัดงบประมาณไว้สําหรับสร้างอาคารเรียน เพราะบางทีอาคารเรียน ๔๐–๕๐ ป้แล้วยังไม่ได้รับการรื้อถอนเพราะไม่มีงบสร้าง และที่สําคัญที่สุดท่านประธาน ที่เคารพ วันนี้เรามี กศน. แต่ว่ากฎหมายใหม่กําลังจะออกใช้ ภารกิจของ กศน. วันนี้ มากมาย คือภารกิจที่จะจัดการศึกษาทั้งนอกระบบและตามอัธยาศัย ซึ่งเปึนภารกิจ ที่เปึนหลัก ผมคิดว่าเราจะต้องให้ กศน. เปึนคณะกรรมการ เปึนแท่งอีกแท่งหนึ่งเพื่อ ขวัญกําลังใจในการทํางานจะได้มีประสิทธิภาพ และเรื่องห้องสมุด วันนี้สังคมอุดมปัญญา จะต้องเกิดจากการอ่าน เราจะต้องจัดหนังสือพิมพ์ให้กับหมู่บ้าน ในที่แล้วมาเราจัด หนังสือพิมพ์ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ก็ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ผมคิดว่า เรื่องนี้เราจะต้องได้ดําเนินการโดยให้ กศน. เปึนเจ้าภาพ
สุดท้ายผมกราบเรียนท่านประธานว่า ประเทศไทยเรามีวิกฤติทางการเมือง ประเทศไทยเรามีวิกฤติทางเศรษฐกิจ รัฐบาลนี้ไม่มีส่วนที่จะรับผิดชอบ การทําในเรื่อง วิกฤติเหล่านั้น แต่รัฐบาลนี้ได้รับเลือกจากประชาชน ประชาชนฝากความหวังไว้กับรัฐบาลนี้ ประชาชนมีความสุขแล้วที่รัฐบาลตั้งได้สมประสงค์ที่ในระบอบประชาธิปไตยที่ใช้ เสียงส่วนใหญ่ที่จะพัฒนาประเทศ ผมเชื่อว่าความสุขที่ประชาชนจะได้รับก็คือได้รับ จากนโยบายฉบับนี้ ก็ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณสมหมายครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม สมหมาย ปาริจฉัตต์ สมาชิกสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ ส.ว. ในฐานะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของ สนช. นะครับ อยากจะกล่าวว่าผมค่อนข้างโชคดีที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เข้ามาในช่วงนี้พอดี ประเด็น ที่ผมใคร่จะเรียนอภิปรายในเรื่องนโยบายของรัฐบาล หมวด ๘ ว่าด้วยนโยบาย การบริหารจัดการที่ดี จริงอยู่ผมยอมรับว่าการอภิปรายครั้งนี้เปึนการอภิปรายนโยบาย ตัวจริงที่รัฐบาลได้แถลงเมื่อวานนี้ ไม่ได้เปึนการอภิปรายร่างนโยบายหรือพิมพ์เขียว นโยบายที่ร่างมาก่อนหน้านี้ ถ้านโยบายที่รัฐบาลแถลงมีความก้าวหน้า มีความทันสมัย และพัฒนาไปกว่าร่างนโยบายที่ร่างมาก่อนหน้านี้ผมก็จะไม่อภิปราย แต่เมื่อได้พบ ข้อเท็จจริงแล้วเนื่องจากว่าพบว่านโยบายที่ได้มานําแถลงนั้นกลับล้าหลังกว่านโยบาย ที่เปึนตัวร่างเสียอีก นี่คือประเด็นที่ผมอยากจะเรียนให้ท่านสมาชิกทั้งหลายได้ทราบว่า ทําไมถึงเปึนเช่นนั้น ร่างนโยบายรัฐบาลฉบับที่ตีตรารับมาเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ท่านสมาชิกอาจจะไม่ได้เห็นตัวนั้น แต่ในคณะรัฐมนตรีผมเชื่อว่า ท่านเห็นทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบุไว้มี ๔ ส่วนด้วยกัน ในหมวด ๘ ส่วนแรกว่าด้วย ประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนที่ ๒ ว่าด้วยกฎหมายและการยุติธรรม ส่วนที่ ๓ ว่าด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน ส่วนที่ ๔ ว่าด้วยการส่งเสริมให้สื่อมวลชน ของรัฐมีสิทธิเสรีภาพ ปรากฏว่าเฉพาะส่วนที่ ๓ ว่าของเดิมในร่างนั้นมีความก้าวหน้า และทันสมัยมาก ผมใคร่จะอ่านให้ท่านสมาชิกได้ทราบนะครับ
ข้อที่ ๑ ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยคํานึงถึง ความเท่าเทียมกันของหญิงและชายในการตัดสินใจทางการเมือง ในการกําหนดนโยบาย และวางแผนเศรษฐกิจและสังคมในระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ในการตรวจสอบการใช้ อํานาจของรัฐทุกระดับ รวมทั้งการจัดทําบริการสาธารณะ
ข้อที่ ๒ ส่งเสริมให้ประชาชนมีความเข้มแข็งทางการเมืองและสนับสนุน กองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง เพื่อช่วยเหลือการดําเนินกิจกรรมสาธารณะของชุมชน รวมทั้งสนับสนุนการดําเนินการของกลุ่มประชาชนที่รวมตัวกันในลักษณะเครือข่าย ทุกรูปแบบให้สามารถแสดงความคิดเห็นและเสนอความต้องการของชุมชนในพื้นที่
ข้อที่ ๓ สนับสนุนการศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการพัฒนาการเมือง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ทั้งส่งเสริม ให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเลือกตั้งโดยสุจริตและเที่ยงธรรม นโยบายการมีส่วนร่วมของประชาชน อยู่ในหัวข้อ ๘.๓ ปรากฏว่าพอถึงฉบับที่เปึนจริงที่ท่านแถลงทั้งหมด ท่านตัดส่วนนี้ออกไป ทั้งหมดเลย นี่เปึนความเสียดายอย่างยิ่ง ผมถึงเห็นว่านโยบายฉบับตัวจริงกลับล้าหลัง กว่าฉบับที่เปึนตัวร่าง จริงอยู่ท่านอาจจะเขียนไว้ในคําอารัมภบทในช่วงต้นว่า รัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันได้ให้ความสําคัญแก่บทบาทการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนา ประเทศ และกลไกการตรวจสอบการดําเนินงานของภาครัฐเพื่อให้อยู่ในกรอบแนวทาง ของการบริหารประเทศตามหลักธรรมาภิบาล รัฐบาลตระหนักถึงความสําคัญดังกล่าว และจะยึดเปึนแนวทางในการดําเนินงานของรัฐบาล เมื่อรัฐบาลตระหนักในเรื่องเหล่านี้ แล้วเหตุไฉนท่านจึงตัดหมวด ๘.๓ ไปเสีย นี่เปึนสิ่งที่น่าเสียดายอย่างยิ่งเมื่อตระหนัก อย่างนั้น สาเหตุที่ผมหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาเพราะเห็นว่ามันอาจจะมีผลกระทบต่อ การสนับสนุนการเมืองภาคพลเมือง การเมืองตามท้องถนน การเมืองที่ท้องสนามหลวง ซึ่งพวกเราก็เห็นว่าเปึนสิ่งสําคัญที่เราเติบโตขึ้นมาขนาดนี้ การเมืองบนท้องถนน การเมือง ภาคประชาชน การเมืองภาคพลเมืองมีความสําคัญ ถ้าเราให้ความสําคัญกับบทบาท การมีส่วนร่วมนั้นก็จะทําให้มีความเข้มแข็งเมื่อถ่วงดุลการเมืองในระบบรัฐสภา นี่คือ ประเด็นที่ผมอยากจะเน้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันมีกฎหมายฉบับหนึ่ง ซึ่งจริง ๆ แล้ว ก็ร่างมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว ก่อนรัฐบาลที่แล้วอีก โดยสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ พ.ร.บ. การมีส่วนร่วมของประชาชนร่างแล้วร่างอีกจนขณะนี้ยังไม่สามารถผลักดันมาเปึน กฎหมายได้ อันนี้เปึนประเด็นหนึ่งที่จะเรียนฝากท่านรัฐบาลนะครับ
อีกประเด็นหนึ่ง กฎหมายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอันนี้ด้วยก็คือกฎหมาย พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร กฎหมายฉบับนี้ในท้ายร่างนโยบายรัฐบาลไม่ได้พูดถึงอย่างจริงจัง และเปึนรูปธรรม ในสมัยป้ ๒๕๔๔ มีการระบุไว้ในท้ายนโยบายชัดเจน แต่เวลาผ่านไป เปึนเวลาอันยาวนานกฎหมายฉบับนี้ก็ไม่ได้รับการแก้ไขปรับปรุงให้ทันสมัย นี่ประเด็นหนึ่ง เกี่ยวข้องกับนโยบายการมีส่วนร่วมของภาคพลเมือง
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมห่วง ที่หยิบประเด็นนี้ขึ้นมาก็กลัวว่าถ้ารัฐบาลไม่เอา จริงจังในการสนับสนุนการเมืองภาคพลเมืองแล้ว การเกิดขึ้นของสภาพัฒนาการเมือง ที่มีพระราชบัญญัติออกมาแล้วจะไม่เปึนไปตามวัตถุประสงค์ ทําให้การเมืองมีความเข้มแข็ง มากยิ่งขึ้น ระบบถ่วงดุลมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น นี่เปึนประเด็นที่ผมเปึนห่วงนะครับ ซึ่งก็เกี่ยวข้องกับบทบาทของท่านประธานรัฐสภาด้วย เนื่องจากในบทเฉพาะกาลของ พ.ร.บ. สภาพัฒนาการเมือง กําหนดให้ท่านประธานรัฐสภามีบทบาทในการเสนอผู้ที่ จะมาเปึนประธานสภาพัฒนาการเมืองฉบับชั่วคราว ก็ฝากอันนี้ไว้เปึนประเด็นแรก ที่อยากจะฝากรัฐบาลไว้นะครับ
อีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะกล่าวถึงก็คือ นโยบายว่าด้วยการแก้ปัญหา ความยากจน ซึ่งในนโยบายรัฐบาลเขียนไว้ชัดเจน ระบุชัดเจนเลยว่ารัฐบาลจะปรับปรุง ระบบภาษีและการจัดเก็บภาษีให้มีความเปึนธรรม มีประสิทธิภาพ ในหัวข้อ ๓.๑.๒ ประเด็นอยู่ที่ว่าท่านเขียนไว้และพูดในเชิงหลักการกว้าง ๆ ประเด็นนี้ไม่เห็นเปึนรูปธรรม เท่าที่ควร จริงอยู่รัฐบาลพยายามใช้นโยบายที่กระตุ้นให้เกิดการใช้การจ่ายเพื่อให้คนยาก คนจนมีโอกาสในการทํามาหากิน มีรายได้มากขึ้น ทิศทางหลักในการกําหนดนโยบาย เศรษฐกิจเพื่อความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ในมิติของการสร้างความเปึนธรรม ที่เปึนรูปธรรม ไม่เห็นในความชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องภาษี ที่ท่านได้บอกว่า จะเก็บภาษีให้เกิดความเปึนธรรมและมีประสิทธิภาพนั้น คําถามคือว่า ภาษีอะไร จะเก็บ เมื่อไร จะทําในรัฐบาลนี้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษีที่กระทรวงการคลังได้ศึกษา มาแล้วหลายยุคหลายสมัย เมื่อเช้าท่านอาจารย์สังศิต สมาชิก สนช. ก็ได้พูดถึงภาษี ทรัพย์สินที่ใช้คําว่า ภาษีที่ดินและสิ่งก่อสร้าง กระทรวงการคลังศึกษามานานแล้วนะครับ จนบัดนี้ยังไม่มีการผลักดันออกมาอย่างเปึนรูปธรรม อีกฉบับหนึ่งคือภาษีมรดก ซึ่งเจตนารมณ์เพื่อให้เกิดความเปึนธรรม ระหว่างประชาชนคนยากคนจน ลดช่องว่าง ระหว่างคนมีคนจนเจตนาอยู่ตรงนั้น ไม่สามารถผลักดันออกมาได้สําเร็จ ฉะนั้น ความเปึนรูปธรรมของนโยบายตรงนี้ท่านตอบยืนยันกับสมาชิกกับพี่น้องประชาชน ได้ไหมครับว่า ภาษีที่ดินและสิ่งก่อสร้าง และภาษีมรดกนั้นท่านมีนโยบายอย่างไร เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่เปึนธรรมในสังคม นี่ประเด็นที่ ๒ ผมใคร่จะกราบเรียนนะครับ
อีกประเด็นหนึ่งอยู่ในหมวดเดียวกัน หมวด ๘ นะครับ ข้อ ๘.๑.๕ ข้อที่ ท่านเขียนว่า เสริมสร้างมาตรฐานด้านคุณธรรมและจริยธรรมให้กับข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ และพัฒนาความโปร่งใสในการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ พร้อมทั้งปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างจริงจัง เพื่อให้ราชการเปึนที่เชื่อถือไว้วางใจแก่ประชาชน ประเด็นที่ผมใคร่จะเสนอแนะเพิ่มเติม จริงอยู่คําว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐ นั้น ตามกฎหมาย ป.ป.ช. นิยามคําว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐ นั้น รวมหมายถึงผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองด้วย แต่นโยบายข้อนี้ถ้าอ่านกันชัดก็จะเน้นไปที่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ควรจะเน้น ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองรวมทั้งภาคเอกชนด้วยให้ชัดเจน อย่างเช่นรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญเขียนชัดนะครับว่า มาตรา ๒๗๙ มาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภทให้เปึนไปตามประมวล จริยธรรมที่กําหนดขึ้น ฉะนั้นรัฐธรรมนูญจํากัดให้เห็นชัดทั้งผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง แล้วในส่วนของภาคเอกชนก็เช่นเดียวกัน ฉะนั้นถ้ารัฐบาลให้ความสําคัญเกี่ยวกับ เรื่องมาตรฐานคุณธรรมและจริยธรรมนั้น โดยเน้นไปที่พวกเราด้วยกันเอง สมาชิกที่เปึน ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง รวมทั้งภาคเอกชนด้วยให้มีธรรมาภิบาลมากขึ้น แล้วเคร่งครัดเข้มงวดกับพวกเราเองจะเปึนประโยชน์และเกิดภาพลักษณ์ที่ดี มิฉะนั้น เราจะพบว่าเราจะมุ่งเน้นการควบคุมจริยธรรม สร้างมาตรฐานทางคุณธรรมแก่ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐเปึนหลัก ขณะที่พวกเรากันเองเราอาจจะละเลยไม่เข้มงวดต่อ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง นี่เปึนประเด็นที่อยากจะฝากไว้ให้เกิดความชัดเจน และเน้นว่า เราควรจะมาเน้นกระบวนการทําให้มาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองนั้นมีความเข้มข้นไม่น้อยกว่าการที่เราจะไปกํากับควบคุมข้าราชการซึ่งเขา เปึนผู้ใต้บังคับบัญชาเปึนผู้ที่ต้องปฏิบัติตามนโยบาย มีวินัย มีระเบียบปฏิบัติเข้มงวด อยู่แล้ว ซึ่งน่าเห็นอกเห็นใจ แต่พวกเรากันเอง ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนั้นเปึน สิ่งสําคัญ ถ้าเราเริ่มเสียตรงนี้ก็จะเปึนแบบอย่างแก่ข้าราชการ เขาก็ให้ความเชื่อถือ พี่น้องประชาชนให้ความเชื่อถือว่าเราเข้มงวดในเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม กลไกที่ทําให้ คุณธรรม จริยธรรมเกิดผลในทางปฏิบัติ อยากให้รัฐบาลและสภาเน้นตรงนี้ให้เกิดความเปึนจริง ผมทราบว่ามีการร่างมาตรฐานทางคุณธรรม จริยธรรมทุกยุคทุกสมัย ทั้งของ ส.ส. ส.ว. สนช. แต่เวลาเกิดปัญหาในการปฏิบัติผลบังคับใช้นั้นไม่สามารถดําเนินงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ถ้ารัฐบาลเขียนไว้ในนโยบายให้ชัดเจนว่าจะมุ่งเน้นตรงนี้ มุ่งเน้นไปที่ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนั้น ผมว่าจะเปึนสิ่งที่เกิดประโยชน์
อีกประเด็นหนึ่งประเด็นสุดท้ายที่ผมใคร่จะฝากไว้ในเรื่องการปัองกัน และปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบของข้าราชการ ในช่วงระยะหลังนั้นจะพบว่า ความตื่นตัวของประชาชน องค์กรประชาชนในการที่จะทําหน้าที่ติดตามตรวจสอบเกี่ยวกับ การทุจริตคอร์รัปชันนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ถ้ารัฐบาล สมาชิกให้ความสนใจส่งเสริม สนับสนุนภาคประชาชนทําหน้าที่ตรงนี้ก็จะทําให้กระบวนการตรวจสอบมีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น รัฐบาลบางสมัยเขียนไว้ในนโยบายเลยนะครับ สนับสนุนภาคประชาชน องค์กรประชาชนทําหน้าที่ในการติดตามตรวจสอบการทุจริตและคอร์รัปชัน แต่เวลา ก็ผ่านเลยไปไม่ได้เกิดการปฏิบัติที่เปึนจริง ฉะนั้นใคร่จะเรียนฝากฝ์ายบริหารและเพื่อนสมาชิก ทุกท่านว่าการเกิดขึ้นของ ป.ป.ช. ภาคประชาชนนั้นเกิดขึ้นเปึนรูปเปึนร่างแล้ว เพียงแต่ ไม่มีกฎหมายรองรับชัดเจน ที่มีกฎหมายรองรับชัดเจน ป.ป.ช. กฎหมายออกแล้ว ป.ป.ท. ซึ่งท่านก็ทราบในการปัองกันและปราบปรามในส่วนข้าราชการตั้งแต่ระดับ ๘ ลงมาเปึนต้นไป ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวขององค์กรในส่วนของที่เปึนประชาชนองค์กร ต่าง ๆ ได้เข้ามาสนับสนุนส่งเสริมในการติดตามประเด็นการคอร์รัปชันของผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมืองของข้าราชการ แม้กระทั่งของเอกชนด้วยกันเอง การเคลื่อนไหว ของ ป.ป.ช. ภาคประชาชนมีประสิทธิภาพจนกระทั่งให้หน่วยงานของรัฐสามารถดําเนินคดี แม้แต่ภาคเอกชนที่หลบเลี่ยงภาษีเกิดขึ้นแล้ว ก็ใคร่จะฝากรัฐบาลไว้อย่าดูแคลนการเมือง ภาคพลเมือง ภาคประชาชน ให้ความสําคัญเถอะครับ ดึงนโยบาย ข้อ ๘.๓ ข้อเดิม กลับคืนมา ส่วนข้อ ๘.๔ เปึนประเด็นข้อสุดท้ายที่ผมอยากจะฝากไว้เกี่ยวกับสื่อสารมวลชน ผมก็เสียดายอยู่ นโยบายของรัฐบาล ตัดข้อ ๘.๓ เดิม เอาข้อ ๘.๓ ใหม่มาใส่เขียน ข้อความว่าอย่างนี้ ส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารจากทางราชการ และสื่อสาธารณะอื่นได้อย่างกว้างขวาง ถูกต้อง เปึนธรรม รวดเร็ว อันนี้เปึนนโยบาย ตัวจริง แต่ฉบับร่างนะครับ ข้อที่ ๘.๔ ซึ่งกลายมาเปึน ๘.๓ นั้น เขียนไว้อย่างนี้นะครับ ท่านดูความเปึนรูปธรรมและความชัดเจนอันไหนจะดีกว่ากัน ของเดิมเขียนไว้ว่า ส่งเสริม ให้สื่อสารมวลชนของรัฐและเอกชนมีสิทธิเสรีภาพในการรับรู้กิจการของรัฐและการดําเนินงาน ของเจ้าหน้าที่รัฐในกรอบของกฎหมาย มีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพ ในการเผยแพร่ข่าวสารอย่างเที่ยงตรงเปึนธรรมและรวดเร็ว เสียดายครับ มีความชัดเจน เปึนรูปธรรม ระบุถึงการยอมรับเรื่องสิทธิเสรีภาพของสื่อสารมวลชนของรัฐและเอกชน มากกว่านโยบายตัวจริงที่ท่านเขียนไว้ในข้อ ๘.๓ ผมจึงเรียนฝากไว้ นําข้อ ๘.๔ เดิมมา ปฏิบัติเถอะครับ ถึงแม้ท่านจะแก้ข้อความไม่ได้ แต่ท่านต้องนําไปสู่การปฏิบัติแล้วจะมี ความเปึนรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น แต่ยอมรับว่าบทบาทของสื่อสารมวลชนนั้นเปึน บทบาทที่จะทําหน้าที่ในการถ่วงดุลติดตามตรวจสอบ ถ้าสื่อสารมวลชนไม่รับผิดชอบ ปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้อง สังคมก็ควบคุม ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองก็ควบคุม ข้าราชการ ควบคุมโดยกฎหมายและโดยจริยธรรม คุณธรรม ประเด็นที่ผมใคร่จะฝากไว้และเบื้องหลัง การถ่ายทํานโยบายรัฐบาลมีเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
คุณสัมพันธ์ ทองสมัคร ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สัมพันธ์ ทองสมัคร จากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้นับเปึนวันที่ ๒ ที่เราได้วิพากษ์วิจารณ์ นโยบายของรัฐบาลซึ่งได้แถลงเมื่อวานนี้หลายประการด้วยกัน โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาของชาติซึ่งเราถือว่าเปึนเรื่องที่สําคัญ เพราะว่าการศึกษานั้น ทุกคนจะต้องสัมผัส เขาถึงกล่าวว่าการศึกษาคือชีวิต ชีวิตต้องมีการพัฒนา การพัฒนา ของชีวิตเพื่อให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก เพราะฉะนั้นนโยบายทาง การศึกษานั้นเปึนนโยบายที่จะต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ถ้าไม่มียุทธศาสตร์แล้วผู้บริหาร การศึกษาก็ไม่สามารถที่จะมีความคิดใหม่ ๆ ได้ ไม่สามารถที่จะนําวิชาความรู้หลากหลาย ที่อยู่ในบุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการหรือขององค์กรการศึกษานั้นมาใช้ประโยชน์ได้ ผมขอเรียนว่าการศึกษาที่ได้เสนอมา ๖ ข้อ ซึ่งมีกําหนด ๔ ป้ ดูแล้วไม่มีทิศทางที่ชัดเจนเลย ผมขอเรียนว่ารัฐมนตรีนั้นถ้าไม่มีแนวทางที่ชัดเจนก็ไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดิน ได้สะดวก อย่างสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์รับผิดชอบในการบริหารราชการแผ่นดินนั้น เราจะมีหลักอยู่ ๔ ประการ เช่น กระจายรายได้ กระจายโอกาส กระจายอํานาจ กระจายความเจริญ ผมได้ดึงการกระจายโอกาสเข้ามาอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ ดําเนินการการศึกษาจนเปึนที่ประจักษ์ แต่หลังจากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้รับผิดชอบ กระทรวงศึกษาธิการแล้ว กระทรวงศึกษาธิการจึงประสบกับปัญหาต่าง ๆ มากมาย แก้กันไม่หวาดไม่ไหวจนบัดนี้ แม้การศึกษาฟรี ๑๒ ป้ ก็ยังถกกันไม่จบว่าเราจะนับ อย่างไรดี การศึกษาฟรี ๑๒ ป้ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้นั้น มันเปึนภาระ ที่รัฐบาลจะต้องดําเนินการช่วยด้านการศึกษาของสถานศึกษาที่เขากําหนดตารางหรือ โปรแกรมการเรียนการสอนไว้ครบถ้วนแล้วในป้การศึกษาที่จะถึง เพราะเราได้ดําเนินการ ให้สถานศึกษาเหล่านั้นได้จัดการศึกษาหลากหลาย หลายสถานศึกษาจึงกําหนดว่าต้องมี โปรแกรมภาษาต่างประเทศ จึงมีการเป่ดสอนภาษาญี่ปุ์น ภาษาจีน ภาษาเกาหลี ภาษาเยอรมัน และภาษาอังกฤษ เพื่อจะให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ สถานศึกษา จึงไปจ้างอาจารย์สอนจากต่างประเทศมาส่วนหนึ่งเพื่อทําการสอน แต่ในขณะนี้ แม้สถานศึกษาจะเปึนนิติบุคคล แต่สถานศึกษานั้นไม่กล้าที่จะเก็บค่าใช้จ่ายเหมือนกับ เคยทํากับผู้ปกครองที่ให้เด็กมาเรียนในสาขาวิชาพิเศษหรือโปรแกรมพิเศษ หรือโครงการ พิเศษตามที่ได้กําหนดกันเอาไว้ เพราะฉะนั้นตรงนี้แหละ รัฐมนตรีในปัจจุบันของ กระทรวงศึกษาธิการจะต้องหาวิธีการทําอย่างไรจะช่วยสถานศึกษานี้เพื่อให้การพัฒนา การศึกษานั้นได้ต่อเนื่องไปอย่างไม่มีวันจบสิ้นและมีการพัฒนายิ่ง ๆ ขึ้นไป นี่เปึนประเด็นแรก ที่ขอฝากเอาไว้
ประเด็นที่ ๒ เรื่องโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ นับตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ เปึนต้นมาที่เรามีการปฏิรูป ปรากฏว่าการปฏิรูปนั้นไม่ได้จัดกระบวนการรองรับองค์กร ที่เกิดขึ้นใหม่และบุคลากรในองค์กรเก่า จึงทําให้การกระจายอํานาจลงไปยังเขตพื้นที่ การศึกษานั้น หรือในกระทรวงศึกษาธิการที่มีองค์กรใหม่เกิดขึ้นและองค์กรเก่า ๆ ก็มารวมกับองค์กรใหม่ พัฒนาขึ้นมาในรูปแบบใหม่ เราจะพบว่าคนที่มีความรู้ ความสามารถมากมายไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถของตนเองเลย อย่างเขตพื้นที่ การศึกษานี่มีผู้อํานวยการเขตพื้นที่การศึกษา ๑ คน แต่มีรองทั้งหมด ๑๑ คน ๑๗๘ เขต ท่านลองคิดดูสิ รองขนาด ๓ คน รองแค่ ๓ คนนี่เราถือว่าน่าจะเหมาะสมกับภารกิจ ที่ปฏิบัติอยู่ แต่นี่รองตั้ง ๑๑ คน ๘ คนนั้นน่าจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรูปแบบ ให้ไปดําเนินการหรือไปปฏิบัติภารกิจตามที่เขามีความรู้ความสามารถ เพราะฉะนั้นตัวนี้ เปึนตัวปัญหาที่เกิด ถ้าพูดกันจริง ๆ แล้วไม่เกิดเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ เกิดหลายกระทรวงที่ปฏิรูประบบ ราชการใหม่ในยุคนั้น เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนว่าสิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการจะต้องทํา เร็วที่สุดก็คือการปรับโครงสร้างบุคลากรที่เก่ง ๆ ที่มีความรู้ความสามารถนี้ดึงเข้าไป ช่วยงานที่ไหน มีองค์กรอะไรเกิดขึ้นได้บ้าง นั่นเปึนประการแรก
ประการที่ ๒ ในคณะกรรมการพื้นฐานของการศึกษาที่เราเอากรมสามัญศึกษา ไปรวมกับประถมศึกษา แต่ละกรมนั้นก็มีความรู้ความสามารถ เขาสามารถที่จะใช้วิชา ความรู้ที่อบรมสั่งสอนสะสมมานั้นใช้เฉพาะเด็กในแต่ละระดับที่มีอายุแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นกระทรวงศึกษาธิการในขณะนี้เกิดปัญหาตัวนี้เหมือนกัน คือกรมสามัญศึกษา กับกรมประถมเก่ากําลังใช้สับสนกันอยู่ในการพัฒนาเด็กในระดับตั้งแต่อนุบาลจนถึง มัธยมปลาย เพราะฉะนั้นประเด็นนี้แหละน่าจะมีการปรับปรุงใหม่ในคณะกรรมการ พื้นฐานการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ โดยที่น่าจะมีองค์กรย่อย ๒ องค์กร องค์กรหนึ่ง ดูแลการศึกษาตั้งแต่อนุบาล ๑ จนถึง ม. ๓ หรือมัธยมป้ที่ ๓ ส่วนกรมสามัญเดิมดู การศึกษาตั้งแต่ ม. ๔ จนถึง ม. ๖ มันจะทําให้การศึกษามีประสิทธิภาพขึ้น จะสามารถ ใช้อุปกรณ์หลากหลายที่มีอยู่นั้นได้รัดกุมมากยิ่งขึ้น ตัวนี้เปึนตัวโครงสร้างที่รัฐบาลในชุดนี้ น่าจะพิจารณาถ้าต้องการพัฒนาการศึกษา อันนี้คือสิ่งที่เรียนให้ท่านทั้งหลาย ผมเรียน แล้วว่าเมื่อเรามีแนวทางหรือมีปรัชญาในการจัดการศึกษา ผมดึงการขยายโอกาส กระจายโอกาสเข้ามาดําเนินการในกระทรวงศึกษาธิการ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่า กระทรวงศึกษาธิการนั้นในยุคนั้นจึงมีการขยายโอกาสไปหลากหลาย ขยายโอกาส เด็กประถมป้ที่ ๖ ให้เรียน ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ โดยไม่เก็บค่าเล่าเรียน ขยายลงไปข้างล่าง อนุบาล ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีท่านชวน หลีกภัย นี่แหละได้ริเริ่มอนุบาลชนบทขึ้น สามารถรับเด็กเข้าเรียน เด็กในชนบทไม่มีโอกาสได้เรียนในระดับอนุบาลก็ได้เรียนมากขึ้น จนบัดนี้การอนุบาลชนบทตั้งแต่เด็กปฐมวัยได้กระจายไปทั่วประเทศ นี่คือสิ่งที่เราคิด เราทํา เพราะฉะนั้นคนที่จะมาสานต่อตัวนี้ต้องพยายามศึกษา ต้องพยายามที่จะหา แนวทางปรับปรุงแก้ไขให้ได้ นี่ก็เปึนอีกประเด็นหนึ่ง ขอเรียนต่อไปว่า เมื่อรัฐบาล แถลงนโยบาย ๖ ข้อด้วยกัน สิ่งที่รัฐบาลไม่ได้เหลียวแลเลย ไม่ได้เขียนไว้เลย คือเรื่อง การศึกษาที่เอกชนเขารับไปจัดการ การศึกษาที่เอกชนรับไปจัดการนั้นเขาแบ่งเบาภาระ ของรัฐ เขาประหยัดค่าใช้จ่ายของรัฐไปมาก แต่ในนโยบายของรัฐบาลในปัจจุบันนี้ ไม่ได้กล่าวถึงการศึกษาของเอกชนเลย ไม่ได้กล่าวถึงการศึกษาใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ที่เขาเป่ดสอนศาสนาแล้วมีวิชาสามัญเข้าไป วิชาสามัญเข้าไปนั้นเข้าไปเมื่อป้ ๒๕๓๐ ป้ ๒๕๓๐ นั้นผู้ที่รับผิดชอบอยู่ก็คือพรรคประชาธิปัตย์ เราพยายามที่จะให้ผู้ที่เรียน ทางศาสนาได้เรียนวิชาสามัญควบคู่ไปด้วย แต่ในรัฐบาลนี้ไม่ได้แถลงนโยบายเลย ไม่ได้พูดถึงโรงเรียนเอกชนว่าให้เขาทําอย่างไรเลย ไม่ได้พูดถึงปอเนาะว่าให้เขาทํา อย่างไรเลย ทิศทางเหล่านี้ไม่ได้ปรากฏในนโยบายของรัฐบาลแล้วให้เราทําอย่างไร มีการพูดถึงทางด้านเกี่ยวกับจะให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาหรือสถาบันอาชีวศึกษานั้น ร่วมกับภาคเอกชนเข้าไปดูแล บํารุง ซ่อมแซม เข้าไปพัฒนาการต่าง ๆ แต่ผมขอเรียนว่าถ้าจะต้องการให้สถาบัน อาชีวศึกษาเข้าไปดูแลพัฒนาการต่าง ๆ นั้นรัฐหรือรัฐมนตรีจะต้องพัฒนากรมอาชีวศึกษา ให้เปึนที่เชื่อถือเสียก่อน เพราะกรมอาชีวศึกษาในขณะนี้นั้นเปึนกรมที่ค่อนข้างจะมี ปัญหามาก ผมเคยเรียนกับหลาย ๆ คนว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งที่ทางกระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายที่จะผลิตคอมพิวเตอร์แจกจ่ายกับสถานศึกษาทั้งหลาย ปรากฏว่ามอบให้ สถานศึกษาทั้งหมด ๖ แห่งช่วยดําเนินการ แต่โดยข้อเท็จจริงไม่ได้เปึนอย่างนั้น โดยข้อเท็จจริงแล้วนําเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์มาจากไต้หวัน นําเข้าเครื่องปรับอากาศ มาจากไต้หวันแล้วก็มาทําทีว่าผ่านการประกอบของวิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยการอาชีพ แล้วก็ส่งสิ่งเหล่านี้ไปยังสถานศึกษาต่าง ๆ แต่ปรากฏว่าใช้ไม่ได้ คุณภาพต่ํา ไม่มีใคร รับรอง เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เปึนสิ่งหนึ่งในกรมอาชีวศึกษา นอกจากนั้นค่าฝ๊กซึ่งรัฐบาล ตั้งงบประมาณให้ไม่ว่าจะเปึนการฝ๊กอาชีพหลากหลาย มีอยู่หลายครั้งด้วยกันที่ผู้บริหาร บางท่านนําเอาค่าฝ๊กของเด็กเหล่านี้โดยวิธีที่แยบยลเอาไปใช้ประโยชน์ส่วนตน มีการโอน ค่าฝ๊กของเด็กจํานวนหนึ่งไปที่วิทยาลัยการอาชีพสุโขทัย แล้ววิทยาลัยการอาชีพสุโขทัย ทําทีว่าดําเนินการฝ๊กอบรมเด็ก แต่ในขณะเดียวกันนั้นมีผู้หลักผู้ใหญ่ให้โอนเงินของ วิทยาลัยการอาชีพที่ได้ไปจากค่าฝ๊กช่างฝ้มือของเด็กนี้ไปเข้าบัญชีส่วนตน ตอนนี้กําลัง มีปัญหากันอยู่ ตอนนี้กําลังเกิดฟัองร้องกันอยู่ สิ่งเหล่านี้รัฐมนตรีจะต้องดําเนินการ ปรับปรุงแก้ไขให้สถาบันอาชีวศึกษาเปึนที่เชื่อถือจึงจะสามารถบริการประชาชนได้ นี่เรื่องของกรมอาชีวศึกษา
อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องเกี่ยวกับศาสนา ศาสนานี่เราไม่น่าห่วงศาสนาอื่นหรอก ไม่ว่าจะเปึนฮินดู ไม่ว่าจะเปึนซิกข์ ไม่ว่าจะเปึนพราหมณ์ ไม่ว่าจะเปึนมุสลิม หรือเปึนคริสต์ น่าห่วงคือพุทธศาสนา เพราะพุทธศาสนานี้เราดูแลกัน ๓ องค์กร คือสํานักนายกรัฐมนตรี อีกแห่งหนึ่งก็คือกระทรวงวัฒนธรรม อีกแห่งหนึ่งก็คือกระทรวงศึกษาธิการ ความจริง ในสมัยที่ประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาลนั้นเราพยายามปรับองค์กรสงฆ์ให้เปึนที่พึ่งของ พุทธศาสนิกชนอย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะปรับนิตยภัตของพระ ไม่ว่าจะเปึนการศึกษาของสงฆ์ ทั้งมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เราพยายามทําให้เปึนเอกภาพและรับรองปริญญาตรีการศึกษาของสงฆ์ด้วย นี่คือสิ่งที่ เราทําเอาไว้ แต่ในขณะนี้นั้นสงฆ์กําลังถูกแบ่งแยกออกเปึนส่วน ๆ จึงเปึนเรื่องที่ต้องให้ รัฐบาลนี้ดําเนินการแก้ไขให้สําเร็จ คิดว่าสร้างบุญ คิดว่าสร้างกุศลให้กับรัฐบาล เพราะฉะนั้นผมจึงขอสิ่งเหล่านี้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐบาลชุดนี้ ได้ดําเนินการ ส่วนคุณธรรมและจริยธรรมนั้นถ้าจะพูดก็ยืดยาวเวลามีจํากัด ถ้ามีโอกาส ในวันข้างหน้ามีโอกาสที่จะพูดจะคุยกันเรื่องคุณธรรม จริยธรรมทําไมจึงล้มเหลว ทําไม จึงเกิดปัญหามากมายนั้นมีสาเหตุในประการใดบ้างก็จะได้พูดกัน วันนี้ผมขอแค่นี้ หมดเวลาครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ต่อไปจะยัง ไม่มีผู้พูดจาก สนช. นะครับ เพราะฉะนั้นระหว่างฝ์ายค้านกับรัฐบาลจะเร็วขึ้น ใครที่มีชื่อ ก็เตรียมตัวไว้นะครับ ต่อไปเชิญคุณนิรมิตครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๓ พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมยินดีในนโยบาย ของคณะรัฐมนตรีที่ได้แถลงต่อสภาในวันนี้ซึ่งเปึนวันที่ ๒ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ การแถลงนโยบายต่อสภาเปึนกระบวนการสําคัญของระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา ทั้งนี้ เพื่อเปึนสัญญาประชาคมว่ารัฐบาลนี้จะตั้งใจทําอะไรบ้างในช่วง ๔ ป้ ซึ่งรัฐบาล จะต้องรับผิดชอบในการบริหารประเทศ และสภาแห่งนี้จะต้องตรวจสอบว่ารัฐบาล ได้ปฏิบัติตามคํามั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนหรือไม่หรือมากน้อยเพียงใด ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาอยากตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะในนโยบาย ท่านประธานที่เคารพครับ นโยบายนี้เปึนนโยบายที่เคารพสิทธิเสรีภาพผลประโยชน์ของประเทศชาติและของ ประชาชนข้างมาก ดังนั้นอยากจะตั้งข้อสังเกตในนโยบายเร่งด่วนที่จะต้องดําเนินการ ในป้แรก ข้อที่ ๑.๑๐ การพักหนี้ของเกษตรกรรายย่อยและยากจน การแก้ไขปัญหาหนี้สิน ของเกษตรกรที่ได้ทํามาทุกยุคทุกสมัยซึ่งเปึนนโยบายหลักของรัฐบาลนี้ได้ประกาศ อย่างชัดเจน คือการพักชําระหนี้ให้แก่เกษตรกร แต่สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อ ท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อที่จะเพิ่มเติมนโยบายในการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ให้เกษตรกรก็คือ นําพระราชบัญญัติกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกรมาเปึนเครื่องมือ ในการแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกร พระราชบัญญัติกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกรนั้น เปึนพระราชบัญญัติที่ได้มีความคิดริเริ่มให้เกิดขึ้นจากเกษตรกรเพื่อต้องการอยากจะแก้ไข ปัญหาของเกษตรกรเอง โดยได้มีการตราเปึนพระราชบัญญัติเมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๔๒ ในช่วง รัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ในการบริหารประเทศชาติในครั้งนั้น แล้วก็มีการแก้ไข เพิ่มเติม ครั้งที่ ๑ เมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๔๔ วัตถุประสงค์ก็เพื่อที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้มี การรวมกลุ่มของเกษตรกรในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกร ลักษณะของกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกรนั้นเปึนนิติบุคคลรูปพิเศษ นั่นก็หมายความว่า จะบอกว่าเปึนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจก็ไม่ใช่ เปึนหน่วยงานของราชการก็ไม่เชิง เปึนหน่วยงานหนึ่ง เปึนหน่วยงานอื่นของรัฐ แล้วก็มีการบริหารจัดการโดยมีเลขาธิการ กองทุนฟุ๋นฟูเปึนผู้บริหารสูงสุด ท่านประธานที่เคารพ นับตั้งแต่ประกาศใช้พระราชบัญญัติ ฉบับนี้ได้มีเกษตรกรและองค์กรเกษตรกรได้ขึ้นทะเบียนเพื่อที่จะรอการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ให้แก่เกษตรกรเปึนจํานวนมาก ซึ่งผมขออนุญาตแจ้งต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่ามีจํานวนเท่าใด ภาคกลางจํานวนองค์กรถึง ๘,๑๒๗ องค์กร มีจํานวนสมาชิกที่ขึ้นทะเบียนเปึนจํานวน ๑,๐๙๕,๔๑๖ คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจํานวนองค์กรที่ขึ้นทะเบียนแล้วนะครับ ๑๖,๙๐๖ องค์กร จํานวนสมาชิก ๒,๗๑๗,๙๗๐ คน ภาคใต้จํานวนองค์กรทั้งหมด ที่ขึ้นทะเบียนแล้วนะครับ ๙,๐๙๕ องค์กร จํานวนสมาชิกทั้งหมด ๘๗๘,๔๗๒ คน ภาคเหนือจํานวนองค์กร ที่ขึ้นทะเบียนแล้วเปึนจํานวนทั้งหมด ๑๖,๘๒๕ องค์กร จํานวนสมาชิก ๑,๖๕๐,๙๐๒ คน รวมจํานวนสมาชิกที่ขึ้นทะเบียน ๖,๒๙๗,๗๖๐ คน เพราะฉะนั้นผมมีความเชื่อมั่นว่า ถ้ารัฐบาลจะได้นําเอาพระราชบัญญัติกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกรมาแก้ไขปัญหา หนี้สินให้แก่เกษตรกรก็คงจะเยียวยาให้แก่สมาชิกที่ขึ้นทะเบียนและรอความหวังในการ แก้ไขปัญหาได้เปึนอย่างดี ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นในกองทุนฟุ๋นฟู และพัฒนาเกษตรกรที่ไม่สามารถขับเคลื่อนหรือแก้ไขปัญหาได้ในปัจจุบันนี้ได้เต็มที่ ก็เนื่องจากว่า ๑. ที่ผ่านมานั้นความไม่เอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหา โดยใช้ พระราชบัญญัติกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกรเปึนเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา ของรัฐบาล โดยในครั้งนี้อยากจะเสนอแนะให้รัฐบาลได้ตั้งคณะทํางานเชื่อมกันระหว่าง กองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกรกับคณะรัฐมนตรี เพื่อที่จะแก้ไขปัญหารับฟัง และกําหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหา และขณะเดียวกันนะครับ รัฐบาลนี้ต้องกล้า เอาจริงเอาจัง โดยมอบให้รัฐมนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องใกล้ที่สุดกับการจัดการหนี้สิน ของเกษตรกรก็คือ ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเกี่ยวกับทางด้านกระทรวงการคลัง มารับผิดชอบในการแก้ไขปัญหา โดยนําพระราชบัญญัติกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนา เกษตรกรมาใช้กันอย่างจริงจัง และขณะเดียวกันก็ต้องเร่งรัดในการที่จะบังคับในการใช้ กฎหมาย โดยการตั้งเลขาธิการกองทุนฟุ๋นฟูให้ได้ทันต่อในการแก้ไขปัญหา เพราะว่า ปัจจุบันนี้เลขาธิการกองทุนฟุ๋นฟูนั้นไม่สามารถที่จะได้บุคคลที่ได้รับการคัดสรรจาก ตัวคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาในการที่จะแต่งตั้งเปึนเลขาธิการ แต่ปัจจุบันนี้ เลขาธิการที่ดําเนินการอยู่ปัจจุบันนี้เปึนเลขาธิการรักษาการชั่วคราว ปัญหาที่เกิดขึ้น ก็เกิดขึ้นจากว่ากฎหมายประกอบพระราชบัญญัตินั้นยังมีข้อบกพร่องบางอย่างที่ ไม่สามารถที่จะสรรหาตัวเลขาธิการได้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลนี้ต้องกล้าหาญในการที่จะ จัดการในเรื่องใช้พระราชบัญญัติในการบังคับใช้ให้เลขาธิการกองทุนฟุ๋นฟูได้มีหน้าที่ เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติ แล้วก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรได้ ตามที่เกษตรกรร้องขอ และที่สําคัญที่สุดก็คือว่า ในการแก้ไขปัญหานั้นจะต้องอาศัย เงินงบประมาณ ซึ่งทางคณะกรรมการกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้มีการประชุม เมื่อป้ ๒๕๔๙ ซึ่งคณะรัฐมนตรีในช่วงนั้นก็ได้รับทราบว่าจะต้องจัดหาเงินงบประมาณ จํานวน ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในการที่จะให้กองทุนฟุ๋นฟูในการที่จะไปเยียวยาแก้ไข ปัญหาหนี้สินตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติ เพราะฉะนั้นเพื่อเปึนประโยชน์ แก่พี่น้องเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนรองรับ ก็อยากให้รัฐบาลนี้ได้ประกาศว่าจะนํา พระราชบัญญัติกองทุนฟุ๋นฟูเปึนเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้ด้วย นอกจาก เรื่องของปัญหาหนี้สินแล้ว กระผมอยากจะขอกราบเรียนต่อท่านประธานอีกนะครับว่า การประกันความเสี่ยงภัยทางด้านการเกษตร ไม่ว่าจะเปึนราคาอ้อยซึ่งกําลังตกต่ํากัน ทั่วภาคอีสาน ก็อยากให้รัฐบาลประกาศอย่างชัดเจนเลยว่าป้นี้จะให้ราคาอ้อยได้ตันละ ประมาณ ๑,๒๐๐ บาท จะทําให้เกษตรกรสามารถอยู่ได้ ผมได้ใช้เวลาในการที่จะ อภิปรายเพื่อที่จะให้การสนับสนุนให้ความเห็นชอบกับนโยบายของรัฐบาลในเที่ยวนี้ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสในการปฏิบัติหน้าที่การเปึนสมาชิก รัฐสภาในวันนี้ ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญคุณเทอดพงษ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เทอดพงษ์ ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กระผมใคร่จะขอพูดถึงนโยบายพัฒนาสาธารณสุขของประชาชน ซึ่งคงจะเกี่ยวข้องกับงานของกระทรวงสาธารณสุข ของงานสุขภาพอนามัย ว่ากันไป ตามจริงแล้วนั้นนโยบายสุขภาพอนามัยของกระทรวงสาธารณสุขนั้น ถ้าจะมีกันก็คงจะมี กันอย่างถาวรมาค่อนข้างจะเปึนระยะเวลายาวนาน ซึ่งก็พูดกันเพียงง่าย ๆ ไม่ได้ยืดยาว อะไรมากมายนัก ว่าทําอย่างไรที่จะทําให้พี่น้องประชาชนนั้นไม่เจ็บไข้ได้ป์วย ถ้าเจ็บไข้ ได้ป์วยขึ้นมาแล้วทําอย่างไรจะรักษาให้ได้ดีที่สุด คือพูดง่าย ๆ ว่าปัองกันไม่ให้เกิดโรคภัย ไข้เจ็บ มีการปัองกันจะทํากันอย่างไร ถ้าเจ็บไข้ได้ป์วยก็รักษา จะรักษาอย่างไรที่จะให้ ได้รับบริการที่ดีที่สุด ถ้าเปึนอย่างนี้คือนโยบายสําคัญของกระทรวงสาธารณสุขกันมา ทุกยุคทุกสมัย ช่วงหลังก็มีการเพิ่มเติมกันไปว่าอย่างน้อยให้มีการฟุ๋นฟูสุขภาพ ส่งเสริม สุขภาพที่จะเติมเข้ามากันอีก แต่ว่าอย่างไรก็ตามงานทั้งปัองกันและงานรักษานั้น จะยังเปึนแนวทางสําคัญ นโยบายที่เขียนไว้ ๔–๕ ข้อนี้ก็จะอยู่ภายในกรอบที่ได้กล่าว กันไว้นี้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลใดมีการดําเนินการปัองกันกันอย่างดี มีกลวิธี ต่าง ๆ ที่จะทําอย่างไรที่จะให้มีการปัองกันกันได้มาก โรงพยาบาลหรือการรักษานั้น ก็จะลดน้อยถอยลงไปได้ พี่น้องประชาชนก็จะมีความสุขกันอยู่ได้ แต่ในปัจจุบันนี้นั้น ต้องเรียนว่างานปัองกันนั้นค่อนข้างจะได้รับการดูแลลดน้อยถอยลงไปมากไปกว่า แต่ก่อน ๆ มาก งานในด้านการรักษานั้นได้รับการเชิดชูกันขึ้นมาอย่างมากมายทําให้ การปัองกันนั้นค่อนข้างจะลดลงไป ส่วนนี้ที่เกิดขึ้นมาได้อย่างนี้นั้นอาจจะมาจากแนวทาง แนวนโยบายที่กําหนดเอาไว้ว่ามีการรักษาพยาบาล ๓๐ บาทรักษาทุกโรค อาจจะเริ่ม มาจากจุดตรงนั้น แล้วก็ระดมทรัพยากรทั้งหลายลงไปดําเนินการกันจุดนั้นเต็มที่ เพราะฉะนั้นเมื่อทํากันอย่างนี้ค่อนข้างมากแล้ว งานในด้านการปัองกันก็ลดน้อย ถอยลงไปกันอย่างนั้นจริง ๆ ผมต้องเรียนว่าที่เราได้พูดว่างานในด้านการปัองกันที่ มันลดน้อยถอยลงไปนั้น จริง ๆ จะมองเห็นได้ในหลายส่วน เช่น ในการให้บริการ ในการจัดการบริการงานสาธารณสุขที่ได้ดําเนินการกันไปนั้น งบประมาณทั้งหลายนั้น กระทรวงสาธารณสุขได้จัดสรรเปลี่ยนแปลงกันใหม่ งานบริหารงานสาธารณสุขเริ่มขาด ความชัดเจน หน่วยงานของภาครัฐในระดับประเทศนั้นที่รับผิดชอบการบริการสาธารณสุข แต่ก่อนนั้นมีกระทรวงสาธารณสุขได้ดูแลอย่างเดียว แต่ในปัจจุบันนี้ได้ขยายขอบข่ายงาน กันออกไปมีเปึน ๒ ส่วน กระทรวงสาธารณสุขในฐานะผู้ให้บริการ สํานักงานหลักประกัน สุขภาพก็เปึนเหมือนผู้ซื้อบริการ เพราะฉะนั้นงบประมาณทั้งหลายไปลงอยู่ที่สํานักงาน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. แล้วกระทรวงสาธารณสุขก็รับจะเปึนผู้ดําเนินการ ดูแลในเรื่องการให้บริการทั้งหลาย ช่วงเหล่านี้ที่เน้นลงไปแล้วก็เน้นไปเพื่อจะให้โครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคนั้นเปึนจริงขึ้นมา แล้วก็ได้เร่งรัดดําเนินการก็ใช้เงินเปึนตัวกระตุ้นในการให้บริการงานสาธารณสุขกัน เปึนอันมาก ส่วนเหล่านี้ทําให้งานในด้านการปัองกันนั้นค่อนข้างจะลดลงไปไม่ใช่น้อย ถ้าเราไปดูในระดับจังหวัดเราจะเห็นว่าในระดับอําเภอ เราจะเห็นว่าเดี๋ยวนี้นั้นได้จัดสรรกัน งบประมาณลงไปในส่วนของคณะกรรมการกลุ่มหนึ่ง เรียกว่าจัดเปึนคัพ (Cup) แล้วก็ให้ โรงพยาบาลเปึนเจ้าภาพใหญ่ งานสาธารณสุขซึ่งเปึนงานปัองกันนั้นก็เข้ามามีส่วนร่วม กันอยู่ด้วย โรงพยาบาลไหนที่ให้ความสําคัญในเรื่องของการปัองกันเยอะดูแลอย่างนั้นดี งานปัองกันก็รอดตัวไป แต่ว่าส่วนใหญ่แล้วเนื่องจากงบประมาณมีค่อนข้างจะจํากัด จําเขี่ยเต็มทีก็อาจจะถูกบีบถูกกันในส่วนของการที่จะเอาไปในงานของงานสาธารณสุข ซึ่งใช้ในงานปัองกันนั้นค่อนข้างจะน้อยลงไป การพิจารณากันไปทําให้งานต่าง ๆ ที่ได้ ดําเนินงานกันไปในเรื่องงานปัองกันนั้นค่อนข้างจะน้อย สาธารณสุขอําเภอในหลายที่ หลายแห่งบ่นกันมากมายว่างานเหล่านี้นั้นค่อนข้างจะได้รับการดูแลน้อยแล้วกลายเปึน ส่วนประกอบที่เล็กน้อยไป ขาดความสําคัญ ขาดการเน้นการให้ความสําคัญไปค่อนข้าง จะมากทีเดียว เพราะฉะนั้นงานเหล่านี้ต้องเรียนว่าทําให้งานสาธารณสุข งานในเรื่องของ ด้านการปัองกันนั้นค่อนข้างจะลดหายไปเลยทีเดียว ค่อนข้างจะน้อยลงไปทีเดียว เพราะฉะนั้นเราจะมองเห็นนะครับ โรคระบาดต่าง ๆ เริ่มมากขึ้น เมื่อไม่ช้าไม่นานนี้ เมื่อวันสองวันนี้ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขเองก็ออกมาประกาศว่ามีโรคไข้เลือดออก กําลังระบาดใหญ่อีกแล้ว ประกาศอย่างนี้กันมาเกือบจะทุกป้ ในช่วงหลังนี้ค่อนข้าง จะมากขึ้น แล้วก็จะมีโรคอื่น ๆ เพิ่มเติมกันมาอยู่เปึนประจํา เราจะเห็นว่างานเหล่านี้นั้น มันลดหย่อนลงไปจริง ๆ ครับ ผมอยากจะเรียนว่าในสมัยแต่ก่อนเรามีงานสาธารณสุข มูลฐาน ตั้งแต่ทําโอ่ง ทําส้วมน้ําสะอาด ในขณะนั้นมูลฐานอย่างนั้นเปึนความเดือดร้อน ของชาวบ้านจริง ๆ ยังไม่มีอะไรเลยครับ แต่พอทําไปเสร็จเรียบร้อยงานมูลฐานเหล่านั้น ก็ยกเลิกกันไป มีน้ํากันเรียบร้อย มีส้วมกันทุกหมู่บ้านทุกหลังคาเรือน มียาจําเปึนใช้ มีการใช้วัคซีนครบถ้วนทุกอย่างสมบูรณ์แบบเรียบร้อย ก็ยกเลิกงานสาธารณสุขมูลฐาน ส่วนนั้นไป ว่ากันตามจริงแล้วถ้าเราใช้แนวทางที่แต่ก่อนนั้นใช้กันมาค่อนข้างจะได้ผลมาก ก็คืองานสาธารณสุขมูลฐาน เพียงแต่เรายกระดับกันขึ้นมานะครับ อย่างน้อยก็ความจําเปึน พื้นฐานในงานสาธารณสุขที่มันจะพึงมีนั้น ชีวิตคนเรามันควรจะมีสักเท่าไร ควรจะ ยกระดับขึ้นมาแล้วก็ถือเปึนความจําเปึนพื้นฐานในงานสาธารณสุข แล้วก็ใช้แนวทาง ของสาธารณสุขมูลฐานนั้นดําเนินการกันไปครับ ซึ่งการทําอย่างนี้เปึนการดําเนินการ ที่เคยประสบความสําเร็จอย่างดียิ่งมาแล้ว รณรงค์ดําเนินการกันมาอย่างประสบ ความสําเร็จ เพราะฉะนั้นงานปัองกันทั้งหลายเหล่านี้มันก็มีโอกาสจะดีขึ้นมาได้ ถ้าเรา ได้จัดดําเนินการดูงานกันใหม่ เดี๋ยวนี้ก็ได้เนื้องานสําเร็จไประดับหนึ่งแล้วก็เลยยุบหาย กันไป งานต่าง ๆ ก็เปลี่ยนแปลงกันไปค่อนข้างจะมากทีเดียว เราจะเห็นว่าความสําคัญ ที่กระทรวง ที่หน่วยงานที่ผู้ที่รับผิดชอบงานของสุขภาพอนามัยนั้นให้ความสําคัญ ในเรื่องของการปัองกันน้อย เราจะเห็นได้มาจาก แม้แต่ในนโยบายนี้ แม้แต่เดี๋ยวนี้นะครับ ซึ่งแต่ก่อนนั้นเราจะพูดกันเลยครับ ปัองกันแล้วก็รักษาฟุ๋นฟูสุขภาพ แล้วก็ส่งเสริมสุขภาพ เดี๋ยวนี้มาขึ้นใหม่ถ้าดูจากในหนังสือ แม้แต่ในนโยบายของรัฐบาลเราจะขึ้นมาว่า พร้อมจะปฏิรูปบริหารจัดการสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพทั่วถึงและครบวงจร ทั้งการรักษาพยาบาล ฟุ๋นฟูสุขภาพ การปัองกันโรค และการส่งเสริมสุขภาพ การปัองกัน โรคไปอยู่หลัง ๆ แล้ว เพราะถือว่าไม่ได้สลักสําคัญอะไร ซึ่งต่างกับแนวทางในสมัยก่อน ๆ ที่ทํามา แล้วก็เปึนผลสําเร็จทําให้งานสาธารณสุขสุขภาพอนามัยของพี่น้องชาวบ้าน ได้ดีกันขึ้นมาจนถึงขณะนี้ ที่ผมเรียนอย่างนี้นั้นอยากจะให้เน้นในเรื่องของการปัองกัน ให้มากยิ่งขึ้น ปรับปรุงเพื่อจะให้แนวทางเหล่านี้ได้ดําเนินการกันมาอย่างดียิ่งกว่าที่เปึนมา ในปัจจุบันนี้นะครับ จริง ๆ ปัญหาในงานสาธารณสุข ในสุขภาพอนามัย ยังมีอีกมากมายหลายอย่าง ที่ยังเปึนปัญหา ก็ค่อนข้างจะเยอะอยู่มากมายทีเดียว นโยบายพัฒนาสุขภาพให้ประชาชนมีการปฏิรูป งานสาธารณสุข จริง ๆ แล้วก็ยังมีที่น่าจะทํากันให้ชัดเจน เช่น เรายังมีปัญหาอีกเยอะครับ ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ บุคลากรแพทย์ การขาดแพทย์ตามโรงพยาบาลชุมชน ปัจจุบันเกือบจะ ๒,๐๐๐ คน ก็ต้องเตรียมหากัน เพราะว่าการผลิตนั้นไม่ได้หมายความว่า ผลิตแป็ปเดียวจะได้เลยก็ต้องใช้เวลากันตามสมควร เพราะฉะนั้นน่าจะต้องจัดเตรียม แผนงานอะไรต่าง ๆ กันมา หรือว่าปัญหาต่าง ๆ ที่ยังมีอยู่คือการจะต้องส่งเสริมให้เกิด ความเปึนเอกภาพ มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน เพราะหน่วยงานดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชน ตอนหลังนี้ได้แยกกระจัดกระจายกันไปเยอะทีเดียวนะครับ จะมีคณะกรรมการสุขภาพ แห่งชาติ สช. หรือว่าคณะกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.หรือว่าสํานักงานหลักประกัน สุขภาพ สปสช. นะครับ และยังมีกระทรวงสาธารณสุข ๓-๔ หน่วย อย่างนี้ทําอย่างไร ที่จะให้มีความเปึนเอกภาพในแนวคิด มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน มันก็สามารถที่จะดําเนินการ ในงานเหล่านี้กันไปได้ แต่ว่าถ้ามีการขัดกัน มีการแย้งกัน การดําเนินการเหล่านั้น ก็เปึนอุปสรรคทําให้พี่น้องชาวบ้านนั้นเกิดความเดือดร้อนกันไปได้ ฉะนั้นก็อยากจะให้ ได้ตรวจสอบในเรื่องเหล่านี้กันดูด้วยแล้วก็ได้ช่วยกันปรับ แก้ไข หรือว่าพยายามจะ ดําเนินการเพื่อให้แนวทางเหล่านี้นั้นได้ดําเนินการกันไปได้ด้วยดี ผมต้องเรียนว่า จริง ๆ นั้นยังคงมีอีกหลายเรื่องที่เราจะมองเห็นในปัญหาของงานสาธารณสุขทั้งหลาย ในงานสุขภาพอนามัย แต่ว่าในส่วนหนึ่งนั้นที่ได้มีการเขียนว่า มีการเพิ่มคุณภาพของ หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่เขียนให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการอย่างไม่เปึนอุปสรรค ที่ท่านว่าอย่างนี้ ที่เขียนกันไว้อย่างนี้ ผมก็ค่อนข้างจะเปึนห่วง จริง ๆ ได้มีการอภิปราย ในเรื่องนี้แล้ว แต่ว่าในส่วนของพรรคที่อยู่ฝ์ายตรงข้ามกับรัฐบาลนั้น ผมเองก็คงจะต้อง ชี้กันให้เห็นด้วยเหมือนกันว่า แนวคิดที่เรามีนั้นเราคิดกันอย่างไร เมื่อวานมีการพูดถึงคือ การที่ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรยาหรือว่า ซีแอล (CL) ที่ว่านี้ ผมต้องเรียนว่าที่เอาเรื่องนี้ มาพูดกันจริง ๆ มันจะไม่ได้มาพูดกันมากมายอย่างนี้ ถ้าท่านรัฐมนตรีซึ่งจะเปึน คนถือนโยบายสําคัญ ท่านออกมาถึงแล้วก็คิดว่าจะมีการทบทวน จะมีการดูกันว่า จะทํากันอย่างไร การให้สัมภาษณ์ของท่านแต่ละครั้ง แนวโน้มก็คือไม่เห็นด้วยกับการที่ จะมีซีแอล หรือว่ามีสิทธิใช้สิทธิตามสิทธิบัตรยา เมื่อวานมีการพูดจาเปึนรายละเอียด ผมจะเพิ่มเติมในบางส่วนไปเท่านั้นเอง ก็คือเปึนที่ทราบกันว่ายาใหม่ ๆ หลายตัวนี่นะครับ เปึนยาที่ผลิตออกมา ผลิตออกมาแล้วบริษัทก็มีสิทธิบัตร คือมีสิทธิบัตรสามารถจะใช้ยานี้ ได้ไปอย่างน้อยก็ ๒๐ ป้ แล้วก็หลังจากนั้นก็ว่ากันไปนะครับ ก็เอามาดําเนินการกันได้ แต่ในช่วงระยะที่ยังมีสิทธิบัตรอยู่นั้น ยาจะซื้อจะขาย ตั้งราคากันอย่างไรแทบจะควบคุม กันไม่ได้เลยครับ เพราะฉะนั้นยาแต่ละตัวนั้นที่มีสิทธิบัตรมันจะมีราคาแพงกันค่อนข้าง จะมากไม่ใช่ว่าแพงมากธรรมดา มันจะมาก ๆ ขึ้นไป เพราะว่ามันสามารถจะตั้งกัน ได้เองว่ากันได้เอง ยาตัวไหนเปึนยาสําคัญยิ่งตั้งกันได้มากขึ้นไปอีกครับ ตั้งกันไปทุกคน ก็ต้องไปยอมซื้อกันมา แต่ว่าในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิบัตร ไม่ว่าจะเปึนประเทศใด ในบ้านเราเองนั้นก็ตาม เราให้สิทธิพิเศษในบางส่วนในการที่จะให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรยานี้ คือสามารถที่จะเอายาเหล่านี้เมื่อมีความจําเปึนกันขึ้นมาจริง ๆ เอายาเหล่านี้นั้น มาดําเนินการเอามาใช้กันได้ เพราะฉะนั้นยาเหล่านี้เปึนยาจําเปึนก็สามารถดําเนินการใช้ได้ องค์การอนามัยโลก หรือว่าองค์การค้าระหว่างประเทศก็ไม่ได้ขัดข้อง ก็มีกฎเกณฑ์อย่างนี้ เอาไว้ให้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นยาชื่อสามัญเหล่านี้เราสามารถที่จะเอามาดําเนินการ แล้วก็เอามาใช้กันได้ โดยมีข้อแม้แต่เพียงว่ายานี้จะต้องใช้เปึนยาที่ไม่เอาไปเปึนการค้า และจะต้องไม่เอากําไรถ้าเอามาดําเนินการ และนอกจากนั้นจะต้องไปเสียค่าสิทธิบัตร ให้เขาด้วย เพียงแต่ว่ายานี้เอามาแล้ว อย่างกระทรวงสาธารณสุขถ้าดําเนินการกันมา ก็เอามาใช้กันอยู่ในกระทรวง ดําเนินการโดยองค์การเภสัชกรรม แล้วก็ให้หน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐเอาไปใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ต่อพี่น้องชาวบ้านที่เดือดร้อน คนเหล่านั้นค่อนข้างจะ ไม่มีโอกาสที่จะเข้าถึงยาเหล่านี้หรอกครับ เพราะฉะนั้นยาเหล่านี้จึงเปึนยาจําเปึนที่จะ เอาไปใช้ ยาที่ทําตามสิทธิบัตรยานั้นจะเปึนยาเอดส์ (AIDS) เสีย ๒ ตัว เปึนยาหัวใจเสีย ๑ ตัว เปึนยามะเร็งเสีย ๔ ตัว เพราะฉะนั้นยาเหล่านี้เปึนยาจําเปึน เราก็ดูแล้วไม่ได้ผิดกฎ ผิดเกณฑ์ แล้วก็ต้องใช้กันเพื่อแต่ในงานอย่างนี้ เพื่อดูแลพี่น้องชาวบ้านอย่างนี้ ราคาก็จะ ถูกกว่ากันมากมายหลายเท่า เพราะฉะนั้นส่วนเหล่านี้นั้นจึงเปึนความจําเปึนที่จะเอามา ใช้ในงานด้านสาธารณสุข ในฐานะที่อยู่ในกระทรวงสาธารณสุขผมคิดว่าท่านรัฐมนตรี น่าจะให้การสนับสนุนเต็มทีเพราะว่าต้องดูในเรื่องของคนไข้ คนเจ็บ คนป์วย ส่วนการเจรจากัน อย่างไรนั้นก็ต้องไปว่ากัน ก็ไปดําเนินการกัน ผมคิดว่าเวลาคงจะหมด เพียงแต่ว่าก็ได้แสดง เอาไว้ว่าอย่างน้อยเราให้การสนับสนุนว่า ยาเหล่านี้ควรจะเอาไปใช้ดําเนินการโดยใช้ ซีแอลยาอย่างที่ว่านี้ ถ้ามีการถามว่าถ้าผมไปอยู่ในกระทรวงสาธารณสุขจะดําเนินการ อย่างนี้ไหม ผมทํานะครับ เพราะว่าอย่างน้อยเพื่อจะได้ดูแลชาวบ้านที่เดือดร้อน ที่ยังยากจนอีกมากมายนั้นได้ดําเนินการไปตามนี้ ส่วนการเจรจาอย่างไรนั่นว่ากัน อีกตอนหนึ่งว่าออกมาเปึนอย่างไร เพราะว่ามันยังมีขั้นตอนอีกเยอะแยะทีเดียวนะครับ แต่ผลประโยชน์ของกระทรวง ของคนไข้นั้นก็ต้องเปึนส่วนที่เรารับผิดชอบดูแล ที่พูด อย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าจะไปหาเสียง เพราะว่าคนเหล่านั้นก็เปึนผลงานของรัฐมนตรี หรือว่าคณะเก่า ๆ ที่เขาดําเนินการกันมา แต่ว่าสิ่งที่พูดนั้นอยากจะชี้ให้เห็นว่าอะไร ควรจะเปึนอย่างไร แสดงจุดยืนกันไว้เท่านั้นเอง ผมคงมีเวลาที่เกินเลยกันไปแล้ว ต้องขออภิปรายเพียงเท่านี้ละครับ
ขอบคุณครับ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย เขต ๒ พรรคพลังประชาชน ก่อนอื่นผมก็ ขอกราบเรียนท่านประธานในเรื่องที่พี่น้องชาวเชียงรายได้ฝากมากราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาล จังหวัดเชียงรายเปึนเมืองหน้าด่านที่ไปสู่สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ สู่ประเทศจีน พม่า ลาว ท่านประธานครับ หลังจากเกิดการปฏิวัติรัฐประหารชาวเชียงรายเดือดร้อน โครงการต่าง ๆ ที่จะเชื่อมโยงเพื่อที่จะเปึนโครงสร้างพื้นฐาน จะประกาศเขตเศรษฐกิจ พิเศษที่จังหวัดเชียงรายล่มสลายลง โครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจยืดยาวออกไป ความหวัง ของพี่น้องคนเชียงรายห่างหายไปเยอะ วันนี้ฝากบอกว่าให้มานําเรียนในวันที่แถลงนโยบาย เผื่อโครงการต่าง ๆ นั้นจะได้กลับมาสู่พี่น้องชาวเชียงราย แล้วก็เปึนประโยชน์ต่อพี่น้อง คนไทยทั้งประเทศ ท่านประธานครับ
เรื่องแรก ท่าเรือขนส่งสินค้าที่อําเภอเชียงแสน ซึ่งรัฐบาลก่อน ๆ ได้ดําเนินการมา ไม่ทราบว่าขณะนี้ท่าเรือขนส่งสินค้านั้นดําเนินการไปถึงไหน
เรื่องที่ ๒ สะพานข้ามแม่น้ําโขงซึ่งเปึนสะพานนานาชาติเชื่อมโยงประเทศจีน ลาว ไทย โดยที่ประเทศไทยได้ให้เงินกู้ผ่านเอดีบี (ADB) ร่วมกับประเทศจีน ขณะนี้ถนนเสร็จแล้วเหลือแต่สะพาน เปึนความหวังของพี่น้องเชียงรายว่าจะมีโอกาส ได้ค้าขายกับประเทศจีนและประเทศลาว
เรื่องที่ ๓ ทางด่วนไฮเวย์ (Highway) ระหว่างจังหวัดเชียงใหม่มาจังหวัด เชียงรายเชื่อมโยงลูพ (Loop) การท่องเที่ยว อันนี้ก็เปึนความหวังที่ว่าพี่น้องชาวเชียงราย กับเชียงใหม่จะได้มีโอกาสให้นักท่องเที่ยวไปมาหาสู่กันได้เร็วขึ้น ลดระยะเวลาที่จะอยู่ใน จังหวัดต่าง ๆ ให้น้อยลง แล้วเพื่อได้ท่องเที่ยวมากขึ้น
โครงการที่ ๔ โครงการรถไฟสายเด่นชัย–เชียงราย อันนี้สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดเชียงรายเสียชีวิตไปหลายรุ่นแล้วครับ แต่โครงการนี้ยังไม่เกิด ก็หวังว่าจะเกิดในรัฐบาลชุดนี้ชาวเชียงรายขอฝากท่านไว้อีกโครงการหนึ่งครับ
เรื่องสุดท้าย เรื่องเอกสารสิทธิ พื้นที่เลือกตั้งของผมทั้ง ๙ อําเภอเปึนภูเขาสูง มีพื้นที่การท่องเที่ยวที่สําคัญของประเทศอยู่ ๓ แห่ง คือผาตั้ง ภูชี้ฟัา แล้วก็ประตูสยาม ติด ๑ ใน ๑๐ ของประเทศไทยที่มีนักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวมากที่สุด ดังนั้นความหวัง ของชาวเชียงรายก็หวังว่าท่านประธานคงจะบอกไปยังรัฐบาลว่าช่วยดําเนินการด้วย
ท่านประธานครับ โครงการเร่งด่วนรถไฟฟัา ๙ สาย ใช้เงินอยู่ ๕ แสนล้าน ผมอยากจะฝากท่านประธานเรื่องของถนนใยแมงมุม ถนนลักษณะใยแมงมุมสู่ไร่นา ของพี่น้องเกษตรกร มันเปึนเส้นเลือดฝอยที่จะขนผลผลิตการเกษตรไม่ให้ช้ํา ไม่ให้ เสียหาย เข้าสู่เส้นเลือดใหญ่คือถนนเมน (Main) แล้วส่งไปยังภูมิภาคต่าง ๆ สําคัญมาก ผมเดินทางไปประเทศญี่ปุ์น เกษตรกรญี่ปุ์นร่ํารวยมาก ทําไมครับ ทุ่งนามีถนนลาดยาง เข้าสู่ทุ่งนา มีบ่อเก็บกักน้ํา มีเสาไฟ ไฟฟัาในฟาร์มเรียบร้อยหมด มีบ่อบาดาล เท่านี้แหละ คือการพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืน ผมหวังว่าครั้งนี้รัฐบาลประชาธิปไตย หวังว่า พรรคร่วมรัฐบาลน่าจะช่วยท่านให้ความสําคัญเรื่องถนนใยแมงมุม ซึ่งพรรคพลังประชาชน ก็ได้นําเสนอไว้ก็หวังว่าท่านจะบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติการของรัฐบาลนะครับ
เรื่องยางพารา ท่านประธานครับ ถึงแม้ว่าจะมีข่าวการทุจริตคอร์รัปชัน แต่วันนี้ก็ยังไม่สามารถที่จะจับใครมาดําเนินคดีได้ พี่น้องชาวเชียงรายถากถางพื้นที่ ขุดหลุมเตรียมรอรับกล้ายาง ๓ ป้แล้วครับ ไม่ได้ทําประโยชน์อะไรเลย รอรับการส่งเสริม การปลูกยาง ผมขอให้แยกแยะเรื่องการคอร์รัปชันทุจริตออกไป ความหวังของพี่น้อง เกษตรกรที่อยากจะมีต้นยางเหมือนคนภาคใต้เขาบ้าง ทั้ง ๆ ที่ผลผลิตก็ดีกว่า ฤดูการกรีด ก็มากกว่า ๙ เดือน ผลผลิตน้ํายางก็คุณภาพมากกว่า เรามีความหวังมาก ขอให้ท่าน ส่งเสริมต่อนะครับ ประเทศไทยส่งยางเปึนอันดับหนึ่งของโลก เราจะต้องรักษาอันดับนี้ไว้ การที่จะรักษาลําดับการส่งออกเปึนอันดับหนึ่งของโลกนั้น ต้องอาศัยพื้นที่การผลิต ต้องอาศัยอุตสาหกรรม สุราษฎร์ธานีเปึนจังหวัดที่มีผลผลิตยางมากที่สุด นิคมอุตสาหกรรม ยางพาราต้องเกิดเพื่อให้รักษาการเปึนอันดับหนึ่งของโลกในระยะยาว ประเทศญี่ปุ์น และประเทศสิงคโปร์ไม่มีต้นยางสักต้นครับ แต่สามารถเปึนเจ้าตลาดขายยางพารา ไปทั่วโลก ดังนั้นเราเปึนผู้ผลิตอันดับหนึ่งของโลก ส่งออกอันดับหนึ่งของโลก ฝากท่านประธานว่าส่งเสริมกันอีกนิดหนึ่งแล้วเราจะเปึนมหาอํานาจทางด้านยางพารา ของโลก ขอบคุณแทนพี่น้องชาวเชียงรายที่ผมได้มีโอกาสได้มากราบเรียนท่านประธาน ขอบคุณครับ
รักษาเวลาได้ดีมากครับ ขอบคุณมาก ท่านนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ผมมีประเด็นที่จะมาพูดคุยกับ ท่านประธานผ่านไปสู่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ การดูแลสุขภาพของประชาชน ท่านประธานทราบไหมครับว่า ตั้งแต่ผมฟังการอภิปราย ของเพื่อนสมาชิกมา ๒ วัน จะมีกระทรวงสาธารณสุขอยู่กระทรวงเดียวที่ผมเปึนห่วง มากที่สุดครับ จุดที่ผมเปึนห่วงเพราะว่าวิสัยทัศน์ของรัฐมนตรีว่าการ ก่อนที่จะมี การอภิปรายในวันนี้ท่านได้แสดงวิสัยทัศน์ต่าง ๆ เยอะแยะไปหมด จนทําให้ทีมสาธารณสุข ของพรรคประชาธิปัตย์นั้นสับสน ดังนั้นผมจะขออนุญาตครับ ขออนุญาตสรุปประเด็นสั้น ๆ ในฐานะว่างานของกระทรวงสาธารณสุขที่รัฐมนตรีว่าการควรจะทํานั้นมีอยู่ ๔ งานใหญ่ ๆ
งานที่ ๑ งานรักษาพยาบาล งานรักษาพยาบาลท่านรัฐมนตรีมีหน้าที่ ทําอย่างไรให้ประชาชนได้รับการรักษาที่สะดวก รวดเร็ว และได้รับยาที่มีคุณภาพมาตรฐาน
ข้อ ๒ งานส่งเสริมสุขภาพ รัฐมนตรีก็มีหน้าที่ในการทําอย่างไรให้ส่งเสริม สุขภาพให้ประชาชนมีสุขภาพที่แข็งแรง
ข้อ ๓ งานปัองกันโรค ท่านก็มีหน้าที่ทําอย่างไรให้ประชาชนคนไทยทุกคน ไม่มีการติดเชื้อของโรคต่าง ๆ ที่มีการระบาด ตลอดจนโรคที่ไม่มีการติดต่อจากการติดเชื้อ และ
ข้อ ๔ งานฟุ๋นฟูสภาพหลังจากประชาชนเจ็บป์วยแล้ว ก็คือทําอย่างไร ให้สุขภาพแข็งแรง
นี่คือกรอบงานหลัก ๆ ถ้ารัฐมนตรีจับกรอบงานหลัก ๆ ๔ ข้อนี้ไม่ได้ ผมเชื่อว่าท่านจะไม่ออกทิศออกทางเท่าไร วันนี้ท่านไปซ้ายที ขวาที เมื่อวานตอนอ่านข่าว ก็ตกใจ แต่ไม่เปึนไรครับ เราเข้าสู่เนื้อหาของนโยบาย ท่านนายกรัฐมนตรีได้บอก นโยบายในหัวข้อ ๒.๓.๑ เรื่องเพิ่มคุณภาพของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างไม่มีอุปสรรค การเพิ่มคุณภาพและเข้าถึงบริการ ถ้าพูดภาษาชาวบ้านสั้น ๆ ก็คงจะหมายถึงว่าทําอย่างไรให้ตรวจได้รวดเร็วภายใต้ ความพร้อมของบุคลากรและทําอย่างไรให้ได้รับยาดี มีมาตรฐานในทุก ๆ ชนิดของยา ผมจึงมีคําถามฝากไปยังรัฐมนตรีที่จะต้องมาตอบพวกเรา ๒ เรื่อง ๒ ข้อ ๒ ประเด็น ดังต่อไปนี้ครับ
ข้อ ๑ ท่านรัฐมนตรีมีแผนการ หรือโครงการ หรือมาตรการอย่างไรที่จะทําให้ ประชาชนเวลาเจ็บป์วยเข้าถึงระบบบริการ ภายใต้การตรวจของแพทย์ หรือทีมงานแพทย์ ด้วยความรวดเร็ว
ข้อ ๒ ท่านรัฐมนตรีมีมาตรการอย่างไรในการรองรับว่าหลังจากประชาชนนั้น ตรวจรักษาแล้ว หรือรับการรักษาในโรงพยาบาลแล้วจะได้เข้าถึงยาที่มีมาตรฐาน รวมทั้ง ยามะเร็งด้วย สิ่งที่ผมจะต้องถามอย่างนี้เนื่องจากว่าผมไม่มั่นใจครับ ถ้าท่านรัฐมนตรี ยังคิดในกรอบเดิมและยังไม่เข้าใจงานสาธารณสุขท่านจะหลงทิศหลงทางครับ
ผมจะสรุปเปึนประเด็นปัญหาให้ฟังสั้น ๆ วันนี้กระทรวงสาธารณสุขนั้น มีปัญหาเรื่องบุคลากรเปึนอย่างยิ่งครับ ผมได้รับการประสานงานจากบุคลากรของ กระทรวงสาธารณสุขให้มาบอกกับรัฐมนตรี เหตุผลที่จะต้องบอกกับรัฐมนตรีในที่ประชุม แห่งนี้ เพราะว่าประชาชนทั้งประเทศฟังครับ เวลาประชาชนทั้งประเทศรับรู้แล้วจะได้รู้ว่า ถ้ารัฐมนตรีไม่แก้ไขปัญหานี้ ถือว่ารัฐมนตรีนั้นต้องรับผิดชอบ กลุ่มแรกที่ฝากผมมาคือ พยาบาล วันนี้พยาบาลตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศขาดแคลนอย่างมหาศาล เปึนการขาดแคลนที่แปลกประหลาดครับ เพราะว่าเราไม่ได้ขาดแคลนที่การผลิต วันนี้ หน่วยงานในการผลิตพยาบาลต่าง ๆ ผลิตพยาบาลออกมาได้เยอะ แต่การขาดแคลน พยาบาลนั้นเปึนการขาดแคลนที่กรอบอัตรากําลัง ซึ่งเปึนผลพวงจากการปฏิรูประบบ ราชการของรัฐบาลของพวกท่านที่ทํามาเมื่อประมาณ ๔–๕ ป้ที่ผ่านมา ท่านปฏิรูป ระบบราชการ แล้วท่านฟรีซ (Freeze) กรอบอัตรากําลังต่าง ๆ ไว้หมด รวมทั้งพยาบาลด้วย ไม่ให้มีการบรรจุ ผลพวงไม่ให้มีการบรรจุเท่ากับว่าวันนี้เขาเลือกเอาระหว่างว่าจะมาเปึน พนักงานของรัฐในโรงพยาบาลรัฐหรือไปอยู่โรงพยาบาลเอกชน ดังนั้นพยาบาลจํานวน ไม่น้อย เขาบอกเขาไม่มาอยู่โรงพยาบาลรัฐ เขาอยู่โรงพยาบาลเอกชนเขาได้เงินหรือ ค่าตอบแทนมากกว่า ปรากฏว่าโรงพยาบาลรัฐขาดแคลนพยาบาล ผลของการขาดแคลน ฟังแล้วน่าอนาถใจครับ เขาบอกว่าคุณหมอลองคิดดูนะครับว่า พยาบาลอายุตั้ง ๕๐ กว่ายังต้องมาอยู่เวร ๘ ชั่วโมง เวรบ่าย เวรดึก หลายคนไม่เข้าใจเวรบ่าย เวรดึกคืออะไร เวรบ่ายคือ ๔ โมงเย็นถึงเที่ยงคืน เวรดึกคือเที่ยงคืนถึง ๘ โมงเช้าครับ เขาจึงฝากถามมาว่าแล้วจะทําให้เขาบริการประชาชน ให้มีคุณภาพได้อย่างไรครับ จึงฝากรัฐมนตรีประเด็นนี้เรื่องพยาบาล
เรื่องที่ ๒ ก็คือบุคลากรทางด้านสาธารณสุขระดับตําบล หรือหมออนามัย หรือสาธารณสุขระดับตําบล กลุ่มนี้นับว่าเปึนกลุ่มที่มีความสําคัญมากที่สุดในการดูแลสุขภาพ ของประชาชนทั้งประเทศ เพราะว่าเปึนโครงสร้างระดับล่างสุดของกระทรวงสาธารณสุข ที่จะสัมผัสประชาชนในทุก ๆ ปัญหาและทุก ๆ งานใน ๔ งานที่ผมได้กล่าวเรียนไปแล้ว กลุ่มนี้นอกจากขาดแคลนกําลังคนแล้วยังขาดขวัญกําลังใจครับ ขณะนี้กําลังมีการปฏิรูป โครงสร้างแบ่งเปึน ๔ แท่ง เขาบอกว่าก่อนจะเข้าแท่งอย่างไรขอได้โปรดให้เขาได้มีโอกาส โดยเฉพาะหัวหน้า เมื่อไรเขาจะได้ซี ๗ ครับ ขณะที่หน่วยงานอื่น ๆ เขารอซี ๗ กันมา ตั้งนานแล้วครับ ดังนั้นจึงฝากรัฐมนตรีอีก ๑ งาน และ
กลุ่มที่ ๓ ที่เปึนกลุ่มสําคัญคือกลุ่มแพทย์ การขาดแคลนแพทย์นี่เกิดมา ตั้งนานแล้วนะครับ เกิดมาตั้งแต่สมัย ๒๐–๓๐ ป้ที่ผ่านมานั้นและวันนี้ก็ยังขาดแคลนอยู่ ผมจะบอกให้เลยว่าวันนี้กระทรวงสาธารณสุขยังเดินผิดทิศผิดทางอยู่ครับ ลองฟังแนวคิด ประชาธิปัตย์นะครับว่าเราจะแก้ปัญหาเรื่องแพทย์อย่างไร ผมจะสรุปให้ฟังเปึน ๒ กรณี เรื่องการขาดแคลนแพทย์ ปกติที่ผ่านมาเราผลิตแพทย์อยู่ ๒ อย่าง แพทย์ในระบบที่ ๑ ในสมัยก่อนที่เรียกว่าแพทย์ที่เกิดจากการเอนทรานซ์ ก็คือนักศึกษาที่จบ ม. ๖ สอบเข้า มหาวิทยาลัย หรือสมัยนี้เรียกว่า แอดมิชชัน และแพทย์ระบบที่ ๒ คือแพทย์ในโครงการ ผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบทเพื่อไปรองรับประชาชนในชนบท แพทย์ในกลุ่มแรกนี่ผมไม่ติดใจ วันนี้ในระบบแอดมิชชันรับเด็ก ม. ๖ เก่ง ๆ อยากจะไปเรียนแพทย์ที่ไหนก็ไปเรียน ไม่เปึนไรครับ จบไปแล้วจะไปใช้ทุนที่ไหนก็ไม่เปึนไร แต่ท่านทราบไหมครับว่าช่วง ๒๐-๓๐ ป้ที่ผ่านมา ในโครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบทปรากฏว่าแพทย์เหล่านี้อยู่ใน ชนบทน้อยมาก ซึ่งก็ไม่น่าจะต้องตําหนิ เพราะเด็กวัย ๑๗–๑๘ ป้ ที่เรียนหนังสือเก่ง ๆ ซึ่งบ้านอยู่ในชนบทเปึนเรื่องธรรมดาที่เขาจะกระตือรือร้นครับ ยังต้องการสร้างเนื้อ สร้างตัว จึงไม่แปลกที่เมื่อเขาใช้ทุนเสร็จแล้วเขาจําเปึนที่จะต้องเข้าไปอยู่ในเมือง หรือมาอยู่ในกรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์มีข้อเสนอดังนี้ครับ โดยเฉพาะการผลิตแพทย์ เพื่อชาวชนบท ลองเปลี่ยนกรอบในการรับใหม่ครับ เป่ดโอกาสให้บุคลากรสาธารณสุข ก็คือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ไม่ว่าจะเปึนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับตําบล พยาบาล เทคนิคการแพทย์ หรือบุคลากรที่ทํางานในโครงสร้างสาธารณสุขที่อยู่ในระดับชุมชน หรือตําบล คนพวกนี้ทํางานมาไม่น้อยกว่าสัก ๗-๑๐ ป้ ถือว่ามีความผูกพันกับพื้นที่ มีความรักความผูกพันกับพื้นที่ มีวุฒิภาวะที่สูงพอสมควรสามารถสอบผ่านข้อเขียน ในกรอบที่กระทรวงหรือคณะแพทยศาสตร์กําหนด แล้วผมเชื่อว่าคนกลุ่มนี้จะสามารถ ไปทํางานรับใช้ประชาชนในชนบทได้ โดยเรากําหนดเงื่อนไขว่าให้คนกลุ่มนี้จะต้องเปึน แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป หรือหมอรักษาโรคทั่วไป และผมเชื่อว่าแนวทางนี้จะเปึนแนวทาง ในการกระจายแพทย์ไปสู่ชนบทได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผมถือว่าเปึนการสร้างขวัญ กําลังใจให้กับบุคลากรที่เสียสละมาไม่น้อยกว่า ๗ ถึง ๑๐ ป้ครับ ฝากรัฐมนตรีนะครับ เปึนโจทย์ เปึนการบ้านที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอไว้ให้ และอีกเรื่องหนึ่ง ในการเข้าถึงแพทย์ หรือเข้าถึงระบบบริการ วันนี้ประชาชน ท่านประธานทราบดีนะครับว่าประชาชนมีบัตร รักษาพยาบาล ๑ ใบ ไปได้แค่ ๒ ที่ครับ สถานที่ที่ ๑ ที่ไปได้ก็คือสถานีอนามัย และสถานที่ที่ ๒ คือโรงพยาบาล ไปอนามัยไม่ค่อยเจอหมอครับ เดี๋ยวรัฐมนตรีอาจจะ มาตอบผมพรุ่งนี้ก็ได้ว่าใน ๑ สัปดาห์หมุนเวียนหมอไป ๑ ครั้ง แต่ขอโทษทีครับท่านประธาน โครงการนี้ไม่จริงครับ เพราะว่าโรงพยาบาลเขาก็ขาดหมออยู่แล้ว เวลาผู้ใหญ่จี้ทีเขาหมุนไป ทีหนึ่งครับ แต่ถ้าไม่จี้ก็ไม่ไปครับ เพราะว่าผมยังคลุกคลีกับบุคลากรเหล่านี้อยู่ ดังนั้น เราเสนอวิธีคิดใหม่ให้เผื่อรัฐบาลจะเอาไปใช้ วันนี้ประชาชนที่เจ็บป์วยส่วนใหญ่ไปออกันที่ โรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลใหญ่ หรือโรงพยาบาลจังหวัด ไปกันทีเสียเวลา ไม่น้อยกว่า ๒–๓ ชั่วโมง หรือครึ่งวัน โรคส่วนใหญ่ที่ไปรักษาส่วนใหญ่แล้วทฤษฎีบอกไว้ ชัดเจนว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์เปึนโรคพื้นฐานหรือโรคทั่วไป ท่านสมาชิกอาจจะไม่ทราบว่า โรคเหล่านี้คืออะไรครับ ก็คือปวดหัว ตัวร้อน เปึนหวัด ไอ มีน้ํามูก ท้องเสีย ความดัน เบาหวาน ถือว่าเปึนโรคพื้นฐานที่สามารถรักษาโดยแพทย์ขั้นพื้นฐานได้ เรามีคลินิกที่มี ศักยภาพกระจายอยู่เต็มไปหมดทั้งประเทศไทย เปึนไปได้ไหมที่ว่ารัฐบาลจะเป่ดโอกาส ให้คลินิกเหล่านี้มาจับมือกับรัฐบาลในการดูแลประชาชน เน้นไปที่โรคพื้นฐานครับ ประชาชนปวดหัว ตัวร้อน เปึนหวัดไม่ต้องไปโรงพยาบาล เข้าคลินิกครับ รัฐบาลดูแล ค่ารักษา และผมจะบอกให้นะครับว่าต้นทุนในการรักษาโรคพื้นฐานถูกมาก แค่ประมาณ ร้อยกว่าบาทเอง แต่ถ้ารัฐบาลดูแลเองต้นทุนในการรักษาโรคพื้นฐานจะตกประมาณ ๒๐๐ กว่าบาท ดังนั้นในระยะยาวแล้วในการดูแลประชาชนเหล่านี้รัฐบาลจะประหยัด ค่าใช้จ่ายเปึนอย่างยิ่ง จึงฝากกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเปึนประเด็นที่ ๒ ว่า จะเอาคลินิกเข้ามาร่วมโครงการในการดูแลประชาชนไหม
และประเด็นใหญ่อีกประเด็นหนึ่งคือการเข้าถึงยา เรื่องนี้ต้องคุยกันอีก นิดหนึ่งครับ เพราะรัฐมนตรีก็จะพูดอยู่แล้วว่าเป่ดมาปุ็บทบทวนยาโดยไม่ทําอะไรครับ ผมอยากจะบอกกับรัฐมนตรี ถ้าถามผมจากใจแล้วผมเชื่อว่าวันที่รัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า จะทบทวนยา ท่านยังไม่รู้ว่าซีแอลยาคืออะไรครับ เพราะขนาดผมเปึนหมอ คลุกคลีกับ วงการนี้กว่าจะศึกษาเรื่องนี้อย่างเข้าใจใช้เวลาเปึนเดือน ซีแอลยานั้นเปึนหลักการพื้นฐาน ที่ให้ประชาชนเข้าถึงยา โดยเฉพาะโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง เปึนหลักการขั้นพื้นฐานที่ให้ ประชาชนเข้าถึงยาโดยเฉพาะโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง เปึนหลักการทางมนุษยธรรมครับ เพื่อผลประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ทางการค้า แล้วก็หลักการนี้ไม่ขัดกับ กฎหมายระหว่างประเทศ แม้กระทั่ง พ.ร.บ. สิทธิบัตร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๑ ยังกําหนดให้กระทรวง ทบวง กรม นั้นสามารถทําซีแอลยาได้ และท่านทราบไหมครับว่า กลุ่มประชาคมโรคเอดส์เขาได้ต่อสู้ซีแอลตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ ใช้เวลาประมาณ ๘ ป้ จนกระทั่ง ประสบผลสําเร็จ วันนี้รัฐมนตรีเป่ดมาปุ็บจะประกาศทบทวนซีแอลยา ๔ รายการ และผม จะบอกเลยครับ ผมเชื่อว่าวันนี้รัฐมนตรียังไม่รู้ว่ายาซีแอล ๔ รายการที่ท่านจะทบทวน มียารักษาโรคมะเร็งอะไรบ้าง ๑. รักษามะเร็งเต้านมครับ ท่านรู้ไหมครับว่ากลุ่มที่เสี่ยง เปึนมะเร็งเต้านมที่สุดคืออะไร คือกลุ่มแม่บ้านครับ ท่านไม่เห็นใจแม่บ้านหรือ ๒. มะเร็งเม็ดเลือดขาว กลุ่มคนที่เสี่ยงกับมะเร็งเม็ดเลือดขาวมากที่สุดก็คือกลุ่มเด็กครับ ท่านไม่เห็นใจเด็กหรือ อันที่ ๓ คือกลุ่มรักษามะเร็งปอด และอันที่ ๔ ก็คือมะเร็ง กระเพาะอาหาร ซึ่ง ๒ กลุ่มนี้ก็ถือว่าอยู่ในกลุ่มวัยกลางคนถึงผู้สูงอายุ ดังนั้นจึงอยาก จะให้ท่านรัฐมนตรีใจเย็น ๆ ครับ ศึกษาปัญหาให้รอบคอบและสิ่งที่ผมกังวลใจและตกใจ นิดหนึ่ง เมื่อ ๒–๓ วันครับ ผมมีเพื่อนเปึนหมอทางด้านมะเร็งเขาโทรมาบอก เขาบอก เขาแปลกใจว่าบริษัทยาที่ท่านรัฐมนตรีกล่าวแล้วมีการพาดพิงถึงบอกว่าจะมีผลกระทบ ต่อการกีดกันทางการค้าจากอเมริกา ปรากฏว่าไม่ใช่ผลประโยชน์โดยตรงกับอเมริกา บริษัทยาที่เกี่ยวข้อง ๓ บริษัท ในยา ๔ ตัว ๑. โนวาติส ๒. โรช ๒ บริษัทนี้เปึนของ สวิตเซอร์แลนด์ และอีกบริษัทหนึ่งซาโนฟ้ืเปึนบริษัทของประเทศฝรั่งเศส หลายคน ก็แปลกใจว่าของยุโรปทําไมอเมริกาต้องมาเกี่ยวข้องตรงนี้ ท่านก็อาจจะตอบผมว่า เขาอาจจะมีการล็อบบี้ประเทศอเมริกาเพื่อให้กีดกันทางการค้าไทย ไม่เปึนไรครับ ผมได้อ่านบทสัมภาษณ์ของท่านรองประธานกรรมการด้านกฎหมายและการค้า ระหว่างประเทศของสภาหอการค้าไทย นักธุรกิจให้สัมภาษณ์ผ่านหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ ๑๗ ที่ผ่านมา เขาบอกว่ารัฐบาลเกาไม่ถูกจุด รัฐบาลกําลังหลงทางครับ ปัญหาของซีแอลยาไม่ใช่เปึนปัญหาของการกีดกันทางการค้า ปัญหาของการกีดกัน ทางการค้าเปึนปัญหาเรื่องเทปผี ซีดี (CD) เถื่อน ดังนั้นอยากจะย้ําครับ ผมแปลกใจ กับท่าทีของรัฐมนตรีเปึนอย่างยิ่ง ยิ่งประกอบกับวันนี้ได้อ่านหนังสือพิมพ์ฉบับวันที่ ๑๙ มาฟังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ พ.ร.บ. ควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจะมีผลเมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และรัฐมนตรีจะต้อง ออกกฎกระทรวงครับ แต่ปรากฏว่าเจตนาของกฎหมายฉบับนี้ต้องการให้ประชาชนละ ลด เลิกการกินเหล้า แต่รัฐมนตรีบอกว่าการห้ามโฆษณาเหล้าไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า คนจะดื่มเหล้าน้อยลง งงไหมครับ แปลกไหมครับ เพราะก่อนหน้านี้มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่า การโฆษณาจะเปึนการยั่วให้มีการดื่มมากขึ้น และท่านก็ให้สัมภาษณ์ว่าถ้ายิ่งจํากัดเวลา การขายมันจะทําให้การขายเหล้าดีขึ้น แปลกนะครับ แล้วท่านก็บอกว่าธุรกิจเหล้า เปึนธุรกิจที่ยิ่งใหญ่เก็บภาษีได้มาก ผมดูหลาย ๆ เรื่องผมก็ยิ่งงงครับ ยิ่งดูหลาย ๆ เรื่อง ผมก็ยิ่งแปลก จนผมเกิดความคิดอยากจะฝากยาแก้เพี้ยนไปให้รัฐมนตรีกิน เพราะผม มีความรู้สึกไม่ธรรมดาจริง ๆ ในความคิดของท่านรัฐมนตรีท่านนี้ อยากจะฝากไปบอก รัฐมนตรีว่าจุดยืนของคนที่มาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนั้น จุดยืนที่สําคัญ ที่สุดต้องดูที่ประชาชนที่เปึนคนเจ็บไข้ได้ป์วยครับ และผมจะต้องบอกด้วยว่าตราบใด ที่ประเทศไทยยังใช้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เราจะต้องเผชิญปัญหาเรื่องยา ตลอดไป อยากจะฝากให้ท่านครับ เปึนไปได้ไหมว่าเสร็จสิ้นนี้แล้วท่านประชุมรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขอาเซียน ๑๐ ชาติเลย ลองคุยร่วมกันว่าเราจะทําวิสาหกิจยา ร่วมกันไหม ต่อรองกับประเทศมหาอํานาจนี้เปึนราย ๆ ร่วมกันไหม หรือถ้าจําเปึน จะต้องทําซีแอลก็จะต้องทําซีแอลร่วมกัน
และสุดท้ายท่านรัฐมนตรีครับ สุดท้ายคือเรื่อง อสม. ไม่พูดไม่ได้ เพราะว่า พรรคเปึนคนให้ผมอภิปรายเรื่อง อสม. เมื่อสมัยที่แล้ว ผม ส.ส. สมัยที่ ๒ ผมก็เปึน คนเรียกร้องค่าตอบแทน อสม. รายบุคคลให้กับ อสม. ทั้งประเทศ แล้วก็ดีใจด้วยว่า การหาเสียงครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ประกาศเปึนพรรคแรกว่าเราจะให้ค่าตอบแทน อสม. รายบุคคล แต่ขอโทษทีครับ วันนั้นพรรคประชาธิปัตย์ให้แค่ ๖๐๐ บาท หลังจากนั้น พรรคต่าง ๆ ประกาศเยอะแยะ แต่ไม่เปึนไรวันนี้เราไม่ได้เปึนรัฐบาล ผมก็เลยบอก อสม. ว่าไม่เปึนไรครับ เดี๋ยวผมจะทวงเงิน อสม. ให้ วันนี้ผมดูในข้อกําหนดที่เปึนนโยบาย ในหัวข้อ ๒.๓.๔ ที่บอกว่า จะเพิ่มแรงจูงใจและขยายงานอาสาสมัคร อสม. จึงฝาก กับรัฐมนตรี พรุ่งนี้ตอบครับว่าการเพิ่มแรงจูงใจท่านจะเพิ่มอย่างไร ท่านจะให้ค่าตอบแทน เปึนรายบุคคลหรือไม่ และให้ ให้คนละเท่าไร เวลาจะให้จะเริ่มตั้งแต่เมื่อไร เพราะฉะนั้น อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีในข้อประเด็นที่ผมได้กล่าวเรียนมาทั้งหมดครับ แล้วอยากจะย้ําว่า อันไหนที่คิดว่าเปึนประโยชน์ท่านไปทําเถอะ พวกเราจะให้กําลังใจ แต่ขณะเดียวกัน ถ้าท่านผิดพลาดเราตรวจสอบท่านเต็มที่ ขอบคุณครับ
ผู้ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่าครั้งต่อไปคงต้องให้เวลาแพทย์วรงค์อีกสัก ๑๕ นาทีเปึนอย่างน้อยเพราะว่า ท่านเกินมาขนาดนั้นมาตรฐาน ต่อไปท่านภราดร ปริศนานันทกุล ท่านนริศ ขํานุรักษ์ มีอะไรเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องเวลาส่วนที่เกินไปจากที่ได้ส่งให้ประธานกําหนดว่า เปึนเวลาที่เกินไป ท่านประธานมีเวลาส่วนกลางของท่านประธานอยู่บ้างหรือไม่ครับ
ผมเปึนแค่กรรมการครับ ไม่มีเวลาส่วนกลาง คืออย่างนี้ผมเข้าใจครับ บางท่านในพรรคพูดไม่ถึงก็มี อย่างของ สนช. บ้าง หมายถึงว่าครบตามจํานวนเวลาหลายท่าน แต่ว่าอยากให้ทางส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์เองได้ปรับเวลา ก็หมายความว่ากําหนดกัน ๑๓ ชั่วโมงใช่ไหมครับ บางทีก็อะลุ้มอล่วยกัน แต่ว่าท้ายที่สุดเดี๋ยวผมจะใช้ดุลยพินิจ ท่านไม่ต้องตกใจครับ ในส่วนนี้ ท่านทําไปเถอะ แต่ว่าผมจะช่วยดูให้เหมาะสม แต่ว่าท่านไม่ได้น้อยกว่านั้น อยู่แล้ว แต่ว่าขอให้ท่านบริหาร
คือขณะนี้พวกผม ได้วางเวลาไว้ลงตัว แล้วก็เวลาส่วนที่เกินนี้กลัวจะมีปัญหาก็เรียนท่านประธานไว้ก่อนว่า ถ้าเวลาส่วนที่เกินนี้ขอความกรุณาเวลาต่างครับท่านประธาน
ผมจะทําหน้าที่ตรงนี้ให้ดี แล้วก็ จะดูแลให้
แล้วท่านกรุณา ดูแลเวลา ถ้าตรงเวลาได้ก็อยากให้ตรงเวลานะครับ
บางครั้งเพื่อนสมาชิกในพรรค ท่านก็เนื้อหาดีแล้วก็หยุดกลางคันดูไม่ดีครับ ผมต้องขออนุญาต ก็ฟังกันเพลินดี บางที ประธานเพลินบ้างก็ขออภัยด้วยนะครับ
ครับ
ก็ไม่เปึนไรครับ อะลุ้มอล่วย ไม่ต้องไปเครียดอะไร แล้วเดี๋ยวผมพยายามที่จะช่วยเหลือแล้วก็จัดสรรกันให้พอเหมาะ พอควร
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ผมว่าไม่ต้องเสียเวลาครับ ท่านสุวโรช ผมขอท่านภราดรเลยดีไหมครับ ผมเข้าใจครับ ไม่มีต่ํากว่านั้นนะครับ จะช่วยดูแลให้ทุก ๆ ฝ์ายนะครับ ผมก็อะลุ้มอล่วยกัน ท่านสุวโรชจะมีอะไรปรึกษาหรือว่า ท่านจะ ท่านภราดรรอสักครู่นะครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกรัฐสภา ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ต่อกรณีข้อหารือที่ท่านนริศ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน แล้วก็ได้รับความกรุณาจาก ท่านประธานเมื่อสักครู่นี้ต้องกราบขอบคุณเปึนอย่างยิ่ง แต่มีอยู่ประเด็นหนึ่งที่ฝาก ท่านประธานไว้ เพราะผมไม่อยากจะให้มีประเด็นถกเถียงกันในวันพรุ่งนี้ ก็คือต่อกรณีที่ ท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้แสดงอภิปรายก็ดี หรือได้มีการแสดงความคิดเห็นไป ในวันนี้ก็ตาม ตามข้อตกลงเดิมเราบอกว่าท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นี้จะไม่อยู่ ในเวลา ๑๓ ชั่วโมง เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านประธานในการที่จะมาหักตรงนี้ไว้ด้วย เพราะประเด็นที่ท่านนริศได้กรุณาหารือนั้นผมคิดว่าก็จะหมดประเด็นไปทันทีนะครับ กราบขอบพระคุณครับ
เวลาของท่านตรงนี้ไม่หัก ท่านสุวโรชครับ ท่านสมาชิกครับ ผมคิดว่าอยากให้วิปได้คุยกัน เพราะบางทีผมอยู่ตรงนี้ ผมคิดว่าเปึนประโยชน์ทุกฝ์ายผมก็อะลุ้มอล่วย ไม่ใช่เอาใจกันจนเกินเลย บางทีไม่มี ข้อสรุปเสียทีผมก็ตัดบทเหมือนกัน แต่ว่าบางครั้งเนื้อหามันต่อเนื่องก็เห็นใจ ก็ต้องเห็นใจผมหน่อยนะครับ ท่านภราดรครับ เชิญเลยครับ เดี๋ยวท่านอื่นค่อยปรึกษากัน ทีหลังเปึนช่วง ๆ ไปครับ ท่านภราดร ปริศนานันทกุล ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทย ท่านประธานครับ ๒ ป้เต็ม ๆ ที่ประเทศไทยไม่มีรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้ง ผู้คนทั้งแผ่นดินนี้เฝัารอคอยที่จะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะว่าผู้คนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้นจะสามารถที่จะบรรเทาทุกข์ให้กับ พี่น้องประชาชนได้ และวันนี้เอง วันนั้นที่พี่น้องประชาชนทั้งแผ่นดินรอคอยได้เดินทาง มาถึง ผมแสดงความยินดีกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดิน เมื่อวานนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา เมื่อวานนี้สืบเนื่องจนถึงวันนี้ มีเพื่อนสมาชิกรัฐสภาหลายท่านได้ลุกขึ้นอภิปรายในประเด็นนโยบายของรัฐบาล หลากหลายประเด็น ผมเองวันนี้ในฐานะสมาชิกรัฐสภาถือโอกาสตรงนี้อภิปราย ในหัวข้อของการเกษตร ในหัวข้อเกี่ยวกับเกษตรกรผู้ซึ่งเปึนบุคคลจํานวนมาก ของแผ่นดินนี้ ผมอยากจะแบ่งออกเปึน ๒–๓ มิติหลัก ๆ
มิติแรก อยากจะกล่าวถึงปัจจัยการผลิต ปัจจัยการผลิตในที่นี้กําลังจะ นําเรียนถึง ๒ – ๓ ปัจจัย ปัจจัยแรก ถือเปึนปัจจัยหลักถือเปึนหัวใจหลักของการเกษตร นั่นก็คือน้ําครับ เปึนเรื่องที่น่ายินดีที่รัฐบาลนี้ได้วางนโยบายเกี่ยวกับเรื่องของการบริหาร จัดการน้ํา เรื่องของระบบชลประทานเอาไว้เปึนนโยบายหลัก เอาไว้เปึนนโยบายเร่งด่วน นโยบายหนึ่ง ผมกราบเรียนกับท่านประธานที่เคารพอย่างนี้ครับ ผมอยู่ที่จังหวัดอ่างทอง อยู่ในลุ่มแม่น้ําเจ้าพระยา หลายจังหวัดที่อยู่ในบริเวณภาคกลางตอนบน อยู่ในลุ่มน้ํา เดียวกันกับผม นั่นก็คือลุ่มน้ําเจ้าพระยา ๒ ป้ที่ผ่านมา ป้ ๒๕๔๙ และป้ ๒๕๕๐ นั้น ผู้คนที่อยู่ ๒ ฟากฝัืงของแม่น้ําเจ้าพระยานั้นได้รับความเดือดร้อนจากการบริหารจัดการน้ํา ที่ไม่เปึนรูปแบบของกรมชลประทาน ผมกราบเรียนท่านประธานครับ การแก้ไขปัญหา น้ําท่วมหรือการแก้ไขปัญหาน้ําแล้งนั้น จะต้องมีการบริหารจัดการที่ครบวงจร แต่การที่จะ บริหารจัดการให้ครบวงจรได้นั้น จําเปึนเปึนอย่างยิ่งครับที่เราจะต้องคํานวณปริมาณน้ํา ในแต่ละป้ให้ได้เสียก่อน วันนี้ที่น้ําท่วมตลอดระยะเวลา ๒ ป้ที่ผ่านมา ป้ ๒๕๔๙ หรือป้ ๒๕๕๐ ก็ดี เพราะว่าเราไม่สามารถที่จะประเมินปริมาณน้ําในแต่ละป้ได้ การพยากรณ์อากาศเปึนเรื่องที่สําคัญ เพราะถ้าเรารู้ว่าป้นี้ปริมาณน้ําที่จะตกมา เหนือเขื่อนนั้นมีปริมาณเท่าไร เราสามารถที่จะบริหารจัดการน้ําในอ่างเก็บน้ําของเราได้ เขื่อนหลัก ๆ ใหญ่ ๆ มีอยู่ ๒ เขื่อน นั่นก็คือเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าเราสามารถที่จะประมาณหรือคะเนปริมาณน้ําในแต่ละป้ได้ เราสามารถที่จะ ถ่ายโอนน้ํา เราสามารถที่จะบริหารจัดการน้ําได้มีระบบมากกว่านี้ เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานส่งผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ผู้ซึ่งดูแลกรมอุตุนิยมวิทยา นโยบายนี้นโยบายเกี่ยวกับเรื่องของระบบการเตือนภัย ซึ่งเปึนนโยบายของรัฐบาลในข้อที่ ๔.๔ มีอยู่แล้ว อยากจะให้ท่านประธานส่งผ่านไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีให้ดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจังที่สุด นั่นคือประเด็นที่ ๑ ปัจจัยที่ ๑ เรื่องน้ํา ปัจจัยที่ ๒ สําหรับเกษตรกรนั่นก็คือเรื่องปุิย เมื่อวานนี้สืบเนื่อง จนถึงวันนี้มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องของราคาปุิย วันนี้ไม่มี ใครปฏิเสธแน่นอนครับว่าเรากําลังเผชิญอยู่กับวิกฤติราคาปุิย ผมอยากจะหยิบยกตัวเลข ให้ท่านประธานได้ดูราคาปุิยยูเรีย (Urea) สูตร ๔๖-๐-๐ เมื่อป้พุทธศักราช ๒๕๕๐ เดือนกุมภาพันธ์ ย้อนหลังกลับไปจากนี้ ๑ ป้ ราคาปุิยอยู่ที่ตันละ ๑๒,๐๐๐ กว่าบาท แต่วันนี้ ๑ ป้ผ่านไป ราคาปุิยทะยานสูงขึ้นมาอยู่ที่ ๑๕,๔๐๐ บาท มากไปกว่านั้น ดูในสูตรอื่น ปุิยสูตร ๑๖-๒๐-๐ ซึ่งถือเปึนปุิยยอดนิยมสําหรับเกษตรกรผู้ผลิตข้าว ราคาเมื่อป้ที่แล้วอยู่ที่ ๑๐,๐๗๔ บาท แต่วันนี้ราคาทะยานสูงขึ้นมาอยู่ที่ ๑๖,๖๐๐ บาท แสดงให้เห็นว่า ๑ ป้ผ่านไปนั้น ราคาของปุิยได้ทะยานสูงขึ้น ๖๔ เปอร์เซ็นต์ นี่เปึนปัญหา ที่ใหญ่หลวงสําหรับรัฐบาลที่จะเยียวยาพี่น้องเกษตรกรให้สามารถที่จะยืนหยัดอยู่บน ลําแข้งของตัวเองได้ ผมคิดว่าวิธีการแก้ไขปัญหาผมอยากจะนําเสนอทั้งในระยะสั้น และในระยะยาว ในระยะสั้นนั้นรัฐบาลควรที่จะมีนโยบายเร่งด่วน ซึ่งในส่วนนี้ผมเชื่อว่า เพื่อนสมาชิกจากพรรคชาติไทยของผมจะอภิปรายในส่วนรายละเอียดในวันพรุ่งนี้ เพราะฉะนั้นนโยบายในระยะสั้นที่รัฐบาลจะต้องแทรกแซงราคาปุิยผมจะไม่อภิปราย ในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ มีตัวเลขอีกตัวเลขหนึ่งที่น่าตกใจไม่แพ้กัน นั่นก็คือ ตัวเลขปริมาณปุิยเคมีที่ใช้ในการเกษตรของประเทศไทยในป้ ๒๕๔๔ ถึงป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๔๔ นั้น ปริมาณการใช้ปุิยเคมีอยู่ที่ ๓.๓ ล้านตัน ในขณะที่ป้ ๒๕๕๐ เพิ่มขึ้นมาที่ ๔.๓ ล้านตัน เพิ่มขึ้นอีก ๑ ล้านตัน เวลาผ่านไป ๖ ป้ เปึนตัวเลขที่น่าตกใจครับ หมายความว่าวันนี้พี่น้องเกษตรกรกําลังขึ้นอยู่กับปุิยโดยตรง และตัวเลขนั้นสูงขึ้น ในทุก ๆ ป้ เพราะฉะนั้นนโยบายในระยะยาวเราจะต้องหามาตรการที่แก้ไขวิกฤติเรื่องนี้ ผมคิดว่าวันนี้ถึงเวลาแล้วครับท่านประธาน ถึงเวลาแล้วที่เราโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คณะรัฐบาลจะต้องพลิกวิกฤติตรงนี้ให้กลับกลายเปึนโอกาส มีผู้คนมากมายคาดหวังว่า อยากที่จะให้ประเทศเราเปึนครัวของโลก การที่จะเปึนครัวของโลกได้เราจะต้องผ่าน กฎเกณฑ์ซึ่งตลาดโลกเขาได้วางกฎเกณฑ์เอาไว้เกี่ยวกับเรื่องสารปนเปุ๋อนในสารอาหาร ในผลผลิตทางการเกษตร เพราะฉะนั้นผมคิดว่าวันนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะพลิกวิกฤติตรงนี้ให้กลับกลายเปึนโอกาส ของพวกเรา เมื่อเขาจํากัดในเรื่องของสารพิษ เรื่องของสารเคมี วันนี้เรากลับมาใช้ ปุิยอินทรีย์ เรากลับมาสู่รากเหง้าของพวกเราคนไทยกันเถอะครับ ปุิยอินทรีย์วันนี้ อยู่ที่ราคาต่อ ๑ ตัน ๖,๐๐๐ บาทครับท่านประธาน มีข้อสงสัยเกิดขึ้นว่าปุิยอินทรีย์ จะใช้ได้ผลหรือเปล่า จะใช้ได้ผลเหมือนกับปุิยเคมีหรือเปล่า ผมได้ไปสอบถามกับ ปราชญ์ชาวบ้าน ได้ไปสอบถามกับผู้รู้ ผู้ซึ่งเปึนเกษตรกรโดยตรงได้คําตอบมาครับว่า ผลผลิตที่ได้นั้นไม่แตกต่างกัน แต่ต้นทุนในการผลิตนั้นลดลงเปึนอย่างมาก กล่าวคือว่า ต้นทุนต่อไร่สําหรับแปลงนาที่ใช้ปุิยเคมี ต้นทุนต่อไร่อยู่ที่ ๓,๕๐๐–๔,๐๐๐ บาท ในขณะที่ใช้สารอินทรีย์ชีวภาพ ต้นทุนลดลงมาเหลือที่ ๒,๕๐๐–๓,๐๐๐ บาทต่อ ๑ ไร่ นี่แสดงให้เห็นชัดเจนครับท่านประธานว่า สามารถที่จะลดต้นทุนทางการผลิตได้ อย่างมากมายนั่นคือมิติที่ ๑ มิติด้านปัจจัยการผลิตเรื่องน้ําและเรื่องปุิย
ผมนําเรียนเข้าสู่มิติที่ ๒ มิติที่ผมเรียกว่าด้านกระบวนการการผลิต ๒๐–๓๐ ป้ที่ผ่านมา เกษตรกรไทยมีวิธีการทําการเกษตรที่ไม่แตกต่างไปจากเดิมเลยครับ ที่ไม่แตกต่างไปจากเดิมผมกําลังหมายถึงต้นทุนทางการผลิตไม่ลดลง ต้นทุนทางการผลิต ไม่ลดลงนั้นไม่ได้หมายถึงว่ามูลค่าที่ลงทุนไปไม่ได้ลดลง หมายถึงเราลงทุนไปเมื่อ ๒๐ ป้ ที่แล้ว ๓๐ ป้ที่แล้วลงทุนไปอาจจะ ๔๐๐–๕๐๐ บาทต่อ ๑ ไร่ แต่วันนี้เราลงทุนไป ๓,๐๐๐–๔,๐๐๐ บาทต่อ ๑ ไร่ ผมไม่ได้หมายถึงตัวเลขมูลค่าต่าง ๆ เหล่านั้น ผมหมายถึง ปัจจัยการผลิต สิ่งที่เปลี่ยนแปลงมีอยู่อย่างเดียวนั่นก็คือแรงงานคน เปลี่ยนแปลงจาก การใช้แรงงานคนเมื่อ ๒๐ ป้ที่แล้ว วันนี้กลับมาใช้เครื่องจักรซึ่งตรงนี้ไม่ได้เปึนการลด ต้นทุนทางการผลิต แต่เปึนการเพิ่มต้นทุนทางการผลิตในทิศทางตรงกันข้าม เพราะฉะนั้น หน้าที่ของรัฐที่สําคัญนั่นก็คือจําเปึนที่จะต้องหามาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งที่จะลดต้นทุน ทางการผลิตและเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร การศึกษา การให้ความรู้เรื่องเกษตร ทฤษฎีใหม่จึงถือเปึนนโยบายด้านหลัก และเปึนนโยบายเร่งด่วนที่ทางรัฐบาลนั้นจําเปึน ที่จะต้องให้ความรู้กับเกษตรกร มีหมอดิน มีปราชญ์ชาวบ้านมากมายที่วันนี้กําลังศึกษา เรื่องนี้อยู่ ถ้าหากว่ารัฐบาลเห็นว่าเรื่องนี้เปึนประโยชน์ ใช้บุคคลเหล่านี้แหละครับ เรามีทรัพยากรที่มีค่าอย่านําทรัพยากรเหล่านี้ให้สูญเปล่า ผมได้พูดคุยกับปราชญ์ชาวบ้าน หลายท่านถึงวิธีการใหม่ ๆ ในการที่จะลดต้นทุนทางการผลิต ผมพูดถึงการผลิตข้าว การปลูกข้าวมีหลากหลายวิธีครับ ยกตัวอย่างเช่นการทํานาแบบที่เขาเรียกว่า ข้าวสวมตอ หรือการทํานาที่ไม่ต้องเผาซังหลังจากที่เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ ลดต้นทุนทางการผลิตทั้งสิ้น ผมอยากกราบเรียนท่านประธานส่งผ่านไปถึงคณะรัฐมนตรีว่า สิ่งนี้เปึนสิ่งที่มีประโยชน์ และจะนําพาประเทศชาติสู่ความยั่งยืนในอนาคต พรุ่งนี้จะเปึน วันสุดท้ายของการแถลงนโยบายรัฐบาล หลังจากนั้นในวันมะรืนนี้จะเปึนวันเริ่มต้นของ การคาดหวังจากคนไทยทุกคนบนแผ่นดินนี้ คาดหวังที่จะกินดีอยู่ดี คาดหวังที่จะมีชีวิต ที่ดีขึ้นกว่าทุกวันนี้ ความคาดหวังต่าง ๆ เหล่านั้นจะเปึนไปได้หรือจะเปึนไปไม่ได้ อยู่ที่คณะรัฐมนตรีชุดนี้ เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝากอนาคตประเทศไทยไว้ในมือของคณะรัฐมนตรีทุกท่าน ฝากอนาคตบ้านนี้เมืองนี้ไว้กับท่านทุกคนครับ กราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปท่านสุกิจ อัถโถปกรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออภิปรายนโยบายของรัฐบาลในหมวดนโยบายสังคม และคุณภาพชีวิตในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสุขภาพของประชาชน ขอกราบเรียน เปึนเบื้องต้นนะครับว่า หลังจากที่ได้อ่านและได้ฟังการแถลงนโยบาย ก็เห็นว่านโยบาย ในส่วนนี้ดูสั้น กะทัดรัด แต่ว่าเลื่อนลอย ไร้วิธีปฏิบัติแล้วก็เปึนนามธรรมโดยสิ้นเชิงครับ มาดูเนื้อหาก็ไม่ใช่ของใหม่ครับ ก็เปึนเรื่องที่ปกติข้าราชการประจําเขาก็ทําอยู่แล้วทั้งนั้น อาจจะไม่มาเขียนเลยก็ได้ ผมก็เข้าใจครับการจะเขียนวิธีปฏิบัติทั้งหมดลงในนโยบายนั้น ก็เปึนเรื่องที่เปึนไปไม่ได้ แต่ว่าเรื่องใหญ่ ๆ เรื่องที่สําคัญผมคิดว่าน่าจะบอกให้ทราบ กันบ้างนะครับ บอกให้ชัด ๆ อย่างเรื่องหลัก ๆ อย่างเรื่องหลักประกันสุขภาพซึ่งถือว่า เปึนหัวใจ เดี๋ยวนี้ถือว่าเปึนหัวใจของระบบสาธารณสุขในปัจจุบันนี้ ทําไมไม่เขียนบอก ให้ชัดล่ะครับว่าจะเอาอย่างไร จะ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค หรือว่าจะรักษาฟรี มันไม่เหมือนกันนะครับ สําหรับคนจนแล้วแม้แต่เรื่อง ๓๐ บาทก็เปึนเรื่องสําคัญ เพราะผมก็ได้ข่าวว่าท่านยังเสียดายชื่อ ๓๐ รักษาทุกโรคกันอยู่ ท่านจะทําต่อก็ได้ครับ ไม่ว่าอะไรกัน แต่ไม่ว่าจะ ๓๐ บาทหรือว่ารักษาฟรี ขอเรียนถามท่านอีกนะครับว่า คุณภาพการรักษาจะเปึนอย่างไร จะเหมือนกับในอดีตที่ชาวบ้านเขาพูดกันว่า ๓๐ บาท ตายทุกโรคหรือเปล่า ท่านอาจจะบอกว่าพูดอย่างนั้นมันก็เกินไป แต่จริง ๆ แล้วมันเปึน การสะท้อนจากชาวบ้านว่าชาวบ้านเขาไม่ได้ต้องการของถูกหรือของฟรีแต่เพียงอย่างเดียว แต่เขาต้องการคุณภาพ เขาต้องการความสะดวกสบายในการรักษาพยาบาลด้วย เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะ ๓๐ บาท หรือว่าฟรีก็ขอให้มีคุณภาพครับ ท่านประธานครับ ไม่ว่ารัฐบาลจะเขียนนโยบายอย่างไรก็ตาม แต่กระทรวงสาธารณสุขจะมีปัญหาที่เปึน ปัญหาเรื้อรัง เรียกว่าเปึนปัญหาอมตะนิรันดร์กาลของกระทรวงสาธารณสุขก็ว่าได้นะครับ ซึ่งผมคิดว่าถ้าท่านแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ท่านจะได้เครดิตความน่าเชื่อถือมากกว่าท่านไปทํา นโยบายใหม่ ๆ ด้วยซ้ํา อย่างเช่นอะไรบ้าง ปัญหาของการรอนานอย่างนี้เปึนต้น ทุกวันนี้ ใครจะไปโรงพยาบาลก็ต้องทําใจนะครับ โดยเฉพาะโรงพยาบาลของรัฐบาล อย่างน้อย ครึ่งวันหรือว่า ๑ วัน ท่านต้องใช้เวลาเสียไป บางแห่งก็ต้องไปเข้าคิวตั้งแต่ตี ๔ ตี ๕ แล้ว มันก็ไม่ใช่เปึนเรื่องใหม่ เพราะว่ามันก็รอนานกันมาเปึนร้อยป้แล้วนะครับ แต่นโยบาย ๓๐ บาทของรัฐบาลในอดีตได้ทําให้เรื่องนี้มันเลวร้ายยิ่งขึ้นเพราะว่างานหนัก คนไข้เยอะ ทําไปทํามาแทนที่คนไข้จะกระจายคนไข้กลับมากระจุกอยู่ที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ คือโรงพยาบาลของจังหวัด ซึ่งทําให้หมอต้องลาออกไปเปึนจํานวนมาก หมอเขาก็ไม่ไหว เพราะว่างานหนักเหลือเกิน พอหมอลาออกคนไข้เท่าเดิมก็ยิ่งต้องรอนาน ก็เปึนกงเกวียน กําเกวียนอย่างนี้ ท่านต้องแก้นะครับเรื่องนี้ และผมขอเรียนตรง ๆ ว่าไม่ใช่เรื่องง่าย แก้ยากทีเดียว ปัญหาความไม่สะดวกสบายอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของห้องคนไข้รวม มีคนเขาเปรียบนะครับว่าถ้าท่านอยากรู้ว่านรกเปึนอย่างไรก็ลองไปแอดมิท (Admit) ในโรงพยาบาลของรัฐแล้วก็นอนห้องนอนรวมดูสัก ๑ วัน ๒ วัน ถึงไม่เหมือนทีเดียว ก็ใกล้เคียงนะครับ เพราะว่ามันทั้งร้อน ทั้งแออัด ทั้งกลิ่นไม่ดี ไม่สะอาด ยั้วเยี้ยไปทั้งญาติ คนไข้ ทั้งคนไข้ ท่านลองไปดูห้องรวมของโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลที่เปึนโรงเรียนแพทย์ แล้วก็พยายาม ยกระดับห้องรวมของโรงพยาบาลของรัฐบาลให้ใกล้เคียงกับของโรงเรียนแพทย์ก็ยังดีครับ ต่อไปครับท่านประธาน โครงการ ๓๐ บาท จนต่อเนื่องมาถึงโครงการรักษาฟรี ได้ส่งผลให้ การพัฒนาคุณภาพของโรงพยาบาลของรัฐแทบจะหยุดไปเลยเพราะว่าไม่มีเงิน เอาเงิน ไปทุ่มเทกับการรักษาพยาบาลมากจนเกินไป บางแห่ง บางโรงพยาบาลเครื่องมือชํารุด ยังไม่มีเงินที่จะมาซ่อมเลยครับ หรืออาจจะพูดได้ว่าจนถึงปัจจุบันนี้ โรงพยาบาล ของรัฐบาลทุกระดับมีศักยภาพต่ํากว่าที่ควรจะเปึน อย่างโรงพยาบาลระดับจังหวัด น่าจะมีขีดความสามารถที่จะรักษาโรคได้ทุกโรคแล้ว ควรจะมีหมอเฉพาะทาง ควรจะมี เครื่องมือพร้อมให้หมอได้ใช้ แต่ปัจจุบันนี้ก็ไม่ใช่ครับ โรงพยาบาลศูนย์ตามหัวเมืองต่าง ๆ ควรจะมีศักยภาพเทียบเท่ากับโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ได้แล้วปัจจุบันนี้ แต่ก็ไม่ใช่อีกครับ ตามความเห็นของผมในฐานะที่เปึนบุคลากรเปึนบุคคลในวงการแพทย์ ผมว่า โรงพยาบาลศูนย์ในปัจจุบันมันควรจะรักษาโรคยาก ๆ ได้แล้ว อย่างเช่น โรคมะเร็ง ควรจะรักษาได้ครบวงจรแล้วครับ ควรจะมียาดี ๆ ควรจะมีเครื่องฉายแสงได้แล้ว แต่นี่ก็ไม่มีครับ ในเรื่องของการผ่าตัดควรจะผ่าตัดหัวใจได้แล้วก็ไม่มี ไม่เปึนอย่างนั้นครับ เพราะฉะนั้นชีวิตคนในต่างจังหวัดก็ยังต้องเสี่ยงอยู่ดี ถ้าเกิดว่าเปึนโรคบางโรคร้ายแรง ฉุกเฉินขึ้นมา มากรุงเทพฯ ไม่ทันก็ต้องตายครับ แล้วเราจะเรียกว่าเรามีระบบประกัน สุขภาพที่ดีได้อย่างไรนะครับ ท่านต้องรีบนะครับ ต้องรีบพัฒนาศักยภาพของโรงพยาบาล เหล่านี้เพื่อชดเชยกับ ๕–๖ ป้ที่แล้วที่เสียโอกาสไป ไม่อย่างนั้นเราจะตามประเทศ เพื่อนบ้านเขาไม่ทัน แต่ผมขอร้องล่วงหน้าสักนิดสําหรับเรื่องนี้ว่าท่านอย่าเลือกปฏิบัติ ผมมีตัวอย่างที่จังหวัดตรังบ้านผม เคยมีผู้ใหญ่ระดับรองนายกรัฐมนตรีได้ไปเรียกประชุม ข้าราชการทั้งภาคใต้เลยที่หาดใหญ่ แล้วก็ไปประกาศว่าจะสร้างโรงพยาบาลขนาด ๑,๐๐๐ เตียง ไม่ใช่เล็กนะครับ ๑,๐๐๐ เตียงที่จังหวัดตรัง เพื่อจะให้เปึนศูนย์กลาง ทางการแพทย์ของฝัืงทะเลอันดามัน เขาบอกว่ารายงานนายกรัฐมนตรีไป นายกรัฐมนตรี ก็เห็นด้วย ชาวบ้านก็ดีอกดีใจกันใหญ่ มีการเตรียมการ หาที่หาทาง ทางจังหวัด ก็ทําหนังสือกันเปึนป๊ก ๆ แต่ปรากฏว่าในที่สุดโครงการก็หยุดไปเฉย ๆ ท่ามกลาง ความงุนงงสงสัยของชาวบ้านว่าท่านเล่นอะไรของท่าน ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา ส่วนใหญ่ก็คิดกันว่าอาจจะเปึนเพราะว่าพอถึงการเลือกตั้ง คนของท่านไม่ได้รับ การเลือกตั้ง ท่านก็เลยหยุดทําบังเอิญเขาเกิดไปได้ฟังคําพูดประโยคที่ว่า จังหวัดไหน เลือกพวกเราเราจะพัฒนาก่อน ซึ่งแปลว่าถ้าจังหวัดไหนไม่เลือกก็อีกเรื่องหนึ่ง ชาวบ้าน เขาถึงเข้าใจแล้วก็รู้ว่าอะไรเกิดขึ้น ผมไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ําอีก โดยเฉพาะ ในรัฐบาลนี้ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีประกาศเปึนมั่นเปึนเหมาะ ประกาศนโยบายสมานฉันท์ เปึนอันดับต้น ๆ เลยของนโยบายของท่านก็ว่าได้ เพราะว่าการเลือกปฏิบัติเปึนการทําให้ ประชาชนแตกแยกอย่างมากที่สุดทีเดียวนะครับ ถ้ารัฐบาลนี้ยังสนใจที่จะทําโรงพยาบาล ขนาด ๑,๐๐๐ เตียง ที่จังหวัดตรัง เราก็ยินดีครับ กลับมาที่ศักยภาพของโรงพยาบาล อีกสักนิดหนึ่ง ที่จริงแล้วเมื่อกี้ผมพูดถึงโรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์ยังไม่แย่ เท่าไรนะครับ ที่แย่มากที่สุดในตอนนี้ก็คือโรงพยาบาลอําเภอหรือโรงพยาบาลชุมชน เพราะว่าเดี๋ยวนี้ทําอะไรแทบจะไม่ได้เลย หมอก็แทบจะไม่มี ผมขอฝากไปถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขด้วย ท่านต้องรีบแก้ไขโดยด่วน ปัจจุบันนี้หมอที่มีอยู่ ก็เปึนหมอใช้ทุน ไม่ค่อยมีประสบการณ์ รักษาโรคอะไรก็ไม่กล้าครับ เพราะว่าเดี๋ยวนี้ ถ้าเกิดทําผิดพลาดไปก็ถูกฟัองร้องติดคุกติดตะราง เปึนเรื่องที่เขากลัวกันมาก เพราะฉะนั้นโรงพยาบาลอําเภอเดี๋ยวนี้มีหน้าที่ก็คือส่งต่ออย่างเดียว พอคนไข้หนัก ๆ มา เอาขึ้นรถส่งต่อให้โรงพยาบาลจังหวัด อันนี้ละครับหมายถึงความล้มเหลวของระบบ กระจายอํานาจทางด้านการสาธารณสุขอย่างรุนแรงเลยครับ ขอให้ท่านรีบแก้ไขเพราะว่า ตอนนี้โรงพยาบาลระดับอําเภอก็เหมือนกับสถานีอนามัยขนาดใหญ่เท่านั้น ไม่มีศักยภาพ ใด ๆ ทั้งสิ้นเลย
ผมขอฝากประเด็นสุดท้าย เมื่อกี้ว่าจะพูดถึงเรื่อง อสม. แต่คุณหมอวรงค์ ก็ได้พูดไปแล้ว ประเด็นที่ผมจะฝากก็คือเรื่องของคนไข้โรคไตหรือไตวายเรื้อรัง ซึ่งจะต้อง ล้างไตแล้วก็ใช้จ่ายเงินทองเปึนจํานวนมาก ปัจจุบันนี้ก็ยังยึกยักอยู่ว่าจะให้ฟรีหรือ ไม่ให้ฟรี ผมขอความกรุณาจากรัฐบาลช่วยให้ฟรีเถอะครับ เพราะว่าจะเปึนประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชนมากทีเดียว คนไข้พวกนี้ไม่ใช่ตายคนเดียวนะครับท่านประธาน บางคนอาทิตย์หนึ่งตั้ง ๔,๐๐๐ กว่าบาทต้องใช้จ่าย
หมดเวลาแล้วครับ
ลูกเมียก็พลอย ตามไปด้วยครับ ผมก็ขอกราบเรียนสรุปว่า นโยบายส่วนนี้ของท่านสั้น กะทัดรัด แต่ว่า เลื่อนลอย ไร้หลักปฏิบัติ และเปึนนามธรรมอย่างสิ้นเชิง ขอกราบขอบพระคุณครับ
เมื่อสักครู่ท่านเจะอามิงมีอะไร เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตเรียนหารือท่านประธานนิดเดียวครับ เรื่องการอภิปราย ในประเด็นปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งจะต้องไปอภิปรายในวันพรุ่งนี้ แล้วเวลาค่อนข้างจํากัด ผมอยากจะขอท่านประธานว่าเวลาส่วนที่เหลืออยู่ของ ท่านประธานขอให้เวลาพวกผมอภิปราย ซึ่งปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปึนเรื่องที่สําคัญและกลุ่มการอภิปรายของในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการจัดกลุ่มอภิปราย ถ้าหากมีเวลาน้อย การอภิปรายนําสู่ในสภาและไปยังรัฐบาลเพื่อที่จะให้เปึนข้อมูลที่ดี เพื่อนําไปแก้ปัญหาบ้านเมืองจะไม่ได้เท่าที่ควร ผมจะขออนุญาตท่านประธานว่า ให้ยืดหยุ่นเวลาเรื่องการอภิปรายในสภาให้ด้วยนะครับ
เข้าใจประเด็นที่ปรึกษา แล้วอย่างไรผมขอท่านเจะอามิงกับวิปทุกฝ์ายคุยกัน แล้วก็เดี๋ยวมีเวลาอย่างไรเราก็ ปรับกันได้ คุยกันข้างล่าง ต่อไปท่านประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ก็ต้องขอแสดงความยินดีด้วยกับคณะรัฐบาลที่ได้เปึนไปตามระบอบ ประชาธิปไตย คือได้เสียงข้างมากของพี่น้องประชาชนมา ซึ่งกระบวนการที่ผ่านมา มีความพยายามที่จะแสดงให้เห็นว่าเสียงที่ไม่ใช่เสียงข้างมากก็สามารถเปึนรัฐบาลได้ แต่วันนี้ผมดีใจครับที่เสียงข้างมากสามารถเปึนรัฐบาลและเปึนนายกรัฐมนตรีได้ ตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๐ มาป้ ๒๕๔๔ มาจนถึงป้ ๒๕๔๙ แล้วก็มาป้นี้ ป้ ๒๕๕๑ มีบทเรียนสอนเรา เยอะแยะครับ ความเจ็บปวด สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตย ทุกสิ่งทุกอย่าง ผ่านมา ๑๐ ป้เศษ ๆ นี้เกิดความเปลี่ยนแปลงและเจ็บปวดมาอย่างยิ่ง แต่นั่นก็ถือเปึน กระบวนการเรียนรู้ในระบอบประชาธิปไตย วันนี้ท่านประธานครับ ในนโยบายเร่งด่วน ที่จะเริ่มดําเนินการในป้แรก การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟุ๋นฟู ประชาธิปไตย วันนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องสําคัญอย่างยิ่งสําหรับประเทศไทย วันนี้แนวคิด วิธีคิด หลักการ เหตุผล อุดมการณ์ องค์ความรู้ในระบอบประชาธิปไตยรัฐบาลต้องเปึน คนสอนครับ รัฐสภานี้ก็ต้องเปึนคนสอนครับ วันนี้วัฒนธรรมทางการเมืองหลายอย่าง ถูกทําให้เห็น กระผมเข้าใจว่าตอนที่เราร่ําเรียนหนังสืออยู่ในสถาบันต่าง ๆ ก็สอนให้เรามีส่วนร่วม ในระบอบประชาธิปไตย สอนให้เรารักษาวัฒนธรรมทางการเมืองที่ดีไว้ รัฐสภาเมื่อป้ที่แล้ว เกือบ ๒ ป้ที่ผ่านมาก็มีการใช้จริยธรรมมาเปึนอาวุธ แต่วันนี้ท่านประธานครับ วันนี้ เกิดวัฒนธรรมหลายอย่าง อย่างเช่น อย่างแบบนักเรียนที่เขาพูดกันเล่นนะครับว่า สอบได้เปึนของตลก สอบตกเปึนของธรรมดา วันนี้ถ้าจะบอกว่าสอบได้เปึน ส.ส. เปึนของตลก สอบตกเปึนรัฐมนตรี ผมก็ว่าเปึนวัฒนธรรมที่ฝ๋นนะครับ เพราะฉะนั้น สิ่งนี้ครับ แต่ไม่เปึนไร เพื่อความสมานฉันท์ แต่อย่างไรก็แล้วแต่หลักการ อุดมการณ์ใน ระบอบประชาธิปไตยต้องมีครับ ไม่ใช่วันนี้เหมือนกับท่านผู้มีเกียรติบางท่าน ท่านได้ กล่าวถึง ส.ส. กระผมไม่เคยซื้อเสียงมาครับ แล้วก็เปึน ส.ส. สมัยที่ผ่านการเลือกตั้งมา ๔ สมัยแล้ว วันนี้ผมอยากจะฝากเรื่องไปถึงท่านคณะรัฐบาล วันนี้ไม่ว่าประชาชนจะมี ความสามารถแค่ไหน จะเก่งแค่ไหน เก่งอย่างไร ป้ ๒๕๔๐ สอนเราครับ และป้ ๒๕๔๔ ก็สอนเราว่าถ้าเราได้รัฐบาลที่ดี ที่เก่ง นายกรัฐมนตรีเฉลียวฉลาด คณะรัฐมนตรี เปึนหนึ่งเดียวและเฉลียวฉลาด เราจะสามารถพาประเทศเราก้าวกระโดดไปได้ นี่คือ เรื่องสําคัญครับ วันนี้พี่น้องประชาชนจะมีชีวิตอยู่รอดได้หรือไม่ อยู่ที่การบริหารราชการ แผ่นดินของรัฐบาล อยู่ที่ความเปึนหนึ่งเดียวของรัฐสภานี้ ความเข้าใจที่ดีต่อกัน กระผมเองอยากจะฝากแนวคิดก้าวกระโดด อย่างเช่นในกรณีของการปฏิรูปการศึกษา ที่ผ่านมามีการปฏิรูประบบการศึกษา แล้วก็มีการจัดแบ่งเขตการศึกษา แล้วก็เรายังมี การที่จะเพิ่มเงินประจําตําแหน่งของครูนั่นก็เปึนส่วนหนึ่งครับ แต่ในระบบการศึกษานี้ ผมขออนุญาตฝากไว้ที่สภานี้ครับ จากระบบ ๖ ๖ ๔ ประถมศึกษา ๖ มัธยมศึกษา ๖ อุดมศึกษา ๔ วันนี้ผมอยากเห็นการปฏิรูปการศึกษาที่แท้จริงครับ บุคลากร ในกระบวนการศึกษาสามารถที่จะสร้างระบบ ๕ ๕ ๔ ขึ้นมาได้หรือไม่ นั่นคือรวบรวม หลักสูตรแล้วสามารถสอนให้เด็กเข้าใจได้ในระดับประถม ๕ ป้พอ ในระดับมัธยม ๕ ป้ และในระดับอุดมศึกษา ๔ ป้ คือ ๕ ๕ ๔ คือ ๑๔ ป้ เรากําไร ๒ ป้ครับ ผมฝากไว้ เปึนประเด็นนะครับ เพราะว่ามีเรื่องต้องพูดมาก
ในเรื่องของ ๓๐ บาทรักษาโรค กระผมได้ยินเมื่อสักครู่ก็ถือว่าดีครับ การรักษา ๓๐ บาทรักษาโรค ผมคิดว่าต้องใช้ ๓๐ บาทรักษาโรคครับ เพราะตัว ๓๐ บาท หลักสําคัญคือทําให้ประชาชนที่ไปใช้รับการบริการไม่ถูกดูแคลน ไม่เปึนอนาถาครับ นี่คือหัวใจหลักสําคัญทําไมต้องเก็บเงิน ๓๐ บาท ถึงแม้ว่าจะน้อยนิด และตัว ๓๐ บาท ก็ยังเปึนบัฟเฟอร์ (Buffer) ทางการเงิน ยังเปึนตัวอินดิเคเตอร์ (Indicator) ในการตรวจสอบ การใช้เงิน ถ้าไม่มีการกําหนดใช้ ๓๐ บาท จะเกิดการคอร์รัปชันได้อย่างมโหฬารทีเดียว หลักการครับ ในระบอบประชาธิปไตยประเทศที่เปึนเสรีประชาธิปไตยนี่ฟรีไม่ได้ครับ ท่านต้องให้อย่างมีเงื่อนไข ๓๐ บาท ๑๒ ป้ลงมาก็ไม่ต้องเสีย ๓๐ บาท ๖๐ ป้ขึ้นไป ก็ไม่ต้องเสียอยู่แล้วครับ ๑๒ ป้ ถึง ๖๐ ถึงเสีย ๓๐ บาท วันนี้ก็ขอฝากครับว่า ๓๐ บาท รักษาโรคเปึนเครื่องวัดครับ และเปึนตัวการันตี (Guarantee) ว่าเราไม่ได้ให้รับการรักษา แบบอนาถาครับ เพราะฟรีหมดทุกอย่าง
ในเรื่องสุดท้าย ในขณะที่เวลาให้น้อยเหลือเกิน ผู้สูงอายุครับ วันนี้ผมก็ ขอพูดอยู่ในสภาแห่งนี้ครับ ขอฝากคําว่า โครงสร้างพื้นฐานแห่งชีวิต วันนี้เม็ดเงินทุกอย่าง ที่ท่านจัดสรรลงมานี่ไม่ใช่เพื่อวัตถุครับ ท่านต้องเอาไปสร้างเพื่อชีวิตด้วย การอัดเม็ดเงิน จํานวน ๓,๐๐๐ บาท เข้าสู่ผู้สูงอายุทั่วประเทศ ๖ ล้านคน เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับเงิน ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือน จนกว่าจะจากโลกนี้ไป นี่คือแนวคิดของโครงสร้างพื้นฐานแห่งชีวิต เพื่อชีวิต มีงบประมาณเยอะแยะทํามาเพื่อชีวิตเถอะครับ และในกระบวนการตรงนี้ ถ้าต้องพูดกัน อธิบายกันยาว ๕ – ๗ ชั่วโมงครับ กระผมก็ขอฝากในประเด็นเรื่อง โครงสร้างพื้นฐานแห่งชีวิต ซึ่งเปึนเทคโนโลยีทางการเงิน เปึนโซซิโอ-อิโคโนมิค เทคโนโลยี (Socio-economy technology) ขอฝากท่านประธานไว้ด้วยครับ
ในท้ายที่สุด ขอฝากในประเด็นของในเรื่องเทคโนโลยีเปึนตัวนําของ ทุกประเทศ ในเพสท์ โมเดล โพลิทิค อีโคโนมิค โซเชียล เทคโนโลยี (PEST Model Politic Economic Social Technology) เทคโนโลยีเปึนตัวการที่สําคัญ ก็ขอฝากให้คณะรัฐมนตรีให้ความสนใจกับวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีให้มาก เปึนอาวุธในการแบคอัพ (Backup) ประเทศครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ตรงเวลา ต่อไป ท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ พรรคประชาธิปัตย์ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่รักทุกท่าน กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ฟังคําแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี และได้ศึกษาจากเอกสารโดยละเอียด ก็มีความสนใจที่จะอภิปรายในหัวข้อนโยบายทางด้านคุณภาพชีวิตนะครับ ในหมวด การแก้ปัญหาสุขภาพประชาชน ผมก็เช่นเดียวกับผู้อภิปรายของพรรคประชาธิปัตย์ ท่านก่อน ๆ นะครับ เมื่อได้อ่านนโยบายนี้แล้วผมคิดถึงสมัยผมเปึนแพทย์โรงพยาบาล ชุมชน เหมือนนโยบายที่ผมเขียนเองเลยครับ เวลาผมเขียนนโยบายของอําเภอ ผมก็เขียน อย่างนี้ ผมมานั่งอยู่ตรงจุดนี้ได้เห็นนโยบายระดับชาติแล้วผมเกือบจะคิดว่าผมก็คงเปึน รัฐมนตรีได้ตั้งแต่สมัยหลายป้ที่แล้ว เพราะว่านโยบายเขียนง่ายจริง ๆ เปึนนโยบายที่ เขียนอยู่บนพื้นฐานของนามธรรมหรือการเรียงความ ไม่ได้เปึนนโยบายที่อิงสถานการณ์ ปัจจุบันของระบบการแพทย์ การสาธารณสุข ซึ่งเปึนระบบ ที่ซับซ้อน ขอเน้นคําว่า ซับซ้อน ไม่มีกระทรวงไหนที่ซับซ้อนในเรื่องของปัญหาที่จะต้องบูรณาการ ต้องแก้ไข เพราะว่าผลพวงของการพัฒนาประเทศหากล้มเหลวแล้วก็จะไหลลงมาอยู่ที่ต่ําที่สุด ก็คือปัญหาคุณภาพชีวิตทางด้านสุขภาพอนามัย ไม่ว่าปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อม ถ้าเปึนพิษก็มาที่คน ปัญหาของการบริโภคอาหารก็มาที่คน เพราะฉะนั้นก็อยากจะ ถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมขอเน้น คําว่า นายกรัฐมนตรี เพราะว่าปัญหาทางด้านสุขภาพนั้นมิใช่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขแต่เพียงผู้เดียวในการดูแล แล้วก็การพัฒนาทางด้านสุขภาพนั้น ไปอยู่ในทบวงมหาวิทยาลัยก็มี ไปอยู่ในกระทรวงมหาดไทยก็มี กระทรวงกลาโหมก็มี ในรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ก็มีทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้มองภาพของระบบสุขภาพ ที่ใหญ่กว่ากระทรวงสาธารณสุข แต่ก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าหัวหน้าทีมนั้นก็คงจะต้องเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ขออนุญาตเสริมประเด็นภาพกว้างอีก สักนิดหนึ่งนะครับว่า อยากจะให้ท่านใช้เวลาสักนิดหน่อยในการศึกษา แล้วก็ครุ่นคิด ถึงงานทางด้านสุขภาพอนามัยให้ละเอียดลออ ละเมียดละไมกว่านี้สักนิดหนึ่ง ไม่ต้อง ใช้เวลามากหรอกครับ ใช้บทของความคิดสงสาร แล้วก็เมตตาสงเคราะห์อนุเคราะห์ด้วย เข้าไปในหลักวิชาการทั้งหลาย เพราะระบบงานทางสาธารณสุขนั้นเต็มไปด้วยวิชาการ และเทคโนโลยี และเต็มไปด้วยเมตตาธรรมที่จะต้องนํามาผสมผสานให้ได้ส่วน แล้วก็ ผนวกกับความเชี่ยวชาญละเมียดละไมในการบริหารจัดการบุคลากรทางด้านสาธารณสุข และการใช้จิตวิทยา หรือการโน้มนําของการที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลจากอาสาสมัคร สาธารณสุขและประชาชนทั่วไป ถ้าหากว่าทางกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวง ที่เกี่ยวข้องนั้นได้ร่วมกันคิดร่วมกันกําหนดนโยบายที่ละเอียดครอบคลุมกว่านี้ ผมเชื่อมั่นว่าไม่เกินกําลังความสามารถของรัฐบาลที่จะฟันฝ์าแก้ไขปัญหาทางสุขภาพ ไปได้ ผมไม่เชื่อว่าท่านจงใจที่จะไม่แก้ปัญหาสาธารณสุขหรอก ทุกท่านมีจิตสํานึก ของการช่วยเหลือคนทั้งสิ้น แต่ผมคิดว่าท่านอาจจะมีข้อมูลไม่เพียงพอ รีบด่วนในการ เขียนนโยบายเกินไป อันนี้เพียงแค่ ๒๐ บรรทัดเท่านั้นเอง ไม่ได้ลงไปในรายละเอียด ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๕ ว่าจะทําอะไร แล้วก็ในระยะเวลาใดไม่มี มีแต่ว่าทางด้าน นามธรรมเท่านั้น ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานฝากไปถึงรัฐมนตรีผู้เกี่ยวข้อง ผ่านนายกรัฐมนตรีว่า ปัญหาที่ผมตกตะกอนมาเพื่อฝากเปึนข้อแนะนําก็คือมีทั้งหมด ประมาณ ๔ ปัญหา ภายใต้เวลาที่จํากัด
อันที่ ๑ ปัญหาการกระจายทรัพยากรสุขภาพที่ไม่เหมาะสม อันนี้เพื่อนสมาชิก จากพรรคประชาธิปัตย์ได้พูดถึงมาแล้วก็คือเปึนปัญหาเรื้อรัง ปัญหาโลกแตก แก้ไม่ได้ ถึงแก้ไม่ได้ผมคิดว่าทางรัฐบาลก็ต้องมีการนับ ๑ ในการแก้ปัญหา ปัญหาการกระจาย ทรัพยากรสาธารณสุขหรือสุขภาพไม่เหมาะสม ทรัพยากรในที่นี้หมายถึงตัวบุคลากร คือคนตั้งแต่แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่อนามัย ทรัพยากรในที่นี้หมายถึงเงินหรือเม็ดเงิน ที่ได้จากงบประมาณก็ดี หรือจากการที่ผู้ป์วยประกันตนร่วมจ่ายก็ดี หรือจากของ กรมบัญชีกลางที่ให้สวัสดิการข้าราชการก็ดี ไปกระจุกตัวในเมืองใหญ่ ส่วนในชนบท หรือที่มีสาขาของโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการสาธารณสุขที่อยู่ในชนบทนั้นก็จะได้รับ หาง ๆ ไป อันนี้เปึนเรื่องใหญ่มาก เพราะมันไปขัดกับรัฐธรรมนูญในมาตรา ๕๑ และมาตรา ๘๐ ที่ส่งเสริมให้ประชาชนได้รับบริการทางด้านสุขภาพอย่างทั่วถึง มีมาตรฐาน มีประสิทธิภาพ อยากจะให้ท่านคํานึงถึงประเด็นของการกระจายตัว ของทรัพยากรที่เหมาะสม ท่านต้องหาสาเหตุครับ ผมไม่มีเวลาลงไปถึงรายละเอียดว่า สาเหตุคืออะไร แต่อยากจะเรียนสั้น ๆ ว่าแรงจูงใจหรือขวัญกําลังใจของบุคลากร ทางสาธารณสุขตั้งแต่แพทย์ พยาบาลลงไปนั้นก็เปึนปัจจัยที่สําคัญปัจจัยหนึ่ง แต่ไม่ใช่ เปึนปัจจัยเดียว สําหรับตัวผมนั้นก็ออกมาจากระบบ ๓๐ บาท ผมนั้นเปึนผลพวง ที่แทรกซ้อนจาก ๓๐ บาท ผมต้องออกจากการเปึนแพทย์ เพราะ ๓๐ บาท เพราะว่า ผมจําเปึนจะต้องมาพูดบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับระบบบริการสุขภาพที่นําประชาชน เข้าไปสู่ความเสี่ยงและนําพาแพทย์ พยาบาลเข้าไปสู่ในความเสี่ยง คือระบบ ๓๐ บาท นั่นไม่ใช่ว่าไม่ดีทุกเรื่อง มีข้อดีหลายเรื่อง แต่มีข้อที่ยังต้องแก้ไขนะครับ นั่นก็คือ การกระจายของทรัพยากรไปสู่สถานบริการนั้นกระจายตามหัวประชากรครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นพื้นที่ใดที่มีประชากรแฝงมาก ยกตัวอย่าง จังหวัดระยองของผมนั้นมี ประชากรแฝงพอ ๆ กับประชากรที่อยู่ในจังหวัดระยอง งบประมาณที่ไหลไปที่จังหวัด ของผมนั้นก็ไหลไปตามหัวประชากร แต่ว่าเพื่อนพี่น้องประชาชนชาวไทยที่อพยพไปทํากิน เมื่อเจ็บไข้ได้ป์วยเขาก็ต้องไปใช้เตียง เขาก็ต้องไปใช้บุคลากร ใช้เครื่องไม้เครื่องมือ ในโรงพยาบาล ในท้องถิ่นจังหวัดระยอง ก็เลยทําให้อัตราการครองเตียงเกิน ร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ คําว่า เกินร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็หมายความว่านอนเสริมนะครับ นอนเสริม อันนี้ก็คือเรื่องหนึ่ง ของปัญหา ๓๐ บาทที่จ่ายเงินตามรายหัวประชากร ซึ่งยังไม่เคยมีนโยบายข้อไหนที่เขียน ไว้ว่าจะแก้ไขปัญหาประชากรแฝงนะครับ ก็คือนําภาระนั้นไปให้ในพื้นที่เศรษฐกิจ
ต่อไปปัญหาทางด้านของการพัฒนาโรงพยาบาล เนื่องจากขาดเงิน ขาดทรัพยากร โรงพยาบาลต่าง ๆ ก็ล้าหลัง เมื่อย้อนไปเมื่อ ๑๐ ป้ที่แล้วโรงพยาบาล ต่าง ๆ เจริญก้าวหน้าไปอย่างมาก มีศูนย์มะเร็งมีเอคเซลเลนซ์ เซนเตอร์ (Excellence center) ต่าง ๆ เด่นชัดมาก แพทย์ต่าง ๆ พากันวิจัยดูแลผู้ป์วยนะครับ มีชื่อเสียง ปัจจุบันสิ่งเหล่านี้ ได้ไหลไปที่โรงพยาบาลเอกชน ไม่ทราบว่าไปตามนโยบายเมดิเคิล ฮับ (Medical hub) หรือไม่ พากันไปบริการชาวต่างชาติเสียหมด แพทย์ทั้งหลายจํานวนมากก็ไปบริการ ชาวต่างชาติ แต่ว่าประชาชนที่ด้อยโอกาสนั้นก็จะเปึนประชาชนชั้น ๒ ก็ฝากทบทวน เรื่องของเมดิเคิล ฮับ ด้วยว่าเมื่อได้ภาษี เม็ดภาษีจากรายได้ต่างชาติแล้วจะมาลงทุน ในโรงพยาบาลรัฐบาลชดเชยได้หรือไม่ ผมว่าอย่าให้มาตรการทางเศรษฐกิจ หรือภาษีนั้น ทําให้คนต้องบาดเจ็บล้มตายนะครับ
ปัญหาที่ ๓ รัฐบาลได้ปล่อยให้ประชาชนเผชิญกับโรคภัยไข้เจ็บโดยไม่รู้ตัว
คุณหมอครับ เวลามันหมดแล้ว เมื่อสักครู่เพื่อน ๆ สมาชิกก็เตือนผมเหมือนกันบอกว่าให้จํากัดให้อันนี้หน่อยให้สทริคท์ (Strict) หน่อย
ก็ถือโอกาส สรุปนะครับ ก็ปล่อยให้เผชิญกับภาวะโรคภัยไข้เจ็บที่รุมเร้าโดยที่ไม่รู้ตัว อยากจะเสนอ มาตรการของการค้นหาโรคในระยะเริ่มต้นตั้งแต่เบาหวาน ความดัน ไขมัน โรคหัวใจ โรคเอดส์ โรคอ้วนต่าง ๆ แล้วก็มีมาตรการในการดูแลอย่างครบวงจรให้พี่น้องประชาชน ก่อนที่จะเปึนโรคภัยไข้เจ็บที่จะต้องถึงขั้นอาการหนักแล้วก็พิการ แล้วต้องใช้ทรัพยากร จํานวนมาก
ในประเด็นสุดท้ายก็คือการพัฒนาบุคลากรนะครับ ส่วนหนึ่งสมาชิก ได้อภิปรายไปแล้วคือเรื่องของการผลิตแพทย์เพิ่ม ในส่วนอื่น ๆ นั้นก็อยากจะฝากถึง ท่านประธาน ถึงรัฐบาลว่าเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยผู้ดูแลอาสาสมัครสาธารณสุขจํานวน หลายแสนคนนั้นปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายรองรับ เพราะฉะนั้นเราได้ให้อนามัยท่านฉีดยา ดูแลรักษาโรคครับ ไม่ว่าจะเปึน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ก็ดีนั้น กฎหมายอะไรที่รองรับเขาเราให้ สิ่งเหล่านี้เขาหรือยังนะครับ ก็ฝากท่านประธานถึงรัฐบาลด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ
ท่านนัจมุดดีน อูมา ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายนัจมุดดีน อูมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคพลังประชาชนนะครับ สมาชิกรัฐสภา กระผมขออภิปราย สนับสนุนรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่คณะรัฐบาลได้ประกาศนโยบายเร่งด่วน ๑๙ ข้อ ซึ่งจะดําเนินการภายใน ๑ ป้ โดยเฉพาะนโยบายในข้อที่ ๑.๒ ในเรื่องเกี่ยวข้องกับ การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเปึนปัญหาที่ได้เรื้อรังและมี ความสลับซับซ้อนมาเปึนเวลาช้านาน ในอดีตนั้นปัญหาภาคใต้จะมีความรุนแรง เปึนช่วง ๆ จะทิ้งระยะ ๑๐ ถึง ๑๕ ป้ แต่นับตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ เปึนต้นมาจนถึงปัจจุบัน ปัญหาความไม่สงบก็ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การที่รัฐบาลชุดนี้ได้ประกาศนโยบาย เร่งด่วนตามข้อที่ ๑.๒ นั้นเปึนการถูกต้องแล้ว กระผมขอเสนอต่อท่านประธานเพื่อฝาก ไปยังรัฐบาลเพื่อจะเปึนการสนับสนุนนโยบายเร่งด่วน ดังต่อไปนี้
ประการที่ ๑ รัฐจะต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจลักษณะ เฉพาะพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าราชการทุกฝ์ายที่จะลงไปปฏิบัติหน้าที่จะต้องมี ความเต็มใจที่จะลงไป ไม่มีอคติและมีความตั้งใจจริงที่จะปฏิบัติหน้าที่ เมื่อเขาสามารถ ทํางานได้ดีก็สมควรที่จะมีการปูนบําเหน็จความดีความชอบเปึนทวีคูณ
ประการที่ ๒ เปึนเรื่องที่มีความสําคัญอย่างยิ่งครับ รัฐจะต้องอํานวย ความเปึนธรรมและความยุติธรรม และจะต้องควบคุมการบังคับใช้กฎหมายอย่าง เปึนธรรม อย่างเช่น กรณีเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านไป ได้เกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่อําเภอจะนะ จังหวัดสงขลา กล่าวคือได้มีเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่งได้จับกุมผู้ต้องสงสัย ที่เปึนครูสอนศาสนาอิสลาม ที่โรงเรียนรุ่งโรจน์วิทยา และได้มีการทําร้ายร่างกาย ในสถานที่ราชการแห่งหนึ่งจนกระทั่งชาวบ้านและกลุ่มนักศึกษาได้มีการออกมาเรียกร้อง เพื่อชุมนุมประท้วงต่อผลที่เกิดขึ้น ขอฝากเรื่องนี้ไปยังท่านประธานรัฐสภา เพื่อให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้มีการแก้ไข และมีการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน เท่าที่ผมทราบนะครับ ต่อกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้น เปึนการกระทําของเจ้าหน้าที่ที่มาจากต่างพื้นที่ เพราะพื้นที่ อําเภอจะนะ อําเภอเทพา อําเภอนาทวี และอําเภอสะบ้าย้อย เปึน ๔ อําเภอพิเศษ ที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่มีการก่อปัญหาความไม่สงบ ก็จะมีหน่วยเฉพาะกิจสงขลาดูแลอยู่ แต่ต่อกรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าวนี้ทราบว่าได้มีเจ้าหน้าที่จากต่างพื้นที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ มีการจับกุมครูสอนศาสนา และมีการทําร้ายเกิดขึ้น ซึ่งต่อเรื่องนี้พี่น้องประชาชนฝากมา ที่พวกผมและบรรดา ส.ส. ภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอให้ฝากให้ท่านประธานรัฐสภาว่า รัฐบาลจะต้องมีคําตอบในเรื่องนี้อย่างชัดเจน และกรณีอย่างนี้จะต้องมีการควบคุม ข้าราชการทุกฝ์ายให้มีการปฏิบัติ บังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ท่านประธาน ที่เคารพ ผมก็มีความเห็นใจเจ้าหน้าที่นะครับ เพราะพื้นที่ตรงนั้น ปัญหาความไม่สงบก็ เกิดอย่างต่อเนื่อง อาจจะทําให้เจ้าหน้าที่มีความเครียด มีความกดดัน ดังนั้นเมื่อครบรอบ ๑ ป้ เราก็ควรสํารวจว่าเจ้าหน้าที่ท่านใดที่มีความเครียด มีความไม่อดทน ก็จะต้องมี การสับเปลี่ยนต่อไป
ประการที่ ๓ รัฐต้องถือว่าบุคคลผู้ต้องสงสัยในกรณีเหตุการณ์ ก่อความไม่สงบนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ต้องสงสัยตามพระราชกําหนดการบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ เปึนผู้ป์วยที่ต้องนําไปรักษา ถ้าเราไปคุมขัง รวมกับบุคคลที่ต้องหาคดีอาญาในเรือนจําทั่ว ๆ ไป ก็จะเปึนปัญหาต่อไปอย่างต่อเนื่อง ผมก็เลยมีความคิดว่ารัฐควรที่จะมีการจัดตั้งสถานบําบัด ฟุ๋นฟู ผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป
ประการที่ ๔ รัฐจะต้องฟุ๋นฟูบทบาทของกํานัน ผู้ใหญ่บ้านให้เข้มแข็ง เพราะ ณ ขณะนี้กํานัน ผู้ใหญ่บ้านเองจะมีความกดดันค่อนข้างมาก ฝ์ายกลุ่มผู้ก่อ ความไม่สงบ ก็จะหาว่ากํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เปึนเจ้าหน้าที่ของรัฐ วันดีคืนดีก็มีการป่ดล้อม ตรวจค้นอยู่บ่อย ๆ ทําให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้านมีความกดดัน ผมก็เลยขอฝากว่าอยากจะให้ พนักงานฝ์ายปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือว่าทางนายอําเภอก็ดีต้องหมั่นเอาใจใส่ และต้องให้กําลังใจกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อจะเปึนหลักประกันในการทํางานต่อไป
ประการที่ ๕ บุคคลที่กลับตัวต่อทางราชการ รัฐจะต้องคุ้มครองชีวิต และทรัพย์สิน
ประการที่ ๖ เนื่องจากเวลามีจํากัด ขอฝากไปยังท่านประธานรัฐสภาว่า ขณะนี้พระราชบัญญัติส่งเสริมกิจการฮัจญ์แห่งประเทศไทย ซึ่งเปึนกฎหมายที่บังคับใช้ เกี่ยวกับการไปประกอบพิธี ณ ประเทศซาอุดีอาระเบีย มีความล้าหลังค่อนข้างมาก สมัยรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เมื่อป้ ๒๕๔๗ ได้มีการเสนอต่อที่ประชุม คณะรัฐมนตรีผ่านความเห็นชอบแล้ว อยู่ในระหว่างจะรอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ก็เลยอยากจะขอฝากท่านประธานรัฐสภาไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีว่าในโอกาสนี้ เพื่อเปึนของขวัญกับพี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามควรที่จะมีการปรับปรุง พระราชบัญญัติส่งเสริมกิจการฮัจญ์ต่อไป
ประการสุดท้ายครับ เนื่องจากว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อยู่ ณ ที่นี้ด้วย ขอฝากว่าเรื่องการศึกษา การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษานอกระบบที่เรียกว่า ตาดีกา ขณะนี้การศึกษาตาดีกาอยู่ในความดูแลของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งเขตพื้นที่ การศึกษานั้นก็มีงานล้นมืออยู่แล้ว ทั้งมัธยม ทั้งประถม ก็เลยอยากจะฝากท่านว่า ในโอกาสต่อไปนั้นกิจการของโรงเรียนตาดีกาสมควรที่จะมาอยู่ในการกํากับดูแล ของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัด ซึ่งเขาก็มีความพร้อมที่จะรับ ผมได้พบปะ กับ กศน. หลายท่านเขาพร้อม ทีนี้อยู่ที่นโยบายของรัฐบาลว่าท่านจะดําเนินการได้รวดเร็ว แค่ไหน ซึ่งประเด็น ๔–๕ ประเด็นที่ผมฝากมานี้
และประเด็นสุดท้ายจริง ๆ ครับ ขอสนับสนุนนโยบายที่ ฯพณฯ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ประกาศว่าจะให้จังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนเขตปลอด อบายมุขเหมือนกับรัฐกลันตันประเทศมาเลเซีย ถ้าทําได้จริงตามนี้ผมเชื่อว่าปัญหา ทั้งหลายก็คงจะบรรเทาคลี่คลายลงไปอย่างเร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้รัฐบาล ที่มี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ชื่อ สมัคร สุนทรเวช ต่อไป ขอขอบคุณครับ
รักษาเวลาได้ดีมากขอชมเชยครับ ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ประชาธิปัตย์ครับ
ท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ในช่วงเข้าสู่วันที่ ๒ ของการอภิปราย เรื่องนโยบายของรัฐบาล น้อยคนมากที่จะพูดถึงนโยบายที่ผมจะพูดถึงก็คือนโยบาย เรื่องกีฬาครับ นโยบายกีฬาของรัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช ได้ไปแปะไว้อยู่ในนโยบาย การพัฒนาสุขภาพของประชาชน อยู่ที่ข้อ ๒.๓.๕ มีอยู่ทั้งหมด ๔ บรรทัด ถ้าท่านประธาน อ่านจริง ๆ ท่านประธานก็คงจะเห็นเหมือนผมก็คือนโยบายนี้อกมาจากนโยบาย ของรัฐบาล ท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ของป้ ๒๕๔๘ เหมือนกันเป็ะเลยครับ แม้แต่ว่าเพื่อใช้เวลาว่างให้เปึนประโยชน์ เพื่อหลีกเลี่ยงการหมกมุ่นและมั่วสุ่ม ในนี้ก็เพื่อ หลีกเลี่ยงการหมกมุ่นและการมั่วสุม เหมือนกันทุกอย่างเลยครับ ผมเลยไม่รู้ว่า ใครลอกใคร แล้วผมรับประกันว่านโยบายการกีฬาลอกกันจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ ผมมีเวลาน้อย ผมจะกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐมนตรีของท่านที่ดูแลทางด้านการกีฬา จําเปึนที่จะต้องมีแผน มีโครงการสําหรับสนองนโยบาย เพื่อสร้างสุขภาพให้กับพี่น้อง ประชาชนจริง ๆ ผมจะขอพูดถึง ๔ ประเด็นหลัก ๆ ของกีฬา ซึ่งตามแผนพัฒนากีฬาชาติ นั้นได้กําหนดไว้
เรื่องแรกก็คือ กีฬาขั้นพื้นฐาน เด็กไทยทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการที่รัฐ จัดให้ได้เรียนรู้ทางด้านทักษะกีฬาในโรงเรียน โดยรัฐกําหนดหลักสูตรพลศึกษาในโรงเรียน และให้มีครูพลศึกษาไปสอนทักษะที่ถูกต้องเพื่อนํากีฬาไปสู่ความเปึนเลิศและการดํารง ชีวิตของเด็กนักเรียน ท่านประธานครับ โรงเรียนในระดับประถมมีทั้งหมด ๓๐,๐๐๐ โรงเรียน ท่านประธานทราบไหมครับ มีครูพลศึกษาที่สอนอยู่ในโรงเรียนประถมขณะนี้เพียงแค่ ๑๒,๐๐๐ โรงเรียนแค่นั้นเอง ยังขาดอีก ๑๘,๐๐๐ โรงเรียน ซึ่งเกินกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แสดงให้เห็นว่าเด็กไทยของเราขณะนี้ขาดคนที่ไปสอนเพื่อสร้างทักษะทางด้านการกีฬาอยู่ เกินครึ่งของประเทศ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เปึนสิ่งที่น่าห่วง เพราะฉะนั้นรัฐบาลจําเปึนจะต้อง กําหนดว่าใน ๔ ป้ที่ท่านจะเปึนรัฐบาลนี้ท่านจะบรรจุครูพลศึกษาอย่างไร ในป้ ๒๕๕๑ บรรจุเท่าไร ป้ ๒๕๕๒ บรรจุเท่าไร ป้ ๒๕๕๓ บรรจุเท่าไร ผมยกตัวอย่างครับท่านประธาน สมมุติว่าท่านจะบรรจุครูพลศึกษาป้ละ ๕,๐๐๐ อัตรา อย่างน้อยก็ใช้งบประมาณเพียงแค่ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทแค่นั้นเอง เพราะฉะนั้นถือว่าน้อยกว่างบเอสเอ็มอีของท่านเสียอีก ครับประธาน
กีฬาส่วนที่ ๒ ก็คือกีฬามวลชน ซึ่งถือว่ารัฐจะต้องจัดให้ทุกคนได้มีโอกาส ได้ออกกําลังกายเพื่อสร้างสุขภาพ ท่านประธานครับ ท่านดูขณะนี้สนามของท่าน สนามกีฬาสําหรับคนไปออกกําลังกาย ซึ่งมีอยู่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ แห่งทั่วประเทศ ขณะนี้ในรัฐบาลช่วงที่ผ่านมาไม่ได้สร้างสนามกีฬาขึ้นมาเพิ่มเติมเลย ความปลอดภัย ของสนามกีฬา ไฟฟัาส่องสว่างมีมากน้อยแค่ไหนนะครับ อุปกรณ์กีฬาในสมัยรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ครับ ได้กําหนดให้มีอุปกรณ์กีฬาให้พี่น้องประชาชนหมู่บ้านละ ๕,๐๐๐ บาท ขณะนี้ขาดหายไป คนไทยทุกคนครับตอนนี้ไม่รู้จะเอาอุปกรณ์กีฬาไหนสําหรับมาเล่น สําหรับการออกกําลังกาย ท่านประธานครับ พรรคประชาธิปัตย์เคยมี อกฬ. หรือครูสอน กีฬาในตําบลครับ ๘,๐๐๐ ตําบลนะครับ จ้างเขาเดือนละ ๘,๐๐๐ บาท ๑๒ เดือน ใช้งบเพียงแค่ ๗๐๐ กว่าล้านบาทแค่นั้นเอง ท่านประธานครับ ส่งให้เขาได้มีงานทํา ให้ประชาชนได้มีสุขภาพ
เรื่องที่ ๓ กีฬาเพื่อความเปึนเลิศ ท่านประธานครับกีฬาเพื่อความเปึนเลิศ นี่เปึนการสร้างความภาคภูมิใจให้กับพี่น้องชาวไทยทั้งชาติทุกคน แต่ว่าขณะนี้รัฐบาล มีโครงการในการที่จะเปึนเจ้าภาพกีฬาระดับนานาชาติแล้วหรือยัง ศูนย์ฝ๊กกีฬานานาชาติ ที่พรรคประชาธิปัตย์เคยสร้างไว้พันกว่าล้านบาท ขณะนี้ท่านได้เริ่มหรือได้พัฒนาปรับปรุง มากน้อยแค่ไหน สมาคมกีฬาสมัครเล่น ๖๑ สมาคม ขณะนี้ท่านมีแนวทางที่จะพัฒนา เขาอย่างไร สมาคมกีฬาจังหวัดครับ มีครบทุกจังหวัด ขณะนี้ท่านประธานทราบไหมครับ นายกบางคนไม่รู้เลยว่าจะพัฒนากีฬาอย่างไร รู้แต่อย่างเดียวว่าจะต้องเอาชื่อไปลงใน นามบัตรอย่างไรแค่นั้นเอง ท่านประธานครับ กองทุนพัฒนากีฬาชาติ ซึ่งตอนนี้เริ่มเปลี่ยน มาเปึนกองทุนรางวัลสําหรับนักกีฬา ซึ่งพอจะพัฒนากีฬาจริง ๆ กลับไม่มีเงิน ไม่มีกองทุน เรื่องทีวีกีฬาครับ พรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอนโยบายสําหรับการเลือกตั้งว่า ต่อไปนี้ เราจะมีช่องทีวีกีฬาเสรี เรื่องกีฬาอาชีพครับ โดยเฉพาะการสร้างมวยไทย แล้วก็ฟุตบอล ในสมัยที่ประชาธิปัตย์ได้เริ่มไว้ ท่านสานต่ออย่างไร ขณะนี้นะครับ ท่านรองวิทยา ส.ส. นครศรีธรรมราช ท่านสามารถ ส.ส. กทม. ท่านชุมพล ส.ส. ชุมพร ท่านสุวโรช ส.ส. สัดส่วน ท่านเจะอามิง ส.ส. นราธิวาส เรากําลังนําเสนอ พ.ร.บ. กีฬาอาชีพครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นนโยบายกีฬาอีกเรื่องหนึ่งที่สําคัญก็คือ เรื่องที่เปึนปัญหา ของโลกขณะนี้ก็คือโลกร้อนครับ ควรจะจัดให้มีโครงการกีฬาลดโลกร้อนก็คืออาจจะไป กําหนดเปึนว่าภายในระยะทาง ๒ กิโลเมตร ที่ท่านทํางานห่างจากบ้าน ห่างจากที่ทํางาน ๒ กิโลเมตร ให้เดินออกกําลังกายหรือถีบจักรยานไป ก็เท่ากับท่านสร้างการออกกําลังกาย ลดไขมัน แล้วก็ลดภาวะโลกร้อนไปในตัว ท่านครับกีฬาเปึนสิ่งที่ดี ผมคิดว่าถ้าเกิด ท่านนายกรัฐมนตรีของเราเปึนคนที่สนใจกีฬาและเล่นกีฬานะครับ เมื่อวานคงจะไม่มี คํากล่าวที่บอกว่าพรรคของท่านได้ถึง ๒๓๓ คน พรรคของหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ ได้เพียงแค่ ๑๖๕ คน เพราะว่าคนที่เปึนนักกีฬาครับ มีน้ําใจนักกีฬาจะไม่ดูถูก จะไม่เหยียดหยามผู้แพ้กัน แล้วก็ฝากท่านรัฐมนตรีด้วยช่วยดูโรงเรียนกีฬานะครับ ทุ กแห่งมี ๑๑ แห่ง อย่าดูเฉพาะสุพรรณบุรี เพราะว่าท่านเปึนรัฐมนตรีของคนทั้งประเทศ ก็ขอฝากท่านด้วย ผมเหลือเวลาอีกประมาณ ๓ นาทีเศษครับ ผมขอมอบให้ท่านสามารถ มะลูลีม ซึ่งจะพูดเรื่องกีฬาอีกส่วนหนึ่งครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญเลยครับ ท่านสามารถ มะลูลีม หายใจให้ทันนะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม สามารถ มะลูลีม สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้ อ่านหนังสือพิมพ์มาทุกฉบับเขาบอกว่า ยี้ นโยบายกีฬารัฐบาลสมัคร ผมต้องเรียนนะครับว่า คนที่เขียนนั้นอาจจะรู้ไม่จริง เพราะผู้ว่าฯ สมัคร สุนทรเวช นั้น ในขณะที่ผมเปึนประธาน สภากรุงเทพมหานคร ท่านเปึนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ท่านเปึนคนที่ให้ความสนใจ ด้านการกีฬาดีนะครับ อันนี้ต้องขอเรียน ผมมีเอกสารยืนยันนะครับท่านประธาน ผมได้ยื่น ญัตติเข้าสภากรุงเทพมหานคร ให้เสนอมวยไทยเปึนหลักสูตรการเรียนการสอน สอนนักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ยื่นวันนี้ อีก ๒ วันท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในขณะนั้นที่ชื่อนายสมัคร สุนทรเวช ได้มีบัญชาให้ดําเนินการโดยด่วน และโดยเฉพาะ กรุงเทพมหานครนั้น ผมได้สร้างเวทีมวยที่สํานักวัดธาตุทอง โดยมีรองนายกรัฐมนตรี ขณะนี้ที่กํากับดูแลกีฬาคือ ท่านสนั่น ขจรประศาสน์ ได้ให้เกียรติไปเป่ดให้ผม ท่านประธานครับ อันนี้ต้องเรียนนะครับว่าในขณะนี้ถ้าพูดถึงในเรื่องของการกีฬา สิ่งที่ทุกคนปลาบปลื้มใจนโยบายกีฬาก็คือว่า ท่านรัฐมนตรีบอกว่าจะมีทีวีกีฬา ๒๔ ชั่วโมง ซึ่งตรงนี้นั้นก็จะเปึนผลประโยชน์อย่างหนึ่งที่จะพัฒนากีฬาของประเทศไทย โดยเฉพาะ กีฬาอาชีพที่จะได้มีสปอนเซอร์ (Sponsor) มาสนับสนุนในการดําเนินการต่าง ๆ โดยเฉพาะ กีฬาอาชีพนั้นก็เปึนสิ่งที่นักกีฬาทุกคนใฝ์ฝัน ทราบว่าขณะนี้มี พ.ร.บ. กีฬาอาชีพ คณะรัฐมนตรีก็ผ่านแล้วรอว่าคณะรัฐบาลชุดนี้จะหยิบมาหรือไม่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมก็ต้องขอกราบเรียนนะครับว่า ช่วยสนับสนุนในการดําเนินการด้วย ส่วนในเรื่อง อุปสรรคในการสนับสนุนการกีฬานั้นอยากให้นําภาษีเหล้า ภาษีบุหรี่ ที่เขาเรียกภาษีนรก นี่นะครับ นํามาเข้ากองทุนกีฬาแห่งชาติป้ละประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท และให้ ทุกจังหวัดทําแผนพัฒนากีฬาของจังหวัดมารับการสนับสนุนงบประมาณแบบแมชชิ่ง ฟันด์ (Matching fund) ให้ ผอ. ศูนย์ กกท. จังหวัดเปึนผู้ประสานงานการจัดทําแผนพัฒนากีฬา จังหวัดและติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่องและเปึนระบบ ซึ่งตรงนี้ผมก็คิดว่าจะเปึน ประโยชน์อย่างยิ่งต่อวงการกีฬาของบ้านเรา ซึ่งผมนั้นก็เปึนประธานฝ์ายวิชาการอยู่ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ก็ต้องขอบพระคุณนะครับในการที่สปอนเซอร์ต่าง ๆ ให้การสนับสนุนโดยเฉพาะกีฬานั้นเราถือว่ากีฬาสร้างชาติ เพราะฉะนั้นเอกชนใด ๆ มาสนับสนุนกีฬาเราก็ถือว่านั่นคือเปึนประโยชน์ต่อวงการกีฬาของบ้านเรา เราอยากจะให้ โครงการจูงใจให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนกีฬา โดยยกเว้นภาษีเงินได้ ๑.๕ เท่าของรายจ่ายที่จ่ายไป เปึนค่าใช้จ่ายสนับสนุนการกีฬาตามโครงการยุทธศาสตร์ ๔ ป้ อันนี้อยากให้เอามาปัดฝุ์นใหม่นะครับ เพราะว่าจะหมดวาระในป้ ๒๕๕๑ อยากให้ ดําเนินการโดยไม่มีการหมดอายุความนะครับ เพราะอันนี้จะเปึนประโยชน์ต่อส่วนรวม อย่างยิ่ง โดยเฉพาะในสิ่งนี้ในกรุงเทพมหานคร ลานกีฬากรุงเทพมหานครนั้น ผมได้เคย เรียนเชิญท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ไปชมลานมวยภูเสือของ ฯพณฯ องคมนตรี พลเอก พิจิตร กุลละวณิชย์ ท่านเปึนระดับองคมนตรีสอนมวยอยู่กับพื้นดิน ผมได้ สนับสนุนเวทีมวยให้ท่านไป ๒ เวทีใต้ทางด่วน ท่านผู้ว่าฯ สมัครก็ไปชมนะครับ อันนี้ ต้องเรียนครับ เปึนพระราชเสาวนีย์ของพระราชินีในการที่ต้องการให้ทุกคนได้มีศิลปะ ปัองกันตัว องคมนตรีท่านก็มาสอนให้ประจํา อันนี้ต้องเรียนนะครับว่าทุกวันเสาร์ เวลาเที่ยง ใต้ทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ลานภูเสือ แต่ที่สําคัญที่สุดก็คือว่าติดกับ ลานกีฬาแห่งนี้ มีชาวญี่ปุ์นมาเช่าสนามใต้ทางด่วนนี่นะครับติดแอร์ (Air) อย่างดีให้เยาวชน ของเขาได้เล่นฟุตซอล (Futsal) เด็กทุกคนที่เดินผ่านเวทีมวยมาแต่งชุดทีมชาติญี่ปุ์นทั้งนั้น ผมอยากจะให้ทางรัฐบาลแห่งนี้ประสานงานไปทางการทางพิเศษแห่งประเทศไทยว่า ทางด่วนว่าง ๆ มากมายนั้นถ้าเราไม่ทําสนามฟุตซอลให้เด็ก ๆ ของเราได้เปึนนักกีฬา ที่มีชื่อเสียงในอนาคต ขณะนี้เมื่อไม่กี่วันนี้เราชนะอิหร่าน ๓ ประตูต่อ ๒ อิหร่านนี่เปึน เบอร์ ๑ ของเอเชีย แต่ขณะนี้เราเปึนเบอร์ ๖ ของโลก เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากเรียน เลยครับ ฟุตซอลเปึนกีฬาที่ประเทศเราก็มีโอกาสที่จะได้เหรียญโอลิมป่กได้ ถ้าเรามี การฝ๊กฝนได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างแท้จริง ต้องเรียนนะครับว่าเวลาที่ท่าน ให้กระผม ๓๐ นาทีนี้มันน้อยเหลือเกิน ผมก็เปึนประธานที่ปรึกษาของสมาคมมวยอาชีพ แห่งประเทศไทย เราเคยเสนอ พ.ร.บ. กีฬามวยอาชีพตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ สมัย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ฯพณฯ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เปึนผู้กํากับ ก็ต้องเรียนนะครับว่าเรามีบทลงโทษ เรามีการลงทะเบียน เกือบ ๑๐ ป้นี้มีนักมวยเข้าห้องขังไป ๑ ราย ข้อหาล้มมวย รับสารภาพ นอกนั้นไม่มีครับ เพราะไม่มีพยานที่จะมาชี้แจงในการกล่าวหา เพราะฉะนั้น ต้องเรียนครับว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีเรื่องหนึ่งที่ผมอดสูใจอย่างยิ่ง ป้ที่แล้วผมเอานักมวย ไปชกที่ประเทศญี่ปุ์นครับ ต้องขออภัยนะครับเวลาหมด แต่เปึนเรื่องสําคัญอย่างยิ่งครับ ผมไปเจอนักมวยคนหนึ่งเดินมาหาผมบอกว่ารู้จักผม ผมถามว่ามาทําอะไร เห็นเขาใส่ชุด ลดน้ําหนักอยู่ เขาบอกว่าเขาจะมาชกมวยในคืนนี้ ผมถามจะชกคืนนี้มันอีก ๓ ชั่วโมง ทําไมลดน้ําหนักอยู่ เขาบอกน้ําหนักมันเกิน มาเมื่อวาน ชกวันนี้ พรุ่งนี้กลับ ถามต่อยมวย ในประเทศไทยมากี่ครั้ง บอกต่อยมาครั้งเดียวเมื่อหลายป้ก่อน ตอนนี้อายุ ๓๖ ป้ แล้วมา ต่อยญี่ปุ์นกี่ครั้งแล้ว บอก ๓ ครั้ง ผมเลยถามกลับไปว่าถูกน็อคทุกครั้งใช่ไหม เขาบอก ใช่ครับ แล้วผมก็ยืนยันด้วยว่าวันนั้น คืนนั้นต้องถูกน็อคเปึนครั้งที่ ๔ ผมอยากจะถามว่า พ.ร.บ. กีฬามวยอาชีพนี้มันบอกว่าใครจะไปต่อยต่างประเทศต้องมาหาสมาคมกีฬา มวยอาชีพ โดยมีนายกสมาคมชื่อสมชาติ เจริญวัชรวิทย์ แต่หลบหนีกันไป หลีกกันไป เราอยากให้กระทรวงการต่างประเทศถ้าคนของเราไปตายใครรับผิดชอบครับ เท่านั้น ไม่พอนะครับท่านประธาน บางคนมาฝ๊กมวยไทยในประเทศไทยอยากรู้มวยไทย อยากเรียนมวยไทย หลอกเขาไปต่อยสากลในเมืองไทย บอกเปึนนักมวยมาจาก ประเทศญี่ปุ์น ตายครับท่านประธาน ถึงแก่ความตาย ก็ป่ดข่าวกันไป เร็ว ๆ นี้ฟ่ลิปป่นส์ มาต่อยในเมืองไทยโดนฉัตรชัยต่อยน็อคตาย ตายไปนะครับ สมาคมฟ่ลิปป่นส์เอาโทษหัวหน้าคณะมวยอย่างหนัก หนีมาโดยที่ไม่บอก อย่างนี้เปึนต้น เวลามันน้อย กีฬามันก็ลูกเมียน้อยอย่างนี้แหละครับ เจริญยาก ต้องเรียนเลยครับ
ครับ เรื่องนี้ต้องใช้เวลานาน เหมือนกัน พอจับประเด็นได้แล้ว ก็ฝากรัฐบาลไป หอมปากหอมคอนะครับ ขอบคุณครับ เชิญท่านวิเชียร ขาวขํา ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิเชียร ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ ผมได้รับทราบจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีว่า วันนี้เปึนการอภิปรายนโยบายรัฐบาลที่ไม่ต้องการให้สมาชิกรัฐสภาเยินยอ วันนี้จึงเปึน การท้วงติงแล้วก็ชี้แนะของสมาชิกรัฐสภา ผมเองในการอภิปรายวันนี้ก็จะไม่มีการชื่นชม และเยินยอรัฐบาลเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๖ ได้บัญญัติให้ คณะรัฐมนตรีต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาหลังจากเข้าทําหน้าที่ภายในสิบห้าวัน ท่านประธานครับ จากการที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้แถลงเมื่อวานนี้ ทั้งหมดทั้งสิ้น มี ๒๘ หน้า มีหัวข้อหลัก ๆ อยู่ ๘ หัวข้อ แล้วก็หัวข้อที่ ๑ เปึนหัวข้อที่รัฐบาลต้องการ ดําเนินนโยบายอย่างเร่งด่วน แล้วหัวข้อที่ ๒ ถึง ๗ เปึนนโยบายที่จะทําภายใน ๔ ป้ ถ้ารัฐบาลอยู่ครบ ๔ ป้ เพราะฉะนั้นผมได้อ่านและทําความเข้าใจจนกระทั่ง ๓ รอบ วันนี้ก็นั่งดูอีก แต่ว่าดูแล้วนโยบายรัฐบาลก็เปึนภาพที่ค่อนข้างกว้าง ๆ แต่ว่าในฐานะ ที่เปึนสมาชิกทางซีกรัฐบาล ก็พอจะแปลความหมายของนโยบายเร่งด่วนข้อที่ ๑ ที่มีอยู่ ๑๙ หัวข้อย่อยได้ เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า การที่ผมพูดในวันนี้ มันจะมีช่องอีกช่องหนึ่งที่คณะรัฐมนตรีสามารถนําไปดําเนินการได้ภายหลัง หลังจากที่ สมาชิกรัฐสภาซีกฝ์ายค้านได้ท้วงติงมา แต่ว่าทางซีก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ร่วมรัฐบาลยังไม่ได้ตอบ ยังไม่ได้บอก แต่ว่าผมจะชี้ช่องแล้วก็ท้วงติงให้สักนิดหนึ่งก็คือว่า เราในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มันเปรียบเสมือนหนังหน้าไฟ มันเปึนสากล ทั้งโลก เวลาเราไปหาพี่น้องประชาชนในการที่จะให้เขาเลือกเราเข้ามาเปึนผู้แทนราษฎร แต่ละพรรคจะต้องนําเสนอนโยบายของตัวเอง แต่ละพรรคจะต้องนําเสนอนโยบายที่เปึน รูปธรรมของพรรค เราก็เช่นเดียวกัน พรรคพลังประชาชนได้นําเสนอนโยบายหลัก ๆ อยู่ ๕๐ กว่าข้อ แต่ว่าที่สําคัญ ๆ นํามาเปึนนโยบายรัฐบาลวันนี้ยังไม่ครบถ้วน แต่ยังมีทางแก้ ไม่ครบถ้วนก็คือว่า นโยบายเรื่องกองทุนหมู่บ้านนํามาไว้ในป้แรก เรื่องเอสเอ็มแอล . ๓ แสนบาท ๕ แสนบาท ๗ แสนบาท เรื่องธนาคารประชาชน เรื่องเอสเอ็มอี เรื่องโอทอป เรื่องพักหนี้เกษตรกร เรื่องบ้านเอื้ออาทร เรื่องรถไฟฟัา ๙ สาย เรื่องระบบการถือครองที่ดิน เรื่องขยายระบบชลประทาน มีเท่านี้ครับของป้แรก แต่อีก ๔ ป้ มันมีทางแก้ แต่วันนี้ รัฐบาลไม่ได้บอกว่า อันไหนจะมาทําเร่งด่วนหรือไม่เร่งด่วน แต่ว่าผมกราบเรียนท่าน อย่างนี้ก็แล้วกันว่า นโยบายที่เหลือที่ท่านไม่ได้ใส่ลงไปในป้แรก ไม่ว่าจะเปึน เรื่องคอมพิวเตอร์โรงเรียน เรื่องกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกติดกับรายได้ในอนาคต หรือ กรอ. กรอ. นี่เราถูกรัฐบาลของคณะปฏิวัติที่ปกครองประเทศอยู่ ๑ ป้ กับ ๖ เดือน ยกเลิกไป ประชาชนเดือดร้อน เราก็ไปสัญญาว่าถ้าเรามาเปึนรัฐบาล เราจะนํากองทุน กู้ยืมหรือ กรอ. กลับคืนมา แต่ว่าในนโยบายป้แรกรัฐบาลไม่ได้เขียนไว้ เพราะฉะนั้น รัฐบาลจะต้องนําไปดําเนินการ เดี๋ยวตอนสุดท้ายผมจะกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐบาลควรทําอย่างไร แล้วก็เรื่อง ๓๐ บาทรักษาทุกโรค เรื่องค่าตอบแทน อสม. เรื่องเบี้ยยังชีพของคนชรา เรื่องโคล้านตัว เรื่องเอฟทีเอ แล้วก็เรื่องถนนใยแมงมุมสู่ไร่นา เรื่องเพิ่มเงินเดือนข้าราชการและก็ลูกจ้าง พนักงานรัฐวิสาหกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดซีอีโอ ตลอดจนพันธะสัญญาที่เราบอกพี่น้อง ประชาชนว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ในหัวข้อหลัง ๆ ที่ผมกราบเรียน ท่านประธานนี้ก็คือพันธะสัญญาที่เราได้บอกไว้กับประชาชน รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๖ เขาได้เขียนต่อท้ายไว้อีกว่า เมื่อแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วต้องจัดทําแผนการบริหาร ราชการแผ่นดิน เพื่อกําหนดแนวทางการปฏิบัติราชการในแต่ละป้ได้อีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า นโยบายใด นโยบาย ข้อไหนที่ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่ดูแล้วยังขัดอยู่ ยังขาดตกบกพร่องอยู่ ขอให้รัฐบาลโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีไปทําแผนปฏิบัติราชการในแต่ละป้ขึ้นมาใหม่ ขึ้นมาอีก แล้วก่อน ที่จะมาประกาศต่อสาธารณชนให้ถามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เขาไปสัญญา กับประชาชนมาว่าเมื่อเปึนรัฐบาลแล้วเราจะต้องทําอย่างนั้นอย่างนี้ วันนี้เราเปึนรัฐบาล วันนี้พรรคพลังประชาชนเปึนแกนจัดตั้งรัฐบาล ถ้าเรากลับไปหาพี่น้องประชาชนแล้วตอบ คําถามประชาชนไม่ได้ เรื่องเอฟทีเอจะทําอย่างไร เรื่องโคล้านตัวทําอย่างไร เรื่อง กรอ. ทําอย่างไร เหล่านี้เราตอบไม่ได้เราอยู่ในพรรคไม่ได้ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น ความเปึนไปเปึนมาทั้งหลายที่เราสัญญากับพี่น้องประชาชนต้องอยู่ที่รัฐบาล เราเปึนเพียง ส.ส. ของรัฐบาลเท่านั้น เมื่อรัฐบาลไม่ตอบสนองปัญหาเหล่านี้เรากลับไปหาประชาชน แรงกดดันมันจะเกิดขึ้นกับรัฐบาลภายในพรรคกันเองนี่ละ แรงกดดันมันจะถึงงบประมาณ รายจ่ายประจําป้ มันจะถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในอนาคต เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า ถึงแม้จะเปึนซีกรัฐบาลด้วยกันเอง เราจะต้องท้วงติงแล้วก็ชี้แนะแนวทางให้กันและกันอย่างนี้ได้ เพราะฉะนั้นจึงกราบเรียน ท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่า โปรดระมัดระวังในการทํานโยบาย ทําแผนงบประมาณ รายจ่ายประจําป้อีกครั้งหนึ่งด้วยในวันข้างหน้า ขอบคุณครับท่านประธาน
เนื้อหาแน่นแล้วก็รักษาเวลาได้ดี ต่อไปท่านธีระ สลักเพชร เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม ธีระ สลักเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตราด พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมจะอภิปราย คือประเด็นในเรื่องของนโยบายศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ผมกล้าพูดนะครับว่า วัฒนธรรมของคนไทยในช่วง ๓–๔ ป้ที่ผ่านมานี้เสื่อมโทรม เสื่อมถอยลงเยอะนะครับ และกล้าพูดนะครับว่าต้นเหตุมาจากการบริหารของรัฐบาลชุดที่แล้วในช่วง ๔–๕ ป้ ที่ผ่านมา การบริหารประเทศในเรื่องของเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม เปึนต้นเหตุที่ทําให้ สภาวะของวัฒนธรรมของคนไทยเสื่อมถอยลง สิ่งที่ปรากฏให้เห็นวัฒนธรรมเปึนปัจจัย สําคัญในการเสริมสร้างความสามัคคี ความสมานฉันท์ของคนในชาติ วันนี้สิ่งเหล่านี้ หายไปมาก ความไม่สงบใน ๓ จังหวัดภาคใต้ และสิ่งที่เกิดขึ้นสังคมไทยที่แตกแยกมาก ในช่วง ๒–๓ ป้ที่ผ่านมา จนนํามาให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหารในป้ ๒๕๔๙ ผมกล้าพูดว่า ช่วงป้ ๒๕๔๙ กับ ๒๕๕๐ ชีวิตคนไทยความสุขหายไปเยอะ ทั้งโพลในประเทศ โพลต่างประเทศ ไม่ค่อยดีในเรื่องของความสุขของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเปึนประเทศที่ไม่สงบสุขก็เช่นเดียวกันนะครับ โพลต่างประเทศของเราก็ไม่ค่อยดี
เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากชี้ให้เห็นวัฒนธรรมไทย ความจริงแล้วเปึนพลัง ที่สําคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต แต่ว่าสิ่งเหล่านี้ กลายเปึนว่าวัฒนธรรมไทยในเรื่องของการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม คุณภาพชีวิตถูกทําลายหายไปเยอะเลยครับ นโยบายเศรษฐกิจที่เน้นในเรื่องของ การบริโภคนิยมทําลายโครงสร้างในเรื่องของชุมชน ถ้าท่านประธานนึกภาพออกนะครับว่า เราเกิดวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อป้ ๒๕๔๐ รัฐบาลช่วงของท่านชวน หลีกภัย เราพยายามเน้น เรื่องของการให้ใช้สินค้าไทย เที่ยวเมืองไทย ประหยัด หลังจากนั้นมาป้ ๒๕๔๔ รัฐบาลของพรรคไทยรักไทยก็ได้เข้ามาบริหารประเทศ ได้เน้น ในเรื่องของการบริโภคนิยม โครงสร้างสังคมที่เราอยู่กันเปึนกลุ่มตามชุมชนถูกทําลาย ไปเยอะ ประชาคมหมู่บ้าน ประชาคมตําบล การสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง งบประมาณ ที่ให้ไปไม่ว่ากองทุนหมู่บ้าน ธนาคารประชาชน การพักหนี้ได้ไปทําสิ่งที่รัฐบาลชุดนั้น สร้างไว้เสียหายมาก ไปสร้างสังคมเชิงเดี่ยว คนไทยเราอยู่รวมกันเปึนกลุ่มครับ งบที่ให้ไป เหล่านั้นจะแยกให้สังคมไทยในชนบทแยกออกไปเปึนปัจเจกบุคคล แล้วด้วยคนในชนบท ไม่พร้อม รัฐบาลเร่งรีบมากจนเกินไป เร่งรีบมองเรื่องของการเมืองมากกว่าบ้านเมือง ชุมชนไม่พร้อมขาดภูมิต้านทาน ในที่สุดคนไทยตามชนบทก็มีชีวิตไม่ต่างจากสังคมเมือง ซึ่งสังคมเมืองนี้เราเปึนสังคมเชิงเดี่ยว บ้านอยู่ใกล้ชิดกันยังไม่รู้จักกันนะครับ ในที่สุด คนในชนบทกลายเปึนคนที่ฟุังเฟัอฟุ์มเฟ๋อย แล้วในที่สุดก็ฟุังซ่าน เยาวชนของเราไปใช้ คอมพิวเตอร์ ใช้มือถือในทางที่ไม่ถูกต้อง พฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องก็ตามมานะครับ ในเรื่อง ของการเข้าหาอบายมุข มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ชอบความรุนแรง สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่ สะท้อนให้เราเห็นชัดเจนน แล้วปัญหาสิ่งเหล่านี้ถ้าท่านประธานได้ติดตามนะครับ เรื่องของหนี้ในชนบท เรื่องของการออม หนี้ครัวเรือน ซึ่งสูงขึ้นมากในช่วง ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๙ ความจริงแล้วในช่วงป้ ๒๕๔๒ ป้ ๒๕๔๓ ป้ ๒๕๔๔ ตอนที่เรา เกิดวิกฤติผมดูตัวเลขแล้วตัวเลขไม่สูงเลยนะครับ ๖๙,๐๐๐ ในป้ ๒๕๔๑ ป้ ๒๕๔๒ ๗๑,๐๐๐ ป้ ๒๕๔๓ ๖๘,๐๐๐ แต่ป้ ๒๕๔๕ ขึ้นมา ๘๒,๐๐๐ แล้วป้ ๒๕๔๗ ขึ้นมาเปึน ๑ แสน ป้ ๒๕๔๙ ขึ้นมาเปึน ๑๐๖,๐๐๐ กว่าบาท สิ่งเหล่านี้ชี้ชัดนะครับว่ามันสร้าง ผลกระทบให้กับชีวิตคนไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในชนบท การออมก็ลดลงเยอะครับ สิ่งที่เปึนปัญหาประการที่ ๓ วัฒนธรรมเปึนยุทธศาสตร์ในการเสริมสร้างความเข้มแข็ง ในเรื่องของการสร้างจิตสํานึก ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรมที่ดีงามของคน คนในชาติเรา แต่ปรากฏว่าจิตสํานึก ค่านิยม คุณธรรมและจริยธรรมอันดีงามของคนไทยถูกทําลาย สิ่งที่เห็นชัดมากคือโพลของเอแบค โพลล์ที่เราเห็นทั้งป้ในป้ ๒๕๕๐ ที่เขาพยายามทํามา ๓ ครั้ง ๔ ครั้ง คุณธรรมหลายด้านที่เขาได้ทํา ๕ ด้าน ในเรื่องของความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์สุจริต สติสัมปชัญญะ จิตอาสา ความขยันหมั่นเพียร ปรากฏว่าสิ่งเหล่านี้สิ่งที่เขาทํามาตลอด ๔ ครั้ง ครั้งสุดท้ายที่เผยแพร่เมื่อ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๑ ปรากฏว่ามีหลายตัวเลยครับ ทั้ง ๕ ตัวที่ศึกษานี้ผมสรุปสั้น ๆ เพราะจะมี ผู้อภิปรายหลังจากผมมาสรุปเปึนรายละเอียดในเรื่องของในแต่ละตัว ใน ๕ ประเด็นนี้ ผู้ใหญ่คนไทยในสังคม คุณธรรม ด้านสติสัมปชัญญะ ความมีวินัยอยู่ระดับที่ไม่น่าพอใจ แต่กลุ่มเยาวชนคนรุ่นต่อไปเปึนสิ่งที่น่าเปึนห่วงมาก ถือว่ามีคุณธรรมที่ต่ํากว่ากลุ่มคนอายุ อื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องไม่มีสติสัมปชัญญะ ความไม่มีวินัย ความไม่รับผิดชอบ และสิ่งที่น่าห่วงมาก ๆ ครับ คนที่มีกลุ่มอายุต่ํากว่า ๒๐ ป้ กับคนที่มีรายได้น้อยส่วนใหญ่ กําลังมีความเอนเอียงที่จะยอมรับรัฐบาลที่โกงกิน แต่ทําให้ตัวเองอยู่ดีกินดีนะครับ เขากลับมีความคิดว่าเขาเอนเอียงที่จะยอมรับ ในขณะเดียวกันยอมรับวัฒนธรรม ที่กินตามน้ํา กินหัวคิว องค์กรหลักที่เปึนสถาบันที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม ไม่ว่าครอบครัว สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา ในประเด็น ๓ เรื่อง ที่ผมพูดถึงเมื่อสักครู่นะครับ ผมกล้าพูดว่าองค์กรเหล่านี้ไม่สามารถต้านทานได้ครับ ผมกล้าพูดว่าเขาแพ้ระบบทุนนิยม เสรีแล้ว วันนี้วัฒนธรรมของเราเสื่อมถอยเนื่องจากว่ารัฐบาลที่แล้วนําระบบทุนนิยมเข้ามา เกินความพอเพียงครับ ประกอบกับภูมิต้านทานของเราต่ํา รัฐบาลเร่งรีบจนเกินไป วันนี้ผมอยากตั้งธงให้รัฐบาลนะครับว่า ผมอยากเห็นสังคมไทยมีวัฒนธรรมเหมือนก่อน ป้ ๒๕๔๓ ก่อนที่รัฐบาลชุดพรรคไทยรักไทยเข้าบริหารประเทศในป้ ๒๕๔๔ นะครับ หันมาดูนโยบายของรัฐบาลมีอยู่ ๔ ข้อนะครับ ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ผมคิดว่าเปึนนามธรรม ค่อนข้างจะมาก ข้อ ๔ นี่ผมชื่นชมว่าค่อนข้างจะเปึนรูปธรรม ท่านพูดถึงอยากขยาย บทบาทของสภาวัฒนธรรมทุกจังหวัดให้เปึนกลไกเฝัาระวังทางวัฒนธรรม เรื่องนี้ถือว่า เปึนเรื่องที่เห็นเปึนรูปธรรมครับ และผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เราต้องยอมรับนะครับว่า ท่านรัฐมนตรีที่รัฐบาลจัดมาให้ดูแลกระทรวงนี้ผมชื่นชมว่าท่านเปึนคนที่มีประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องวัฒนธรรม ผมขอนําเสนอท่านว่าความจริงแล้วสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ของประเทศไทยเรานี้มีขึ้นตั้งแต่ป้ ๒๔๘๕ แต่ว่าวันนี้เราไม่มีประธานสภาวัฒนธรรม ของประเทศไทยเราไม่มีครับ ท่านประธานจะนึกภาพว่าเรามีประธานหอการค้า ของประเทศไทย มีประธานสภาอุตสาหกรรม แต่เราไม่มีประธานสภาวัฒนธรรม แห่งประเทศไทย แต่เรามีประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ถ้าหากว่า เราไม่สร้างขึ้นมานี่เปึนสิ่งที่เราจะทานระบบทุนนิยมไม่ได้ หอการค้าสภาอุตสาหกรรม นั่นคือทุนนิยมเสรี เราไม่ปฏิเสธเขาครับแต่ว่าเราต้องสร้างความสมดุลตรงนี้ ไม่เช่นนั้นแล้ว วัฒนธรรมเราไม่สามารถคงอยู่ได้คู่ประเทศไทย ข้อเสนอแนะของผมนะครับ ต้องหยุด โครงการประชานิยมที่ไม่ยั่งยืน ต้องทบทวนในอดีต ๔–๕ ป้ที่ผ่านมา ต้องทบทวนว่า สิ่งไหนที่มันทําลายวัฒนธรรมที่ผมพูดถึงเมื่อสักครู่นี้นะครับ และนโยบายชุดนี้ที่เรา พูดกันมา ๒ วันนี้สิ่งไหนที่เปึนประชานิยมที่ไม่ยั่งยืนต้องหยุดแล้วครับต้องคิดถึง วัฒนธรรมของเรา และผมขอแนะนําให้เดินตามแผน ๑๐ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ที่เราทําเสร็จสมบูรณ์ ตอนนี้แผน ๑๐ จะสร้างภูมิคุ้มกันให้กับวัฒนธรรมเรา เพราะแผน ๑๐ นี้เราเดินตามเราน้อมนําเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ และจะทําให้เรามีภูมิคุ้มกันในเรื่องของทุนนิยมที่เข้ามาในประเทศไทยเรา แล้วผมย้ํา ตรงนี้นะครับ ทักษิโณมิค (Taksinomics) สวนทางกับเศรษฐกิจพอเพียงครับ สวนทางกับ วัฒนธรรมไทย ทักษิโณมิคทําลายวัฒนธรรมไทยครับ ๔–๕ ป้ที่ผ่านมา
ประการที่ ๓ วัฒนธรรมจังหวัดต้องทํางานเชิงลึกมากขึ้น ต้องเข้าหา ผู้นําท้องถิ่นและต้องไปหาผู้นําท้องถิ่นเปลี่ยนแนวคิดผู้นําท้องถิ่นนะครับ วันนี้รัฐบาล ชุดนี้โชคดีครับ รัฐบาลชุดท่านสุรยุทธ์ท่านออกพระราชบัญญัติบริหารราชการแผ่นดิน ชุดใหม่จังหวัดสามารถตั้งงบเองได้ครับ ให้วัฒนธรรมจังหวัดเข้าไปหาผู้นําท้องถิ่นแล้วให้ เขาใส่แผนในแผนจังหวัด ใส่โครงการ ที่ผมประทับใจมากคือโครงการวัฒนธรรมไทย สายใยชุมชน เข้าไปในแผนทุกตําบลของประเทศไทยนะครับ จะทําให้ชุมชนของเรา มีความเข้มแข็ง ที่ผมพูดตรงนี้ได้เพราะผมสัมผัสมาแล้วครับ ที่จังหวัดตราด ที่วัดท่าโสม ของเราได้เปึนรางวัลที่ ๒ ของกระทรวงวัฒนธรรม ที่ ๑ อยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการนี้ จะทําให้ชุมชนของเรากลับมาเข้มแข็ง
ประการที่ ๒ ผมอยากเห็นศูนย์วัฒนธรรมในสถานศึกษาเกิดขึ้นอีก ให้ลูกหลานเราทุกโรงเรียนได้มีศูนย์วัฒนธรรมขึ้นในโรงเรียน ในสถาบันการศึกษา และให้ลูกหลานของเราในตําบลไปดูของจริงในโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน ในทุกตําบลที่จะเกิดขึ้น อยากให้วัฒนธรรมจังหวัดทํางานเชิงรุกมากขึ้น ถ้าทํางานเชิงรุก มากขึ้น ผมคิดว่าเราไม่จําเปึนต้องมีวัฒนธรรมอําเภอที่ท่านรัฐมนตรีท่านนําเสนอครับ แต่ถ้าทําได้ผมก็เห็นด้วยเพราะวัฒนธรรมมีความสําคัญครับ เราก็อย่าไปมองแค่ ขนบธรรมเนียมประเพณีของเราเท่านั้น เพราะทุนนิยมไปทุกอําเภอครับ ไปทุกตําบล เราจําเปึนที่ต้องสร้างองค์กรของวัฒนธรรมเราให้เข้มแข็ง เพื่อที่จะต้านทานสิ่งเหล่านี้ได้ เพื่อให้วัฒนธรรมเราอยู่คู่กับเมืองไทยตลอดไป
เรื่องต่อมาที่ผมอยากฝากถึงรัฐบาลชุดนี้ครับ เราเปึนนักการเมืองและสิ่งที่ ผมคิดว่าสําคัญมาก ๆ การปฏิรูปประชาธิปไตยของเราจะทําสําเร็จได้ครับ เราต้องปฏิรูป วัฒนธรรมการเมืองของเมืองไทยไปด้วยครับ วันนี้น่ากังวลนะครับว่า วัฒนธรรม ทางการเมืองของเรานิยมความรุนแรงมากขึ้น นิยมอํานาจนิยม การฆ่าตัดตอน ๒,๕๐๐ ศพ ในสงครามยาเสพติดเมื่อต้นป้ ๒๕๔๖ เปึนเรื่องหนึ่งที่เราต้องตระหนักว่า เปึนสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผมดีใจมาก ๆ นะครับ มีโอกาสได้ฟังท่านอานันท์ ปันยารชุน พูดเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ บทเรียนการเลือกตั้งเมื่อ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ ท่านได้พูดถึง คําพูดของท่านพุทธทาสที่พูดว่า
ท่านธีระครับ เวลาหมดครับ
ประโยคเดียวครับ ท่านครับ
เชิญเลยครับ
เปึนคําพูดของ ท่านพุทธทาสนะครับ ท่านบอกว่า แม้ประชาธิปไตยคือเสียงข้างมาก แต่เสียงข้างมาก ถ้าไม่ดีเปึนเสียงเลว ประเทศชาติจะรอดพ้นได้อย่างไร จึงได้เสนอธรรมาธิปไตย หมายถึงประชาธิปไตยที่ยั่งยืนต้องมีธรรมะในใจ ไม่ว่าเปึน ธรรมะของศาสนาใดก็ตาม ผมอยากเห็นนักการเมืองไทยเรามีธรรมะในใจจะทําให้เรา ปฏิรูปการเมืองไทยได้ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านเรืองเดช สุพรรณฝ์าย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเรืองเดช สุพรรณฝ์าย สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น พรรคพลังประชาชน สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ก่อนอื่นกระผมต้องขอขอบพระคุณท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เนื่องจากว่ากระผมเองขอเรียนตรง ๆ ว่าวันนี้กระผมมีโอกาสได้เข้ามา สู่สภาอีกรอบหนึ่งนั้น พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องอีสานบ้านนอกของกระผม มีความศรัทธา มีความนิยมชมชอบกับนโยบายของพรรคพลังประชาชนของเรา เปึนอย่างยิ่ง แม้นว่าใครจะบอกว่าเปึนนโยบายประชานิยมก็ตาม วันนี้พี่น้องอีสาน ของกระผมรอคอยว่าเมื่อไรเราจะได้นโยบายไปสู่ในการปฏิบัติ วันนี้เปึนวันที่พี่น้อง ชาวไทยรอคอยนโยบายต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านได้นําเปึน ๒ แนวทาง นโยบาย เร่งด่วนที่ท่านจะทําในป้แรกนั้นกระผมมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนคงจะเข้าใจ ถึงแม้ว่า มีบางท่านที่ได้อภิปรายไปแล้ว ยังมีหลายโครงการที่จะทําต่อในขั้นตอนที่ ๒ เพราะอะไรครับ เรามีนโยบายที่เร่งด่วนรีบทําในป้นี้ถึง ๑๙ ข้อ ซึ่งมีหลาย ๆ ท่านได้นําอภิปรายไปแล้ว กระผมเองขอสนับสนุนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือเรื่องการแก้ปัญหายาเสพติด และปราบปรามผู้มีอิทธิพล ท่านประธานครับ ขณะนี้ยาเสพติดนั้นท่านจะได้ทราบจาก สื่อมวลชนว่ามีการจับกุมได้เปึนจํานวนมากมายแต่ละวัน ๆ เพราะฉะนั้นถ้าหากปล่อยไป อย่างนี้แล้วจะทําให้พี่น้องประชาชนของเรามอมเมาติดยาเสพติดทําให้ผู้ปกครอง ต้องเดือดร้อนไปตาม ๆ กันเปึนจํานวนมากมาย เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยกับที่ทางรัฐบาล ได้ประกาศถือว่าเปึนนโยบายที่เร่งด่วน พี่น้องที่อยู่ทางบ้านหลายคนโทรศัพท์มาบอกว่า ให้รีบตั้งแต่พรุ่งนี้เลย อันนี้ก็ขอกราบขอบพระคุณทางคณะรัฐบาลเปึนอย่างสูง
และประการต่อมา ขณะนี้มีผู้มีอิทธิพลเปึนจํานวนมากได้ปล่อยเงินกู้ ไปทุกแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดขอนแก่นของกระผม ก่อนที่ผมจะมาประชุม เขามาร้องเรียนผมว่าเขาอยู่บ้านไม่ได้ เพราะอะไรครับ เพราะเขาไปยืมเงินกู้จากนายทุน แล้วนายทุนนั้นยืม ๑ ,๐๐๐ บาท เก็บวันละ ๕๐๐ บาท ท่านไปคิดเอาเองว่ามันเปึน กี่เปอร์เซ็นต์ ทีนี้พอมา ๑ ,๐๐๐ บาท จ่าย ๕๐ บาท พออยู่ระยะหนึ่งไม่สามารถไปค้าขาย ไม่สามารถที่จะไปส่งเงิน ๕๐ บาทได้ ก็ไปยืมอีกเจ้าหนึ่ง เลยเปึน ๒ ,๐๐๐ บาท ก็ต้อง ส่งอีกเปึน ๑๐๐ บาท แล้วพวกนายทุนเหล่านี้บอกว่าถ้าไม่มีสตางค์ก็จะดําเนินการ ทุกขั้นตอน ขู่ฆ่าถึงชีวิต มาหาที่ผม ผมก็แจ้งไปที่โรงพัก ประสานกับผู้กํากับ ท่านผู้กํากับ แต่ละเขต แต่ละที่รับรองว่ามีจริง โดยที่เขานั้นไม่เขียนสัญญาเปึนเงินกู้ เขียนแล้วบอกเอาเปึนทอง เอาเปึนสิ่งของ สิ่งนี้ ผมอยากกราบเรียนไปยังท่านประธานไปหาผู้ที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ท่านก็ได้ประกาศชัดเจน แต่อีกเรื่องหนึ่งนั้นพี่น้องส่วนใหญ่ ก็รอคอย เพราะวันนี้การพัฒนาหมู่บ้านคือโครงการเอสเอ็มแอลนั้นไปของบประมาณ จาก อบต. จาก ส.จ. หรือจากท้องถิ่นอื่น ๆ นั้นก็ไม่ได้ แล้วสิ่งที่เขาอยากได้ วันนี้ครับ ผมไปหาเสียงในพื้นที่ ผมออกพื้นที่เยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน เขาบอกว่าเมื่อไรนโยบาย ของเราจะได้มา วันนี้ผมก็บอกว่าขณะนี้วันที่ ๑๘ ถึงวันที่ ๒๐ พี่น้องก็ดูว่านโยบาย ทุกนโยบายที่เราไปหาเสียงนั้นจะได้พูดกันที่สภา แล้วที่สําคัญอย่างยิ่งก็อยากจะ กราบฝากท่านประธานว่าวันนี้พี่น้องอีสานของกระผมได้ยินท่านนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช ได้ประกาศออกไปว่าต่อไปนี้อีสานจะไม่แล้งแล้ว เพราะอีสานนั้นจะต้อง แก้ไขปัญหาเรื่องเร่งด่วนที่สุดก็คือเรื่องแหล่งน้ํา ผันน้ําโขง-ชี-มูล เข้ามา เพียงแต่ได้ยิน คําพูดแค่นี้แหละครับ พี่น้องอีสานก็ดีใจ ถามผมว่าใช่หรือเปล่า เพราะเขารอมาแล้ว ๓๐–๔๐ ป้ อันนี้กระผมถือว่าเปึนเรื่องนโยบายที่สําคัญและพี่น้องมีความต้องการ อย่างยิ่งยวดจริง ๆ ครับ
ประการสุดท้าย ขณะนี้พี่น้องตกงานมาก ในช่วงไปหาเสียงเรามีนโยบาย ส่วนหนึ่งบอกว่าจะให้พี่น้องมีโอกาสได้ไปทํางานต่างประเทศโดยบินก่อนผ่อนทีหลัง อันนี้ก็ขอกราบฝากท่านประธานไปยังท่านคณะรัฐมนตรีด้วยนะครับ หมดเวลาครับ ขอขอบพระคุณครับ
จริง ๆ เหลืออีก ๔๑ วินาทีครับ ขอบคุณมาก ผมขอชี้แจงนิดหนึ่งนะครับ ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นั้นทางวิป ได้ประสานงานมาว่าให้ผมกําชับเรื่องเวลา เพราะฉะนั้นผมจะขอรบกวนท่านนะครับ ถ้าเหลืออีก ๑ นาที ผมจะเตือนท่าน แล้วก็ท่านกรุณาสรุปเราจะได้จบเร็วขึ้น เพราะบางที ท่านอาจจะมองไม่เห็นไฟตรงนี้นะครับ เดี๋ยวเชิญต่อเลยนะครับ นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี เชิญครับ
เรียนท่านประธาน รัฐสภา ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ หวังว่าเวลาคงยังไม่หมดนะครับ เพราะว่าจาก ๑๕ เหลือ ๘ และในที่สุดเหลือ ๖ ซึ่งเวลามันน้อยมากครับ ผมพยายามจะรวบรัดที่สุดนะครับ เปึนที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันปัญหาทางด้านคุณธรรมเสื่อมลงเปึนไปทั้งโลกนะครับ ทางประเทศตะวันตกเอง ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ก่อน มีคนนับถือศาสนามากมาย แต่ในปัจจุบัน หลายต่อหลายประเทศคนที่ได้ไปเมื่อ ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ก่อนได้พบใหม่ ปรากฏว่าคนไม่นับถือ ศาสนากันแล้ว ตั้งแต่รุ่นพ่อ มารุ่นลูก หลาน เพราะฉะนั้นเปึนที่เสื่อมของคุณธรรมครับ บางประเทศอ้างความชอบธรรม ไปยึดครองประเทศอื่นเพื่อต้องการทรัพยากรธรรมชาติ ก็เนื่องจากการเสื่อมทางด้านคุณธรรม ในประเทศไทยก็เช่นเดียวกันครับ เราจะหา คนที่นับถือศีล ๕ ในศาสนาพุทธนี้หาได้ยากมากครับ เรื่องรณรงค์ให้เมาไม่ขับกลายเปึน ไม่เมาไม่ขับ แม้กระทั่งเรื่องการผิดลูกผิดเมียเขา มีกิ๊ก แต่ก่อนกิ๊กมีแต่ช้างเท้าหน้า แต่ตอนนี้ช้างเท้าหลังก็มีกิ๊กแล้วครับ ลูกช้างก็มีกิ๊ก บางบ้านมีกิ๊กทั้งบ้าน ต่อไปเวลามีลูก ต้องดูว่าลูกเหมือนคนข้างบ้านด้านไหน ด้านซ้ายหรือด้านขวา นี่เปึนเรื่องที่เกิดขึ้นจริงครับ ในอนาคตสามารถจะเกิดขึ้นได้ ถ้าเราไม่มีคุณธรรมต่อไปประเทศจะอยู่ไม่ได้ครับ เยาวชนจะเปึนผู้ที่ไร้คุณธรรม แต่จะโทษใครไม่ได้นอกจากพวกเราในสภานี่ละครับ ทั้งผมขาว ผมดํา รวมทั้งคนที่ไม่มีผมก็เหมือนกันทั้งหมดนะครับ ในเอแบค โพลล์ได้พูดถึง หลาย ๆ เรื่องซึ่งท่านธีระได้พูดไปแล้ว ผมจะข้ามไปเพราะเวลามันน้อยนะครับ แต่ตามโพลที่ได้ว่าไว้มันเหมือนกับความเปึนจริงในสังคม ทําให้เรามั่นใจได้อีกด้านหนึ่งว่า ความคิด ความรู้สึก การรับรู้ของสังคมว่าคุณธรรมมันต่ําลงมันเปึนความจริงครับ ผมก็เลย จะตั้งข้อสังเกตตั้งข้ออภิปรายรัฐบาลใน ๓ – ๔ ประการครับ
ประการแรก คณะรัฐมนตรีชุดนี้ตั้งขึ้นมาถูกต้องตามหลักการบริหาร ตามหลักธรรมาภิบาลหรือไม่ หรือตั้งตามที่มีผลประโยชน์ตอบแทนซึ่งกันและกัน มีรัฐมนตรีบางคนบอกว่าขนหน้าแข้งมากครับ รวยมหาศาลท่านได้เปึนรัฐมนตรี เพราะความรวย เพราะผลประโยชน์ต่างตอบแทนหรือไม่ นี่เปึนสิ่งที่ประชาชนยังสงสัยอยู่ นายกรัฐมนตรีซื่อสัตย์สุจริต มีความซื่อสัตย์สุจริตเปึนที่ประจักษ์แก่สังคม ใช่หรือไม่ ถ้านายกรัฐมนตรีซื่อสัตย์การสอนลูกหลานมันง่าย เราบอกว่าลูกดูนายกรัฐมนตรีนะครับ เปึนคนซื่อสัตย์สุจริต พูดจาก็มีกิริยามารยาทไม่ทะเลาะกับใคร แต่ในอีกด้านหนึ่ง เราจะสอนลูกว่า ลูกต้องดูนายกรัฐมนตรีเปึนตัวอย่างนะครับ โกงแค่ ๑๐๐ ล้านเอง ๑๐,๐๐๐ ล้าน ๑ แสนล้านไม่โกง เพราะท่านโกงแบบพอเพียง แต่นี่มันยากครับที่จะสอน ลูกหลาน เพราะฉะนั้นการตั้งรัฐบาลจะต้องคํานึงถึงความรู้สึกของประชาชน ไม่ใช่ตั้งมา เพื่อย่ํายี เพื่อดูถูก เพื่อดูหมิ่นดูแคลนน้ําใจของประชาชน อันนี้เปึนเรื่องที่ต้องสําเหนียก เปึนอย่างมากของพรรคการเมืองไม่ว่าพรรคใดก็ตาม ปัจจุบันยอมรับกันแล้วว่ารัฐบาล ขี้เหร่ แต่ถ้าเรายังปล่อยให้คุณธรรมเสื่อมทรามลงไปมากกว่านี้ ต่อไปรัฐบาลในภายภาคหน้า จะเปึนรัฐบาลที่อัปลักษณ์ อักลี (Ugly) ครับ อักลี กัฟเวิร์นเมนท์ (Ugly government) เปึนที่รับไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นการดูแลเรื่องคุณธรรมจะเปึนสิ่งที่มีความสําคัญมาก ประกาศออกมาทางทีวีรัฐบาลที่อักลี ประชาชนเปึนลมหมดต้องดมยาดมกันหมด ทั้งประเทศ มันอยู่กันไม่ไหวหรอกครับถึงตอนนั้น เพราะฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่เราจะต้อง ดูแลเรื่องคุณธรรมกันให้ดีกว่าที่เปึนอยู่ในเวลานี้
ประการที่ ๒ รัฐบาลชุดนี้จะเลือกพัฒนาทางด้านจิตใจด้วยหรือไม่ หรือจะพัฒนาแต่เรื่องวัตถุเท่านั้นเอง นอกจากดูจีดีพีแล้วไม่ดูอย่างอื่น จริง ๆ แล้วเรา จะต้องดูจีเอชบี (GHB) หรือว่าเรียกว่าความสุขมวลรวมด้วย เพราะนี่คือความสุขที่แท้จริง คนมีเงินหมื่นหนึ่งอาจจะมีความสุขมากกว่าคนมีเงิน ๑ แสนล้านครับ มีความสุข เพราะได้ทําความดีครับ แต่ถ้ามีเงิน ๑ แสนล้าน ยิ่งรวยยิ่งโกง ไม่เข้าใจครับว่าความสุข ที่แท้จริงมันคืออะไร ไม่มีประโยชน์หรอกครับแบบนี้
ประการที่ ๓ ท่านจะจัดการกับหลักสูตรที่ยิ่งเรียนทําให้คุณธรรมยิ่งต่ําลง เยาวชนยิ่งมีคุณธรรมต่ําลงอย่างไรครับ วิชาศีลธรรม หน้าที่พลเมืองหายไปไหน ถ้าประชาชนไม่ได้เรียนหน้าที่พลเมืองจะไม่เข้าใจครับหน้าที่ความรับผิดชอบ ของประชาชนที่มีต่อประเทศชาติจะทําอะไร อย่าไปหวังรัฐมนตรีที่ดีนะครับ ตั้งแต่ รัฐมนตรีลงมาถึงประชาชนโกงกันทั้งประเทศครับ มีการซื้อเสียงขายเสียงกันตลอด ประเทศชาติพินาศล่มจมครับ นี่เปึนสิ่งที่ต้องสอนกันต่อไปในหลักสูตรนะครับ เราจะมี แต่ศรีธนญชัยทั้งประเทศ หาพันท้ายนรสิงห์ไม่เจอสักคนหนึ่ง
ประการสุดท้าย รัฐจะต้องเขียนนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการสร้าง ความสมานฉันท์แก่คนทุกศาสนาในชาติ คนทุกศาสนาจะต้องได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมกัน ตามที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ครับ โน พีช วิธเอาท์ จัสทิซ (No peace without justice) ไม่มีสันติภาพถ้าไร้ซึ่งความยุติธรรม นี่คือสิ่งที่สําคัญมากครับ ผมก็อยากให้รัฐบาลชุดนี้ อยู่ได้นาน ๆ ไม่อยากให้ไปเร็ว ๆ เพราะจะได้บริหารประเทศชาติ แต่ท่านจะต้องอยู่ด้วย ความซื่อสัตย์ยุติธรรม หาไม่แล้วท่านจะอยู่ไม่ได้ ขอบคุณครับ
เชิญคุณประนอมครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม นายประนอม โพธิ์คํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อแผ่นดิน ผมเองนั้นเห็นกับนโยบายของรัฐบาลของคณะรัฐมนตรีที่มีความเร่งด่วน ในเรื่องการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน ในเรื่องการแก้ไขปัญหาเอกสารสิทธิ โดยเฉพาะ ในพื้นที่เขตเลือกตั้งของกระผมนั้นนะครับ เปึนปัญหาหนักสําหรับในเรื่องของเอกสารสิทธิ เพราะพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่เลือกตั้งของกระผมนั้นเปึนพื้นที่ที่มีปฏิรูปที่ดินได้ประกาศ ควบคุมพื้นที่ของทั้ง ๕ อําเภอไว้ เช่น อําเภอปากช่อง อําเภอวังน้ําเขียว อําเภอปักธงชัย อําเภอครบุรี แล้วก็อําเภอเสิงสาง เพราะปฏิรูปที่ดินนั้นทางกรมป์าไม้ได้ยกพื้นที่ให้เปึน บางส่วน แต่กฎหมายปฏิรูปที่ดินนั้นได้ประกาศควบคุมพื้นที่ไว้ทั้งหมด จึงทําให้พี่น้อง ประชาชนของจังหวัดนครราชสีมานั้นมีผลกระทบต่อในเรื่องของการแก้ไขปัญหา เอกสารสิทธิ ฉะนั้นผมเองจึงขอฝากทางท่านประธานผ่านทางคณะรัฐมนตรีช่วยแก้ไข ปัญหาในเรื่องเอกสารสิทธิให้แก่พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ เขตเลือกตั้งที่ ๒ ของ จังหวัดนครราชสีมาของกระผมโดยเร่งด่วนนะครับ ต้องขอขอบพระคุณ เปึนนโยบาย เร่งด่วนของคณะรัฐมนตรีที่จะลงไปแก้ไขปัญหาในเรื่องเอกสารสิทธิให้แก่พี่น้องประชาชน ทั้ง ๕ อําเภอ แล้วก็ของพี่น้องจังหวัดนครราชสีมา
เรื่องต่อไป เรื่องของนโยบาย ๑.๑๗ นโยบายของรัฐบาลที่จะกันพื้นที่ทํากิน ให้แก่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ของอําเภอวังน้ําเขียว และอําเภอปากช่อง แล้วก็ อําเภอครบุรี อําเภอเสิงสาง โดยกฤษฎีกาอุทยานแห่งชาติทับลานนั้นได้ประกาศกฤษฎีกา ทับพื้นที่ทํากินของราษฎร เพราะราษฎรได้ครอบครองมาตั้งแต่ก่อน พ.ศ. ๒๕๐๐ แล้ว คณะรัฐมนตรีของพวกเราได้ประกาศกฤษฎีกาเมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๒๔ โดยกฤษฎีกานั้น ประกาศทับที่ทํากินของราษฎร และพอต่อมากรมป์าไม้ก็บอกว่าพี่น้องประชาชนได้บุกรุก อุทยานแห่งชาติทับลาน แต่ข้อเท็จจริงนั้นคืออุทยานได้ประกาศบนโต๊ะแล้วได้ขีดกัน บนโต๊ะ ฉะนั้นกฤษฎีกาดังกล่าวจึงได้ทับที่ทํากินของราษฎร แต่ต่อมาได้มีอนุกรรมการ มากันเขต โดยตั้งอนุกรรมการขึ้นมากันเขตใหม่ แต่ปัจจุบันนี้ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๘ จนถึง ปัจจุบันนี้เรื่องต่าง ๆ นั้นก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ฉะนั้นจึงขอฝากท่านประธานรัฐสภา ได้แจ้งไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมช่วยแก้ไขปัญหา พื้นที่ดังกล่าวให้แก่พี่น้องประชาชนด้วยนะครับ
เรื่องต่อไป เรื่องการกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่น ก็อยากฝากว่าทุกวันนี้ องค์การบริหารส่วนตําบลนั้นไม่สามารถที่จะบริหารพื้นที่ของตําบลตัวเองได้ เพราะงบประมาณมีน้อย ก็อยากฝากรัฐบาลนะครับว่าช่วยตั้งงบประมาณลงไปสู่ท้องถิ่น ให้มากขึ้น ก็จะเปึนส่วนช่วยให้ท้องถิ่นนั้นได้ดูแลพี่น้องประชาชนได้มากขึ้น
เรื่องต่อไป เรื่องของผู้สูงอายุ ทุกวันนี้พวกเราคุยกันว่าผู้สูงอายุนั้น อายุ ๖๐ ป้ จะต้องได้เบี้ยยังชีพทั้งหมด แต่ปัจจุบันนี้พี่น้องที่อายุ ๖๐ ป้ บางท่านก็ได้ บางท่านก็ไม่ได้ นั่นก็เปึนสิ่งที่ทําให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศไทยนั้นเกิดการเหลื่อมล้ํา
เรื่องกลุ่มสตรีแม่บ้าน และ อสม. ที่ทํางานให้สังคมมาโดยตลอดแต่พวกเรา ทุกคนนั้นก็ไม่มีใครที่จะลงไปเหลียวแลดูแลพี่น้อง อสม. กลุ่มสตรีแม่บ้านแล้วก็พวก อปพร. ส่วนต่าง ๆ พวกนี้ก็อยากฝากทางคณะรัฐมนตรีช่วยลงไปดูด้วยนะครับ
เรื่องต่อไป พื้นที่ของผมนั้นเปึนพื้นที่ลูกคลื่น เปึนพื้นที่สลับซับซ้อน เปึนพื้นที่ที่เปึนแหล่งท่องเที่ยว เปึนพื้นที่ที่สวยงามที่สุดเปึนโอโซนระดับ ๗ ของโลก ก็อยากฝากท่านคณะรัฐมนตรีด้วยว่าถ้าหากท่านจะใช้เปึนแหล่งท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ เพราะพื้นที่ของอําเภอวังน้ําเขียว อําเภอปากช่อง อําเภอปักธงชัย อําเภอครบุรี อําเภอเสิงสางนั้นเปึนแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติได้เปึนอย่างดี เพราะด้านทิศใต้ก็เปึน อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ด้านทิศตะวันออกก็เปึนอุทยานแห่งชาติทับลาน ด้านทิศเหนือ ก็เปึนศูนย์วิจัยสะแกราชนะครับ ก็ถือว่าเปึนแหล่งท่องเที่ยวที่จะนําเงินเข้าสู่ประเทศไทย เปึนอย่างดียิ่งนะครับ
เรื่องต่อไปเรื่องระบบน้ํา ระบบท่อ เพราะพื้นที่ของผมนั้นเปึนพื้นที่ ลูกคลื่น ถ้าเราทําชลประทานแล้วผมคิดว่าพี่น้องประชาชนนั้นอาจจะได้ใช้น้ําไม่ทั่วถึงกัน ถ้าเกิด ทําเปึนระบบท่อแล้ว แล้วพี่น้องประชาชนของผมนั้นทุกวันนี้ทําพืชเกษตรกรรมด้วย ทําร่วมกับเทวดา ถ้าเทวดาไม่เยี่ยวลงมาพี่น้องประชาชนผมก็ทําไร่ทําสวนไม่ได้ ฉะนั้น จึงฝากท่านประธานสภาไปสู่ยังรัฐบาลช่วยแก้ไขในเรื่องของระบบน้ําเปึนระบบท่อ
เรื่องต่อไปก็อยากให้ท่านแก้ไขดูแลในเรื่องของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ทํางานให้พี่น้องประชาชน ทํางานให้สังคมมาโดยตลอด รับทุกกระทรวง ทบวง กรม แต่ค่าตอบแทนของพี่น้องประชาชน กํานัน ผู้ใหญ่บ้านน้อยมาก ก็อยากฝากทางรัฐบาล ช่วยดูแลด้วย ขอขอบพระคุณครับ
เชิญดอกเตอร์อภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อภิชาต การิกาญจน์ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ประเด็นที่ผมจะอภิปรายเปึนนโยบาย ในเรื่องวัฒนธรรมของรัฐบาลนะครับ นโยบายทั้งหมดที่เราได้เห็นจะเปึนสิ่งที่เรียกว่า ศิลปวัฒนธรรม แต่ข้อเสนอแนะที่ผมอภิปรายจะเปึนสิ่งที่เรียกว่าวัฒนธรรมเพื่อการมีชีวิต ซึ่งเปึนอีกมิติหนึ่งที่เราไม่ค่อยจะได้เจอมากนัก งานศิลปวัฒนธรรมคงเปึนไปตามแผน แม่บทของวัฒนธรรม ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมดําเนินการอยู่ ถ้าเราคิดว่าวัฒนธรรมคือ ความเปึนชาติ การจัดตั้งกระทรวงวัฒนธรรมขึ้นมาก็ถือว่าเปึนภาระยิ่งใหญ่ของกระทรวง ที่จะทํางานใหญ่เพื่อชาติเพื่อบ้านเมือง ปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องวัฒนธรรมเปึนปัญหา จากการพัฒนาไปสู่ความทันสมัย ไปสู่กระแสโลกาภิวัตน์ สิ่งที่คนในอีกสังคมหนึ่งซึ่งมี ความแตกต่างไปจากคนในอีกสังคมหนึ่ง สังคมที่เจริญกว่าจะเปึนความคาดหวังของคน ในสังคมที่เจริญน้อยกว่า สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่เราสกัดกั้นได้ยากมาก การไหลบ่าของ วัฒนธรรมของประเทศที่เจริญมากกว่าจะไหลบ่าไปสู่ประเทศที่เจริญน้อยกว่า สิ่งที่เปึน ปัญหาของประเทศในการตั้งรับกับการไหลบ่าของวัฒนธรรมก็คือ ความอ่อนด้อยของ กระบวนการในการกลั่นกรองว่าสิ่งไหนเปึนสิ่งดีถูกต้องควรทํา และสิ่งไหนเปึนสิ่งที่ไม่ดี ไม่ถูกต้อง ไม่ควรทํา ภาระของกระทรวงวัฒนธรรมจึงเปึนภาระที่ต้องสร้างวัฒนธรรมใหม่ ที่สามารถโต้ตอบกับการไหลบ่าของวัฒนธรรมที่นําไปสู่วิกฤติวัฒนธรรมในประเทศ ของเรา วัฒนธรรมที่เราจะต้องกําหนดให้มีขึ้น ผมคิดว่า อันที่ ๑ เรื่องแรกเลยคือ วัฒนธรรมในเรื่องการคิด ผมคิดว่าวันนี้ระบบคิดของคนไทยในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเปึน กลุ่มผู้ใหญ่ กลุ่มวัยรุ่น เรามีปัญหาในเรื่องระบบคิด เราจะทําอย่างไรที่จะสามารถ สร้างระบบคิดที่ให้คนคิดในสิ่งที่ท้าท้าย คิดในสิ่งสร้างสรรค์ คิดในสิ่งแตกต่าง แล้วก็ คิดอย่างเชื่อมโยง เพื่อให้ได้เห็นสภาพของสิ่งที่จะเปึนปัญหา หรือสิ่งที่จะเปึน ปรากฏการณ์ ที่เกิดขึ้นในสังคมของเรา วัฒนธรรมในการสร้างระบบคิด ผมคิดว่า เปึนเรื่องหลักที่เราจะต้องทํา เพราะตัวอย่างของวิกฤติทางวัฒนธรรมที่ผมได้เห็น เปึนความจําเปึนที่เราจะต้องสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา ตัวอย่างของวิกฤติที่ผมจะเรียนต่อ ท่านประธานก็คือ วิกฤติในวัฒนธรรมของวัยรุ่น เราสรุปได้เลยว่าวัฒนธรรมของวัยรุ่นไทย วันนี้มีวิกฤติ ดังนี้
๑. มีเสรีภาพทางเพศที่เกินขอบเขตมากเกินไป ปัญหาเรื่องการหมกมุ่น อยู่กับเรื่องเซ็กส์ (Sex) ปัญหาเรื่องกรณีการโทรมหญิง
ประการที่ ๒ ความนิยมในความบันเทิงอย่างไร้ขีดจํากัด เราจะเห็นว่า ทุกวันนี้เด็ก ๆ จะใช้ชีวิตอย่างไม่มีเปัาหมาย ใช้เวลาว่างอย่างไม่เปึนประโยชน์
ประการที่ ๓ การนิยมการสื่อสารทางเทคโนโลยีอย่างไร้ขอบเขตและ ไร้ร่องรอย เรามีเทคโนโลยีขึ้นมาเพื่อจะใช้ประโยชน์ในการศึกษา ในการหาความรู้ แต่เยาวชนส่วนหนึ่งนี่ใช้เพื่อการเล่นเกมเพื่อความสนุกสนาน แล้วก็ใช้ในการที่จะหา ความสุขให้กับตัวเอง
ประการที่ ๔ นิยมใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา
ประการที่ ๕ เยาวชนจะมีรสนิยมของการเปึนชาวโลกเกิดกลุ่มเค-ป็อบ (K-pop) นิยมเกาหลี เจ-ป็อบ (J-pop) นิยมญี่ปุ์นมากกว่าที่จะใช้ชีวิตแบบชาวบ้าน แบบไทย ๆ
ประการที่ ๕ มีค่านิยมในการทํางานที่ให้ผลตอบแทนรวดเร็วสูงสุด ในระยะเวลาสั้น ๆ โดยไม่คํานึงถึงความถูกต้องเชิงศีลธรรมและจริยธรรม สิ่งเหล่านี้คือ วิกฤติในทางจริยธรรมที่เกิดขึ้นจากเรื่องการได้รับผลกระทบของการไหลบ่าของวัฒนธรรม ของประเทศที่เจริญแล้ว นอกจากวัฒนธรรมในเรื่องระบบคิดแล้วนี่ ผมคิดว่าอีก ๒ – ๓ เรื่องที่กระทรวงวัฒนธรรมจะต้องดําเนินการอย่างเปึนหลักในการเตรียมการ ที่จะต้องทําให้เกิดสิ่งที่จะเปึนประโยชน์ แล้วก็เปึนภาระด้านหลักอีกด้านหนึ่งของ กระทรวงวัฒนธรรม การแยกออกมาจากกระทรวงศึกษาธิการนี่ก็เพื่อจะมารับภาระงาน ที่มากขึ้น หนักขึ้น แล้วก็เปึนประโยชน์มากขึ้นในการทํางาน คนในประเทศนี้เรามี คนยากจนวันนี้เพิ่มขึ้นจาก ๑๐ ล้านคน เมื่อ ๕ ป้ที่แล้วเปึนประมาณ ๒๐ ล้านคน เปึนข้อมูลจากเว็บ (Web) คนยากจนนะครับ ถ้าเราจะช่วยคนจนให้พ้นจากวังวนของ ความยากจนให้เขาพ้นจากวัฒนธรรมความยากจน วัฒนธรรมที่เราจะโต้กับการแก้ปัญหา ความยากจนคือวัฒนธรรมการพึ่งตนเองในส่วนของเฉพาะบุคคล และวัฒนธรรมในเรื่อง การสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง อันนี้เปึน ๒ ระดับในการที่จะต่อสู้แก้ไขปัญหาความยากจน ถ้ากระทรวงวัฒนธรรมสามารถดําเนินการในการวางแผนที่จะสร้างสิ่งเหล่านี้โดยการสร้าง ค่านิยมใหม่ขึ้นมานี่เปึนการกําหนดค่านิยมใหม่ แล้วให้คนเชื่อถือแล้วก็มั่นใจว่าค่านิยม เหล่านี้นี่จะเปึนสิ่งที่เปึนประโยชน์ในการดําเนินชีวิต แล้วถ้าคุณเชื่อถือค่านิยมเหล่านี้ คุณสามารถก้าวพ้นจากความยุ่งยากของชีวิต ก้าวพ้นจากความยากจนได้ ท่านอาจจะ สงสัยว่าการเกิดเปึนวัฒนธรรมมันเกิดจากแบบแผนการดําเนินการที่ต่อเนื่องยาวนาน เปึนระยะเวลาพอสมควรถึงเปึนวัฒนธรรมของกลุ่ม แต่ในทางกลับกันสิ่งเหล่านี้เราสร้างได้ จากข้างบน เราสร้างได้โดยการกําหนดนโยบายว่า นโยบายที่เราจะทําในการกําหนด ค่านิยมของสังคมไทยวันนี้เรากําหนดได้ในเชิงนโยบาย กําหนดว่าเราจะสร้างนโยบาย ที่ให้คนสามารถพึ่งตนเองได้ แล้วการรณรงค์ในสิ่งเหล่านี้นี่การรณรงค์โดยกําหนดท่าที กําหนดคําขวัญที่จะเปึนแนวทางในการจัดการเรื่องต่าง ๆ เช่น พูดว่าไม่มีความยากจน ในหมู่คนที่ขยัน เปึนการเตือนใจคนจนที่ไม่สามารถหลีกลี้จากวังวนความยากจนได้ให้มี ความตั้งใจ มีความขยัน มีวินัย แล้วเชื่อว่าถ้าเรารณรงค์โดยเฉพาะเรื่องหลัก ๆ ที่เปึน ปัญหาเปึนอุปสรรคในการที่จะสร้างคุณภาพชีวิตของคนได้นี่ สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่เราสร้างได้
อีกประเด็นหนึ่งเปึนเรื่องที่ผมคิดว่าเปึนความจําเปึนของกระทรวงวัฒนธรรม ก็คือการสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองที่ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย นโยบายข้อสุดท้าย ของกระทรวงวัฒนธรรมในนโยบายของรัฐบาลนี้ บอกว่าจะจัดตั้งสภาวัฒนธรรมจังหวัด ถ้าเรามีสภาวัฒนธรรมจังหวัดที่สามารถเสริมสร้างอุดมการณ์ประชาธิปไตยขึ้นมา มีสภาวัฒนธรรมอําเภอที่จะมีบทบาทในการเสริมสร้างประชาธิปไตยขึ้นมา ผมคิดว่า สิ่งเหล่านี้จะเปึนประโยชน์ในการอยากเห็นพัฒนาทางด้านการเมืองที่เรามีการเปลี่ยนแปลง การปกครองมาตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ และยังก้าวไปไม่สู่ความสําเร็จถ้าเรามีสภาวัฒนธรรมอําเภอ สภาวัฒนธรรมจังหวัด ภายใต้การจัดการแผนแม่บทในเรื่องการวางแผนที่จะพัฒนา ระบอบประชาธิปไตยของกระทรวงวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้จะเปึนประโยชน์มากขึ้น ผมมี ตัวอย่างภายใต้ระยะเวลาที่จํากัดสั้น ๆ
ไม่มีแล้วครับ ไม่มีระยะเวลา ให้ยกตัวอย่างแล้วครับ
แต่ว่ามันจะมีเรื่องอื่นที่ผมคิดว่าเจ้ากระทรวงนี่คงคิดได้ว่าเรื่องหลัก หลังจาก ๓ เรื่อง ที่ผมเสนอแล้วจะมีเรื่องอะไรต่อไปที่เราจะทําเพื่อการดูแลในเรื่องวัฒนธรรมของ ประเทศเราครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านชูวิทย์ครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน ผู้แทนบ้านนอกจากจังหวัดอุบลราชธานี สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ เกือบ ๒ ป้ที่ผ่านมา พ่อแม่พี่น้องได้รับ ความเดือดร้อน ข้าวยากหมากแพง พืชเศรษฐกิจตกต่ํา ไม่รู้จะไปร้องเรียนใคร ผู้แทนราษฎรก็ไม่มีเวที ไม่มีสภา บัดนี้การเลือกตั้งได้เสร็จสิ้น ประชาธิปไตยได้กลับคืนมา กระผมในฐานะผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุบลราชธานี ตัวแทนพี่น้องจากภาคอีสาน ได้ผ่านการเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชน ผมมีความภูมิใจมากครับ ท่านประธานที่เคารพ จากนโยบายของรัฐบาลโดย ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช ที่แถลงต่อรัฐสภาเปึนนโยบายที่ดี แต่มีบางสิ่งบางประการที่ผมขอเสนอให้รัฐบาลได้นําไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้เกิดประโยชน์ สูงสุด ๑.๕ กองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ ๑ ล้านบาท ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้าน ๘๐,๐๐๐ ล้าน บาท ๑.๖ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส ก็คือ โครงการเอสเอ็มแอล ซึ่งอยากจะให้ ได้นําเงิน ๓ แสนบาท ๕ แสนบาท ๗ แสนบาท ไปกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการนําโครงการ ตัวอย่างของ ฯพณฯ คึกฤทธิ์ ปราโมช ขุดลอกลําห้วย ทําปุิยอินทรีย์ หรือทําถนนโดยใช้ แรงงานชาวบ้าน การพักหนี้ ธ.ก.ส. และพักหนี้สหกรณ์ เปึนการฟุ๋นฟูอาชีพใหม่ให้กับ พี่น้องประชาชน ๑.๑๑ ประกันรายได้เกษตรกรให้มากกว่าลงทุน คือวันนี้สินค้าเกษตร ทุกตัวนะครับ ไม่รู้ว่าผลิตแล้วจะได้กิโลกรัมละเท่าไร อยากจะให้ข้าวหอมมะลิกิโลกรัมละ ๒๐ บาท มันกิโลกรัมละ ๕ บาท ยางพารากิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท อ้อยตันละ ๑,๐๐๐ บาท อย่างเช่น สมัย ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร เรามีสโลแกน (Slogan) พูดกันอยู่เสมอว่า ยางกิโลละร้อย ข้าวแสนละพัน มันโลละสาม วัวตัวละแสน วันนี้พี่น้องเกษตรกรไม่มี ความเชื่อมั่นในการที่จะผลิตพืชเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้กระผมในฐานะที่เปึน นายกสมาคมผู้เลี้ยงโคแห่งประเทศไทยอยากจะฝากความเดือดร้อนถึง ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฯพณฯ สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ซึ่งเปึน นโยบายเร่งด่วนต่อจากรัฐบาลของ ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร โครงการวัวล้านครอบครัว ซึ่งได้ถูกยกเลิกจากรัฐบาลที่ผ่านมา วันนี้เกษตรกรได้รับการฟัองจากบริษัทเอสพีวี (SPV) ร่วมกับอัยการจังหวัดฟัองเกษตรกรในข้อหายักยอกทรัพย์และวิธีปฏิบัติในขณะนี้นะครับ ธ.ก.ส. อัยการ เอสพีวีเจรจาให้เกษตรกรรับสภาพหนี้ โดยให้ ธ.ก.ส. ขยายวงเงินกู้เพิ่มกับ คนที่ไปเปึนสมาชิก ธ.ก.ส. ให้เข้าเปึนสมาชิก นอกจากนั้นแล้วมีรายชื่อเกษตรกร ที่โดนฟัอง วันนี้เลี้ยงไม่ไหวก็ต้องขาย ไม่รู้จะเอาเงินไปคืนที่ไหน วันนี้รับสภาพหนี้ ผมอยากให้ ฯพณฯ รัฐมนตรีให้ระงับการฟัองเกษตรกรโดยด่วนนะครับ
เรื่องที่ ๒ ให้ดําเนินงานโครงการวัวล้านตัวให้กลับมาดําเนินการต่อ และนอกจากนั้นให้เสริม คือนําโครงการควายกลับมาไถนา แล้วผมไม่อยากให้เปึน เช่นในอดีตอย่างที่ภาคใต้ พอลองกองดีก็พากันปลูกลองกอง พอลองกองจะได้เก็บ ผลลองกองก็ราคาตก ก็ตัดลองกองปลูกมังคุด พอมังคุดจะได้เก็บผลมังคุดก็ราคาตก ก็ตัดมังคุด ปลูกยางพารา วันนี้ยางพาราราคาตกก็ตัดยางพาราจะปลูกปาล์มน้ํามัน ผมไม่อยากให้เปึนเช่นในอดีตที่ผ่านมา นอกจากนั้นแล้วนะครับ ๑.๑๗ โฉนดและเอกสาร สิทธิพิชิตความยากจน กระผมอยากให้รัฐบาลออกเอกสารสิทธิหัวไร่ปลายนา เพื่อให้ พี่น้องประชาชนได้นําเอกสารสิทธินั้นมาแปลงสินทรัพย์ให้เปึนทุน หรือยกตัวอย่างเช่น พื้นที่ ส.ป.ก. โดยเฉพาะในเขตพื้นที่เลือกตั้งของกระผม อําเภอสิรินธร อําเภอโขงเจียม อําเภอศรีเมืองใหม่ อําเภอโพธิ์ไทร เปึนที่ว่าการอําเภอ เปึนโรงพยาบาล ยังไม่มี เอกสารสิทธิในบริเวณใกล้ ๆ นะครับ นอกจากนั้นแล้ว ในข้อ ๑.๑๘ อยากให้รัฐบาลเพิ่มเติมเรื่องน้ํานะครับ ไม่ว่าเรื่องน้ําในไร่นา น้ําประปา ทุกหมู่บ้าน น้ําระบบท่อ วันนี้อยากให้รัฐบาลทําโครงการน้ําระบบท่อ โดยใช้น้ําโขง ต่อเปึนท่อเมนผ่านแต่ละจังหวัด แต่ละอําเภอ แต่ละตําบลแล้วให้ อบต. ทําโครงการ ท่อระบายน้ําก้างปลาเพื่อไปสู่ไร่นาของพี่น้องประชาชนทุกตําบลทุกหมู่บ้าน
สุดท้ายผมอยากจะฝากท่านประธานเกี่ยวกับนโยบายพัฒนาสุขภาพ ของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าสุขภาพและความมั่นคงให้กับประชาชนโดยการต่อยอด ๓๐ บาทรักษาทุกโรค โดยใช้บัตรประชาชนรักษาฟรี แล้วอยากจะให้ได้รักษาครอบคลุม ทั่วประเทศคือป์วยที่ไหนรักษาที่นั่นนะครับ เพราะวันนี้พี่น้องเกษตรกรเดินทางมาทํางาน ที่กรุงเทพฯ ก็ลําบาก มาเสร็จแล้วเมื่อเจ็บป์วยไปรักษาที่ไหนก็ไม่ได้รับการดูแลรักษา เปึนอย่างดี และนอกจากนั้นแล้วผมเพิ่งได้รับการเลือกตั้งจากเขตพื้นที่ ซึ่งขยายเขตไป อําเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี มีประชากรประมาณ ๔๐,๐๐๐ คน ไม่มีโรงพยาบาล เมื่อพี่น้องเจ็บป์วยไข้ต้องเดินทางประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตรถึงจะถึงจังหวัดอุบลราชธานี อยากจะฝากถึงรัฐบาลให้ดูแล และนอกจากนั้นแล้วบ้านนาเลิน อําเภอศรีเมืองใหม่ มีสถานีอนามัย ๓ ป้ไม่มีเจ้าหน้าที่ไปจ่ายยาให้กับพี่น้องเกษตรกรเลยเปึนไปได้อย่างไร ฉะนั้นจากกระผมที่ได้กล่าวมาคงจะเปึนประโยชน์ไม่มากก็น้อยให้รัฐบาล ให้ ฯพณฯ รัฐมนตรีทุกท่านได้ไปดูแลพี่น้องประชาชนจากพวกผมได้ไปรณรงค์หาเสียง บอกพี่น้อง ประชาชนว่านโยบายดี ๆ จะกลับมา ความสุขพี่น้องจะกลับคืนมาด้วยพลังของประชาชน วันนี้ขอขอบพระคุณครับ
เชิญคุณธนิตพลครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ในส่วนของนโยบายด้านแรงงานที่รัฐบาลได้แถลงไว้ ต่อสภาแห่งนี้ ส่วนที่ ๒ ที่เปึนนโยบายด้านสังคมและคุณภาพชีวิต นโยบายด้านแรงงาน ที่กระผมยังเห็นความบกพร่องคลุมเครือและยังมีบางส่วนที่ขาดหายไป
ประการแรก คือเรื่องนโยบายด้านประกันสังคม เรื่องเงินกองทุน ประกันสังคมที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกันตน คณะกรรมการกองทุนประกันสังคมและรัฐมนตรี ท่านประธานคงทราบครับว่าเงินกองทุนประกันสังคมที่เก็บจากนายจ้าง ลูกจ้างและรัฐ ที่อุดหนุนมีจํานวนมากถึง ๔๕๐,๐๐๐ ล้านบาท วัตถุประสงค์ในการดูแลสวัสดิการให้กับ เจ้าของเงินก็คือผู้ประกันตน ประเด็นที่กระผมต้องการอภิปรายก็คือว่ารัฐบาลควรเขียน ในคําแถลงนโยบายว่า จะนําเงินกองทุนประกันสังคมไปใช้ในด้านใดที่จะเกิดประโยชน์ ให้กับผู้ประกันตนบ้าง เพราะถ้าเกิดรัฐบาลไม่ได้ชี้ชัดไปว่าเงินกองทุนประกันสังคมนั้น จะนําไปช่วยเหลือผู้ประกันตนอย่างไร ก็มักจะมีผู้นําเงินกองทุนไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ อยู่เสมอ ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานฟังอย่างเช่นในอดีตที่ผ่านมา มีท่านรัฐมนตรี บางท่านได้ของบประมาณจากคณะกรรมการกองทุนประกันสังคมเพื่อไปโฆษณาตัวเอง แล้วก็พ่วงสํานักงานกองทุนประกันสังคมที่เห็นปัายอยู่ตามถนนเมื่อก่อนนี้ หรือแม้แต่ การขอเงินกองทุนประกันสังคมเพื่อไปจัดทําบัตรผู้ประกันตนที่มีปัญหาเกี่ยวกับ เรื่องของการซ้ําซ้อนในบัตรประชาชนที่ออกโดยกรมการปกครอง เพราะว่าหมายเลข ๑๓ หลัก กับหมายเลขผู้ประกันตนนั้นเปึนหมายเลขเดียวกัน หรือแม้แต่มีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงานท่านหนึ่งพยายามที่จะขอเงินกองทุนเพื่อนําไปลงทุนในส่วนของหุ้น ที่ด้อยคุณภาพ ล่าสุดมีโครงการที่จะขอเงินกองทุนไปจัดซื้อคอมพิวเตอร์เพื่อพัฒนา ระบบไอทีของกระทรวงแรงงาน ซึ่งมีปัญหาอยู่ในเวลานี้ แล้วก็ผมดูเหมือนว่าท่านรัฐมนตรีเองก็ให้ความสนใจเปึนพิเศษด้วย ในกรณีที่ผมกล่าวถึง เปึนเหตุให้ผู้ประกันตนเขาเคลือบแคลงสงสัยแล้วก็ออกมาเรียกร้องความเปึนธรรม อยู่เสมอ เพราะในทางกลับกันนั้นผู้ประกันตนมีความต้องการที่จะได้รับความช่วยเหลือ จากเงินกองทุน อย่างเช่น ในกรณีของผู้ประกันตนที่เกิดอุบัติเหตุจําเปึนจะต้องได้รับ การผ่าตัดในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด โดยส่งตัวไปที่โรงพยาบาลซึ่งไม่ใช่โรงพยาบาล ที่ระบุไว้ในบัตรประกันสังคม แล้วก็ปรากฏว่าหลังจากที่แพทย์ได้ช่วยชีวิตไปแล้ว โรงพยาบาลก็จะส่งตัวไปยังโรงพยาบาลที่ระบุไว้ในบัตรประกันสังคม แต่จะเรียกเก็บเงิน ค่ารักษาพยาบาลจากผู้ประกันตนซึ่งผู้ประกันเองก็จําเปึนจะต้องไปขอจากเงินกองทุน ประกันสังคม แต่ก็ไม่ได้รับความเปึนธรรม ส่วนใหญ่แล้วผู้ประกันตนจะต้องรับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ด้วยตัวเองแล้วก็บางคนก็ยอมเปึนหนี้ของโรงพยาบาล ผมอยาก กราบเรียนท่านประธานว่านี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นจากกองทุนประกันสังคมที่รัฐบาล ไม่ได้เขียนชี้ชัดลงไปว่ารัฐบาลมีนโยบายอย่างไรจะแก้ไขปัญหาเรื่องของการดูแล ผู้ประกันตนในด้านกองทุนประกันสังคม
อีกประเด็นหนึ่ง ในส่วนของกระทรวงแรงงานคือเรื่องของการหลอกลวง แรงงานไทยไปต่างประเทศ กระบวนการนี้เริ่มจากสายแรงงานที่มีความต้องการ หาแรงงานไปต่างประเทศ แล้วก็ไปเก็บค่าหัวคิว ค่าทําพาสปอร์ต (Passport) ตั๋วเครื่องบิน ค่าฝ๊กอบรมฝ้มือแรงงานต่าง ๆ ประมาณ ๕๐,๐๐๐ ถึง ๒ แสนบาท จากผู้ที่ต้องการ ไปทํางานต่างประเทศ หลังจากที่ได้เงินแล้วก็มักจะป่ดบริษัทเปลี่ยนชื่อแล้วก็หนี ซึ่งมีเรื่องร้องเรียนต่อกระทรวงแรงงานอยู่บ่อย ๆ บางเรื่องก็เกี่ยวข้องกับข้าราชการ ชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงแรงงานที่เคยเปึนข่าวให้เห็นอยู่ตามหน้าหนังสือพิมพ์ อย่างเช่น บริษัทเอสเอสเอ็ม ซึ่งมีมาเมื่อ ๔ ป้ที่แล้ว ถึงวันนี้ปัญหาการหลอกลวงแรงงานไทย ไปต่างประเทศยังไม่ได้รับการดูแล เรื่องเก่า ๆ ที่เปึนคดีเกิดขึ้นแถมแรงงานที่ถูกหลอก ก็ยังถูกตามทวงหนี้เงินกู้ ต้องขายที่ ขายนา หรือแม้แต่บางรายฆ่าตัวตายก็มี ผมยัง ไม่เคยเห็นรัฐบาลชุดไหนหรือท่านใดที่จะออกมาพูดหรือปกปัองติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง กราบเรียนท่านประธานครับว่า ครั้งนี้ถือเปึนครั้งที่ ๒ ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ท่านได้เข้ามารับตําแหน่ง ดัชนีชี้วัดความสําเร็จของการบริหารงานในกระทรวงแรงงาน ชิ้นหนึ่งก็คือว่า จํานวนของผู้ที่ถูกหลอกลวงไปทํางานต่างประเทศลดลงหรือเปล่า คดีเก่า ๆ ได้ถูกแก้ไขบ้างหรือเปล่า
ท่านประธานครับ ประการที่ ๓ คือเรื่องของนโยบายแรงงานต่างด้าว ผมมีเวลาเหลืออยู่ ๑ นาทีครึ่ง เปึนเรื่องที่รัฐบาลพูดกันทุกยุคทุกสมัย แม้แต่ในรัฐบาล ชุดนี้ก็เขียนไว้ แต่ว่าก็ยังยืนยันที่จะใช้มติ ครม. เมื่อป้ ๒๕๔๔ ที่จัดให้มีการขึ้นทะเบียน แรงงานต่างด้าว ซึ่งได้กําหนดกรอบให้แรงงานต่างด้าวขึ้นทะเบียนตามสาขาอาชีพได้ ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๒ ข้อที่อยากจะกราบเรียนกับรัฐบาลก็คือว่า
ข้อแรก ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ จนถึงวันนี้ป้ ๒๕๕๑ จํานวนของผู้ที่ขึ้นทะเบียน แรงงานต่างด้าวมากขึ้นหรือลดลง เท่าที่ผมตรวจสอบลดลงทุกป้ ป้ละเยอะ ๆ ด้วย
ประการที่ ๒ กระผมยังพบว่าตามหน้าหนังสือพิมพ์ยังมีการจับกุมแรงงาน ต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองอยู่ตลอดเวลา
ข้อสังเกต ๒ ประการนี้ย่อมแสดงว่าการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว หลบหนีเข้าเมืองโดยวิธีการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวนั้นเปึนนโยบาย ที่ไม่ประสบผลสําเร็จ รัฐบาลควรจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขมติคณะรัฐมนตรี กระผมคิดว่ารัฐบาลควรจะจัดสํารวจความต้องการแรงงานต่างด้าวในภาคธุรกิจต่าง ๆ และการจัดระบบแรงงานต่างด้าวให้เข้าถึงธุรกิจด้านต่าง ๆ ได้สะดวก โดยเฉพาะนายจ้าง และลูกจ้าง หมดเวลา ต้องขออนุญาตสรุปนิดหนึ่งท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่า ในส่วนแรงงานต่างด้าวนั้นถ้ารัฐบาลทบทวนดี ๆ และสามารถที่จะลดต้นทุนการผลิต ให้กับภาคธุรกิจ อย่างเช่น ภาคอุตสาหกรรมการเกษตรหรือแม้แต่ภาคธุรกิจที่ต้องการ กรรมกร จะสามารถช่วยในส่วนของธุรกิจต่าง ๆ ฟุ๋นตัวได้อย่างรวดเร็วในเวลานี้ครับ ขอขอบคุณมากครับ
เชิญคุณสาธิตครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ จากจังหวัดสุรินทร์ เขต ๒ ครับ กระผมขออภิปรายเพื่อที่จะสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในเรื่องของนโยบาย ด้านพลังงาน โดยเฉพาะเรื่องของการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงาน โดยส่วนตัว ผมเองก็ให้ความสําคัญเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงทางด้านพลังงาน เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้ ก็มีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องที่จะให้การสนับสนุนและก็พัฒนาเศรษฐกิจของ ประเทศไทยเรา ดังนั้นเองสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ เรื่องของการให้ความสําคัญเกี่ยวกับ ด้านความมั่นคงทางด้านพลังงาน สิ่งที่ผมอยากจะพูดก็คือเรื่องของความสําคัญทางด้าน พลังงาน ทางด้านไฟฟัา เนื่องจากว่าผู้ที่จะลงทุนในการที่จะมาลงทุนพัฒนาแล้วก็ ลงทุนในประเทศไทยเรา สิ่งที่เขาจะมองอย่างแรกก็คือน่าจะเปึนเรื่องของพลังงาน ความเสถียรภาพทางด้านไฟฟัา โดยตัวเลขในแต่ละป้ประเทศไทยมีความต้องการที่จะ ใช้ไฟฟัาเพิ่มขึ้นประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ในทุก ๆ ป้ โดยขณะนี้เองประเทศไทยเราก็มี ศักยภาพในเรื่องของการผลิตไฟฟัาในรูปของการติดตั้งอยู่ประมาณ ๒๗,๕๐๐ เมกะวัตต์ และขณะนี้ถ้าแยกจําแนกตามวัตถุดิบที่นํามาผลิตไฟฟัาของประเทศไทยเราก็จะแบ่งได้ โดยการนําใช้ก๊าซธรรมชาติอยู่ประมาณ ๖๗ เปอร์เซ็นต์ ลิกไนต์ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ถ่านหิน ๙ เปอร์เซ็นต์ น้ํามัน ๒ เปอร์เซ็นต์ จากเขื่อนที่เปึนพลังจากน้ํา ๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มี การนําเข้าจากต่างประเทศคือประเทศเพื่อนบ้านของเรา ๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็อื่น ๆ อีก ๒ เปอร์เซ็นต์ อื่น ๆ ตรงนี้ก็คืออยู่ในรูปของโซลาร์เซลล์ (Solar cell) เอง หรือว่านโยบาย เรื่องของ เวสท์ ที (Waste T) และเรื่องของชีวมวลต่าง ๆ ดังจะเห็นว่าตัวเลขที่สําคัญก็คือว่า การใช้ก๊าซธรรมชาติมีสัดส่วนที่สูงมากถึง ๖๗ เปอร์เซ็นต์เอง ดังนั้นถ้าเรามาดูและสังเกต ก็จะเห็นว่าในรอบป้ที่ผ่านมามีการก่อสร้างโรงไฟฟัาที่เกิดจากการใช้ก๊าซธรรมชาติที่มี สัดส่วนที่สูงมากกว่าปกติ แล้วมากกว่าสัดส่วนที่จากพลังงานตัวอื่นในสัดส่วนที่มาก ดังนั้นเราให้ข้อสังเกต เนื่องจากในป้ที่ผ่านมาก๊าซธรรมชาติเปึนวัตถุดิบที่มีราคาต้นทุน ที่ถูกแล้วต้นทุนในการก่อสร้างโรงไฟฟัาชนิดนี้มีต้นทุนที่ถูกกว่าการก่อสร้างโรงไฟฟัา ชนิดอื่น อีกทั้งประสิทธิภาพในการใช้ก๊าซธรรมชาติมาเปึนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟัา ก็มีประสิทธิภาพที่ดีกว่าโรงไฟฟัาชนิดอื่นด้วย ดังนั้นจึงมีการก่อสร้างโรงไฟฟัาที่ใช้ ก๊าซธรรมชาติมากกว่าโรงไฟฟัาชนิดอื่น ดังนั้นโดยสถานการณ์ปัจจุบันเองแล้ว ในขณะนี้ ราคาของก๊าซธรรมชาติก็มีสัดส่วนที่สูงขึ้นตามแนวโน้มของตลาดและราคาน้ํามันที่มี ราคาที่สูงขึ้นอยู่ ดังนั้นในอนาคตข้างหน้าถ้าเราจะพึ่งพาในการที่จะใช้โรงไฟฟัาในรูปของ ก๊าซธรรมชาติก็คงจะมีความเสี่ยงอยู่พอสมควร ดังนั้นรัฐบาลในชุดนี้เองก็คงต้องให้ ความสําคัญในการที่จะเพิ่มสัดส่วนโรงไฟฟัาที่จะเกิดในรูปแบบของพลังงานอย่างอื่น เพื่อที่จะมาทดแทนพลังงานที่เกิดจากการใช้ก๊าซธรรมชาติให้มากขึ้นนะครับ เนื่องจาก เท่ากับเราไปพึ่งพาจากก๊าซธรรมชาติอย่างเดียว ถ้ามีสิ่งที่แปรผันหรือปัืนป์วนไปก็จะ กระทบกับการลงทุนและเรื่องของความมั่นคงทางด้านพลังงานด้วย มีสิ่งหนึ่งที่ เพื่อนสมาชิกได้ให้คําแนะนําเกี่ยวกับการที่ กฟผ. มีการสํารองไฟอยู่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ในส่วนตัวกระผมเองก็ให้ข้อคิดเห็นนะครับ คิดว่าในเรื่องของการผลิตกระแสไฟฟัา เองเกินน่าจะดีกว่าขาด เนื่องจากว่าโรงไฟฟัาไม่ได้ก่อสร้างใช้เวลากันแค่วันสองวัน ก็ได้ใช้เวลาอยู่ประมาณ ๓–๔ ป้ เพราะฉะนั้นเมื่อเวลาที่เราต้องการใช้ไฟฟัาถ้ามันไม่มี จะใช้มันก็จะลําบาก ดังที่จะเห็นอย่างประเทศที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว อย่างประเทศจีนหรือแม้แต่ที่แคลิฟอร์เนียเองก็จะพอมีเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นเอง ความต้องการใช้ไฟฟัาและปริมาณการผลิตไฟฟัาที่ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ ก็ทําให้เกิดภาวะที่ไฟดับขึ้นอยู่เรื่อย ๆ และพอมาดูที่โรงไฟฟัาที่อยู่ในประเทศไทยเราเอง ของทาง กฟผ. เนื่องจากว่าก็มีโรงไฟฟัาที่เปึนโรงไฟฟัาที่เก่าอยู่จํานวนมาก แล้วก็ยังมี การเดินกําลังการผลิตที่ไม่เต็ม อาจจะเนื่องด้วย บางโรงไฟฟัาเปึนโรงไฟฟัาที่ใช้น้ํามัน ดีเซลในการที่จะผลิตกระแสไฟฟัาเอง ซึ่งขณะนี้การใช้น้ํามันดีเซลเองก็คงจะมีต้นทุนที่สูง ในการผลิตกระแสไฟฟัาตรงนี้ด้วย จึงอยู่ในส่วนที่น่าจะเปึนส่วนสํารองของ กฟผ. ที่ไม่มี การเดินเครื่องด้วย ดังนั้นคิดว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็น่าจะเปึนตัวเลขที่น่าจะพอจะทําให้เกิด ความมั่นคงทางด้านพลังงาน ตรงนี้ได้ด้วย ผมก็ขอพูดขนาดนี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธาน
เชิญคุณนราพัฒน์
เรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายนราพัฒน์ แก้วทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิจิตร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา จากคําแถลงนโยบายของรัฐบาลในนโยบาย สังคมและคุณภาพชีวิตที่พูดถึงนโยบายแรงงาน ๓ ข้อ ดูแล้วคงไม่ครอบคลุมกับภาระ หน้าที่ที่รัฐบาลจะต้องดูแล ในเรื่องแรงงานสําหรับประเทศไทยนั้นต้องถือว่าเปึนปัญหา ที่สําคัญเพราะเกี่ยวข้องกับคนจํานวนมาก ท่านประธานครับ ปัจจุบันคนที่อยู่ในวัยทํางาน สูงถึง ๕๑.๑ ล้านคน อยู่ในวัยกําลังแรงงาน ๓๗.๖ ล้านคน มีงานทํา ๓๗.๑ ล้านคน ยังว่างงานอยู่อีกประมาณ ๕ แสนคน แต่รัฐบาลชุดนี้มีนโยบายไว้เพียง ๓ ข้อ เมื่อพิจารณาดูนโยบายทั้ง ๓ ข้อ ข้อ ๑ ข้อ ๒ เปึนเรื่องเดียวกัน ส่วนข้อ ๓ ในเรื่องของ การคุ้มครองสวัสดิการแรงงานและการจัดระบบแรงงานนอกระบบให้ครอบคลุมนั้น ก็เรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับว่า ไม่ทราบว่าตรงนี้รัฐบาล หมายความถึงการขยายระบบประกันสังคมด้วยหรือไม่ เพราะตรงนี้ไม่มีการพูดถึง สํานักงานประกันสังคมเลย ที่สําคัญนโยบายทั้ง ๓ ข้อ พูดถึงการดูแลคนที่อยู่ในระบบ การจ้างงานแล้ว แต่กับคนที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบการจ้างงานรัฐบาลจะดูแลเขาอย่างไร ตรงไหน พูดง่าย ๆ คือคนที่ยังไม่มีงานทํา นักศึกษาที่เพิ่งจบ ยังหางานทําไม่ได้ นโยบาย ตรงไหนจะดูแลเขา ผมได้ยินนโยบายของรัฐบาลชุดนี้กําลังเตรียมหางานให้กับคน ๑๑๑ คนทํา ก็อดถามแทนพี่น้อง น้อง ๆ นักศึกษาที่ยังว่างงานอยู่จํานวน ๕ แสนคน ยังหางานทําไม่ได้ รัฐบาลจะพิจารณาดูแลหางานให้พวกเขาทําได้เมื่อไร ผมว่ารัฐบาล ควรจะจัดลําดับความสําคัญให้ถูกต้อง ในระยะเวลา ๕–๖ ป้ที่ผ่านมาปัญหาทางด้าน แรงงานถือว่ายังไม่ประสบความสําเร็จครับ ล้มเหลวเหมือนเดิม หลาย ๆ ท่านที่อยู่ใน คณะรัฐบาลชุดนี้ก็เคยบริหารประเทศอยู่ในรัฐบาลชุดเก่า ๆ จะเปรียบก็เหมือนรัฐบาล เหล้าเก่าในขวดใหม่ รู้ปัญหาดี แต่ท่านไม่ได้เขียนเอาไว้เลยครับ แนวทางที่จะแก้ไข นโยบายเรื่องแรงงานอย่างชัดเจนหนึ่งในปัญหาของการว่างงานคือเราไม่สามารถผลิต บุคลากรทางด้านแรงงานได้ตรงความต้องการของตลาด ทําให้เกิดมีการย้ายฐานการผลิต ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ตัวอย่างเช่นบริษัทซีเกท (Seagate) ป่ดโรงงานย้ายไปอยู่ที่ เวียดนาม ตรงนี้ในนโยบายการศึกษา ข้อ ๒.๑.๕ รัฐบาลได้พูดถึงการสนับสนุนการผลิตและพัฒนากําลังคนให้สอดคล้องกับ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการผลิตก็ถือว่าได้เดินทางมาถูก แต่ภาระจริง ๆ คงต้องอยู่ที่ กระทรวงแรงงานเพราะมีบทบาทและหน้าที่โดยตรง กระทรวงแรงงานนั้นมีเครื่องมือครับ ๖๓ ศูนย์พัฒนาฝ้มือแรงงาน ๑๒ สถาบันพัฒนาฝ้มือแรงงานนํามาใช้ให้เกิดประโยชน์ สิครับ ดําเนินนโยบายควบคู่ไปกับนโยบายการศึกษาที่กล่าวไว้เมื่อสักครู่ แต่นโยบาย แรงงานนั้นท่านไม่ได้เขียนเอาไว้เลย กรมการจัดหางานก็เปึนอีกกรมหนึ่งที่เปึนที่พึ่ง ของ พี่น้องที่กําลังหางานอยู่ควรจะได้รับการดูแลครับ ทราบว่างบประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ของกระทรวงแรงงานนั้นส่วนใหญ่เปึนงบอุดหนุนในเรื่องของ การประกันสังคม เหลือเงินเพียงประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาทเศษสําหรับการเดินหน้า ทํางานแก้ไขปัญหาคงไม่เพียงพอ ก็ฝากท่านประธานให้รัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีได้ดูแล จัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ให้เพียงพอ ปัญหาแรงงานอื่น ๆ เพื่อนสมาชิกผมก็ได้พูดไป ในเรื่องของปัญหาแรงงานต่างด้าว
อีกส่วนหนึ่งคือปัญหาแรงงานนอกระบบที่ท่านกล่าวไว้ในข้อ ๓ นั่นล่ะครับ จริง ๆ เขาต้องการครับที่จะเข้าสู่ระบบ เปึนแรงงานอยู่ในระบบแต่ติดขัดในเรื่องของ ข้อกฎหมาย ซึ่งตรงนี้ก็คงจะต้องได้พูดคุยกันในเรื่องของกฎหมายต่อไป ปัญหาแรงงานไทย ที่เดินทางไปต่างประเทศ ๔ แสนกว่าคน ปัญหาเก่า ๆ ครับ ถูกหลอก ค่าตอบแทน ไม่ตรงตามสัญญา ทํางานหนัก อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี ขาดคนดูแล ปัญหาค่าใช้จ่าย ต่อหัวสูง ผมได้ยินท่านรัฐมนตรีพูดถึงโครงการบินก่อนจ่ายทีหลัง ดีครับ แต่อยากจะ ฝากถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับว่าจะดําเนินการโครงการนี้อย่างไร ใช้เงินที่ไหน ไม่เห็นมีกําหนดไว้อยู่ในนโยบายของรัฐบาล และยังต้องเสียค่าใช้จ่ายปากถุง อีกหรือไม่ ในเรื่องการส่งเสริมอาชีพรัฐบาลชุดนี้ก็ควรน่าจะพูดถึง มีหลายตัวที่ กระทรวงแรงงานนั้นจะสามารถแก้ไขปัญหาความยากจนให้กับพี่น้องประชาชน ในชนบทได้ การฝ๊กอาชีพตามประสงค์เพื่อให้พี่น้องได้เข้าสู่การพัฒนาฝ้มือแล้วกลับไป ทํางานที่บ้าน โครงการฝ๊กคนสู่โรงงานตามสั่ง การฝ๊กอบรมเพื่อการส่งออก การเป่ด ตลาดใหม่ การเพิ่มทูตแรงงาน สิ่งเหล่านี้รัฐบาลควรจะนํามาพิจารณาในการดูแล เรื่องนโยบายด้านแรงงาน จากที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนะครับ รัฐบาลควรตระหนักถึง ความสําคัญของนโยบายแรงงานให้มากกว่านี้มิใช่เขียนไว้เพียง ๓ ข้อ
ประเด็นสุดท้าย ผมอยากจะฝากว่าการนําเสนอนโยบายที่รัฐบาลแถลงไว้ คงจะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่รัฐบาลหรือพวกเราที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไป หาเสียงไว้ ประเด็นของผมนิดเดียวครับ การดูแลผู้สูงอายุ หลายพรรคครับพูดถึง การจัดสรรเบี้ยผู้สูงอายุ ดูแลเบี้ยผู้สูงอายุ พรรคประชาธิปัตย์ของเราก็พูดถึงว่าจะดูแล ผู้สูงอายุคนละ ๕๐๐ บาทต่อเดือนทุกคน บางพรรคเอาไปเปึนประเด็นบอกว่าจะเปึน ๑,๐๐๐ บ้าง ๒,๐๐๐ บ้าง แต่วันนี้เราไม่ได้เปึนรัฐบาลก็ต้องฝากละครับ พรรคการเมือง ทั้งหลายที่ปราศรัยเอาไว้ เมื่อท่านเปึนรัฐบาลแล้วช่วยดําเนินการนโยบายที่ท่าน ได้โฆษณาหาเสียงไว้ วันนี้พี่น้องผู้สูงอายุรอฟังคําตอบจากท่านอยู่ ขอบคุณครับ
เชิญ ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา วันนี้ต้องขอชื่นชมรัฐบาลที่มีนโยบายที่สําคัญ ๆ โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วนถึง ๑๙ ประการ ผมเองมีโอกาสได้เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัยที่ ๓ นโยบายของรัฐบาลที่สําคัญ ๆ เราได้ติดตามแล้วก็ได้ดําเนินการมา และประชาชนชื่นชมมาโดยตลอด ในวันนี้ผมขออนุญาตที่จะแสดงความคิดเห็น แนวนโยบายที่เปึนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ประเด็นการสร้างโอกาสให้ประชาชนได้มี ที่อยู่อาศัยอย่างทั่วถึง เรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญเรื่องการที่ให้ประชาชนนั้นมีที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะประชาชนที่ยากจน ประชาชนที่มีรายได้ต่ําหาเช้า กินค่ํา จากการสํารวจ มีประชาชนกว่า ๒ ล้านคนที่ไม่มีที่อยู่อาศัยเปึนของตนเอง ต้องอาศัยบ้านเช่าหาเช้ากินค่ํา อยากจะมีบ้านเปึนของตนเอง เมื่อรัฐบาลยุคของ ฯพณฯ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ได้มีนโยบายที่สําคัญ คือโครงการบ้านเอื้ออาทร ในยุคนั้นมีนโยบายที่จะให้ ประชาชนมีที่อยู่อาศัยถึง ๖ แสนครอบครัว และขณะเดียวกันทางการเคหะแห่งชาติ ก็ได้ดําเนินการก่อสร้างในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนบ้านเดี่ยวก็ดี บ้านแฝดก็ดี บ้านแถวก็ดี หรือเปึนแฟลตก็ดี ท่านประธานที่เคารพครับ ประชาชนกําลังจะได้รับ ประโยชน์จากนโยบายของรัฐบาลที่จะมีบ้านหลังแรก เราดําเนินการได้เพียงไม่กี่หน่วย ไม่กี่แสนหน่วยก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด อยากจะฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาล ไปถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง นโยบายดี ๆ เช่นนี้ท่านจะต้องดําเนินการสานต่อให้ประชาชน ที่ไม่มีที่อยู่อาศัย ไม่มีบ้านเปึนของตนเองได้มีบ้านอยู่อาศัย ที่สําคัญที่สุดก็คือในเรื่องของ การช่วยเหลืออย่างแท้จริง เนื่องจากว่าประชาชนเหล่านี้เขาประสบปัญหาหลังจากที่ การสร้างบ้านเสร็จแล้วไม่สามารถนําบ้านจํานองธนาคารได้ สาเหตุเนื่องมาจากว่า ธนาคารปกตินั้นจะต้องตรวจสอบระบบบัญชี ต้องมีบัญชี ต้องมีการตรวจสอบเครดิต บูโร (Credit Bureau) หนี้เสียจากการซื้อขายสินค้าอื่น ๆ หรือไม่ต้องตรวจสอบว่ามีบัญชี มีเงิน สะพัดในธนาคารหรือไม่ถึงจะสามารถจํานองได้ คนจนหาเช้ากินค่ําไม่มีหรอกครับบัญชี แต่เขามีกําลังที่จะต้องผ่อนชําระธนาคารได้ อยากจะฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลว่า การเอาใจใส่ดูแลกลุ่มเปัาหมายเช่นนี้ นอกเหนือจากจะได้ดําเนินการตามนโยบาย แก้ปัญหาความยากจนแล้วยังจะได้กุศลอีกมากมายนะครับ ข้อเสนอแนะที่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็คือ อยากจะให้ท่านรัฐมนตรี ได้พิจารณาถึงแหล่งเงินทุนเพื่อสนับสนุนให้กับการเคหะแห่งชาติ ในการดําเนินการ ให้โครงการบ้านเอื้ออาทรนี้เดินหน้าให้ครบ ๖ แสนหน่วยตามเปัาหมายที่วางเอาไว้ ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ อยากจะกราบเรียนว่าควรจะหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ํา แล้วก็ประสานธนาคารให้กับทางการเคหะแห่งชาติได้มีการจํานองบ้านที่เสร็จแล้ว สามารถที่จะนําบ้านที่สร้างเสร็จแล้วจํานองได้อย่างครบถ้วน ประชาชนก็สามารถที่จะมี บ้านอยู่อาศัยได้ นี่เปึนประเด็นสําคัญที่อยากจะฝากกราบเรียนในเรื่องของที่อยู่อาศัย ท่านประธานครับ นโยบายเร่งด่วนที่สําคัญอีกที่ผมเองได้ฟังเพื่อนสมาชิกได้เรียน ในที่ประชุมแห่งนี้หลายท่านมีความเห็นตรงกันในเรื่องการเกษตร ต้นทุนการผลิต ทางการเกษตร จากการที่ผมเองได้มีโอกาสลงไปในพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ปรากฏว่าต้นทุนทางเกษตรโดยเฉพาะปุิยเราไม่มีมาตรการที่จะรองรับ ไม่มีมาตรการ ที่จะควบคุมราคา ผู้ประกอบการพ่อค้าจะขึ้นราคาปุิยเท่าไรก็ได้นี่ประการที่ ๑ เรื่องราคาปุิยเราไม่มีการต่อรอง ไม่มีมาตรการในการควบคุมราคา อยากจะฝากเรื่องนี้ ให้กับท่านประธานฝากไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการควบคุมราคาปุิย
ประการที่ ๒ ที่เราจะหาแหล่งวัตถุดิบที่จะมาชดเชยในเรื่องการใช้ปุิยเคมี อยากจะให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องได้ทํากันอย่างจริงจังเพื่อลดต้นทุน ไม่ว่าจะเปึนวัตถุดิบ ที่จะทําปุิยเคมีก็ตาม หรือการนําเข้าปุิยเคมีจากต่างประเทศก็สุดที่จะเปึนการดําเนินการ ของรัฐบาล แต่ต้นทุนต้องต่ํากว่านี้ เนื่องจากว่าประชาชนขณะนี้ไม่สามารถที่จะแบกรับ ภาระในเรื่องของปุิยได้ ก็อยากจะฝากท่านประธานว่าเรื่องสําคัญ ๆ เช่นนี้เปึนเรื่องที่ ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนเปึนห่วง แล้วฝากไปยังรัฐบาลเพื่อได้ดําเนินการ ในนโยบายที่เปึนนโยบายเร่งด่วนได้ครบถ้วนและสมบูรณ์แบบมีประสิทธิภาพครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญคุณไกรศักดิ์ครับ
ท่านประธาน ผม ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ขออภิปรายในประเด็นเรื่องเกี่ยวกับนโยบาย ต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าทางฝ์ายรัฐบาลนั้น ได้เขียนนโยบายในหมวดนี้อย่างดีมากต้องยอมรับนะครับ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ เปึนรัฐบาลก็คงเขียนไม่ได้ดีถึงขนาดนี้เปึนไปได้นะครับ แต่ผมขอเรียนอย่างนี้ว่า ผมขอตั้งข้อสังเกตนะครับ ในข้อ ๖.๓ ๖.๔ และ ๖.๕ ด้วยกัน ที่เขียนไว้ว่ารัฐบาลนั้น จะมีบทบาทในการสร้างสรรค์ในองค์กรระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในเวทีสหประชาชาติ และองค์กรในระดับภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อรักษาสันติภาพ ความมั่นคง ส่งเสริมกระบวนการ ประชาธิปไตย ท่านประธานครับ แล้วบวกด้วยสิทธิมนุษยชน มนุษยธรรม ตลอดจน ในประเด็นตามแก้ปัญหาทุกด้านในด้านผลกระทบต่อความมั่นคงต่อมนุษย์ ท่านประธานครับ ผมต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่คํานึงถึงในประเด็นนี้ โดยเฉพาะเรื่อง เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ท่านประธานถ้าเราอยากจะมีบทบาทจริง ๆ ซึ่งผมสนับสนุน เพราะว่าการเปึนนักการเมืองไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้านหรือเปึนฝ์ายรัฐบาล ถ้าในระดับ นโยบายต่างประเทศแล้วหรือภาพพจน์ของต่างประเทศแล้ว วัฒนธรรมของประเทศไทย หรือประเทศอื่น ๆ ย่อมจะมีว่าเราต้องสนับสนุนรัฐบาลเสียส่วนใหญ่ ในที่นี้ผมเลย อยากจะพูดสักนิดหนึ่งครับว่าในเรื่องนี้ผมคิดว่ามันเปึนประเด็นสําคัญมาก ถ้าประเทศไทยนั้นได้มีบทบาทสําคัญไปกว่าที่เปึนอยู่ในสหประชาชาติ เพราะเราเพิ่งผ่าน การรัฐประหารมาและชื่อเสียงของประเทศไทยนั้นค่อนข้างจะตกต่ําในระดับโลกนะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ทางฝ์ายรัฐบาลคํานึงถึงว่าเมื่อท่านเข้ามาเปึนรัฐบาลแล้ว ท่านควรจะไปดูเอกสารต่าง ๆ ที่มีอยู่ ในสหประชาชาติที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย แต่ประเด็นที่สําคัญที่สุดก็คือประเด็น ในป้ ๒๕๔๘ นะครับ ทางสหประชาชาติโดยเฉพาะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนนั้น ได้กล่าวหาประเทศไทยว่าเปึนประเทศที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนถึง ๒๖ ข้อด้วยกัน ใน ๒๖ ข้อนั้นโดยเฉพาะในข้อ ๑๙–๒๓ นี้นะครับ มันก็เกี่ยวข้องการละเมิดสิทธิ ในประเทศไทยซึ่งเกี่ยวกับสื่อว่าประเทศไทยนั้นไม่มีสื่อทางเสรีเพียงพอ อันที่ ๒ ประเทศไทยนั้นเปึนประเทศที่เอารัดเอาเปรียบแล้วก็กดขี่ชาวต่างชาติที่มาทํางาน ในประเทศไทย แต่ประเด็นสําคัญที่สุดก็คือที่มันอยู่ในเอกสารว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ในเดือนจูไล (July) ป้ ๒๐๐๕ ซึ่งพูดถึงสงครามปราบปรามยาเสพติดวอร์ ออน ดรัก (War on drug) พูดถึงกรือเซะ ถ้าพูดถึงตากใบที่เขาอ้างในนี้นะครับ มีคนล้มตาย เปึนอันมาก และในประเทศไทยนั้นไม่ได้มีการสอบสวน ไม่ได้มีการให้ความเปึนธรรม หรือไม่ได้ให้มีการเยียวยาต่อผู้ที่เสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น จนกระทั่งประเทศไทยนั้นกลาย ไปเปึนประเทศที่เขาเรียกว่า คัลเชอร์ ออฟ อิมพิวนิที (Culture of impunity) หรือวัฒนธรรม ที่มีสิทธิลงโทษประชาชนนอกกฎหมายได้ครับ ถ้าตามข้อมูลและตามนโยบายอันนี้ ถ้าเราแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นต่อประเทศไทยโดยเฉพาะการกล่าวหา ๒๖ ข้อ ถ้าเราจับ ประเด็นใหญ่ ๆ เราสามารถที่จะมีบทบาทอย่างที่รัฐบาลต้องการได้ในสหประชาชาติ แล้วเราจะมีชื่อเสียงเสียอีกนะครับ ผมคิดว่ามันไม่ยากหรอกครับท่านประธานครับ เพราะถึงแม้รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารเขาก็ได้ทําการสอบสวนในระดับหนึ่งเอาไว้ แล้วในคณะกรรมการที่ผมเคยนั่งอยู่ ก็ต้องลาออกมาชื่อ คตน. ในการสอบสวนเรื่อง เกี่ยวกับการฆ่ากันในป้ ๒๕๔๖ เรื่องเกี่ยวกับยาเสพติด เมื่อกี้นี้มีหลายท่านจากรัฐสภานี้ ที่พูดถึงเรียกร้องให้เริ่มต้นปราบปรามยาเสพติดกันใหม่อีก ผมก็เห็นด้วยนะครับ แต่ว่าในเหตุการณ์นั้น ๆ คนได้ตายไป ๒,๘๑๙ คน คตน. เพิ่งสรุปออกมาแล้วคงสรุปให้ รัฐบาลนี้ว่าใน ๒,๘๐๐ กว่าคนที่ตายไปเพียง ๑,๐๐๐ กว่าคนแค่นั้นที่อยู่ในคดียาเสพติด ที่เหลือนั้นไม่ใช่เลยไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเลย ถ้าเราให้ความเปึนธรรมกับการสอบสวน อันนี้ ผมคิดว่าเราสามารถที่จะเคลียร์ชื่อเสียงของประเทศไทยได้ อีกส่วนหนึ่งผมก็คิดว่า ไม่ยากเลยเรื่องเกี่ยวกับกรือเซะกับตากใบนี้นะครับ ในสหประชาชาติเขามีความคิดเห็น มาว่าถ้าเราไม่มีการตรวจสอบและให้ความเปึนธรรมหรือให้การเยียวยาต่อประชาชนจ ริง ๆ ผู้ก่อการนี่นะครับก็จะไม่หยุด แล้วก็จะเอาเหตุการณ์อันนี้เอาไปอ้างต่อประชาชน ตลอดเวลาในการก่อการร้ายในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ท่านประธานครับ ถ้าเราใช้ ความเปึนธรรมสักนิดหนึ่งแล้วเจาะจงจริง ๆ นะครับว่าเราจะทําตามนโยบายอันนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็อาจจะขอให้ทางรัฐบาลพิจารณาสอบสวน กรณีเรื่องกรือเซะ ซึ่งมีคนตายไปในราว ๆ ๑๐๘ คน แล้วก็เอาผิดเจ้าหน้าที่ แล้วก็เยียวยา ทุกคนใน ๑๐๘ คนในครอบครัวของเขาน่าจะเยียวยา และตากใบรู้สึกว่าตายไม่ใช่ ๗๘ คน ตามที่ผมไปสํารวจมา ตอนช่วงที่ผมเปึนวุฒิสมาชิกนั้นมีการตายถึง ๘๕ คน ทั้งหมดแล้วตั้งแต่การริเริ่มของ การปราบปรามยาเสพติดจนถึงตากใบจนถึงทุกวันนี้จํานวนคนที่ได้ตายไปด้วย วิสามัญฆาตกรรมหรือส่วนอื่น ๆ ก็เกือบ ๕,๐๐๐ คนเข้าไปแล้ว เปึนจํานวนที่สูงมากครับ เปึนจํานวนที่สูงมากจริง ๆ แล้วทําให้ภาพพจน์ของประเทศไทยนั้นค่อนข้างจะตกต่ําจริง ๆ แต่ในด้านนโยบายแล้วผมเห็นด้วยเลยที่จะต้องทํา โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับ สิทธิมนุษยชน สิทธิมนุษยธรรม โดยมีการสอบสวน ส่วนเรื่องยาเสพติดทางสหประชาชาติ ก็ได้ออกข้อมูลมาเมื่อ ๒ วันนี้เองเปึนเอกสารที่น่าสนใจมาก ล้วก็อาจจะสอดคล้อง กับหลายท่านในพรรครัฐบาลว่ายาเสพติดนั้นเปึนปัญหาใหญ่ขึ้นด้วยนะครับ คือในป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๐ ยาเสพติดในประเทศไทยนั้นเพิ่มขึ้น ๓๑ เปอร์เซ็นต์ครับ ทั้งเฮโรอีนและเมทแอมเฟทตามีน (Methamphetamine) ด้วย เขาบอกว่าในประเทศไทย ตอนนี้กลับมาปลูกฝ่ืนกันแล้วเพิ่มขึ้น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ จาก ๒ ตันต่อป้ มาเปึนเกือบ ๔ ตันต่อป้ แล้วมีครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับการปลูกยาเสพติดเพิ่มมาเปึน ๑,๖๐๐ ในจังหวัดต่าง ๆ เชียงใหม่ ตากครับ
อาจารย์เห็นจะต้องสรุปแล้ว กระมังครับ ควรสรุปได้แล้วครับ หมดเวลา
ท่านประธานผมเข้าใจผมได้ ๑๕ – ๒๐ นาทีครับ
หมดเวลา เกินไป ๑ นาทีแล้วครับ
ท่านประธานครับ ผมขอสรุปนะครับว่าในหมวดนี้ผมไม่ได้ไปหมวดอื่น ๆ เลย ปรากฏว่า เวลาหมด ขอเรียนว่าเราไม่มีทางเลือกเลยว่าถ้าจะทําตามนโยบายตามที่รัฐบาล เขียนไว้แล้ว การสอบสวนเรื่องเกี่ยวกับภายใน เรื่องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน การละเมิด สิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะในป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ นั้นจําเปึนต้องเกิดขึ้นครับ และผม ขอสนับสนุนรัฐบาลด้วยถ้าจะมีการสอบสวนจริง ๆ ขอบคุณครับ
เชิญคุณกิตติกรครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายกิตติกร โล่ห์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําปาง พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเองก็คงขอเริ่มที่หัวข้อที่ ๑ ในเรื่องนโยบายเร่งด่วน ซึ่งก็เปึนที่น่ายินดีที่ทางรัฐบาลให้ความสําคัญกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แล้วก็จัดลําดับความสําคัญในการที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อย่างในเรื่องของ การสมานฉันท์ เพราะว่าประเทศเราหยุดนิ่งอยู่กับที่มาเปึนเวลาป้ถึง ๒ ป้ ก็เพราะว่า เรามีความแตกแยกทางความคิด การที่รัฐบาลจะเปึนผู้นําในการสร้างความสมานฉันท์ แล้วก็นําพาประเทศที่จะพัฒนาต่อไปเปึนเรื่องที่เร่งด่วน หรือว่าในเรื่อง ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ก็เปึนเรื่องที่สะสมมานาน คงต้องให้ความสําคัญ ความพิเศษ แล้วก็ทุ่มเท กําลังกายกําลังใจต่าง ๆ ที่จะเข้าไปแก้ไข เพราะว่าพี่น้องของเราที่อยู่ใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นก็ถือว่าเปึนคนไทยของเราเหมือนกัน หรือเรื่องยาเสพติดที่เราเอง อาจจะได้เห็นหรือเราอาจจะได้ข่าวว่าในระยะหลัง ๆ มีการระบาดเพิ่มมากขึ้น เปึนงานที่ดี ที่รัฐบาลจะได้ใช้มาตรการที่เข้าไปจัดการขั้นเด็ดขาด เพราะว่ายาเสพติดจะเปึนตัวที่ บั่นทอนอนาคตของลูกหลานเรา ถ้าลูกหลานเราที่จะโตขึ้นในอนาคตจะเสียอนาคต ตั้งแต่วัยอันไม่สมควร อนาคตของประเทศไทยก็คงจะไม่ได้พัฒนาไปถึงไหน
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะพูดก็คือ เรื่องงบประมาณเอสเอ็มแอลที่ผมคิดว่า มันเปึนงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ เพราะในพื้นที่ผมเองผมได้มีการสังเกตว่าการใช้ งบประมาณต่าง ๆ ไม่ว่าจะผ่านส่วนราชการมาจากทางไหนก็ตาม จะเปึนส่วนกลาง ทบวง กรม หรือว่าองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่มีงบประมาณไหนสู้งบประมาณ เอสเอ็มแอลได้ เพราะว่างบประมาณเอสเอ็มแอลเปึนงบประมาณที่ คนที่ได้รับไปมีความรู้สึกเปึนเจ้าของ ไม่มีการรั่วไหล เงินเท่ากันสามารถสร้างสิ่งของได้ ในมูลค่าที่มากกว่า และงบเอสเอ็มแอลนี้ก็ยังเปึนงบประมาณที่ช่วยอุดช่องว่าง ระบบงบประมาณของเรา บางครั้งคนที่อยู่ในชนบทมีความต้องการในสิ่งขั้นพื้นฐาน ที่ทางทบวง หรือว่าทางกรมต่าง ๆ ไม่ได้มีความสนใจ ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บางครั้งเขาก็ละเลย อย่างเช่น เมรุเผาศพ หรืออย่างเช่น การขยายระบบประปา ซึ่งบางครั้งไม่มีใครที่จะเข้าไปดูแลเขา การที่เขาได้งบเอสเอ็มแอลเข้ามามันก็เปึนคําตอบ ที่ทําให้เขาสามารถที่จะนํามาปรับปรุงเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขาเหล่านั้น ให้ดียิ่งขึ้น
อีกเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลให้อยู่ในลําดับความเร่งด่วนก็คือเรื่องการพัฒนา ระบบชลประทาน ซึ่งผมคิดว่าระบบชลประทานเปึนสิ่งที่สําคัญกับประเทศเรา เพราะประเทศเราเองยังคงต้องพึ่งพาภาคการผลิตที่เกี่ยวกับการเกษตรกรรม การพัฒนา ระบบชลประทานให้มีประสิทธิภาพให้ทั่วถึงจะเปึนกําลังสําคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ ภาคเกษตรกรรมของประเทศไทยต่อไป กระผมขอพูดถึงในเรื่องต่าง ๆ ที่ไม่ได้เปึน เรื่องเร่งด่วน อย่างเช่น เรื่องการศึกษา เราจะเห็นว่ามีการเน้นพูดกันว่าเรียนฟรี เรียนฟรี กี่ป้ แต่ผมอยากให้รัฐบาลช่วยเน้นถึงคุณภาพและความทั่วถึง เพราะจากจังหวัด ที่ผมเปึนผู้แทนราษฎรอยู่ มีหลาย ๆ อําเภอ หลาย ๆ ตําบลที่อยู่ห่างไกลจากความเจริญ มาตรฐานของโรงเรียนแต่ละที่ยังไม่สามารถทัดเทียมกับโรงเรียนที่อยู่ในตัวเมืองได้ ครูบางท่านต้องรับภาระสอน ๒–๓ วิชา บางครั้ง ๒–๓ ชั้นเรียน ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่มีใครพูดถึง มีมาพูดถึงห่วงกันว่าจะเรียนฟรี เรียนฟรีจริงหรือเปล่า แต่ผมอยากให้ รัฐบาลช่วยเน้นเรื่องคุณภาพ พยายามให้มันมีมาตรฐานที่อยู่ใกล้เคียงกัน แล้วก็ให้มี การศึกษาที่ได้ไปทั่วถึง
เรื่องต่อไปก็อยากจะขอพูดเรื่องการเงินการคลังสักเล็กน้อย มาตรการ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คงเปึนที่วิพากษ์วิจารณ์กันว่ามีความจําเปึนมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเราเอง ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ถ้าเราต้องการปกปัองค่าเงินบาท เพื่อที่จะส่งเสริมการส่งออก มาตรการ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คงมีความจําเปึน ถือว่าเปึนมาตรการที่ค่อนข้างเด็ดขาด และรุนแรง กระผมคิดว่าการใช้มาตรการที่ค่อนข้างเด็ดขาดและรุนแรงนี้ อยากจะให้ ทางรัฐบาลเน้นการประชาสัมพันธ์ เน้นให้ทุกภาคส่วนได้รับความเข้าใจ มีการรู้ตัว ล่วงหน้าผลกระทบอิมแพคท์ (Impact) ที่ตามมาก็จะไม่เหมือนกับตอนที่เราประกาศใช้ เมื่อป้ที่แล้วที่ทุกคนต่างไม่มีการเตรียมตัวจะไม่มีการระมัดระวังตัว แล้วพอมีการประกาศ มาตรการ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ออกมา มันทําให้ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ทําให้เกิดภาวะช็อก ขึ้นมา ซึ่งทําให้มีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ก็ขอให้รัฐบาลได้ช่วยพิจารณาว่าถ้าต้องใช้ มาตรการที่ขั้นเด็ดขาดหรือขั้นรุนแรง ก็ขอให้เน้นการประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนได้รับทราบ รับรู้ มีการเตรียมตัว มีการทําการบ้านกันล่วงหน้าเพื่อที่จะปัองกันสิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น จากมาตรการที่เราคิดว่ามีความจําเปึน
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะพูดในส่วนของการเงินการคลังก็คือ เรื่องการจัดเก็บ ภาษี ซึ่งสิ่งที่ดีในระบบการจัดเก็บภาษีของเราก็คือว่า เราน่าจะเน้นไปการขยายฐานภาษี แต่ว่าที่ผ่านมากรมสรรพากรจะใช้วิธีการขยายฐานภาษีที่ไปเอากับผู้ประกอบการรายเล็ก รายย่อย ซึ่งผมคิดว่าเราน่าจะเน้นการขยายฐานภาษีไปกับธุรกิจที่อยู่นอกระบบ ดึงเข้ามา ให้อยู่ในระบบ ยกตัวอย่างเช่น แรงงานต่างด้าว ที่เปึนแรงงานที่ทํางานอยู่ในประเทศเรา พอสมควร ถ้าเราดึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เข้ามาอยู่ในระบบ เราก็จะสามารถขยายฐานภาษี เพิ่มขึ้น แล้วก็เปึนการนํารายได้เข้ามาสู่ภาครัฐได้ต่อไป
ขอพูดเรื่องภาคการผลิต แล้วก็รวมทั้งเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม เราเอง ควรจะมีนโยบายที่พัฒนาภาคการผลิตของเราให้เรามีความได้เปรียบทางเศรษฐศาสตร์ หรือเราเรียกกันว่าคอมเพททิทิฟว แอดวานทิจ (Competitive advantage) ถ้าจะพูดเปึน ภาษาชาวบ้านก็คือจุดขาย ลองดูตัวอย่างของประเทศเพื่อนบ้านเรา สิงคโปร์เปึนประเทศ เกาะเล็ก ๆ ทรัพยากรแทบไม่มี พื้นที่แทบไม่มี แต่เขาก็หาจุดขายของเขา โดยการที่เปึน คนกลาง โดยการที่ขายบริการ โดยการที่ขายความรู้ อันนี้คือจุดขายของเขาที่ทําให้ ประเทศเขาสามารถพัฒนาได้ ประเทศไทยเรามีความพร้อมมากกว่าหลายด้าน พื้นที่ มากกว่า ทรัพยากรมากกว่า ประชากรมากกว่า แรงงานมากกว่า ถ้าเราได้เน้นว่าเรามี ความชํานาญด้านไหนเปึนพิเศษ ประเทศเรามีจุดขายเรื่องอะไร เราเน้นตรงจุดนั้น รัฐบาล ก็เปึนผู้นําในการหาจุดขายของประเทศเรา แล้วก็เปึนผู้ที่จะริเริ่มนํามาแล้วก็เผยแพร่สู่ ภาคการผลิตต่าง ๆ ซึ่งผมก็คิดว่าแนวทางการพัฒนาประเทศน่าจะมีผลทําให้เกิด การพัฒนาประเทศได้รวดเร็วขึ้นต่อไป กระผมก็ขอขอบคุณนะครับ
เชิญคุณธนา
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ด้วยเวลาที่จํากัดครับท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตท่านประธานไปที่นโยบายของรัฐบาล ข้อ ๒.๕.๒ ซึ่งได้เขียนถึงเรื่องของ การดูแลเด็กไว้ กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ยังขาดส่วนที่สําคัญเกี่ยวกับ ภัยหลายรูปแบบที่ปัจจุบันนี้เกิดขึ้นกับเด็กอนุบาลและเด็กประถมศึกษา มีเด็กเล็ก ๆ หลายคนขณะนี้ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครที่ประสบเหตุมาแล้ว ซื้อลูกชิ้นที่ปุ่ง ในไม้เสียบแล้วก็วิ่งเล่นในโรงเรียน หกล้มไม้เสียบลูกชิ้นทิ่มทะลุปอด ดีครับที่ไม่เสียชีวิต และผมเชื่อว่าเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวที่กระผมได้ทราบ ผมเชื่อว่า มีหลายส่วนในประเทศไทยน่าจะเกิดความเดือดร้อน แล้วก็อันตรายเกี่ยวกับเด็ก ในลักษณะแบบนี้
เรื่องที่ ๒ หลายคนไม่ทราบ ทราบแล้วตกใจครับ ผมเองได้ไปเยี่ยมคุณแม่ ของเด็กอนุบาลคนหนึ่งซึ่งเรียนหนังสือในกรุงเทพมหานคร วันหนึ่งเด็กกลับบ้านครับ ปรากฏว่าที่อวัยวะเพศติดเชื้อเปึนหนองอย่างรุนแรง สอบถามความไปมาทราบว่า เด็กเข้าห้องน้ําแล้วก็รางน้ําที่ใช้ทําความสะอาดในห้องน้ําของเด็กนั้น เด็กก็ใช้ตักน้ํา มาเพื่อล้างทําความสะอาดตามปกติ รางน้ํานั้นหลังจากไปตรวจสอบดูแล้วไม่เคยมี การทําความสะอาดเลย ซึ่งไม่ทราบว่าเปึนเวลามากี่ป้ เพราะฉะนั้นเด็กก็เกิดติดเชื้อ จากการที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมอยากให้รัฐบาลได้ให้ความสําคัญเกี่ยวกับ ภัยหลายรูปแบบสําหรับเด็กอนุบาลจนถึงเด็กชั้นประถมศึกษา ซึ่งเด็กเหล่านี้ไม่มีโอกาส ที่จะดูแลตัวเองได้ดีพอเท่ากับผู้ใหญ่ อันนี้ฝากรัฐบาลไปนะครับ เรื่องสําคัญที่ผมอยากจะ กราบเรียนในวันนี้ก็คือเรื่องของโครงการฟุ๋นฟูชุมชนเมืองที่เรียกว่า ฟุ๋นฟูชุมชนเมืองดินแดง ก็ต้องขอขอบคุณ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ฯพณฯ รัฐมนตรีสุธา ชันแสง ซึ่งก็เปึนท่านสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ในสมัยที่ผมเองก็อยู่สภากรุงเทพมหานครกับท่าน มีความสนิทสนมกับท่านดี แล้วก็ เชื่อมั่นว่าท่านจะสามารถนําพากระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อเกิดเรื่องในวันที่ ๑ กันยายน กรุงเทพมหานครก็ทําหนังสือทันที ได้มีการตั้ง คณะกรรมการเพื่อตรวจสอบอาคาร ได้มีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร ทุกระดับเข้าทําการตรวจสอบ ในวันที่ ๔ กันยายน ได้รายงานให้กับท่านผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครและการเคหะแห่งชาติทราบว่าหลังทําการสํารวจแล้ว รอยแตกร้าว ที่พบสามารถทําการซ่อมแซมได้ ไม่ต้องดําเนินการทุบอาคารแต่อย่างใด ไม่ต้อง ดําเนินการทุบอาคารแฟลตแต่อย่างใด และหนังสือเรียนการเคหะแห่งชาติ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ต่อมากรุงเทพมหานครก็มีหนังสือแจ้งการเคหะแห่งชาติ เหตุการณ์ ก็เงียบไประยะหนึ่ง ท้ายที่สุดประมาณต้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๐ อยู่ ๆ ก็มีหนังสือของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านอารีย์ วงศ์อารยะ มีหนังสือถึงกรุงเทพมหานคร ให้กรุงเทพมหานครในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามกฎหมายดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ในมาตรา ๔๖ เขียนแค่นี้คนทั่วไปมองก็ถือว่า เปึนเรื่องปกติ แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่าสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีขอให้กรุงเทพมหานคร ประกาศนั้นก็คือประกาศให้แฟลตดินแดงเปึนพื้นที่อันตราย และดําเนินมาตรการอพยพ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในแฟลต ท่านประธานเห็นไหมว่ามีขบวนการช่องทางที่จะทําให้ เห็นว่าแฟลตดินแดงนั้นมีอันตรายเกินกว่าเหตุ เดี๋ยวตอนท้ายผมจะเรียนท่านประธานว่า ทําไมถึงมีมาตรการที่จะสอดรับในเรื่องของการให้เห็นว่าตึกดินแดงนั้นไม่มีความมั่นคง แข็งแรง เมื่อจดหมายฉบับนี้มาถึงกรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานครจึงต้องทําหนังสือ สอบถามการเคหะแห่งชาติ เพราะถือว่าเปึนเจ้าของอาคาร คณะอนุกรรมการปัองกัน อุบัติภัยเคยประชุมแล้ว มีคําสั่งให้การเคหะทําการซ่อมแซมแต่ก็ไม่ดําเนินการ ๑๕ เมษายน กทม. ทําหนังสือโดยสํานักงานเขตดินแดง ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ทําหนังสือถึงการเคหะแห่งชาติ แล้วก็ในวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ก็ทําหนังสือ สอบถามถึงการเคหะแห่งชาติ การเคหะแห่งชาติไม่ตอบ พอไม่ตอบเสร็จท่านประธาน ที่เคารพครับ วันดีคืนดีการเคหะแห่งชาติก็ได้ดําเนินการแจ้งกรุงเทพมหานครว่าขณะนี้ ผลสํารวจที่เคยให้ไปสํารวจนั้น การเคหะแห่งชาติจะขอความร่วมมือจากสภาวิศวกร และวิศวกรรมสถานมาทําการสํารวจเพิ่มเติม นั่นแสดงว่าการสํารวจเดิมที่ทําโดย เอไอที (AIT) นั้นการเคหะแห่งชาติรู้แล้วว่ามีปัญหา จึงขอความร่วมมือจากสภาวิศวกร และวิศวกรรมสถานมาร่วมทําการสํารวจ แต่ในขณะช่วงเวลาเดียวกันท่านประธานครับ คณะกรรมการตามกฎหมายที่ตั้งขึ้นเพื่อสํารวจอาคารตามมาตรา ๔๖ เขาก็รายงาน กรุงเทพมหานครและรายงานไปยังการเคหะแห่งชาติ ผลการสํารวจเปึนทางการ อันนี้ ต้องถือว่าเปึนทางการเพราะเปึนการแต่งตั้งเพื่อสํารวจอาคารที่อ้างว่ามีอันตราย อันจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน คณะกรรมการตรวจสอบ และได้ยืนยันหลักเกณฑ์อย่างนี้ จากการตรวจสอบบริเวณอาคารแฟลตที่ ๑–๘ และแฟลตที่ ๒๑–๓๒ พบว่าพื้น คสล. ชนิดวางบนดินมีการทรุดตัวแตกร้าว แต่ไม่พบ การทรุดตัวของเสาและฐานราก จึงเห็นว่ายังสามารถซ่อมแซมและบํารุงรักษาให้อยู่ใน สภาพใช้งานได้ดี จึงเห็นควรให้สํานักงานเขตดินแดงแจ้งการเคหะแห่งชาติเข้าดําเนินการ ซ่อมแซมในส่วนที่ชํารุดต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อ กทม. ยืนยันว่าพื้นที่ การเคหะแห่งชาติไปประกาศให้ประชาชนตกใจว่าจะถล่มมาเมื่อไรนั้นไม่มีใครยืนยันได้ บัดนี้เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายได้ยืนยันแล้วว่ามีความมั่นคงแข็งแรง การเคหะแห่งชาติ ก็พยายามที่จะเข้าดําเนินการตามพื้นที่ในโครงการฟุ๋นฟูเมืองต่อ ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานครับว่าหลายคนไม่เข้าใจว่าทําไมการเคหะแห่งชาติถึงต้องใช้ขบวนการ ที่จะทําให้ประชาชนอพยพออกจากตึกที่เช่าอยู่กับการเคหะแห่งชาติโดยด่วน เหตุผล มีอยู่ ๒ ประการ ๑. โครงการนี้การเคหะแห่งชาติจะมอบให้เอกชนเข้ามาดําเนินการ เอกชนเขากลัวว่าจะต้องมาฟัองขับไล่ประชาชนที่อาศัยอยู่นั้น จะทําให้ต้นทุน และค่าใช้จ่ายเขา และก็ไม่ทราบว่าระยะเวลาในการจะเข้าพื้นที่นั้นจะได้เข้าเมื่อไร ซึ่งจะเปึนต้นทุนที่สูงขึ้นในอนาคต
ประเด็นที่ ๒ เพราะมีมติคณะรัฐมนตรีสมัยที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ได้เคยมีมติวางกรอบให้การเคหะแห่งชาติไว้ว่า ในกรณีจะทําการพัฒนาฟุ๋นฟู เมืองนั้นจะต้องได้รับความเห็นชอบจากประชาชนก่อน
นี่คือจุดประสงค์หลักที่ทําให้การเคหะแห่งชาติไม่สามารถขยับตัวที่จะทํา โครงการได้ ถ้าอาศัยการสํารวจโดยปกติ พี่น้องประชาชนก็บอกว่าไม่เห็นด้วย เมื่อเห็นว่า จําเปึนจะต้องดําเนินโครงการต่อไป จึงใช้มาตรการเรื่องความปลอดภัยที่ประชาชนรู้สึก หวาดวิตก หวาดกังวลและในส่วนหนึ่งอาจจะอพยพออกไป ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นคือสิ่งที่ผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่า ถ้ามีการเคหะได้กราบเรียนท่านรัฐมนตรี เรื่องของความมั่นคงแข็งแรงของแฟลตดินแดงนั้นขอให้รัฐมนตรีใช้หลักฐานของ กรุงเทพมหานครซึ่งอยู่ในมือผม และผมจะได้ส่งมอบให้ท่านรัฐมนตรีโดยผ่าน ท่านประธานสภาต่อไป เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธานครับ
ไม่มีเรื่องที่ ๒ แล้ว
ขออนุญาตนิดเดียวได้ไหมครับ
ที่จริงเกินมา ๒ นาทีแล้ว
ขอนิดเดียวครับท่านประธานครับ นิดเดียวจริง ๆ ครับ โครงการนี้การเคหะเหมาะสม ที่จะดําเนินการต่อไปหรือไม่ การเคหะแห่งชาติขณะนี้มีหนี้อยู่ประมาณเกือบแสนล้าน จะต้องจ่ายดอกเบี้ยป้ละประมาณ ๖๐๐ ล้าน ทําโครงการที่บ้านเอื้ออาทร ๔ แสนหลัง ทําเสร็จไปประมาณ ๒๘๐,๐๐๐ หลัง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของส่วนที่เสร็จธนาคารไม่ปล่อยกู้ ให้ประชาชนที่อ้างว่าจะเปึนเจ้าของ ท่านประธานที่เคารพครับ การเคหะทําโครงการ เอาเปรียบเอกชนครับ ในขณะที่รัฐบาลเข้าสนับสนุนเงินลงทุนให้การเคหะ การเคหะ ยังมีปัญหาเรื่องการประกอบธุรกิจไม่ประสบความสําเร็จเปึนหนี้สิน มีคําพูดอยู่ หลายคําพูดว่า งานโครงการฟุ๋นฟูดินแดงที่ต้องทํานั้น เพราะพื้นที่ดินแดงเปึนพื้นที่ ทําเลทองที่สุดของการเคหะแห่งชาติ ถ้าการเคหะแห่งชาติไม่มีโครงการที่จะมาดําเนินการ ภายในป้หรือ ๒ ป้ การเคหะแห่งชาติอาจจะต้องเข้าสู่สภาวะล้มละลาย นั่นคือสิ่งที่ พี่น้องประชาชน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า วันนี้โครงการที่ท่านทํานั้น ท่านบอกชาวบ้านว่าถ้าจะย้ายจะให้เท่าไร หรือจะไปอยู่พื้นที่บ้านเอื้ออาทร แต่ไม่เคย ถามชาวบ้านเลยว่าถ้าเขาจะอยู่ที่เดิมเขาจะต้องทําอย่างไร เพราะเจตนารมณ์ที่จะทําคือ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทําเปึนคอมเพลคซ์ (Complex) ใหญ่ ทําเปึนห้างสรรพสินค้า ทําเปึนศูนย์การค้าใหญ่ พี่น้องประชาชนดินแดงฝากเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีครับว่า ถ้าโครงการนี้จะถูกเวนคืนโดยรัฐบาล เนื่องจากจะต้องไปทํา สาธารณูปโภคหรือสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนโดยส่วนรวม พี่น้องชาวดินแดง ยินดีที่จะร่วมกันตอบแทนแผ่นดินในกรณีที่จะสร้างประโยชน์ให้กับแผ่นดิน แต่ในกรณีนี้ เปึนการดําเนินการเพื่อจะยึดบ้านที่เขาอยู่มา ๓๐–๔๐ ป้ เพียงเพื่อโครงการของ การเคหะแห่งชาติที่จะสร้างผลประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับการเคหะแห่งชาติเท่านั้น เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเวลาที่จํากัดผมกราบเรียน ฯพณฯ ว่า ขอให้เห็นใจพี่น้องชาวดินแดงเถอะครับ คืนความสงบสุข คืนความสบายใจที่เขาจะได้ นอนหลับในบ้านของเขาอย่าให้เขาต้องวิตกกังวลอีกต่อไปเลยครับ ขอบคุณครับ
ผมเตือนก็เพราะว่าตกลงไว้ อย่างนั้น แต่ไม่ได้เข้มงวดเพราะท่านกินเวลาของท่านเอง ต่อไปเชิญคุณสถาพร
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน จังหวัดลําพูน ในนามสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ค่ําคืนวันนี้ ผมมีความสุขเหลือเกินและเปึนความสุขที่มีเกียรติอย่างยิ่งที่ได้อภิปรายนโยบาย ของรัฐบาล เพราะเชื่อมั่นว่า ๔ ป้จะได้อภิปรายครั้งหนึ่ง รัฐบาลชุดนี้จะต้องมีอายุยืนยาว และครบ ๔ ป้แน่นอน พวกเราจึงตั้งใจรอที่จะอภิปรายตั้งข้อสังเกตและสนับสนุน นโยบายที่เปึนประโยชน์กับประชาชน แน่นอนที่สุดครับ นโยบายที่หนา ๒๘ หน้า ๘ ข้อใหญ่ ๑๐๙ ข้อเล็กนั้นย่อมเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างจํานวนมหาศาล ที่ตั้งใจรอคอยประเทศชาติจะเปึนประชาธิปไตย ท่านประธานที่เคารพครับ ๒ วันที่ผ่านมา นั้นเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคงพอเข้าใจ และคงตั้งใจรอคอยในมรรคผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า แต่สิ่งหนึ่งที่พี่น้องประชาชน ในเขต ๘ จังหวัดภาคเหนือของกระผมนั้นได้ฝากย้ํานักย้ําหนาเพื่อที่จะให้นโยบายนั้น เปึนจริงโดยเร็วที่สุด ท่านประธานที่เคารพผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ทั้ง ๒ ท่านที่ยังอุตส่าห์นั่งฟังพวกเราอภิปรายอยู่นี้ คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านทั้งหลายครับ วันนี้พี่น้องภาคเหนือของกระผมนั้นมีความทุกข์ระทมเรื่องสินค้าเกษตร ราคาตกต่ําเปึนอย่างยิ่ง ผมขอยกตัวอย่าง ๒–๓ ชนิดครับท่านประธานที่เคารพ ชนิดที่กําลังเร่งร้อนที่สุดคือ หอม กระเทียมครับ วันนี้พี่น้องเชียงใหม่ ผู้แทนเชียงใหม่ ของกระผมน้ําหนักลดไปหลายกิโลครับ โดยเฉพาะคุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ คุณประสิทธิ์ วุฒินันชัย เพราะพี่น้องประชาชนวิตกกังวลเกรงว่าท่านมิ่งขวัญกับท่านสมศักดิ์จะไม่ช่วย เรื่องปัญหาเกษตร หอมหัวใหญ่ หอมหัวขาวครับ หอมขาวหรือกระเทียมนี่ราคาตกต่ํา พี่น้องลําพูนผมก็เดือดร้อน ฝากมาว่าสถาพรได้เปึน ส.ส. แล้วนี่ วันอภิปรายอย่าพลาด ผมรับปากเขามาว่าวันนี้ด้วยความชํานาญของท่านสมัคร สุนทรเวช ด้วยความชํานาญ ของท่านมิ่งขวัญบวกกับท่านสมศักดิ์ เชื่อมั่นว่าเกษตรกรคงจะได้รับมาตรการที่พึงพอใจ ท่านก็ทํางานรวดเร็วเหลือเกินครับ วันพรุ่งนี้ท่านบอกว่า ส.ส. เหนือที่มีปัญหาเรื่อง สินค้าเกษตร ประชุมทันทีบ่ายโมงครึ่ง ผมกับ ส.ส. ภาคเหนือนี่ตั้งใจรอและจะ ขอบคุณท่านในเมื่อสภาเลิกคืนนี้ พรุ่งนี้เจอกันครับบ่ายโมงครึ่ง นอกจากเรื่องหอมแล้ว ท่านประธานที่เคารพ มีเรื่องลําไยครับ ลําไยนั้นเปึนพืชอมตะของภาคเหนือ มีอายุยืนยาว มา ๒๐๐ กว่าป้ เจ้าดารารัศมีได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ ๕ เอาไปปลูกที่ภาคเหนือ เปึนต้นแรก ลําไยเติบใหญ่ ได้สร้างฐานะความเปึนอยู่ให้กับพี่น้องประชาชนในภาคเหนือ โดยเฉพาะเชียงใหม่ ลําพูน ลําปาง แพร่ น่าน แต่ปรากฏว่าไม่กี่ป้มาเองครับ มีกลุ่ม พ่อค้าจีนกลุ่มหนึ่งได้สมคบกับคนไทยบางกลุ่มได้ดําเนินการทุจริตลําไย ทําลายระบบ กลไกตลาดลําไย ซึ่งขณะนี้คดีความก็ยังมีอยู่และมีการจํานอง จํานําลําไย ได้หักเงิน ค้ําประกัน ๓ บาท พี่น้องประชาชนก็ยังไม่ได้คืนตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ ลําไยป้ ๒๕๔๘ ที่รัฐบาล ชุดที่แล้วว่าแน่ จะดําเนินการจัดการให้เรียบร้อยไม่ได้ทําอะไรเลยครับ ปัญหาลําไย ได้หมักหมมสะสมจนกระทั่งพี่น้องเกษตรกรของผมนั้นได้ฆ่าตัวตายเปึนจํานวนมากมาย เหลือเกินครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เปึนความเจ็บปวดในฐานะผู้แทนราษฎร ขีดเส้นใต้ ๑๐ ครั้ง ผู้แทนราษฎรที่จะต้องรับปัญหามายังพี่น้อง แต่ปรากฏว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับหน้า แหลมฟันดํานี่ ได้กีดกันสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ให้เข้าไปดําเนินการใด ๆ ซึ่งเปึน ปัญหาหนักอกก็จําเปึนต้องใช้เวทีประชาธิปไตยเวทีรัฐสภาแห่งนี้ล่ะครับ ดําเนินกิจกรรม ทางการเมืองเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบปัญหาและให้ฝ์ายบริหารเข้าไปแก้ปัญหา นี่คือบทบาทหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นอกจากนั้นครับ พูดแล้วขนลุกครับ ท่านประธาน นโยบายฉบับนี้ดีเหลือเกินครับ เรื่องโครงการน้ํา สมัยที่ท่านทักษิณ ชินวัตร ไปประชุม ครม. สัญจรที่จังหวัดเชียงใหม่ได้อนุมัติโครงการผันน้ําทั้งหมด ๔,๕๐๐ ล้านค ท่านได้อนุมัติที่จะเจาะอุโมงค์ผันน้ําจากเขื่อนแม่แตงเข้าสู่แม่งัด และผันน้ําไปจากแม่งัด เข้าสู่เขื่อนแม่กวง ทําให้พี่น้องประชาชน ๒ จังหวัดนั้น ทั้งฝนแล้งและน้ําท่วม หายเปึนปลิดทิ้งครับถ้าโครงการนี้สําเร็จ คือจังหวัดเชียงใหม่และลําพูน รวมทั้งภาคกลาง ทั้งหมดเลยครับ นี่คือโครงการนําร่องที่มีผลประโยชน์มหาศาลต่อพี่น้องประชาชน ในเขตจังหวัดภาคเหนือและภาคกลางตอนล่าง ผมก็อยากฝากเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าแบ่งงบอีสานสัก ๓ แสนล้านบาท มาให้ภาคเหนือสัก ๔,๕๐๐ ล้านบาทเถอะครับ แล้วผลประโยชน์จะได้พร้อมเพรียงกันหมด พี่น้องประชาชน ของกระผมนั้นจะได้หายจนครับท่านครับ ท่านประธานที่เคารพ นอกจากโครงการน้ําแล้ว ยังมีโครงการหลายสิ่งหลายอย่างที่เราจําเปึนที่จะต้องสนับสนุนและติดตามนโยบาย ของรัฐบาลอย่างใกล้ชิดนั่นก็หมายความว่าเรื่องรางรถไฟคู่ครับ วันนี้พี่น้องภาคเหนือ ของผมต้องการเหลือเกินครับเพื่อที่จะขนส่งสินค้าเกษตร ลดต้นทุนของสินค้าเกษตร นี่ก็อยากจะให้ก่อสร้างโดยเร็วเลยนะครับ เรื่องระบบรถไฟรางคู่นี่ นอกจากนั้นครับ เรื่องห้องเย็นซึ่งถือว่าเปึนส่วนหนึ่งของสินค้าเกษตร ผมก็อยากจะให้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้ช่วยพัฒนาห้องเย็นขนาดใหญ่ไปไว้ ไปไว้ที่ภาคเหนือด้วยนะครับ ท่านสมศักดิ์ แล้วผมจะขอบคุณท่านอย่างสูงยิ่ง ท้ายที่สุดนี้ ครับท่านประธานที่เคารพ ด้วยความสํานึกในอดีตเข้าใจปัจจุบัน และมุ่งมั่นในอนาคต ผมเชื่อมั่นว่ารัฐบาลชุดนี้คงจะสร้างผลงาน สร้างความสมานฉันท์ นําประเทศไปสู่ ความเจริญรุ่งเรืองและปกปัองระบอบประชาธิปไตย แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร็วแล้วให้ พี่น้องของพวกเรานั้นมีความสุข ความสมหวัง ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณหญิงกัลยาครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออภิปรายแสดงความคิดเห็น ต่อนโยบายของคณะรัฐมนตรีในหมวดว่าด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ท่านประธานคะ ปกติวิทยาศาสตร์คงจะไม่ค่อยมีคนสนใจเท่าไร แต่ว่าในป้นี้ครั้งนี้คงจะมี ผู้ที่ให้ความสนใจมากค่ะ เปึนที่น่าสังเกตว่าเมื่อครั้งที่ เมื่อวันที่นายกรัฐมนตรีแถลง หรืออ่านนโยบายของรัฐบาลนั้น จริง ๆ แล้วในกรอบของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐนั้น ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ รัฐบาลจะต้องชี้แจงหรือแจ้งนโยบายพร้อมแผนการทํางาน ระยะเวลางบประมาณจะเริ่มเมื่อไร จะจบเมื่อไร แล้วงบประมาณนี้จะเอามาจากไหน รัฐบาลไม่ได้ทํา ทําให้เราไม่ทราบแล้วก็ไม่สามารถที่จะติดตามได้ แต่ท่านประธานคะ รัฐมนตรีของกระทรวงนี้ดิฉันต้องขอพูดอย่างตรงไปตรงมาว่ามีรัฐมนตรีหลายท่านนะคะ เริ่มคลอดนโยบายของกระทรวงเองแล้วก็คลอดแผนทํางานอย่างมากมายสู่สาธารณชน ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเลย ดิฉันเห็นแต่เพียงท่านเดียวค่ะ ท่านรัฐมนตรีที่เพิ่งจบดอกเตอร์ทางกฎหมาย ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม ออกมาบ่นว่ารู้สึกอึดอัดมากเลยทําอะไรไม่ได้ เพราะรัฐบาลยังไม่ได้แถลงนโยบาย ก็เพราะท่านผู้นี้ท่านรู้กฎหมายนี่คะ ท่านประธานคะ ที่ดิฉันเกริ่นไว้ว่าปกติวิทยาศาสตร์ ไม่ค่อยมีคนสนใจ แต่ครั้งนี้ขึ้นหน้า ๑ ค่ะท่านประธาน เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ รัฐมนตรี ปลุกผีสวนป์ายูคาลิปตัส มีคนตั้งข้อสังเกตประโยชน์ทับซ้อน ตรงนี้กระมังคะที่ทําให้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ในป้นี้และครั้งนี้เปึนที่น่าสนใจมาก ดิฉันเห็นใจท่านรัฐมนตรีนะคะ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีสนใจแล้วท่านเองก็มีสวนป์าอยู่ด้วย สําหรับตัวดิฉันเองในช่วง ๒๐ ป้ที่ผ่านมา ดิฉันได้มีโอกาสปลูกต้นไม้ทั่วประเทศในชุมชนริมทางหลวง และตาม สถานที่สาธารณะต่าง ๆ ตลอดจนการฟุ๋นป์าต้นน้ําลําธารหลายแห่งภายใต้นโยบาย ของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย และท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น ป้ ๒๕๓๗ ได้กําหนดนโยบายโครงการ ปลูกป์าถาวรเฉลิมพระเกียรติพื้นที่ ๕ ล้านไร่ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ป้ ในป้ พ.ศ. ๒๕๓๙ โครงการนี้จะสิ้นสุดป้ ๒๕๕๐ ท่านประธานคะ โครงการปลูกป์าถาวรเฉลิมพระเกียรตินี้ ทําให้พื้นที่ป์าของประเทศไทยเพิ่มขึ้นประมาณ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ เปึนครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ไทยค่ะ ป์าไม้ของไทยมีแต่ลดลง แต่เพราะเนื่องจากโครงการที่ดีอย่างนี้ ทําให้พื้นที่ป์าของประเทศไทยในขณะนี้รวมแล้วประมาณ ๓๒ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ทั้งหมดของประเทศไทยจากนโยบายของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีชวน ที่เน้นผลประโยชน์ของประชาชนต้องมาก่อน ผลประโยชน์ของประเทศชาติเปึนที่ตั้งทําให้ ดิฉันเองมีโอกาสได้ร่วมปลูกต้นไม้ฟุ๋นป์าต้นน้ําลําธาร แม่น้ําน่าน แม่น้ําป์าสัก แม่น้ําเลย เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แผ่นดินไทยกว่า ๑๐ ล้านไร่ ที่ดิฉันต้องกราบเรียนท่านประธาน ค่อนข้างยืดยาวเล็กน้อยก็เพราะว่าอยากจะบอกกับท่านประธานว่านโยบายดี ๆ จากรัฐบาลของนายชวน หลีกภัย ทําให้หลายภาคส่วนของคนไทยมีโอกาสที่จะร่วมกัน ตอบแทนคุณแผ่นดิน ร่วมกันเฉลิมฉลองแล้วก็ทําให้ความอุดมสมบูรณ์ของประเทศ กลับคืนมาที่ยั่งยืนอีกครั้งหนึ่งเปึนเวลากว่า ๑๕ ป้ ท่านประธานคะ ดิฉันตระหนักดีแล้วก็ ทราบว่าต้นไม้ทุกต้นมีประโยชน์รวมทั้งต้นยูคาลิปตัส จากการที่ท่านรัฐมนตรีเสนอให้ ปลูกต้นไม้ ดิฉันไม่เคยคัดค้าน เพราะดิฉันเปึนคนปลูกต้นไม้มากว่า ๒๐ ป้แล้ว แต่ว่า หลายฝ์ายจากการปลูกต้นยูคาลิปตัสก็คงได้ประโยชน์ไปแล้วเชิงพาณิชย์และเศรษฐกิจ แต่บางคนบางพื้นที่ก็ได้รับผลกระทบแล้วก็ถูกไล่ที่ ได้รับความลําบากก็มากเช่นเดียวกัน ในมือของดิฉันท่านประธานคะ มีผลงานวิจัย มีทั้งคัดค้าน มีทั้งสนับสนุน มีทั้งแสดง ความห่วงใย ดิฉันคิดว่านโยบายที่ท่านรัฐมนตรีเสนอมาแล้วก็แผนงานที่ท่านได้เสนอ ให้กับสาธารณชนนั้นยังน่าเปึนห่วงมากค่ะ เพราะว่าต้นยูคาลิปตัสเปึนไม้แปลกถิ่น เปึนต้นไม้ที่นํามาจากต่างประเทศ เพราะฉะนั้นการปลูกต้นไม้ที่มาจากต่างประเทศนั้น จะต้องศึกษาพิจารณาให้รอบคอบรอบด้านก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะปลูกที่ไหนจึงจะ เหมาะสมและเปึนประโยชน์กับประเทศชาติมากที่สุด นอกจากนี้ท่านรัฐมนตรีก็ยังมี ความคิดอะไรมากมาย แต่อย่างไรก็ตามดิฉันก็อยากจะฝากให้ท่านช่วยศึกษาวิจัยพัฒนา ให้เปึนวิทยาศาสตร์ค้นคว้าเพิ่มเติมให้เรียบร้อยเสียก่อน ดิฉันได้อ่านบทความของ ดอกเตอร์เพิ่มศักดิ์ มกรารมย์ ก็อยากจะนําฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า
๑. ขอให้ทบทวนชนิดพันธุ์ไม้ที่จะปลูกบนคันนาให้มีความหลากหลาย ทางชนิดพันธุ์และเหมาะสมกับแต่ละท้องถิ่นโดยเกษตรกรเปึนผู้เลือกเอง
๒. ขอให้สนับสนุนงานวิจัยผลกระทบการปลูกต้นยูคาลิปตัสเชิงเดี่ยว ในพื้นที่ขนาดใหญ่ทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดการถกเถียงกันด้วยความรู้และนําไปสู่ข้อยุติ ความขัดแย้งทางสังคม
๓. ขอให้สนับสนุนพัฒนาองค์ความรู้เทคโนโลยีและนโยบายที่ช่วยลด ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในแปลงปลูกยูคาลิปตัสขนาดใหญ่ที่มีอยู่แล้วทั่วประเทศ รวมทั้งผลกระทบของอุตสาหกรรมต่อเนื่องด้านเยื่อและกระดาษด้วยค่ะ ท่านประธานคะ ก่อนแถลงนโยบายไม่กี่วันท่านรัฐมนตรีก็มีไอเดีย (Idea) กระฉูดอีกเช่นเดียวกัน ซึ่งดิฉัน คงจะไม่ลงรายละเอียด แต่อย่างไรก็ตามดิฉันก็อยากจะกล่าวถึงนโยบายและวิสัยทัศน์ ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อเปึนพื้นฐานแนวความคิดให้ท่านรัฐมนตรี ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง วิสัยทัศน์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเปึนองค์กรหลัก ในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างปัญญาในสังคม สนับสนุน เศรษฐกิจพอเพียงและสร้างความสามารถของประเทศอย่างยั่งยืนค่ะ ดิฉันคงจะ ไม่อภิปรายในทุก ๆ หัวข้อของหมวดวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีซึ่งจะมีสมาชิกของ พรรคประชาธิปัตย์ที่จะได้กล่าวในโอกาสต่อไป ดิฉันจะขอยกตัวอย่าง เพียงตัวอย่างเดียวค่ะว่า การพัฒนานโยบายที่เขียนในหน้า ๒๐ มีอยู่ ๔ หัวข้อด้วยกัน ดิฉันสํารวจแล้วพบว่าประเด็นที่เขียนนโยบายโดยภาพรวมแล้ว ไม่ได้สํารวจความต้องการ ของสังคม ไม่ได้ใช้วิทยาศาสตร์เพื่อประโยชน์ของสังคมอย่างแท้จริง ไม่ได้เอาสังคม เปึนพื้นฐานในการพิจารณา ไม่มีแผนการดําเนินงาน ระยะเวลาและงบประมาณ ไม่มีดัชนีชี้วัดผลสัมฤทธิ์ของนโยบาย ดิฉันขอพูดเฉพาะหัวข้อ ๕.๓ ค่ะ พูดถึงการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีให้มีคุณภาพและมีปริมาณที่พอเพียง พอกับความต้องการ ท่านประธานคะ ท่านทราบไหมคะว่าท่านจัดลําดับความสามารถ ในการแข่งขันของสถาบันนานาชาติ หรือตัวย่อที่เรียกว่า ไอเอ็มดี เขาจัดความสามารถ โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีของประเทศไทยไว้ลําดับที่เท่าไร แล้วจากป้ ๒๕๔๕ ถึงป้ ๒๕๔๙ ลําดับโครงการพื้นฐานด้านเทคโนโลยีของเรานี่ตกต่ําลงจาก ๖๑ ประเทศ ประเทศไทยอยู่ที่ ๔๓ ในป้ ๒๕๔๕ แล้วก็เพิ่มมาเปึนลําดับที่ ๔๘ จาก ๖๑ ประเทศ ในป้ ๒๕๔๙ สําหรับด้านวิทยาศาสตร์ ในป้ ๒๕๔๕ อยู่ลําดับที่ ๔๖ แล้วก็เพิ่มขึ้น เปึนลําดับที่ ๕๓ จาก ๖๑ ประเทศ การที่เขียนนโยบายจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีนั้น จึงมองไม่เห็นว่าจะสัมฤทธิผลได้ภายในกี่ป้ แล้วจะทํา อย่างไรบ้าง เปัาหมายในการเพิ่มงบประมาณเพื่อการวิจัยและพัฒนานั้นจะเพิ่มขึ้น อย่างไรบ้างหรือเปล่า แล้วการกําหนดสัดส่วนงานวิจัยทางด้านพื้นฐานและด้านประยุกต์ เปึนอย่างไรบ้าง ก็ไม่ได้กล่าวไว้นะคะ
ประการสุดท้าย ดิฉันมี ๔ ประเด็นเร่งด่วนที่ขาดหายไปจากในนโยบาย หมวดวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ดิฉันอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลให้นําไป พิจารณาทบทวนเพื่อเพิ่มลงไปในนโยบาย และจัดการทําแผนการทํางานต่อไปค่ะ
เรื่องที่ ๑ เรื่อง จีเอ็มโอ (GMO) รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาปนเปุ๋อนของการทดลอง จีเอ็มโอในไร่นาได้อย่างไร
เรื่องที่ ๒ เรื่องโรงงานไฟฟัานิวเคลียร์ ซึ่งยังเปึนปัญหาอยู่มากมาย หลายด้าน รัฐบาลนี้จะต้องหาข้อยุติแล้วก็บอกกับประชาชนว่ารัฐบาลนี้จะเอาอย่างไร กับโรงไฟฟัานิวเคลียร์
เรื่องที่ ๓ เปึนเรื่องที่ค่อนข้างสําคัญมาก แม้ว่าในนโยบายเร่งด่วน ข้อ ๑.๑๙ นั้นได้กล่าวไว้เพียงเล็กน้อยว่าขอให้ทุกภาคส่วนของประเทศไทยได้ร่วมกัน ฟุ๋นฟูพัฒนาต้นไม้ เพิ่มจํานวนต้นไม้ ลด ประหยัดการใช้พลังงาน แล้วตามนโยบายแค่นั้น ไม่เพียงพอที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศในอนาคต โดยเฉพาะ ๔ ประเด็น ที่ดิฉันจะได้กราบเรียนว่าให้รัฐบาลช่วยรับไปพิจารณาด้วยค่ะ
๑. การสูญเสียพื้นที่และระบบนิเวศชายฝัืงทะเล
๒. ภัยพิบัติจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เช่น มีพายุรุนแรงขึ้น บ่อยขึ้นและเกิดความแห้งแล้งอย่างรุนแรง
๓. การเกษตรทั้งในแง่ของความมั่นคงทางอาหารและพลังงานทดแทน ที่สมดุลและมีความหลากหลายด้วย
ประการที่ ๔ คือสุขอนามัย สุขภาพของคนไทยจะต้องได้รับ การกระทบกระเทือนจากภาวะโลกร้อนที่ทําให้น้ําแข็งขั้วโลกละลายเร็วกว่าที่คาดคิด มีนักวิทยาศาสตร์ประเมินทํานายไว้ว่าอาจจะละลายทั้งหมดภายในป้ ๒๕๕๕ หรือป้ ๒๕๖๐ เพราะฉะนั้นจึงเปึนการเร่งด่วนที่รัฐบาลควรจะพิจารณาเรื่องนี้เพื่อรับมือ ไม่ใช่เฉพาะลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เท่านั้น
ประการสุดท้าย การใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อโครงการ ตามแนวพระราชดําริของสมเด็จพระเทพฯ ได้นําร่องไปตั้งแต่ป้ ๒๕๓๘ เพื่อช่วย ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ แต่รัฐบาลจะดําเนินโครงการอย่างนี้หรือไม่อย่างไร โครงการต่อมา เมื่อเร็ว ๆ นี้เองเปึนโครงการสถานการณ์ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กับการนําวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีเข้าช่วยแก้ไขปัญหาตามแนวพระราชดําริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งได้จัดการสัมมนาไปเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปทางรัฐบาลว่า รัฐบาลจะให้ความสําคัญเกี่ยวกับการนําวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีมาส่งเสริม สนับสนุนโครงการในพระราชดําริเพื่อช่วยประชาชน เพื่อช่วยลด ความยากจนและความทุกข์ยากของประชาชนมากน้อยแค่ไหนค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ
ท่านสมาชิกครับ เราได้ใช้เวลา พิจารณากันมาเปึนเวลาพอสมควรแล้วนะครับ จะขอเลื่อนการพิจารณาไปเปึนวันพรุ่งนี้ สําหรับเวลาที่ได้เคยกําหนดไว้ว่า ๑๐.๓๐ นาฬิกานั้น โดยที่ยังมีสมาชิกเข้าชื่อกันอยู่ อีกมาก จึงขอเลื่อนมาเปึน ๐๙.๓๐ นาฬิกา ตามเดิมนะครับ เปึน ๐๙.๓๐ นาฬิกา เช่นเดียวกับเมื่อเช้านี้ วันนี้ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอขอบคุณครับ ขอป่ดประชุมครับ