วิทย์ รายนานนท์ หารือเรื่องนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และการสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องนโยบายแรงงาน การแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็กและสตรี การปรับปรุงค่าจ้างแรงงาน นโยบายพลังงาน ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน การผลักดันบทบาทของอาเซียน และการปฏิบัติและบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิทย์ รายนานนท์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่ สมาชิกวุฒิสภา ขอเรียนข้อคิดเห็นบางประการเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อ รัฐสภา ดังนี้
ประการแรก ผมมีความเชื่อที่ว่าสรรพสิ่งทั้งหลายซึ่งอาจรวมถึงนโยบาย ของรัฐบาลคงไม่มีสิ่งใดที่มีความสมบูรณ์ครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์ คงจะต้องมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมไปตามกาลเวลาและสภาพการณ์
ประการที่ ๒ ผมมีความเชื่ออีกว่ารัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรีคงจะเปึนผู้ใหญ่ ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงรับสั่งไว้และพิจารณาข้อคิดเห็นของที่ประชุม แห่งนี้ด้วยเหตุและผลและด้วยความรู้สึกที่ดี ด้วยเหตุนี้ผมจึงได้ขอโอกาสต่อท่านประธานสภา ที่จะฝากข้อคิดเห็นของผมไปยังรัฐบาล ซึ่งผมจะขอกล่าวแต่เพียงประเด็นที่สําคัญ และสาระเกี่ยวกับตัวนโยบายเท่านั้นจะไม่ลงรายละเอียดเพื่อมิให้สิ้นเปลืองเวลา และเชื่อว่ารัฐบาลมีประสบการณ์เพียงพอที่จะเข้าใจเรื่องได้ดี แต่ก็ไม่จําเปึนที่จะต้อง เห็นพ้องกับผมเสมอไป เรื่องนโยบายของรัฐบาลนี้ทั้งในป้แรกซึ่งเปึนนโยบายเร่งด่วน และนโยบาย ๔ ป้นั้น ผมมีข้อคิดเห็นดังนี้
๑. นโยบายเร่งด่วน หากจะมีเรื่องของการปัองกันและปราบปรามการทุจริต คอร์รัปชันรวมอยู่ด้วยก็น่าจะเปึนคุณต่อประเทศและรัฐบาล เพราะเปึนปัญหาสําคัญ ของชาติและสังคมไทยให้ความสนใจต่อเรื่องนี้เปึนพิเศษ นอกจากนั้นการปัองกัน และปราบปรามการทุจริตก็ควรจะให้ครบทุกภาคทั้งราชการ การเมืองและเอกชน
๒. นโยบายที่จะดําเนินการในช่วงระยะ ๔ ป้ ผมเชื่อว่าสังคมไทยและ สังคมต่างชาติคงอยากจะเห็นนโยบายและการปฏิบัติของรัฐบาลในอันที่จะส่งเสริม สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะองค์กรอิสระ ถูกกําหนดไว้ด้วย
นโยบายแรงงาน ผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งถ้าจะได้มีการบรรจุ เรื่องเหล่านี้ไว้ในนโยบายหรือการปฏิบัติด้วย
๑. การรักษาตลาดแรงงานและการจัดหาตลาดแรงงานในต่างประเทศ เพิ่มเติม
๒. การควบคุมแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยให้อยู่ในสภาพที่เกื้อกูล ต่อเศรษฐกิจของประเทศ ขณะเดียวกันก็ไม่เปึนภัยต่อความมั่นคงและปัญหาสังคมของชาติ
๓. การแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็กและสตรีเกินขอบเขต
๔. การปรับปรุงค่าจ้างแรงงานตามสภาพการณ์ของค่าครองชีพ
๕. ผมเคยคาดหวังมาหลายป้แล้วว่าไม่ว่าจะเปึนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้ง รัฐบาลที่มาจากพรรคการเมืองพรรคเดียวหรือหลายพรรค รัฐบาลของประเทศ ของผมจะได้มีนโยบายให้มีการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ความต้องการของแรงงาน ในระดับและสาขาต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้ประชาชนคนไทยสถาบันการศึกษาและฝ๊กอบรมของไทยได้ใช้ประโยชน์เพื่อ วางแนวทางในการดําเนินชีวิตและจัดทําหลักสูตรรองรับในอนาคตได้ถูกต้องเหมาะสม ซึ่งจะเปึนคุณประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาสังคมที่สําคัญอีกประการหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้คงไม่ใช่เปึนภารกิจของกระทรวงแรงงานแต่เพียงกระทรวงเดียวเท่านั้น
นโยบายพลังงาน เรื่องการพัฒนาวิจัยพลังงานทดแทน นอกจากพลังงาน นิวเคลียร์และพลังงานอื่น ๆ บางประการแล้วอยากให้รัฐบาลให้ความสนใจเกี่ยวกับ พลังงานน้ํา พลังงานลม พลังงานความร้อนใต้ดิน พลังงานแสงอาทิตย์ด้วย แม้ว่าค่าโสหุ้ย กับพลังงานเหล่านี้จะสูงมาก แต่ก็ยังเปึนที่อุ่นใจว่าในอนาคตสิ่งเหล่านี้คงจะไม่ขาดแคลน หรือหมดไปจากโลกของเรา
นโยบายต่างประเทศ ผมมี ๒ ประเด็น
ประเด็นแรก เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน แม้เรื่องนี้ จะปรากฏอยู่ในคําแถลงนโยบายของรัฐบาลแล้วก็ตาม ผมก็อดที่จะห่วงกังวลมิได้ เพราะเรื่องนี้สําคัญยิ่ง และการดําเนินความสัมพันธ์ก็มิใช่เปึนงานของกระทรวงการต่างประเทศ แต่กระทรวงเดียวเท่านั้น กระทรวงการต่างประเทศเปึนหน่วยงานหลักหน่วยงานหนึ่ง แต่ก็ต้องรับหน้าเสื่อในทุกกรณีที่เหตุการณ์เกิดขึ้น เรื่องประเทศเพื่อนบ้าน ผมอยากจะเรียน สั้น ๆ อย่างนี้ครับ เพื่อนบ้านของเราทั้งหมดอยู่ในอาเซียนด้วยกัน ถ้าความสัมพันธ์ไทย กับประเทศเพื่อนบ้านไม่ดี อาเซียน (ASEAN) ซึ่งเปึนพลังอํานาจทางการเมือง เศรษฐกิจ และการค้าระหว่างประเทศของไทยที่สําคัญที่สุดในประชาคมโลกก็จะอ่อนแอไปด้วย และที่สําคัญก็คือถ้าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเพื่อนบ้านไม่ดี ผลประโยชน์และ การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันในด้านอื่น ๆ ก็จะถูกกระทบไปด้วย อาทิ การค้าชายแดน การลงทุน ความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ถ้าหากมีการสู้รบเกิดขึ้นก็จะต้องเสียค่าใช้จ่าย มีการโยกย้ายประชาชนตามชายแดน และที่สําคัญที่สุดคือความหมางใจระหว่าง คนในชาติด้วยกันและกันไม่ต่ํากว่า ๒ - ๓ เจเนอเรชัน (Generation) อนึ่ง ในขณะนี้มีปัญหา ที่เปราะบางและอ่อนไหวระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอยู่หลายปัญหาซึ่งคงไม่จําเปึน ที่ผมจะต้องนํามากล่าวไว้ ณ ที่นี้
ประเด็นที่ ๒ เกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศ เรื่องการผลักดันบทบาท ของอาเซียนในเวทีระหว่างประเทศ นโยบายของรัฐบาลใด ๆ ก็ตามควรผลักดัน ไม่เฉพาะ ที่ไทยเปึนประธานอาเซียนเท่านั้น ยิ่งในโอกาสนี้โอกาสที่ไทยเปึนเลขาธิการอาเซียน ยิ่งดีใหญ่ ควรจะผลักดันต่อไปและผลักดันไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพราะอาเซียนเปึน พลังอํานาจของไทย นโยบายการบริหารจัดการที่ดี ผมมี ๒ ประเด็นเช่นกัน
เรื่องกฎหมายและการยุติธรรม ผมเชื่อว่าสังคมไทยอยากเห็นการปฏิบัติ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพด้วย นอกเหนือจากเรื่องของความถูกต้อง รวดเร็ว เปึนธรรมและทั่วถึงตามที่ระบุไว้ในคําแถลงนโยบายของรัฐบาลแล้ว
ประเด็นที่ ๒ เรื่องข่าวสารจากทางราชการและสื่อสาธารณะ นอกจาก นโยบายของรัฐบาลที่จะมีการส่งเสริมให้ประชาชนได้มีโอกาสรับรู้อย่างกว้างขวาง ถูกต้อง เปึนธรรมและรวดเร็วแล้ว ผมเชื่อว่าจะเปึนประโยชน์ต่อสังคมไทยอย่างยิ่ง หากรัฐบาล จะมีนโยบายและการปฏิบัติที่ส่งเสริมสนับสนุนให้สื่อทั้งภาครัฐและเอกชนได้เสนอ ข่าวสารอย่างเปึนอิสระแก่ประชาชนควบคู่กันไปด้วย เพราะความเปึนอิสระของสื่อ เปึนเสาหลักที่สําคัญเสาหนึ่งที่คอยค้ําจุนประชาธิปไตยที่แท้จริงให้ยั่งยืน
สุดท้าย ผมหวังว่าข้อคิดเห็นต่าง ๆ ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้คงจะมี ประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย และคงไม่เปึนภาระแก่รัฐบาลจนเกินไปที่จะนําไปพิจารณา และสุดท้ายจริง ๆ ก็คือ นโยบายไม่ว่าจะดีเพียงใด หากการปฏิบัติไม่เปึนไปตามนโยบาย หรือไม่มีการปฏิบัติก็ไม่บังเกิดผล เปรียบเสมือนมีกฎหมายที่ดีแต่การใช้บังคับไม่มี ประสิทธิภาพก็ไม่บังเกิดประสิทธิผล ขอบพระคุณครับ