รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

นราพัฒน์ แก้วทอง หารือเรื่องนโยบายแรงงานของรัฐบาลที่ไม่ครอบคลุมปัญหาที่สำคัญ และเรียกร้องการจัดสรรงบประมาณเพียงพอแก่กระทรวงแรงงานเพื่อดูแลปัญหาคนงาน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องแรงงานนอกระบบ การเข้าสู่ระบบแรงงานอย่างถูกกฎหมาย ปัญหาที่เกิดขึ้นแก่แรงงานไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ และการส่งเสริมอาชีพและการฝึกอบรมเพื่อการส่งออก

นายนราพัฒน์ แก้วทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิจิตร

เรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายนราพัฒน์ แก้วทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิจิตร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา จากคําแถลงนโยบายของรัฐบาลในนโยบาย สังคมและคุณภาพชีวิตที่พูดถึงนโยบายแรงงาน ๓ ข้อ ดูแล้วคงไม่ครอบคลุมกับภาระ หน้าที่ที่รัฐบาลจะต้องดูแล ในเรื่องแรงงานสําหรับประเทศไทยนั้นต้องถือว่าเปึนปัญหา ที่สําคัญเพราะเกี่ยวข้องกับคนจํานวนมาก ท่านประธานครับ ปัจจุบันคนที่อยู่ในวัยทํางาน สูงถึง ๕๑.๑ ล้านคน อยู่ในวัยกําลังแรงงาน ๓๗.๖ ล้านคน มีงานทํา ๓๗.๑ ล้านคน ยังว่างงานอยู่อีกประมาณ ๕ แสนคน แต่รัฐบาลชุดนี้มีนโยบายไว้เพียง ๓ ข้อ เมื่อพิจารณาดูนโยบายทั้ง ๓ ข้อ ข้อ ๑ ข้อ ๒ เปึนเรื่องเดียวกัน ส่วนข้อ ๓ ในเรื่องของ การคุ้มครองสวัสดิการแรงงานและการจัดระบบแรงงานนอกระบบให้ครอบคลุมนั้น ก็เรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับว่า ไม่ทราบว่าตรงนี้รัฐบาล หมายความถึงการขยายระบบประกันสังคมด้วยหรือไม่ เพราะตรงนี้ไม่มีการพูดถึง สํานักงานประกันสังคมเลย ที่สําคัญนโยบายทั้ง ๓ ข้อ พูดถึงการดูแลคนที่อยู่ในระบบ การจ้างงานแล้ว แต่กับคนที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบการจ้างงานรัฐบาลจะดูแลเขาอย่างไร ตรงไหน พูดง่าย ๆ คือคนที่ยังไม่มีงานทํา นักศึกษาที่เพิ่งจบ ยังหางานทําไม่ได้ นโยบาย ตรงไหนจะดูแลเขา ผมได้ยินนโยบายของรัฐบาลชุดนี้กําลังเตรียมหางานให้กับคน ๑๑๑ คนทํา ก็อดถามแทนพี่น้อง น้อง ๆ นักศึกษาที่ยังว่างงานอยู่จํานวน ๕ แสนคน ยังหางานทําไม่ได้ รัฐบาลจะพิจารณาดูแลหางานให้พวกเขาทําได้เมื่อไร ผมว่ารัฐบาล ควรจะจัดลําดับความสําคัญให้ถูกต้อง ในระยะเวลา ๕–๖ ป้ที่ผ่านมาปัญหาทางด้าน แรงงานถือว่ายังไม่ประสบความสําเร็จครับ ล้มเหลวเหมือนเดิม หลาย ๆ ท่านที่อยู่ใน คณะรัฐบาลชุดนี้ก็เคยบริหารประเทศอยู่ในรัฐบาลชุดเก่า ๆ จะเปรียบก็เหมือนรัฐบาล เหล้าเก่าในขวดใหม่ รู้ปัญหาดี แต่ท่านไม่ได้เขียนเอาไว้เลยครับ แนวทางที่จะแก้ไข นโยบายเรื่องแรงงานอย่างชัดเจนหนึ่งในปัญหาของการว่างงานคือเราไม่สามารถผลิต บุคลากรทางด้านแรงงานได้ตรงความต้องการของตลาด ทําให้เกิดมีการย้ายฐานการผลิต ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ตัวอย่างเช่นบริษัทซีเกท (Seagate) ป่ดโรงงานย้ายไปอยู่ที่ เวียดนาม ตรงนี้ในนโยบายการศึกษา ข้อ ๒.๑.๕ รัฐบาลได้พูดถึงการสนับสนุนการผลิตและพัฒนากําลังคนให้สอดคล้องกับ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการผลิตก็ถือว่าได้เดินทางมาถูก แต่ภาระจริง ๆ คงต้องอยู่ที่ กระทรวงแรงงานเพราะมีบทบาทและหน้าที่โดยตรง กระทรวงแรงงานนั้นมีเครื่องมือครับ ๖๓ ศูนย์พัฒนาฝ้มือแรงงาน ๑๒ สถาบันพัฒนาฝ้มือแรงงานนํามาใช้ให้เกิดประโยชน์ สิครับ ดําเนินนโยบายควบคู่ไปกับนโยบายการศึกษาที่กล่าวไว้เมื่อสักครู่ แต่นโยบาย แรงงานนั้นท่านไม่ได้เขียนเอาไว้เลย กรมการจัดหางานก็เปึนอีกกรมหนึ่งที่เปึนที่พึ่ง ของ พี่น้องที่กําลังหางานอยู่ควรจะได้รับการดูแลครับ ทราบว่างบประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ของกระทรวงแรงงานนั้นส่วนใหญ่เปึนงบอุดหนุนในเรื่องของ การประกันสังคม เหลือเงินเพียงประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาทเศษสําหรับการเดินหน้า ทํางานแก้ไขปัญหาคงไม่เพียงพอ ก็ฝากท่านประธานให้รัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีได้ดูแล จัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ให้เพียงพอ ปัญหาแรงงานอื่น ๆ เพื่อนสมาชิกผมก็ได้พูดไป ในเรื่องของปัญหาแรงงานต่างด้าว

อีกส่วนหนึ่งคือปัญหาแรงงานนอกระบบที่ท่านกล่าวไว้ในข้อ ๓ นั่นล่ะครับ จริง ๆ เขาต้องการครับที่จะเข้าสู่ระบบ เปึนแรงงานอยู่ในระบบแต่ติดขัดในเรื่องของ ข้อกฎหมาย ซึ่งตรงนี้ก็คงจะต้องได้พูดคุยกันในเรื่องของกฎหมายต่อไป ปัญหาแรงงานไทย ที่เดินทางไปต่างประเทศ ๔ แสนกว่าคน ปัญหาเก่า ๆ ครับ ถูกหลอก ค่าตอบแทน ไม่ตรงตามสัญญา ทํางานหนัก อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี ขาดคนดูแล ปัญหาค่าใช้จ่าย ต่อหัวสูง ผมได้ยินท่านรัฐมนตรีพูดถึงโครงการบินก่อนจ่ายทีหลัง ดีครับ แต่อยากจะ ฝากถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับว่าจะดําเนินการโครงการนี้อย่างไร ใช้เงินที่ไหน ไม่เห็นมีกําหนดไว้อยู่ในนโยบายของรัฐบาล และยังต้องเสียค่าใช้จ่ายปากถุง อีกหรือไม่ ในเรื่องการส่งเสริมอาชีพรัฐบาลชุดนี้ก็ควรน่าจะพูดถึง มีหลายตัวที่ กระทรวงแรงงานนั้นจะสามารถแก้ไขปัญหาความยากจนให้กับพี่น้องประชาชน ในชนบทได้ การฝ๊กอาชีพตามประสงค์เพื่อให้พี่น้องได้เข้าสู่การพัฒนาฝ้มือแล้วกลับไป ทํางานที่บ้าน โครงการฝ๊กคนสู่โรงงานตามสั่ง การฝ๊กอบรมเพื่อการส่งออก การเป่ด ตลาดใหม่ การเพิ่มทูตแรงงาน สิ่งเหล่านี้รัฐบาลควรจะนํามาพิจารณาในการดูแล เรื่องนโยบายด้านแรงงาน จากที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนะครับ รัฐบาลควรตระหนักถึง ความสําคัญของนโยบายแรงงานให้มากกว่านี้มิใช่เขียนไว้เพียง ๓ ข้อ

ประเด็นสุดท้าย ผมอยากจะฝากว่าการนําเสนอนโยบายที่รัฐบาลแถลงไว้ คงจะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่รัฐบาลหรือพวกเราที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไป หาเสียงไว้ ประเด็นของผมนิดเดียวครับ การดูแลผู้สูงอายุ หลายพรรคครับพูดถึง การจัดสรรเบี้ยผู้สูงอายุ ดูแลเบี้ยผู้สูงอายุ พรรคประชาธิปัตย์ของเราก็พูดถึงว่าจะดูแล ผู้สูงอายุคนละ ๕๐๐ บาทต่อเดือนทุกคน บางพรรคเอาไปเปึนประเด็นบอกว่าจะเปึน ๑,๐๐๐ บ้าง ๒,๐๐๐ บ้าง แต่วันนี้เราไม่ได้เปึนรัฐบาลก็ต้องฝากละครับ พรรคการเมือง ทั้งหลายที่ปราศรัยเอาไว้ เมื่อท่านเปึนรัฐบาลแล้วช่วยดําเนินการนโยบายที่ท่าน ได้โฆษณาหาเสียงไว้ วันนี้พี่น้องผู้สูงอายุรอฟังคําตอบจากท่านอยู่ ขอบคุณครับ