นิรมิต สุจารี ชื่นชมการแถลงนโยบายรัฐบาลและเสนอแนะให้ใช้พระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเป็นเครื่องมือแก้ไขปัญหาหนี้สิน โดยขอให้รัฐบาลตั้งคณะทำงานเชื่อมโยงกับกระทรวงการคลัง เร่งรัดแก้ไขข้อบกพร่องทางกฎหมายเพื่อให้สามารถสรรหาเลขาธิการกองทุนได้ทันเวลา และดำเนินการเยียวยาสมาชิกที่ขึ้นทะเบียนแล้วอย่างจริงจัง
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๓ พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมยินดีในนโยบาย ของคณะรัฐมนตรีที่ได้แถลงต่อสภาในวันนี้ซึ่งเปึนวันที่ ๒ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ การแถลงนโยบายต่อสภาเปึนกระบวนการสําคัญของระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา ทั้งนี้ เพื่อเปึนสัญญาประชาคมว่ารัฐบาลนี้จะตั้งใจทําอะไรบ้างในช่วง ๔ ป้ ซึ่งรัฐบาล จะต้องรับผิดชอบในการบริหารประเทศ และสภาแห่งนี้จะต้องตรวจสอบว่ารัฐบาล ได้ปฏิบัติตามคํามั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนหรือไม่หรือมากน้อยเพียงใด ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาอยากตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะในนโยบาย ท่านประธานที่เคารพครับ นโยบายนี้เปึนนโยบายที่เคารพสิทธิเสรีภาพผลประโยชน์ของประเทศชาติและของ ประชาชนข้างมาก ดังนั้นอยากจะตั้งข้อสังเกตในนโยบายเร่งด่วนที่จะต้องดําเนินการ ในป้แรก ข้อที่ ๑.๑๐ การพักหนี้ของเกษตรกรรายย่อยและยากจน การแก้ไขปัญหาหนี้สิน ของเกษตรกรที่ได้ทํามาทุกยุคทุกสมัยซึ่งเปึนนโยบายหลักของรัฐบาลนี้ได้ประกาศ อย่างชัดเจน คือการพักชําระหนี้ให้แก่เกษตรกร แต่สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อ ท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อที่จะเพิ่มเติมนโยบายในการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ให้เกษตรกรก็คือ นําพระราชบัญญัติกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกรมาเปึนเครื่องมือ ในการแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกร พระราชบัญญัติกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกรนั้น เปึนพระราชบัญญัติที่ได้มีความคิดริเริ่มให้เกิดขึ้นจากเกษตรกรเพื่อต้องการอยากจะแก้ไข ปัญหาของเกษตรกรเอง โดยได้มีการตราเปึนพระราชบัญญัติเมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๔๒ ในช่วง รัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ในการบริหารประเทศชาติในครั้งนั้น แล้วก็มีการแก้ไข เพิ่มเติม ครั้งที่ ๑ เมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๔๔ วัตถุประสงค์ก็เพื่อที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้มี การรวมกลุ่มของเกษตรกรในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกร ลักษณะของกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกรนั้นเปึนนิติบุคคลรูปพิเศษ นั่นก็หมายความว่า จะบอกว่าเปึนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจก็ไม่ใช่ เปึนหน่วยงานของราชการก็ไม่เชิง เปึนหน่วยงานหนึ่ง เปึนหน่วยงานอื่นของรัฐ แล้วก็มีการบริหารจัดการโดยมีเลขาธิการ กองทุนฟุ๋นฟูเปึนผู้บริหารสูงสุด ท่านประธานที่เคารพ นับตั้งแต่ประกาศใช้พระราชบัญญัติ ฉบับนี้ได้มีเกษตรกรและองค์กรเกษตรกรได้ขึ้นทะเบียนเพื่อที่จะรอการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ให้แก่เกษตรกรเปึนจํานวนมาก ซึ่งผมขออนุญาตแจ้งต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่ามีจํานวนเท่าใด ภาคกลางจํานวนองค์กรถึง ๘,๑๒๗ องค์กร มีจํานวนสมาชิกที่ขึ้นทะเบียนเปึนจํานวน ๑,๐๙๕,๔๑๖ คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจํานวนองค์กรที่ขึ้นทะเบียนแล้วนะครับ ๑๖,๙๐๖ องค์กร จํานวนสมาชิก ๒,๗๑๗,๙๗๐ คน ภาคใต้จํานวนองค์กรทั้งหมด ที่ขึ้นทะเบียนแล้วนะครับ ๙,๐๙๕ องค์กร จํานวนสมาชิกทั้งหมด ๘๗๘,๔๗๒ คน ภาคเหนือจํานวนองค์กร ที่ขึ้นทะเบียนแล้วเปึนจํานวนทั้งหมด ๑๖,๘๒๕ องค์กร จํานวนสมาชิก ๑,๖๕๐,๙๐๒ คน รวมจํานวนสมาชิกที่ขึ้นทะเบียน ๖,๒๙๗,๗๖๐ คน เพราะฉะนั้นผมมีความเชื่อมั่นว่า ถ้ารัฐบาลจะได้นําเอาพระราชบัญญัติกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกรมาแก้ไขปัญหา หนี้สินให้แก่เกษตรกรก็คงจะเยียวยาให้แก่สมาชิกที่ขึ้นทะเบียนและรอความหวังในการ แก้ไขปัญหาได้เปึนอย่างดี ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นในกองทุนฟุ๋นฟู และพัฒนาเกษตรกรที่ไม่สามารถขับเคลื่อนหรือแก้ไขปัญหาได้ในปัจจุบันนี้ได้เต็มที่ ก็เนื่องจากว่า ๑. ที่ผ่านมานั้นความไม่เอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหา โดยใช้ พระราชบัญญัติกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกรเปึนเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา ของรัฐบาล โดยในครั้งนี้อยากจะเสนอแนะให้รัฐบาลได้ตั้งคณะทํางานเชื่อมกันระหว่าง กองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกรกับคณะรัฐมนตรี เพื่อที่จะแก้ไขปัญหารับฟัง และกําหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหา และขณะเดียวกันนะครับ รัฐบาลนี้ต้องกล้า เอาจริงเอาจัง โดยมอบให้รัฐมนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องใกล้ที่สุดกับการจัดการหนี้สิน ของเกษตรกรก็คือ ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเกี่ยวกับทางด้านกระทรวงการคลัง มารับผิดชอบในการแก้ไขปัญหา โดยนําพระราชบัญญัติกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนา เกษตรกรมาใช้กันอย่างจริงจัง และขณะเดียวกันก็ต้องเร่งรัดในการที่จะบังคับในการใช้ กฎหมาย โดยการตั้งเลขาธิการกองทุนฟุ๋นฟูให้ได้ทันต่อในการแก้ไขปัญหา เพราะว่า ปัจจุบันนี้เลขาธิการกองทุนฟุ๋นฟูนั้นไม่สามารถที่จะได้บุคคลที่ได้รับการคัดสรรจาก ตัวคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาในการที่จะแต่งตั้งเปึนเลขาธิการ แต่ปัจจุบันนี้ เลขาธิการที่ดําเนินการอยู่ปัจจุบันนี้เปึนเลขาธิการรักษาการชั่วคราว ปัญหาที่เกิดขึ้น ก็เกิดขึ้นจากว่ากฎหมายประกอบพระราชบัญญัตินั้นยังมีข้อบกพร่องบางอย่างที่ ไม่สามารถที่จะสรรหาตัวเลขาธิการได้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลนี้ต้องกล้าหาญในการที่จะ จัดการในเรื่องใช้พระราชบัญญัติในการบังคับใช้ให้เลขาธิการกองทุนฟุ๋นฟูได้มีหน้าที่ เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติ แล้วก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรได้ ตามที่เกษตรกรร้องขอ และที่สําคัญที่สุดก็คือว่า ในการแก้ไขปัญหานั้นจะต้องอาศัย เงินงบประมาณ ซึ่งทางคณะกรรมการกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้มีการประชุม เมื่อป้ ๒๕๔๙ ซึ่งคณะรัฐมนตรีในช่วงนั้นก็ได้รับทราบว่าจะต้องจัดหาเงินงบประมาณ จํานวน ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในการที่จะให้กองทุนฟุ๋นฟูในการที่จะไปเยียวยาแก้ไข ปัญหาหนี้สินตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติ เพราะฉะนั้นเพื่อเปึนประโยชน์ แก่พี่น้องเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนรองรับ ก็อยากให้รัฐบาลนี้ได้ประกาศว่าจะนํา พระราชบัญญัติกองทุนฟุ๋นฟูเปึนเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้ด้วย นอกจาก เรื่องของปัญหาหนี้สินแล้ว กระผมอยากจะขอกราบเรียนต่อท่านประธานอีกนะครับว่า การประกันความเสี่ยงภัยทางด้านการเกษตร ไม่ว่าจะเปึนราคาอ้อยซึ่งกําลังตกต่ํากัน ทั่วภาคอีสาน ก็อยากให้รัฐบาลประกาศอย่างชัดเจนเลยว่าป้นี้จะให้ราคาอ้อยได้ตันละ ประมาณ ๑,๒๐๐ บาท จะทําให้เกษตรกรสามารถอยู่ได้ ผมได้ใช้เวลาในการที่จะ อภิปรายเพื่อที่จะให้การสนับสนุนให้ความเห็นชอบกับนโยบายของรัฐบาลในเที่ยวนี้ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสในการปฏิบัติหน้าที่การเปึนสมาชิก รัฐสภาในวันนี้ ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ